The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Iamfile.31, 2022-12-25 11:54:21

หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง

หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง

20128 – 2101
รายวิชางานบรกิ ารคอมพิวเตอร์

หน่วยที่ 1

หลกั การทางานของอุปกรณ์คอมพวิ เตอร์
และอุปกรณต์ อ่ พ่วง

ผสู้ อน นางสาวรชั ฎาเนตร สรุ าไพ 1.1 หน่วยรับขอ้ มลู (Input Unit)
แผนกวิชาเทคโนโลยคี อมพวิ เตอร์ วิทยาลัยเทคนคิ สิงหบ์ รุ ี 1.2 หนว่ ยประมวลผลกลาง (Central
Procesing Unit
1.3 หน่วยความจา (Memory)
1.4 หน่วยแสดงผล (Output Unit)

Ratchadanate Surumpai

1. หน่วยรบั ขอ้ มูล (Input unit)

ทาหน้าทใี่ นการรับข้อมลู หรอื คาสง่ั จากภายนอกเข้าไปเกบ็ ไว้ในหน่วยความจา เพื่อ
เตรียมประมวลผลขอ้ มูลที่ต้องการ ซ่งึ อุปกรณท์ ใี่ ช้ในการนาเข้าขอ้ มลู ที่ใช้กันอยตู่ ั้งแต่อดตี
จนถึงปัจจุบนั น้นั มอี ยหู่ ลายประเภทดว้ ยกนั สาหรบั อปุ กรณ์ทนี่ ยิ มใชใ้ นปัจจบุ นั มดี ังน้ี

20128 – 2101 รายวชิ างานบรกิ ารคอมพวิ เตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หนว่ ยรับข้อมูล (Input unit)

1.1 แป้นพมิ พ์

แป้นพิมพห์ รือคียบ์ อรด์ เป็นอปุ กรณ์หลกั ทีใ่ ช้ในการนาข้อมูลลงในเครือ่ ง
คอมพิวเตอร์ มีลกั ษณะเป็นสี่เหลย่ี มผืนผ้า ถอดแบบมาจากเคร่อื งพิมพด์ ดี
ออกแบบมาเพอ่ื ใช้สาหรับรับขอ้ มลู ที่เป็นตัวอกั ษร แลว้ ทาการเปลีย่ นเปน็ รหสั
7 หรือ 8 Bit จากน้นั ส่งใหค้ อมพิวเตอร์ประมวลผล หรอื ใช้ควบคมุ ฟงั ก์ชนั การ
ทางานบางอยา่ งของคอมพิวเตอร์ คยี บ์ อร์ดของไมโครคอมพวิ เตอร์ตระกูล IBM
ในรุ่นแรกๆ ประมาณปี ค.ศ. 1981 มปี ุ่มท้ังหมด 83 ปมุ่ ซง่ึ มชี อื่ เรียกว่า
คยี ์บอร์ด PC/XT และในปี ค.ศ 1984 ไดเ้ พิม่ จานวนกล่มุ ขนึ้ เปน็ 84 ป่มุ มี
ชอ่ื เรยี กวา่ คยี บ์ อรด์ PC/AT จากน้ันก็ได้พฒั นา ตามความต้องการของผู้ใช้
เรยี กวา่ คยี ์บอรด์ AT และพัฒนามาเป็นรนุ่ PS/2 โดยมแี ป้นพิมพ์เพ่มิ ขนึ้ อีก
17 ปมุ่ รวมแล้วเป็น 101 ป่มุ

20128 – 2101 รายวิชางานบริการคอมพวิ เตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หนว่ ยรบั ขอ้ มูล (Input unit)

1.2 เมาส์ (Mouse)

เมาส์ เป็นอุปกรณ์ท่ที าหนา้ ที่ปอ้ นข้อมูลอย่างหนง่ึ การทางานโดยทั่วไป
จะเป็นตัวทใ่ี ช้ควบคุมลกู ศรใหเ้ คล่ือนท่ไี ปยังตาแหน่งต่างๆ เหมาะสาหรบั ใช้
งานเม่อื ตอ้ งเลือก หรอื เลื่อนวัตถุต่างๆบนจอ เมาสต์ ่อเขา้ กับคอมพิวเตอรไ์ ด้ 2
แบบ ได้แก่ 9 Pin, Serial Port และ PS/2 ( Personal System Version2)

Universal Serial Bus (USB) เปน็ ขอ้ กาหนดมาตรฐานของบสั การ
สอ่ื สารแบบอนุกรม ใชใ้ นการเชือ่ มต่อกบั อปุ กรณ์ โดยทั่วไปจะใชก้ ับ
คอมพวิ เตอรแ์ ต่สามารถใช้ไดก้ ับอปุ กรณ์อนื่ เชน่ เมาส์ แปน้ พิมพ์ สแกนเนอร์
เป็นตน้

20128 – 2101 รายวิชางานบรกิ ารคอมพิวเตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หนว่ ยรับข้อมลู (Input unit)

1.2 เมาส์ (Mouse)

USB เปน็ รปู แบบการเชอ่ื มต่อมาตรฐานสาหรับอุปกรณ์มลั ติมเี ดยี เช่น สแกนเนอร์
หรอื กลอ้ งถ่ายรปู ดิจิทลั นิยมนาไปทดแทนการเชอื่ มต่อแบบเดมิ เช่น การเชื่อมตอ่
แบบขนาน (Parallel) สาหรับเครอื่ งพมิ พ์ การเชอ่ื มต่อแบบอนุกรม (Serial)
สาหรับ Modem เปน็ ต้น

เมาสแ์ บ่งไดเ้ ป็น 2 แบบคือ
1. แบบทางกล
2. แบบใช้แสง

20128 – 2101 รายวิชางานบริการคอมพิวเตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หนว่ ยรับขอ้ มลู (Input unit)

1.2 เมาส์ (Mouse)

1. เมาส์แบบทางกล เป็นแบบทีใ่ ช้ลูกกลิ้งกลมมีน้าหนกั และแรงเสียด
ทานพอดี ลูกกลงิ้ จะทาให้กลไกซง่ึ ทาหน้าท่ีปรับแกนหมุนในแกน x และแกน Y
แลว้ ส่งผลไปเลอื่ นตาแหน่งตวั ช้ีบนจอภาพ

Ball Mouse
มีชนดิ ทเี่ ป็น Ball อย่ใู นแนวตง้ั และแนวนอน เมาส์แบบ Ball การใช้งาน
ต้องเลื่อนเมาส์ไปยงั แกนต่างๆ บนหนา้ จอเพือ่ เลือกหรือยกเลกิ โปรแกรมท่ี
ทางานอยู่ ต่อมาไดพ้ ัฒนาเมาส์ ไมม่ ี wheel เพอื่ ให้สะดวกในการใช้งานกับ
Windows ต้ังแต่เวอร์ช่นั 95 เป็นตน้ มา

20128 – 2101 รายวิชางานบริการคอมพวิ เตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หน่วยรบั ขอ้ มูล (Input unit)

1.2 เมาส์ (Mouse)

Wireless Mouse เป็นเมาส์ท่ีมีการทางานเหมือนเมาสท์ ั่วไป
เพยี งแตไ่ ม่มีการใชส้ ายไฟต่อออกมาจากตวั เมาส์ ซึง่ เมาส์ชนดิ นี้จะมตี ัวรบั
และส่งสัญญาณ ซ่ึงทางดา้ นตวั รับสญั ญาณอาจจะเปน็ หัวตอ่ แบบ PS/2
หรือแบบ USB ท่ีเรียกว่า Thumb USB receiver ซึ่งใช้ความถ่ีวิทยอุ ย่ทู ี่
27 MHz

20128 – 2101 รายวชิ างานบรกิ ารคอมพวิ เตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หนว่ ยรับขอ้ มลู (Input unit)

1.2 เมาส์ (Mouse)

เมาสส์ าหรบั Macintosh เปน็ เมาส์ทใ่ี ช้เฉพาะเครือ่ งคอมพิวเตอร์
Macintosh ซึง่ เป็นเมาส์ที่ไม่มี wheel และปุ่มคลิกก็มีเพยี งปมุ่ เดียวแต่
สามารถใชง้ านไดค้ รอบคลุมทุกหนา้ ทกี่ ารทางาน ซ่ึงบรษิ ทั Apple
ออกแบบมาเพอื่ ใชก้ ับเคร่อื ง Macintosh เท่าน้ัน

20128 – 2101 รายวชิ างานบรกิ ารคอมพิวเตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หน่วยรบั ข้อมลู (Input unit)

1.2 เมาส์ (Mouse)

2. เมาส์แบบใช้แสง เป็นเม้าทช์ นดิ ใช้แสงซง่ึ ปัจจบุ นั บรษิ ทั ผ้ผู ลิตไม้ชนิดนี้ไดเ้ พ่ิมให้มีความ
สวยงามตา่ งๆกันไป เช่นแสงใหก้ บั whell หรอื ไมก่ ็ออกแบบให้มีแสงสวา่ งท้ังตัวเมาส์ แตห่ นา้ ท่กี าร
ทางานกไ็ มเ่ ปล่ียนแปลงไปจาก Ball mouse

20128 – 2101 รายวชิ างานบริการคอมพวิ เตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หน่วยรับข้อมลู (Input unit)

1.3 เครือ่ งจานแมเ่ หล็ก (Disk Drive)

เป็นอปุ กรณก์ ารจดั เกบ็ ขอ้ มูลทใี่ ช้แมเ่ หล็กในการจดั เก็บ มีลักษณะเป็นจานโลหะที่เคลือบด้วยสาร
แม่เหล็กซ่ึงหมุนอยา่ งรวดเร็วเชือ่ มตอ่ กบั คอมพวิ เตอร์โดยการต่อเข้ากับแผงวงจรหลัก ( motherboard)
Hard Drive หรือ ฮารด์ ดสิ ก์ มกี ารจดั เกบ็ แบบไม่ลบเลือนรักษาขอ้ มลู ที่เกบ็ ไว้แมใ้ นขณะทีป่ ิด

ข้อมลู ถกู บนั ทกึ ไว้บนรอยวงกลมบนจานผวิ มีจานวนต่างๆเช่น 100 - 500 รอยทาง ขนาด
เส้นผ่าศนู ยก์ ลาง 1 ถงึ 3 ฟตุ สามารถบนั ทกึ ตัวอักษรได้หลายล้านตวั ใชก้ ารบันทกึ ทลี ะบติ โดยใช้ 8 บิต
ต่อ 1 ไบต์ จานแมเ่ หลก็ หมุนเร็วประมาณ 1500 - 1800 รอบต่อนาที ค้นหาขอ้ มูลดว้ ยเวลาเฉลยี่ 50
มิลลิวินาที ยา้ ยข้อมลู ดว้ ยอัตราเรว็ สูง 320,000 ไบตต์ อ่ วนิ าที จะสังเกตไดว้ า่ เวลาเฉลีย่ เหลา่ นีเ้ ปน็ เวลา
ทชี่ ้ากวา่ เครือ่ งร่นุ ใหมๆ่ มาก ถ้าตอ้ งการเก็บขอ้ มูลจานวนมากจะใช้จานแม่เหล็กที่มจี านวน 2 หรอื 6
หรือ 12 จาน มาตดิ ตงั้ ซอ้ นกนั ตามแนวดิง่ รวมกันเป็นหนึ่งหน่วยเรียกวา่ ดสิ ก์แพก็ ( Disk Pack)

20128 – 2101 รายวิชางานบริการคอมพิวเตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หนว่ ยรับขอ้ มลู (Input unit)

1.4 Hard Drive

ความจุของฮารด์ ดิสก์เป็น GB ปัจจุบันตามท้องตลาดมอี ยู่ 2 รูปแบบ รุน่ ใหม่
เรยี กว่า Serial ATA หรอื SATA และอีกแบบท่ขี ายอยกู่ ่อนหนา้ นค้ี ือแบบ IDE

IDE (Interested Drive Electronic) เปน็ แบบที่มใี ชก้ ันมานานจนกระทั่ง
ปจั จบุ นั ก็ยงั มีการใชอ้ ยู่ มคี วามจตุ ัง้ แต่ 40 ถงึ 500 GB สว่ นประกอบท่ีจาเป็นมี 4 สว่ น
ดว้ ยกันคือ IDE Port ท่ีตัวเมนบอร์ด, สายสัญาณ 80 Pin IDE, Power connector
และ ตัว Hard Disk IDE

20128 – 2101 รายวิชางานบริการคอมพวิ เตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หน่วยรับขอ้ มลู (Input unit)

1.4 Hard Drive

Serial ATA หรือ SATA เปดิ ตัวครง้ั แรกในวันที่ 26 มิถุนายน 2545 ใน
งาน PC Expo ในนิวยอรก์ ประเทศสหรฐั อเมรกิ า หลังจากมกี ารนาเสนอ Parallel
ATA (IDE) มากกวา่ 20 ปีรวมถงึ เทคโนโลยีอื่นๆท่ที าให้การอา่ นขอ้ มูลรวดเรว็ ข้ึน
การพัฒนาเทคโนโลยี Serial ATA มาแทนที่ Harddisk แบบ IDE ซง่ึ Serial ATA
มคี วามเร็วในการเข้าถึงขอ้ มูลถงึ 150 MB ตอ่ วินาที ตอบสนองการทางานได้
รวดเร็วมากมีจานวนของ Pin น้อยกวา่ Parallel ATA การเช่ือมตอ่ คลา้ ยคลงึ กับ
แบบ IDE แตกต่างกนั ท่ีหนา้ ตาของ connector ของสายไฟและสายสญั ญาณ

20128 – 2101 รายวชิ างานบริการคอมพวิ เตอร์ Ratchadanate Surumpai

Ratchadanate Surumpai

1. หนว่ ยรับขอ้ มูล (Input unit)

1.5 CD - Rom

ซดี ีรอม (CD Rom ย่อมากจาก Compact disc Read Only Memory) เปน็ สื่อบนั ทึก
ขอ้ มลู ชนดิ หนว่ ยเก็บขอ้ มลู สารอง ลกั ษณะเป็นแผน่ จานกลมคล้ายแผน่ เสียงหรอื Compact Disc
สาหรบั ฟังเพลง

ข้อดคี อื เกบ็ ข้อมลู ได้ปรมิ าณมากกวา่ ดสิ ก์เก็ต CD Rom หนง่ึ แผ่นสามารถเก็บขอ้ มูล
เทยี บเทา่ กับ Disk ความจุ 1.44 MB จานวน 600 แผ่นหรอื เท่ากบั ฮารด์ ดสิ ก์ขนาดความจุ 600 MB
ในขณะที่ราคาของซีดรี อมถกู กวา่ แตม่ คี วามจเุ ท่ากนั จากขอ้ ดีดังกล่าวจึงมีผู้ผลิตซอฟตแ์ วรป์ ระเภท
เกมบรรจใุ นซดี รี อมมากข้นึ

20128 – 2101 รายวชิ างานบรกิ ารคอมพิวเตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หน่วยรบั ขอ้ มูล (Input unit)

1.5 CD - Rom

ประเภทของซีดรี อม
จากสภาพภายนอก CD ROM แตล่ ะแผ่นมีลกั ษณะเหมอื นกนั แต่จริงๆ ซีดรี อม แบง่ ออกได้หลายประเภท
สามารถแยกตามข้อกาหนดของหนงั สือทรี่ ะบุเก่ยี วกบั มาตรฐานการผลติ สื่อเก็บข้อมูลเช่น Yellow CD หมายถึง
ซดี รี อมท่ีถกู ผลติ ตามข้อหนงั สือหนา้ ปกสีเหลือง เปน็ ต้น
ปจั จบุ นั แบ่งประเภทของซดี รี อมออกได้หลายประเภท ตามสขี องหนา้ ปกหนังสือท่ีกาหนดลกั ษณะของ CD ROM

- Yellow CD หรอื Data Storage CD
- Red CD/ Audio CD
- CD - ROM XA หรือ Multi-session CD หรือ ISO 9660
- Mixed Mode CD

20128 – 2101 รายวชิ างานบริการคอมพิวเตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หนว่ ยรับข้อมลู (Input unit)

1.5 CD - Rom

Yellow CD หรอื Data Storage CD
เป็นทีร่ ู้จกั กนั ในชอื่ ของซีดีรอมประเภททใ่ี ช้เกบ็ ข้อมูล นกั พมิ พ์คาว่า
Data stored บนแผน่ แผน่ ประเภทน้ถี กู นามาเกบ็ ข้อมลู ทีค่ อมพิวเตอร์
อา่ นได้ ข้อมลู จะถกู บันทึกเป็นแนวเกลียว จากวงรอบแท็ก สว่ นใดของ
แผ่นไปยังวงรอบสวนนอก ขอ้ มลู ถูกเขียนขึ้นทลี ะ 1 บติ ตามลาดบั
โครงสรา้ งของการบนั ทึกข้อมลู ทางตรรกะ (Logical Format) ขอ้ มลู
จะถกู บนั ทึกในลักษณะของแผนภมู ิต้นไม้และไดเรกทอรีซงึ่ คอมพวิ เตอร์
จะเข้าใจ

20128 – 2101 รายวชิ างานบรกิ ารคอมพวิ เตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หน่วยรับข้อมูล (Input unit)

1.5 CD - Rom

Red CD/ Audio CD
รู้จกั กนั แพร่หลายในชอ่ื ของ Audio cd หรือ Compact Disc มีไว้
สาหรับฟงั เพลงซงึ่ ประกอบด้วย track ของ Digital Audio ทถ่ี กู
บันทึกลงใน Compact Disc รูปแบบการเก็บขอ้ มูลเพลงเป็นรปู แบบ
สากล นาไปใช้ได้ทว่ั โลก 1 แผ่นมี 99 Track

20128 – 2101 รายวิชางานบริการคอมพิวเตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หน่วยรบั ขอ้ มูล (Input unit)

1.5 CD - Rom

CD - ROM XA หรือ Multi-session CD หรอื ISO 9660
Multi-session CD คือ CD ROM ทถ่ี ูกผลติ ตามมาตรฐาน ISO
9660 ข้อมูลใน CD ROM จะมมี ากกวา่ 1 session
1 session คอื การบนั ทกึ ข้อมลู ตอ่ เน่ืองกัน 1 ส่วน เมอื่ ปิด session
ดงั กลา่ ว และเปดิ session ใหม่ ข้อมูลจะถกู บันทึกโดยไมต่ อ่ เนื่องกบั
session เดมิ ทาใหใ้ ช้ประโยชนไ์ ด้ Multi-session ในการอพั เดทข้อมูล
หรอื บันทึกขอ้ มูลเพ่มิ เติม

20128 – 2101 รายวิชางานบรกิ ารคอมพิวเตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หน่วยรบั ขอ้ มลู (Input unit)

1.5 CD - Rom

Mixed Mode
Classic Mixed Mode หรอื Mixed Mode ยุคเบอ้ื งตน้ น้ัน
คือแผน่ CD ROM ทม่ี ขี อ้ มูลใน Track แรกตามดว้ ย Audio ใน
Track ต่อไปอกี 1 Track หรือหลาย ๆ Track โดยบรรจใุ น
Session เดยี ว Mixed Mode CD ใช้งานได้ดีกบั คอมพิวเตอร์

20128 – 2101 รายวชิ างานบริการคอมพวิ เตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หน่วยรับข้อมลู (Input unit)

1.6 Card Reader

Card Reader คอื อปุ กรณ์สาหรบั เชอื่ มตอ่ ระหวา่ งหนว่ ยความจาภายนอกแบบ Flash
Card หรือมเี ดยี การด์ กับเคร่ืองคอมพวิ เตอรโ์ ดยอาศยั port USB ในการทางานจะรองรบั
คุณสมบตั ิของหนว่ ยความจาตามผูผ้ ลติ เช่น MMC card, RS- MMC, MEMORY STICK, SD
card, SDHC ซงึ่ มีทง้ั ทสี่ ามารถรองรบั หน่วยความจาได้เพยี งชนดิ เดียวจนถึงสามารถรองรับได้
ท้ังหมด เช่น 2 in 1, 6 in 1 หรอื มากกว่า 6 in 1 ข้ึนไป

20128 – 2101 รายวชิ างานบริการคอมพวิ เตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หนว่ ยรับข้อมูล (Input unit)

1.7 Scanner

สแกนเนอร์ คือ อปุ กรณ์จับภาพและเปล่ยี นแปลงภาพ จากรูปแบบของ
อนาลอ็ กเป็นดิจทิ ลั ซึ่งคอมพิวเตอรส์ ามารถแสดง เรียบเรยี ง เกบ็ รักษาและผลติ
ออกมาได้ ภาพน้นั อาจเปน็ รูปถ่าย ข้อความ ภาพวาด แม้แตว่ ัตถุ 3 มติ ิ

20128 – 2101 รายวิชางานบรกิ ารคอมพิวเตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หนว่ ยรับข้อมลู (Input unit)

1.7 Scanner

สแกนเนอร์แบ่งเป็น 3 ประเภทหลกั ๆ คอื
1. สแกนเนอรด์ งึ กระดาษ (sheet - Fed Scanner)
สแกนเนอรแ์ บบนจ้ี ะรบั กระดาษแล้วคอ่ ย ๆ เลอื่ นหน้ากระดาษแผน่ นั้นให้ผา่ น

หวั สแกน ซึ่งอยูก่ ับขอ้ จากัดของสแกนเนอรแ์ บบเล่ือนกระดาษ สามารถอา่ นภาพท่ี
เปน็ แผ่นกระดาษไดเ้ ทา่ น้นั ไมส่ ามารถอา่ นภาพจากสมุดหรือหนังสือได้

20128 – 2101 รายวชิ างานบรกิ ารคอมพวิ เตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หนว่ ยรับข้อมลู (Input unit)

1.7 Scanner

2. สแกนเนอรแ์ ท่นเรียบ (Flatbed Scanner)
สแกนเนอรแ์ บบนจ้ี ะมีกลไกคลา้ ย ๆ กับเครอื่ งถ่ายเอกสาร แค่วางหนงั สือหรอื
ภาพไวบ้ นแผ่นกระจกใส และทาการสแกน หวั สแกนก็จะเคลื่อนท่ีจากปลายด้าน
หนึ่ง ไปอกี ด้านหนึง่ จากัดของสแกนเนอรแ์ บบแทน่ นอนคอื แมว้ ่าจะอา่ นภาพจาก
หนังสือได้แต่กลไกภายในต้องใชก้ ารสะทอ้ นแสงผ่านกระจกหลายแผ่น ทาให้ภาพมี
คณุ ภาพได้ไมด่ ีเมือ่ เทยี บกับแบบแรก

20128 – 2101 รายวชิ างานบรกิ ารคอมพิวเตอร์ Ratchadanate Surumpai

1. หน่วยรบั ขอ้ มลู (Input unit)

1.7 Scanner

3. สแกนเนอร์มอื ถอื (Hand - Held Scanner)
แกนเนอร์แบบนผี้ ู้ใช้ตอ้ งเล่ือนหัวสแกนเนอร์ไปบนหนงั สือรูปภาพ สแกนเนอร์
แบบมอื ถือได้รวมเอาข้อดีของสแกนเนอรท์ ง้ั สองแบบเข้าไว้ด้วยกัน มีราคาถกู
เพราะใช้กลไกทไ่ี มส่ ลบั ซบั ซอ้ น มขี อ้ จากัดตรงทีว่ า่ ภาพทไ่ี ด้จะมีคณุ ภาพแคไ่ หน
ข้ึนอยู่กบั ความสม่าเสมอในการเล่ือนหวั Scanner ของผู้ใช้งาน นอกจากนห้ี ัว
สแกนเนอร์ยงั มีขนาดส้ันทาใหอ้ ่านภาพบนหน้าหนังสอื ขนาดใหญไ่ ดไ้ มค่ รบ ทาให้
ต้องอ่านหลายคร้งั กว่าจะครบ 1 หนา้ ซ่ึงปจั จุบนั มซี อฟตแ์ วรห์ ลายตัวที่ใชก้ บั
สแกนเนอร์แบบน้ี ซึ่งสามารถต่อภาพท่ีเกดิ จากการสแกนหลายคร้ังเขา้ ด้วยกัน

20128 – 2101 รายวชิ างานบรกิ ารคอมพวิ เตอร์ Ratchadanate Surumpai

2. หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Uni)

ทาหนา้ ทใ่ี นการคานวณและประมวลผล แบง่ ออกเปน็ 2 หน่วยย่อยคอื
- หน่วยควบคมุ ทาหน้าทใี่ นการดแู ล ควบคมุ ลาดบั ขั้นตอนของการประมวลผล และ
การทางานของอปุ กรณต์ ่างๆภายในหน่วยประมวลผลกลาง และช่วยประสานงานระหว่าง
หนว่ ยประมวลผลกลางกบั อุปกรณน์ าเข้าขอ้ มูล อปุ กรณ์ในการแสดงผล และหน่วยความจา
สารอง
- หน่วยคานวณและตรรกะ ทาหน้าท่ใี นการคานวณและเปรยี บเทียบขอ้ มูลตา่ งๆที่
ส่งมาจากหนว่ ยควบคุมและหนว่ ยความจา

20128 – 2101 รายวชิ างานบริการคอมพิวเตอร์ Ratchadanate Surumpai

3. หนว่ ยความจา (Memory)

ทาหนา้ ทใ่ี นการเกบ็ ข้อมลู หรอื คาสั่ง ท่ีรับจากภายนอก เขา้ มาเก็บไว้เพอื่ ประมวลผล
และเก็บผลลัพธท์ ีไ่ ด้จากการประมวลผลไวเ้ พอ่ื แสดงผลซง่ึ แบง่ ออกเปน็

หนว่ ยความจา เปน็ หนว่ ยความจาทม่ี อี ยู่ในตัวเคร่อื งคอมพิวเตอร์ ทาหนา้ ท่ใี นการเกบ็
คาสัง่ หรอื ขอ้ มลู แบง่ ออกเปน็
ROM หน่วยความจาแบบถาวร

รอม คือ หนว่ ยความจาชนดิ หนึง่ ท่มี ีโปรแกรมหรือขอ้ มลู อยู่แล้วและพร้อมท่ีจะนามา
ต่อกบั ไมโครโปรเซสเซอรไ์ ด้โดยตรง ซึ่งโปรแกรมหรอื ขอ้ มลู นั้นจะไมส่ ูญหายแมว้ ่าจะไม่มี
การจ่ายไฟเล้ียงใหแ้ ก่ระบบ ข้อมลู ที่เกบ็ อยใู่ น ROM จะสามารถผ่านออกมาไดแ้ ตไ่ ม่สามารถ
เขียนขอ้ มลู เขา้ ไปไดเ้ ว้นแต่จะใชว้ ธิ ีการพเิ ศษซ่งึ ขึน้ อยูก่ ับชนิดของ ROM

20128 – 2101 รายวชิ างานบริการคอมพิวเตอร์ Ratchadanate Surumpai

3. หนว่ ยความจา (Memory)

RAM หนว่ ยความจาแบบชว่ั คราว
Ram (Random-access memory) หรือ แรม เปน็ หนว่ ยความจาของคอมพวิ เตอร์ ซึ่ง

เป็นองค์ประกอบสาคญั ทมี่ ีผลต่อประสิทธภิ าพการทางานโดยรวม ท้งั ยังส่งผลตอ่ ความเร็วใน
การทางานของระบบคอมพวิ เตอร์ ไมว่ า่ อุปกรณ์ชนดิ นนั้ จะเปน็ สมารท์ โฟน, แทบ็ เลต็ ,
คอมพิวเตอร์ หรืออปุ กรณใ์ ดๆ ที่จาเป็นต้องอา่ นและเขียนคาส่งั ไปยงั หนว่ ยความจา

20128 – 2101 รายวชิ างานบรกิ ารคอมพวิ เตอร์ Ratchadanate Surumpai

3. หนว่ ยความจา (Memory)

หนว่ ยความจาสารอง
มีหนา้ ท่ใี นการเก็บขอ้ มลู หรอื โปรแกรมเหมือนกับหน่วยความจาหลกั แตกต่างจาก

หนว่ ยความจาหลักคอื หนว่ ยความจาสารองสามารถเก็บขอ้ มูลและโปรแกรมไว้ใชใ้ น
ภายหลังไดแ้ มจ้ ะปิดเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ ขอ้ มูลและโปรแกรมที่เกบ็ ไว้จะไมส่ ูญหายหรือถูก
ลบท้งิ นอกจากนหี้ นว่ ยความจาสารอง สามารถเพิ่มขนาดความจุได้ เน่ืองจากหน่วยความจา
หลักมขี นาดความจจุ ากดั หน่วยความจาสารองจงึ สามารถเพิ่มขนาดความจไุ ด้ หนว่ ย
ประมวลผลเรียกใช้ขอ้ มลู ทีเ่ ก็บไว้ในหน่วยความจาสารองได้ แต่จะชา้ กวา่ หนว่ ยความจาหลัก

20128 – 2101 รายวชิ างานบรกิ ารคอมพวิ เตอร์ Ratchadanate Surumpai

4. หนว่ ยแสดงผล (Output Unit)

ทาหนา้ ท่ีในการแสดงผลลัพธ์ที่ไดจ้ ากการคานวณ และประมวลผล สาหรับอุปกรณท์ ่ีทา
หน้าท่ีในการแสดงผลขอ้ มลู น้ัน มีดังต่อไปนี้

4.1 จอภาพ (Monitor)
ใช้แสดงขอ้ มลู หรือผลลพั ธใ์ หผ้ ใู้ ช้เหน็ ไดท้ ันที รูปรา่ งคลา้ ยหนา้ จอของโทรทศั น์ บน
จอภาพประกอบด้วยจดุ จานวนมาก เรียกจุดเหลา่ นวี้ า่ Pixel ถ้ามีพิกเซลจานวนมากก็จะทา
ใหผ้ ใู้ ช้มองเหน็ ภาพบนจอได้ชดั เจนมากขึน้ จอภาพทใี่ ชใ้ นปจั จบุ ันแบง่ ไดเ้ ปน็ 2 ประเภทคือ

4.1.1 จอภาพแบบ CRT
4.1.2 จอภาพแบบ LCD
4.1.3 จอภาพแบบ LED

Ratchadanate Surumpai

4. หนว่ ยแสดงผล (Output Unit)

4.1.1 จอภาพแบบ CRT
เปน็ จอแสดงผลทีร่ บั สญั ญาณภาพแบบอนาล็อก (Analog) มกี ารพัฒนา
จอแสดงผล CRT มาจากจอโทรทศั น์ ผู้ที่รเิ รม่ิ ในการสรา้ งจอแสดงผลแบบนี้คือ บรษิ ทั
ไอบีเอ็ม ซึง่ ในยุคตน้ ๆจอแสดงผลจะยงั ไม่สามารถแสดงกราฟฟิกตา่ ง ๆ ได้เหมอื นกับใน
ปัจจบุ นั
หลักการทางานของจอแสดงผลแบบ CRT นั้นจะทางานโดยอาศยั หลอดภาพทส่ี ร้าง
ภาพเหมือนกบั ในโทรทัศน์ โดยการยงิ ลาแสงอเิ ล็กตรอนไปยังทีผ่ ิวหน้าจอ ซึ่งมีสารประกอบ
ของฟอสฟอรสั ฉาบอยทู่ ี่ผิว เมอ่ื ถูกแสงอิเลก็ ตรอนมากระทบ สารเหลา่ นจ้ี ะเกิดการเรอื งแสง
ข้ึนมา ทาใหเ้ กดิ เป็นภาพและสตี ามสัญญาณ Analog ทไี่ ดร้ บั มา ในปจั จบุ นั จอแสดงผลแบบ
CRT นน้ั เร่มิ จะไมเ่ ปน็ ทนี่ ยิ มแล้วเพราะว่ามจี อแสดงผลแบบใหมม่ าทดแทนที่มีคุณสมบตั ดิ ้าน
การแสดงผลท่ีดกี ว่า

Ratchadanate Surumpai

4. หน่วยแสดงผล (Output Unit)

4.1.2 จอภาพแบบ LCD
จอแสดงผลแบบ LCD (Liquid Crystal Display) เป็นจอแสดงผลรนุ่ ท่ีสองตอ่ จาก
จอแสดงผลแบบ CRT ทีถ่ กู พัฒนามาตั้งแตป่ ี 2506 ในสมัยแรกๆจอ LCD นั้นเริ่มใช้งาน
จริงๆ ในนาฬกิ าและเครือ่ งคดิ เลข เปน็ จอแสดงผลตัวเลขขนาดเล็ก โดยหลักการทางานของ
จอแสดงผลแบบ LCD นน้ั จะใชว้ สั ดปุ ระเภทผลกึ เหลว (Liquid Crystal) มาใสไ่ วใ้ นผวิ ของ
กระจก ใช้หลักการปรับเปล่ียนโมเลกุลของผลึกเหลว เพ่อื ปิดกั้นแสงเมอื่ มีสนามไฟฟา้
เหนยี่ วนา ทาใหเ้ กดิ สขี น้ึ
ข้อดีของจอแสดงผลแบบ LCD ทเี่ หน็ ไดช้ ดั คอื จอ LCD จะประหยดั พลังงานมากกวา่ จอ
แบบ CRT
ข้อเสยี คอื จอ LCD คอื มมี มุ มองสาหรับการเห็นภาพคอ่ นขา้ งแคบ

Ratchadanate Surumpai

4. หนว่ ยแสดงผล (Output Unit)

4.1.3 จอภาพแบบ LED
จอแสดงผลแบบ LED ( Light-emitting-diod) ชื่อน้ีเปน็ ช่อื ทางการตลาด โดยช่ือ
จริงของเทคโนโลยนี ีค้ ือ OLED (Organic Light Emitting Devices) มหี ลักการทางานโดย
การนาหลอดLED มาเรยี งรายกันเป็นแถว โดยภาพต่างๆ จะเกิดขน้ึ จากการตดิ ดับของหลอด
LED ทาใหเ้ กิดภาพและสีทไ่ี ดช้ ดั เจนกว่าจอแสดงผลแบบอน่ื ๆ โดยจอแสดงผลแบบ LED น้ี
เปน็ เทคโนโลยีท่ีมาทดแทนและปิดจุดบกพร่องของจอแสดงผลแบบ LCD ซึง่ จอแบบ LED
นั้นจะไม่มขี อ้ จากดั ในเรอ่ื งของมมุ มอง และอัตราการตอบสนองของภาพที่ไวกวา่ แบบจอ
LCD นอกจากนัน้ จอแบบ LED ยังประหยดั ไฟฟ้าได้ดีกวา่ แบบ LCD

Ratchadanate Surumpai

4. หนว่ ยแสดงผล (Output Unit)

ทาหน้าทใี่ นการแสดงผลลพั ธ์ท่ไี ด้จากการคานวณ และประมวลผล สาหรบั อปุ กรณ์ทที่ า
หน้าทใ่ี นการแสดงผลข้อมูลน้ัน มดี ังตอ่ ไปนี้

4.2 Printer เคร่อื งพิมพ์
เป็นอุปกรณต์ อ่ พ่วงทจ่ี ะผลติ ข้อความและกราฟิกของเอกสาร มาในส่อื ทางกายภาพ
เช่น กระดาษหรอื แผ่นใส เครอ่ื งพมิ พ์ส่วนมากเปน็ อุปกรณต์ อ่ พว่ งท่วั ไปและเชอื่ มดว้ ยสาย
เคเบลิ เครอ่ื งพิมพ์ หรอื ในเครอ่ื งพมิ พร์ ่นุ ใหมจ่ ะเป็นสาย USB เคร่อื งพมิ พ์บางชนิดท่เี รียก
กนั วา่ เคร่ืองพมิ พ์เครอื ข่าย (Network Printer) Interface ทม่ี ักจะเป็น LAN ไรส้ ายและ
อนิ เทอร์เน็ต กินแบง่ ออกเป็น 4 ประเภท
4.2.1 เครอื่ งพิมพแ์ บบดอตแมทรกิ ซ์ (Dot - Matrix printer)
4.2.2 เคร่อื งพิมพ์แบบพน่ หมกึ (Inkjet printer)
4.2.3 เครอ่ื งพมิ พ์แบบเลเซอร์ (Laser printer)
4.2.4 เครอื่ งพิมพแ์ บบพล็อตเตอร์ (Plotter)

Ratchadanate Surumpai

4. หนว่ ยแสดงผล (Output Unit)

4.2.1 เคร่ืองพมิ พแ์ บบดอตแมทริกซ์ (Dot - Matrix printer)
การทางานของเคร่ืองพิมพ์ประเภทนคี้ ือจะใช้การสร้างจุดลงบนกระดาษ ซึ่งหัวพมิ พ์จะ
มีลกั ษณะเป็นหัวเข็ม เมอื่ ต้องการพมิ พร์ ูปทรงหรอื รปู ภาพใดๆ หวั เขม็ ท่ีอย่ใู นตาแหน่งตาม
รูปประกอบน้นั ๆจะย่ืนออกมามากกว่า และกระแทกกับผ้าหมกึ ลงกระดาษทใี่ ชพ้ มิ พ์ จะทา
ให้เกิดจุดมากมายประกอบกันเป็นรูป เคร่ืองพิมพ์ประเภทนี้เป็นทนี่ ิยมกนั อยา่ งมากเพราะมี
ราคาถกู และคุณภาพเหมาะสมกับราคา แตข่ ้อเสียคือเวลาสงั่ พิมพจ์ ะเกิดเสียงดงั พอสมควร
เคร่อื งพมิ พ์แบบดอตแมทริกซ์ ในปัจจบุ ันสว่ นใหญ่นิยมใชก้ ันมี 2 แบบ

1. เครือ่ งพมิ พแ์ บบ 9 เขม็
2. เคร่อื งพมิ พแ์ บบ 24 เข็ม

Ratchadanate Surumpai

4. หนว่ ยแสดงผล (Output Unit)

4.2.2 เครื่องพิมพแ์ บบพน่ หมกึ (Inkjet printer)
เป็นเครือ่ งพิมพท์ ที่ างานโดยการพน่ หมึกออกมาเปน็ หยดเลก็ ๆบนกระดาษ เมื่อตอ้ งการ
พมิ พร์ ปู ทรงหรือรปู ภาพเคร่อื งพมิ พจ์ ะทาการพ่นหมกึ ออกตามแต่ละจดุ ในตาแหนง่ ที่
เครอื่ งประมวลผลไว้ยงั แม่นยา ซง่ึ เครอ่ื งพมิ พ์แบบพน่ หมกึ จะมคี ุณภาพดกี ว่าเครื่องพมิ พ์
แบบ Dot Matrix โดยรปู ท่ีมคี วามซับซ้อนมากๆเคร่ืองพิมพ์แบบพ่นหมึกจะไดผ้ ลลพั ธ์ท่ี
ดกี วา่ ชดั เจนและคมชดั กว่า

Ratchadanate Surumpai

4. หน่วยแสดงผล (Output Unit)

4.2.3 เครือ่ งพิมพ์แบบเลเซอร์ (Laser printer)
เปน็ เครื่องพมิ พ์ท่ีใชเ้ ทคโนโลยีเดยี วกบั เคร่ืองถ่ายเอกสาร คือยงิ เลเซอร์ไปสรา้ งภาพบน
กระดาษในการสร้างรปู ภาพหรือตัวอักษร ซงึ่ ผลลัพธ์ทอ่ี อกมาจะมีคณุ ภาพสงู มาก และราคา
เคร่อื งพิมพก์ ็มีราคาสูงมากดว้ ยเช่นกนั เครือ่ งพิมพ์แบบเลเซอรจ์ ะทางานได้รวดเรว็ กว่า
เคร่ืองพิมพแ์ บบพน่ หมึก คณุ ภาพของผลลพั ธ์ท้ังดา้ นความคมชัดและรายละเอยี ดดีกว่าแบบ
พ่นหมกึ มาก

Ratchadanate Surumpai

4. หนว่ ยแสดงผล (Output Unit)

4.2.4 เครอื่ งพมิ พ์แบบพลอ็ ตเตอร์ (Plotter)
เป็นเครื่องพิมพแ์ บบทใี่ ช้ปากกาในการเขียนข้อมูลลงบนกระดาษ เครอ่ื งพมิ พ์ประเภทนี้
เหมาะกบั งานเขยี นแบบของวศิ วกรและสถาปนิก และเครื่องพิมพ์ประเภทนี้มรี าคาแพงทีส่ ุด
ในเครือ่ งพิมพ์ประเภทตา่ งๆ

Ratchadanate Surumpai

อ้างองิ
- จารวี ขาวเจรญิ , หน่ึงฤทยั ทัศมาลี, สุกัญญา
ไทรทอง. คอมพิวเตอรแ์ ละการบารงุ รกั ษา.—
นนทบรุ ี : บริษัท รตั นโรจนก์ ารพิมพ์ จากัด

20128 – 2101 รายวชิ างานบรกิ ารคอมพวิ เตอร์ Ratchadanate Surumpai

จบการนาเสนอ

Ratchadanate Surumpai


Click to View FlipBook Version