สถานที่ท่องเทีย่ วใน จังหวดั ยโสธร
จัดทำโดย
นายเจษฎา ทปี ะลา
ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 4/3 เลขท่ี 3
นำเสนอ
ครู สวุ ารยี ์ ย่ีภู่
โรงเรยี นกรรณสตู ศกึ ษาลยั
จังหวดั สุพรรณบุรี
สถานที่ท่องเทีย่ วใน จังหวดั ยโสธร
จัดทำโดย
นายเจษฎา ทปี ะลา
ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 4/3 เลขท่ี 3
นำเสนอ
ครู สวุ ารยี ์ ย่ีภู่
โรงเรยี นกรรณสตู ศกึ ษาลยั
จังหวดั สุพรรณบุรี
คำนำ
E-Book เล่มนมี้ เี นอื้ หาเก่ยี วกับแหลง่ ทีเ่ ทีย่ ว แหลง่ อาหารการ
กิน ในจังหวัดยโสธร ในประเทศไทย และจะได้เห็นเกย่ี วกบั
วฒั นธรรมและสถานทีเ่ ทีย่ วมากมายในใจกลางเมือง โดยรวบรวม
ข้อมูลเพือ่ ใหผ้ ้ทู ี่สนใจไดศ้ กึ ษาและเรยี นรู้เพิม่ เติม
โดยเป็นส่วนหนง่ึ ของรายวชิ า ง20242 ระดับช้ันมธั ยมศึกษา
ปีท่ี 4 ซงึ่ หวังเปน็ อยา่ งยง่ิ วา่ ผู้อา่ นจะได้รบั ประโยชน์ไม่มากกน็ อ้ ย
และขอบคณุ ทกุ ทา่ นทสี่ นใจ E-Book เลม่ นข้ี องเรา
นายเจษฎา ทปี ะลา
สารบญั หนา้
ก
เรื่อง ค
ปกนอก ค
ปกใน ง
คำนำ
สารบญั 1-5
ประวตั ิจังหวดั ยโสธร 6-7
การแตง่ กายและอาหาร 8-11
ศลิ ปะวัฒนธรรม /ประเพณี 12
ศาลเจา้ พอ่ หลกั เมอื ง เสาหลกั เมือง 3 หลัก 13
พพิ ธิ ภณั ฑพ์ ญาคนั คาก 14
วดั มหาธาตุ 15
พระอฐั ธาตุพระอานนท์ วดั มหาธาตุ 16
พระพุทธรูปหยกขาว วดั พระพุทธบาท 17
โบสถ์ครสิ บา้ นซง่ แย้ 18
ยา่ นเกา่ บา้ นสงิ หท์ า่ 19
พระธาตกุ อ่ งขา้ วนอ้ ย 20
แหลง่ โบราณสถานบ้านสงเปือย 21
ภูถำ้ พระ
หมูบ่ า้ นทำหมอนขิดบ้านศรฐี าน ยโสธร 22
สวนสาธารณะพญาแถน ยโสธร 23
หอไตรวดั สระไตรนุรกั ษ์ ยโสธร 24
ทงุ่ บัวแดง 25
ภาคผนวก 26
บรรณานกุ รม 27
1
ประวตั ิ จังหวัดยโสธร
เมอื งยโสธร เปน็ ดินแดนอนั อดุ มสมบรู ณร์ ิมฝั่งแม่นำ้ ชี ไดช้ ื่อวา่
เมืองบั้งไฟ เป็นดนิ แดนทม่ี ีอดตี อนั ลำ้ คา่ และยาวนานกวา่ 200 ปี
ยโสธรมีประวตั ิความเปน็ มาอนั ยาวนานเก่ยี วพันกับเมืองหนองบัว
ลมุ ภนู ครเขอ่ื นขัณฑก์ าบแกว้ บัวบาน และเกีย่ วพนั กบั เมืองอุบลฯ
ในเขตพืน้ ทีจ่ งั หวดั ยโสธร ไดพ้ บร่องรอยการต้งั ถิน่ ฐานของมนษุ ย์
จากยคุ ประวัตศิ าสตร์ตอ่ เนอื่ งกันมาจนถงึ ยคุ ปจั จบุ นั ชมุ ชนโบราณ
สว่ นใหญต่ ั้งอยใู่ นเขตทุ่งราบโลง่ หรอื บรเิ วณขอบชายทงุ่ ติดกบั
พ้นื ทโ่ี คกและปา่ ไดแ้ ก่ ชุมชนโบราณชายขอบท่งุ กลุ ารอ้ งไห้ ในเขต
อำเภอมหาชนะชัยและอำเภอค้อวงั เช่น ชุมชนโบราณท่บี ้านหวั
เมือง บา้ นคูเมอื ง บ้านคสู องชัน้ ในเขตอำเภอมหาชนะชยั ชุมชน
โบราณบา้ นนำ้ ออ้ ม บ้านโพนแพง บา้ นหมากมาย บา้ นแข้ บ้าน
โพนเมอื ง ในเขตอำเภอคอ้ วัง ประมาณปพี .ศ.2314 พระเจ้าตา เจ้า
พระวอ-เสนาบดีเกา่ นครเวยี งจนั ทน์ อพยพครอบครวั และบรวิ าร
หนีมาเพอื่ ตงั้ รกรากใหม่ เนื่องจากไมพ่ อใจเจา้ นครคนใหม่ โดยใช้
ชื่อเมอื งใหมว่ า่ เมอื งหนองบวั ลมุ ภู ขณะเดียวกนั พระเจ้าศริ บิ ญุ สาร
ซ่ึงเป็นเจา้ นครเวยี งจนั ทนอ์ ยู่เกดิ หวาดระแวงจึงยกกองทัพจากนคร
เวยี งจันทน์ มาปราบปราม พระเจา้ ตาถกู ขา้ ศกึ ยิงด้วยอาวุธปืน
และฟนั ด้วยดาบจนถงึ แก่พริ าลยั ในท่รี บ เจา้ พระวอ เจ้าคำผง และ
2
เจา้ ฝา่ ยหนา้ ผเู้ ปน็ น้องท้งั 2 ของเจา้ พระวอ อีกทง้ั เจา้ ก่ำ เจา้ ทิด
พรมได้ยกทัพฝา่ หนีออกจากเมอื งหนองบัวลมุ ภไู ปพึ่งพาเจา้ นคร
จำปาศกั ด์ิ ขบวนทพั ของเจา้ พระวอได้เดินทางตามลมุ่ นำ้ ชมี าพกั กบั
เจ้าคำสผู ู้ปกครองบา้ นสงิ หท์ า่ (ปจั จุบนั คือ จังหวดั ยโสธร)
ภายหลงั ต่อมาเจา้ พระวอ-ดำรวิ า่ หากอย่กู บั เจา้ คำสแู ลว้ ถ้า
เวยี งจนั ทนย์ กทัพมากจ็ ะเปน็ การลำบาก และจะเกดิ ศึกสงครามกนั
ต่อไป เมอื่ ประชุมตกลงกนั แลว้ จงึ ไดพ้ าไพรพ่ ลอพยพลงไปตามลำ
น้ำมลู และสรา้ งเมอื งใหม่ที่ดอนวงั กองเขตนครจำปาศกั ด์ิ ตาม
รับสง่ั ของพระเจา้ องค์หลวงเจา้ นคร-จำปาศกั ดิ์ โดยเจา้ พระวอให้
ขุดคูสรา้ งคา่ ยขึน้ เรียกวา่ คา่ ยบ้านด่บู า้ นแก
พ.ศ. 2354 เจา้ พระยาพชิ ัยราชขัตตยิ วงศาถงึ แกพ่ ริ าลยั
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หลา้ นภาลยั โปรดใหเ้ จา้ หนู หลานเจา้
นครจำปาศักด์ิ ครองนครจำปาศกั ดิส์ บื ไป ฝา่ ยเจา้ ราชวงศส์ งิ ห์
บุตรเจา้ พระยาพิชยั ราชขัตติยวงศา กลบั มาอยู่บา้ นเดิมคือบ้านสงิ ห์
ทา่ และได้นำเอาอัฐิของเจา้ พระยาพิชยั ราชขตั ติยวงศา กลบั มา
ด้วย แนะนำมากอ่ เจดยี บ์ รรจไุ วท้ ี่วดั มหาธาตุ ใกลก้ บั พระธาตุพระ
อานนทซ์ ึ่งยังปรากฏอยู่จนปจั จบุ นั
พ.ศ. 2357 พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หลา้ นภาลยั ได้
ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้ยกบา้ นสงิ ห์ท่าขึ้นเปน็ เมืองและ
พระราชทานนามวา่ เมอื งยศสุนทร ให้เจา้ ราชวงศ์สิงหเ์ ป็นเจา้
3
ครองเมอื งมรี าชทนิ นามวา่ พระสนุ ทรราชวงศา เปน็ เจา้ เมอื งคนแรก
ของเมอื งยโสธร คำวา่ ยศสุนทร ตอ่ มากลายเปน็ ยะโสธรมคี วาม
หมาวา่ ทรงไวซ้ ง่ึ ยศ แตก่ ารเขียนหรอื การเรียกสน้ั ๆ วา่ ยะโส ไม่
เปน็ ทไี่ พเราะหแู ละไมเ่ ป็นมงคลนาม ร.ต.ท.พวง ศรบี ญุ ลือ
นายอำเภอยะโสธร (พ.ศ. 2500 – 2513) ได้มีหนงั สือขอใหเ้ ขยี น
ชื่อเสยี ใหม่เปน็ “ยโสธร”และไดร้ บั อนญุ าตจากกระทรวงมหาดไทย
โดยความเห็นชอบของราชบณั ฑิตยสถานใหเ้ ปล่ยี นได้ และใช้มาจน
บัดน้ี ในรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ เจา้ อย่หู วั เมือ่ เกดิ ศกึ
เจ้าอนวุ งศเ์ วียงจันทน์ เมืองยโสธรก็ไดร้ บั เกณฑเ์ ขา้ รว่ มศกึ ครั้งนี้
ดว้ ยได้ชัยชนะ ได้รบั พระราชทานเชลยเมืองเวียงจนั ทน์ 500
ครอบครัว และพระราชทานปนื ใหญ่ไว้สำหรบั เมืองหนง่ึ กระบอก
ช่ือว่า ปืนนางปอ้ ง ยงั ปรากฏอย่ทู ี่ศาลหลกั เมอื งยโสธรมาจนถงึ
ปจั จบุ นั เม่อื พระสนุ ทรราชวงศาเหน็ ไดเ้ ป็นเจ้าเมอื งแล้ว ได้นำศิลา
จากบ้านแกง้ หินโงมมาสร้างพระพทุ ธบาทจำลอง แล้วสรา้ งวดั ปา่
อัมพวนั และวดั กลางศรีไตรภูมไิ วเ้ ป็นวดั คูเ่ มอื ง
ในรัชสมัยพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยู่หวั เมื่อปี
พ.ศ. 2417 ไดเ้ กดิ ศกึ ฮอ่ ยกกำลังมาตีเมืองหนองคาย เมืองยโสธร
ถูกเกณฑ์ให้ยกกำลังไปสมทบ กองทพั จากกรงุ เทพ ฯ เป็นจำนวน
500 คน ตอ่ มาเมอ่ื ปี พ.ศ. 2426 พวกฮ่อไดย้ กกำลงั มาตงั้ อยู่ทท่ี งุ่
เชียงคำ เมอื งยโสธรไดร้ บั เกณฑใ์ หเ้ อากำลงั ช้างมา้ โคตา่ งๆ ไปเปน็
4
พาหนะบรรทุกเสบียงไปเลยี้ งกองทพั พ.ศ. 2433 สมยั รัชกาลท่ี 5
ได้มีการจดั รปู การปกครองใหม่ หวั เมืองอีสานช้ันเอก โท ตรีและ
จัตวา ถกู รวมเขา้ ด้วยกนั เรยี กวา่ กอง สำหรับเมืองยโสธรถกู
รวมเขา้ อยู่ในหัวเมอื งฝา่ ยตะวนั ออกเฉยี งเหนอื มขี า้ หลวงตั้งกองวา่
ราชการอยู่ท่ีเมืองอุบล ประกอบดว้ ยหวั เมอื ง 12 หวั เมืองคือ
อบุ ลราชธานี กาฬสนิ ธุ์ สวุ รรณภูมิ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ภูแลน่
ช้าง กมลาไสย เขมราฐ นองสองคอนดอนดง ยโสธร และศรีสะเกษ
ซง่ึ ข้ึนตรงตอ่ กรุงเทพฯ
ในปี พ.ศ. 2436 เกิดกรณีพพิ าทระหว่างไทยกบั ฝรั่งเศส
ฝรั่งเศสไดย้ กกำลงั จากเมอื งญวนมาตีเมอื งสมโบกของไทย เมือง
ยโสธรได้ถูกเกณฑใ์ ห้ไปชว่ ยรกั ษาเขตแดน โดยนำกำลงั ไปสมทบ
กองทพั จากกรุงเทพฯ สามกองทพั กองทัพละ 1,000 คน
พ.ศ. 2443 ไดย้ ุบเลิกมณฑลอีสาน เมืองยโสธรได้รวมเขา้
กับเมอื งอบุ ล โดยแยกออกเป็น 2 อำเภอ คอื อำเภออทุ ัยยโสธร
ภายหลงั เป็นอำเภอคำเข่อื นแก้ว และอำเภอประจมิ ยโสธร
ภายหลงั เปน็ อำเภอยโสธร
ในปี พ.ศ. 2456 ไดเ้ ปล่ยี นช่ืออำเภออุทยั ยโสธร เปน็ อำเภอ
คำเขอ่ื นแกว้ เปลยี่ นชอื่ อำเภอปจมิ ยโสธร เปน็ อำเภอยโสธร เมอื ง
ยโสธร จึงลดฐานะจากเมืองมาเป็นอำเภอ ตั้งแต่น้นั เปน็ ตน้ มา
5
พ.ศ. 2494 กระทรวงมหาดไทยไดร้ เิ ริ่มขอตงั้ อำเภอยโสธร
ข้ึนเป็นจงั หวดั จนกระทั่งถงึ วันท่ี 6 กมุ ภาพนั ธ์ 2515 จงึ ไดม้ ี
ประกาศ คณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ที่ 70 ตงั้ อำเภอยโสธรขึน้ เปน็ จังหวัด
ยโสธร โดยมีผลบังคับใช้ต้ังแต่วันที่ 1 มนี าคม 2515 โดยแยก
อำเภอยโสธร อำเภอกุดชมุ อำเภอเลงิ นกทาอำเภอคำเข่ือนแกว้
อำเภอมหาชนะชยั อำเภอปา่ ต้ิว และ ของจังหวัดอบุ ลราชธานี
รวมกันเป็นจงั หวดั ยโสธร จังหวัดท่ี 71 ของประเทศไทย
กำหนดการจดั งาน วันที่ 13-15 พฤษภาคม 2554
วนั ท่ี 13 พฤษภาคม 2554 ชมการประกวดกองเชียร์
วนั ท่ี 14 พฤษภาคม 2554 ชมการประกวดขบวนรำเซ้ิง และ บัง้ ไฟ
สวยงาม
วันที่ 15 พฤษภาคม 2554 ชมการจดุ บัง้ ไฟ ณ ฐานจุดบ้ังไฟ
สวนสาธารณะพญาแถน
คำขวัญจังหวดั ยโสธร
คำขวัญประจำจงั หวัด: เมอื งบัง้ ไฟโก้ แตงโมหวาน หมอนขวาน
ผ้าขดิ แหลง่ ผลติ ขา้ วหอมมะลิ
6
การแต่งกายและอาหาร
ยโสธรผา้ พน้ื เมอื งภไู ทห้องแซง เอกลกั ษณอ์ นั โดดเด่นสายใยแห่ง
ภูมิปญั ญาวฒั นธรรมผา้ พนื้ เมืองภไู ทหอ้ งแซง สายใยแหง่ ภูมิปัญญา
วฒั นธรรม อนั แฝงไปดว้ ยมนตเ์ สนหผ์ ้าภไู ทห้องแซงอ.เลิงนกทา
จงั หวดั ยโสธร ลายตามอ่ ง เอกลกั ษณ์อนั โดดเดน่ แฝงดว้ ยมนต์
เสนห์แห่งอตั ลกั ษณ์ผ้าพ้ืนเมืองภูไท บา้ นหอ้ งแซง ต.หอ้ งแซง อ.เลิง
นกทา จงั หวัดยโสธร ชุมชมท่ีมีความพิเศษแตง่ ตา่ งจากท่ีอื่นๆ นน้ั ก็
คอื การอนรุ กั ษส์ บื สานฟื้นฟู วัฒนธรรมเอาไว้อย่างดียง่ิ ชนเผา่ ภไู ท
ห้องแซงมเี อกลักษณ์ที่โดดเด่น คอื การทอผ้ามดั หมีภ่ ไู ทโดยเฉพาะ
การแต่งกาย คนในชมุ ชนแหง่ น้จี ะแต่งกายดว้ ยผา้ มัดหมีภ่ ไู ทมนต์
เสนหอ์ นั เปน็ อตั ลกั ษณข์ องผา้ พ้ืนเมอื งภูไท คอื จะเปน็ ผ้าย้อมคราม
สีกรมทา่ จะมผี า้ มดั หมหี่ รอื ผา้ ตาโม่ เป็นเอกลกั ษณด์ ว้ ยการนำมา
พาดท่ไี หล่ซ้าย หรือ ทำเปน็ ลายตามอ่ งแซมบนกระเปา๋ แขนเสื้อ
ชายเสื้อ และ ปกเสือ้ นอกจากนน้ั จากภูมปิ ญั ญาของชาวบ้านห้อง
แซง กไ็ ดน้ ำลวดลายตามอ่ ง มาทำเป็นของทรี่ ะลึก ไมว่ า่ จะเป็น
พวงกญุ แจ หมอน ย่าม กระเป๋ายา่ ม ผา้ ถงุ ผา้ พันคอ ผ้าคลมุ่ ไหล่
ผ้าคาดเอว ตกุ๊ ตา ทีค่ าดผม และ มาลยั กร ซงึ่ ปัจจบุ นั กระเปา๋ ย่าม
เปน็ ทีน่ ิยมอย่างมาก เนอื่ งจากความโดดเด่นอนั เป็นเอกลักษณ์
เฉพาะของลวดลายตาม่อง ที่สระสวย เป็นทส่ี ะดจุ ตาอยา่ งมาก ใน
7
สว่ นของลายผา้ ภูไท ของห้องแซงนั้น มีหลากหลาย ไมว่ า่ จะเปน็
ลายพญานาค (นาคขอ) ลายท่ีเกิดจากความเชอื่ ในประเพณี และ
วัฒนธรรม ลายจะเป็นรปู คลา้ ยหวั พญานาค ลายดอกแกว้ เปน็ ลาย
ท่คี นสมัยก่อนตงั้ ชอื่ ลายตามธรรมชาตทิ ีอ่ ยรู่ อบตวั และดอกไม้ทม่ี ี
กลิ่นหอม ลายคมห้า เป็นลายหลักของผ้าหมดั หมีภ่ ไู ทหอ้ งแซง
นอกจากน้ันยงั มลี ายมะจับ ลายดอกแค ลายนาคงอยเครอื ลาย
ดอกพกิ ุล ลายตน้ สน ลายแมงมุม ลายขนมตัด ฯลฯภไู ทหอ้ งแซง
เป็นหมู่บา้ นชนเผา่ ภไู ท อพยพจากฝงั่ ซา้ ยแม่นำ้ โขง จากเมอื งเซ
โปนและเมอื งพนิ เมืองในแขวงสะหวนั นะเขต เมื่อปี 2392 มาตั้ง
ถ่ินฐานทำมาหากิน บริเวณบ้านหอ้ งคลองปจั จบุ ัน ตอ่ มามีพราน
บุญได้ตามล่าแรดผ่านมาดงมาหวา้ และไดต้ ง้ั ถิ่นฐานทำมาหากินท่ี
ดงปา่ อ้องหญา่ แซง” และได้ตัง้ ช่ือวา่ ฮอ่ งแซง และเรยี กผดิ ไปจาก
เดมิ เปน็ บ้านห้องแซง จนถึงปัจจุบนั ประชากรบ้านห้องแซง
ประกอบอาชีพหลักคอื การทำนามีอาชพี เสริม คือการทอผ้า ตดั เย็บ
ผ้า เลย้ี งสัตว์ และจกั สาน
8
ศลิ ปะวฒั นธรรม /ประเพณี
งานประเพณบี ญุ บงั้ ไฟ มขี ้นึ ในวนั เสาร์-อาทติ ย์ที่ 2 ของเดอื น
พฤษภาคม ของทกุ ปี ณ สวนสาธารณะพญาแถน โดยแต่เดิมมี
วัตถุประสงค์เพอ่ื มงุ่ แสดงออกถึงความสามคั คีของหมคู่ ณะ และมี
ความเช่ือวา่ เมอื่ จดั งานน้ีแล้ว เทพยดาและส่งิ ศกั ดส์ิ ทิ ธ์ิทงั้ หลายจะ
ดลบันดาลใหม้ ฝี นตกถกู ตอ้ งตามฤดกู าล ทำให้พชื พนั ธุ์ธัญญาหาร
อุดมสมบรู ณ์ บัง้ ไฟแตล่ ะอนั ท่ีมาเข้าขบวนแห่ จะถูกตกแตง่ ประดบั
ประดาอย่างสวยงามดว้ ยลวดลายไทยสที อง เลา่ กันวา่ ศิลปะการ
ตกแตง่ บ้ังไฟนี้ นายช่างจะต้องสับและตดั ลวดลายต่างๆ นไี้ วเ้ ป็น
เวลาแรมเดอื น แลว้ จึงนำมาทากาวตดิ กับลกู บง้ั ไฟ สว่ นหัวบั้งไฟนัน้
จะทำเป็นรูปตา่ งๆ สว่ นมากนิยมทำเปน็ รูปหวั พญานาคอา้ ปากแลบ
ลน้ิ พน่ นำ้ ได้ บ้างก็ทำเปน็ รปู อืน่ ๆ แตก่ ม็ คี วามหมายเขา้ กับตำนาน
ในการขอฝนทั้งสน้ิ ตัวบั้งไฟน้ันจะนำมาต้ังบนฐาน ใชร้ ถหรือ
เกวียนเป็นพาหนะนำมาเดินแหต่ ามประเพณี บงั้ ไฟทจ่ี ดั ทำมีหลาย
ชนดิ คอื มีทัง้ บ้งั ไฟกโิ ล บ้งั ไฟหม่นื และบ้งั ไฟแสน บง้ั ไฟกิโลนัน้
หมายถงึ นำ้ หนักของดนิ ประสวิ 1 กโิ ลกรมั บั้งไฟหมื่นก็ใช้ดนิ ประ
สิว 12 กโิ ลกรมั บง้ั ไฟแสนกใ็ ช้ดินประสิว 120 กิโลกรมั เมอื่ ตกลง
กันวา่ จะทำบง้ั ไฟขนาดไหนก็หาชา่ งมาทำ หรอื ทม่ี ีฝมี อื ก็ทำกันเอง
ชา่ งที่ทำบ้ังไฟนัน้ สำคัญมาก ชา่ งจะต้องเปน็ ผมู้ ฝี มี อื ในการคำนวณ
9
ผสมดนิ ประสวิ กบั ถา่ นไม้ เพราะถา้ ไม่ถกู สตู รบัง้ ไฟกจ็ ะแตก คอื ไม่
ขึน้ สทู่ ้องฟา้ สำหรบั ไมท้ ่ีจะทำเปน็ เสาบงั้ ไฟนั้น ตอ้ งมีไม้ไผท่ มี่ ลี ำ
ปล้องตรงกนั เสมอกนั จะตดั เอาแต่ทีโ่ คนต้น เพราะมีความหนา
และเหนียว ความยาวนน้ั แลว้ แตจ่ ะตกลงกนั ในวนั รุง่ ข้นึ เป็นการจดุ
บั้งไฟ จะมกี ารแบกบงั้ ไฟไปยงั ฐานยงิ ในทโี่ ลง่ ถา้ บง้ั ไฟของใครจดุ
แล้วยงิ ไม่ขึน้ คนทำจะถกู จับโยนลงในโคลน ซ่ึงเปน็ ธรรมเนียม
ปฏบิ ตั ิกนั มา สถานท่ี : ณ บริเวณสวนสาธารณะพญาแถน อำเภอ
เมอื ง จงั หวัดยโสธรงานประเพณบี ุญบง้ั ไฟ เป็นงานประเพณี
ท้องถ่นิ ของชาวอสี าน ที่เก่ยี วข้องกบั วถิ ชี ีวติ และ ความเช่ือทาง
ศาสนาของชาวอสี านมาชา้ นาน โดยเช่ือวา่ เม่ือเขา้ สฤู่ ดกู าลปกั ดำ
ทำนา จะตอ้ งจุดบง้ั ไฟขึ้นไปบูชาพญาแถนบนฟากฟา้ เพือ่ ขอให้
พญาแถน ซ่ึงได้ชอื่ ว่าเป็นเทพแห่งฝน ไดด้ ลบนั ดาลใหฝ้ นตกตอ้ ง
ตามฤดกู าล เพื่อให้สรรพสงิ่ บนผืนโลกได้ดำเนนิ วถี ีชวี ติ ไปตาม
ครรลองท่คี วรจะเป็น โดยเฉพาะผคู้ นบนผนื ดินอสี าน ท่มี ีวถิ ชี ีวติ
ผกู พนั กบั การทำใร่ทำนามาชา้ นาน ตอ้ งอาศยั ขา้ วและพืชผล
ทางการเกษตรในการหลอ่ เลี้ยง ดำรงชีวิตมาโดยตลอด น้ำฝนจาก
ฟา้ จงึ มคี วามสำคญั เปน็ อย่างย่งิ พิธกี รรมอันศกั ดสิ์ ทิ ธ์ิ คืองาน
ประเพณีแห่ และจุดบัง้ ไฟจึงถกู สรา้ งสรรคข์ นึ้ มาเพอื่ เปน็ ความหวงั
และกำลังใจ ของชาวอสี านมาโดยตลอด งานประเพณบี ุญบัง้ ไฟ
จงั หวัดยโสธรจดั ณ สวนสาธารณะพญาแถน และเขตเทศบาลเมือง
10
ยโสธร ประเพณบี ญุ บ้งั ไฟ หรอื บญุ เดอื นหก จดั ข้ึนเปน็ ประจำปที กุ
ปี ในช่วงอาทิตย์ที่ 2 ของเดอื นพฤษภาคม ก่อนทจ่ี ะถึงฤดลู งมอื ทำ
นา ทำไมงานบญุ บ้ังไฟของชาวยโสธรถึงนา่ สนใจ เนอ่ื งจากบุญบ้งั
ไฟของชาวยโสธรเป็นบญุ บง้ั ไฟนานาชาตโิ ดยมีบง้ั ไฟจากประเทศ
ญี่ปนุ่ และประเทศเพ่ือนบ้านมาร่วมงานทกุ ปี ท่มี ชี อ่ื เสียงไปทัว่
โลก และดึงดดู ชาวต่างชาตเิ ขา้ มาเทย่ี วชมจำนวนมาก มีการ
ประกวดแห่เซิง้ บงั้ ไฟ บั้งไฟสวยงาม ประกวดกองเชยี ร์ การ
ประกวดธดิ าบงั้ ไฟโก้ ฯลฯ ประเพณบี ุญบง้ั ไฟตามตำนานเล่าว่า
เมอื่ คร้ังพระพทุ ธเจา้ ถอื ชาติกำเนดิ เป็นพญาคางคก ไดอ้ าศัยอยใู่ ต้
รม่ โพธิใ์ หญใ่ นเมืองพนั ทมุ วดี ดว้ ยเหตุใดไมแ่ จง้ พญาแถนเทพเจ้า
แห่งฝนโกรธเคืองโลกมนษุ ยม์ าก จึงแกล้งไมใ่ หฝ้ นตกนานถงึ ๗
เดือน ทำใหเ้ กดิ ความลำบากยากแค้นอยา่ งแสนสาหสั แกม่ วลมนุษย์
สัตว์และพืช จนกระทั่งพากนั ลม้ ตายเปน็ จำนวนมาก พวกทีแ่ ขง็ แรง
กร็ อดตายและไดพ้ ากันมารวมกลุ่มใตต้ ้นโพธใ์ิ หญก่ ับพญาคางคก
สรรพสตั ว์ท้ังหลายจึงไดห้ ารอื กนั เพอ่ื จะหาวิธีการปราบพญาแถน
ที่ประชมุ ได้ตกลงกนั ใหพ้ ญานาคียกทัพไปรบกบั พญาแถน แตก่ ็ตอ้ ง
พา่ ยแพ้ จากนั้นจงึ ใหพ้ ญาตอ่ แตนยกทัพไปปราบแต่กต็ อ้ งพ่ายแพ้
อกี เชน่ กนั ทำให้พวกสรรพสตั ว์ทง้ั หลายเกดิ ความท้อถอย หมด
กำลงั ใจและสิ้นหวงั ได้แตร่ อวนั ตาย ในทส่ี ดุ พญาคางคกจึงขอ
อาสาทจ่ี ะไปรบกบั พญาแถน จึงไดว้ างแผนในการรบโดยปลวก
11
ท้ังหลายก่อจอมปลวกขึ้นไปจนถงึ เมืองพญาแถน เพื่อเปน็ เส้นทาง
ใหบ้ รรดาสรรพสตั ว์ทั้งหลายไดเ้ ดนิ ทางไปสู่เมอื งพญาแถน ซ่ึงมี
มอด แมลงป่อง ตะขาบ สำหรบั มอดไดร้ ับหน้าทใี่ ห้ทำการกดั เจาะ
ด้ามอาวธุ ทีท่ ำดว้ ยไม้ทุกชนิด ส่วนแมลงปอ่ งและตะขาบใหซ้ อ่ นตวั
อยูต่ ามกองฟนื ที่ใชห้ ุงตม้ อาหาร และอยตู่ ามเส้อื ผ้าของไพร่พล
พญาแถนทำหนา้ ท่ีกัดตอ่ ย หลงั จากวางแผนเรียบร้อย กองทพั พญา
คางคกกเ็ ดินทางเพื่อปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีการรบ มอดทำหนา้ ที่กัดเจาะ
ดา้ มอาวธุ แมลงป่องและตะขาบกัดตอ่ ยไพร่พลของพญาแถนจน
เจ็บปวด ร้องระงมจนกองทพั ระส่ำระสาย ในทส่ี ดุ พญาแถนจงึ ได้
ยอมแพ้และตกลงทำสัญญาสงบศกึ กบั พญาคางคก ดังนี้
1. ถา้ มวลมนษุ ยจ์ ุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟา้ เมื่อใด ให้พญาแถนส่ังให้ฝน
ตกในโลกมนุษย์
2. ถา้ ได้ยินเสยี งกบ เขียดรอ้ ง ใหร้ บั รวู้ า่ ฝนไดต้ กลงมาแลว้
3. ถา้ ไดย้ นิ เสียงสนู (เสียงธนูหวายของวา่ ว) หรือเสียงโหวด ใหฝ้ น
หยดุ ตกเพราะจะเขา้ สูฤ่ ดูเกบ็ เก่ียวขา้ ว หลังจากท่ไี ด้สญั ญากันแล้ว
พญาแถนจึงได้ถกู ปล่อยตวั ไปและไดป้ ฏิบตั ิตามสญั ญามาจนบัดนี้
12
สถานท่ที ่องเทยี่ ว ในจังหวดั ยโสธร
1.ศาลเจา้ พอ่ หลกั เมือง เสาหลกั เมือง 3 หลกั ทีเ่ ดียวในประเทศ
ไทย
ศาลเจา้ พ่อหลกั เมอื งยโสธร ต้งั อยยู่ า่ นเมืองเกา่ บา้ นสงิ หท์ า่ ซง่ึ
เปน็ ยา่ นการค้าทส่ี ำคัญในอดีตของเมืองยโสธร มคี วามโดดเดน่ ใน
เร่อื งของสถาปัตยกรรม โดยผสมผสานศิลปะของ 3 วฒั นธรรม คอื
จนี ไทย ลาว นอกจาก ความพิเศษของสถาปัตยกรรมแลว้ สิง่ ท่ี
พเิ ศษอีกอยา่ งหนงึ่ คอื ศาลเจ้าพอ่ หลกั เมือง ยโสธร มเี สาหลกั เมือง
ถงึ 3 เสา ท่ีเดียวในประเทศไทย เสาตน้ ใหญต่ รงกลางคือเสาหลกั
เมอื ง สว่ นเสาทอี่ ยูซ่ า้ ยขวา คือ ทส่ี งิ สถิตยข์ องผี พระละงุมและผี
พระละงำ ผ้ปู กปกั ษร์ กั ษาหลกั เมืองแหง่ นี้ ดา้ นหนา้ ของ
ศาลหลักเมอื ง มปี นื นางป้อง ซ่ึงเปน็ ปนื ทไ่ี ดร้ ับพระราชทานจาก
รชั กาลท่ี 4 สำหรบั ไวร้ กั ษาเมอื งต้ังอยู่
13
2.พิพิธภัณฑพ์ ญาคันคาก อาคารรูปทรงคางคกทใ่ี หญท่ ส่ี ุดใน
ประเทศไทย
พิพธิ ภณั ฑพ์ ญาคนั คาก หรือ พิพธิ ภณั ฑ์คางคก แลนดม์ าร์คท่ี
โดดเด่นแปลกตาของจงั หวัดยโสธร ตั้งอยรู่ ิมอา่ งเกบ็ นำ้ ลำทวน
อำเภอเมอื ง บรเิ วณสวนสาธารณะพญาแถน เปน็ พิพธิ ภัณฑ์ที่
สอดแทรกตำนานเร่อื งเล่าพ้นื เมืองของชาวอสี าน เกี่ยวกบั ตำนาน
พญาคางคกและประเพณีบุญบั้งไฟอนั โด่งดงั ตวั อาคารถูกออกแบบ
ให้เปน็ รูปคางคกขนาดยักษ์โดยมนี ทิ รรศการภายในบอกเรอ่ื ง
เก่ยี วกับทมี่ าของบ้งั ไฟ โดยจดั ฉายเป็นภาพยนตร์ 4 มิติ และ
นิทรรศการเกย่ี วกับคางคกชนิดตา่ ง ๆ ทพี่ บไดใ้ นเมืองไทยทมี่ อี ยู่
กว่า 20 ชนิด และมกี ารรวบรวมของดีทางดา้ นเกษตรกรรม ของ
เมอื งยโสธรไว้ภายในพิพิธภณั ฑ์ รวมถึงเกลด็ เล็กเกล็ดนอ้ ยของ
จังหวดั ยโสธร
14
3.วัดมหาธาตุ
วัดมหาธาตุ เปน็ วดั ค่บู า้ นค่เู มืองยโสธรมาต้ังแต่แรกสรา้ งเมอื ง
ต้ังอยูภ่ ายในเขตเทศบาลเมอื ง มี โบราณสถานและโบราณวัตถุที่
สำคญั ในวดั คอื พระพุทธบษุ ยรตั น์ หรือพระแก้วหยดนำ้ คา้ ง พระ
ธาตุอานนท์ และหอไตรโบราณกลางน้ำ วัดมหาธาตมุ ี 2 สงิ่ หนง่ึ
เดียวในประเทศไทยดังนี้
15
4.พระอานนท์ หนึ่งเดยี วในประเทศไทย วดั มหาธาตุ
พระธาตุอานนท์ ตั้งอย่ใู น วดั มหาธาตุ พระธาตเุ กา่ แก่ทสี่ ำคญั
องคห์ นง่ึ ในภาคอสี าน การกอ่ สรา้ งได้รับอทิ ธพิ ลศลิ ปะลาวทน่ี ยิ ม
สร้างขนึ้ เมื่อปลายสมัยกรุง ศรอี ยธุ ยาถึง ตน้ รตั นโกสนิ ทร์ เจดยี ม์ ี
ลกั ษณะเป็นทรงส่เี หลย่ี ม สว่ นยอดคลา้ ยพระธาตุพนม ภายใน
บรรจุอัฐิของพระอานนท์ ซ่งึ มที เ่ี ดยี วในประเทศไทย และเปน็ 1 ใน
2 ท่ีในโลก คอื อนิ เดีย กับประเทศไทย พระอานนท์ คอื พระอนุชา
ของพระพุทธเจา้ ซ่งึ ไดร้ บั การยกยอ่ งวา่ เปน็ ผู้มีสตปิ ญั ญาความ
จำเป็นเลิศ คนสว่ นใหญจ่ งึ นยิ มมากราบไหว้พระธาตุอานนท์เพ่อื ขอ
พรในด้านความมสี ติปญั ญาและหายจากอาการเจ็บปว่ ยตา่ งๆ
16
5.พระพทุ ธรปู หยกขาว ทใ่ี หญ่ทส่ี ุดในประเทศไทย วดั พระพุทธ
บาท
วัดพระพุทธบาท ยโสธร ตั้งอยู่ที่ บา้ นหนอกยาง ต.หวั เมอื ง
อ.มหาชัย จ.ยโสธร โบราณสถานสำคัญทม่ี ปี ระวัตคิ วามเป็นมา
ยาวนาน ต้ังอย่บู นเนนิ ทรายริมฝง่ั แม่นำ้ ชีทศั นียภาพสวยงามสงบ
รม่ เยน็ วัดพระพุทธบาทยโสธรแหง่ นป้ี ระดิษฐานรอยพระพุทธบาท
นบั เป็น โบราณสถานอนั ลำ้ คา่ ของจงั หวดั ภายในวดั โดดเด่นด้วย
พระอุโบสถสขี าวหลังคาสีนำ้ เงนิ มคี วามงดงามตามแบบ
ศิลปะประยุกต์ ทง้ั การออกแบบรวั้ และระเบยี งทม่ี ีลวดลายปนู ป้ันท่ี
ดูแปลกตา ภายในประดษิ ฐานพระประธานทเ่ี จยี ระไน จากหยก
ขาวขนาดหนา้ ตกั กวา้ ง 2.31เมตร สงู 3.7 เมตร ซ่งึ ถอื เป็น
พระพุทธรปู หยกขาวใหญ่ทส่ี ุดในประเทศไทย
17
6.โบสถ์คริสบา้ นซ่งแย้ โบสถไ์ ม้ที่ใหญ่ท่สี ุดในประเทศไทย
โบสถค์ ริสตบ์ ้านซง่ แย้ ต้งั อยูท่ ี่ อำเภอไทยเจรญิ จงั หวดั
ยโสธร เปน็ โบสถไ์ ม้ ของคริสต์ศาสนาทมี่ ี ขนาดใหญ่ทสี่ ดุ ใน
ประเทศไทยและมอี ายถุ ึง 100 ปี โบสถ์คริสตบ์ า้ นซง่ แย้ มีชอ่ื เตม็ ๆ
ว่า “วดั อคั รเทวดามคี าแอล” ที่มีโบสถไ์ ม้หลงั ใหญ่ตงั้ อยูอ่ ยา่ งโดด
เดน่ เป็นสงา่ ซง่ึ ทงั้ หมจากพลังแหง่ ศรทั ธาอนั แรงกล้าของครสิ ต์ชน
ท่ีได้รว่ มแรงรว่ มใจกนั สรา้ งโบสถไ์ ม้ขนาดใหญท่ สี่ ุดนนั้ ในปจั จบุ นั
โบสถแ์ หง่ นสี้ ามารถบรรจคุ นไดม้ ากกว่า 500 คน โบสถแ์ ห่งน้เี ป็น
โบสถ์ครสิ ตน์ กิ ายโรมนั คาทอลิคทสี่ งบ และงดงาม
18
7.ยา่ นเกา่ บา้ นสงิ ห์ทา่
บา้ นสงิ ห์ทา่ ตง้ั อยูใ่ นอำเภอเมอื ง จงั หวัดยโสธร เปน็ ย่าน
การค้าตงั้ แต่สมัยโบราณและได้เจรญิ ขนึ้ เมือ่ สมัยฝร่งั เศสเข้ามามี
อิทธิพลมาก ในภมู ิภาคนใ้ี นชว่ งนน้ั เองผทู้ มี่ ีฐานะดี มกี ารนำเขา้
ชา่ งฝมี ือจากเวียดนามจำนวนมากเขา้ มาสร้างบา้ นเรอื น ทำให้
บ้านเรอื นมรี ูปแบบ ศลิ ปกรรมแบบจนี ผสมยุโรปทง่ี ดงาม ปจั จบุ นั
ยังคงเหลือให้เห็นบนสองข้างทาง ถนนศรสี ุนทร นครทุม อทุ ยั ราม
ฤทธิ์ และวิทยะธำรง บางแหง่ ยังคงความสมบรู ณอ์ ยูม่ าก บอกถงึ
บรรยากาศของความเปน็ อดีต ขณะท่อี ีกหลายแหง่ ถกู ปล่อยให้รก
รา้ ง ขาดคนอาศัย สรา้ งเสนห่ ใ์ ห้บ้านสิงห์ทา่ สวยงามมาจนทกุ วันนี้
19
8.พระธาตุก่องขา้ วนอ้ ย
ธาตกุ ่องข้าวนอ้ ย หรือทนี่ ิยมเรียกกนั ว่าพระธาตุกอ่ งขา้ วน้อย
เป็นเจดีย์เกา่ แกศ่ ลิ ปะแบบขอมตง้ั อยู่วดั ท่งุ สะเดาบ้านสะเดา ตำบล
ตาดทองอำเภอเมอื งจงั หวดั ยโสธร ธาตกุ ่องขา้ วนอ้ ยเปน็ เจดียก์ อ่ อิฐ
ถือปูน รปู ทรงแปลกไปจากเจดียโ์ ดยทั่วไป ประวตั ขิ องการสร้าง
ธาตแุ ห่งนแี้ ตกตา่ งไปจากธาตุอน่ื ๆ ที่มักเก่ียวขอ้ งกับพทุ ธศาสนา
โดยเปน็ นิทานพนื้ บา้ นโบราณท่ีเกย่ี วข้องกบั ชายคนหน่งึ ทห่ี ิวอาหาร
จนหนา้ มืดทำรา้ ยมารดาเสยี ชวี ิต จนสดุ ทา้ ยขอชวชและสร้างองค์
ธาตแุ ห่งนเ้ี พอ่ื ไถบ่ าป จนเปน็ ท่ีมาของ คำวา่ กลอ่ งขา้ วนอ้ ยฆ่าแม่
20
9.แหลง่ โบราณสถานบ้านสงเปือย
สถานท่ีท่องเท่ยี วทางประวตั ศิ าสตร์ ตง้ั อยทู่ ่ี ตำบลสงเปือย
อำเภอคำเขือ่ นแก้ว จังหวดั ยโสธร ภายในประกอบด้วยปชู นยี
สถานทีส่ ำคัญหลายอยา่ งดว้ ยกนั อาทิ พระพุทธรูปใหญ่ เปน็ พระ
ประธานในอโุ บสถวัดสงเปอื ย มีอายไุ ม่นอ้ ยกวา่ 200 ปี , เจดีย์
บรรจุดนิ จากสังเวชนียสถานเดิมเป็นเจดยี เ์ ก่า อายปุ ระมาณ 200 ปี
ขึน้ ไป , รอยพระพทุ ธบาทจำลอง , พิพิธภณั ฑข์ องโบราณ ฯลฯ
21
10.ภถู ้ำพระ
ภูถ้ำพระ เปน็ ถำ้ ใหญ่กวา้ งประมาณ 3 วา ยาวประมาณ 8 วา
ตั้งอยชู่ ะงอ่ นภูดา้ นทศิ ใต้ มที างเขา้ ไปตามซอกหิน ซ่งึ ตั้งสงู สุด
ตระหง่านอยรู่ อบ ๆ เปน็ อุโมงค์ จากปากถำ้ เลยไปทางทศิ เหนือ
สามารถเดินลอดไปไดอ้ ย่างสบาย ถำ้ พระน้ีมีธรรมชาติ เปน็ 2 ชั้น
เปน็ ทป่ี ระดษิ ฐานพระพุทธรูปซงึ่ ตงั้ เรยี งรายอย่เู ปน็ แถว ๆ และมี
พระพุทธรปู ปางไสยาสน์ พระกจั จายนะ 2 องค์ สรา้ งสมยั อาจารย์
ดฉี ันโน อยู่ในถ้ำนอี้ ย่างงดงาม ภูถ้ำพระ เปน็ พืน้ ท่ภี เู ขาขนาดเลก็
เน้ือทป่ี ระมาณ 200 ไร่ มีปา่ ไมเ้ บญจพรรณขน้ึ อยู่ทั่วไปค่อนข้าง
สมบูรณใ์ หค้ วาม รม่ รืน่ อากาศเย็นสบาย เปน็ แหลง่ ตน้ น้ำลำธาร
ของลำหว้ ยหลายแหง่ เสาหินลกั ษณะคล้ายแหลง่ ท่องเที่ยวภูผาเทิบ
และมจี ุดชมวิวเปน็ แหลง่ ธรรมชาตทิ ี่สวยงาม สาเหตทุ เี่ รยี กวา่ "ภูถำ้
พระ" เนอื่ งจากมพี ระพทุ ธรปู อยใู่ นถำ้ จำนวนมาก
22
11. หม่บู า้ นทำหมอนขิดบา้ นศรฐี าน ยโสธร
หมู่บา้ นทำหมอนขดิ บ้านศรฐี าน ห่างจากตัวเมอื งยโสธร
ประมาณ 20 กิโลเมตร หลงั ฤดทู ำนา ชาวบา้ นแทบทุกครัวเรอื นมี
อาชพี ทอผา้ และทำหมอนขติ นักท่องเทย่ี วเข้าไปชมและซ้ือ
หมอนขติ ไว้เป็นทร่ี ะลกึ นับเปน็ อตุ สาหกรรมในครัวเรือนทนี่ ำรายได้
เปน็ อันดบั สองรองจากการทำนา
23
12.สวนสาธารณะพญาแถน ยโสธร
สวนสาธารณะพญาแถน มพี ื้นท่ปี ระมาณ 18 ไร่ 2 งาน กบั อกี
57 ตารางวา ตัง้ อยใู่ นเขตเทศบาลเมืองยโสธร บรเิ วณรอบๆสวน
ประกอบไปดว้ ยไมด้ อกไม้ประดับ ต่างๆ มากมายหลายชนดิ อีกทัง้
ยังมีลำนำ้ เลก็ ๆ ไหลลอ้ มรอบพ้นื ทีน่ บั ได้ว่าเปน็ สถานที่ทอ่ งเท่ยี ว
ยโสธร อีกสถานทหี่ นง่ึ นกั ทอ่ งเท่ียว ตลอดจนประชาชน นยิ มมา
นัง่ พักผ่อนหยอ่ นใจ เน่อื งจากบรเิ วณโดยรอบของ สวนสาธารณะ
พญาแถน มคี วามรม่ ร่นื เหมาะสำหรับ พักผอ่ นหย่อนใจ
24
13.หอไตรวดั สระไตรนรุ กั ษ์ ยโสธร
หอไตรวดั สระไตรนุรักษ์ ตงั้ อยู่ทวี่ ดั สระไตรนรุ กั ษ์ เป็นหอไตร
เก่าแก่อยกู่ ลางสระน้ำ สร้างมาประมาณรอ้ ยกวา่ ปี สถาปตั ยกรรม
แบบพมา่ หรือไทยใหญ่ อาคารไม้ขนาดกว้าง 8.30 เมตร ยาว
10.50 เมตร หลงั คามุมสงั กะสี มชี ายคายื่นทงั้ 4 ทศิ หลงั คามี 4ช้นั
ลดหลน่ั กนั ข้ึนไปมปี ระตดู ้านหนา้ 1ช่อง บานประตูแกะสลกั
ลวดลายสวยงามใชเ้ ปน็ ทีเ่ กบ็ พระไตรปิฎกแต่มาโบราณ
25
14.ทงุ่ บวั แดง ยโสธร
ทงุ่ บัวแดง” หรอื บงึ บัวแดง เป็นทุ่งทเ่ี ต็มไปด้วยดอกบวั แดงบน
พนื้ ที่กว่า 100 ไร่ อยู่บรเิ วณกลางทุ่งนาตอนปลายของทุ่งกลุ า
รอ้ งไห้ ซง่ึ ดอกบัวแดงเปน็ ดอกไมป้ ระจำจังหวัดยโสธร ทำใหท้ าง
จังหวดั เตรยี มผลกั ดันใหส้ ถานท่ีท่องเท่ียวแหง่ น้ีกลายเปน็ แหลง่
ทอ่ งเทย่ี วเชิงอนุรกั ษ์ เพื่อเกบ็ ไวใ้ หเ้ ปน็ อกี จดุ สำคญั ของจงั หวัด หาก
ใครตอ้ งการมาเกบ็ ภาพสวย ๆ ของดอกบัวแดงบานสะพรง่ั ก็มาท่นี ่ี
เลย โดยเฉพาะในเดือนธันวาคม ถึงกมุ ภาพันธ์ รบั รองวา่ ไมผ่ ดิ หวัง
26
ภาคผนวก
27
บรรณานกุ รม
• https://www.paiduaykan.com/travel/
เที่ยวยโสธร
• http://www.painaidii.com/diary/diary-
detail/002608/lang/th/