ก า ร ส ว น อุ จ จ า ร ะ
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี
เสนอ
อาจารย์สิ ริอร ข้อยุ่น
ร า ย วิ ช า พ ย . 1 2 0 2 ห ลั ก ก า ร แ ล ะ เ ท ค นิ ค ก า ร พ ย า บ า ล
ภ า ค เ รี ย น ที 1 ป ก า ร ศึ ก ษ า 2 5 6 4
รายงาน
เรอื่ ง การสวนอจุ จาระ
นางสาวกรรณกิ าร์ คณะผู้จดั ทำ
นางสาวกิริยา เกดิ สบาย เลขท่ี 2 หอ้ ง B รหัสประจำตวั 63118301005
นางสาวฐิติพร โสประดิษฐ เลขท่ี 6 หอ้ ง A รหัสประจำตวั 63118301010
นางสาวพิชญวดี แนน่ อุดร เลขที่ 16 หอ้ ง A รหสั ประจำตัว 63118301032
นางสาวภุมรินทร์ ปิตะฝา้ ย เลขท่ี 37 ห้อง A รหสั ประจำตัว 63118301072
นางสาวสุนษิ า ฐานะ เลขที่ 42 ห้อง B รหสั ประจำตัว 63118301082
นางสาวเสาวนยี ์ ซุยเสนา เลขที่ 59 หอ้ ง A รหัสประจําตวั 63118301123
สิงห์พ้ยุ เลขท่ี 63 ห้อง A รหสั ประจาํ ตัว 63118301128
นกั ศกึ ษาพยาบาลศาสตร์ ช้ันปีท่ี 2 ร่นุ 29
เสนอ
อาจารย์สิริอร ขอ้ ยุ่น
รายวิชาหลักการและเทคนิคการพยาบาล (พย.1202)
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564
วทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อดุ รธานี
ก
คำนำ
รายงานเลม่ นีเ้ ป็นสว่ นหนงึ่ ของรายวิชาหลกั การและเทคนคิ การพยาบาล (พย.1202) จัดทำขึ้นเพอื่ ทบทวน
ความรู้และการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคการพยาบาล โดยรายงานเล่มน้ีมีเนื้อหาเก่ียวกับการสวน
อุจจาระ รวมถึงการนำหลกั การและเทคนิคการพยาบาลการสวนอุจจาระไปประยุกต์ใช้กับวิชาชีพในอนาคตตอ่ ไป
ซึ่งในการจัดทำรายงานครั้งนี้จะไม่สามารถสำเร็จหากปราศจากอาจารย์ที่ปรึกษา คณะผู้จัดทำขอขอบพระคุณ
อาจารยส์ ริ ิอร ขอ้ ย่นุ ท่ใี หค้ ำแนะนำคำช้แี จงในการทำรายงานเล่มนี้
คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานเล่มนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้ที่ได้ศึกษา เกี่ยวกับรายงาน
การวเิ คราะหเ์ รอ่ื งต่อไป สำหรับข้อบกพร่องตา่ งๆ ท่ีอาจเกดิ ขึน้ นน้ั คณะผจู้ ัดทำขอน้อมรับความผดิ นน้ั ไว้ และยินดี
รับฟังคำแนะนำจากทกุ ท่านเพอื่ เป็นประโยชน์ในการพฒั นาต่อไป
คณะผ้จู ัดทำ
สารบัญ ข
เรอื่ ง หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
สารบญั ภาพ ค
สารบัญตาราง ง
การสวนอจุ จาระ 1
1
ลักษณะปกติของอุจจาระ 1
ปจั จัยที่มผี ลต่อการขบั ถ่ายอจุ จาระ 2
ปญั หาเกี่ยวกับการขับถ่ายอจุ จาระที่พบบ่อย 3
การพยาบาลเพ่ือช่วยเหลอื ผทู้ ่ีมีปัญหาในการขับถ่ายอจุ จาระ 4
การสวนอจุ จาระชนดิ ที่ใช้สารละลายปรมิ าณมาก 8
การสวนด้วยสารละลายเขม้ ข้น 9
การใช้นิ้วลว้ งอุจจาระออก 11
การสอดหม้อ 13
อาการแทรกซ้อนท่ีเกดิ ขึน้ จากการสวนอุจจาระ 14
บทสรุป 15
บรรณานุกรม
สารบัญภาพ ค
ภาพท่ี หน้า
1 การสอดหัวสวนเขา้ ทวารหนัก 7
2 การสอดหัวสวนขวดสารละลายเข้าทวารหนกั 9
3 การใชน้ ิว้ ลว้ งอจุ จาระออก 11
4 หม้อนอนชนดิ ธรรมดา (ภาพซ้าย) หม้อนอนชนดิ ท่ีใช้สำหรับผู้ป่วยกระดูก (ภาพขวา) 13
สารบัญตาราง ง
ตารางที่ หน้า
1 วิธีปฏบิ ตั กิ ารสวนอุจจาระชนดิ ทใี่ ช้สารละลายปรมิ าณมาก 5
2 วิธีปฏบิ ัตกิ ารสวนด้วยสารละลายเขม้ ข้น 8
3 วธิ ปี ฏิบตั กิ ารใช้นิ้วลว้ งอุจจาระออก 10
4 วธิ ีปฏบิ ตั ิการสอดหม้อนอน 12
1
การสวนอุจจาระ
การสวนอจุ าระ เป็นกิจกรรมทางการพยาบาลอยา่ งหนึ่งซ่ึงมีการสอดใส่สารอาจจะเป็นนำ้ น้ำมันหรือ
สารเคมเี ขา้ ไปในลำไส้ใหญ่สว่ นลา่ งโดยผ่านทางทวารหนัก เพอ่ื กกั เกบ็ ไวห้ รอื ขบั ถ่ายออก
ลักษณะปกติของอจุ จาระ
อุจจาระมสี เี หลืองออกน้ำตาล มกี ลน่ิ เปน็ กอ้ นอ่อนนุ่ม รูปร่างเปน็ ทรงกระสวยกลม รูปแบบการขับ
ขบั ถา่ ยอจุ จาระแตล่ ะคนแตกต่างกนั โดยท่ัวไปจะถ่ายวันละ 1 คร้ัง โดยมีหลายปัจจัยท่ีมีผลต่อการขับถ่าย
อจุ จาระ
ปจั จยั ท่ีมีผลต่อการขับถา่ ยอุจจาระ
1. การเติบโตและพัฒนาการ ความสามารถในการควบคุมการขับถ่ายอุจจาระจะเกิดขึ้นเม่ืออายุ
ประมาณ 3 ปี และมีการพฒั นาการทำหน้าทอี่ ย่างสมบูรณ์ตามอายุท่ีเพิ่มขึ้น จนเม่ือเข้าสู่วัยสูงอายุหากมฟี นั ไม่
ครบจะไม่สามารถเค้ียวอาหารให้ละเอียดได้ การเคลื่อนไหวของลำไส้ลดลง การทำหน้าที่ดูดซึมของช้ันเย่ือบุ
ลำไส้ลดลง ประกอบกับมีความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อท่ีช่วยควบคุมการขับถ่ายอุจจาระ จึงทำให้ไม่สามารถ
ควบคมุ การขับถา่ ยอุจจาระได้เหมือนวยั ผ้ใู หญ่
2. อาหาร การรับประทานอาหารเป็นการส่งเสริมการเคลื่อนไหวของลำไส้ โดยอาหารที่มีเส้นใยสูงจะ
ชว่ ยกระตนุ้ การเคลอ่ื นไหวของลำไส้
3. ทา่ ท่ีใช้ในการขับถ่าย ทา่ ท่ีเหมาะสมในการถา่ ยอุจจาระทีส่ ดุ คือ ท่านัง่
4. น้ำ น้ำชว่ ยทำให้อจุ จาระมีความออ่ นนมุ่ ทำให้ถา่ ยอุจจาระออกมาได้ง่าย
5. กจิ กรรม การเคลอื่ นไหวร่างกาย การออกกำลังกายเปน็ การสง่ เสรมิ การเคล่อื นไหวของลำไส้
6. ปัจจัยทางด้านจิตใจ ผู้ท่ีซึมเศร้าลำไส้จะบีบตัวลดลงนำไปสู่อาการท้องผูก ในขณะที่ผู้ที่มีภาวะ
เครียดวิตกกงั วล หรอื กลัวจะไปเรง่ การเคลอ่ื นไหวของลำไส้ทำให้เกดิ อาการท้องเสยี ได้
7. ความเป็นส่วนตัวขณะขับถ่าย คนท่ัวไปจะขับถ่ายเม่ือถึงเวลาและสถานท่ีที่เหมาะสม มิดชิด เป็น
สว่ นตวั
8. รูปแบบการขับถ่าย คนทั่วไปจะขับถ่ายอุจจาระในช่วงเวลาเดียวกันทุกวัน หากมีกิจกรรมอ่ืนมา
ขดั ขวางทำให้ไม่ได้ขับถ่ายในเวลาเดมิ อาจทำใหท้ ้องผกู ได้
9. ความเจ็บปวด เม่ือเกิดความเจ็บปวดจะทำให้กลั้นอุจจาระ และนำไปสู่การเกิดอาการท้องผูกได้
เช่น ความเจ็บปวดจากการผ่าตัดริดสดี วงทวาร การผา่ ตัดชอ่ งท้อง เป็นต้น
2
10. ยา ยาระบายทำให้อุจจาระอ่อนตัว ยาแก้ท้องเสียระงับการเคลื่อนไหวของลำไส้ ยาแก้ปวด และ
ยาสลบทำใหก้ ารเคลอื่ นไหวของลำไส้ลดลง และยาบางชนิดทำให้สขี องอจุ จาระเปลยี่ นไปจากปกติ
ปญั หาเกี่ยวกบั การขับถา่ ยอุจจาระทีพ่ บบ่อย
ปัญหาทว่ั ไปเกี่ยวกับการขับถ่ายอุจจาระทพี่ บบ่อย ได้แก่
1. ท้องผูก (constipation) เป็นภาวะท่ีร่างกายขับอุจจาระออกมาล่าช้ากว่าปกติจากที่เคยเป็นอยู่
ทำให้อุจจาระค้างอยู่ในลำไส้เป็นเวลานานกว่าปกติส่วนประกอบท่ีเป็นน้ำจะถูกดูดซึมกลับเข้าสู่กระแสเลือด
ทำให้อุจจาระแขง็ จึงต้องเบง่ ถ่ายอุจจาระด้วยความลำบาก สาเหตุมาจากการรบั ประทานอาหารที่มเี ส้นใยนอ้ ย
ด่ืมนำ้ น้อย ผลจากการรบั ประทานยาบางชนดิ การไมข่ ับถา่ ยอจุ จาระเม่ือปวดถา่ ย เป็นตน้
ในผู้ป่วยโรคหัวใจและผู้ป่วยหลังผ่าตัดบริเวณช่องท้องต้องระวังไม่ให้มีอาการท้องผูก เน่ืองจากเวลา
เบ่งถ่ายอุจจาระ เลือดจะไหลเข้าสู่หัวใจมากกว่าปกตินำไปสู่ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ รวมท้ังไปเพิ่มความดัน
ในช่องท้องทำใหแ้ ผลผ่าตัดแยก
2. อุจจาระอัดแน่น (fecal impaction) เป็นภาวะที่มีอุจจาระสะสมที่ลำไส้ตรง (rectum) เป็น
เวลานานจากการที่ไม่ถ่ายอุจจาระหลายวนั ทำให้อุจจาระท่ีอยู่ส่วนปลายของลำไสต้ รงเป็นก้อนแขง็ จึงเกิดการ
อุดตัน ทำให้ถ่ายอุจจาระไม่ออก ส่วนอุจจาระท่ีอยู่ด้านบนของลำไส้ตรงมีลักษณะเหลวเป็นน้ำ จึงอาจมี
อุจจาระเหลวเป็นน้ำไหลออกมาโดยส่วนท่ีเป็นก้อนแข็งไม่ออกมา หากตรวจร่างกายจะพบว่า หน้าท้องขยาย
ใหญ่กว่าปกติหากคลำหน้าท้องบริเวณลำไส้จะคลำได้เป็นลำแข็งซ่ึงเป็นอุจจาระแข็งท่ีสะสมอยู่ที่ลำไส้ ทำให้
แนน่ อึดอดั ท้อง ปวดท้องมาก พบในผสู้ ูงอายุและผปู้ ่วยอมั พาตท่ที อ้ งผูกเป็นเวลานาน
3. ท้องเสีย (diarrhea) เป็นภาวะท่ีถ่ายอุจจาระเป็นน้ำเหลว หรือมีมูกปน ผู้ป่วยมักกล้ันอุจจาระ
ไม่ได้ ลำไสบ้ ีบตัวเร็วกว่าปกติ ทำใหป้ วดท้อง ลำไสไ้ ม่สามารถดูดซมึ น้ำและเกลือแรไ่ ด้ตามปกติ ดังน้ันร่างกาย
จึงอาจเสียสมดุลสารน้ำและเกลือแร่ รวมท้ังผิวหนังบริเวณรอบ ๆ ทวารหนักระคายเคืองเป็นแผล สาเหตุเกิด
จากการติดเช้ือในระบบทางเดนิ อาหาร การขาดเอนไซมแ์ ลคเตส หรอื รบั ประทานยาระบาย เปน็ ตน้
4. กลน้ั อุจจาระไม่ได้ (fecal incontinence) เปน็ ภาวะที่ไมส่ ามารถควบคุมการขับถา่ ยอจุ จาระได้
ทำใหอ้ ุจจาระไหลออกมาเรอื่ ย ๆ พบไดใ้ นผู้ท่มี ีความผดิ ปกตขิ องระบบประสาทส่วน cerebral cortex มีความ
บกพร่องของประสาทที่มาเล้ียงกลา้ มเนื้อหรู ูดของทวารหนัก
5. ทอ้ งอืด (flatulence) เป็นภาวะทมี่ ีก๊าซในทางเดนิ อาหารมากทำใหห้ น้าท้องยืดขยาย แน่นอึดอัด
ท้อง และก๊าซไปดันกะบังลมทำให้พื้นท่ีในการแลกเปล่ียนก๊าซท่ีปอดลดลง มีสาเหตุมาจากการรับประทาน
อาหารด้วยความเร่งรบี การรบั ประทานอาหารทท่ี ำใหเ้ กดิ ก๊าซ หรอื เกิดจากความเครียด
3
การพยาบาลเพอื่ ช่วยเหลอื ผู้ที่มปี ัญหาในการขับถ่ายอุจจาระ
การพยาบาลสำหรับผู้ท่ีมีปัญหาในการขับถ่ายอุจจาระมีความแตกต่างกันตามสาเหตุ ดังนั้นพยาบาล
จงึ ต้องมีความรู้เกี่ยวกบั ปัญหาในการขับถ่ายอุจจาระกอ่ นจึงจะให้การพยาบาลผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม
การพยาบาลเพือ่ ช่วยเหลอื ผู้ทีม่ ปี ัญหาในการขบั ถา่ ยอุจจาระ ได้แก่
1. การล้วงเอาอุจจาระออก (evacuation) วิธีการนี้ใช้ในผู้ท่ีมีอุจจาระเป็นก้อนแข็ง และไม่สามารถ
ขับถา่ ยไดเ้ อง
2. การใช้ยา
2.1 ยาระบาย (cathartics/ laxatives) เป็นยาท่ีใช้สำหรับผู้ที่มีอาการท้องผูก มีท้ังชนิด
รับประทาน และชนิดเหน็บทวารหนัก (rectal suppository) ยานี้จะไปกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่
และยับยั้งการดูดกลับของน้ำท่ีลำไส้ใหญ่แต่การใช้ยาน้ีบ่อย ๆ จะทำให้ความสามารถในการบีบตัวของลำไส้
ใหญ่สญู เสียไป
2.2 ยาแก้ท้องเสีย (antidiarrheal agents) เป็นยาท่ีมีผลทำให้การเคล่ือนไหวของลำไส้
ลดลงหรือช่วยดดู น้ำกลบั ท่ลี ำไส้ หา้ มใช้ในรายทีท่ อ้ งเสยี จากการติดเช้ือหรอื ไดร้ บั สารพษิ
2.3 ยาแก้ทอ้ งอดื (antiflatulent agents) เปน็ ยาทชี่ ่วยขบั แก๊สออกจากลำไส้
3. การสวนอุจจาระ (enema) การสวนอุจจาระเป็นการใส่สารละลายเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ เพื่อก่อให้เกิด
การระคายเคืองต่อเยื่อบุผนังลำไส้ ส่งผลให้ลำไส้มีการบีบตัวเพิ่มข้ึน หรือไปกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้
ทำให้เกิดกระบวนการขับถ่ายอุจจาระ ใช้ในรายที่ท้องผูกมาก นอกจากนี้การสวนอุจจาระยังทำเพ่ือขับลม ขับ
พยาธิ เตรยี มลำไสใ้ ห้ว่างก่อนการตรวจพเิ ศษ การผ่าตัด หรือการคลอด สารละลายท่ีใช้ได้แก่ น้ำก๊อก น้ำเกลือ
สารละลายเกลือที่มีความเข้มข้นสูง และน้ำสบู่ (soapsuds solution) สำหรับทารกและเด็กเล็กให้ใช้เฉพาะ
น้ำเกลือ (saline solution) เพ่ือป้องกันการเสียสมดุลของสารน้ำในร่างกาย การสวนอุจจาระมี 2 ชนิด คือ
การสวนอจุ จาระชนดิ ท่ใี ช้สารละลายปรมิ าณมาก และการสวนด้วยสารละลายเขม้ ข้น
3.1 การสวนอุจจาระชนดิ ที่ใชส้ ารละลายปริมาณมาก สารละลายทีใ่ ชม้ ีความเขม้ ขน้
แตกตา่ ง ดังน้ี
1) นำ้ กอ๊ กมคี วามเขม้ ขน้ ต่ำ มีแรงดันออสโมตกิ ต่ำกว่าของเหลวท่ีอยู่ระหว่างเซลล์
(interstitial spaces) เมื่อสวนน้ำเขา้ ไปในลำไส้ใหญ่ น้ำเหล่านี้จะเขา้ สู่ช่องว่างระหวา่ งเซลล์ หากสวนครง้ั แรก
แล้วไม่ได้ผลห้ามใช้น้ำก๊อกสวนซ้ำ เพ่ือป้องกันภาวะน้ำเป็นพิษ (water toxicity) และปริมาณน้ำในเซลล์เกิน
(circulatory overload)
2) น้ำเกลอื เป็นสารทมี่ คี วามเขม้ ขน้ เท่ากบั แรงดันออสโมติก จึงมีความปลอดภยั ในการใชส้ งู
4
3) น้ำสบู่ เป็นการน้ำสบู่ผสมกับน้ำก๊อกหรอื น้ำเกลือ น้ำสบู่จะทำให้ลำไส้เกิดการระคายเคืองได้
มากกว่าการสวนดว้ ยน้ำกอ๊ กหรือน้ำเกลือ
3.2 การสวนด้วยสารละลายเข้มข้น การสวนด้วยสารละลายเข้มข้นเป็นการใส่สารละลายเกลือท่ีมี
ความเข้มข้นสูงเข้าสู่ลำไส้เมื่อสารละลายน้ีเข้าสู่ลำไส้จะดึงน้ำจากช่องว่างระหว่างเซลล์ออกมาสู่ลำไส้ใหญ่
ปริมาณสารละลายที่ใช้เพียง 120-180 mL เหมาะสำหรับผู้ท่ีไม่สามารถทนต่อการสวนด้วยสารละลายใน
ปรมิ าณมาก วิธีการน้ีไม่เหมาะสำหรบั ผู้ทอ่ี ย่ใู นภาวะขาดน้ำ และเดก็ เลก็
การสวนอุจจาระชนดิ ท่ใี ช้สารละลายปริมาณมาก
การสวนอุจจาระชนิดที่ใช้สารละลายปริมาณมากเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ส่วน sigmoid และส่วน rectum
เรียก low enema หากใส่สารละลายเข้าไปในระดับที่เหนือกว่าลำไส้ใหญ่ส่วน sigmoid เรียก high enema
ปริมาณสารละลายที่ใช้แตกต่างกันคือการสวนอุจจาระแบบ low enema จะใช้สารละลายในปริมาณที่น้อย
กว่าการสวนอุจจาระแบบ high enema
การสวนอุจจาระเป็นการปฏิบัติการพยาบาลท่ีต้องมีคำส่ังการรักษาดังนั้นพยาบาลจึงต้องตรวจสอบ
คำสั่งการรักษาก่อนเพ่ือให้การพยาบาลได้ถูกต้องสำหรับโรคและการผ่าตัดที่เป็นข้อห้ามในการสวนอุจจาระ
ได้แก่ ผู้ป่วยที่เป็นต้อหินและผู้ท่ีมีความดันในกะโหลกศีรษะสูงผู้ป่วยหลังผ่าตัดต่อมลูกหมากและทวารหนัก
ก่อนทำการสวนอุจจาระต้องอธิบายให้ผู้ป่วยทราบถึงเหตุผลที่ต้องสวนอุจจาระพร้อมวิธีการสวนคร่าว ๆ
เพือ่ ให้ผ้ปู ว่ ยใหค้ วามรว่ มมืออุปกรณท์ ี่ใช้ ไดแ้ ก่
1. หมอ้ สวนบรรจุสารละลายหรือถุงบรรจุสารละลายอณุ หภูมิของสารละลาย 35-37C
2. จำนวนสารละลายทีใ่ ช้จะแตกต่างกนั ดังนี้ (Craven & Hirnle, 2009, p. 1134; Taylor,
Lillis, LeMone, & Lynn, 2008, p. 1574)
- ผู้ใหญ่ 750-1,000 mL
- เด็ก 240-360 mL 50-150 ml
3. หัวสวนขนาดท่ีใชแ้ ตกตา่ งกนั ดังนี้
- ผูใ้ หญ่ขนาด 22-30 F
- เดก็ ขนาด 12-18 F
- ทารกผู้ป่วยทเี่ ยบ็ ฝเี ย็บ รดิ สีดวงทวารใช้ rectal tube
4. สายสวนและตัวหยดุ การไหลของสารละลาย (clamp)
5. สารหลอ่ ลืน่
6. ผ้าก็อซ
5
7. ชามรปู ไต
8. เสาแขวน
9. ถงุ มือสะอาด
10. กระดาษชำระ
11. หมอ้ นอน
12. แผ่นรองกนั
13. ผ้าคลุมตวั
การสวนอุจจาระเป็นการปฏิบัติการพยาบาลที่มีการนำอุปกรณ์เข้าสู่ร่างกายผู้ป่วยพยาบาลจึงต้อง
ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคด้วยการล้างมือให้สะอาดก่อนให้การพยาบาลวิธีปฏิบัติการสวนอุจจาระ
ชนดิ ท่ใี ช้สารละลายปริมาณมากและเหตผุ ลแสดงในตารางที่ 1
ตารางท่ี 1 วิธีปฏบิ ัติการสวนอจุ จาระชนดิ ท่ีใชส้ ารละลายปริมาณมาก
ลำดบั วธิ ีปฏิบตั ิ เหตุผล
1 ตรวจสอบชนิดปรมิ าณและอุณหภมู สิ ารละลาย ใชส้ ารละลายได้ถูกตอ้ งสารละลายที่อุณหภมู ิ
โดยการเปดิ ใหส้ ารละลายไหลผา่ นขอ้ มือดา้ นใน สูงเกินจะทำอนั ตรายต่อเย่ือบุลำไส้ในขณะที่
อุณหภมู ทิ ีเ่ ย็นเกินจะทำใหล้ ำไส้เกรง็ ปวดท้อง
2 เปิด clamp ปลอ่ ยใหส้ ารละลายไหลลงมาตลอด ปอ้ งกันไม่ให้อากาศเข้าส่ลู ำไส้
สายแลว้ จงึ ปิด clamp
3 ล้างมือให้สะอาด เช็ดให้แหง้ ลดจำนวนเชื้อโรค
4 นำอุปกรณไ์ ปทเี่ ตียงตรวจสอบผูป้ ่วยและแจ้งให้ สะดวกในการหยิบใช้และให้การพยาบาลได้ทกุ
ผู้ปว่ ยทราบอกี ครั้ง คน
5 แขวนหมอ้ สวนหากสวนแบบ low enema ให้ เตรยี มพร้อมใช้งานให้มีแรงดันของสารละลาย
แขวนหม้อสวนสูงจากระดับเตยี ง 12 น้วิ หากสวน เขา้ สูล่ ำไส้ถ้าแขวนสูงเกินนำ้ จะไหลเข้าลำไส้
แบบ high enema ให้แขวนหม้อสวนสูงจาก เร็วทำใหป้ วดทอ้ งและลำไสไ้ ม่สามารถเกบ็
ระดับเตยี ง 12-18 นว้ิ ทารกแขวนสูงหมอ้ สวนสงู สารละลายได้ครบจำนวนและในทารกมีความ
3 นว้ิ เสี่ยงที่จะทำใหล้ ำไส้แตกและหากแขวนตำ่
แรงดันไมเ่ พยี งพอที่จะทำใหส้ ารละลายไหล
เขา้ ลำไสใ้ หญ่
6 จัดสภาพแวดล้อมใหเ้ หมาะสมปดิ ประตูกัน้ มา่ น ความเป็นส่วนตัวของผปู้ ่วยป้องกันการฟุ้ง
ปดิ พดั ลมแสงสว่างพอเพียงปรบั ระดับเตยี งให้ กระจายของเชื้อโรคและสะดวกตอ่ การ
เหมาะสมเลื่อนตวั ผู้ป่วยมาด้านขวาของเตยี ง ปฏบิ ัตงิ าน
6
ตารางท่ี 1 วิธีปฏิบัติการสวนอุจจาระชนดิ ท่ีใช้สารละลายปรมิ าณมาก (ต่อ)
ลำดับ วิธปี ฏิบัติ เหตผุ ล
7 จดั ทา่ นอนตะแคงซา้ ยก่งึ คว่ำ เป็นทา่ ท่เี หน็ ทวารหนักไดช้ ัดเจน และ
ลำไส้ใหญ่ส่วน sigmoid สามารถเกบ็
สารละลายได้มาก
8 ปูแผ่นรองก้น ปอ้ งกนั ผ้าปเู ตียงเปรอะเปื้อน
9 หากผู้ป่วยไมส่ ามารถลกุ เข้าห้องนำ้ ไดใ้ หเ้ ตรียม ไม่เปดิ เผยรา่ งกายผู้ปว่ ยเกินความ
หมอ้ นอนไว้ดา้ นปลายเท้า จำเป็น
10 สวมถุงมอื ต่อหวั หนา้ สวนกับสายสวนกระชบั ให้ สะดวกในการหยบิ ใช้
แน่นและเปิดนำ้ ลงหมอ้ นอน
11 หยดสารหล่อลื่นลงบนผา้ กอซแลว้ หลอ่ ลน่ื หวั ปอ้ งกันหวั สวนหลุด และเป็นการไล่
สวนด้วยสารหลอ่ ลื่นผใู้ หญ่ 3-4 นิ้วเด็ก 2-3 นิ้ว อากาศ พร้อมทดสอบการไหล
และทารก 1-12 นิว้
12 หยดสารหล่อลื่นลงบนผ้าก็อซแลว้ หลอ่ ลื่นหวั ใส่หวั สวนได้งา่ ย ลดความเจ็บปวด
สวนดว้ ยสารหลอ่ ลนื่ ผใู้ หญ่ 3-4 นิ้ว เดก็ 2-3
น้ิว และทารก 1-1½ นิ้ว
13 ใชม้ ือข้างที่ไมถ่ นดั ยกแก้มกน้ ข้ึนให้มองเห็น เห็นรูทวารหนกั ชดั เจน
ทวารหนักชัดเจน สอดหวั สวนเขา้ ไปช้า ๆ ปอ้ งกันการฉีกขาดของลำไส้
ผู้ใหญ่ ลึก3-4 น้ิว เดก็ 2-3 นิ้ว ทารก 1-1½ นิ้ว
(ภาพท8ี่ -1) หนั ปลายหัวสวนไปทางสะดือแลว้
เบนปลายหวั สวนขนานกบั แนวกระดูกสันหลงั
พรอ้ มให้ผปู้ ่วยหายใจออกทางปาก หากไม่ ช่วยใหห้ รู ดู คลายตวั งา่ ยต่อการสอด
สามารถสอดหัวสวนเข้าได้โดยสะดวกใหเ้ ปดิ หวั สวนเข้าไป
สารละลายชา้ ๆ พรอ้ มกบั การสอดหวั สวน
14 เปิดสารละลายใหไ้ หลช้า ๆ ให้สารละลายหมด ให้ผปู้ ่วยผ่อนคลายและสามารถรับ
ในเวลาประมาณ 5-10 นาที จนผู้ป่วยรสู้ กึ สารละลายจนครบจำนวน
อยากถา่ ย ปวดทอ้ ง หรือสารละลายไหลออกมา
จากรอบ ๆ หัวสวน จงึ ปิด clamp สักครู่ ให้
ผู้ป่วยหายใจลึก ๆ ทางปาก ถ้าอจุ จาระแขง็
มากจนขัดขวางการไหลเข้าของน้ำ ใหแ้ คะเอา
อจุ จาระที่แข็งออกก่อนทำการสวน
7
ตารางท่ี 1 วธิ ปี ฏิบัตกิ ารสวนอุจจาระชนิดท่ีใช้สารละลายปรมิ าณมาก (ต่อ)
15 เปดิ สารละลายตอ่ จนผูป้ ว่ ยทนไม่ไหว จงึ ปดิ ใหล้ ำไสก้ กั สารละลายได้นาน ๆ ช่วยให้
clamp แล้วใหข้ มิบกน้ ไว้อยา่ งน้อย 5 นาที ระบายอุจจาระออกมาได้มาก และไม่ให้
หากระหวา่ งสวนอุจจาระ ผปู้ ว่ ยมีอาการปวด อากาศเขา้ สูล่ ำไส้ใหญ่
ทอ้ งมาก อ่อนเพลีย แน่นท้อง มเี ลือดออกให้ อาการผดิ ปกติเหลา่ นี้เกิดจากลำไสท้ ะลุ
หยุดสวน รายงานแพทย์ ตรวจสอบสัญญาณ
ชีพ และสังเกตอาการผปู้ ว่ ย
16 วางกระดาษชำระมาวางชิดกับหวั สวนแล้วจงึ ปอ้ งกนั การเปรอะเปื้อน
ดึงหัวสวนออกมาวางในชามรูปไต
17 เชด็ ทำความสะอาดบริเวณทวารหนัก เพอื่ ความสะอาด
18 ให้ผ้ปู ่วยนอน และกล้ันอจุ จาระให้นานท่ีสุด ให้สารละลายมปี ระสิทธภิ าพมากทสี่ ุด
จนกลั้นไม่ได้ ใหร้ ีบสอดหม้อนอน ส่วนผทู้ ล่ี กุ
เข้าห้องนำ้ ได้ ให้ชว่ ยเหลือพาเข้าห้องน้ำ
19 นำเครื่องใช้ไปทำความสะอาด ป้องกนั การแพร่กระจายของเช้ือโรค
20 กลบั มาชว่ ยผปู้ ว่ ยในการทำความสะอาด ใหผ้ ้ปู ว่ ยสขุ สบาย
ภายหลงั การขับถา่ ยเสร็จ จัดสง่ิ แวดลอ้ ม
ภาพที่ 1 การสอดหวั สวนเขา้ ทวารหนัก
ที่มา : ( Craven & Hirnle,2009,p.1149 )
หลังจากทำการสวนอุจจาระ พยาบาลผู้ปฏบิ ัติทำการบันทึกลกั ษณะ สี จำนวนอุจจาระลงในใบบันทึก
ทางการพยาบาล รายงานหัวหน้าเวร เพ่ือเป็นข้อมูลสำหรับการประเมิน และการดูแลอย่างต่อเน่ือง สังเกต
อาการผิดปกติท่ีอาจเกิดจากปริมาณสารละลายที่ใช้สวนมากเกินจนทำให้ลำไส้ทะลุ โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวด
ทอ้ ง กดเจบ็ ท่ที ้อง แนน่ ท้อง หากมอี าการเหลา่ นี้ ตอ้ งรายงานแพทย์
8
การสวนดว้ ยสารละลายเข้มข้น
ก่อนปฏิบัติการสวนด้วยสารละลายเข้มข้นต้องทำการตรวจสอบคำสั่งการรักษาของแพทย์ และข้อ
ห้ามเช่นเดียวกับการสวนอุจจาระชนิดท่ีใช้สารละลายปริมาณมาก สำหรับอุปกรณ์ท่ีใช้ ได้แก่ สารละลาย
เข้มข้นตามคำสั่งการรักษา ถุงมือสะอาด กระดาษชำระ หม้อนอน แผ่นรองก้น และผ้าคลุมตัว วิธีปฏิบัติการ
สวนด้วยสารละลายเขม้ ขน้ แสดงในตารางท่ี 2
ตารางท่ี 2 วธิ ปี ฏิบตั กิ ารสวนด้วยสารละลายเข้มขน้
ลำดบั วธิ ีปฏิบัติ เหตผุ ล
1 ลา้ งมือให้สะอาด เช็ดใหแ้ หง้ ลดจำนวนเชื้อโรค
2 เตรียมอุปกรณใ์ ห้ครบ สะดวกในการใช้งาน
3 ลา้ งมือใหส้ ะอาด เชด็ ใหแ้ ห้ง ลดจำนวนเช้ือโรค
4 นำอปุ กรณ์ไปท่ีเตียง ตรวจสอบผปู้ ่วย และแจง้ สะดวกในการหยบิ ใช้ และให้การพยาบาล
ใหผ้ ูป้ ่วยทราบอกี ครั้ง ได้ถูกคน
5 จดั ทา่ นอนตะแคงซ้ายกง่ึ คว่ำ เปน็ ทา่ ทเ่ี ห็นทวารหนกั ไดช้ ัดเจน และลำไส้
ใหญส่ ่วน sigmoid สามารถเกบ็ สารละลาย
ไดม้ าก
6 สวมถุงมือ ถอดปลอกปลายขวดสารละลาย ป้องกนั การเปรอะเป้ือน และสอด
เขม้ ขน้ หล่อล่ืนบริเวณหัวสวน หวั สวนได้ง่าย
7 ใชม้ ือขา้ งที่ไม่ถนดั ยกแก้มก้นขึ้นให้ทวารหนัก เห็นทวารหนักชัดเจน ปอ้ งกนั เยือ่ บุลำไสบ้ อบ
ชัดเจน สอดหวั สวนเขา้ ไปช้า ๆ ใหป้ ลายหัว ช้ำ หูรูดคลายตัว และสอดหัวสวนเข้าไดง้ ่าย
สวนไปทางสะดือ พร้อมกับให้ผปู้ ว่ ยหายใจ
ออกช้า ๆ ทางปาก ความลึกในการสอด
ผ้ใู หญ่ 3-4 น้ิว เด็ก 2-3 น้ิว ทารก 1-1½ นิ้ว
8 บีบขวดสารละลายอยา่ งนุ่มนวล ให้ไหลเข้า ให้สารละลายเข้าไปได้ครบ
อย่างช้า ๆ จนเกือบหมด ใชเ้ วลาประมาณ
2 นาที ระวงั ไม่ให้อากาศเข้าไป
9 วางกระดาษชำระลงท่ีบริเวณรอบหัวสวน ป้องกนั การเปรอะเปื้อน
แล้วดึงหวั สวนออกอย่างน่มุ นวล
10 ปิดปลอกขวดสารละลาย ปอ้ งกันการแพร่กระจายของเช้ือโรค
11 เชด็ บรเิ วณทวารหนกั ใหส้ ะอาด เพอ่ื ความสะอาด ผู้ปว่ ยสขุ สบาย
12 ให้ผูป้ ่วยนอนกลั้นอุจจาระไวใ้ หน้ านทีส่ ุด ใหส้ ารละลายมีประสิทธิภาพมากที่สดุ
13 เก็บล้างอปุ กรณ์ ปอ้ งกนั การแพร่กระจายของเช้ือโรค
14 ถอดถุงมือ ล้างมือ เช็ดใหแ้ ห้ง ป้องกนั การแพร่กระจายของเช้ือโรค
9
ภาพท่ี 2 การสอดหัวสวนขวดสารละลายเข้าทวารหนกั
ท่มี า : (Craven & Hirnle ,2009,p.1150 )
หลังจากสวนอุจจาระเสร็จเรียบร้อย พยาบาลดูแลให้ผู้ป่วยได้รับความสะดวกในการขับถ่ายผู้ที่ไม่
สามารถลุกเข้าห้องน้ำได้เอง ให้รีบสอดหม้อนอน ช่วยเหลือผู้ป่วยในการทำความสะอาดหลังการขับถ่าย
จดั สิ่งแวดล้อม สว่ นผทู้ ี่ลุกเข้าห้องน้ำได้ ใหช้ ่วยเหลือพาเขา้ ห้องน้ำ และสังเกตภาวะแทรกซ้อน ใหก้ ารพยาบาล
อื่น ๆ เช่นเดยี วกับการสวนอจุ จาระชนิดท่ีใช้สารละลายปรมิ าณมาก
การใช้น้ิวล้วงอุจจาระออก
การใช้น้ิวล้วงอุจจาระออก เป็นการที่พยาบาลช่วยเหลือด้านการขับถ่ายอุจจาระในผู้ป่วยที่มีปัญหา
อุจจาระแข็งและอัดแน่น ไม่สามารถเบ่งถ่ายออกมาได้เองและเมื่อใช้การสวนอุจจาระหรือรับประทานยา
ระบายแล้วไม่ได้ผล หรือเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งการรักษาของแพทย์ ก่อนลงมือปฏิบัติต้องตรวจสอบคำส่ัง
การรักษา และอธบิ ายใหผ้ ้ปู ่วยทราบถึงเหตผุ ลทีต่ ้องล้วงอุจจาระ พร้อมวิธีการอย่างครา่ ว ๆ อุปกรณท์ ่ีใช้ ไดแ้ ก่
แผ่นรองก้น ผ้าคลุมตัว ถุงมอื สารหลอ่ ลนื่ กระดาษชำระ ถุงขยะ วิธกี ารใช้น้ิวล้วงอุจจาระออก แสดงในตาราง
ท่ี 3
10
ตารางที่ 3 วิธีปฏิบัติการใช้น้ิวล้วงอจุ จาระออก
ลำดับ วธิ ปี ฏิบตั ิ เหตผุ ล
1 ลา้ งมือให้สะอาด เชด็ ใหแ้ หง้ ลดจำนวนเชื้อโรค
2 เตรยี มอปุ กรณ์ให้ครบ นำไปที่เตียงผ้ปู ว่ ย สะดวกในการใชง้ าน
3 จัดสง่ิ แวดล้อมให้เหมาะสม โดยปิดประตู กั้น ไมเ่ ปดิ เผยผ้ปู ่วย
มา่ น ปิดพัดลม เปดิ ไฟ ปรบั ระดบั เตียง ปอ้ งกันการแพรก่ ระจายของเชื้อโรค และฟุ้ง
กระจายของกลนิ่ อุจจาระ
4 จดั ให้ผู้ป่วยนอนชิดทางดา้ นขวาของเตยี ง และ เห็นทวารหนกั ไดช้ ดั เจน
อย่ใู นท่านอนตะแคงซ้ายก่ึงคว่ำ โดยหนั หลงั ให้
พยาบาล
5 ตรวจนบั ชพี จร การล้วงอจุ จาระอาจไปกระตุ้น เสน้ ประสาท
วากสั อาจทำให้อตั ราการเตน้ ของหัวใจชา้ ลง
6 คลมุ ผ้าจากลำตวั ถึงปลายเทา้ ไมเ่ ปิดเผยรา่ งกายเกนิ จำเป็น
7 ปแู ผน่ รองกน้ ปอ้ งกนั ผ้าปเู ตียงเปรอะเปื้อน
8 นำถงุ ขยะไว้ในระยะทีพ่ ยาบาลสามารถใชง้ าน ความสะดวกในการใช้งาน
ไดส้ ะดวกโดยไมต่ ้องเอ้ือม
9 สวมถุงมอื 2 ชั้น ป้องกนั การเปรอะเปื้อน
10 หล่อล่ืนปลายน้ิวช้ีดว้ ยสารหลอ่ ลนื่ สามารถสอดนิ้วเข้าทวารหนักไดง้ ่าย ลด
ความเจบ็ ปวดของผู้ป่วย
11 สอดน้ิวช้ีเขา้ ทวารหนักอย่างนุ่มนวล โดยให้ ปอ้ งกนั การระคายต่อเยือ่ บผุ นังลำไส้ และ
ปลายนิ้วเลาะไปตามผนงั ลำไส้และเบนไปทาง การมเี ลอื ดออก
สะดือผู้ป่วย
12 ใชน้ ้ิวคว้านและแคะก้อนอจุ จาระออก ท้ิงลงใน นำอจุ จาระท่อี ดั แข็งออกมา
ถงุ ขยะ
13 ประเมินชีพจร หากชพี จรปกติใหท้ ำการลว้ ง หากอตั ราการเตน้ ชพี จรชา้ ลง หรอื จังหวะ
อจุ จาระต่อจนหมด การเตน้ ผดิ ปกติแสดงถึงเสน้ ประสาทวากัส
ถูกกระตุ้น ใหห้ ยดุ การล้วงอุจจาระ
14 ถอดถุงมือช้ันนอกออก ทำความสะอาดบริเวณ เพอ่ื ความสะอาด และผปู้ ว่ ยสุขสบาย
กน้ และเชด็ ให้แหง้
15 นำถงุ ขยะไปทิ้ง ถอดถงุ มือ ล้างมือ ลดการแพร่กระจายของเช้ือโรค
11
ภาพที่ 3 การใช้นวิ้ ล้วงอุจจาระออก
ที่มา : ( Taylor,Lillis,LeMone,&Lynn,2008,p.1577)
หลังใช้น้ิวล้วงอุจจาระออก ให้บันทึกวัน เวลาที่ปฏิบัติการพยาบาล ปริมาณ และลักษณะอุจจาระลง
ในใบบนั ทึกทางการพยาบาลเปน็ ขอ้ มูลสำหรับการประเมิน และดแู ลอยา่ งต่อเนือ่ ง
การสอดหม้อ
การสอดหม้อนอนเป็นการช่วยเหลือ และจัดหาอปุ กรณส์ ำหรับรองรับการขับถ่ายบนเตียง ใช้ในผปู้ ่วย
ท่ีไมส่ ามารถลุกเข้าหอ้ งน้ำได้ อุปกรณท์ ีใ่ ช้เรยี กหมอ้ นอน (bedpan) มี 2 ชนิด คือ
1. ชนิดธรรมดา (regular bedpan) ผลิตจากโลหะหรือพลาสติกที่มีความแข็งแรง ขอบด้านบนเป็น
ขอบมนจะเตย้ี กวา่ ขอบดา้ นลา่ ง มีความลกึ ประมาณ 2 น้ิว
2. ชนิดที่ใช้สำหรับผู้ป่วยกระดูก (fracture pan) หม้อนอนชนิดที่ออกแบบมาสำหรับผู้ป่วยกระดูกท่ี
ใส่เฝือกที่ลำตัว ท่ีขา หรือผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดห้ามอยู่ในท่านอนก่ึงนั่ง ผลิตจากโลหะหรือพลาสติกท่ีมีความ
แขง็ แรง ขอบดา้ นบนมลี กั ษณะมนจะเต้ียกว่าขอบด้านล่าง มคี วามลึกประมาณ 1/2 นิ้ว
ก่อนนำหม้อนอนไปใชก้ บั ผปู้ ว่ ยต้องประเมิน เพ่ือเลอื กใชห้ ม้อนอนไดเ้ หมาะสมเมอื่ ผปู้ ่วยน่ังบน
หม้อนอน ขอบดา้ นบนของหม้อนอนทั้ง 2 ชนดิ นี้จะแนบกับบรเิ วณก้นกบ
12
ตารางท่ี 4 วิธีปฏิบัตกิ ารสอดหมอ้ นอน เหตผุ ล
ป้องกันมอื เปรอะเปอ้ื น
ลำดับ วิธปี ฏบิ ตั ิ เปน็ ส่วนตัว
1 ล้างมือให้สะอาด เช็ดใหแ้ ห้ง สวมถุงมือ
2 นำหม้อนอนไปทเี่ ตยี ง หากหม้อนอนเย็นให้ ไม่เปิดเผยรา่ งกายเกนิ จำเป็น
นำไปผ่านน้ำอนุ่ ให้หม้อนอนหายเย็นแล้วเชด็
ใหแ้ หง้ อธบิ ายขั้นตอนคร่าว ๆ จัดส่งิ แวดลอ้ ม ใหห้ ม้อนอนอยู่ในระดบั ทเ่ี หมาะสม
ให้เหมาะสม โดยปดิ ประตู ก้ันมา่ น แสงสวา่ ง ไมเ่ ปิดเผยรา่ งกายเกินจำเป็น
เพยี งพอ ปรบั ระดบั เตียง ปรับใหห้ วั เตยี งสูง ให้การพยาบาลได้ทันทว่ งที
30-45 องศา เลอื่ นหม้อนอนออกมาไดโ้ ดยง่าย
3 ใหผ้ ูป้ ่วยนอนตะแคงหันหลงั ใหพ้ ยาบาล และ ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
งอเข่า เปิดผา้ ที่คลมุ ตวั ผปู้ ่วยลงให้ขอบผ้าอยู่ ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
ใตก้ ้น และสามารถสอดหม้อนอนเขา้ ได้
โดยสะดวก (กรณีเขา้ ทางขวาของผู้ป่วย)
วางมือซ้ายในลักษณะหงายมือไวท้ ีบ่ ริเวณ
ก้นกบ วางหม้อนอนซอ้ นลงท่ีมอื ซา้ ยโดยหัน
ขอบบนให้หนั ไปทางดา้ นศีรษะผปู้ ว่ ย
4 ใหผ้ ้ปู ว่ ยยกสะโพกและค่อย ๆ พลกิ ตวั นอน
หงาย พรอ้ ม ๆ กับที่พยาบาลใชม้ อื ดา้ นขวา
เล่ือนหมอ้ นอนให้อยใู่ ต้ก้น มือซา้ ยเลื่อนออก
5 เล่อื นผ้าข้ึนมาคลมุ ปิดรา่ งกายผู้ปว่ ย
6 ให้ผ้ปู ว่ ยกดกร่งิ เรียกพยาบาลเมอ่ื ขบั ถา่ ยเสร็จ
7 เมอื่ ผปู้ ่วยถา่ ยเสร็จเรยี บรอ้ ยใหย้ กสะโพกข้ึน
และพยาบาลเลื่อนหม้อนอนออกมา
8 ทำความสะอาดโดยเชด็ จากด้านหน้ามา
ด้านหลัง (จากบริเวณอวยั วะสบื พนั ธ์ุภายนอก
ลงมาท่ีทวารหนกั ไมเ่ ชด็ ย้อนไปยอ้ นมา)
9 นำหมอ้ นอนไปเก็บ ถอดถุงมือ ล้างมอื ให้
สะอาด เชด็ ใหแ้ ห้ง
13
ภาพท่ี 4 หมอ้ นอนชนดิ ธรรมดา (ภาพซา้ ย) หมอ้ นอนชนิดที่ใช้สำหรับผ้ปู ่วยกระดูก (ภาพขวา)
ท่ีมา : (Fotosearch, 2012)
เม่ือนำอุปกรณ์เก็บเข้าที่เรียบร้อย ให้กลับมาท่ีเตียงผู้ป่วย จัดส่ิงแวดล้อมสุขสบายเหมาะแก่การ
พักผ่อน บันทึก สี จำนวน และลักษณะอื่น ๆ ลงในใบบันทึกทางการพยาบาลเป็นหลักฐานทางการพยาบาล
และเป็นข้อมลู ในการรักษาพยาบาลอยา่ งต่อเนื่อง
อาการแทรกซอ้ นทีเ่ กดิ ข้นึ จากการสวนอจุ จาระ
แม้ว่าการสวนอุจจาระจะเป็นกิจกรรมทางการพยาบาลท่ีให้คุณประโยชน์มาก แต่พยาบาลควร
ตระหนักถงึ อาการแทรกซ้อนท่ีเกดิ ข้ึนได้แก่
1. การระคายเคืองต่อเย่ือบุลำไส้การปล่อยสารเคมีเข้าไปในลำไส้ใหญ่ เช่น น้ำสบู่ที่มีส่วนประกอบเป็น
ด่างแก่ อาทิ ฟีนอล (Phenol) และขี้เถ้า (Potash) จะทำให้เกิดการระคายเคืองและนำไปสู่การเกิด
ลำไส้ใหญ่อักเสบได้ อาการท่ีแสดงอาจเกิดภายหลังการสวนล้างด้วยน้ำสบู่เพียงไม่ก่ีชั่วโมง รวมทั้งมี
อาการปวดทอ้ งอยา่ งรนุ แรง มีท้องเดนิ ถ่ายอจุ จาระมมี กู เลือดปน
2. ผนังลำไส้ทะลุ การสอดหัวสวนเข้าไปในลำไส้ใหญ่ถ้าไม่สอดตามแนวโค้งของร่างกายจะมีโอกาสเกิด
การถลอกหรอื ปลายสายสวนแทงทะลลุ ำไส้ใหญส่ ่วนหน้าได้
3. ภาวะเป็นพิษจากการการสวนอุจจาระที่ต้องทำหลายครั้งเพื่อให้ลำไส้ใหญ่สะอาดอาจทำให้เกิดภาวะ
เป็นพิษจากนำ้ ได้
4. การตดิ เช้อื การสวนอจุ จาระมีโอกาสท่ีจะทำใหผ้ ูถ้ กู สวนเกดิ โรคระบบทางเดินอาหารได้ เชน่
ลำไส้อักเสบ ตับอักเสบ เน่ืองจากการนำเชื้อจากผู้ป่วยรายหนึ่งไปสู่อีกรายหน่ึงโดยมือของพยาบาล
หรอื เจา้ หน้าทผ่ี ู้สวนอจุ จาระโดยเฉพาะในการสวนแบเรยี มภาชนะท่ีบรรจุสารแบเรียมสำหรับสวนเป็น
แหลง่ เพาะเช้อื อยา่ งดี
14
5. การค่ังของโซเดียม ปกติในลำไส้ใหญ่จะดูดซึมได้ดีมากโซเดียมที่ขับออกจากลำไส้เล็ก ประมาณวันละ
55 มิลลิอีควิวาเลนท์ จะออกมาจากอุจจาระเพียง 6 มิลลิอีควิวาเลนท์ ที่เหลือถูกดูดกลับเข้าไปใน
ร่างกายโดยลำไส้ใหญด่ ังน้ันไม่ควรใช้สารละลายทีม่ โี ซเดียมสวนให้ผปู้ ่วยที่มีภาวะโรคหัวใจหรือทมี่ ีการ
คัง่ ของโซเดียม
บทสรุป
การขับถ่ายอุจจาระเป็นการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย หากมีความปกติจนทำให้รูปแบบการ
ขับถ่ายอุจจาระผิดไปจากแบบแผนปกติของผู้ป่วย ทั้งการถ่ายอุจจาระบ่อยครั้งกว่าปกติ การขับถ่ายอุจจาระ
ลำบาก หรอื ไม่ถ่ายอจุ จาระ เหล่าน้ีลว้ นกระทบต่อภาวะสขุ ภาพโดยรวมของผู้ป่วย พยาบาลสามารถช่วยเหลือ
เพื่อให้ผู้ป่วยได้ขับถ่ายตามปกติโดยการให้คำแนะนำเพื่อส่งเสริมการทำหน้าที่ของระบบขับถ่ายอุจจาระ การ
ชว่ ยเหลือโดยการสวนลา้ งอจุ จาระ และการใช้นิ้วลว้ งอุจจาระออก
15
บรรณานกุ รม
การดูแลความต้องการพื้นฐานของบุคคลด้านการขับถ่ายอุจจาระ. สืบค้นวันที่ 26 กรกฎาคม 2564, จาก
http://courseware.npru.ac.th/admin/files/20170115134413_3c8f61acbdca2caf0ea6cd52b3
588efe.pdf?fbclid=IwAR13zLEf9M5B8m8kjYMLKx-T_H4TX-n7A35Etu6dqq4yxYF5-
BbeSKC5hv0
การสวนอุจจาระ . สืบคน้ วนั ท่ี 26 กรกฎาคม 2564, จาก file:///C:/Users/Lenovo/Downloads/111111.pdf
จติ รา เตมปี ระเสริฐกิจ. (2546). ประสบการณ์การขบั ถา่ ยอุจจาระของผูป้ ว่ ยท่ีได้รบั การจำกดั การ
เคลื่อนไหวขณะพักรักษาตัวในโรงพยาบาล. ปริญญาพยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาล
ผใู้ หญ่ บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลยั บรู พา.
สปุ าณี เสนาดสิ ยั และวรรณา ประไพพานชิ . (บรรณาธิการ). (2551). การพยาบาลพนื้ ฐาน: แนวคดิ และการปฏบิ ัติ.
พิมพค์ รงั้ ที่ 12. กรงุ เทพฯ : โรงพยาบาลรามาธบิ ดี.
อดิศร มุขมณี. (2547). กรุณาช่วยอธิบายวิธีการใช้ยาสวนทวาร(enema)ทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก โดยละเอียด.
สืบค้นวันที่ 26 กรกฎาคม 2564, จาก https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/qa_full.php?id=2
35&fbclid=IwAR2yKOrYHri7eqVyh9HQk6F8XiJ_56qEApKQ0qMsmtxLZ-_6zDDuxxftVj8
อัจฉรา พุ่มพวง และคณะ. (2549). การพยาบาลพื้นฐาน: ปฏิบัติการพยาบาล. (พิมพ์คร้ังที่ 2). กรุงเทพฯ:
วิทยาลัยสภากาชาดไทย.