๒หน่วยการเรยี นรู้ท่ี
พัฒนาการทางประวตั ศิ าสตร์ไทย
สมัยรัตนโกสินทร์ตอนตน้
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. วเิ คราะห์พฒั นาการของไทยสมยั รัตนโกสนิ ทรใ์ นดา้ นตา่ งๆ ได้
๒. วิเคราะหป์ ัจจัยทส่ี ง่ ผลตอ่ ความมน่ั คงและความเจริญรงุ่ เรืองของไทยในสมยั รัตนโกสินทร์ได้
การสถาปนาราชธานี
เหตผุ ลของการตั้งกรุงรตั นโกสินทร์เปน็ ราชธานี
ท่ีต้งั กรุงธนบุรไี ม่เหมาะสม
เพราะอยู่ในท้องคงุ้ น้าเซาะตลิง่ พงั อยู่เสมอ
บรเิ วณพระราชวงั เดิม
ของสมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราชคบั แคบ
ไมส่ ะดวกต่อการขยายพระราชวงั ให้กวา้ งออกไป
ฝง่ั กรงุ เทพฯ มีชัยภมู ิเหมาะ เพราะมแี ม่นา้ เจา้ พระยา
เป็นคเู มืองทงั้ ดา้ นตะวนั ตก
และด้านใต้ ประกอบกบั พืน้ ที่นอกคูเมืองเดิมเปน็
พื้นท่ลี มุ่ ที่เกดิ จากการต้ืนเขนิ ของทะเล ข้าศึกจะยก
ทพั มาด้านน้ี ไดย้ าก
เปน็ ศนู ยก์ ลางของ มลี มมรสุมพดั ผ่าน
อาณาจักรมี ทาให้มีฝนตกชุก
เสน้ ทางออกสู่
ทะเล
ปจั จยั ที่ส่งผลตอ่ ความ มีแมน่ ้าหลายสาย
มัน่ คงและความ ไหลผา่ นออกสู่
เจริญรุ่งเรอื ง ทะเลบรเิ วณอา่ ว
ไทย
พระปรชี าสามารถ เปน็ ศูนยร์ วมของ
ของ การขยายตัว
ทางด้าน
พระมหากษัตริย์ วฒั นธรรม
ในราชวงศจ์ ักรี
พฒั นาการทางประวัตศิ าสตร์
การบรหิ ารราชการแผ่นดินในส่วนกลาง
พระมหากษัตริย์
กรมมหาดไทย กรมกลาโหม
กรมเมอื ง กรมวัง
กรมทา่ กรมนา
การบริหารราชการแผ่นดินในส่วนหัวเมอื ง
หัวเมืองชั้นนอก
หวั เมอื งช้นั ใน หวั เมอื งประเทศราช
พฒั นาการทางประวตั ิศาสตร์
การบรหิ ารราชการแผน่ ดินในส่วนทอ้ งที่
ประกอบดว้ ย หมู่บ้านหรือบ้าน แตล่ ะหมบู่ ้านจะมีผูใ้ หญบ่ ้านซง่ึ เจ้าเมืองแต่งตัง้ เป็นหัวหนา้ หลายหมบู่ า้ น
รวมเปน็ ตาบล แตล่ ะตาบลจะมีกานันซง่ึ เจ้าเมอื งแต่งต้งั เปน็ หัวหนา้ หลายตาบลรวมเปน็ แขวง มีเจ้าแขวงเป็น
หวั หน้าหลายแขวงรวมเป็นเมอื ง มีเจ้าเมอื งเปน็ ผ้มู อี านาจสงู สดุ ของเมืองนัน้ ๆ
ภาพวาดจาาลองเหตุการณ์รชั กาลท่ี ๑ โปรด
เกลา้ ฯ ให้ตรวจชาาระกฎหมายขึน้ ใหม่
เรียกวา่ กฎหมายตราสามดวง
นอกจากนี้ ในการปกครองบ้านเมืองยังมีการใช้กฎหมาย ที่เรียกว่า กฎหมายตราสามดวง เป็นหลักเพื่อ
ความสงบเรยี บรอ้ ยดว้ ย
พัฒนาการด้านเศรษฐกิจ
การค้าภายในประเทศ
ลักษณะเศรษฐกิจเป็นแบบยังชีพโดยผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน หากเหลือจึงนาไปเสียภาษี
อากรใหแ้ ก่ทางราชการและนาไปแลกเปล่ยี นซอ้ื ขายกัน
การค้ากับต่างประเทศ
อยู่ภายใตก้ ารควบคุมของพระคลังสินคา้ ท่ีผูกขาดการคา้ กบั ต่างประเทศ จนกระทั่งสมัยรัชกาลท่ี
๓ ไทยทาสนธิสัญญาทางพระราชไมตรีและการพาณิชย์กับอังกฤษ (ที่เรียกว่า สนธิสัญญาเบอร์นีย์) และกับ
สหรัฐอเมริกา ทาให้สินค้าออกของไทย เช่น ข้าว น้าตาล พริกไทย เป็นที่ต้องการของพ่อค้าต่างช าติจานวน
มาก
พฒั นาการดา้ นสังคม
โครงสร้างสังคมไทยสมัยรตั นโกสนิ ทร์ตอนตน้
พระมหากษตั ริย์ พระบรมวงศานวุ งศ์ ขนุ นาง
ทรงเป็นพระประมุขของราชอาณาจักร เปน็ เครอื ญาติของพระมหากษัตริย์ บุคคลที่รับราชการแผ่นดิน มีทั้ง
ทรงได้รับการยกย่องให้เป็นสมมติเทพ มีศกั ดนิ าแตกตา่ งกันไปตามฐานะ ศักดนิ า ยศ ราชทนิ นาม และตาแหน่ง
และทรงเป็นธรรมราชา
ไพร่ ทาส พระภกิ ษุสงฆ์
ราษฎรที่ต้องถูกเกณฑ์แรงงานให้กับ บุคคลที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในแรงงานและ เป็นบุคคลที่สืบทอดพระพุทธศาสนา
ทางราชการทั้งในยามปกติและยาม ชีวิตของตนเอง ต้องตกเป็นทาสของ ซึ่งได้รับการยกย่องและศรัทธาจาก
สงคราม และต้องสงั กดั มูลนาย นายจนกวา่ จะไดไ้ ถ่ตัว บุคคลทุกชนชั้น
พัฒนาการด้านความสัมพันธร์ ะหวา่ งประเทศ
ลักษณะความสมั พนั ธ์กบั รฐั เพ่ือนบา้ น
รัฐเพอื่ นบา้ น หมายถงึ รัฐทต่ี ั้งอยู่ตดิ กบั ดินแดนราชอาณาจกั รไทย ประกอบด้วย ล้านนา พม่า
มอญ ล้านชา้ ง เขมร ญวน และมลายู
กรณีความสัมพันธ์กับพม่าเป็นการเผชิญหน้าทางการทหาร โดยสงครามครั้งสาคัญที่สุด คือ
สงครามเกา้ ทัพใน พ.ศ. ๒๓๒๘
สมัยรัชกาลที่ ๒ และสมัยรัชกาลที่ ๓การทาสงครามต่อกัน ค่อยๆ ลดลงตามลาดับ ทั้งน้ี
เพราะพม่าต้องหันไปเผชิญหน้ากับการคุกคามของลัทธิจักรวรรดินิยมตะวันตก คือ อังกฤษ พม่าจึงไม่ได้
คุกคามไทยอีก
ภาพวาดจาาลองเหตกุ ารณ์รัชกาลที่ ๓ โปรดเกลา้ ฯ ให้เจา้ พระยาบดนิ ทรเดชา
ยกทพั ไปปราบญวนที่ขยายอาานาจในดนิ แดนเขมร
ลกั ษณะความสมั พันธก์ ับจนี
มคี วามสมั พันธท์ างด้านเศรษฐกจิ เพือ่ ผลประโยชน์ทางการค้า การค้าขายกับจีนจะมีลักษณะ
พิเศษ ทเี่ รียกวา่ การค้าแบบรฐั บรรณาการ โดยถา้ รัฐใดแต่งต้ังทูตพรอ้ มกบั นาเครื่องราชบรรณาการไปถวาย
จักรพรรดิจีน ราชสานกั จนี ถือว่าเขา้ มาอ่อนนอ้ มและให้การรับรองกษัตริย์ของรฐั นั้นๆ และอนุญาตให้ซอื้ ขาย
กับจีน
ภาพวาดเมอื งกวางตุง้ ประตูสู่เมืองจนี ท่ีเรือ
ของราชทูตไทยต้องมาขึน้ ฝัง่ ท่นี ่ีก่อนเดินทาง ตอ่ ไปยังปักก่ิง (ภาพวาดประมาณต้นรตั นโกสนิ ทร์ ในหนังสอื The Opium War)
ลักษณะความสมั พนั ธก์ ับประเทศตะวันตก
ในสมัยรตั นโกสินทร์ตอนตน้ ไทยมกี ารตดิ ต่อทางการทูตกับประเทศตะวันตก ได้แก่ โปรตุเกส
องั กฤษ และสหรฐั อเมรกิ า ลกั ษณะความสมั พนั ธจ์ ะเปน็ เร่อื งผลประโยชน์ทางดา้ นเศรษฐกิจเป็นสาคัญ
โดยความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจนั้น ไทยยินดีให้โปรตุเกส อังกฤษ และสหรัฐอเมริกาส่ง
พ่อคา้ เขา้ มาคา้ ขายกบั ไทยได้
แต่ขณะเดียวกันก็เพื่อรักษาความมั่นคงและปลอดภัยให้พ้นจากการครอบครองของชาติ
ตะวนั ตกด้วย
เหตกุ ารณส์ าคัญที่มผี ลต่อพัฒนาการทางประวัตศิ าสตร์
ลักษณะความสมั พนั ธก์ ับประเทศตะวนั ตก
การอพยพเข้ามาของชาวจนี ในสมัยรัตนโกสินทร์
สาเหตุของการอพยพออก ปัจจยั ทที่ าใหช้ าวจีน ปจั จัยทท่ี าให้ชาวจนี
นอกประเทศของชาวจนี อพยพเขา้ มาในไทย อพยพเข้ามาในไทย
การเมืองภายในของจีน ความอุดมสมบรู ณแ์ ละความสงบ ด้านการเพิ่มกาลังคน ซึ่งช่วยเพิ่มแรงงานให้กับเมืองไทยใน
สขุ ของแผน่ ดนิ ไทย เวลาท่ีฟื้นฟบู า้ นเมืองไดเ้ ป็นอยา่ งดี
ภยั ธรรมชาติ
การมีชมุ ชนชาวจนี ขนาดใหญใ่ น ด้านการปกครอง บางคนได้มีบทบาททางการปกครองโดย
การเพิ่มจานวนประชากร ไทย เป็นขุนนางไทย เช่น ชาวจนี ชอ่ื เหยียง เป็นพระยาสงขลา และ
เป็นตน้ ตระกลู ณ สงขลา
ด้านเศรษฐกิจ ชาวจีนอพยพประกอบอาชีพต่างๆ เช่น
การคา้ ทาสวนผัก เลยี้ งสัตว์ รวมถึงเจ้าภาษี นายอากร ซึ่งมี
ความสาคัญทางเศรษฐกิจของไทย
ด้านสังคม ชาวจีนอพยพบางส่วนทาการละเมิดกฎหมาย มี
การรวมตวั กันเปน็ อ้งั ยี่หรือสมาคมลับลักลอบซ้อื ขายฝิ่น ส่งผล
ให้ชาวไทยสูบด้วย ทางราชการต้องออกประกาศห้ามการซื้อ
ขายและสบู ฝิน่
การจดั ระเบียบสังคมชาวจีนในสมยั รตั นโกสนิ ทร์
๑ ๒
ใหช้ าวจนี จา่ ยเงนิ ผูกปี้ ในเมืองทมี่ ีชาวจีนอพยพอยู่มาก
แทนการเกณฑ์แรงงาน ให้มีกรมการเมอื งหรือเจา้ หนา้ ท่ี
ของเมืองเปน็ ชาวจีนดว้ ย
ทาให้มีรายได้และควบคมุ ชาวจนี
๔ ในสมยั ตอ่ มา คือ รัชกาลที่ ๕
๓ ทรงใหช้ าวจีนต้งั เปน็ สโมสรการคา้
กวดขันให้หวั หน้าหรือเถา้ เก๋ ซ่งึ เปน็
เป็นสมาคมในลกั ษณะอื่นได้ ซ่ึงต่อมาได้
นายทนุ ชาวจีนทีร่ ับชาวจนี อพยพ เข้ามา เปน็ สมาคมผู้บาเพญ็ ประโยชน์
ให้ควบคมุ ดูแลชาวจนี ให้ดี เชน่ สมาคมมูลนิธริ ว่ มกตญั ญู
บทบาทของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จกั รตี ่อความมน่ั คงและความเจรญิ รงุ่ เรืองของชาติไทย
พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช
พระราชกรณียกจิ ท่สี าคญั
ด้านการเมืองการปกครอง ด้านความม่นั คง
❖ ทรงสถาปนากรุงเทพฯ เป็นราชธานี ❖ ทรงป้องกันราชอาณาจักรให้ปลอดภัย
❖ ทรงสถาปนาราชวงศ์จกั รี โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในสงครามเกา้ ทัพ
❖ โปรดเกลา้ ฯ ใหม้ ีการชาระกฎหมาย
เรยี กว่า กฎหมายตราสามดวง
ดา้ นศลิ ปวฒั นธรรม
❖ โปรดเกลา้ ฯ ใหส้ งั คายนาพระไตรปิฎกทรงสนพระทยั วรรณคดี จึงมีวรรณคดีที่สาคัญหลายเรื่อง เช่น
รามเกียรต์ิ รวมถงึ การแปลวรรณกรรมของตา่ งชาติ เชน่ สามกก๊ และราชาธิราช
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หล้านภาลยั
พระราชกรณยี กจิ ทส่ี าคัญ
ดา้ นความมนั่ คง ด้านศลิ ปวฒั นธรรม
❖ โปรดเกล้าฯ ให้ครัวมอญไปตั้งภูมิลาเนา ❖ ทรงมีพระปรีชาสามารถในด้าน
ที่แขวงเมืองปทุมธานี เมืองนนทบุรีและ สถาปัตยกรรม ประติมากรรม ดนตรี
เมอื งนครเข่ือนขันธ์ นาฏศลิ ป์ และวรรณกรรมประเภทตา่ งๆ
❖ โปรดเกล้าฯ ให้ไพร่มารับราชการ ๑ เดือน ❖ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระปรางค์วัด อรุณ
และอยู่กับครอบครัว ๓ เดือน ทรงให้มี ราชวราราม (วัดแจ้ง)
การตรากฎหมายหา้ มสบู และซือ้ ขายฝน่ิ
ภาพวาดจาลองทรงให้สร้างเมืองนครเขอ่ื นขนั ธ์ ภาพวาดจาลองทรงซอสามสาย
(พระประแดง)
พระบาทสมเดจ็ พระน่งั เกล้าเจ้าอย่หู ัว
พระราชกรณียกิจทสี่ าคัญ
ด้านความมน่ั คง ด้านศลิ ปวฒั นธรรม
❖ ทรงป้องกันอาณาจักรด้วยการสกัด ❖ ทรงมีรับสั่งโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเรือสาเภาที่
กองทัพของเจ้าอนุวงศ์ทรงประสบ วดั ยานนาวา
ความสาเร็จในการยุติการสู้รบระหว่าง
ไทยกบั ญวน ❖ โปรดเกล้าฯ ให้จารึกวรรณคดีสาคัญ และ
วิชาการแพทย์ลงแผ่นศิลา แล้วติดไว้ตาม
ศาลารายรอบบริเวณวัดพระเชตุพนวิมลมัง
คลาราม
ด้านการคา้ กับต่างประเทศ
❖ ทรงสนบั สนนุ การคา้ ทั้งกบั เอเชยี และยุโรปมีการลงนามในสนธสิ ญั ญาเบอร์นีย์