2หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี
ทวปี อเมรกิ าเหนือ
สาระเรยี นรู้แกนกลาง
• ทต่ี ง้ั ขนาด และอาณาเขตของทวปี อเมริกาเหนือ
• การเลือกใชแ้ ผนที่เฉพาะเร่ืองและเครือ่ งมอื ทางภมู ศิ าสตรส์ ืบคน้ ขอ้ มูลลักษณะทางกายภาพของทวปี อเมริกาเหนือ
• ทาเลที่ตงั้ ของกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ และสังคม เช่น พื้นท่เี พาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ แหลง่ ประมง การกระจายของภาษาและศาสนาในทวปี อเมรกิ าเหนือ
• ปจั จยั ทางกายภาพและปจั จัยทางสังคมทส่ี ่งผลตอ่ การเปล่ยี นแปลงโครงสรา้ งทางประชากร ส่งิ แวดล้อม เศรษฐกจิ สงั คมและวฒั นธรรมในทวีปอเมริกาเหนือ
ลกั ษณะทางกายภาพของทวีปอเมริกาเหนอื
?สง่ ผลตอ่ การดารงชวี ิตของประชากรอยา่ งไร
ท่ีต้งั ขนาด และอาณาเขต จดุ เหนือสดุ จุดตะวนั ออกสุด
แหลมมอรร์ ิสเจซัป แหลมนอร์ดออสตนุ ดินเกน
ทต่ี งั้ และอาณาเขต กรนี แลนด์ 83 38' N กรีนแลนด์ 12 08' W
จุดตะวนั ตกสุด จุดเหนอื สุดของแผน่ ดนิ ,
หมู่เกาะอะลูเชียน คาบสมุทรบเู ทีย
71 59' N
สหรัฐอเมรกิ า
172 30' E
จุดตะวันตกสุดของแผ่นดนิ จดุ ตะวนั ออกสดุ ของแผ่นดนิ ตงั้ อยรู่ ะหว่างละติจดู 7 15 ' เหนือ
แหลมพรินซอ์ อฟเวลส์ ปลายแหลมของอา่ วแบตเทิล ถึงละติจูด 83 38' เหนือ และระหว่าง
สหรัฐอเมริกา ลองจิจูด 172 30' ตะวันออก ถึง 12° 08'
168 05' W 55 42' W ตะวันตก
จดุ ใตส้ ุด
คาบสมทุ รอาซวยโร
ปานามา 7 ° 15' N
ทตี่ ้งั ขนาด และอาณาเขต
ที่ตงั้ และอาณาเขต
ตง้ั อยรู่ ะหวา่ งละตจิ ูด 7 15 ' เหนอื ถึงละติจูด 83 38' เหนือ และระหว่าง
ลองจิจูด 172 30' ตะวันออก ถงึ 12° 08' ตะวนั ตก
ทิศเหนือ ทิศตะวนั ออก
จดมหาสมุทรอารก์ ติก จดมหาสมุทรแอตแลนตกิ ตอนเหนือ
ทะเลโบฟอร์ต อา่ วแบฟฟนิ
อา่ วฮัดสนั และทะเลแลบราดอร์
ทิศใต้ ทศิ ตะวนั ตก
จดมหาสมทุ รแปซิฟิก ตดิ ต่อกบั จดมหาสมุทรแปซฟิ ิกตอนเหนอื
ทวีปอเมรกิ าใต้ จดอา่ วเม็กซโิ ก อ่าวอะแลสกา และมชี ่องแคบเบรงิ
และทะเลแคริบเบียน กน้ั ระหว่างทวีปอเมรกิ าเหนือกับ
ทวีปเอเชยี
ภมู ภิ าคทางภมู ศิ าสตร์
ภูมภิ าคอเมรกิ าเหนอื
ประมาณ 365 ลา้ นคน
จานวนประชากร
พื้นที่ 19.3 ลา้ นตารางกิโลเมตร
แมนแฮตตนั
รฐั นิวยอร์ก สหรฐั อเมรกิ า
ภูมิภาคทางภมู ศิ าสตร์
ภมู ภิ าคอเมริกากลาง
ประมาณ 179 ล้านคน
จานวนประชากร
พนื้ ที่ 2.5 ล้านตารางกิโลเมตร
พรี ะมดิ ชเิ ชนอติ ชา
ประเทศเม็กซิโก
ภมู ภิ าคทางภูมศิ าสตร์
ภูมภิ าคแคริบเบยี น
ประมาณ 36.9 ลา้ นคน
จานวนประชากร
พ้ืนท่ี 2.15 แสนตารางกโิ ลเมตร
ชายหาดในประเทศคิวบา
ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ 1. เขตกล่มุ เทอื กเขาดา้ นทศิ ตะวันตก
2. บรเิ วณท่ีสงู และภูเขาด้านทิศตะวนั ออก
6 3. บริเวณทร่ี าบตา่ รอบอา่ วฮดั สัน
4. ที่ราบเกรตเพลนส์
3 5. ทร่ี าบลุ่มนา้ และท่รี าบชายฝ่ังทะเล
2 6. เกาะและหมู่เกาะ
14
5
6
เขตกลุ่มเทือกเขาด้านทศิ ตะวนั ตก
เป็นเทอื กเขาสูงสลบั ซับซอ้ น ระหว่างแนวเทือกเขาเปน็ ที่ราบสงู และ
แอง่ แผ่นดนิ มีภมู ิประเทศท่โี ดดเดน่ ได้แก่ แกรนด์แคนยอน
Grand Cแกaรนnด์แyคนoยอnน แม่นา้ โคโลราโด
หนา้ ผาลึกทเี่ กดิ จาก
การกดั เซาะของแมน่ า้
ลึก 1.6 กม.
กว้าง 5–29 กม.
ยาว 450 กม.
บรเิ วณทส่ี ูงและภเู ขาดา้ นทศิ ตะวนั ออก Appalachian เทMอื กoเขาuแอnปพtาaเลiเชnยี นs
ประกอบดว้ ยบริเวณทส่ี ูงแลบราดอร์ กลุม่ ทะเลสาบเกรตเลกส์ ยอดเขามิตเชลล์
2,037 เมตร
และเทือกเขาแอปพาเลเชียน โดยมยี อดเขามติ เชลลเ์ ปน็ ยอดเขา
สูงท่ีสดุ สงู 2,037 เมตร การยกตวั ขนึ้ ของ
แผ่นดิน
บรเิ วณทร่ี าบตา่ รอบอา่ วฮัดสัน
เป็นลานทวปี บริเวณกว้าง ประกอบดว้ ยตะกอนธารนา้ แขง็ สะสมอยู่ อา่ วฮดั สนั
เรยี กว่า คะเนเดยี นชลี ด์
Cคะaเนเnดียaนชdลี ดi์an Shield
ทะเลสาบนา้ จดื ขนาดเลก็
กระจายอย่ทู ั่วไป
มีอากาศหนาวจดั
ประชากรอาศัยอยนู่ อ้ ยมาก
ท่รี าบเกรตเพลนส์
ทร่ี าบลาดเขาขนาดใหญ่ พบเนินตะกอนจากการพัดพา
ตะกอนกรวด หนิ และทรายของแมน่ า้ สะสมตวั เปน็ เนนิ สูง
Gท่รี rาบeเกaรตtเพPลนlสa์ ins
พนื้ ที่เกษตรกรรม
เนนิ ตะกอนแมน่ า้
ทร่ี าบตา่ ตอนกลางและที่ราบชายฝั่งทะเล
• ที่ราบลุม่ นา้ เป็นแผน่ ดินทอ่ี ุดมสมบูรณจ์ ากการสะสมของตะกอนท่ถี กู แม่นา้ พัดพา
• ทร่ี าบชายฝ่ังทะเล เกิดจากแม่น้าสายส้นั ๆ ในแผน่ ดนิ พดั พาตะกอนมาทับถมกบั
ตะกอนจากทะเล Missisทs่ีรiาpบลpมุ่ นi้าPมสิ lซaิสiซnิปปsี
พ้ืนที่เกษตรกรรม แมน่ า้ มิสซสิ ซิปปี
ทีอ่ ดุ มสมบรู ณ์
พืน้ ท่ีอยู่อาศัย
เกาะและหมเู่ กาะ ประกอบด้วย 1. เกาะกรนี แลนด์และหม่เู กาะตอนเหนอื ของแคนาดา 2. หมู่เกาะฮาวายและ
หมู่เกาะอะลเู ชยี น และ 3. หมู่เกาะเวสตอ์ นิ ดสี
เกาะนเี ฮา
เกาะคาไว
แนวสันเขากลาง เกาะโอวาฮู หม่เู กาะฮาวาย
มหาสมุทรแปซฟิ กิ
เกาะโมโลไก
Hหมูเ่aกาwะฮาaวiาiยan Islands เกาะลาไน
เกาะเมาอี
เกาะฮาวาย
ลกั ษณะภูมิอากาศและพืชพรรณธรรมชาติ
ปัจจยั ควบคมุ ภมู อิ ากาศ ทศิ ทางของลมประจา
ลมขั้วโลก ลมตะวนั ตก
พัดพาความหยาวเยน็ มา พดั จากมหาสมทุ รแปซฟิ กิ
จากข้วั โลกเหนอื เกดิ ความชุม่ ชนื้ บริเวณ
ด้านรบั ลม ดา้ นหลังเขาทอี่ บั
ลมจงึ แห้งแล้ง
ลมค้าตะวนั ออกเฉียงเหนอื
พดั พาความช้นื มาจากมหาสมุทร
แอตแลนติก ทาให้เกดิ ฝนชุก
บรเิ วณตะวันออกของทวีป
ลกั ษณะภูมิอากาศและพืชพรรณธรรมชาติ
ปัจจยั ควบคุมภมู อิ ากาศ การวางตวั ของเทือกเขา ทาใหท้ ่ีราบเกรตเพลนสแ์ ละท่ี
ราบตอนกลาง มีฝนนอ้ ย
เทอื กเขาขวาง
ก้นั ความช้นื
ดา้ นรับลมมคี วามช้นื ด้านหลังเขาไม่ได้รับ เป็นลมรอ้ นและแหง้
และมีฝนตกมาก ความชืน้ ที่เกดิ ดา้ นหลังเขา
ลกั ษณะภูมอิ ากาศและพชื พรรณธรรมชาติ กระแสน้า กระแสนา้ เย็นกรีนแลนด์
และกระแสน้าเยน็ แลบราดอร์
ปัจจยั ควบคมุ ภมู ิอากาศ
ทาใหช้ ายฝง่ั ตะวนั ออกของ
กระแสนา้ เย็นแคลฟิ อรเ์ นีย แคนาดามอี ากาศหนาวเย็นมาก
ทาใหช้ ายฝ่ังด้านน้ไี มร่ ้อนจดั ใน กระแสน้าอ่นุ กัลฟส์ ตรีม
ฤดรู ้อน แมจ้ ะอย่ใู นละตจิ ดู ตา่
ทาใหช้ ายฝง่ั ด้านน้ีไมห่ นาวเยน็
มากนกั แมจ้ ะอยู่ในละตจิ ดู สงู
ลกั ษณะภมู อิ ากาศและพืชพรรณธรรมชาติ
เขตภมู อิ ากาศและพชื พรรณธรรมชาติ
เขตภูมอิ ากาศ
เขตร้อน เขตอบอนุ่
ร้อนช้นื แถบศนู ยส์ ตู ร เมดิเตอร์เรเนียนแบบแหง้ แล้งและรอ้ นในฤดรู ้อน
เขตมรสมุ เมดเิ ตอร์เรเนยี นแบบแหง้ แล้งและอบอนุ่ ในฤดูร้อน
สะวันนา ชน้ื สลบั แลง้ เขตอบอุ่นแบบแหง้ แลง้ ในฤดูหนาวและร้อนในฤดูรอ้ น
เขตแห้งแลง้ ชื้นสลบั แล้งเขตอบอ่นุ แบบแห้งแลง้ ในฤดูหนาวและอบอุ่นในฤดรู อ้ น
ช้ืนกง่ึ เขตร้อน
ทะเลทรายเขตร้อน ชายฝง่ั ตะวันตกภาคพนื้ สมุทร
ทะเลทรายเขตอบอุน่
ก่ึงแห้งแล้งเขตร้อน เขตหนาว
กึ่งแหง้ แลง้ เขตอบอุ่น
ภาคพื้นทวีปแบบแห้งแล้งและอบอุน่ ในฤดรู ้อน
เขตขั้วโลก ภาคพื้นทวปี แบบแหง้ แลง้ และหนาวในฤดูร้อน
ภาคพืน้ ทวีปแบบแหง้ แลง้ ในฤดหู นาวและร้อนในฤดรู ้อน
ทุนดรา ภาคพน้ื ทวีปแบบแหง้ แล้งในฤดูหนาวและอบอุ่นในฤดูรอ้ น
ทงุ่ นา้ แข็ง ภาคพน้ื ทวปี แบบแห้งแลง้ ในฤดหู นาวและฤดรู ้อน
ชน้ื ภาคพ้ืนทวีปแบบไมม่ ีฤดแู ล้งและรอ้ นในฤดรู อ้ น
ชน้ื ภาคพ้นื ทวปี แบบไม่มีฤดแู ล้งและอบอนุ่ ในฤดรู ้อน
ชืน้ ภาคพนื้ ทวีปแบบไม่มฤี ดแู ลง้ และหนาวในฤดรู อ้ น
เขตภูมอิ ากาศและพืชพรรณ
เขตร้อน
อุณหภูมิสงู กว่า 18° C ทุกเดือน
ภูมอิ ากาศแบบร้อนชน้ื แถบศนู ยส์ ูตร
อุณหภูมสิ ูงและปริมาณฝนสงู กวา่ 60 มม./เดือน
พชื พรรณ : เป็นป่าดบิ ชืน้ ใบเขยี ว ไมผ่ ลดั ใบ
ภูมิอากาศเขตมรสุม
ปริมาณฝนสงู กว่า 100 มม./เดือน
ยกเวน้ ช่วงเปล่ยี นลมมรสมุ
พืชพรรณ : เป็นป่าโปร่ง ทงิ้ ใบในฤดแู ล้ง มี
พรรณไม้เด่นจาพวกไผ่และปาล์ม
ภูมอิ ากาศแบบสะวนั นา
มฝี นตกชุก 6 เดือน และชว่ งฝนแลง้ 6 เดอื น
พืชพรรณ : เป็นป่าหญา้ สลับกลุ่มไม้ใหญ่ที่
ทนแลง้ ได้ดี
เขตภูมิอากาศและพืชพรรณ
ภมู ิอากาศเขตแห้งแล้ง
มีฝนตกน้อย กลางวนั อุณหภมู สิ ูง กลางคืนอณุ หภูมิต่า
ภมู ิอากาศแบบทะเลทรายเขตร้อน
มีปรมิ าณฝนรายปเี ฉลีย่ 250 มม. อณุ หภมู สิ ูงกวา่ 18 °C
พืชพรรณ : ตน้ กระบองเพชร ไม้พุม่ ไม้หนาม และหญ้า
ภมู ิอากาศแบบทะเลทรายเขตอบอุ่น
มปี รมิ าณฝนรายปตี ่ากว่า 250 มม. อุณหภมู ิเฉลยี่ ตา่ กว่า 18 °C
พชื พรรณ : ตน้ กระบองเพชร ไมพ้ มุ่ ไม้หนาม และหญ้า
ภมู อิ ากาศแบบกงึ่ แหง้ แล้งเขตรอ้ น
มปี รมิ าณฝนรายปี 250 – 500 มม. อณุ หภมู ิเฉลยี่ สูงกวา่ 18 °C
พืชพรรณ : ต้นกระบองเพชร ปาล์ม ไม้พุ่ม ไม้หนาม และหญา้
ภมู อิ ากาศแบบกง่ึ แห้งแลง้ เขตอบอนุ่
มปี ริมาณฝนรายปี 250 – 500 มม. อณุ หภูมิเฉลี่ยตา่ กว่า 18 °C
พืชพรรณ : ต้นกระบองเพชร ปาล์ม ไมพ้ มุ่ ไมห้ นาม และหญา้
เขตภมู ิอากาศและพืชพรรณ
ภูมิอากาศเขตอบอนุ่
มฝี นตกเกือบทกุ เดือน อุณหภมู ิเฉลยี่ ของเดอื นทห่ี นาวท่ีสดุ ตา่ กว่า 18°C
ภมู อิ ากาศแบบเมดิเตอรเ์ รเนยี น
ฤดูร้อนอากาศแหง้ ฤดหู นาวมีความช้นื จากอิทธิพลของลมตะวนั ตก
พชื พรรณ : เป็นพืชใบหนา ผวิ มัน เช่น สม้ มะกอก โอ๊ก ไม้หนาม
ภมู ิอากาศแบบชื้นสลบั แล้งเขตอบอุ่น
พบในพืน้ ท่สี งู จึงมีอณุ หภูมิต่า มีฝนในฤดฝู น มอี ากาศแหง้ ในฤดหู นาว
พชื พรรณ : โอ๊ก บีช เฮมลอ็ ก
ภมู อิ ากาศแบบชน้ื ก่งึ เขตรอ้ น
มคี วามชื้นตลอดปจี ากมวลอากาศอุ่นและกระแสนา้ อ่นุ กัลฟ์สตรีม
พืชพรรณ : ไพน์ สปรซู เฟอร์ และไม้สน
ภูมิอากาศแบบชายฝง่ั ตะวันตกภาคพ้นื สมุทร
ฝนตกตลอดปี ฤดรู อ้ นอากาศอบอุน่
พืชพรรณ : ไม้ยืนต้นประเภทสน
เขตภมู อิ ากาศและพชื พรรณ
ภูมอิ ากาศเขตหนาว
โดยทว่ั ไปมอี ุณหภูมิเฉลยี่ ตา่ กวา่ -3°C มหี มิ ะตก
ภูมอิ ากาศแบบกึ่งอารก์ ตกิ ภาคพ้ืนทวีป
แห้งแล้งและอบอุ่นในฤดูรอ้ น ปรมิ าณฝนตา่ กวา่ 40 มม.
แหง้ แล้งและหนาวเยน็ ในฤดูรอ้ น อุณหภูมิตา่ กวา่ 10 °C
แห้งแล้งในฤดูหนาวและรอ้ นในฤดรู ้อน
แหง้ แล้งในฤดูหนาวและอบอนุ่ ในฤดูร้อน
แห้งแล้งท้ังในฤดูหนาวและในฤดรู ้อน
พืชพรรณ : เป็นปา่ สน
ภมู ิอากาศแบบช้นื ภาคพน้ื ทวปี
ไม่มีฤดูแลง้ มีอากาศร้อนในฤดรู อ้ น
ไม่มีฤดแู ลง้ มีอากาศอบอนุ่ ในฤดรู อ้ น
ไม่มีฤดูแลง้ มีอากาศหนาวในฤดูร้อน
พืชพรรณ : วงศ์สนเขา ใบเล็กแหลม เช่น สปรซู เฟอร์
เขตภมู อิ ากาศและพชื พรรณ
ภูมอิ ากาศเขตข้วั โลก
ไมม่ ฤี ดรู ้อนทีแ่ ท้จริง เดือนที่รอ้ นทส่ี ุดมอี ณุ หภูมิไมเ่ กิน 10°C
มหี ิมะปกคลุมอดั ตัวและตกผลึก เกดิ เป็นธารน้าแข็ง
ภมู ิอากาศแบบทนุ ดรา
อากาศหนาวเย็นถงึ ขดี เยอื กแขง็ หรือต่ากวา่
พชื พรรณ : มอสส์ ไลเคน และหญา้ บางชนดิ
ภูมิอากาศแบบทงุ่ น้าแขง็
มพี ดื น้าแขง็ ปกคลมุ ตลอดทงั้ ปี
พืชพรรณ : พชื ไม่สามารถเจริญเตบิ โตได้
ลักษณะทรัพยากรธรรมชาติ น้า
ดนิ • มแี มน่ า้ หลายสาย สว่ นใหญม่ ีตน้ กาเนิดจากภเู ขาสงู
• ทะเลสาบพบมากทางตอนบนของทวปี
• มคี วามแตกตา่ งกนั ไปในแต่ละพืน้ ที่
• ดนิ ทเ่ี หมาะแก่การเพาะปลกู ได้แก่ แหลง่ ทแี่ ม่นา้ ไหลลง
ดินท่งุ หญา้ แพรรแี ละดนิ ตะกอนน้าพา มหาสมทุ รแปซิฟิก
มหาสมทุ รแอตแลนติก
ดนิ ขั้วโลก อา่ วฮดั สันและทะเลโบฟอร์ต
ดินภูเขา อ่าวเมก็ ซิโกและทะเลแคริบเบียน
ดนิ ทุ่งหญ้าแพรรี
ดนิ ตะกอนน้าพา นา้ ตกไนแอการา ในสหรฐั อเมรกิ าและแคนาดา
ดินท่รี าบชายฝ่ัง
ดินทะเลทราย
ลักษณะทรัพยากรธรรมชาติ สตั ว์ปา่
ปา่ ไม้ • มีความหลากหลายและกระจายอย่ทู ่วั ไป
ได้แก่ เขตเทอื กเขาสงู ทางดา้ นตะวนั ตกของ
• ส่วนใหญ่เป็นป่าเขตอบอุ่นและเขตหนาว ทวปี เขตทุง่ หญ้าแพรรี และอเมรกิ ากลาง
ในประเทศแคนาดาและสหรฐั อเมรกิ า
“ควายไบซัน”
• มีปา่ ฝนเขตร้อนหรือปา่ ดิบช้นื ในภมู ภิ าค สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ในทวีปอเมริกาเหนือ เป็นสัตว์
อเมริกากลางและหม่เู กาะแครบิ เบียน ประจาชาติของสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกับอินทรีหัวขาว
เพราะมคี วามสาคัญต่อวัฒนธรรมและเศรษฐกจิ
อทุ ยานแหง่ ชาติ
“อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน”
เป็นอุทยานแห่งแรกของโลกที่มีขนาดใหญ่ท่ีสุดในสหรัฐอเมริกา
มนี ้าพรุ อ้ นและบอ่ น้าร้อนมากกวา่ 10,000 แหง่ และมีน้าตก
อีกมากมาย
ลกั ษณะทรพั ยากรธรรมชาติ แร่
ทองคา • ส่วนใหญ่มีการกระจายตัวเหนอื จด
เหมอื งทองแดงในรฐั ยูทาห์ สหรฐั อเมรกิ า ใตต้ ามแนวเทอื กเขาร็อกกี และ
พลงั งาน
บรเิ วณเทอื กเขาแอปพาเลเชยี น
• ถ่านหนิ พบมากบริเวณเทือกเขาแอปพาเลเชยี นและดา้ น
ตะวนั ตกของเทอื กเขาร็อกกี มีปริมาณถา่ นหินสารองรอ้ ย ทองแดง
ละ 30 ของโลก
แร่
• นา้ มันดิบ พบมากบรเิ วณรอบอา่ วเม็กซิโก รัฐเท็กซัส เหล็ก
และตอนเหนอื รฐั อะแลสกาของสหรัฐอเมรกิ า มปี ริมาณ ทองแดง
สารองมากเป็นอันดบั 2 ของโลก เงนิ
ทองคา
• แก๊สธรรมชาติ พบมากบริเวณทีร่ าบเหนอื อ่าวเมก็ ซิโก นกิ เกลิ
และทร่ี าบทางตอนใต้ของแคนาดา บอ็ กไซต์
ฟอสเฟต
พลงั งาน
แทน่ ขุดเจาะนา้ มัน ในรัฐแอลเบอรต์ า ประเทศแคนาดา ถา่ นหิน
น้ามนั ดบิ
แกส๊ ธรรมชาติ
ลกั ษณะประชากร ภมู ภิ าคอเมรกิ าเหนือ
จานวนประชากร 582 ลา้ นคน 19% 66% 15%
อัตราเกิด เฉลย่ี 16 บรเิ วณทีป่ ระชากรอาศยั อยู่เบาบาง
อตั ราตาย เฉลยี่ 7.3
ภูมภิ าคแครบิ เบียน
ภูมภิ าคอเมริกากลาง
25% 65% 10%
29% 65% 6%
บริเวณทปี่ ระชากรอาศัยอยู่หนาแน่น
การยา้ ยถน่ิ ในทวปี อเมริกาเหนอื
การย้ายเขา้
ทวีปอเมริกาเหนอื รบั ผู้อพยพ
เข้ามากท่สี ุด
การยา้ ยออก
มจี านวนนอ้ ย
ปจั จยั
แสวงหารายไดแ้ ละงาน
ลกั ษณะทางสงั คมและวัฒนธรรม Tipi กระโจมอินเดียน เปน็ ท่ีอยอู่ าศัยของชาวอนิ เดยี น
ทาจากหนังสตั วซ์ ง่ึ ทนตอ่ แดด ฝน และหิมะ
กลุ่มชนพื้นเมอื ง
ชาวอนิ เดียน
• มีผวิ สนี า้ ตาลค่อนขา้ งคลา้ ผมและนัยนต์ าสดี า
จมกู โด่ง โหนกแกม้ สูง
• อาศัยอยใู่ นสหรฐั อเมรกิ าและภูมภิ าคอเมริกากลาง
• ดารงชวี ิตด้วยการทาไร่ ปลกู ข้าวโพด มนั ฝร่ัง ถ่ัว
ใบยาสูบ ลา่ สตั ว์
มา้ เปน็ พาหนะทีช่ าวอินเดียนใช้ขี่ในการล่าสัตว์
ชาวเอสกิโม ดารงชวี ิตดว้ ยการลา่ สตั ว์ เชน่ แมวนา้ วาฬ และกวาง
และใชห้ นงั กวางทาเครื่องน่งุ ห่ม
• มผี ิวสเี หลือง ผมและนยั นต์ าสดี า
• อาศัยอยูท่ างตอนเหนอื ของแคนาดา
และในรฐั อะแลสกา ของสหรัฐอเมรกิ า
อิกลู ที่อยูอ่ าศัยที่ทาจากกอ้ นน้าแขง็ วางซอ้ นกัน Mukluk
เป็นชน้ั ๆ ภายในมหี นังสัตวข์ งึ ไว้ทีผ่ นงั เพ่อื ใชเ้ ป็น รองเทา้ บูทที่ทาจากหนงั ของกวาง
ฉนวนสาหรับกักเก็บความร้อน เรนเดียรซ์ ่ึงช่วยให้เท้าอบอุน่
กลุม่ เช้ือสายชาวยุโรป
• ชาวผิวขาวอพยพมาจากทวีปยโุ รปช่วงศตวรรษที่ 15
• อาศัยอยมู่ ากในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
กลมุ่ เชอ้ื สายชาวแอฟริกา
• ชาวผวิ สีจากทวีปแอฟรกิ าเป็นแรงงานทาสในยุคลา่ อาณานคิ ม
• กระจายอยู่ในสหรฐั อเมริกาและภมู ิภาคแครบิ เบียน
กลุ่มเช้อื สายชาวเอเชยี
• ชาวผวิ เหลืองจากเอเชียอพยพไปตง้ั แตช่ ่วงศตวรรษที่ 19
• อาศัยอยมู่ ากในรฐั แคลฟิ อรเ์ นยี ของสหรฐั อเมรกิ า และรฐั
แวนคเู วอร์ของประเทศแคนาดา
กล่มุ เลอื ดผสม ชาวอินเดียน เมสตีโซ
ชาวผิวขาว มูลัตโต
ชาวผวิ ขาว ชาวผวิ สี ซัมโบ
ชาวผิวสี
ชาวอนิ เดยี น
ภาษา
ภาษาองั กฤษ
• เป็นภาษาทางการในภมู ิภาคอเมรกิ ากลางและ
กลุ่มประเทศในทะเลแครบิ เบียน
ภาษาฝร่ังเศส
• เป็นภาษาทางการของรัฐควเิ บกของแคนาดา
และหม่เู กาะท่เี คยเป็นอาณานคิ มของฝรง่ั เศส
ภาษาสเปน
• เปน็ ภาษาทางการเมก็ ซิโกและประเทศใน
ภมู ภิ าคอเมริกากลาง
ภาษาอินเดียน
• ใช้ในกล่มุ ชาวอนิ เดียนพื้นเมอื ง
ภาษาเอสกโิ ม
• ใชใ้ นกลมุ่ ชาวเอสกโิ ม
ศาสนา
1% 1% 1% ประชากรในทวปี อเมริกาเหนือ
17 % 1 %
ส่วนใหญน่ ับถือครสิ ตศ์ าสนา
• แต่กย็ งั มกี ารนบั ถือศาสนาอ่นื ๆ
และไมน่ บั ถือศาสนาใดๆ ด้วย
จานวนหน่งึ
สดั สว่ นการนบั ถือศาสนาทวปี อเมริกาเหนือ
76 %
การเปล่ียนแปลงทางสงั คมและวฒั นธรรม กลุ่มลาตินอเมริกา
กลมุ่ แองโกลอเมรกิ า สาเหตุ
• เปลีย่ นจากสงั คมชนบทไปสู่สงั คมเมอื งมากข้ึน
สาเหตุ • ประชากรที่มฐี านะยากจนเดินทางเข้าสูเ่ มอื งใหญเ่ พอ่ื หางานทา
• ประเทศขนาดใหญ่ มีความเขม้ แขง็ ทางการเมืองและเศรษฐกจิ
• ประชากรย้ายถิ่นฐานเข้ามาในเมอื งเป็นจานวนมาก ผลกระทบ
• ปัญหาการลกั ลอบหลบหนเี ข้าเมอื งแบบผิดกฎหมาย
ผลกระทบ • ปญั หาสิ่งแวดล้อม อาชญากรรม การแพรร่ ะบาดของส่ิงเสพติด
• การลดลงของชาวอินเดยี นพนื้ เมือง • การจราจรตดิ ขดั
• พ้นื ทเี่ มืองอาศัยอยู่อยา่ งแออดั
ลกั ษณะเศรษฐกิจ ขา้ วโพด
เกษตรกรรม • ปลกู มากทางตะวนั ตกตอนกลางของ
สหรัฐอเมริกา (มดิ เวสต์)
พืชสกุลสม้
ฝา้ ย
• ปลกู มากในภมู อิ ากาศแบบเมดเิ ตอร์เรเนียน
ในรัฐแคลฟิ อร์เนียและฟลอรดิ า • ปลกู มากบรเิ วณท่ีราบชายฝั่งตะวันออกและ
ตะวนั ออกเฉยี งใต้ของสหรัฐอเมรกิ าหรือเขต
ข้าวสาลี CottonBelt
• ปลกู มากบริเวณทุง่ หญา้ แพรรี กล้วยหอม
• สหรฐั อเมรกิ าและแคนาดาเปน็ ผสู้ ่งออก
• ปลูกมากในเขตร้อนช้นื แถบแครบิ เบียน
รายใหญ่ของโลก และภมู ิภาคอเมรกิ ากลาง
อ้อย
• ปลูกมากในภมู ิอากาศแบบร้อนชื้น
• เปน็ สนิ ค้าสง่ ออกสาคญั ของภูมภิ าค
อเมรกิ ากลาง
สหรัฐอเมริกา
สง่ ออกขา้ วโพดมากท่สี ุดในโลก
377 ลา้ นตนั คดิ เป็น 46%
คอร์นเบลท์
• แหล่งปลกู ข้าวโพดแหล่งใหญ่ทีส่ ุดของโลกครอบคลุมพ้ืนทีก่ ว่า 10 รัฐของ
สหรฐั อเมริกา บรเิ วณพน้ื ทแ่ี ถบมดิ เวสต์ (Midwest)
• เพาะปลกู แบบไร่ขนาดใหญ่ (Plantation) ทาให้ปริมาณผลผลติ ตอ่ ไร่สูง
การเลี้ยงสตั ว์ แกะ
โคเน้อื • เลีย้ งมากบรเิ วณทุ่งหญา้ ในพ้ืนทแ่ี หง้ แลง้
และเทือกเขาทางตะวันตกของสหรฐั อเมริกา
• เลย้ี งมากบริเวณท่รี าบเกรตเพลนส์ และทุง่ หญา้ แพรรี
• สหรัฐอเมรกิ าสง่ ออกเนอ้ื วัวมากเปน็ อันดบั 1 ของโลก สกุ ร
โคนม • นิยมเล้ยี งในเขตทร่ี าบภาคกลางและ
พื้นทรี่ อบ ๆ ทะเลสาบทง้ั 5
• เล้ยี งมากในเขตทร่ี าบภาคกลางและบรเิ วณรอบ ๆ
ทะเลสาบทง้ั 5
Gทรี่ rาบeเกaรตtเพลPนสl์ains
• ที่ราบลาดเขาขนาดใหญ่ เป็นแหล่งเล้ียง
สตั ว์แหล่งใหญ่ที่สดุ ของทวีป
• สตั ว์ท่นี ยิ มเล้ยี งมาก เชน่ โคเน้ือ โคนม
การประมง แกรนด์แบงส์ (Grand Banks)
แคนาดา • กระแสนา้ อนุ่ และกระแสนา้ เยน็ ไหลมาบรรจบกัน • บริเวณทีม่ ีปลาชุกชมุ มากท่ีสดุ ในทวปี อเมรกิ าเหนือ
ทาให้มีแพลงก์ตอน อดุ มสมบูรณ์ ปลาท่ีพบมาก
ปลาค็อด
ปลาเฮร์ริง
สหรฐั อเมริกา
เมก็ ซิโก หมู่เกาะแครบิ เบียน
อตุ สาหกรรม
อุตสาหกรรม
ภมู ิภาคอเมริกาเหนือ
• อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรม
ผลิตเครื่องบิน มีฐานการผลิตกระจายอยู่
รอบทะเลสาบทั้ง 5 (เกรตเลกส)์
• อุตสาหกรรมปิโตรเลียม พบมากบริเวณรอบ ๆ
อา่ วเม็กซิโกและตอนเหนือของรัฐอะแลสกา
อตุ สาหกรรมปโิ ตรเลยี ม
อตุ สาหกรรมส่งิ ทอ
ภมู ิภาคอเมรกิ ากลาง อตุ สาหกรรมยานยนต์
• อตุ สาหกรรมยานยนต์ พบบริเวณประเทศ
เมก็ ซโิ ก
• อตุ สาหกรรมนา้ มัน พบมากบรเิ วณรอบ
อา่ วเมก็ ซโิ ก ภูมภิ าคอเมริกากลางมี
ปริมาณน้ามนั สารองมากเป็นอนั ดับต้น ๆ
ของโลก
• อุตสาหกรรมส่งิ ทอ พบไดท้ ่ัวไปตามเมอื ง
ใหญ่ๆ ของประเทศคอสตาริกา นิการากัว
ปานามา
• อตุ สาหกรรมอาหารแปรรูป พบมากใน
ประเทศกวั เตมาลา ฮอนดรู สั และ
เอลซัลวาดอร์
อุตสาหกรรมส่งิ ทอ ภมู ภิ าคแคริบเบยี น
• อตุ สาหกรรมแปรรปู ผลผลติ ทางการเกษตร เช่น ผลผลติ
จากน้าตาลและกล้วย
• อตุ สาหกรรมนา้ มัน พบมากในประเทศบาฮามาส
• อุตสาหกรรมสิ่งทอ พบมากในประเทศโดมนิ กิ ันและเฮติ
• อุตสาหกรรมแร่ พบบรเิ วณประเทศจาเมกาซึ่งเปน็ แหลง่ ผลติ
แรอ่ ลูมเิ นียมแหล่งใหญ่ของโลก
• อตุ สาหกรรมลอ่ งเรอื พบมากในประเทศโดมินิกนั และ
เปอร์โตรโิ ก
อตุ สาหกรรมลอ่ งเรอื
พาณิชยกรรม ประเทศในภูมภิ าคอเมรกิ าเหนอื มี
ปริมาณการค้าการลงทนุ สูง ทาให้
5 อันดบั GDP และมลู ค่าสง่ ออก-นาเขา้ เป็นผนู้ าด้านเศรษฐกจิ ของโลก
ของประเทศในทวีปอเมรกิ าเหนอื พ.ศ. 2561 สหรฐั อเมรกิ ามี GDP สงู ท่สี ุดเป็น
อนั ดบั 1 ของโลก
ประเทศในแถบแครบิ เบียน มีการคา้
การลงทนุ นอ้ ย
สินคา้ สง่ ออก แคนาคา นา้ มัน ทองคา ไม้แปรรปู
สหรฐั อเมริกา
รถยนต์ เครื่องจกั ร เครือ่ งบนิ ทองคา โกโก้ น้าตาล
ปโิ ตรเลียม แร่เงิน กาแฟ เมก็ ซิโก
นา้ ตาล กาแฟ ส่ิงทอ กัวเตมาลา สาธารณรัฐโดมินิกัน
สินคา้ นาเขา้
นา้ มันดิบ เครื่องมือแพทย์ เครอ่ื งจักร แคนาคา รถยนต์ นา้ มัน ยาเวชภัณฑ์
เครอื่ งจกั ร สินคา้ วัตถดุ บิ ชิ้นส่วนรถยนต์ สหรฐั อเมริกา
เครื่องจกั ร ปุย๋ เชือ้ เพลิง ปโิ ตรเลยี ม อาหาร ฝา้ ย
เมก็ ซิโก
กวั เตมาลา สาธารณรัฐโดมนิ ิกนั
ทอ่ งเที่ยวและบรกิ าร • น้าตกไนแอการา อยู่ระหวา่ งพรมแดน
ของสหรัฐอเมรกิ าและแคนาดา
• อุทยานแห่งชาตแิ บมฟ์ จดุ ชมววิ เทือกเขารอ็ กกี
และทิวสนทส่ี วยงาม • ทะเลแครบิ เบยี น ทะเลเขตร้อนสีสนั
สวยงามสไตล์ละตินอเมรกิ า
• พรี ะมิดกูกูลข่าน แหล่งอารยธรรมมายา
ในเมก็ ซโิ ก
การคมนาคมขนสง่ เสน้ ทางเช่ือมทวปี • ทางหลวงสายแพนอเมรกิ าเชอื่ มระหว่างทวีปอเมรกิ าเหนอื กบั
อเมริกาใต้ โดยมีจุดเรม่ิ ต้นอยู่ทรี่ ฐั อะแลสกาถึงเมืองอูซัวยาของ
Pan-America Highway ประเทศอารเ์ จนตนิ า มคี วามยาวทัง้ หมด 48,000 กิโลเมตร
คลองปานามา Panama Canel เป็นเส้นทางที่ถูกใช้งานทกุ วันเพื่อเชอ่ื มต่อ
160 ประเทศ และ 1,700 ท่าเรือเขา้ ด้วยกนั
คลองทีข่ ดุ เพอ่ื ใช้เปน็ เสน้ ทางเดนิ เรอื และเป็นเส้นทางสาคญั ในการขนส่งสินคา้ ท่วั โลก
เช่อื มระหวา่ งมหาสมทุ รแอตแลนติกกบั แปซฟิ กิ
ช่วยยน่ ระยะทาง 22,500 กโิ ลเมตร