สรุปผลการดาเนินงาน
ผู้นาจติ สาอาพัฒนาชุมชน
ในการขับเคลอ่ื นศูนยผ์ ู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน
ระดับดีเด่น
ตามโครงการเสรมิ สรา้ งและพัฒนาผูน้ าการเปล่ยี นแปลง
ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
ศูนยผ์ ู้นาจติ อาสาพฒั นาชุมชน ศูนย์เรยี นรเู้ กษตรผสมผสาน โคก หนอง นา บ้านพแุ ค หมู่ที่ 1 ตาบลพุแค
อาเภอเฉลมิ พระเกียรติ จงั หวัดสระบุร ี
สานักงานพัฒนาชุมชนจงั หวัดสระบุร ี
สารบัญ
ส่วนท่ี 1 บทนา ความเปน็ มา ข้อมูลทวั่ ไป
ส่วนที่ 2 1) ผลสาเรจ็ เปน็ รูปธรรมของทมี ขบั เคลอ่ื นศูนยผ์ ู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน
2) กระบวนการสรา้ งและพฒั นาทมี ผู้นาการเปล่ียนแปลง
ในการขับเคล่อื นศูนยผ์ ู้นาจติ อาสาพฒั นาชุมชน
3) วธิ กี าร/แนวทางการขบั เคลื่อนศูนย์ผู้นาจติ อาสาพฒั นาชุมชนให้เกิดความยง่ั ยืน
4) การพฒั นาขยายผลและความคิดสรา้ งสรรค์ ในกระบวนการขับเคลอ่ื นการ
สรา้ งความม่ันคงทางอาหารให้ต่อเนื่องอย่างยง่ั ยนื
ส่วนท่ี 3 แบบเสนอโครงการขอรบั การสนับสนุนการดาเนินงานฯ (งบประมาณ 10,000 บาท )
ส่วนที่ 4 ภาคผนวก
ส่วนที่ 1
บทนา
ความเปน็ มา
ยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580) มุ่งเน้นการพัฒนาเพ่ือให้บรรลุวสิ ัยทัศน์ “ประเทศ
ไทยมีความม่ันคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ”
โดยมียุทธศาสตรด์ ้านการสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ทมี่ ีเป้าหมายการพัฒนาให้ความสาคัญในการดึง
เอาพลังของภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชนท้องถิ่นและประชาชนมารว่ มขับเคลื่อนการเสรมิ สรา้ ง
ความเข้มแข็งของชุมชนในการจดั การตนเอง และการเตรยี มความพรอ้ มของประชากรไทยท้ังในมิติสุขภาพ เศรษฐกิจ
สังคม และสภาพแวดล้อมให้เปน็ ประชากรทีม่ ีคณุ ภาพ สามารถพึ่งตนเองและทาประโยชน์แก่ครอบครวั ชุมชน และ
สังคม ซึ่งสอดคล้องกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รว่ มกับแนวคิดการพัฒนาพื้นท่ีและการออกแบบเชงิ ภูมิสังคมไทยเพ่ือสรา้ งการ
พ่ึงตนเองและรองรบั ภัยพิบัติในรูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” สรา้ งการมีส่วนรว่ มของประชาชน มีภูมิคุ้มกันให้
ชุมชนสามารถพึ่งตนเอง และการท่ีประชาชนปวารณาตนเองทางานด้วยความเต็มใจและเสียสละเพื่อส่วนรวม เพื่อ
เป็นการสนองแนวพระราชดารพิ ระบาทสมเด็จพระวชริ เกล้าเจา้ อยู่หัว เรอ่ ื งงานจติ อาสาเราทาความดีด้วยหัวใจ โดย
อาศัยรูปแบบของผู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชนท่ีมีจติ สานึกรบั ผิดชอบต่อชุมชน มีบทบาทและมีส่วนรว่ ม ในการพัฒนา
และการสรา้ งชุมชนท่ีเข้มแข็งอย่างย่ังยืน ในการสนับสนุนนโยบายรฐั บาลท่ีมุ่งสืบสาน รกั ษา ต่อยอด และพัฒนา
ประเทศ
ทั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชน ได้ให้ความสาคัญในการเสรมิ สรา้ งผู้นาชุมชน โดยการพัฒนาศักยภาพ
ผู้นาชุมชน เพ่ือเสรมิ สรา้ งความเข้มแข็งของชุมชนในระดับต่างๆ ให้ผู้นาชุมชนมีความรู้ คู่คุณธรรม สามารถบรหิ าร
จัดการชุมชนของตนเองได้ และเป็นกาลังหลักในการขับเคล่ือนการดาเนินงานพัฒนาชุมชนในพื้นที่ ขับเคล่ือน
กิจกรรมการพัฒนาตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงและส่งเสรมิ ความเข้มแข็งของชุมชนด้วยแนวคิดการ
สรา้ งการเรยี นรเู้ ชงิ รุกแบบพลังของผู้นาการเปล่ียนแปลงเพื่อสรา้ งพลังการเปล่ียนแปลงทางสังคม
จงั หวดั สระบุร ี ได้ดาเนินการขับเคลื่อนศูนย์ผู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน ณ ศูนย์เรยี นรเู้ กษตรผสมผสาน
โคก หนอง นา บ้านพุแค หมู่ท่ี 1 ตาบลพุแค อาเภอเฉลิมพระเกียรติ จงั หวดั สระบุร ีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของทีมผู้นา
การเปลี่ยนแปลง ในการสรา้ งการพัฒนาชุมชนท่ียั่งยืน และเพ่ือสรา้ งพลังชุมชนของผู้นาการเปลี่ยนแปลง จากการ
ดาเนินงาน พบว่า ผู้นาการเปล่ียนแปลงมีความสามารถในการขับเคล่ือนศูนย์ผู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน บูรณาการงาน
สรา้ งการมีส่วนรว่ มและสรา้ งพลังชุมชนการเปลี่ยนแปลงในชุมชน มีผลสาเรจ็ เป็นรปู ธรรมจากการพัฒนาท่เี กิดขึ้น
ข้อมูลทวั่ ไปของชุมชน
ประวัติความเปน็ มา
ตาบลพุแคน้ันเกิดจากในอดีต มีคลองทไี่ หลจากสวนสวรรค์(สวนพฤกษาศาสตรพ์ ุแค)ซง่ึ เป็นแหลง่ ต้นน้า
มีนา้ ผลุดอยู่ตลอดเวลา ทชี่ าวบา้ นเรยี กกันว่า บอ่ นา้ พุ และบรเิ วณบ่อน้าพุน้ี มีต้นแค ขึ้นเป็นจานวนมาก ชาวบ้านจงึ
เรยี กชอื่ วา่ ” พุแค” มีสถานที่กราบไหว้เปน็ ประจาคือ ศาลเจา้ พ่อชยั ยะและเจา้ พ่อหัวนาพุ ชาวบ้านส่วนใหญ่จะมีการ
ทาบุญกลางบา้ นมาจนถึง ปจั จุบนั มีกานันในสมัยรชั กาลท่ี 5 คือท่านขุนพุแค คณาลักษณ์ (ปูเ่ ป้ ยี )
อาณาเขต
ตาบลพุแคมีอาณาเขตครอบครองรวม 24,500 ไร่ หรอื 39.2 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ดังน้ี
ทิศเหนือ ติดต่อกับ เทศบาลตาบลหน้าพระลาน อาเภอเฉลิมพระเกียรติ จงั หวดั สระบุร ี
ทิศใต้ ติดต่อกับ องค์การบรหิ ารส่วนตาบลห้วยบง อาเภอเฉลิมพระเกียรติ จงั หวัดสระบุร ี
ทศิ ตะวนั ออก ติดต่อกับ องค์การบรหิ ารส่วนตาบลสองคอน อาเภอแก่งคอย จงั หวดั สระบุร ี
ทศิ ตะวันตก ติดต่อกับ องค์การบรหิ ารส่วนตาบลหัวปลวก อาเภอเสาไห้ จงั หวดั สระบุร ี
ส่วนราชการในพื้นที่ โรงพยาบาลชุมชนตาบลพุแค/ศูนยต์ ารวจชุมชนตาบลพุแค/กานัน-ผู้ใหญ่บ้าน
การศึกษาในพื้นท่ี
โรงเรยี นเทพศิรนิ ทรพ์ ุแค
โรงเรยี นวัดพุแค
โรงเรยี นวัดวงั เลน
โรงเรยี นวดั หนองหวา้
โรงเรยี นวดั ใหม่สามัคคีธรรม
จานวนประชากร
จานวนหลังคาเรอื น : 995 หลังคาเรอื น
จานวนประชากร : 4,932 คน
จานวนผู้สูงอายุ : 533 คน
จานวนเด็กแรกเกิด ถึง 6 ปี : 310 คน
จานวนผู้สูงอายุ ที่ป่วยเปน็ โรคเรอ้ ื รงั : 116 คน
จานวนสตรตี ้ังครรภ์ : 33 คน
จานวนผู้สูงอายุ ทช่ี ว่ ยตนเองไม่ได้ : 11 คน
จานวนสตรอี ายุ 35 ปี ข้ึนไป : 851 คน
จานวนผู้พิการ : 28 คน
ข้อมูลด้านแหล่งทอ่ งเท่ยี ว
ศูนยพ์ ฤกษาศาสตรภ์ าคกลาง
ศูนย์โอทอปพุแค
ครวั อัจฉรา
ตลาดหัวปลี
สวนสมุนไพร
ส่วนที่ 1 ข้อมูลท่ัวไป
ข้อมูลด้านแหล่งท่องเทยี่ ว
สวนพฤกษศาสตร์ภาคกลาง(พแุ ค) ต้งั อยทู่ ี่ตำบลพแุ ค ใชเ้ สน้ ทำงสำยสระบุรี-ลพบุรี (ถนนพหลโยธิน) ห่ำงจำกตวั เมือง
สระบุรีไปประมำณ 17 กิโลเมตร จะอยตู่ รงทำงแยกไปทำงหลวงหมำยเลข 21 (ไปเพชรบูรณ์) พอดี ต้งั อยใู่ นเขตป่ ำสงวนแห่งชำตปิ ่ ำ
พระพทุ ธบำทพแุ ค มีพ้นื ท่ีท้งั หมด 4,697 ไร่ ครอบคลมุ สองฟำกฝ่ังถนน หำกไปจำกสระบุรี ฟำกซำ้ ยมือ จะเป็นส่วนของอำคำร
สำนกั งำน และ หอ้ งสมดุ พรรณไม้ ฟำกขวำมือมีบริเวณกวำ้ งขวำง บรรยำกำศร่มร่ืน และมีลำธำรไหลผำ่ น เป็ นสวนหยอ่ มรวบรวม
พนั ธุ์พืชไมต้ ำ่ งๆ ส่วนมำกจะเป็ นไมพ้ ้นื บำ้ น ประกอบดว้ ยพรรณไมต้ ่ำงๆ 35 วงศ์ พรรณไมใ้ นวรรณคดี และ พรรณไมส้ มนุ ไพร
สวนพฤกษศำสตร์จดั ต้งั ข้ึนเม่ือ พ.ศ.2484 เป็ นส่วนพฤกษศำสตร์แห่งแรกของประเทศไทย เป็ นแหล่งรวบรวมและศึกษำวจิ ยั พนั ธุ์
พืชรวมท้งั เผยแพร่และใหบ้ ริกำรควำมรู้ในดำ้ นตำ่ งๆเกี่ยวกบั พืช
อจั ฉราซิตแี้ อนด์เรสเตอร์รอง มีท้งั อำหำรไทยและเทศ ในรำคำสบำยกระเป๋ ำ นกั ท่องเที่ยวจะตอ้ งตดิ ใจกบั กำรบริกำร
บรรยำกำศภำยในร้ำน ท่ำมกลำงหม่ไู มแ้ ละสวนหินธรรมชำติ ท่ีเกิดข้ึนมำเม่ือ 500 ลำ้ นปี ที่แลว้ นอกจำกสวนหินออ่ นแลว้ ยงั มีแหลง่
น้ำแร่ธรรมชำติท่ีผดุ ข้ึนมำท่ำมกลำงธรรมชำติอีกดว้ ย
ส่วนท่ี 1 การบริหารจดั การชุมชน
ข้อมูลด้านแหล่งท่องเทย่ี ว
ศูนย์โอทอปคอมเพลก็ ซ์พแุ ค (Saraburi OTOP Complex at Phukae) จำหน่ำยสินคำ้ ชุมชนท่ีมีคุณภำพ เนน้ กำรใหบ้ ริกำรดว้ ย
ไมตรีท่ีเป็ นเอกลกั ษณข์ องศูนยฯ์ ตอบควำมตอ้ งกำรของนกั เดินทำงและนกั ท่องเที่ยวท่ีผำ่ นไปผำ่ นมำ ดว้ ยกำรจดั ภมู ิทศั น์ใหเ้ ป็ นจุด
พกั รถ พกั คน หอ้ งน้ำสะอำด เป็นแหลง่ รวบรวมสินคำ้ โอทอปทวั่ ประเทศ ท้งั ของกิน ของของใช้ อำหำร สมนุ ไพร เส้ือผำ้ อีกท้งั ยงั
เป็ นศูนยก์ ำรเรียนรู้เศรษฐกิจชุมชน และเผยแพร่องคค์ วำมรู้ใหค้ งอยแู่ ละสร้ำงรำยไดใ้ หแ้ ก่คนในชุมชน
สวนสมนุ ไพร สวนสมุนไพรพดู ได้ ใชเ้ ทคโนโลยี 4.0 ในกำรเชื่อมโยงเน้ือหำควำมรู้ใหป้ ระชำชนที่สนใจ มี
พ้นื ที่ปลูกสมนุ ไพรหำยำกมำกกวำ่ 3 ไร่ ใชส้ ถำนท่ีน้ีเป็ นจุดรองรับนกั เรียน นกั ศึกษำในกำรดูงำนศึกษำหำควำมรู้ อีกยงั ไดถ้ ำ่ ยรูปใน
จุดแลนมำร์กต่ำงๆท่ีถูกสร้ำงข้ึนเพอื่ ควำมประทบั ใจของนกั ท่องเที่ยวอีกดว้ ย
ส่วนที่ 1 การบริหารจดั การชุมชน
ข้อมูลด้านวฒั นธรรม ประเพณี ความเช่ือ
วฒั นธรรม ประเพณี ของชำวบำ้ น ต.พแุ ค ม.1 คือกำรบูชำ“พระอปุ คุต” ท่ีวดั พแุ คบำ้ นเรำในคืนวนั ข้ึน 15 ค่ำซ่ึงตรงกบั วนั
พธุ ซ่ึงจะมีแค่เพียงปี ละ 1คร้ัง ท้งั น้ีชำวบำ้ นมีควำมเช่ือวำ่ “ผ้ใู ด ได้ใส่บาตรให้แก่ “พระอปุ คุต” หรือบูชาท่านอย่างสมา่ เสมอ กจ็ ะพบ
กบั ชีวติ ทปี่ ระสบความสาเร็จ เจริญรุ่งเรือง ร่ารวยได้อย่างรวดเร็ว”
ประเพณี “ตกั บำตรเที่ยงคืน” อนั เป็ นพิธีที่ถือปฏิบตั ิมำหลำยร้อยปี ในวนั เวลำดงั กล่ำว จะมีผูค้ นจำนวนหลำยพนั คนจะมำ
รวมตวั กนั ท่ีวดั พแุ ค เร่ิมจำกบริเวณสองขำ้ งถนน ไล่ไปเป็ นแถวยำวเหยยี ด เพ่อื ที่จะทำกำรตกั บำตรพระหลำยพนั รูปซ่ึงนิมนตม์ ำจำก
ทอ้ งที่ตำ่ งๆ ทวั่ ท้งั ประเทศ เม่ือเขำ้ สู่วนั ใหมค่ ือเวลำ 00.00 น. ก็จะถึงเวลำอนั เป็ นมงคลฤกษ์ ผศู้ รัทธำในเน้ือนำบุญนบั พนั จะร่วมกนั
ตกั บำตรโดยพร้อมเพียงกนั สร้ำงควำมอิ่มอกอ่ิมใจเพรำะชื่อวำ่ กำรตกั บำตรในค่ำคืนกบั พระสงฆ์ที่สมมติวำ่ เป็ นพระอุปคุตน้ี หำก
ใครไดต้ กั บำตรและอธิษฐำนขอพรสิ่งใดไว้ ก็จะสำเร็จผลไดง้ ่ำยวำ่ กำรอธิษฐำนในเวลำปรกติ ในอดีตกำลน้นั กล่ำวกนั วำ่ ผูใ้ ดก็
ตำมท่ีสำมำรถใส่บำตรแด่พระอุปคุตไดน้ ้นั จึงตอ้ งเป็ นผูท้ ่ีกระทำกรรมดีมำมำกมำย หรือเป็ นผูท้ ุกขท์ นและร้อนใจ ซ่ึงพระอุปคุต
ตอ้ งกำรโปรดสตั ว์
การพฒั นาด้านการท่องเทยี่ ว ในโครงการหมู่บ้านโอทอปวถิ ี
- มีกำรวำงแผนนำพำนกั ท่องเที่ยวไปเที่ยวไหวพ้ ระอปุ คุตที่วดั พแุ คโดยมีกำรประชุมสมำชิกในชุมชน
- จดั หำนกั เล่ำเร่ือง ที่เป็ นผสู้ ูงอำยุ มีประสบกำรณ์เกี่ยวกบั กิจกรรมกำรไปสกั กำระบูชำ พระอุปคุต มำเล่ำเร่ืองใหเ้ ห็นถึงคุณค่ำ ของ
กำรร่วมกนั ทำกิจกรรม
ส่วนที่ 1 การบริหารจดั การชุมชน
ทุนทางธรรมชาติ ท่ีเป็ นเสน่ห์ของหมู่บ้านท่องเท่ียวชุมชนพุแค
วถิ ีชุมชนของชาวพแุ คอกี อย่างหน่ึง คือ การแหย่รูปู ชุมชนในพ้ืนที่จะมีปูป่ ำอำศยั อยู่ ท่ีเรียกวำ่ ปูทูลเกลำ้ ช่ือถิ่นท่ีเรียกกนั
คือ ปูสีมว่ ง แต่ ในอินเตอร์เน็ต เรียกวำ่ ปูทูลกระหม่อม ชำวบำ้ นจะหำปูน้ีเป็ นอำหำร เพรำะมีรสชำติท่ีอร่อยถูกบอกเล่ำมำต้งั แต่สมยั
โบรำณ แต่ในปัจจุบนั ใกลส้ ูญพนั ธุ์ สมำชิกในชุมชนเกิดควำมตระหนกั ในทรัพยำกรท่ีมีอยขู่ องชุมชนและกำลงั จะหมดไปจึงร่วมกนั
คิดที่จะอนุรักษป์ ูป่ ำชนิดน้ีไวใ้ ห้เป็ นเอกลกั ษณ์ของชุมชน ท้งั น้ีสมำชิกในชุมชนไดว้ ำงแผนเพ่ือกำรอนุรักษป์ ูพ้ืนถ่ินที่เหลือไวโ้ ดย
กำรสร้ำง “กิจกรรมอนุรักษป์ ูป่ ำ” ในพ้ืนที่ชุมชนทำใหส้ มำชิกมีรำยไดจ้ ำกกำรท่องเท่ียวพำชมปูหำยำก ซ่ึงจะไดป้ ระโยชนจ์ ำกกำรได้
ร่วมอนุรักษป์ ูสำยพนั ธุ์หำยำก และชำวบำ้ นมีรำยไดจ้ ำกกำรพำนักท่องเท่ียวทำกิจกรรมแหยร่ ูปู นกั ท่องเที่ยวก็จะไดม้ ีโอกำสชมปู
สำยพนั ธห์ ำยำกซ่ึงสร้ำงควำมน่ำสนใจใหแ้ ก่นกั ท่องเท่ียวที่เขำ้ มำเยย่ี มชมกิจกรรมของเรำ
ซ่ึงในกิจกรรมดงั กลำ่ วไดม้ ีกำรใหค้ วำมรู้กบั สมำชิก
เกี่ยวกบั กำรอนุรักษป์ ูและกำรสร้ำงใหช้ ุมชนเห็นคุณคำ่ ของปู
ท่ีกำลงั จะสูญพนั ธุแ์ ละหำยำก
ข้นั ตอนในการสร้างกจิ กรรมการอนุรักษ์ปูป่ า
1.มีกำรประชุมเพือ่ ใหส้ มำชิกเขำ้ ใจและตระหนกั ถึงควำมสำคญั
ของกำรรักษำทรัพยำกรท่ีมีและกำลงั จะสูญพนั ธุ์
2.กำหนดกิจกรรม หำสมำชิกในชุมชนใหเ้ ขำ้ มีส่วนร่วมในกำรทำ
กิจกรรม
3.คดั เลือกเยำวชนเขำ้ ร่วมโครงกำรอนุรักษ์
4.กิจกรรมทำควำมสะอำด เกบ็ ขยะในพ้นื ท่ีปูอำศยั
สร้ำงภำพลกั ษณ์ท่ีดี
5.จดั ทำซุม้ เพ่อื ใหน้ กั ท่องเท่ียวไดถ้ ่ำยรูปก่อนกำรทำกิจกรรม
6.จดั ทำป้ำยขอ้ มูลกิจกรรมอนุรักษป์ ูป่ ำ
7.จดั เตรียมนกั เลำ่ เรื่องและคนพำทำกิจกรรมแหยร่ ูปู ซ่ึงจะเป็ น
เจำ้ ของพ้ืนที่ที่ปูอำศยั
8.มีกำรประชำสมั พนั ธ์กิจกรรมใหน้ กั ท่องเท่ียวไดร้ ับทรำบขอ้ มลู และสนใจศึกษำกิจกรรมแหยร่ ูปู
ส่วนท่ี 1 การบริหารจดั การชุมชน
การประชาสัมพนั ธ์และส่งเสริมการตลาดของชุมชน
กำรนำเทคโนโลยมี ำสนบั สนุนในโครงกำรชุมชนท่องเที่ยวเป็ นส่ิงท่ีจำเป็ นมำกในยคุ ปัจจุบนั เพรำะพฤติกรรมกำรใชง้ ำน
66% ของจำนวนประชำกร ใช้ Mobile ในกำรเขำ้ ถึง Internet และ 85% เขำ้ ถึง Internet ทุกวนั กำรรับรู้ขำ่ วสำรควำมเคล่ือนไหวบน
โลกออนไลน์เป็นส่ิงท่ีขำดไม่ไดใ้ นชีวติ ประจำวนั
ท้งั น้ีกำรใชส้ ่ือออนไลน์มำทำกำรประชำสมั พนั ธเ์ ชิญชวนนกั ท่องเท่ียวใหเ้ ขำ้ มำชมแหล่งท่องเท่ียวชุมชน สื่อสำรสร้ำงกำร
รับรู้สำธำรณะบนพ้ืนที่ผำ่ นเฟสบคุ หนำ้ เพจเที่ยวทวั่ ไทย ไปไหนดี ช่วยสร้ำงกระแสส่งเสริมกำรท่องเที่ยวโดยชุมชน ซ่ึงไดร้ บั ควำม
นิยมเป็นอยำ่ งมำกในเวลำอนั รวดเร็ว ไดร้ ับกำรแชร์มำกกวำ่ 2,000คร้ัง ภำยในเวลำไม่ก่ีชวั่ โมง
กำรเชิญใหส้ ่ือมวลชน สำนกั สื่อต่ำงๆ ใหเ้ ขำ้ มำท่องเท่ียวแนะนำจำกขอ้ มูลชุมชนสู่สำธำรณะ เชิญชวนใหม้ ำ ชม ชิม ชอ็ ป
พกั ใช้ แชะ แชร์ ยงั หมบู่ ำ้ นท่องเท่ียวเป็ นกำรเปิ ดโอกำสใหผ้ คู้ นมำกมำยไดท้ ำควำมรู้จกั กบั หมบู่ ำ้ นท่องเท่ียวของเรำผำ่ นสื่อมวลชน
ต่ำงๆ โดยกำรเผยแพร่ผำ่ นสื่อทุกชนิด
ส่วนท่ี 1 การบริหารจดั การชุมชน
การประชาสัมพนั ธ์และส่งเสริมการตลาดของชุมชน
ประชำสมั พนั ธ์หมูบ่ ำ้ นทอ่ งเที่ยวของเรำผำ่ นหนำ้ เพจ เท่ียวทว่ั ไทย ไปไหนดี ซ่ึงเพจน้ีไดร้ บั ควำมนิยมมีผตู้ ิดตำมจำนวนมำกถึง 2
แสนคน ทำใหข้ ำ่ วสำรไดเ้ ขำ้ ถึงนกั ท่องเท่ียวไดอ้ ยำ่ งรวดเร็ว
กำรประชำสมั พนั ธ์ผำ่ นส่ือเฟสบุคเห็นผลทำใหม้ ีนกั ท่องเท่ียวเขำ้ มำท่องเท่ียวตำมคำบอกเล่ำของผทู้ ่ีนำเสนอ
แหลง่ ท่องเที่ยวผำ่ นเฟสบุคเป็ นจำนวนมำก ในวนั หยดุ สุดสปั ดำห์มีนกั ท่องเท่ียวเขำ้ มำเที่ยวชม ไม่ต่ำกวำ่ 3,000 คน
ส่วนท่ี 1 การบริหารจดั การชุมชน
การประชาสัมพนั ธ์และส่งเสริมการตลาดของชุมชน
มีนกั ท่องเท่ียวเขียนรีววิ แหล่งท่องเท่ียวชุมชนของเรำผำ่ นเฟสบุค ทำใหต้ ลำดหวั ปลีของเรำเป็ นท่ีรู้จกั ในเวลำอนั รวดเร็ว
ส่วนที่ 1 การบริหารจดั การชุมชน
การจดั ระเบยี บสภาพแวดล้อมชุมชน
สภาพแวดล้อมชุมชนของหมู่บ้านท่องเทยี่ ว บนพ้นื ท่ีกวำ่ 10 ไร่ เป็ นสถำนท่ีอุดมไปทรัพยำกรธรรมชำติ ป่ ำไมน้ ำนำพนั ธ์
พชื สมนุ ไพรท่ีหำยำก ซ่ึงในอดีตไดเ้ ป็ นป่ ำรกไมไ่ ดใ้ ชป้ ระโยชน์ สมำชิกในชุมชนปรึกษำหำรือและเห็นตรงกนั วำ่ ควรจะปรับปรุงภูมิ
ทศั นใ์ หพ้ ้นื ท่ีแห่งน้ีกลำยเป็นแหลง่ ท่องเท่ียว โดยมีกำรปรับปรุงภมู ิทศั นใ์ หเ้ ป็ นระเบียบ มีควำมสวยงำม และใหค้ วำมสำคญั เร่ือง
ควำมปลอดภยั ของนกั ท่องเที่ยวเป็ นอยำ่ งมำก ซ่ึงกำรปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสถำนท่ีลว้ นแลว้ แตต่ อ้ งกำรมีกำรบริหำรจดั กำรใหเ้ ป็ น
ระบบท้งั สิ้น เพรำะไม่เช่นน้นั สถำนที่ท่องเที่ยวของเรำอำจจะดูตื่นตำในช่วงแรกๆ แตเ่ ม่ือเวลำผำ่ นไปกำรไม่มีเจำ้ ภำพดูแลรักษำ
สิ่งก่อสร้ำงที่เรำสร้ำงข้ึนมำน้นั กจ็ ะทรุดโทรมลงในท่ีสุด
ภำพภมู ิทศั น์เดิมก่อนปรับปรุงใหเ้ ป็ นแหล่งท่องเท่ียวชุมชนตลำดหวั ปลี
จุดเด่นของแหลง่ ท่องเท่ียวคือมที ำเลที่ต้งั ตดิ ถนนสำยเพชรบูรณ์-หล่มสกั เดินทำงสะดวก
มีถนนเขำ้ ถึงแหล่งท่องเท่ียว ท่ีจอดรถกวำ้ งขวำง
ส่วนที่ 1 การบริหารจดั การชุมชน
จุดเช็คอนิ ของแหล่งท่องเทีย่ ว สาคญั ยงั ไง??
กำรมีจุดที่แสดงสญั ลกั ษณข์ องแหลง่ ท่องเท่ียวชุมชนเป็ นกำรแสดงอตั ลกั ษณ์ใหน้ กั ท่องเท่ียวเห็นถึงควำมเป็น
อตั ลกั ษณ์ที่เรำเสนอผำ่ นพ้ืนท่ีแหลง่ ท่องเท่ียวโดยทำใหพ้ วกเขำรู้สึกวำ่ มำถึงแหล่งท่องเที่ยวของเรำแลว้ โดยใชค้ วำมรู้สึกท่ี
สมั ผสั ได้
สภำพแวดลอ้ มของหมู่บำ้ นมีควำมเป็ นระเบียบ ภูมิทศั นส์ วยงำม มีทรัพยำกรธรรมชำติท่ีอดุ มสมบูรณ์
มีจุดถ่ำยภำพแสดงเอกลกั ษณ์ชุมชนที่สวยงำม เป็ นจุดเชค็ อินสำหรับนกั ท่องเท่ียวที่เขำ้ มำในหมบู่ ำ้ น
ส่วนท่ี 2
ผลการดาเนินงานทอี่ ยากเล่า
ความเป็นมา
เป็นศูนย์ท่ีก่อเกิดโดยการระเบิดออกจากข้างในของ นางสาวนารรี ชั อุทัยแสงสกุล จากพ้ืนท่ีทานา
แต่ไม่มีน้าในฤดูแล้ง ทาการเกษตรไม่ประสบผลสาเรจ็ ปี 2564 เข้ารว่ มโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ได้มี
กิจกรรมที่หลากหลายเกิดข้ึนโดยเฉพาะการขุดปรบั พ้ืนที่ให้มีบ่อกักเก็บน้าเพื่อรองรบั น้าฝน ซง่ึ ได้สระน้าขนาดใหญ่
สามารถกักเก็บน้าได้ตลอดปี และการเข้ารบั การฝึกอบรมตามโครงการของรฐั เรอ่ ื งการปรบั ปรุงพื้นที่โครงการ
เศรษฐกิจพอเพียง จงึ นาความรูม้ าพัฒนาในพื้นที่ตนเอง โดยการทาค่อยเป็นค่อยไป การทาแบบผสมผสานโดยไม่มี
ขอบเขต ชอบส่ิงใดทาส่ิงน้ัน การนาน้าจากบ่อที่เก็บกักไว้มาใชป้ ระโยชน์ การใชแ้ รงงานของสมาชกิ ชาวตลาดหัวปลี
มาปฏิบัติรว่ มกันสัปดาห์ละหนึ่งครงั้ ในการปลูกพืชเศรษฐกิจในพ้ืนท่ีโคกหนองนา และนาผักสวนครวั ที่ปลูก
มาประกอบอาหารในตลาดหัวปลี ทกุ วนั เสาร์ อาทิตย์
1) ผลสาเรจ็ เปน็ รปู ธรรมของทมี ขับเคล่ือนศูนย์ผู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน ด้วยกิจกรรม 4 ข้อ ดังน้ี
1.มีแผนการขับเคลื่อนการดาเนินงานของศูนย์เรยี นรเู้ กษตรผสมผสาน โคก หนอง นา และ
มีกิจกรรมผู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชนในวนั สาคัญต่างๆ
2. มีกิจกรรมฐานเรยี นรทู้ ่เี กิดข้ึนในศูนย์ผู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน จานวน 11 ฐานเรยี นรู้ ได้แก่
1. ฐานกสิกรรมธรรมชาติ
2. ฐานคนเอาถ่าน
3. ฐานคนรกั ษ์น้า
4. ฐานคนหัวเห็ด
5. ฐานคนรกั ษ์แม่ธรณี
6. ฐานคนติดดิน
7. ฐานคนมีไฟ
8. ฐานคันนาทองคา
9. ฐานเรยี นรพู้ ัฒนากิจกรรมเยาวชน
10. ฐานรกั ษ์โลกจากวัสดุธรรมชาติ
11. ฐานการส่งเสรมิ อาชพี ด้านการแปรรปู อาหาร
3. เตรยี มวทิ ยากรต้อนรบั ผู้มาศึกษาดงู านประจาฐานเรยี นรทู้ ุกฐาน
เตรยี มทมี วทิ ยากรต้อนรบั
4. ประชาสัมพันธ/์ เผยแพร่ การดาเนินงานศูนย์ผู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน
2) กระบวนการสรา้ งและพัฒนาทีมผู้นาการเปล่ียนแปลง ในการขับเคลื่อนศูนย์ผู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน
2.1) วธิ กี ารคัดเลือกทมี ผู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน คัดเลือกผู้ท่ีมีคุณลักษณะดังนี้
2.1.1) มีความจงรกั ภกั ดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
2.1.2) มีทศั นคติที่ดีต่อตนเอง ครอบครวั และชุมชน
2.1.3) มีความพรอ้ มในการทางานด้วยใจอาสา เพื่อประโยชน์ส่วนรวม
2.1.4) สามารถบูรณาการสรา้ งและบรหิ ารเครอื ข่าย
2.1.5) มีจติ ใจเอื้ออาร ีและแบ่งปนั
2.2) บทบาทผู้นาการเปล่ียนแปลงในการขับเคลื่อนศูนยผ์ ูน้ าจติ อาสาพัฒนาชุมชน
2.2.1) ทาทนั ที
2.2.2) ผู้นาต้องทาก่อน
2.2.3) การกระตุ้น
2.2.4) ออกแบบกิจกรรมจติ อาสา
2.2.5) การขยายผล สรา้ งเครอื ข่าย
2.2.6) สรา้ งทมี แบง่ หน้าทต่ี ามความสามารถ
2.2.7) ทบทวนและปรบั ปรุงแก้ไข
2.2.8) เย่ียมชม ยกยอ่ ง เชดิ ชูเกียรติ
2.3) กระบวนการหล่อหลอมผู้นาการเปลี่ยนแปลงในการขบั เคล่ือนศูนยผ์ ู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน
“ทางานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขรว่ มกัน ในการทาประโยชน์ให้กับผู้อื่น”
พระราชดารสั ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงตรสั กับข้าราชบรพิ ารทไ่ี ด้ตามเสด็จไปใน
การทรงงาน
การขับเคลื่อนศูนยผ์ ู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน ศูนย์ผู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน ศูนยเ์ รยี นรเู้ กษตร
ผสมผสาน โคก หนอง นา บา้ นพุแค น้อมนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอพอเพียง และหลักการทรงงานของ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศมหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นจุดเรม่ ิ ต้นแนวคิดใน
กระบวนการหล่อหลอมผู้นาการเปล่ียนแปลงในการขับเคลื่อนศูนยผ์ ู้นาจติ อาสาพฒั นาชุมชน โดยนาทฤษฏีบันได
9 ข้ัน และหลักการทรงงานของในหลวงรชั กาลที่ 9 มาถ่ายทอดเพ่ือหลอ่ หลอมผู้นาการเปล่ียนแปลง
3) วธิ กี าร/แนวทางการขับเคล่ือนศูนย์ผู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชนให้เกิดความย่งั ยนื
วสิ ัยทัศน์ของทมี ผู้นาการเปล่ียนแปลงในการขับเคล่ือนศูนยผ์ ู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน
“สรา้ งผู้นา เสรมิ เครอื ข่ายท่ีดี ชุมชนมีความยง่ั ยนื ”
3.1) แนวทางการขับเคลื่อนศูนย์ผู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชนให้เกิดความยง่ั ยนื
3.1.1) ใชก้ ลไกของคณะกรรมการอานวยการและคณะทางานขับเคล่ือนศูนย์ผู้นาจติ อาสา
พัฒนาชุมชนจงั หวัดสระบุร ีเป็นคณะทางานขับเคลื่อนฯ ระดับอาเภอ และทมี นักพัฒนา 3 ประสานฯ เป็นทีมปฏิบตั ิการฯ
ระดับตาบล เพ่ือสนับสนุนการขับเคล่ือนการดาเนินงานศูนยผ์ ู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน ให้เป็นสถานท่ีพัฒนาและบม่
เพาะภาวะผู้นา ทกั ษะชวี ติ ทกั ษะอาชพี การพัฒนาคุณภาพชวี ติ ประชาชนและการบรหิ ารจดั การชุมชนเพ่ือการพัฒนา
อยา่ งยงั่ ยนื ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีชุมชนเป็นศูนยก์ ลาง
3.1.2) จดั ประชุมเชงิ ปฏิบัติการการขับเคล่ือนศูนย์ผู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน เพ่ือสรา้ งพลัง
ชุมชนของผู้นาการเปล่ียนแปลง ให้มีความรู้ ทักษะ และทัศนคติในการขับเคล่ือนศูนย์ผู้นาจิตอาสาพัฒนาชุมชน และ
รว่ มกันจดั ทาแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนภารกิจกิจกรรม 3 สรา้ ง(สรา้ งความมั่นคงทางอาหาร สรา้ งสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน
สรา้ งภูมิคุ้มกันทางสังคม) ณ ศูนย์ผู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน ศูนย์เรยี นรูเ้ กษตรผสมผสาน โคก หนอง นา บ้านพุแค หมู่
ท่ี 1 ตาบลพุแค อาเภอเฉลิมพระเกียรติ จงั หวดั สระบุร ี
3.2) ประชุมผู้นาพัฒนาการเปล่ียนแปลงแกนนา เพ่ือเรยี นรวู้ ธิ กี ารทา และปุ๋ยหมักในวงตาข่าย พรอ้ ม
สาธติ ทาแปลงตัวอย่าง ๑ ครวั เรอื น เพื่อให้ผู้นาฯ ไปดาเนินการต่อท่ีครวั เรอื นตนเอง และขยายผลต่ออีก 1 คน ต่อ 1
ครวั เรอื น และยงั ขยายผล ไปสู่เครอื ข่ายผู้ประกอบการในตลาดหัวปลี จานวน 13 อาเภอของจงั หวัดสระบุร ี
4) การพัฒนาขยายผลและความคิดสรา้ งสรรค์ ในกระบวนการขับเคลื่อนการสรา้ งความม่ันคงทางอาหารให้ต่อเนื่อง
อยา่ งยั่งยืน
นาผักสวนครวั ท่ีปลูก พ้ืนทศี่ ูนย์ผู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน ศูนยเ์ รยี นรเู้ กษตรผสมผสาน
โคก หนอง นา บ้านพุแค หมู่ท่ี 1 ตาบลพุแค อาเภอเฉลิมพระเกียรติ จงั หวัดสระบุร ีมาจาหน่ายในหมู่บ้านโอทอป
นวัตวถิ ี ตลาดหัวปลี และนามาแปรรูปเปน็ ผลิตภัณฑ์
ไดร้ ับกำรสนบั สนุนจำกหน่วยงำนภำครัฐและเอกชนในกำรเปิ ดแหล่งท่องเที่ยวชุมชนของตำบลพแุ ค
มีกำรรวบรวมสมนุ ไพร จำนวนมำกกวำ่ 2,000 รำยกำรเพื่อสร้ำงกิจกรรมเรียนรู้และไดม้ ีกำรจดั ทำป้ำยช่ือสมุนไพร
พร้อมคิวอำร์โคชเพือ่ สแกนขอ้ มลู เพอ่ื เรียนรูจ้ นถกู ขนำนนำมวำ่ .. เมืองสมุนไพร "พดู ได"้
ส่วนท่ี 3
แบบเสนอโครงการขอรบั การสนับสนุนการดาเนินงานฯ (งบประมาณ 10,000 บาท )
แบบเสนอโครงการ ขอรบั การสนับสนนุ การดาเนินงาน
ตามโครงการเสรมิ สรา้ งและพัฒนาผู้นาการเปลี่ยนแปลง ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2565
ประเภทงบดาเนินงาน กรณี ได้รบั การคัดเลือกเปน็ ศูนย์ผู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน
ระดับดีเด่น จะได้รบั การจดั สรรงบประมาณ 10,000 บาท (หน่ึงหม่ืนบาทถ้วน)
ศูนย์ผู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน ศูนยเ์ รยี นรเู้ กษตรผสมผสาน โคก หนองนา บา้ นพุแค หมู่ท่ี 1 ตาบลพุแค อาเภอ
เฉลิมพระเกียรติ สระบุร ี
**************************
1.ชอื่ โครงการ ปลูกผักสวนครวั เพ่ือสรา้ งความมั่นคงทางอาหาร
2.ทีม่ า/หลักการเหตุผล
จากสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ทส่ี ่งผลกระทบ
ไปท่วั โลกส่งผลให้เศรษฐกิจในทกุ ภาคส่วนต้องหยุดชะงกั สรา้ งความเสียหายต่อชวี ติ และโครงสรา้ งพ้ืนฐานที่จาเป็น
ทาให้เศรษฐกิจฐานราก (Local Economy) ของประเทศเกิดความเสียหาย เพิ่มปัญหาความยากจน เพ่ือเป็นการ
ส่งเสรมิ กระบวนการเรยี นรู้ และการน้อมนาเอาแนวคิดหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในชีวติ ประจาวัน
เพ่ือเปน็ การสรา้ งภูมิค้มุ กันในครวั เรอื นในการสรา้ งความม่ันคงทางอาหาร”
3.วตั ถุประสงค์
เพื่อเปน็ การสรา้ งความมั่นคงทางอาหาร และการสรา้ งสิ่งแวดล้อมอยา่ งยง่ั ยนื
4.กล่มุ เป้าหมาย
ทีมขับเคลื่อนศูนย์ผู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน จานวน ๒๕ คน
5.กระบวนการ/วธิ กี าร
ท่ี กิจกรรมทดี่ าเนินการ รปู แบบ/วธิ กี าร ผลผลิต/ ระยะเวลา งบประมาณ ผู้รบั ผิดชอบ(ทมี
ประชุม ขับเคลื่อน 25
1 ประชุมวางแผนการ ผลลพั ธ์ (วัน) (บาท)
ดาเนินงานโครงการฯ คน)
25 คน 1 วัน - ทีมขับเคล่ือนฯ
2 ดาเนินการตามแผนฯ
จดั หาวสั ดุ / 50 30 วัน 10,000 ทมี ขับเคลื่อนฯ
3 ติดตามผลการดาเนินงาน ดาเนินการ ครวั เรอื น 30 วัน - ทมี ขับเคลื่อนฯ
ติดตามการ
ดาเนินงาน 50
ครวั เรอื น
6.งบประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท (หนง่ึ หม่ืนบาทถ้วน) ตามรายละเอียดแนบทา้ ย
๗.ระยะเวลาดาเนินการ
- ระหว่างวันท่ี 1 มิถนุ ายน – 31 สิงหาคม 2565
8.สถานท่ีดาเนินการ
- ตาบลพุแค
9.ผลที่คาดว่าจะได้รบั
ทมี ขับเคลื่อนฯ เปา้ หมาย และครวั เรอื นขยายผลมีความม่ันคงทางด้านอาหาร และสรา้ งสิ่งแวดล้อมให้
ยั่งยืนด้วยหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รายละเอียดแนบท้ายโครงการ (งบดาเนินงาน)
ชอื่ โครงการ ปลูกผักสวนครวั เพ่ือสรา้ งความม่ันคงทางอาหาร
ที่ รายการ จานวน ราคาต่อหน่วย รวมเป็นเงนิ (บาท)
(หน่วย) (บาท)
1 ต้นผักสวนครวั รวมทง้ั สิ้น 20 5,000
2 ต้นผักสมุนไพร - หนึ่งหมื่นบาทถ้วน- 250 10 2,500
3 ฟาง 250 ๕๐ 2,500
50 10,000
ตัวอักษร
ลงชอ่ื ................................................ ผู้เสนอโครงการ
(นางสาวนารรี ชั อุทยั แสงสกุล)
ตาแหน่ง ประธานศูนยผ์ ู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน
ลงชอ่ื ................................................ ผู้เสนอโครงการ
(นายสุรยิ า บุญเรอื งยศสิร)ิ
ตาแหน่ง พัฒนาการจงั หวดั สระบุร ี
ลงชอื่ ................................................ ผู้เสนอโครงการ
(นายแมนรตั น์ รตั นสุคนธ)์
ตาแหน่ง ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั สระบุร ี
ส่วนที่ 4
ภาคผนวก
ภาพโคกหนองนา ณ ศูนยผ์ ู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน ศูนยเ์ รยี นรเู้ กษตรผสมผสาน โคก หนอง นา บา้ นพแุ ค
หมู่ที่ 1 ตาบลพแุ ค อาเภอเฉลมิ พระเกียรติ จงั หวดั สระบุร ี