สรปุ ผลการดาเนินงาน
ผนู้ าจิตอาสาพฒั นาชมุ ชน
ในการขบั เคลื่อนศนู ยผ์ ้นู าจิตอาสาพฒั นาชมุ ชน
ระดบั ดีเด่น
ตามโครงการเสริมสร้างและพฒั นาผ้นู าการเปล่ยี นแปลง
ประจาปี งบประมาณ พ.ศ. 2565
ศนู ยผ์ ้นู าจิตอาสาพฒั นาชมุ ชนจงั หวดั ขอนแก่น
ศนู ยเ์ รยี นร้กู ารพฒั นาท่ียงั่ ยืนชมุ ชนห้วยยาง หมู่ 5,15 ตาบลดงเมืองแอม
อาเภอเขาสวนกวาง จงั หวดั ขอนแกน่
คานา
พ กรมการพฒั นาชมุ ชน ไดใ้ หค้ วามสาคญั ในการเสรมิ สรา้ งผนู้ าชุมชน โดยการพฒั นาศกั ยภาพผนู้ าชมุ ชน เพ่อื เสรมิ สรา้ งความเขม้ แข็ง
ของชุมชนในระดบั ตา่ ง ๆ ใหผ้ นู้ าชุมชนมคี วามรู้ คู่คณุ ธรรม สามารถ บรหิ ารจดั การชมุ ชนของตนเองไดแ้ ละเป็นกาลงั หลกั ในการขบั เคลอ่ื นการดาเนินงาน
การดาเนนิ งานพฒั นาชุมชนในพน้ื ท่ี ขบั เคลอ่ื นกจิ กรรมพฒั นาตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและสง่ เสรมิ ความเขม้ แข็งของชุมชนดว้ ยแนวคิดการ
สร้างการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลงั ของผูน้ าการเปล่ยี นแปลงเพ่อื สรา้ งพลงั การเปล่ยี นแปลงทางสงั คม ( Professional learning community) : PLC จงึ ได้
จดั ทาโครงการเสรมิ สร้างและพฒั นาผูน้ าการเปล่ยี นแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 โดยมวี ตั ถุประสงค์เพ่อื เพ่มิ ขดี ความสามารถของทมี ผู้นาการ
เปล่ยี นแปลงในการสรา้ งการพฒั นาชุมชนท่ยี งั่ ยนื และสร้างพลงั ชุมชนของผู้นาการเปล่ยี นแปลง ดว้ ยการขบั เคล่อื นศูนย์ผู้นาจติ อาสาพฒั นาชุ มชนในการ
พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของประชาชน
จงั หวดั ขอนแก่น ไดค้ ดั เลอื กศูนย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน จงั หวดั ขอนแก่น ศูนย์เรยี นรูก้ าร
พฒั นาทย่ี งั่ ยนื ชุมชนหว้ ยยาง หมู่ที่ 5,15 ตาบลดงเมืองแอม อาเภอเขาสวนกวาง จงั หวดั ขอนแก่น เป็นศูนย์เรยี นรูฯ้ เป้าหมายในการดาเนิน งานตาม
โครงการฯ และไดม้ กี ารส่งเสรมิ สนบั สนุนการดาเนนิ งานการจดั กจิ กรรมใหค้ วามรแู้ ละแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ของศนู ย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชนอย่างต่อเน่อื ง จงึ
ไดจ้ ดั ทาสรปุ ผลการดาเนินงานผนู้ าจิตอาสาพฒั นาชุมชนในการขบั เคลอ่ื นศนู ย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน เพอ่ื เขา้ รบั การคดั เลอื กในระดบั เขตตรวจราชการ
หวงั เป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารเล่มนี้จะเป็นประโยชน์สาหรบั ผูท้ ี่ต้องการศึกษาหาขอ้ มูลเพ่อื ใชเ้ ป็นแนวทางในการขบั เคล่อื นการดาเนินงานศนู ย์ผู้นาจติ อาสา
พฒั นาชุมชน ซ่งึ ผู้นาจติ อาสาพฒั นาชุมชน จะทาหน้าท่ี สร้างผู้นาจติ อาสาพฒั นาชุมชนทม่ี ีอดุ มการณ์การทางานเพ่อื ส่วนรวมในรูปแบบผูน้ าจิตอาสาทมี่ ี
จติ สานึกรบั ผดิ ชอบต่อชมุ ชน มบี ทบาทมสี ่วนร่วมในการพฒั นาและเสรมิ สรา้ งชุมชน และเป็นกาลงั หลกั ในการขบั เคล่อื นการพฒั นาชุมชนให้เขม้ แขง็ อย่าง
ยงั่ ยนื ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง น้อมนาศาสตร์พระราชามาสกู่ ารปฏบิ ตั เิ พ่อื พฒั นาคนสู่การเป็นผูน้ า สรา้ งทกั ษะชีวติ ทกั ษะอาชีพ โดยเป็น
ศนู ย์กลางเครอื ข่ายการเรียนรูง้ านดา้ นการพฒั นาชุมชน ระหว่างภาคกี ารพฒั นาในพ้นื ทีท่ งั้ ๗ ภาคส่วน เพอ่ื ใหป้ ระชาชนมคี ุณภาพชวี ติ ทดี่ ี สามารถบรหิ าร
จดั การชมุ ชนเพอ่ื การพงึ่ พาตนเองไดอ้ ยา่ งยงั่ ยนื ต่อไป
สารบญั
ส่วนที่ 1 บทนา ความเป็นมา ขอ้ มลู ทวั่ ไป 1
ส่วนท่ี 2 1) ผลสาเรจ็ เป็นรูปธรรมของทมี ขบั เคลอ่ื นศนู ย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน 12 23
2) กระบวนการสรา้ งและพฒั นาทมี ผนู้ าการเปลย่ี นแปลงในการขบั เคลอ่ื น 14
ศนู ย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน
3) วธิ กี าร/แนวทางการขบั เคลอ่ื นศูนย์ผนู้ าจิตอาสาพฒั นาชุมชนใหเ้ กดิ ความยงั่ ยนื 15
4) การพฒั นาขยายผลและความคดิ สรา้ งสรรค์ ในกระบวนการขบั เคล่อื นการ 18
สรา้ งความมนั่ คงทางอาหารใหต้ อ่ เน่อื งอย่างยงั่ ยนื
สว่ นท่ี 3 แบบเสนอโครงการขอรบั การสนบั สนุนการดาเนินงานฯ (งบประมาณ 10,000 บาท ) 19
สว่ นท่ี 4 ภาคผนวก
- ประกาศกรมการพฒั นาชมุ ชน เรอ่ื ง การจดั ตงั้ ศนู ย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน
- คาสงั่ แตง่ ตงั้ คณะกรรมการอานวยการและคณะทางานขบั เคล่อื นศนู ย์ผนู้ าจติ อาสา
พฒั นาชุมชนจงั หวดั ขอนแกน่
- ทะเบยี นรายช่อื ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน
- ขอ้ มลู ดา้ นการบรกิ ารของศูนยผ์ นู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน
(ดา้ นการเรยี นรู้ ดา้ นหลกั สูตร ดา้ นครูพาทา)
- แผนปฏบิ ตั กิ ารขบั เคลอ่ื นศูนยผ์ นู้ าจิตอาสาพฒั นาชุ1มชน จงั หวดั ขอนแกน่
- แผนปฏบิ ตั กิ ารผนู้ าการเปลย่ี นแป์ ลงขบั เคลอ่ื นศูนย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชนจงั หวดั ขอนแก่น
- การประชาสมั พนั ธ์การดาเนินงานของศูนยผ์ นู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน จงั หวดั ขอนแกน่
- ภาพกจิ กรรม
- โลร่ างวลั และประกาศเกยี รตคิ ณุ ตา่ ง ๆ
คณะผจู้ ดั ทา
ที่ปรึกษา นายพนม สงิ ห์สาย พฒั นาการจงั หวดั ขอนแกน่
คณะผจู้ ดั ทา นายชยั ณรงค์ กาญจะนะกนั โห ผอู้ านวยการกลมุ่ งานสง่ เสรมิ การพฒั นาชุมชน
นายประดษิ ฐ์ นดั ทะยาย ผอู้ านวยการกล่มุ งานยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาชุมชน
นางสาวอญั ชนดิ า กมลเพช็ ร ผอู้ านวยการกลมุ่ งานสารสนเทศการพฒั นาชมุ ชน
นางจงลกั ษณ์ อุดมศกั ดิ ผอู้ านวยการกลุ่มงานประสานและสนบั สนุน
การบรหิ ารงานพฒั นาชมุ ชน
นางยุภาพร ทบี ตุ ร นกั วชิ าการพฒั นาชมุ ชนชานาญการ
นางมณฑาทพิ ย์ นาทองห่อ นกั วชิ าการพฒั นาชมุ ชนชานาญการ
นายวชั รนิ ทร์ ศรบี ุญเรอื ง นักวชิ าการพฒั นาชมุ ชนชานาญการ
นางสาวจติ ตวดี นกพะเนาว์ นกั วชิ าการพฒั นาชมุ ชนชานาญการ
นางอุไรพร ถน่ิ วมิ ล นกั วชิ าการพฒั นาชมุ ชนชานาญการ
นายตนั ตกิ รศรมี นตรี นกั สง่ เสรมิ การพฒั นาชุมชน
นายพงศธร เนตรแสงศรี นกั การตลาดรุ่นใหม่
นายคุณากร สมบงึ กลาง นักการตลาดรนุ่ ใหม่
นางสาวลิ าวรรณ จานงค์กจิ นกั การตลาดรนุ่ ใหม่
โครงการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาผนู้ าการเปลย่ี นแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 1
ส่วนที่ 1
บทนำ ควำมเป็นมำ ข้อมลู ทวั่ ไป
1. แนวคิดและตวั ชี้วดั กำรพฒั นำท่ียงั่ ยนื
การเตบิ โตทางเศรษฐกจิ อย่างรวดเรว็ ในกระแสการพฒั นายุคโลกาภิวตั น์ (Globalization)
ทาใหเ้ กดิ ผลกระทบตอ่ สง่ิ แวดล้อมและสงั คม ในปีค.ศ. 1992 (2535) คณะกรรมาธกิ ารโลกว่าดว้ ยสง่ิ แวดล้อมและการพฒั นาแห่งองค์การสหประชาชาติ ได้
จุดกระแส “กำรพฒั นำที่ยงั่ ยืน”ขน้ึ มา โดยเสนอแนวคิดว่า “การพฒั นาทีย่ งั่ ยืนต้องไม่ทาลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเป็ นการพฒั นาที่
ตอบสนองความต้องการของคนร่นุ ปัจจบุ นั โดยไม่ลดขดี ความสามารถในการตอบสนองความตอ้ งการของคนร่นุ หลงั ” และมกี ารกาหนดตวั ช้วี ดั ไว้
ในเป้าหมายการพฒั นาแห่งสหสั วรรษ (Millennium Development Goals: MDGs) ครอบคลุมระยะเวลา 15 ปี 2543 -2558)
เมอ่ื สน้ิ สุดระยะ MDGs ระยะท่ี 1 ในปี พ.ศ. 2558 ต่อมาในสมยั ประชมุ สมชั ชาสหประชาชาติ
สมยั สามญั ครงั้ ท่ี 70 ประเทศสมาชกิ 193 ประเทศไดใ้ หก้ ารรบั รอง “เป้าหมายการพฒั นาอย่างยงั่ ยืนหลงั ปี 2015 “ ขน้ึ มา เพอ่ื จะใช้เป็นทศิ ทางการพฒั นา
ของประชาคมโลกใน 15 ปีขา้ งหน้า (ตงั้ แต่เดอื นกนั ยายน ปี 2558 ถงึ เดอื นสงิ หาคม 2573) โดยประกอบไปดว้ ย 17 เป้าหมาย (Goals) คอื
เป้ำหมำยที่ 1 ขจดั ความยากจนในทกุ รปู แบบ ทกุ ที่
เป้ำหมำยท่ี 2 ขจดั ความหวิ โหย บรรลุเป้าความมนั่ คงทางอาหาร ปรบั ปรงุ โภชนาการ และ
สนับสนนุ การทาเกษตรกรรมอยา่ งยงั่ ยนื
เป้ำหมำยท่ี 3 สรา้ งหลกั ประกนั ใหค้ นมชี วี ติ ทมี่ คี ุณภาพ และส่งเสรมิ สุขภาวะทดี่ ขี องคนทุก
เพศทุกวยั
เป้ำหมำยที่ 4 สรา้ งหลกั ประกนั ใหก้ ารศกึ ษามคี ณุ ภาพอย่างเท่าเทยี มและครอบคลมุ และ
ส่งเสรมิ โอกาสในการเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ สาหรบั ทกุ คน
เป้ำหมำยที่ 5 บรรลุความเทา่ เทยี มระหว่างเพศและเสรมิ สรา้ งความเขม้ แขง็ ใหแ้ ก่สตรีและ
เดก็ หญงิ
เป้ำหมำยที่ 6 สรา้ งหลกั ประกนั ใหม้ นี ้าใช้ และมกี ารบรหิ ารจดั การน้าและการสุขาภบิ าลอยา่ ง
ยงั่ ยนื สาหรบั ทุกคน
เป้ำหมำยที่ 7 สรา้ งหลกั ประกนั ใหท้ ุกคนสามารถเข้าถงึ พลงั งานสมยั ใหมใ่ นราคาทย่ี ่อมเยา
และ ยงั่ ยนื
เป้ำหมำยท่ี 8 ส่งเสรมิ การเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกิจทยี่ งั่ ยนื และครอบคลมุ และการจา้ งงาน
เตม็ อตั รา และงานทมี่ คี ุณคา่ สาหรบั ทกุ คน
เป้ำหมำยท่ี 9 สรา้ งโครงสรา้ งพน้ื ฐานทม่ี คี วามต้านทานและยดื หยนุ่ ตอ่ การเปล่ยี นแปลง
สง่ เสรมิ การพฒั นาอุตสาหกรรมทค่ี รอบคลมุ และยงั่ ยนื และส่งเสรมิ นวตั กรรม
เป้ำหมำยท่ี 10 ลดความเหล่อื มลา้ ไม่เท่าเทียม
เป้ำหมำยที่ 11 ทาใหเ้ มอื งและการตงั้ ถน่ิ ฐานของมนุษยม์ คี วามปลอดภยั ความต้านทานและ
ยดื หยุ่น ตอ่ การเปล่ยี นแปลงอย่างครอบคลุมและยงั่ ยนื
เป้ำหมำยที่ 12 สรา้ งหลกั ประกนั ใหม้ แี บบแผนการบรโิ ภคและการผลติ ทย่ี งั่ ยนื
เป้ำหมำยท่ี 13 ดาเนินการอยา่ งเรง่ ดว่ นเพอ่ื ตอ่ สูก้ บั สภาวะการเปลย่ี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ
และผลกระทบ
เป้ำหมำยท่ี 14 อนุรกั ษแ์ ละใชม้ หาสมุทร ทะเล และทรพั ยากรทางทะเลอ่นื ๆ อยา่ งยงั่ ยนื เพอ่ื
การพฒั นาทยี่ งั่ ยนื
เป้ำหมำยท่ี 15 ปกป้อง ฟ้ืนฟู และส่งเสรมิ การใชร้ ะบบนเิ วศบนบกอยา่ งยงั่ ยนื การบรหิ าร
จดั การป่า ไมท้ ย่ี งั่ ยนื การตอ่ ตา้ นการแปรสภาพเป็นทะเลทราย หยดุ ยงั้ การเสอ่ื มโทรมของดนิ และฟื้นฟูสภาพดนิ และหยดุ ยงั้ การสญู เสียความหลากหลาย
ทางชวี ภาพ
เป้ำหมำยท่ี 16 สนับสนุนสงั คมทสี่ งบสขุ และครอบคลมุ สาหรบั การพฒั นาทยี่ งั่ ยนื จดั ใหม้ กี าร
เขา้ ถงึ ความยตุ ธิ รรมสาหรบั ทกุ คน และสรา้ งสถาบนั ทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ มคี วามรบั ผดิ ชอบ และมคี วามครอบคลุมในทุกระดบั
เป้ำหมำยท่ี 17 เสรมิ สรา้ งความแขง็ แกร่งของกลไกการดาเนินงานและฟื้นฟหู นุ้ สว่ นความ
ร่วมมอื ระดบั โลกเพอ่ื การพฒั นาทย่ี งั่ ยนื
2. ศำสตรพ์ ระรำชำ
“หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงและหลกั การทรงงานของพระเจา้ อย่หู วั รชั กาลที่ 9” เป็น
แนวคดิ หนึ่งในการพฒั นาท่ียงั่ ยนื ทท่ี วั่ โลกใหก้ ารยอมรบั และนาไปประยุกต์ใช้ในการนาไปสู่การพฒั นาที่ยงั่ ยืน โดยเฉพาะทฤษฎีใหม่ ท่ียึ ดหลกั การ
พอประมาณ หลกั ความมเี หตผุ ล และหลกั การมภี มู คิ มุ้ กนั
ศนู ย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน จงั หวดั ขอนแกน่
โครงการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาผนู้ าการเปลย่ี นแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 2
ชมุ ชนหว้ ยยำง ตาบลดงเมอื งแอม อาเภอเขาสวนกวาง จงั หวดั ขอนแกน่ เป็นอกี ชมุ ชนไดเ้ คย
ประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้าอุปโภคบรบิ รโิ ภคมากวา่ 30 ปี และได้มนี าหลกั การทรงงานและพระราชดารทิ ่ีเรียกว่าศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใชจ้ น
ประสบผลสาเรจ็ และขยายผลไปสู่กจิ กรรมการพฒั นาอย่างอน่ื อกี มากมาย
“...หลกั สาคญั วา่ ตอ้ งมนี ้า น้าบริโภคและน้าใช้ น้าเพือ่ การเพาะปลกู เพราะชีวิตอยู่ทีน่ นั่ ถา้ มีน้า คนอยไู่ ด้ ถา้ ไม่มีน้า คน
อยไู่ ม่ได้ ไมม่ ีไฟฟ้าคนอยู่ได้ แตถ่ ้ามีไฟฟ้าไม่มีน้า คนอยไู่ ม่ได.้ ..”
พระราชดารสั พระราชทานเมอื่ 17 มนี าคม 2529
จากพระราชดารสั ข้างต้นแสดงใหเ้ หน็ ว่าน้ามคี วามสาคญั ต่อชีวิตมนุษย์เป็นอย่างมากจนมี คากล่าวว่า “น้าคือชวี ติ ต้องใช้อยา่ ง
พอเพยี ง” ในปัจจบุ นั สถานการณน์ ้าไม่ไดเ้ ป็นปัญหาเฉพาะประเทศไทยเท่านนั้ แต่ยงั เกดิ ขน้ึ กบั นานาประเทศ เน่อื งจากทรพั ยากรน้าขาดแคลน ในขณะที่
ความต้องการใชน้ ้าเพมิ่ ขน้ึ อยา่ งตอ่ เน่อื ง ทผ่ี า่ นมาประเทศไทยไดใ้ ช้แนวทางการพฒั นาประเทศทม่ี ุ่งเน้นการพฒั นาดา้ นเศรษฐกิจ แต่ขาดการวางแผนการใช้
ทรพั ยากรน้า ขาดการคานึงถงึ การเปล่ยี นแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลกที่ส่งผลใหเ้ กิดภยั พบิ ัตทิ างธรรมชาติทีร่ ุนแรงทงั้ เร่อื งน้าท่ว มและน้าแล้งเกดิ
ขน้ึ กบั ประเทศไทยบอ่ ยครงั้
3.. ท่ีตงั้ และประวตั ิชุมชน
ชมุ ชนบา้ นหว้ ยยาง ประกอบดว้ ยบา้ นหว้ ยยาง หมู่ท่ี 5 และบา้ นหว้ ยยางศรวี ไิ ล หมู่ท่ี 15 ตงั้ อยใู่ นเขตการปกครองของตาบลดงเมอื ง
แอม อาเภอเขาสวนกวาง จงั หวดั ขอนแก่น
จากคาบอกเลา่ ของพ่อทศ มาตรคามี (เกดิ ปี พ.ศ.2487) อดตี ผใู้ หญบ่ า้ น เล่าว่า คนกลมุ่ แรกทก่ี อ่ ตงั้ หมู่บ้านอพยพมาจากบ้านตาแย
และบา้ นกา้ นตาแย ตาบลดงใหญ่ อาเภอวาปีปทุม จงั หวดั มหาสารคาม อพยพมาตงั้ รกรากทบี่ ริเวณพน้ื ทบี่ ้านหว้ ยยาง ในปี พ.ศ. 2475 โดยชกั ชวนญาตพิ ี่
น้องมาบุกเบกิ พ้นื ทที่ าการเกษตรเพราะว่าพ้นื ท่ีบรเิ วณบ้านห้วยยางเป็น“โคกกวา้ ง ป่าแปน”(เป็นป่าพ้นื ทีก่ ว้างขวาง) มีลาห้วยไหลผ่าน ซ่งึ มคี วามอุดม
สมบรู ณเ์ หมาะแก่การตงั้ ถนิ่ ฐาน นอกจากน้บี รเิ วณสองฝัง่ ของลาหว้ ยมีต้นยางนาขน้ึ อยมู่ ากมาย จนเป็นทมี่ าของชอ่ื “บา้ นหว้ ยยาง” ในช่วงแรกมจี านวนคน
ทม่ี าทมี่ าตงั้ ถน่ิ ฐานจานวน 4-5 ครวั เรอื น และมจี านวน
เพม่ิ ขน้ึ เร่อื ย ๆ ตอ่ มาไดม้ กี ารจดั ตงั้ เป็นหมู่บ้านอย่างเป็นทางการและมแี ต่งตงั้ พ่อใหญพ่ ุดหรอื นายล้าน มะปะทงั ใหเ้ ป็นผใู้ หญบ่ ้านคนแรกของบา้ นหว้ ยยาง
ในปัจจุบนั ชุมชนหว้ ยยางมกี ารแบ่งการปกครองออกเป็น 2 หมบู่ า้ น คอื บ้านหว้ ยยางหมู่ท่ี 5
มนี ายธนชาต ดานุวงศ์ไพศาล เป็นผใู้ หญบ่ ้านและบา้ นหว้ ยยางศรวี ไิ ล หมทู่ ่ี 15 มนี ายสรุ พล เน่อื งภกั ดเี ป็นผใู้ หญ่บ้าน
4. สภำพปัญหำกำรขำดแคลนน้ำอปุ โภคบริโภค
ชมุ ชนหว้ ยยางในอดีตเป็นทาเลทม่ี คี วามอุดมสมบรู ณ์ ชาวบ้านทามาหาเล้ยี งชพี ดว้ ยการปลูกขา้ วไร่ ปลูกพชื ผกั สวนครวั หาของป่า
และเล้ยี งสตั ว์ ซ่งึ เป็นวถิ ชี วี ติ ของคนภาคอสี านยุคก่อน จนกระทงั้ ปี พ.ศ. 2494 ไดม้ กี ารสมั ปทานป่าและตงั้ โรงเล่อื ยขน้ึ ทอ่ี าเภอเขาสวนกวาง ลกั ษณะการ
ทาไมข้ องโรงเลอ่ื ยมที งั้ รูปแบบการส่งคนออกไปตดั ไมส้ ่งกลบั มาทโ่ี รงเลอ่ื ย และรบั ซ้อื ไมท้ ช่ี าวบา้ นตดั นามาส่งขายให้โรงเลอ่ื ยเอง ในช่วงน้เี องทมี่ กี ารตดั ไม้
จานวนมากจนไมย้ างและไมช้ นิดอน่ื ๆ ในพ้นื ทห่ี ม่บู า้ นเรมิ่ หายไป ประกอบกบั ในระยะต่อมาชุมชนหว้ ยยางมปี ระชากรขยายเพม่ิ ขน้ึ จงึ มกี ารขยายพ้นื ที่ทา
กนิ เพมิ่ ขน้ึ มกี ารปลูกพชื เศรษฐกิจตามความตอ้ งการของตลาดโดยเรม่ิ จากการปลูกฝ้าย ปลกู ปอ ปลกู มนั สาปะหลงั ยูคาลปิ ตสั และออ้ ยโรงงานตามลาดบั
ยง่ิ ในระยะหลงั มกี ารใชเ้ ครอ่ื งจกั รทนุ่ แรงมาช่วย จงึ ทาใหม้ กี ารบกุ เบกิ พ้นื ทปี่ ่าเพ่อื มาทาการเกษตรมากขน้ึ จนป่าธรรมชาตหิ มดไป เม่อื ป่าธรรมชาตเิ หลอื นอ้ ย
ไดส้ ง่ ผลกระทบตอ่ แหลง่ น้าธรรมชาติทเี่ ป็นแหลง่ อปุ โภคบรโิ ภคของชุมชน บ่อน้าตน้ื ทเ่ี คยมนี ้ากลบั มนี ้าไมเ่ พยี งพอ สระเกบ็ น้าไม่สามารถเกบ็ น้าไดต้ ลอดทงั้
ปี ประกอบกบั การขยายตวั ของชมุ ชนทม่ี ปี ระชากรเพมิ่ มากขน้ึ เกอื บ 200 ครวั เรอื นในเวลาตอ่ มา จงึ ทาใหเ้ กดิ ปัญหาน้าอุปโภคบรโิ ภคไม่เพียงพอ เม่อื น้าใน
แหลง่ น้าหลกั คอื หนองแสงไม่มนี ้าเพยี งพอตลอดทงั้ ปีเน่อื งจากตงั้ อย่บู นทสี่ ูงต้องรอน้าฝนอย่างเดียวเพราะน้าไมส่ ามารถไหลเขา้ สู่หนองแสงได้ ส่งผลใหน้ ้าที่
สบู มาทาประปาไมเ่ พยี งพอและขุ่นขน้ แมจ้ ะมรี ะบบกรองและใชส้ ารสม้ ชว่ ยจานวนมากกไ็ มท่ าใหด้ ขี น้ึ เมอ่ื ชุมชนขาดแคลนน้าอปุ โภคบรโิ ภคอย่างหนักจงึ ต้อง
ซ้อื น้าอุปโภคบรโิ ภคจากภายนอกเสยี คา่ ใชจ้ า่ ยปีหลายพนั บาทตอ่ ครอบครวั
5.วิธีกำรจดั กำรปัญหำกำรขำดแคลนน้ำชุมชนห้วยยำงที่ผำ่ นมำ
จากปัญหาดงั กลา่ วผนู้ าชมุ ชน องค์การปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ และหน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งไม่ได้
น่ิงเฉย ได้มีความพยายามในการหาทางแก้ไขปัญหาดว้ ยวิธกี ารต่าง ๆ มากว่า 30 ปี ซ่งึ ในแต่ละปีมีการใชท้ รพั ยากรคน เคร่อื งสูบน้า วสั ดุอุปกรณ์และ
งบประมาณจานวนมาก แตย่ งั ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้าไดอ้ ย่างยงั่ ยืน จาเป็นตอ้ งมกี ารแก้ปัญหาวนซ้า ๆ ในทุกปี ทาใหส้ ญู เสยี งบประมาณ
และทรพั ยากรไปเป็นจานวนมาก โดยมรี ายละเอยี ดการแกไ้ ขปัญหาเรอ่ื งน้าในแตล่ ะช่วงดงั น้ี
ยุคแรก ปี 2518-2530 ขดุ หนองแสงดว้ ยแรงงำนคน-ประปำน้ำข่นุ เป็นช่วงเรมิ่ ตน้ แกไ้ ข
ปัญหาการขาดแคลนน้าของชุมชนบ้านห้วยยาง โดยในปี พ.ศ.2518 ชุมชนห้วยยางได้งบประมาณ “โครงการเงนิ ผัน” มาขุดหนองแสงตอนล่างด้วย
แรงงานคน จากสภาพพ้นื ท่ีทเ่ี ป็นดนิ แขง็ ผสมหนิ ลูกรงั ทาให้การขุดหนองน้าได้ไมม่ ากนัก จึงทาให้ได้หนองน้าขนาดเล็กท่ไี ม่สามารถกักเกบ็ น้าไดม้ ากนัก
ตอ่ มาในปี พ.ศ.2526 มกี ารสรา้ งฝายน้าล้นขน้ึ ทล่ี าหว้ ยยางเพ่อื ผนั น้าจากห้วยยางเขา้ สู่หนองแสง แตไ่ ม่สามารถผนั น้าเขา้ ไดเ้ น่อื งจากฝายอยู่ต่ากว่าหนอง
แสง ในปี พ.ศ.2530 ผนู้ าชุมชนร่วมกบั หน่วยงานระดบั อาเภอไดป้ ระสานของบประมาณมาขุดหนองแสงใหม่โดยใชเ้ คร่อื งจกั รในการขุด ทาใหใ้ หบ้ ้านห้วย
ยางมแี หล่งน้าดบิ สองแห่งคอื หนองแสงตอนบนและหนองแสงตอนล่าง และไดน้ าน้าดบิ มาใชท้ าน้าประปาสง่ ใหช้ าวบา้ นใชอ้ ปุ โภคบรโิ ภค แตเ่ น่อื งจากบรเิ วณ
หนองแสงตงั้ อยทู่ ส่ี ูง น้าจากภายนอกไหลเข้าไดน้ ้อย จงึ ทาใหม้ นี ้าไม่เพียงพอและยงั เป็นน้าประปาขนุ่ คนในชมุ ชนจงึ เรยี กน้าประปาสมยั นั้นว่า “ประปาน้า
ขุ่น”
ศูนย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน จงั หวดั ขอนแกน่
โครงการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาผนู้ าการเปลย่ี นแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 3
ยุคที่สอง ปี 2533-2539 สบู น้ำจำกลำหว้ ยยำงสู่หนองแสง ในปี พ.ศ.2533 ชมุ ชนหว้ ยยาง
ไดป้ ระสานขอเคร่อื งสูบน้าดเี ซลจากอาเภอมาสูบน้าจากห้วยยางเขา้ สู่หนองแสง ผนู้ าชุมชนไดร้ ะดมทนุ จากชาวบ้านดว้ ยการเรีย่ ไรดว้ ยการทาผ้าป่าสามคั คี
รวมเป็นเงนิ ทงั้ ส้นิ 38,000 บาท เพอ่ื เป็นค่าน้ามนั และซ้อื เคร่อื งสูบน้าไดโว่มาสูบน้าสง่ ตอ่ ลงหนองแสง ในปี พ.ศ.2535 ชาวบ้านเปลย่ี นมาใชร้ างสงั กะสใี นการ
ลาเลยี งน้าแทนสายยาง เน่อื งจากประสบปัญหาสายยางแตกรวั่ อายกุ ารใชง้ านสนั้ ต้องเปล่ยี นสายยางบ่อยจงึ มคี ่าใชจ้ า่ ยสงู ในปี พ.ศ.2537 ชาวบ้านไดท้ า
การการระดมทุนภายในหมู่บ้านโดยใชเ้ งนิ กองทุนหมู่บา้ น 13,000 บาท เพ่อื วางทอ่ คอนกรตี เสน้ ผ่าศูนยก์ ลาง 60 ซ.ม. โดยแนวการวางท่อจากลาหว้ ยยางขุด
ใตค้ อสะพาน มายงั บอ่ ดนิ พกั น้าบรเิ วณป้อมยามทางเขา้ หมบู่ า้ นรมิ หนองแสงตอนบนแลว้ จงึ สบู น้าเขา้ หนองแสงตอนบนโดยอาศัยพลงั งานจากเคร่อื งยนต์รถ
ไถเดินตามของชาวบ้านเอง ในปีน้ีใช้งบประมาณดาเนินการสูบน้ารวมทงั้ ส้นิ ราว 40,000 บาท ต่อมาองค์การบริหารส่วนตาบลดงเมืองแอมได้สนับ สนุน
งบประมาณขดุ ลอกหนองแสงตอนบนใหม้ รี ะดบั ความลกึ มากขน้ึ แต่ปรมิ าณน้ายงั คงไมเ่ พยี งพอตอ่ ความต้องการเหมอื นเดมิ จนกระทงั่ มกี าร ในชว่ งปี พ.ศ.
2538-2539 ไดม้ กี าสรา้ งฝายกักเกบ็ น้าหว้ ยยางใหมอ่ กี แห่งชาวบ้านเรยี กฝายใหญ่ (ฝายนาพ่อท)ี จงึ ทาใหป้ รมิ าณน้าในห้วยยางมมี ากขน้ึ แต่การผนั น้าจาก
หว้ ยยางสู่หนองแสงยงั คงเป็นระบบทใี่ ชเ้ ครอ่ื งยนตใ์ นการสูบน้าจากทต่ี ่าขน้ึ สูท่ ส่ี ูงจงึ ส้นิ เปลืองเป็นอย่างมากเช่นเดมิ
ยคุ ท่ีสำม ปี 2540-2542 สร้ำงบ่อคอนกรีตพกั น้ำ-ผนั น้ำจำกฝำยใหญ่ ในชว่ งนี้ชมุ ชนยงั
พยายามหาวิธีจดั การน้าต่อเน่ือง มาจนถึงปี พ.ศ.2540 ชาวบ้านหว้ ยยางไดร้ ะดมทุนภายในหมู่บ้านเพ่อื ดาเนินการก่อสรา้ งบ่อพกั น้าคอนกรตี ความลึก 6
เมตร เพอ่ื ใชเ้ ป็นจุดสบู น้าถาวรเขา้ สหู่ นองแสงตอนบน และไดข้ อยมื เคร่อื งสูบน้าจากสานกั งานชลประทาน(ในกรณีภยั แลง้ ) มาดาเนนิ การสบู น้าเขา้ หนองแสง
โดยมคี ่าใชจ้ ่ายในการจดั หาน้ามนั เช้อื เพลงิ เป็นจานวนเงนิ ประมาณ 10,000 บาท
ยคุ ท่ีส่ี ปี 2542-2548 หยุดกำรแก้ไขปัญหำกำรขำดแคลนน้ำ-ชุมชนซื้อน้ำกินน้ำใช้ ใน
ระหว่างปี พ.ศ.2542-2548 เป็นช่วงทปี่ รมิ าณน้าในลาหว้ ยยางและฝายฝายใหญ่มนี อ้ ยทาใหก้ ารผนั น้ามายงั หนองแสงทาไดน้ ้อยมาก ซง่ึ ตลอดระยะเวลา 6 ปี
นี้ ชมุ ชนแบกรบั ปัญหาน้าไม่เพยี งพอต่อการอุปโภคบรโิ ภคมาโดยตลอด จนต้องมกี ารซ้อื น้าจากรถขายน้าทบี่ รรทุกเขา้ มาขายในชุมชน ในปี พ.ศ.2548 กรม
ทรพั ยากรน้าไดส้ นับสนุนงบประมาณในการปรบั ปรงุ และฟื้นฟูขดุ ลอกหนองแสงตอนบนเป็นครงั้ ทส่ี าม ทาใหห้ นองแสงตอนบนมขี นาดและความจุน้าเท่ากับ
ปัจจุบนั
ยคุ ท่ีห้ำ ปี 2552-2556 ผิดหวงั จำกกำรแกไ้ ขปัญหำซำ้ แล้วซำ้ เล่ำ ช่วงเวลานเี้ ป็นชว่ งเวลาท่ี
ทาใหช้ มุ ชนทอ้ แทต้ อ่ การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้าเป็นอย่างมาก เน่อื งจากความพยายามในการแกไ้ ขปัญหาตลอดระยะเวลา 30 กวา่ ปี ดาเนินมาด้วย
ความยากลาบากแต่ชุมชนยงั มีปรมิ าณน้าไม่เพียงพอต่อการอุปโภคและบรโิ ภค มิหนาซ้ายงั มีค่าใชจ้ ่ายในการสูบน้าค่อนขา้ งสูง ทาใหก้ ารเขา้ ม าให้การ
ช่วยเหลือของหน่วยงานภาครฐั เป็นความหวงั ทีช่ มุ ชนรูส้ กึ ว่าจะสามารถพงึ่ ได้ แต่ผลกลบั ไม่เป็นอย่างท่ีคดิ เน่ืองจากในปี 2552 กรมทรพั ยากรน้าไดจ้ ดั ทา
โครงการผนั น้าถาวรเขา้ สหู่ นองแสงไปยงั สานักงานชลประทานจงั หวดั ขอนแก่น คดิ เป็นงบดาเนนิ การ 1.5 ลา้ นบาท แตก่ อ่ นทจี่ ะมีการอนุมตั ิโครงการ ผวู้ ่า
ราชการจงั หวดั ในขณะนนั้ ไดร้ บั คาสงั่ ใหย้ า้ ยไปปฏบิ ตั หิ น้าทใี่ นพ้นื ทอี่ ่นื กอ่ น โครงการจงึ ถูกชะลอไว้
ในปี พ.ศ.2556 กลุ่มผนู้ าชุมชนไดร้ บั เชญิ ใหเ้ ขา้ ร่วมการประชุมโครงการผนั น้าจากเขอ่ื น
อุบลรตั น์ฝัง่ ซ้าย โครงการนี้จะทาการผนั น้าจากฝัง่ ซ้ายผ่านบ้านคาเจรญิ ซ่งึ ติดกับบ้านหว้ ยยาง ชาวบ้านมีความคาดหวงั จากโครงการน้ีในระดบั สูงว่าจะ
สามารถชว่ ยแกป้ ัญหาขาดแคลนน้ามาตลอดระยะเวลา 30 กว่าปี แต่ต่อมาโครงการน้ีไดถ้ กู ยกเลกิ ไป จนกระทงั่ ในปลายปี พ.ศ.2556 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง
ประเทศไทย (กฟผ.) จดั ทาโครงการตามภารกจิ ความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมและสงิ่ แวดล้อม (Corporate Social Responsibility: CSR) จงึ เป็นจดุ เรมิ่ ต้นของการ
แก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้าของชุมชนอกี ครงั้
6. กระบวนกำรจดั หำและจดั กำรน้ำรว่ มกบั โครงกำรภมู ิชุมชน
ในปี พ.ศ. 2556 การไฟฟ้าฝ่ายผลติ แหง่ ประเทศไทย (กฟผ.)รว่ มกบั มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
ได้เข้ามาจัดทาโครงการตามภารกิจความรบั ผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Corporate Social Responsibility: CSR) ในชุมชนห้วยยางและหมู่บ้าน
เครือข่ายพ้นื ท่ีใกล้แนวสายสง่ ไฟฟ้าแรงสงู รวม 6 หมู่บ้าน ไดส้ นับสนุนให้เกดิ กระบวนการพฒั นาชุมชนอย่างมสี ่วนรว่ มภายใต้โครงการการส่อื สารและการ
สรา้ งเครอื ขา่ ยชุมชนพ่งึ ตนเองพ้นื ทีใ่ กล้แนวสายสง่ ไฟฟ้าอย่างยงั่ ยนื (ซ่ึงตอ่ มำปรบั เปลีย่ นชอ่ื เป็ นโครงกำรภมู ิชมุ ชน) ในกระบวนการทางานช่วงแรกมี
การลงศกึ ษาวิเคราะห์ข้อมูลชุมชนและจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาเรง่ ด่วนชมุ ชน ซ่งึ พบว่า ชุมชนห้วยยางได้เลือกปัญหาเร่อื งน้าเป็นปัญหา เร่งดว่ นท่ี
ตอ้ งการแก้ไขปัญหารว่ มกนั มากทส่ี ุด ดงั นนั้ การจดั การปัญหาน้าอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอจงึ เรมิ่ ตน้ อกี ครงั้ โดยมที มี งานโครงการภมู ชิ มุ ชนเป็นพ่ีเล้ยี งโดยมี
กระบวนการดาเนนิ งานดงั นี้
1) กำรศึกษำวิเครำะหป์ ัญหำกำรขำดแคลนน้ำ กอ่ นการดาเนินงานทางเจา้ หน้าทโี่ ครงการฯ
ไดร้ ว่ มกบั ผนู้ าชุมชนทาการศกึ ษาวเิ คราะห์ปัญหาการขาดแคลนน้าและสรปุ บทเรยี นการจดั การปัญหาท่ผี า่ นมา ซ่งึ จากการวเิ คราะหแ์ ผนผงั ทางกายภาพของ
ชุมชนควบค่กู บั แผนทท่ี รพั ยากรและพฒั นาการการแก้ไขปัญหา พบว่าการขาดแคลนน้ามสี าเหตุมาจากการเลอื กทาเลทีต่ งั้ ของแหล่งเกบ็ น้าดบิ สาหรับผลติ
ประปาชมุ ชน (หนองแสงบนและหนองแสงล่าง) ตงั้ อยู่บนพน้ื ทเ่ี นนิ สูงทาใหใ้ นฤดูฝนน้าไม่สามารถไหลเขา้ แหลง่ เกบ็ น้าดบิ ได้ ประกอบกบั แหล่งน้าธรรมชาติ
(ฝายใหญ่และหว้ ยยาง) ตงั้ อย่หู ่างจากแหลง่ เกบ็ น้าและสภาพพน้ื ทม่ี ลี กั ษณะเป็นลอนคล่นื สูงต่าทาใหก้ ารไหลของน้าไม่สม่าเสมอทาใหก้ ารผันน้าสู่หนองแสง
ทาไดย้ ากลาบาก บทเรยี นการจดั การปัญหาทผ่ี ่านมาพบว่า มคี วามร่วมมอื กนั เป็นอย่างดแี ต่เป็นการทางานแบบใชข้ อ้ มูลความรูแ้ ละเทคโนโลยนี อ้ ย จงึ ทาให้
ไม่สามารถจดั การกบั ปัญหาไดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ
2) กำรศึกษำวิเครำะหค์ วำมเป็นไปไดข้ องงำน กอ่ นการดาเนนิ งานในครงั้ นี้ทางชมุ ชนไดม้ กี าร
จดั ตงั้ คณะทางานศกึ ษาความเป็นไปไดข้ องโครงการ โดยคณะทางานประกอบดว้ ยผูน้ าชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน นายช่างโยธา ของ อบต. เจ้าหน้าที่ กฟ ผ.
และ เจา้ หนา้ ทโี่ ครงการภูมชิ มุ ชน ซ่งึ คณะทางานไดท้ าการศึกษาความเป็นไดโ้ ดยการถอดบทเรยี นความสาเร็จและความลม้ เหลวในการแก้ไขปัญหาใน ช่วง
ศนู ยผ์ นู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน จงั หวดั ขอนแก่น
โครงการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาผนู้ าการเปล่ยี นแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 4
ระยะเวลาทผ่ี ่านมาควบคู่กับการศกึ ษาปรมิ าณการใชน้ ้าของชุมชน การศกึ ษาแหล่งทรพั ยากรน้าในชมุ ชน และวเิ คราะหแ์ นวทางความเป็นไปไดใ้ นการผนั น้า
สู่หนองแสง
ผลการศกึ ษาพบว่า ชมุ ชนหว้ ยยางทงั้ สองหม่บู า้ น มกี ารใชน้ ้าประปาตลอดทงั้ ปี จานวน
31,520 ลกู บาศกเ์ มตร(ลบ.ม.) ในขณะทห่ี นองแสงตอนบนซ่งึ เป็นทเี่ กบ็ น้าดบิ มนการผลติ น้าประปาหมบู่ ้าน มพี ้นื ทบี่ อ่ 16.34 ไร่ ความลกึ 3 เมตร มปี รมิ าณ
ความจุน้า 76,194 ลบ.ม. และหนองแสงลา่ ง พ้นื ทบ่ี อ่ 9 ไร่ ความลกึ 4 เมตร มปี รมิ าณความจุ 46,288 ลบ.ม. ซง่ึ ถา้ สามารถหาน้ามาเตมิ หนองแสงตอนบนได้
เพยี งครง่ึ หนึ่งของความจุกจ็ ะมนี ้าเพยี งพอกบั ความตอ้ งการของชุมชนแล้ว ส่วนทรพั ยากรน้าทจ่ี ะนามาเตมิ ในหนองแสงพบว่า มนี ้าจากลาหว้ ยยางเป็นหลกั
โดยลาห้วยยางจะมีลกั ษณะทอดยาวเป็นรตู้ ัว Y และมีฝายเกบ็ กกั น้าจานวนสองแห่ง จะมปี รมิ าณน้ามากในฤดูฝนช่วงเดอื นมถิ ุนายนถงึ กนั ยายน สาหรบั
การศกึ ษาความเป็นไปไดใ้ นการผนั น้าจากลาหว้ ยยางสหู่ นองแสง ทางคณะทางานไดท้ าการเดนิ สารวจและใชเ้ ครอ่ื งวดั ระดบั ความสงู ต่าพรอ้ มทาเสน้ ทางการ
ผนั น้าไว้ 5 จดุ พรอ้ มวเิ คราะหจ์ ุดดจี ุดดอ้ ยของแตล่ ะเสน้ ทางไวใ้ หผ้ เู้ กย่ี วขอ้ งร่วมกนั ตดั สนิ ใจ
จดุ ผนั น้ำที่ 1 มรี ะดบั พน้ื ทสี่ งู กว่าจดุ ที่ 6 คอื หนองแสงจานวน 4.37 เมตร ระยะทางยาว 796
เมตร แนวการวางท่อผา่ นทด่ี นิ ส่วนบคุ คล จานวน 3 ราย ปรมิ าณดนิ ขุด ประมาณ 1,444 ลบ.ม. ศกั ยภาพ จดุ ที่ 1 คอื สามารถใชแ้ รงโนม้ ถ่วงในการผนั น้าได้
เพราะมีความต่างของระดบั สูงที่สุด ซ่งึ จะส่งผลให้น้ามีแรงดนั ในท่อสูง อกี ทงั้ ยงั มฝี ายทดน้าคอนกรตี เสริมเหลก็ เป็นจุดตดิ ตงั้ ท่อ ทาให้มีความมนั่ คงของ
โครงสรา้ ง การผนั น้าจากจุดนีส้ ามารถทาใหน้ ้าเตม็ ปรมิ าณความจหุ นองแสงได้ เน่อื งจากขอบคนั ดนิ หนองแสงสงู จากปากท่อเดมิ เพยี ง 2
เมตรเทา่ นนั้ แนวทางน้สี ามารถรบั น้าช่วง เดอื นมถิ ุนายน – กลางเดอื นกุมภาพนั ธ์ แตจ่ ุดดอ้ ย คอื เป็นแนวทางทมี่ รี ะยะทางยาวทส่ี ดุ จงึ ตอ้ งใชท้ รพั ยากร
มาก อกี ทงั้ ยงั จาเป็นตอ้ งผา่ นทด่ี นิ สว่ นบคุ คลและมชี ่วงทขี่ า้ มลาหว้ ยยาง จาเป็นต้องมโี ครงสรา้ งยดึ ตวั ท่อใหค้ งทนต่อการไหลของน้า
จุดผนั น้ำท่ี 2 มรี ะดบั พน้ื ทส่ี งู กวา่ จุดท่ี 6 คอื หนองแสงจานวน 2.12 เมตร มรี ะยะทาง 464
เมตร แนวการวางท่อผา่ นทดี่ นิ สว่ นบุคคล จานวน 2 ราย มปี รมิ าณดนิ ขุด ประมาณ 928 ลบ.ม.(กรณหี ลุมกวา้ ง 1 เมตร x ลกึ 2 เมตร) ศกั ยภาพ จุดท่ี 2 คอื
สามารถใชแ้ รงโนม้ ถ่วงในการผนั น้าได้ ซง่ึ เป็นจดุ ผนั น้าทม่ี คี วามตา่ งของระดบั ปานกลาง ระดบั ทอ่ ผนั น้าเขา้ -ออก จากฝายทดน้าลาหว้ ยยาง-ท่อน้าเขา้ หนอง
แสง ตา่ งกนั 2.12 ม. ตามหลกั การแล้ว การผนั น้าจากจดุ นีส้ ามารถทาใหน้ ้าเตม็ ปรมิ าณความจหุ นองได้ สว่ นจุดดอ้ ยคอื เน่อื งจากไม่มฝี ายทดน้าเป็นตวั ชะลอ
การไหลของน้า การทาแนวท่อจาเป็นตอ้ งผ่านทดี่ นิ สว่ นบุคคลและไม่มโี ครงสรา้ งสาหรบั เป็นจดุ ตดิ ตงั้ ท่อทจ่ี ดุ บรรจบหว้ ยยาง เพ่อื ใหเ้ กดิ ความมนั่ คงของท่อ
จดุ ผนั น้ำท่ี 3 มรี ะดบั พ้นื ทส่ี ูงกว่าจุดท่ี 6 คอื หนองแสงจานวน 1.62 เมตร ระยะทางยาว 253
เมตร แนวการวางทอ่ ผา่ นทีด่ นิ ดอนปู่ตา ปรมิ าณดนิ ขดุ ประมาณ 506 ลบ.ม. ศกั ยภาพ จุดท่ี 3 คอื สามารถใชแ้ รงโน้มถ่วงในการผนั น้าได้ เป็นจุดผนั น้าทีม่ ี
ความตา่ งของระดบั ปานกลางมรี ะยะการผนั น้าดว้ ยระบบท่อคอ่ นข้างสนั้ โดยผ่านทสี่ าธารณะของชมุ ชนทงั้ หมด การผนั น้าจากจดุ นส้ี ามารถทาใหน้ ้าเกอื บเตม็
ปรมิ าณความจุหนองได้ สว่ นจุดดอ้ ยคอื เน่อื งจากไมม่ ฝี ายทดน้าเป็นตัวชะลอการไหลของน้า จงึ ไมส่ ามารถคาดการณ์ปรมิ าณน้าได้ จาเป็นต้องวางท่อผ่านที่
ดอนปู่ตาซ่งึ เป็นพน้ื ทป่ี ่าชุมชน และเป็นพ้นื ทท่ี างความเชอ่ื ของชมุ ชน ไมม่ โี ครงสรา้ งสาหรบั เป็นจุดติดตงั้ ทอ่ ทแ่ี ละลาหว้ ยยางชว่ งน้มี ลี กั ษณะต้นื เขนิ คนั ดนิ
ต่า ซ่งึ อาจสง่ ผลตอ่ ประสทิ ธภิ าพในการผนั น้า
จดุ ผนั ท่ี 4 มรี ะดบั พ้นื ทส่ี ูงกว่าหนองแสงจานวน 0.18 เมตร ระยะทาง 227 เมตร และมแี นว
ท่อคอนกรตี เดมิ ตามแนวถนนไปสู่หนองแสงจงึ ถอื เป็นศกั ยภาพของแนวทางนี้เน่อื งจากมีแนวทอ่ คอนกรตี เดมิ ซ่งึ สามารถใชง้ านไดเ้ ลยและระยะเวลาในการ
ไหลของน้าคอื ชว่ งเดอื นมิถนุ ายน-เดอื นกนั ยายน สว่ นจดุ ดอ้ ยของแนวทางนคี้ อื สามารถผนั น้าได้เฉพาะในชว่ งน้าหลากและจาเป็นต้องใช้เครอ่ื งสบู น้าในการ
ผนั จากจดุ ท่ี 7 เขา้ สูห่ นองแสง
จุดผนั ที่ 5 มรี ะดบั พ้นื ทส่ี งู กวา่ หนองแสง 0.18 เมตรระยะทาง 130 เมตร ปรมิ าณดนิ ขุด
ประมาณ 260 ลบ.ม.(กรณหี ลมุ กวา้ ง 1 เมตร x ลกึ 2 เมตร) โดยแนววางทอ่ ผ่านทดี่ นิ สว่ นบคุ คล ซ่งึ แนวทางนี้มศี กั ยภาพคอื ระยะทางใกลท้ ส่ี ุดแตม่ จี ดุ ดอ้ ยคอื
จาเป็นต้องวางแนวท่อผ่านทดี่ นิ ส่วนบุคคลและเน่อื งจากความแตกต่างทางระดบั คอ่ นขา้ งนอ้ ย จงึ จาเป็นต้องใชเ้ ครอ่ื งสูบน้าในการผนั น้าเข้าสูห่ นองแสงซ่งึ ทา
ใหม้ คี ่าใชจ้ ่ายในการสูบน้า
3) จดั เวทีประชมุ ระควำมคิดและรว่ มตดั สินใจ หลงั จากการศกึ ษาวเิ คราะหค์ วามเป็นไปได้
ของงานอย่างละเอยี ด คณะทางานไดจ้ ดั เวทปี ระชมุ หรอื เวทปี ระชาคมชาวบ้านเพ่อื นาเสนอผลการศึกษา รบั ฟังความคิดเห็นระรว่ มกันติดสนิ ใจเลือ กแนว
ทางการดาเนินงาน ซ่งึ ทปี่ ระชมุ ไดต้ ดั สนิ การเลอื กการผนั น้าตามแนวทางในจุดท่ี 1 เพราะมคี วามเป็นไปไดม้ ากทส่ี ุดทงั้ เร่อื งแหลง่ น้าท่ฝี ่ ายใหญ่ทเ่ี กบ็ กกั น้า
จากลาหว้ ยยางไดท้ งั้ ปี มโี ครงสรา้ งวางระบบทอ่ ระยะความสงู ของระดบั พ้นื ทท่ี จี่ ะทาการผนั น้าดว้ ยระบบแรงโนม้ ถว่ งได้ จงึ มคี วามเป็นไปไดม้ ากทส่ี ุดทจ่ี ะได้
น้าตามความต้องการของชาวบา้ น ถงึ แมว้ ่าจะเป็นจดุ ทมี่ รี ะยะทางยาวทสี่ ดุ และผ่านทน่ี าชาวบ้าน แตช่ ุมชนกม็ นั่ ใจว่าสามารถจดั การได้
4) เจรจำสร้ำงควำมรว่ มมอื กบั องคก์ ำรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น ภายหลงั จากไดแ้ นวทางการ
ทางานทชี่ ดั เจนแล้ว ทางตวั แทนคณะทางานซ่งึ ประกอบดว้ ยผูน้ าชุมชน คือ ผูใ้ หญ่ ธนชาต ดานุวงศ์ไพศาล พ่อหนูเรียน โสภามา พ่อทศ มาตรคามี
เจ้าหน้าท่ี กฟผ. และเจา้ หน้าทโ่ี ครงการภูมชิ ุมชน ไดเ้ ข้าไปพบและเจรจากบั ผูบ้ ริหารองค์การบริหารส่วนตาบลดงเมอื งแอม ซ่งึ ผูใ้ หญ่ธนช าตเล่าให้ฟังว่า
“ในช่วงแรกผบู้ รหิ าร อบต. ไม่ค่อยมี
ความมนั่ ใจวา่ จะแก้ไขปัญหาไดเ้ พราะได้ลองทามาหลายแนวทางแล้ว แต่เมอื่ คณะทางานนาเสนอแนวทางและการวเิ คราะห์ความเป็นไปไดข้ องงานใหท้ ราบ
จงึ เหน็ ดว้ ยและพรอ้ มจะสนบั สนุนทรพั ยากรคนและงบประมาณในการดาเนินงานในครงั้ น้”ี
5) ระดมจิตใจ ควำมรว่ มมอื และทรพั ยำกรในกำรทำงำน การดาเนินงานในครงั้ เป็นการทางาน
แบบมสี ่วนร่วมของทกุ ภาคส่วนอย่างแทจ้ รงิ ทงั้ ร่วมกนั คดิ ตดั สนิ ใจ วางแผนและลงมอื ปฏบิ ัติการ การมสี ่วนรว่ มจะมหี ลากหลายรูปแบบทงั้ ร่วมลงแรง และ
ร่วมระดมทุนช่วยสนับสนุน ซ่งึ มกี ารระดมทรพั ยากรจาก 3 สว่ นดงั น้ี 1) ชาวบา้ นหว้ ยยาง ระดมเงนิ ไดค้ รวั เรอื นละ 200 บาท จากจานวน 195 หลงั คาเรือน
และระดมวสั ดุทห่ี าได้ในทอ้ งถนิ่ มาใชใ้ นการทางาน นอกจากนี้ยงั มกี ารระดมแรงงานมาทางานอย่างนอ้ ยวนั ละ 60 คน พรอ้ มทงั้ ช่างทม่ี ปี ระสบการณ์วางท่อ
และขุดเจาะทอ่ ลอดถนนจนกวา่ จะแล้วเสร็จ 2) องคก์ รบรหิ ารส่วนตาบลดงเมอื งแอม สนบั สนุนวสั ดุอุปกรณ์ ท่อพวี ซี ี ขนาด 6 นิ้ว ชนั้ 8.5 กาว วาลว์ น้าและ
อุปกรณ์อ่นื ๆ ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง นอกจากนี้ยงั สนับสนุนช่างโยธา ทีมสารวจและกล้องจบั ระดบั เพ่อื สารวจพ้นื ท่แี ละวดั ระดบั แนววางท่อสาหรบั การออกแบบ 3)
โครงการการส่อื สารและการสร้างเครอื ข่ายชุมชนพงึ่ ตนเองพ้นื ทใ่ี กลแ้ นวสายสง่ ไฟฟ้าอย่างยงั่ ยนื สนับสนุนงบประมาณ 100,000 บาท (หนึง่ แสนบาทถ้วน)
ศนู ย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน จงั หวดั ขอนแกน่
โครงการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาผนู้ าการเปลย่ี นแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 5
เพ่อื จา้ งรถแบคโฮ ขุด-กลบแนววางท่อ และค่าบรหิ ารจดั การโครงการ และสนับสนุนด้านวชิ าการและเทคนคิ การก่อสรา้ ง เช่น การคานวณปรมิ าณน้าไหล
การป้องกนั วชั พชื ป้องกนั สง่ิ ของเขา้ ไปอุดตนั ท่อ การวางแนวระดบั การทาทอ่ ระบายอากาศ เป็นต้น
6) วำงแผนกำรปฏิบตั ิงำน ทางคณะทางานไดม้ กี ารวางแผนการทางานรว่ มกนั ดงั น้ี 1) การสารวจ ออกแบบตลอดระยะทางการวาง
ท่อความยาว 796 เมตร 2) การศกึ ษาและออกแบบหวั งาน การวางท่อลอดห้วยยาง การวางท่อระบายอากาศ เป็นต้น 3) การเจรจาและการทาขอ้ ตกลงกบั
เจา้ ของแปลงนาทแี่ นวทอ่ ผ่าน 3 รายซ่งึ เจา้ ของทดี่ นิ ยนิ ดใี หแ้ นวท่อผ่าน และกรรมการใหป้ ระโยชนต์ อบแทนโดยการทาประตนู ้าใหท้ ุกแปลงนาเพ่อื เปิดใชน้ ้า
ทาการเกษตรไดต้ ามความเหมาะสม 4) การลาดบั ขนั้ ตอนการทางาน 5) การวางแผนการใชร้ ถขุด (Backhoe) ใหเ้ กดิ ประโยชน์สูงสุด และประหยดั ทส่ี ุด 6)
การวางแผนใชแ้ รงงานของชาวบา้ น 7) การกาหนดชว่ งเวลาการกอ่ สรา้ งใหท้ นั ก่อนฤดูน้าหลาก 8) การแบ่งบทบาทหนา้ ทข่ี องผนู้ าชุมชนแตล่ ะคน
7) ลงมอื ปฏิบตั ิกำร พ่อหนูเรยี น โสภามา เลา่ ว่า “การทางานน้ใี ชเ้ วลาเตรยี มการนานกวา่ 6
เดอื น แต่ตอนลงมือทางานใช้เวลา 6 วนั ก็แล้วเสร็จ” ซ่ึงแสดงให้เห็นว่าการเตรียมความพร้อมเป็นสงิ่ สาคัญที่สุดในการทางาน ในระหว่างการทางาน
ผใู้ หญบ่ า้ นทงั้ 2 หมู่บา้ น จะทาหน้าทเ่ี ป็นผรู้ บั ผิดชอบในการประสานงานทงั้ 3 ภาคสว่ น คอื ชาวบา้ น อบต. และทมี พเี่ ล้ยี งจากโครงการฯ เพ่อื อานวยความ
สะดวกในการทางานและรบั ผิดชอบการช้แี จงการใชจ้ ่ายเงนิ ในสว่ นแรงงานจะมกี ารระดมแรงงานชาวบา้ นวนั ละ ๒ คมุ้ จากทงั้ หมด ๑๐ คมุ้ เป็นแรงงานหลกั
รวมวนั ละ ๖๐ คน หมนุ เวยี นกนั จนเสรจ็ งาน (รวมเวลาทางาน ๖ วนั ) ในขณะท่ี ฝ่ายอาหารจะทาอาหารเทีย่ งไวร้ อเพอ่ื ใหท้ ุกคนไดท้ านพรอ้ มกนั ทศี่ าลาวดั มี
พระสงฆช์ ่วยคดิ ออกแบบและใหก้ าลงั ใจ ส่วนฝ่ายดแู ลความปลอดภยั จะแสตนบายรถทุกวนั เน่อื งจากหากเกดิ อุบตเิ หตุระหว่างทางานจะไดน้ าสง่ โรงพยาบาล
ไดท้ นั นอกจากนหี้ ลงั เลกิ งาน เวลาประมาณห้าโมงเยน็ จะมกี ารประชมุ ทกุ วนั เพ่อื สรปุ ผลการดาเนนิ งาน ปัญหาขอ้ ตดิ ขดั ความเสยี่ งและแนวทางการแก้ไข
แล้วจงึ วางแผนวนั ตอ่ ไป เมอื่ ก่อสร้างแล้วเสรจ็ จึงทาการทดสอบจบั เวลาการไหลของน้าตลอดเส้นทาง 796 เมตร ..ชว่ งน้ีชาวบา้ นทุกคนลุ้นกนั มาก
พบว่าใช้เวลาเพยี ง 38 นาที กม็ ีนาไหลให้เหน็ ทีป่ ลายท่อ ทาให้ชาวบา้ นโห่ร้องแสดงความดีใจโดยพรอ้ มเพรียงกนั ทีส่ ามารถทางานไดส้ าเรจ็ และ
หลงั จากนัน้ อีกไม่นานหนองแสงกม็ ีน้าเตม็ ความจุ สามารถนามาใช้ทาน้าประปาอย่างเพยี งพอกบั ความต้องการของชุมชนได้ตลอดปี นามาซ่งึ รอ้ ยย้มิ แล ะ
ความสุขของชาวบ้านหว้ ยยางทกุ คน
7.เทคนิคสำคญั ที่ใช้ในกำรผนั น้ำสหู่ นองแสง
ทกุ ความสาเรจ็ ทเ่ี กดิ ในการทางานยอ่ มมเี คลด็ ลบั หรอื เทคนคิ สาคญั ในการทางานซอ่ นอยู่
เสมอ ในการผนั น้าสู่หนองแสงในครงั้ น้ีกเ็ ชน่ กนั มีการผสมผสานความรู้ภูมปิ ัญญาท้องถน่ิ กบั ความรูภ้ ายนอกจนลงตวั จนเกดิ ผลสาเร็จของการ ทางานได้
สาหรบั เทคนคิ สาคญั ทเี่ ป็นความรขู้ องโครงการมดี งั น้ี
1. เทคนิคการออกแบบระบบการไหลของน้าจากฝายใหญ่มายงั หนองแสงโดยใชแ้ รงโนม้ ถ่วง
โดยการวดั ระดบั ความสงู ของพน้ื ทนี่ าระดบั ดงั กล่าวมาวเิ คราะห์ความเป็นไปไดข้ องการวางระบบท่อและมกี ารวางท่อในแนวตรงไม่มกี ารวางท่อหกั โคง้ ตาม
แนวทอ่ คอนกรตี เดมิ ทม่ี อี ยู่แล้วซง่ึ แม้ว่าจะมรี ะยะทางไกล ผา่ นทนี่ าหลายแปลงแต่การไหลของน้าสะดวกรวดเรว็ แรงดนั สงู กว่าและยงั ลดปัญหาการกัดเซาะ
หรอื อปุ กรณ์สกึ หรอบรเิ วณโคง้ น้า
2. เทคนิคขุดเจาะวางท่อลอดถนนลาดยาง ในการขุดฝังท่อสง่ น้าช่วงสุดทา้ ยก่อนถงึ หนอง
แสงจะมถี นนลาดยางขวางทางไว้ ซง่ึ ไม่สามารถขุดถนนฝังทอ่ ได้ ชาวบ้านจงึ คดิ คน้ ปรบั ใช้ภมู ปิ ัญญาชาวบ้านในการขุดเจาะน้าบาดาลมาปรบั ใช้ โดยมกี าร
ดดั แปลงหวั เจาะน้าบาดาลซง่ึ เป็นแนวตรงมาปรบั ใชใ้ นการเจาะลอดถนนขนาด 12 เมตรในแนวนอน โดยการผ่าหวั เจาะเป็นจรวดแลว้ นาลนไฟกอ่ นเจาะ เมอ่ื
เจาะจนทะลุถนนแลว้ จงึ สอดทอ่ เขา้ ในรูเจาะ ทาใหส้ ามารถเจาะวางท่อน้าลอดถนนไดส้ าเรจ็
3. เทคนิคการวางท่อลอดลาหว้ ย ในการวางท่อมชี ว่ งหน่ึงทตี่ ้องวางท่อผ่านลาห้วยยาง เน่อื งจากชมุ ชนเคยวางท่อบนลาห้วยแล้วแต่
เม่อื เขา้ สู่ฤดูฝนจะมีปรมิ าณน้ามากจนน้าท่วมท่อ ทาใหโ้ คลนทรายและกิ่งไม้ท่ีไหลมากบั น้าปะทะท่อโดยตรงจนเกิดการแต กหกั ชารุด ต้องซ่อมบ่อยจงึ ใช้
บทเรียนดงั กล่าวมาออกแบบแก้ไขใหม่ โดยการขุดดินใต้ท้องลาหว้ ยแล้วใส่ท่อคอนกรีตหนา 30 เซนติเมตร แล้วจึงนาท่อ PVC ใส่ไปในท่อคอนกรีตเพอ่ื
ป้องกนั การแตกหกั แล้วปิดทบั ดว้ ยดนิ
4. เทคนคิ ป้องกนั การแตกหกั ของทอ่ บรเิ วณพ้นื ราบ สง่ิ ทช่ี าวบา้ นปรบั ใชค้ อื หลงั จากขดุ แนว
ท่อแลว้ กอ่ นวางทอ่ จะนาไมไ้ ผร่ องพน้ื กอ่ นดว้ ยระยะห่างทกุ ๆ 4 เมตร แล้วจงึ นาท่อมาวางทบั จะทาใหท้ ่อไมเ่ อนไปตามแนวดนิ จงึ ป้องกนั การแตกหกั ของได้
5. เทคนคิ การควบคมุ ความสะอาดของน้า ชาวบ้านจะใชว้ ธิ กี ารกรองเศษขยะบรเิ วณปากทอ่
คือนาตะแกรงกรองปากท่อและตดิ ตงั้ วาล์วปิดเปิดปากท่อเพ่อื ป้องกนั ไม่ใหน้ ้าไหลตลอดเวลาจนล้นหนองแสงควบคู่กบั การเลอื กรบั น้าท่ีไม่ใช่น้าต้นฤดู
เน่อื งจากน้าตน้ ฤดชู ว่ งมถิ ุนายนถงึ สงิ หาคมมกั มสี ารเคมปี นเป้ือนจานวนมาก ดงั นนั้ การตดิ วาล์วปิดเปิดบรเิ วณฝายทดน้าจงึ สามารถเลอื กเปิ ดรบั น้าชว่ งเดอื น
กนั ยายน เพยี ง 10 วนั กท็ าใหน้ ้าเตม็ หนองแสงทงั้ สองบ่อ และยงั ตดิ วาลว์ ปิดเปิดบรเิ วณปากหนองแสงเพอ่ื ไม่ใหน้ ้าไหลกลบั ไปยงั ห้วยยางในชว่ งฤดูแล้งและ
ป้องกนั ปลาทม่ี กั ว่ายจากหนองแสงไปยงั หว้ ยยางในชว่ งฤดแู ลง้ เชน่ เดยี วกนั
6. เทคนคิ การเพม่ิ แรงดนั น้า โดยวธิ กี ารวางทอ่ หายใจทุก 200 เมตร ซง่ึ มกี ารวางทอ่ ขนาด 4
นิ้ว โดยวางทอ่ หายใจระยะห่างไม่เกนิ 200 เมตร แตห่ ากท่อมขี นาดใหญก่ ว่านนั้ จะตอ้ งวางทอ่ ระยะไม่เกนิ 250 เมตร โดยก่อนวางท่อจรงิ ทมี มกี ารถกเถียง
แลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ กันมากกว่า 10 ครงั้ เน่ืองจากเป็นความรใู้ หม่ของชุมชน แต่เป็นความท่ีพ่อหนูเรียนนาเสนอจากประสบการณ์การไปทางานเป็น
ลกู จา้ งสวนมะนาวในจงั หวดั เพชรบรุ มี าก่อน แตเ่ ม่อื ทดลองทาแลว้ ไดผ้ ลเป็นทพี่ อใจของทกุ ฝ่าย
8. ควำมสำเรจ็ ควำมสขุ และควำมภมู ิใจของชุมชนห้วยยำง
ศนู ย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน จงั หวดั ขอนแกน่
โครงการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาผนู้ าการเปลย่ี นแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 6
จากทเ่ี คยประสบปัญหาการขาดแคลนน้าอปุ โภคบรโิ ภคมากว่า 30 ปี ในทสี่ ุดการแก้ไขปัญหาเรอ่ื งน้าของชุมชนหว้ ยยางกป็ ระสบผลสาเรจ็
▪ เกดิ ระบบการผนั น้าโดยอาศัยแรงโน้มถ่วง (gravity) ทาใหน้ ้าไหลเขา้ หนองแสงโดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเคร่อื งสูบน้า ค่าน้ามนั
ค่าแรงงานและค่าบรหิ ารจดั การ
▪ สามารถผนั น้าเข้าเก็บในแหล่งเก็บน้าดบิ ของชุมชนจนเต็มความจุทงั้ 2 แห่ง ไดแ้ ก่ หนองแสงบน ความจุ 76,192 ลูกบาศก์เมตร และหนองแสงล่ าง
ความจุ 46,288 ลูกบาศก์เมตร รวมความจุ 122,480 ลบ.ม. ซ่งึ เกินกวา่ ความต้องการการใช้น้าประปาชุมชนในแต่ละปีซง่ึ อยู่ทรี่ าว 32,000 ลู กบาศก์
เมตร
▪ โครงการนี้มคี วามคุม้ ค่าในหลายมติ ิ นับตงั้ แต่ ความคมุ้ ค่าในทางเศรษฐกจิ หากเปรยี บเทียบตน้ ทนุ งบประมาณเฉพาะที่เป็นตวั เงนิ ประมาณ 400,000
บาท กับผลลพั ธ์ทีเ่ กิดข้นึ จากการมนี ้าอุปโภคบริโภคในครวั เรอื นตลอดทงั้ ปีที่ลดค่าใชจ้ ่ายในการซอ้ื น้าอย่างน้อย 390,000 บาทต่อปี ลดค่าใช้จ่ายค่า
น้ามนั และคา่ เครอ่ื งจกั รในการสบู น้าแบบเดมิ อย่างน้อย 50,000 บาทต่อปี ลดค่าใชจ้ า่ ยค่าสารสม้ อย่างนอ้ ย 5,000 บาทต่อปี นอกจากนยี้ งั เงนิ เหลือมา
ทากองทุนน้าประปา ซง่ึ ไดม้ กี ารนาเงนิ ทุนไปพฒั นาวดั พฒั นาหมบู่ า้ นและงานสาธารณประโยชน์ดา้ นอน่ื ๆ ได้อกี มากมาย
▪ ในดา้ นสงั คม พบวา่ สงิ่ ทช่ี ุมชนบอกเลา่ ดว้ ยความภาคภูมใิ จคอื วถิ ชี วี ติ เดมิ ของชมุ ชนทผี่ า่ นมาส่วนใหญเ่ นน้ รบั การชว่ ยเหลอื จากหน่วยงานหรอื องค์กร
ต่าง ๆ ไม่ค่อยเสยี สละและพ่ึงพาภายนอก แตห่ ลงั จากการเข้าร่วมในจดั การน้าครงั้ ใหม่ ทาใหเ้ กดิ การฟื้นวิถชี วี ิตแบบเอ้อื อาศยั พง่ึ พากนั เองภายใน
ชมุ ชนและสามคั คกี นั เหน็ ไดจ้ ากการรวมกลมุ่ กนั ทงั้ กลุ่มตามธรรมชาตแิ ละเป็นทางการ มถี ามไถ่แลกเปลย่ี นปัญหาและมคี วามเออ้ื เฟื้อเอ้อื อาทรช่วยกัน
และกนั มากขน้ึ
9. บทสรปุ
กล่าวโดยสรุป ชุมชนหว้ ยยางรว่ มกบั โครงการภูมชิ ุมชน ไดม้ กี ารประยกุ ตใ์ ชศ้ าสตรพ์ ระราชา
ในการพฒั นาแกไ้ ขปัญหาชุมชนจนประสบผลสาเร็จ ดงั คากลา่ วทว่ี ่า “ศาสตรพ์ ระราชา คือ การลงไปศึกษาเรียนร้จู ากชมุ ชน ให้ชุมชนบอกวา่ ปัญหา
คืออะไร ความต้องการของประชาชนคืออะไร โดยตอ้ งคานึงถึงความต่อเนือ่ งและยงั่ ยืน” ในการทางานมที งั้ การศึกษาขอ้ มูลอย่างเป็นระบบ การทา
จากจุดเล็กไปใหญ่ การบูรณาการการทางาน การระเบิดจากขา้ งใน การทางานแบบองค์รวมและทางานบฐานภูมชิ ุมชน จนการแก้ไขปัญหาเรอ่ื งน้าประสบ
ผลสาเรจ็ นาไปสู่การพฒั นาดา้ นอ่นื อยา่ งยงั่ ยนื ตอบสนองเป้าหมายการพฒั นาทย่ี งั่ ยนื อย่างนอ้ ย 3 ตวั ชว้ี ดั คอื ตวั ชว้ี ดั ที่ 2 การขจดั ความอดอยากสรา้ งความ
มนั่ คงทางอาหาร ตวั ช้วี ดั ที่ 6 การจดั การน้าอย่างยงั่ ยนื และพรอ้ มใชส้ าหรบั ทุกคน และตวั ชว้ี ดั ที่ 15 สง่ เสรมิ การใชป้ ระโยชน์อยา่ งยงั่ ยนื ของระบบนเิ วศบนบก
นอกจากผลงานทเ่ี ป็นความภาคภูมใิ จของชมุ ชนแล้วยงั ไดร้ บั การยอมรบั จากภายนอก ดว้ ย
รางวลั การนั ตคี วามสาเรจ็ คอื ชมุ ชนบ้านหว้ ยยางไดร้ บั รางวลั ชนะเลศิ โครงการทม่ี คี วามโดดเด่นในการปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรมาภบิ าล ประจาปี 2557 และรางวลั
ชนะเลศิ ในการประกวด EGAT CSR AWARDS ประจาปี 2558 นอกจากนี้ในปี พ.ศ.2560 นายธนชาต ดานุวงศ์ไพศาล ผูใ้ หญ่บ้านหมู่ 5 ได้รบั รางวลั
ผใู้ หญบ่ ้านแหนบทองคา จากการนาเสนอการทาระบบผนั น้าจากฝายใหญล่ งสูห่ นองแสง และ ปี พ.ศ.2561 ชมุ ชนไดร้ บั รางวลั รฐั วสิ าหกจิ ดเี ดน่ ระดบั ประเทศ
ศูนยผ์ นู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน จงั หวดั ขอนแกน่
โครงการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาผนู้ าการเปลย่ี นแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 7
ศนู ยผ์ นู้ ำจิตอำสำพฒั นำชุมชน จงั หวดั ขอนแก่น
ศนู ยเ์ รยี นร้กู ำรพฒั นำที่ยงั่ ยนื ชมุ ชนห้วยยำง หมู่ 5,15 ตำบลดงเมอื งแอม
อำเภอเขำสวนกวำง จงั หวดั ขอนแก่น
*******************************
กรมการพฒั นาชมุ ชน ไดด้ าเนนิ โครงการส่งเสรมิ การขบั เคลอ่ื นการดาเนินงานผนู้ าจติ อาสา
พฒั นาชุมชน ขน้ึ เพ่อื เป็นการสนองแนวพระราชดารพิ ระบาทสมเด็จพระวชริ เกล้าเจา้ อยู่หวั เรอ่ื ง งานจติ อาสา เราทาความดดี ว้ ยหวั ใจ โดยมีวตั ถุประสงค์
เพอ่ื สง่ เสรมิ ผนู้ าชมุ ชน กล่มุ องค์กร เครอื ขา่ ยงานพฒั นาชมุ ชนที่เป็นทุนทางสงั คม ใชภ้ ูมปิ ัญญาเป็นพลงั ในการพฒั นาชมุ ชน เพอ่ื พฒั นาทกั ษะชีวติ พฒั นา
ทกั ษะอาชีพ พฒั นาภาวะผูน้ า สรา้ งอุดมการณ์ทางานเพ่อื สาธารณะ และพฒั นาคุณภาพชวี ติ ประชาชน โดยดาเนินการในรูปแบบของผู้นาจิตอาสาพัฒนา
ชมุ ชน มจี ติ สานกึ รบั ผดิ ชอบตอ่ ชมุ ชน มสี ่วนร่วมในการพฒั นาและการสรา้ งชมุ ชนที่เขม้ แขง็ อย่างยงั่ ยนื ตามแนวเศรษฐกจิ พอเพียงและแนวพระราชดาริของ
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
ศูนยผ์ นู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน จดั ตงั้ ขน้ึ ตามโครงการส่งเสรมิ การขบั เคลอ่ื นการดาเนินงาน
ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน ซ่งึ มวี ตั ถุประสงคส์ าคญั เพอ่ื เฉลมิ พระเกยี รตแิ ละถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทรมหาวชริ า
ลงกรณ พระวชิรเกล้าเจา้ อยู่หวั รชั กาลที่ 10 เน่ืองในโอกาสเฉลมิ พระชนมพรรษา 70 พรรษา ในวนั ที่ 28 กรกฎาคม 2565 โดยจดั ตงั้ ศูนย์ผูน้ าจติ อาสา
พฒั นาชุมชน เพอ่ื เป็นสถานทบี่ ม่ เพาะภาวะผนู้ า ทกั ษะชวี ติ ทกั ษะอาชพี การพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ประชาชน และการบรหิ ารจดั การชมุ ชนเพอ่ื การพัฒนาอย่าง
ยงั่ ยนื และเป็นศูนยป์ ระสานงานภาคเี ครอื ขา่ ยจติ อาสาพฒั นาชมุ ชนระหว่างภาครฐั ภาคประชาชน และภาคกี ารพฒั นาในพ้นื ท่ี ทงั้ 7 ภาคสว่ น โดยมชี มุ ชน
เป็นศูนย์กลาง ส่งเสรมิ สนบั สนุน การพฒั นาทกั ษะชวี ติ ทกั ษะอาชพี รวมถงึ การพฒั นาภาวะผนู้ า สรา้ งเสรมิ อุดมการณ์การทางานเพ่อื สาธารณะ ในรปู แบบ
ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน มจี ติ สานึกรบั ผดิ ชอบตอ่ ชุมชน มบี ทบาทและมสี ว่ นร่วมในการพฒั นาและเสรมิ สร้างชุมชนใหเ้ ขม้ แขง็ อย่างยงั่ ยนื ตามหลกั ปรชั ญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
จงั หวดั ขอนแก่น ไดด้ าเนินโครงการส่งเสริมการขบั เคล่อื นการดาเนินงาน ศูนย์ผู้นาจิตอาสาพฒั นาชุมชน ประจาปีงบประมาณ
๒๕๖๔ โดยการสารวจศูนยผ์ นู้ าจิตอาสาพฒั นาชุมชนทมี่ ศี กั ยภาพ และมคี วามพรอ้ มทจ่ี ะเป็นศูนย์เรยี นรู้ เป้าหมายจงั หวดั ละ ๑ ศูนย์ และไดค้ ดั เลอื กศูนย์
เรยี นรกู้ ารพฒั นาทยี่ งั่ ยนื ชมุ ชน หว้ ยยาง หมทู่ ่ี ๕,15 ตาบลดงเมอื งแอม อาเภอเขาสวนกวาง จงั หวดั ขอนแก่น จดั ตงั้ เป็นศูนย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน
จงั หวดั ขอนแกน่ และไดจ้ ดั กจิ กรรมเปิดศูนย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน พรอ้ มกนั ทงั้ สว่ นกลาง และสว่ นภมู ภิ าค ๗๖ แห่ง โดยถา่ ยทอดผ่านระบบ Zoom
Cloud Meeting ในวนั ศุกร์ท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ ณ ศูนย์เรยี นรู้การพฒั นาท่ียงั่ ยนื ชุมชนหว้ ยยาง หมู่ที่ ๕ ตาบลดงเมอื งแอม อาเภอเขาสวนกวาง
จงั หวดั ขอนแกน่
ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 กรมการพฒั นาชุมชน ไดใ้ หค้ วามสาคญั ในการเสรมิ สรา้ งผนู้ าชุมชน โดยการพฒั นาศกั ยภาพผนู้ าชุมชน
เพ่อื เสรมิ สรา้ งความเขม้ แขง็ ของชมุ ชนในระดบั ต่าง ๆ ใหผ้ นู้ าชุมชนมคี วามรู้ คู่คณุ ธรรม สามารถบรหิ ารจดั การชมุ ชนของตนเองไดแ้ ละเป็นกาลงั หลกั ในการ
ขบั เคล่อื นการดาเนนิ งานการดาเนินงานพฒั นาชมุ ชนในพ้นื ท่ี ขบั เคล่อื นกจิ กรรมพฒั นาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงและส่งเสรมิ ความเข้มแขง็ ของ
ชุมชนด้วยแนวคิดการสร้างการเรยี นรู้เชิงรุกแบบรวมพลงั ของผู้นาการเปล่ียนแปลงเพ่อื สร้างพลังการเปล่ยี นแปลงทางสงั คม (Professional learning
community) : PLC จึงได้จัดทาโครงการเสรมิ สร้างและพฒั นาผู้นาการเปล่ียนแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 โดยมีวตั ถุประสงค์เพ่ือเพม่ิ ขดี
ความสามารถ
ของทมี ผนู้ าการเปล่ยี นแปลงในการสรา้ งการพฒั นาชุมชนทย่ี งั่ ยนื และสรา้ งพลงั ชุมชนของผนู้ าการเปล่ยี นแปลง ดว้ ยการขบั เคล่อื นศนู ย์ผนู้ าจติ อาสาพัฒนา
ชมุ ชนในการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของประชาชน โดยดาเนนิ การประชุมเชิงปฏบิ ตั ิการการขบั เคล่อื นศูนย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน เพ่อื สร้างพลงั ชุมชนของ
ผูน้ าการเปล่ยี นแปลง ให้มีความรู้ ทกั ษะ และทศั นคติ ในการขบั เคล่อื นศูนย์ผู้นาจิตอาสาพฒั นาชมุ ชน และจงั หวดั ขอนแก่น ได้คดั เลอื กศูน ย์ผู้นาจติ อาสา
พฒั นาชุมชน จงั หวดั ขอนแกน่ (ศูนยเ์ รยี นรูก้ ารพฒั นาทีย่ งั่ ยนื ชุมชนห้วยยาง หมูท่ ี่ 5,15 ตาบลดงเมอื งแอม อาเภอเขาสวนกวาง จงั หวดั ขอนแกน่ ) เป็นศนู ย์
เรยี นรฯู้ เป้าหมายในการดาเนินงานตามโครงการฯ
ศูนย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน จงั หวดั ขอนแก่น
โครงการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาผนู้ าการเปล่ยี นแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 8
ส่วนที่ 2
1) ผลสำเรจ็ เป็นรปู ธรรมของทีมขบั เคลื่อนศนู ยผ์ ้นู ำจิตอำสำพฒั นำชุมชน
ชมุ ชนบ้านหว้ ยยาง ตาบลดงเมอื งแอม อาเภอเขาสวนกวาง จงั หวดั ขอนแกน่ เป็นอกี ชุมชนที่
ไดม้ ีการน้อมนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และหลกั การทรงงานทเ่ี รยี กว่าศาสตร์พระราชา มาประยุกต์ใชจ้ นประสบผลสาเรจ็ และ
ขยายผลไปสูก่ จิ กรรมการพฒั นาอย่างอ่นื อกี มากมาย
การประยกุ ต์ใชศ้ าสตรพ์ ระราชาเพ่อื การพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ของชมุ ชนห้วยยาง ไดม้ กี ารขยายผลสู่ก า ร ดา เ นิน ง า น ต า ม โ ค ร ง ก า ร
ส่ง เ ส ริม ก า ร ดา เ นิน ง า น ผู้นา จิต อ า ส า พัฒ น า ชุม ช น โ ด ย ไ ด้จัด ตั้ง “ ศูน ย์เ รีย น รู้ก ำ ร พัฒ น ำ ท่ียงั่ ยืนชุมชนห้วยยำง” ข้นึ เพ่อื เป็นการ
ส่งเสริมและพฒั นาใหเ้ ป็นสถานทบี่ ่มเพาะภาวะผูน้ า ทกั ษะชวี ิต ทกั ษะอาชีพ การพฒั นาคุณภาพชีวิตประชาชน และการบริหารจดั การชุมชน เพ่อื เป็น
ศูนย์กลางการเรยี นรูข้ องคนในชุมชน และเป็นแหล่งเรยี นรูใ้ นการส่งเสรมิ และพฒั นาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้มแข็งอย่างยงั่ ยนื มกี ารจดั กจิ กรรม
เก่ยี วกบั การพฒั นาชุมชน การเรยี นรูต้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งอย่างตอ่ เน่อื งตลอดปี มฐี านการเรยี นรแู้ ละวทิ ยากรประจาฐาน พรอ้ มทจี่ ะเปิดให้
ผสู้ นใจไดม้ าเรยี นรู้ โดยมกี ารพฒั นาฐานการเรยี นรู้ จานวน 5 ฐานเรยี นรู้ ดงั น้ี
1. ฐำนกำรปลกู พืชผกั อินทรียแ์ ละอำหำรปลอดภยั เพื่อควำมมนั ่ คงทำงอำหำร เม่อื มนี ้าใชเ้ กนิ
เพยี งพอชาวชุมชนหว้ ยยางไดข้ ยายผลสกู่ ารปลกู ผกั รมิ หนองแสง เป็นการรวมกลมุ่ ปลูกผกั อนิ ทรยี ์ เพอ่ื ใหส้ มาชกิ ชุมชนมอี าหารทปี่ ลอดภยั บรโิ ภคตลอดทงั้ มี
มกี ารพฒั นาระบบพลงั งานแสงอาทติ ย์ ระบบโรงเรอื นปลูกผกั ตลอดทงั้ ปี การทาป๋ ยุ หมกั ป๋ ยุ ชวี ภาพ น้าหมกั ฮอรโ์ มนทดแทนการใชส้ ารเคมี นอกจากน้ียงั มี
การปล่อยปลาหลากหลายชนดิ เพ่อื เป็นแหล่งอาหารอนั มัน่ คงของชุมชน ส่งเสรมิ การเล้ยี งสตั ว์ท่เี ป็นวถิ ชี ีวติ เพ่อื ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ เน้นการ บริโภคใน
ครวั เรอื นเป็นหลกั เหลอื กนิ แบ่งปันและขายเป็นรายได้ โดยเรมิ่ จากผนู้ าชมุ ชนและครวั เรอื นทสี่ นใจและขยายผลครบทุกครวั เรอื นในชมุ ชน ผลผลติ ท่เี หลอื
จากบรโิ ภคมกี ารแบง่ ปันทาบุญและจาหน่ายเป็นรายไดเ้ สรมิ วิทยำกรประจำฐำน คือ นำยสุรพล เนื่องภกั ดี
ศูนยผ์ นู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน จงั หวดั ขอนแก่น
โครงการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาผนู้ าการเปล่ยี นแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 9
2. ฐำนกำรปรบั ปรงุ บำรงุ ดิน เดมิ ทดี่ นิ บรเิ วณรอบหนองแสงเป็นดนิ กน้ บ่อท่ีขน้ึ มา เป็นดนิ ทไ่ี ม่มคี ุณภาพ ปลูกผกั ไมง่ าม จงึ มกี าร
ส่งเสริมใหส้ มาชกิ ปรบั ปรงุ บารงุ ดนิ วธิ ตี ่าง ๆ คือ การทาป๋ ุยชีวภาพ ป๋ ุยอินทรีย์ ฮอร์โมน การทาป๋ ุยพืชสด การปลูกแฝก การห่มดนิ สารไล่แมลง น้าหมกั
ชวี ภาพ และหา้ มใชส้ ารเคมโี ดยเดด็ ขาดสง่ ผลใหไ้ ดผ้ ลผลิตมากขน้ึ วทิ ยากรประจาฐาน คอื นายกอ้ นทอง มาตรคามี
3. ฐำนกำรจดั กำรป่ ำและพชื สมนุ ไพร ความร่วมมอื และความสามคั คขี องชมุ ชนไดข้ ยายผลสู่
การจดั การป่าชุมชนในป่าโรงเรยี น (ป่าภูมริ กั ษ)์ จานวน 9 ไร่ ตามแนวทางป่า 3 อยา่ งประโยชน์ 4 อยา่ ง โดยมกี จิ กรรมสารวจป่า กจิ กรรมการปลูกป่าเสริม
ทาแนวเขตป่า มคี ณะกรรมการบรหิ ารจดั การป่า การศกึ ษาเพอ่ื อนุรกั ษพ์ ชื สมนุ ไพรและหมอสมุนไพรพน้ื บ้าน ชมุ ชนหว้ ยยางและโรงเรยี นหว้ ยยางสะอาดได้
ร่วมกนั พฒั นาสวนป่าของโรงเรียนเป็นแหล่งเรยี นรเู้ ร่อื งสมุนไพรขน้ึ เพอ่ื เป็นแหลง่ เรียนรูส้ าหรบั ชมุ ชนและเดก็ นักเรยี นในการร่วมกนั อนุรกั ษ์สืบทอดป่ าและ
องค์ความรูเ้ รอ่ื งสมุนไพรในระยะยาวตอ่ ไป วิทยำกรประจำฐำน คือ นำงรติกร เนื่องภกั ดี
4. ฐำนกำรประยกุ ต์ใช้ศำสตรพ์ ระรำชำ โคก หนอง นำ โมเดล ชุมชนและโรงเรยี นบา้ นหว้ ยยาง
ไดร้ ว่ มกนั พฒั นาพน้ื ทห่ี ลงั โรงเรยี นในการทาเกษตรตามแนวทางโคกหนองนาโมเดล มกี ารพฒั นาแหลง่ น้า ทานาและปลูกพชื ผกั ผสมผสานเพ่อื เป็นแหลง่ เรยี นรูร้ ่วมกนั ของชุมชน
นอกจากน้ีมแี ปลงของผนู้ าชมุ ชนคอื นายธนชาต ดานุวงศไ์ พศาล ผใู้ หญ่บา้ นหมทู่ ี่ 5 ทเี่ ป็นต้นแบบการทาโคกหนองนาโมเดลของอาเภอเขาสวนกวาง
วิทยำกรประจำฐำน คอื นำยธนชำติ ดำนวุ งศไ์ พศำล
5. ฐำนผลิตภณั ฑช์ มุ ชน ชุมชนหว้ ยยางทงั้ สองหมูย่ งั ไดร้ ว่ มมอื กนั พฒั นาชุมชนทโ่ี ดดเด่นใน
หลายเร่อื ง เชน่ ผลติ ภณั ฑ์เคร่อื งจากสานภายใต้ชอ่ื “ลานายาง” ทโ่ี ดดเดน่ สวยงาม ผลติ ภณั ฑผ์ า้ ไหมและผ้าฝ้ายทอมอื ผลติ ภณั ฑข์ า้ วปลอดภัย เป็นตน้ ซง่ึ
ผลผลติ จากความร่วมมอื กนั พฒั นาเพ่อื สรา้ งรายไดเ้ สรมิ ของชุมชน วิทยำกรประจำฐำน คือ นำยทศ มำตรคำมี
“ศนู ยเ์ รยี นร้กู ำรพฒั นำท่ียงั่ ยนื ชุมชนหว้ ยยำง” ตามโครงการส่งเสรมิ การดาเนินงานผนู้ าจติ
อาสาพฒั นาชุมชน จะทาหน้าท่ี สรา้ งผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชนทมี่ อี ุดมการณ์การทางานเพอ่ื สว่ นรวมในรูปแบบผนู้ าจติ อาสาทม่ี จี ิตสานึกรบั ผดิ ชอบต่อชุมชน
มบี ทบาทมสี ่วนร่วมในการพฒั นาและเสรมิ สร้างชุมชน และเป็นกาลงั หลกั ในการขบั เคล่อื นการพฒั นาชุมชนใหเ้ ขม้ แขง็ อย่างยงั่ ยนื ตามหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง น้อมนาศาสตรพ์ ระราชามาสู่การปฏบิ ตั เิ พ่อื พฒั นาคนสู่การเป็นผนู้ า สรา้ งทกั ษะชวี ติ ทกั ษะอาชพี โดยเป็นศนู ย์กลางเครือข่ายการเรียนรู้
งานดา้ นการพฒั นาชมุ ชน ระหว่างภาคกี ารพฒั นาในพ้นื ที่ทงั้ ๗ ภาคสว่ น ประกอบดว้ ย ภาครฐั ศาสนา สถาบนั การศกึ ษา เอกชน ประชาสงั คม ประชาชน
และประชาสมั พนั ธ์ เพ่อื ใหป้ ระชาชนมคี ุณภาพชวี ติ ทด่ี ี สามารถบรหิ ารจดั การชมุ ชนเพอ่ื การพงึ่ พาตนเองไดอ้ ยา่ งยงั่ ยนื
“การดาเนนิ งานโครงการส่งเสรมิ การดาเนนิ งานผนู้ าจิตอาสาพฒั นาชุมชน” โดย“ศูนยเ์ รียนรู้กำรพฒั นำที่ยงั่ ยืนชุมชนห้วยยำง”
จะเป็นกญุ แจสำคญั ท่ีนำไปสูก่ ำรพฒั นำที่ยงั่ ยืนตอ่ ไป
**กองบญุ ก่องข้ำวใหญ่**
กองบุญก่องขา้ วใหญ่ เป็นการทางานพฒั นาบนฐานความเชอ่ื วฒั นธรรมชมุ ชน โดยชุมชนหว้ ยยาง จะมวี ฒั นธรรมการทาบญุ กุม้ ขา้ วใหญ่ ท่ชี าวบา้ นจะนาขา้ วทไ่ี ด้ในแต่
ละปีมารวมกนั ทาบุญทว่ี ดั เรยี ก "บญุ กุ้มขา้ วใหญ"่ ในปีน้ชี มุ ชนหว้ ยยางไดม้ กี ารสารวจ ครวั เรอื นเปราะบาง ท่อี ยู่ในภาวะยากลาบากและมแี นวคดิ ท่จี ะใชพ้ ลงั ทุนทางสงั คม
ของชุมชนในการช่วยเหลือซ่งึ กนั และกนั จึงเกิด "การตงั้ กองบุญก่องข้าวใหญ่" เพ่อื เป็นกลไกในการรวมบุญ รวมศรทั ธา รวมปัจจยั มาช่วยเหลือกันในชุมชน คล้ายกบั
ศนู ยผ์ นู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน จงั หวดั ขอนแกน่
โครงการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาผนู้ าการเปล่ยี นแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 10
แนวคิดการทาบุญกุ้มข้าวใหญ่ กองบุญก่องข้าวใหญ่บ้านห้วยยาง มีจุดประสงค์ 3 ขอ้ คอื 1) เพ่อื พฒั นาและช่วยเหลือครวั เรอื นเปราะบางในชุมชน 2)เพ่อื ช่วยเหลือ
ครวั เรอื นท่ปี ระสบภยั พบิ ตั ฉิ ุกเฉิน 3) เพ่อื ส่งเสรมิ ความรกั ความสามคั คแี ละเชดิ ชูเกยี รตคิ นทาดมี จี ติ อาสาในชุมชน
โดยมพี ระอาจารยป์ ลดั องิ ฤทธิ์ อุตตะโม เจา้ อาวาสวดั มรรคผดงุ ศรบี ้านหว้ ยยางเป็นประธานกองบญุ
2) กระบวนกำรสรำ้ งและพฒั นำทีมผนู้ ำกำรเปล่ียนแปลง ในกำรขบั เคลอ่ื นศนู ยผ์ นู้ ำจิตอำสำ
พฒั นำชมุ ชน
ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน หมายถงึ ผนู้ ากลุ่ม องค์กร เครอื ข่ายการพฒั นาในชุมชน ทม่ี ใี จอาสา
สมคั รในการมารว่ มกนั พฒั นาชุมชนใหเ้ กดิ การเปล่ยี นแปลงไปสู่ผลลพั ธท์ ี่ดขี น้ึ เป็นพลงั ในการสรา้ งสรรคง์ านพฒั นาชุมชน เพ่อื พฒั นาทกั ษะชีวิต พฒั นา
ทกั ษะอาชพี พฒั นาภาวะผู้นา สร้างเสรมิ อุดมการณ์การทางานเพ่อื สาธารณะ และพฒั นาคุณภาพชวี ิตของประชาชน มจี ติ สานึกรบั ผิดชอบต่อชุมชน มี
บทบาทและมสี ่วนร่วมในการพฒั นาและสรา้ งชุมชนใหเ้ ขม้ แขง็ อยา่ งยงั่ ยนื ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
2.1 คณุ สมบตั ิของผ้นู ำจิตอำสำพฒั นำชุมชนจงั หวดั ขอนแก่น
1) มคี วามเอ้อื อารี แบ่งปัน มจี ติ อาสา
2)มคี วามคดิ ดี มที ศั นคตทิ ดี่ ี ปรารถนาดี และพรอ้ มทจ่ี ะทาดี ต่อตนเองครอบครวั และชุมชน
3) มคี วามขยนั มคี วามพรอ้ มในการทางาน
4) มคี วามเสยี สละ มจี ิตอาสาทางานเพอ่ื สว่ นรวม
5) การสรา้ งเครอื ข่ายใหค้ นในชมุ ชนเขา้ มามสี ว่ นร่วมในการทางาน
6) มคี วามไวเ้ นอื้ เชอ่ื ใจ เช่อื มนั่ และเคารพขอ้ ตกลงร่วมกนั ภายในกลุ่ม
7) มคี วามสามารถในการประสานงาน ขอความรว่ มมอื หน่วยงานภาคี ผนู้ าชุมชน คนในชุมชน
8) เป็นผูน้ อ้ มนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใชใ้ นการดาเนินชวี ติ
2.2 บทบำทของผ้นู ำกำรเปลีย่ นแปลงในกำรขบั เคลื่อนศูนยผ์ ้นู ำจิตอำสำพฒั นำชุมชน
1) ผนู้ าต้องทากอ่ น เป็นต้นแบบในการประพฤติ ปฏบิ ตั ใิ นการสรา้ งความมนั่ คงทางอาหารและการดาเนินชวี ิตตามหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง ดว้ ยการเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง
2) แบ่งปันความรู้ และทรพั ยากรของตนเองใหก้ บั ผอู้ น่ื เกดิ ประโยชน์สขุ กบั ประชาชน
3) การใหค้ าแนะนาปรกึ ษาและแกป้ ัญหาอยา่ งเป็นระบบ โดยไม่ปฏเิ สธ
4) การคน้ หาภาคเี ครอื ขา่ ย ทมี่ อี ดุ มการณ์ในพน้ื ท/่ี นอกพ้นื ที่ เพอ่ื ประโยชน์แหง่ การขบั เคลอ่ื นศนู ย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน
5) ขยายผลการดาเนินงานของเครอื ขา่ ยตาบลและพน้ื ทใี่ กล้เคยี ง
6) การสรา้ งความยงั่ ยนื ดา้ นอาชพี รองรบั ภยั พบิ ตั ิ สามารถพง่ึ พาตนเองไดอ้ ย่างยงั่ ยนื
2.3 กระบวนกำรหลอ่ หลอมผนู้ ำกำรเปล่ยี นแปลงในกำรขบั เคล่อื นศูนยผ์ นู้ ำจิตอำสำพฒั นำชุมชน
แนวคดิ การขบั เคล่อื นการดาเนินงาน ยดึ หลกั 3 ป ดงั นี้
1) เปล่ยี น “หน้าท”่ี ใหเ้ ป็น “น่าทา”
2) เปลย่ี น “กจิ กรรม” ใหเ้ ป็น “กจิ การ”
3) เปล่ยี น “ภาระงาน” ใหเ้ ป็น “จติ อาสา ดว้ ยใจรกั ”
หลกั การจดั กจิ กรรมจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน ยดึ หลกั 4 ป ดงั น้ี
1) ประชุมชแ้ี จง
2) ประชาสมั พนั ธ์
3) เปลย่ี นแปลงไปสู่ การพฒั นาทย่ี งั่ ยนื
4) ผนู้ า ตอ้ ง “ปกครองประชาธปิ ไตย”
3) วิธีกำร/แนวทำงกำรขบั เคลอ่ื นศนู ยผ์ ้นู ำจิตอำสำพฒั นำชุมชน ให้เกิดควำมยงั่ ยนื
3.1 วิสยั ทศั น์ของทีมผนู้ ำกำรเปลี่ยนแปลง
“ชมุ ชนแบง่ ปัน สรา้ งสรรคง์ านพฒั นา ดว้ ยพลงั ผนู้ าจติ อาสา น้อมนาศาสตร์พระราชาสกู่ ารพฒั นาทยี่ งั่ ยนื ”
กระบวนกำรขบั เคลือ่ นงำนของผ้นู ำจิตอำสำพฒั นำชมุ ชนยดึ หลกั PDCA ดงั น้ี
กำรวำงแผน (Plan)
ศนู ย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน จงั หวดั ขอนแก่น
โครงการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาผนู้ าการเปล่ยี นแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 11
ทมี ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน ชุมชนหว้ ยยาง มกี ารวางแผนการดาเนนิ งานอย่างเป็นระบบ มขี นั้ ตอนทช่ี ดั เจน โดยรว่ มคดิ วเิ คราะห์
สภาพความเป็นอยตู่ ามบรบิ ทของชุมชน และกาหนดแนวทางในการพฒั นาเป็นแผนชุมชน มกี ารกาหนดเป้าหมายความสาเรจ็ ร่วมกนั มกี ารแบ่งงาน กาหนด
ภารกจิ มอบหมายงานสู่ชมุ ชน การสรา้ งปฏทิ นิ การปฏบิ ตั งิ าน และกาหนดวตั ถปุ ระสงค์เพอ่ื ไปส่เู ป้าหมายทต่ี งั้ ไวอ้ ย่างชดั เจน
กำรดำเนินงำน (Do)
การนาแผนท่ีได้ไปสกู่ ารปฏบิ ตั ใิ นรูปแบบของผู้นาจิตอาสาพฒั นาชุมชน โดยอาศัยหลกั การทางาน “ทาอย่างมคี วามรู้ เรยี นรู้สู่การ
พฒั นาและตอ่ ยอด” ดว้ ยกระบวนการจติ อาสาพฒั นาชุมชน รว่ มทา รว่ มคดิ รว่ มแก้ปัญหา รว่ มพฒั นาอยา่ งต่อเน่อื งไปยงั เป้าหมายของประชาชนเพ่ือใหไ้ ด้รบั
การพฒั นาคุณภาพชีวิตอยา่ งเป็นขนั้ ตอนภายใตก้ ารใหค้ วามร่วมมอื ของภาคเี ครอื ข่ายทกุ ภาคสว่ น ทงั้ ภายในชมุ ชนและภายนอกชุมชน ผลทไ่ี ดจ้ าก การนา
แผนส่กู ารปฏบิ ตั สิ ่งผลใหเ้ กดิ ความสาเรจ็ ในการพฒั นาคุณภาพชวี ติ ของประชาชนในชุมชน
กำรตรวจสอบ (Check)
ผู้นาจิตอาสาพฒั นาชมุ ชน ได้ดาเนินการร่วมกนั ประเมนิ ผลและมกี ารตรวจสอบผลการดาเนนิ งานด้านจิตอาสาพฒั นาชุมมชน โดย
ร่วมปฏบิ ตั กิ ารผา่ นสมาชกิ ผูเ้ ข้าร่วมกลุม่ จติ อาสาในชมุ ชน และนาผลการประเมนิ มาวิเคราะห์เพอ่ื ตดิ ตามผลการปฏิบตั ิงานในแต่ละครงั้ เพ่ือสรุปผลลพั ธ์ว่า
เป็นไปตามแผนทกี่ าหนดไวห้ รอื ไม่
กำรปฏิบตั ิเพอื่ ปรบั ปรงุ หลงั กำรตรวจสอบ (Action)
การปรบั ปรงุ วธิ กี ารทางานบางอย่างเพอ่ื ใหผ้ ลการดาเนนิ งานดา้ นจติ อาสาพฒั นาชุมชนสู่เป้าหมายท่ชี ดั เจน ซง่ึ กระบวนการปรบั ปรุง
เริม่ จากการพูดคุย แลกเปล่ยี น วิเคราะห์สภาพสาเหตุที่ทาใหผ้ ลการดาเนินงานจติ อาสาไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ แล้วจงึ แก้ไขปรบั ปรุงต่อไปเพ่อื ใหก้ าร
ดาเนินงานจติ อาสามกี ารพฒั นาต่อไป
ศนู ยผ์ นู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน จงั หวดั ขอนแกน่
โครงการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาผนู้ าการเปลย่ี นแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 12
3.2 แผนขบั เคลอื่ นกำรพฒั นำศูนยผ์ ้นู ำจิตอำสำพฒั นำชุมชน
3.3 กำรบริหำรจดั กำรศนู ยผ์ นู้ ำจิตอำสำพฒั นำชุมชน (4M)
Man : บคุ ลำกร
ศูนยผ์ นู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชนจงั หวดั ขอนแก่น ไดม้ กี ารคดั เลอื กทมี ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน ทมี่ ภี าวะผนู้ า มอี ดุ มการณก์ ารทางาน
เพ่อื สาธารณะ มีจติ สานึกรบั ผิดชอบต่อสงั คม มีความพรอ้ มในการทางานด้วยใจอาสาเพ่อื ประโยชน์ส่วนรวม มจี ติ ใจเอ้อื อารีและแบ่งปัน และมี การพฒั นา
ศกั ยภาพผนู้ า ใหม้ คี วามรูค้ วามสามารถในการถ่ายทอดองคค์ วามรู้ มที กั ษะและทศั นคตทิ ด่ี ี เพอ่ื เป็นพลงั ขบั เคล่อื นงานพฒั นาชมุ ชนอยา่ งยงั่ ยนื ตอ่ ไป
Money : ทนุ
งบประมาณในการดาเนนิ งานศูนย์ผูน้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน กิจกรรมส่วนใหญ่ไมใ่ ชง้ บประมาณของภาครฐั แต่เป็นการระดมทนุ
ทางสงั คมทม่ี อี ยู่ในชมุ ชน และใชพ้ ลงั ความรว่ มมอื ของคนในชมุ ชนดาเนนิ การดว้ ยจติ อาสาและพฒั นาชมุ ชนอยา่ งแทจ้ รงิ
Material : วตั ถดุ ิบ
คอื ทรพั ยากร ขอ้ มลู องคค์ วามรู้ (Best Pactice) ในชุมชน มกี ารแสวงหาองค์ความรู้ การ
สร้างองคค์ วามรู้ การจดั การความรูแ้ ละการถ่ายทอดองคค์ วามรู้ นาไปขยายผลต่อยอด เพ่อื ให้คนในชุมชน นาองค์ความรูท้ ่ีมไี ปใชป้ ระโยชนเ์ พอ่ื การ
สรา้ งงาน สรา้ งอาชพี สรา้ งรายได้ ใหแ้ ก่ตนเองตอ่ ไป
Management: กำรบริหำรจดั กำร
1. มคี ณะกรรมการ มคี ณะกรรมการบรหิ ารจดั การและขบั เคล่อื นการดาเนินงานศูนยผ์ นู้ า จติ อาสาพฒั นาชมุ ชน โดยมกี ารแตง่ ตงั้
คณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ โดยพจิ ารณาจากผูน้ าจิตอาสา และเครอื ข่าย และแต่งตงั้ ท่ีปรึกษา ทพ่ี ิจารณาจากผูท้ รงคุณวุฒิ ทงั้ ในชุมชนและภ าคีเครอื ข่าย
การพฒั นาทงั้ 7 ภาคส่วน รวมถงึ มกี ารจดั ทาโครงสรา้ งคณะกรรมการฯ และแบ่งอานาจหนา้ ทชี่ ดั เจน
2. มกี ฎเกณฑ/์ ระเบยี บ มกี ฎเกณฑ์ ระเบยี บหรอื ขอ้ ตกลง ทใี่ ชใ้ นการบรหิ ารจดั การศนู ย์ฯ
และมกี ารจดั ทาแผนการดาเนินงานและขบั เคลอ่ื นศูนย์เรยี นรูท้ เี่ กดิ จากการมี สว่ นรว่ มของสมาชกิ ผูเ้ กย่ี วขอ้ งในชมุ ชน
3. มหี ลกั สตู ร/กจิ กรรมการเรยี นรูท้ ส่ี อดคล้องกบั ภารกจิ (การบ่มเพาะผนู้ าจิตอาสา การพฒั นาทกั ษะชวี ติ
ทกั ษะอาชพี การพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ และการบรหิ ารจดั การชุมชน และการเสรมิ สรา้ งผนู้ า จติ อาสารุ่นใหม่
4. มวี ทิ ยากรประจาศนู ย์เรยี นรฯู้ /วทิ ยากรประจาฐาน ปราชญช์ มุ ชน มวี ทิ ยากรส่งเสรมิ การ
ศนู ยผ์ นู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน จงั หวดั ขอนแก่น
โครงการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาผนู้ าการเปลย่ี นแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 13
เรยี นรทู้ ป่ี ฏบิ ตั จิ รงิ จนเกดิ ผลสาเรจ็
5. มกี ารเชอ่ื มโยงเครอื ข่ายผนู้ าจติ อาสา เชอ่ื มโยงกระบวนการเรยี นรูแ้ ละการมสี ่วนรว่ มของ
ชุมชนในการพฒั นาชุมชน ดว้ ยจติ สาธารณะและรบั ผดิ ชอบต่อสงั คมส่วนรวม
6. การจดั การความรแู้ ละ การถา่ ยทอดองคค์ วามรู้
7 การประชาสมั พนั ธ์สรา้ งการรบั รูแ้ ละเผยแพร่ กจิ กรรมของศูนยผ์ นู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน
เช่น การจดั ทาส่อื ประชาสมั พนั ธ์ แผ่นพบั หรอื ส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ Social Media ตา่ ง ๆ เชอ่ื มโยงเครอื ข่ายกบั ศูนยเ์ รยี นรชู้ มุ ชนอ่นื และภาคกี ารพฒั นา เพ่อื
ต่อยอดขยายผลต่อไป
3.4 ปัจจยั ที่ส่งผลต่อเนื่องของศนู ยผ์ ้นู ำจิตอำสำพฒั นำชมุ ชน
1. ศนู ยเ์ รยี นรูก้ ารพฒั นาทย่ี งั่ ยนื ชุมชนหว้ ยยาง เป็นสถานทที่ มี่ คี วามพรอ้ มในการเป็นสถานท่ี
ฝึกอบรม ใหค้ วามรู้ และศกึ ษาดูงานในการขบั เคล่อื นศูนยผ์ นู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชนจงั หวดั ขอนแก่น
2. มภี าคเี ครอื ขา่ ยการพฒั นาทเี่ ขา้ มาสนับสนุนการขบั เคล่อื นศนู ย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน
3. มผี นู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชนทมี่ คี วามรูค้ วามสามารถ มคี วามเสยี สละ และมคี วามมุ่งมนั่ ทจี่ ะ
ทางานใหป้ ระสบผลสาเรจ็
4. มกี ารคน้ หาองคค์ วามรูท้ ม่ี อี ยูใ่ นชุมชนเพ่อื นามาปรบั เป็นหลกั สูตรเพอ่ื ถา่ ยทอด ใหค้ นใน
ชุมชน และบคุ คลภายนอกชมุ ชนทมี่ คี วามสนใจสามารถนาไปปฏบิ ตั แิ ละประยุกต์ใชไ้ ดจ้ รงิ
5. มผี นู้ าชมุ ชนทเ่ี ขม้ แขง็ หน่วยงานราชการ เอกชน ประชาสงั คม และประชาชนให้ ความ
ร่วมมอื ในการขบั เคลอ่ื นศูนย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชนจงั หวดั ขอนแก่น
6. มกี ารสรา้ งเครอื ข่ายการพฒั นาทงั้ ในระดบั ตาบล อาเภอ และจงั หวดั
7. มกี ารเผยแพร่ประชาสมั พนั ธผ์ ลการดาเนนิ งาน
4) กำรพฒั นำขยำยผลและควำมคิดสร้ำงสรรค์ ในกระบวนกำรขบั เคลอ่ื นกำรสรำ้ งควำมมนั่ คง
ทำงอำหำรให้เกิดต่อเน่ืองอยำ่ งยงั่ ยนื
1. ชุมชนหว้ ยยาง ร่วมกับโครงการพลงั ชุมชนฯ ดาเนินการผนั น้าเข้าสู่หนองแสงโดยใชแ้ รงโนม้ ถ่วง จนประสบความสาเรจ็ ทาให้
ชุมชนมนี ้าเพยี งพอสาหรบั อุปโภคและบรโิ ภค
2. ชุมชนต่อยอดกจิ กรรมโดยการสร้างความมนั่ คงทางอาหาร ดว้ ยการจดั ตงั้ กลมุ่ ปลกู ผกั อนิ ทรีย์ มกี ารอบรมจดั ทาป๋ ุยอินทรีย์ และ
เรม่ิ ทาแปลงผกั รอบหนองแสง
3. มกี ารขยายแปลงปลูกผกั รอบหนองแสง มกี ารทาระบบการปัน่ จกั รยานสูบน้า เพอ่ื เสรมิ สรา้ งสขุ ภาพ ผลติ ผกั อนิ ทรยี ไ์ ดอ้ ย่างพออยู่
พอกนิ สว่ นทเ่ี หลอื แบง่ ทาบุญ
4. มกี ารจดั เวทเี ตมิ องค์ความรูเ้ ร่อื งผลกระทบจากสารเคมีการเกษตร เพ่อื สรา้ งความตระหนักเร่อื งอาหารปลอดภยั
5. การพฒั นาระบบน้าเป็นระบบสูบน้าด้วยพลงั งานแสงอาทติ ย์ และระบบส่งน้าเพ่อื ใหส้ มาชกิ ใชน้ ้าอย่างสะดวก เรม่ิ พฒั นาด้าน
การตลาดและส่งพชื ผกั ไปวางจาหน่ายในรา้ นคา้ ชุมชน และตาบล
6. พฒั นาโรงเรอื นเพ่อื ใหส้ ามารถปลูกผกั ใหไ้ ดต้ ลอดทงั้ ปี พัฒนาระบบผกั ในโรงเรียน มกี ารส่งผกั ไปจาหน่ายสรา้ งรายไดเ้ สรมิ และ
จดั ตงั้ เป็น Food Bank
7. พฒั นายกระดบั เป็นแหล่งเรียนรู้การพฒั นาที่ยงั่ ยนื มกี ารพฒั นาฐานความรู้ด้านความมนั่ คงทางอาหาร และมกี ารขยายผลโดย
ผลกั ดนั ความมนั่ คงทางอาหารเป็นนโยบายระดบั ตาบล
8. การสรา้ งเยาวชนจิตอาสา ในฐานะสมาชกิ รุ่นใหม่ที่จะสบื ทอดการดาเนินงานด้านเศรษฐกิจพอเพยี งจิตอาสาและการดาเนิน
กจิ กรรมต่าง ๆ ภายในชุมชนให้เกดิ ความตระหนกั รกั บ้านเกิด ความรู้สกึ เป็นส่วนหน่งึ ของชุมชนส่งผลใหใ้ นอนาคตศูนย์ผูน้ าจติ อาสาพฒั นาชุม ชน อาจจะ
ขาดความตอ่ เน่อื งและความยงั่ ยนื ของผสู้ บื ทอดการดาเนินงาน และกจิ กรรมต่าง ๆ ทใี่ ชใ้ นการพฒั นาชุมชน
ศูนยผ์ นู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน จงั หวดั ขอนแกน่
โครงการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาผนู้ าการเปล่ยี นแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 14
ส่วนที่ 3
แบบเสนอโครงกำรขอรบั กำรสนบั สนุนกำรดำเนินงำนฯ (งบประมำณ 10,000 บำท )
แบบเสนอโครงกำร ขอรบั กำรสนับสนุนกำรดำเนิ นงำน
ตำมโครงกำรเสริมสรำ้ งและพฒั นำผ้นู ำกำรเปลี่ยนแปลง ประจำปี งบประมำณ พ.ศ.2565
ประเภทงบดำเนินงำน กรณี ไดร้ บั การคดั เลอื กเป็นศนู ยผ์ นู้ าจิตอาสาพฒั นาชมุ ชน
ระดบั ดเี ดน่ จะไดร้ บั การจดั สรรงบประมาณ 10,000 บาท (หนง่ึ หมน่ื บาทถ้วน)
ศูนยผ์ นู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน จงั หวดั ขอนแกน่
ศนู ยเ์ รยี นรกู้ ารพฒั นาที่ยงั่ ยนื ชมุ ชน หว้ ยยาง หมู่ 5,15 ตาบลดงเมอื งแอม อาเภอเขาสวนกวาง จงั หวดั ขอนแก่น
***********************
1. ชื่อโครงกำร ส่งเสรมิ สนบั สนุนการสรา้ งความมนั่ คงทางอาหาร “การปลกู ผกั แบบยกแคร่”
2. ท่ีมำ / หลกั กำรเหตผุ ล
กรมการพฒั นาชมุ ชน ไดก้ าหนดแนวทางการนอ้ มนาแนวพระราชดารขิ องสมเดจ็ พระกนิษฐาธริ าชเจา้ กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยาม
บรมราชกุมารี สรา้ งความมนั่ คงทางอาหาร สปู่ ฏิบตั กิ าร 90 วนั ปลูกผกั สวนครวั เพ่อื สรา้ งความมนั่ คงทางอาหาร โดยรณรงค์ใหม้ ีการปลูกผกั อย่างตอ่ เน่ือง
ดว้ ยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา-2019 สง่ ผลกระทบต่อการดารงชวี ติ ของคนในชมุ ชน บางครอบครวั มี ผตู้ ดิ เช้อื บาง
ครอบครวั เป็นกลุ่มเสย่ี งต้องกกั ตวั อย่างน้อย 10 วนั ไม่สามารถออกไปประกอบอาชพี หรอื ซ้อื หาอาหารได้ตามปกติ ครอบครวั ท่ีมกี ารปลูกพชื เ ล้ยี งสตั ว์ไว้
ลว่ งหนา้ จะไดร้ บั ผลกระทบเพยี งเลก็ นอ้ ยเพราะมี คลงั อาหารในบ้าน ไม่ต้องรบกวนญาตหิ รอื เพ่อื นบ้าน แต่ครอบครวั ทไี่ ม่ได้เตรยี มคลงั อาหารไวล้ ว่ งหน้า
กจ็ ะไดร้ บั ผลกระทบอยา่ งมากเพราะถ้ากกั ตวั ก็จะขาดรายไดท้ ่ีจะนามาใช้จ่ายในชวี ิตประจาวนั ขาดแคลนอาหาร ต้องฝากญาตหิ รอื เพอ่ื นบ้านซ้ืออาหารทุก
อยา่ งทงั้ ผกั และเน้ือสตั ว์ หรอื ไม่กร็ อรบั บรจิ าคอาหารจากเพอ่ื นบ้าน
ศูนย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชนหว้ ยยาง ไดเ้ ลง็ เหน็ ความสาคญั ของปัญหาทเี่ กดิ ขน้ึ จงึ ไดร้ ่วมกนั หาทางออกใหก้ บั ครวั เรอื นในชุมชน
และเหน็ วา่ ตอ้ งทาใหค้ รวั เรอื นมคี วามมนั่ คงทางอาหารในชุมชนเหน็ ผลเป็นรูปธรรม โดยการส่งเสรมิ สนับสนุนใหค้ ณะกรรมการศนู ยผ์ นู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน
และครวั เรอื นทส่ี นใจเป็นต้นแบบในการปลูกผกั ไวบ้ รโิ ภคในครวั เรอื น จาหน่ายเพ่อื ใหเ้ กดิ รายไดก้ บั ครวั เรอื น และขยายผลใหค้ รอบคลุมทกุ ครวั เรอื นในชุมชน
จงึ ไดจ้ ดั ทาโครงการอบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร “การปลูกผกั แบบยกแคร”่ ทใี่ ชว้ สั ดุในทอ้ งถน่ิ เพ่อื ใหส้ มาชกิ และผสู้ นใจไดเ้ รยี นรกู้ ารปลูกผกั ทส่ี ามารถปลูกได้ทุก
ศนู ย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน จงั หวดั ขอนแกน่
โครงการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาผนู้ าการเปลย่ี นแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 15
สถานทแ่ี ละทกุ ฤดูกาล เป็นการสรา้ งความมนั่ คงทางอาหาร และสามารถพง่ึ ตนเองไดอ้ ย่างยงั่ ยนื ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และมคี ณุ ภาพชวี ติ ท่ี
ดขี น้ึ
3. วตั ถปุ ระสงค์
3.1 เพ่อื สรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจ ในการสรา้ งความมนั่ คงทางอาหารและนาไปปฏบิ ตั จิ นเป็นวถิ ชี วี ติ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
3.2 เพ่อื ใหผ้ เู้ ขา้ อบรมมที กั ษะในการปลูกผกั แบบยกแครท่ ถ่ี ูกวธิ ี
3.3 เพอ่ื สรา้ งอาชพี เพม่ิ รายไดแ้ ละลดรายจ่ายใหก้ บั ครวั เรอื น
3.4 เพอ่ื ใหม้ คี รวั เรอื นต้นแบบการปลูกผกั และสามารถขยายผลสูช่ ุมชนและตาบลได้
4. กล่มุ เป้ำหมำย
4.1 ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน จานวน 25 คน
4..2 คนในชุมชนทสี่ นใจ จานวน 25 คน
5. กระบวนกำร/วิธีดำเนินกำร (จะนาเงนิ ไปทาอะไรบ้าง ใชว้ ธิ กี ารทาอย่างไร)
ที่ กจิ กรรมทดี่ าเนินการ รปู แบบ/วธิ กี าร ผลผลติ /ผลลพั ธ์ ระยะเวลา งบประมาณ ผรู้ บั ผดิ ชอบ
(Action Plan) (How to) (วนั ) (บาท) (ทมี ขบั เคล่อื น 25
1 การอบรมใหค้ วามรู้ การบรรยายโดยใชส้ ่อื ผเู้ ขา้ อบรม 50 คน มี 1 - ค่าอาหารว่างและ คน)
เกย่ี วกบั การปลูกผกั ประกอบ องคค์ วามรเู้ ก่ยี วกบั อาหารกลางวนั 2,700 ผนู้ าจติ อาสาพฒั นา
แบบยกแคร่ การปลูกผกั แบบยก บาท ชมุ ชน
แคร่ - คา่ วทิ ยากร 1,000
บาท ผนู้ าจติ อาสาพฒั นา
2 การฝึกทาแครป่ ลกู ผกั การฝึกปฏบิ ตั กิ ารทาแคร่ปลกู ผเู้ ข้าอบรม 50 คน มี 1 - ค่าเอกสาร ชุมชน
รวม....2..กิจกรรม ผกั ทกั ษะในการปลกู ผกั ประกอบการอบรม 500
ขนาดกวา้ ง 1.2 ม. แบบยกแคร่ที่ถูกวธิ ี บาท
ยาว 2.4 ม. - คา่ อาหารว่างและ
สงู 1 ม. โดยใช้ อาหารกลางวนั 2,700
ไมไ้ ผ่ จานวน 10 ชุด บาท
(แบ่งกลุ่ม 10 กลมุ่ - ค่าวทิ ยากร 1,000
กลุม่ ละ 5 คน) บาท
- คา่ วสั ดอุ ปุ กรณ์ 1,100
บาท
รวมทงั้ สิ้น (หน่ึงหมื่นบำทถ้วน) 10,000
6. งบประมำณ 10,000 (หนงึ่ หมน่ื บาทถ้วน) ตามรายละเอยี ดแนบท้าย
7. ระยะเวลำดำเนิ นกำร
กรกฎาคม – สงิ หาคม 2565
8. สถำนที่ดำเนินกำร หมทู่ ี่ 5,15 ตาบลดงเมอื งแอม อาเภอเขา
ศูนย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชนจงั หวดั ขอนแกน่ ศูนยเ์ รียนรูก้ ารพฒั นาทยี่ งั่ ยนื ชุมชนหว้ ยยาง
สวนกวาง จงั หวดั ขอนแก่น
9. ผลท่ีคำดวำ่ จะได้รบั
9.1 คณะกรรมการศนู ย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจการสรา้ งความมนั่ คงทางอาหารและสามารถนาไปปฏบิ ตั ใิ นการดาเนนิ ชวี ติ
ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
9.2 ครวั เรอื นมอี าชพี จากการปลูกผกั สามารถลดรายจ่าย และเพม่ิ รายไดใ้ ห้กบั ครวั เรอื นได้
9.3 มคี รวั เรอื นตน้ แบบดา้ นการปลกู ผกั และสามารถขยายผลสคู่ รวั เรือนในชุมชน และตาบลอ่นื ได้
9.4 คนในชมุ ชนมคี วามมนั่ คงทางอาหาร ไดร้ บั ประทานผกั ทปี่ ลอดภยั ส่งผลใหม้ สี ุขภาพทดี ี
รำยละเอียดงบประมำณแนบทำ้ ยโครงกำร (งบดำเนินงำน)
ชือ่ โครงกำร สง่ เสรมิ สนับสนุนการสรา้ งความมนั่ คงทางอาหาร “การปลกู ผกั แบบยกแคร่”
ศูนยผ์ นู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน จงั หวดั ขอนแกน่
โครงการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาผนู้ าการเปล่ยี นแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 16
ท่ี รายการ จานวนหน่วย ราคาต่อหน่วย รวมเป็นเงนิ
(บาท) (บาท)
1 คา่ อาหารวา่ งและอาหารกลางวนั ของผเู้ ขา้ อบรม วทิ ยากรและ 54 คน 100 5,400
เจา้ หนา้ ที่ 2 วนั
2 คน 1,000 2,000
2 ค่าวทิ ยากร 2 วนั 50 ชดุ 10 500
3 ค่าเอกสารประกอบการอบรม 2 มว้ น 500 1,000
4 ตาข่ายไนลอ่ น (มงุ้ เขยี ว) กว้าง 150 ซม. ยาว 30 หลา
1 กก. 100 100
ตะปูขนาด 2 นวิ้ 50 ลา 20 1,000
5 ไมไ้ ผ่
6 รวมทงั้ ส้นิ 10,000
ตวั อกั ษร : (หน่ึงหม่ืนบำทถ้วน)
ลงชอ่ื ผเู้ สนอโครงการ
(นายธนชาติ ดานุวงศ์ไพศาล)
ตาแหน่ง ประธานศนู ย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชนจงั หวดั ขอนแก่น
ลงชอ่ื ผเู้ หน็ ชอบโครงการ
(นายพนม สงิ ห์สาย)
ตาแหน่ง พฒั นาการจงั หวดั ขอนแกน่
ลงชอ่ื ผอู้ นุมตั โิ ครงการ
(นายสมศกั ดิ ์ จงั ตระกลุ )
ตาแหน่ง ผูว้ ่าราชการจงั หวดั ขอนแกน่
ศูนยผ์ นู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน จงั หวดั ขอนแก่น
โครงการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาผนู้ าการเปล่ยี นแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 17
แบบแคร่ปลกู ผัก
ศูนย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน จงั หวดั ขอนแกน่
โครงการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาผนู้ าการเปลย่ี นแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 18
ส่วนท่ี 4
- ประกาศกรมการพฒั นาชุมชน เรอ่ื ง การจดั ตงั้ ศูนย์ผนู้ าจิตอาสาพฒั นาชมุ ชน
- คาสงั่ แตง่ ตงั้ คณะกรรมการอานวยการและคณะทางานขบั เคลอ่ื นศูนย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นา
ชุมชนจงั หวดั ขอนแก่น
- ทะเบยี นรายช่อื ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน จงั หวดั ขอนแกน่
- ขอ้ มลู ดา้ นการบรกิ ารของศูนยผ์ นู้ าจติ อาสาพฒั นาชมุ ชน จงั หวดั ขอนแก่น
(ดา้ นการเรยี นรู้ ดา้ นหลกั สตู ร ดา้ นครพู าทา)
- แผนปฏบิ ตั กิ ารขบั เคล่อื นศูนยผ์ นู้ าจิตอาสาพฒั นาชมุ ชน จงั หวดั ขอนแกน่
- แผนปฏบิ ตั กิ ารผนู้ าการเปล่ยี นแปลงขบั เคล่อื นศนู ย์ผนู้ าจิตอาสาพฒั นาชมุ ชนจงั หวดั ขอนแกน่
- การประชาสมั พนั ธ์การดาเนนิ งานของศูนย์ผนู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน จงั หวดั ขอนแก่น
- ภาพกจิ กรรม
- โลร่ างวลั และประกาศเกยี รตคิ ณุ ต่าง ๆ
ศนู ยผ์ นู้ าจติ อาสาพฒั นาชุมชน จงั หวดั ขอนแกน่
ทะเบียนรายช่ือผู้นา จิตอ
โครงการเสรมิ สรา้ งและพัฒนาผู้นาการเปลี่ยน
จงั หวัด ชื่อศูนย์เรยี นรู/้ สถานท่ีดาเนินกิจกรรม ชื่อ- สกุล ตาแหน่งทางสังคม เพ
ชาย
ขอนแก่น ศูนย์เรยี นรููก้ ารพฒั นาที่ย่งั ยืนชุมชนห้วยยาง 1. นายธนชาต ดานุวงศ์ไพศาล ประธานศูนย์ฯ
2. นายสุรพล เน่ืองภักดี รองประธาน /
3. นางศิรมิ า ราชาแสง เหรญั ญิก /
4. นางภัทราภรณ์ สิงห์ก้อม ผู้ชว่ ยเหรญั ญิก
5. นางคาพันธ์ ศรที อง กรรมการ /
6. นางวรดา บุดดีเหมอื น กรรมการ
7. นางโสภาวรรณ ปัสสุวรรณ กรรมการ /
8. นายสวาท จนั ทะอุด กรรมการ /
9. นางสาวสุพัตรา สุพนั ธค์ ุ้ม กรรมการ
10. นางวภิ ัทร บรรเทาพิษ กรรมการ /
11. นางวนั เพญ็ มะปะทัง กรรมการ /
12. นางละไมล์ ศรมี าตร กรรมการ
13. นางทองใส มาตรคามี กรรมการ
14. นางดวงเดือน สิงห์ก้อม กรรมการ
15. นางคาไพร ดีสรอ้ ย กรรมการ
16. นางหลดั ดุสิทธิ์ กรรมการ
17. นางหวัน สุครบี กรรมการ
18. นายวาท ตาดี กรรมการ
19. นายเพชร ศรหี าสุข กรรมการ
20. นางนูน เสนาราช กรรมการ
21. นายก้อนทอง มาตรคามี กรรมการ
22..นางรติกร เนื่องภักดี กรรมการ
23.นางบุญเนาว์ อุลาแก้ว กรรมการ
24. นายทศ มาตรคามี กรรมการ
25. นายใบ สานี กรรมการ
อาสาพัฒนาชุมชน สิ่งทสี่ ง่ มาด้วย 1
นแปลงูประจาปีงบประมาณูพ.ศ.2565
พศ อายุ เลขที่ ที่อยู่ อา เภอ ทักษะ/ อาชพี หมายเลขโทรศัพท์
หญิง (ปี) 227 หมู่ ตาบล ความชานาญ
52 138
58 98 5 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การจดั การน้าูกสิกรรม เกษตรกร 085 538 1902
/ 52 114 เกษตร
/ 50 44 15 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง กสิกรรมธรรมชาติ เกษตร
/ 60 95 เกษตร
/ 59 123 5 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง จกั สานูการปลกู ผกั เกษตร
/ 45 244 เกษตร
56 199 15 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง จกั สานูการปลูกผกั เกษตร
/ 30 168 เกษตร
/ 60 244 15 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การทอผา้ ูทอเส่ือกก เกษตร
/ 54 165 เกษตร
/ 57 336 5 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การทอผา้ ูทอเสื่อกก เกษตร
/ 50 98 เกษตร
/ 60 14 15 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การทอผา้ ูทอเสื่อกก เกษตร
/ 54 116 เกษตร
/ 59 266 5 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การปลูกผกั เกษตร
/ 53 110 เกษตร
52 33 5 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การเกษตร เกษตร
48 90 เกษตร
/ 59 34 5 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การเกษตร เกษตร
/ 67 346 เกษตร
/ 43 205 5 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การเกษตร เกษตร
/ 57 49 เกษตร
79 50 15 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การเกษตร เกษตร
73 เกษตร
15 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การเกษตร เกษตร
5 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การเกษตร
5 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การเกษตร
15 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การเกษตร
5 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การเกษตร
15 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การเกษตร
5 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การเกษตร
5 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การปลูกผกั
15 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง หมอดินูการปรบั ปรุง
15 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง ป่าและสมนุ ไพร
5 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การทอผา้ ูการจกั สาน
5 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การจกั สาน
5 ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การจกั สาน
การบรกิ ารของศูนยผ์ ู้นาจติ อาสาพัฒนาชุมชน จงั หวดั ขอนแก่น
ศูนย์เรยี นรกู้ ารพัฒนาทย่ี ั่งยืนชุมชนห้วยยาง
ด้านฐานเรยี นรู้
ท่ี ชอื่ ฐานเรยี นรู้ วัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้ ขอบเขตการเรยี นรู้
1 การจดั การนา้ รจู้ กั วธิ กี ารผันน้าเขา้ สระนา้ สาธารณะ ว ิธี ก า ร ผั น น้ า เ ข้ า ส ร ะ น้ า
สาธารณะหนองแสง
2 ก า ร ป ลู ก ผั ก อิ น ท ร ยี ์ แ ล ะ ห า ร ห า ร ก า ร ป ลู ก ผั ก อิ น ท ร ยี ์ แ ล ะ อ า ห า ร การปลกู ผกั การเลย้ี งปลา การ
ปลอดภัย ปลอดภยั เพาะเห็ด
3 เกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์ โคกหนอง การปรบั ปรุงพื้นท่ีตามแนวเกษตร ปรบั ปรุงพื้นทต่ี ามแนวเกษตร
นาโมเดล ทฤษฎีใหม่ประยุ กต์ โคกหนองนา ทฤษฎใี หม่ประยุกต์โคกหนอง
โมเดล นาโมเดลในพื้นทขี่ องโรงเรยี น
บ้านห้วยยางสะอาด
4 การปรบั ปรงุ บารุงดิน ก า ร ท า ปุ๋ ย ชี ว ภ า พ ปุ๋ ย อิ น ท ร ยี ์ การทาปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยอินทรยี ์
ฮอรโ์ มนและการปรบั ปรุงบารุงดินวธิ ี ฮอรโ์ มนและการปรบั ปรงุ บารุง
ต่าง ๆ ดินวธิ ตี ่าง ๆ เชน่ การปลกู หญ้า
แฝก การห่มดิน
5 การจดั การปา่ และสมุนไพร การจดั การป่าภูมิรกั ษ์ตามแนวทางปา่ การดูแลรกั ษาป่า ขอ้ มูลด้าน
สามอย่างประโยชน์สี่อยา่ ง การปลกู พฤกษศาสตร์ ขอ้ มลู สมุนไพร
พืชสมนุ ไพรและการใชป้ ระโยชน์จาก ในปา่ ภูมิรกั ษ์ในพื้นทปี่ า่ ของ
สมุนไพร โรงเรยี นบา้ นห้วยยางสะอาด
6 ผลิตภณั ฑช์ ุมชน การทอผา้ การทอเสื่อกก การทา การทอผา้ การทอเส่ือกก การ
เครอ่ ื งจกั สานจากไมไ้ ผ่และเส้น ทาเครอ่ ื งจกั สานจากไม้ไผ่และ
พลาสติก การเพาะเห็ด เส้นพลาสติก การเพาะเห็ด
ด้านหลักสูตร วัตถปุ ระสงค์ วธิ ี กลุม่ จานวน ระยะเวลา ค่าธรรมเนียม
ที่ ชอื่ การเรยี นรู้ การเรยี นรู้ เปา้ หมาย กลุม่ เปา้ หมาย การเรยี นร/ู้ (ถา้ มี)
ฝึกอบรม
หลกั สูตร รูจ้ ักวธิ กี ารผันน้า ฟังบรรยาย ทกุ ชว่ งวัย ต่อรนุ่ หรอื ระหว่าง
เ ข้ า ส ร ะ น้ า ลงมอื ปฏิบัติ ต่อครงั้ (วนั ) ประมาณการ
1 การจดั การน้า สาธารณะ ศึกษาดูงาน ทกุ ชว่ งวัย 9-15 1-3
การปลูกผัก ฟงั บรรยาย ระหว่าง
2 การปลูกผักอนิ ทรยี ์ อินทรยี ์และ ลงมอื ปฏบิ ตั ิ ทกุ ชว่ งวัย 9-15 1-3 ประมาณการ
และอาหารปลอดภัย อาหารปลอดภัย ศึกษาดงู าน
การปรบั ปรุงพน้ื ท่ี ฟังบรรยาย 9-15 1-3 ระหว่าง
3 เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวเกษตร ลงมอื ปฏบิ ัติ ประมาณการ
ประยุกต์ โคกหนอง ทฤษฎีใหม่ ศึกษาดงู าน
นาโมเดล ประยกุ ต์โคก
หนองนาโมเดล
ด้านหลักสูตร วัตถปุ ระสงค์ วธิ ี กลุ่ม จานวน ระยะเวลา คา่ ธรรมเนยี ม
ที่ ชอื่ การเรยี นรู้ การ เปา้ หมาย กลุ่มเปา้ หมาย การเรยี นร/ู้ (ถ้าม)ี
เรยี นรู้ ทกุ ชว่ งวัย ต่อรนุ่ หรอื ต่อ ฝึกอบรม (วัน)
หลักสูตร
4 การปรบั ปรุงบารงุ ดิน การทาปยุ๋ ฟงั ทกุ ชว่ งวัย ครงั้ 1-3 ระหวา่ ง
ชวี ภาพ ป๋ยุ บรรยาย 9-15 ประมาณการ
5 การจดั การปา่ และ ลงมอื ทกุ ชว่ งวัย
สมุนไพร อินทรยี ์ ปฏบิ ตั ิ 9-15 1-3 ระหว่าง
ฮอรโ์ มนและ ศึกษาดู ประมาณการ
6 ผลิตภัณฑช์ ุมชน การปรบั ปรุง งาน 9-15
บารุงดินวธิ ตี ่าง 1-3 ระหวา่ ง
ฟัง ประมาณการ
ๆ บรรยาย
การจดั การปา่ ลงมือ
ภมู ริ กั ษ์ตาม ปฏิบตั ิ
แนวทางป่าสาม ศึกษาดู
อย่างประโยชน์ งาน
สี่อย่าง การ
ฟงั
ปลกู พืช บรรยาย
สมนุ ไพรและ ลงมือ
การใชป้ ระโยชน์ ปฏิบัติ
จากสมนุ ไพร ศึกษาดู
การทอผา้ การ งาน
ทอเสื่อกก การ
ทาเครอ่ ื งจกั
สานจากไมไ้ ผ่
และเส้น
พลาสติก การ
เพาะเห็ด
ด้านวทิ ยากร/ครูพาทา อายุ อาชพี (หลัก) เลขท่ี หมู่ที่
(ป)ี 227 5
ท่ี ชอ่ื - สกลุ
1 นายธนชาต ดานุวงศ์ไพศาล 52 ทาสวน
2 นายสุรพล เนื่องภักดี 58 ทานา ทาไร่ 138 15
3 นายก้อนทอง มาตรคามี 67 ทานา ทาไร่ 34 15
4 นางรติกร เนื่องภักดี 43 ครู 346 15
5 นางบญุ เนาว์ อุลาแก้ว 57 ทานา ทาไร่ 205 5
6 นางนนู เสนาราช 59 ทานา ทาไร่ 90 5
7 นายทศ มาตรคามี 79 ทานา ทาไร่ 49 5
8 นายอุดม ชาปดั 66 ทานา ทาไร่ 141
ทอี่ ยู่ อาเภอ ความเชยี่ วชาญ โทรศัพทต์ ิดต่อ
ตาบล เขาสวนกวาง
ดงเมืองแอม การจัด การน้า กสิ กรรม 0855381902
ธรรมชาติ
ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง กสิกรรมธรรมชาติ 0930353644
ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง
หมอดิน การปรบั ปรุงบารุง 0847151701
ดิน
ดงเมืองแอม เขาสวนกวาง ป่าและสมุนไพร 0862296005
ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง
ดงเมอื งแอม เขาสวนกวาง การทอผ้า การจกั สาน
ดงเมืองแอม เขาสวนกวาง
ดงเมืองแอม เขาสวนกวาง การปลกู ผัก
การจกั สาน
สมนุ ไพร
แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนศูน
ศูนย์เรยี นรูก้ ารพัฒนาท่ีย่ังยืนชุมชนห้วยยาง หมู่ท่ี 5,15 ต
ศูนย์ผู้นาจติ อาสาพัฒนา
ที่ โครงการ/กิจกรรม กลุ่มเป้าห
1 แผนงานการพัฒนาศักยภาพผู้นาและเครอื ข่ายชุมชน
(ต้นแบบเครอื ข่ายผู้นาชุมชนเข้มแข็ง)
1. กิจกรรมประชุมคณะกรรมการและสมาชกิ เพอื่ ขบั เคลือ่ นงานฯ คณะกรรมการและส
2. กิจกรรมศึกษาดูงานและสรุปบทเรยี น คณะกรมกา
3. กิจกรรมสรา้ งผู้นาชุมชนรนุ่ ใหม่ ผู้นาชุมชนร
4. กิจกรรมประชุมติดตามสนับสนุนการดาเนินงานเครอื ข่ายผู้นาชุมชน คณะกรรมกา
2 แผนงานพัฒนาอาชพี และรายได้ คณะกรรมการและ
(ต้นแบบความม่ันคงทางอาหาร) คณะกรรมการและ
1. กิจกรรมพัฒนาระบบนา้ สาหรบั การปลกู ผัก
2. กิจกรรมพัฒนาระบบการเพาะปลูกตลอดทง้ั ปี (ผักยกแคร/่ โต๊ะ/ คณะกรรมการและ
โรงเรอื น) คณะกรรมการและ
3. การปรบั ปรงุ บารงุ ดินด้วยปุย๋ พชื สด คณะกรรมการและ
4. การอบรมเทคนิคการจดั การโรคและแมลงศัตรพู ชื คณะกรรมการและ
5. การส่งเสรมิ การตลาดชุมชน /ตลาดออนไลน์ คณะกรรมการและ
6. การพัฒนาผู้ประกอบการชุมชน และผลิตภัณฑ์ /บรรจุภัณฑ์ คณะกรรมการและ
7. การประชุมจดั ทาแผนการขบั เคล่ือนความมั่นคงทางอาหาร
8. การเชอ่ื มประสานภาคีในการขบั เคล่ือนความมั่นคงทางอาหาร
นย์ผู้นาจิตอาสาพัฒนาชุมชน
ตาบลดงเมืองแอม อาเภอเขาสวนกวาง จงั หวัดขอนแก่น
าชุมชน จังหวัดขอนแก่น
หมาย งบประมาณ ระยะเวลา ผู้รบั ผิดชอบ หมายเหตุ
สมาชกิ ศูนยฯ์ - ก.พ. - มี.ค.65 คณะกรรมการศูนยฯ์ /พช.
ารศูนย์ฯ - ธ.ค.-65 คณะกรรมการศูนย์ฯ/พช.
รุน่ ใหม่ - พ.ค.-65 คณะกรรมการศูนยฯ์ /พช.
ารศูนยฯ์ - มิ.ย.-65 คณะกรรมการศูนยฯ์ /พช.
ะสมาชกิ ศูนยฯ์ - ก.ย.-พ.ย.65 คณะกรรมการศูนยฯ์ /พช.
ะสมาชกิ ศูนย์ฯ - พ.ค.-ธ.ค.65 คณะกรรมการศูนยฯ์ /พช.
ะสมาชกิ ศูนย์ฯ - ก.ค.- ก.ย.65 คณะกรรมการศูนยฯ์ /พช.
ะสมาชกิ ศูนย์ฯ - เม.ย. - พ.ค.65 คณะกรรมการศูนย์ฯ/พช.
ะสมาชกิ ศูนย์ฯ - เม.ย. - พ.ค.65 คณะกรรมการศูนย์ฯ/พช.
ะสมาชกิ ศูนย์ฯ - เม.ย. - พ.ค.65 คณะกรรมการศูนย์ฯ/พช.
ะสมาชกิ ศูนยฯ์ - มี.ค.-65 คณะกรรมการศูนย์ฯ/พช.
ะสมาชกิ ศูนย์ฯ - เม.ย. - พ.ค.65 คณะกรรมการศูนย์ฯ/พช.
ท่ี โครงการ/กิจกรรม กลุ่มเป้าห
3 แผนงานกาคจดั การทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
(ต้นแบบการบรหิ ารจดั การดิน น้า ป่า)
1. การปรบั ปรงุ บารุงดิน และการจดั สรรพื้นทเ่ี พอื้ ใชป้ ระโยชน์สูงสุด คณะกรรมการและ
2. การตรวจคุณภาพน้า การดูแลแหล่งนา้ และระบบการบรหิ ารจดั การนา้ คณะกรรมการและ
3. การบรหิ ารจดั การปา่ และพืชสมุนไพร (การปลูก การดูแลรกั ษา และ คณะกรรมการและ
การใชป้ ระโยชน์)
4 แผนงานการพัฒนาแหล่งเรยี นรูแ้ ละการจดั การองค์ความรู้ คณะกรรมการและ
(ต้นแบบแหล่งเรยี นรูท้ ี่ย่ังยืน) คณะกรรมการและ
1. การพฒั นาและปรบั ปรุงศูนย์เรยี นรูฯ้ คณะกรรมการและ
2. การพฒั นาฐานการเรยี นรู้ คณะกรรมการและ
3. พัฒนาหลักสูตรการจดั การเรยี นรู้ คณะกรรมการและ
4. พฒั นาศักยภาพวทิ ยากรประจาฐาน คณะกรรมการและ
5. การพัฒนาระบบการบรหิ ารจดั การแหล่งเรยี นรู้ คณะกรรมการและ
6. การสรา้ งเครอื ข่ายการเรยี นรู้ และการบูรณาการกับภาคีเครอื ข่าย คณะกรรมการและ
7. การจดั ทาฐานขอ้ มูล และสื่อการเรยี นรู้ คณะกรรมการและ
8. การประชาสัมพนั ธส์ รา้ งการรบั รู้
9. การติดตามและประเมินผล
หมาย งบประมาณ ระยะเวลา ผู้รบั ผิดชอบ หมายเหตุ
ะสมาชกิ ศูนยฯ์ - มี.ค.- ธ.ค.65 คณะกรรมการศูนยฯ์ /พช.
ะสมาชกิ ศูนย์ฯ - มี.ค.- ธ.ค.65 คณะกรรมการศูนยฯ์ /พช.
ะสมาชกิ ศูนย์ฯ - มี.ค.- ธ.ค.65 คณะกรรมการศูนยฯ์ /พช.
ะสมาชกิ ศูนยฯ์ - มี.ค. - ธ.ค.65 คณะกรรมการศูนย์ฯ/พช.
ะสมาชกิ ศูนยฯ์ - มี.ค. - ธ.ค.65 คณะกรรมการศูนย์ฯ/พช.
ะสมาชกิ ศูนย์ฯ - มี.ค. - ธ.ค.65 คณะกรรมการศูนย์ฯ/พช.
ะสมาชกิ ศูนย์ฯ - มี.ค. - ธ.ค.65 คณะกรรมการศูนย์ฯ/พช.
ะสมาชกิ ศูนยฯ์ - มี.ค. - ธ.ค.65 คณะกรรมการศูนยฯ์ /พช.
ะสมาชกิ ศูนยฯ์ - ต.ค.. - ธ.ค.65 คณะกรรมการศูนยฯ์ /พช.
ะสมาชกิ ศูนยฯ์ - ต.ค. - ธ.ค.65 คณะกรรมการศูนยฯ์ /พช.
ะสมาชกิ ศูนย์ฯ - ต.ค. - ธ.ค.65 คณะกรรมการศูนย์ฯ/พช.
ะสมาชกิ ศูนย์ฯ - ต.ค. - ธ.ค.65 คณะกรรมการศูนย์ฯ/พช.
แผนปฏบิ ัติการผู้นาการเปล่ียนแปลงขบั
โครงการเสรมิ สรา้ งและพัฒนาผ้นู าการเปล
ณ ศูนย์เรยี นรกู้ ารพัฒนาทย่ี ่ังยืนชุมชนห้วยยาง ตาบล
ที่ โครงการ/กิจกรรม วตั ถุประสงค์ กลุม่ เปา้ หมาย ผลทค่ี
กิจกรรมในวันสาคัญ
1 วนั ออกพรรษา ตักบาตรข้าวสาร ผู้เขา้ รว่ ม การนาข้าว
อาหารแห้ง กิจกรรม 100 ไปมอบให
คน เปราะบาง
ครอบครวั
2 วันพ่อแห่งชาติ - ตักบาตรข้าวสาร ผู้เขา้ รว่ ม - การนาข
อาหารแห
อาหารแห้ง กิจกรรม 100
คน คนเปราะบ
ครอบครวั
- ทาความสะอาด 50 คน - สิ่งแวดล
ถนนในหมูบ่ ้าน หมบู่ า้ นสะ
3 วนั สงกรานต์ - ทอดผา้ ป่าสามัคคี 200 คน ได้งบประ
เพ่ือพัฒนา ปรบั ปรุงร
ปรบั ปรุงศูนย์ผนู้ า โรงครวั
จติ อาสาพัฒนา
ชุมชน
4 วันวสิ าขบชู า ตักบาตรขา้ วสาร ผเู้ ข้ารว่ ม การนาขา้ ว
อาหารแห้ง กิจกรรม 100 ไปมอบให
คน เปราะบาง
ครอบครวั
บเคลอ่ื นศูนย์ผนู้ าจติ อาสาพัฒนาชุมชน
ลี่ยนแปลง ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565
ลดงเมอื งแอม อาเภอเขาสวนกวาง จงั หวัดขอนแก่น
คาดวา่ จะได้รบั งบประมาณ ว/ด/ป พ้ืนทด่ี าเนินการ ผู้รบั ผดิ ชอบ
วสารอาหารแห้ง ไม่ใช้ 21 ต.ค. 2564 วดั มรรคผดุงศร/ี ผนู้ าจติ อาสา
ห้กล่มุ คน งบประมาณ พัฒนาชุมชนห้วยยาง
ง จานวน 20
ว ไมใ่ ช้ 5 ธนั วาคม วดั มรรคผดุงศร ีบ้านห้วยยางและ
ขา้ วสาร งบประมาณ 2564 บ้านห้วยยางศรวี ไิ ล/ผู้นาจติ อาสา
ห้งไปมอบให้กลุ่ม พัฒนาชุมชนห้วยยาง
บาง จานวน 20 ไมใ่ ช้
ว งบประมาณ 15 เม.ย.2564 ศูนย์ผ้นู าจติ อาสาพัฒนาชุมชน
ลอ้ มของถนนใน ห้วยยาง/ผ้นู าจติ อาสาพัฒนา
ะอาด น่าอยู่ ชุมชนห้วยยาง
ะมาณสาหรบั
ระบบนา้ และสรา้ ง
วสารอาหารแห้ง ไม่ใช้ 15 พ.ค.2565 วัดมรรคผดุงศร/ี ผนู้ าจติ อาสา
ห้กลมุ่ คน งบประมาณ พัฒนาชุมชนห้วยยาง
ง จานวน 20
ว
ท่ี โครงการ/กิจกรรม วัตถุประสงค์ กลุ่มเปา้ หมาย ผลทคี่
กิจกรรมในวนั สาคญั
ทาความสะอาด ผเู้ ข้ารว่ ม สิ่งแวดล้อ
5 วนั เฉลิมพระ ถนนในหมู่บา้ น กิจกรรม 50 หมู่บ้านสะ
ชนมพรรษาพระราชนิ ี - ตักบาตรข้าวสาร คน
อาหารแห้ง ผเู้ ข้ารว่ ม - การนาข
6 วันเข้าพรรษา กิจกรรม 100 อาหารแห
- ตักบาตรขา้ วสาร คน คนเปราะบ
7 วันเฉลิมพระ อาหารแห้ง ครอบครวั
ชนมพรรษา ผู้เข้ารว่ ม - การนาข
พระบาทสมเด็จพระ ตักบาตรข้าวสาร กิจกรรม 100 อาหารแห
เจา้ อยู่หัว ร.10 อาหารแห้ง คน คนเปราะบ
ครอบครวั
8 วันแมแ่ ห่งชาติ ตักบาตรขา้ วสาร ผเู้ ขา้ รว่ ม การนาข้าว
อาหารแห้ง กิจกรรม 100 ไปมอบให
9 วนั คลา้ ยวนั สวรรคต คน เปราะบาง
ร.9 ครอบครวั
ผู้เข้ารว่ ม การนาข้าว
กิจกรรม 100 ไปมอบให
คน เปราะบาง
ครอบครวั
คาดวา่ จะได้รบั งบประมาณ ว/ด/ป พ้ืนทดี่ าเนินการ ผรู้ บั ผิดชอบ
อมของถนนใน ไมใ่ ช้ 3 ม.ิ ย. 2565 บา้ นห้วยยางและบา้ นห้วยยางศร ี
ะอาด น่าอยู่ งบประมาณ 14 ก.ค. 2565 วไิ ล/ผ้นู าจติ อาสาพัฒนาชุมชน
ห้วยยาง
ข้าวสาร ไมใ่ ช้ วดั มรรคผดุงศร ีบา้ นห้วยยางและ
ห้งไปมอบให้กลุ่ม งบประมาณ บา้ นห้วยยางศรวี ไิ ล/ผ้นู าจติ อาสา
บาง จานวน 20 พัฒนาชุมชนห้วยยาง
ว ไมใ่ ช้
ข้าวสาร งบประมาณ 28 ก.ค. 2565 วดั มรรคผดุงศร ีบ้านห้วยยางและ
ห้งไปมอบให้กลุ่ม บ้านห้วยยางศรวี ไิ ล/ผ้นู าจติ อาสา
บาง จานวน 20 ไมใ่ ช้ พัฒนาชุมชนห้วยยาง
ว งบประมาณ
วสารอาหารแห้ง 12 ส.ค.2565 วัดมรรคผดุงศร/ี ผนู้ าจติ อาสา
ห้กลุ่มคน ไม่ใช้ พัฒนาชุมชนห้วยยาง
ง จานวน 20 งบประมาณ
ว 13 ต.ค.2565 วัดมรรคผดุงศร/ี ผู้นาจติ อาสา
วสารอาหารแห้ง พัฒนาชุมชนห้วยยาง
ห้กลุ่มคน
ง จานวน 20
ว
ที่ โครงการ/กิจกรรม วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย ผลทค่ี
กิจกรรมตามบรบิ ท
พื้นท่ี
1 การซอ่ มแซมโรงเรอื น เพื่อซอ่ มแซม 30 คน โรงเรอื นป
ปลูกผกั กล่มุ ปลูกผกั โรงเรอื นให้สามารถ แข็งแรง ท
อินทรยี ์ ปลูกผกั ได้ในฤดูฝน กันนา้ ฝนไ
สามารถใช
ตลอดฤดู
2 การทาป๋ยุ หมกั ชวี ภาพ/ เพื่อทาป๋ยุ หมัก 30 คน มีปุย๋ หมัก
ฮอรโ์ มน/สารไลแ่ มลง ชวี ภาพ/ฮอรโ์ มน/ ฮอรโ์ มน/ส
สารไล่แมลง
แจกจา่ ยให้กับ
สมาชกิ กลุ่มปลกู
ผกั อินทรยี ์
3 การลงแขกปลกู ข้าวใน เพื่อปลกู ขา้ วด้วย ผเู้ ข้ารว่ ม นักเรยี นได
แปลงนาโรงเรยี นบ้าน การหยอดเมล็ดใน กิจกรรม 50 นาด้วยกา
ห้วยยางสะอาด แปลงนาของ คน และมขี า้ ว
โรงเรยี นบ้านห้วย
ยางสะอาด รว่ มกับ
คณะครูและ
นักเรยี น
คาดว่าจะได้รบั งบประมาณ ว/ด/ป พื้นทด่ี าเนินการ ผรู้ บั ผิดชอบ
ปลกู ผกั มคี วาม 7-8 พ.ค. ศูนย์ผนู้ าจติ อาสาพัฒนาชุมชน
ทนทาน หลังคา 2565 ห้วยยาง/ผนู้ าจติ อาสาพัฒนา
ได้ สมาชกิ ชุมชนห้วยยาง
ชป้ ลูกผักได้
ดฝน 28 พ.ค..2565 ศูนยผ์ นู้ าจติ อาสาพัฒนาชุมชน
กชวี ภาพ/ ห้วยยาง/ผู้นาจติ อาสาพัฒนา
สารไล่แมลง ชุมชนห้วยยาง
ด้เรยี นรกู้ ารทา ไมใ่ ช้ 14-15 มิ.ย. แปลงนาโรงเรยี นบา้ นห้วยยาง
ารหยอดเมลด็ งบประมาณ 2565 สะอาด
วไวร้ บั ประทาน
ท่ี โครงการ/กิจกรรม วัตถุประสงค์ กล่มุ เปา้ หมาย ผลทคี่
กิจกรรมตามบรบิ ท
พ้ืนท่ี
4 การตัดหญ้า ทาความ เพ่ือทาความ ผเู้ ขา้ รว่ ม พ้ืนทรี่ อบ
สะอาดรอบบรเิ วณ สะอาด กิจกรรม 50 สาธารณะ
แหลง่ น้าสาธารณะ คน สวยงาม ป
หนองแสง และบรเิ วณ ใชป้ ระโยช
โคกหนองนาของ
โรงเรยี นบ้านห้วยยาง
สะอาด
5 การลงแขกเกี่ยวข้าวใน เพ่ือเก็บเก่ียวขา้ ว ผู้เขา้ รว่ ม นักเรยี นได
แปลงนาโรงเรยี นบา้ น ในแปลงนาของ กิจกรรม 50 นา และมขี
ห้วยยางสะอาด โรงเรยี นบ้านห้วย คน รบั ประทา
ยางสะอาด รว่ มกับ
คณะครูและ
นักเรยี น
6 งานปฏิบตั ิธรรม เพื่ออานวยความ 100 คน ผู้มาปฏิบัต
ประจาปี 2566 ของ สะดวกให้ศาสนิก จติ ใจให้ส
อาเภอเขาสวนกวาง ชนทวั่ ไปและคนใน
ชุมชนได้ปฏบิ ัติ
ธรรม ชาระจติ ใจให้
สะอาด ผ่องใส
คาดวา่ จะได้รบั งบประมาณ ว/ด/ป พ้ืนทด่ี าเนินการ ผรู้ บั ผดิ ชอบ
บหนองนา้ ไม่ใช้ ทกุ วันท่ี 10 ศูนย์ผนู้ าจติ อาสาพัฒนาชุมชน
ะมคี วามสะอาด งบประมาณ ของเดือน ห้วยยาง,บรเิ วณโคกหนองนาของ
ปลอดภัยต่อผู้มา ตลอดปี 2565 โรงเรยี นบ้านห้วยยางสะอาด
ชน์
ด้เรยี นรูก้ ารทา ไมใ่ ช้ 5 พ.ย. 2565 แปลงนาโรงเรยี นบ้านห้วยยาง
ข้าวไว้ งบประมาณ สะอาด
าน
ติธรรมได้ชาระ งบบรจิ าคจากผู้ 7-14 ม.ค. ศาลาปฏิบัติธรรม วดั มรรคผดุง
สะอาด ผอ่ งใส มจี ติ ศรทั ธา 2566 ศร/ี ผูน้ าจติ อาสาพัฒนาชุมชนห้วย
และคา่ สมคั ร ยาง
การประชาสัมพันธผ์ ลการดาเนินงานผ่านส่ือต่าง ๆ