มมหหาาเเววสสสสัันนดดรรชชาาดดกก
คำนำ
มหาชาติหรือมหาเวสสันดรชาดก เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของ
รายวิชา ภาษาไทย (ท๓๑๑๐๒) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา
หาความรู้เกี่ยวกับความรู้เบื้องต้นในการวิเคราะห์และวิจารณ์
วรรณคดีและศึกษากัณฑ์ต่างๆ ทั้ง ๑๓ กัณฑ์ ในมหาเวสสันดร
ชาดกที่ได้รับการสอน รวมถึงคำสอนต่างๆ บทสวดต่างๆ ในมหา
เวสสันดรชาดก
ผู้จัดทำได้เลือกหัวข้อเรื่อง มหาเวสสันดรชาดก เนื่องจากเป็น
จากเป็นเรื่องที่น่าสนใจรวมถึงเป็นคำสอนความเชื่อต่างๆ
มากมาย ผู้จัดทำต้องขอขอบคุณครู สุชาติ พิบูลย์วรศักดิ์ ผู้ให้
ความรู้และแนวทางการศึกษา และเพื่อนๆ ทุกคนที่คอยให้ความ
ช่วยเหลือมาโดยตลอด หวังว่าบทเรียนเล่มนี้จะให้ความรู้และเป็น
ประโยชน์แก่ผู้อ่าน
สารบัญ
ผู้แต่ง ๑
ที่มาของเรื่อง ๓
ลักษณะคำประพันธ์ ๔
จุดประสงค์ในการแต่ง ๕
ฝนโบกขรรพรรษ ๖
ทศชาติ ๗
กัณฑ์ที่๑:ทศพล ๑๐
กัณฑ์ที่๒:หิมพานต์ ๑๒
กัณฑ์ที่๓:ทานกัณฑ์ ๑๓
กัณฑ์ที่๔:วนประเวสน์ ๑๔
กัณฑ์ที่๕:ชูชก ๑๕
กัณฑ์ที่๖:จุลพน ๑๖
กัณฑ์ที่๗:มหาพล ๑๗
กัณฑ์ที่๘:กุมาร ๑๘
กัณฑ์ที่๙:มัทรี ๑๙
กัณฑ์ที่๑๐:สักบรรพ ๒๐
กัณฑ์ที่๑๑:มหาราช ๒๑
กัณฑ์ที่๑๒:ฉกษัตริย์ ๒๒
กัณฑ์ที่๑๓:นครกัณฑ์ ๒๓
ตัวละครที่สำคัญในเรื่อง ๒๔
คุณค่าที่ได้จากเรื่อง ๒๘
ข้อคิดจากเรื่องที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ๒๙
บรรณานุกรม ๓๐
รายชื่อสมาชิกในกลุ่ม ๓๑
๑
ผู้แต่ง
๑.กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงนิพนธ์
๕ กัณฑ์คือ
๑.ทศพร
๒.หิมพานต์
๓.มหาราช
๔.นครกัณฑ์
๒.พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระราชนิพนธ์ ๓ กัณฑ์ คือ
๑.วนปเวสนื
๒.จุลพน
๓.สักบรรพ
๓.เจ้าพระยาพระคลัง ( หน ) นิพนธ์
๒ กัณฑ์ คือ
๑.กุมาร
๒.มัทรี
๒
ผู้แต่ง
๔.พระเทพโมลี ( กลั่น ) นิพนธ์ ๑ กัณฑ์
คือ มหาพน
๕.สำนักวัดถนน นิพนธ์ ๑ กัณฑ์
คือ ทานกัณฑ์
๖.สำนักวัดสังขจาย นิพนธ์ ๑ กัณฑ์
คือ ชูชก
๓
ที่มาของเรื่อง
มาจากร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นชาดกเรื่องที่
ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยกล่าวถึงเรื่องราวของพระโพธิสัตว์ซึ่งเสวยพระ
ชาติเป็นพระเวสสันดร เดิมแต่งเป็นภาษาบาลี ต่อมามีการแปลเป็น
ภาษาไทยในสมัยกรุงสุโขทัย ต่อมาในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลก
นาถ โปรดเกล้าฯให้ปราชญ์ราชบัณฑิตแต่งมหาชาติคำหลวง ซึ่งเป็น
มหาชาติสำนวนแรก โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้สวด ในสมัยพระเจ้า
ทรงธรรม โปรดเกล้าให้แต่งกาพย์มหาชาติ เพื่อใช้สำหรับเทศน์ แต่
เนื้อความในกาพย์มหาชาติค่อนข้างยาว ไม่สามารถเทศน์ให้จบ
ภายใน ๑ วัน จึงเกิดมหาชาติขึ้นใหม่อีกหลายสำนวน เพื่อให้เทศน์
จบภายใน ๑ วัน มหาชาติสำนวนใหม่นี้เรียกว่า มหาชาติกลอน
เทศน์ หรือ ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก
ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯโปรด
เกล้าฯให้มีการชำระและรวบรวมมหาชาติกลอนเทศสำนวนต่าง ๆ
แล้วคัดเลือกสำนวนที่ดีที่สุดของแต่ละกัณฑ์ นำมาจัดพิมพ์เป็น
ฉบับของหลวง ๒ ฉบับ คือ ฉบับหอพระสมุดวชิรญาณ และ ฉบับ
กระทรวงศึกษาธิการ
๔
ลักษณะคำประพันธ์
แต่งเป็นร่ายยาว มีพระคาถาภาษาบาลีนำ และพรรณนาเนื้อความ
โดยมีพระคาถาสลับเป็นตอน ๆ ไปจนจบกัณฑ์ คำประพันธ์
ประเภทร่ายยาว หนึ่งบทจะมีกี่วรรคก็ได้ แต่ส่วนมากมี ๕ วรรคขึ้น
ไป วรรคหนึ่ง ๆ มีตั้งแต่ ๖ คำขึ้นไป ถึง ๑๐ คำหรือมากกว่า มี
บังคับเฉพาะระหว่างวรรค คือ คำสุดท้ายของวรรคจะส่งสัมผัสไป
ที่คำที่ ๑ ถึง ๕ ของวรรคต่อไป เมื่อจบตอนมักมีคำสร้อย เช่น
“นั้นแล” “นี้แล” ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก เป็นร่ายยาวสำหรับ
เทศน์ จะมีคำศัพท์บาลีขึ้นก่อน แล้วแปลเป็นภาษาไทย แล้วจึงมี
ร่ายตาม ในระหว่างการดำเนินเรื่องจะมีคำบาลีคั่นเป็นระยะ ๆ คำ
บาลีนั้นมีความหมายเกี่ยวเนื่องกับข้อความที่ตามมา
แผนผังร่ายยาว
ร่ายยาว คือ ร่ายที่ไม่กำหนดจำนวนคำในวรรคหนึ่ง ๆ
แต่ละวรรคจึงอาจมีคำน้อยมากแตกต่างกันไป การสัมผัส คำ
สุดท้ายของวรรคหน้าสัมผัสกับคำหนึ่งคำใดในวรรคถัดไป จะแต่ง
สั้นยาวเท่าไรเมื่อจบนิยมลงท้ายด้วยคำว่า แล้วแล นั้นแล นี้เถิด
โน้นเถิด ฉะนี้ ฉะนั้น ฯลฯ เป็นต้น
๕
จุดประสงค์ในการแต่ง
แต่งขึ้นเพื่อใช้เทศน์มหาชาติ เนื่องจากร่ายยาวหมาเสสันดร
ชาดกเป็นชาดกเรื่องใหญ่ที่สุด เป็นชาติที่พระโพธิสัตว์เสวยพระ
ชาติเป็นพระเสสันดรซึ่งเป็นพระชาติสุดท้ายก่อนจะประสูติเป็นเจ้า
ชายสิทธัตถะ แล้วเสด็จออกผนวชกระทั่งได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมา
สัมพุทธเจ้า เป็นเรื่องราวในพระชาติที่เป็นพระเวสสันดรได้ทรง
บำเพ็ญทศบารมี ครบทั้ง ๑๐ ประการ โดนเฉพาะอย่างยิ่ง
ทานบารมี ซึ่งทรงบริจาคบุตรทารทาน คือ บริจาคพระชาลี พระ
กัณหา และพระนางมัทรี จึงเป็นชาติที่สำคัญและยิ่งใหญ่ เรียกว่า
“มหาชาติ” หรือ “มหาเสสันดรชาดก”
๖
ฝนโบกขรพรรษ
ในสมัยพุทธกาลนั้น เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว พระองค์จึงได้
เสด็จไปกรุงกบิลพัสดุ์พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ผู้เป็นอรหันต์
พระบรมวงศ์และชาวเมืองได้ออกมารับเสด็จกันมากมาย
มีพระบรมวงศานุวงศ์บางท่านไม่ทำความเคารพในพระองศ์พระบรม
ศาสนาได้ทรงเห็นอาการของพระญาติวงศ์กระด้างกระเดื่องเช่นนั้น
จึงได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์โดยเสด็จเหาะขึ้นสู่อากาศ และเปล่งฉัพ
พรรณรังสี
พระราชบิดาทอดพระเนตรเห็นดังนั้น จึงกราบไว้พระโอรสและพระ
ญาติวงศ์ทั้งหลายก็กราบไหว้ตามๆกัน ขณะนั้นได้เกิดเมฆตั้งเค้า
มืดครึ้มขึ้น แล้วเกิดฝนเรียกว่า "ฝนโบกขรพรรษ" ตกลงมา
ฝนโบกขรพรรษ เป็นฝนอันมหัศจรรย์อย่างที่ไม่เคยปรากฏมีมา
ก่อน มีความมหัศจรรย์ ดังนี้
๑. มีเม็ดน้ำฝนแดงเรื่อเหมือนแก้วทับทิม
๒. ผู้ใดปรารถนาได้เปียกก็เปียก ผู้ไม่ปรารถนาแม้ละอองก็ไม่
สัมผัสผิวกาย
๓. ไม่เลอะเทอะขังนอง ก่อให้เกิดโคลนตมอันปฏิกูล พอฝนหาย
แผ่นดินก็สะอาด
๔. ตกลงเฉพาะในสมาคมพระญาติ ไม่มีผู้อื่นอยู่ร่วมประชุมด้วย
ทศชาติ ๗
มหานิบาตชาดก ทศชาติชาดก หรือ พระเจ้าสิบชาติ เป็นชาดกที่
สำคัญ กล่าวถึงการบำเพ็ญบารมีใน ๑๐ ชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์
ก่อนจะเสวยพระชาติมาเกิดเป็นพระโคตมพุทธเจ้า หรือเจ้าชายสิทธัต
ถะแห่งศากยวงศ์ ชาดกทั้ง ๑๐ เรื่อง เพื่อให้จำง่าย มักนิยมท่องโดย
ใช้พยางค์แรกของแต่ละชาติ คือ เต ชะ สุ เน มะ ภู จะ นา วิ เว
โดยมี
๑. เตมีย์ชาดก
ชาดกเรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญนกขัมม
บารมี คือการออกบวชหรือออกจากกาม
๒.มหาชนกชาดก
ชาดกเรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญวิริยบารมี
๓. สุวรรณสามชาดก
ชาดกเเรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญเมตตา
บารมี คือการแผ่ไมตรีจิตคิดจะให้สัตว์ทั้งปวง
เป็นสุขทั่วหน้า
ทศชาติ ๘
๔.เนมิราชชาดก
ชาดกเรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญอธิฏฐาน
บารมี คือความตั้งใจมั่นคง
๕.มโหสถชาดก
ชาดกเรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญปัญญา
บารมี คือความรู้ทั่วถึงสิ่งที่ควรรู้
๖. ภูริทัตชาดก
ชาดกเรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญศีลบารมี
คือการรักษาศีล
๗. จันทกุมารชาดก
ชาดกเรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญขันติบารมี
คือความอดทน
ทศชาติ ๙
๘. นารทชาดก
ชาดกเรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญอุเบกขา
บารมี คือการวางเฉย
๙. วิธุรชาดก
ชาดกเรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญสัจจ
บารมี คือความสัตย์
๑๐. เวสสันดรชาดก
ชาดกเรื่องนี้แสดงถึงการบำเพ็ญทาน
บารมี คือการบริจาคทาน
๑๐
กัณฑ์ที่๑ กัณฑ์ทศพร
เริ่มตั้งแต่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ แล้วเสด็จไป
เทศนาโปรดพระเจ้าพิมพิสาร ต่อจากนั้น
เสด็จไปโปรดพุทธบิาและพระประยูรญาติที่
กรุงกบิลพัสดุ์ เกิดฝนโบกขรพรรษ พระสงค์
สาวกกราบทูลอาราธนาให้ทรงแสดงเรื่อง
มหาเวสสันดรชาดก เริ่มตั้งแต่เมื่อกัปที่ 98
นับแต่ปัจจุบัน พระนางผุสดีซึ้งจะทรงเป็น
พระมารดาของพระเวสสันดร ทรงอธิษฐาน
ขอเป็นมารดาของผู้มีใจบุญจบลงตอน
พระนางได้รับพร 10 ประการจากพระอินทร์ อานิสงค์ของผู้บูชา
กัณฑ์นี้คือ ผู้นั้นจะได้รับทรัพย์สมบัติดังปรารถนา ถ้าเป็นสตรีจะได้
สามีที่เป็นที่ชอบเนื้อเจริญใจ บุรุษจะได้ภรรยาเป็นที่ต้องประสงค์อีก
เช่นเดียวกันจะได้บุตรหญิงชายเป็นคนว่านอนสอนง่าย มีรูปร่างที่
งดงาม มีความประพฤติดีกริยาเรียบร้อย
พร ๑๐ ประการที่พระอินทร์ประทานให้แก่นางผุสดี
๑.ขอให้พระนางได้ประทับในปราสาท พระเจ้าสีวีราษฎร์
๒. ขอให้ดวงเนตรทั้งสองดำมีสีดำ ประดุจลูกตาเนื้อทราย
๓. ขอให้พระขนงเขียวดุจสร้อยคอนกยูง
๔. ขอให้มีนามว่าผุสดี
๕. ขอให้มีพระโอรสที่ทรงเกียรติยิ่งกว่ากษัตริย์ทั้งหลายและมี
พระราชศรัทธาในการกุศล
๖. ขออย่าให้พระครรภ์ปรากฎนูนดังสตรีสามัญ
๗. ขออย่าให้พระถันทั้งคู่ดำในเวลาทรงครรภ์และเมื่อประสูตร
แล้วขออย่าหย่อนยาน
๘. ขอให้พระเกศดำเป็นมันดุจปีกแมลงค่อมทอง
๙. ขอให้มีพระฉวีวรรณละเอียดดั่งทองคำธรรมชาติ
๑๐.ขอให้ทรงมีอำนาจปล่อยนักโทษประหารชีวิตให้พ้นโทษ
๑๑
กัณฑ์ที่๑ กัณฑ์ทศพร
ข้อคิดในกัณฑ์ทศพร
การทำบุญจักให้สำเร็จสมประสงค์นั้น ตั้งกัลยาณจิต
อธิษฐาน เป้าหมายชีวิตที่ตนปรารถนาไว้ และความปรารถนาที่
จะสำเร็จสมดังตั้งใจ ผู้นั้นต้องมีศีลบริบูรณ์มีศีลห้าเป็นต้น
กล่าวคือ
๑. ต้องกระทำความดี
๒. ต้องรักษาความดีนั้นไว้
๓. หมั่นเพิ่มพูนความดีให้มากยิ่งขึ้น
คำศัพท์ที่พบ
๑.พระถัน หมายถึง เต้านม
๒.พระเกศา หมายถึง เส้นผม
๓.พระฉวีวรรณ หมายถึง ผิวพรรณ
๔.พระขนง หมายถึง คิ้ว
๕.ดวงเนตร หมายถึง ดวงตา
กัณฑ์ที่๒ กัณฑ์หิมพานต์ ๑๒
พระเวสสันดรทรงเป็นพระราชโอรสของพระ
เจ้าสัญชัยกับพระนางผุสดี แห่งแคว้นสีวี
ราษฎร์ประสูติที่ตรอกพ่อค้า เมื่อพระเวสสันดร
ได้รับเวนราชสมบัติจากพระบิดา ได้
พระราชทานช้างปัจจัยนาเคนทร์แก่กษัตริย์
แคว้นกลิงคราชฎร์ ประชาชนไม่พอใจ พระ
เวสสันดรจึงถูกพระราชบิดาเนรเทศไปอยู่ป่า
หิมพานต์ อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ
ย่อมได้สิ่งที่ปรารถนาทุกประการ ครั้นตาย
แล้วได้บังเกิดในสุคติโลกสวรรค์เสวยสมบัติ
อันมโหฬาร มีบริวารแวดล้อมบำรุงบำเรออยู่เป็นนิตย์จุติจากสวรรค์
แล้ว จะลงมาเกิดในตระกูลขัตติยะมหาศาลหรือตระกูลพราหมณ์
มหาศาลอันบริบูรณ์ด้วยทรัพย์ศฤงคารบริวารมากมายนานาประการจะ
ประมาณมิได้ ประกอบด้วยการสบายใจทุกอิริยาบถ
ข้อคิดในกัณฑ์หิมพานต์
๑. คนดีเกิดที่ไหนไม่สำคัญ แต่สำคัญอยู่ที่ทำดีหรือเปล่า
๒. การเสียสละแบ่งปันเป็นหัวใจของการสร้างสรรค์สังคม
๓. การทำดีบางครั้งอาจมีอุปสรรค
๔. ความเห็นแก่ตัว เป็นภัยอันยิ่งใหญ่ของการอยู่ร่วมกัน
๕. การเลือกคู่ครองที่ดีให้ดูมัทรีเป็นแบบอย่าง ไม่หลงระเริงใน
ยามสุข ไม่ละเลยคู่ทุกข์ในยามยาก
คำศัพท์ที่พบ
๑.พระโอรส หมายถึง ลูกชาย
๒.พระบิดา หมายถึง พ่อ
๓.มโหฬาร หมายถึง ยิ่งใหญ่ กว้างใหญ่
๔.ขัตติยะ หมายถึง พระเจ้าแผ่นดิน
๕.อิริยาบถ หมายถึง อาการที่ร่างกายอยู่ในท่าใดท่าหนึ่ง คือ ยืน
เดิน นอน นั่ง
กัณฑ์ที่๓ กัณฑ์ทานกัณฑ์ ๑๓
ก่อนเสด็จไปอยู่ไพร พระเวสสันดรได้
พระราชทานสัตสดก มหาทาน คือช้าง ม้า รถ
ทาสชาย ทาสหญิง โคนม และ นางสนม อย่างละ
700 อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ จะบริบูรณ์
ด้วยแก้วแหวยนเงินทองทาส ทาสี และสัตว์ 2
เท้า 4 เท้า ครั้นตายแล้วจะได้ไปเกิดในฉกาพจร
สวรรค์มีนางเทพอัปสรแวดล้อมมากมายเสวยสุข
ในปราสาทแล้วด้วยแก้ว 7 ประการ
ข้อคิดในทานกัณฑ์
๑. ยามมีเขายก ยามหมดเขาหยาม ชีวิตมีทั้งชื่นบานและขมขื่น
๒. ความรักของแม่ความห่วงใยของเมีย ยิ่งใหญ่กว่ารักและห่วงใยของใคร
ๆ ในโลก
๓. เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม ผู้มุ่งโพธิญาณย่อมมิหวั่นไหวต่อ
อุปสรรค
๔. ชีวิตเป็นอนิจจัง อย่าจริงจังจนเกินไปนัก
๕. โทษของความเป็นหม้ายในสมัยก่อน คือ ถูกสังคมดูหมิ่นเหยียดหยาม
คำศัพท์ที่พบ
๑.สัตตสดกมหาทาน หมายถึง มหาทานอย่างละ ๑๐๐ จำนวน ๗ หมวด
มีช้าง ๑๐๐ ม้า ๑๐๐ รถ ๑๐๐ โคนม ๑๐๐ หญิงสาว ๑๐๐ ทาส ๑๐๐ ทาสี
๑๐๐
๒.นคร หมายถึง เมืองใหญ่ กรุง
๓.เนรเทศ หมายถึง ขับไล่ให้ออกไปจากถิ่น, บังคับให้ออกไป
จากประเทศหรือถิ่นที่อยู่ของตน
๔.โศก หมายถึง ความทุกข์ ความเศร้า ความเดือดร้อนใจ
๕.ไพร หมายถึง ป่า พง
กัณฑ์ที่๔ กัณฑ์วนปเวสน์ ๑๔
พระเวสสันดรทรงพระนางมัทรีและพระ
ชาลี ( โอรส ) พระกัณหา (ธิดา ) เสด็จจาก
เมืองผ่านแคว้น เจตราษฎร์ จนเสด็จถึงเขา
วงกตในป่าหิมพานต์ อานิสงค์ของผู้บูชา
กัณฑ์นี้คือ จะได้รับความสุขทั้งโลกนี้และ
โลกหน้าจะได้เป็นบรมกษัตริย์ในชมพูทวีป
เป็นผู้ทรงปรีชาเฉลียวฉลาดสามาร๔ปราบ
อริราชศัตรูให้ย่อยยับไป
ข้อคิดในกัณฑ์วนประเวศน์
๑. ยามจน ยามเจ็บ ยามจากเป็นกาลเวลาที่ควรจะได้รับความ
เห็นใจเหลียวแลช่วยเหลือจากญาติมิตรหรือเพื่อนร่วมโลก
๒. ผลดีของมิตรแท้ คือ ไม่ทอดทิ้งในยามยาก ประคองในคราว
ลำบาก อุ้มชูในยามตกต่ำ ช่วยค้ำในยามทรุด
๓. น้ำใจของคนดี หากรู้ว่าความสุขของคนส่วนมากจะตั้งอยู่ได้
เพราะการเสียสละของตนก็ยินดีที่จะสละโอกาสและโชคลาภอันพึง
ได้ให้ด้วยความเต็มใจ
คำศัพท์ที่พบ
๑.โสมนัส หมายถึง ความสุขใจ ความปลาบปลื้ม ความเบิกบาน
๒.อาศรม หมายถึง ที่อยู่ของนักพรต
๓.อารักขา หมายถึง ป้องกัน ดูแล คุ้มครอง.
๔.บำเพ็ญ หมายถึง ทําให้เต็มบริบูรณ์ เพิ่มพูน
๕.ดาบสินี หมายถึง ฤๅษีเพศหญิง
กัณฑ์ที่๕ กัณฑ์ชูชก ๑๕
ชูชกพราหมณ์ ขอทานได้นางอมิตตาบุตรสาว
ของเพื่อนเป็นภรรยา นางใช้ให้ชูชกไปของสอง
กุมาร ชูชกเดินทางไปสืบข่าวในแคว้นสีวีราษฎณ์
สามารถหลบหลีกการทำร้ายของชาวเมือง พบ
พรานเจตบุตรลวงพรานเจตบุตรให้บอกทางไป
ยังเขาวงกต อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ จะได้
บังเกิดในตระกูลกษัตริยบ์ ประกอบด้วยสมบัติอัน
งดงามกว่าคนทั้งหลาย จะเจรจาปราศรัยก็ไพเราะ
เสนาะโสต แม้จะได้สามีภรรยา และบุตรธิดาก็
ล้วนแต่มีรูปทรงงดงามสอนง่าย
ข้อคิดในกัณฑ์ชูชก
๑. บุรุษจะบรรลุความสำเร็จอันสูงสุดได้ เมื่อไม่หลงในอำนาจของสตรี
๒. สามีแก่ทุกข์ใจเพราะได้ภรรยาสาว
๓. ความรู้เป็นพิษเพราะเหตุที่ไม่ใช้อาหารเป็นพิษเพราะเหตุไฟธาตุไม่ย่อย
เมียสาวเป็นพิษเพราะผัวแก่
คำศัพท์ที่พบ
๑.ข้าวตู หมายถึง ชื่อขนมหวานชนิดหนึ่ง ทำด้วยข้าวตากคั่วตำเป็นผงคลุกกับ
น้ำตาล และมะพร้าวอัดลงพิมพ์ขนมให้เป็นรูปต่าง ๆ.
๒.กุมาร หมายถึง ลูกชาย
๓.คาคบ หมายถึง ง่ามไม้ตรงที่กิ่งใหญ่แยกจากลำต้น
๔.พาโล หมายถึง พูดใส่ความผู้อื่น ใส่ร้าย กล่าวหา
๕.ราชทูต หมายถึง ผู้นำพระราชสาส์นไปประเทศอื่น ผู้แทนชาติในประเทศอื่น
กัณฑ์ที่๖ กัณฑ์จุลพน ๑๖
ชูชกเดินทางผ่านป่าตามเส้นทางที่เจตบุตร
แนะจนถึงที่อยู่ของอัจจุตฤาษี อานิสงค์ของ
ผู้บูชากัณฑ์นี้คือ แม้จะบังเกิดในปรภพใดๆ
จะเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยสมบัติบริวาร จะมี
อุทยานอันดารดาษด้วยไม้หอมตรลบไป แล้ว
จะมีสระโบกขรณีอันเต็มไปด้วยประทุมชาติ
ครั้นตายไปแล้วก็ได้เสวยทิพยสมบัติในโลก
หน้าสืบต่อไป
ข้อคิดในกัณฑ์จุลพน
๑. มีอำนาจหากขาดสติปัญญาไตร่ตรองย่อมถูกหลอกได้ง่าย
๒. คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด แต่ความโง่ถ้าไม่เบียดเบียนใคร
ย่อมดีกว่าความฉลาดที่เอาเปรียบคนอื่น
๓. ไว้ใจทาง วางใจคน จะจนใจตนเอง
คำศัพท์ที่พบ
๑.จุลพล หมายถึง ป่าไม้น้อยๆ
๒.อิทธิฤทธิ์ หมายถึง อำนาจศักดิ์สิทธิ์
๓.สังคีต หมายถึง การร้องรำทำเพลง
๔.เขาวงกต หมายถึง ชื่อภูเขาลูกหนึ่งในเรื่องมหาเวสสันดรชาดก ซึ่งมี
ทางเข้าออกวกวนอาจทําให้หลงทางได้
๕.ยำเกรง หมายถึง เคารพเพราะนับถือ
กัณฑ์ที่๗ กัณฑ์มหาพน ๑๗
ชูชกลวงอัจจุตฤาษี ให้บอกทางผ่านป่าไม้
ใหญ่ไปยังที่ประทับของพระเวสสันดร อานิ
สงค์ของผ้บูชากัณฑ์นี้คือ จะเสวยสมบัติใดใน
ดาวดึงส์เทวโลกนั้นแล้ว จะได้ลงมาเกิดเป็น
กษัตริย์มหาศาล มีทรัพย์ศฤงคารบริวารมากมี
อุทยานและสระโบกขรณีที่เป็นประพาส เป็นผู้
บริบูรณ์ด้วยด้วยศักดานุภาพเฟื่ องฟุ้งไปทั่ว
ชมพูทวีป อีกทั้งจักได้เสวยอาหารทิพย์เป็น
นิตย์นิรันดร
ข้อคิดในกัณฑ์มหาพน
๑. ฉลาดแต่ขาดเฉลียว มีปัญญาแต่ขาดสติหย่อนปฏิบัติตนก็พลาดท่า
เสียทีได้ง่าย
๒. คนคดมักพูดหวาน คนพาลมักพูดเพราะ ต้องวิเคราะห์วินิจฉัยให้
ถ้วนถี่
๓. คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ ซื้อเสื่อให้ดูลาย
๔. บางครั้งความสงสารอาจนำมาซึ่งความฉิบหาย หากเชื่อง่ายอาจนำ
มาซึ่งความทุกข์
คำศัพท์ที่พบ
๑.กัลยาณมิตร หมายถึง มิตรที่ดี มิตรแท้
๒.ผลาผล หมายถึง ลูกไม้น้อยใหญ่
๓.โบกขรณี หมายถึง สระบัว
๔.ขัณฑสกร หมายถึง น้ำตาลชนิดหนึ่งเกิดบนใบบัวหลวง
๕.ภูเขาคันธมาทน์ หมายถึง ชื่อภูเขา เรียกว่า ภูเขาคันธมาทน์ คือ ภูเขา
ผาหอม
กัณฑ์ที่๘ กัณฑ์กุมาร ๑๘
ชูชกทูลขอสองกุมาร ทุบตีสองกุมารเฉพาะ
พระพักตร์พระเวสสันดร แล้วพาออกเดินทาง
อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ ย่อมประสบผล
สำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา ครั้นตายไปแล้วได้เกิด
ในฉกามาพจรสวรรค์ในสมัยที่พระศรีอาริยาเมต
ไตรมาอุบัติก็จะได้พบศาสนาของพระองค์ จะได้
ถือปฏิสนธิในตระกูลกษัตริย์ ตลอดจนได้สดับ
ตรับฟังพระสัทธรรมเทศนาของพระองค์ แล้ว
บรรลุพระอรหัตตผลพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้ง 4
ด้วยบุญราศีที่ได้อบรมไว้
ข้อคิดในกัณฑ์กุมาร
๑. พ่อแม่ทุกคนรักลูกเหมือนกันแต่เป็นห่วงไม่เหมือนกัน โดยห่วงหญิง
มากกว่าชายเพราะหญิงปกป้องตัวเองมากกว่า
๒. วิสัยของผู้หญิงนั้น แม้จะมากด้วยเมตตากรุณา ชอบปลดเปลื้อง
ความทุกข์ให้แก่ผู้อื่น แต่ไม่มีวันจะสละลูกในไส้ให้แก่ผู้ใดได้
๓. การเป็นผู้รู้จักกาลเทศะ เป็นบันไดสู่ความสมหวัง
๔. ทานอันยิ่งบัณฑิตย่อมสรรเสริญ แต่ปุถุชนมักติเตียน
คำศัพท์ที่พบ
๑.ตรึกตรอง หมายถึง คิดใคร่ครวญ คิดทบทวน ตริตรอง ไตร่ตรอง
๒.พระสุบิน หมายถึง ฝัน
๓.พระพาหา หมายถึง แขน
๔.ปฏิสันถาร หมายถึง การทักทายปราศรัยแขกที่มาหา การต้อนรับแขก.
๕.หฤทัย หมายถึง หัวใจ
กัณฑ์ที่๙ กัณฑ์มัทรี ๑๙
พระนางมัทรีเสด็จกลับจากหาผลไม้ใน
ป่าออกติดตามสองกุมารตลอดทั้งคืน
จนถึงทรงงิสัญญี ( สลบ ) เฉพาะพระ
พักตร์พระเวสสันดร เมื่อทรงฟื้ นแล้วพระ
เวสสันดรตรัสเล่าความจริงเกี่ยวกับ
สองพระกุมาร พระนางทรงอนุโมทธนา
ด้วย อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ เกิดใน
โลกหน้าจะเป็นผู้มั่งคั่งสมบูรณ์ด้วยทรัพย์
สมบัติเป็นผู้มีอายุยืนยาวทั้งประกอบด้วย
รูปโฉมงดงามกว่าคนทั้งหลาย จะไปในที่
ใดๆก็จะมีแต่ความสุขทุกแห่งหน
ข้อคิดในกัณฑ์มัทรี
๑. “รักใครเล่าจะเท่าพ่อแม่รัก ห่วงใดเล่าจะเท่าพ่อแม่ห่วง หวงใด
เล่าจะเท่าพ่อแม่หวง ให้ใครเล่าจะเท่าพ่อแม่ให้”
๒. ลูกดีชื่นใจพ่อแม่ ลูกแย่พ่อแม่ช้ำใจ
๓. ลูกกตัญญู ชาวโลกอนุโมทนา เทวดาชื่นชม พรหมก็สรรเสริญ
คำศัพท์ที่พบ หมายถึง เหตุร้าย
๑.กระลี
๒.กเลวระ หมายถึง ซากศพ
๓.เถื่อน หมายถึง ป่า
๕.ทรามคะนอง หมายถึง กำลังคะนอง คือ กำลังซน
.๖.ทุเรศ หมายถึง ไกล ในความว่า“จากบุรีทุเรศมา”
๗.นิ่งมัธยัสถ์ หมายถึง ประหยัดถ้อยคำ ไม่ยอมพูด
๘.บริจาริกาการ หมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่หญิงรับใช้ ผู้ที่ทำ
หน้าที่ภรรยาในที่นี้ หมายถึง
พระนางมัทรี
๒๐
กัณฑ์ที่๑๐ กัณฑ์สักกบรรณ
พระอินทร์พระเกรงว่าจะมีผู้มาขอพระนางมัทรี
จึงแปลงเป็น พราหมณ์ชรามาทูลขอพระนา
งมัทรีแล้วฝากไว้กับพระเวสสันดร อานิสงค์ของ
ผู้บูชากัณฑ์นี้คือ จะเป็นผ้ที่เจริญด้วยลาภยศ
ตลอดจนจตุรพิธพรทั้ง 4 คืออายุวรรณธ สุขะ
พละ ตลอดกาล
ข้อคิดในกัณฑ์สักบรรพ
๑. การทำดีแม้ไม่มีคนเห็น แต่เทวดาย่อมเห็น
๒. “อยากได้ดีไม่ทำดีนั้นมีมาก ดีแต่อยากหากไม่ทำก็ขำหนอ อยากได้
ดีต้องทำดีอย่ารีรอ ดีแต่ขอรอแต่ดีไม่ดีเอย”
๓. ภรรยาที่ดีพึงสนับสนุนกิจการของสามี
คำศัพท์
๑.ปรนนิบัติ หมายถึง เอาใจใส่ คอยดูแลรับใช้
๒.โพธิญาณ หมายถึง พระปัญญาที่ทำให้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
๓.มเหสี หมายถึง ชายาพระเจ้าแผ่นดิน
๔.เนรมิต หมายถึง บันดาลให้เกิดมีขึ้นโดยพลันด้วยอำนาจฤทธิ์
นิรมิต ทำให้เกิดขึ้นมีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
๕.ท้าวสักกะ หมายถึง พระอินทร์
กัณฑ์ที่๑๑ กัณฑ์มหาราช ๒๑
ชูชกเดินทางเข้าไปแคว้นสีวีราษร์ พระสัญชัย
ทรงไถ่สองกุมาร ชูชกได้รับพระรายชทานเลี้บง
และ ถึงแก่กรรมด้วยกินอาหารมากเกินควร อานิ
สงค์ขชองผู้บูชากัณฑ์นี้คือ จะได้มนุษสมบัติ
สวรรค์สมบัติ และนิพพานสมบัติเมื่อเกิดเป็น
มนุษย์จะได้เป็นพระราชาเมื่อจากโลกมนุษย์ไปก็จะ
ไปเสวยทิพย์สมบัติ ในฉกามาพจรสวรรค์มีนาง
เทพอัปสรเป้นบริวาร ครั้นบารมีแก่กล้าก็จะได้
นิพพานสมบัติอันตัดเสียซึ้งชาติ ชรา พยา มรณธ
ข้อคิดในกัณฑ์มหาราช พ้นจากโอฆะทั้งสามมีกาโมฆะ เป็นต้น
๑. คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ย่อมได้รับความปกป้องคุ้มครองภัย
ในที่ทุกสถาน
๒. พึงสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ พึงสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต พึงสละ
ชีวิตเพื่อรักษาความถูกต้อง คือ ธรรม
คำศัพท์ที่พบ
๑.บรรทม หมายถึง นอน
๒.มูมมาม หมายถึง อาการที่รีบร้อนกินอย่างตะกรุมตะกราม อาการที่กิน
อาหารเลอะเทอะไม่เรียบร้อย
๓.วาสนา หมายถึง บุญบารมี กุศลผลบุญที่ทำให้ได้รับลาภยศ
๔.พระลาน หมายถึง บริเวณที่ว่าง สนาม
๕.พระราชนัดดา หมายถึง หลาน
๒๒
กัณฑ์ที่๑๒ กัณฑ์ฉกษัตริย์
กษัตริย์แคว้นถลิงราชย์ทรงคืนช้างปัจจัยนาเคน
ทร์ พระเจ้ากรุงสญชัย พระนางผุสดี พระชาลี พระ
กัณหา เสด็จไปทูลเชิญพระเวสสันดร พระนางมัท
รีกลับพระนคร เมื่อกษัตริย์ทั้งหกพระองค์ทรงพบ
กันก็ทรงวิสัญญี ต่อมาฝนโบกขรพรรษตกจึงทรง
ฟื้ นขึ้น อานิสงค์ของผู้บูชากัณฑ์นี้คือ จะได้เป็นผู้
ที่เจริญด้วยพร 4 ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ
พละ ทุกๆชาติแล
ข้อคิดในกัณฑ์ฉกษัตริย์
๑. จากกันยามเป็นได้เห็นน้ำใจ จากกันยามตายได้เห็นน้ำตา
๒. การให้อภัยเป็นเพราะได้สำนึกเป็นเหตุให้ลบรอยร้าวฉาน สันติสุข
ย่อมเกิดแก่โลกและสังคม
๓. ความผิดพลาดเป็นเรื่องของมนุษย์ การให้อภัยเป็นวิสัยของเทวดา
และการรู้จักปรับปรุงแก้ไขเป็นวิสัยของบัณฑิต
คำศัพท์ที่พบ
๑.โยชน์ หมายถึง ชื่อหน่วยวัดระยะตามมาตราวัดของไทยสมัยโบราณ
กำหนด ๔๐๐ เส้นเป็น ๑ โยชน์
๒.วิสัญญี หมายถึง สินสติ หมดสติ
๓.ทหารทั้ง ๔ เหล่า หมายถึง พลช้าง พลม้า พลรถ พลราบ
๔.โบกขรพรรณ หมายถึง น้ำฝนวิเศษไม่เปียกผู้ที่ไม่ต้องการให้เปียก
๕.เศเวศฉัตร หมายถึงฉัตรสีขาว สัญลักษณ์ของพระเจ้าแผ่นดิน
๒๓
กัณฑ์ที่๑๓ กัณฑ์นครกัณฑ์
กษัตริย์หกพระองค์เสด็จกลับพระนคร
พระเวสสันดรได้ครองราชย์ดังเดิม บ้าน
เมืองสมบูรณ์พูนสุข อาณิสงค์ของผู้บูชา
กัณฑ์นี้คือ จะได้เป็นผู้บริบูรณ์ด้ยวงคา
คณาญาติข้าทาสชาย-หญิง ธิดา สามี หรือ
บิดามารดา เป็นต้นอยู่พร้อมหน้ากันด้วย
ความผาสุก ปราศจากดรคาพาธทั้งปวง จะ
ทำการใดๆก็พร้อมเพียงกันยังการงานนั้นๆ
ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
ข้อคิดในนครกัณฑ์
พระเวสสันดรเสด็จขึ้นเสวยราชย์ครองแผ่นดินทำให้ไพร่ฟ้าเสนาอำมาตย์
มีสุขสงบกันทั่วทั้งแคว้น ชาวเมืองต่างก็หมั่นถือศีลบำเพ็ญกุศลตามสัตย์
อธิษฐานของพระเวสสันดร ฝ่ายกษัตริย์เมืองกลิงครัฐก็นำช้างปัจจัยนา
เคนทร์มาถวายคืนเพราะบ้านเมืองมีฝนตกต้องตามฤดูกาลแล้วพระ
เวสสันดรก็ทรงอยู่ในทศพิธราชธรรมและยังคงทรงบริจาคทานเป็นเนือง
นิตย์ จนพระชนมายุได้ ๑๒๐ พรรษา จึงสิ้นพระชนม์ แล้วได้อุบัติเป็น
ท้าวสันดุสิตเทพบุตรบนสวรรค์ชั้นดุสิต
“การใช้ธรรมะในการปกครองย่อมทำให้เกิดความสงบร่มเย็น”
คำศัพท์ที่พบ
๑.ดุสิต หมายถึง สวรรค์ชั้นที่ ๔ แห่งสวรรค์ ๖ ชั้น มีท้าวสันดุสิตเป็นผู้
ปกครองดูแล.
๒เถลิงราชสมบัติ หมายถึง ครองราชย์
๓.ปริวิตก หมายถึง กลุ้มใจ หนักใจ
๔.ทศพิธราชธรรม หมายถึง ธรรมสำหรับพระเจ้าแผ่นดิน หรือผู้ปกครอง
บ้านเมืองมี ๑๐ ประการ
๕.อุบัติ หมายถึง การมีขึ้น การเกิดขึ้น กำเนิด
ตัวละครที่สำคัญในเรื่อง ๒๔
พระเวสสันดร
เป็นแบบอย่างของผู้เสียสละประโยชน์ส่วนตัว
เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม มุ่งบำบัดทุกข์
บำรุงสุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง ยอมเสียสละ
ความสุขส่วนพระองค์ แม้จะทุกข์ก็ไม่หวั่น เป็น
แบบอย่างของบุคคลผู้ไม่ยึดติดอำนาจวาสนา รู้
ซึ้งถึงโลกธรรมที่ว่า "ยามมียศ เขาก็ยก ยามต่ำ
ตกเขาก็หยาม" หาได้หวั่นไหวหรือล้มเลิก
บำเพ็ญบารมีไม่
พระนางมัทรี
เป็นแม่แบบของภรรยาผู้มีลักษณะเป็น
กัลยาณมิตรของสามี สนับสนุนเป้าหมายชีวิตอัน
ประเสริฐที่สามีได้ตั้งไว้ และยังเป็นแบบอย่างของ
ภรรยาตามทัศนะของคนตะวันออก เช่น ปฏิบัติ
ดูแลเรื่องข้าวปลาอาหาร เป็นต้น ทรงคุณธรรม
สำคัญ คือ "ซื่อตรง จงรัก หนักแน่น"
พระกัณหา ๒๕
พระกัณหาเป็นผู้หนึ่งที่ทำให้พระเวสสันดรได้
บำเพ็ญบุตรทานบารมีซึ่งเป็นทานอันยิ่งใหญ่ที่
มนุษย์ทั้งหลายไม่สามารถทำได้ พระกัณหา
เป็นผู้ที่มีความกตัญญูเชื่อฟังคำสั่งสอนและมี
ความเฉลียวฉลาด ได้ติดตามพระเวสสันดรและ
พระมัทรีไปยังเขาวงกต เมื่อถูกยกให้แก่ชูชกก็
หาทางหลบหนี
พระชาลี
พระชาลีเป็นพระราชโอรสของพระเวสสันดรกับ
พระนางมัทรีเป็นพระเชษฐาของพระกัณหา พระ
นัดดาของพระเจ้ากรุงสญชัยและพระนางผุสดี
เมื่อเวลาประสูติพระประยูรญาติได้ทรงนำตาข่าย
ทองมารองรับ พระชาลีมีความอ่อนน้อมถ่อมตน
และมีคารมคมคาย
ชูชก ๒๖
เป็นตัวละครประกอบอยู่ในวรรณคดีเรื่องร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก เป็นผู้
เกิดในตระกูล พราหมณ์โภวาทิกชาติซึ่งเป็นพราหมณ์พวกที่ถือตนว่ามีกําเนิด
สูงกว่าผู้อื่น มักใช้คําว่า “โภ” แปลว่า ‘’ผู้เจริญ’’ เป็นคำเรียกร้อง
ลักษณะนิสัยของชูชก
๑. มีความตระหนี่เหนียวแน่น ขอทานได้มากเท่าไรก็เก็บไว้ไม่ยอมนำไปใช้
จ่ายจนได้ถึง ๑๐๐ กษาปณ์
๒. มีความโลภ เที่ยวขอทานจนมีเงินมากมายก็ยังไม่ยอมหยุดเพื่อนำเงินมา
ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนยังคงขอเรื่อยไป
๓. รักและหลงเมีย ยอมให้นางทุกอย่าง เช่น “ทีนี้งานการเจ้าอย่าได้ทำ ทั้ง
หุงต้มตักตำตามใจเจ้าเถิดนะแม่ ขอแต่ว่ามานั่งให้พี่นี้แลๆพอให้ชื่นใจ พี่ก็จะ
รับร่ำกระทำไปไม่ละเลย” แม้รู้ว่าการเดินทางไปเฝ้าพระเวสสันดรนั้นแสนยาก
ลำบากเพียงใด
๔. เป็นคนฉลาด มีเล่ห์เหลี่ยมมาก ฉลาดทั้งในด้านการพูดและกลอุบาย
๕. มีความละเอียดรอบคอบ เมื่อจะจากนางอมิตตดาไป ได้หาฟืน ตักน้ำ และ
ซ่อมบ้านให้เรียบร้อย ทั้งยังสั่งสอนนางให้ระวังตัวเกรงจะถูกคนพาลมารังแก
๖. มีความยึดมั่นในพิธีทางไสยศาสตร์
พระเจ้ากรุงสญชัย ๒๗
เพระเจ้ากรุงสญชัย เป็นพระราชาแห่งกรุงสีพี
ราษฎร์พระราชบิดาของพระเวสสันดร เมื่อพระ
โอรสมีพระชนมายุสมควรจะสืบราชสมบัติแล้วก็
ทรงสละราชสมบัติให้ทรงปกครองต่อไป
พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่เห็นแก่ประโยชน์ของ
บ้านเมืองมากกว่าประโยชน์ส่วนพระองค์เอง
ทรงเนรเทศพระเวสสันดรออกจากเมืองพร้อม
ด้วยพระนางมัทรี พระชาลี และพระกัณหาเมื่อ
ชาวเมืองมาร้องทุกข์ว่าพระโอรสทรงกระทำผิดแม้พระมเหสีจะทูลขอร้องประการ
ใดก็มิได้คืนคำทั้งที่ทรงอาลัยรักในพระโอรสแต่ก็ทรงหักพระทัยได้เพื่อประโยชน์
สุขของบ้านเมืองและยังได้ทรงไถ่ตัวพระชาลีและพระกัณหาคืนจากชูชกด้วย
พระนางผุสดี
เป็นธิดากษัตริย์มัททราช มเหสีของพระเจ้ากรุง
สญชัย แห่งกรุงสีพีราษฎร์และพระมารดาขอบ
พระเวสสันดร พระนางผุสดี มีอุปนิสัยรักสวยรัก
งาม ในฐานะพระราชมารดาทรงเป็นแม่ที่รักลูก
ห่วงใยลูก เมื่อลูกมีปัญหาก็ช่วยหาทางแก้ไข
๒๘
คุณค่าที่ได้จากเรื่อง
๑.คุณค่าด้านวรรณศิลป์
๑.๑ ใช้ถ้อยคาไพเราะ มีการเล่นคา เล่นสัมผัสอักษร มีการใช้
โวหารภาพพจน์ และการพรรณนาให้เกิดความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน รวม
ทั้งเกิดจินตภาพชัดเจน
๑.๒ เนื้อหาของกัณฑ์มัทรีแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์
ระหว่างธรรมชาติกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครได้อย่างชัดเจน จะ
เห็นได้จากตอนที่เกิดเรื่องร้ายแก่พระนางมัทรีขณะที่หาผลาหารอยู่ใน
ป่า
๒. คุณค่าด้านสังคม
๒.๑ สะท้อนให้เห็นค่านิยมแนวโลกุตตรธรรมของประชาชนว่า
มีความปรารถนาจะบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ
๒.๒ เรื่องพระมหาเวสสันดรชาดก เป็นวรรณกรรมที่เกิดขึ้นใน
สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น จึงเป็นภาพสะท้อนชีวิตความเป็นอยู่
ขนบธรรมเนียม และค่านิยมของคนในยุคนั้น ๆได้ดีว่า มีการซื้อขาย
บุคคลเป็นทาส นิยมการบริจาคทานเพื่อหวังบรรลุนิพพาน มีความเชื่อ
เรื่องลางบอกเหตุ เชื่อเรื่องอำนาจของเทพยดาฟ้าดินต่าง ๆ นอกจาก
นี้ ยังแสดงภาพชีวิตในชนบทเกี่ยวกับการละเล่นและการเล่นซ่อนหา
ของเด็ก ๆ
๒.๓ ให้แง่คิดเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของผู้หญิงในฐานะที่เป็น
แม่และเป็นภรรยาที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด
๒.๔ มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี สะท้อนแนวคิดสำคัญ
เกี่ยวกับความรักของแม่ที่มีต่อลูกอย่างสุดชีวิต
๒.๕ ข้อคิด คติธรรม ที่สามารถนาไปใช้ในชีวิตประจาวันของ
ทุกคนได้ เกี่ยวกับการเป็นคู่สามีภรรยาที่ดี การเสียสละ เป็นคุณธรรม
ที่น่ายกย่อง และการบริจาคทาน เป็นการกระทาที่สมควรได้รับการ
อนุโมทนา
๒๙
ข้อคิดจากเรื่องที่สามารถนำไป
ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
๑.ไม่เห็นแก่ตัวไม่โลภมากอย
ากได้ของคนอื่น
๒.มีเมตตากรุณาต่อคนรอบข้าง
๓.ไม่ดูหมิ่นผู้อื่น
๔.ใช้สติในการแก้ปัญหา
๕.กตัญญูต่อผู้มีพระคุณหรือพ่อแม่
๖.เราควรทำความดีแม้ไม่มีใครเห็นก็ตาม
๗.มีปัญญาแต่ขาดสติก็เสียทีพลาดท่าได้ เพราะฉะนั้น
เราควรมีสติกับทุกๆเรื่อง
บรรณานุกรม ๓๐
https://sites.google.com/a/tupr.ac.th/jiwala/khxkhid-
thi-di-cak-reuxng
https://www.thaigoodview.com/library/studentshow/s
t2545/5-6/no39/theme_21.html
https://jirawanjane.wordpress.com
https://www.thaigoodview.com/library/studentshow/s
t2545/5-6/no39/theme_4.html
https://board.postjung.com/715905
ผลงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ๓๑
ท๓๑๑๐๒ ภาษาไทย ๓
เสนอ
ครูสุชาติ พิบูลย์วรศักดิ์
จัดทำโดย
๑. นาย ธนกฤต เค้าแคน ม.๔/๒ เลขที่ ๑๖
๒. นาย พิมพ์รพี ขำนิพัทธ์ ม.๔/๒ เลขที่ ๑๗
๓. นาย นายกษิดิศ ศรีมีชัย ม.๔/๒ เลขที่ ๑๘
๔. นาย เจษฎา แซ่แต้ ม.๔/๒ เลขที่ ๑๙
๕. นางสาวพรนัชชา มานุจำ ม.๔/๒ เลขที่ ๒๘
๖. นางสาวนันท์นภัส ตันตี ม.๔/๒ เลขที่ ๓๐
๗. นางสาวปรียาดา ประทุมวรรณ ม.๔/๒เลขที่ ๓๔
๘. นางสาวรัตนาภรณ์ อมรหัต ม.๔/๒ เลขที่ ๓๖