สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/
สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/ 2 ศูนย์รวมคู่มือแมกเนติก คอนแทคเตอร์ ศูนย์รวมความรู้แมกเนติกคอนแทคเตอร์ใน Factomart Industrial Products Marketplace ห้างสรรพสินค้า อุตสาหกรรมออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย เรารวบรวมข้อมูลอยู่ในหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของแต่ละแบรนด์ หรือวิธีการ เลือกใช้นอกจากนี้เรายังมีลิงค์ไปที่แหล่งข้อมูลต่างๆ อีกด้วย แมกเนติก คอนแทคเตอร์คือ อุปกรณ์สวิทช์ตัดต่อวงจรไฟฟ้า เพื่อการเปิด-ปิด ของหน้าสัมผัส (Contact) ท�ำงาน โดยอาศัยอ�ำนาจแม่เหล็กไฟฟ้าช่วยในการเปิด-ปิดหน้าสัมผัสในการตัดต่อวงจรไฟฟ้า เช่นเปิด-ปิดการท�ำงานของวงจรควบคุม มอเตอร์นิยมใช้ในวงจรของระบบแอร์, ระบบควบคุมมอเตอร์หรือใช้ในการควบคุมเครื่องจักรต่างๆ ข้อมูลที่เรารวบรวมไว้นอกจากจะมีบทความที่เกี่ยวกับแมกเนติก หลากหลายหัวข้อที่น่าสนใจแล้ว ยังมีแคตตาล็อกและ ราคาตั้ง Pricelist ของแมกเนติก รุ่นยอดนิยม จากแบรนด์ดัง โดยทาง factomart.com ได้รวบรวมบทความจากเว็บไซต์มา เรียบเรียงเป็นคู่มือเอกสารให้คุณศึกษา โดยมีบทความเรื่องต่างๆ ดังนี้ เข้าชมเว็บไซต์ที่นี่ https://mall.factomart.com/magneticcontactor/ แมกเนติก คอนแทคเตอร์ คืออะไร? และท�ำงานได้ อย่างไร? 1 แมกเนติก คอนแทคเตอร์นั้นคืออะไร และมีหลักการท�ำงาน อย่างไร ท�ำไมถึงต้องใช้แมกเนติกแทนสวิตซ์แบบอื่นๆ ส่วนประกอบของแมกเนติก (Magnetic Contactor) มีอะไรบ้าง ไปดูกัน! 2 ส่วนประกอบส�ำคัญภายในของแมกเนติก คอนแทคเตอร์ คือ อะไร? ที่ท�ำให้สวิทช์ตัดต่อวงจรไฟฟ้านั้นสามรถท�ำงานได้ วงจรแมกเนติก คอนแทคเตอร์ แบบไหน? เหมาะกับ งานอะไร? ไปดูกัน! 3 รูปแบบวงจรมีความจ�ำเป็นต่อการเลือกซื้อแมกเนติกให้เหมาะ สมกับลักษณะงาน แล้วต้องเลือกวงจรแบบไหน? อุปกรณ์เสริมของแมกเนติกคอนแทคเตอร์ ที่คุณ จ�ำเป็นต้องรู้ 4 มาท�ำความรู้จักกับอุปกรณ์เสริมต่างๆของแมกเนติก คอนแทค เตอร์ที่ส�ำคัญ คุณจ�ำเป็นต้องรู้! เลือกแมกเนติกคอน แทคเตอร์ Magnetic Contactor อย่างไร ให้เหมาะกับมอเตอร์ที่เราใช้งาน 5 มาท�ำความรู้จักกับอุปกรณ์เสริมต่างๆของแมกเนติก คอนแทค เตอร์ที่ส�ำคัญ คุณจ�ำเป็นต้องรู้! เปรียบเทียบ 6 แบรนด์แมกเนติกยอดนิยมใน ประเทศไทย 2560/2017 6 มาท�ำความรู้จักกับอุปกรณ์เสริมต่างๆของแมกเนติก คอนแทค เตอร์ที่ส�ำคัญ คุณจ�ำเป็นต้องรู้! ต่อ Interlock Circuit โดยการใช้ Push Button Pilot Lamp กับ Emergency Switch เพื่อ ควบคุมมอเตอร์ 3 เฟส 7 มาท�ำความรู้จักกับอุปกรณ์เสริมต่างๆของแมกเนติก คอนแทค เตอร์ที่ส�ำคัญ คุณจ�ำเป็นต้องรู้!
สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/ 3 แหล่งรวมแคตตาล็อกและราคาตั้ง Pricelist ของแมกเนติก คอนแทค เตอร์ จากแบรนด์ทั้งเอเชียและยุโรปที่นิยมใช้กันมากในอุตสาหกรรม ไม่ ว่าจะเป็น Schneider Electric, ABB, Lovato Electric, Mitsubishi Electric และ Fuji Electric ซึ่งแมกเนติกของแต่ละแบรนด์จะมีหลากหลายรุ่น โดยแต่ละรุ่นมีฟังก์ชันและการทนกระแสที่แตกต่างกัน เราได้เลือก เฉพาะรุ่นที่เป็นที่นิยมและหาซื้อได้ง่ายในเมืองไทยมาให้คุณแล้ว แคตตาล็อกและราคาแมกเนติก คอนแทคเตอร์ (Magnetic Contactor) หลากหลายรุ่น จากแบรนด์ยอดนิยม เข้าดูแคตตาล็อกได้ที่นี่ https://mall.factomart.com/magnetic-contactor/ catalog-and-price-lists/ Factomart.com เรามีแมกเนติก คอนแทคเตอร์ มากมายให้ท่านได้ เลือกสรรตามความต้องการผ่านทาง Online Catalogue ของเราได้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์ Schneider Electric, ABB, Lovato Electric, Mitsubishi Electric และ Fuji Electric เป็นแบรนด์ที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี สินค้าของเราทุกชึ้นรับรองคุณภาพ เชื่อถือได้ มั่นใจ และของแท้ 100% นอกจากนี้เรายังมีบริการเทียบสเป็คสินค้าโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญฟรี! ดูและเลือกซื้อ แมกเนติก คอนแทคเตอร์ (Magnetic Contactor) หลากหลายรุ่น ครบทุกแบรนด์ที่นี่ เข้าดูสินค้าได้ที่นี่ https://www.factomart.com/th/motor-control/ magnetic-contactor.html
4 รวมข้อมูลทุกรุ่นตั่งแต่ TeSys D (LC1D09) ถึงรุ่นประหยัด EasyPact TVS มีแคตตาล็อก/ราคาสินค้าให้ดาวน์โหลดพร้อมโอเวอร์โหลด รีเลย์ แมกเนติก คอนแทคเตอร์ แบรนด์ Schneider เข้าดูเว็บไซต์ได้ที่นี่ https://mall.factomart.com/magneticcontactor-schneider-electric/ รวมข้อมูล รุ่นที่เป็นที่นิยมในเมื่องไทย มีทั้งรุ่น A (A9 – A300) และ รุ่น AF (AF09 – AF2650) มีแคตตาล็อก/ราคาสินค้าให้ดาวน์โหลด พร้อม โอเวอร์โหลด รีเลย์ แมกเนติก คอนแทคเตอร์ แบรนด์ ABB เข้าดูเว็บไซต์ได้ที่นี่ https://mall.factomart.com/magneticcontactor-abb/ รวมข้อมูล รุ่นที่เป็นที่นิยมในเมื่องไทย มีทั้งรุ่น SN (S-N35 ถึง S-N800) และรุ่น ST (S-T10 - S-T100) พร้อมแคตตาล็อก/ราคาสินค้าให้ดาวน์โหลด และโอเวอร์โหลด รีเลย์ แมกเนติก คอนแทคเตอร์ แบรนด์ Mitsubishi Electric เข้าดูเว็บไซต์ได้ที่นี่ https://mall.factomart.com/magneticcontactor-mitsubishi/ รวมข้อมูล รุ่นที่เป็นที่นิยมในเมื่องไทย คือ รุ่น SC (SC03 - N16) พร้อม แคตตาล็อก/ราคาสินค้าให้ดาวน์โหลด และโอเวอร์โหลด รีเลย์ แมกเนติก คอนแทคเตอร์ แบรนด์ Fuji Electric เข้าดูสินค้าได้ที่นี่ https://mall.factomart.com/magneticcontactor-fuji-electric/
สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/ 5 คุณยังเป็นมือใหม่กับการควบคุมมอเตอร์หรือเปล่า? หรืออยากเรียนรู้เพื่อศึกษาเพิ่มเติม คู่มือ การสตาร์ทและควบคุมมอเตอร์ โดย Factomart จะสอนทุกประเด็นที่เกี่ยวกับการควบคุมมอเตอร์ เพื่อ ให้คุณสามารถเข้าใจและออกแบบเลือกใช้ระบบควบคุมมอเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ในคู่มือชุดนี้เรามีด้วยกันทั้งหมด 12 บท ในการควบคุมมอเตอร์นั้น ถ้าคุณดูเพียงประเด็นใด ประเด็นหนึ่ง โดยที่ไม่ดูภาพรวมอาจจะสร้างปัญหาขึ้นได้ในภายหลังได้ รวมถึงการน�ำมาซึ่งความสิ้น เปลือง เราหวังว่าหลังจากที่คุณได้อ่านคู่มือของเราแล้ว คุณจะสามารถท�ำ TOR (Term of Requirment) ของโปรเจคของคุณได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ คู่มือการสตาร์ทและควบคุมมอเตอร์ โดย Factomart เข้าดูเว็บไซต์ที่นี่ https://mall.factomart. com/guide-to-motorcontrol/ ศูนย์รวมข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับการสตาร์ทมอเตอร์แบบสตาร์-เดลต้า (Star-Delta) ที่รวบรวม ข้อมูลที่ส�ำคัญและตรงประเด็นไว้ในที่เดียว ข้อมูลเหล่านี้เหมาะกับผู้ที่สนใจศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการ สตาร์ทมอเตอร์แบบสตาร์-เดลต้าหรือผู้ที่หาวิธีการสตาร์ทมอเตอร์เพื่อน�ำไปใช้งานจริง ทั้งเนื้อหาของ การสตาร์ทมอเตอร์แบบสตาร์-เดลต้า Star-Delta Starter ที่อธิบายวิธีการสตาร์ทไว้อย่างละเอียด วิธีการ ต่อวงจร สตาร์-เดลต้า (Star-Delta) ส�ำหรับมือใหม่ที่มีปัญหาในการดูวงจรไดอะแกรมของ Star-Delta ไม่เข้าใจ และวิธีการหาเวลาที่เหมาะสมส�ำหรับการเปลี่ยน Star เป็น Delta ในการสตาร์ทมอเตอร์แบบ Star-delta มักจะเจอปัญหาท�ำให้แมกเนติกมันเกิดช็อตกัน ในจังหวะที่มีการเปลี่ยนจากสตาร์เป็นเดลต้า จึงต้องหาระยะเวลาว่านานเท่าไหรที่จะใช้ในการเปลี่ยนสตาร์เป็นเดลต้าที่ดีที่สุด ศูนย์รวมคู่มือการสตาร์ทมอเตอร์แบบสตาร์-เดลต้า (Star-Delta Starting Guide Center) เข้าดูเว็บไซต์ที่นี่ https://mall.factomart. com/star-delta-motorstaring-guide-center/
สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/ 6 บทที่ 1 : แมกเนติก คอนแทคเตอร์ คืออะไร และท�ำงานได้อย่างไร เปิดหน้าเว็บไซต์ที่นี่ https://mall. factomart.com/ principle-of-mag- netic-contactor/ เริ่มต้นเรื่องของแมกเนติก คอนแทคเตอร์ ด้วยการท�ำความเข้าใจก่อนว่าแมกเนติก คอนแทคเตอร์นั้นคืออะไร และมี หลักการท�ำงานอย่างไร ท�ำไมถึงต้องใช้แมกเนติกแทนสวิตซ์แบบอื่นๆ บทความนี้ถือว่าเป็นบทความแรกก่อนที่คุณจะไปบทความ เรื่องอื่นๆ ในเนื้อหาเกี่ยวกับแมกเนติก เนื้อหาของบทความจะช่วยให้เพิ่มความเข้าใจมากยิ่งขึ้น เวลาที่ไปอ่านบทความต่อไปคุณก็ จะเข้าใจง่าย
7 Magnetic Contactor คืออะไร? แมกเนติกคอนแทคเตอร์ คือ อุปกรณ์สวิทช์ตัดต่อวงจรไฟฟ้า เพื่อการเปิด-ปิด ของหน้าสัมผัส (Contact) ท�ำงานโดยอาศัยอ�ำนาจแม่เหล็กไฟฟ้าช่วยในการเปิด-ปิดหน้า สัมผัส ในการตัดต่อวงจรไฟฟ้า เช่น เปิด-ปิด การท�ำงานของวงจรควบคุมมอเตอร์ นิยม ใช้ในวงจรของระบบแอร์ , ระบบควบคุมมอเตอร์ หรือใช้ในการควบคุมเครื่องจักรต่างๆ โดยแมกเนติกคอนแทคเตอร์นั้น จะมีส่วนประกอบหลักที่ส�ำคัญต่อการท�ำงาน ได้แก่ แกน เหล็ก (Core) ,ขดลวด (Coil) ,หน้าสัมผัส (Contact) และสปริง (Spring) หลักการท�ำงานแมกเนติก คอนเเทคเตอร์ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไปยังขดลวดสนามแม่เหล็กที่อยู่ขากลางของแกนเหล็ก ขดลวดจะสร้างสนามแม่เหล็กที่แรงสนามแม่เหล็กชนะ แรงสปริงดึงให้แกนเหล็กชุดที่เคลื่อนที่ (Stationary Core) เคลื่อนที่ลงมาในสภาวะนี้ (ON) คอนแทคทั้งสองชุดจะเปลี่ยนสภาวะการท�ำงานคือ คอนแทคปกติปิดจะเปิดวงจรจุดสัมผัสออก และคอนแทคปกติเปิดจะต่อวงจรของจุดสัมผัส เมื่อไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปยังขดลวด สนามแม่ เหล็กคอนแทคทั้งสองชุดจะกลับไปสู่สภาวะเดิม ภาพแสดงแมกเนติก คอนแทคเตอร์ ภาพแสดงการท�ำงานของแมกเนติก คอนแทคเตอร์ จะเห็นได้ว่าส่วนประกอบต่างๆ คือ ปัจจัยส�ำคัญที่จ�ำเป็นต่อกระบวนการท�ำงานของแมกเนติกคอนแทคเตอร์ แต่ถ้าหากต้องการเพิ่ม ประสิทธิภาพเพื่อการท�ำงานให้ดี เราจ�ำเป็นต้องค�ำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการท�ำงานด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเลือกใช้แมกเนติก คอนแทค เตอร์์ อย่่างไรให้้ได้้ผล และเราควรเลืือกใช้้แมกเนติิก คอนแทคเตอร์์ ประเภทไหนให้้เหมาะกัับงาน รวมไปถึึงเรื่่องอุุปกรณ์์เสริิมของแมกเนติิก คอนแทคเตอร์์ที่่จำำเป็็นต้้องรู้้ เพราะสิ่่งเหล่่านี้้คืือข้้อมููลสำำคััญที่่จะช่่วยเพิ่่มประสิิทธิิภาพและสามารถแก้้ไขปััญหาต่่างๆที่่อาจเกิิดขึ้้นได้้ในการทำำงาน
สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/ 8 เปิดหน้าเว็บไซต์ที่นี่ https://mall. factomart.com/ component-ofmagnetic-contac- tor/ เนื้อหาในส่วนนี้เราจะพาทุกท่านมาล้วงลับ เข้าไปดูส่วนประกอบภายในของ แมกเนติกคอนแทคเตอร์ ว่าอะไรคือส่วน ประกอบส�ำคัญ? ที่ท�ำให้สวิทช์ตัดต่อวงจรไฟฟ้า นั้นสามรถท�ำงานได้ โดยแต่ส่วน มีความส�ำคัญ และ มีหน้าที่อย่างไร? ทางเรา ได้จัดเตรียมข้อมูลไว้พร้อมที่จะพาท่านไปเยี่ยมชมภายใน ให้เข้าใจถึงกระบวนการท�ำงานของ แมกเนติกคอนแทคเตอร์กันครับ บทที่่ 2 : ส่่วนประกอบของแมกเนติิก (Magnetic Contactor) มีีอะไรบ้้าง
9 ส่วนประกอบของแมกเนติก คอนแทคเตอร์ แกนเหล็ก (Core) มี 2 ส่วนได้แก่ แกนเหล็กอยู่ กับที่และแกนเหล็กเคลื่อนที่ ขดลวด (Coil) ขดลวดหรือคอยล์ ท�ำจาก ลวดทองแดงพันอยู่รอบแกน ล้อพันขดลวด (Bobbin) หน้าสัมผัส (Contact) หน้าสัมผัสจะยึดติดอยู่กับ แกนเหล็กเคลื่อนที่ สปริง (Spring) ท�ำหน้ าที่ไม ่ให้ หน้า คอนแทคสัมผัสกัน แกนเหล็ก (Core) แกนเหล็กนี้ผลิตจากแผ่นเหล็กบางๆ น�ำมาวางซ้อนกันหลายๆ ชั้น โดยแผ่นเหล็กเหล่านี้จะถูกเคลือบด้วยฉนวนไฟฟ้า เพื่อป้องกันไม่ ให้กระแสไฟไหลวนในแกนเหล็ก ที่จะส่งผลให้เกิดความร้อนภายในแกนเหล็ก แกนเหล็กที่ท�ำหน้าเป็นทางเดินของเส้นแรงแม่เหล็ก ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ แกนเหล็กอยู่กับที่ (Stationary Core) มีขดลวดทองแดงพันรอบอยู่ และมีวงแหวนบัง (Shading Ring) ฝังอยู่บนผิวหน้าของแกนเหล็ก เมื่อท�ำการจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับ AC เข้าไปที่ขดลวด เส้นแรงแม่เหล็กจะเปลี่ยนสลับไปมา ส่งผล ให้อาร์เมเจอร์เกิดการสั่นไหวตามจังหวะการเปลี่ยนแปลงเส้น แรงแม่เหล็ก วงแหวนบัง (Shading Ring) จะท�ำให้เกิดเส้นแรง แม่เหล็กที่ต่างเฟสกับเส้นแรงแม่เหล็กหลัก จึงสามารถช่วยลด การสั่นลงได้ ท�ำจากแผ่นเหล็กบางอันซ้อนกันเป็นแกน โดยมีชุดหน้าสัมผัส เคลื่อนที่ (Moving Contact) ยึดติดอยู่ 1 แกนเหล็กเคลื่อนที่ (Moving Armature)
สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/ 10 ขดลวด (Coil) ขดลวดท�ำมาจากทองแดง ขดลวดจะถูกพันอยู่รอบแกนเหล็กอยู่กับที่ ท�ำหน้าที่สร้างสนามแม่เหล็ก โดยมีขั้วต่อไฟเข้าสัญลักษณ์ A1 - A2 2 หน้าสัมผัส (Contact) หน้าสัมผัสของแมกเนติก คอนแทคเตอร์ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ หน้าสัมผัสหลัก (Main Contact) ท�ำหน้าที่ตัด-ต่อกระแสไฟฟ้าในวงจรก�ำลัง (Power Circuit) เข้า สู่โหลด ซึ่งมีขนาดกระแสไฟฟ้าที่มากกว่า หน้าสัมผัสนี้จึงมี ขนาดใหญ่กว่า แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ หน้าสัมผัสส่วนนี้มีขนาดของชุดหน้าสัมผัสเล็กกว่าหน้าสัมผัส หลัก รองรับกระแสไฟได้น้อยกว่า ถูกน�ำไปใช้งานในวงจร ควบคุม (Control Circuit) หน้าสัมผัสชนิดนี้มีทั้งแบบติดตั้งอยู่ ในตัวแมกเนติกเลย หรือแบบติดตั้งแยกต่างหากที่น�ำมา ประกอบเข้ากับแมกเนติกเพิ่มได้ภายหลัง โดยแบบติดตั้งแยกจะ ได้รับความนิยมมากกว่าแบบติดตั้งอยู่ในตัว และสามารถติดตั้ง ได้ทั้งด้านข้างหรือด้านบนของแมกเนติก คอนแทคเตอร์ หน้า สัมผัสช่วยนี้แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ 3 หน้าสัมผัสช่วย (Auxilary Contact) หน้าสัมผัสอยู่กับที่ (Stationary Contact) หน้าสัมผัสส่วนนี้จะถูกยึดติดอยู่กับโครง (Mounting) ของแมกเนติก ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เชื่อมต่อกับสายตัว น�ำไฟฟ้าทั้งด้านเข้าและด้านออก หน้าสัมผัสเคลื่อนที่ (Movable Contact) หน้าสัมผัสส่วนนี้จะถูกยึดอยู่กับส่วนแกนเหล็ก เคลื่อนที่ โดยมีตัวรองรับที่วัสดุเป็นฉนวนไฟฟ้าเป็นตัว ยึดเข้าด้วยกัน หน้าสัมผัสปกติเปิด (Normally Open : NO) หน้าสัมผัสปกติปิด (Normally Close : NC) สปริง (Spring) เป็นสปริงแบบชนิดสปริงกด (Pressure Spring) โดยสปริงในแมกเนติก คอนแทคเตอร์ มี 2 ชุด คือ สปริงดันแกนเหล็ก สปริงกันแกนเหล็กหรือสปริงดันอาร์เมเจอร์ คือ สปริงที่ท�ำหน้าที่ ดันแกนเหล็กทั้ง 2 ส่วนให้แยกจากกันเมื่อไม่มีการจ่ายไฟเข้าขด ลวดสร้างสนามแม่เหล็ก เป็นผลให้หน้าสัมผัสแยกออกจากกัน สปริงส่วนนี้จะมีขนาดใหญ่ที่สุด คือ สปริงที่ติดตั้งอยู่กับหน้าสัมผัส (ส่วนที่เคลื่อนที่) ติดตั้งอยู่ ด้านหลังของหน้าสัมผัส ท�ำหน้าที่คอยดันให้หน้าสัมผัสแนบ สนิทกับหน้าสัมผัสส่วนที่อยู่กับที่ และเป็นตัวซึมซีบแรงกระแทก ระหว่างหน้าสัมผัส เพื่อไม่ให้หน้าสัมผัสเกิดความเสียหาย 4 สปริงดันหน้าสัมผัส เห็นไหมครับว่า? ถึงแม้จะเป็นส่วนประกอบเพียงไม่กี่ชิ้น แต่ก็เป็นส่วนที่พื้นฐานที่ส�ำคัญที่ไม่สามารถขาดไปได้ เปรียบเสมือนการใช้งาน เช่นกัน เราจ�ำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานและมีความเข้าใจว่าแมกเนติกคอนแทคเตอร์คืออะไร เพื่อที่เราจะได้มีความรู้มากพอ ให้สามารถเลือกซื้อกลุ่ม สินค้าของแมกเนติกคอนแทคเตอร์ให้เหมาะสมกับงานและเกิดประสิทธิภาพได้มากที่สุดครับ และทั้งหมดนี้คือส่วนประกอบต่างๆ ของแมกเนติกคอนแทคเตอร์ ที่ทาง Facromart.com ได้จัดเตีรยมข้อมูลไว้เพื่อทีจะเสริมความรู้และ ความเข้าใจถึงส่วนประกอบส�ำคัญที่อยู่ภายในของแมกเนติกคอนแทคเตอร์
สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/ 11 บทที่ 3 : วงจรแมกเนติก คอนแทคเตอร์ แบบไหน? เหมาะกับงานอะไร? เปิดหน้าเว็บไซต์ที่นี่ https://mall. factomart.com/ how-to-controla-magnetic-con- tactor/ ในหัวข้อนี้เราจะพูดถึง รูปแบบวงจรของ Magnetic Contactor ซึ่งข้อมูลส่วนนี้มีความจ�ำเป็นต่อการเลือกใช้ กลุ่ม สินค้าของแมกเนติกคอนแทคเตอร์ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับลักษณะงาน โดยการแบ่งรูปแบบการท�ำงานด้วย วงจรควบคุม มอเตอร์ (Start motor) ของแมกเนติก คอนแทคเตอร์ เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ท่านมีความใจถึงความหมายว่า แมกเนติก คอนแทคเตอร์คืออะไร? ได้อย่างเข้าใจและน�ำไปสู่ประสิทธิภาพการท�ำงานที่ดียิ่งขึ้น
12 การใช้งานแมกเนติกคอนแทคเตอร์ให้เหมาะสมได้นั้น เราจ�ำเป็นต้องมีความเข้าใจในเรื่องของวงจรควบคุมกันก่อน โดยในเนื้อหาต่อไปนี้ จะใช้ วงจรควบคุมมอเตอร์ (Start motor) เป็นเกณฑ์ในการแบ่งรูปแบบการท�ำงาน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ วงจรควบคุมมอเตอร์ (Start motor) ของแมกเนติก คอนแทคเตอร์ การควบคุมวงจรมอเตอร์ของแมกเนติกคอนแทคเตอร์ มักแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ การเริ่มเดินมอเตอร์โดยตรง เป็นการจ่ายแรงดันไฟฟ้าตามพิกัดที่ระบุบน Name Plate มอเตอร์ เรียกย่อว่าการสตาร์ทแบบ DOL โดยไม่มี การลดกระแสหรือแรงดันขณะสตาร์ท ซึ่งมอเตอร์จะมีกระแสขณะสตาร์ทประมาณ 6 ถึง 7 เท่าของกระแสพิกัด จึงเหมาะกับมอเตอร์ขนาดเล็กเช่น มอเตอร์มีขนาดไม่เกิน 7.5 กิโลวัตต์หรือ 10 แรงม้า แต่อาจมีการสตาร์ทแบบ DOL ได้เช่นกันในมอเตอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ ส�ำหรับงานที่ต้องการ แรงบิดสูงๆ การสตาร์ทมอเตอร์โดยตรง (Direct on line starter: DOL) รูปแสดงวงจรการสตาร์ทมอเตอร์โดยตรง (Direct on line starter: DOL) เนื่องจากการเริ่มเดินมอเตอร์แบบ DOL จะมีกระแสสตาร์ทสูงประมาณ 7 ถึง 10 เท่า ท�ำให้การเลือกอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นขนาดของเซอร์กิต เบรกเกอร์, คอนแทคเตอร์, สายไฟ จะต้องมีการเผื่อการรองรับกระแสให้เพียงพอ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น การเดินมอเตอร์ด้วยการลดแรงดันไฟฟ้า (Reduced Voltage Starter) ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีหลายแบบด้วยกัน แต่วิธีที่นิยมที่สุด คือ การเริ่มเดินแบบสตาร์-เดลต้า (Star-delta starter) ซึ่งการสตาร์ทแบบสตาร์-เดลตา นี้ เป็นวิธีการที่นิยมใช้กันมาก เนื่องจากออกแบบง่ายและเหมาะส�ำหรับการสตาร์ทมอเตอร์สามเฟสแบบ เหนี่ยวน�ำใช้ส�ำหรับมอเตอร์ที่มีการต่อขดลวดภายในที่มีปลายสาย ต่อออกมาข้างนอก 6 ปลาย และมอเตอร์จะต้องมีพิกัดแรงดันส�ำหรับการต่อแบบ เดลตาที่สามารถต่อเข้ากับแรงดันสายจ่ายได้อย่างปลอดภัย ปกติพิกัดที่ตัวมอเตอร์ส�ำหรับระบบแรงดัน 3 เฟส 380 V จะระบุเป็น 380/660 V ในขณะสตาร์ทมอเตอร์จะท�ำการต่อแบบสตาร์ (Star หรือ Y) ซึ่งสามารถลดแรงดันขณะสตาร์ทได้ และ เมื่อมอเตอร์หมุนไปได้สักระยะหนึ่งประมาณความเร็ว 75% ของความเร็วพิกัดมอเตอร์จะท�ำการต่อ แบบเดลตา ( Delta หรือ D) การสตาร์ทมอเตอร์ด้วยการลดแรงดันไฟฟ้า (Reduced Voltage Starter) หรือ Star-Delta
13 จากเนื้อหาทั้งหมดที่กล่าวมานั้น จะเห็นได้ว่าหากเราใช้ วงจรควบคุมมอเตอร์ (Start motor) เป็นเกณฑ์ในการแบ่งรูปแบบนั้น จะสามารถ แบ่งได้ทั้งหมดเป็น 2 แบบ ได้แก่ การสตาร์ทมอเตอร์โดยตรง (Direct on line starter: DOL) และ การสตาร์ทมอเตอร์ด้วยการลดแรงดันไฟฟ้า (Reduced Voltage Starter)/ Star Delta โดยรายละเอียดของแต่ละแบบนั้น ก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป รููปแสดงวงจร star-delta ภาค Control รูปแสดงวงจร star-delta ภาค Power
สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/ 14 บทที่ 4 : อุปกรณ์เสริมของแมกเนติก คอนแทคเตอร์ ที่คุณจ�ำเป็นต้องรู้ เปิดหน้าเว็บไซต์ที่นี่ https://mall. factomart.com/ accessories-ofmagnetic-contac- tor/ ในบทความนี้เราจะพาท่านผู้อ่านมาท�ำความรู้จักกับ อุปกรณ์เสริมต่างๆของ Magnetic Contactors ที่ท่านจ�ำเป็นต้อง รู้! ไม่ว่าจะเป็น คอนแทกเสริม (Auxiliary contacts), Mechanical interlock และคอยล์รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับแมกเนติ ก เช่นโอเวอร์โหลด , Time Relays , Protection Relay และอุปกรณ์อื่นๆที่มีความเกี่ยวข้อง สาเหตุที่จ�ำเป็นต้องรู้! เพราะอุปกรณ์เสริมต่างๆ มักจะถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยอ�ำนวยความสะดวก หรือ แก้ไขปัญหา ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการท�ำงาน โดยอุปกรณ์เสริมที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้จะเป็นอุปกรณ์เสริมที่มีความนิยม และ สามารถช่วยให้งาน มีประสิทธิภาพได้ดีขึ้นด้วย
15 อุปกรณ์เสริมของแมกเนติกคอนแทคเตอร์ (Contactor Accessories) เป็นอุปกรณ์ใช้กับวงจรควบคุม ซึ่งหน้าสัมผัสจะมี 2 แบบ คือ ปกติเปิด (Normally Open : N.O.) และ ปกติปิด (Normally Close : N.C.) ปกติแล้วจะมาพร้อมแมกเนติกอยู่แล้วต่อสามารถต่อเพิ่มได้ กรณี ที่มีวงจรควบคุมหลายวงจร คอนแทคเสริม (Auxiliary contacts) เป็นอุปกรณ์เสริมที่ใช้ป้องกันไม่ให้แมกเนติก 2 ตัวท�ำงาน พร้อมกัน โดยส่วนใหญ่จะใช้ส�ำหรับสตาร์ทมอเตอร์แบบสตาร์เดลต้า (Y-D) และแบบกลับทางหมุน (FW) Mechanical Interlock อุปกรณ์ที่นิยมใช้ร่วมกับแมกเนติกคอนแทคเตอร์
สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/ 16 แมกเนติกคอนแทคเตอร์เป็นอุปกรณ์สวิทช์ตัดต่อวงจรไฟฟ้าที่สามารถทนกระแสได้สูงๆ ส่วนใหญ่แล้วเราจะเจอแมกเนติก คอนแทคเตอร์ อยู่ในตู้คอนโทรลมอเตอร์หรือตู้สตาร์ทมอเตอร์ ซึ่งในบทความนี้เราได้น�ำอุปกรณ์ในตู้สตาร์ทมอเตอร์ที่ใช้ร่วมกับแมกเนติกมีดังนี้ โอเวอร์โหลดรีเลย์ (Overload Relay) เป็นอุปกรณ์ป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าเกินก�ำลัง หรือ ป้องกันมอเตอร์ ไม่ให้เกิดการเสียหาย เมื่อมีกระแสไหลเกินพิกัด ไทเมอร์ (Timer) คือ อุปกรณ์ทางไฟฟ้า ใช้ในการควบคุมเวลาการท�ำงานของ อุปกรณ์บางอย่าง เช่น เวลาในการสตาร์ทมอเตอร์ หรือเวลาใน การเปิด-ปิดแอร์ แบบอัตโนมัติ เพื่อให้เป็นไปตามที่ผู้ใช้ต้องการ มอเตอร์เบรกเกอร์ MPCB คือ Circuit Breaker ที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับมอเตอร์ มีทั้งชนิดที่ รวมและไม่รวม Overload ภายในตัว ซึ่งชนิดที่รวม Overload ภายในตัวสามารถปรับตั้งกระแสที่ตัว Breaker ได้ รีเลย์ป้องกัน Protection Relay เป็นอุปกรณ์ป้องกันระบบไฟฟ้า เมื่อเกิดความผิดปกติของระบบ ไฟ รีเลย์ป้องกัน จะท�ำหน้าที่ตัดวงจรไฟฟ้าออกจากระบบ ด้วย ความเร็วสูงเพื่อลดความเสียหายของอุปกรณ์ไฟฟ้า จากบทความนี้คงท�ำให้ผู้อ่านได้รู้จักกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ของ Magnetic Contactors ที่คุณจ�ำเป็นต้องรู้แล้วนะครับ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดนี้ จะเป็นข้อมูลส�ำคัญที่จะช่วยให้ท่านมีความเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงว่าแมกเนติก คอนแทคเตอร์ คืออะไร ซึ่งเป็นพื้นฐานส�ำคัญที่จะช่วยให้เรา สามารถน�ำไปประยุกต์ใช้งานและน�ำไปเลือกใช้กลุ่มสินค้าของแมกเนติกคอนแทคเตอร์ได้อย่างเหมาะสม
สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/ 17 บทที่ 5 : เลือก แมกเนติกคอนแทคเตอร์ Magnetic Contactor อย่างไร ให้เหมาะกับมอเตอร์ที่เราใช้งาน เปิดหน้าเว็บไซต์ที่นี่ https://mall. factomart.com/ magnetic-contac- tor/how-to-selecta-magnetic-con- tactor-for-motor/ ในการที่จะเลือกตัวแมกเนติก คอนแทคเตอร์นั้น คุณควรที่จะเลือกให้เหมาะสมกับประเภทของโหลด โดยเฉพาะโหลดที่ เป็นมอเตอร์แบบ 3 เฟส อินดักทีฟโหลด (Inductive Load) อย่างมอเตอร์นั้นเป็นโหลดแบบพิเศษ เพราะว่ามันต้องใช้กระแสที่ สูงในการสตาร์ทตัวมอเตอร์มันเองก่อน และยังมีแฟคเตอร์อื่นอย่าง เช่น แหล่งจ่ายไฟ (Supply) ในโรงงานที่ยังต้องค�ำนึงถึง อีกด้วย ในบทความนี้เราจะมาดูถึงการเลือกแมกเนติก คอนแทคเตอร์ ให้ถูกต้องและเหมาะสมกับมอเตอร์ที่เราใช้งาน
18 สิ่งที่ต้องค�ำนึงตอนเลือกแมกเนติก คอนแทคเตอร์ ซึ่งประเภทของโหลดนั้นจะมีมาตรฐาน IEC รองรับ อาทิเช่น AC-1 และ AC-3 เป็นต้น ซึ่งมอเตอร์ส่วนมากที่เราจะใช้ร่วมกับคอนแทค เตอร์นั้นจะเป็นแบบพวก AC-3 (Squirrel-cage motors) ซึ่งคุณสามารถดูตารางประเภทของโหลดได้ที่นี่ 1 ประเภทของโหลด ตารางประเภทการใช้งาน (UTILIZATION CATEGORIES) ประเภทการใช้งาน (Utilization categories) ลักษณะการใช้งาน AC-1 โหลด Non-inductive หรือ Slightly Inductive เช่น เครื่องท�ำความร้อน AC-2 มอเตอร์ Slip-ring AC-3 มอเตอร์ Squirrel-cage AC-4 มอเตอร์ Squirrel-cage AC-5a การสลับโหลดโคมไฟ AC-5b การสลับโคมไฟแบบหลอดไส้ AC-6a การสลับโหลดหม้อแปลง AC-6b การสลับโหลดตัวเก็บประจุไฟฟ้า AC-7a โหลดเครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น เครื่องผสม/ปั่น AC-7b โหลดมอเตอร์ส�ำหรับเครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น พัดลมระบายอากาศ AC-8a คอมเพรสเซอร์ Hermetic ควบคุมมอเตอร์ด้วยโอเวอร์โหลดอัตโนมัติ AC-8b คอมเพรสเซอร์ Hermetic ควบคุมมอเตอร์ด้วยโอเวอร์โหลดอัตโนมัติ AC-12 การควบคุมโหลดตัวต้านทานและโหลด Solid State AC-13 การควบคุมโหลด Solid State ด้วย Transformer Isolation AC-14 การควบคุมโหลดแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดเล็ก AC-15 การควบคุมโหลดแม่เหล็กไฟฟ้า AC AC-20 การเชื่อมต่อและปลดโหลด ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่มีโหลด AC-21 การสลับโหลดตัวต้านทาน รวมทั้งโอเวอร์โหลดเกินพิกัดปานกลาง AC-22 การสลับโหลด Resistive และ Inductive รวมถึงโอเวอร์โหลดพิกัดปานกลาง AC-23 การสลับโหลดมอเตอร์หรือโหลดอุปนัยสูงๆ A การป้องกันวงจรโดยไม่มีการทนกระแสไฟฟ้า B การป้องกันวงจรด้วยกระแสไฟทนแรงกระแสในระยะเวลาสั้นๆ DC-1 โหลด Non-inductive หรือ Slightly inductive เช่น โหลดความต้านทาน เครื่อง ท�ำความร้อน DC-3 Shunt-motors DC-5 มอเตอร์ชุด DC-6 การสลับโหลดไฟหลอด DC-12 การควบคุมโหลดตัวต้านทานและโหลด Solid State ด้วยการแยกอุปกรณ์พวก opto-coupler DC-13 การควบคุม DC Electromagnetics DC-14 ควบคุมกระแสไฟ DC ที่มีตัวต้านทานในวงจร DC-20 การเชื่อมต่อและปลดโหลด ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่มีโหลด DC-21 การสลับโหลดตัวต้านทานรวมทั้งโอเวอร์โหลด DC-22 การสลับโหลดความต้านทานและโอเวอร์โหลด เช่น มอเตอร์แบบแบ่ง DC-23 การสลับโหลดแรงดันสูง เช่น มอเตอร์ชุด
19 จากตารางจะเห็นได้ว่า ประเภทของโหลดนั้นมีหลากหลายประเภทมาก เนื่องจากกระแสช่วงเริ่มสตาร์ทของแต่ละประเภทนั้นมีค่าต่างกัน ดังนั้นส�ำหรับการเลือกแมกเนติกไปใช้นั้นเราต้องรู้โหลดที่ต้องใช้งานเสียก่อนเพื่อความปลอดภัยและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน 2 Inrush Current กระแสไฟกระชาก กระแสที่ใช้สตาร์ทมอเตอร์นั้นสูงกว่ากระแสที่ใช้ส�ำหรับการรันมอเตอร์มาก เพราะฉะนั้นตัวคอนแทคเตอร์ที่คุณเลือกนั้นควรที่จะสามารถ รองรับกระแสที่สตาร์ทมอเตอร์ได้ ไม่ใช่เพียงแต่ใช้รันมอเตอร์ ดังกราฟด้านล่าง จากรูปจะเห็นว่า ค่ากระแสส�ำหรับโหลด AC-3 จะมีค่าน้อย กว่าโหลด AC-1 เนื่องจากทางผู้ผลิตได้ออกแบบเพื่อสามารถทนกระแส ช่วงเริ่มสตาร์ทได้ ดังนั้นถ้าต้องการแมคเนติกเพื่อใช้งานกับมอเตอร์เรา ต้องดูค่ากระแสที่เขียนก�ำกับส�ำหรับโหลด AC-3 เพื่อความคุ้มค่า, ปลอดภัยและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน 3 Inrush Current กระแสไฟกระชาก โดยทั่วไปแล้วโรงงานในไทยใช้แรงดันอยู่ที่ 400V แต่พวกโรงงานญี่ปุ่น โรงงานที่เป็นบริษัทจากญี่ปุ่นหลายที่มักจะใช้แรงดัน 110V และ อุตสาหกรรมหนักในประเทศไทยมักจะใช้แรงดันที่สูงกว่า 440V ซึ่งอาจจะสูงถึง 690V ได้ กระแสที่ตัวคอนแทคเตอร์ทนได้นั้นขึ้นอยู่แรงดันของระบบ ไฟฟ้าในไซด์งานด้วย ดังนั้นตรงนี้เราก็ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนว่าแมคเนติกที่ใช้นั้นรองรับแรงดันซัพพลายของโรงงานได้หรือไหม จากรูปจะเห็นว่า ต่างรุ่นต่างแบนดร์นั้นมีการรองรับแรงดันซัพพลายที่ต่างกัน
สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/ 20 การเลือกแมกเนติก คอนแทคเตอร์มีอยู่ 3 ขั้นตอน ดังนี้ ค่าไฟฟ้าที่คูณต้องดูให้ถูกต้องจาก Nameplate ของมอเตอร์ มีอยู่ 3 ค่า คือ กระแส ก�ำลังไฟ้าหรือแรงม้า และแรงดันที่มอเตอร์ ต้องการ ตัวอย่าง ช่างในโรงงานอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ที่ต่างจังหวัด ซึ่ง ขอใช้ไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยใช้ระดับแรงดันไฟฟ้าที่ 400/230VAC ต้องการต่อ Motor แบบ Delta โดยใช้ Magnetic Contactor ของ Mitsubishi ST Series โดยให้ข้อมูลของมอเตอร์ตาม Nameplate Motor ABB ด้านข้าง ขั้นตอนที่ 1 ดูค่าไฟฟ้าต่างๆ ที่ถูกต้องจาก Nameplate ของมอเตอร์ ตัวอย่างที่ 2 โรงงานอุตสาหกรรมผลิตเหล็ก ซึ่งเป็น อุตสาหกรรมหนัก และใช้ไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งใช้ระดับ แรงดันไฟฟ้าที่ 400/230VAC เหมือนตัวอย่างด้านบน ต้องการ Start Motor แบบ Star ตาม Nameplate Motor ABB ด้านข้าง แต่ต่อผ่านตัว Step Up Transformer เพื่อแปลงแรงดันจาก 400VAC เป็น 690VAC เพื่อลดกระแสใช้งานจากเดิม 55AAC ให้เหลือ 32AAC จะได้ใช้ขนาด สายไฟฟ้าเส้นเล็กลง และเพิ่มประสิทธิภาพจากการลดการสูญเสียใน สาย ซึ่งจะใช้ Magnetic Contactor ของ Mitsubishi ST Series เหมือน เดิม จาก 2 ตัวอย่างนั้นจะเห็นได้ว่า มอเตอร์ตัวเดียวกันแต่การต่อใช้งานต่างกัน ดังนั้นเราต้องเลือกแมคเนติกที่เหมาะกับการใช้งานด้วย เพื่อ ความปลอดภัยและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน จาก nameplate ของมอเตอร์นั้นเราได้ค่าต่างๆที่ใช้ประกอบการเลือกแล้ว ต่อไปเราเลือกตัวแมค เนติกกัน
21 หาตารางการเลือกคอนแทคเตอร์ของผู้ผลิตในแบรนด์ที่คุณ ต้องการจะใช้ ขั้นตอนที่ 2 รุ่น Model กระแสสูงสุด ที่ 380 - 400V พิกัดมอเตอร์ kW @ 400V Coil คอนแทคช่วย ราคา AC-1 AC-3 (บาท) แมกเนติก มิตซูบิชิ S-T10 S-T10 11 9 4 AC 1NO *** แมกเนติก มิตซูบิชิ S-T12 S-T12 13 12 5.5 AC 1NO+1NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ S-T20 S-T20 13 18 7.5 AC 1NO+1NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ S-T21 S-T21 32 20 11 AC 2NO+2NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ S-T25 S-T25 32 26 15 AC 2NO+2NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ S-T32 S-T32 32 32 15 AC - *** แมกเนติก มิตซูบิชิ S-T35 S-T35 60 40 18.5 AC 2NO+2NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ S-T50 S-T50 80 50 22 AC 2NO+2NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ S-T65 S-T65 100 65 30 AC 2NO+2NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ S-T80 S-T80 120 85 45 AC 2NO+2NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ S-T100 S-T100 150 105 55 AC 2NO+2NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ SD-T12 SD-T12 13 12 5.5 DC 1NO+1NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ SD-T20 SD-T20 13 18 7.5 DC 2NO+2NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ SD-T21 SD-T21 32 23 11 DC - *** แมกเนติก มิตซูบิชิ SD-T32 SD-T32 32 32 15 DC 2NO+2NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ SD-T35 SD-T35 60 40 18.5 DC 2NO+2NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ SD-T50 SD-T50 80 50 22 DC 2NO+2NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ SD-T65 SD-T65 100 60 30 DC 2NO+2NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ SD-T80 SD-T80 120 85 45 DC 2NO+2NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ SD-T100 SD-T100 150 105 55 DC 2NO+2NC *** ขั้นตอนที่ 3 น�ำทั้งหมดมารวมกัน ในตารางการเลือก ผู้ผลิตนี้ควรเช็คให้แน่ใจว่าเป็นตารางที่เข้ากับมอเตอร์แบบ AC-3 ซึ่งครั้งนี้เราจะยกตัวอย่างตารางการเลือกของแบรนด์ Mitsubishi จากตัวอย่างแรกค่าที่อ่านได้จาก nameplate คือ มอเตอร์ที่ใช้เป็นขนาด 30kW @400VAC, 50Hz ต่อไปมาดูในตารางด้านล่างกันว่าควร เลือกแมกเนติครุ่นไหนดี รุ่น Model กระแสสูงสุด ที่ 380 - 400V พิกัดมอเตอร์ kW @ 400V Coil คอนแทคช่วย ราคา AC-1 AC-3 (บาท) แมกเนติก มิตซูบิชิ S-T32 S-T32 32 32 15 AC - *** แมกเนติก มิตซูบิชิ S-T35 S-T35 60 40 18.5 AC 2NO+2NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ S-T50 S-T50 80 50 22 AC 2NO+2NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ S-T65 S-T65 100 65 30 AC 2NO+2NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ S-T80 S-T80 120 85 45 AC 2NO+2NC *** แมกเนติก มิตซูบิชิ S-T100 S-T100 150 105 55 AC 2NO+2NC ***
สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/ 22 จากตารางแนะน�ำให้เลือกใช้ Magnetic Contactor รุ่น S-T65 เนื่องจากสามารถใช้งานกับมอเตอร์ AC-3 ขนาด 30kW ได้ โดยทนกระแส ได้สูงสุด 65A ซึ่งมากกว่ากระแสใช้งานของมอเตอร์ซึ่งอยู่ที่ 55A แต่ถ้าเป็นตัวอย่างที่ 2 นั้นไม่แนะน�ำเนื่องด้วยข้อมูลด้านบน ตัว Contactor จะ ท�ำงานที่กระแส 65A ที่แรงดัน 400VAC แต่ส�ำหรับงานนี้เป็น Motor ที่ใช้แรงดันไฟฟ้าขนาด 690VAC ซึ่งถ้าดูที่ตัวอุปกรณ์จริง หรือ Contactor และ Data Sheet แล้ว จะพบว่า Contactor รุ่นนี้ไม่ได้แนะน�ำให้ใช้กับ Motor AC-3 ขนาดแรงดัน 690VAC เนื่องจากแรงดันที่แนะน�ำให้ใช้สูงสุดอยู่ที่ 500VAC ดังนั้นควรใช้ Magnetic Contactor รุ่นอื่นจะท�ำให้อายุการใช้งานยากนานกว่า เห็นกันแล้วนะครับว่าการที่จะเลือกแมกเนติก คอนแทคเตอร์นั้น จ�ำเป็นต้องเลือกให้เหมาะกับโหลด ซึ่งในกรณีที่เราใช้กับโหลดมอเตอร์ AC-3 นั้น เราควรที่จะดูค่าไฟฟ้าที่มอเตอร์ต้องการให้ถูกต้อง มีการดูตารางที่ถูกต้องจากผู้ผลิตแล้วน�ำมารวมกัน เพื่อที่จะเลือกรุ่นที่เหมาะสม และ ค�ำนึงถึงว่าเราใช้กระแสแบบธรรมดาหรือเปล่าด้วย เพราะว่าตารางของผู้ผลิตนั้นมีไว้รองรับกระแส 380V กับ 400V เท่านั้น ถ้าจะให้แน่ใจควรที่จะ เช็ค Data Sheet กับ Nameplate ของตัวแมกเนติก คอนแทคเตอร์ให้ดี วันนี้ลาไปก่อนครับ เช่นเคยถ้ามีค�ำถามอะไรคุณสามารถคอมเม้นท์ไว้ด้าน ล่าง หรือกรุณากรอกแบบฟอร์ม กรอกอีเมลล์สมัครสมาชิกกับเรา เพื่อจะได้ไม่พลาดบทความต่อๆ ไปของเราครับ
สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/ 23 ต้องรู้อะไรบ้าง ในการเลือกใช้คอนแทคเตอร์ 1 วงจรก�ำลัง Power Circuit คอนแทคเตอร์จะต้องมีค่าพิกัดในการทน แรงดันไฟฟ้าไม่ต�่ำกว่าแรงดันของระบบ ไฟฟ้าที่ต่อใช้งาน เช่น 400 โวลต์ ซึ่งโดย ทั่วไปผู้ผลิตมักจะผลิตให้สามารถทนแรง ดันเกินได้ เช่น 440 โวลต์ พิกัดแรงดันไฟฟ้า ตามมาตรฐาน IEC 60947-4 แบ่งชั้นการใช้งานของคอนแทคเตอร์ เพื่อป้องกันคอนแทคเตอร์ ช�ำรุดเนื่องจากการปลดหรือสับวงจร คอนแทคเตอร์ที่ใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับโดยทั่วไปแบ่ง เป็น 4 ชนิดตามลักษณะของโหลด ดังนี้ ลักษณะของโหลด เหมาะส�ำหรับโหลดที่เป็นความต้านทาน หรือในวงจรที่มีโหลดเป็นชนิดอินดัคทีฟ ไม่มากนัก AC-1 AC-2 เหมาะส�ำหรับใช้ในการสตาร์ทและหยุดโหลดที่เป็นสลิปริงมอเตอร์ เหมาะส�ำหรับใช้ในการสตาร์ทและหยุดโหลดที่เป็นมอเตอร์กรงกระรอก (AC-3 อาจใช้งานกับมอเตอร์ที่มีการเดิน-หยุดสลับกันเป็นครั้งคราว แต่การสลับต้องไม่ เกิน 5 ครั้งต่อนาที และไม่เกิน 10 ครั้งใน 10 นาที) AC-3 เหมาะส�ำหรับใช้ในการสตาร์ท-หยุดมอเตอร์แบบ Plugging (การหยุดหรือสลับเฟส อย่างรวดเร็วในระหว่างที่มอเตอร์เดินก�ำลังเดินอยู่) แบบ Inching หรือ Jogging (การจ่ายไฟให้มอเตอร์ซ�้ำๆกันในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อต้องการให้มอเตอร์เคลื่อนตัว เล็กน้อย AC-4 AC-11 คอนแทคช่วยส�ำหรับวงจรควบคุม ค่าพิกัดก�ำลังไฟฟ้าของมอเตอร์มักระบุ เป็นกิโลวัตต์(kW) หรือแรงม้า(Hp) แต่โดย ทั่วไปผู้ผลิตมักจะระบุเป็นพิกัดการทน กระแสไฟฟ้า(A) ซึ่งพิกัดคอนแทคเตอร์ ต้องไม่น้อยกว่ากระแสโหลดเต็มที่ของ มอเตอร์ พิกัดก�ำลังไฟฟ้า ค่ากระแสที่คอนแทคเตอร์สามารถปลดวงจรได้ โดยไม่ช�ำรุด Breaking Capacity ค่ากระแสที่คอนแทคเตอร์สามารถต่อวงจรได้โดยไม่ช�ำรุดขณะเริ่ม เดินมอเตอร์ Making Capacity 2 วงจรควบคุม Control Circuit ค่าแรงดันไฟฟ้าที่ใช้ส�ำหรับจ่ายคอยล์เพื่อให้คอนแทคเตอร์ท�ำงาน แบ่งเป็น แรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) 50/60 เฮิร์ต เช่น 24, 48, 110, 230, 400 โวลต์ แรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) 60 เฮิร์ต เช่น 24, 48, 120, 230, 460, 575 โวลต์ แรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เช่น 12, 24, 48, 60, 110, 125, 220 โวลต์ แรงดันไฟฟ้าและความถี่ของแหล่งจ่ายไฟเข้าคอยล์ จ�ำนวนของคอนแทคช่วยปกติเปิด (NO) และคอนแทคช่วยปกติปิด (NC) ขึ้นอยู่กับ การออกแบบวงจรควบคุมมอเตอร์ จ�ำนวนคอนแทคช่วย
สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/ 24 คอนแทคเตอร์์ที่่เราควรเลืือกใช้้มีีรายละเอีียดดัังนี้้ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ได้เหมาะสม เรามาดูตัวอย่างในการเลือกคอนแทคเตอร์ไปใช้งานกัน หากเรามีมอเตอร์ไฟฟ้าชนิดกรงกระรอกขนาด 30 กิโลวัตต์ 3 เฟส 380 โวลต์ กระแส 60 แอมป์ ใช้งานทั่วไปมอเตอร์เริ่มเดินแบบรับแรง ดันไฟฟ้าเต็มที่ (Direct On Line : DOL) วงจรควบคุมใช้แรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ 220 โวลต์ (แรงดันจ่ายคอยล์) ตัวอย่างการเลือก Contactor โดยใช้ตัวช่วยกรองกลุ่มสินค้าบนเว็บไซต์ Factomart.com ในหน้า Magnetic Contactor ตัวอย่างการเลือกแมคเนติกคอนแทกเตอร์ คอนแทคเตอร์ต้องรับแรงดันได้ไม่น้อย กว่า 416 โวลต์ (เนื่องจากแรงดันไฟฟ้าเมื่อไม่มี โหลด แรงดันไฟฟ้าอาจเท่ากับที่หม้อแปลง 416 โวลต์ ส�ำหรับการไฟฟ้านครหลวงและ 400 โวลต์ ส�ำหรับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) ผู้ผลิตส่วนใหญ่เผื่อ ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ มักจะระบุที่ 440 โวลต์ (ทุก แบรนด์มีแบบนี้เหมือนกันหมด เลือกได้เลย) คอนแทคเตอร์ต้องรับกระแสได้ไม่น้อย กว่า 60 แอมป์ (ตามกระแสโหลดเต็มที่ของ มอเตอร์) เลือกขนาดใหญ่ขึ้นได้ค่ะ แต่ไม่ควรเลือก ขนาดเล็กกว่า เพราะหน้าคอนแทคอาจละลายได้
25 คอนแทคเตอร์ต้องรับแรงดันจ่าย คอยล์เป็นแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ 220 โวลต์ (220/230 คือไฟฟ้ากระแสในระดับเดียวกัน) เมื่อเลือกตามขั้นตอนจนครบแล้ว เราจะได้สินค้าที่ตรงกับความต้องการ คลิ๊ก เข้าไปเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม โมเดลสินค้า 11BF6500230 แบรนด์ Lovato ราคาอยู่ที่ 5,180 บาท นอกจากนั้นเราสามารถเพิ่มคอนแทคช่วยตามความต้องการของวงจร ควบคุมได้ ซึ่งจะแตกต่างกันในแต่ละผู้ผลิต สามารถเลือกตามที่ต้องการได้เลย
สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/ 26 บทที่ 6 : เปรียบเทียบ 6 แบรนด์แมกเนติกยอดนิยมในประเทศไทย ปี 2560/2017 เปิดหน้าเว็บไซต์ที่นี่ https://mall. factomart. com/6-top-con- tactor-in-thai-land-2560-2017/ เราเปรียบเทียบแมกเนติก คอนแทคเตอร์ที่ได้รับความนิยมที่สุดในตลาดเมืองไทย ในปี2560 และพูดถึงประเด็นหลาก หลาย ตั้งแต่ประเด็นทางเทคนิค เช่น หน้าคอนแทคช่วยจนถึงประเด็นคอมเมอเซียล อย่างเช่น ความยากง่ายในการหาซื้อ แต่เรา ต้องตระหนักให้ดีว่าการเปรียบคอนแทคเตอร์นั้น บางทีเราไม่ได้เปรียบเทียบสิ่งเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าแค่ดูแต่กระแสอย่างเดียวเรา จ�ำเป็นต้องดูด้วยว่าเหมาะกับโหลดด้วยหรือไม่ เราได้มีการพูดคุยถึงประเด็นเหล่านี้ไว้ในวิดีโอนี้แล้ว เราหวังว่าคุณจะได้ความรู้และ ภาพรวมเกี่ยวกับแมกเนติกแบรนด์ต่างๆ ในตลาด ถ้ามีค�ำถามอะไร ก็เหมือนเดิม เพียงคอนเม้นท์มาหา้ราที่ด้านล่างได้เลยครับ
27 การเปรียบเทียบแมกเนติกทั้ง 6 ตัว หรือ 6 แบรนด์นี้นะครับ ผมจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มแบรนด์ยุโรป และกลุ่มแบรนด์เอเชีย ซึ่งแมก เนติกฝั่งยุโรปจะมีของแบรนด์ ABB Schneider ที่เรา คุ้นเคยกันดี และ Lovato Electric ส่วนฝั่งเอเชีย ตัว แรกเป็นแมกเนติกจากแบรนด์ LSIS ตัวถัดมา Mitsubishi และสุดท้าย Fuji Electric ครับ เรามาดูต่อกัน เลยว่าแมกเนติกทั้ง 6 ตัวนี้ จะมีสื่งที่เหมือนหรือแตก ต่างกันอย่างไรบ้าง แมกเนติก คอนแทคเตอร์ที่น�ำมาในวันนี้ จะใช้เป็นแมกเนติกที่มีพิกัดกระแส 9 A แบบ 3 เฟส ใช้ในมอเตอร์ที่มีก�ำลังไฟไม่เกิน 4 kW ที่แรงดันไฟ 400 VAC และผมได้ต่อโอเวอร์โหลด รีเลย์ เข้าไปที่ แมกเนติกทุกตัวเลยครับ ผมอยากให้คุณได้เห็น ขนาดของมันจริงๆ เวลาที่จะน�ำไปติดตั้งว่ามันมี ขนาดความกว้างและความสูงเท่าไหร่ การใช้งานในอุตสาหกรรมหลายๆ ประเภทนะครับ ภาระโหลดที่เราน�ำมาต่อเข้านั้นมัน จะมีแรงดันไม่เท่ากัน อย่างเช่น โรงงานในประเทศญี่ ปุ่นเนี่ยบางทีจะใช้แรงดันที่ 110V ใช้กระแสไฟที่ค่าๆ หนึ่ง ส่วนโรงงานในบ้านเราทั่วๆ ไป เรารู้กันดีกว่าใช้ แรงดันไฟฟ้า 220 - 380 V หรือไม่เกิน 400 V จะใช้ เรทกระแสไฟฟ้าอีกค่าหนึ่ง และถ้าเป็นโรงงานขนาด ใหญ่ที่มีภาระโหลดหนักๆ เช่น อุตสาหกรรมปูน โรง เหล็ก โรงงานเหล่านี้ก็จะใช้แรงดันสูง ขนาด 600 - 690 V เลยทีเดียวครับ ประเด็นหลักๆ ที่ผมน�ำมาเปรียบเทียบใน วันนี้นะครับ จะมีอยู่ 10 ประเด็นด้วยกัน คือ 1. คุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่ใช้ท�ำตัวแมกเนติก การ ออกแบบหรือความสวยงาม 2. ขนาดและน�้ำหนัก มี ความกว้าง ความสูง หนักหรือเบาเพียงใด 3. หน้า คอนแทคช่วยหรือ Auxiliary Contact มีแบบใดบ้าง 4. โอเวอร์โหลด รีเลย์ 5. การเข้าสายไฟเลี้ยงคอยล์ เข้าสายอย่างไร เข้าแบบไหน ครับ
28 ถัดมาประเด็นที่ 6. หาซื้อได้ง่ายแค่ไหน? ทั้งการหาซื้อในท้องตลาดหรือสั่งออนไลน์ 7. ราคา แมกเนติกคอนแทคเตอร์ ราคาจะสูงหรือต�่ำ 8. ราคา โอเวอร์โหลดรีเลย์ 9. ราคารวมของแมกเนติกและ โอเวอร์โหลดที่ต้องใช้รวมกัน ตอนซื้อต้องซื้อทั้ง 2 อย่างไปด้วยกันเลย และประเด็นสุดท้าย 10. ความ คุ้มค่า แล้วแมกเนติกแบรนด์ไหนที่มีความคุ้มค่า คุณภาพสมราคาหรือไม่? ครบแล้วครับประเด็นทั้ง 10 เรามาดูต่อกันเลยว่าถ้าเจาะลึกเข้าไปในแต่ละ ประเด็นแล้ว แมกเนติกตัวไหน??? มันเจ๋ง!! มันดี!! มันโดน!! ที่สุด ประเด็นแรกเรื่อง คุณภาพ หน้าตา วัสดุ แมกเนติก 6 ตัวนี้ก็มีหน้าตาที่ต่างแตกกันไปตามการ ออกแบบนะครับ ตามคอนเซ็ปแต่ละแบรนด์ ผมได้ แยกออกเป็น 2 กลุ่ม ผมจะเริ่มที่กลุ่มยุโรปก่อน เริ่ม กันที่แมกเนติกตัวแรกก็คือ แมกเนติกแบรนด์ ABB เท่าที่ดูนะครับ แมกเนติกแบรนด์นี้การเข้าสาย ยึด สาย พลาสติกที่ใช้ท�ำดูแข็งแรง ทนทานดีเลบครัย ส่วนของ Nameplate ของ ABB เนี่ย ชัดเจนเลยที เดียวครับ แมกเนติกตัวนี้ถือว่าโอเคเลยครับ อย่างแรกรูปร่าง หน้าตา ต้อง มาก่อน ส่วนแมกเนติกของ Schneider จะมีส่วนของฝาครอบหน้าคอนแทคติดมาให้ด้วยครับ เปิด-ปิดได้ Nameplate ชัดเจนดี และพลาสติกก็ แข็ง เนื้อดี ทนทาน และแมกเนติกฝั่งยุโรปตัวสุดท้าย เป็นของแบรนด์ Lovato Electric พลาสติกแข็งแรง แตกยาก ถอดโอเวอร์โหลดได้ง่ายดี ส่วน ต�ำแหน่งขันน็อตก็ดูหนาแน่นดีครับ มาต่อที่กลุ่มเอเชียครับ เริ่มที่แมกเนติกของ LS IS หน้าตาก็คล้ายๆ กับฝั่งยุโรปเลยครับ คุณภาพก็ถือว่าใช้ได้เลยครับผม พลาสติกดูเนื้อดี แข็งแรง แต่ Nameplate จะดูให้มาน้อยไปหน่อย ส่วนแมกเนติกของ Mitsubishi มีข้อมูลชัดเจนเลย จะพิมพ์ไว้บนตัวแมกเนติกเลย แต่พลาสติกจะ ดูไม่เนี๊ยบเท่าฝั่งยุโรปเท่าไหร่ และสุดท้ายแมกเนติกฟูจิ Nameplate ของฟูจิ จะดูดีกว่า 2 แบรนด์ก่อนหน้า พลาสติกก็คล้ายๆ กับมิตซูบิชินะครับ จากที่ผมดูแมกเนติกทุกตัวแล้วเนี่ย แมก เนติกทุกตัวจะมีขนาดความกว้างที่เท่าๆ กัน ไม่ต่าง กันมากเท่าไหร่ ยกเว้นของ Mitsubishi ที่ดูจะกว้าง น้อยกว่าตัวอื่นเลย พอต่อโอเวอร์โหลดรีเลย์เข้าไปที่ แมกเนติก เห็นได้เลยว่าโอเวอร์โหลดมีขนาดกว้าง กว่าแมกเนติกเสียอีก พอมาดูเรื่องความสูงหรือความ ยาวแล้ว ปรากฏว่าแมกเนติกของ LS และ ABB มี ความสูงมากกว่าตัวอื่น แต่พอต่อโอเวอร์โหลดเข้าไป ของ ABB จะมีความสูงมากสุด นอกจากนั้นแมกเนติ ก Schneider Lovato Mitsubishi และ Fuji มีความสูง ใกล้ๆ กัน ก็แล้วแต่ความชอบเลยครับว่าจะเลือกซื้อ ตัวไหน อันที่จริงแล้วความสูง ความกว้าง ก็ไม่มีผล ตอนติดตั้งมากเท่าไหร่ ไม่ต้องซีเรียสมาก แค่ติดตั้่ง ให้เป็นระเบียบ ดูง่าย ก็เพียงพอแล้วครับ ขนาด/น�้ำหนัก เท่าไหร่กันเชียว
29 มีโอเวอร์โหลดตัวหนึ่งที่พิเศษกว่าแบรนด์ อื่นๆ อยู่ครับ เป็นโอเวอร์โหลดของ Lovato ที่ตรง ส่วนขั้วเทอร์มินัลจะมีเพิ่มมา 1 ขั้ว ที่เห็นเป็นแท่งๆ นั้นล่ะครับ ขั้วเทอร์มินัลนี้จะช่วยประหยัดการเข้า สาย wiring ไป 1 เส้น เวลา wiring สาย ก็ต่อสายแค่ สายไฟออกเพียงอย่างเดียว ส่วน wiring สายไฟเข้า ก็จะใช้ไปเลี้ยงจากคอยด์ได้เลย มาดูประเด็นของคอนแทคช่วยหรือ Auxiliary Contact ว่าแต่ละแบรนด็ใส่มากี่ตัว แมกเนติก แบรนด์ Schneider กับ LS ให้คอนแทคช่วยมา 2 ตัว เลยทั้ง 1NO และ 1NC ส่วนแมกเนติก ABB Lovato Mitsubishi และ Fuji จะให้มาเฉพาะ 1NO อย่างเดียว ครับ แถมคอนแทคช่วยมาเท่าไหร่ โอเวอร์โหลดรีเลย์คือตัวที่ต่ออยุู่ด้านล่าง แมกเนติกนะครับ มีโอเวอร์โหลด 3 แบรนด์ คือ Schneider ABB และ LS ที่มีฝาครอบส่วนหน้าโอเวอร์ โหลด และมีที่ใส่สายคล้องไว้กันคนมาปรับค่าได้ ส่วนของ Mitsubishi Lovato และ Fuji จะไม่ฝาครอบ ด้านหน้า จะเปิดเปลือยเลยครับบ โอเวอร์โหลด รีเลย์ เพื่อนซี้แมก เนติก การเข้าสาย (Wiring) ไฟเลี้ยงคอยล์ แมก เนติกแบรนด์ ABB Lovato และ LS สามารถต่อไฟ เลี้ยงเข้าได้ 2 ทิศทางเลย จะเข้าต่อด้านบนหรือด้าน ล่างก็ได้ ส่วนแมกเนติก Mitsubishi กับ Fuji จะต่อไฟ เข้าที่ด้านบนอย่างเดียว และถ้าเป็นแมกเนติก Schneider จะเข้าได้ด้านเดียวเหมือนกัน แต่จะต่อเข้าที่ ด้านข้างครับ เข้าสาย Wiring ไปหาคอยล์
30 ถ้าเป็นแบรนด์ตลาดที่เราคุ้นเคยกันดี ทั้ง ABB Schneider Mitsubishi และ Fuji แมกเนติก 4 แบรนด์นี้จะหาซื้อได้ตามท้องตลาดหรือสั่งออนไลน์ ได้เลยครับ ส่วนถ้าเป็น LS กับ Lovato แมกเนติก 2 แบรนด์นี้ จะหาซิ้อตามท้องตลาดบ้านเรายากหน่อย แต่ถ้าสั่งตามอินเตอร์เน็ตก็จะมีครับ ซึ่งทาง Factomart ของเรามีจ�ำหน่ายครบทุดแบรนด์เลยครับ อยากได้ ต้องไปซื้อที่ไหน?? ในเรื่องราคา ผมจะแบ่งเป็น 2 เรท คือ แมกเนติกราคาไม่เกิน 400 บาท ก็มี LS Mitsubishi Fuji และ ABB และแมกเนติกราคา 400 - 500 บาท จะมีแมกเนติกของ Schneider กับ Lovato ครับ ราคาแมกเนติก คอนแทคเตอร์ เมื่อรู้ราคาของแมกเนติกไปแล้ว ก็ถึงคิว ของโอเวอร์โหลดกันแล้ว ดูว่าราคาของโอเวอร์โหลด จะใกล้เคียงกับแมกเนติกหรือไม่ครับ ราคาโอเวอร์ โหลดผมแบ่งออกเป็น 2 เรท กลุ่มแรกเป็นโอเวอร์ โหลด รีเลย์ ราคา 300 - 400 บาท มีของ ABB LS Mitsubishi และ Fuji และราคา 600 - 700 บาท ก็มี โอเวอร์์โหลดของ Schneider กัับ Lovato ที่่ราคาอยู่่ ในเรทใกล้้เคีียงกััน ราคาโอเวอร์โหลด รีเลย์ ตอนใช้งานสตาร์ทมอเตอร์จะต้องใช้ทั้ง แมกเนติกและโอเวอร์โหลด ดังนั้นก็ต้องซื้อทั้งคู่ ถ้า เอาราคาของทั้ง 2 ตัวมารวมกันจะมีราคาเท่าไหร่? ผมค�ำนวณให้คร่าวๆ ละกันครับ ผมแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกราคา 600 - 800 บาท มีแบรนด์ ABB LS Mitsubishi และ Fuji ส่วนแบรนด์ Schneider กับ Lovato เมื่่อคำำนวณแล้้วจะอยู่่ที่่ราคา 1,000 - 1,200 บาท ราคาแมกเนติก + โอเวอร์โหลด
31 ประเด็นสุดท้าย เรื่อง ความคุ้มค่าในการ ใช้งาน ส่วนนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับราคา ในตอน แรกที่ผมพูดถึงโหลดใช้งานที่แบ่งออกเป็น 3 ประเภท นะครับ ทั้งโหลดในโรงงานที่ใช้แรงดันต�่ำ 110 - 220 V แล้วก็ใช้แรงดันกลาง 380 - 400 V และแรงดันสูง ประมาณ 600 - 690 V จ่ายมาก จ่ายน้อย คุ้มค่าเท่ากัน หรือไม่?? ซึ่งโหลดส่วนใหญ่จะเป็นโหลดของมอเตอร์ นะครับ ยกตัวอย่างราคาของ Lovato ที่ราคาจะค่อน ข้างสูง แต่พอดูพิกัดบน Nameplate แล้ว จะเห็น เลยมีพิกัดที่สูง ใช้กับโหลดแรงดัน 690 V ได้ และใช้ กับมอเตอร์ที่มีก�ำลังสูงถึง 7.5 kW ได้เลย ซึ่งถือว่าสูง ที่สุดในการเปรียบเทียบครั้งนี้เลยครับ ถ้าคุณต้อง สตาร์ทมอเตอร์ที่มีก�ำลังสูง แบรนด์ Lovato ถือว่าน่า สนใจเลยครับ ถ้าเอามาเทียบกับแมกเนติก Schneider ที่ เป็นฝั่งยุโรปด้วยกันแล้ว แมกเนติกของ Schneider ก็ ใช้้ที่่แรงดััน 690V เหมืือนกััน แต่่จะทนกำำลัังมอเตอร์์ อยู่่ที่่ 5.5 kW ครัับ และถ้าเป็นแมกเนติกที่ราคาถูกที่สุดใน กลุ่มอย่าง Mitsubishi ที่ราคาก็ถือว่าไม่สูงมาก แต่ตัว นี้จะใช้ที่แรงดันเพียง 550 V ซึ่งถือว่าต�่ำกว่า 2 แบรนด์แรกครับ และทนก�ำลังมอเตอร์เพียง 2.7 kW พิกัดก�ำลังมอเตอร์จะเป็น AC-3 ครับ ถ้าคุณต้องใช้ กัับมอเตอรืืที่่กำำลัังไม่สูู่งมาก แมกเนติิกของมิิตซููบิิชิิก็็ ถืือว่่าโอเคเลยครัับ
สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/ 32 เรียบร้อยแล้วครับส�ำหรับการเปรียบเทียบแมกเนติกทั้ง 6 แบรนด์ ซึ่ง 6 ตัวนี้จะมีราคาที่แตกต่างกัน อันที่จริงราคาสูงต�่ำไม่ค่อยส�ำคัญมาก หรอกครับ แต่มันอยู่ที่งานที่คุณจะน�ำไปใช้มากกว่า คุณต้องดูว่างานของคุณมีก�ำลังของตัวมอเตอร์เท่าไหร่ แล้วคุณก็ค่อยหาแมกเนติกที่เข้ากับงาน ของคุณ อย่างเช่น มอเตอร์ของคุณมีก�ำลัง 7.5 kW แต่คุณไปซื้อแมกเนติก Mitsubishi มา ซึ่งแมกเนติกตัวนี้มันทนก�ำลัง 2.7 kW คุณก็ต้องเปลี่ยนเป็น ตัวอื่นแทน ราคามันก็อาจขยับขึ้นไปได้ครับ ผมได้ท�ำตารางสรุปแมกเนติกทั้งหมดไว้ที่ด้านล่างแล้วครับ หวังว่าจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อแมกเนติกได้ถูกใจ นอกจากนคุณยัง สามารถดูรุ่นทั้งหมดของแมกเนติกแต่ละแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Schneider, ABB, Mitsubishi, Lovato, Fuji และ LS ได้จากที่นี่เลย หรืออยากรู่ว่า แมก เนติก คืออะไร? ก็กดเข้ามาเลย และเหมือนเดิมครับถ้าอยากให้เราท�ำวิดีโออะไรเพิ่มเติมก็คอมเม้นท์ไว้ที่ด้านล่างเลยครับ หรือถ้าคุณอยากได้เอกสาร ที่น่าสนใจให้กรอมข้อมูลชื่อ นามสกุล E-mail มาร่วมกับเราได้เลยครับ ตารางเปรียบเทียบ 6 แบรนด์แมกเนติกยอดนิยมในประเทศไทย ปี 2560 1. คุณภาพ ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก ธรรมดา ธรรมดา 2. ขนาดและน�ำ้ หนัก ยาวสุด ธรรมดา ธรรมดา หนาสุด เล็ก เล็ก 3.หน้าสัมผัส ช่วย (auxiliary contact) 1NO 1NO+1NC 1NO 1NO+1NC 1NO 1NO 4. โอเวอร์โหลด รีเลย์ มีฝาปิด มีฝาปิด - มีฝาปิด - - 5. การเข้าสาย ไฟเลี้ยง coil 2 ทาง บนหรือ ล่าง 1 ทาง ตรง กลาง 2 ทาง บนหรือ ล่าง 2 ทาง บนหรือ ล่าง 1 ทาง บน 1 ทาง บน 6. หาซื้อได้ง่าย แค่ใหน? ร้านค้าทั่วไป ร้านค้าทั่วไป ตัวแทนจ�ำหน่าย ตัวแทนจ�ำหน่าย ร้านค้าทั่วไป ร้านค้าทั่วไป 7. ราคาแมก เนติกคอนแทค เตอร์ 345 440 515 315 320 325 8. ราคาโอเวอร์ โหลดรีเลย์ 458 610 740 380 350 425 9. ราคารวม 803 1,050 1,255 695 670 750 10. ความคุ้มค่า (โหลดมอเตอร์ 3 เฟส) 690V @5.5kW 400V @4kW 690V @5.5kW 400V @4kW 690V @7.5kW 400V @4.2kW 690V @4kW 440V @4kW 550V @2.7kW 440V @2.7kW 690V @4kW 440V @4kW
สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/ 33 บทที่ 7 : ต่อ Interlock Circuit โดยการใช้ Push Button Pilot Lamp กับ Emergency Switch เพื่อควบคุมมอเตอร์ 3 เฟส เปิดหน้าเว็บไซต์ที่นี่ https://mall. factomart.com/ wiring-an-inter-lock-circuit-for-3- phase-motor/ วงจร Interlock เป็นวงจรที่ส�ำคัญใช้กันอย่างแพร่หลาย ไว้ส�ำหรับใช้ค้างสถานะ เหมาะกับการใช้กับปุ่มกด Push button ที่เป็นแบบ Normally-open (NO) เพราะว่าปุ่มกด NO หลังจากที่กดแล้วปล่อยมันจะกลับไปสถานะเดิม จึงต้องมีวงจรมา ช่วยให้ไม่ให้กลับไปสถานะเดิม ใช้กันเยอะในวงจรสตาร์ทมอเตอร์ ในบทความนี้ทางเราแนะน�ำตัววงจรรวมถึงการท�ำ wiring สาย และอุปกรณ์ส�ำคัญที่ใช้ในวงจรนี้อาทิเช่น Emergency Switch, Pilot Lamp, แมกเนติก คอนแทคเตอร์ และ Push Button
34 คุณวิกันต์ : เซอร์กิตนี้ เรียกว่าเซอร์กิตอะไรครับ คุณ ชนะเดช คุณชนะเดช : เซอร์กิตนี้ปกติจะเรียกว่า วงจรค้าง สถานะ แต่ที่เราคุ้นเคยกันจะเรียกมันว่า Interlock Circuit ครับ คุณวิกันต์ : แล้วท�ำไมทางเราจึงแนะน�ำเป็นวงจรนี้ ครับ คุณชนะเดช : วงจร Interlock นี้นะครับ เป็นวงจร เบสิกพื้นฐานที่ใช้ส�ำหรับการเริ่มวงจรไฟฟ้า โดยปกติ แล้วเวลาสตาร์ทมอเตอร์เนี่ย เราจะนิยมใช้ปุ่มที่เป็น ปุ่ม Push Button ในรูปนี้นะครับ ซึ่งถ้าเรากดค้างไว้ มอเตอร์ก็จะท�ำงานค้าง แต่เวลาเราปล่อยปุ่มปุ๊ป มอเตอร์ก็จะหยุดทันที ดังนั้นเราจึงต้องใช้วงจร Interlock มาท�ำให้มันท�ำงานค้าง เมื่อเรากดปุ่มทีนึง แล้วปล่อย ตัวมอเตอร์ก็จะท�ำงานค้างครับ และเมื่อ เรากดปุ่ม Stop สีแดง มอเตอร์ก็จะหยุดท�ำงานครับ คุณวิกันต์ : คุณชนะเดชครับ วงจรนี้มีการท�ำงาน อย่างไรครับ คุณชนะเดช : ในวงจร Interlock Circuit นี้นะครับ เราจะมาดูกันที่เป็น Single Line Diagram กันครับ คุณชนะเดช : เริ่มตั้งแต่ไฟ 220 V เข้ามาผ่าน Emergency Switch สีแดงตัวนี้นะครับ
35 คุณชนะเดช : หลังจากนั้นจะมีปุ่ม Stop ตัวนี้นะครับ ซึ่งทั้ง 2 ตัวนี้จะเป็นหน้าคอนแทค NC ครับ คุณชนะเดช : หลังจากนั้นจะมีปุ่ม Start ปุ่มสีเขียว เป็นหน้าคอนแทค NO คุณชนะเดช : แล้วจะเป็นตัวแมกเนติก คอนแทค เตอร์ ส่วนนี้จะเป็นคอยด์ครับ คุณชนะเดช : แล้วจะมีตัว Auxiliary Contact ของ ตัวคอนแทคเตอร์เอง ตัวนี้จะเป็นหน้าคอนแทค NO
36 คุณชนะเดช : ส่วนตัวนี้เป็น Auxiliary Contact ของ ตัวแมกเนติก คอนแทคเตอร์ ตัวนี้จะเป็นหน้า คอนแทค NC นะครับ คุณชนะเดช : จากนั้นจะมีตัว Pilot Lamp จ�ำนวน 2 ตัว ไว้แสดงสถานะ ปุ่มแรกคือปุ่มสตาร์ท เมื่อกด สตาร์ท มอเตอร์ท�ำงาน ไฟสีเขียวจะติด คุณชนะเดช : เมื่อกดปุ่ม Stop ไฟสีแดงจะติด มอเตอร์จะหยุดท�ำงานนะครับ คุณชนะเดช : หลังจากนั้นจะมาที่ปุ่ม Start สีเขียว ตัวนี้นะครับ หน้าคอนแทคของปุ่ม Start จะเป็น NO พลิกไปด้านหลังที่มีแถบสีเขียว และตัวอักษรเขียนว่า NO บอกไว้อยู่ครับ
สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/ 37 คุณชนะเดช : หลังจากนั้นจะเป็นปุ่ม Stop ไว้ส�ำหรับ หยุดมอเตอร์ ปุ่ม Stop หน้าคอนแทคจะเป็น NC เหมือนกัน คุณชนะเดช : ครับผม อุปกรณ์ที่ใช้ในวงจร Interlock นี้นะครับ ผมจะเริ่มต้นที่ปุ่ม Emergency Switch ครับ ถ้าเรียงตามวงจรก็คือตัว Emergency Stop ปุ่ม ตัวนี้นะครับลักษณะการท�ำงานก็คือมันจะค้าง เวลา จะปล่อยก็ให้หมุนแล้วก็ปล่อย หน้าคอนแทคของปุ่ม นี้้จะเป็็น NC สัังเกตที่่แถวสีีแดงด้้านหน้้าและมีีเขีียน ข้้างๆ ว่่า NC นะครัับ คุณชนะเดช : จากนั้นจะมาที่คอยด์ของคอนแทค เตอร์นะครับ ก็คือ A1 กับ A2 ที่อยู่บนตัวแมกเนติก คอนแทคเตอร์ คุณชนะเดช : ฟังก์ชั่นการท�ำงานของวงจร Interlock นี้นะครับ ชื่อมันบอกอยู่แล้วนะครับว่าไว้ใช้ค้าง สถานะการท�ำงานนะครับผม วิธีการท�ำงานเมื่อเรา จ่ายไฟเข้าที่ 220V นี้นะครับ ไฟก็จะไหลลงมา เมื่อ เรากดปุ่ม Start แล้วไฟก็จะเข้ามาที่ตัวแมกเนติก คอนแทคเตอร์ แล้วลงกราวด์ ท�ำให้แมกเนติก คอนแทคเตอร์ท�ำงาน เมื่อท�ำงานแล้ว หน้าคอนแทค ตัว NO ก็จะท�ำงานตาม เมื่อท�ำงานแล้วจะท�ำให้ตัว ไฟสีเขียวติด แต่ถ้าเรากดปุ่ม Stop ปุ๊ป วงจรจะตัดทันที เมื่อวงจรตัดไฟจะไม่ไหลไปที่หน้าคอนแทค NO แต่ จะไหลไปหาหน้าคอนแทค NC แทน ท�ำให้ไฟสีแดง ติด หลังจากนั้นเมื่อเราเทสฟังก์ชั่น Emergency หรือสวิตช์ฉุกเฉิน เมื่อเรากดปุ่มตัวนี้ปุ๊ป ทั้งไฟสีแดงและสีเขียวก็จะไม่ติดทั้งคู่ ที่เรียกว่าวงจร Interlock เนี่ยมันท�ำงานช่วงไหน มันก็คือช่วงที่เรากดปุ่ม Start สีเขียว เมื่อไฟวิ่งเข้ามาตรงนี้แล้ว เราจะดึงหน้าคอนแทคที่ เป็็น NO ให้ทำำ้ งาน ไฟแทนที่่จะวิ่่งไปหาปุ่่ม Start สีีเขีียว เมื่่อเราปล่่อยปุ่่มนี้้ ไฟจะไม่วิ่่ ่งผ่่านเส้้นนี้้แล้้ว แต่่จะวิ่่งผ่่านเส้้นคอนแทค NO แทน ทำำให้้มีี ไฟเลี้้ยงเข้้าคอยด์์เหมืือนเดิิม มัันก็ยั็ังคงค้้างค่่าอยู่่ แต่่เมื่่อเรากดปุ่่ม Stop สีีแดง จะไม่่มีีไฟวิ่่งเข้้าเส้้นคอนแทคช่่วย NO และเส้้นปุ่่ม Start สีีเขีียว
38 คุณชนะเดช : จากนั้นตัวแสดงสถานะการท�ำงาน สี เขียวก็คือมอเตอร์ท�ำงาน ไฟจะติด คุณชนะเดช : ส่วนปุ่มนี้ สีแดง เป็นตัวมอเตอร์หยุด ท�ำงาน ไฟสีแดงก็จะติด คุณชนะเดช : ส่วน Auxiliary Contact คอนแทคช่วย ตัวนี้นะครับ ที่เขียนว่า NO กับ NC บนตัวแมกเนติก ของ Schneider จะมีมาให้ครบนะครับ ผมได้อธิบาย ครบทุกอุปกรณ์แล้วครับส�ำหรับวงจร Interlock นี้ และในวันนี้ผมจะใช้ Push Button รุ่น Harmony XB5 Plastic ของ Schneider มาทดลองกันครับ คุณวิกันต์ : เอาล่ะครับ เรามาดูของการ Wiring กัน ดีกว่าครับ สายสีด�ำนี้นะครับจะเป็นสายไลน์กับสาย นิวทรัลนะครับ เริ่มที่สายไลน์ (Line) จะต่อเข้าที่ตัว ปุ่ม Emergency Stop แล้วออกจากตัวปุ่ม Emergency Stop ไปเข้าที่ปุ่ม Stop ก่อนครับ
39 คุณวิกันต์ : จากตัวปุ่ม Stop ก็จะต่อไปที่ปุ่ม Start ตามที่ลูกศรชี้บอกไว้เลยครับ คุณวิกันต์ : แล้วก็จะมีไปที่ตัว Auxiliary Contact ตัว NO และก็ให้จั้มเข้าที่ตัว NC ด้วยครับ คุณวิกันต์ : ที่นี้จากปุ่ม Start จะต่อเข้า 2 ที่นะครับ ก็คือ ที่แรกจะเข้าที่ Pilot Lamp สีเขียว คุณวิกันต์ : และที่ที่สองจะต่อเข้าที่ต�ำแหน่ง A1 ของ ตัวคอนแทคเตอร์นะครับ ตามรูปวงจรเลยครับ
40 คุณวิกันต์ : ที่นี่มาดูการโยงสายเข้า Pilot Lamp บ้าง นะครับ ตัว NO จะต่อเข้าที่ Pilot Lamp สีเขียวด้าน นี้นะครับ คุณวิกันต์ : ทางตัว NC จะเข้าที่ Pilot Lamp สีแดง เส้นนี้นะครับ คุณวิกันต์ : ส่วนสุดท้ายนี้นะครับ ทั้งต�ำแหน่ง A2, Pilot Lamp สีเขียว และ Pilot Lamp สีแดง ต้องต่อ เข้าสายนิวทรัล ตรงตัว Pilot Lamp สีแดง จะต่อเข้า กับ Pilot Lamp สีเขียวด้วย และตัว Pilot Lamp สี เขียวก็ต่อกลับเข้ามาที่ A2 แล้วก็ต่อกลับไปที่นิวทรัล ทั้งหมด เมื่อต่อครบทุกสายแล้วก็เป็นอันเสร็จ เรียบร้อยแล้วครับ คุณวิกันต์ : ต่อไปเป็นการทดสอบวงจรกันครับ อันดับแรกเลยนะครับเราต่อไฟเข้าไปแล้ว ตัว Pilot Lamp สีแดงจะติด ตามรูปเลยครับ
สนใจลงโฆษณา ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://mall.factomart.com/ advertise-with-factomart/ 41 คุณวิกันต์ : ขั้นตอนต่อไปเราจะเริ่มสตาร์ทโอเปอร์ เรชั่น เราจะสตาร์ทอย่างไรครับ? คุณชนะเดช : เราจะเริ่มสตาร์ทตัวมอเตอร์โดยการ กดปุ่มสีเขียวซ้ายมือสุดหรือปุ่ม Start นะครับ เมื่อกด แล้วเนี่ยไฟสีเขียวต้องติดนะครับ เราจะได้ยินเสียงตัว แมกเนติกท�ำงานครับ เมื่อแมกเนติกท�ำงานแล้ว ไฟสี เขียวก็จะติดครับ คุณวิกันต์ : สังเกตที่ไฟสีแดงจะดับลงไป คุณชนะเดช : ถูกต้องครับ ต่อไปเราจะมาเทสปุ่ม Stop ดูครับ คุณชนะเดช : ส่วนนี้ผมจะลองเทสปุ่ม Stop ดู เพืิ่อ ต้องการหยุดมอเตอร์ ผมจะกดปุ่มสีแดง แล้วไฟสี แดงจะต้องติด และไฟสีเขียวต้องดับนะครับ ผม ท�ำการกดลงไปแล้วครับ ตามรูปเลยครับ ไฟสีเขียว ดับส่วนไฟสีแดงติด แสดงว่ามันท�ำงานถูกต้องแล้ว นะครับ คุณชนะเดช : ระหว่างที่เรารันมอเตอร์อยู่เนี่ย สมมติ เกิดเหตุฉุกเฉิน แล้วเราจะท�ำอย่างไร? คือให้เรากดที่ Emergency Stop ปกติปุ่ม Emergency เราต้องใช้ แรงมากหน่อย ให้กระแทกมันไปแรงๆ เลยครับ สังเกตว่าไปทุกดวงดับหมดเลยครับ ส่วนเวลาจะ ปล่อยให้เราหมุน พอหมุนแล้ว ไฟแดงจะติด ก็คือ พร้อมที่จะสตาร์ทมอเตอร์อีกครั้ง แต่ถ้าเราหมุน ปล่อยแล้วไฟสีเขียวติดแทน ก็แสดงว่าเรา wiring ผิด นะครับ จ�ำไว้เลยว่า ถ้าหมุนปล่อยแล้ว ไฟสีแดงจะ ต้องติดก่อน แล้วเราค่อยไปกดสตาร์ทที่ปุ่มเขียว ทีหลังครับ เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ปุ่ม Emergency Switch ทืี่เราใช้กันทั่วไป อาจเป็นแบรนด์อื่น สังเกตว่าตอนที่เราแค่เอามือไปโดนหรือเดินชนมันก็ท�ำงานแล้ว บางแบรนด์ ก็จะมีการ์ดสีเหลืองๆ ไว้ป้องกันการเดินชน ไม่ให้เครื่องหยุดเอง แต่ถ้าเป็นปุ่ม Emergency Switch ของ Schneider เขาจะออกแบบมาให้เราต้อง ออกแรงกดจริงๆ แรงๆ ปุ่มมันถึงจะท�ำงาน ตอนเวลาใช้งานจริง เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินจะไม่ค่อยมีใครมากดเบาๆ หรอกครับ ส่วนใหญ่จะทุบลงไป เลยครับ