ศูนย์ก ย์ ารเรีย รี นรู้ กลองสะบัด บั ชัย ชั จัดทำ โดย นักศึกษากระบวนวิชา ชุมชนศึกษา สาขาวิชาบ้านและชุมชน ภาควิชามนุษยสัมพันธ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สารบัญ หน้า พ่อครูคำ กาไวย์ จุดเริ่มริ่ต้นกลองสะบัดชัย การตีกลองสะบัดชัย ผลงานพ่อครูคำ กาไวย์ ผลงานด้านศิลปะพื้นพื้บ้าน ประวัติป้อป้หลวงรินทร์ ผลงานป้อป้หลวงรินทร์ แนวคิดป้อป้หลวงรินทร์ ศูนย์การเรียนรู้บ้านกลองสะบัดชัย ติดต่องาน 1การสมัครเรียน จัดทำ โดย นักศึกษากระบวนวิชา ชุมชนศึกษา สาขาวิชาบ้านและชุมชน ภาควิชามนุษยสัมพันธ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พ่อครูคำ กาไวย์ เกิดเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2476 ณ จังหวัดเชียงใหม่ บิดาชื่อนายอ้าย กาไวย์ มารดาชื่อนางแก้ว เรือนมูล มีพี่น้พี่น้องทั้งหมด 6 คน เป็นชาย 3 คน เป็นหญิง 3 คน นายคำ กาไวย์ เป็นบุตรคนสุดท้อง พ่อครูคำ กาไวย์ สมรสกับ นางสาวคำ สวนหมาก เมื่อ พ.ศ. 2497 มีบุตรชายและบุตรสาวจำ นวน 4 คน ได้แก่ นายสิงห์แก้ว กาไวย์ , นางเพ็ญนี เมืองใจ, นางสาวชไมพรรณ กาไวย์ และนายไพรินทร์ กาไวย์ พ่อครูคำ กาไวย์ ได้รับการศึกษาถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ปี ที่4 ณ โรงเรียนบ้านดง ตำ บลหางดง อำ เภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ พ่พ่ พ่อครูคำ กาไวย์ พ่พ่อครูคำ กาไวย์ พ่อครูคำ กาไวย์ การศึกษา ประวัติ จัดทำ โดย นักศึกษากระบวนวิชา ชุมชนศึกษา สาขาวิชาบ้านและชุมชน ภาควิชามนุษยสัมพันธ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พ่อครูคำ กาไวย์ เมื่อเริ่มริ่เป็นหนุ่มได้ออกท่องเที่ยที่วไปตามสถานที่ ต่าง ๆ ได้พบเห็นการแสดง พื้นเมืองล้านนาตามงานปอยมากมาย แต่ที่ สนใจเป็นพิเศษคือ "การตีกลองสะบัดชัย" พยายามที่จที่ะสมัครเข้าฝึกหัด กับคณะนั้น ๆ แต่ก็ไม่มีโอกาส จวบจนกระทั่งเจ้าอาวาสวัดเอรัณฑวัน (บุญปั้นปั้ ไม่ทราบฉายา มีดำ ริจะตั้งคณะศรัทธาช่างฟ้อน - ดนตรีประจำ วัดขึ้นขึ้เพื่อให้เทียมหน้ากับวัดอื่น ๆ จึงปรึกษาหารือกับคณะกรรมการวัด เมื่อตกลงกันเป็นที่เที่รียบร้อยแล้ว จึงได้ไปว่าจ้างคนบ้านหนองหวาย อำ เภอสันป่าตอง มาสอนการตีกลองสะบัดชัยให้กับสามเณร ขะโยมวัด (ศิษย์วัด) และชาวบ้านในคณะศรัทธาวัด โดยเรียกเก็บเงินจาก ผู้มาเรียนเป็นรายคน พ่อครูคำ ได้แต่ไปแอบดูและจดจำ วิธีการไว้เท่านั้น ไม่อาจจะเข้าร่วมเรียนด้วยได้ เพราะไม่มีเงินเสียให้เขานั่นเองแต่ด้วยใจ รักและประทับใจในความสง่างามของการฟ้อนรำ วิชาตีกลองสะบัดชัย จึงอาศัยครูพักลักจำ จากการฝึกซ้อม ณ วัดเอรัณฑวัน นำ มาฝึกซ้อมการตีกลองสะบัดชัยที่บ้ที่บ้านของตน ฝึกตีกลองกับฝาผนังบ้าง กับต้นกล้วยบ้าง ต่อมาคนเหล่านั้นได้แยกย้ายกันไปประกอบอาชีพและสีกลาเพศไปหมด ทำ ให้คณะศรัทธาฯ ขาดคนตีกลองประจำ ไป เมื่อจะไปร่วมงานปอยที่ใที่ด ก็ลำ บาก เพราะ ขาดช่างฟ้อนดนตรีประจำ วัด เจ้าอาวาสวัดเอรัณฑวัน องค์ใหม่ (อุทา อุตมปัญปั โญ) จึงแก้ไขปัญปัหาด้วยการรับสมัครคนที่มีที่มีความ สามารถมาทำ หน้าที่แที่ทนปรากฏว่ามีคนมาสมัครกันหลายคน จึงต้องมีการ คัดเลือก พ่อครูคำ ได้สมัครกับเขาด้วย จนกระทั่งพ่อครูคำ ผ่านการคัดเลือก เป็นผู้ตีกลองประจำ คณะศรัทธาช่างฟ้อนแห่งวัดเอรัณฑวัน เมื่อถึงคราที่จที่ะ ต้องมีการตีประชันแข่งขัน พ่อครูคำ ก็มีความมุ่งมั่น ขยันฝึกซ้อมและแสดง ฝีไม้ลายมืออย่างสุดกำ ลัง อันเป็นจุดเริ่มริ่ต้นแห่งการก้าวเข้าสู่เส้นทาง ครูภูมิปัญปัญา จัดทำ โดย นักศึกษากระบวนวิชา ชุมชนศึกษา สาขาวิชาบ้านและชุมชน ภาควิชามนุษยสัมพันธ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุดเริ่มต้นการตีกลองสะบัดชัย
การตีกลองครั้งแรกให้นับ 1,2,3,4,5,6 ยกมือซ้ายขึ้นขึ้สูงๆ มือตีกลองอย่าลืมเอามือซ้ายเกี้ยกี้วบนหัว ศอก หลังทับหัว (ง่อน) ให้แอ่นหลังเตี้ยตี้ๆ ลูกไม้ที่ทำที่ทำให้อวัยวะทุกส่วนถูกหน้ากลองทุกครั้ง เวลาใช้เข่าให้กระโดดสูงๆ ให้เท้ายกสูงห้ามติดพื้น การตีกลองสะบัดชัย ท่าตีกลอง ท่าที่ 1 ศอกหน้าเดี่ยดี่ว ซ้าย ขวา ( 4 ครั้ง ) ท่าที่ 2 ศอกหลัง ( 4 ครั้ง ) ท่าที่ 3 หัวโหม่ง ( 4 ครั้ง ) ท่าที่ 4 หัวหลัง (ง่อน) ( 4 ครั้ง ) ท่าที่ 5 เข่า ( 4 ครั้ง ) ท่าที่ 6 จระเข้ฟาดหาง ( 4 ครั้ง ) ท่าที่ 7 ศอกหน้าคู่ ( 4 ครั้ง ) เร่งตอนจบโลดโผน ยิ่งยิ่เร็วยิ่งยิ่ดี เวลาตีกลองกระโดดโลดเต้น ยกเท้าสูงๆ ย่องตามจังหวะ เลี้ยลี้ว โหม่ง ฉาบ ศอก หลัง ง่อนอย่าห่างกลอง เวลาแอ่นหลังทรงตัวให้อยู่ จัดทำ โดย นักศึกษากระบวนวิชา ชุมชนศึกษา สาขาวิชาบ้านและชุมชน ภาควิชามนุษยสัมพันธ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พ่อครูคำ กาไวย์ มีฝีมืฝี มือในการตีกลองทุกรูปแบบ ได้แก่ กลองหลวง, กลองปู่จปู่า (กลองกันยาว), กลองมองเซิง, กลองแอว, กลองแซะ, กลองสะบัดชัย และยังมี ความคิดสร้างสรรค์ประดิษฐ์ กระบวนฟ้อฟ้นรำ แบบล้านนาที่มีที่มีชื่อชื่เสียงหลายชุด เช่น ฟ้อฟ้นสาวไหมชาย-หญิง ฟ้อฟ้นเครื่อรื่งเขิน ฟ้อฟ้นวี ฟ้อฟ้นดาบ ตามคำ พรรณนาในมหาชาติ ฉบับสร้อยสังกร ฯ เป็นป็ศิลปินปิที่ไที่ด้รับการยกย่องสูงเด่นของล้านนา จัดทำ โดย นักศึกษากระบวนวิชา ชุมชนศึกษา สาขาวิชาบ้านและชุมชน ภาควิชามนุษยสัมพันธ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2527 พ่อครูคำ กาไวย์ ได้เริ่มริ่ศึกษาการสร้างกลอง สะบัดชัย โดยเริ่มริ่จากการแกะรื้อหนังหน้ากลอง ที่มีที่มีอยู่เพื่อดูการขึ้นขึ้หนังร้อยเชือก โดยเครื่องมือ ที่ใที่ช้ก็เป็นวัสดุที่ทำที่ทำมาจากทรัพยากรในท้องถิ่นถิ่ ซึ่งซึ่ถือเป็นภูมิปัญปัญาชาวบ้านทั้งสิ้น ผลงาน พ.ศ.2519 พ.ศ. 2519 พ่อครูฯ ได้รับเชิญจากอาจารย์ประนอม ทองสมบูรณ์ ครูใหญ่โรงเรียนนาฏศิลป์ จ.เชียงใหม่ ให้ไปเป็นครูสอนศิลปะพื้นเมือง ได้แก่ การตีกลองสะบัดชัย กลองมองเซิง ฟ้อนเจิง และฟ้อนดาบ จากนั้นได้เข้าทำ งาน เป็นครู โดยทำ หน้าที่ถ่ที่ถ่ายทอดศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ล้านนาให้แก่ ครู-อาจารย์ ในหมวดนาฏศิลป์โขนก่อน เพื่อจะได้นำ ไปถ่ายทอดกับนักเรียนต่อไป พ.ศ.2529 ได้รับเชิญจากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไปบรรยายเป็น อาจารย์พิเศษเป็นต้นมา รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นที่ 4 ชื่อจัตุรถาภรณ์ ให้กับพ่อครูคำ กาไวย์ เนื่องจากเป็นผู้ทำ คุณประโยชน์ต่อสังคมเเละประเทศชาติ อีกทั้งพ่อครูฯยังเคยเดินทางไปต่างประเทศเพื่อแสดงความ สามารถทางด้านการตีกลองและฟ้อนรำ แบบพื้นบ้านล้านนา
พ่อครูคำ กาไวย์ เคยเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อแสดงความสามารถทางด้านการตีกลอง และ ฟ้อนรำ แบบพื้นบ้านล้านนา ณ ประเทศมาเลเซีย พ.ศ.2535 คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติและได้เข้ารับ เครื่องหมายพระราชทานเชิดชูเกียรติจาก สมเด็จพระเทพราชสุดา พ่อครูคำ กาไวย์ เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน - ช่างฟ้อน) เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2535 และได้รับเกียรติบัตรผู้มีผลงานดีเด่นทางด้าน วัฒนธรรมท้องถิ่น จากศูนย์วัฒนธรรม จังหวัดเชียงใหม่ ประจำ ปีพุทธศักราช 2535 พ.ศ.2541 ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ เป็นผู้มีอุปการคุณต่อ โรงเรียนหางดงรัฐราษฎร์อุปถัมภ์ เป็นวิทยากร พิเศษสอนการตีกลองสะบัดชัย จากกรมสามัญศึกษากระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2541 พ่อครูคำ กาไวย์ เคยเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อแสดงความสามารถทางด้านการตีกลอง และ ฟ้อนรำ แบบพื้นบ้านล้านนา ณ ประเทศญี่ปุ่ญี่ ปุ่น จัดทำ โดย นักศึกษากระบวนวิชา ชุมชนศึกษา สาขาวิชาบ้านและชุมชน ภาควิชามนุษยสัมพันธ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ.2532
พ.ศ.2545 ได้รับเกียรติบัตรเป็นผู้มีส่วนร่วมในการ สืบทอดและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย จาก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2545 ได้เข้าร่วมกิจกรรมมหกรรมวัฒนธรรมล้านนา สานสายสัมพันธ์ ครั้งที่ 1 จากจังหวัดแพร่ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2548 พ.ศ.2548 พ่อครูเริ่มริ่เจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งและมีอาการที่ทที่รุดลง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2557 และเสียชีวิตใน วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 ที่บ้ที่บ้านเกิด ตำ บลน้ำ แพร่ อำ เภอหางดง จ.เชียงใหม่ สิริอายุได้ 79 ปี มีพิธีพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2557 ณ สุสานบ้านแพะขวาง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ พ.ศ.2557 พ่อครูคำ กาไวย์ เป็นต้นแบบกลองสะบัดชัยแบบประยุกต์ โดยการตัดเอาลูกตุ๊บกลองสะบัดชัยแบบโบราณทั้ง 3 ใบทิ้งทิ้ ไป และให้เหลือกลองสะบัดชัยใบหลักเพียงใบเดียว แล้วทำ การเพิ่มพิ่ พญานาคแกะสลักลงไปที่ตัที่ตัวกลองพร้อมทั้งปรับท่ารำ จน กลายเป็นกลองสะบัดชัยแบบประยุกต์ในปัจปัจุบัน จัดทำ โดย นักศึกษากระบวนวิชา ชุมชนศึกษา สาขาวิชาบ้านและชุมชน ภาควิชามนุษยสัมพันธ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ผลงานด้ด้ ด้ า ด้ านการแสดงศิศิ ศิ ล ศิ ลปะพื้พื้ พื้ น พื้ พื้ น พื้ บ้บ้ บ้ า บ้ าน ของพ่พ่ พ่ อ พ่ อครูรูรู คำ รู คำคำคำ กาไวย์ย์ ย์ย์ กลองสะบัดชัย กลองสะบัดชัย เป็นกลองที่มีมานานแล้วนับหลายศตวรรษ ในสมัยก่อนใช้ ตียามออกศึกสงครามเพื่อเป็นสิริมงคล และเป็นขวัญกำ ลังใจให้แก่เหล่า ทหารในการต่อสู้ให้ได้ชัยชนะทำ นองที่ใช้ในการตีกลองสะบัดชัยโบราณมี 3 ทำ นอง คือ ชัยเภรี ชัยดิถี และ ชนะมาร การตีกลองสะบัดชัยเป็นศิลปะ พื้นบ้านล้านนาอย่างหนึ่ง ซึ่งมักจะพบเห็นในขบวนแห่หรืองานแสดงศิลปะ พื้นบ้านในระยะหลังโดยทั่วไป ลีลาในการตีมีลักษณะโลดโผนเร้าใจ มีการใช้อวัยวะหรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ศอก เข่า ศีรษะ ประกอบในการ ตีด้วย ทำ ให้การแสดงการตีกลองสะบัดชัยเป็นที่ประทับใจของผู้ที่ได้ชม จนเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในปัจปัจุบัน วี เป็นคำ พื้นเมืองของภาคเหนือ แปลว่า "พัด" พัดหรือวีของทางภาคเหนือมีหลาย ลักษณะแต่ที่จที่ะกล่าวถึงนี้เป็นวีที่ทำที่ทำขึ้นขึ้มาจาก "กาบหมาก" ซึ่งซึ่เป็นวัสดุที่หที่าได้ง่าย ตามท้องถิ่นถิ่ โดยการนำ กาบหมากที่แที่ห้งแล้วมาตัดเป็นรูปต่างๆ ตามแต่จะคิดได้ แล้วนำ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ตามความต้องการ นายบุญเลิศ ทองสาลี ผู้อำ นวยการ วิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่มีความคิดที่จที่ะสร้างระบำ ขึ้นขึ้มาใหม่ โดยให้ชื่อว่า "ฟ้อน วี" เพื่อจะได้เป็นเอกลักษณ์ของทางภาคเหนือ จึงได้มอบให้พ่อครูคำ กาไวย์ และ อาจารย์ของวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ประดิษฐ์ท่ารำ ฟ้อ ฟ้ นวี ฟ้อนสาวไหมเป็นการฟ้อนที่คิที่คิดประดิษฐ์ขึ้นขึ้ ใหม่ โดยมีความมุ่งหมายจะอนุรักษ์ ทั้งนาฏศิลป์แบบภาคเหนือ และอาชีพการทอผ้าไหม ซึ่งซึ่เป็นอาชีพที่เที่ก่าแก่ของ ชาวเหนือให้คงอยู่ตลอดไป ดนตรีและการฟ้อนมีลักษณะเป็นไทยทางภาคเหนือ คือ อ่อนช้อยนุ่มนวล ท่ารำ เป็นท่าที่แที่สดงลักษณะการเลี้ยลี้งไหม สาวไหม กรอไหม และทอเป็นผ้าไหมที่ขึ้ที่ขึ้นขึ้ชื่อลือชาของชาวไทยภาคเหนือ นับเป็นการ ฟ้อนที่มีที่มีลักษณะเฉพาะชุดหนึ่ง ฟ้อ ฟ้ นสาวไหม จัดทำ โดย นักศึกษากระบวนวิชา ชุมชนศึกษา สาขาวิชาบ้านและชุมชน ภาควิชามนุษยสัมพันธ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ฟ้อ ฟ้ นที คำ ว่า "ที" หมายถึง "ร่ม" เป็นภาษาคำ "ไต" ใช้เรียกในจังหวัด แม่ฮ่องสอน "ที" ทางภาคเหนือ ลักษณะและรูปทรงแตกต่างกัน ไปแต่ละจังหวัด “ที” ที่ชาวแม่ฮ่องสอนนิยมใช้มีรูปร่างสวยงาม นำ มาใช้เป็นอุปกรณ์ประกอบการรำ ได้ ซึ่งเป็นผลงานการประดิษฐ์ และสร้างสรรค์ของวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ การแสดงชุดนี้ นำ ร่มมาประกอบลีลานาฏศิลป์ โดยมีท่าฟ้อนเหนือของเชียงใหม่ ผสมกับท่ารำ ไตของแม่ฮ่องสอน มีการแปรแถว และลีลาการใช้ร่ม ในลักษณะต่างๆที่งดงาม เช่น การถือร่ม การกางร่ม การหุบร่ม เป็นต้น ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง ใช้ดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ ประสมวงได้แก่ สะล้อกลาง สะล้อเล็ก ซึงใหญ่ ซึงกลาง ซึงเล็ก ขลุ่ย กรับคู่ กลองพื้นเมือง ฟ้อนดาบ เป็นศิลปะการแสดงที่นิที่นิยมกันมากและเป็นที่รู้ที่รู้จักกัน อย่างแพร่หลายในเขตภาคเหนือโดยเฉพาะอย่างยิ่งยิ่ ในจังหวัด เชียงใหม่ ลีลาการฟ้อนดาบดัดแปลงมาจากศิลปะการต่อสู้ของ ภาคเหนือแสดงให้เห็นถึงชั้นเชิง ท่าทางในการต่อสู้ การยั่วยุโทสะ คู่ต่อสู้ หรือแสดงให้คู่ต่อสู้ตระหนักว่าตนมีความกล้าหาญและแข็งแรง การฟ้อนดาบนิยมฟ้อนด้วยดาบ 2 เล่ม แต่บางครั้งก็จะมีการฟ้อน ดาบ 6 เล่ม 12 เล่ม หรือจำ นวนมากกว่าให้เห็นอยู่บ้าง แต่ไม่ค่อย จะได้รับชมกันบ่อยเหมือนกับการฟ้อนดาบ 2 เล่ม ปัจปัจุบันมีการ ปรับเปลี่ยลี่นรูปแบบการแสดง โดยนำ เอาผ้าชุบน้ำ มันติดที่ปที่ลายดาบ แล้วจุดไฟ เรียกว่า "การฟ้อนดาบไฟ" ขึ้นขึ้มาอีกประเภทหนึ่ง เป็นการ สร้างความบันเทิงและความตื่นเต้นให้ผู้ชมเพิ่มพิ่มากขึ้นขึ้ ฟ้อ ฟ้ นดาบ จัดทำ โดย นักศึกษากระบวนวิชา ชุมชนศึกษา สาขาวิชาบ้านและชุมชน ภาควิชามนุษยสัมพันธ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สิบเอกไพรินทร์ กาไวย์ (พ่อหลวงรินทร์) สมาชิกในชุมชนเรียกกันว่า "ป้อหลวง" ทายาทพ่อครูคำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เกิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2510 เป็นบุตรคนที่ 4 มารดาชื่อ นางคำ กาไวย์ สิสิสิบเอกไพรินทร์ กาไวย์ สิบเอกไพรินทร์ กาไวย์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดเอรัณฑวัน ตำ บลน้ำ แพร่ อำ เภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ การศึกษา ประวัติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านดง ตำ บลน้ำ แพร่ อำ เภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ อนุปริญญา วิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ รุ่น 11 วิชาเอกโขนลิง วิชาโทสากล “ป้อหลวงรินทร์” จัดทำ โดย นักศึกษากระบวนวิชา ชุมชนศึกษา สาขาวิชาบ้านและชุมชน ภาควิชามนุษยสัมพันธ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สิบเอกไพรินทร์ กาไวย์ ยังมีความเชี่ยวชาญในการผลิต กลองพื้นเมือง การผลิตหนังหุ้มกลองเป็นอย่างดี และปัจจุบันได้คิดค้นนวัตกรรมการผลิตกลอง โดยนำ เอาเหล็กมาทำ กลองสะบัดชัยเนื่องจากไม้เริ่มหายาก ศูนย์การเรียนรู้กลองสะบัดชัย ได้ผลิตลูกศิษย์ไปหลายร้อยคน และได้เปิดทำ การสอนกลองและวิชาดนตรีพื้นเมือง โดยการสืบสานมา จนถึงปัจจุบันสิบเอกไพรินทร์ กาไวย์ ได้ดำ รงตำ แหน่งเป็น ประธานศูนย์การเรียนรู้บ้านกลองสะบัดชัยพ่อครูคำ กาไวย์ และยังได้ รับเชิญไปเป็นวิทยากรให้กับมหาวิทยาลัย โรงเรียนต่าง ๆ รวมถึงการได้รับเชิญเป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวด ตีกลองสะบัดชัย และยังได้รับงบจากกรมส่งเสริมกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อทำ การสอนเยาวชนทั่ว ประเทศอย่างต่อเนื่อง สิบเอกไพรินทร์ กาไวย์ สามารถตีกลองสะบัดชัยได้เมื่อ อยู่ชั้น ป.4เนื่องจากได้รับการถ่ายทอดศิลปะการตีกลองสะบัดชัย และ การตีกลองพื้นเมืองกับพ่อครูคำ กาไวย์ ผู้เป็นบิดา เมื่อวัย เยาว์พ่อครูคำ กาไวย์ได้นำ เสนอ สิบเอกไพรินทร์ กาไวย์ ไปแสดง ตั้งแต่อายุ 12 ปี และได้สอนการตีกลองสะบัดชัยเพื่อไปแสดงที่ หอสมุดแห่งชาติกรุงเทพฯ หลังสำ เร็จการศึกษาจากหลักสูตรวิชาชีพครู ซึ่งสามารถ สอบบรรจุเพื่อรับราชการครูได้ แต่สิบเอกไพรินทร์ กาไวย์ เลือกที่ จะเป็นศิลปิน เคยเป็นนักร้องและเปิดค่ายเพลง ชื่อค่ายวิมานดิน โปรโมชั่น และได้ออกอัลบั้มกว่า 70 เพลง ในวัยเยาว์เคยไปร่วมแสดงกับพ่อครูคำ กาไวย์ ที่ลัดดา แลน์เป็นสวนสนุกชื่อดังของเชียงใหม่ในอดีต และ ได้ติดตามไป แสดงในงานวัดและโรงบ่มใบยาสูบ โดยการชักนำ ของเจ้าชาญ ศิโรรส เจ้าชายฝ่ายเหนือ จังหวัดเชียงใหม่และเคยเป็นนักแสดง ที่ คุ้มแก้วพาเลช ขันโตกดินเนอร์ และบ้านร้อยจันทร์ โรงแรม โลตัสปางสวนแก้ว ประวัติโดยย่อ จัดทำ โดย นักศึกษากระบวนวิชา ชุมชนศึกษา สาขาวิชาบ้านและชุมชน ภาควิชามนุษยสัมพันธ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดแต่งเพลงและร้อง ทำ ดนตรีเพลงคณะกรรมการหมู่บ้าน ได้รับใบประกาศจาก หม่อมหลวงปนัดดา ดิษฐ์สกุล (อดีตผู้ว่าราชการเชียงใหม่) ผลงาน สิบเอกไพรินทร์ กาไวย์ สืบสานภูมิปัญปัญาพ่อครูคำ ด้วยการเปิดสอนทุกวันอาทิตย์ เวลา 08.30 - 11.30 น. ยาวนานมากกว่า 10 ปี โดยจัดการเรียนการสอนแบบคละอายุ และสอนให้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พ.ศ. 2557 พ.ศ.2542 เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2542 ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้าน บ้านแพะขวาง หมู่ 3 ตำ บลน้ำ แพร่ อำ เภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ และยังเป็นผู้บันทึกเรื่องราวการแสดงของพ่อครูคำ ในรูปแบบวีดิทัศน์ เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ในปัจปัจุบัน พ.ศ. 2554 สิบ สิ เอกไพริน ริ ทร์ กาไวย์ (ป้ สิบ สิ เอกไพริน ริ ทร์ กาไวย์ (ป้อหลวงริน ริ ทร์) ป้ อหลวงริน ริ ทร์) จัดทำ โดย นักศึกษากระบวนวิชา ชุมชนศึกษา สาขาวิชาบ้านและชุมชน ภาควิชามนุษยสัมพันธ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รัชกาลที่ 10 พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎไทย ชั้นที่ 5 ชื่อเบญจมาภรณ์ ให้กับ สิบเอกไพริทร์ กาไวย์ เนื่องจากเป็นผู้ทำ คุณประโยชน์ต่อสังคม
“ ไม่มีใครเก่งตอนเรียน การฝึกซ้อมเท่านั้นที่จ ที่ ะทำ ให้เราเก่ง ต่อให้พวกมึงไหว้ครู หมดธูปไปเป็นหมื่นดอก แต่พวกมึงไม่ฝึกซ้อม พวกมึงก็ไม่เก่ง ” แนวคิคิด คิ ด คิ สิบ สิ เอกไพริน ริ ทร์ กาไวย์ (ป้ สิบ สิ เอกไพริน ริ ทร์ กาไวย์ (ป้อหลวงริน ริ ทร์) ป้ อหลวงริน ริ ทร์) จัดทำ โดย นักศึกษากระบวนวิชา ชุมชนศึกษา สาขาวิชาบ้านและชุมชน ภาควิชามนุษยสัมพันธ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ศูนย์การเรียนรู้ บ้านกลองสะบัดชัยพ่อครูคำ กาไวย์ ศูนย์การเรียนรู้ บ้านกลองสะบัดชัยพ่อครูคำ กาไวย์ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558 ส.อ.ไพรินทร์ กาไวย์ ได้จัดตั้งให้บ้านของ พ่อครูคำ กาไวย์ เป็นศูนย์การเรียนรู้กลองสะบัดชัย พ่อครูคำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติปี 2535 เพื่อเป็นการสืบทอดศิลปะการตีกลองสะบัดชัย ฟ้อนดาบ ฟ้อนเจิง ฯลฯ ตามแบบอย่างของพ่อครูคำ กาไวย์ ไม่ให้สูญหายพร้อมทั้ง มีการพัฒนาให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจเรียนและผลิตกลองสะบัดชัย 29 กรกฎาคม พ.ศ.2558 ศูนย์การเรียนรู้กลองสะบัดชัยของพ่อครูคำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติปี 2535 ได้รับคัดเลือกให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ดีเด่นของจังหวัด เชียงใหม่โดยเข้ารับรางวัลจากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประวัติ จัดทำ โดย นักศึกษากระบวนวิชา ชุมชนศึกษา สาขาวิชาบ้านและชุมชน ภาควิชามนุษยสัมพันธ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุดประสงค์ศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้สะบัดชัย เกิดขึ้นเพื่อสืบทอดศิลปะวัฒนธรรม การตีกลองสะบัดชัยเป็นหลัก เน้นให้ผู้ที่มีความสนใจในการตีกลองสะบัดชัย เข้าถึงได้ง่าย ให้ทุกคนได้เป็นศิลปินและนำ ไปต่อยอดกันได้ ไม่มุ่งเน้น การประกวดการแข่งขันเพื่อให้ลูกศิษย์ ได้แสดงความสามารถกันได้อย่างเต็มที่ และมีการส่งต่อทักษะการตีกลองสะบัดชัยในรูปแบบพี่สอนน้อง
1. รับงานแสดง ตีกลองสะบัดชัย ฟ้อนดาบ กลองมองเซิง และการแสดงพื้นเมืองทุกชนิด 2. จำ หน่ายกลองสะบัดชัยและพญานาค “ ลิขสิทธิ์ พ่อครูคำ กาไวย์ ” ศิลปินปิแห่งชาติ พ.ศ. 2535 กลองสะบัดชัยสามารถซื้อได้ที่ศูที่ศู นย์การเรียนรู้ และสอนฟรี 3. รับหุ้มกลองพื้นเมืองทุกชนิด 4. จำ หน่ายหนังสัตว์หุ้มกลอง 5. จำ หน่ายแผ่นซีดี การแสดงฟ้อนดาบ และการตีกลองทุกชนิด ของพ่อครูคำ กาไวย์ ศิลปินปิแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2535 ติดติ ต่ ติดติ ต่อ ต่ งาน จัดทำ โดย นักศึกษากระบวนวิชา ชุมชนศึกษา สาขาวิชาบ้านและชุมชน ภาควิชามนุษยสัมพันธ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
• ค่าขันไหว้ครูประจำ ปี 200 บาท ต่อ 1 ท่าน ค่าเสื้อและไม้ตีกลอง 800 ต่อ 1 ท่าน (หากไม่มีกำ ลังทรัพย์สามารถติดต่อพ่อหลวงได้) • สอนทุกวันอาทิตย์เวลา 08.30 น. ถึง 11.30 น. • สามารถเรียนได้ทุกเพศ ทุกวัย ต้องตั้งใจฝึกซ้อม สอนได้ตลอดชีวิต การสมัค มั รเรี การ ย รี น สมัค มั รเรีย รี น สิบ สิ เอกไพริน ริ ทร์ กาไวย์ (ป้ สิบ สิ เอกไพริน ริ ทร์ กาไวย์ (ป้อหลวงริน ริ ทร์) ป้ อหลวงริน ริ ทร์) ตามรูปแบบพ่อครูคำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติปีติ ตามรูปแบบพ่ ปี พ.ศ. 2535 พ่ อครูคำ กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติปีติ ปี พ.ศ. 2535 ช่องทางการติด ติ ต่ ช่ อ ช่ องทางการติด ติ ต่อ 081-3666905 083-5825046 เพจFACEBOOKศูนย์การเรียนรู้บ้านกลองสะบัดชัย พ่อครูคำ กาไวย์ ศิลปินปิแห่งชาติปี 2535 จัดทำ โดย นักศึกษากระบวนวิชา ชุมชนศึกษา สาขาวิชาบ้านและชุมชน ภาควิชามนุษยสัมพันธ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สสออนนฟฟรีรี!รี!! !รี!!
ชวิศวิ า แสงโรจน์ ญาณิศา งามเมือ มื ง ธันย์ชย์ นก เพีย พี รธรรม นฤมล วงษ์ศรีง รี าม พัน พั ธิตรา พานพรม สิริน ริ ทร์นิ ร์นิชา สุริจั ริจั นทร์ โครงการ การสืบทอดภูมิปัญญากลองสะบัดชัยเชิงสร้างสรรค์ บ้านแพะขวาง อำ เภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ สาขาวิชวิาบ้านและชุมชน ภาควิชวิามนุษยสัมสัพันพัธ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทวิยาลัยลัเชียงใหม่ 2567 จัดทำ โดย