The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mai, 2022-09-22 09:11:49

โวหารภาพพจน์

โวหารภาพพจน์

วชิ าภาษาไทยพื้นฐาน ท32101
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5
เรือ่ งโวหารภาพพจน์

โดยคุณครสู ุรยี ์ ศิริปัญญาวงศ์

คาชแี้ จงในการเรียน
เรือ่ ง โวหารภาพพจน์

1. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนออนไลน์
2. นักเรยี นเร่ิมศึกษำเน้อื หำจำก Powerpoint ทลี ะสไลด์ ทลี ะ

เร่ือง เมอ่ื จบแต่ละเรื่องให้ทำแบบทดสอบท้ำยเรอ่ื งของแตล่ ะ
โวหำรภำพพจน์
3. หลงั จำกศึกษำเน้อื หำทัง้ หมดจบแล้วให้นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั
ในใบงำนที่ 1 และใบงำนท่ี 2
4. นกั เรยี นทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรยี นออนไลน์

จุดประสงคใ์ นการเรียน
เรื่อง โวหารภาพพจน์

1. นกั เรียนมีควำมรูค้ วำมเข้ำใจและสำมำรถอธิบำยโวหำร
ภำพพจน์แต่ละประเภทได้

2. นกั เรียนใชภ้ ำพพจน์ไดถ้ กู ตอ้ งตรงกับวรรณคดีทก่ี ำหนดให้
3. นักเรียนตระหนักถงึ คณุ คำ่ ของควำมเป็นไทย

สวัสดีค่ะนักเรียนทุกคน ยินดีต้อนรับเข้าสู่เน้ือหาเรื่องโวหาร
ภาพพจน์ ซึ่งเหมาะสาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

สามารถนามาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์คณุ ค่าด้านวรรณศิลป์ ใน
วรรณคดเี รื่องต่างๆได้ค่ะ

ภาพพจน์ หมายถึง คา หรือกลุ่มคา
ท่ีสร้างข้ึนจากกลวิธีในการใชค้ า
เพ่อื ใหป้ รากฏภาพที่เด่นชดั และ
ลึกซ้ึงข้ึนในใจทาใหผ้ อู้ ่านและ
ผฟู้ ังเกิดจินตภาพคลอ้ ยตาม โดยผู้
แต่งใชก้ ลวิธีการเปรียบเทียบที่
คมคายในลกั ษณะต่างๆ

อวพจน์

อุปมา

อุปมา คือ การเปรียบเทยี บว่าส่ิงหนึ่งเหมือนกบั ส่ิงหนึ่งโดย
ใช้คาเช่ือมทม่ี ี ความหมายเช่นเดยี วกบั คาว่า " เหมือน

เช่น ดุจ ดง่ั ราว ราวกบั เปรียบ ประดุจ เฉก
เล่ห์ ปาน ประหน่ึงเพยี ง เพยี้ ง พ่าง ปูน ฯลฯ

ตวั อย่างเช่น
ปัญญาประดุจดงั อาวธุ
ไพเราะกงั วานปานเสียงนกร้อง
ท่าทางหล่อนราวกบั นางพญา

ตวั อย่างอปุ มาเพม่ิ เตมิ

• ทนตแ์ ดงด่งั แสงทบั ทมิ เพรศิ พรมิ้ เพรารบั กบั ขนง

(อิเหนา)

• เม่ือเคราะหร์ า้ ยกายเราก็เทา่ นี้ ไมม่ ีท่ีพสธุ าจะอาศยั

ลว้ นหนาวเหนบ็ เจบ็ แสบคบั แคบใจ เหมอื นนกไรร้ งั เรอ่ ยเู่ อกา

(นิราศภเู ขาทอง – สนุ ทรภ่)ู

ทดสอบ อุปมา

ข้อใดใช้ภาพพจน์อุปมาให้เขยี นเคร่ืองหมาย และเขยี นเคร่ืองหมาย 
หน้าข้อทไี่ ม่ได้ใช้ภาพพจน์อุปมา
……….. ๑. ไม่คลาดเคล่ือนเหมือนองคพ์ ระทรงเดช แต่ดวงเนตรแดงดูดงั สุริยฉ์ าย
……….. ๒. เรียบเรียงเคียงคูจ่ ร ดงั่ ร่อนฟ้ามาแดนดิน
……….. ๓. สุจริตคือเกราะบงั ศาสตร์พอ้ ง
……….. ๔. คุณแม่หนาหนกั เพ้ยี ง พสุธา
……….. ๕. ฝงู ชนกาเนิดคลา้ ย คลึงกนั

อปุ ลกั ษณ์

อุปลกั ษณ์ กค็ ล้ายกบั อุปมาโวหารคือเป็ นการเปรียบเทยี บเหมือนกนั
แต่เป็ นการเปรียบเทยี บ ส่ิงหนึ่งเป็ นอกี สิ่งหนึ่ง

อุปลกั ษณ์จะไม่กล่าวโดยตรงเหมือนอุปมา แต่ใช้วธิ ีกล่าวเป็ นนัย
ให้เข้าใจเอาเอง ทส่ี าคญั อุปลกั ษณ์จะไม่มคี าเชื่อมเหมือนอุปมา

ตวั อย่างเช่น
ขอเป็นเกือกทองรองบาทา ไปจนกวา่ ชีวนั จะบรรลยั
ทหารเป็ นร้ ัวของชาติ
เธอคือดอกฟ้าแต่ฉนั น้นั คือหมาวดั
เธอเป็นดินหรือเธอเป็นหญา้ แทจ้ ริงมีค่ากวา่ ใครนิรันดร์
ชาวนาเป็นกระดูกสนั หลงั ของชาติ
ครูคือแม่พมิ ข์ องชาติ
ชีวติ คือการต่อสู้ ศตั รูคือยากาลงั

เพมิ่ เตมิ โวหารอปุ ลกั ษณ์

ถึงหว้ ยโป่ งเห็นธารละหานไหล คงคาใสปลาวา่ ยคลา้ ยคลา้ ยเห็น
มีกรวดแกว้ แพรวพรายรายกระเดน็ บา้ งแลเห็นเป็ นสีบุษราคมั

(นิราศเมืองแกลง)
บางคร้ังภาพพจน์แบบอุปลกั ษณ์ไม่มีคากริยา คือ และ เป็น ใหส้ ังเกต
เราจะตอ้ งตีความเอาเอง

ตวั อย่างโวหารอปุ ลกั ษณ์

ตะปดู อกใหญ่ตรึง บาทา อยู่เฮย

จึงบอาจลลี า คล่องได้

เชิญผู้ทเ่ี มตตา แก่สัตว์ ปวงเฮย

ชักตะปนู ีใ้ ห้ ส่งข้าอญั ขยม

(ขตั ตยิ พนั ธกรณี)

ในทน่ี ี้ เปรียบภาระหน้าทเ่ี ป็ นตะปทู ตี่ รึงเท้าไว้

ทดสอบ อปุ ลกั ษณ์

ข้อใดใช้ภาพพจน์อุปลกั ษณ์
ก. น้าเงินคือเงินยวง
ข. ขาวพรายช่วงสีสาอาง
ค. ไป่ เทียบเปรียบโฉมนาง
ง. งามเรืองเรื่อเน้ือสองสี

ปฏพิ ากย์

ปฏิพากย์ หรือ ปรพากย์ คือการใชถ้ อ้ ยคาท่ีมีความหมายตรงกนั ขา้ ม
หรือขดั แยง้ กนั มากล่าว อยา่ งกลมกลืนกนั เพ่ือเพิ่มความหมายใหม้ ีน้าหนกั มากยงิ่ ข้ึน

ตวั อย่างเช่น
เลวบริ สุทธ์ ิ
บาปบริ สุทธ์ ิ
สวยเป็ นบา้
สวยอยา่ งร้ายกาจ
สนุกฉิบหาย
สวรรคบ์ นดิน
ยง่ิ รีบยงิ่ ชา้
น้าร้อนปลาเป็นน้าเยน็ ปลาตาย
เสียนอ้ ยเสียยากเสียมากเสียง่าย
รักยาวใหบ้ นั่ รักส้นั ใหต้ ่อ
แพเ้ ป็นพระชนะเป็นมาร

ทดสอบ ปฏพิ ากย์

ความที่วา่ “เป็นป่ าเถื่อนแตเ่ ป็นท่ีไม่มีภยั ” ผเู้ ขียนใชก้ ลวธิ ีการ
เขียนเสนอภาพพจน์ต่างจากขอ้ ใด
ก. เสียงน้าซ่ึงกระซิบสาดปราศจากเสียง
ข. จกั วาลวนุ่ วายไร้สาเนียง
ค. อยหู่ ่างไกลแต่กใ็ กลค้ ุณธรรม
ง. วนและวงิ่ คืนและวนั หวนั่ และไหว

อติพจน์

อตพิ จน์ คือโวหารทกี่ ล่าวเกนิ ความจริง เพ่ือเน้นความรู้สึก
ทาให้ผู้ฟังเกดิ ความรู้สึกทล่ี กึ ซึ้ง

ภาพพจน์ชนิดนีน้ ิยมใช้กนั มากแม้ในภาษาพูด เพราะเป็ นการกล่าวที่
ทาให้เห็นภาพได้ง่ายและแสดงความรู้สึกของกวไี ด้อย่างชัดเจน

ตวั อย่างเช่น
คิดถึงใจจะขาด
คอแหง้ เป็นผง
ร้อนตบั จะแตก
เหนื่อยสายตวั แทบขาด
การบินไทยรักคุณเท่าฟ้า
คิดถึงเธอทุกลมหายใจเขา้ ออก

ตวั อย่างอตพิ จน์เพม่ิ เติม

ดผู ิวสนิ วลละอองอ่อน มะลซิ อ้ นดดู าไปหมดสนิ้
สองเนตรงามกวา่ มฤคนิ นางนีเ้ ป็นป่ินโลกา

(ศกนุ ตลา)

ทดสอบ อตพิ จน์

บทประพนั ธ์ข้อใดใช้ภาพพจน์อตพิ จน์ คมขางามแฉลม้ แจ่มใส
ก. เจา้ ร่างนอ้ ยนอนน่ิงบนเตียงต่า รอยไรเรียบรับระดบั ดี

คิ้วคางบางงอนอ่อนละไม ดูกลิ้งเกลียวพงุ่ พลง่ั ดงั ผางผาง
ข. เสียงน้าโถมโครมกระแทกสะทา้ นเสียว กระถงั ถางโกง้ กอ้ งลงดินกึง
ราชินีแห่งน้าคา้ งจะห่างหนั
ศิลาพงั ดงั กระทบกระเทือนทาง จกั จน่ั จ่ีเจ้ือยรับเรื่อยร้อง
มาทาอาหารใหค้ นไร้สิ้น
ค. มโหรีจากราวป่ ามาเรื่อยรี่ เอามาสินเยบ็ เป็นเส้ือเผอ่ื คนจน
ฝักตอ้ ยต่ิงแตกจงั หวะประชนั กนั

ง. แลว้ สอยดาวสาวเดือนที่เกล่ือนฟ้า

ฟันนภาที่เห็นออกเป็ นชิ้น

บุคลาธิษฐาน

บุคลาธิษฐาน หรือ บุคคลวตั คือการกล่าวถงึ สิ่งต่างๆ ทไ่ี ม่มชี ีวติ
ไม่มคี วามคดิ ไม่มวี ญิ ญาณ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ อฐิ ปูน
หรือส่ิงมชี ีวติ ทไี่ ม่ใช่มนุษย์ เช่น ต้นไม้ สัตว์ โดยให้ส่ิงต่างๆเหล่านี้
แสดงกริ ิยาอาการและความรู้สึกได้เหมือนมนุษ
( บุคลาธิษฐาน มาจากคาวา่ บุคคล + อธิษฐาน
หมายถึง อธิษฐานใหก้ ลายเป็นบุคคล )

ตวั อย่างบุคลาธษิ ฐาน

ดวงตะวันแย้มยมิ้ , สายลมโลมไล้เอาอกเอาใจพฤกษาลดามาลย์
ผีเสอื้ บนิ เย้าหยอกกับดอกไม้ เพลงลองในพลวิ้ พรมลมอ่อนอ่อน

ใหน้ ักเรียนนาตัวอักษรทางดา้ นขวามอื มาเตมิ ลงในช่องว่างใหถ้ ูกตอ้ ง

............๑. ผีเสอื้ บินเยา้ หยอกกบั ดอกไม้ ก. อปุ มา

เพลงลองในพลวิ้ พรมลมออ่ นออ่ น ข. อปุ ลกั ษณ์

...........๒. สตั วใ์ นนา้ จาแพแ้ ก่ผีเสอื้ ค. บคุ คลวตั
...........๓.
...........๔. เปรยี ใบหเน้ หักมเรือียนนนเนาตือ้ วั เอหักน็ ษพรทยาคงั ดฆ้านใ์ ขหวช้ ากมั ือหมลางเั ตมิ ลงในชอ่ งวา่ งให้ถกู งต.้องไมใ่ ชภ้ าพพจน์
ขอส..ม...๑า....ต...า. ป่ เผอู พีเยสลอื้งา่ ลบดอนิ งเูเบยในา้ าพหยลอวิ้ พกกรมบั ลดมออกอ่ไมน้ออ่ น ก. อปุ มา
...........๕. ข. อปุ ลกั ษณ์

ช่วย..อ....มุ้ ...เ.อ.๒า. แสกตั อวใ์อนกนา้ไจปาใแพหแ้ ส้ กบ่ผีเาสอืย้ ค. บคุ คลวตั
ง. ไมใ่ ชภ้ าพพจน์
เปรยี บเหมอื นเนือ้ เหน็ พยคั ฆใ์ หช้ กั หลงั

เป็น..ก...ะ...ล...า๓ใ. หขถ้ อือสมาแตมาปเ้่อูธยอ่าคดเู อืบาขอทาน
เป็น..บ....ลั ...ล..๔งั .กต์ชเปว่ร็นยะกอกะมุ้ ลาเอานาใหแกถ้ แอือมอแกเ้ มไธปเ้ อธใอหคคส้ ือือบขานอยาทงานพญา
เป็นบลั ลงั กต์ ระกาน แมเ้ ธอคือ

หาง..น...ก....ย..๕งู .ระนหยาาางง้ นพเกรญย่ยี างู คระลยอา้ เเรค่ยี คลลยี อเนคาล้ ยี นา้

แพนดอกฉ่าแชพอ้ นยดอชกอ่ ฉว่าชรอ้วยิจชิตอ่ วรรวจิ ติ ร

สัญลกั ษณ์

สัญลกั ษณ์ เป็ นการเรียกช่ือส่ิงๆหนึ่งโดยใช้คาอื่นมาแทน ไม่เรียกตรงๆ
ส่วนใหญ่คาทน่ี ามาแทนจะเป็ นคาทเ่ี กดิ จากการเปรียบเทยี บและตคี วาม
ซ่ึงใช้กนั มานานจนเป็ นทเ่ี ข้าใจและรู้จกั กนั โดยทวั่ ไป
ตวั อย่างเช่น
เมฆหมอก แทนอุปสรรค
สีดาแทนความตาย ความชว่ั ร้าย
สีขาว แทนความบริสุทธ์ิ
กหุ ลาบแดงแทนความรัก
หงส์ แทนคนช้นั สูง
นางวนั ทอง แทนผหู้ ญิงสองใจ
นกพิราบ แทนสนั ติภาพ

ทดสอบ สัญลกั ษณ์

ใหเ้ ขียนเคร่ืองหมาย  ลงหน้าข้อความทเี่ หน็ ว่าถูก
และเขียนเครื่องหมาย  ลงหน้าข้อความทเ่ี หน็ ว่าผิด

……….. ๑. สญั ลกั ษณค์ อื การใชส้ ่งิ หน่งึ มาแทนอีกส่งิ หน่งึ
……….. ๒. “คางคกผงกมขุ เผยอ จิตเห่อจะปีนยงู

เป็นหมจู ะคอู่ ศั วจงู จรไดไ้ ฉนนา”
ใหภ้ าพพจนส์ ญั ลกั ษณ์

……….. ๓. นางวนั ทอง หมายถงึ หญิงงาม, ความจงรกั ภกั ดี
……….. ๔. นกขมิน้ หมายถึง การเรร่ อ่ นพเนจร
……….. ๕. ลมระเรงิ ลหู่ วิวพลิว้ ระลอก สพั ยอกยอดไมไ้ ปล่วิ ลอ่ ง ใชภ้ าพพจนส์ ญั ลกั ษณ์
……….. ๖. หงส์ หมายถงึ ความสงู สง่ , สกลุ สงู

นามนัย

นามนัย คือการใช้คาหรือวลซี ึ่งบ่งลกั ษณะหรือคุณสมบตั ขิ องส่ิงใด
สิ่งหนึ่งแทนอกี ส่ิงหน่ึง คล้ายๆสัญลกั ษณ์ แต่ต่างกนั ตรงท่ี นามนัยน้ันจะดงึ
เอาลกั ษณะบางส่วนของส่ิงหนึ่งมากล่าว ให้หมายถึงส่วนท้งั หมด

ตัวอย่างเช่น
เมืองโอ่งหมายถึงจงั หวดั ราชบุรี
เมืองยา่ โมหมายถึงจงั หวดั นครราชสีมา
ทีมเสือเหลืองหมายถึงทีมมาเลเซีย
ทีมสิงโตคาราม หมายถึงองั กฤษ
เกา้ อ้ี แทนตาแหน่งหนา้ ท่ีของผบู้ ริหาร

ทดสอบ นามนัย

ข้อใดใช้นามนัย
ก. ธระเมียรหมู่ดสั กร มอญพม่าดาด่ืน เดินดุจคล่ืนคลาฟอง
ข. ไทท้ ุกเขตทุกดา้ ว นา้ วมกฎุ มานบ นา้ วพภิ พมานอบ
ค. เร็วเร่งฮือเขา้ ลอ้ ม ลอ้ มกรุงเทพทวารัติ ชิงเอาฉตั รตดั เขญ็
ง. ขา้ ศึกสาดปื นโซรม โรมกุฑณั ฑธ์ นู ดูดง่ั พรรษาซอ้ ง

สัทพจน์

สัทพจน์ หมายถงึ ภาพพจน์ทเี่ ลยี นเสียงธรรมชาติ เช่น
เสียงดนตรี เสียงสัตว์ เสียงคล่ืน เสียงลม เสียงฝนตก เสียงนา้ ไหล ฯลฯ
การใช้ภาพพจน์ประเภทนีจ้ ะทาให้เหมือนได้ยนิ เสียงน้ันจริง ๆ

ตัวอย่างเช่น
ลูกหมาร้องบ๊อก ๆ ๆ ลุกนกร้องจิ๊บๆๆ ลูกแมวร้องเหมียว ๆ ๆ
เปร้ียง ๆ ดงั เสียงฟ้าฟาด
ตะแลกแตก๊ แต๊กตะแลกแต๊กแตก๊ กระเด่ืองดงั แทรกสารวลสรวลสนั ต์
คล่ืนซดั ครืนครืนซ่าที่ผาแดง
บดั เด๋ียวดงั หง่างเหง่งวงั เวงวา่ ว สะดุง้ แลว้ เหลียวแลชะแงห้ า

ทดสอบ สัทพจน์

จงหาคาเลยี นเสียงธรรมชาติ (สัทพจน์) จากบทประพนั ธ์ต่อไปนี้

พร้อมท้งั บอกด้วยว่าเป็ นการเลยี นเสียงธรรมชาตจิ ากเสียงของสิ่งใด

กลองทองตีครุ่มคร้ึม เดินเรียง

ทา้ ตะเติงเติงเสียง ครุ่มคร้ืน

เสียงป่ี รี่เรื่อยเพยี ง การเวก

แตร้นแตร่แตรฝร่ังข้ึน หวหู่ วเู้ สียงสงั ข์

คาเลียนเสียงธรรมชาติคือ เลียนเสียง .....................................................
๑.......................................................... เลียนเสียง .....................................................
๒.......................................................... เลียนเสียง .....................................................
๓..........................................................

อวพจน์

อวพจน์ คือ การกลา่ วผดิ ไปจากที่เป็นจริง เป็นการกลา่ วเกินจริง โดยมีเจตนา
เนน้ ขอ้ ความน้อยกว่าที่เป็นจริง
ตวั อย่าง
“คอยสักอดึ ใจเดียว”
“มที องเท่าหนวดก้งุ นอนสะดุง้ จนเรือนไหว”
“จะเป็นความถามไถ่ในบุริน เงนิ เท่าปี กริ้นกไ็ ม่มี”

ทดสอบ อวพจน์

ข้อใดใช้อวพจน์
ก. ร้อนแทบสุก
ข. เหน่ือยจนสายตวั แทบขาด
ค. เลก็ เท่าข้ีตาแมว
ง. รอมาชาติหน่ึงแลว้


Click to View FlipBook Version