The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติลีลาศ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Priyaporn Kongtun, 2023-09-24 10:20:22

ลีลาศ

ประวัติลีลาศ

ประวัติความเป็นมา ลีลาศ จัดทำ โดย นางสาว ปรียาภรณ์ กองตัน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/1 เลขที่6 เสนอ คุณครู ดวงพร อินทร์กุล โรงเรียนหนองปรือพิทยาคม


คำ นำ สมุดE-bookเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาพละ ศึกษาที่จัดทำ เล่มนี้ขึ้นมาก็เพราะต้องการให้ ผู้อ่านได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และรู้จัก ประเภทของลีลาศ ผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่่า ผู้อ่านจะได้รับประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง ปรียาภรณ์ กองตัน ผู้จัดทำ


- - - - - - - สารบัญ 1 2 3 4 5 6 7 หน้า ประวัติความเป็นมาของลีลาศ การเต้นหรือจังหวะของลีลาศ จังหวะของการเต้นลีลาศ รูปแบบและทิศทางของลีลาศ การจับคู่ของลีลาศ ประโยชน์ของการเต้นลีลาศ มารยาทของการเต้นลีลาศและ การแข่งขันลีลาศ


ในสมัยดึกดำ บรรพ์ ชาวสปาร์ต้า จะฝึกกีฬา เช่น ชกมวย, ยิงธนู, วิ่ง, ขี่ม้า ล่าสัตว์ รวมการ เต้นรำ ส่วนชาวโรมันมีการเต้นรำ เพื่อแสดงความกล้าหาญ ผู้ที่มีชื่อเสียงในการเต้นตำ ของ โรมันคือ ซีซีโร (Cicero : 106 – 43 B.C.) การเต้นรำ แบบบอลรูมในจังหวะวอลซ์ (Waltz) ได้เริ่มขึ้นประมาณ ค.ศ. 1800 เป็นจังหวะ ที่นิยมกันมากในสมัยนั้น ในสมัยพระนางเจ้าวิคตอเรีย (The Victorian Era : 1830 – 80) การไปงานราตรีสโมสร หนุ่มสาวจะไปเป็นคู่ๆ ต้องต่างคนต่างไป และฝ่ายชายจะขอลีลาศ กับหญิงคนเดิมมากกว่า 4 ครั้ง ไม่ได้ หญิงโสดก็จะต้องมีพี่เลี้ยงไปด้วย ฝ่ายหญิงจะมีบัตร เล็กๆ สีขาว จดบันทึกไว้ว่า เพลงใดมีชายขอจองลีลาศไว้บ้าง ในศตวรรษที่ 20 นิโกรใน อเมริกา มีบทบาทมากทางด้านดนตรี และลีลาต่างๆ ในนิวออร์ลีน มีการเล่นดนตรีแบบพื้น เมืองของอาฟริกา ตอนแรกเรียกว่าจังหวะ (Syncopation) มีท่วงทำ นองเร้าใจ และเป็นจุด เริ่มต้นของยุคแจ๊ส (Jazz Age) สมัยเริ่มสงครามโลกครั้งที่ 1 ใหม่ๆ ดนตรีจังหวะนี้ก็เข้ามา แพร่หลายในอังกฤษ พร้อมๆ กันนั้นก็มีจังหวะพื้นเมืองอีกจังหวะหนึ่งมาจากอเมริกาใต้ คือ จังหวะแทงโก (Tango) ซึ่งมีจุดกำ เนิดมาจากเพลงพื้นเมืองของพวกคาวบอยในอาร์เยนตินา ยุคนั้นเรียกว่า แร็กโทม์ (Rag – Time) ซึ่งการเต้นไม่มีกฏเกณฑ์อะไร ต่อมาประมาณปี ค.ศ.1929 มีครูลีลาศในอังกฤษรวมกันเป็นคณะกรรมการปรับปรุงการลีลาส แบบบอลรูมขึ้นมาเป็นมาตรฐาน 4 จังหวะ (ถ้ารวมควิกวอลซ์ด้วยจะเป็น 5 จังหวะ) ถือว่าเป็น แบบฉบับของชาวอังกฤษ คือ วอลซ์ (Waltz) ควิกสเต็ป (Quickstep) แทงโก (Tango) และ ฟอกซ์ทรอต (Fox-trot) เนื่องจากอิทธิพลของยุคแจ๊ส (Jazz Age) ก็ได้เกิดการลีลาศแบบลาตินอเมริกา ซึ่งจัดไว้เป็น มาตรฐาน 4 จังหวะ (ถ้ารวมพาโซโดเบิ้ล ก็จะเป็น 5 จังหวะ) คือ รัมบ้า (Rumba) ชา ชา ช่า (Cha – Cha – Cha) แซมบ้า (Samba) และไจว์ฟ (Jive) โดยคัดเลือกจากการลีลาศ ประจำ ชาติต่างๆ เช่น แซมบ้าจากบราซิล รัมบ้าจากคิวบา พาโซโดเบิ้ลจากสเปน และ ไจว์ฟจากอเมริกา ประวัติความเป็นมา ของลีลาศ 1


1.กาารลีลาศที่เป็นจังหวะมาตรฐานสากลนิยมแบ่งเป็น 4 รูปแบบ คือ 1) วอลซ์ (Waltz) 2) แทงโก้ (Tango) 3) สโลว์ ฟอกซ์ทรอท (Slow Foxtrot) 4) เวียนนี วอลซ์ (Viennese Waltz) 5) ควิกสเต็ป (Quick Step) 2.การลีลาศแบบละติน - อเมริกา (Latin - Amarican) เป็นที่นิยมแพร่หลายเนื่องจากเป็น จังหวะที่สนุกสนาน คึกคัก และในบางจังหวะสามารถเต้นได้ โดยไม่มีพื้นที่กว้างนัก การ ลีลาศแบบลาติน - อเมริกามีจังหวัดที่เป็นมาตรฐาน 5 จังหวะคือ 1) ช่า ช่า ช่า (Cha Cha Cha) 2) แซมบ้า (Samba) 3) คิวบิน รัมบ้า (Cuban Rumba) 4) พาโซโดเบล (Paso Doble) 5) จังหวะไจว์ฟ (Jive) 3.การลีลาศแบบไม่เป็นมาตรฐานหรือการลีลาศเพื่อเข้าสังคม มีการพัฒนามาจากการเต้น ระบำ พื้นเมืองมีอยู่ 3 รูปแบบ คือ 1)แบบละติน- อเมริกา เป็นแบบลีลาศเพื่อการ เข้าสังคมและสนุกสนาน มีจังหวะต่างๆดังนี้เช่นจังหวะแมมโบ (Metenque) อาร์เจนตินา แทงโก้ (Argentina Tango) 2)แบบอเมริกันสไตล์เป็นการเต้นแบบบอลรูมและ ละติน เช่นเดียวกับ จังหวะมาตรฐาน แต่มีวิธีการและเทคนิคในการเต้นที่แตกต่างไปบ้างตามความนิยมของชาวอเมริกัน นอกจาก นี้จังหวัดที่ชาวอเมริกันใช้เต้นในงานต่างๆเช่น จังหวะร็อคแอนด์โรล (Rock&Rool) และ จังหวะสวิง (Swing) 3)แบบโอลด์ไทม์แดนซ์ เป็นลักษณะลีลาศที่มีวิวัฒนาการมาจากการเต้นรำ แบบโบราณที่ นิยมใช้เต้นตามงานเลี้ยงสังสรรค์ โดยจะจับเป็นคู่ แต่เวลาเต้นจะเต้นพร้อมฟังทุกคู่เป็นไป ตามรูปแบบวงกลมโดยใช้จังหวะแต่หลายๆจังหวะในการเต้น เช่น สวิงวอลซ์ (Swing Walt) เป็นต้น การเต้นหรือจังหวะ ของลีลาศ 2


จังหวะของการ เต้นลีลาศ 3 จังหวะลีลาศทั้ง 4 จังหวะ ได้แก่ จังหวะบีกิน จังหวะชะช่ะช่า จังหวะวอทลซ์ และจังหวะรุมบ้า ทั้ง 4 จังหวะนี้เป็นพื้นฐานของการเต้นในจังหวะอื่นๆ ถ้า สามารถเต้น 4 จังหวะนี้ได้ก็สามารถเต้นจังหวะอื่นๆได้เช่นเดียวกัน สามารถ นำ ท่าเต้นลีลาศทั้ง 4 จังหวะนี้ไปใช้ในชีวิตประจำ วันได้ เพราะการเข้าสังคม ส่วนใหญ่ การเต้นลีลาศก็จะเป็นอีกหนทางหนึ่งในการเข้าสังคมได้อย่างมีน่ามี ตา แล้วนอกจากนี้ยังทำ ให้เกิดความสนุกสนานในการเต้นอีกด้วย (จังหวะบีกิน) บีกินเป็นจังหวะลีลาศประเภทเบ็ดเตล็ด (POP AND SOCIAL DANCES) ที่ ปัจจุบันนิยมเต้นกันเฉพาะงานสังคมลีลาศทั่ว ๆ ไปในประเทศไทย ไม่นิยม เต้นกันในต่างประเทศไม่ปรากฏหลักฐานว่าคนไทยเรานิยมเต้นรำ จังหวะบี กินมาตั้งแต่เมื่อไรเท่าที่พอจะทราบได้คือ ในช่วงเวลาที่ครูอัตถ์พึ่งประยูรบรม ครูสอนลีลาศคนหนึ่งของไทยที่เต้นรำ มาตั้งแต่ พ.ศ. 2492 หรือ 2493 นั้นก็มี การเต้นรำ จังหวะบีกินกันแล้วโดยเข้าใจกันว่าชาวฟิลิปปินส์ที่มาเล่นดนตรีใน เมืองไทยเป็นผู้แนะนำ (จังหวะช่ะ ช่ะ ช่า) ช่ะ ช่ะ ช่า เป็นจังหวะเต้นรำ ที่พัฒนามาจากจังหวะแมมโบ้ (Mambo) ใน อดีตเรียกชื่อจังหวะนี้ แมมโบ้ ช่ะ ช่ะ ช่า ต้นกำ เนิดมาจากคิวบัน (คิวบา) เกิดจากอิทธิพลของดนตรีที่พัฒนาไป ทำ ให้การเต้นรำ พัฒนาตามไปด้วย (จังหวะวอลซ์) ผู้เต้นควรหัดการเต้นลวดลายพื้นฐานเป็นอันดับแรก เพื่อให้เกิดความคุ้น เคยกับจังหวะของเพลงและฝึกการใช้ส้นเท้าปลายเท้า ในการฝึกระยะแรก ควรฝึกฝนการเต้นแบบสแควร์ก่อน คือ การเต้นแนชเชอรัล สแควร์ และ รีเวิร์ส สแควร์ (จังหวะรุมบ้าก็คือ) การใช้เท้า โดยเฉพาะการใช้สปริง ข้อเท้าและที่หัวเข่า ซึ่งมีทั้งเหยียดตึง และงอ การใช้สปริงข้อเท้าจะเกิดบ่อยขณะที่ก้าวเท้า เมื่อเท้าใดก้าวไปแตะ พื้น น้ำ หนักตัวก็ต้องเทไปที่เท้านั้นทุกครั้งไปพร้อมกับใช้สปริงที่ข้อเท้าด้วย


เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าทิศทางทวนเข็ม นาฬิกา(CounterClockwise)เป็นทิศทางของการลีลาศซึ่งถือเป็นสากล ดังนั้นในการลีลาศจะต้องลีลาศไปในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาทั้งนี้เพื่อ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยทั้งเป็นการป้องกันมิให้ลีลาศไปชนกับคู่อื่น ทิศทางนี้เรียกว่า “แนวลีลาศ” (Line of Dance) ซึ่งนิยมเรียกกันด้วยคำ ย่อว่า L.O.D. การลีลาศในแต่ละจังหวะหรือแต่ละลวดลาย (Figure) มีการเริ่มต้นและ สิ้นสุดในทิศทางที่แตกต่างกันผู้ฝึกลีลาศจึงควรทำ ความเข้าใจเกี่ยวกับ ทิศทางการเคลื่อนที่ในการลีลาศให้ถูกต้องเสียก่อนจะทำ ให้สามารถฝึก ลีลาศได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องตามเทคนิคของการลีลาศ ตำ แหน่งการ ยืนในการลีลาศ (Position of Stand) จะสัมพันธ์กับทิศทางที่ผู้ลีลาศหัน หน้าไปในทิศทางต่างๆซึ่งมีอยู่ 8ทิศทาง การเรียกชื่อตำ แหน่งที่ยืนจะ เรียกตามทิศทางที่หันหน้าไป ดังนี้ 1.ยืนหันหน้าตามแนวลีลาศ (Facing Line of Dance) 2.ยืนหันหน้าย้อนแนวลีลาศ (Facing Against Line of Dance) 3.ยืนหันหน้าเข้ากลางห้องหรือกลางฟลอร์ (Facing Centre) 4.ยืนหันหน้าเข้าฝาห้อง (Facing Wall) 5.ยืนหันหน้าเฉียงกลางห้องตามแนวลีลาศ(FacingDiagonallyof Centre) 6.ยืนหันหน้าเฉียงฝาตามแนวลีลาศ (Facing Diagonally of Wall) 7.ยืนหันหน้าเฉียงฝาย้อนแนวลีลาศ (FacingDiagonally of Wall Against Line of Dance) 8.ยืนหันหน้าเฉียงกลางห้องย้อนแนวลีลาศ(FacingDiagonallyofCentre Against Line of Dance) รูปแบบและ ทิศทางของลีลาศ 4


การจับคู่ของลีลาศ 5 การจับคู่ในการเต้นลีลาศเป็นสิ่งที่มีต้องให้ความสนใจมากเป็นพิเศษเพราะถ้าจับคู่ไม่ถูกต้องตาม แบบแผนนอกจากจะขาดความสง่างามแล้วยังเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งในการนำ หรือตามของคู่ทำ ให้การ ทรงตัวเสียไปและการก้าวเท้า ของคู่จะไม่สอดคล้องสัมพันธ์กัน หรืออาจจะเหยียบเท้ากันได้ การจับคู่เริ่มต้นลีลาศที่นิยมใช้โดยทั่วไปมีอยู่ 2 แบบ คือ 1. แบบบอลรูมปิด ( CLOSED BALLROOM ) 2. แบบบอลรูมเปิดหรือพรอมเมอหนาด ( OPENED BALLROOM OR PROMENADE POSITION ) -การจับคู่แบบบอลรูมปิด- -การจับคู่แบบบอลรูมเปิด-


ประโยชน์ของ การเต้นลีลาศ 6 -ช่วยเผาผลาญน้ำ ตาลและไขมันm -ลดความดันโลหิต -เพิ่มไขมันดี (HDL) ลดไขมันร้าย (LDL) ลดไตรกลีเซอไรด์ -น้ำ หนักลด รูปร่างท่าทางสง่างาม -เพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ -เพิ่มสมรรถภาพการทำ งานของหัวใจและหลอดเลือด -ลดความเสี่ยงในการหกล้ม -ห่างไกลซึมเศร้า สร้างสัมพันธ์อันดีในครอบครัว -พบเจอเพื่อนใหม่ มีสังคมใหญ่กว่าเดิม


1.ฝ่ายชายควรให้เกียรติฝ่ายหญิงโดยการเดินตามหรือเดินเคียงข้าง ในการขึ้นฟลอร์แต่ถ้าหากว่ามีผู้คนมาก ฝ่ายชายควรเป็นผู้ขอทาง นำ ฝ่ายหญิงไปช้าๆ 2.เริ่มลีลาศด้วยการจับคู่ให้ถูกต้องตามลักษณะของจังหวะลีลาศนั้นๆ โดยฝ่ายชายเป็นผู้นำ ฝ่ายหญิง 3.การจับคู่นั้น ไม่ควรจับในลักษณะที่รัดแน่น หรือห่างเกินไป ควรอยู่ในระยะห่างกันพองาม 4.ควรลีลาศในแบบที่ง่ายๆก่อนแล้วจึงเพิ่มแบบที่ยากขึ้นไปตาม ความสามารถของคู่ลีลาศ 5.การลีลาศที่มีการเคลื่อนที่ตามฟลอร์ควรจะลีลาศไปตามทิศทางของ การลีลาศนั้นๆ 6.ควรลีลาศด้วยอารมณ์ที่ร่าเริง สนุกสนาน 7.ควรหลีกเลี่ยงการชน การกระแทกในระหว่างผู้ลีลาศด้วยกันถ้าหาก เกิดขึ้นควรจะกล่าวคำ ขอโทษ 8.ผู้ร่วมลีลาศทุกคนควรมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน 9.ควรลีลาศเฉพาะฟลอร์ที่จัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น 10.ควรใช้วาจาสุภาพ 11.ไม่ควรเปลี่ยนคู่ลีลาศบนฟลอร์ 12.ไม่ควรหลิกแพลงแบบลีลาศมากเกินไป 13ไม่ควรลีลาศกับเพศเดียวกัน 14.ขณะที่ลีลาศไม่ควรสูบบุหรี่ เคี้ยวอาหารหรือหมากฝรั่ง 15.ควรให้กำ ลังคู่ลีลาศด้วยกัน มารยาทของการ เต้นและการแข่งขันลีลาศ 7


ขอบคุคุคุ ณ คุ ณ ที่ที่ ที่ รัที่ รั รั บรั บชม


Click to View FlipBook Version