ถา้ พืชขาดไนโตรเจน ใบพืชจะเหลืองจากส่วนปลายใบเขา้ มา
ถา้ พชื ขาดฟอสฟอรัส ใบแก่หรือใบล่างจะมีสีม่วงแซมเขียวอ่อน
ถา้ พชื ขาดโพแทสเซียม ขอบใบแก่จะมีสีเหลืองและจะไดผ้ ลขนาดเลก็ ถา้ เป็นขา้ วก็
อาจเมลด็ ลีบได้
นอกจากพืชจะตอ้ งการธาตุอาหารหลกั แลว้ ธาตุอาหารเสริมและรองกข็ าดไม่ได้
เช่นเดียวกนั
ถา้ ขาดธาตุแคลเซียม จะมีอาหารใบหงิก ใบใหม้ ผลแตกหรือกน้ ผลเน่าได้
ถา้ ขาดธาตุแมกนีเซียม ใบแก่จะเหลืองและร่วงหล่นเร็ว
ถา้ ขาดธาตุกามะถนั ใบท้งั บนและล่างจะมีสีเหลืองซีด ยอดผลจะชงกั การเจริญเติบโต
และธาตุอาหารเสริมอีก 8 ธาตุที่ถา้ ขาดกจ็ ะทาใหใ้ บอ่อน สีซีด เจริฐเติบโตชา้ และได้
ผลผลิตนอ้ ย
วธิ ีแก้เมื่อดนิ ขาดธาตุอาหาร
วิธีแกค้ ือ เพิ่มอินทรียว์ ตั ถุและป๋ ุยคอกลงปรุงดินก่อนปลูกในแต่ละรอบ และฉีด
พน่ ป๋ ุยอินทรียน์ ้าทางใบพืชเพื่อช่วยในการเจริญเติบโต
สาหรับการทาเกษตรอินทรียแ์ ลว้ ธาตุอาหารเหล่าน้ีมีอยอู่ ยา่ งมากมาย ไม่วา่ จะ
เป็นพืชตระกลู ถวั่ ป๋ ุยหมกั ป๋ ุยอินทรีย์ ป๋ ุยพืชสด น้าหมกั ชีวภาพ น้าหมกั จากปลาหรือ
หอยเชอรี่ มูลไสเ้ ดือน เศษวตั ถุอินทรียท์ ่ีหาไดต้ ามทอ้ งถิ่น ฯ ซ่ึงมีอยมู่ ากมายนบั ไม่
ถว้ น
เพราะฉะน้นั แมว้ า่ ธาตุอาหารเหลา่ น้ีจะมีอยใู่ นดิน แต่ถา้ เราไม่เพม่ิ เติมธาตุอาหาร
ลงดินหรือบารุงดิน กจ็ ะทาใหพ้ ืชเราปลูกขาดธาตุอาหารท่ีจาเป็นเหลา่ น้ีได้
โดยสาเหตุที่จะทาใหธ้ าตุอาหารเหลา่ น้ีหายไปจากดินคือ เวลาเราปลูกพืช พืชกจ็ ะ
ดูดธาตุอาหารเหล่าน้ีไปสะสมในส่วนต่าง ๆ เช่น ยอด ดอก ผล ลาตน้ ใบ ฯ พอถึงเวลา
เกบ็ เกี่ยว ธาตุอาหารท่ีสะสมอยกู่ บั พืชกจ็ ะถูกนาออกไป หรือแมก้ ระทงั่ ธาตุอาหารท่ี
ละลายน้าไดก้ จ็ ะถูกชะลา้ งออกไปดว้ ย ไนโตรเจนบางส่วนอาจสูญหายระเหยออกไป
เมื่ออยใู่ นรูปแบบของแก๊ส ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมบางส่วนจะถูกดินตรึงไวท้ าให้
พืชดูดไปใชง้ านไดน้ อ้ ย
แต่เรากส็ ามารถใหป้ ๋ ุยทางใบได้ เพ่ือช่วยใหพ้ ืชสามารถดูดธาตุอาหารไดโ้ ดยตรง
และไดม้ ากกวา่ ดูดซึมทางรากอีกดว้ ย จะช่วยใหพ้ ืชฟ้ื นตวั จากการขาดธาตุอาหารได้
รวดเร็วยงิ่ ข้ึนอีกดว้ ย
อ้างองิ :หนงั สือเกษตรอินทรียภ์ าคปฏิบตั ิ 3
http://www.ncagr.gov/cyber/kidswrld/plant/nutrient.htm
เรียบเรียงโดย นางสาว วา่ นญาดา รัตนเทพี ม.4/4 เลขที่ 34
ผกั สวนครัว
การเลือกเมลด็ พนั ธ์ุ
วธิ ีปลูกแตงกวาใหไ้ ดผ้ ลผลิตท่ีดี จาเป็นตอ้ งมีเมลด็ พนั ธุ์ที่ดีเช่นกนั เมลด็ พนั ธุข์ องแตงกวาจะมี
จุดเด่นจุดดอ้ ยต่างกนั เช่น คุณภาพตน้ ความดก ความทนทาน และลกั ษณะของผลผลิต ควร
เลือกใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั สถาพแวดลอ้ มและตลาดของท่าน ซ่ึงคุณสมบตั ิของเมลด็ พนั ธ์ุุ ที่ดีควร
มีเปอร์เซ็นตค์ วามงอกสูง สะอาด ปราศจากโรค เช่น แตงกวา พาวเวอร์กรีน ตราตะวนั ตน้ กลา้
แตงกวา ทอ็ ปโฟร์ ตราธนุทอง แตงกวา เอเธนส์6 ตราแวนดา้ ซีดส์ แตงกวา โดนทั 999 ตราใบคู่
แตงกวา ลดั ดา34 ตราใบคู่ แตงกวา โดนทั 888 ตราใบคู่ แตงกวา บารมี ตราพาวเวอร์ซีดส์ แตงกวา
แพลทินมั่ ตราตะวนั ตน้ กลา้ แตงกวา พริตต้ี 2 ตราตะวนั ตน้ กลา้ แตงกวา ไฮโซ ตราเจียไต๋
แตงกวา ปิ่ นเพชร ตราเจียไต๋ แตงกวา ธนั เดอร์กรีน ตราศรแดง แตงกวา ยรู ิ ตราตะวนั ตน้ กลา้
แตงกวา เดยล์ ่ี ตราพาวเวอร์ซีดส์ แตงกวา โมเดิร์นไนน์ ตราธนูทอง แตงกวา สปี ด ตราศรแดง
เป็ นตน้
สภาพอากาศที่เหมาะสม
ดินร่วนปนทราย ระบายน้าไดด้ ี ความเป็นกรดด่าง(PH) 5.5-6.5
อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียสเป็นตน้ (ไม่ควรต่ากวา่ 17 องศาเซลเซียส)
สภาพอากาศแหง้
มีแดดตลอดท้งั วนั
ข้นั ตอนการปลูก
เตรียมดิน
ไถพรวนดินตากไวป้ ระมาณ 7-10 วนั เพอื่ ทาลาย เพื่อทาลายวชั พืชและศตั รูพืชบางชนิด
การเตรียมปลูกควรกาหนดระยะห่างระหวา่ งตน้ 1 เมตร และระหวา่ งแถว 1.5 เมตร
วธิ ีปลูกแตงกวา(ระยะกลา้ ) จะทาได้ 2 วธิ ี คือ
วธิ ีปลูกโดยหยอดเมลด็ ลงในหลุมโดยตรง วธิ ีน้ีจะสะดวกต่อการปลูก แต่สิ้นเปลืองเมลด็ พนั ธุ์
พอสมควร (เกษตรกรนิยมใช)้
วธิ ีปลูกแบบเพาะกลา้
เตรียมดินเพาะ ใส่ลงในถาดเพาะท่ีเตรียมไว้
หยอดเมลด็ พนั ธุล์ งในถาดเพาะหลุมละ 1-2 เมลด็
ดูแลใหน้ ้าทุกวนั ป๋ ุย และเกบ็ ไวใ้ นท่ีแดดอ่อนๆ และเม่ือตน้ กลา้ มีใบจริงประมาณ 4-5 ใบจึงยา้ ย
ลงปลูก
วธิ ีปลูกแตงกวา ฉบบั จบั มือทา !การดูแล
การใหน้ ้าวธิ ีการใหน้ ้าจะแตกต่างกนั ตามสภาพพ้ืนท่ี แต่วธิ ีท่ีเหมาะสมกบั การปลูกแตงกวาที่สุด
คือการใหน้ ้าตามร่อง ซ่ึงเป็นวธิ ีที่ดูแลรักษาความช้ืนของแตงกวาไดด้ ี และลดการเกิดโรค
การใหป้ ๋ ุยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ
1.ระยะตน้ กลา้ (7วนั แรก) ป๋ ุยคอก ป๋ ุยหมกั อตั รา 1-2 ตนั ต่อไร่ และมกั ใชป้ ๋ ุยสูตรเป็นป๋ ุยรองพ้ืน
เช่น 15-15-15 เป็นตน้ ในอตั รา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ (ป๋ ุย 1 ลูก ต่อ 2 ไร่)
ระยะเจริญเติบโต จะเนน้ ป๋ ุยที่มีตวั หนา้ สูง เช่น 46-0-0 หรือ 24-7-7 เป็นตน้ ในอตั รา 20 กิโลกรัมต่อ
ไร่ (ป๋ ุย 1 ลูก ต่อ 2 ไร่)
3. ระยะออกดอก การใส่ป๋ ุยจะข้ึนอยกู่ บั ความเหมาะสมของตน้ พชื และสภาพแวดลอ้ ม หาก
ตอ้ งการบารุงทวั่ ท้งั ตน้ จะใชส้ ูตร 15-15-15 แต่หากตอ้ งการบารุงดอกหรือเพ่มิ น้าหนกั ผล ควรใช้
สูตร 8-24-24 หรือ 13-13-21 แทน อตั รา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ (ป๋ ุย 1 ลูก ต่อ 2 ไร่) (หมายเหตุ : ควรใส่
ป๋ ุยสูตร 8-24-24 อยา่ งระมดั ระวงั )
โรคสาคญั ในแตงกวา
โรคราน้าคา้ ง
วธิ ีปลูกแตงกวา ฉบบั จบั มือทา !
แตงกวา พบอาการบนใบ มกั พบมีแผลเหลี่ยมเลก็ สีเหลืองชดั เจน ในขอบเขตเส้นใบ ในบางสาย
พนั ธุ์แผลอาจเป็นสีขาวหรือเทา ต่อมาใบจะเหลืองแหง้ ไป
การแพร่ระบาด พบไดท้ ุกระยะการเจริญ ระบาดมากในช่วงปลายฝนตน้ หนาว ยง่ิ มีความต่างของ
อุณหภูมิต่าในเวลากลางคืน และอุณหภูมิสูงในเวลากลางวนั ยงิ่ ทาใหอ้ าการของโรครุนแรง
วธิ ีป้องกนั กาจดั
จดั การใหแ้ ปลงปลูกมีการถ่ายเทอากาศท่ีดี
ใชส้ ารป้องกนั กาจดั เช้ือราช้นั ต่า เช่น สารไดเมโทมอร์ฟ(ฟอรัม) สารกลุ่ม 4 – เมทาแลกซิล กลุ่ม
22 – อีทาบอกแซม(โบคุ่ม) กลุ่ม 27 กลุ่ม 33 หรือสารผสมของสารในกลุ่มเหล่าน้ี สามารถอ่าน
เพิม่ เติมเร่ืองสารเคมีป้องกนั กาจดั โรค ไดท้ ี่ แนะนาสารเคมีป้องกนั กาจดั โรคพชื และวธิ ีการ
สลบั ยา(ป้องกนั การด้ือยา)
ใชส้ ารป้องกนั กาจดั ดว้ งเต่าแตง (พาหะของราน้าคา้ ง) เช่น ไดโนทีฟูแรน(สตาร์เกิล) คาร์โบซลั
แฟน(พอส)
โรคใบด่างแตงเกิดจากเช้ือไวรัส Cucumber mosaic virus) หรือ CMV
วธิ ีปลูกแตงกวา ฉบบั จบั มือทา !วธิ ีปลูกแตงกวา ฉบบั จบั มือทา !
ตน้ กลา้ อาจทาใหช้ ะงกั การเจริญเติบโต ใบเล้ียงเหี่ยวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและตายในที่สุด
ใบ มีขนาดเลก็ ลง ด่าง ยน่ ขอบใบมว้ น ตน้ แคระแกร็น ปลอ้ งที่ยงั ไม่แก่จะไม่ขยาย ใบที่ยอด จะ
แตกใหม่ออกเป็นใบเลก็ ๆ ฝอยๆ ใบแก่จะเหลืองและแหง้ ตาย
ผล มีอาการด่างลาย เขียวซีด หรือขาวสลบั กบั สีเขียวเขม้ ผวิ ขรุขระ และอาจทาใหม้ ีรสขม
สามารถถ่ายทอดเช้ือไดโ้ ดยการสมั ผสั เมลด็ และแมลงพาหะ พวกเพล้ียอ่อน
การแพร่ระบาด พบไดท้ ุกระยะการเจริญเติบโต
วธิ ีป้องกนั กาจดั
ทาความสะอาดเคร่ืองมือการเกษตรทุกคร้ังหลงั ใช้ เพ่อื ป้องกนั ไม่ใหเ้ กิดการแพร่ระบาดของเช้ือ
ไวรัสจากการสมั ผสั
เลือกตน้ ตอ หรือเมลด็ พนั ธุ์จากแหล่งท่ีเช้ือถือได้ หรือเป็นพนั ธุต์ า้ นทาน
บารุงใหต้ น้ พืชแขง็ แรง เพอื่ ยากต่อการเขา้ ทาลายของเช้ือสาเหตุโรค
กาจดั วชั พืชรอบ ๆ บริเวณปลูก เพราะอาจเป็นพชื อาศยั รอง ที่เพล้ียอ่อนสามารถแฝงอยไู่ ด้
ฉีดพ่นดว้ ยสารป้องกนั กาจดั แมลงพาหะพวกเพล้ียอ่อน ซ่ึงเป็นพาหะของโรค เช่น เช่นฟิ โพรนิล
(แอสเซนด)์ อิมิดาคลอพริด(ไบรดา้ ) คาร์โบซลั แฟน(พอส)
นอกจากเช้ือไวรัส CMV ซ่ึงเป็นเช้ือไวรัสที่มีการแพร่ระบาดมากที่สุดในพืชตระกลู แตง ยงั มีเช้ือ
ไวรัสอื่น ๆ อีกดว้ ย แต่สามารถจาแนกไดย้ าก วา่ เป็นเช้ือสาเหตุใด โดยส่วนใหญ่จะมีอาการของ
โรคที่คลา้ ยคลึงกนั เช่น อาการด่าง ใบหงิกงอ ขอบใบมว้ น ยอดใบแตกเป็นพุ่มฝอย ผลมีลกั ษณะ
รูปร่างผดิ ปกติ ตน้ แคระแกร็น ซ่ึงมีวธิ ีการป้องกนั กาจดั ท่ีคลา้ ยคลึงกนั อาจแตกต่างกนั ไปบา้ งใน
พวกของแมลงพาหะ
แมลงศตั รูพืชในแตงกวา
นอกจากแมลงที่เป็นพาหะของโรคต่าง ๆ แลว้ แมลงท่ีสาคญั ท่ีจะตอ้ งป้องกนั กาจดั อีกพวกกค็ ือ
แมลงศตั รูแตง ท่ีจะเขา้ ทาลายพชื โดยการดูดกิน หรือกดั กินพืชตระกลู แตงใหเ้ กิดความเสียหาย
ดงั น้ี
เพล้ียไฟ เป็นแมลงขนาดเลก็ ตวั สีน้าตาลอ่อนถึงน้าตาลแก่ จะดูดน้าเล้ียงที่ใบ ดอกอ่อน และยอด
อ่อน ทาใหใ้ บมว้ นหงิกงอ รูปร่างผดิ ปกติ ใบเป็นกระจุก มีสีสลบั เขียวเป็นทาง ระบาดมาก
ในช่วงที่มีอากาศแหง้ แลง้ ฝนทิง้ ช่วง (เป็นพาหะนาโรคใบด่างหรือไวรัสในแตงกวา)
วธิ ีปลูกแตงกวา ฉบบั จบั มือทา !วธิ ีปลูกแตงกวา ฉบบั จบั มือทา !
การแพร่ระบาด พบไดท้ ุกระยะการเจริญของพชื มีการระบาดมากในช่วงแลง้ หรือฝนทิ้งช่วง
การป้องกนั กาจดั
ตรวจนบั จานวนเพล้ียไฟ โดยเคาะยอดบนกระดาษ
ถา้ พบเพล้ียไฟเฉล่ียนอ้ ยกวา่ 5 ตวั ต่อยอด ฉีดน้าในแปลง เพ่ิมความช้ืน เพื่อลดการระบาดของ
เพล้ียไฟ
ถา้ พบเพล้ียไฟพริกเฉลี่ยมากกวา่ 5 ตวั ต่อยอด ฉีดพ่นใชส้ ารกาจดั แมลง เช่น ฟิ โพรนิล(แอส
เซนด)์ อิมิดาคลอพริด(ไบรดา้ ) คาร์โบซลั แฟน(พอส) สไปนีโทแรม(เอก็ ซอล) ไดโนทีฟูแรน
(สตาร์เกิล จี)
เพล้ียอ่อน เป็นแมลงขนาดเลก็ ตวั อ่อนสีเขียว ตวั แก่สีดาและมีปี ก จะดูดน้าเล้ียงที่ใบและยอด
อ่อน ทาใหใ้ บมว้ น ตน้ แคระแกร็น และยงั เป็นพาหนะนาไวรัสดว้ ย
วธิ ีปลูกแตงกวา ฉบบั จบั มือทา !
การแพร่ระบาด พบไดท้ ุกระยะการเจริญของพืช มีการระบาดมากในช่วงแลง้ อากาศร้อนและ
แหง้
การป้องกนั กาจดั
ตรวจนบั จานวนเพล้ียอ่อนในแปลงปลูก
ฉีดพน่ ใชส้ ารกาจดั แมลง เช่น ฟิ โพรนิล(ไฟซไ์ นซ)์ อิมิดาคลอพริด(ฟาเดีย) คาร์โบซลั แฟน
(พอส)
แมลงหวข่ี าว เป็นแมลงปากดูดขนาดเลก็ ตวั อ่อนกลมรี สีเหลืองปนเขียว แบนราบติดกบั ผวิ
ใบไม้ ตวั เตม็ วยั มีสีขาว มกั หลบซ่อนหากินอยใู่ ตใ้ บ สามารถกดั กินพชื ไดท้ ้งั ในระยะตวั อ่อน
และตวั เตม็ วยั ทาใหใ้ บพืชหงิกงอ ขอบใบมว้ น เป็นจุด ซีดด่าง ชะงกั การเจริญเติบโต และแคระ
แกร็น มีผลต่อการออกดอกติดผล (เป็นพาหะนาโรคใบด่างหรือไวรัสในแตงกวา)
วธิ ีปลูกแตงกวา ฉบบั จบั มือทา !
การแพร่ระบาด พบไดท้ ุกระยะการเจริญของพชื พบมากช่วงหลงั ยา้ ยกลา้ มี ระบาดมากในช่วง
แลง้ หรือฝนทิง้ ช่วง
การป้องกนั กาจดั
ใชก้ บั ดกั กาว เพอื่ ป้องกนั การระบาดของแมลง
หากพบแมลงหวข่ี าวในปริมาณมาก ฉีดพน่ ใชส้ ารกาจดั แมลง เช่นอิมิดาคลอพริด(ฟาเดีย) ไทอะ
มีทอกแซม(เซนน่า) อีมาเมก็ ตินเบนโซเอท(เดอะฮกั ) ไดโนทีฟูแรน(สตาร์เกิล จี) คาร์โบซลั แฟน
(พอส)
หนอนชอนใบแมลงวนั หนอนชอนใบเพศเมียวางไขใตผ้ วิ ใบ ตวั หนอนมีลกั ษณะหวั แหลมทา้ ย
ป้านโดยชอนไชภายในใบ ท่าใหเ้ กิดรอยเส้นสีขาว ถา้ ระบาดรุนแรง ใบจะร่วง
วธิ ีปลูกแตงกวา ฉบบั จบั มือทา !
วธิ ีปลูกแตงกวา ฉบบั จบั มือทา !
(ท่ีมารูปภาพ : http://picssr.com/tags/leafminer)
การแพร่ระบาด มีการระบาดมากในช่วงที่อากาศร้อน และช้ืน
การป้องกนั กาจดั
เผาใบทีถูกหนอนชอนใบท่าลาย เนืองจากอาจมีดกั แดอ้ ยตู่ ามเศษใบพืชได้
ใชส้ ารป้องกนั กาจดั แมลง เช่น อิมิดาคลอพริด(ฟาเดีย), อีมาเมก็ ตินเบนโซเอท(เดอะฮกั )
แอดไลนม์ าสิ ! คุณจะไม่พลาดข่าวสารสาคญั ๆ หรือ สอบถาม แบบส้นั ๆ เขา้ ใจง่ายไวใ้ น
บทความน้ี วธิ ีปลูก แตงกวา เพ่มิ เติม
เกษตรสมบูรณ์ บริการใหค้ าปรึกษาดา้ นการเกษตร และ จาหน่าย ป๋ ุย ยา และ เมลด็ พนั ธุผ์ กั เช่น
ศรแดง เจียไต๋ และตะวนั ตน้ กลา้ ราคาปลีกและส่ง พร้อมจดั ส่งทวั่ ประเทศ
อา้ งอิงคh์ ttps://www.kasetkaoklai.com/home/
เรียบเรียงโดย นางสาว วา่ นญาดา รัตนเทพี เลขท่ี34 ม.4/4
การเลยี้ งสัตว์ในประเทศไทย
หลกั การเลยี้ งสัตว์
ในการเลยี้ งสัตว์มปี ัจจัยทสี่ าคญั ๔ ประการด้วยกนั คือ
๑. พนั ธ์ุสัตว์
เกษตรกรไทยยงั ไม่ให้ความสาคญั ต่อพนั ธ์ุสัตว์ ทน่ี ามาใช้เลยี้ งมากนัก จึงมไิ ด้ให้ความสาคญั ต่อ
คุณภาพทางพนั ธุกรรมของสัตว์ ทน่ี ามาใช้เลยี้ ง โดยเฉพาะในโคและกระบือ
ปัจจุบนั เกษตรกรไทยเร่ิมให้ความสาคญั ต่อการเลือกซื้อหาสัตว์ ทม่ี คี ุณภาพดมี าเลยี้ งมากขนึ้
โดยเฉพาะในไก่ เป็ ด และสุกร
เกษตรกรจานวนมากยงั นิยมตอนโคและกระบือทมี่ ขี นาดใหญ่ และรูปร่างดี เพ่ือนาไปใช้งาน คง
ปล่อยให้โคและกระบือตวั ผู้ขนาดเลก็ ไว้คุมฝูง จงึ ทาให้ลูกโคและกระบือทคี่ ลอดออกมาระยะ
หลงั ๆ มขี นาดเลก็ ลง
ดังน้ันเกษตรกรผู้เลยี้ งสัตว์ จงึ ควรทจ่ี ะได้เลือกหาซื้อสัตว์พนั ธ์ุดมี าเลยี้ ง ไม่ใช่สัตว์อะไรกไ็ ด้
และควรจะได้สงวนสัตว์ทด่ี ี มรี ูปร่างใหญ่ ให้นมมาก ให้เนื้อมาก ให้ลูกดก ให้ลกู บ่อย มคี วาม
ทนทานต่อโรค เกบ็ ไว้เลยี้ งทาพนั ธ์ุ โดยเฉพาะควรจะเปลย่ี นวธิ ีตอนสัตว์เสียใหม่ โดยให้ตอนตัว
เลก็ ๆ ให้หมด และเกบ็ ตัวใหญ่เอาไว้ทาพนั ธ์ุ
๒. อาหารสัตว์
เกษตรกรจานวนมากยงั ไม่ให้ความสนใจต่อการให้อาหารโคและกระบือ เท่ากบั ผู้เลยี้ งสุกร ไก่
และเป็ ด โดยคดิ เอาว่า โคและกระบือหาอาหารกนิ เองได้ ไม่จาเป็ นต้องจดั หาอาหารให้ แม้แต่สุกร
ไก่ และเป็ ดเอง แม้รู้ว่า ต้องจัดหาอาหารให้ กย็ งั ไม่รู้ว่า ระยะใดสัตว์ต้องการอาหารชนิดใด มาก
น้อยเท่าใด จึงจะเหมาะสม
การให้อาหารไก่
การให้อาหารไก่
เกษตรกรทที่ าการเลยี้ งสัตว์ จึงจาเป็ น ต้องศึกษาเรื่องการให้อาหารสัตว์ และจดั หาอาหารมาให้
สัตว์กนิ ให้ถูกต้องกบั ความต้องการ จงึ จะทาให้สัตว์น้ันเจริญเตบิ โตได้ดี ให้นมมาก ให้ลูกทุกปี
หรือให้ลกู ดก และไม่เป็ นโรคต่างๆ เนื่องจากการขาดอาหาร
อาหารหลกั ทส่ี าคญั ๆ ทเ่ี กษตรกรผู้เลยี้ งสัตว์ควรจะได้ให้ความสนใจ คือ
๒.๑ อาหารโปรตนี
อาหารโปรตีน มคี วามจาเป็ นสาหรับการเจริญเติบโต การให้นม การให้เนื้อ และการผสมพนั ธ์ุ
ซ่ึงมอี ยู่มากในปลาป่ น เนื้อป่ น กากถ่วั เหลือง กากถั่วลสิ ง กากมะพร้าว กากเมลด็ ฝ้าย และในพืช
ตระกูลถวั่ เช่น ใบกระถนิ และถวั่ ฮามาตา เป็ นต้น
๒.๒ อาหารพลงั งาน
อาหารแป้ง เมื่อกนิ เข้าไปแล้ว กถ็ ูกเปลย่ี นรูปเป็ นอาหารพลงั งาน เพื่อให้ระบบต่างๆ ของร่างกาย
ได้ทางานตามปกติ เช่น การเคลื่อนไหว การเคยี้ ว การย่อย และอ่ืนๆ
อาหารแป้งหรืออาหารพลงั งาน มมี ากในปลายข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่ าง มนั สาปะหลงั และราข้าว
เป็ นต้น
มนั สาปะหลงั อาหารทใ่ี ห้พลงั งานแก่สัตว์
มนั สาปะหลงั อาหารทใ่ี ห้พลงั งานแก่สัตว์
๒.๓ อาหารแร่ธาตุ
อาหารแร่ธาตุ นับว่า มคี วามสาคญั ต่อระบบโครงสร้าง หรือกระดูก โดยเฉพาะธาตุแคลเซียม
และฟอสฟอรัส ซึ่งมมี ากในกระดูกป่ น หรือเปลือกหอยป่ น
นอกจากนีส้ ัตว์กย็ งั ต้องการแร่ธาตุอื่นๆ อกี สาหรับระบบการทางานต่างๆ ของร่างกายและระบบ
การผสมพนั ธ์ุ เช่น ธาตุเหลก็ ทองแดง โคบอลต์ สังกะสี แมงกานีส แมกนีเซียม ซีลเี นียม
โซเดียม และโพแทสเซียม เป็ นต้น ซ่ึงเกษตรกรจะต้องจัดหาให้สัตว์กนิ เพม่ิ เตมิ ท้งั ในรูปเกลือ
ธรรมดาและเกลือประเภทพวก แร่ธาตุปลกี ย่อย ซ่ึงอาจเป็ นผง สาหรับผสมอาหารสัตว์ หรือทา
เป็ นก้อนสาหรับให้สัตว์เลยี กนิ
๒.๔ วติ ามนิ
สัตว์โดยทวั่ ๆ ไปต้องการวติ ามนิ สาหรับการเจริญเติบโต และการผสมพนั ธ์ุ แม้ว่าสัตว์บางชนิด
เช่น สัตว์เคยี้ วเอือ้ ง จะสามารถสังเคราะห์วติ ามนิ บเี องได้
วติ ามนิ ทส่ี าคญั ทค่ี วรให้แก่สัตว์เลยี้ ง กค็ ือ วติ ามนิ เอ ดี บตี ่างๆ เค อี และซี
เกษตรกรจาเป็ นต้องจัดหาวติ ามนิ ให้สัตว์กนิ ตามความเหมาะสมตามชนิดของสัตว์ และความ
ต้องการในระยะต่างๆ ของการเจริญเตบิ โต หรือการผสมพนั ธ์ุ
๒.๕ นา้
สัตว์เลยี้ งนอกจากต้องการอาหารแล้ว กย็ งั ต้องการนา้ ด้วย สัตว์จะตายในเวลาอนั รวดเร็ว หากว่า
ขาดนา้ แต่จะยงั มชี ีวติ อยู่ได้นาน ถ้าขาดอาหาร
นา้ นับว่ามคี วามสาคัญต่อระบบ การทางานต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะระบบ หมนุ เวยี นของ
โลหติ และระบบขับถ่าย จงึ ควรทเี่ กษตรกรจะต้องดูแลให้สัตว์มนี า้ สะอาดกนิ ตลอด เวลา ตาม
ปริมาณความต้องการของสัตว์น้ันๆ
๓. การจดั การดูแล
สัตว์เลยี้ งกเ็ ช่นเดียวกบั คน ทตี่ ้องการให้เจ้าของดูแล จึงจะสามารถเจริญเติบโต และให้ผลติ ผล
หรือการสืบพนั ธ์ุทด่ี ีได้ สิ่งสาคญั ทจ่ี ะต้องให้ความดูแลให้แก่สัตว์กค็ ือ
๓.๑ เรือนโรง
การเลยี้ งสัตว์ต้องมเี รือนโรงให้สัตว์อยู่ตามความเหมาะสม มใิ ช่เลยี้ งตามใต้ถนุ บ้าน หรือเลยี้ ง
ปล่อย เพ่ือสัตว์จะได้มที อ่ี ยู่หลบั นอนตามความเหมาะสม ไม่ถูกสัตว์อ่ืน หรือคนมารบกวน
โรงเรือนของเป็ ดพนั ธ์ุกากแี คมเบลล์
โรงเรือนของเป็ ดพนั ธ์ุกากแี คมเบลล์ คอกจะต้องสะอาดและมกี าร ระบายอากาศทด่ี ี ไม่ชื้นแฉะ
หรือมนี า้ ขงั เป็ น หลมุ เป็ นบ่อ มกี ารตกั มูลสัตว์ออกทงิ้ เป็ นประจา ไม่ให้มกี ารหมกั หมม
๓.๒ การให้อาหารและนา้
การเลยี้ งสัตว์ทดี่ ี จาเป็ นต้องมกี ารให้อาหารและนา้ ตามเวลาทก่ี าหนด (ยกเว้นกรณที ใ่ี ห้
ตลอดเวลา ซ่ึงกต็ ้องดูแลให้อาหารและนา้ ตลอดเวลา) ไม่ควรเปลย่ี นเวลาให้อาหารและนา้ แก่สัตว์
หากไม่จาเป็ น เพราะจะทาให้สัตว์เกดิ ความเครียด และเป็ นผลกระทบกระเทือนต่อการให้นา้ นม
ให้ไข่ ตลอดจนการผสมพนั ธ์ุ
๓.๓ การจดั การเกย่ี วกบั การผสมพนั ธ์ุ
การจัดการผสมพนั ธ์ุตามระยะทเ่ี หมาะสมของการผสมพนั ธ์ุ จะทาให้สัตว์ต้งั ท้อง และมลี กู มาก
ขนึ้
ปริมาณหรืออตั ราส่วนของตัวผู้ และตัวเมยี กม็ คี วามสาคญั ต่อเปอร์เซ็นต์การผสมติดของสัตว์ใน
ฝูง
การคดั เลือกสัตว์ทเี่ ป็ นหมัน ผสม ไม่ตดิ หรือตดิ ยาก กเ็ ป็ นอกี ส่วนหนึ่งทต่ี ้องทาใน การเลยี้ งสัตว์
แทนทจี่ ะเลยี้ งสัตว์แล้วไม่ได้ผล ตอบแทน
สัตว์ทใ่ี ห้ผลติ ผลน้อย เช่น นม น้อย ไข่น้อย หรือลกู ครอกเลก็ กค็ วรจะได้ทาการ คดั ทงิ้ แทนทจี่ ะ
ทนเลยี้ งต่อไปซ่ึงจะทาให้ผู้เลยี้ ง ขาดทนุ
๓.๔ การรีดนมและการจัดการอ่ืนๆ
การรีดนมเป็ นเวลาตามทกี่ าหนดไว้เป็ นประจา จะช่วยทาให้ผู้เลยี้ งได้นา้ นมมากขนึ้ ดงั น้ันจึงไม่
ควรเปลยี่ นแปลงเวลารีดนม หากไม่จาเป็ น
คอกโครีดนม
การจดั การอ่ืนๆ เช่น การทาราง กนั ไม่ให้แม่สุกรทบั ลูกสุกรเม่ือลูกสุกรสยงั เลก็ หรือการแยกสัตว์
เลก็ ออกเลยี้ งต่างหาก ตามอายุ หรือความเหมาะสม แทนทจี่ ะปล่อยเลยี้ งรวมฝูง กน็ ับว่า มสี ่วน
สาคญั ในการทาให้ผู้เลยี้ งมกี าไรหรือขาดทุน ได้เช่นกนั
๔. โรคสัตว์
โรคของสัตว์เลยี้ งยงั นับว่า เป็ นปัญหาทส่ี าคญั ของการเลยี้ งสัตว์ในบ้านเรา ปัจจุบนั นี้ เพราะมี
โรคระบาดต่างๆ ทกี่ ่อให้เกดิ ความเสียหายต่อชีวติ สัตว์ และเศรษฐกจิ หลายโรค ผู้เลยี้ งสัตว์จงึ
จาเป็ นต้องเรียนรู้ สาเหตุ อาการ การป้องกนั และการรักษาโรคสัตว์น้ัน ด้วยตนเอง สาหรับใช้
ดาเนินการในเบื้องต้น เพ่ือจักได้แก้ไขปัญหาได้ทนั เหตุการณ์
ปัจจุบนั มโี รคหลายโรคทสี่ ามารถทาการ ป้องกนั ได้โดยการฉีดวคั ซีนให้แก่สัตว์เลยี้ งเป็ น การ
ล่วงหน้า เกษตรกรจานวนมากยงั เข้าใจผดิ คดิ ว่าวคั ซีนมไี ว้สาหรับรักษาโรค และจะไม่ทา
วคั ซีนให้สัตว์เลยี้ งจนมโี รคเกดิ แล้วจงึ ติดต่อให้ เจ้าหน้าทข่ี องรัฐบาลไปทาการฉีดวคั ซีนให้ จงึ
ทาให้โรคระบาดต่างๆ ยงั เป็ นปัญหาอยู่ทวั่ ไป
แนวทางในการป้องกนั โรคในหลกั การ ใหญ่ๆ ทยี่ ดึ ถือปฏบิ ัติกนั กค็ ือ
๔.๑ การฉีดวคั ซีนป้องกนั โรคสัตว์ ล่วงหน้า
วธิ ีป้องกนั ทด่ี ที ส่ี ุดในการป้องกนั มใิ ห้สัตว์เลยี้ งเป็ นโรคระบาดตายกค็ ือ การทาวคั ซีนป้องกนั โรค
สัตว์ล่วงหน้า ก่อนทสี่ ัตว์จะป่ วยเป็ นโรค เพราะวคั ซีนมไี ว้สาหรับป้องกนั โรค มใิ ช่รักษาโรค
การบริการฉีดวคั ซีนป้องกนั โรคพษิ สุนัขบ้าโดยไม่คดิ มูลค่า
การบริการฉีดวคั ซีนป้องกนั โรคพษิ สุนัขบ้าโดยไม่คดิ มูลค่า
อย่างไรกต็ ามวคั ซีนช่วยให้โอกาส ทส่ี ัตว์ป่ วยเป็ นโรคน้อยลง แต่มไิ ด้หมายความว่า เมื่อทา
วคั ซีนแล้วสัตว์จะไม่เป็ นโรค โดยทวั่ ๆ ไป สัตว์ทท่ี าวคั ซีน ๑๐๐ ตวั จะไม่เป็ นโรคประมาณ ๗๐-
๘๐ ตวั อกี ๒๐-๓๐ ตวั อาจจะเป็ นโรคได้ ถ้าสัตว์อ่อนแอหรือมเี ชื้อโรคเข้าไปมากๆ จงึ ควร ท่ี
เกษตรกรจะเข้าใจตามนีด้ ้วย
๔.๒ การป้องกนั โรคทางอ่ืน
การ ป้องกนั โรคทางอ่ืนๆ ทคี่ วรจักได้ทาควบคู่กบั การทาวคั ซีนกค็ ือ
๔.๒.๑ การจดั หาทใ่ี ห้สัตว์อยู่ เป็ นหลกั แหล่ง ไม่ปนกบั สัตว์เลยี้ งอ่ืนๆ ของ ชาวบ้าน
๔.๒.๒ การจดั ทาร้ัวก้นั โดยรอบ เพ่ือมใิ ห้สัตว์หรือคนเข้าไปในคอกสัตว์
๔.๒.๓ การไม่ให้บุคคลภายนอก เข้าไปในคอก เพื่อป้องกนั การนาโรคจากภาย นอกเข้ามา
๔.๒.๔ การใช้ยาฆ่าเชื้อโรค ภายในคอกและทางผ่านก่อนเข้าคอก
๔.๒.๕ การให้อาบนา้ เปลย่ี น เครื่องแต่งตัวก่อนเข้าคอก หากจาเป็ นต้องทา
๔.๒.๖ การไม่นาอาหารจากท่ี อื่นเข้าไปกนิ ในคอก
๔.๓ การคดั เลือกผสมพนั ธ์ุสัตว์ ให้มคี วามต้านทานโรค
ปัจจุบนั นักวทิ ยาศาสตร์พบว่า การคดั เลือกผสมพนั ธ์ุสัตว์ ให้มคี วามต้านทานโรคบางโรค
อาจจะทาได้ แม้จะไม่ได้ผลเตม็ ที่ แต่กช็ ่วยให้โอกาสสัตว์เป็ นโรค หรือได้รับอนั ตรายจากโรค
น้อยลง เช่น โคทม่ี เี ลือดพนั ธ์ุบราห์มนั ซ่ึงตามปกตจิ ะพบว่า มคี วามทนทานต่อโรคไข้เห็บ เม่ือ
เอาววั พนั ธ์ุนีม้ าผสมกบั โคนมพนั ธ์ุแท้ หรือโคเนื้อพนั ธ์ุแท้จากต่างประเทศ ลูกผสมทเี่ กดิ มา จะมี
ความทนทานต่อโรคนีไ้ ด้ดีขนึ้ ตามอตั ราส่วนของเลือดโคบราห์มนั ทมี่ อี ยู่ในโคลกู ผสมน้ัน ถ้ามี
มากกม็ คี วามคุ้มโรคมาก เป็ นต้น
การเร่ิมต้นเลยี้ งสัตว์
ผู้ทจ่ี ะเริ่มต้นเลยี้ งสัตว์น้ันจะต้องมกี ารศึกษาข้อมูล หาความรู้เพมิ่ เตมิ เป็ นผู้ทมี่ ี
ความกระตือรือร้น ขยนั อดทน ท้งั นี้ เพราะสัตว์เป็ นสิ่งมชี ีวติ ทต่ี ้องการการเอาใจใส่ดูแลเป็ น
พเิ ศษ ซึ่ง ธีระ (2528) ได้ แนะนาการเร่ิมต้นเลยี้ งสัตว์ไว้ดงั นี้
1 ลกั ษณะของผู้ทจี่ ะเลยี้ งสัตว์สาเร็จ ผู้ทจ่ี ะเลยี้ งสัตว์ได้สาเร็จสมควรจะต้องมลี กั ษณะและ
นิสัยดังต่อไปนี้
ก. ต้องมนี ิสัยรักและชอบสัตว์ ความรักชอบจะเป็ นเหตุให้ผู้เลยี้ งเอาใจใส่ดูแลสัตว์
อยู่เสมอ ผู้เลยี้ งสัตว์บางคนเหน็ คนอื่นลงทนุ เลยี้ งสัตว์แล้วรวยกเ็ ลยี้ งตามอย่างบ้าง แต่พอลงทุน
เลยี้ งไปแล้ว พบว่านิสัยไม่ชอบและไม่เหมาะสมกบั การเลยี้ งสัตว์ ทาให้กจิ การเลยี้ งสัตว์ต้อง
ล้มเลกิ ไปในทส่ี ุด
ข. ต้องแสวงหาความรู้ความชานาญอยู่เสมอ ความรู้และความชานาญนับว่าเป็ น
หัวใจสาคญั ทส่ี ุดของการผลติ สัตว์ให้มปี ระสิทธภิ าพสูงสุด ความรู้อาจจะศึกษาได้จากตารา
วชิ าการต่าง ๆซึ่งจะมรี ายงานถงึ การค้นพบใหม่ ๆ ออกมาเรื่อย ๆ หรือศึกษาจากตวั สัตว์เอง
ในขณะทค่ี วามชานาญจาเป็ นต้องอาศัยประสบการณ์และการปฏิบัติด้วยตัวเองเป็ นหลกั
ค. ต้องเป็ นคนละเอยี ดรอบคอบ เน่ืองจากสัตว์พูดไม่ได้ ฉะน้ันผู้เลยี้ งจาเป็ นต้อง
คอยตรวจตราสังเกตอยู่เสมอ การมองข้ามจุดเลก็ ๆ น้อย ๆ อาจเป็ นสาเหตุทาให้กจิ การเลยี้ งสัตว์
ต้องขาดทนุ ล้มเลกิ ไปได้
ง. ต้องเป็ นคนสู้งาน การเลยี้ งสัตว์จะต้องเป็ นผู้ทางานด้วยตนเองบ้าง งาน
บางอย่างจะวางใจให้คนอื่นทาแทนไม่ได้ เนื่องจากความกระตือรือร้นและความเอาใจใส่ท่มุ เทกบั
งานของลูกจ้างมกั จะไม่สูงเท่าเจ้าของกจิ การเองและการทางานด้วยตนเอง เท่ากบั เป็ นการ
เพม่ิ พนู ประสบการณ์และความชานาญให้ตวั เองด้วย
จ. ต้องเป็ นคนกล้าและมมี านะ เพราะกจิ การเลยี้ งสัตว์กว่าจะพบความสาเร็จต้อง
พบปัญหาอปุ สรรคหลายอย่าง เนื่องจากมปี ัจจัยต่าง ๆ เป็ นตัวแปรมาก โดยเฉพาะปัญหาด้าน
การตลาดราคาผลติ ผลจากสัตว์และราคาวตั ถุดบิ อาหารสัตว์ ซึ่งเมืองไทยยงั ไม่มรี ะบบประกนั
ราคาทแี่ น่นอน ราคาขนึ้ ลงอยู่เสมอ ฉะน้ัน ถ้าไม่กล้าสู้และไม่มคี วามพยายามแล้ว เมื่อพบปัญหา
อปุ สรรคกจ็ ะเกดิ ความท้อถอยและเลกิ เลยี้ งได้
2 การเลือกสถานทเี่ ลยี้ งสัตว์ ในการเลยี้ งสัตว์ ถ้าเป็ นการเลยี้ งแบบหลงั บ้านหรืองาน
อดิเรก สถานทเ่ี ลยี้ งสัตว์ไม่ค่อยมปี ัญหา เพยี งแต่เลือกทใี่ ดทหี่ นึ่งในบริเวณบ้านหรือทดี่ ินของตน
ให้เหมาะสม เน่ืองจากปริมาณสัตว์ทเี่ ลยี้ งไม่ค่อยมาก แต่ในการเลยี้ งเป็ นอาชีพหลกั ทาเล
สถานทใี่ นการเลยี้ งนับว่าเป็ นส่ิงสาคญั ทม่ี ผี ลกระทบต่อความสาเร็จหรือล้มเหลวในการทาฟาร์ม
ดงั น้ัน ผู้เลยี้ งจะต้องพจิ ารณาอย่างระมดั ระวงั และรอบคอบ ดังเช่น
ก. สถานทค่ี วรอยู่ห่างไกลจากชุมชนและผู้เลยี้ งรายอ่ืน ๆ พอสมควร เน่ืองจาก
การเลยี้ งสัตว์เป็ นจานวนมาก ปัญหากลนิ่ มูลสัตว์และเสียงร้อง อาจรบกวนผู้อื่นเป็ นปัญหาถงึ ข้นั
ต้องย้ายฟาร์มได้ และการต้งั สถานที่ทาฟาร์มในแหล่งเลยี้ งสัตว์ทห่ี นาแน่น ปัญหาโรคระบาด
อาจเกดิ และเข้ามาสู่ฟาร์มได้ง่าย
ข. ต้องอยู่ในทาเลทเี่ หมาะสม ในการตดิ ต่อกบั ตลาดชุมชนและสะดวกในการ
ขนส่ง การอยู่ใกล้ตลาดรับซื้อ และแหล่งผลติ อาหารสัตว์ ทาให้ประหยดั ต้นทุนค่าขนส่ง ท้งั ใน
ด้านส่งตัวสัตว์ผลติ ภัณฑ์จากสัตว์ไปขาย และซื้อนาอาหารเข้ามาเลยี้ งสัตว์ นอกจากนีใ้ นการต้งั
ฟาร์ม ถ้าเจ้าของจาเป็ นต้องต้ังบ้านเรือนอยู่ในบริเวณฟาร์มด้วย จาเป็ นต้องคานึงถงึ ความ
สะดวกเหมาะสม สาหรับตนเองและครอบครัวในการตดิ ต่อกบั ชุมชน เช่น ไม่ห่างไกล
โรงพยาบาล โรงเรียนจนเกนิ ไป
ค. ศัตรู ควรจะเลือกทที่ ี่มศี ัตรูของสัตว์ให้น้อยทสี่ ุดหรือไม่มเี ลย ศัตรูของสัตว์
เลยี้ งนอกจากพวกสัตว์ด้วยกนั เช่น เสือ งู เหยยี่ ว พงั พอน ฯลฯ แล้ว ศัตรูทส่ี าคญั ทสี่ ุดกค็ ือ คน
ถ้าสถานทต่ี ้งั ฟาร์มอยู่ในแหล่งทม่ี ขี โมยมากคนมนี ิสัยไม่ดคี อยแกล้ง จ้องลกั ขโมยตลอดเวลา
กจิ การกไ็ ปไม่รอด
ง. ดนิ แม้ว่าในหลกั การโดยทวั่ ไปจะพจิ ารณาว่า ดินทม่ี คี วามอดุ มสมบูรณ์ปลูก
พืชให้ผลผลติ ไม่สูง จงึ สมควรพจิ ารณานามาเลยี้ งสัตว์ แต่ในทางปฏบิ ตั ิสาหรับผู้จะเลยี้ ง
โดยเฉพาะสัตว์ประเภทกนิ หญ้า หรือจาเป็ นต้องปลกู พืชอาหารสัตว์เอง การเลือกสถานทที่ ด่ี ินดี
มคี วามอดุ มสมบูรณ์สูงมีการระบายนา้ ดี นา้ ไม่ท่วม เป็ นส่ิงจาเป็ นในการผลติ พืชอาหารสัตว์ให้
ได้ผลผลติ มาก ๆ
จ. นา้ ควรมนี า้ มคี ุณภาพดแี ละมพี อเพยี ง นา้ สะอาดเป็ นส่ิงจาเป็ นสาหรับสัตว์ใน
การเติบโตให้ผลผลติ ฟาร์มบางแห่งต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการกรองนา้ หรือทานา้ ให้สะอาดพอ
ให้สัตว์ดื่มกนิ ได้ เน่ืองจากคุณสมบัติของนา้ ไม่เหมาะสมและบางแห่งกจ็ าเป็ นต้องหยดุ กจิ การ
หรือลดขนาดของฟาร์มลง เนื่องจากปัญหาขาดแคลนนา้ โดยเฉพาะในหน้าแล้ง
ฉ. ควรมพี ืน้ ทก่ี ว้างขวาง เพ่ือไม่ให้สัตว์อยู่อย่างแออดั และสามารถขยายกจิ การใน
อนาคตได้ เม่ือกจิ การเจริญขนึ้ การขยายกจิ การฟาร์มโดยอยู่ในพืน้ ทเี่ ดยี วกนั นับว่าประหยดั
และสะดวกในการควบคุมดูแลมากกว่าการแยกฟาร์มต้ังเป็ น 2 หรือ 3 แห่ง
3. การลงทุน
ก. ในการเลยี้ งสัตว์น้ัน ทนุ ทลี่ งไปแบ่งได้เป็ น 2 อย่าง คือ ทนุ หมนุ ได้แก่พวก
ค่าอาหาร ค่าเวชภัณฑ์สัตว์ ค่าตวั สัตว์และค่าแรงงาน เงนิ ทุนพวกนีค้ ่าอาหารสัตว์นับว่าสูงทส่ี ุด
โดยเฉพาะในการผลติ พวกสัตว์กระเพาะเดี่ยว ซ่ึงกนิ อาหารข้นเป็ นหลกั ค่าใช้จ่ายด้านอาหารจะ
สูงประมาณ 60 – 80 เปอร์เซ็นต์ของต้นทนุ การผลติ ท้งั หมด ดงั น้ัน ทนุ หมุนเวยี นควรจะกนั ไว้
อย่างน้อยทส่ี ุดกไ็ ม่ต่ากว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของเงินทนุ ทม่ี ี ทนุ อกี ประเภท คือ ทุนนอน ได้แก่ ค่า
ทด่ี ิน โรงเรือนอปุ กรณ์ต่าง ๆ ทุนพวกนีม้ กั จะลงทนุ คร้ังเดียว แต่ต้องใช้เวลานานกว่าจะถอนทนุ
ได้ ฉะน้ัน การลงทนุ ประเภทนีไ้ ม่ควรเกนิ คร่ึงของเงินทุนท้งั หมด การสร้างโรงเรือนควรถือหลกั
ประหยดั แต่สัตว์ต้องอยู่สุขสบาย และมปี ระสิทธิภาพในการใช้โรงเรือนสูง เน่ืองจากกาไรทไี่ ด้
จากการทาฟาร์ม มาจากตัวสัตว์โดยตรงมากกว่าการขนึ้ ราคาของทดี่ ิน ดังน้ัน ในการลงทนุ เลยี้ ง
สัตว์ ชนิดและประเภทของสัตว์ทจี่ ะเลยี้ งจงึ เป็ นส่ิงทคี่ วรคานึง สัตว์เลก็ ประเภทสัตว์ปี กและสุกร
มผี ู้นิยมลงทุนเลยี้ งกนั มาก เนื่องจากมวี งจรการผลติ ส้ันสามารถคืนทุนและกาไรมาสู่ผู้เลยี้ งได้ไว
กว่าสัตว์ใหญ่
ข. ลงทุนจากน้อยไปหามาก เพ่ือเป็ นการเรียนรู้ให้เกดิ ประสบการณ์และความ
ชานาญก่อน เมื่อมน่ั ใจแล้วค่อนขยายกจิ การให้ใหญ่โตขนึ้ การเร่ิมต้นเลยี้ งแต่น้อยประสพความ
ล้มเหลวกจ็ ะเสียเงินลงทุนไม่มาก
ค. ลงทนุ ในสัตว์ทเี่ ลยี้ งง่ายไปหาสัตว์ทเ่ี ลยี้ งยาก เน่ืองจากในระยะแรกผู้เลยี้ ง
มือใหม่ยงั ขาดความรู้ความชานาญ แม้จะได้ศึกษาเรียนรู้จากตาราวชิ าการมาบ้าง แต่
ประสบการณ์และความมน่ั ใจย่อมจะยงั ไม่มาก ตวั อย่างเช่น ถ้าจะเลยี้ งหมูกค็ วรจะเร่ิมจากเลยี้ ง
หมูขนุ ซึ่งเป็ นงานหยาบ และไม่จาเป็ นต้องใช้เทคนคิ วชิ าการเข้าช่วยมากนัก เมื่อมคี วามรู้ความ
ชานาญพอเพยี งค่อยขยบั ไปเลยี้ งหมูพนั ธ์ุซ่ึงต้องอาศัยความละเอยี ดและวชิ าการเข้าช่วยในการ
ผลติ มากขนึ้
ง. ลงทนุ เริ่มต้นด้วยสัตว์พนั ธ์ุดี เพราะสัตว์พนั ธ์ุดแี ม้จะมรี าคาแพง แต่กใ็ ห้
ผลผลติ สูง ใช้เวลาในการเลยี้ งส้ัน และให้ผลตอบแทนคืนสู่ผู้เลยี้ งมากกว่าการใช้สัตว์พนั ธ์ุเลว
เมื่อคดิ โดยทวั่ ๆ ไปแล้วเป็ นการลงทุนทค่ี ุ้มค่ากว่าการเลือกเลยี้ งสัตว์พนั ธ์ุเลวราคาถูก
4.การตลาด ปัญหาการตลาด แม้จะอยู่นอกเหนือวงจรการผลติ แต่ปัญหาการตลาดกน็ ับว่า
เป็ นหัวใจสาคญั ในการทากาไรหรือขาดทุนให้แก่ผู้เลยี้ งสัตว์ เนื่องจากระบบตลาดการเกษตรของ
ประเทศไทย ยงั ไม่มรี ะบบประกนั ราคาหรือควบคุมปริมาณการผลติ ทแ่ี น่นอนได้ผล ดงั ได้กล่าว
มาแล้วฉะน้ัน ผู้จะเริ่มต้นเลยี้ งสัตว์จาเป็ นต้องศึกษาถึงความต้องการและความมน่ั คงของตลาด
มหี ูตากว้างไกลติดตามการเคล่ือนไหวและแนวโน้มทจ่ี ะเปลย่ี นแปลงในปริมาณการผลติ ของ
สัตว์แต่ละชนิดอย่างใกล้ชิด ผู้เลยี้ งทเี่ ข้าใจระบบตลาดได้ดี คาดการณ์ได้ถูกต้องสามารถ
ผลติ ภณั ฑ์ ออกจาหน่ายถูกจงั หวะในช่วงทค่ี วามต้องการของตลาดสูง หรือราคาแพงกย็ ่อมจะทา
กาไรได้มาก
สัตว์เศรษฐกจิ มอี ะไรบ้าง
จากการกล่าวถึง 2 หวั ข้อใหญ่ ๆ ท้งั เร่ืองความสาคญั และสัตว์เศรษฐกจิ หมายถึงอะไร คราวนีก้ ็
มาพดู กนั ถึงเร่ืองของประเภทสัตว์เหล่านีท้ ช่ี ่วยสร้างรายได้ให้กบั ประเทศไทยมาอย่างยาวนาน
รวมถึงคนไทยเองกไ็ ด้อมิ่ ท้องจากการบริโภคสัตว์เหล่านีด้ ้วย โดยสัตว์เศรษฐกจิ มอี ะไรบ้างน้ัน
ลองตามมาดูกนั เลย
กล่มุ สัตว์เคยี้ วเอือ้ ง
สัตว์กล่มุ แรกเชื่อว่าเป็ นกล่มุ ทท่ี กุ คนคุ้นเคยกนั ดีทส่ี ุดหากพูดถงึ สัตว์เศรษฐกจิ เพราะลกั ษณะท่ี
เด่นชัดของพวกมนั คือจะเน้นการกนิ หญ้าและทาปากเคยี้ วส่ิงต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา โดยกล่มุ สัตว์
เคยี้ วเอือ้ งนีม้ หี ลายชนิด เช่น
โค หรือ ววั มที ้งั โคเนื้อและโคนม ซึ่งการนาไปสร้างรายได้กย็ ่อมต่างกนั ออกไป โดยโคนมจะใช้
นา้ นมในการทารายได้ ส่วนโคเนื้อแน่นอนว่าต้องใช้เนื้อของพวกมนั เป็ นรายได้หลกั ให้กบั
เกษตรกร
กระบือ หรือ ควาย ซ่ึงปกตสิ ายพนั ธ์ุในบ้านเราจะเรียกว่า ควายปลกั ซึ่งเน้นการใช้แรงงานเป็ น
หลกั จนกว่าจะใช้แรงไม่ไหวจงึ นาไปแปรรูปต่อ กบั อกี สายพนั ธ์ุทไี่ ทยนาเข้ามาอย่าง ควายนม
หรือควายนา้ ผลผลติ ทไี่ ด้จากพวกมนั คือ นา้ นมเป็ นหลกั ในการสร้างเศรษฐกจิ ให้กบั ประเทศ
แพะ หลายคนอาจไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วสัตว์เศรษฐกจิ อกี ชนิดทค่ี นไทยเลยี้ งกนั คือ แพะ ซ่ึงปกติจะ
เลยี้ งทางแถบภาคใต้เป็ นส่วนใหญ่ แต่ด้วยพนั ธ์ุพืน้ เมืองของเราให้นา้ นมน้อย ภาครัฐจึงมกี าร
นาเข้าแพะสายพนั ธ์ุต่างประเทศเพื่อให้ได้นา้ นมเยอะขนึ้
แกะ จะคล้ายกนั กบั แกะคือ เลยี้ งกนั เยอะในแถบภาคใต้ ทว่ากย็ งั ไม่ค่อยให้ผลผลติ อย่างทค่ี วร
เป็ นมากนัก แม้มกี ารนาเข้ามาจากต่างประเทศในบางสายพนั ธ์ุ จึงอาจนับว่าเป็ นสัตว์เศรษฐกจิ ท่ี
เมืองไทยยงั ต้องพฒั นาต่อไป
กล่มุ สัตว์กระเพาะเดยี ว
ถือว่าเป็ นสัตว์เศรษฐกจิ ทมี่ คี วามสาคญั กบั ประเทศไทยอย่างมาก เนื่องจากนาส่วนต่าง ๆ ของ
พวกมนั มาใช้งานเพ่ือสร้างรายได้ค่อนข้างหลากหลาย ซ่ึงสัตว์กล่มุ นีไ้ ม่จาเป็ นต้องแยกประเภท
ให้เสียเวลา เพราะจริง ๆ แล้วกค็ ือ สุกร หรือ หมู ทท่ี ุกคนคุ้นเคยเป็ นอย่างดี ในอดตี ถ้าเป็ นหมู
พนั ธ์ุพืน้ เมืองของไทยจริง ๆ แล้วจะมขี นาดเลก็ แม้ว่าแต่ละคร้ังจะออกลูกได้เยอะ และทนต่อ
สภาพอากาศแต่เวลานาไปขายจริง ๆ กลบั ไม่ค่อยได้ราคามากนัก จงึ มกี ารนาเข้าสายพนั ธ์ุ
ต่างประเทศมาผสม
ซึ่งผลทอ่ี อกมากย็ งั ไม่ต่างจากเดิมมากนัก ภาครัฐจึงมกี ารทดลองนาเอาหมูสายพนั ธ์ุต่างประเทศ
มาเลยี้ งแบบจริงจงั ดู ปรากฏว่ามกี ารเตบิ โตทดี่ ี ให้เนื้อเยอะ สร้างรายได้ให้กบั ผู้เลยี้ ง จงึ ทาให้หมู
สายพนั ธ์ุเหล่าน้ันได้รับความนิยมไปโดยปริยาย ซ่ึงสายพนั ธ์ุต่างประเทศทก่ี ลายเป็ นสัตว์
เศรษฐกจิ ในประเทศไทยของเราหลกั ๆ แล้วจะมอี ยู่ 3 สายพนั ธ์ุ ได้แก่ ดูร็อกเจอร์ซี, ลาร์จไวต์
และ แลนด์เรซ
กล่มุ สัตว์ปี ก
ส่วนใหญ่แล้วสัตว์เศรษฐกจิ กถ็ ือเป็ นกล่มุ ทสี่ ร้างรายได้ให้กบั ผู้เลยี้ งและยกระดับเศรษฐกจิ ให้กบั
ประเทศได้เป็ นอย่างดี เนื่องจากได้รับความนิยมในการนาไปบริโภค ท้งั นใี้ นเมืองไทยสามารถ
แบ่งประเภทสัตว์ปี กยอดนิยมในการเลยี้ งได้ดงั นี้
ไก่ สัตว์ปี กยอดนิยมทม่ี ตี ้นทุนไม่สูงมากนัก อกี ท้งั ยงั สามารถทานได้ทกุ เพศ ทกุ วยั ทุกศาสนา
จงึ ทาให้ไก่กลายเป็ นสัตว์เศรษฐกจิ เบอร์ต้น ๆ ทส่ี ร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ท้ังนีก้ ม็ กี ารแบ่ง
ประเภทของไก่ออกมา เช่น ไก่เนื้อ จะให้เนื้อเป็ นหลกั ไม่ค่อยออกไข่, ไก่ไข่ จะออกไข่ตลอดเป็ น
รายได้หลกั ให้กบั ผู้เลยี้ ง
เป็ ด สัตว์ท้องถ่นิ ทอ่ี ยู่กบั คนไทยมาอย่างยาวนาน แต่จริง ๆ แล้วเป็ ดสายพนั ธ์ุของไทยโตช้าและ
ให้เนื้อไม่ค่อยดีนัก จึงมกี ารนาเข้าเป็ ด 2 ประเภท เข้ามาเป็ นสัตว์สาหรับสร้างรายได้ให้กบั ผู้เลยี้ ง
แทน หลกั ๆ คือ เป็ ดเนื้อทจ่ี ะให้เนื้อสาหรับบริโภค เติบโตในสภาพอากาศบ้านเราได้เป็ นอย่างดี
ขณะทอ่ี กี กล่มุ เป็ นเป็ ดไข่ ทใ่ี ห้ผลผลติ เป็ นไข่ ออกเป็ นประจา มคี วามมนั และเปลือกหนากว่าไข่
ไก่ จึงทาให้มรี าคาสูงกว่า
ห่าน แม้ในเมืองไทยอาจยงั ไม่ค่อยนิยมบริโภคมากนักแต่กถ็ ือว่าเป็ นสัตว์เศรษฐกจิ กล่มุ เลก็ ๆ ที่
ยงั พอสร้างรายได้ให้กบั ผู้เลยี้ งในระดบั หน่ึง
นกกระทา สัตว์อกี ชนิดท่ีอาจไม่ได้นิยมมากนัก แต่กถ็ ือว่าสร้างอาชีพให้กบั เกษตรกรได้
พอสมควร ปกตแิ ล้วมกั จะเลยี้ งเพ่ือเอาไข่เป็ นหลกั แต่ในปัจจุบันเองกม็ บี ้างทจ่ี ะนาเนื้อมา
บริโภค
ไก่งวง ไก่ประเภทหนึ่งทจี่ ะมเี นื้อหา จริง ๆ แล้วทางฝ่ังตุรกหี รือยุโรปจะนิยมทาน ทว่าเมืองไทย
เราเองกย็ งั พอมเี ลยี้ งและนาไปบริโภคหรือขายกนั บ้าง แม้ไม่แพร่หลายนักแต่กย็ งั พอทารายได้ใน
ระดับหนึ่ง
กล่มุ สัตว์นา้
ปิ ดท้ายกนั ด้วยสัตว์เศรษฐกจิ ทต่ี ้องอาศัยนา้ ในการเลยี้ งดู น่ันคือกล่มุ สัตว์นา้ ทมี่ คี วาม
หลากหลายมาก ๆ ไม่ใช่แค่ปลาเพยี งอย่างเดยี ว ท้งั นีย้ งั ถูกแบ่งออกเป็ นนา้ จืดกบั นา้ เคม็ อกี ด้วย
ซ่ึงถ้าเป็ นกล่มุ สัตว์นา้ จืดจะนิยมเลยี้ งกนั ทางภาคกลาง แต่ถ้าเป็ นนา้ เคม็ จะมที ้งั การจบั จากทะเล
และการเลยี้ งริมทะเลตามแถบจังหวดั ชายฝ่ังนั่นเอง โดยขอแยกให้เห็นภาพดงั นี้
สัตว์นา้ จืด มหี ลายชนิดทเี่ ป็ นสัตว์เศรษฐกจิ เช่น ปลานิล, ปลาดุก, ปลาสลดิ , ก้งุ กลุ าดา, ปลาสวาย,
ปลาช่อน, ปลาตะเพยี นขาว, ปลาแรด รวมถงึ กบ กจ็ ัดเป็ นกล่มุ สัตว์เศรษฐกจิ ทสี่ ร้างรายได้กนั
พอสมควร
สัตว์นา้ เคม็ อย่างทกี่ ล่าวไปว่ามที ้งั การเลยี้ งและการออกไปจบั ในท้องทะเล ซึ่งสัตว์ทไ่ี ด้รับความ
นิยม เช่น ก้งุ ทะเล, หมกึ ทะเลสายพนั ธ์ุต่าง ๆ, ปลาทู, ปลาเก๋า, ปลากะพง, หอยแครง หอยแมลงภู่
และอื่น ๆ อกี หลากหลายชนิดขนึ้ อยู่กบั การเลือกทาประมงของแต่ละท้องถิ่น
จากข้อมูลท้งั หมดทก่ี ล่าวมานีจ้ ะเห็นว่าเมืองไทยของเรายงั จาเป็ นต้องพงึ่ พาสัตว์ต่าง ๆ ในการ
หาเลยี้ งชีพ สร้างรายได้ รวมถงึ ยกระดับเศรษฐกจิ ให้ดยี ง่ิ ขนึ้ กว่าเดิม จึงสรุปได้ว่าถือเป็ นความ
โชคดอี ย่างหน่ึงทพ่ี ืน้ ทจ่ี ุดต่าง ๆ ในเมืองไทยมคี วามเหมาะสมกบั การเลยี้ งสัตว์เศรษฐกจิ
หลากหลายชนิด ไม่ต้องนาเข้าให้เสียเงินแพง ๆ ในทางกลบั กนั ยงั สามารถสร้างเงนิ ให้กบั ผู้คน
และสร้างเศรษฐกจิ ให้เจริญเติบโต มเี งนิ เลยี้ งครอบครัวได้อย่างสบายใจ อาชีพทยี่ งั คงเป็ นเสา
หลกั ให้เมืองไทยเร่ือยมาแม้เวลาจะผ่านมานานแค่ไหนกต็ าม
อ้างองิ ค์ https://www.arda.or.th/knowledge_detail.php?id=39
https://sites.google.com/a/ptss.ac.th/my-work-agri/4-2-paccay-sakhay-khxng-kar-leiyng-satw
https://www.saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=12&chap=5&page=t12-5-infodetail03.html
เรียบเรียงโดย นางสาว วา่ นญาดา รัตนเทพี เลขท่ี34 ม.4/4
\
อ้างอิง: https://bit.ly/3gCevI9
ผ้เู รยี บเรยี ง: นางสาว วา่ นญาดา รัตนเทพี เลขท3ี่ 4 ม.4/4
แหล่งข้อมูล http://biodiversity.forest.go.th/index.php?option=com_dofanimal&id=427&view=showanimal&Itemid=2
นางสาว วา่ นญาดา รตั นเทพี เลขท3ี่ 4 ม.4/4
งานช่าง
ความรู้เบื้องต้นกบั งานช่าง
งานช่างมีมาควบคูก่ บั มนุษยต์ ้งั แตใ่ นยคุ ต่างๆต้งั แตใ่ นยคุ หิน ยคุ โลหะ จนกระทง่ั ในยคุ ปัจจุบนั เพื่อ
ประโยชน์ในดา้ นการดารงชีวติ และความสะดวกสบายก่อใหเ้ กิดการพฒั นาอยา่ งต่อเน่ืองท้งั ในดา้ นวสั ดุ
อุปกรณ์และเครื่องมือกลายเป็นอาชีพในสาขาต่างๆ งานช่างจึงมีความสาคญั เกี่ยวขอ้ งกบั การดาเนินกิจกรรม
ในชีวติ ประจาวนั ของมนุษยเ์ ป็นส่วนใหญก่ ารมีความรู้ความเขา้ ใจในงานช่างตลอดจนการมีทกั ษะงานช่าง
สามารถปฏิบตั ิตามทกั ษะกระบวนการทางช่างอยา่ งถูกตอ้ งก็จะเกิดประโยชน์ต่อการนาไปใชใ้ นการ
ดารงชีวติ ประจาวนั เป็ นอยา่ งดีท้งั ในเร่ืองการเลือกและการใชว้ สั ดุสิ่งของเครื่องมือเครื่องใชใ้ นบา้ น
ทกั ษะงานช่างในชีวติ ประจาวนั อาจกล่าวไดว้ า่ เป็นงานที่ตอ้ งใชท้ กั ษะที่เป็นพ้นื ฐานเกี่ยวกบั การสร้าง
การผลิต การซ่อมแซม บารุงรักษา การดดั แปลงเครื่องใชใ้ นบา้ น ที่ทุกคนสามารถทาไดด้ ว้ ยตนเอง ส่วน
ใหญเ่ ป็นงานเก่ียวกบั การซ่อมแซมแกไ้ ขส่ิงของเครื่องใชใ้ นบา้ นที่ชารุด เสียหาย หรือสร้างส่ิงของง่าย ๆ เช่น
ซ่อมแซมโตะ๊ เกา้ อ้ี ร้ัว ผนงั ถนน ทางเทา้ ในบา้ น การเดินสายไฟฟ้าในบา้ น การเดินสายโทรศพั ท์ การต่อ
ประปา การดูแลบารุงรักษาเครื่องใชไ้ มส้ อยภายในบา้ น ดว้ ยตนเอง ตลอดถึงเครื่องยนตก์ ลไกและเคร่ืองมือ
เคร่ืองใชท้ างเทคโนโลยตี า่ ง ๆ เป็นตน้ เพอื่ การดารงชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งมีความสุข
คุณค่าและความสาคญั ของทกั ษะงานช่าง
ทกั ษะงานช่างในชีวติ ประจาวนั เก่ียวขอ้ งกบั การใชเ้ คร่ืองมือช่าง เช่น การใชค้ อ้ น คีม ประแจ ตะใบ
มีดหรือ คตั เตอร์ ขวาน สิ่ว ไขควง รวมท้งั เคร่ืองมือท่ีใชไ้ ฟฟ้าบางชนิด เช่น สวา่ นไฟฟ้า เลื่อยไฟฟ้า เป็นตน้
นอกจากน้นั ยงั รวมไปถึงทกั ษะของการใชอ้ ุปกรณ์ตา่ ง ๆ รวมท้งั อาวธุ และพาหนะ เช่น รถจกั ยาน รถจกั ยาน
ยนตร์ รถยนต์ เรือที่ใชเ้ คร่ืองยนตข์ บั เคลื่อน และเคร่ืองมือเครื่องใชท้ างเทคโนโลยี นอกจากน้นั ยงั เป็นการ
ส่งเสริมใหม้ ีสมรรถนะในการจดั ระบบความคิดในการแกป้ ัญหาที่ตอ้ งใชก้ ลวธิ ีหรือเทคนิควธิ ีท่ีเหมาะสมอีก
ดว้ ยความสามารถหรือสมรรถนะเชิงช่างน้ีจะถูกนามาใชเ้ ม่ือมีปัญหาท่ีตอ้ งแกไ้ ข ในยามภาวะปกติอาจไม่
เห็นคุณคา่ และความสาคญั ทกั ษะเชิงช่างเป็นทกั ษะแฝงท่ีมีไวแ้ กป้ ัญหาในชีวติ ประจาวนั และเมื่อประสบภยั
พบิ ตั ิ หรือยามฉุกเฉิน เช่น ในสถานการน้าทว่ มจะพบวา่ ผมู้ ี่ทกั ษะเชิงช่างสามารถแกป้ ัญหาบา้ นเรือนที่
ประสบภยั ไดด้ ีกวา่ ประหยดั กวา่ และมีประสิทธิภาพสูงกวา่ ผขู้ าดทกั ษะงานช่าง
(กฤษมนั ต์ วฒั นาณรงค.์ 2554 : http://www.thairath.co.th)
ชีวติ ประจาวนั กบั ทกั ษะงานช่าง
ในการดาเนินชีวติ ประจาวนั ของตนเองและครอบครัวจะพบวา่ ในบางคร้ังเรามองขา้ มส่ิงต่างๆที่อยทู่ ี่อยใู่ กล้
ตวั ที่เราจาเป็ นตอ้ งใชส้ อยอยตู่ ลอดเวลา ส่ิงเหล่าน้ีคือเครื่องใชต้ า่ ง ๆ ภายในบา้ นนนั่ เองลองทบทวนวา่ มี
อะไรบา้ งโดยแยกเป็นประเภทตา่ ง ๆ คือ
1. เคร่ืองเรือนที่ทาดว้ ยไม้ เช่น ตู้ โตะ๊ เตียง เกา้ อ้ี ราวตากผา้ ช้นั วางของ
2. ส่ิงอานวยความสะดวกประเภทที่ใชไ้ ฟฟ้า เช่น ฟิ วส์ สวทิ ซ์ หลอดไฟฟ้า ปลกั ซ์ เตารีด พดั ลม ตูเ้ ยน็
เครื่องปรับอากาศ คอมพวิ เตอร์
3. สิ่งอานวยความสะดวกประเภทเครื่องจกั รกล เช่น เครื่องตดั หญา้ รถจกั รยาน รถจกั รยานยนต์ รถยนต์
4. เครื่องเรือนที่เป็นโลหะ เช่น เคร่ืองมือเคร่ืองใชใ้ นครัวเรือน เครื่องมือช่าง เครื่องมือการเกษตร ไดแ้ ก่ มีด
พร้า จอบ เสียม
5. งานสีและงานเคลือบผวิ เช่น การทาสีภายในและภายนอกบา้ น การทาแชลแล็คเคลือบผวิ ไม้
6. เครื่องมือส่ือสารทางเทคโนโลยี ไดแ้ ก่ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพว่ ง โทรศพั ทม์ ือถือ แทป็ เล็ต
ในฐานะผใู้ ชแ้ ละไดป้ ระโยชน์จากสิ่งเหล่าน้ี คงไม่ไดห้ มายถึงการที่เป็นผใู้ ชแ้ ต่เพียงอยา่ งเดียว เราคงจะตอ้ ง
มีหนา้ ท่ีดูแลรักษาและใช้ อยา่ งรู้คุณค่า ประหยดั ปลอดภยั และถูกวธิ ี ถา้ เสียใชง้ านไมไ่ ดต้ ามปกติจะตอ้ งส่ง
ใหช้ ่างอาชีพเป็นผซู้ ่อม แตก่ ่อนท่ีจะถึงมือช่างอาชีพเราควรมีความรู้พ้ืนฐานท่ีจะดูแลรักษา ซ่อมแซมอาการ
เสียหายในเบ้ืองตน้ ได้ เพื่อเป็ นการประหยดั เวลา ค่าใชจ้ ่าย และยดื อายกุ ารใชง้ านใหย้ าวนานข้ึนลกั ษณะของ
งานช่างในชีวติ ประจาวนั งานช่างพ้ืนในชีวติ ประจาวนั ถึงงานช่างดา้ นต่าง ๆ ซ่ึงจาเป็ นต่อการดารง
ชีวติ ประจาวนั เป็ นกระบวนการทางานช่างท่ีใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ที่เราควรจะมีความรู้เบ้ืองตน้ อยา่ งเพยี งพอ
ใหส้ ามารถ ซ่อมแซม ดูแลรักษา ดดั แปลงวสั ดุตา่ ง ๆ ใหเ้ กิดประโยชน์ การนาความรู้ ทกั ษะและ
ประสบการณ์ท่ีไดจ้ ากการเรียนวชิ าช่างพ้ืนฐานไปใชใ้ นการปฏิบตั ิงานอยา่ งจริงจงั จะทาใหเ้ ครื่องใชภ้ ายใน
บา้ น มีความคงทนและมีอายุการใชง้ านยาวนานข้ึน มนั่ ใจไดว้ า่ สามารถใชง้ านไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและปลอดภยั
งานช่างพ้นื ฐานสามารถแยกเป็นงานช่างต่าง ๆ ไดต้ ่อไปน้ี
1. งานเขียนแบบและอา่ นแบบ 2. งานไฟฟ้าและอิเลคทรอนิกส์
3. งานยานยนตแ์ ละเคร่ืองจกั กล 4. งานโลหะ
5. งานประปาและสุขภณั ฑ์ 6. งานไม้
7. งานปูน 8. งานสีและงานเคลือบผวิ
9. งานเครื่องมือส่ือสารทางเทคโนโลยตี า่ ง ๆ
อุกรณ์งานช่าง
เคร่ืองมือช่างพ้นื ฐาน ที่คุณตอ้ งมีติดบา้ นไว้
เคร่อื งมือชา่ งมีมายาวนาน ดงั นนั้ คณุ คา่ ของมนั จงึ ปรากฏใหเ้ ห็นซา้ แลว้ ซา้ เล่า การใชส้ ่ิงเหลา่ นีเ้ ก่ียวขอ้ งกบั
ความรูใ้ นระดบั หน่งึ แตก่ ารมีความรูน้ นั้ จะใหผ้ ลลพั ธท์ ่ียอดเย่ียมเม่ือเวลาผา่ นไป ทกุ คนมีความคดิ ของ
ตวั เองวา่ เคร่ืองมือชา่ งคืออะไร อยา่ งไรก็ตาม คนสว่ นใหญ่ท่ีคนุ้ เคยกบั เคร่ืองมือชา่ ง และการใชง้ านจะ
ยอมรบั วา่ เคร่อื งมือหลายอยา่ งท่ีกลา่ วถงึ ในรายการขา้ งตน้ ถือเป็นความตอ้ งการหลกั สาหรบั กล่องเคร่ืองมือ
หรอื เวิรก์ ชอ็ ปใดๆ คียเ์ วิรด์ ในท่ีนีค้ ือความเช่ียวชาญพเิ ศษ ดงั นนั้ คณุ จะตอ้ งมีเปา้ หมายในใจก่อนตดั สินใจ
วา่ จะใชเ้ คร่ืองมือใดนนั้ เอง
อุปกรณ์งานช่างที่ควรมีติดบา้ นไว้ ดงั น้ี
1. ไขควง (Screwdrivers)
ถือเป็นเคร่ืองมือช่างพ้ืนฐานที่สามารถพบเจอไดท้ วั่ ไป เป็ นเครื่องมือสาหรับใชค้ ลายและขนั นอตสกรูตา่ งๆ
ไขควงท่ีมีคุณภาพจะทาจากเหลก็ กลา้ หรือเหล็กเคร่ืองมือใชว้ ธิ ีตีข้ึนรูปและชุบเพ่ือใหผ้ วิ ของไขควงแขง็ ใช้
งานไดด้ ี ไขควงมีลกั ษณะเป็ นแท่งโลหะทรงสูงยาวมีหลากหลายขนาด ต้งั แต่หวั เลก็ ถึงหวั ใหญป่ ลายไขควง
จะมีลกั ษณะแหลมคม มีรูปลกั ษณ์ท่ีแตกต่างกนั ไปบา้ ง เพราะฉะน้นั จึงควรมีไขควงไวท้ ่ีบา้ นเพ่อื ใช้
ซ่อมแซมเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า หรือส่ิงของต่างๆหน่ึงในเครื่องมือช่างท่ีช่วยประหยดั เวลาและแรงงานมากท่ีสุด
ของคุณ ดงั น้นั จึงสมเหตุสมผลที่ไขควงเป็นเครื่องมือช่างที่สาคญั อยา่ งหน่ึง แมว้ า่ จะมีหลายแบบแต่กม็ ีไข
ควงมี 2 ประเภทหลกั ๆคือ
– ไขควงปากแบน (Standard tip Screwdriver)
เป็นไขควงท่ีใชก้ บั สกรูที่มีหวั เป็นร่องผา่ การใชไ้ ขควงประเภทน้ีจาเป็ นอยา่ งยง่ิ ที่จะตอ้ งใหป้ ากของไขควง
กบั ร่องของสกรูเหมาะสมกนั โดยปากของไขควงจะตอ้ งไมใ่ หญ่ หรือเล็กจนเกินไปเพราะอาจจะทาใหเ้ กิด
อนั ตรายต่อไขควง หรือร่องสกรูได้
– ไขควงปากแฉก (Phillips type Screwdriver)
ไขควงประเภทน้ีจะใชก้ บั หวั สกรูท่ีเป็นร่องจีบส่ีเหล่ียม การใชไ้ ขควงประเภทน้ีจะมีลกั ษณะการใช้
เหมือนกบั ไขควงปากแบน และท่ีสาคญั ก็คือจะตอ้ งใหป้ ลายของไขควงเหมาะสมกบั หวั ของสกรูมากที่สุด
2. คอ้ น (Hammers)
คากาจดั ความของคอ้ นท่ีทุกคนรู้ๆกนั ก็คือการตอกหรือทุบบนวตั ถุนน่ั เอง สาหรับการใชง้ านเช่น การตอก
ตะปู การจดั ชิ้นส่วนใหเ้ ขา้ รูป การทุบทลายวตั ถุ คอ้ นอาจไดร้ ับการออกแบบมาใหใ้ ชง้ านเฉพาะทาง และมี
รูปร่างกบั โครงสร้างที่หลากหลาย แตม่ ีโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีเหมือนกนั คือดา้ มจบั และหวั คอ้ น ซ่ึงน้าหนกั จะ
คอ่ นไปทางหวั คอ้ นมากกวา่ แรงท่ีกระทบเป้าหมายจะมากเท่าใด ข้ึนอยกู่ บั มวลของคอ้ นและความเร่งของ
การตอก ดงั น้นั เม่ือคอ้ นยง่ิ หนกั มากและหวดดว้ ยความเร่งมาก แรงที่ไดจ้ ากคอ้ นยงิ่ มากตามไปดว้ ยเรามีคอ้ น
หลายแบบและงานที่คุณทาจะเป็นตวั กาหนดเคร่ืองมือที่คุณเลือก
คอ้ นประเภทตา่ งๆ
– คอ้ นหงอน (Hammer tool) เป็นคอ้ นท่ีใชส้ าหรับตอก ส่วนปลายของคอ้ นหงอนใชถ้ อนตะปูได้ นอกจากน้ี
ยงั ใชค้ อ้ นหงอนในการตอกสิ่ว และตอกไมเ้ วลาทาโครงร่างไดอ้ ีกดว้ ย
– คอ้ นหวั กลม (Ball Peen Hammer) เป็นคอ้ นท่ีใชก้ นั มากท่ีสุด ลกั ษณะทวั่ ไปของคอ้ นหวั กลมจะมีหนา้
เรียบส่วนหนา้ ตดั จะมีลกั ษณะกลม ผวิ นูนโคง้ เลก็ นอ้ ยใชง้ านไดท้ ้งั สองหนา้ คอ้ นหวั กลมจะถูกใชใ้ นงาน
เคาะข้ึนรูป และย้าหมุดทวั่ ไป
– คอ้ นไม้ (Mallet) เป็นคอ้ นที่ไม่ไดท้ ามาจากโลหะแต่ทาจากเน้ือไมแ้ ขง็ แทน จึงทาให้มีความยดื หยนุ่ ดีกวา่
เหล็กเม่ือใชเ้ คาะชิ้นส่วนใด ๆ จึงไมเ่ กิดความเสียหายหรือเกิดความเสียหายนอ้ ยมาก
– คอ้ นเดินสายไฟ (Electrician Hammer) ส่วนใหญ่จะใชก้ บั งานไฟฟ้า หวั คอ้ นทาดว้ ยเหล็กมีปลายดา้ นหน่ึง
หนา้ เรียบตรง และอีกดา้ นหน่ึงแบนแหลมใชต้ อกในที่แคบได้ นอกจากน้ียงั ใชค้ อ้ นเดินสายไฟกบั การตอก
ตะปูเฟอร์นิเจอร์เลก็ ๆ ไดอ้ ีก
– คอ้ นยาง (Rubber Hammer) หวั คอ้ นทามาจากยางพารา ทาใหม้ ีคุณสมบตั ิเหนียวนุ่ม คอ้ นยางใชส้ าหรับข้ึน
รูปชิ้นงานท่ีมีเน้ืออ่อน หรือใชต้ อกเพ่ือรักษาสภาพผวิ งาน
– คอ้ นพลาสติก (Plastic Hammer) หวั คอ้ นทาจากพลาสติกแขง็ หนา้ ตดั มีลกั ษณะกลมผวิ นูนเล็กนอ้ ย
บริเวณขอบมนคอ้ นพลาสติกหวั ท้งั สองขา้ งจะเหมือนกนั มกั ใชต้ อกเพื่อรักษาสภาพผวิ งาน เพยี งแตว่ า่ หวั
คอ้ นจะสามารถถอดเปล่ียนได้ และยงั มีน้าหนกั ในการเคาะชิ้นงานได้
– คอ้ นปอนด์ (Heavy Hammer) มีรูปร่างเป็ นรูปแปดเหลี่ยมผวิ หนา้ จะมน และลาดเอียงไปทางขอบมีต้งั แต่
ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่เหมาะสาหรับใชง้ านหนกั ทวั่ ไป
3. คีม (Pliers)
เป็นเครื่องมือจบั ยดึ ชนิดหน่ึง ใชส้ าหรับการจบั ชิ้นงานเพ่ือทางานตา่ งๆ ใหต้ ิดกนั หรือดึงชิ้นงาน
นอกจากน้นั ยงั ใชจ้ บั บีบ ดดั ตดั คือใชใ้ นงานตดั วตั ถุที่ไม่แขง็ แรงมากนกั เช่น สายไฟฟ้า ลวด หรือสลกั ล็อค
ขนาดเลก็ คีมมีรูปร่างและขนาดตา่ งๆ กนั ตามลกั ษณะการใชง้ าน คีมบางตวั ออกแบบมาเพ่อื ใชง้ านหลาย
หนา้ ที่ เช่นท้งั ในการจบั งาน และตดั ชิ้นงาน คีมบางแบบ มีขอ้ ต่อเลื่อนท่ีสามารถปรับขนาดความกวา้ งของ
ปากในการจบั ชิ้นงานไดก้ ารแบง่ ประเภทของคีม และเรียกชื่อ จะเป็นไปตามลกั ษณะ การใชง้ าน ซ่ึงมีหลาย
รูปแบบดว้ ยกนั คือ มีส่วนดา้ มจบั และส่วนหวั จบั สามารถแบ่งประเภทใหญๆ่ ไดด้ งั น้ี
– คีมปากจระเข้ เป็นเคร่ืองมือช่างท่ีมีลกั ษณะการนาไปใชง้ านไดอ้ ยา่ งหลากหลาย ปากคีมมีคมไวส้ าหรับตดั
ดา้ นขา้ ง และสามารถใชจ้ บั ชิ้นงานไดอ้ ยภู่ ายในตวั เดียวกนั
– คีมปากจิ้งจก ใชส้ าหรับจบั โลหะแบนหรือสายไฟ ปากคีมมีลกั ษณะเรียวแหลม และ มีขนาดเล็ก เหมาะกบั
การใชง้ านในท่ีแคบ และ งานไฟฟ้า
– คีมปากขยาย ปากคีมมีลกั ษณะโคง้ มน และสามารถขยายออก ลด ใหแ้ คบลงได้ ลกั ษณะดา้ นใน จะทาโคง้
เวา้ ไวท้ ้งั สองขา้ งและมีร่องฟัน เพือ่ ใชใ้ นการจบั งานกลม บริเวณปลายปากจะแบนเรียบมีร่องฟัน สามารถ
ปรับปากใหแ้ คบ หรือขยายใหก้ วา้ งไดด้ ว้ ยสลกั เกลียว ซ่ึงทาหนา้ ท่ีเป็นจุดหมุนใชจ้ บั งานทว่ั ไป ไม่ตอ้ งการ
ความละเอียด หรือ ความประณีตมากนกั เหมาะสาหรับจบั งานร้อนและงานท่ีมีขนาดใหญท่ ่ีคีมธรรมดาไม่
สามารถจบั ได้ หรือ การใชง้ านท่ีเก่ียวกบั เคร่ืองกลและงานเคร่ืองยนตป์ ระเภทต่างๆ
– คีมปากกลม ปากดา้ นนอกมีลกั ษณะกลม ส่วนปากดา้ นในจะเจียระไนใหม้ ีลกั ษณะแบนท้งั สองขา้ ง ดา้ ม
หุม้ ดว้ ยปลอกพลาสติกหุม้ เหมาะสาหรับงานดดั งานท่ีเป็นรูห่วง หรือดดั ห่วง และงานที่มีความละเอียด เช่น
งานไฟฟ้า งานอิเล็กทรอนิกส์
– คีมตดั เป็นเครื่องมือช่างที่ใชส้ าหรับงานตดั โดยเฉพาะ ปากคีมมีลกั ษณะคลา้ ยกบั ปากนกแกว้ ส่วนปลาย
ของปากจะมีลกั ษณะเป็นคมตดั โดยหนั ขวางกบั ดา้ นคม ท่ีดา้ มจบั มีฉนวนหุม้ เพ่ือความปลอดภยั ของผใู้ ชง้ าน
ใชส้ าหรับตดั เหลก็ เส้นลวด คีมชนิดน้ีไมส่ ามารถจบั ชิ้นงานได้
คีมตดั
– คีมลอ็ ค ใชจ้ บั นอตหรือชิ้นงานเพ่อื ป้องกนั การหมุนหรือเลื่อนโดยปากปรับขยายใหก้ วา้ งได้ และ ลอ็ คให้
แน่น ออกแบบเป็ นพเิ ศษ ใชง้ านเฉพาะ ปลายดา้ มมีสกรูปรับ มีแบบธรรมดา แบบปากแหลม แบบใชง้ าน
เชื่อม ใชส้ าหรับจบั หรือบีบชิ้นงานท่ีแน่นมาก บีบท่อน้ายาแอร์
คีมลอ็ ค
– คีมปอกสายไฟ เป็นเคร่ืองมือที่ช่วยใหก้ ารทางานต่าง ๆ เกี่ยวกบั สายไฟฟ้าทาไดส้ ะดวกข้ึน คีมดงั กล่าว
ออกแบบมาเพอื่ การปอกฉนวนไฟฟ้าท่ีหุม้ ลวดทองแดงอยู่ โดยจะตดั เฉพาะส่วนท่ีเป็นฉนวนพลาสติกโดย
ไม่ตดั เส้นลวดทองแดง และยงั ใชส้ าหรับการตดั สายไฟ และใชใ้ นการย้าข้วั หางปลาใหย้ ดึ ติดกบั ปลาย
สายไฟฟ้าได้
4. ตลบั เมตร (Measurement Tape)
การตดั ท่ีคุณทาในวสั ดุเกือบทุกชนิดจาเป็ นตอ้ งทาเพ่อื การวดั ที่แม่นยาตลบั เมตรมีหลายขนาด ต้งั แตค่ วาม
ยาวเทป 12 นิ้ว (30.48 ซม.) ถึง 30 ฟุต (9.14 เมตร) และเทปวดั พิเศษสามารถยาวไดห้ ลายเมตรนนั่ เอง ตลบั
เมตร เป็นเครื่องมือพ้ืนฐานของ เคร่ืองมือช่าง ตลบั เมตรถือวา่ เป็นส่ิงประดิษฐแ์ รกๆ ท่ีใชว้ ดั ระยะหรือขนาด
ได้ อีกท้งั เป็นตน้ แบบของเคร่ืองมือท่ีคิดคน้ ข้ึนมาในปัจจุบนั อีกมาก ไม่วา่ ตลบั เมตรเลเซอร์ ลอ้ วดั ระยะ
หรือ เทปวดั ระยะ แตต่ ลบั เมตรก็ยงั ไดร้ ับความนิยมตลอดมา ในหลายยห่ี อ้ ท่ีผลิตไดม้ ีการพฒั นาตลบั เมตรให้
มีความสะดวกตอ่ ผใู้ ชง้ านเรื่อยๆ การออกแบบแต่ละยหี่ อ้ กต็ ่างกนั ออกไป
รูปลกั ษณ์ภายนอก การใชง้ าน หรือรายละเอียดของเทปตลบั เมตร ตวั เลขที่บอกระยะการวดั บางยห่ี ้อเริ่มการ
วดั จากตวั เลข 0 และอีกยห่ี อ้ เริ่มจากตวั เลข 1 ส่วนใหญ่ท่ีพบเห็นในปัจจุบนั เร่ิมจากตวั เลข 1 แตก่ ็มีบางยห่ี อ้ ที่
ยงั เริ่มจากตวั เลข 0 ช่างอาชีพหรือบุคคลทวั่ ไปที่คงรู้วธิ ีอา่ นคา่ เบ้ืองตน้ ของตลบั เมตรไปแลว้ เพราะถือวา่ เป็น
พ้นื ฐาน บางคนอยากศึกษาเกี่ยวกบั ตลบั เมตร สัญลกั ษณ์ หรือองคป์ ระกอบท่ีเรียกกนั ตลบั เมตรเกือบ
ท้งั หมดมีกลไกสปริงภายในที่จะดึงเทปโดยอตั โนมตั ิเม่ือคุณใชง้ านเสร็จแลว้ และตวั ล็อคที่จะเปิ ดเทปไวใ้ น
ขณะท่ีคุณทาเครื่องหมายสิ่งที่คุณตอ้ งการบนวสั ดุของคุณ
5. ประแจ (Wrenches)
เช่นเดียวกบั คีม ประแจใหแ้ รงบิดและใหผ้ ใู้ ชห้ มุน หรือป้องกนั ไมใ่ หห้ มุน โบลตห์ รือน็อต ประแจน้นั ตา่ ง
จากคีมตรงที่มีขนาดเฉพาะ ในขณะที่คีมคูเ่ ดียวกนั สามารถหมุนน็อตขนาดคร่ึงนิ้วและโบลตข์ นาดหน่ึงในส่ี
นิ้วได้ แต่ประแจก็ใชแ้ ทนกนั ได้ ขอ้ ดีคือประแจ ใหแ้ รงบิดมากกวา่ คีม มีประแจมากมายหลากประประเภท
ตามใชง้ านแตกตา่ งกนั ไป
ประแจประเภทตา่ งๆของประแจดงั น้ี
– ประแจแหวน ลกั ษณะเด่นอยทู่ ่ีปลายท้งั สองดา้ น มีลกั ษณะเป็นแหวนวงกลม ภายในวงแหวนจะมีเข้ียว
ประมาณ 6-12 เข้ียว เพอ่ื ใชใ้ นการจบั เหล่ียมแป้นเกลียว และสลกั เกลียวไดอ้ ยา่ งมน่ั คง
– ประแจปากตายปากคู่ ปลายท้งั สองดา้ นมีลกั ษณะเป็นรูปตวั ยู U ซ่ึงจะมีขนาดที่ไมเ่ ท่ากนั ประแจชนิดน้ี
เหมาะกบั งานในท่ีแคบมากท่ีสุด ในการใชง้ านจะตอ้ งระวงั อยา่ ขนั แน่นมากเกินไป เพราะจะทาใหส้ ลกั
เกลียวชารุดเสียหายได้
– ประแจรวม ประแจชนิดน้ีไดร้ วมเอาประแจแหวนกบั ประแจปากตายปากคู่เขา้ ไวด้ ว้ ยกนั โดยท่ีดา้ นหน่ึงมี
ลกั ษณะเหมือนกบั ประแจแหวน ส่วนอีกดา้ นจะเหมือนกบั ประแจปากตายปากคู่ ทาใหส้ ามารถนาไปใชง้ าน
ไดห้ ลากหลาย ขนาดของหวั ประแจจะมีขนาดที่เท่ากนั ท้งั สองดา้ น
– ประแจขนั ฟรี ประแจชนิดน้ีสามารถนาไปใชง้ านไดเ้ หมือนกบั ประแจแหวน แต่ลกั ษณะท่ีแตกต่างกนั จะ
อยตู่ รงท่ีตวั ประแจจะประกอบดว้ ย 2 ส่วนหลกั ๆ คือดา้ มประแจ และหวั ประแจ ในส่วนของดา้ มประแจน้นั
ปลายดา้ นหน่ึงจะมีลกั ษณะเป็นดา้ มจบั อีกดา้ นจะมีลกั ษณะเป็นหวั ตอ่ เพ่ือนาไปต่อกบั หวั ประแจอีกทีหน่ึง
ลกั ษณะพิเศษของหวั ตอ่ คือสามารถหมุนไดใ้ นทิศทางเดียว ทาใหส้ ะดวกในการใชง้ านมากยง่ิ ข้ึน ส่วนที่หวั
ประแจจะมีลกั ษณะเป็นบลอ็ กหกเหลี่ยมตามขนาดของแป้นเกลียว หวั ประแจนอกจากจะมีลกั ษณะเป็น
บล็อกแลว้ ยงั มีลกั ษณะเป็นรูปแบบอ่ืนๆ อีก เช่น หวั เป็นไขควง, ประแจหกเหล่ียม เป็นตน้
– ประแจหกเหลี่ยมหรือประแจแอล ในการเรียกชื่อของประแจประเภทน้ีสามารถเรียกได้ 3 แบบคือ หากเป็น
แบบอเมริกนั จะเรียกวา่ “Hex Wrench” หรือ “Allen Wrench” แต่ถา้ เป็นองั กฤษจะเรียกวา่ “Allen Key”
ลกั ษณะภายนอกของประแจประเภทน้ีก็คือ มีลกั ษณะเป็นตวั แอล L โดยลาตวั มีลกั ษณะเป็นหกเหลี่ยม
ประแจประเภทน้ีจะถูกนาไปใชใ้ นการขนั นอตท่ีมีหวั เป็นหลุมหกเหลี่ยมหรือสลกั เกล่ียวที่ทาเป็นหวั กลม
ส่วนกลางทาเป็นรูหกเหล่ียม ซ่ึงใชส้ าหรับงานที่มีความพิเศษ เช่น สลกั เกลียวปรับชิ้นงาน เป็นตน้ ขอ้ ควร
ระวงั ในการใชง้ านคือ ความพอดีของแรงที่ใชใ้ นการขนั จะตอ้ งไม่ออกแรงมากเกินไป
– ประแจเลื่อน ประแจชนิดน้ีเป็นประแจที่สามารถปรับขนาดได้ เพื่อใหเ้ หมาะสมกบั ขนาดของแป้นเกลียว
การปรับขนาดน้นั จะปรับตรงส่วนที่เป็นสลกั เกลียว ซ่ึงถือไดว้ า่ ไดว้ า่ เป็นขอ้ ดีของประแจชนิดน้ี ทาให้
สะดวกในการพกพาเพยี งตวั เดียวกส็ ามารถใชไ้ ดเ้ กือบทุกขนาด เมื่อเทียบกบั ประแจปากตายแลว้ ถือวา่
สะดวกกวา่ มาก แต่จุดดอ้ ยของประแจเล่ือนกค็ ือ มีปากดา้ นหน่ึงที่สามารถปรับเขา้ ออกได้ เป็นผลใหป้ าก
ดา้ นน้ีไมแ่ ขง็ แรงในการใชง้ านจึงตอ้ งใหป้ ากประแจดา้ นที่ไมเ่ คล่ือนเป็ นดา้ นท่ีรับแรงมากและปรับขนาด
ของปากใหแ้ นบสนิทกบั แป้นเกลียวทุกคร้ัง
6. เล่ือยมือ (Hand Saw)
เช่นเดียวกบั เคร่ืองมือส่วนใหญ่ เล่ือยเป็ นสิ่งท่ีตอ้ งเลือกข้ึนอยกู่ บั งาน แต่ท่ีรากของมนั เลื่อยเป็นเคร่ืองมือ ท่ี
มีใบมีดโลหะหยกั การใชเ้ ลื่อยจะถูกกาหนดโดยขนาดและจานวนฟันของมนั มากกวา่ ปัจจยั อื่นๆ ดงั น้นั
เช่นเดียวกบั หลายๆ คุณจะตอ้ งเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมสาหรับงานมาดูกนั วา่ มีเลื่อยแบบไหนที่เหมาะสม
กบั คุณ
เล่ือยมือ ที่เหมาะใชง้ านตา่ งๆ
– เลื่อยลนั ดา เราจะเห็นเลื่อยชนิดน้ีกนั บ่อยท่ีสุด เพราะสามารถใชไ้ ดท้ ้งั ตดั และงานโกรกไม้ ข้ึนอยกู่ บั คม
ฟันของเลื่อยโดยฟันเลื่อยท่ีค่อนขา้ งถี่ 10-12 ซี่ ตอ่ 1 นิ้ว มกั จะใชส้ าหรับตดั ขวางเน้ือไมเ้ พ่อื ใหเ้ กิดรอยตดั ที่
เรียบ ส่วนฟันเลื่อยหยาบหรือฟันห่าง 5-6 ซี่ ต่อ 1 นิ้ว สามารถตดั ไมไ้ ดอ้ ยา่ งรวดเร็ว เหมาะกบั งานตดั ตาม
แนวยาวของเน้ือไม้ โดยมีความยาวของใบเล่ือยใหเ้ ลือกใชง้ านต้งั แต่ 14-28 นิ้ว ตามขนาดของหนา้ ตดั ของ
ไม้
– เลื่อยลอ มีลกั ษณะคลา้ ยเล่ือยสนั แขง็ ต่างกนั ท่ีดา้ มจบั ซ่ึงเป็นดา้ มยาว ฟันเล่ือยมีท้งั ชนิดหยาบและละเอียด
ใบเล่ือยกวา้ ง 2.5 นิ้ว ยาว 8 นิ้ว 10 นิ้วและ 12 นิ้ว แตท่ ี่นิยมใชก้ นั มากคือ 10 นิ้ว เหมาะสาหรับใชบ้ ากปากไม้
เพอ่ื ทาเดือยเขา้ ไมแ้ บบต่างๆ และงานไมท้ ่ีตอ้ งการความประณีตเป็ นพิเศษ
– เล่ือยฉลุ นิยมใชท้ างานประดิษฐ์ ใชก้ บั งานไม้ เหมาะสาหรับงานตดั โคง้ ทาลวดลาย เวลาใชง้ านตอ้ งขึงใบ
เลื่อยกบั ดา้ มและคนั เลื่อยใหต้ ึง ใบเล่ือยมีขนาดค่อนขา้ งเล็กมากเหมือนเส้นลวด มีความอ่อนตวั เหมาะกบั
ชิ้นงานท่ีมีขนาดไมใ่ หญ่ ไม่หนา มากนกั
– เล่ือยตดั เหล็ก เป็นเครื่องมือท่ีใชใ้ นการตดั เหลก็ มีลกั ษณะคลา้ ยเล่ือยฉลุ แตค่ นั เล่ือยโคง้ ไม่มาก การใชง้ าน
ส่วนใหญจ่ ะใชต้ ดั โลหะทวั่ ไป อาทิ ตะปู น็อต สกรู เหล็กฉาก หรือ ท่อพีวซี ี ใบเลื่อยมีลกั ษณะเป็นแถบยาว
ปลายใบเล่ือยท้งั 2 ขา้ ง ติดกบั ปลายและโคน คนั เล่ือย ขนาดยาวตามมาตรฐาน 12 นิ้ว เหมาะสาหรับที่มีพ้นื ที่