1
โครงร่างวจิ ยั ในชนั้ เรียน
เรื่อง
ศึกษาปัญหาพฤตกิ รรมการขาดเรียนในรายวิชาเศรษฐศาสตร์
ของนักเรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาชั้นปีท่ี 4 โรงเรียนวัดสาลวนั จงั หวดั นครปฐม
โดย
นางสาวพชั รา ตระกลู ค้ำวารี
สาขาวิชาการสอนสังคมศกึ ษา
เสนอ
อาจารยณ์ ทพิ รดา ไชยศิลป์
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
รายงานนเ้ี ปน็ สว่ นหน่งึ ของวชิ าการวิจัยในวิชาสงั คมศกึ ษา (ED1148)
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวทิ ยาลัย
ก
คำนำ
งานวิจัยในช้ันเรียนฉบับน้ีผู้วิจัยได้แรงจูงใจจากการไปฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา
พบว่าสถานการณ์ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิค 19 ทำให้ส่งผลกระทบต่อนักเรียน ทำให้การ
จัดการเรียนการสอนในรูปแบบ On Line หรือการเรียนในรูปแบบออนไลน์อ่ืน ๆ และพบว่านักเรียน
ไม่สามารถทำใบงานท่ีได้รบั มอบหมายได้ จงึ อยากทำวจิ ัยในช้ันเรียน เรอ่ื งศึกษาปัญหาพฤติกรรมการ
ขาดเรยี นในราย วิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4
หวังว่างานวจิ ัยเรื่องนี้คงเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านเพื่อเป็นแนวทางในการทำวิจัยในชั้นเรียน
ได้บา้ งตามสมควร การดำเนินการวิจัยในช้ันเรียนในคร้ังนี้
ผู้วิจัยขอขอบพระคุณ อาจารย์ณทิพรดา ไชยศิลป์ ที่กรุณาให้คำแนะนำการทำวิจัยครั้งน้ี
ใหส้ ำเร็จลงด้วยดี
นางสาวพชั รา ตระกลู ค้ำวารี
นักศึกษา สาขาการสอนสงั คมศึกษา
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกฏุ ราชวิทยาลยั
สารบญั ข
เรอ่ื ง หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
1
ชอ่ื เร่ืองวิจัย 1
ความเปน็ มาและความสำคญั ของปญั หา 3
วตั ถุประสงค์ของการวจิ ยั 3
สมมตุ ิฐานการวจิ ัย 3
ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะได้รบั 3
ขอบเขตการวจิ ยั 4
เอกสารและงานวิจยั ท่เี ก่ียวข้อง 11
วิธีดำเนินการวิจัย 11
แบบแผนการวจิ ัย (ระยะเวลา) 12
เครื่องมือท่ีใช้ในการวจิ ัย 12
การสร้างและหาคุณภาพเคร่ืองมือการวิจยั 13
สถติ ิทใ่ี ช้ในการวิจัย 14
บรรณานุกรม 16
ภาคผนวก
1
โครงรา่ งวจิ ัยในชั้นเรียน
1. ชอ่ื เรอ่ื งวิจยั
ศึกษาปัญหาพฤติกรรมการขาดเรียนในรายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนช้ัน
ประถมศกึ ษาชน้ั ปีท่ี 4 โรงเรียนวดั สาลวนั จังหวดั นครปฐม
2. ความเป็นมาและความสำคญั ของปญั หา
ปัญหานักเรียนขาดเรียนน้ันมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน เราต้องระบุให้ได้ก่อนว่า
การท่ีเขาขาดเรียนเป็นเพราะอะไร หรือมีหลายปัจจัย ปัจจัยใดสำคัญที่สุด เช่น ครอบครัวนั้นมีผลต่อ
การไม่อยากเรียนของนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นการขาดความอบอุ่นในครอบครัวที่นักเรียนจะต้องเผชิญ
กับการทะเลาะกันของคนในครอบครัว ผู้ปกครอง ท่ีไม่ใส่ใจนักเรียนเท่าที่ควรรวมไปจนถึง
ความสัมพันธ์ในครอบครัวทห่ี า่ งเหนิ กนั จนนักเรียนขาดท่ีปรกึ ษาทำให้สง่ ผลตอ่ นักเรียนโดยตรงจนเกิด
ปญั หาที่ไม่อยากเรียนหนังสือตามมา กฎระเบียบของโรงเรยี น นักเรยี นขาดความเข้าใจในกฎระเบียบ
วนิ ัยของห้องเรียน ซึ่งบางครั้งกฎระเบยี บภายในห้องเรยี นต้องช้ีแจงให้ชัดเจนก่อนเริม่ เข้าเรยี น เพ่ือให้
นักเรียนไม่เกิดข้อสงสัยต่อตัวกฎระเบียบเหล่าน้ัน คุณครู ในสาเหตุท่ีกล่าวมาด้านของคุณครูมี
ความสำคัญมากท่ีสุดเนอื่ งมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของคุณครูภายในห้องเรียนมีผลต่อ
ความรู้สึกอยากเข้าเรียนของนักเรียนมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมการสอนรวมไปถึงการปฏิบัติ
ต่อนักเรียนทุกคนอย่างเท่าเทียมปัจจัยนี้จึงสำคัญมาก ๆ ที่ทำให้เด็กตัดสินใจเลือกว่าจะเข้าเรียน
หรือไม่ เพื่อนวัยเรียนเป็นวัยที่เพ่ือนมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตมากที่สุด หากนักเรียนคบสมาคมกันแล้ว
ผ่านการคิดทำส่ิงไม่ถูกต้องก็สามารถทำให้ไม่อยากเรียนหนังสือได้สิ่งแวดล้อม หากนักเรียนเติบโตใน
ส่ิงแวดล้อมที่ทำให้ไม่เกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ ส่ิงแวดล้อมที่เต็มไปด้วยยาเสพติดวัยรุ่นยกพวกตีกัน
สาเหตุนัน้ ก็เป็นอกี หน่ึงปจั จัยสำคญั ท่ที ำให้ไม่อยากเรียน
การเรียนรู้น้ันมีความสำคัญ ต่อมนุษย์ต้ังแต่อดีตถึงปัจจุบัน เพราะเม่ือมนุษยเ์กิดการ
เรียนรู้ขึ้นมาน้ันมนุษย์ก็ได้นำส่ิงที่ได้เรียนรู้นั้นมาตกผลึกกลายเป็นองค์ความรู้ท่ีสร้างสรรค์ส่ิงต่าง ๆ
ออกมาเป็นรูปธรรม เช่น ส่ิงก่อสร้าง สังคม อารยะธรรมต่าง ๆ ทำให้มนุษย์นั้นมีชีวิตบนโลกใบน้ีได้
2
อย่างสะดวกสบายและมีระเบียบแบบแผน ยิ่งองค์ความรู้พัฒนาก้าวไกลมากข้ึน ก็ทำให้แนวความคิด
ของมนุษย์พัฒนาตามไปดว้ ย แต่การที่มนุษย์จะสามารถเรียนรพู้ ัฒนาสร้างสรรค์สิง่ ต่าง ๆ ข้ึนมาได้นั้น
ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่างเข้ามาช่วยเพ่ิมผลกดดัให้เกิดแรงบันดาลใจไม่ว่าจะเป็นจิตใจใฝ่รู้
ปัญหาที่เกิดขั้นจินตนาการความเช่ือ รวมถึงทัศนคติอย่างหลังดูเหมือนจะมีความสำคัญอย่างมากต่อ
การสร้างสรรค์การเรียนรู้ของมนุษยเ์พราะเม่ือมนุษย์ทัศนคติที่ดีต่อสิ่งใดส่ิงหนึ่งแล้วก็สามารถใช้เป็น
จุดเร่ิมต้นในการค้นคว้าในสนใจนำไปสู่การสร้างสรรค์ส่ิงท่ีดี ๆ ให้กับตนเองครอบครัว สังคม และ
ประเทศชาติต่อไป นักเรียนจะสามารถเรียนจนจบการศึกษาได้นั้นจะตอ้งอาศัยบุคคลหลายคนที่
เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยเฉพาะ ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง เพื่อนร่วมช้ันเรียน สังคม ท่ีอยู่อาศัย
ตลอดจนตัวของนักเรียนเองที่จะต้องให้ความร่วมมือในการศึกษาให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีในการดูแล
เปน็ หน้าทขี่ องบคุ คลหลายฝ่ายทตี่ อ้ งชว่ ยกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักเรียนใน
ระหว่างท่ีเรียน เช่น ปัญหาการขาดเรียนของนักเรียน ท่ีต้องมีการดูแลและตรวจสอบรายชื่อของ
นักเรียนก่อนเข้าเรียนทุกครั้ง ถ้าพบว่ามีการขาดเรียนบ่อยคร้ังก็อาจจะส่งผลกระทบต่อนักเรียนใน
กระบวนการเรียนรู้การสอบ และส่งผลกระทบถึงผู้ปกครอง ครู อาจารย์ ส่งผลกระทบต่อสังคม และ
เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาได้ในภายหลัง ได้แก่ปัญหายาเสพติด การยกพวกทะเลาะวิวาท การมั่วสุมใน
แหล่งอบายมุขต่าง ๆ การติดเกมส์ และปัญหาพฤติกรรมการก้าวร้าว เป็นต้น (สุภาพ กาละปลูก
,2554)
เศรษฐศาสตร์ เป็นวิชาที่ศึกษาถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์ เพื่อผลิต บริโภค
กระจาย แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ โดยการจัดสรรทรัพยากร ที่เป็นปัจจัยการผลิตอันมีอยู่อย่าง
จำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ท่ีมีอย่างไม่จำกัด วิชาเศรษฐศาสตร์ ชว่ ยให้มนุษย์เข้าใจ
หรือสามารถตัดสินใจเก่ียวกับกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเป็นระบบและมีระเบียบ รู้จักใช้ประโยชน์ในการ
บริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด การใช้
ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพนั้นมีเป้าหมายต่างกันอันเน่ืองจากหน่วยเศรษฐกิจต่างระดับกัน พบ
ปัญหาพฤติกรรมการขาดเรียนของนกั เรียนอยู่บ่อยคร้ัง ซึ่งปัญหาการขาดเรียนดังกล่าวได้สร้างปัญหา
และผลกระทบตอ่ นักเรียนตามมา เช่น นักเรียนไมท่ ันเพ่ือนในช้ันเรยี น การไม่มคี ะแนนเก็บจากการส่ง
งาน ทั้งจากใบงาน การบ้าน และงานในชั้นเรียน จึงทำให้นักเรียนไม่มีสิทธ์ิในการเข้าสอบ อาจทำให้
นกั เรยี นต้องเรยี นซ้ำชน้ั หรอื เรยี นไมจ่ บการศกึ ษาได้
ผู้วิจัยจึงเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว เพื่อต้องการศึกษาถึงพฤติกรรมการขาด
เรียนของนักเรียนรวมถึงสาเหตุของปัญหา เพ่ือนำผลการวิจัยที่ได้มาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา
การขาดเรยี นของนกั เรยี น และเปน็ แนวทางในการเรียนการสอนในภาคเรียนถดั ไป
3
3. วตั ถปุ ระสงค์ของการวิจยั
3.1 เพื่อศึกษาปัญหาพฤติกรรมการขาดเรียนในรายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาช้นั ปที ี่ 4 โรงเรียนวัดสาลวัน จงั หวัดนครปฐม ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564
3.2 เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดเรียนของนักศึกษา ช้ันประถมศึกษาช้ันปีที่ 4
โรงเรียนวัดสาลวัน จงั หวดั นครปฐม และเปน็ แนวทางในการเรยี นการสอนในภาคเรียนถัดไป
4. สมมตฐิ านการวิจัย
ทราบถงึ ปญั หาพฤตกิ รรมการขาดของนกั เรียนและมแี นวโนม้ ไปในทางทดี ขี นึ้
5. ประโยชน์ทคี่ าดว่าจะไดร้ ับ
5.1 นักเรียนช้ันประถมศึกษาช้ันปีที่ 4 โรงเรียนวัดสาลวัน จังหวัดนครปฐม มีผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี น ในรายวชิ าเศรษฐศาสตร์สูงข้ึน
5.2 ทำให้ทราบพฤตกิ รรมและสาเหตุการขาดเรยี นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีท่ี 4
โรงเรียนวัดสาลวัน จงั หวดั นครปฐม ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564
6. ขอบเขตการวจิ ยั
กลมุ่ ประชากร นักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาชัน้ ปที ี่ 4 โรงเรยี นวัดสาลวัน จงั หวดั นครปฐม
6.1 ประชากรและกลมุ่ ตัวอยา่ ง
ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีท่ี 4 โรงเรียนวัดสาลวัน จังหวัด
นครปฐม รายวชิ าเศรฐศาสตร์ รหสั วิชา ส14101 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 31 คน
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีท่ี 4 โรงเรียนวัดสาลวัน จังหวัด
นครปฐม จำนวน 31 คน ได้มาโดยการสุม่ แบบเจาะจง
6.2 ตวั แปรที่ใช้ในการวจิ ยั
ตัวแปรต้น ได้แก่ เพศ คือ เพศชาย เพศหญิง
ตวั แปรตาม ได้แก่ แนวทางการปรบั เปลี่ยนพฤติกรรมของนกั เรียน
- ดา้ นครอบครวั
- ด้านครู
- ดา้ นเพ่ือน
- ด้านสิง่ แวดล้อมและสังคม
4
7. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวขอ้ ง
7.1 แนวคดิ และทฤษฎที เ่ี ก่ยี วขอ้ ง
- พฤตกิ รรมการเรยี นรู้
7.2 สาเหตุของปญั หาพฤตกิ รรมการขาดเรยี น
- ด้านครอบครวั
- ด้านครู
- ดา้ นเพอ่ื น
- ดา้ นสิ่งแวดล้อม
7.3 งานวิจยั ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
7.1 แนวคดิ และทฤษฎที เ่ี ก่ยี วข้อง
พฤติกรรมการเรียนรู้
การเรียนรู้ (สุราษฎร์ พรมจันทร์, 2557 :หน้า 2-5) เป็นส่ิงที่เกิดข้ึนในตัวผู้เรียนโดย
ผู้เรียนเอง ครูเป็นเพียงผู้ที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้และเปล่ียนแปลงพฤติกรรม การ
เปล่ียนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียน ครูสามารถวัดหรือสังเกตได้โดยการใช้เคร่ืองมือไปวัดหรือ
ตรวจสอบแล้วแปลความออกมาอีกทีหน่ึง
พฤติกรรม จึงหมายถึง การกระทำการแสดงออก อากัปกริยา รวมถึงลักษณะสีหน้า
ทา่ ทาง ซึ่ง บ่งบอกถึงความรู้สึกภายใน ความชอบหรือไม่ชอบของบุคคล ตัวอย่าง ของพฤติกรรม เช่น
การพูด การอธิบาย การเดิน การยืน การแสดงออกทางสีหน้า จังหวะการพูด ความดังของเสียง เป็น
ตน้ พฤติกรรมการเรียนรู้ที่ตอ้ งการจากผเู้ รียนนั้นอาจแบ่งออกได้เปน็ 3 ลักษณะคือ
1. ต้องการให้ผู้เรียนคิดแก้ปัญหาได้ มีความสามารถทางสติปัญญา (Intellectual Skills)
มีความเฉลียวฉลาดเพิ่มข้ึน ความสามารถทางสติปัญญา คือ ความสามารถในการใช้ความรู้
(Knowledge) ท่ีมีอยู่ในสมองไปคิดแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วงลงไป เน่ืองจากคนเราแต่ละคนมี
ความรู้ไม่เท่ากัน ท้ังประสบการณ์ในการแก้ปัญหา ก็ไม่เท่ากัน จึงเป็นผลให้ความสามารถทาง
สติปัญญาของคนเราแตกต่างกันไปด้วย อย่างไรก็ดี เป็นหน้าที่ของครูท่ีจะให้ Information (ข้อมูล
ข่าวสารทั่วไปภายนอกตัวผู้เรยี น ) อย่างเป็นระบบ ตามหลักของการให้เน้ือหา คือ ต้องมีการแยกยอ่ ย
และจัดเรียงลำดับเน้ือหาตามสมควร โดยคำนึงถึงปริมาณท่ีเหมาะสมในช่วงเวลาใดเวลาหน่ึง ที่ซึ่ง
ผเู้ รยี นจะสามารถจดจำและเขา้ ใจไดม้ ากที่สุด
5
2. ต้องการให้ผู้เรียนทำงานได้โดยให้กล้ามเน้ือหรือประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็น การมอง
การชิม การดม การฟัง หรือสัมผัสร่วมด้วย ความสามารถทางทักษะกล้ามเน้ือ (Physical or Motor
Skills) หมายถงึ การใชก้ ล้ามเน้อื ทำงานรว่ มกับเครอื่ งมอื หรืออปุ กรณต์ ามลักษณะท่คี วรจะเปน็ แล้วได้
ชิ้นงานหรือผลงานท่ีถูกต้องภายในเวลาที่เหมาะสม จำนวนครั้งในการฝึกรวมถึงความถี่ในการใช้
ทักษะ ส่งผลต่อความชำนาญและความคงอยู่ของทักษะฝีมือนั้นด้วย กล่าวคือ การฝึกบ่อยทำบ่อย
ส่งผลให้เกิดทักษะความชำนาญได้มากและการใช้ทักษะเหล่าน้ันบ่อยๆ จะเป็นการเสริมความคงทน
และใหเ้ กดิ ความชำนาญเพ่ิมมากขึ้น
3. ต้องการให้ผู้เรียนเป็นผู้มีกิจนิสัยท่ีดีในการทำงาน มีความตระหนักรับผิดชอบ ต่อ
หน้าท่ี เป็นคนตรงต่อเวลา ซ่ือสัตย์สุจริต เป็นพลเมืองดีในสังคม กิจนิสัยของบุคคลในการทำงาน
(Work Habit) เป็นการสะท้อนออกจากภาวะจิตใจที่พร้อมจะแสดงให้เห็นถึงความตระหนัก ความ
รับผิดชอบ ความเอาใจใส่ ฯลฯ ในภาวะและเหตุการณ์ต่าง ๆ การให้เนื้อหา (Information) ในเร่ือง
กจิ นิสัยมิได้เป็นการสร้างกิจนิสัยโดยตรง แตเ่ ป็นการสร้างความรู้เพื่อเป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบว่า
สิ่งน้ันควรหรือไม่ควรปฏิบัติ ควรกระทำหรือควรที่จะละเว้น ซึ่งการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนใน
ด้านน้ี จะต้องมีส่ิงแวดลอ้ มและสถานการณ์ท่ีเอื้ออำนวยในส่ิงที่ต้องการจะให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน เช่น
ถา้ ตอ้ งการไมใ่ หผ้ ู้เรียนเข้าทำงานสาย ครูผสู้ อนก็ต้องไมส่ าย เป็นต้น
7.2 สาเหตขุ องปัญหาพฤตกิ รรมการขาดเรยี น
ด้านครอบครัว
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (2554,หน้า 17-18) ได้กล่าวไว้ว่าอิทธิพลจาก
ครอบครวั ไดแ้ ก่ พ่อแม่พ่นี ้องในครอบครัว ซึ่งมีลกั ษณะดงั น้ี
1. พ่อแม่ไม่ปรองดองกัน มีลักษณะของบ้านแตก เช่น พ่อแม่แยกทางกันอยู่ หย่าร้างกัน
ทะเลาะเบาะแว้งกัน ทำให้ผู้เรียนขาดความปลอดภัย ขาดความอบอุ่น ต้องออกจากบ้านมาพึ่งผู้อื่น
โดยเฉพาะเพือ่ น
2. การอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่ มักเล้ียงดูแบบปล่อยปละ ละเลย หรือเอาใจใส่มากเกินไป
ทำให้ผู้เรียนปรับตัวเข้ากบั สภาพความเป็นจริงไม่ได้ เกิดความขัดแย้งและปมด้อยขึ้น อาจหันไปพงึ่ พา
เหล้า บหุ ร่ี ยาเสพตดิ
3. ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับพ่อแม่ หากมีความเข้าใจท่ีดีต่อกันจะลดปัญหาของ
วยั รนุ่ ใหล้ ดนอ้ ยลงได้ เพราะสามารถพึง่ พาพอ่ แม่ได้
4. ความสัมพันธ์ระหว่างพีน่ อ้ งในครอบครัว พ่ีน้องท่ีไมเ่ ข้าใจกนั ทะเลาะกนั พ่อแม่รักน้อง
เกินกวา่ พี่ จะเกิดความแตกแยกกันในหมพู่ นี่ ้องได้
6
ดา้ นครู
ประสาร ทิพย์ธารา (2550, หน้า 138-139) ได้กล่าวว่า ครูเป็นส่วนหนึ่งที่มีผลต่อการ
ขาดเรยี น โดยแบ่งครูไดด้ ังน้ี
1. ครูไม่เข้าใจเด็ก ครูต้องเป็นทัง้ ผู้สอนและเป็นทปี่ รึกษา เปน็ ทพ่ี ่งึ ให้กับเด็กได้ เมื่อเด็กไม่
เขา้ ในครู กจ็ ะเกดิ ความเหินหา่ งเปน็ เหตุใหข้ าดเรียนได้
2. ครูไม่พอกับจำนวนนักเรียน ทำให้บางวันได้เรียนบ้าง ไม่ได้เรียนบ้าง ทำให้เด็กคิดว่า
การมาเรียนมีค่าเทา่ กับการไม่มาเรียน จึงอยู่บา้ นช่วยพ่อแมท่ ำงาน หรือไปเทย่ี วเตร่ดกี วา่ มาโรงเรียน
3. ปัญหาครูสอนไม่ดี ไม่ได้เตรียมตัวสอนมา ให้เด็กทำงานอย่างเดียว ทำให้เด็กเกิดความ
เบ่อื หน่าย ไมอ่ ยากเรยี น ไม่อยากมาโรงเรยี น
4. ครูไม่สนใจและไม่ติดตามเด็ก ครูบางคนไม่ติดตามว่าเด็กมาเรียนหรือไม่ จึงทำให้เด็ก
คดิ ว่าการไมม่ าเรียน ครูคงไมร่ ู้
5. ครูดุเกินไป ขาดความเห็นใจ ขาดความเมตตา ทำอะไรไม่ถูกใจก็ทำโทษ ทำให้เด็กเกิด
ความหวาดระแวง ไม่สบายใจ ขาดความอบอุ่น ไมอ่ ยากมาโรงเรียน
6. ครไู ม่ให้ความเป็นธรรมกับเด็ก ไม่ยุติธรรม มีความลำเอียง ทำให้เด็กเกลียดครู เกลียด
โรงเรยี นและจะขาดเรยี นไมเ่ รยี นกับครูคนน้ัน
7. ครูขาดการติดต่อกับผู้ปกครอง เด็กบางคนไม่มาโรงเรียน แต่ทางโรงเรียนไม่แจ้งให้
ผ้ปู กครองทราบ และผปู้ กครองไมแ่ จง้ สาเหตุของการขาดเรียน
ดา้ นเพ่ือน
เพื่อนเป็นปญั หาอย่างหนง่ึ ท่ีทำให้เด็กขาดเรียน เพ่ือนมีหลายประเภท ถ้าเดก็ คบเพ่ือน ท่ีดี ก็
จะชักนำไปในทางท่ีดี แต้ถ้าคบเพื่อนไม่ดีก็จะชักนำการขาดเรียนเพ่ือไปเที่ยวเตร่ หาความสนุกสนาน
จากทอ่ี ื่น หรือหากคบเพอ่ื นท่ีเกเรก็จะทำให้เป็นเด็กเกเรไปด้วย เพอื่ นทเี่ ปน็ ต้นเหตุทำใหเ้ ด็กขาดเรยี น
มีดังนี้ (สภุ าพ กาละปลูก ,2554 : หน้า 13)
1. เพื่อนเสเพล จะชวนกนั ไปหมกมุ่นกับอบายมขุ ไปติดยาเสพติด เล่นการพนัน เด็กจะไม่
มีเวลาเรยี นหนังสอื หรอื ไปเรยี นกจ็ ะไม่รู้เร่ือง
2. เพื่อนเกเร ร่วมมือกันรังแกเพ่ือน ถูกทางโรงเรียนทำโทษ จึงไม่กล้ามาโรงเรียน หรือ
อาจโดนเด็กนักเรียนที่โตกว่าทำรา้ ยรา่ งกาย ทำให้เด็กไมอ่ ยากมาโรงเรยี น
ดา้ นสิ่งแวดลอ้ มและสังคม
ความหมายของคำว่า "สภาพแวดล้อม" หรือ "สิ่งแวดล้อม" ตรงกับภาษาอังกฤษว่า
Environme พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้ให้ความหมายของคำดังกล่าวว่า ส่ิง
ตา่ งๆ ทั้งทางธรรมชาติ และทางสังคมท่ีอยู่รอบมนุษย์ทที่ ้ังดีละไม่ด"ี เช่น โรงเรยี นสร้างสวนดอกไม้ให้
7
เปน็ สงิ่ แวดล้อมท่ีแก่นกั เรียน ชุมชนทีม่ ีการทะเลาะวิวาท เล่นการพนันเป็นส่งิ แวดลอ้ มทไี่ มด่ ใี หแ้ กเ่ ด็ก
มีงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเร่ืองสภาพแวดล้อมในประเทศไทยหลายเร่ืองและได้ให้ความหมายของคำว่า
สภาพแวดล้อมไว้มากมาย เช่น
เนื่องน้อย (2526: 2) ได้ให้ความหมายว่าสิ่งทั้งปวงท่ีปรากฏการณ์ทั้งหลายท่ีเกิดขึ้นอยู่
โดยรอบสง่ิ มชี วี ิต และมคี วามสมั พันธต์ ่อความเป็นอย่ขู องสิง่ นน้ั "
วิมลสิทธ์ิ (2537: 174) ได้ให้ตวามหมายของสภาพแวดล้อม หมายถึง สิ่งที่อยู่รอบๆ ตัว
มนุษย์ ซึ่งส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นกายภาพ เช่น ป่าไม้ ภูเขา ดิน น้ำ อากาศ พืช และสัตว์ ฯลฯ แต่ใน
ปจั จุบันแนวความคดิ ขยายออกไปกว้างขวางขึน้ วา่ หมายถงึ มนุษย์และสง่ิ ที่อยรู่ อบ ๆ ตัวมนุษย์ ทั้งท่ี
เกิดขน้ึ เองตามธรรมชาติ และมนุษย์สร้างข้ึน ซึ่งรวมถึงระบบสังคมและวัฒนธรรมด้วย"การศึกษาการ
ทำความเข้าใจในเร่ืองสภาพแวดล้อม หรือสิ่งแวดล้อม จึงมีความจำเป็นอย่างย่ิงสำหรับในยุคปัจจุบัน
เพราะถ้าขาดความรู้ ความเข้าใจท่ีถ่องแท้ในเรื่องน้ี จะมีผลกระทบท่ีตามมาท่ีก่อให้เกิดผลเสียแก่มวล
มนษุ ย์อยา่ งมากมาย
ประสาร ทิพย์ธารา (2550, หน้า 137-142) ได้กล่าวว่า สิ่งแวดล้อมที่เด็กอาศัยอยู่เป็น
ส่วนหน่ึงที่ทำให้เด็กขาดเรียน เพราะส่ิงแวดล้อมทางสังคมไม่ดี ชักนำให้เด็กเสีย ฝักใฝ่ในอบายมุข
บางแห่งเปน็ แหลง่ มวั่ สมุ ทางการพนัน อบายมุขตา่ ง ๆ สถานเรงิ รมย์ต่าง ๆ เดก็ จะเอาอยา่ งผู้ใหญ่ จาก
รุ่นพี่ เม่ือเด็กเห็นผู้ใหญ่ม่ัวสุมกันเด็กก็จะไปอยู่ด้วย นานๆเข้าเด็กก็เริ่มเล่นการพนัน และเห็นว่าสนุก
กว่าการไปโรงเรียน จนลมื ไปโรงเรียนและไม่อยากไปโรงเรียนได้ เห็นส่ิงยั่วยวนดีกว่าการเรียนหนังสือ
นอกจากนี้ในบริเวณบ้านที่เด็กอาศัยอยู่ มีเด็กที่ไม่เรียนหนังสือ ก็มักจะชวนกันไปเท่ียวเตร่ จนเด็ก ที่
เรียนหนังสือ จะเห็นวา่ การท่ีไม่เรียนมีอิสระ ไปไหนก็ได้ ไม่มีใครบังคับ ไม่มีกฎเกณฑ์เหมือนโรงเรียน
จึงประพฤตติ นในทางทไ่ี ม่ดไี ด้
นอกจากนี้ มหาวทิ ยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช (2544, หน้า 19) กล่าวว่า สื่อมวลชน ใน การ
เผยแพร่สื่อต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั้งหนังสือพิมพ์โทรทัศน์อินเตอร์เน็ต วิทยุกระจายเสียง มี
อิทธิพลต่อชีวิตประจำวันมาก โดยมีท้ังผลดีผลเสีย ถ้าเผยแพร่ส่ิงท่ีมีประโยชน์ผู้รับส่ือก็ได้ความรู้
ใหม่ๆ ถา้ เผยแพรใ่ นสงิ่ ทไี่ ม่มปี ระโยชน์ก็จะเป็นตัวอย่างทไี่ ม่ดี
8
7.3 งานวิจัยทเี่ ก่ยี วข้อง
วินิจ วนิชธัญญาทรัพย์ (2550) ได้ทำการวิจัยเรื่อง “การศึกษาพฤติกรรมการมา
เรียน ขาดเรียนของนักเรียน ปวช. ปีที่ 3 คณะช่างอุตสาหกรรม วิทยาลัยเทคโนโลยีชลบุรี” มี
วัตถุประสงค์ เพ่ือการศึกษาพฤติกรรมการมาเรียนขาดเรียนของนักเรียน ปวช.3 วิทยาลัยเทคโนโลยี
ชลบุรี และศกึ ษาถึงสาเหตุท่ีทำให้เกิดพฤติกรรม การหนีเรียนในปัจจัยท่ีเก่ียวข้อง 4 ด้าน คือ ด้านตัว
นักเรียน ด้านครู / วิทยาลัย ด้านส่ิงแวดล้อม และครอบครัว กลุ่มตัวอย่างผู้ให้ข้อมูลของการศึกษา
ครง้ั น้ี ได้แก่ ตัวนกั เรียนเทคโนโลยชี ลบุรรี ะดบั ปวช.3 คณะช่างอตุ สาหกรรม โดยการใช้แบบสอบถาม
เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล และการสังเกตศึกษาพฤติกรรม การหนีเรียนขาดเรียนของ
นักเรียนเทคโนโลยีชลบุรี การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์จากแบบสอบถามเชิงพฤติกรรมของ
นักเรียน และแบบสัมภาษณ์ปัญหา และนำไปวิเคราะห์โดยวิธีการทำเป็นเปอร์เซ็นต์ จาก
แบบสอบถาม และจากทางสมุดสถิติ การมาเรียน ในการวิจัยครั้งนี้ จะนำไปสู่การปรับลด หรือเลิก
พฤติกรรมการขาดเรียนหนีเรยี น ของนกั เรยี นวิทยาลัยเทคโนโลยีชลบุรตี อ่ ไป
นายณรงค์เดช อินอุทัย (2550) ได้ทำการวิจัยเร่ือง “การแก้ปัญหาการขาดเรียนของ
นักเรียน ระดับชั้น ปวช.2 แผนกวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ รายวิชาวงจรพัลซ์และดิจิตอล ประจาภาค
เรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 โดยใช้วิธีการเรียนแบบกลุ่ม” มวี ัตถุประสงค์เพ่อื แก้ปัญหาการขาดเรียน
ของนักเรียนกลุ่มเป้าหมายคือ นักศึกษาระดับชั้น ปวช.2 แผนกวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ รายวิชา
วงจรพัลซ์และดิจิตอล ประจำภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2550 เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจัย คือ วิธีการ
เรียนการสอนแบบกลุ่ม ความร่วมมือ โดยใช้ชุด Learning By Doing ซึ่งมีจำหน่ายในท้องตลาด โดย
มีการเก็บรวบรวมข้อมูล จากใบบันทึกผลการเก็บคะแนนกลุ่ม ใบบันทึกผลการเก็บคะแนนปฏิบัติ
รายบุคคล และแบบบันทึกความก้าวหน้าด้านพฤติกรรม/จิตพิสัย ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนกลุ่ม
ตัวอย่างท้ัง 3 คน มีคะแนน การประเมินคะแนนเก็บท่ีสูง จากคะแนนเต็ม 50 คะแนน ซึ่งการใช้
วิธีการสอนแบบกลุ่มความร่วมมือน้ัน สามารถแก้ไขปัญหาได้ในระดับหน่ึง แต่ควรนาวิธีอ่ืนๆเข้าร่วม
ด้วย เพ่อื การพฒั นาการสอนอย่างต่อเนื่อง
เนาวรัตน์ ภิญวัย (2547) ได้ทำการวิจัยเรื่อง “ความเอาใจใสของครูเพื่อการแก้ พฤติกรรม
การขาดเรียนของนักเรยี น กรณีศึกษา นายธรรศ บุณยนิยม ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 4/3 ” มวี ัตถปุ ระสงค์
เพื่อต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนช่ือ นายธรรศ บุณยนิยม ช้ันมัธยมศึกษาปีที่
4/3 โดยได้ดำเนินการประสานงานกับฝ่ายปกครอง เร่ืองการขาดเรียนของนักเรียน และติดต่อกับ
ผู้ปกครองโดยตรง เพ่ือเป็นการแจ้งให้ทราบถึงการหนีเรียนของบุตร ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก
ผ้ปู กครองเป็นอย่างดี ผลการศึกษาพบว่า หลังจากได้เรียกนาย ธรรศ มาน่ังคุยสอบถามถึงสาเหตุของ
9
การหนีเรียน และครูได้ให้คำแนะนำช้ีแนะ ติดตามผลการมาขาดเรียนของนายธรรศทุกวันและพบว่า
ผลการขาดเรยี นน้องลงกวา่ เดิม
นายสันติ เบ็ญจศิล (2551) กล่าวว่า ปัญหาท่ีเกิดข้ึนกับนักศึกษาส่วนมาก นักศึกษาจะเข้า
เรยี นสายเป็นประจำและเปน็ สาเหตุหนึ่งทที่ ำใหน้ ักศกึ ษาเกิดแนวคิดไม่เขา้ เรยี น จึงทำให้ขาดเรียนเป็น
ประจำและอีกสาเหตุหน่ึงที่นักศึกษาไม่เข้าเรียนก็คือแต่งตัวออกจากบ้านมาแล้วแต่ไม่เข้ามาเรียน ใน
การแก้ไขปัญหาการขาดเรียนของนักศึกษา ควรประสานความร่วมมอื กบั ผู้ปกครองในการแก้ไขปัญหา
การขาดเรียนของนักศึกษาเพ่ือไม่ให้ติด ขร. มส. ในรายวิชาต่างๆ ผลการวิจัยในการติดตามการขาด
เรยี นของนกั ศึกษาแต่ละคนได้ทราบการขาดเรียนของนักศึกษาท่ีใกล้จะหมดสิทธิ์สอบและโดยคิดตาม
เกณฑ์แล้วมีเวลาเรียนไม่ถึง 80 % และ จากผลการดำเนินการกับนักศึกษาที่ขาดเรียน 4 ครั้งโดย
เชิญผู้ปกครองมาพบและร่วมการแก้ปัญหา พบว่าผู้ปกครองให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเป็นผลทำให้
นกั ศกึ ษามีความตง้ั ใจดีขนึ้
วิทยา ศรีเมืองซอง (2548) ทำการวิจัยเรื่อง ศึกษาสภาพปัญหาการเรียนของ นักศึกษา
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูงปีที่ 1 ของแผนกช่างไฟฟ้ากําลัง วิทยาลัยเทคนิค อุบลราชธานี ท่ี
ลงทะเบียนเรียนวิชา 3104-2002 เครื่องกลไฟฟ้า 1 ในภาคเรียนท่ี 1/2548 พบว่า ปัญหาเก่ียวกับ
การเรียนของนักศึกษาอยู่ในระดับน้อย และ สาเหตุของปัญหาในการ เรียนก็ค่อนข้างน้อย
เพราะฉะน้ันนักศึกษาท่ีลงทะเบียนเรียนในรายวชิ าน้ีไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อการศกึ ษา คือสามารถจบ
ตามหลักสูตรและรายวชิ าทกี่ ำหนดไว้
มาลรี ัตน์ เทียม ฉตั ร (2548) ทำการศึกษาเรื่องการปรับพฤตกิ รรมไม่เข้าห้องเรยี นในรายวชิ า
งานไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์เบ้ืองต้น ชั้น ปวช.1 แผนกช่างไฟฟ้ากำลัง โดยการเรียนการสอนแบบ
ร่วมแรงใจและ เรียนรู้อย่างเปน็ ระบบ พบว่า ผลจากการปรบั พฤตกิ รรมในครงั้ นี้ ทำใหน้ ักศึกษาทุกคน
สามารถทำ แบบทดสอบหลังบทเรียนทุกหน่วย ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด เช่นเดียวกบั งานวิจยั ของ นัฏสนิ ี
ขวัญศรี (2550) เรอ่ื งการขาดเรยี นวชิ าภาษาไทยเพื่ออาชีพ 2 ของนักศึกษาชน้ั ปวช.1 แผนกช่างยนต์
ใน ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2550 ผลการศึกษา พบว่า ปัญหาอันดับหน่ึงของนักศึกษาคือการขาด
เรยี นโดยไม่แจ้งสาเหตุแกค่ รผู ู้สอนและจากการประเมินพฤติกรรม พบว่า นกั ศกึ ษามักไม่คอ่ ยมา เรยี น
ทำให้ไม่มีคะแนนเก็บ หรอื ถ้ามาเรียนกไ็ ม่ค่อยตัง้ ใจเรยี น ซ่งึ พฤติกรรมเหล่านจ้ี ะส่งผลต่อผล การเรียน
เมอ่ื ผู้วจิ ัยได้สมั ภาษณแ์ ละใหน้ ักศกึ ษาทราบถึงปัญหาท่ีเกดิ ข้ึน โดยการ พูดคยุ ทีละคน เก่ียวกับปัญหา
การขาดเรียนและเชิญผู้ปกครองมาสัมภาษณ์เกี่ยวกับพฤติกรรมของนักศึกษา ทำให้พฤติกรรมของ
นักศกึ ษาเปลย่ี นแปลงไปในทางท่ดี ขี นึ้
10
นฤมล ฝางคา (2547) เรื่อง การปรับปรุงพฤติกรรมการเข้าช้ันเรียนให้ตรงต่อเวลา ในวิชา
วิทยาศาสตร์พ้ืนฐานของนักศึกษา ช้ัน ปวช.1 วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานีสาขาวิชาคหกรรม
ประจำภาคเรียนท่ี 1/2547 โดยใชส้ ัญญาการเรียน พบว่า นักศึกษา มีการแสดงพฤติกรรมการเข้าช้ัน
เรียนดีข้ึนคือมาเรียนตรงเวลาหรอื มาก่อนเวลา 3-5 นาทีสอดคล้องกับการศึกษาของ ปเนต หมายม่ัน
(2552) ซ่ึงศกึ ษา เรื่องการปรับปรุงพฤติกรรมการเข้าช้ันเรียนให้ตรงตอ่ เวลา ในรายวิชาการออกแบบ
และพัฒนาเว็บ ประจำภาคเรียนท่ี1/2552 ของนักศึกษาช้ันปีท่ี3 สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์
ศูนย์รางน้ำมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต โดยให้นักศึกษากลุ่มเป้าหมายช่วยกันสำรวจและวิเคราะห์
ปญั หา การเข้าเรียนสายและให้เขียนระบุสาเหตุในการเข้าเรียนสายตลอดจนแนวทางการแกไ้ ข พรอ้ ม
กับให้ นักศึกษาทำแบบสัญญาการเรียน ซึ่งในข้อสัญญากล่าวถึงการหักคะแนนความประพฤติการ
หมดสิทธิ์สอบ แต่หากนักศึกษาสามารถเข้าเรียนได้ตรงเวลา มีความสม่ำเสมอ หรือสามารถมาเรียน
ก่อนเวลาได้ จะมีการบวกคะแนนในช่องคะแนนพฤติกรรมที่ต้ังไว้ ผลการวิจัย พบว่า นักศึกษามีการ
แสดง พฤติกรรมการเขา้ ช้นั เรียนดีขึน้ คอื มาเรียนตรงเวลา หรอื มากอ่ นเวลา
นิตยา งามย่ิงยง (2551) เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดเรียน วิชาการโรงแรม สาขา
การโรงแรม ระดับ ปวช. จำนวน 45 คน พบว่า นักเรยี นมีเหตุจ าเปน็ ในการขาดเรียนอยู่ในระดับมาก
ที่สุดซึ่งการขาดเรียนทุกคร้ังผู้ปกครองรับทราบอยู่ในระดับที่มากที่สุด สาเหตุของการขาดเรียนเกิด
จากตัวนักเรียนเองอยู่ในระดับมาก การจัดกิจกรรมที่หลากหลายในวิชาทำให้นักเรียนเกิดความ
ต้องการในการเข้าเรยี นเพ่ิมข้ึน อาจารยผ์ สู้ อนในรายวชิ าเปน็ ปัจจัยทีท่ ำให้นักเรยี นอยากมาเรยี นอยูใ่ น
ระดับปานกลาง พบว่า การกระตุ้นของผู้สอนและการจัดกิจกรรมท่ีหลากหลายในรายวิชา มีส่วนทำ
ให้นักเรียนสนใจและมีระดับผลคะแนนเก็บที่มากข้ึน ซึ่งส่งผลต่อระดับผลการเรียนท่ีสูงข้ึน และ จาก
การศึกษาของ
วิมลศิริ ชำนาญเวช (2552) เร่ือง พฤติกรรมการเข้าชั้นเรียนของนักศึกษา ในรายวิชา
กฎหมาย ครอบครัว จากการสงั เกตพฤติกรรมการเข้าชั้นเรียนของนักศึกษาท้ังภาคปกติและนกั ศึกษา
ภาคค่ำ พบว่า ผู้ที่ขาดเรียนบ่อยๆ เกินกว่า 4 คร้ัง จะมีผลการเรียนตกต่ำโดยนักศึกษาให้เหตุผลของ
การขาด 11 เรยี น คอื นักศึกษาภาคปกติท่ขี าดเรยี นบอ่ ยๆ อา้ งว่าบ้านอยู่ไกลต้องต่อรถเมล์หลายทอด
ค่าใช้จ่ายใน การเดินทางสูง หากวันใดมีเรียนวิชาเดียวก็จะไม่มาเรียน เพราะคิดว่าอ่านตำราเองก็ได้
สว่ นนักศกึ ษา ภาคค่ำ เรียนวันละ 1 วิชาอยู่แล้ว มักอา้ งว่าติดราชการ และถ้ามาเรยี นทุกวนั จะทำให้
สน้ิ เปลอื งคา่ เดนิ ทางมากจงึ เลอื กมาเรียนเฉพาะวชิ าทีย่ ากเทา่ นั้น จากการสำรวจพฤติกรรมการเข้าชั้น
เรียนของ นักศึกษา คณะ นิติศาสตร์ที่ลงทะเบียนเรียนในวิชา กฎหมายครอบครัวในเทอม 2/2551
เปรียบเทียบ กับเทอม 1/2552 พบว่า การใช้เทคนิคการสอนแบบ Active Learning เพ่ือกระตุ้นให้
นักศึกษาเขา้ ชั้นเรยี นมากขึ้นนั้น จะใชไ้ ด้ผลกับนักศึกษาเฉพาะภาคปกติเท่านั้น ส่งผลให้นักศึกษาเข้า
11
ชั้นเรียนมากขึ้น กว่าเดิม และเปอร์เซ็นต์การเข้าช้ันเรียนไม่ครบ 80% ลดลง ส่วนนักศึกษาภาคค่ำ
ยังคงมีสถิติเข้าช้ันเรียนไม่ครบ 80% เป็นจำนวนมากถึงแม้ว่าเม่ือเทียบกับเทอม 2/2551 จะมี
เปอร์เซน็ ตท์ ่นี อ้ ยกวา่ ก็ตาม
8. วธิ ีดำเนนิ การวิจัย
การวิจยั เร่ืองศึกษาปญั หาพฤตกิ รรมการขาดเรียนใน รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนกั เรียน
ชั้นประถมศกึ ษาช้ันปีที่ 4 โรงเรยี นวัดสาล จงั หวดั นครปฐม
8.1 ประชากรและกลุ่มตวั อยา่ ง นกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาช้ันปีที่ 4 โรงเรยี นวดั สาลวนั
1. ประชากร
นักเรียนช้ันประถมศึกษาช้ันปีที่ 4 ในรายวิชาเศรษฐศาสตร์ รหัสวิชา ส14101 ปี
การศกึ ษา 2564 จำนวน 31 คน
2. กลุ่มตัวอยา่ ง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งน้ีได้แก่ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งน้ีได้แก่
นักเรียนช้ันประถมศึกษาชั้นปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 31 คน ซ่ึงได้มาโดยวิธีการกรณีที่
ประชากรมีจำนวนแน่นอน (Finite population) ใช้สูตรดังน้ี เมื่อระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติ
เท่ากบั .05 (Yamane, 1970: 580-581)
9. แบบแผนการวิจัย
การดำเนินการวจิ ัยในคร้งั นี้ ผวู้ ิจยั ไดก้ ำหนดแผนการวจิ ัย ไวด้ งั น้ี
เดือน ปี กจิ กรรม ห ม าย
เหตุ
สปั ดาห์ที่ 1 รวบรวมขอ้ มลู การขาดเรยี น
สปั ดาหท์ ี่ 2 สัมภาษณ์นักเรียนในห้องเรียน และหาทางแก้ปัญหาในช้ันเรียน
ร่วมกัน
สปั ดาหท์ ี่ 3 รายงานผูอ้ ำนวยการให้ทราบถึงปญั หา
สัปดาหท์ ่ี 4 ออกแบบการแก้พฤตกิ รรมการขาดเรยี นในรายวชิ าเศรษฐศาสตร์
สัปดาห์ที่ 5 การปรับเปล่ียนพฤติกรรมการขาดเรียนในรายวิชาเศรษฐศาสตร์
“ก่อนเรียน”
สัปดาหท์ ี่ 6 การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขาดเรียนในรายวิชาเศรษฐศาสตร์
“หลังเรียน”
12
สปั ดาหท์ ่ี 7 สรุป
10. เครื่องมอื ที่ใชใ้ นการวจิ ยั
10.1 ข้อมูลเวลาเขา้ เรยี นในรายวชิ าเศรษฐศาสตร์
10.2 หาข้อมลู สาเหตุการขาดเรยี นและแนวทางแก้ไขปญั หา
10.3 ออกแบบสอบถามแบบเจาะจงเกยี่ วกับปัญหาการขาดเรียน
11. การสร้างและหาคุณภาพเครือ่ งมือการวจิ ยั
ผู้วิจยั ไดด้ ำเนนิ การสร้างเครื่องมอื เพ่อื การเก็บรวบรวมข้อมูล ดงั น้ี
1. ศกึ ษาเอกสาร ตำรา และงานวจิ ัยต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องกบั การสรา้ งแบบสอบถามนักเรียน
เรอ่ื งการขาดเรยี นของนักเรยี นในรายวชิ าเศรษฐศาสตร์
2. กำหนดประเด็นในการสอบถามโดยใช้แบบสอบถามเก่ียวกับสาเหตุของการขาดเรียน
โดยคำถามมี 4 ตอน คือ
ตอนท่ี 1 แบบสอบถามเก่ียวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบ
ตรวจสอบรายการ (Check List) คอื ขอ้ มลู สว่ นตวั เพศ อายุ ช้นั
ตอนท่ี 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับสาเหตุของการขาดเรียนจากตวั ครผู ้สู อน ตวั นักเรียน และ
จากสภาพแวดล้อม โดยพิจารณาเลือกตอบระดับความคิดเห็นในการปฏิบัติในตาราง ถ้าเลือกข้อต่าง
ๆ มคี วามหมายดงั น้ี
มาท่สี ุด หมายถงึ เหน็ ดว้ ยอยู่ในระดับมากที่สุด มรี ะดับคะแนนเปน็ 5
มาก หมายถงึ เหน็ ด้วยอยใู่ นระดบั มาก มรี ะดบั คะแนนเปน็ 4
ปานกลาง หมายถึง เหน็ ดว้ ยอยูใ่ นระดับปานกลาง มรี ะดบั คะแนนเปน็ 3
น้อย หมายถึง เห็นดว้ ยอยใู่ นระดบั น้อย มีระดับคะแนนเปน็ 2
น้อยทส่ี ุด หมายถึง เหน็ ดว้ ยอยู่ในระดับน้อยที่สดุ มีระดบั คะแนนเปน็ 1
ตอนท่ี 3 ปัญหาและข้อเสนอแนะ จำนวน 2 ข้อ ประกอบด้วยปัญหาที่นักเรียนพบจาก
การเรียนในวชิ าเศรษฐศาสตร์ ที่อยากใหค้ รผู ู้สอนพัฒนาทางดา้ นการเรียนการสอ
13
12. สถิติท่ใี ช้ในการวจิ ัย
สถิติสำหรบั บรรยายในชัน้ เรยี น
คือการวิเคราะห์ข้อมูลจากจำนวนคร้ังในการขาดเรียนการสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง และ
วเิ คราะหข์ ้อมูลโดยดำเนนิ การดังนี้
1. ตรวจสอบความถกู ตอ้ งความสมบรู ณ์ของแบบสอบถามที่ได้รับคืนมา
2. นำข้อมูลจากแบบสอบถามสาเหตุของการขาดเรียนมาหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ และค่า
เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D)
3. นำเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู ในรูปของตาราง
นําเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลในรปู ของตารางโดยใช้เกณฑ์ในการแปลความหมายของ
ระดับคะแนนเฉลี่ยโดยการกําหนดคณุ ภาพแบบสอบถาม แบบมาตราส่วนประมาณคา่ 5 ระดับ ดงั น้ี
คา่ เฉล่ียระหว่าง 4.50-5.00 หมายถึง เหน็ ด้วยระดับมากที่สุด
คา่ เฉลี่ยระหวา่ ง 3.50-4.49 หมายถึง เห็นดว้ ยระดับมาก
ค่าเฉลี่ยระหวา่ ง 2.50-3.49 หมายถงึ เห็นด้วยระดับปานกลาง
ค่าเฉลี่ยระหว่าง 1.50-2.49 หมายถงึ เห็นดว้ ยระดบั นอ้ ย
ค่าเฉล่ียระหวา่ ง 1.00-1.49 หมายถึง เห็นดว้ ยระดับนอ้ ยท่ีสดุ
14
บรรณานกุ รม
ณรงค์เดช อินอุทัย. (2550). “การแก้ปัญหาการขาดเรียนของนักเรียน ระดับชั้น ปวช.2แผนกวิชาช่าง
อิเล็กทรอนิกส์ รายวิชาวงจรพัลซ์และดิจิตอล ประจำภาคเรียนท่ี 2 ปี การศึกษา 2550 โดย
ใช้วธิ กี ารเรยี นแบบกลุ่ม.”[ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ท่ีมา
http://www.nathawee.ac.th/wijai/50/Narongdech_r2_50.pdf (25 เมษายน 2565).
เนาวรัตน์ ภิญวัย. (2550). “ความเอาใจใสของครูเพื่อการแก้พฤติกรรมการขาดเรียนของนักเรียน
กรณีศึกษา นายธรรศ บณุ ยนยิ ม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3. ” [ระบบออนไลน]์ . แหลง่ ทม่ี า
http://www.acr.ac.th/acr/Wijaii/wijai2/26.pdf (25 เมษายน 2565).
ประสาร ทิพย์ธารา. (2527). พัฒนาการและการปรับตัวของวัยรุ่น. มหาวิทยาลัยศรีนคริ นทรวิโรฒ
ประสานมติ ร.
มหศักด์ิ ร่วมรักษ์. (2541). แนวทางการพัฒนางานปกครองนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัย ลำปาง
เทค โน โลยี. การค้นคว้าแบบอิสระศึกษ าศาสตร์มหาบัณ ฑิ ต บัณ ฑิ ตวิทยาลัย
มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม.่
สุราษฎร์ พรมจันทร์. (2557). “พฤติกรรมการเรียนรู้และกระบวนการเรียนการสอน.” [ระบบออนไลน์].
แหล่งท่ีมา http://www.vrdp.net/data/Download/Books%20tactical%20teaching
%20techniques/01.pdf (25 เมษายน 2565).
สภุ าพ กาละปลกู . (2549). แนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดเรียนของนักเรียน นักศกึ ษาวทิ ยาลยั ลำปาง
เทคโนโลยี อำเภอเมือง จงั หวดั ลำปาง. การคน้ ควา้ แบบอิสระศึกษาศาสตร์มหาบณั ฑิต
สาขาวชิ าอาชวี ศกึ ษา บัณฑติ วิทยาลยั มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
วิทยา ศรีเมืองซอง. (2548). รายงานการวิจัยเร่ืองศึกษาสภาพปัญหาการเรียนของนักศึกษา ระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงปีที่ 1 ของแผนกช่างไฟกําลัง วิทยาลัยเทคนิค อุบลราชธานีท่ี
ลงทะเบียนเรียนวิชา 3104-2002 เคร่ืองกลไฟฟ้า 1 ในภาคเรียนท่ี 1/2548.อุบลราชธานี :
วิทยาลัยเทคนิคอบุ ลราชธาน.ี ” [ระบบออนไลน]์ . แหล่งท่ีมา
https://erp.mju.ac.th/openFile.aspx?id=MTMyODQw (25 เมษายน 2565).
นางสาวสายใจ ธรฤทธ์ิ. (2559-2560). การศึกษาพฤตกิ รรมการขาดเรยี นในรายวิชาการโฆษณา ของ
นักศึกษาสาขา การตลาด หอ้ ง MK301วิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพและบรหิ ารธรุ กิจ.”
[ระบบออนไลน]์ . แหล่งทมี่ า
http://www.payaptechno.ac.th/app/images/payap/vijai2558/vijaichanrean/vijai
59/สายใจ__ธรฤทธ์ิ.pdf (25 เมษายน 2565).
15
บังอร สง่าวงษ์. (2549). การศึกษาสาเหตุ และแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดเรยี นของนักศึกษา โรงเรียน
เทคโนโลยสี ยาม.”[ระบบออนไลน์]. แหลง่ ทมี่ า
https://doi.nrct.go.th//ListDoi/listDetail?Resolve_DOI=10.14457/KMUTNB.the.
2006.290 (25 เมษายน 2565).
จันทนา กาญจน์กมล. (2553). รายงานการวิจัยเรื่อง การปรับพฤติกรรมของนักศึกษาที่ขาดเรียนบ่อย
วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับคุณภาพชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ประจำ
ภาคเรียนท่ี 1/53.” [ระบบออนไลน์]. แหล่งทีม่ า
http://www.ssruir.ssru.ac.th/bitstream/ssruir/412/1/178 -53.pdf (25 เม ษ าย น
2565).
16
ภาคผนวก
แบบสอบถาม ศกึ ษาปัญหาพฤติกรรมการขาดเรียนในรายวชิ าเศรษฐศาสตร์
ของนักเรยี นชัน้ ประถมศึกษาชน้ั ปที ่ี 4 โรงเรยี นวดั สาลวัน จังหวัดนครปฐม
คำชี้แจงในการตอบแบบสอบถาม
แบบสอบถามฉบับน้ี ผู้วจิ ัยได้แบง่ การจดั เกบ็ ขอ้ มลู เปน็ 3 สว่ นดว้ ยกนั คือ
ตอนท่ี 1 แบบสอบถามเก่ียวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบ
ตรวจสอบรายการ (Check List) คอื ข้อมูลส่วนตัว เพศ อายุ ชนั้
ตอนท่ี 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับสาเหตุของการขาดเรียนจากตัวครผู ้สู อน ตวั นักเรียน และ
จากสภาพแวดล้อม โดยพิจารณาเลือกตอบระดับความคิดเห็นในการปฏิบัติในตาราง ถ้าเลือกข้อต่าง
ๆ มีความหมายดงั น้ี
มาท่สี ดุ หมายถงึ เห็นดว้ ยอยู่ในระดบั มากท่สี ดุ มรี ะดับคะแนนเป็น 5
มาก หมายถงึ เห็นดว้ ยอยใู่ นระดับมาก มรี ะดบั คะแนนเป็น 4
ปานกลาง หมายถงึ เหน็ ด้วยอยูใ่ นระดบั ปานกลาง มีระดับคะแนนเปน็ 3
น้อย หมายถึง เหน็ ดว้ ยอยู่ในระดบั นอ้ ย มรี ะดบั คะแนนเปน็ 2
น้อยท่ีสุด หมายถึง เห็นดว้ ยอยใู่ นระดับน้อยที่สุด มีระดับคะแนนเป็น 1
ตอนท่ี 3 ปัญหาและข้อเสนอแนะ จำนวน 2 ข้อ ประกอบด้วยปัญหาที่นักเรียนพบจาก
การเรยี นในวชิ าเศรษฐศาสตร์ ที่อยากใหค้ รูผสู้ อนพัฒนาทางด้านการเรียนการสอน
ตอนที่ 1 แบบสอบถามเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบ
รายการ (Check List) คือ ขอ้ มลู สว่ นตัว เพศ อายุ ช้นั
oคำชแ้ี จง โปรดทำเครอ่ื งหมาย √ ลงใน หรอื เติมขอ้ ความลงในชอ่ งว่างตรงตามความ เปน็ จริง
1. เพศ
1. ชาย 2. หญิง
2. อายุ ............................ปี
3. เกรดเฉลยี่ สะสม .............................
ตำกวา่ 1.60 1.60 - 2.00 2.01 – 2.50
2.51 – 3.00 3.01 – 3.50 3.50 ขึน้ ไป
17
4. นกั ศกึ ษาอาศัยอยู่กบั ใคร 2. ญาติ
1. พ่อ แม่ 4. อื่นๆ (โปรดระบ)ุ ………………………
3. เพื่อน
ขึน้ รถประจ าทางสาธารณะ
5. เดินทางมาเรียนโดยวธิ ี อ่นื ๆ ...................................................
เดนิ
รถยนต์สว่ นตัว
ตอนท่ี 2 แบบสอบถามเก่ียวกับสาเหตุของการขาดเรียนจากตัวครูผู้สอน ตัวนักเรียน และจาก
สภาพแวดล้อม โดยพิจารณาเลือกตอบระดับความคิดเห็นในการปฏิบัติในตาราง ถ้าเลือกข้อต่าง ๆ มี
ความหมายดงั น้ี
มาท่ีสดุ หมายถึง เห็นด้วยอย่ใู นระดับมากท่ีสดุ มรี ะดบั คะแนนเปน็ 5
มาก หมายถงึ เห็นด้วยอยใู่ นระดับมาก มรี ะดับคะแนนเปน็ 4
ปานกลาง หมายถงึ เห็นดว้ ยอยู่ในระดับปานกลาง มรี ะดับคะแนนเป็น 3
นอ้ ย หมายถงึ เห็นดว้ ยอยใู่ นระดับนอ้ ย มีระดับคะแนนเปน็ 2
นอ้ ยที่สดุ หมายถงึ เห็นดว้ ยอยใู่ นระดับน้อยท่ีสุด มีระดบั คะแนนเปน็ 1
คำชแ้ี จง โปรดทำเครอ่ื งหมาย √ ลงในช่องทีต่ รงตามความคดิ เห็นของท่านมากที่สุด
ระดับความสำคัญ
สาเหตปุ ญั หาพฤติกรรมการขาดเรียน มาก มาก ปาน น้อย น้อย
ท่สี ดุ 4 กลาง 2 ทส่ี ุด
531
1. ดา้ นครอบครวั
1.1 การทผ่ี ปู้ กครองบังคบั ให้เรียนในสาขาที่ไม่ ชอบ มผี ล
ตอ่ การขาดเรยี นในระดบั ใด
1.2 นกั เรียนคิดว่าฐานะของผู้ปกครองมผี ลต่อ การขาด
เรยี นในระดบั ใด
1.4 ผ้ปู กครองมีเวลาดแู ลเอาใจใส่นกั เรียนน้อย มีผลต่อ
การขาดเรยี นในระดบั ใด
18
1.5 การที่ผ้ปู กครองแยกทางกันมีผลต่อการขาด เรยี นใน
ระดบั ใด
1.6 การทผ่ี ปู้ กครองตามใจนักเรียนมากเกินไป มีผลต่อ
การขาดเรียนในระดับใด
2. ด้านครู
2.1 การสอนของครูผู้สอนในรายวชิ านี้ มีผลต่อ การขาด
เรียนในระดบั ใด
2.2 ครผู ู้สอนในรายวิชาต่างๆ มีส่วนช่วยในการแกไ้ ข
ปญั หาการขาดเรยี นในระดบั ใด
2.3 อาจารย์ทป่ี รึกษา มสี ว่ นชว่ ยในการแก้ไข ปัญหาและ
ใหค้ ำปรึกษาในระดับใด
3. ด้านเพอื่ น
3.1 เพอื่ นมสี ว่ นใหน้ กั เรียนไม่อยากมาโรงเรียน มากน้อย
เพยี งใด
3.2 เพ่อื นต่างเพศมผี ลต่อการขาดเรียนในระดับใด
3.3 การท่ีนักเรียนไม่มเี พ่ือนสนทิ มีผลตอ่ การ ขาดเรยี น
ในระดับใด
3.4 การทน่ี กั เรยี นมพี ฤติกรรม เทย่ี วเตร่ เสย่ี ง สารเสพตดิ
มผี ลต่อการขาดเรยี นในระดับใด
4. ดา้ นสง่ิ แวดล้อมและสังคม
4.1 ระยะทางในการเดินทางมาโรงเรียนมีผลตอ่ การขาด
เรียนในระดับใด
4.2 สภาพบรรยากาศในการเรียนในหอ้ งป.4 มีผลต่อการ
ขาดเรียนในระดับใด
4.3 กิจกรรมในโรงเรยี นมีผลต่อการขาดเรยี นใน ระดบั ใด
4.4 สภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนมีผลต่อการ ขาดเรียน
ในระดับใด
4.5 สภาพแวดลอ้ มบรเิ วณท่ีพักของนักเรยี น มี ผลต่อการ
ขาดเรยี นในระดบั ใด
19
ตอนที่ 3 ปัญหาและข้อเสนอแนะ จำนวน 2 ข้อ ประกอบด้วยปัญหาที่นักเรียนพบจากการเรียนใน
วชิ าเศรษฐศาสตร์ ที่อยากใหค้ รูผู้สอนพฒั นาทางด้านการเรียนการสอน
1. ปญั หาท่นี กั ศึกษาพบจากการเรียนในรายวิชาในวิชาเศรษฐศาสตร์
....................................................................................................... ........................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
2. ขอ้ เสนอแนะทีน่ ักเรยี นอยากใหอ้ าจารย์ผสู้ อนพฒั นาทางดา้ นการเรียนการสอน
...............................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................
...............................................................................................................................................