มัทนะพาธา
ตำนานแห่งความรัก
มัทนะพาธา เป็ นบทละครพูดคำฉันท์ 5 องก์ โดย พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นทั้งหมดด้วยพระองค์เองโดยไม่ได้อิงเนื้ อหามาจากที่อื่น ทรงพระราช
นิพนธ์ทั้งเริ่มและจบลงในปี พ.ศ. 2466 เล่าเรื่องว่าด้วยตำนานเกี่ยวกับ “ดอกกุหลาบ”
และความเจ็บปวดจากความรัก
พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้า อยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๖๖
พระองค์ทรงกล่าวถึงที่มาของชื่อมัทนาว่า “...ก่อนได้ทราบว่าดอกกุหลาบเรียกว่าอย่างไร
ในภาษาสันสกฤตนั้น ข้าพเจ้าได้นึกไว้ว่าจะให้ชื่อนางเอกในเรื่องนี้ตามนามแห่งดอกไม้
แต่เมื่อได้ทราบแล้วว่าดอกกุหลาบ คือ “กุพชกะ” เลยต้องเปลี่ยนความคิด เพราะถ้า
แม้ว่าจะให้
ชื่อนางว่า “กุพชกะ” ก็จะกลายเป็ นนางค่อมไป ข้าพเจ้าจึงค้นหาดูศัพท์ต่างๆ ที่พอจะใช้
เป็ นนามสตรีตกลงเลือกเอา “มัทนา” จากศัพท์ “มทน” ซึ่งแปลว่าความลุ่มหลงหรือ
ความรัก
เผอิญในขณะที่ค้นนั้นเองก็ได้พบศัพท์ “มทนพาธา” ซึ่งโมเนียร์ วิลเลียมส์ แปลไว้ว่า
“the pain or disquietude of love” (ความเจ็บปวดหรือเดือดร้อนแห่งความรัก) ซึ่ง
ข้าพเจ้าได้ฉวยเอาทันที เพราะเหมาะกับลักษณะแห่งเรื่องที่เดียว เรื่องนี้จึงได้นามว่า
“มัทนะพาธาหรือตำนานแห่งดอกกุหลาบ” ด้วยประการฉะนี้....”
“สุเทษณ์”
ผู้หลงรักนางเทพธิดา ชื่อว่ามัทนา
แต่นางมัทนาไม่ได้รักสุเทษณ์แม้แต่น้อย
สุเทษณ์ จึงสั่งให้มายาวิน
ใช้เวทมนต์เรียกนางมัทนามาหา
เมื่อสุเทษณ์ถามเช่นไรนางก็ตอบเช่นนั้น
สุเทษณ์ให้มายาวินคลายมนต์สะกด
นางมัทนาได้สติก็ตกใจว่านางมาที่นี่ได้อย่างไร
สุเทษณ์จึงสารภาพรักกับนางมัทนา
แต่นางมัทนาก็ยังยืนยันว่านางไม่รักสุเทษณ์
สุเทษณ์โกรธมากและจะสาปให้นางลงไปเกิด
ยังโลกมนุษย์ แต่ยังเมตตาให้นางเกิดเป็นอะไรก็ได้
นางมัทนาจึงเลือกดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมเพื่อจะได้
ส่งกลิ่นหอมบูชาแด่สุเทษณ์ มายาวินได้เสนอว่า
มีดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ขึ้นบนสวรรค์เท่านั้น
นั่นก็คือ”ดอกกุพชกะ” หรือ “ดอกกุหลาบ”
สุเทพจึงสาปนางมัทนาให้เป็นดอกกุหลาบไปเกิดยังโลกมนุษย์
แต่เมื่อถึงคืนวันเพ็ญนางจะกลายร่างเป็นมนุษย์ได้หนึ่งวัน
ถ้านางได้พบรักแท้นางจะกลับมนุษย์ได้อีกครั้ง
แต่ถ้านางมีความทุกข์จากความรักให้สวดมนตร์อ้อนวอน
แล้วสุเทษณ์จะลงมารับกลับสวรรค์ทันที
เมื่อนางมัทนาเกิดเป็นดอกกุหลาบในป่าหิมพานต์
ฤาษีกาละทรรศินมาพบก็รู้ได้ว่านี่เป็นเทพธิดาลงมาเกิด
จึงเอามาปลูกใกล้อาศรมและดูแลเหมือนลูก
วันหนึ่งท้าวชัยเสนผู้ครองนครหัสดิน
เสด็จออกล่าสัตว์ในป่า ประจวบกับเป็นคืนวันเพ็ญ
วันที่นางมัทนาคืนร่างกลับเป็นมนุษย์
และทั้วสองก็ได้พบกัน
ได้ตกหลุมรักกันเนื่องจากเป็นคู่ครอง
กันมาแต่ชาติปางก่อนและจะให้
พระฤาษีแต่งงานให้
แต่ฤาษีกาละทรรศินเห็นถึงปัญหา
ที่จะตามมาในอนาคต ฉะนั้นก่อนแต่งงานท่านได้เตือนด้วยความหวังดีว่า
“การครองคู่กันนั้นต้องใช้สติในการดำเนินชีวิตและไว้ใจซึ่งกันและกัน”
แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้สนใจแล้วพากันกลับเมืองหัสดิน
ท้าวชัยเสนก็อยู่แต่กับนางมัทนา ซึ่งความจริงแล้ว
พระองค์มีพระมเหสีอยู่แล้ว ชื่อว่าจัณฑี
นางจัณฑีก็สงสัยว่าทำไมท้าวชัยเสนไม่มาหานางเลย
นางค่อมหญิงรับใช้ก็บอกว่า ท้าวชัยเสนพา
นางมัทนากลับมาด้วยหลังจากเสด็จออกล่าสัตว์
ด้วยความโกรธแค้นนางจึงออกอุบายให้บิดานาง
มาตีเมืองหัสดินและให้คนส่งข่าวไปบอกท้าวชัยเสน
ว่านางมัทนาเป็นชู้กับทหารเอกของท้าวชัยเสน
นามว่าศุภางค์ ด้วยความโกรธท้าวชัยเสน
จึงสั่งประหารทั้งคู่
แต่เมื่อเวลาผ่านไปคนที่นำความเท็จไป
บอกกับพระองค์ก็มาสารภาพความจริง
ท้าวชัยเสนเสียใจมาก
แต่เพชฌฆาตได้ปล่อยทั้งคู่เพราะความสงสาร
ศุภางค์นั้นกลับไปช่วยพระองค์รบจนตัวตาย
ส่วนนางมัทนาก็กลับไปที่ป่าหิมพานต์
นางมัทนาเสียใจมากที่คนรักไม่เชื่อใจตนเอง
จึงอ้อนวอนให้สุเทษณ์พาตัวเองกลับไปสวรรค์
สุเทษณ์จึงเสนอว่าให้รับรักตนเถิด
แต่ด้วยมัทนารักท้าวชัยเสนอย่างสุดหัวใจ
จึงไม่สามารถรักใครได้อีก ด้วยความโกรธสุเทษณ์
จึงสาปให้นางมัทนาเป็นดอกกุหลาบไปตลอดกาล
เมื่อท้าวชัยเสนมาถึงมัทนาก็กลายเป็น
ดอกกุหลาบไปเสียแล้ว
ท้าวชัยเสนได้แต่เศร้าและเสียใจมาก
จึงนำดอกกุหลาบนั้นกลับไปปลูกที่
สวนในวังของพระองค์
มัทนะพาธา
ตำนานแห่งความรัก
สมาชิกในกลุ่ม
๑. นางสาวขวัญชนก เรืองญา เลขที่ ๒๐ ชั้น ม.๕/๒
๒. นางสาวนิภาพร แสงศรีธรรม เลขที่ ๒๒ ชั้น ม.๕/๒
๓. นางสาวประภาพร คำแก้ว เลขที่ ๒๕ ชั้น ม.๕/๒
๔. นางสาวสิรินันท์ ชัยนคร เลขที่ ๒๗ ชั้น ม.๕/๒