The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบฝึกหัดเพื่อการแต่งประโยคภาษาอังกฤษ สำหรับบุคคลทั่วไป ใช้ในการฝึกแต่งประโยคภาษาอังกฤษ สำหรับผู้เริ่มต้นและบุคคลทั่วไป ใช้คู่กับ ชุดรวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษเพื่อการแต่งประโยค สำหรับผู้เริ่มต้นและบุคคลทั่วไป มีคำอธิบายและตัวอย่างประกอบ สามารถฝึกทำเองที่บ้านได้ แต่ผู้ใช้ควรอ่านภาษาอังกฤษได้บ้างแล้ว<br><br>สนใจไฟล์ต้นฉบับ ติดต่อ เพจ ครูหนึ่ง อิงลิชชีวิตจริง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by page.kroo1, 2023-12-25 22:48:03

แบบฝึกหัดเพื่อการแต่งประโยคภาษาอังกฤษ สำหรับบุคคลทั่วไป

แบบฝึกหัดเพื่อการแต่งประโยคภาษาอังกฤษ สำหรับบุคคลทั่วไป ใช้ในการฝึกแต่งประโยคภาษาอังกฤษ สำหรับผู้เริ่มต้นและบุคคลทั่วไป ใช้คู่กับ ชุดรวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษเพื่อการแต่งประโยค สำหรับผู้เริ่มต้นและบุคคลทั่วไป มีคำอธิบายและตัวอย่างประกอบ สามารถฝึกทำเองที่บ้านได้ แต่ผู้ใช้ควรอ่านภาษาอังกฤษได้บ้างแล้ว<br><br>สนใจไฟล์ต้นฉบับ ติดต่อ เพจ ครูหนึ่ง อิงลิชชีวิตจริง

Keywords: อ่านภาษาอังกฤษ

การใช้ verb to be ในรูป อดีต-อนาคต “มีอาชีพอะไร” (1) แบบฝึ กหัดที่ 2.51 “พวกคุณเคยเป็นนักเรียนของฉัน” คําสั ่ง: จงแต่งประโยคตามที่กําหนดให้และเปลี่ยนให้อยู่ในรูปอดีตและอนาคต Page l 47 Forty-seven ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การฝึ กแบบที่1 ฉันเป็ น เคยเป็ น และจะเป็ นในอนาคตอย่างแน่นอน 1. ฉันเป็ นนักออแบบ ปัจจุบัน I am a designer. ฉันเป็นนักออกแบบ อดีต I was a designer. ฉันเคยเป็นนักออกแบบ (ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว) อนาคต I will bea designer. ฉันจะเป็นนักออกแบบ (จะเป็นอย่างแน่นอน) 2. ฉันเป็ นนักมายากล ปัจจุบัน ____________________________________________________________ อดีต ____________________________________________________________ อนาคต ____________________________________________________________ 3. ฉันไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ ปัจจุบัน I am not a teacher. ฉันเป็นครู อดีต I wasn’t a teacher. ฉันไม่เคยเป็นครู(ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว) อนาคต I won’t bea teacher. ฉันจะไม่เป็นครูในอนาคต (อย่างแน่นอน) 4. ฉันไม่ใช่เป็ นนักการเมือง ปัจจุบัน ____________________________________________________________ อดีต ____________________________________________________________ อนาคต ____________________________________________________________ 5. ฉันไม่ใช่สัตวแพทย์ ปัจจุบัน ____________________________________________________________ อดีต ____________________________________________________________ อนาคต ____________________________________________________________


การใช้ verb to be ในรูป อดีต-อนาคต “เป็นใคร+มีอาชีพอะไร” (2) แบบฝึ กหัดที่ 2.52 “เขาจะเป็นนักเขียนการ์ตูน” คําสั ่ง : จงแต่งประโยคตามที่กําหนดให้และเปลี่ยนให้อยู่ในรูปอดีตและอนาคต Page l 48 Forty-eight ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การฝึ กแบบที่2 เขาเป็ น เขาเคยเป็ น และเขาจะเป็ นในอนาคตอย่างแน่นอน 1. เขา (ญ) เป็ นพี่ เลียงเด็ก ้ ปัจจุบัน (เป็น) She is a baby sitter. เขา (ญ) เป็นพี่เลี้ยงเด็ก อดีต (เคยเป็น) She was a baby sitter. เขา (ญ) เคยพี่เลี้ยงเด็ก (ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว) อนาคต (จะเป็น) She will bea baby sitter. เขา (ญ) จะพี่เลี้ยงเด็ก(จะเป็นอย่างแน่นอน) 2. เขา (ญ) เป็ นนักเขียนการ์ตูน ปัจจุบัน (เป็น) ____________________________________________________________ อดีต (เคยเป็น) ____________________________________________________________ อนาคต (จะเป็น) ____________________________________________________________ 3. เขา (ญ) เป็ นนักจิตวิทยา ปัจจุบัน (เป็น) ____________________________________________________________ อดีต (เคยเป็น) ____________________________________________________________ อนาคต (จะเป็น) ____________________________________________________________ 4. เขา (ญ) ไม่ใช่ช่างภาพ (ปฏิเสธ) ปัจจุบัน (ไม่เป็น) She isn’t a photographer. เขา (ญ) ไม่ใช่ช่างภาพ อดีต (ไม่เคยเป็น) She wasn’t a photographer. เขา (ญ) ไม่เคยเป็นช่างภาพมาก่อน อนาคต (จะไม่เป็น) She won’t bea photographer. เขา (ญ) จะไม่เป็นช่างภาพ (อย่างแน่นอน) 5. เขา (ญ) ไม่ใช่จักษุแพทย์ ปัจจุบัน (ไม่เป็น) ____________________________________________________________ อดีต (ไม่เคยเป็น) ____________________________________________________________ อนาคต (จะไม่เป็น) ____________________________________________________________


การใช้ verb to be ในรูป อดีต-อนาคต “เป็นใคร+มีอาชีพอะไร” (3) แบบฝึ กหัดที่ 2.53 พวกเราไม่ใช่นักต้มตุ๋น คําสั ่ง : จงแต่งประโยคตามที่กําหนดให้และเปลี่ยนให้อยู่ในรูปอดีตและอนาคต Page l 49 Forty-nine ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การฝึ กแบบที่3 พวกเขาเป็ น เคยเป็ น และพวกเขาจะเป็ นในอนาคตอย่างแน่นอน 1. พวกเขาเป็ นนายพราน (ผู้ล่า) ปัจจุบัน (เป็น) They arehunters. พวกเขาเป็ นนายพราน อดีต (เคยเป็น) They werehunters. พวกเขาเคยเป็นนายพราน อนาคต (จะเป็น) They will behunters. พวกเขาจะได้เป็ นนายพราน (อย่างแน่นอน) 2. พวกเราเป็ นสถาปนิก ปัจจุบัน (เป็น) _____________________________________________________________ อดีต (เคยเป็น) _____________________________________________________________ อนาคต (จะเป็น) ____________________________________________________________ 3. พวกเขาเป็ นนักพนัน (แบบย่อ) ปัจจุบัน (เป็น) ____________________________________________________________ อดีต (เคยเป็น) ____________________________________________________________ อนาคต (จะเป็น) ____________________________________________________________ 4. พวกเราไม่ใช่นักต้มตุ๋น (แบบย่อ) ปัจจุบัน (ไม่เป็น) We aren’t swindlers. พวกเราไม่ใช่นักต้มตุ๋น อดีต (ไม่เคยเป็น) We weren’t swindlers. พวกเราไม่เคยเป็นนักต้มตุ๋น อนาคต (จะไม่เป็น) We won’t beswindlers. พวกเราจะไม่เป็นนักต้มตุ๋น (อย่างแน่นอน) 5. พวกเราไม่ใช่หัวขโมย (แบบเต็ม) ปัจจุบัน (ไม่เป็น) ____________________________________________________________ อดีต (ไม่เคยเป็น) ____________________________________________________________ อนาคต (จะไม่เป็น) ____________________________________________________________


การใช้ verb to be ในรูป อดีต-อนาคต “เป็นของใคร” (4) แบบฝึ กหัดที่ 2.54 “มันเคยเป็นบ้านของฉัน” คําสั ่ง : จงแต่งประโยคตามที่กําหนดให้และเปลี่ยนให้อยู่ในรูปอดีตและอนาคต Page l 50 Fifty ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การฝึ กแบบที่4 มันเป็ นของคุณใช่ไหม เคยเป็ นใช่ไหม และจะเป็ นใช่ไหม 1. มันเป็ นบ้านของคุณใช่ไหม? ปัจจุบัน (เป็นไหม) Is it your house? มันเป็ นบ้านของคุณใช่ไหม? อดีต (เคยเป็นไหม) Was it yourhouse? มันเคยเป็ นบ้านของคุณใช่ไหม? อนาคต (จะเป็นไหม) Will it beyour house? มันจะเป็ นบ้านของคุณใช่ไหม? 2. มันเป็ นโอกาสของคุณใช่ไหม? (chance) (คําถามแบบใช่ไหรือไม่) ปัจจุบัน (เป็นไหม) _____________________________________________________________ อดีต (เคยเป็นไหม) _____________________________________________________________ อนาคต (จะเป็นไหม) _____________________________________________________________ 3. พวกเขาเป็ นลูกจ้างของฉันใช่ไหม? (ประธาน 2+) ปัจจุบัน (เป็นไหม) Are they my employees? พวกเขาเป็ นลูกจ้างฉันใช่ไหม? อดีต (เคยเป็นไหม) Are they my employees? พวกเขาเคยเป็ นลูกจ้างฉันใช่ไหม? อนาคต (จะเป็นไหม) Will they be my employees? พวกเขาจะเป็ นลูกจ้างฉันใช่ไหม? 4. มันไม่ใช่เรื่ องของฉัน (สิ่งเดียว-ปฏิเสธ) (ใช้คําว่า business) ปัจจุบัน (ไม่เป็น) _____________________________________________________________ อดีต (ไม่เคยเป็น) _____________________________________________________________ อนาคต (จะไม่เป็น) _____________________________________________________________ 5. พวกมันไม่ใช่ควายของฉัน (หลายสิ่ง-ปฏิเสธ) ปัจจุบัน (ไม่เป็น) _____________________________________________________________ อดีต (ไม่เคยเป็น) _____________________________________________________________ อนาคต (จะไม่เป็น) _____________________________________________________________


การใช้ verb to be ในรูป อดีต-อนาคต “มีลักษณะอย่างไร” (5) แบบฝึ กหัดที่ 2.55 คุณตาของพวกเขาแข็งแรงไหม? คําสั ่ง : จงแต่งประโยคตามที่กําหนดให้และเปลี่ยนให้อยู่ในรูปอดีตและอนาคต Page l 51 Fifty-one ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การฝึ กแบบที่5 เขารวยไหม เขาเคยรวยไหม และเขาจะรวยไหม (มีลักษณะอย่างไร) 1. คุณตาของพวกเขาแข็งแรง (ประธานคนเดียว) ปัจจุบัน (เป็นไหม) Is their grandpa strong? คุณตาของพวกเขาแข็งแรงไหม? อดีต (เคยเป็นไหม) Was their grandpa strong? คุณตาของพวกเขาเคยแข็งแรงไหม? อนาคต (จะเป็นไหม) Will their grandpa bestrong? คุณตาของพวกเขาจะแข็งแรงไหม? 2. เขารวยมาก (ประธานคนเดียว) ปัจจุบัน (เป็นไหม) _____________________________________________________________ อดีต (เคยเป็นไหม) _____________________________________________________________ อนาคต (จะเป็นไหม) _____________________________________________________________ 3. แม่ของคุณสบายดี/ สุขภาพดี(fine) (ประธานคนเดียว) (แต่งประโยคบอกเลาก่อนจะง่ายขึ้น) ปัจจุบัน (เป็นไหม) _____________________________________________________________ อดีต (เคยเป็นไหม) _____________________________________________________________ อนาคต (จะเป็นไหม) _____________________________________________________________ 4. พวกเขายากจน ปัจจุบัน (เป็นไหม) Are they poor? พวกเขายากจนใช่ไหม? อดีต (เคยเป็นไหม) Were they poor? พวกเขาเคยจนมาก่อนใช่ไหม? อนาคต (จะเป็นไหม) Will they be poor? ในอนาคตพวกเขาจะยากจนใช่ไหม? 5. คุณอ้วน ปัจจุบัน (เป็นไหม) _____________________________________________________________ อดีต (เคยเป็นไหม) _____________________________________________________________ อนาคต (จะเป็นไหม) _____________________________________________________________


การใช้ verb to be ในรูป อดีต-อนาคต “อยู่ที่ไหน” (6) แบบฝึ กหัดที่ 2.56 มันเคยอยู่ที่นี่ คําสั ่ง : จงแต่งประโยคตามที่กําหนดให้และเปลี่ยนให้อยู่ในรูปอดีตและอนาคต Page l 52 Fifty-two ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การฝึ กแบบที่6 มันอยู่ที่ ที่ เคยอยู่ที่ นี่ และจะอยู่ที่ นีในอนาคต่ (อยู่ที่ไหน) 1. มันเป็ นของคุณใช่ไหม? (ประธานคนเดียว) ปัจจุบัน (อยู่ไหม) Is it here? มันอยู่ที่ใช่ไหม? อดีต (เคยอยู่ไหม) Was it here? มันเคยอยู่ที่ใช่ไหม? อนาคต (จะอยู่ไหม) Will it behere? มันจะอยู่ที่ใช่ไหม? 2. เขา (ช) อยู่บ้านไหม? (คนเดียว) ปัจจุบัน (อยู่ไหม) ____________________________________________________________ อดีต (เคยอยู่ไหม) ____________________________________________________________ อนาคต (จะอยู่ไหม) ____________________________________________________________ 3. นักเรียนคนนั้ นอยู่ในห้องเรียนไหม? (สิ่งเดียว) (แต่งประโยคบอกเลาก่อนจะง่ายขึ้น) ปัจจุบัน (อยู่ไหม) ____________________________________________________________ อดีต (เคยอยู่ไหม) ____________________________________________________________ อนาคต (จะอยู่ไหม) ____________________________________________________________ 4. คุณอยู่ในใจของฉัน (บอกเล่า) ปัจจุบัน (อยู่ไหม) ____________________________________________________________ อดีต (เคยอยู่ไหม) ____________________________________________________________ อนาคต (จะอยู่ไหม) ____________________________________________________________ 5. พวกเขาอยู่ในถํา้(บอกเล่า) ปัจจุบัน (อยู่) ____________________________________________________________ อดีต (เคยอยู่) ____________________________________________________________ อนาคต (จะอยู่) ____________________________________________________________


Part 3 Using to do การใช้ verb to do (เวิบ-ท- ู ด)ู “ใครทําอะไร” การใช้คํากริยาแท้, การใช้ do, does ในประโยคคําถาม-ปฏิเสธ, การเติม s, es, ies ในคํากริยา ............................................................................ “ทําอะไร แปลเหมือนไทย ใช้ ทูดู เวิร์ฟทูดู เป็นเวิร์ฟแท้ แปลว่า ทํา ถ้าไม่ทํา เป็น เวิร์ฟช่วย ช่วยแบบไหน ช่วยปฏิเสธ แปลว่า “ไม่” ไอ-ด้น-ลาย อีกนั้นไทร้ คือ คําถาม ความ เยซ-โนว” [ เวิร์ฟทูดู (verb to do), verb หมายถึง คํากริยา ]


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (1) ทําอะไร-แปลเหมือนไทย (1) คําชี้แจง : ประโยคที่เกี่ยวกับการกระทํา แบบที่ไม่ต้องมีกรรมและจําเป็นต้องมีกรรมในประโยค Page l 54 Fifty-four ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต โครงสร้างประโยคที่กล่าวถึงการกระทํานั้น มีหลายแบบ ดังนี้ แบบที่1 ประธาน+กริยา (ไม่มีกรรมก็สมบูรณ์) ประธาน กริยา แปล He smiles เขายิ้ม I work ฉันทํางาน A bird flies นกบิน My mother sings แม่ของฉันร้องเพง The cat sleeps แมวตัวนั้นนอน We jump พวกเรากระโดด They run พวกเขาวิ่ง แบบที่2 ประธาน+กริยา+กรรม (ต้องมีกรรมถึงจะสมบูรณ์) ประธาน กริยา กรรม แปล She goes to school เขา (ญ) ไปโรงเรียน We grow banana trees พวกเราปลูกกล้วย Her daughter do housework ลูกสาวของเขา (ญ) ทํางานบ้าน Our aunt watches TV ป้าของพวกเราดูทีวี The boy kills many worms เด็กชายคนนั้นฆ่าหนอนมากมาย They play football พวกเขาเล่นฟุตบอล The bird eats worms เป็ดตัวนั้นกินหนอน (หลายตัว)


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (2) ทําอะไร-แปลเหมือนไทย (2) คําชี้แจง : ประโยคที่เกี่ยวกับการกระทําและมีส่วนขยายที่บอกถึงความถี่ของการกระทํา Page l 55 Fifty-five ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต แบบที่ 3 ประธาน+กริยา+กรรม+ความถี่ (ระบุเวลาชัดเจน) ประธาน กริยา กรรม ความถี่ (%) แปล She goes to school every Sunday เขา (ญ) ไปโรงเรียนทุกวันอาทิตย์ We eat banana every week พวกเรากินกล้วยทุกสัปดาห์ Her daughter do housework every month ลูกสาวของเขา (ญ) ทํางานบ้านทุกเดือน Our aunt watches TV every weekend ป้าของพวกเราดูทีวีทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ The boy kills worms every 2 days เด็กชายคนนั้นฆ่าหนอนทุกๆสองวัน They play football every Friday พวกเขาเล่นฟุตบอลทุกวันศุกร์ แบบที่ 4 ประธาน+กริ ยา+กรรม+ความถี่ (ไม่ระบุเวลาโดยประมาณ คิดเป็น %) ประธาน ความถี่ (%) กริยา กรรม แปล She always goes to school เขา (ญ) ไปโรงเรียนเป็ นประจํา We sometimes eat banana พวกเรากินกล้วยเป็ นบางครั้ ง Her daughter often do housework ลูกสาวของเขา (ญ) ทํางานบ้านบ่อยๆ Our aunt rarely watches TV ป้าของพวกเราแทบจะไม่ดูทีวี The boy seldom kills ants เด็กชายคนนั้นฆ่ามดนานๆที They usually play football พวกเขาเล่นฟุตบอลบ่อยๆ We normally drink juice พวกเราดื่มนํ้าผลไม้เป็ นปกติ หมายเหตุตําแหน่งของคําที่บอกความถี่โดยประมาณนั้น สามารถวางได้หลายที่ มีตัวอย่างให้ศึกษาในส่วนถัดไปนะคะ


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (3) ทําอะไร-แปลเหมือนไทย (3) คําชี้แจง : ประโยคที่เกี่ยวกับการกระทําปละมีส่วนขยายความหลายแบบ Page l 56 Fifty-six ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต แบบที่ 5 ประธาน+กริยา+กรรม+ส่วนขยาย/ ส่วนเติมเต็ม No. ใคร ทําอะไร ทําต่ออะไร กับใคร, ที่ ไหน, อย่างไร, เมื่ อไหร่ 1 A bird flies - away นก บิน - ไปที่อื่น (อย่างไร) 2 He works happily เขา (ช) ทํางาน - อย่างมีความสุข (อย่างไร) 3 My cat eats fish every week แมวของฉัน กิน ปลา ทุกสัปดาห์(บ่อยแค่ไหน) 4 The teacher punishes a student in the morning ครูคนนั้น ลงโทษ นักเรียนคนหนึ่ง ในตอนเช้า (เมื่อไหร่) 5 Your father drives a car carefully พ่อของคุณ ขับ รถ อย่างระมัดระวัง (อย่างไร) 6 We go to a market with mother พวกเรา ไป ตลาด (แห่งหนึ่ง) กับแม่ (กับใคร) 7 My mother cooks - every day แม่ของฉัน ทําอาหาร - ทุกวัน (บ่อยแค่ไหน) 8 They exercise - always พวกเขา ออกกําลังกาย - อย่างสมํ่าเสมอ(บ่อยแค่ไหน %) 9 I drink milk in the morning every day ฉัน ดื่ม นม ในตอนเช้า ทุกวัน (บ่อยแค่ไหน) 10 The chickens eat worms filthily ไก่พวกนั้น กิน หนอน อย่างมูมมาม (อย่างไร) สามารถเพิ่มความถี่แบบระบุชัดเจนหรือโดยประมาณพร้อมกันทั้ง 2 แบบ ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความหมาย นะจ๊ะ


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (4) การเต ิ ม s, es, ies ในคํากริ ยา คําชี้แจง : หลักการเติม s, es, ies ในคํากริยาก็เหมือนหลักการในคํานาม แต่ใช้ต่างกัน Page l 57 Fifty-seven ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต ในการสร้างประโยคบอกเล่า ที่ประกอบด้วย คํากริยาแท้ หรือ Verb นั้น หากประธานของประโยค เป็นรูปเอกพจน์ (มีคนเดียว ยกเว้น I ) คํากริยาจะต้องเติม s, es, ies ตามหลัการ ดังนี้ คํากริยาที่ลงท้ายด้วย s, ss, ch, sh, x, o เติม es เช่น Dang goes to the post office. (แดงไปยังทําการไปรษณีย์) The tutor teaches Math after school. (ครูสอนพิเศษคนนั้นสอนเลขหลังเลิกเรียน) The boy boxes the thief bravely. (เด็กชายคนนั้นชกหัวขโมยอย่างกล้าหาญ) He fishes on the bridge. (เขาตกปลาบนสะพาน) คํากริยาที่ลงท้ายด้วย y และหน้า y เป็นพยัญชนะ เปลี่ยน y เป็น iแล้วเติม es เช่น She studies in the United States of America. (เขาเรียนในสหรัฐอเมริกา) The baby always criesat midnight. (เด็กทารกคนนั้นมักจะร้องไห้ตอนเที่ยงคืน) My mom dries bananas every day. (แม่ของฉันตากล้วยทุกวัน) The chef fries some chicken. (พ่อครัวคนนั้นทอดไก่อยู่ในครัว) 3. คํากริยาที่ลงท้ายด้วย y ซึ่งหน้า y มีสระ a, e, i, o, u ให้เติม s ได้เลย เช่น The boy plays guitar every day. (เด็กชายคนนั้นเล่นกีตาร์ทุกวัน) My mom buys many things in the shop. (แม่ของฉันซื้อของหลายอย่างในร้านแห่งนั้น) His grandma prays in the temple every week. (ยายของเขาสวดมันต์ที่วัดนั้นทุกสัปดาห์) 4. คํากริยาที่ลงท้ายด้วย eและที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะอื่นๆ เติม s ได้เลย เช่น He wants some sugar. (เขา (ญ) ต้องการนํ้าตาล) She wants to go to the beach. (เขา (ญ) ต้องอยากไปชายหาด) The officer comes late. (เขา (ญ) เจ้าหน้าที่คนนั้นมาสาย) The deer eatscorns. (กวางตัวนั้นกินเข้าโพด)


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (5) แบบฝึ กหัดที่ 3.11 “พวกเราชอบหมา” (ประธาน 2+) คําสั ่ง : จงแปลความหมายของประโยคที่กําหนดให้ Page l 58 Fifty-eight ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การฝึ กแบบที่1 แบบที่ มี “ประธาน” ตั้ งแต่ 2 คนขึนไปและ ้ I, You, We, They 1. I drivea car. (โดยปกติ) แปล: ฉันขับรถ (เรียงเหมือนภาษาไทย ใช้ได้ประมาณ 80%) 2. I cook. แปล: ___________________________________________ 3. I sell books. แปล: ___________________________________________ 4. I clean my room. แปล: ___________________________________________ 5. You walk to school. แปล: ___________________________________________ 6. You buy a new car. แปล: ___________________________________________ 7. You do Yoga. แปล: ___________________________________________ 8. You play tennis. แปล: ___________________________________________ 9. We study Thai. แปล: ___________________________________________ 10. We swim. แปล: ___________________________________________ 11. We like dogs.** (สอนเรื่อง like) แปล: ___________________________________________ 12. We reada newspaper. แปล: ___________________________________________ 13. They build pools. แปล: ___________________________________________ 14. They fix the computer. แปล: ___________________________________________ 15. They look at me. แปล: ___________________________________________ 16. They grow rice. แปล: ___________________________________________ 17. My sisters do housework. แปล: ___________________________________________ 18. The tourists speak Japanese. แปล: ___________________________________________ 19. The students feed cats. แปล: ___________________________________________ 20. The elephants draw a picture. แปล: ___________________________________________


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (6) แบบฝึ กหัดที่ 3.12 “เขาขี่ม้า” (ประธานคนเดียว) คําสั ่ง : จงแปลความหมายของประโยคที่กําหนดให้ Page l 59 Fifty-nine ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การฝึ กแบบที่2 แบบที่ มี “ประธาน” คนเดียว และ He, She, It 1. She collects stamps. แปล: เขา (ญ) สะสมแสตมป์ (อย่าลืมเติม s, es, ies ที่คํากริยา) 2. She dries bananas. แปล: ___________________________________________ 3. He fries some pork. แปล: ___________________________________________ 4. She washes her clothes. แปล: ___________________________________________ 5. The pilot flies. แปล: ___________________________________________ 6. His son listens to the music. แปล: ___________________________________________ 7. Her nephew flies a kite. แปล: ___________________________________________ 8. He dives alone. แปล: ___________________________________________ 9. The boxer boxes the opponent. แปล: ___________________________________________ 10. My niece bakes a cake. แปล: __________________________________________ 11. ลิงตัวนั้นชอบเนื้อมะพร้าว แปล: The monkey likes coconut meat. (อย่าลืมเติม s, es, ies) 12. เขา (ญ) ล้างจาน แปล: ___________________________________________ 13. ทนายความคนนั้นไปศาล แปล: ___________________________________________ 14. สิงโตตัวนั้นกัดกระต่ายหลายตัว แปล: ___________________________________________ 15. มันกินแครอท แปล: ___________________________________________ 16. น้องชายของผมดื่มชาเขียว แปล: ___________________________________________ 17. แม่ไก่ตัวนั้นเลี้ยงลูกไก่มากมาย แปล: ___________________________________________ 18. เด็กคนนั้นขายขวดพลาสติก แปล: ___________________________________________ 19. ลูกหมูตัวนั้นขุดดิน แปล: ___________________________________________ 20. นักงานคนนั้นเช็ดกระจก แปล: ___________________________________________


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (7) แบบฝึ กหัดที่ 3.13 ปกติฉันไม่ดื่มเหล้า (ประธาน 2+ คนขึ้นไป) คําสั ่ง : จงแปลความหมายของประโยคที่กําหนดให้ Page l 60 Sixty ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การฝึ กแบบที่3 ประโยคปฏิเสธแบบที่ มีประธาน 2+ คนขึนไป ้(ใช้ do not/ don’t) 1. I don’t drink alcohol. แปล: เขา (ญ) ไม่ดื่ มกาแฟ (เป็นปกติ) 2. They don’t speak English. แปล: ___________________________________________ 3. We don’t like snakes. แปล: ___________________________________________ 4. I do not feel good. แปล: ___________________________________________ 5. Dears don’t eat meat. แปล: ___________________________________________ 6. They don’t touch dogs. แปล: ___________________________________________ 7. We don’t have parents. แปล: ___________________________________________ 8. I do not smoke. (แบบเต็ม) แปล: ___________________________________________ 9. I don’t do that at all. แปล: ___________________________________________ 10. You don’t have homework. แปล: ___________________________________________ 11. เต่าไม่วิ่ง (โดยปกติ) แปล: Turtles don’t run. 12. กระต่ายไม่กินปลา (โดยปกติ) แปล: ___________________________________________ 13. ปลาฉลามไม่กินพืช (โดยปกติ) แปล: ___________________________________________ 14. ผมไม่ดื่มนํ้าเต้าหู้ แปล: ___________________________________________ 15. นักเรียนเหล่านั้นไม่เรียนภาษาญี่ปุ่น แปล: ___________________________________________ 16. พวกเขาไม่ไปพบแพทย์(ไปหาหมอ) แปล: ___________________________________________ 17. พวกท่านไม่คุยกันกันเลย แปล: ___________________________________________ 18. พวกเราไม่เล่นการพนัน (gamble) แปล: ___________________________________________ 19. พระสงฆ์ไม่ฉันมื้อเย็น (ทุกรูป) แปล: ___________________________________________ 20. เด็กๆเหล่านั้นไม่ชอบคณิตศาสตร์แปล: ___________________________________________


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (8) แบบฝึ กหัดที่ 3.14 “ปกติเขาไม่กินเนื้อ” (ประธานคนเดียว) คําสั ่ง : จงแปลความหมายของประโยคที่กําหนดให้ Page l 61 Sixty-one ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การฝึ กแบบที่4 ประโยคปฏิเสธแบบที่ มีประธาน 2+ คนขึนไป ้(ใช้ does not/ doesn’t) 1. She does not drink coffee. แปล: เขาไม่ดื่มกาแฟ (เป็นปกติ) 2. Manee doesn’t speak Thai. แปล: ___________________________________________ 3. The boy doesn’t eat meat. แปล: ___________________________________________ 4. She doesn’t feed any cats. แปล: ___________________________________________ 5. The student doesn’t eat pork. แปล: ___________________________________________ 6. The girl doesn’t have any toys. แปล: ___________________________________________ 7. He doesn’t do any sports. แปล: ___________________________________________ 8. It doesn’t sleep here. แปล: ___________________________________________ 9. Your bird doesn’t like me. แปล: ___________________________________________ 10. Your son doesn’t do homework. แปล: ___________________________________________ 11. หอยทากตัวนั้นไม่ขยับเลย แปล: The snail does not move. (แบบเต็ม) 12. เด็กชายคนนั้นไม่รดนํ้าต้นไม้ แปล: ___________________________________________ 13. เขา (ญ) ไม่ได้อาศัยอยู่ที่เมืองไทย แปล: ___________________________________________ 14. นกแก้วตัวนั้นไม่พูดเลย แปล: ___________________________________________ 15. มันไม่ทํางาน แปล: ___________________________________________ 16. มันไม่เห็นชอบนํ้า แปล: ___________________________________________ 17. เขา (ญ) ไม่คุยกับฉันเลย แปล: ___________________________________________ 18. พ่อของฉันไม่เล่นการพนัน (gamble) แปล: ___________________________________________ 19. ลุงของฉันไม่ทําดื่มเหล้า (โดยปกติ) แปล: ___________________________________________ 20. ภารโรงคนนั้นไม่ล็อคประตู แปล: ___________________________________________


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (9) ทําอะไร+ กับใคร ที่ไหน อย่างไรเมื่อไหร่ คําชี้แจง : ตัวอย่างการแต่งประโยคที่ใช้คํากริยาและมีส่วนขยายหลายแบบ Page l 62 Sixty-two ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต Example 1 She eats noodles. เขา (ญ) กินก๋วยเตี๋ ยว (ลองแปลเองนะคะ) ใคร She ทําอะไร She eatsnoodles. (ปกติเป็นคนที่กินก๋วยเตี๋ยวอยู่แล้ว) ทํากับใคร She eatsnoodles with mother. ทําที่ไหน She eatsnoodles at home. ทําอย่างไร She eatsnoodles hungrily. (ใช้ adverbอธิบายลักษณะของการกระทํา) ทําเมื่อไหร่ She eatsnoodles in the afternoon. รวม She eatsnoodles with mother at home hungrily. Example 2 They don’t play football. พวกเขาเล่นฟุตบอล (ลองแปลเองนะคะ ) ใคร They ทําอะไร They don’t play football. ทํากับใคร Theydon’t play football with us. ทําที่ไหน They don’t play football on the road. ทําอย่างไร They don’t play football carelessly. (ใช้ adverbอธิบายลักษณะของการกระทํา) ทําเมื่อไหร่ They don’t play football in the evening. รวม They don’t play football on the road in the evening carelessly. Example 3 My mom doesn’t cook. แม่ของฉันไม่ทําอาหาร ใคร My mom ทําอะไร My mom doesn’tcook. (เมื่อใช้ to do มาช่วยแล้ว คํากริยาจะอยู่ในรูปเดิมเสมอ) ทํากับใคร My mom doesn’tcook with me. ทําที่ไหน My mom doesn’tcook at home. ทําอย่างไร My mom doesn’tcook quickly. ทําเมื่อไหร่ My mom doesn’tcook today. รวม My mom doesn’tcook at home quickly today. (รวมอะไรกับอะไรก็ได้)


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (10) แบบฝึ กหัดที่ 3.15 ทําอะไร+กับใคร +ที่ไหน +เมื่อไหร่ คําสั ่ง : จงแปลความหมายของประโยคที่กําหนดให้ Page l 63 Sixty-three ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การฝึ กแบบที่6 แบบที่ มีการเพิ่ มส่วนขยายว่า ทํากับใคร ที่ ไหน อย่างไร เมื่ อไหร่ 1. He rides a horse with friends in the camp every Saturday. แปล: เขา (ช) ขี่ม้ากับเพื่อนๆในค่ายพักแรมทุกวันเสาร์ (จะมีส่วนเติมเต็มกี่แบบก็ได้) 2. I play badminton with sisters in Bangkok on weekend. แปล: _____________________________________________________________________ 3. He usually travels alone on his vocation. แปล: _____________________________________________________________________ 4. We always have spaghetti together on Sunday morning. แปล: _____________________________________________________________________ 5. They want to go to Japan for diving in Summer. (อยากจะ) แปล: _____________________________________________________________________ 6. His brothers loveto drink together on Friday night. แปล: _____________________________________________________________________ 7. The gunner often practices shooting in the forest. แปล: _____________________________________________________________________ 8. We prepare books for sending every day. แปล: _____________________________________________________________________ 9. I always learn English on youtube channels myself. แปล: _____________________________________________________________________ 10. We sometimes speak Chinese with customers. แปล: _____________________________________________________________________


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (11) แบบฝึ กหัดที่ 3.16 ทําอะไร+อย่างไร คําสั ่ง : จงแปลความหมายของประโยคที่กําหนดให้ Page l 64 Sixty-four ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การฝึ กแบบที่7 แบบที่ มีการเพิ่ มส่วนขยายว่า ทําอย่างไร (ใช้ adverb of manner) 1. He always drives a car carelessly. แปล: เขาขับรถโดยประมาทอยู่เป็นประจํา (พิจารณาความหมายจากความถี่ %) 2. We speak English confidently. แปล: _____________________________________________________________________ 3. She eats hamburger greedily. แปล: _____________________________________________________________________ 4. They talk to the tourists angrily. แปล: _____________________________________________________________________ 5. The players play joyously. แปล: _____________________________________________________________________ 6. He always speaks very fast. แปล: _____________________________________________________________________ 7. It barks them loudly. แปล: _____________________________________________________________________ 8. The cleaner cleans the toilet quickly. แปล: _____________________________________________________________________ 9. Your secretary does report clearly. แปล: _____________________________________________________________________ 10. The male nurse boxes the thief bravely. แปล: _____________________________________________________________________


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (12) ทําอะไร-แปลเหมือนไทย “ทําอะไร+บ่อยแค่ไหน” คําชี้แจง : มารู้จักกับ Adverb ที่ใช้บอกความถี่ของการกระทําโดยการประมาณ คิดเป็น (%) Page l 65 Sixty-five ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต คําที่ แสดงความถี่ (Frequency) Frequency Reading % Meaning always ออลซ์-เวย์ซ์ 100 เสมอ, ตลอดเวลา regularly เรค-กู-ลา-ลิ 100 บ่อยๆ, เสมอๆ, เป็นประจํา generally เจน-เนอ-รอล-ลิ 80 โดยทั่วไป, ส่วนใหญ่ usually ยูช-ชัว-ลิ 80 โดยปกติ normally นอ-มอล-ลิ 80 โดยปกติ, โดยธรรมดา often ออฟ-เทน 50 บ่อยๆ, เสมอๆ, เป็นประจํา sometimes ชัม-ทามซ์ 20 บางเวลา occasionally ออค-เคซ-ชัน-นอล-ลิ 20 บางครั้งบางคราว seldom แซล-ดอม 10 แทบจะไม่ never เนฟ-เฟอะ 0 ไม่เคย ตัวอย่างประโยคที่ มีการระบุความถี่ โดยประมาณ (%) 1. She always gets up at 6 a.m. เขา (ญ) ตื่นนอนตอน 6 โมงเช้าเป็นประจํา 2. He usually goes to the lake on Sunday. เขา (ช) ไปทะเลสาปในวันอาทิตย์บ่อยๆ 3. We sometimes drink together. พวกเราดื่ม (เหล้า) ด้วยกันในบางครั้ง 4. They occasionally walk to work. บางครั้ง พวกเขาเดินไปทํางาน 5. I often surf the internet after work. ฉันมักจะท่องอินเทอร์เน็ตหลังเลิกงาน 6. I never smoke. ฉันไม่เคยสูบบุหรี่


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (13) แบบฝึ กหัดที่ 3.17 ทําอะไร +บ่อยแค่ไหน คําสั ่ง : การบอกความถี่ของการกระทําทั้งแบบระบุเวลาและโดยการประมาณ Page l 66 Sixty-six ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การฝึ กแบบที่8 แบบที่ มีมีการระบุความถี่โดยการบอกเวลาชัดเจน 1. She rides a horse every Saturday. แปล: เขา (ญ) ขี่ม้าทุกวันเสาร์ 2. She works hard every day. แปล: ____________________________________________ 3. He drinksevery Friday night. แปล: ____________________________________________ 4. He washes clothes every week. แปล: ____________________________________________ 5. We don’t cook every weekend. แปล: ____________________________________________ การฝึ กแบบที่4 แบบที่ มีการระบุความถี่โดยการประมาณ always 100%, usually 90%, normally / generally 80%, often* / frequently 70% sometimes 50%, occasionally30%, seldom 10%, hardly ever / rarely5%, never 0% 1. She always eats pizza with friends.แปล: เขา (ญ) กินพิซซ่ากับเพื่อนเป็ นประจํา 2. I sometimes swim in the river. แปล: ____________________________________________ 3. They usually play tennis together. แปล: ____________________________________________ 4. My brother often does housework. แปล: ____________________________________________ 5. Henormally goes to the gym. แปล: ____________________________________________ 6. I oftensurf the internet. แปล: ____________________________________________ 7. I nevereat insects. แปล: ____________________________________________ 8. I seldom read that newspaper. แปล: ____________________________________________ 9. Weoccasionally eat junk food. แปล: ____________________________________________ 10. I always go to bed before 11 p.m.แปล: ____________________________________________


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (14) จะทํา, ควรทํา, ต้องทํา, อาจจะทํา, กล้าทํา, เคยทํา คําชี้แจง : กลุ่มคํากริยาช่วยในภาษาอังกฤษที่จําเป็นต้องทราบ Page l 67 Sixty-seven ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต กริยาช่วย (Auxiliary Verbs/ Helping Verbs) ในภาษาอังกฤษ มีการใช้กริยาช่วย Auxiliary Verbs หรือ Helping Verbsซึ่งมีทั้งหมด 24 ตัว ดังนี้is, am, are, was, were, have, has, had, do, does, did, will, would, shall, should, can, could, may, might, must, need, dare, ought to, use to ซึ่งที่ผ่านมา ได้มีการเรียนกริยาช่วยบางคํามาแล้ว ดังนั้น ในบทนี้ จะขอกล่าวถึงเฉพาะคําที่ยังไม่เคย เรียน นะคะ No. Auxiliary Verbs Reading Meaning 1 will วิล จะ 2 would วูด จะ (อดีตของ willและใช้ในเรื่องสําสมมุติ 3 shall แชล จะ (คําโบราณ) 4 should ชู๊ด ควร 5 can แคน สามารถ 6 could คู๊ด สามารถ (อดีตของ canและใช้ในเรื่องสําสมมุติ) 7 may เมย์ อาจจะ 8 might ไมท์ อาจจะ (อดีตของ mayและใช้ในเรื่องสําสมมุติ) 9 must มัซท์ ต้อง 10 need นีด ต้องการ 11 dare แดร์ กล้า, ท้า 12 ought to ออท-ทู ควรจะ 13 used to ยูซ-ทู เคย


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (15) จะทํา, ควรทํา, ต้องทํา, อาจจะทํา, กล้าทํา (3) คําชี้แจง : คํากริยาช่วยในภาษาอังกฤษ ทั้งรูปบอกเล่าและปฏิเสธ Page l 68 Sixty-eight ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต รูปปฏิเสธของกริยาช่วยทั้ ง 24 ตัว No. รูปปกติ รูปปฏิเสธ รูปปฏิเสธแบบย่อ ความหมาย 1 is (‘s) is not (‘s not) isn’t เป็น อยู่ คือ (ปัจจุบัน) 2 am (‘m) am not (‘m not) ไม่มีรูปย่อ เป็น อยู่ คือ (ปัจจุบัน) 3 are (‘re) are (‘re not) aren’t เป็น อยู่ คือ (ปัจจุบัน) 4 was was not wasn’t เป็น อยู่ คือ (อดีต) 5 were were not weren’t เป็น อยู่ คือ (อดีต) 6 do do not don’t ทํา (ปัจจุบัน) 7 does does not doesn’t ทํา (ปัจจุบัน) 8 did did not didn’t ทํา (อดีต) 9 have (‘ve) have not haven’t มี (ปัจจุบัน) 10 has (‘s) has not hasn’t มี (ปัจจุบัน) 11 had (‘d) had not hadn’t มี (อดีต) 12 can cannot can’t สามารถ (ปัจจุบัน) 13 could could not couldn’t สามารถ (อดีต) 14 may may not mayn’t อาจจะ (ปัจจุบัน) 15 might might not mightn’t อาจจะ (ปัจจุบัน) 16 will (‘ll) will not won’t จะ (ปัจจุบัน) 17 would (‘d) would not wouldn’t จะ (พูดถึงอดีตและเรื่องสมมุติ) 18 shall shall not shan’t จะ (กล่าวในปัจจุบัน) 19 should should not shouldn’t ควรจะ (กล่าวในปัจจุบัน) 20 must must not mustn’t ต้อง (กล่าวในปัจจุบัน) 21 ought to ought not to oughtn’t สามารถ (กล่าวในปัจจุบัน) 22 need to need not needn’t จําเป็นต้อง (กล่าวในปัจจุบัน) 23 dare dare not daren’t กล้า (กล่าวในปัจจุบัน) 24 used to used not usedn’t เคย (กล่าวในปัจจุบัน)


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (16) แบบฝึ กหัดที่ 3.18 จะทํา, ควรทํา, ต้องทํา (1) คําสั ่ง : จงแปลความหมายของประโยคที่กําหนดให้ ให้ถูกต้อง Page l 69 Sixty-nine ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต ตัวอย่างการใช้คํากริยาช่วยต่างๆ ปกติทํา They drink milk before bed. แปล: ปกติพวกเขาดื่มนมก่อนนอน จะทํา They will drink milk before bed. แปล: ________________________________ จะทํา (อดีต) They would drink milk before bed. แปล: ________________________________ ทําได้ They can drink milk before bed. แปล: ________________________________ ควรทํา (อดีต) They could drink milk before bed. แปล: ________________________________ จะทํา They shall drink milk before bed. แปล: ________________________________ ควรทํา They should drink milk before bed. แปล: ________________________________ อาจจะทํา They may drink milk before bed. แปล: ________________________________ อาจจะทํา (อดีต)They might drink milk before bed. แปล: ________________________________ กล้าทํา They dare to drink milk before bed. แปล: ________________________________ เคยทํา They used to drink milk before bed. แปล: ________________________________ ต้องทํา They must drink milk before bed. แปล: ________________________________ ต้องทํา They have to drink milk before bed. แปล: ________________________________ จําเป็นต้องทํา They need to drink milk before bed. แปล: ________________________________ อยากทํา They want to drink milk before bed. แปล: ________________________________ ชอบทํา They like to drink milk before bed. แปล: ________________________________ คําว่า dare/ dare to, บางตําราบอกว่า ไม่ใช่กริยาช่วย เพราะสามารใช้แบบที่เป็นกริยาแท้ได้ กล่าวคือ สามารถ ใช้ to do มาช่วยในรูปปฏิเสธและคําถามได้ เช่น Doyoudareto swim across the river? / No, I don’t dareto swim. ส่วนคําว่า have/ has/ had to, need to, want to, like to นั้น ไม่ใช่กริยาช่วยแต่อย่างใด แต่จากการวิเคราะห์ โดยส่วนตัวพบว่า มีการวางตําแหน่งเดียวกัน และสามารถแปลความหมายในทิศทางเดียวกันได้ จึงนํามาให้ฝึกกันนั่นเอง


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (17) แบบฝึ กหัดที่ 3.19 จะทํา, ควรทํา, ต้องทํา (2) คําสั ่ง : จงแต่งประโยคด้วยกริยาช่วยต่างๆ พร้อมแปลความหมายให้ถูกต้อง Page l 70 Seventy ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต ลองฝึ กแต่งประโยคที่ ใช้คํากริยาช่วยต่างๆกันดูนะคะ Normally He plays guitar. ปกติเขาเล่นกีตาร์(หลังจากใช้กริยาช่วยแล้ว ไม่ต้องเติม s, es, ies นะคะ) willจะทํา He will play guitar. เขาจะเล่นกีตาร์ wouldจะทํา __________________________________________________________________ can ทําได้ __________________________________________________________________ could ควรทํา __________________________________________________________________ shallจะทํา __________________________________________________________________ should ควรทํา __________________________________________________________________ may อาจจะทํา __________________________________________________________________ might อาจจะทํา __________________________________________________________________ dare กล้าทํา __________________________________________________________________ used to __________________________________________________________________ must ต้องทํา __________________________________________________________________ เหล่านีไม่ใช่กริยาช่วย เวลาใช้ต้องใช้เหมือนกริยาแท้ ้(เติม s, es, ies กับประธานคนเดียว) has to ต้องทํา __________________________________________________________________ needs to จําเป็นต้องทํา ______________________________________________________________ wants to ยากทํา __________________________________________________________________ likes toชอบทํา __________________________________________________________________


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (18) แบบฝึ กหัดที่ 3.20 จะทํา, ควรทํา, ต้องทํา (3) คําสั ่ง : จงแต่งประโยคด้วยกริยาช่วยต่างๆ พร้อมแปลความหมายให้ถูกต้อง Page l 71 Seventy-one ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต ลองฝึ กแต่งประโยคที่ ใช้คํากริยาช่วยต่างๆกันดูนะคะ Normally They exercisetogether every day. (พวกเขาออกกําลังกายทุกวัน) willจะทํา __________________________________________________________________ wouldจะทํา __________________________________________________________________ can ทําได้ __________________________________________________________________ could ควรทํา __________________________________________________________________ shallจะทํา __________________________________________________________________ should ควรทํา __________________________________________________________________ may อาจจะทํา __________________________________________________________________ might อาจจะทํา __________________________________________________________________ dare กล้าทํา __________________________________________________________________ used to __________________________________________________________________ must ต้องทํา __________________________________________________________________ เหล่านีไม่ใช่กริยาช่วย เวลาใช้ต้องใช้เหมือนกริยาแท้ ้(เติม s, es, ies กับประธานคนเดียว) have to ต้องทํา __________________________________________________________________ need to จําเป็นต้องทํา _______________________________________________________________ want to ยากทํา __________________________________________________________________ like to ชอบทํา __________________________________________________________________


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร แปลเหมือนไทย” (19) แบบฝึ กหัดที่ 3.21 คําถามแบบใช่หรือไม่ของกริยาช่วย คําสั ่ง : จงแปลความหมายของประโยคที่กําหนดให้ ให้ถูกต้อง Page l 72 Seventy-two ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต ตัวอย่างประโยคปฏิเสธที่ ประกอบด้วยกริยาช่วย 1. I maynot go out with you tonight. แปล: ฉันอาจจะไปกับคุณไม่ได้ในคืนนี้ 2. She Couldtell me the truth if she wanted. (อดีตของ can) แปล: _____________________________________________________________________ 3. She Couldtell me the truth if she wanted. (อดีตของ can) แปล: _____________________________________________________________________ 4. Wouldyou tell me your number please? แปล: _____________________________________________________________________ 5. Canyou swim across in river? แปล: _____________________________________________________________________ 6. ShouldI go home now? แปล: _____________________________________________________________________ 7. Canyou tell me something? แปล: _____________________________________________________________________ 8. Wouldyou likesome coffee or tea? (would like = want) แปล: _____________________________________________________________________ 9. Do I must/ have to see a doctor right now? แปล: _____________________________________________________________________ 10. Do you dare to fight them? แปล: _____________________________________________________________________


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร แปลเหมือนไทย” (20) แบบฝึ กหัดที่ 3.22 คําถามแบบใช่หรือไม่ของกริยาช่วย คําสั ่ง : จงแปลความหมายของประโยคที่กําหนดให้ ให้ถูกต้อง Page l 73 Seventy-three ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต ตัวอย่างประโยคคําถามแบบใช่หรือไม่ ที่ ประกอบด้วยกริยาช่วย 1. May I come in please? (May I ส่วนใหญ่ใช้ในการขอ ร้องขอ และขออนุญาต) แปล: ขออนุญาตเข้าไปข้างในนะครับผม 2. CouldI borrow you some money please? แปล: _____________________________________________________________________ 3. Will you come here? แปล: _____________________________________________________________________ 4. Wouldyou tell me your number please? แปล: _____________________________________________________________________ 5. Canyou swim across in river? แปล: _____________________________________________________________________ 6. ShouldI go home now? แปล: _____________________________________________________________________ 7. Canyou tell me something? แปล: _____________________________________________________________________ 8. Wouldyou likesome coffee or tea? (would like = want) แปล: _____________________________________________________________________ 9. Do I must/ have to see a doctor right now? แปล: _____________________________________________________________________ 10. Do you dare to fight them? แปล: _____________________________________________________________________


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (21) แบบฝึ กหัดที่ 3.23 อาจจะเป็น, สามารถเป็น, ควรเป็น คําสั ่ง : จงแต่งประโยคคําถาม พร้อมกับแปลความหมายให้ถูกต้อง Page l 74 Seventy-four ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต ตัวอย่างประโยคที่ ใช้กริยาช่วยอื่ นๆ ร่วมกับ Verb to be 1. Will be They will bestronger. (จะเป็นเช่นนั้น) __________________________________________________________________ 2. Would be We would be happy if you came here. (จะเป็น, ในอดีต, เรื่องเล่า) __________________________________________________________________ 3. Can be You can be my assistant if you want. (สามารถที่จะ) __________________________________________________________________ 4. Could be She could bea doctor if she studied harder. (สามารถที่จะเป็น, ในอดีต, เรื่องเล่า) __________________________________________________________________ 5. Should be You should bein the classroom right now. (ควรจะ) __________________________________________________________________ 6. May be We may be late for the meeting. (อาจจะ) __________________________________________________________________ 7. Might be It might be very expensive. (คาดเดาว่าน่าจะ) __________________________________________________________________ 8. Dare to be I dare to becloser the monster. (กล้าที่จะเป็นเช่นนั้น) __________________________________________________________________ 9. Must be I must be more confident to speak English. (ต้องเป็นเช่นนั้น) _________________________________________________________________ 10. Used to be My grandma used to bea nurse in this hospital. (เคยเป็นเช่นนั้น) _________________________________________________________________


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (22) คําถาม ทําอะไร กับใคร ที่ไหน อย่างไรเมื่อไหร่ คําชี้แจง : ตัวอย่างการแต่งประโยคที่ใช้คํากริยาและมีส่วนขยายหลายแบบ Page l 75 Seventy-five ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การแต่งประโยคคําถามที่ พูดถึงการกระทํา (คํากริยา) ในการสร้างประโยคคําถาม ที่ประกอบด้วย คํากริยา หรือ Verb ทั้งแบบต้องตอบใช่หรือไม่ (Yes/ No Question) และแบบที่ต้องตอบเป็นประโยค ซึ่งประกอบด้วยคําเหล่านี้ What, When Why, Who, Where, How, Which นั้น ก็ จะต้องใช้ Verb to do เข้ามาช่วย โดยต้องพิจารณาว่า มี“ประธาน” ในประโยคกี่คน/ กี่สิ่ง หรือ เป็นแบบเอกพจน์หรือ พหูพจน์ จากนั้นค่อยเลือกใช้ Do/ Does มาช่วย ซึ่งมีวิธีการฝึกสร้างประโยคง่ายๆ ดังนี้ ขั้ นที่1 สร้างประโยคบอกเล่า ขั้ นที่2 เติม Do/ Doesข้างหน้าประโยคบอกเล่า (ขึ้นอยู่กับประธาน) กลายเป็นคําถามแบบใช่หรือไม่ ขั้ นที่3 เติม What, When Why, Who, Where, How, Which ด้านหน้าประโยคขั้นที่ 2 Example 1 (ประธานคนเดียว) ขั้ นที่1 Hefeeds many cats. เขา (ช) เลี้ยงแมวมากมาย ขั้ นที่2 Does hefeed many cats? เขา (ช) เลี้ยงแมวมากมายใช่ไหม? ขั้ นที่3 Where does hefeed many cats? เขา (ช) เลี้ยงแมวมากมายที่ ไหน? Why does hefeed many cats? เขา (ช) เลี้ยงแมวมากมายทําไม? Example 2 (ประธาน 2+ คนขึ้นไป) ขั้ นที่1 You play football. คุณเล่นฟุตบอล ขั้ นที่2 Do you play football? ปกติคุณชอบเล่นฟุตบอลไหม? ขั้ นที่3 Where do you play football? ปกติคุณเล่นฟุตบอลที่ ไหน? When do you play football? ปกติคุณเล่นฟุตบอลเมื่ อไหร่?


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (23) แบบฝึ กหัดที่ 3.24 ทําอะไร ทําที่ไหน ทําทําไม (1) คําสั ่ง : จงแต่งประโยคคําถาม พร้อมกับแปลความหมายให้ถูกต้อง Page l 76 Seventy-six ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต ตัวอย่างประโยคคําถามที่ พูดถึงการกระทําร่วมกับคํากริยาช่วย (1) 1. She plays badminton on weekend. ขั้นที่ 1 She plays badminton on weekend. ขั้นที่ 2 Does she play badminton on weekend? ขั้นที่ 3 When does she play badminton on weekend? (ใช้What time ก็ได้) Why does she play badminton on weekend? Where does she play badminton on weekend? 2. You have lunch with friend. ขั้นที่ 1 __________________________________________________ ขั้นที่ 2 ________________________________________________________ ขั้นที่ 3 Where________________________________________________________ When ________________________________________________________ Why ________________________________________________________ 3. It likes to eat vegetables (สามารถกําหนดส่วนเติมเต็มด้วยตัวเองได้) ขั้นที่ 1 __________________________________________________ ขั้นที่ 2 ________________________________________________________ ขั้นที่ 3 Where________________________________________________________ When ________________________________________________________ Where________________________________________________________ What ________________________________________________________


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (24) แบบฝึ กหัดที่ 3.25 ทําที่ไหน +เมื่อไหร่ +บ่อยแค่ไหน คําสั ่ง : จงแต่งประโยคคําถามตามที่กําหนดให้ (หนึ่งสิ่งใช้ does หลายสิ่งใช้do) Page l 77 Seventy-seven ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต อย่างประโยคคําถามที่ พูดถึงการกระทําร่วมกับคํากริยาช่วย (2) 4. It barks him every time. ขั้นที่ 1 ______________________________________________________ ขั้นที่ 2 ____________________________________________________________ ขั้นที่ 3 Where____________________________________________________________ When ____________________________________________________________ Why ____________________________________________________________ 5. You work hard every day. ขั้นที่ 1 ______________________________________________________ ขั้นที่ 2 ____________________________________________________________ ขั้นที่ 3 Where____________________________________________________________ When ____________________________________________________________ Why ____________________________________________________________ 6. They drink beer a lot. ขั้นที่ 1 ______________________________________________________ ขั้นที่ 2 ____________________________________________________________ ขั้นที่ 3 Where____________________________________________________________ When ____________________________________________________________ Why ____________________________________________________________


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร-แปลเหมือนไทย” (25) แบบฝึ กหัดที่ 3.26 ปกติทํา ทําแล้ว จะทํา (1) คําชี้แจง : จงเปลี่ยนคํากริยาจากช่องที่ 1 ให้เป็นช่องที่ 2 และเปลี่ยนช่วงเวลาให้สอดคล้องกันด้วย Page l 78 Seventy-eight ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การกระทําที่ เกิดขึนในอดีตและ้อนาคต (1) 1. ปัจจุบัน/ ปกติv.1 She goes to school by bus today. (วันนี้ เขาไปโรงเรียนด้วยรถโดยสาร) ทําแล้วจบแล้ว v.2 She went to school by bus yesterday. จะทําแน่นอน v.1 She will go to school by bus tomorrow. 2. ปัจจุบัน/ ปกติv.1 We sell many fruits at the floating market this week. ทําแล้วจบแล้ว v.2 _____________________________________________________________ จะทําแน่นอน v.1 _____________________________________________________________ 3. ปัจจุบัน/ ปกติv.1 They stay in the hotel this month. ทําแล้วจบแล้ว v.2 _____________________________________________________________ จะทําแน่นอน v.1 _____________________________________________________________ 4. ปัจจุบัน/ ปกติv.1 She speaks Japanese confidently. ทําแล้วจบแล้ว v.2 _____________________________________________________________ จะทําแน่นอน v.1 _____________________________________________________________ 5. ปัจจุบัน/ ปกติv.1 We study English with Kroo Neung happily. ทําแล้วจบแล้ว v.2 _____________________________________________________________ จะทําแน่นอน v.1 _____________________________________________________________ 6. ปัจจุบัน/ ปกติv.1 They help13 football players from the cave bravely. (ไม่มีรูปแบบนี้) ทําแล้วจบแล้ว v.2 They helped13 football players from the cave bravely. (จะน่าใช้รูปแบบนี้) จะทําแน่นอน v.1 _____________________________________________________________


การใช้ verb to do ในความหมายว่า “ทำอะไร แปลเหมือนไทย” (26) แบบฝึ กหัดที่ 3.27 ปกติทํา ทําแล้ว จะทํา (2) คําสั ่ง : จงเปลี่ยนประโยคในรูปปัจจุบันที่กําหนดให้ ให้อยู่ในรูปอดีตและอนาคต Page l 79 Seventy-nine ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การกระทําที่ เกิดขึนในอดีตและอนา้คต (2) 7. ปัจจุบัน/ ปกติv.1 Shehas only a ten euro notenow. (เขา (ญ) มีแค่ธนบัติใบละสิบยูโรใบเดียว) ทําแล้วจบแล้ว v.2 Shehadonly a ten euro noteyesterday. จะทําแน่นอน v.1 She will haveonly a ten euro notetomorrow. 8. ปัจจุบัน/ ปกติv.1 We usually have dinner grandma at home. ทําแล้วจบแล้ว v.2 _____________________________________________________________ จะทําแน่นอน v.1 _____________________________________________________________ 9. ปัจจุบัน/ ปกติv.1 They get up at 7 o’clock every day. ทําแล้วจบแล้ว v.2 _____________________________________________________________ จะทําแน่นอน v.1 _____________________________________________________________ 10. ปัจจุบัน/ ปกติv.1 My sister often swims with boyfriend on Sunday. ทําแล้วจบแล้ว v.2 _____________________________________________________________ จะทําแน่นอน v.1 _____________________________________________________________ 11. ปัจจุบัน/ ปกติv.1 Their adviser does report every week. ทําแล้วจบแล้ว v.2 _____________________________________________________________ จะทําแน่นอน v.1 _____________________________________________________________ 12. ปัจจุบัน/ ปกติv.1 His parents pick him upat school every Friday. ทําแล้วจบแล้ว v.2 _____________________________________________________________ จะทําแน่นอน v.1 _____________________________________________________________


Part 4 Continuous Tense การใช้ verb to be และverb “กําลังทําอะไร” เพลง What are you doing?, ฝึกแต่งประโยคที่หมายถึง กําลังทําอะไร และกําลังจะทําอะไร


การแต่งประโยคที่มีความหมายว่า “กำลังทำอะไร” (1) เพลง What are you doing? กําลังทําอะไร? คําชี้แจง : เพลงนี้ใช้สอนการแต่งประโยคที่หมายถึง “กําลังทําอะไร” Page l 81 Eighty-one ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต เพลง What are you doing? Verb to be, verb to be Verb to be มี is am are Verb to beand i -n- g Verb to be, verb + i -n- g She is drawing. I am singing. We are learning. It is sleeping. You are cooking. He is eating. It is flying. They are playing. Verb to be, verb to be Verb to be มี is am are Verb to beand i -n- g Verb to be, verb + i -n- g ความหมายของประโยคในเพลง What are you doing? She is drawing. เขา (ญ) กําลังวาดรูป I am singing. ฉันกําลังร้องเพลง We are learning. พวกเรากําลังเรียน It is sleeping. มันกําลังนอนหลับ You are cooking. คุณกําลังทําอาหาร He is eating. เขา (ช) กําลังกินอาหาร It is flying. มันกําลังบิน They are playing. พวกเขากําลังเล่น


การแต่งประโยคที่มีความหมายว่า “กำลังทำอะไร” (2) แบบฝึ กหัดที่ 4.11 ”เขากําลังอ่านหนังสือพิมพ์” คําสั ่ง : จงเปลี่ยนประโยคที่มีความหมาว่า โดยปกติทํา ให้เป็น กําลังทํา และ กําลังจะทํา Page l 82 Eighty-two ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การกระทําที่“กําลังทําอยู่” และ “กําลังจะทํา” ในอนาคต 1 โดยปกติ She always reads a newspaper in the coffeeshop. กําลังทํา She is readinga newspaper in the coffeeshop. กําลังจะทํา She is going to reada newspaper in the coffeeshop. 2 โดยปกติ I drink coconut juice around the beach. กําลังทํา กําลังจะทํา 3 โดยปกติ Hefishes with fishermen on the boat. กําลังทํา กําลังจะทํา 4 โดยปกติ The officer does report in the office. กําลังทํา กําลังจะทํา 5 โดยปกติ Thetrainer trains the trainees inthe factory. กําลังทํา กําลังจะทํา 6 โดยปกติ The bakers bake some cake in the bakery. กําลังทํา กําลังจะทํา


Part 5 Using to Have [1] การใช้ verb to have (เวิ บ-ทู-แฮฟ) แบบที่ 1 “ใครมีอะไร” การใช้ have, has, had, there is, there are คํานามนับได้ คํานามนับได้ และคํานามที่เป็นได้ทั้งแบบนามนับได้และนับไม่ได้ คํานามในรูปเอกพจน์, พหูพจน์ การบอกจํานวนและปริมาณ การใช้ much, many, less, little, a little, a lot of และอื่นๆ


การใช้ verb to have ในความหมายว่า “ใครมีอะไร” (1) แบบฝึ กหัดที่ 5.11 “เขามีบ้าน 1 หลัง” (ประธานคนเดียว) คําสั ่ง : กลุ่มประธานที่มีคนเดียวและ He, She, It ยกเว้น I ให้ใช้ has (รูปปัจจุบัน) Page l 84 Eighty-four ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การฝึ กแบบที่1 แบบที่ มี “ประธาน” เพียง 1 คน (ใช้ has) (นับได้ 1 สิ่ง) 1. เขา (ช) มีบ้านหนึ่ งหลัง แปล: He has a house. (มี 1 สิ่ง มักจะใช้ a, an นะคะ) 2. เขา (ช) มีช้างหนึ่ งเชือก แปล: __________________________________________ 3. เขา (ญ) มีกระโปรงหนึ่ งตัว แปล: __________________________________________ 4. เขา (ญ) มีแหวนหนึ่ งวง แปล: __________________________________________ 5. มันมีลําหางสีดํา (a black tail) แปล: __________________________________________ 6. พ่อของฉันมีนาฬิกาข้อมือหนึ่ งเรือน แปล: __________________________________________ 7. พยาบาลคนนั้นมีลูกหนึ่ งคน (a child) แปล: __________________________________________ 8. หมอดูคนนั้นมีลูกแก้วหนึ่ งลูก แปล: __________________________________________ 9. เจ้าหน้าที่คนนั้นมีดินสอหนึ่ งแท่ง แปล: __________________________________________ 10. นักเรียนคนนั้นมีสมุดหนึ่ งเล่ม แปล: __________________________________________ (นับได้ หลายสิ่ง) 11. เขา (ญ) มีหมาสองตัว แปล: Shehas 2 dogs. (มี 2 สิ่งขึ้นไป อย่าลืมเติม s, es, ies ) 12. น้าสาวของคุณมีบ้านสามหลัง แปล: __________________________________________ 13. ลูกสาวของฉันมีลูกแมวเจ็ดตัว แปล: __________________________________________ 14. แม่ไก่ตัวนั้นมีลูกไก่สิบเอ็ดตัว แปล: __________________________________________ 15. ลุงของพวกเรามีห้องนอนสองห้อง แปล: __________________________________________ 16. ทนายความคนนั้นมีลูกชายสี่ คน แปล: __________________________________________ 17. พนักงานขายคนนั้นมีร่มสองคัน แปล: __________________________________________ 18. ยายของพวกเขามีต้นมะม่วงหกต้น แปล: __________________________________________ 19. หลานชายของฉันมีของเล่นมากมาย แปล: __________________________________________ 20. ช่างยนต์คนนั้นมีงาน 3 งาน (job)แปล: __________________________________________


การใช้ verb to have ในความหมายว่า “ใครมีอะไร” (2) แบบฝึ กหัดที่ 5.12 “พวกเขามีวัวหลายตัว”(ประธาน 2+ คน) คําสั ่ง : กลุ่มประธานที่มีสองคนขึ้นไป และ I, You, We, They ให้ใช้ have (รูปปัจจุบัน) Page l 85 Eighty-five ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การฝึ กแบบที่2 แบบที่ มี “ประธาน” ตั้ งแต่ 2 คนขึนไป ้(ใช้ have) (นับได้ 1 สิ่ง และหลายสิ่ง ) Tips: อดีตของ have, has ใช้had เหมือนกัน (เคยมี) 1. พวกเขามีวัวหลายตัว แปล: They have many cows. 2. พวกเรามีเป็ ดมากมาย แปล: __________________________________________ 3. นักฟุตบอลเหล่านั้นมีลูกบอลหนึ่ งลูก แปล: __________________________________________ 4. ฉันมีครอบครัวแล้ว (ครอบครัวเดียว) แปล: __________________________________________ 5. พ่อแม่ของพวกเขามีผู้ช่วยห้าคน แปล: __________________________________________ 6. พวกเรามีลูกพี่ ลูกน้องหลายคน แปล: __________________________________________ 7. คุณมีน้าสาวหนึ่ งคน แปล: __________________________________________ 8. พ่อแม่ของฉันมีเพื่ อนมากมาย แปล: __________________________________________ 9. เจ้าหน้าที่ทุกคนมีหนึ่ งภารกิจ แปล: __________________________________________ 10. พวกมันมีลูกหมูสิบตัว แปล: __________________________________________ 11. พวกเรามีลูกไก่สองตัว แปล: We have 2 chicks. (มี 2 สิ่งขึ้นไป อย่าลืมเติม s, es, ies ) 12. พวกเขามีลูกสาวสามคน แปล: __________________________________________ 13. คุณมีลูกชายสองคน แปล: __________________________________________ 14. นักเรียนทุกคนมีสมุดห้าเล่ม แปล: __________________________________________ 15. ฉันมีโทรศัพท์มือถือสองเครื่ อง แปล: __________________________________________ (นับไม่ได้) 16. พวกเรามีนํามะพร้าวจํานวนหนึ้ ่ ง แปล: __________________________________________ 17. ชาวนาเหล่านั้นมีข้าวมากมาย แปล: __________________________________________ 18. นักกีฬาเหล่านั้นมีพลังเยอะมาก แปล: __________________________________________ 19. ทหารเหล่านั้นมีกําลังใจเพียงพอ แปล: __________________________________________ 20. ฉันมีความสุขมากมาย แปล: __________________________________________


การใช้ verb to have ในความหมายว่า “ใครมีอะไร” (3) ใครมีอะไร “คําบอกปริ มาณ ” (Quantity words) คําชี้แจง : การบอกปริมาณโดยประมาณ สําหรับคํานามที่นับได้และไม่ได้ Page l 86 Eighty-six ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การบอกปริมาณโดยประมาณที่ ควรทราบ (มีเยอะค่ะ) ในภาษาอังกฤษนั้น ยังมีคําและกลุ่มคําหรือวลีอีกมากที่ใช้ในการบอกปริมาณ แต่เนื่องจากข้อจํากัดของขนาด เอกสารและข้อจํากัดในการรับรู้ของผู้ที่เริ่มต้น ครูหนึ่งจึงขอนําเสนอเพียงบางส่วนที่จําเป็นต้องทราบพอสังเขปนะคะ นําไปใช้ คํา ความหมาย ตัวอย่าง นามนับได้ many มาก I have many friends in Japan. There are many buffaloes around here. a few มีอยู่บ้างนิดหน่อย Mana has a few pens in her bag. only a few มีอยู่บ้างนิดหน่อย Manee has only a few friends. few มีน้อยมาก,แทบจะไม่มี We have few durians today. all ทั้งหมด He drankall my coffee. none ไม่มี He hasnone. several หลายๆ I haveseveral choices to be there. both ทั้งคู่ Weboth want to go too. นับไม่ได้ much มาก We have much a little มีอยู่นิดหน่อย We geta littlerain in spring. only a little มีอยู่นิดหน่อย There isonly a little flour in the bag. little แทบจะไม่มีเลย There is little sugar in my coffee. ทั้ ง 2 แบบ a lot of มาก, เยอะ There is a lot of flour in that tin. lots of มาก, เยอะ She has lots of money. plenty of มาก, เยอะ There are plenty of boxes in the room. some บางอัน,จํานวนหนึ่ง Do you need some water? any (คําถาม, ปฏิเสธ) บางอัน, สักอัน I don’t have any water. Is there any sugar in the bowl?


การใช้ verb to have ในความหมายว่า “ใครมีอะไร” (4) แบบฝึ กหัดที่ 5.13 พวกเขาไม่มีวัวเลย คําสั ่ง : จงแต่งประโยคปฏิเสธให้ถูกต้อง Page l 87 Eighty-seven ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การฝึ กแบบที่3 การฝึ กแต่งประโยคปฏิเสธ ซึ่ งสามารถแต่งได้หลายแบบ (ยังมีอีก) 1. พวกเขาไม่มีวัวเลย (no) แปล: They have no cow. (หลัง no ต้องเป็นคํานาม) (not) แปล: They have not got a cow. (มี got หลัง not ด้วยนะคะ) (any) แปล: They have not any cows. (หลัง any คํานามมักอยู่ในรูป 2+ และหมายถึง ไม่มีเลย) (don’t) แปล: They don’t have any cows. 2. พวกเราไม่มีรถยนต์เลย (no) แปล: We have no car. (not) แปล: We haven’t got a car. (แบบย่อ) (any) แปล: We haven’t any cars. (หลัง any คํานามมักอยู่ในรูป 2+) (don’t) แปล: ___________________________________________________________________ 3. เกษตรกรคนนั้นไม่มีที่ ดินทํากินเลย (no) แปล: The farmer has no land for cultivation. (not) แปล: ___________________________________________________________________ (any) แปล: ___________________________________________________________________ (doesn’t)แปล: ___________________________________________________________________ 4. เด็กหญิงคนนั้นไม่มีสมุดเลย (no) แปล: ___________________________________________________________________ (not) แปล: ___________________________________________________________________ (any) แปล: ___________________________________________________________________ (doesn’t)แปล: ___________________________________________________________________


Part 5 Using to Have [2] การใช้ verb to have (เวิ บ-ทู-แฮฟ) แบบที่ 2 “ใครที่ไม่ สบาย” การใช้ as, were, will be เพื่อทําให้รูปประโยคในปัจจุบันให้กลายเป็นอดีตและอนาคต


การใช้ verb to have ในความหมายว่า “ใครที่ไม่สบาย” (1) การใช้ Verb to have ในความหมาย “ใครที่ไม่สบาย” คําชี้แจง : ลองฝึกแต่งประโยคและฝึกพูดถึงอาการเจ็บป่วยที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตนะคะ Page l 89 Eighty-nine ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การใช้ To have ในการบอกอาการเจ็บป่ วยต่างๆ หากคุณต้องการบอกคุณหมอว่ามีอาการไม่สบายอย่างไร ให้ใช้ประโยค I have + ชื่ อโรค ตัวอย่างเช่น Ihavea backache ผม/ ฉัน มีอาการปวดหลัง Ihavea soreeyes ผม/ ฉัน มีอาการตาอักเสบ Ihavea cold? ผม/ ฉันเป็นหวัด I’ve gotaheadache? ผม/ ฉันปวดหัว I’ve gothightemperature. ผม/ ฉันมีอุณหภูมิสูง (มีไข้) Ihavea fever ผม/ ฉันมีไข้ Ihavea stuffed nose? ผม/ ฉัน มีอาการคัดจมูก Ihavea running nose? ผม/ ฉันมีนํ้ามูกไหล คําว่าache แปลว่า ปวด ซึ่งหากมีการอาการปวดตรงส่วนไหนของร่างกายให้เอาคําว่าacheไปต่อท้ายคําที่ หมายถึงอวัยวะส่วนนั้นในภาษาอังกฤษได้เลย เช่น head+ ache = headache ปวดหัว stomach+ ache = stomachache ปวดท้อง back+ ache = backache ปวดหลัง tooth+ ache = toothache ปวดฟัน คําว่า sore แปลว่า อังเสบ ใช้กับอวัยวะภายในอย่าง ตับ (liver), ไต (kidneys), ไส้(intestine), ปอด (lung) โดยจะวาง soreไว้หน้าอวัยวะที่มีอาการ เช่น sore muscles = กล้ามเนื้ออักเสบ sore throat = คออักเสบ soreeyes = ตาอักเสบ


การใช้ verb to have ในความหมายว่า “ใครที่ไม่สบาย” (2) การใช้ Verb to have “ขอซื้อยาแก้ไข้ด้วยค่ะ” คําชี้แจง : ควรหมั่นจดจําและทบทวนชื่อยาที่คุณต้องใช้เป็นประจําหรืออาจจจําเป็นต้องใช้ในอนาคต Page l 9O Ninety ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต และหากเราต้องการซื้อยา ประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้ในการซื้อยาที่ง่ายที่สุด ได้แก่ I want + ชื่ อยาแต่อาจจะดู ไม่ค่อยสุภาพเท่าไหร่ ควรใช้ May I have + ชื่ อยา จะดูสุภาพมากว่านะเจ้าคะเช่น May Ihave some paracetamol please?ใส่please เข้าไปด้วยจะดูดียิ่งขึ้น แต่ถ้าเราไม่รู้ว่าต้องใช้ยาอะไรรักษาอาการที่เราเป็นอยู่ ประโยคที่ว่านี้อาจช่วยไม่ได้ เราต้องเปลี่ยนมาใช้Doyou havesomething for + ชื่อโรค? เช่น Do you have something for sore muscles?เป็นต้น และหากต้องการขอ คําแนะนําจากเภสัชกรก็อาจพูดว่า What do you suggest for+ อาการของโรค เช่น what do you suggest for a cough?เป็นต้น ชื่ อยาที่ จําเป็ นและควรทราบ No. Medicines ยา No. Medicines ยา 1 antacid ยาลดกรด 16 flu medicine ยาแก้หวัด 2 aspirin ยาแอสไฟริน 17 gel เจล 3 antiseptic ยาฆ่าเชื้อ 18 gauze ผ้ากอซ 4 antibiotic ยาปฏิชีวนะ 19 insect repellant ยากันยุง (แมลง) 5 bandages ผ้าพันแผล 20 laxative ยาระบาย 6 band aid ผ้าพันแผล 21 over-the-counter painkiller ยาแก้ปวด 7 burn ointment filled แผลนํ้าร้อนลวก 22 pharmacy, Drugstore ร้านขายยา 8 birth control pills ยาคุมกําเนิด 23 prescription ใบสั่งยา 9 capsules แคบซูล 24 sleeping pills ยานอนหลับ 10 cough medicine ยาแก้ไอ 25 sore throat medicine ยาแก้เจ็บคอ 11 cold medicine ยาแก้หวัด 26 toothache medicine ยาแก้ปวดฟัน 12 cream ครีม 27 vitamins วิตามิน 13 eye drops ยาหยอดตา 28 wound แผล 14 ear drops ยาหยอดหู 29 ice pack ถุงนํ้าแข็งประคบเย็น 15 fever reducer ยาลดไข้ 30 wheelchair เก้าอี้ล้อ ที่มา: http://www.tellmemoreclub.com


Part 5 Using to Have [3] การใช้ There is, There are (แดร์-อ ิ ซ, แดร์-อาร์) “มีอะไรอยู ่ ที่ไหน” การใช้ There is, There are


การใช้ There is, There are ในความหมายว่า “มีอะไร อยู่ที่ไหน” (1) แบบฝึ กหัดที่ 5.31 “มีหนูตัวหนึ่งอยู่ในห้องนั้น” คําสั ่ง : จงแปลความหมายของประโยคที่กําหนดให้ Page l 92 Ninety-two ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การฝึ กแบบที่1 แบบที่ มีการกล่าวถึง สิ่ ง 1 สิ่ ง (ใช้ There is) (นามนับได้ 1 สิ่ง) 1. มีหนูตัวหนึ่ งอยู่ในห้องนั้น แปล: There is a rat in the room. (มี 1 สิ่ง มักจะใช้ a, an นะคะ) 2. มีจักรยานหนึ่ งคันอยู่ใต้ต้นไม้นั้น แปล: ___________________________________________ 3. มีผ้าเช็ดหน้าหนึ่ งผืนอยู่ในตะกร้า แปล: ___________________________________________ 4. มีหมอนหนึ่ งใบอยู่บนเตียง แปล: ___________________________________________ 5. มีม้าลายหนึ่ งตัวอยู่ในฟาร์ม แปล: ___________________________________________ 6. ไม่มีม้าหนึ่ งตัวอยู่ในลานหญ้า แปล: There is not a horse in the field. 7. ไม่มีตุ๊กแกสักตัวอยู่บนผนังนั้น แปล: ___________________________________________ 8. ไม่มีมะม่วงหนึ่ งผลอยู่ในตู้เย็น แปล: ___________________________________________ 9. ไม่มีหมีอยู่ข้างหลังคุณเลยสักตัว แปล: There is not any bears behind you. 10. ไม่มีนกหนึ่ งอยู่เหนือหัวพวกเขาสักตัว แปล: ___________________________________________ (นามนับไม่ได้ถือเป็นหนึ่ง ใช้ there is) 11. มีเค้กอยู่บนโต้ะ (จํานวนหนึ่ง) แปล: There is some cakeon the table. 12. มีทรายอยู่บนพื้น แปล: ___________________________________________ 13. มีโคลนอยู่ในรถของฉัน แปล: ___________________________________________ 14. มีเงินมากมายในกระเป๋ าใบนั้น แปล: ___________________________________________ 15. มีนํ้ ามากมายอยู่ในเรือ แปล: ___________________________________________ 16. มีนํ้ าตาลอยู่ในถ้วย (กาแฟ) แปล: ___________________________________________ 17. ไม่มีนํ้ าผลไม้อยู่ในตู้เย็น แปล: ___________________________________________ 18. ไม่มีนมอยู่บนโต๊ะเลย แปล: ___________________________________________ 19. ไม่มีอาหารอยู่ในตู้เย็นเลย แปล: ___________________________________________ 20. วันนี้ไม่มีการบ้านเลย แปล: ___________________________________________


การใช้ There is, There are ในความหมายว่า “มีอะไร อยู่ที่ไหน” (2) แบบฝึ กหัดที่ 5.32 “มีแมวสองตัวอยู่ในกล่องนั้น?” คําสั ่ง : ลองแต่งประโยคคําถามแบบใช่หรือไม่ ด้วยการย้าย verb to be มาไว้ข้างหน้า Page l 93 Ninety-three ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การฝึ กแบบที่2 แบบที่ มีการกล่าวถึง หลายสิ่ ง (ใช้ There are) (นามนับได้ 2+ ในรูปประโยคบอกเล่าและปฏิเสธ) 1. มีแมวสองตัวอยู่กล่องนั้น แปล: There are two cats in the box. 2. ไม่มียีราฟสองตัวที่ฟาร์มแห่งนั้น แปล: __________________________________________ 3. มีพัดลมสามเครื่ องที่นี่ แปล: __________________________________________ 4. มีกล้องสองตัวอยู่บนโต๊ะของฉัน แปล: __________________________________________ 5. มีปลาห้าชนิดอยู่ในตู้ปลา แปล: __________________________________________ 6. มีมือถือสามเครื่ องในกล่องนี้ แปล: __________________________________________ 7. มีจิงจกสี้ ่ ตัวตัวบนผนังนั้น แปล: __________________________________________ 8. ไม่มีกล้วยสองผลในถุงนะจ๊ะ แปล: There aren’t two bananas in the bag. 9. มีเป็ ดสองตัวในหนองนํ้านะ แปล: __________________________________________ 10. มีนกเพนกวินหกตัวอยู่ที่นั่น แปล: __________________________________________ (นามนับได้, นับไม่ได้ในรูปปฏิเสธ) 11. ไม่มีเค้กอยู่บนโต้ะ (จํานวนหนึ่ง) แปล: There is no cakeon the table. 12. ไม่มีฝุ่นบนพื้นเลย แปล: __________________________________________ 13. ไม่มีโคลนอยู่ในรถของคุณ แปล: __________________________________________ 14. ไม่มีเงินสักบาทในกระเป๋ าใบนั้น แปล: __________________________________________ 15. ไม่มีนํ้ าอยู่ในขวดเลย แปล: __________________________________________ 16. ไม่มีเกลือในครัวเลย แปล: __________________________________________ 17. โต๊ะนี้ไม่มีช้อนเลยค่ะ แปล: There isn’t any spoons on this table. 18. ไม่มีต้นมะพร้าวที่ชายหาดเลย แปล: ___________________________________________ 19. ไม่มีของเล่นมากมายที่นี่ แปล: __________________________________________ 20. ไม่มีอะไรเลยจ้า แปล: There is nothing.


การใช้ There is, There are ในความหมายว่า “มีอะไร อยู่ที่ไหน” (3) แบบฝึ กหัดที่ 5.33 “มีแตงโมอยู่ในตู้เย็นไหม?” คําสั ่ง : จงแปลความหมายของประโยคที่กําหนดให้ Page l 94 Ninety-four ห้ามทําซํ้าหรือทําสําเนาและเผยแพร่ในทุกช่องทาง ก่อนได้รับอนุญาต การฝึ กแบบที่3 ประโยคคําถามแบบใช่หรือไม่ของ There is และ There are (นามนับได้หนึ่งสิ่ง และ นามนับไม่ได้) (ในประโยคคําถามมักจะใช้ any) 1. มีผ้าเช็ดตัวสักผืนอยู่ในห้องนํ้าไหม? แปล: Is there any towels in the bathroom? 2. มีจักรยานสักคันอยู่ในสวนไหม? แปล: _____________________________________ 3. มีแตงโม (หั่นแล้ว) ในตู้เย็นไหม? แปล: _____________________________________ 4. มีหนอนอยู่ในชมพู่เหล่านั้นไหม? แปล: _____________________________________ 5. มีช้างสักตัวอยู่ในสวนสัตว์แห่งนั้นไหม? แปล: _____________________________________ 6. Is thereany spiders in the bath? แปล: _____________________________________ 7. Is thereany sugar on the table? แปล: _____________________________________ 8. Is thereany salt in the kitchen? แปล: _____________________________________ 9. Is theresome fishsaucethere? แปล: _____________________________________ 10. Is thereany sandaround the site? แปล: _____________________________________ (นามนับได้หลายสิ่ง) 11. มีรถสิบคันในลานจอดไหม? แปล: Are there ten cars in the parking lot? 12. มีลาห้าตัวอยู่บนเนินเขาแห่งนั้นไหม? แปล: _____________________________________ 13. มีกล่องสามใบอยู่ใต้โต๊ะนั้นไหม? แปล: _____________________________________ 14. มีแมลงวันสองตัวอยู่ในจานนั้นไหม? แปล: _____________________________________ 15. มีนกแก้วสี่ ตัวอยู่ในกรงไหม? แปล: _____________________________________ 16. Are there 5 balloons there? แปล: _____________________________________ 17. Are there 6 days in 1 week? แปล: _____________________________________ 18. Are there 28 days in this moth? แปล: _____________________________________ 19. Are there 6 menin your room? แปล: _____________________________________ ป


Click to View FlipBook Version