The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสร้างและหาประสิทธิภาพของเครื่องปอกสายไฟ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by big68947, 2022-08-22 21:10:32

การสร้างและหาประสิทธิภาพของเครื่องปอกสายไฟ

การสร้างและหาประสิทธิภาพของเครื่องปอกสายไฟ

Keywords: research project.

เรื่อง เครอ่ื งปอกสายไฟก่งึ อัตโนมัติ

ผู้จดั ทำ
นาย ณฐั พงศ์ คำกนั ยา รหสั นกั ศกึ ษา 65301050035

รายงานการศึกษาคน้ ควา้ ฉบบั นี้เปน็ สว่ นหนึง่ ของวิชาโครงการพัฒนาการทักษะวิชาชีพ
รหัสวชิ า 30001-2001

ตามหลักสตู รเทคโนโลยีบัณฑิต สายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบตั ิการ
สาขาวิชา อิเลก็ ทรอนิกส์ แผนก อิเลก็ ทรอนิกส์
ปีการศึกษา 2565

วิทยาลยั เทคนิคสรุ าษฎร์ธานี
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา



ช่อื โครงการ : การสรา้ งและหาประสทิ ธภิ าพของเครื่องปอกสายไฟกงึ่ อตั โนมตั ิ
ผ้จู ดั ทำ : นายณฐั พงศ์ คำกันยา
อาจารยท์ ่ปี รกึ ษา : อาจารยจ์ ักรรตั น จักรานนท์
สาขาวิชา : อเิ ลก็ ทรอนิกส์
ปกี ารศึกษา : 2565

บทคัดยอ่

โครงการเรื่อง การสร้างและหาประสทิ ธิภาพของเครื่องปอกสายไฟกึ่งอัตโนมัติ มีจุดมุ่งหมายเพ่ือ
สร้างเครื่องปอกสายไฟกึง่ อัตโนมัติ หาประสิทธภิ าพของการทำงาน และความพึงพอใจของผู้ใช้งาน มี
วิธีการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 สร้างเครื่องปอกสายไฟกึ่งอัตโนมัติ ตอนที่ 2
ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานเครื่องปอกสายไฟกึ่งอัตโนมัติ ตอนที่ 3 ทดสอบความพึงพอใจของ
ผใู้ ช้งาน

กลุม่ ตวั อยา่ งทใ่ี ช้ในการทดสอบความพงึ พอใจในการใช้งานไดแ้ ก่ ผ้ปู ระกอบการรอ้ื และคัดแยกขยะ
อิเล็กทรอนิกส์ในจงั หวดั สุราษฎร์ธานี จำนวน 30 คน

ผลการจากวิจัยพบว่า เครื่องปอกสายไฟกึ่งอัตโนมัติสามารถใช้งานได้จริง ปลอดภัยและ
ประหยัดเวลาในการทำงาน



Project Title : Semi-automatic wire stripper
Name : Natthapong Kamkanya
Project Advisor (s) : Chakrarat Chakranon
Major Field : Electronics
Academic Year : 2565

Abstract

Story project Construction and efficiency of a semi-automatic wire stripper. It was
intended to create a semi-automatic wire stripper. find the efficiency of work and user
satisfaction There are 3 parts of the operation method as follows: Part 1 Build a semi-
automatic wire stripper Part 2 Test the performance of a semi-automatic wire stripper
Part 3 Test the satisfaction of the users

The sample group used to test the satisfaction of use are: 30 electronic waste
dismantling and sorting operators in Surat Thani Province

The results of the research found that A semi-automatic wire stripper can actually
be used. Safe and save working time



กิตติกรรมประกาศ

การประดิษฐ์และวิจยั ฉบบั น้ีสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดดี ้วยความกรุณาและการให้คำแนะนำเก่ียวกับ
การทำวิจัยเป็นอย่างดีจาก อาจารย์จักรัตน์ จักรานนท์ และคณะครูวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี จน
งานวิจยั ฉบับนส้ี ำเร็จลุล่วงไปไดด้ ว้ ยดี

ขอบคณุ บดิ า มารดา ตลอดจนครอบครวั ของผู้จัดทำสงิ่ ประดิษฐแ์ ละวิจัย และผู้มพี ระคณู ทุกท่าน
ทไ่ี ด้ใหก้ ารสนับสนนุ และให้กำลงั ใจผวู้ จิ ัยในการศึกษาและประดิษฐ์
ด้วยความดเี สมอมา

สดุ ทา้ ยผู้วจิ ยั ขอขอบคุณ ผเู้ ชีย่ วชาญที่ไดใ้ ห้ความอนุเคราะหต์ รวจสอบคุณภาพและให้คำแนะนำที่
เป็นประโยชนใ์ นการทำงานส่งิ ประดิษฐแ์ ละวิจยั ฉบบั น้ี

ณฐั พงศ์ คำกันยา
สงิ หาคม 2565



สารบญั

บทคัดยอ่ ภาษาไทย………………………………………………………………………………………… หน้า
บทคดั ยอ่ ภาษาองั กฤษ……………………………………………………………………………………. ข
กติ ตกิ รรมประกาศ…………………………………………………………………………………………. ค
สารบญั ………………………………………………………………………………………………………… ง
สารบัญตาราง……………………………………………………………………………………………….. จ-ฉ
สารบัญภาพ………………………………………………………………………………………………….. ช
บทท่ี 1 บทนำ........................................................................................................ ซ
1
1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา................................................... 1
1.2 วัตถุประสงค์..............................................................................................
1.3 สมมตฐิ านในการวิจัย................................................................................. 1

1.4 กรอบแนวคดิ ของการศึกษาคา้ นควา้ ......................................................... 1
1.5 ขอบเขตของการศึกษาค้นควา้ ...................................................................
1.6 ข้อตกลงเบอ้ื งตน้ ........................................................................................ 1

1.7 นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ....................................................................................... 1
1.8 ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะได้รบั ........................................................................
บทที่ 2 ทฤษฎแี ละงานวิจัยทเ่ี กย่ี วข้อง................................................................... 1
2.1 เอกสารท่ีเกย่ี วขอ้ ง.....................................................................................
2.2 งานศกึ ษาค้นควา้ ท่ีเกย่ี วข้อง...................................................................... 2

บทท่ี 3 วธิ กี ารดำเนนิ การวจิ ยั ................................................................................ 2
3.1 ประชากรและกลุ่มตวั อยา่ ง........................................................................
3.2 วัสดทุ ใี่ ช้ในงานวิจยั .................................................................................... 3
3.3 ข้นั ตอนการสร้าง........................................................................................ 3

3.4 แบบประเมินประสิทธิภาพการใช้งาน........................................................ 6
3.5 แบบประเมินความพงึ พอใจของผู้ใชง้ าน....................................................
8
8

8

8

9

9



สารบัญ(ตอ่ )

บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู ................................................................................ หน้า
4.1 ผลจากการสร้างเครอื่ งปอกสายไฟกงึ่ อตั โนมตั ิ.......................................... 10
4.2 ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามเพ่อื หาประสิทธิภาพ............ 10
4.3 ผลจากการวเิ คราะหข์ ้อมูลจากแบบสอบถามความพึงพอใจ...................... 10
10
บทที่ 5 สรปุ ผลการวิจยั และขอ้ เสนอแนะ............................................................... 13
5.1 สรุปผลการวจิ ยั .......................................................................................... 13
5.2 ประโยชน์จาการดำเนนิ โครงการ............................................................... 13
5.3 ข้อเสนอแนะ.............................................................................................. 13
14
บรรณานุกรม.............................................................................................................



สารบัญตาราง หน้า
10
ตารางที่ 11
4.1 ตารางวเิ คราะหข์ ้อมูลด้านคุณภาพของวัสดุ……………………………………… 12
4.2 ตารางวิเคราะห์ข้อมูลดา้ นการใช้งาน……………………………………………….
4.3 ตารางวเิ คราะหข์ ้อมลู ด้านการออกแบบ…………………………………………..



สารบัญภาพ

ภาพที่ หน้า
4.1 แสดงเครอ่ื งปอกสายไฟก่ึงอตั โนมตั ิ………………………………………………………… 10
4.2 กราฟแสดงการวเิ คราะห์ข้อมูลด้านคุณภาพวสั ดุ……………………………………… 11
4.3 กราฟแสดงการวิเคราะหข์ ้อมูลด้านการใชง้ าน…………………………………………. 11
4.4 กราฟแสดงการวิเคราะหข์ อ้ มูลดา้ นการออกแบบ…………………………………….. 12

บทท่ี1
บทนำ
1.1 ความเป็นมาและความสำคญั ของปัญหา

เทคโนโลยใี นปัจจุบนั บรษิ ัทหลายแหง่ มสี ายไฟทีเ่ หลือใชแ้ ละยังขาดเทคโนโลยีท่จี ะช่วยเพิม่ ผลผลิต
และลดระยะเวลาในการปอกสายไฟ

สายไฟฟ้าที่เหลือใช้คนส่วนใหญ่มักนิยมนำมาปอกฉนวนออกและนำลวดทองแดงมาขายโดยจะ
ปอกด้วยมีดซง่ึ จะทำใหไ้ ด้ปรมิ าณนอ้ ยและอาจทำให้เกดิ อันตรายต่อคนได้

จากปัญหาดังกล่าวผู้วิจัยจึงสร้างสิ่งประดิษฐ์เครื่องปอกสายไฟกึ่งอัตโนมัติเพื่อช่วยให้การปอก
สายไฟได้ปรมิ าณเพิ่มข้ึนและลดระยะเวลาในการปอกสายไฟและรวมไปถึงลดการเกิดอันตรายต่อคน ได้
ดว้ ย

1.2 วัตถุประสงค์

1.2.1 เพอื่ สร้างเครอื่ งปอกสายไฟกง่ึ อัตโนมัติ
1.2.2 เพ่ือหาประสิทธภิ าพของเครือ่ งปอกสายไฟกง่ึ อตั โนมัติ
1.2.3 เพือ่ ศึกษาความพงึ พอใจของเคร่อื งปอกสายไฟกงึ่ อตั โนมัติ

1.3 สมมตฐิ านในการวิจยั

1.3.1 ถ้ามีเครอื่ งปอกสายไฟจะชว่ ยเพ่มิ ผลผลติ มากขนึ้
1.3.2 ถ้ามีเคร่อื งปอกสายไฟจะชว่ ยลดเวลาในการปอกสายไฟ
1.3.3 ถ้ามเี ครื่องปอกสายไฟจะลดการเกิดอนั ตรายจากการปอกสายไฟด้วยแรงงานคน

1.4 กรอบแนวคิดของการศึกษาคน้ ควา้

เครอ่ื งปอกสายไฟกงึ่ อัตโนมัติ เป็นการนำการทำงานของมอเตอรท์ เี่ ปล่ียนพลังงานไฟฟ้าเปน็
พลงั งานกลนำมาประยกุ ตใ์ ช้กับใบมดี ปอกสายไฟ เพ่ือเปน็ การประหยัดเวลาในการปอกสายไฟและมี
สวิตชเ์ ปิด-ปิดการทำงานของมอเตอร์ เพอ่ื ประหยดั พลงั งานไฟฟา้

1.5 ขอบเขตของการศกึ ษาคน้ ควา้

โครงสรา้ ง
1.5.1 มอเตอร์1/3แรงทำให้เคร่อื งปอกสายไฟทำงานโดยเปล่ยี นพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล
1.5.2 มอเตอรท์ ดรอบ PA-12
1.5.3 สวติ ชค์ วบคมุ เปดิ -ปิดการทำงานของมอเตอร์
1.5.4 ใบมีดใช้สำหรับปอกสายไฟ

1.6 ข้อตกลงเบือ้ งต้น

1.6.1 ศกึ ษาโครงงาน
1.6.2 ค้นควา้ ข้อมูล
1.6.3 รวบรวมขอ้ มลู

2

1.7 นิยามศัพทเ์ ฉพาะ

Motor คือ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟา้ เป็นพลงั งานกลประกอบด้วย ขดลวดที่พนั
โลหะท่ีวางอยู่ระหว่างแม่เหลก็ โดยเมือ่ จ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าไปยังขดลวดที่อยรู่ ะหว่างขั้วแม่เหล็กจะทำ
ใหข้ ดลวดหมุนไปรอบแกน

1.8 ประโยชน์ทคี่ าดว่าจะได้รบั

1.8.1 ช่วยเพิ่มผลผลิต
1.8.2 ชว่ ยลดระยะเวลาการปอกสายไฟ
1.8.3 ลดอันตรายท่ีจะเกดิ ขน้ึ กับแรงงานคน

บทที่ 2
ทฤษฎแี ละงานวจิ ัยท่ีเกี่ยวข้อง
2.1 เอกสารทเ่ี กี่ยวข้อง

ในการดำเนินโครงการเครอื่ งปอกสายไฟก่งึ อตั โนมตั ผิ พู้ ฒั นาไดท้ ำการศกึ ษา ค้นคว้าทฤษฎี
เอกสารทีเ่ กยี่ วข้องกับเครื่องปอกสายไฟฟ้าก่ึงอตั โนมตั เิ พอื่ แสวงหาความรทู้ ีส่ ามารถนำมาพัฒนาตอ่ ยอด
กบั โครงการนี้ได้ จึงไดร้ วบรวมอกสารและงานวจิ ยั ท่เี กีย่ วข้องในประเดน็ สำคญั ดงั น้ี

2.1.1 ความหมายของมอเตอรไ์ ฟฟ้า (electric motor) เปน็ อปุ กรณไ์ ฟฟ้าทแี่ ปลงพลังงานไฟฟา้
เป็นพลังงานกล

2.1.2 มอเตอร์กระแสสลับ ( AC Motor )
ชนิดของมอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส (Single Phase Motor) มดี งั น้ี
1. สปลิทเฟสมอเตอร์ (Split phase motor) มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสไฟฟ้าสลับชนิดเฟสเดียว

แบบสปลทิ เฟสมอเตอรม์ ีขนาดแรงมา้ ขนาดตัง้ แต่ 1/4 แรงมา้ 1/3 แรงมา้ 1/2 แรงม้าจะมขี นาดไมเ่ กนิ
1 แรงม้าบางทีน่ ิยมเรียกสปลทิ เฟสมอเตอร์นี้ว่า อนิ ดกั ชน่ั มอเตอร์ (Induction motor) มอเตอร์ชนิดนี้
นยิ มใช้งานมากในตู้เย็น เคร่อื งสูบนำ้ ขนาดเล็ก เครอ่ื งซกั ผา้ เปน็ ต้น

2. คาปาซิสเตอร์มอเตอร์ (Capacitor Motor) คาปาซิสเตอร์เป็นมอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลับ
1 เฟสที่มีลักษณะคล้ายสปลิทเฟสมอเตอร์มาก ต่างกันตรงที่มีคาปาซิสเตอร์เพิ่มขึ้นมาทำให้มอเตอร์
แบบน้มี ีคณุ สมบัตพิ ิเศษกว่าสปลิทเฟสมอเตอร์ คือมี แรงบดิ ขณะสตารท์ สงู ใช้กระแสขณะสตาร์ทน้อย
มอเตอรช์ นิดน้มี ีขนาดต้ังแต่ 1/20 แรงมา้ ถึง 10 แรงมา้ มอเตอร์น้ีนิยมใชง้ านเกย่ี วกบั ปมั๊ น้ำ เคร่ืองอดั
ลม ตู้แชต่ ู้เย็น ฯลฯ

3. รีพัลชั่นมอเตอร์ (Repulsion Motor) เป็นมอเตอร์ท่ี มีขดลวดโรเตอร์ (Rotor) จะต่อเข้า
กับคอมมิวเตอร์และมีแปรงถ่านเป็นตวั ต่อ ลัดวงจร จึงทำให้ปรบั ความเรว็ และแรงบิดได้ โดยการปรับ
ตำแหน่งแปรงถ่าน สเตเตอร์ ( Stator ) จะมีขดลวดพันอยู่ในร่องเพียงชุดเดียวเหมือนกับขดรัน ของ
สปลิทเฟสมอเตอร์ เรียกวา่ ขดลวดเมน (Main winding) ต่อกบั แหล่งจา่ ยไฟโดยตรง แรงบดิ เรม่ิ หมนุ สงู
ความเร็วคงที่ มีขนาด 0.37-7.5 กโิ ลวตั ต์ (10 แรงม้า) ใช้กับงานปัม๊ คอมเพลสเซอร์ ปัม๊ ลม ปมั๊ นำ้

4. ยูนิเวอรแ์ ซลมอเตอร์ (Universal Motor) เปน็ มอเตอรข์ นาดเล็กมีขนาดกำลังไฟฟ้าตั้งแต่
1/200 แรงม้าถึง 1/30 แรงม้า นำไปใช้ได้กับแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงและใช้ได้กับแหล่งจ่ายไฟฟ้า
กระแสสลับชนิด 1 เฟส มอเตอร์ชนิดนี้มีคุณสมบัติที่โดดเด่น คือให้แรงบิดเริ่มหมุนสูงนำไปปรับ
ความเร็วไดท้ ้งั ปรับความเร็วได้ง่ายท้ังวงจรลดแรงดันและวงจรควบคมุ อิเลก็ ทรอนิกส์ นยิ มนำไปใช้เป็น
ตัวขับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น เครื่องบดและผสมอาหาร มีดโกนหนวดไฟฟา้ เครื่องนวดไฟฟา้
มอเตอรจ์ ักรเยบ็ ผ้า สว่านไฟฟ้า เปน็ ต้น

4

5. เชด็ เดด็ โพลมอเตอร์ (Shaded Pole Motor) เป็นมอเตอรข์ นาดเลก็ ท่ีสดุ มแี รงบดิ เรม่ิ หมนุ
ต่ำมากนำไปใชง้ านได้กับเคร่อื งใชไ้ ฟฟา้ ขนาดเลก็ ๆ เชน่ ไดร์เป่าผม พัดลมขนาดเลก็

2.1.3 หลกั การทำงานปกตขิ องมอเตอรไ์ ฟฟ้า
ส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานรว่ มกันระหว่างสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กในตัวมอเตอร์ และ

สนามแม่เหลก็ ทเ่ี กดิ จากกระแสในขดลวดทำใหเ้ กดิ แรงดูดและแรงผลักของสนามแม่เหลก็ ทั้งสอง ในการ
ใช้งานตัวอยา่ งเช่น ในอุตสาหกรรมการขนส่งใชม้ อเตอร์ฉดุ ลากเปน็ ตน้

2.1.4 โครงสรา้ งและส่วนประกอบของมอเตอร์
1. โรเตอร์ (Rotor) ในมอเตอร์ไฟฟ้า ส่วนที่เคลื่อนที่คือโรเตอร์ ซึ่งจะหมุนเพลาเพื่อจ่าย

พลงั งานกล โรเตอร์มกั จะมี ขดลวดตัวนำพันอยโู่ ดยรอบ ซ่ึงเมื่อมกี ระแสไหลผ่าน จะเกดิ อำนาจแม่เหล็ก
ที่จะไปทำปฏกิ ริ ิยากบั สนามแม่เหล็กถาวรของสเตเตอร์ ขบั เพลาให้หมุนได้ อย่างไรก็ตามโรเตอรบ์ างตัว
จะเป็นแม่เหลก็ ถาวรและสเตเตอรจ์ ะมีขดลวดตัวนำสลบั ท่ีกนั

2. สเตเตอร์ (Stator) จะเป็นส่วนที่อยู่กับที่ซ่ึงจะประกอบด้วยโครงของมอเตอร์แกนเหล็ก
สเตเตอร์ และขดลวด

3. ช่องวา่ งอากาศ ระหว่างโรเตอรแ์ ละสเตเตอรจ์ ะเปน็ ชอ่ งวา่ งอากาศ ซงึ่ จะตอ้ งมีขนาดเล็ก
ที่สุดเทา่ ที่จะเป็นไปได้ ชอ่ งวา่ งขนาดใหญ่จะมีผลกระทบทางลบอย่างมากตอ่ ประสิทธิภาพการ

4. ขดลวด (Windings) ขดลวดจะพนั โดยรอบเป็นคอยล์ปกตจิ ะพันรอบแกนแม่เหลก็ ออ่ นท่ี
เคลอื บฉนวน เพ่อื ให้เปน็ ข้ัวแมเ่ หล็กเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผา่ น

5. ตัวสบั เปล่ยี น(Commutator) ตัวสบั เปลยี่ นเป็นกลไกทใี่ ช้ในการสลับอินพุทของมอเตอร์
AC และ DC เพื่อให้กระแสที่ไหลในขดลวดในโรเตอร์ไหลทางเดียวตลอดเวลาในระหว่างการหมุน
ประกอบด้วยวงแหวนลื่นชิ้นเลก็ ๆแยกจากกันด้วยฉนวน วงแหวนนี้ยังแยกจากเพลาของมอเตอร์ด้วย
ฉนวนอกี ดว้ ย วงแหวนแตล่ ะคู่ที่อยู่ตรงข้ามกันจะเปน็ ขดลวดหน่งึ ชุด กระแสท่ีจา่ ยใหม้ ัดข้าวต้ม หรือที่
เรียกว่า armature ของมอเตอร์จะถูกส่งผ่านแปรงถ่านสองตัวที่แตะอยู่กับตัวสับเปลี่ยนแต่ละด้านท่ี
กำลังหมุนอยู่ ซึ่งจะทำให้กระแสจากแหล่งจ่ายไฟ AC ที่ไหลกลับทาง ไหลในขดลวดทิศทางเดียวใน
ขณะทโี่ รเตอร์หมุนจากขัว้ หนงึ่ ไปอีกขัว้ หน่งึ ในกรณีที่ไมม่ กี ระแสแหล่งจา่ ยไม่กลับทางมอเตอรจ์ ะ เบรก
หยดุ อยู่กับท่ี ในแง่ของความกา้ วหนา้ ทีส่ ำคัญในช่วงไมก่ ที่ ศวรรษท่ผี า่ นมา อันเน่ืองมาจากเทคโนโลยีที่ดี
ขึ้นในการควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ มอเตอร์เหนี่ยวนำที่ควบคุมโดยไม่ใช้เซ็นเซอร์ และมอเตอร์ที่มี
สนามแม่เหล็กถาวร มอเตอร์ที่มีตัวสับเปลี่ยนแบบกลไกไฟฟ้า กำลังถูกแทนที่เพิ่มขึ้นด้วยมอเตอร์
เหน่ียวนำทใ่ี ชต้ ัวสับเปลีย่ นภายนอกและมอเตอรแ์ บบแม่เหล็กถาวร

5

2.1.5 สวติ ช์ปุม่ กด (Push button Switch)
ความหมายของPush Button Switch หรอื ท่ีเรียกกนั วา่ สวิตซ์ป่มุ กด เป็นอปุ กรณท์ างไฟฟ้า

ซ่ึงทำหน้าท่ีตดั และตอ่ วงจรทางไฟฟ้าและ ใชใ้ นการควบคุมการทำงานของมอเตอร์ หรอื การทำงานของ
เครื่องจกั รต่างๆ เป็นเหมือนอุปกรณ์พืน้ ฐาน ใชไ้ ด้กบั อุตสาหกรรมทั่วไป มที งั้ แบบมีไฟ และทึบแสง
ประเภทของ Push button Switch สามารถแบ่งได้ 2 ประเภทคอื

1. แบบกดติดปลอ่ ยดบั
แบบกดติดปล่อยดับ หรือ ที่เรียกว่าแบบสปริงรีเทิร์น เป็นประเภทที่นิยมใช้กันมากที่สุด เนื่องจากมี
ฟังกช์ ันการทำงานทไี่ มย่ ่งุ ยาก นยิ มใช้กับ ตู้ MDB ตู้ DB และ ตู้ control เครอื่ งจกั ร เป็นตน้

2. แบบกดตดิ กดดับ
แบบกดติดกดดับ หรอื แบบ push on / push off เปน็ ประเภทท่ีนยิ มใช้ในฟังก์ชนั การทำงานแบบไม่
ซับซ้อน เชน่ Start/stop สายพานลำเลียง เป็นต้น

หลักการทำงานของ Push button Switch
Push button Switch มีทง้ั หมด 2 ชนิด ดังน้นั หลักการทำงานจึงมคี วามแตกตา่ งกนั ดงั นี้

1. แบบกดติด ปล่อยดบั เม่ือมีการกด Push button Switch หนา้ สัมผัสดงั กลา่ วจะเปลี่ยน
สถานะ จาก NO เปน็ NC หรือ จาก NC จะเปน็ NO แตเ่ มอ่ื ปลอ่ ยมอื ออกจาก Push button Switch
หนา้ สมั ผัสจะกลับสู้สภาวะปกตใิ นตำแหน่งเดิมโดยมีแรงผลักดันจากสปริงให้ Push button Switchเขา้
สสู้ ภาวะปกติ

2. แบบกดติด กดดับ เมื่อมีการกด Push button Switch หน้าสัมผัสดังกล่าวจะเปลี่ยน
สถานะ จาก NO เป็น NC หรอื จาก NC จะเป็น NO แต่เมอ่ื ปลอ่ ยมอื ออกจาก Push button Switch
หนา้ สัมผสั จะถูกล็อกไวโ้ ดยกลไกลของสวติ ซ์ ซ่ึงสามารถกลบั ส่สู ภาวะปกติในตำแหนง่ เดิมไดโ้ ดยโดยกด
Push button Switch อีกครั้งทำให้คลายล็อก จะมีแรงผลักดันจากสปริงให้ Push button Switch
เขา้ สู้สภาวะปกติ

6

2.2 งานศึกษาคน้ คว้าท่เี กย่ี วขอ้ ง

ดร.ฉตั รฤดี ศริ ลิ ำดวน (2560) ได้ศึกษาคน้ คว้าเกี่ยวกบั การพัฒนาด้านเทคโนโลยีทำใหอ้ ุปกรณ์
อเิ ลคทรอนิกสเ์ พม่ิ ขน้ึ ก่อให้เกดิ ปัญหาขยะอเิ ล็กทรอนกิ ส์ ทเ่ี ปน็ อนั ตรายตอ่ สุขภาพมนุษย์และสะสมใน
ส่ิงแวดลอ้ ม การกำจัดขยะอิเล็กทรอนกิ ส์รวมกับขยะมลู ฝอย โดยการฝงั กลบทไี่ ม่ถูกหลกั สุขาภิบาลจะ
ทำใหเ้ กดิ การแพร่ของมลพษิ ในระบบนเิ วศ เม่ือพจิ ารณาดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม และดา้ นเศรษฐศาสตร์
เทคโนโลยที ่ใี ชก้ ำจัดขยะอเิ ล็กทรอนกิ ส์และนำโลหะกลับมาใช้ใหม่จงึ เป็นเทคโนโลยที ีไ่ ด้รับความสนใจ
เทคโนโลยีในการนำโลหะจากขยะอเิ ลก็ ทรอนกิ สก์ ลับมาใช้ใหม่มหี ลายวิธี เทคโนโลยีการสกดั ทาง
ชีวภาพเป็นทางเลือกหนงึ่ เนือ่ งจากเปน็ มิตรตอ่ สิง่ แวดลอ้ มและตน้ ทุนต่ำ อย่างไรก็ตามเพอ่ื กำจัดและนำ
โลหะกลบั มาใชใ้ หมต่ ้องใช้เทคโนโลยอี ืน่ รว่ มกับการสกัดทางชีวภาพ วิธีท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพได้แก่ การดดู
ซบั ดว้ ยเรซนิ การวจิ ยั น้ีมวี ัตถุประสงคเ์ พือ่ คัดเลอื กเรซนิ ท่เี หมาะสมในการนำทองแดงจากสารละลาย
สารประกอบเชิงซอ้ นสังเคราะห์เลียนแบบสารประกอบเชงิ ซอ้ นทีไ่ ดจ้ ากการสกัดขยะอเิ ล็กทรอนกิ สด์ ้วย
จุลินชีพหรือการสกัดทางชีวภาพด้วยเทคนิคการดูดซับและคายซับ โดยคดั เลอื กเรซิน 3 ชนิด ได้แก่
Chelex 100 Dowex m4195 และ Lewatit TP260 ระบบในการทดสอบเป็นแบบทีละเทผลการศกึ ษา
พบวา่ Dowex m4195 มปี ระสิทธภิ าพการดูดซับมากท่สี ุด (ร้อยละ 86) และกรดซลั ฟูรกิ 2 โมลสามารถ
คายซับทองแดงได้รอ้ ยละ 52 คิดเปน็ 31.25 มิลลิกรมั ตอ่ กรัม จากการศึกษาสมดลุ การดูดซับดว้ ยวธิ ี
nonlinear regression พบวา่ แบบจำลอง Redlich Peterson สอดคลอ้ งกับสมดุลการดูดซับ แสดงวา่
การดูดซบั เปน็ แบบช้นั เดยี วและหลายชัน้ ศกั ยภาพสูงสุดในการดดู ซบั (qm) เทา่ กับ 88.7 มิลลิกรมั ตอ่
กรมั สรปุ ได้ว่า Dowex m4195 มคี วามเหมาะสมในการดดู ซบั ทองแดงจากสารละลายทไี่ ดจ้ ากการสกดั
ขยะอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ด้วยการสกดั ทางชีวภาพ และนำทองแดงกลับมาใช้ใหมไ่ ด้

ประกติ ศรพี รหมมา (2544) ไดศ้ ึกษาเก่ียวกบั การนา ฐานข้อมลู มาใชใ้ นการวางแผนงานตดั
เหล็กเสน้ โดยใช้การทำฐานขอ้ มลู โดยวธิ ี Structured System Analysis and Design (SSADM) เร่ิม
จาก การศึกษาระบบงานเดมิ นำมาทำการวิเคราะห์ รวบรวมปัญหา และขอบเขตของระบบการรวบรวม
เอกสารและความสัมพันธต์ ่างๆ นำมาสรา้ งฐานข้อมูลดว้ ยโปรแกรมไมโครซอฟทแ์ อกเซส 97 (Microsoft
Access 97) ผลคอื ระบบฐานข้อมลู สามารถนำมาใชค้ ำนวณการวางแผนในการตัดเหล็กเส้นได้อยา่ ง
เหมาะสม ทำใหล้ ดจำนวนคร้ังและเศษเหลอื จากการตัดได้และเสนอแนะใหม้ ีการนำ โปรแกรมทม่ี คี วาม
ทันสมยั และงา่ ยตอ่ การใชง้ านมาทำการพัฒนาต่อไป เช่น ไมโครซอฟท์วชิ วลเบสิค(Microsoft Visual
Basic) หรอื เดลไฟ (Delphi)

7

วรรษมา แสงปลั่ง (2545) ได้ศึกษาการวางแผนและควบคุมการผลิตแ บบ ผสมผสานใน
โรงงานผลิตโซ่ เพื่อแก้ปัญหาการวางแผนและจัดตารางการผลิต เพือ่ ปรบั ปรงุ กระบวนการจัดตารางการ
ผลิต โดยจัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับการจัด ตารางการผลิตสำหรับการผลิตแบบผสมผสาน
(Hybrid Production) ที่ประกอบด้วยทั้งการผลิตแบบ ไม่ต่อเนื่อง (Job Shop) และแบบต่อเนื่อง
(Flow Shop) ในส่วนของโปรแกรมการวางแผนการผลิต ออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรก การกำหนด
ตารางการ ผลิตหลัก (Master Production Scheduling) ซึ่งประกอบด้วยแผนการผลิต 2 แผน คือ
แผนความตอ้ งการ ประกอบและบรรจุ และแผนความต้องการชน้ิ ส่วน และสว่ นท่ีสองเป็นแผนการ ผลิต
ยอ่ ยรายวัน ซ่ึงแนวทางในการแกปัญหาจะนา วิธีการทางฮวิ ริสตกิ มาประยุกตใ์ ช้ในการหาคำตอบ ได้แก่
วิธี SPT, LPT, และSLACK และแสดงผลการจัดลำดับงานออกมาในรูปแผนภูมิแกนต์และวัด
ประสิทธภิ าพของการจัด ตารางการผลติ โดยใช้ช่วงกว้างของการทางาน, เวลาการไหลของงาน ที่อยู่ใน
ระบบเฉล่ยี , เวลางานล่าช้า เฉลย่ี และจานวนงานลา่ ช้าท้ังหมด และเปรยี บเทียบผลกับการผลิตวิธีการ
เดิม เพอ่ื หาวิธที ่ีใหผ้ ลที่ เหมาะสม ผลของการวิจยั ได้ทำการทดสอบโปรแกรมท่ีพัฒนาขึ้นกับโรงงานผลติ
โซ่รถจกั รยานยนต์ พบว่าวิธีการที่ให้ผลทเ่ี หมาะสมท่ีสดุ คอื วธิ ี SPT และจากการเปรยี บเทยี บวิธีการจัด
ตารางการผลิตที่ดี ที่สุดกับวิธีแบบเดิม พบว่า วิธีการจัดตารางการผลิตแบบ SPT (Shortest
Processing Time) ชว่ ยให้ ชว่ งกว้างของการทา งาน, เวลางานอยใู่ นระบบ เฉลยี่ , เวลางานล่าช้าเฉลี่ย
และจำนวนงานล่าชา้ ทั้งหมด ลดลง 4.45 %, 30.56 %, 50.39 % และ 55 % ตามลำดบั

บทที่ 3

วธิ ีการดำเนนิ การวิจยั

ในการดำเนินการวจิ ยั สงิ่ ประดิษฐ์ การศึกษาค้นควา้ ทดลอง คณะผู้จัดทำได้มผี ลดำเนนิ ท่เี ก่ยี วข้อง

กับส่งิ ประดษิ ฐอ์ ปุ กรณ์ตรวจสอบ ผู้วิจัยจึงได้ดำเนนิ การดงั นี้

1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

2. วัสดุอุปกรณ์ทใี่ ชใ้ นงานวิจัย

3. ข้ันตอนการสรา้ ง

4. แบบประเมนิ ประสทิ ธิภาพการใช้งาน

5. แบบประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งาน

3.1 ประชากรและกล่มุ ตวั อยา่ ง

ประชากรทีใ่ ช้ในการศกึ ษาครงั้ นีไ้ ดแ้ ก่ ผ้ปู ระกอบการรอ้ื และคดั แยกขยะอเิ ลก็ ทรอนกิ สใ์ นจังหวดั

สุราษฎร์ธานี จำนวน 30 คน

3.2 วัสดุอุปกรณ์ท่ใี ชใ้ นงานวจิ ัย

ลำดับ รายการ จำนวน/ตัว ราคา/บาท

1 A.C. มอเตอร์ 1 1,150

2 มอเตอรเ์ กยี รท์ ดรอบ ร่นุ PA-12 1 2,200

3 โครงเหลก็ 2 700

4 ตัวขบั ปลอกสายไฟฟา้ 2 300

5 ยอยยางประกบเพลา มอเตอร์ 2 900

6 มีดปลอกสายไฟ 1 300

ตารางท่ี 3-1 รายการอุปกรณ์

3.3 ขั้นตอนการสรา้ ง

1. ศึกษาขอ้ มลู และรวบรวมข้อมลู

2. ออกแบบเครือ่ งและจัดเตรยี มวัสดุ

3. ปรึกษาอาจารยแ์ ละปรบั ปรงุ แกไ้ ข

4. ทดสอบการใชง้ าน

5. แกไ้ ขขอ้ ผิดพลาด

6. วเิ คราะห์ข้อมลู และสรุปผล

7. จัดทำรูปเล่ม

9

3.4 แบบประเมนิ ประสทิ ธิภาพการใช้งาน

ขนาดของสายไฟ THW เวลาในการปอก/นาที

ปอกดว้ ยคน ปอกดว้ ยเครอื่ ง

1.5 1 1

2.5 1-2 1

4 1-2 1

6 2-3 1

10 2-3 1

16 2-3 1

25 3-4 1

35 3-4 1

3.5 แบบประเมนิ ความพึงพอใจของผใู้ ช้งาน

แบบสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องปลอกสายไฟ เป็นแบบสอบถามเลือกตอบตอบ
(Check list) จำนวน 1 ข้อ และระดับความพึงพอใจที่มี ต่อการบริการในแต่ละประเภทเป็น
แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดบั จำนวน 5 ข้อ โดยกำหนดคะแนนในแต่
ละดบั ดงั นี้

1 หมายถึง ระดับความพึงพอใจน้อยท่สี ุด
2 หมายถึง ระดับความพึงพอใจนอ้ ย
3 หมายถึง ระดบั ความพงึ พอใจปานกลาง
4 หมายถึง ระดับความพึงพอใจมาก
5 หมายถงึ ระดับความพึงพอใจมากทส่ี ดุ
เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั ความพงึ พอใจ
คะแนนเฉลี่ย
4.41 - 5.00 หมายถงึ ผู้ใช้งานามีความพงึ พอใจมากที่สดุ
3.51 - 4.50 หมายถงึ ผู้ใชง้ านามคี วามพึงพอใจมาก
2.51 - 3.50 หมายถึง ผ้ใู ชง้ านามีความพึงพอใจปานกลาง
1.51 - 2.50 หมายถงึ ผใู้ ช้งานามคี วามพึงพอใจน้อย
1.00 - 1.5 หมายถึง ผูใ้ ช้งานามีความพึงพอใจน้อยทส่ี ุด

บทท่ี 4
ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูล

การวจิ ยั การสร้างและหาประสทิ ธิภาพของเคร่อื งปอกสายไฟกึง่ อตั โนมัติ การวิจยั คร้ังน้ีผู้วิจัยได้ผล
การทดลองประกอบด้วย

4.1 ผลจากการสร้างเครอ่ื งปอกสายไฟกึ่งอตั โนมัติ

ผลจากการสรา้ งเครอ่ื งปอกสายไฟก่งึ อัตโนมัติการออกแบบและผลงานสำเรจ็ ดงั รปู

ภาพที่ 4.1 เครือ่ งปอกสายไฟกง่ึ อัตโนมัติ

4.2 ผลจากการวิเคราะหข์ ้อมลู จากแบบทดสอบเพื่อหาประสทิ ธิภาพ

4.2.1 เคร่ืองปอกสายไฟกงึ่ อัตโนมตั ิสามารถลดอนั ตรายทเ่ี กดิ จากการปอกสายไฟได้

4.3.2 เคร่อื งปอกสายไฟฟา้ กึ่งอตั โนมัตสิ ามารถชว่ ยลดเวลาในการปอกสายไฟให้เรว็ ขน้ึ กว่าเดิม

4.3.3 เครือ่ งปอกสายไฟฟา้ ก่งึ อตั โนมตั สิ ามารถช่วยเพิม่ ปรมิ าณในการปอกสายไฟเพม่ิ ขึ้นได้

4.3 ผลจากการวเิ คราะหข์ อ้ มลู จากแบบสอบถามความพึงพอใจ

ตารางที่ 4.1 ตารางวิเคราะห์ขอ้ มูลดา้ นคณุ ภาพวสั ดุ

ลำดบั หัวข้อ ระดบั ความคิดเห็น แปลผล

̅ S.D.

1 ด้านคุณภาพของวัสดุ 4.37 0.89 มาก

1.1 ความเหมาะสมของวัสดุทีน่ ำมาใช้ 4.00 0.74 มาก

1.2 วัสดุมีความแขง็ แรง ทนทาน 4.37 0.85 มาก

1.3 วัสดุทใ่ี ช้สามารถหาซอ้ื ได้งา่ ย 4.47 0.73 มากทีส่ ดุ

1.4 ความเหมาะสมของราคาวสั ดทุ นี่ ำมาใช้ 4.17 0.79 มาก

รวม 4.27 0.80 มาก

11

ภาพท่ี 4.2 กราฟแสดงการวิเคราะห์ข้อมูลดา้ นคุณภาพวัสดุ

ตารางท่ี 4.2 ตารางวเิ คราะห์ข้อมูลด้านการใช้งาน ระดบั ความคดิ เหน็ แปลผล
ลำดับ หัวข้อ ̅ S.D.
4.40 0.67 มาก
2 ด้านการใชง้ าน 4.27 0.78 มาก
2.1 มโี ครงสร้างทีแ่ ข็งแรงทนทาน 4.47 0.73 มากทสี่ ดุ
2.2 มปี ระสิทธิภาพในการใชง้ านได้จรงิ 4.38 0.73 มาก

รวม

ภาพท่ี 4.3 กราฟแสดงการวิเคราะห์ขอ้ มูลดา้ นการใชง้ าน

12

ตารางท่ี 4.3 ตารางวเิ คราะห์ขอ้ มูลดา้ นการออกแบบ ระดบั ความคดิ เห็น แปลผล
ลำดบั หัวขอ้ ̅ S.D.
4.40 0.67 มาก
2 ด้านการออกแบบ 4.10 0.80 มาก
2.1 มกี ารออกแบบมเ่ี หมาะสมต่อการใชง้ าน 4.43 0.73 มากที่สดุ
2.2 มีรูปร่างและขนาดที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้
4.31 0.74 มาก
งาน
รวม

ภาพท่ี 4.4 กราฟแสดงการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ด้านการออกแบบ

บทท่5ี
สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ

การวิจัยเรื่องการสร้างและหาประสิทธิภาพของเครื่องปอกสายไฟกึ่งอัตโนมัติ ผู้นำเสนอสรุป
ผลการวิจัยและขอ้ เสนอแนะตามลำดับดงั น้ี

5.1 สรุปผลการวจิ ัย
5.2 ประโยชนจ์ ากการดำเนินโครงการ
5.3 ข้อเสนอแนะ

5.1 สรปุ ผลการวจิ ยั

การวจิ ยั เร่ืองการสร้างและประสิทธิภาพของเครือ่ งปอกสายไฟก่ึงอัตโนมตั ิ โดยมีวัตถปุ ระสงค์เพื่อ
ลดอันตรายทเ่ี กดิ ตอ่ ผู้ปอกสายไฟฟ้าใหน้ อ้ ยลงและเพิ่มปรมิ านในการปอกสายไฟฟา้ ใหเ้ พิ่มมากขึ้นและ
ช่วยลดเวลาในการปอกสายไฟฟ้าให้เร็วขนึ้

5.2 ประโยชน์จากการดำเนนิ โครงการ

5.2.1 เครือ่ งปอกสายไฟกึ่งอตั โนมตั ิ สามารถช่วยลดอนั ตรายทีจ่ ะเกิดตอ่ ผู้ปอกสายไฟให้นอ้ ยลง
5.2.2 ชว่ ยเพิม่ ปรมิ าณในการปอกสายไฟให้ไดม้ ากขน้ึ
5.2.3 ช่วยลดเวลาในการปอกสายไฟให้นอ้ ยลงกวา่ เดิม
5.2.4 เครือ่ งปอกสายไฟก่ึงอัตโนมตั ิสามารถนำไปใชง้ านไดจ้ รงิ

5.3 ขอ้ เสนอแนะ

5.3.1 พฒั นาใหส้ ามารถปอกสายไฟได้ครบทุกขนาด
5.3.2 พัฒนาใหช้ นิ้ งานมีขนาดเล็กลงและน้ำหนกั เบาลงกวา่ เดมิ ใหเ้ หมาะกบั การพกพาไดส้ ะดวก

14

บรรณานกุ รม

โครงสรา้ งและสว่ นประกอบของมอเตอร์. (2563). (ออนไลน์). สบื คน้ จาก
https://thatrathepmotor.com/electric-motor/ (สืบค้นเม่ือ 19 กรกฎาคม 2565).

ฉตั รฤดี ศริ ลิ ำดวน, อำณตั ิ ดีพฒั นำ. (2560). การนำทองแดงกลับมาใช้ใหมจ่ ากสารละลายสังเคราะห์
ของสารประกอบเชงิ ซ้อน ทองแดงกบั กรดอินทรยี ์ทไ่ี ด้จากการสกัดขยะอเิ ลก็ ทรอนิกส์ดว้ ยการ

สกดั ทางชีวภาพด้วยเรซนิ . วารสารวจิ ัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ประกติ ศรพี รหมมา. (2544). การวางแผนงานตดั เหล็กโดยคอมพวิ เตอร์. โครงงานวิจยั อตุ สาหกรรม

ปริญญาวศิ วกรรมศาสตร์มหาบณั ฑิต สาขาวิชาวศิ วกรรมระบบการผลิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
พระจอมเกล้าธนบุรี
มอเตอร์กระแสสลบั . (2559). (ออนไลน์). สืบคน้ จาก
https://sites.google.com/site/rattatummanoon17/mxtexr/
(สบื คน้ เมื่อ 19 กรกฎาคม 2565).
วรรษมาแสงปลั่ง. (2545). การวางแผนและควบคุมการผลติ แบบผสมผสานในโรงงานผลิตโซ่
รถจักรยานยนต์. วทิ ยานิพนธว์ ศิ วกรรมศาสตร์มหาบัณฑติ ภาควชิ าวศิ วกรรมการจดั การ
อตุ สาหกรรม สถาบันเทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ พระนครเหนือ.
สวติ ช์ปมุ่ กด. (2565). (ออนไลน์). สืบค้นจาก
https://mall.factomart.com/principle-of-push-button-switch/
(สืบคน้ เมือ่ 26 กรกฎาคม 2565)


Click to View FlipBook Version