เนอื้ เร่อื ง
มหาเวสสนั ดรชาดก
กัณฑม์ ทั รี
รวบรวมโดย
ยพุ าพร
เนอื้ เรือ่ ง
มหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑม์ ัทรี
มหาชาติ เปน็ ชาติทยี่ ่ิงใหญข่ องพระโพธสิ ัตว์
ทีไ่ ด้เสวยพระชาตเิ ป็นพระเวสสันดรและเปน็ พระชาติ
สดุ ท้ายก่อนจะตรสั รูเ้ ป็นพระสมั มาสัมพุทธเจา้ คนไทย
รจู้ ักและคุ้ยเคยกับมหาชาตมิ าต้งั แต่สมยั สโุ ขทัย ดังท่ี
ปรากฏ ในหลกั ฐานในจารกึ นครชมุ และในสมยั
อยุธยา ก็ได้มีการแต่งและสวดมหาชาติคาหลวงในวัน
ธรรมสวนะ ส่วนการเทศนม์ หาชาติเปน็ ประเพณที ่ี
สาคญั ในทุกท้องถน่ิ และมคี วามเชอื่ กนั ว่า การฟังเทศน์
มหาชาติจบภายในวนั เดยี วจะไดร้ ับอานสิ งส์มาก
ผูแ้ ต่ง เจา้ พระยาพระคลัง(หน)
ลักษณะการแตง่ ความเรียงร้อยแกว้ รา่ ย
ยาว กลบท กลอนพน้ื บา้ น
เนื้อเรอ่ื งย่อ
พระนางมัทรฝี ันรา้ ยวา่ มบี ุรุษมาทาร้าย จึงขอให้
พระเวสสันดรทานายฝนั ให้ แต่พระนางก็ยงั ไม่สบาย
พระทัย ก่อนเข้าป่า พระนางฝากพระโอรสกับพระธดิ า
กับพระเวสสันดรใหช้ ่วยดูแล หลงั จากนนั้ พระนางมัท
รีกเ็ สด็จเขา้ ปา่ เพื่อหาผลไม้มาปรนนิบตั พิ ระเวสสนั ดร
และสองกมุ าร ขณะที่อยูใ่ นป่า พระนางพบวา่
ธรรมชาตผิ ดิ ปกตไิ ปจากทเ่ี คยพบเห็น เชน่ ต้นไมท้ ่เี คย
มีผลกก็ ลายเปน็ ต้นท่มี ีแตด่ อก ต้นท่ีเคยมกี ่ิงโน้มลงมา
ใหพ้ อเกบ็ ผลไดง้ า่ ย กก็ ลบั กลายเป็นต้นตรงสูงเกบ็ ผล
ไมถ่ งึ ทั้งทอ้ งฟ้าก็มืดมิด ขอบฟ้าเปน็ สเี หลืองให้ร้สู ึก
หว่ันหวาดเป็นอย่างย่ิง ไม้คานทีเ่ คยหาบแสรกผลไม้
ก็พลดั ตกจากบา่ ไมต้ ะขอที่ใชเ้ กยี่ วผลไมพ้ ลัดหลุดจาก
มอื ยิ่งพาให้กงั วลใจยิ่งขน้ึ บรรดาเทพยดาทง้ั หลายต่าง
พากันกังวลว่า หากนางมทั รีกลับออกจากปา่ เร็วและ
ทราบเรื่องทีพ่ ระเวสสนั ดร ทรงบริจาคพระโอรสธดิ า
เป็นทาน กจ็ ะต้องออกติดตามพระกุมารท้งั สองคืน
จากชูชก พระอนิ ทรจ์ ึงส่งเทพบริวาร 3 องคใ์ ห้
แปลงกายเป็นสตั ว์รา้ ย 3 ตัว คือราชสหี ์ เสอื โคร่ง
และเสอื เหลอื ง ขวางทางไม่ใหเ้ สดจ็ กลับอาศรมได้
ตามเวลาปกติ เม่อื ลว่ งเวลาดึกแลว้ จึงหลีกทางให้
พระนางเสด็จกลบั อาศรม เม่ือพระนางเสด็จกลับถงึ
อาศรมไม่พบสองกมุ ารกโ็ ศกเศร้าเสียพระทัยเที่ยวตาม
หาและรอ้ งไห้ครา่ ครวญ พระเวสสันดรทรงเหน็
พระนางเศรา้ โศก จึงหาวธิ ีตดั ความทกุ ข์โศกดว้ ยการ
แกล้งกลา่ วหานางวา่ คิดนอกใจคบหากับชายอืน่
จึงกลับมาถึงอาศรมในเวลาดกึ เพราะทรงเกรงว่าถา้
บอกความจรงิ ในขณะท่ีพระนางกาลังโศกเศรา้ หนัก
และกาลังอ่อนล้า พระนางจะเปน็ อันตรายได้ ในทส่ี ุด
พระนางมทั รที รงคร่าครวญหาลกู จนสิน้ สติไป ครนั้
เม่ือฟื้นข้ึน พระเวสสันดรทรงเล่าความจรงิ ว่า
พระองค์ได้ประทานกุมารทงั้ สองแก่ชูชกไปแล้วดว้ ย
เหตุผลท่ีจะทรงบาเพ็ญทานบารมี พระนางมัทรจี ึง
ทรงคอ่ ยหายโศกเศร้าและทรงอนุโมทนาในการ
บาเพ็ญทานบารมขี องพระเวสสนั ดรดว้ ย
เน้ือเรือ่ งร้อยแก้ว(แปลความจากบทร้อยกรอง)
พระมหาสตั วเ์ จ้ายงั มหาปฐพีอันใหญ่ให้หวั่นไหว
ด้วยพระราชทานปิยบตุ รทั้งสองแก่พราหมณ์ แล้วเกิด
โกลาหลเปน็ อันหนงึ่ อนั เดยี วกันตลอดถงึ พรหมโลก
โกลาหลอันนน้ั หมู่เทพเจ้าชาวป่าหิมพานตไ์ ด้สดับเสยี ง
พิลาปราพนั ของสองพระกมุ ารกุมารีท่ีพราหมณ์นาไป
ก็มีความสงสารประหนึง่ วา่ หฤทัยจะแตกทาลาย จงึ
ปรึกษากันว่าถา้ พระนางมทั รีเสด็จกลบั มาสอู่ าศรมใน
เวลากลางวัน เม่ือไม่ได้เห็นพระเจา้ ลูกท้งั สองก็จะตอ้ ง
รบกวนทลู ถามซ่งึ พระเวสสนั ดร คร้ันไดท้ รงทราบว่า
พระเวสสนั ดรได้พระราชทานใหไ้ ปแกพ่ ราหมณแ์ ลว้
พระนางเธอก็จะต้องว่งิ ติดตามดว้ ยความสิเนหาอันแรง
กลา้ กจ็ ะเสวยเวทนาอันใหญห่ ลวง จาเราทง้ั ปวงจะคิด
หาอุบายกน้ั กาง อยา่ ใหพ้ ระนางเธอเสดจ็ มาไดแ้ ตใ่ น
เวลายังวนั
ครัน้ ปรึกษากันอย่างนแ้ี ล้วจงึ พร้อมกนั มอบ
หน้าทใ่ี ห้เทพบตุ รท้ังสามว่า ท่านท้งั สามจงจาแลงเพศ
เป็นราชสหี ์องคห์ นึ่ง เปน็ เสือโคร่งองค์หน่งึ เปน็ เสือ
เหลอื งองคห์ นึ่ง แล้วพากันไปขดั ขวางกน้ั กางหนทางท่ี
พระนางเธอเสด็จมา ถงึ พระนางเธอจะอ้อนวอนสัก
เพียงไรอยา่ อนญุ าตให้มาได้ จนกวา่ พระอาทติ ยจ์ ะ
อัสดงคต จงึ คอ่ ยพากันละลดเลิกถอยหนไี ปให้พระนาง
เธอเสด็จมาด้วยรศั มจี นั ทร์ แตว่ ่าท่านทั้งสามจงพากนั
ป้องกันอย่าให้พระนางเธอเปน็ อันตรายด้วยสตั ว์ร้าย
ต่าง ๆ ไดเ้ ปน็ อนั ขาด
เมือ่ เทพบตุ รท้ังสามรับเทวราชปกาสิตของเทพเจา้
เหลา่ ทีป่ ระชุมอยู่ในสถานทีน่ ้นั แล้ว กก็ ระทาตามคาส่งั
สอนทกุ ประการ ฝา่ ยพระเยาวมาลย์มาศมทั รีพระนาง
เธอมพี ระหฤทัยไหวหวาดดว้ ยทรงคานงึ ความฝนั แลว้
ทรงรีบขมขี มันแสวงหามลู ผลาหาร แตบ่ งั เอิญเสยี มที่
พระนางเธอถือกห็ ลดุ จากพระหตั ถ์ กระเช้าก็จะพลัดตก
ลงจากพระอังสา ทั้งพระเนตรเบ้อื งขวาก็เขมน่ อยรู่ ิก ๆ
ต้นไม้ท่พี ระนางเคยปลิดผลกเ็ ผอิญไมแ่ ลเห็น ทอ้ งฟา้
อากาศก็เปน็ ประหนึง่ ว่ามดื มิดไปทวั่ ทุกทิศ พระนางเธอ
ก็ทรงหลากจติ ว่าเหตไุ รหนอจึงเปน็ อย่างน้ี ชะรอยจะมี
เหตอุ นั ใดอันหนึ่งแก่ตวั เราหรือไมก่ ็พระเจา้ ลูกทั้งสอง
มิฉะน้นั ก็พระสวามเี วสสันดรอยา่ งใดอย่างหนึง่
คร้นั ทรงคานงึ อยา่ งนแ้ี ล้วจึงบา่ ยหน้าเสดจ็ กลับ
แต่ได้มาพบมฤคราชรา้ ยทง้ั สามที่นอนขวางทาง
พระนางอยู่ พอนางเสดจ็ จวนถึง มฤคราชทง้ั สามนนั้
กพ็ ร้อมกนั ลุกข้นึ ยนื สกดั ขวางทางพระนางไว้พระนาง
เธอจึงทรงพไิ รราพันว่า เวลาพระอาทติ ย์กจ็ วนจะ
ตกต่าอยแู่ ล้วท้ังพระอาศรมก็ยังอยไู่ กล พระเจ้าลูกทง้ั
สองกับพระสวามคี งจะคอยเสวยมลู ผลาหารทเี่ ราจะ
นาไป ปา่ นนี้พระจอมไทขตั ติยาเบศรค์ งจักปลอบพระ
ราชโอรสธิดาผ้หู วิ โหยอยู่ในบรรณศาลาตง้ั หนา้
ทอดพระเนตรคอยเป็นแนแ่ ท้ พระลูกรกั ทงั้ สองของ
เราก็จักพากนั ทรงกนั แสงดว้ ยถงึ เวลาเสวยแลว้ พระ
ลูกแกว้ กัณหาก็คงหิว พระถนั ธารา หรอื ไมอ่ ยา่ งนนั้
พระเจา้ ลูกท้ังสองก็คงจักมาคอยทางแมเ่ หมือนกบั ลกู
โคอ่อนที่ชะแง้แลหาแมโ่ ค หรือไม่อยา่ งน้ันพระลูกท้ัง
สองคงยืนคอยแมอ่ ยู่แต่ในอาศรม เหมือนกับหงส์ทต่ี ก
อยบู่ นเปือกตมฉะนั้น อนั หนทางก็ยังอยู่ไกล ทงั้ เป็น
หนทางนอ้ ยเดินไดแ้ ต่ผู้เดียว เราไมอ่ าจจะเลย้ี วลัดให้
พญาสัตว์ทงั้ สามนไ้ี ด้ เพราะข้างหนา้ หนง่ึ ก็มสี ระ อกี
ขา้ งหนงึ่ ก็มบี งึ เราจาเป็นจะออ้ นวอนพญาสตั วท์ งั้ สาม
นใี้ ห้หลีกหนจี ากหนทางเรา
ครั้นทรงพระดาริแลว้ จึงปลดกระเชา้ ผลไมล้ ง
จากพระอังสาแลว้ ประคองอญั ชลขี น้ึ ออ้ นวอนวา่
ขา้ แตพ่ ญามฤคราชผู้ทรงฤทธิรอน ขอท่านท้งั สามจง
เห็นแก่ความออ้ นวอนของขา้ พเจา้ ผเู้ ปน็ พระราชธิดา
ของมนษุ ย์ ส่วนทา่ นทั้งสามก็เปน็ ราชบุตรของพญา
มฤคราชเหมอื นกนั ข้าพเจา้ กบั ท่านทงั้ สามชือ่ ว่าเป็น
พนี่ อ้ งกันโดยทางธรรม ข้าพเจ้าขอกราบไหวท้ า่ นท้ัง
สาม ท่านทง้ั สามจงกรุณาหลีกหนทางให้ข้าพเจา้ อนั
ขา้ พเจา้ นีเ้ ป็นอัครมเหสีของพระราชโอรสกรุงสพี ี ซึ่ง
ถูกขบั จากประเทศมาบวชเป็นชีไพร ขา้ พเจ้านีม้ ไิ ด้
หมิน่ ประมาทพระราชสามี จงรักภกั ดตี อ่ พระราชสามี
อย่เู สมอเปน็ เนอื งนติ ย์ ขอทา่ นท้ังสามจงนมิ ิตจติ หลีก
หนทางให้แกข่ า้ พเจ้าด้วย ช่วยใหข้ า้ พเจ้าได้กลับไป
เห็นหน้าลูกรักทั้งสองศรี คอื ชาลีและกัณหา ทา่ นทั้ง
สามก็จงพากนั แสวงหาอาหารตามตอ้ งการเถดิ อกี
ประการหน่งึ ลูกไม้หัวมันทีข่ า้ พเจา้ ไดม้ านี้มีอยมู่ าก
ขา้ พเจา้ จะแบ่งให้ทา่ นท้งั สามเสียกึ่งหนง่ึ อกี กงึ่ หนึ่ง
จกั นาไปฝากพระลกู รักและแลผัวขวัญ ขอท่านท้ังสาม
จงรีบดว่ นใหห้ นทางแก่ข้าพเจ้า
เมื่อพระนางออ้ นวอนอยู่อยา่ งน้ี จนกระท่ังเวลา
พระอาทติ ย์อัสดงคต พญามฤคราชทัง้ สามน้ันจงึ พากัน
ละลดหลกี หนทางให้ ในคนื วนั นนั้ เป็นวนั เพ็ญมี
พระจันทรเ์ ด่นเตม็ ดวง พระนางเธอกไ็ ดเ้ สด็จล่วง
มรรคามาจนกระท่ังถงึ ทสี่ ดุ จงกรม เมอ่ื ได้ทรงพบเหน็
พระเจา้ ลกู ทงั้ สองในท่ี ๆ เคยเห็นมา จึงตรสั วา่ เราได้
เคยเหน็ พระเจ้าลูกทั้งสองพากันยนื คอยตอ้ นรับอยู่ที่น้ี
พอเห็นแม่มาถงึ ก็พากนั วิ่งเขา้ รับ แต่วันนเ้ี หตไุ รจึงกลับ
กลาย เราไมพ่ บเห็นพระเจ้าลกู ท้ังสองเหมือนอยา่ งท่ี
เคย แมน่ ีม้ อี ุปมาเหมอื นแม่แพะหรือแม่เนือ้ ที่ละลกู
นอ้ ยไปเท่ยี วหากนิ หรือเหมือนกับปักษณิ ที่ทิ้งลูกน้อย
ไปจากรงั หรือแมร่ าชสหี ท์ พี่ ะวา้ พะวังอาหาร ละลูก
นอ้ ยไว้ในสถานของตนแล้วเทยี่ วไปหากนิ ฉะน้ัน วนั นี้
แมไ่ ด้เห็นแต่รอยเทา้ ของเจ้าทั้งสองกับกองทรายท่ีเจ้า
ทัง้ สองเคยกองเล่น วนั อ่นื ๆ แม่ได้เห็นเจา้ ทั้งสอง
ขะมกุ ขะมอมอย่ดู ว้ ยฝุ่นและทราย พอเห็นแมม่ าถึงก็
พากันวงิ่ รับรองข้าง มาวนั นี้แม่รู้สกึ อ้างวา้ งดว้ ยไมเ่ หน็
หนา้ เจ้าท้งั สอง วนั กอ่ น ๆ เจ้าท้ังสองเคยคอยตอ้ นรบั
แม่ผูก้ ลับมาจากป่า เคยชะแง้แลหาแมเ่ หมือนกบั ลูก
แพะหรือลูกเน้อื ทราย อันมีความมงุ่ หมายหาแมฉ่ ะนั้น
แตว่ ันนีแ้ มม่ ิไดเ้ ห็นหน้าเจา้ ทั้งสองเหมอื นแตก่ ่อนเลย
เหน็ แตผ่ ลมะตมู สกุ ทเี่ จ้าทั้งสองเคยอมุ้ เล่นมาตก
กระเด็นอยูใ่ นท่นี ี้ โอ้ลูกรกั ของแม่เอ๋ย เวลาน้ถี ันทงั้
สองเต้าของแม่ทีล่ ูกกณั หาเคยไดด้ ดู ดมื่ มาแตก่ อ่ นกเ็ ต่ง
เต็มประดุจว่าจะแตก ใครเลา่ เวลานี้จะมาค้นชายพก
แมเ่ พอื่ หาของเล่น และใครเลา่ จะเขา้ เหน่ยี วถนั แม่
เสวยนม โอ้ พระอาศรมน้เี ม่อื กอ่ นปรากฏแก่เรา
เหมือนกบั มมี หรสพครึกคร้นื มาวนั นดี้ ชู า่ งเงียบเหงาน่ี
กระไร เราได้ดูอาศรมแล้วประหน่งึ ว่าอาศรม
หมุนเวียนเหมือนกบั แปน้ แหง่ นายช่างหมอ้ โอ้ ไฉน
หนอพระอาศรมนี้จงึ มาเปน็ เชน่ นี้ ท้ังฝงู กาและสกุณา
ชาตทิ ง้ั หลายก็มไิ ดส้ ่งเสยี งขนั เหมือนวันกอ่ น หรือว่า
ลูกในอทุ รของแมต่ ายเสยี แนแ่ ลว้ ประการใด หรือว่ามี
ผู้ใดมานาเอาลูกแม่ไปเสยี ท่อี ืน่ ลกู แมจ่ ึงไมเ่ หน็ ปรากฏ
เหมอื นกบั ในวนั ก่อน ๆ
เมอื่ พระนางเธอทรงพิลาปราพันอยู่ดังนี้แล้ว ก็
เสด็จเขา้ ไปเฝา้ พระอดิศรสวามีเวสสันดรราชฤาษี ทรง
วางกระเช้าผลไม้ลงแล้วถวายบังคม เม่อื ได้เห็นสมเดจ็
พระเวสสนั ดรราชฤาษเี สดจ็ ประทับนั่งนิ่งอยมู่ ิได้ทรง
พาที ทงั้ มิได้เหน็ พระชาลกี ณั หา จงึ กราบทูลถามว่าขา้
แต่พระองคผ์ ู้ทรงพระคณุ อนั ประเสริฐ เหตไุ รพระองค์
จึงทรงน่งิ อยูเ่ ชน่ นี้ ทาให้หัวใจของหมอ่ มฉันมทั รนี ีห้ ว่ัน
หวาด ท้งั เมื่อเวลาจวนจะใกลร้ ุ่งวนั นี้ หมอ่ มฉันมทั รกี ็
ฝันประหลาดอยู่แล้วพระเจา้ ข้า ในเวลานฝ้ี งู นกกาไพร
และนกต่าง ๆ กม็ ิไดส้ ่งเสยี งขับร้อง หรือพระเจ้าลกู ท้ัง
สองพี่น้องตายเสยี แล้วประการใด ข้าแต่พระจอมไทธิ
ราชเจ้า มีสตั วร์ า้ ยคาบเอาพระเจา้ ลกู ทง้ั สองไปเคี้ยว
กนิ เสียแลว้ หรอื ไฉน หรอื ว่ามใี ครนาเอาไปเสยี ในปา่
หรือในท่งุ กวา้ งอันสุดทจ่ี ะแสวงหา หรอื ว่าพระองคใ์ ห้
พระเจา้ ลกู ทง้ั สองใหเ้ ป็นทตู ไปเฝ้าพระเจ้าสพี ี หรอื
พระเจา้ ลกู ทง้ั สองเขา้ ไปบรรทมอยูใ่ นอาศรมน้ี หรือวา่
พระเจ้าลูกทง้ั สองพากนั ออกไปเท่ยี วเล่นในท่ีอนื่ ขอ
พระองค์จงตรัสบอกแก่กระหม่อมฉันดว้ ยเถดิ แม้แต่
พระเกศาและพระหตั ถ์พระบาทของพระเจ้าลูกทั้งสอง
ก็มไิ ด้ปรากฏในคลองจกั ษุของหมอ่ มฉันหรือนกหัสดี
ลงิ ค์จะโฉบเฉยี่ วพระลูกเจ้าท้ังสองของกระหม่อมฉันไป
แลว้ ขอพระองคจ์ งตรัสบอกแก่กระหมอ่ มฉนั ดว้ ยเถดิ
เมือ่ พระนางมัทรที ลู ออ้ นวอนอยู่สกั เท่าไร
พระมหากษัตริยเ์ จ้าก็มไิ ดต้ รสั ตอบ นางมัทรีจึงกราบ
ทูลว่า ข้าแตพ่ ระเวสสนั ดรเจ้า ทุกข์ท่ีข้าพระองคไ์ ม่
ตรัสแก่กระหมอ่ มฉันนีเ้ ปน็ ทกุ ข์อันย่ิงใหญก่ วา่ ทกุ ข์ท่ี
ถกู เนรเทศจากเมอื ง ยงั มิหนาซา้ ทุกขไ์ ม่ไดเ้ ห็นหน้า
พระเจ้าลกู ท้ังสองอีก ขอพระองค์อย่าทรงทรมาน
กระหมอ่ มฉนั ให้ลาบากหัวใจเชน่ น้ีเลย หวั ใจของ
กระหมอ่ มฉันเวลานีเ้ หมอื นกบั ถกู ไฟจี้ การท่ีพระองค์
ทรงน่ิงอยอู่ ยา่ งน้ที าให้กระหมอ่ มฉันลาบากหัวใจย่ิงนัก
การทพี่ ระองคท์ รงทาอยา่ งนี้เหมอื นกบั คนท่ีตกต้นไม้
แลว้ มผี ตู้ ีซ้าอกี หัวใจของกระหม่อมฉันเวลาน้ีรู้สึกชอก
ชา้ เหมอื นกบั ถูกลูกศร หวั ใจของกระหมอ่ มฉันเวลานี้
เรา่ ร้อนยง่ิ นักในการที่ไมไ่ ดเ้ ห็นพระลูกรักท้ังสอง
กระหมอ่ มฉันขอกราบทลู ให้ทรงทราบวา่ ถ้า
กระหม่อมฉันไมไ่ ดเ้ ห็นหน้าลกู ในคืนนี้ หรือพระองค์ไม่
ตรสั กบั หมอ่ มฉันในคืนน้ีแล้ว เชา้ ข้นึ พระองคก์ ็จะเห็น
ซากศพของกระหม่อมฉันแน่
พระมหากษัตริย์เจา้ จึงทรงพระดาริว่าจาเราจัก
หา้ มความโศกพระนางด้วยความหงึ หวงจึงจะได้ ครนั้
ทรงพระดาริแล้วจึงตรสั ว่า ดกู ่อนมัทรีผู้มีรูปสวย อัน
ในปา่ หมิ พานตน์ ยี้ อ่ มมนี ายพรานและดาบสหรือวิทยา
ธรเปน็ อนั มาก หากเจ้าไปทาอะไรในป่ากไ็ มม่ ีใครจะรู้
เหน็ เจ้าออกปา่ แต่เช้าเป็นอย่างไรจึงกลับมาจนคา่ มืด
เชน่ น้ี นีแ่ น่ะแมม่ ัทรี ธรรมดาหญิงท่ีทิ้งลูกหนไี ปในปา่
เขาจะมสี ามีหรอื ไมม่ กี ต็ ามเขาไม่ทาอยา่ งน้ี ตัวเจา้ เหตุ
ไรจึงทาเป็นไม่มหี ่วงลูกหว่ งผัวบา้ งเลย ท่ถี ูกเข้าควรจะ
นกึ ถึงลกู บ้างไม่นึกถงึ ผัวก็ชา่ งเถิด แต่น่ีสเิ ข้าปา่ แต่เช้า
จนกระทงั่ กลางคืนจึงกลับมา ยากทเ่ี ราจะเข้าใจว่าเจา้
ไปทาอะไร เมอ่ื เจ้ามขี อ้ แกไ้ ขอยา่ งไรจงว่ามาอยา่ ได้ช้า
เม่ือพระนางมทั รไี ดท้ รงสดับพระวาจาอนั เสียด
แทงพระหฤทัยเชน่ นี้ จงึ กราบทูลว่า พระองคไ์ ม่ไดย้ ิน
เสยี งราชสหี เ์ สอื โคร่ง สตั วส์ เ่ี ท้าสองเทา้ และนกอนั
บันลอื รอ้ งในตอนเย็นนบ้ี า้ งหรอื นน่ั แหละคืออันตราย
ท่ีทาใหก้ ระหม่อมฉันกลบั มาแต่ยังวนั ไม่ได้ ในเวลาท่ี
กระหมอ่ มฉันไปแสวงหาลูกไมห้ วั มนั น้นั เกดิ รางรา้ ยขนึ้
หลายประการ คอื เสยี มกห็ ลุดมือ กระเชา้ ก็หลุดจาก
บ่า และในป่าน้ันกระหม่อมฉันร้สู กึ หวาดกลวั จนตวั สน่ั
ขวญั หาย ไดไ้ หว้วอนเทพเจ้าท้ังหลายใหช้ ว่ ยคุ้มครอง
พระองคก์ ับพระเจ้าลูกทีอ่ ย่ขู ้างหลัง แลว้ กระหมอ่ มฉัน
ได้นกึ ถึงความฝันร้ายในคนื น้ีจงึ ตั้งใจจะกลับมาเร็ว ใน
กาลนนั้ ตาของกระหมอ่ มฉันกเ็ ขม่นอยรู่ กิ ๆ ท้งั รสู้ ึก
พรา่ พราวแลเห็นต้นไม้แปลกไปกว่าแตก่ ่อน คือต้นไมท้ ี่
เคยผลผิ ลก็แลเหน็ เป็นไมม่ ีผล ส่วนต้นไมท้ ไี่ มม่ ีผลสิ
กลบั แลเห็นเป็นมผี ล กระหม่อมฉันจึงเที่ยวหาผลไมไ้ ด้
โดยลาบากนกั พอแสวงหาไดแ้ ล้วก็รีบกลบั มา ครัน้
มาถงึ ช่องเขาก็มสี ตั วร์ ้ายสามตวั คือราชสหี ์ เสอื โคร่ง
เสือเหลือง มานอนขวางทางกระหมอ่ มฉันอยู่
กระหมอ่ มฉันไม่รทู้ ี่จะหลีกไปทางไหน ได้กราบไหว้
ออ้ นวอนต่อสตั ว์ทงั้ สามอยู่จนกระท่ังพลบคา่ สัตวร์ ้าย
ทั้งสามน้ันจึงหลีกทางใหก้ ระหม่อมฉัน กระหมอ่ มฉัน
ไดร้ บี เดินเป็นวิ่งมาจนกระท่ังถงึ อาศรมศาลาท่ีน้ี เหตทุ ี่
กระหม่อมฉันไปเช้ากลับมาถงึ ในเวลากลางคนื อยู่อย่าง
นแ้ี หละพระเจ้าขา้ ฯ สว่ นพระมหากษตั ริย์เจา้ เมือ่ พระ
นางมัทรีกราบทูลช้ีแจงอย่างนี้แลว้ ก็มไิ ด้ตรัสตอบ
ประการใด ทรงนิ่งอยู่จนตลอดราตรี
ฝ่ายพระนางมัทรกี ไ็ ด้แตท่ รงโศกร่าร้องปรับทุกข์
ไปตามประสาหญงิ ด้วยถอ้ ยคาตา่ ง ๆ ว่าตัวเราไม่เคย
ประมาทตอ่ พระราชสามเี ลย ได้ตง้ั ใจปฏบิ ตั ิพระราช
สามเี ปน็ อย่างดีเหมอื นศิษยป์ ฏิบัตอิ าจารย์ ได้เทย่ี ว
แสวงหามลู ผลาหารในปา่ มาเลย้ี งพระสามีแลพระลูก
รักท้ังสองทกุ วนั มา โอ้พระลูกเอย๋ นี่แน่ะขมิน้ แม่บดไว้
สาหรับใช้เวลาเจ้าทงั้ สองอาบน้า โอน้ ้ีสผิ ลมะตมู สุกที่
เจา้ ทัง้ สองเคยเลน่ นี่ก็เง่าบวั ฝกั บวั ท่ีแม่หามาไว้ นกี่ ็ลกู
กระจบั อันมรี สหวานเหมือนน้าผึ้ง ขา้ แตพ่ ระองค์ผู้เป็น
ทพี่ ึ่งของกระหม่อมฉัน ขอพระองคไ์ ด้โปรดเรียกพระ
ลูกทงั้ สองมาเสวยลูกไมห้ วั มนั เถิด ขอพระองคจ์ ง
ประทานดอกไมป้ ระทุกแก่พ่อชาลีประทานดอกโกมุท
แกแ่ ม่กณั หา ใหพ้ ระเจ้าลูกท้ังสองประดบั ประดาแล้ว
ฟ้อนราให้ทอดพระเนตร ขอพระปน่ิ เกษจงเรียกพระ
เจา้ ลกู ท้ังสองใหต้ ื่นจากบรรทมเถดิ ข้าแตพ่ ระองคผ์ ู้
ประเสริฐกว่าพลโยธี เราทั้งสองก็ยอ่ มมีสขุ ทกุ ขเ์ สมอ
กันไดถ้ กู ขับจากพระนครมาด้วยกนั สมควรท่ีพระองค์
จะทรงพระกรณุ าแก่กระหมอ่ มฉนั บ้างอย่าทรงให้
กระหมอ่ มฉนั ลาบากใจนกั เลยพระเจ้าขา้ หรอื ว่าขา้ มัท
รมี บี าปกรรมได้กระทามา ได้เคยดา่ วา่ สมณพราหมณ์
วา่ ขอใหท้ า่ นพลดั พรากจากบุตรธิดาไวใ้ นปางก่อนหรือ
อย่างไร วันนี้กระหมอ่ มฉันถงึ พลดั พรากจากพระลูกรกั
ท้งั สอง
เม่อื พระนางเธอไม่ไดร้ ับคาตอบจากพระราช
สามีอย่างน้แี ล้ว ก็ถวายบังคมลาออกเทยี่ วเสาะ
แสวงหาพระลูกเจ้าท้ังสองในทีต่ ่าง ๆ เม่ือพระนางเจ้า
ไปถึงตน้ ไม้ทพ่ี ระเจ้าลกู ทั้งสองเคยเลน่ อยู่แต่กอ่ นมา
พระนางเจ้าก็ทรงปริเทวนาราพันเพ้อต่าง ๆ จนกระทงั่
หมเู่ นื้อและนกไดต้ กใจกลวั ด้วยเสียงฝพี ระบาทและ
เสียงรา่ รอ้ งของพระนางเธอ เมอ่ื พระนางเธอได้
ทอดพระเนตรเหน็ ของเล่น คอื ตุ๊กตารูปเนื้อทรายตัว
เล็ก ๆ รูปกระต่าย รปู นกเค้า รปู ชะมด รูปหงส์ รูปนก
กะเรียน รูปนกยูง ซึ่งพระลูกทั้งสองไดเ้ คยเลน่ มาใน
กาลกอ่ น พระนางเจา้ กย็ ่ิงทรงสะทา้ นอาวรณ์ถึงซึง่
พระเจ้าลูกท้ังสอง
แล้วพระนางเจ้าจึงว่ิงกลบั ไปท่ีพระอาศรมแลว้
กลบั ออกมาจากพระอาศรมไปเทยี่ วแสวงหาตามนานา
สถาน มีสระโบกขรณีเปน็ ต้น แล้วกลับมากราบทูล
พระมหาสัตว์อีก เมือ่ ทรงเห็นพระมหาสตั วป์ ระทับนิ่ง
อยูอ่ กี เหมอื นแตก่ ่อน จึงกราบทลู ตดั พ้อตอ่ ว่า วา่ เหตุ
ไรพระองค์จงึ ไมท่ รงตักนา้ ผา่ ฟืน ก่อไฟไวเ้ หมอื นวนั
กอ่ น ๆ มาทรงนัง่ นิ่งอยเู่ หมือนอยา่ งนีท้ าไม ขา้ แต่พระ
เวสสนั ดรเจา้ ผเู้ ป็นทร่ี ักของกระหม่อมฉนั อย่างยิง่ ไมม่ ี
ผู้ใดจะเป็นท่ีรกั ของกระหมอ่ มฉันยิ่งไปกว่าพระองค์
เลย วนั กอ่ น ๆ เวลากระหม่อมฉันกลับมาเหน็ พระ
พักตรข์ องพระองคแ์ ลว้ ก็หายเหน็ดเหน่ือยทุกข์ แต่
วันนกี้ ระหมอ่ มฉันยิง่ ทุกขร์ ้อนขนึ้ อกี ในการทพ่ี ระองค์
ไม่ทรงจานรรจากับกระหมอ่ มฉัน ทั้งไมไ่ ด้เห็นหนา้ ของ
พระลูกเจ้าท้งั สอง เม่อื พระนางเธอเห็นพระมหาสตั ว์
เจ้าทรงนิ่งอยู่ ก็ทรงโศกเศรา้ เป็นกาลงั ดงั ประหนง่ึ ว่ามี
ลกู ศรมาเสียบทรวง มพี ระกายสะทกสะทา้ นปานแมไ่ ก่
ถูกตี ไดถ้ วายอญั ชลแี ลว้ ออกเทีย่ วตามหาพระลูกเจา้
ทงั้ สองอีก
เม่อื ไม่ทรงพบเห็นในทใี่ ด ๆ จึงกลบั มาทลู อ้อน
วอนถามพระมหาสตั วเ์ จ้าอีก ฝ่ายพระมหาสัตว์เจา้ ก็ไม่
ตรสั ประการใด พระนางเธอได้เที่ยวแสวงหาพระเจา้
ลูกทั้งสองวกไปเวยี นมารอบขอบเขตพระบรรณศาลา
อยูต่ ลอดราตรี ถา้ จะคล่ีคลายหนทางทรงออกไปก็ได้
ถึง ๑๕ โยชน์โดยคณา พอส้นิ ราตรแี ลว้ พระนางเจา้ ก็
กลับไปเฝ้าพระมหาสตั วเ์ จา้ อีก ทรงร้องไหร้ าพันดว้ ย
ประการต่าง ๆ แลว้ ทรงยกย่องพระบาทวา่ จะออก
เท่ียวแสวงหาอีก แตพ่ อดีพระนางเจ้าไดส้ นิ้ พระ
สตสิ มั ปฤดีล้มสลบลงที่พนื้ พสธุ าตอ่ หน้าพระที่นั่งของ
พระเวสสนั ดรราชฤๅษี
ในขณะน้นั พระเวสสันดรราชฤๅษที รงตกพระทยั
ว่า พระมัทรสี นิ้ พระชนม์ชีพแลว้ ทรงตระหนกตก
ประหมา่ จนมพี ระกายส่นั สะทา้ นด้วยความโศกศัลย์
อันแรงกล้า ออกพระโอษฐ์วา่ เจา้ มัทรีไม่ควรจะมาตาย
ในทีเ่ ชน่ นีเ้ ลย ถา้ เจ้าตายอย่ใู นกรุงสีพกี ็จะไดม้ ีการ
ถวายเพลงิ เปน็ การใหญ่ ประชาชนและกษัตรยิ ์ท้งั สอง
ประเทศกจ็ ะไดถ้ วายสกั การะพิเศษพระศพของเจ้า
ครนั้ ออกพระโอษฐอ์ ย่างน้ีแลว้ จึงรีบเสดจ็ จากพระ
บรรณศาลา เพ่อื ทรงตรวจดูว่าพระนางส้ินพระชนม์
แลว้ จรงิ หรอื เมอื่ ทรงวางพระหัตถเ์ บ้ืองขวาลงที่พระ
ทรวงของพระนาง กท็ รงทราบวา่ พระนางยังทรงพระ
ชนม์อยเู่ พระพระทรวงยงั อ่นุ อยู่ จึงรีบไปหยบิ เอา
พระเตา้ ลงมาชอ้ นพระเศียรของพระนางขน้ึ วาง
บนพระเพลา เทน้าออกจากพระเตา้ รดตวั พระนางให้
เปียกชุม่ แลว้ ทรงวกั น้าลูบพระพักตร์และทรวงของ
พระนาง ฝา่ ยพระนางมทั รีก็ทรงได้สตสิ มปฤดขี ้ึนมา
แลว้ เคล่ือนพระองคล์ งจากพระเพลาขึ้นถวายบังคมทูล
ถามว่า พระเจ้าลกู ท้ังสองอยู่ทีไ่ หนพระเจา้ ขา้
กแ็ ลนับแต่พระเวสสนั ดรได้ทรงบรรพชามาถงึ ๗
เดอื นแล้ว ยงั ไมเ่ คยแตะตอ้ งพระกายของพระนางเลย
เพิง่ ไดม้ าแตะตอ้ งในคราวน้ดี ้วยความเศรา้ โศกอนั แรง
กลา้ เทา่ นั้น คร้ันพระนางมัทรีทูลถามถงึ พระลกู ท้ังสอง
จึงตรัสตอบว่า ดกู ่อนมัทรี พระเจา้ ลูกทงั้ สองนัน้ เราได้
ใหแ้ ก่พราหมณช์ ราไปเสียแต่วานน้ีแลว้ ขอเจา้ จงทรง
ผอ่ งแผ้วอนุโมทนาต่อทานบารมขี องเราเถิด พระนาง
มัทรีกราบทูลวา่ เหตไุ รพระองค์จึงไมต่ รสั บอก
กระหมอ่ มฉันเสยี ในเวลาคืนน้เี ลา่ ดูกอ่ นมทั รี เพราะ
เราเห็นว่าถา้ เราจะบอกแต่เดมิ ทีก็กลัวเจา้ จะหวั ใจแตก
ตายดว้ ยความเสยี ใจ เพราะฉะนั้น ขอเจา้ อนุโมทนาใน
เวลานี้เถดิ
พระนางมทั รีจึงกราบอนโุ มทนาว่า ขา้ แต่
พระองค์ผูป้ ระเสรฐิ กระหม่อมฉันขออนโุ มทนาปุตต
ทานอันอุดมของพระองค์ ขอพระองคจ์ งทรงทาพระ
หฤทัยให้ผอ่ งใส ให้พระองคไ์ ด้ทรงบาเพ็ญทานบารมี
ยง่ิ ๆ ขึ้นไปเถิด เม่อื คนท้ังหลายตกอยู่ในอานาจของ
ความตระหนเ่ี หนย่ี วแน่น พระองคผ์ ู้ทาแว่นแคว้นสีพี
ให้เจริญไดท้ รงพระราชทานซ่ึงพระเจา้ ลกู ทง้ั สองให้
เป็นทานแก่พราหมณาจารย์แลว้ จัดวา่ เป็นทานอนั
ประเสริฐของพระองค์ ฯ ลาดับน้ันพระเวสสนั ดรจงึ
ตรัสวา่ ดกู ่อนมทั รี ถ้าเราไมม่ ีใจเลอื่ มใสยนิ ดีแล้ว
อัศจรรย์ตา่ ง ๆ กไ็ มเ่ กิดมี คือแผน่ ดินไหว ฟ้าก็รอ้ ง
ภูเขากส็ ะท้านเหมอื นกับจะถลม่ เป็นท่ีนา่ อัศจรรย์
พระคนั ถรจนาจารย์จงึ สังวรรณนาการไวว้ ่า
อศั จรรย์ตา่ ง ๆ นั้นคอื เทพเจา้ ทั้งสองหมู่ทีส่ ิงอยู่ในนา
รทบรรพต ก็ได้อนโุ มทนาต่อปุตตทานของพระ
เวสสันดรอยูท่ ่ีประตวู มิ านแหง่ ตน ๆ มิใชแ่ ตเ่ ท่านน้ั
พระอินทร์ พระพรหม ท้าวปชาบดี พระจนั ทร
เทพบุตร พระยม ท้าวเวสสวุ ณั เทพเจ้าแห่งดาวดงึ ส์ มี
พระอินทร์เป็นหวั หน้า และเทพเจ้าทุกราศีกม็ ีใจยนิ ดี
อนุโมทนาต่อปุตตทานของพระเวสสันดรข้ึนพร้อมกนั
ว่า ขา้ แตพ่ ระเวสสนั ดรเจ้า ทานท่ีพระองคท์ รงบาเพญ็
นเี้ ป็นทานอันอดุ ม เปน็ อันพระองค์ทรงบาเพ็ญแลว้
เป็นอย่างดี ฝา่ ยพระนางมัทรีผู้เป็นพระราชบุตรีมียศก็
เปล่งสุนทรอนุโมทนาต่อปุตตทานอันอุดมของพระ
เวสสันดรบรมราชสวามี