The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-02-27 05:03:20

ilovepdf_merged

ilovepdf_merged

ง301101 การดำรงชีวิตและครอบครัว
นายสิริชัย ทองพูน ม.4/2 เลขที่13

เสนอ
คุณครูวธัญญู ทองเหลือง

ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา2564

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้



ทฤษฏใี หมข่ ้นั ตน้

การจดั สรรพ้ืนท่ีอยอู่ าศยั และ ที่ทากิน

ให้แบง่ พ้ืนท่ี ออกเป็น 4 ส่วน ตามอตั ราส่วน 30:30:30:10 ซ่ึงหมายถึง
พ้นื ท่ีส่วนที่หน่ึง ประมาณ 30% ใหข้ ดุ สระเกบ็ กกั น้า เพื่อใชเ้ กบ็ กกั น้าฝนในฤดูฝนและ ใชเ้ สริมการปลกู พชื ในฤดูแลง้ ตลอดจน
การเล้ียงสตั วน์ ้าและพืชน้าตา่ ง ๆ
พ้นื ที่ส่วนท่ีสอง ประมาณ 30% ให้ปลกู ขา้ วในฤดูฝน เพ่อื ใชเ้ ป็นอาหารประจาวนั สาหรับครอบครัวให้เพยี งพอตลอดปี เพอ่ื ตดั
คา่ ใชจ้ า่ ยและสามารถพ่งึ ตนเองได้
พ้ืนที่ส่วนที่สาม ประมาณ 30% ให้ปลกู ไมผ้ ล ไมย้ ืนตน้ พชื ผกั พืชไร่ พืชสมนุ ไพร ฯลฯ เพือ่ ใชเ้ ป็นอาหารประจาวนั หากเหลือ
บริโภคก็นาไปจาหน่าย
พ้นื ที่ส่วนที่สี่ ประมาณ 10% เป็นท่ีอยอู่ าศยั เล้ียงสัตวแ์ ละโรงเรือนอื่น ๆ

หลกั การและแนวทางสาคญั
1. เป็นระบบการผลิตแบบพอเพียง ที่เกษตรกรสามารถเล้ียงตวั เองไดใ้ นระดบั ที่ประหยดั ก่อน ท้งั น้ีชุมชนตอ้ งมีความสามคั คี
ร่วมมือร่วมใจในการช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั ทานองเดียวกบั การ "ลงแขก" แบบด้งั เดิม เพอ่ื ลดคา่ ใชจ้ ่าย

2. เน่ืองจากขา้ วเป็นปัจจยั หลกั ทท่ี ุกครัวเรือนจะตอ้ งบริโภค ดงั น้นั จึงประมาณวา่ ครอบครัวหน่ึงทานา 5 ไร่ จะทาใหม้ ขี า้ วพอกิน
ตลอดปี โดยไม่ตอ้ งซ้ือหาในราคาแพง เพื่อยดึ หลกั พ่ึงตนเองไดอ้ ยา่ งมีอสิ รภาพ

3. ตอ้ งมีน้าเพอ่ื การเพาะปลกู สารองไวใ้ ชใ้ นฤดูแลง้ หรือระยะฝนทิ้งช่วงไดอ้ ยา่ งพอเพียง ดงั น้นั จงึ จาเป็นตอ้ งกนั ท่ีดินส่วนหน่ึง
ไวข้ ดุ สระน้า โดยมีหลกั ว่าตอ้ งมีน้าเพยี งพอท่จี ะทาการเพาะปลูกไดต้ ลอดปี ท้งั น้ีไดพ้ ระราชทานพระราชดาริเป็นแนวทางวา่
ตอ้ งมีน้า 1,000 ลกู บาศกเ์ มตร ต่อการเพาะปลกู 1 ไร่ โดยประมาณ ฉะน้นั เมื่อทานา 5 ไร่ ทาพชื ไร่หรือไมผ้ ลอีก 5 ไร่ (รวมเป็น
10 ไร่) จะตอ้ งมีน้า 10,000 ลกู บาศกเ์ มตรต่อปี

ดงั น้นั หากมีพ้นื ที่ 15 ไร่ จึงมีสูตรคร่าว ๆ ว่า แตล่ ะแปลงประกอบดว้ ย
- นา 5 ไร่
- พชื ไร่พชื สวน 5 ไร่
- สระน้า 3 ไร่ ลึก 4 เมตร จปุ ระมาณ 19,000 ลกู บาศกเ์ มตร ซ่ึงเป็น ปริมาณน้าท่ีเพียงพอที่จะสารองไวใ้ ชย้ ามฤดูแลง้
- ที่อยอู่ าศยั และอนื่ ๆ 2 ไร่
รวมท้งั หมด 15 ไร่

4. การจดั แบ่งแปลงท่ีดินเพอื่ ใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุดน้ี พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ทรงคานวณและคานึงจากอตั ราถือครอง
ท่ีดินถวั เฉล่ีย ครัวเรือนละ 15 ไร่ อยา่ งไรกต็ าม หากเกษตรกรมีพ้นื ท่ีถือครองนอ้ ยกวา่ หรือมากกวา่ น้ี ก็สามารถใชอ้ ตั ราส่วน
30:30:30:10 ไปเป็นเกณฑป์ รบั ใชไ้ ด้ กลา่ วคือ

30% ส่วนแรก ขดุ สระน้า (สามารถเล้ียงปลา ปลกู พชื น้า เช่น ผกั บงุ้ ผกั กะเฉด ฯลฯ ไดด้ ว้ ย)
30% ส่วนที่สอง ทานา
30% ส่วนท่ีสาม ปลูกพชื ไร่ พชื สวน (ไมผ้ ล ไมย้ ืนตน้ ไมใ้ ชส้ อย ไมส้ ร้างบา้ น พชื ไร่ พืชผกั สมนุ ไพร เป็นตน้ )
10% สุดทา้ ย เป็นท่ีอยอู่ าศยั และอน่ื ๆ (ถนน คนั ดิน กองฟาง ลานตาก กองป๋ ยุ หมกั โรงเรือน โรงเพาะเห็ด คอกสัตว์ ไมด้ อกไม้
ประดบั พืชผกั สวนครัวหลงั บา้ น เป็นตน้ )

อยา่ งไรก็ตาม อตั ราส่วนดงั กล่าวเป็นสูตรหรือหลกั การโดยประมาณเท่าน้นั สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไดต้ ามความ
เหมาะสมโดยข้นึ อยกู่ บั สภาพของพ้ืนที่ ดิน ปริมาณน้าฝนและสภาพแวดลอ้ ม เช่น ในกรณีภาคใตท้ ี่มีฝนตกชุกกวา่ ภาคอน่ื หรือ
หากพ้ืนท่ีท่ีมีแหล่งน้ามาเติมสระไดต้ อ่ เนื่อง ก็อาจลดขนาดของบ่อหรือสระน้าใหเ้ ลก็ ลง เพอื่ เกบ็ พ้ืนท่ีไวใ้ ชป้ ระโยชน์อน่ื ตอ่ ไป
ได้
อา้ งอิง https://www.chaipat.or.th/2010-06-03-03-39-51.html

หญา้ แฝก

จากสภาพปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรดินและสภาพแวดลอ้ มท่ีเกิดข้นึ ในประเทศไทย ซ่ึงส่งผลใหผ้ ล
ผลิตทางการเกษตรลดลง และบางพ้นื ท่ีประสบปัญหาการชะลา้ งพงั ทลายของดินอยา่ งรุนแรง ดงั น้นั จึงไดจ้ ดั ทา
โครงการรณรงคก์ ารปลกู หญา้ แฝกเพื่อการอนุรักษด์ ินและน้า เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
เนื่องในปี มหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธนั วาคม ๒๕๕๔ ข้ึน โดยแบง่ งานรณรงคเ์ ป็น ๒ ช่วง
คอื ระหวา่ งวนั ที่ ๑ พฤษภาคม – ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๔ และวนั ที่ ๑๕ กรกฎาคม – ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ เพ่ือ
เป็นการร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัวเนื่องในปี มหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔
พรรษา ๕ ธนั วาคม ๒๕๕๔ และร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ผทู้ รงเป็น “พระบิดาแห่ง
การอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม” โดยดาเนินการในพ้ืนที่ทกุ จงั หวดั ทว่ั ประเทศ ซ่ึงจะไดจ้ ดั ใหม้ ี
กิจกรรมต่างๆ เพอ่ื ใหข้ า้ ราชการ ประชาชน เกษตรกร นกั เรียน อบต. หมอดินอาสา หน่วยงานราชการ และ
ภาคเอกชน ไดร้ ับทราบถึงวิธีการและข้นั ตอนในการนาหญา้ แฝกไปใชป้ ระโยชน์ เพ่ือการอนุรักษด์ ินและน้าและ
ปรับปรุงสภาพแวดลอ้ ม และรู้จกั คุณประโยชน์ของหญา้ แฝก โดยร่วมกนั ปลกู หญา้ แฝกในพ้นื ท่ีตา่ งๆ ตามความ
เหมาะสม ซ่ึงการใชร้ ะบบหญา้ แฝกจะช่วยลดตน้ ทนุ ในการป้องกนั การชะลา้ งพงั ทลายของดินใหน้ อ้ ยลง
ขณะเดียวกนั ประสิทธิภาพในการดกั ตะกอนดิน ป้องกนั ดินถล่ม น้าทว่ มฉบั พลนั ไดใ้ นระดบั หน่ึง และความ
คงทนสามารถอยไู่ ดน้ านหลายปี พร้อมเป็นการรักษาสภาพแวดลอ้ มอีกดว้ ยตามความเหมาะสม

ลกั ษณะของหญา้ แฝก

หญา้ แฝก เป็นพืชใบเล้ียงเดี่ยวตระกูลหญา้ ชนิดหน่ึง เช่นเดียวกบั ขา้ วโพด ขา้ วฟ่ าง ออ้ ย ซ่ึงพบกระจายอยทู่ ว่ั ไป
หลายพ้ืนท่ีตามธรรมชาติ จากการสารวจพบวา่ มีกระจายอยทู่ ว่ั โลกประมาณ ๑๒ ชนิด และสารวจพบใน
ประเทศไทย ๒ ชนิด ไดแ้ ก่

๑.กลุ่มพนั ธุ์หญา้ แฝกลมุ่ ไดแ้ ก่ พนั ธุส์ ุราษฎร์ธานี กาแพงเพชร ๒ ศรีลงั กา สงขลา ๓ และพระราชทาน ฯลฯ

๒.กล่มุ พนั ธุ์หญา้ แฝกดอน ไดแ้ ก่ พนั ธุร์ าชบรุ ี ประจวบคีรีขนั ธ์ ร้อยเอด็ กาแพงเพชร ๑ นครสวรรค์ และเลย เป็น
ตน้

หญา้ แฝกเป็นหญา้ ที่ข้ึนเป็นกอ หน่อเบียดกนั แน่น ใบของหญา้ แฝกมีลกั ษณะแคบยาว ขอบขนานปลาย
สอบแหลม ดา้ นทอ้ งใบจะมีสีจางกวา่ ดา้ นหลงั ใบ มีรากเป็นระบบรากฝอยท่ีสานกนั แน่นยาว หยง่ั ลึกในดิน มี
ขอ้ ดอกต้งั ประกอบดว้ ยดอกขนาดเลก็ ดอกจานวนคร่ึงหน่ึงเป็นหมนั

ลกั ษณะพิเศษของหญา้ แฝก

การที่หญา้ แฝกถกู นามาใชป้ ลูกในการอนุรักษด์ ินและน้า เนื่องมาจากมีลกั ษณะเด่นหลายประการ ดงั น้ี
๑.มีการแตกหน่อรวมเป็นกอ เบียดกนั แน่น ไมแ่ ผข่ ยายดา้ นขา้ ง
๒.มีการแตกหน่อและใบใหม่ ไม่ตอ้ งดูแลมาก
๓.หญา้ แฝกมีขอ้ ที่ลาตน้ ถ่ี ขยายพนั ธุโ์ ดยใชห้ น่อไดต้ ลอดปี
๔.ส่วนใหญ่ไมข่ ยายพนั ธุ์ดว้ ยเมลด็ ทาใหค้ วบคมุ การแพร่ขยายได้
๕.มีใบยาว ตดั และแตกใหม่ง่าย แขง็ แรงและทนต่อการยอ่ ยสลาย
๖.ระบบรากยาว สานกนั แน่น และช่วยอมุ้ น้า
๗.บริเวณรากเป็นท่ีอาศยั ของจุลินทรีย์
๘.ปรับตวั กบั สภาพต่าง ๆ ไดด้ ี ทนทานต่อโรคพืชทว่ั ไป
๙.ส่วนที่เจริญต่ากวา่ ผิวดิน ช่วยใหอ้ ยรู่ อดไดด้ ีในสภาพตา่ ง ๆ

ประโยชน์ของหญา้ แฝก

1.ช่วยอุม้ น้า
2.เพ่ือควบคมุ ร่องน้าและกระจายน้า
3.รักษาความชุ่มช้ืนในสวนผลไม้
4.การปลูกรอบขอบสระเพอ่ื กรองตะกอนดิน

อา้ งอิง shorturl.asia/H724h
นายสิริชยั ทองพนู ช้นั ม.4/2 เลขท่ี13



ถ่านไบโอชาร์

ถ่านชีวภาพไดจ้ ากการเผาแบบไพโรไลซิส (pyrolysis) คือ การอบอินทรียวตั ถุ (ไม)้ ในสภาพท่ีไมม่ ีออกซิเจน
(หรือมีนอ้ ยมาก) เพ่ือเปล่ียนไมท้ ี่มีคาร์บอนสูง ให้เป็นถ่านที่เป็นของแขง็ และขณะเดียวกนั ก็จะไดข้ องเหลว
(เรียกวา่ ไบโอออยล์ bio-oil) และก๊าซ (เรียกวา่ ซินกา๊ ซ syngas) ซ่ึงมีเทคนิควธิ ีการเผาไดห้ ลายแบบ ท้งั ที่ใช้
อุปกรณ์ท่ีง่ายๆ จนถึงซบั ซอ้ น และไม่ใชอ้ ปุ กรณ์อะไรเป็นพเิ ศษ

วิธีการเผา

มีวิธีการเผาถา่ นหลายวิธี ซ่ึงทาใหไ้ ดถ้ า่ นหลากหลายประเภท เช่น
* ถา่ นทวั่ ไป (ท่ีเผาโดยวธิ ีพ้ืนบา้ น)
* ถ่านไร้ควนั (มีการกาจดั ส่ิงเจือปนในถ่านออก ซ่ึงเกบ็ มาใชใ้ นรูปของ “น้าสม้ ควนั ไม”้ )
* ถา่ นกมั มนั ต์ หรือ activated carbon ที่ส่วนใหญ่ใชเ้ ป็นยารักษาโรค วสั ดุกรองและดูดซบั กลิ่น
* ถา่ นชีวภาพ หรือ biochar ท่ีนิยมนามาใชเ้ ป็นสารปรับปรุงดินสาหรับการเกษตร

คุณสมบตั ิ

ถา่ นชีวภาพมีคุณสมบตั ิที่เหมาะกบั ปรับปรุงดินหลายอยา่ ง แต่ท่ีสาคญั ท่ีสุดกค็ อื รูพรุนที่ผิวถา่ น ซ่ึงทาใหถ้ ่าน
ชีวภาพสามารถเกบ็ กกั น้าและธาตุอาหาร รวมท้งั เป็นที่อยูข่ องจุลินทรียด์ ินท่ีเป็นประโยชน์ โดยก่อนที่จะนาถ่าน
ชีวภาพไปใชป้ รับปรุงดิน ควรเติม (ชาร์ทถา่ น) จุลินทรียแ์ ละธาตอุ าหารก่อน ท่ีจริงแลว้ ถา่ นทุกชนิดมีรูพรุน
มากกวา่ วสั ดุต้งั ตน้ ซ่ึงขนาดและปริมาณของความพรุนในถา่ นน้ีข้ึนอยกู่ บั วสั ดุท่ีนามาเผาเป็นถา่ นและกรรมวิธี
การเผา
คณุ สมบตั ิรองลงมากค็ อื ถา่ นมีสภาพท่ีเป็นด่างเลก็ นอ้ ย จึงช่วยลดสภาพความเป็นกรดของดินลงไดบ้ างส่วน
นอกจากน้ี ถา่ นชีวภาพมีธาตุไนโตรเจน (ที่เป็นประโยชน์กบั พชื ) รวมท้งั น่าจะมีค่าความสามารถในการ
แลกเปลี่ยนประจุบวก (ทาให้เกบ็ กกั ธาตอุ าหารไดม้ าก)

โดยทว่ั ไป เราจะใชถ้ ่านชีวภาพเฉพาะบริเวณใกลๆ้ กบั รากฝอยของพืช โดยมกั จะผสมกบั ป๋ ยุ หมกั ฮิวมสั หรือป๋ ยุ
คอกก่อน 1 – 2 วนั (ชาร์ทถ่าน) ในอตั ราต้งั แต่ 1:1 – 1:4 (ถา่ นชีวภาพ:ป๋ ยุ คอก/ป๋ ุยหมกั ) แลว้ จึงนาไปใส่รองกน้
หลมุ ปลกู (พชื ลม้ ลกุ ) หรือใส่โคนตน้ (ไมย้ นื ตน้ ) หรือใชเ้ ป็นส่วนผสมในวสั ดุเพาะเมลด็ /เพาะกลา้ ในกรณีของ
การปลกู ผกั แนะนาใหใ้ ชใ้ นอตั รา 1 – 4 ลิตร/ตารางเมตร

อา้ งอิง shorturl.asia/IEK

นายสิริชยั ทองพนู ม.4/2 เลขท่ี13

ปักชำควบแน่น (มะนำว)

อุปกรณ์ท่ีใช้

1.ก่ิงมะนำว
2.กรรไกร
3.ดิน
4.กะละมงั ใส่ดิน
5.แกว้ พลำสติก
6.ถุงพลำสติก
7.ยำงวงเลก็

ข้นั ตอนกำรทำ

1.ตดั ก่ิงมะนำวแลว้ ตดั หนำม

2.เตรียมดินใหพ้ ร้อมกบั กำรปักชำควบแน่น
3.เม่ือดินพร้อมแลว้ นำดินในแกว้ พลำสติก (อดั ดินให้แน่น)
4.เมื่อดินเตม็ แกว้ แลว้ ก็เร่ิมปักชำก่ิงมะนำว

5.แลว้ นำถงุ พลำสติกมำครอบแลว้ มดั ดว้ ยยำงวง
6.เขยี นวนั เวลำที่ทำ

ข้นั ตอนกำรดูแล

นำไปใวใ้ นท่ีต่ำไม่มีลมมำกระแทกและรอบนั ทึกผลจนกวำ่ รำกจะข้นึ

นำยสิริชยั ทองพนู ม.4/2 เลขท่ี13

อุปกรณ์ที่ใช้ จุลินทรียส์ ังเคราะห์แสง

1.ถว้ ย 9.ขวดน้าขนาด 1.5 ลิตร พร้อมน้าเปลา่
2.ชอ้ น 10.ตวั กรอง
3.ไข่ 1 ฟอง
4.น้าปลา
5.ผงชูรส
6.น้าปลาร้า
7.กะปิ
8.เปลือกไขต่ าละเอียด

ข้นั ตอนการทา

1.ไข่ 1 ฟองตีใหล้ ะเอียด

2.ใส่น้าปลาและผมชูรสตามลาดบั อยา่ งละ 1 ชอ้ นโตะ๊ แลว้ คนใหเ้ ขา้ กนั
3.ใส่ปลาร้าแลว้ คนใหเ้ ขา้ กนั
4. นากะปิ ไปละลายน้า โดยใส่กะปิ คร่ึงชอ้ นโตะ๊ น้าสองชอ้ นโตะ๊ แลว้ นาใส่แลว้ ผสมใหเ้ ขา้ กนั

5.เมื่อส่วนผสมเขา้ กนั แลว้ ใหน้ าไปใส่ขวด ขวดละ 1 ชอ้ นโตะ๊
6.ใส่เปลือกไขท่ ี่ตาละเอียดแลว้ โดยตกั จากหางชอ้ น ขวดละสองคร้ัง
7. นาไปตากแดด

การดูแล ให้เกิดสีแดง

ตากแดดจนกวา่ สีจะเปลี่ยนเป็นสีแดง

นายสิริชยั ทองพนู ช้นั ม.4/2 เลขท่ี 13

Ling – แอปเพ่ือการเกษตรดิจิทลั
ข้นั ตอนการวดั พ้นื ท่ีสวนเกษตร โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้

1.เขา้ แอป play store แลว้ พมิ พ์ คาวา่ ling แลว้ ก็ดาวน์โหลด

2.เมื่อกดเขา้ ไปท่ีแอป Ling จะปรากฏหนา้ แรกของแอป

3.กดไปท่ีคาวา่ แผนที่ จะปรากฏตาแหน่งท่ีอยปู่ ัจจุบนั ของเรา
4.กดไปท่ีแถบคน้ หา เลือกคน้ หาสถานที่ และพิมพค์ น้ หาโรงเรียนเตรียมอดุ มศึกษาภาคใต้

5.เล่ือนไปท่ีพ้นื ที่สวน เกษตรของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้
6.ปรับการวดั เป็นแปลง

7.ต้งั จุดในตาแหน่งสวนเกษตร กดป่ ุมบวกเพอ่ื กาหนดตาแหน่งทาใหค้ รอบคลุมพ้นื ที่เกษตรท้งั หมด

8.กดป่ ุมเคร่ืองหมายต๊ิกถกู เพ่ือบนั ทึกขอ้ มูล

9.สรุปพ้ืนที่สวนเกษตรของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้ ไดป้ ระมาณ 4 ไร่
อา้ งอิง
โจ-นาพล เลปวทิ ย.์ แอปพลิเคชนั่ Ling. ปี 2560
สืบคน้ โดย นายสิริชยั ทองพูน ช้นั ม.4/2 เลขที่13

ประเภทและจรรยาบรรณของธุรกจิ
ประเภทของธุรกจิ

1.กจิ การเจ้าของคนเดยี ว (Sold Proprietorship)

กิจการเจา้ ของคนเดียว
กิจการเจา้ ของคนเดียว (Sold Proprietorship) คือ กิจการท่ีมีบุคคลคนเดียวเป็นเจา้ ของ หรือลงทนุ คน
เดียว ควบคุมดาเนินการเองท้งั หมด เมื่อกิจการประสบผลสาเร็จมีผลกาไรกจ็ ะไดร้ ับผลประโยชนเ์ พียงคนเดียว
แต่หากขาดทุนก็ตอ้ งรับผิดชอบเพยี งคนเดียว กิจการประเภทน้ีมีอยทู่ วั่ ประเทศไดร้ ับความนิยมสูงสุดและเป็น
ธุรกิจท่ีเก่าแก่ การดาเนินงานไม่สลบั ซบั ซอ้ น มีความคลอ่ งตวั สูงในการตดั สินใจดาเนินงาน กิจการมีขนาดเลก็
กวา่ ธุรกิจประเภทอ่ืน

ลกั ษณะของกิจการเจา้ ของคนเดียว
1. มีเจา้ ของกิจการเพียงคนเดียว ใชเ้ งินลงทุนนอ้ ย
2. มีความรับผดิ ชอบในหน้ีสินท้งั หมดไม่จากดั จานวน เจา้ หน้ีมีสิทธิเรียกร้องเอาทรัพยส์ ินของเจา้ ของได้ ถา้
ทรัพยส์ ินของ กิจการไม่เพยี งพอชาระหน้ี
3. ไดร้ ับผลตอบแทนจากการลงทุนท้งั ผลกาไรและผลขาดทุนเพยี งคนเดียว
4. การควบคุมการดาเนินงานโดยเจา้ ของกิจการคนเดียว

หนา้ ที่ของผปู้ ระกอบกิจการ
1. ขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายในกาหนดระยะเวลาดงั กล่าวขา้ งตน้
2. แสดงใบทะเบียนพาณิชยห์ รือใบแทนไว้ ณ สานกั งานในที่เปิ ดเผยและเห็นไดง้ ่าย

3. จดั ใหม้ ีป้ายชื่อที่ใชใ้ นการประกอบการไวห้ นา้ สานกั งานโดยเปิ ดเผยภายในเวลา 30 วนั นบั แต่วนั ท่ีจด
ทะเบียนพาณิชย์ โดยเขยี นเป็นอกั ษรไทย อ่านงา่ ยและชดั เจน จะมีอกั ษรต่างประเทศในป้ายชื่อดว้ ยกไ็ ด้ ตรงกบั
ชื่อท่ีจดทะเบียนไว้ ถา้ เป็นสานกั งานสาขาจะตอ้ งมีคาวา่ “สาขา” ไวด้ ว้ ย
4. ตอ้ งไปใหข้ อ้ เทจ็ จริงเก่ียวกบั รายการจดทะเบียนตามคาสั่งของนายทะเบียน

5. อานวยความสะดวกแก่นายทะเบียนและพนกั งานเจา้ หนา้ ที่ ซ่ึงเขา้ ทาการตรวจสอบในสานกั งานของผู้
ประกอบกิจการ

ขอ้ ดีและขอ้ เสียของกิจการเจา้ ของคนเดียว

ขอ้ ดี
1. จดั ต้งั งา่ ยใชเ้ งินทุนนอ้ ย
2. มีอิสระในการตดั สินใจดาเนินงานโดยเจา้ ของคนเดียว ทาใหร้ วดเร็วคล่องตวั
3. ไดร้ ับผลกาไรท้งั หมดเพยี งคนเดียว
4. รักษาความลบั กิจการไดด้ ีเพราะรู้คนเดียว
5. มีขอ้ บงั คบั ทางกฎหมายนอ้ ย
6. การเลิกกิจการทาไดง้ ่าย

ขอ้ เสีย
1. ขยายกิจการยากเพราะเงินทุนนอ้ ย
2. การตดั สินใจคนเดียวอาจมีขอ้ ผิดพลาดงา่ ย

3. ถา้ ขาดทุนจะรับผิดชอบในหน้ีสินไมจ่ ากดั จานวนเพียงคนเดียว
4. ระยะเวลาดาเนินงานส้ัน ถา้ เจา้ ของเสียชีวิตอาจหยดุ ชะงกั หรือเลิกกิจการ
5. ความสามารถในการบริหารงานมีจากดั

2.กจิ การห้างหุ้นส่วน

หา้ งหุน้ ส่วน (Partnership) คือ กิจการท่ีมีบุคคลต้งั แต่สองคนข้นึ ไปเป็นเจา้ ของ โดยตกลงร่วมทุนกนั ซ่ึงจะ
ลงทุนเป็นเงินสด สินทรัพยอ์ ื่นหรือแรงงานก็ได้ ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนจะตกลงทาสญั ญาจดั ต้งั หา้ งหุน้ ส่วน สญั ญาน้ีอาจ
ทาดว้ ยวาจาหรือเป็นลายลกั ษณ์อกั ษรก็ได้
ประเภทของหา้ งหุน้ ส่วน
หา้ งหุน้ ส่วนแบง่ ออกเป็น 2 ประเภท คือ หา้ งหุน้ ส่วนสามญั และหา้ งหุน้ ส่วนจากดั
1. หา้ งหุน้ ส่วนสามญั (Ordinary Partnership) แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คอื

1.1 หา้ งหุน้ ส่วนสามญั ท่ีมิไดจ้ ดทะเบียน ซ่ึงไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมีผเู้ ป็นหุน้ ส่วนจาพวกเดียว
โดยทกุ คนตอ้ งรับผิดชอบร่วมกนั ในบรรดาหน้ีสินท้งั ปวงของหา้ งหุน้ ส่วนไมจ่ ากดั จานวน ซ่ึงจะตกลงกนั ดว้ ย
วาจาหรือเขียนเป็นลายลกั ษณ์อกั ษรกไ็ ด้ โดยหุน้ ส่วนตอ้ งรับผดิ ชอบร่วมกนั เพื่อหน้ีท้งั หมดของหา้ งหุน้ ส่วนโดย
ไม่จากดั จานวน เรียกวา่ “หุน้ ส่วนจากดั ความรับผดิ ” หากไม่ไดจ้ ดทะเบียนจะมีลกั ษณะเป็นบุคคลธรรมดา
1.2 หา้ งหุน้ ส่วนสามญั จดทะเบียน ซ่ึงมีสภาพเป็นนิติบคุ คลตามกฎหมายและช่ือเรียกโดยเฉพาะวา่ “หา้ ง
หุน้ ส่วนสามญั นิติบคุ คล

2. หา้ งหุน้ ส่วนจากดั (Limited Partnership) คือ หา้ งหุ้นส่วนที่มีผเู้ ป็นหุน้ ส่วน 2 จาพวกไดแ้ ก่
2.1 หุน้ ส่วนจาพวกจากดั ความรับผิด ไดแ้ ก่ ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนคนเดียวหรือหลายคนซ่ึงรับผิดจากดั เพยี งจานวนเงิน
ตนรับวา่ จะลงทุนในหา้ งหุน้ ส่วนเทา่ น้นั
2.2 หุน้ ส่วนจาพวกไม่จากดั ความรับผดิ ไดแ้ ก่ หุน้ ส่วนคนเดียวหรือหลายคน ซ่ึงรับผิดในบรรดาหน้ีสินท้งั ปวง
ของหา้ งหุน้ ส่วนโดยไมจ่ ากดั จานวน

หนา้ ที่ของหา้ งหุน้ ส่วน
หา้ งหุน้ ส่วนจากดั หา้ งหุน้ ส่วนสามญั นิติบุคคล ท่ีจดทะเบียนตามกฎหมาย ตอ้ งจดั ทางบการเงินประจาปี ยนื่ ต่อ
สานกั บริหารขอ้ มูลธุรกิจ กรมพฒั นาธุรกิจการคา้ หรือสานกั งานทะเบียนการคา้ จงั หวดั แลว้ แต่กรณี ภายใน 5
เดือนนบั แตว่ นั ปิ ดรอบปี บญั ชี แมว้ า่ จะยงั มิไดป้ ระกอบกิจการกต็ าม มิฉะน้นั มีความผิดตอ้ งระวางโทษปรับไม่
เกินหา้ หม่ืนบาท

ขอ้ ดีและขอ้ เสียของกิจการห้างหุน้ ส่วน

ขอ้ ดี
1. ก่อต้งั งา่ ย
2. มีเงินลงทุนมากกวา่ กิจการเจา้ ของคนเดียว
3. มนั่ คงและเช่ือถือมากกวา่ เจา้ ของคนเดียว
4. การบริหารงานมีประสิทธิภาพ
5. การเสี่ยงภยั นอ้ ยลง

ขอ้ เสีย
1. อาจมีขอ้ ขดั แยง้ ระหวา่ งผเู้ ป็นหุน้ ส่วนได้
2. อาจเกิดความลา้ ชา้ ในการดาเนินงาน
3. ผเู้ ป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จากดั ความรับผิดชอบ
4. อาจเกิดปัญหาเรื่องความซื่อสัตยข์ องหุน้ ส่วน
5. อายกุ ารดาเนินงานจากดั ถา้ ผเู้ ป็นหุน้ ส่วนคนใดคนหน่ึงตาย ลม้ ละลายหา้ งอาจตอ้ งเลิกกิจการ

3.บริษทั จากดั (Corporation or Limited Company)

เป็นธุรกิจท่ีจดั ต้งั ข้ึนโดยมีผเู้ ริ่มก่อการจดั ต้งั บริษทั ไม่ต่ากวา่ 7 คน ผเู้ ร่ิมก่อการตอนจดทะเบียนบริคณฑส์ นธิ
ตอ้ งเป็นบุคคลธรรมดาเท่าน้นั ร่วมกนั จดทะเบียนจดั ต้งั บริษทั โดยกาหนดวตั ถุประสงคข์ องบริษทั จานวนทุน
และจานวนหุน้ จดทะเบียน และแบง่ ทุนออกเป็นหุน้ แต่ละหุน้ มีมลู คา่ เท่าๆกนั

บริษทั จากดั จดั ต้งั ข้ึนในรูปของนิติบคุ คลคอื ตอ้ งจดทะเบียนเป็นนิติบคุ คลแยกตา่ งหากจากเจา้ ของ คอื ผถู้ ือ
หุน้ (Stockholders or Shareholders) ผถู้ ือหุน้ ทกุ คนรับผิดชอบในหน้ีสินจากดั จานวนเพยี งไมเ่ กินจานวนเงินค่า
หุน้ ที่ยงั ส่งใชไ้ ม่ครบมลู คา่ ของหุน้ ที่ตนถืออยเู่ ท่าน้นั บริษทั จะใหผ้ ถู้ ือหุน้ ชาระเงินค่าหุน้ คร้ังแรกเป็นจานวนเงิน
เทา่ ใดก็ไดแ้ ต่ตอ้ งไมน่ อ้ ยกวา่ 25% ของราคาหุน้ ท่ีขาย

ผถู้ ือหุน้ 1 หุน้ มีสิทธิออกเสียงในการประชุมผถู้ ือหุน้ 1 เสียง ถา้ มีหุน้ เป็นจานวนมากจะมีสิทธ์ออกเสียง
เทา่ กบั จานวนหุน้ ท่ีถืออยนู่ ้นั ผถู้ ือหุน้ ทกุ คนไมม่ ีสิทธ์ิเขา้ มาจดั การงานของบริษทั เวน้ แตไ่ ดร้ ับการแตง่ ต้งั จากท่ี
ประชุมผถู้ ือหุน้ ให้เป็นกรรมการ เพราะการจดั การบริษทั เป็นหนา้ ที่ของกรรมการบริษทั เท่าน้นั ผถู้ ือหุน้ ไดร้ ับ
ส่วนแบ่งกาไรในรูปของเงินปันผล (Dividends) หุน้ ของบริษทั จากดั อาจเปลี่ยนมือกนั ไดโ้ ดยการจาหน่ายหรือ
โอนหุน้ ใหผ้ ูอ้ ื่น โดยไมต่ อ้ งเลิกบริษทั เนื่องจากผถู้ ือหุน้ (เจา้ ของ) ทุกคนรับผิดชอบในหน้ีสินของบริษทั จากดั
จานวน คุณสมบตั ิส่วนตวั ของผถู้ ือหุน้ จึงไม่เป็นสาระสาคญั

บริษทั ท่ีจดทะเบียนแลว้ จะใชค้ านาหนา้ วา่ "บริษทั " และคาลงทา้ ยวา่ "จากดั " ยกเวน้ ธนาคารพาณิชย์ จะใชค้ า
วา่ "บริษทั ….….จากดั " หรือไม่กไ็ ด้ บริษทั จากดั มี 2 ประเภท คือ

1. บริษทั เอกชนจากดั (Private Company Limited) เป็นบริษทั ท่ีจดั ต้งั ข้นึ ตามประมวลกฎหมายเพง่ และ
พาณิชย์ (ปพพ.) ตามมาตรา 1096 มีผเู้ ร่ิมก่อการไม่ต่ากวา่ 7 คน

2. บริษทั มหาชนจากดั (Public Company Limited) เป็นบริษทั ท่ีจดั ต้งั ข้ึนตามพระราชบญั ญตั ิบริษทั
มหาชน จากดั พ.ศ. 2535 มีผูเ้ ริ่มจดั ต้งั บริษทั ไม่ต่ากวา่ 15 คน และตอ้ งจองหุน้ รวมกนั อยา่ งนอ้ ย 5 % ของทุนจด

ทะเบียนแต่ละคนถือหุน้ ไม่เกิน 10% ของหุน้ ที่จดทะเบียน และต้งั ข้ึนมาโดยมีวตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือเสนอขายหุน้ ตอ่
ประชาชนทว่ั ไป/ตอ้ งมีคานาหนา้ ชื่อวา่ "บริษทั " และคาลงทา้ ยวา่ "จากดั (มหาชน)"

4.สหกรณ์

สหกรณ์ คือ “ องคก์ ารของบรรดาบคุ คล ซ่ึงรวมกลมุ่ กนั โดยสมคั รใจในการดาเนินวิสาหกิจท่ีพวกเขาเป็น
เจา้ ของร่วมกนั และควบคมุ ตามหลกั ประชาธิปไตย เพอ่ื สนองความตอ้ งการ ( อนั จาเป็น ) และความหวงั ร่วมกนั
ทางเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรม”

“สหกรณ์” ตามพระราชบญั ญตั ิสหกรณ์ พ.ศ.2542 หมายความวา่ คณะบุคคลซ่ึงร่วมกนั ดาเนินกิจการเพื่อ
ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสงั คม โดยช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั และไดจ้ ดทะเบียนตาม
พระราชบญั ญตั ิสหกรณ์ พ.ศ.2542

ดงั น้นั สหกรณ์จึงต้งั ข้ึนมาเพือ่ ทาหนา้ ที่แกป้ ัญหาในดา้ นการทามาหากินท่ีเหมือน หรือคลา้ ยๆ กนั หรือ
ความตอ้ งการบริการท่ีเหมือนกนั และเป็นปัญหาที่สมาชิกแตล่ ะคนไม่สามารถ แกเ้ องไดต้ ามลาพงั หรือต้งั ข้ึนมา
เพอื่ ดาเนินการ ใหส้ มาชิกไดร้ ับประโยชน์ในการประกอบอาชีพของตนมากกวา่ ท่ีแต่ละคนเคยไดจ้ าก การ
ดาเนินกิจการเองตามลาพงั

ความสาคญั ของสหกรณ์

1. เป็นองคก์ ารธุรกิจแบบหน่ึงที่มีบทบาททางเศรษฐกิจเกือบทกุ ดา้ น เริ่มต้งั แต่การผลิต การจาหน่าย และการ
บริโภค ถา้ หากสามารถทาใหก้ ระบวนการทางสหกรณ์มีประสิทธิภาพแลว้
จะเป็นเครื่องมือสาคญั ของรัฐในการพฒั นาเศรษฐกิจของประเทศที่กาลงั พฒั นา หรือดอ้ ยพฒั นา เพราะ สหกรณ์
มีบทบาทในการกระจายรายไดไ้ ปสู่ประชาชนอยา่ งยตุ ิธรรม ช่วยตดั พ่อคา้ คนกลาง และนายทนุ ออกไป
2. เป็นการรวมแรง รวมปัญญา รวมทุน ของบุคคลที่ออ่ นแอทางเศรษฐกิจ การดาเนินการเป็ นแบบประชาธิปไตย

3. ยดึ หลกั การช่วยเหลือตนเอง และช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั รวมตวั กนั ดว้ ยความสมคั รใจ มีความเสมอภาค และ
มีความสามารถในการดาเนินการและสิทธิผลประโยชน์ยดึ หลกั การประหยดั โดยส่งเสริมใหส้ มาชิกประหยดั
และออมเงิน โดยใหบ้ ริการรับฝากเงิน การซ้ือสินคา้ และไดร้ ับเงินออมคืนในรูปเงินปันผล

4. ช่วยสร้างความเจริญทางดา้ นเศรษฐกิจและสงั คม เม่ือบุคคลมารวมกนั จดั ต้งั สหกรณ์ข้นึ มีการรวมแรง รวม
ทนุ รวมปัญญา ดาเนินกิจกรรมเอง โดยตดั พอ่ คา้ คนกลางออก เพื่อไมใ่ หเ้ สียเปรียบ ทาใหส้ มาชิกมีรายไดเ้ พม่ิ ข้นึ
มีการกินดีอยดู่ ี ฐานะความเป็ นอยขู่ องคนกลุ่มน้นั ก็เจริญข้ึน มีการอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสงบสุข สงั คมมีระเบียบ
อาชญากรรมก็ไมเ่ กิดข้ึน

จากบทสรุปดงั กล่าวแลว้ จะเห็นวา่ สหกรณ์มีบทบาทสาคญั ท่ีจะพฒั นาประเทศชาติท้งั ในดา้ นเศรษฐกิจ
สังคม และการปกครอง และในแงข่ องสมาชิกรายบุคคล และสาหรับประชาชนส่วนรวมดงั น้ี คอื

1. ความสาคญั ต่อสมาชิกสหกรณ์ ซ่ึงอาจกลา่ วไดว้ า่ สหกรณ์เป็นขมุ ทรัพยท์ างดา้ นเศรษฐกิจของ
สมาชิก ทาใหส้ มาชิกที่ขดั สนยากจนหลุดพน้ จากสภาพหน้ีได้ คอื เศรษฐกิจของสมาชิกท่ีฝืดเคอื งมาก่อน มี
โอกาสกลบั กลายเป็นสภาพเศรษฐกิจท่ีเจริญเติบโตกา้ วหนา้ ได้

2. ความสาคญั ต่อเศรษฐกิจส่วนรวม ระบบสหกรณ์มุ่งส่งเสริมฐานะทางเศรษฐกิจและสงั คม
ของแต่ละคนใหเ้ จริญเติบโต ข้ึน เพราะระบบสหกรณ์เป็นท่ีรวมของส่วนดีของระบบทุนนิยม และสงั คมนิยมไว้
โดยมุง่ ที่จะผลิตเศรษฐทรัพยแ์ ละความมน่ั คงใหป้ ระเทศ ทาใหร้ ายไดป้ ระชาชาติสูงข้ึน และยงั นาเอาความเสมอ
ภาคและเสรีภาพเขา้ มาใชเ้ พื่อรักษาธรรมชาติของมนุษย์ ใหป้ ลูกฝังความรู้ ความสามารถทางเศรษฐกิจ สังคม
และการปกครองระบอบประชาธิปไตย ใหแ้ ก่สมาชิกสหกรณ์ ไม่ชอบความรุนแรง แต่ดาเนินการโดยใช้ สาย
กลาง เป็นหลกั

5.รัฐวิสาหกจิ (State Enterprise)

คือ องคก์ าร หรือบริษทั หรือหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐเป็นผถู้ ือหุน้ รายใหญ่ รัฐวิสาหกิจเป็ นหน่วยงานที่ดาเนิน
กิจการเพือ่ แสวงหาผลกาไร เช่นเดียวกบั องคก์ รธุรกิจเอกชน บางรัฐวสิ าหกิจกเ็ ป็นธุรกิจผกู ขาด ซ่ึงหมายถึงรัฐ
ดาเนินการไดแ้ ต่เพียผเู้ ดียว ห้ามเอกชนดาเนินการ เช่น สลากกินแบง่ เป็นตน้ จุดมุ่งหมายของการจดั ต้งั
รัฐวิสาหกิจน้นั นอกเหนือจากผลกาไรแลว้ บางรัฐวิสาหกิจถกู จดั ต้งั ข้ึนเพอื่ เป็นระบบสาธารณูปโภคใหก้ บั
ประชาชน เพื่อความมนั่ คงดา้ นพลงั งาน หรือบางคร้ังเพราะไม่มีเอกชนท่ีมีความสามารถพอท่ีจะดาเนินกิจการ
ประเภทน้นั ๆ
ปัจจุบนั มีรัฐวสิ าหกิจดาเนินกิจการอยทู่ ้งั หมด 56 แห่ง

จรรยาบรรณของธุรกจิ

1. จรรยาบรรณในการดาเนินธุรกิจ
บริษทั มงุ่ มน่ั ในการดาเนินงานตามหลกั บรรษทั ภิบาล โดยยดึ ถือหลกั ความรับผดิ ชอบ ความโปร่งใส ความเสมอ
ภาค การสร้างคุณคา่ ของธุรกิจในระยะยาว และการส่งเสริมการปฏิบตั ิท่ีเป็นเลิศ โดยจรรยาบรรณในการดาเนิน
ธุรกิจที่บริษทั ยดึ ถือปฏิบตั ิ ไดแ้ ก่
1.มีความรับผิดชอบต่อผลการตดั สินใจและการกระทาของตน (Accountability)
2.มีความโปร่งใสและเปิ ดเผยอยา่ งตรงไปตรงมา (Transparency)
3.ปฏิบตั ิต่อทกุ ฝ่ายอยา่ งเสมอภาคและยตุ ิธรรม (Equitable Treatment)
4.มงุ่ สร้างคณุ คา่ ของธุรกิจในระยะยาวแก่ผมู้ ีส่วนไดเ้ สีย (Long-Term Value-Added Creation to Stakeholders)
5.ส่งเสริมการปฏิบตั ิท่ีเป็นเลิศ (Promotion of Best Practices)

2. จรรยาบรรณต่อผมู้ ีส่วนไดเ้ สีย
2.1 การปฏิบตั ิและความรับผิดชอบท่ีมีต่อผถู้ ือหุน้
1.ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีดว้ ยความซื่อสตั ยส์ ุจริต ตลอดจนตดั สินใจดาเนินการใดๆ ดว้ ยความสุจริต และเป็นธรรมตอ่ ผถู้ ือ
หุน้ ท้งั รายใหญ่และรายยอ่ ย และเพื่อผลประโยชนข์ องกลมุ่ ผทู้ ่ีเก่ียวขอ้ งโดยรวม
2.บริหารกิจการของบริษทั ใหม้ ีความเจริญกา้ วหนา้ มน่ั คง และก่อใหเ้ กิดผลตอบแทนท่ีเหมาะสมแก่ผถู้ ือหุน้
3.ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีดว้ ยความสามารถและความระมดั ระวงั เยย่ี งผทู้ ี่มีความรู้ ประสบการณ์ และความชานาญ
4.รายงานสถานะและผลการดาเนินงานของบริษทั ต่อผถู้ ือหุน้ อยา่ งเทา่ เทียมกนั สม่าเสมอ และครบถว้ นตาม
ความเป็ นจริ ง
5.ไม่เปิ ดเผยขอ้ มลู ท่ีเป็นความลบั ของบริษทั ต่อผอู้ ื่นโดยมิชอบ
6.ไมด่ าเนินการใดๆ ในลกั ษณะซ่ึงอาจก่อใหเ้ กิดความขดั แยง้ ทางผลประโยชนก์ บั บริษทั

2.2 การปฏิบตั ิและความรับผิดชอบที่มีต่อพนกั งาน
1.ใหผ้ ลตอบแทนที่เหมาะสมตามความรู้ ความสามารถ ความรับผดิ ชอบ และผลการปฏิบตั ิงานของพนกั งานแต่
ละคน
2.การแตง่ ต้งั และการโยกยา้ ย รวมท้งั การใหร้ างวลั และการลงโทษพนกั งานตอ้ งกระทาดว้ ยความเสมอภาค
สุจริตใจ และต้งั อยบู่ นพ้นื ฐานของความรู้ ความสามารถ และความเหมาะสม รวมท้งั การกระทา หรือการปฏิบตั ิ
ของพนกั งานน้นั ๆ
3.ปฏิบตั ิตอ่ พนกั งานดว้ ยเมตตาธรรมและยตุ ิธรรม ดูแลเอาใจใส่ ใหค้ วามสาคญั ตอ่ การพฒั นา การถา่ ยทอด
ความรู้ และความสามารถของพนกั งาน โดยให้โอกาสพนกั งานอยา่ งทวั่ ถึงและสม่าเสมอ
4.ปฏิบตั ิตามกฎหมาย และระเบียบขอ้ บงั คบั ตา่ งๆ ที่เก่ียวขอ้ งกบั พนกั งานอยา่ งเคร่งครัด
5.ดูแลรักษาสภาพแวดลอ้ มในการทางานใหม้ ีความปลอดภยั ตอ่ ชีวิต สุขภาพอนามยั ร่างกายและทรัพยส์ ินของ
พนกั งานอยเู่ สมอ
6.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนกั งานในการกาหนดทิศทางการทางานและการแกไ้ ขปัญหาของบริษทั
7.รับฟังขอ้ คิดเห็นและขอ้ เสนอแนะจากพนกั งานทกุ ระดบั อยา่ งเท่าเทียมและเสมอภาค
8.ปฏิบตั ิต่อพนกั งานบนพ้นื ฐานของศกั ด์ิศรีของความเป็นมนุษย์ และใหค้ วามเคารพต่อสิทธิหนา้ ท่ีส่วนบุคคล

2.3 การปฏิบตั ิและความรับผิดชอบที่มีต่อลูกคา้
1.ปฏิบตั ิตามสัญญา ขอ้ ตกลง หรือเง่ือนไขต่างๆ ท่ีมีต่อลูกคา้ กรณีที่จะไมส่ ามารถปฏิบตั ิไดต้ อ้ งรีบเจรจากบั
ลกู คา้ เป็นการลว่ งหนา้ เพ่ือร่วมกนั หาแนวทางแกไ้ ขและป้องกนั ไมใ่ หเ้ กิดความเสียหาย
2.มุง่ มนั่ ในการสร้างความพึงพอใจและความมนั่ ใจใหก้ บั ลูกคา้ ใหไ้ ดร้ ับการบริการอยา่ งมีคุณภาพท่ีดีเลิศ ภายใต้
ความปลอดภยั และเทคโนโลยที ่ีเหมาะสม รวมท้งั ยกระดบั มาตรฐานใหส้ ูงข้นึ อยา่ งต่อเนื่องและจริงจงั
3.ปิ ดเผยขอ้ มูลขา่ วสารเกี่ยวกบั การบริการอยา่ งครบถว้ น ถูกตอ้ ง ทนั ต่อเหตุการณ์ และไม่บิดเบือนขอ้ เทจ็ จริง
รวมท้งั รักษาสมั พนั ธภาพที่ดีและยง่ั ยนื

4.จดั ระบบการบริการลกู คา้ ใหล้ กู คา้ สามารถร้องเรียนความไมพ่ อใจและดาเนินการตอบสนองความตอ้ งการ
ของลกู คา้ อยา่ งรวดเร็ว
5.ดาเนินการโดยใหม้ ีตน้ ทุนที่เหมาะสมเทา่ ท่ีจะเป็นไปได้ โดยยงั รักษาคุณภาพของการบริการท่ีไดม้ าตรฐาน
6.ใหค้ วามสาคญั ในการรักษาขอ้ มลู ท่ีเป็นความลบั ของลูกคา้ อยา่ งจริงจงั และสม่าเสมอ และไม่นาขอ้ มลู ดงั กลา่ ว
มาใชเ้ พ่อื ผลประโยชน์ของตนเองและผเู้ กี่ยวขอ้ ง
7.ไมเ่ รียก ไมร่ ับ หรือไมใ่ หผ้ ลประโยชน์ใดๆ ท่ีไม่สุจริตกบั ลูกคา้
2.4 การปฏิบตั ิและความรับผิดชอบท่ีมีต่อคูค่ า้

1.ปฏิบตั ิตามสญั ญา ขอ้ ตกลง หรือเง่ือนไขตา่ งๆ ท่ีมีต่อคู่คา้ กรณีท่ีจะไมส่ ามารถปฏิบตั ิไดต้ อ้ งรีบเจรจากบั คู่คา้
เป็นการล่วงหนา้ เพ่อื ร่วมกนั หาแนวทางแกไ้ ขและป้องกนั ไมใ่ หเ้ กิดความเสียหาย
2.ปฏิบตั ิต่อคูค่ า้ อยา่ งเสมอภาคและเป็นธรรม และต้งั อยบู่ นพ้ืนฐานของการไดร้ ับผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อท้งั
สองฝ่ าย
3.ไมเ่ รียก ไมร่ ับ หรือไมใ่ หผ้ ลประโยชน์ใดๆ ท่ีไมส่ ุจริตกบั คคู่ า้

2.5 การปฏิบตั ิและความรับผิดชอบท่ีมีต่อเจา้ หน้ี
1.ปฏิบตั ิตามสัญญา ขอ้ ตกลง หรือเง่ือนไขตา่ งๆ ท่ีมีต่อเจา้ หน้ี กรณีท่ีจะไมส่ ามารถปฏิบตั ิไดต้ อ้ งรีบเจรจากบั
เจา้ หน้ีเป็นการลว่ งหนา้ เพ่ือร่วมกนั หาแนวทางแกไ้ ขและป้องกนั ไมใ่ หเ้ กิดความเสียหาย
2.รายงานขอ้ มูลทางการเงินที่ถกู ตอ้ ง ครบถว้ น และตรงเวลาใหแ้ ก่เจา้ หน้ีอยา่ งสม่าเสมอ
3.ไมเ่ รียก ไมร่ ับ หรือไมใ่ หผ้ ลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตกบั เจา้ หน้ี

2.6 การปฏิบตั ิและความรับผิดชอบท่ีมีต่อคูแ่ ขง่ ทางการคา้
1.ประพฤติปฏิบตั ิภายใตก้ รอบกติกาของการแข่งขนั ท่ีดี
2.ไมแ่ สวงหาขอ้ มลู ที่เป็นความลบั ของค่แู ข่งทางการคา้ ดว้ ยวธิ ีการท่ีไมส่ ุจริต หรือไม่เหมาะสม
3.ไม่ทาลายชื่อเสียงของคแู่ ข่งทางการคา้ ดว้ ยการกล่าวหาในทางร้าย โดยปราศจากความจริง

2.7 การปฏิบตั ิและความรับผิดชอบที่มีต่อสงั คมและสิ่งแวดลอ้ ม
1.ใหค้ วามสาคญั กบั กิจกรรมของชุมชนและสังคม โดยมุ่งเนน้ ใหเ้ กิดการพฒั นาสงั คม ชุมชน สิ่งแวดลอ้ ม มุ่ง
สร้างสรรคแ์ ละอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติ รวมท้งั สนบั สนุนกิจกรรม สาธารณะประโยชน์
2.ปลูกฝังจิตสานึกความรับผิดชอบต่อสังคม และส่ิงแวดลอ้ มใหเ้ กิดข้ึนในบริษทั และพนกั งานทุกระดบั อยา่ ง
ต่อเนื่อง
3.ใหค้ วามร่วมมือ และควบคุมใหม้ ีการปฏิบตั ิอยา่ งเคร่งครัดตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และกฎระเบียบท่ี
เกี่ยวขอ้ ง
4.ตอบสนองอยา่ งรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพต่อเหตุการณ์ที่มีผลกระทบตอ่ สิ่งแวดลอ้ มและชุมชน อนั
เน่ืองมาจากการดาเนินงานของบริษทั โดยใหค้ วามร่วมมืออยา่ งเตม็ ท่ีกบั เจา้ หนา้ ที่ภาครัฐ และหน่วยงานท่ี
เก่ียวขอ้ ง
5.ยดึ มน่ั ในระบอบประชาธิปไตย และส่งเสริมใหพ้ นกั งานใชส้ ิทธิเลือกต้งั ตามรัฐธรรมนูญ

อา้ งอิง
https://shorturl.asia/KLrfj
https://shorturl.asia/iK1Ra
https://shorturl.asia/9mJCI
https://shorturl.asia/IQoix
https://shorturl.asia/IYZ2E

เรียบเรียงโดย
นายสิริชยั ทองพนู ช้นั ม.4/2 เลขท่ี13



ปักชำควบแน่น(เริ่มต้งั แต่ 5 ธ.ค.64)

จุลินทรียส์ ังเครำะหแ์ สง

นำยสิริชยั ทองพูน ม.4/2 เลขท่ี13

ธาตอุ าหารที่จาเป็นสาหรับพืช

ธาตอุ าหารพืชมีความสาคญั ตอ่ การเจริญเติบโตของพชื มาก นอกจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้า และ
ออกซิเจนแลว้ ก็ยงั มีธาตุอาหารในดินอีก 14 ธาตุ ในวนั น้ีผมจะมาพดู ถึงธาตุอาหารตา่ ง ๆ ที่จาเป็นต่อการ
เจริญเติบโตของพชื โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคอื

ธาตุอาหารหลกั

1.ไนโตรเจน (N)
เป็นส่วนที่ช่วยในการเจริญเติบโตของพืช ท้งั ยงั เป็นอาหารหลกั ของพืช ช่วยทาให้พชื ใบเขยี วต้งั ตวั ได้ โดย

ไนโตรเจนยงั เป็นส่วนหน่ึงของเซลลพ์ ชื เป็นส่วนหน่ึงของการสร้างโปรตีน ไนโตรเจนยงั มีส่วนช่วยใน
กระบวนการสร้างอาหารและสร้างพลงั งานใหก้ บั พืชอีกดว้ ย ไนโตรเจนเป็นส่วนหน่ึงของการสร้างคลอโรฟิ ลล์
ซ่ึงคลอโรฟิ ลลอ์ ยใู่ นส่วนที่เป็นสีเขยี วของพืชที่ทาหนา้ ที่สังเคราะห์แสง ช่วยใหพ้ ืชเจริญเติบโตอยา่ งรวดเร็ว
ไนโตรเจนมกั อยใู่ นป๋ ุยหมกั และพชื ตระกลู ถวั่ ซ่ึงเราควรปลูกพืชตระกลู ถว่ั แลว้ ไถกลบเพือ่ เพิม่ ไนโตรเจนใหก้ บั
ดิน
2.ฟอสฟอรัส (P)

ฟอสฟอรัสกม็ ีส่วนสาคญั ท่ีช่วยในการสงั เคราะหแ์ สง มีส่วนช่วยในการผลิตแป้งและน้าตาล ฟอสฟอรัสมี
ส่วนช่วยในการเปล่ียนพลงั งานแสงอาทิตยเ์ ป็นพลงั งานทางเคมีในพืช ช่วยผลิตอาหาร มีส่วนช่วยในการเจริฐ
เติบโต กระตนุ้ การออกดอกและการเจริญเติบโตของราก ฟอสฟอรัสก็จะมีอยใู่ นป๋ ุยหมกั เศษอาหารและกระดูก
ป่ นเช่นกนั จะเห็นไดว้ า่ ฟอสฟอรัสก็มีส่วนสาคญั ไม่แพธ้ าตุอาหารใด ๆ เลย
3.โพแทสเซียม (K)

โพแทสเซียมจะมีอยใู่ นดินช้นั ล่าง จะถูกดูดซึมโดยรากพืช มีส่วนช่วยในการสร้างโปรตีน ทาใหผ้ ลมี
คุณภาพ ลดโรคพืช โพแทสเซียมเป็นแร่ธาตทุ ่ีอยใู่ นดิน วตั ถุอินทรียแ์ ละป๋ ุยอินทรีย์

ลกั ษณะการขาดธาตุอาหารของพชื

ทีน้ีเรามาดูกนั ดีกวา่ วา่ สาเหตุที่ทาใหพ้ ืชผิดปกติในพืช จะมาจาก 2 สาเหตหุ ลกั ๆ คือ
1.สภาพแวดลอ้ มผิดปกติ เช่นแดดจดั มาก น้าขงั นาน อากาศหนาวจดั ก็จาทาใหพ้ ืชท่ีเราปลูกมีความผดิ ปกติได้
หรืออาจมีการเขา้ ทาลายของโรคและแมลง ซ่ึงเรากต็ อ้ งดูสาเหตขุ องความผิดปกติใหด้ ี
2.สาเหตมุ าจากพืชขาดธาตุอาหารที่จาเป็นคือ เราปลกู พืชโดยไม่เติมอินทรียว์ ตั ถุลงไปในดินเลย เหตุเพราะธาตุ
อาหารเหล่าน้ีจะถูกดูดออกไปโดยผลผลิตรุ่นแลว้ รุ่นเลา่ วิธีสงั เกตุคือในปี แรก ๆ ผลผลิตจะไดเ้ ยอะ แตใ่ นปี ต่อ ๆ
ไปผลผลิตจะคอ่ ย ๆ ลดจานวนลง

• ถา้ พชื ขาดไนโตรเจน ใบพชื จะเหลืองจากส่วนปลายใบเขา้ มา
• ถา้ พชื ขาดฟอสฟอรัส ใบแก่หรือใบล่างจะมีสีม่วงแซมเขียวอ่อน
• ถา้ พชื ขาดโพแทสเซียม ขอบใบแก่จะมีสีเหลืองและจะไดผ้ ลขนาดเลก็ ถา้ เป็นขา้ วกอ็ าจเมลด็ ลีบได้

วธิ ีแกเ้ มื่อดินขาดธาตุอาหาร
วิธีแกค้ อื เพิม่ อินทรียว์ ตั ถุและป๋ ุยคอกลงปรุงดินก่อนปลกู ในแต่ละรอบ และฉีดพน่ ป๋ ุยอินทรียน์ ้าทางใบ
พชื เพอ่ื ช่วยในการเจริญเติบโต

ธาตอุ าหารรอง

1.แคลเซียม (Ca)
ช่วยในการแบ่งเซลล์ ผสมเกสร การงอกของเมลด็ มีส่วนสาคญั ต่อโครงสร้างของเซลลพ์ ชื ช่วยใน

การลาเลียงอาหาร แคลเซียมช่วยในการปรับสมดุลท้งั กรดและด่างของพชื
2.แมกนีเซียม (Mg)

เป็นองคป์ ระกอบของคลอโรฟิ ลล์ ช่วยในการสังเคราะหก์ รดอะมิโน วิตามิน ไขมนั และน้าตาล
ช่วยในการสงั เคราะหแ์ สง นอกจากน้ียงั ช่วยกระตนุ้ การทางานของเอนไซมท์ ี่จาเป็นต่อการเจริญเติบโต
3.กามะถนั (S)

เป็นองคป์ ระกอบของกรดอะมิโน วิตามินและโปรตีน ช่วนสร้างคลอโรฟิ ลล์ ช่วยเพิม่ การ
เจริญเติบโตของรากและเมลด็ พชื ทาใหพ้ ืชแขง็ แรงและทนต่อความเยน็

ลกั ษณะการขาดธาตอุ าหารของพชื
ทีน้ีเรามาดูกนั ดีกวา่ วา่ สาเหตุที่ทาใหพ้ ืชผดิ ปกติในพชื จะมาจาก 2 สาเหตหุ ลกั ๆ คอื
1. สภาพแวดลอ้ มผิดปกติ เช่นแดดจดั มาก น้าขงั นาน อากาศหนาวจดั ก็จาทาใหพ้ ืชท่ีเราปลกู มีความ
ผิดปกติได้ หรืออาจมีการเขา้ ทาลายของโรคและแมลง ซ่ึงเราก็ตอ้ งดูสาเหตุของความผิดปกติใหด้ ี
2. สาเหตมุ าจากพืชขาดธาตุอาหารท่ีจาเป็นคอื เราปลูกพชื โดยไมเ่ ติมอินทรียว์ ตั ถุลงไปในดินเลย เหตุ
เพราะธาตุอาหารเหล่าน้ีจะถูกดูดออกไปโดยผลผลิตรุ่นแลว้ รุ่นเล่า วธิ ีสังเกตคุ ือในปี แรก ๆ ผลผลิตจะ
ไดเ้ ยอะ แต่ในปี ตอ่ ๆ ไปผลผลิตจะคอ่ ย ๆ ลดจานวนลง โดยอาการขาดธาตุอาหารจะมีลกั ษณะดงั น้ี
ถา้ ขาดธาตแุ คลเซียม จะมีอาหารใบหงิก ใบใหม้ ผลแตกหรือกน้ ผลเน่าได้
ถา้ ขาดธาตแุ มกนีเซียม ใบแก่จะเหลืองและร่วงหล่นเร็ว
ถา้ ขาดธาตุกามะถนั ใบท้งั บนและล่างจะมีสีเหลืองซีด ยอดผลจะชงกั การเจริญเติบโต

วิธีแกเ้ มื่อดินขาดธาตุอาหาร
วิธีแกค้ ือ เพมิ่ อินทรียว์ ตั ถุและป๋ ยุ คอกลงปรุงดินก่อนปลกู ในแต่ละรอบ และฉีดพ่นป๋ ยุ อินทรียน์ ้า

ทางใบพชื เพื่อช่วยในการเจริญเติบโต

ธาตุอาหารเสริม

1.โบรอน (B)
ช่วยในการสร้างสารอาหารและควบคุมสารอาหารท่ีจาเป็นตอ่ การพฒั นาการเจริญเติบโตของเมลด็

พนั ธุ์ ช่วยในการออกดอก ผสมเกสร ช่วยในการติดผลและยา้ ยน้าตาลมาสู่ผล
2.ทองแดง (Cu)

ช่วยในการเจริญเติบโตของระบบสืบพนั ธุ์พชื ช่วยในการเผาผลาญอาหารของรากพชื และเป็น
ประโยชน์ต่อการใชโ้ ปรตีนของพชื การสังเคราะห์คลอโรฟิ ลลแ์ ละกระตนุ้ การทางานของเอนไซม์
3.คลอรีน (CI)

พบในดิน ช่วนกระตนุ้ การยอ่ ยอาหารสาหรับพืช มีบทบาทสาคญั เกี่ยวกบั ฮอร์โมนพืช
4.เหลก็ (Fe)

จาเป็นตอ่ การสร้างคลอโรฟิ ลล์ การสงั เคราะหค์ ลอโรฟิ ลลแ์ ละสงั เคราะหแ์ สง
5.แมงกานีส (Mn)

ช่วยในการทางานของเอนไซม์ มีส่วนประกอบของคาร์บอนไดออกไซดแ์ ละการยอ่ ยไนโตรเจน
6.โมลิบดีนมั (Mo)

ช่วยในการดึงไนโตรเจนออกมาใชง้ านและช่วยในการสงั เคราะห์โปรตีน พบธาตุชนิดน้ีในดิน
7.สงั กะสี (Zn)

ช่วยสังเคราะห์ฮอร์โมนออกซิน คลอโรฟิ ลลแ์ ละแป้ง ควบคุมการยอ่ ยน้าตาลของพืช เป็นส่วนหน่ึง
ในการทางานขอเอนไซมท์ ี่มีส่วนในการควบคมุ การเจริญเติบโตของพืช และจาเป็นต่อการเปลี่ยนสภาพ
ของคาร์โบไฮเดรต
8.นิกเกิล (Ni)

เป็นธาตอุ าหารทาสาคญั ตอ่ เอนไซม์ ทาหนา้ ที่ปลดปล่อยไนโตรเจนให้อยใู่ นรูปที่จะนาไปใชไ้ ด้
และยงั ช่วยในกระบวนการงอกของเมลด็ อีกดว้ ย

ลกั ษณะการขาดธาตุอาหารของพืช
ทีน้ีเรามาดูกนั ดีกวา่ วา่ สาเหตุที่ทาใหพ้ ืชผิดปกติในพชื จะมาจาก 2 สาเหตุหลกั ๆ คอื
1. สภาพแวดลอ้ มผิดปกติ เช่นแดดจดั มาก น้าขงั นาน อากาศหนาวจดั ก็จาทาใหพ้ ชื ท่ีเราปลกู มีความ
ผิดปกติได้ หรืออาจมีการเขา้ ทาลายของโรคและแมลง ซ่ึงเรากต็ อ้ งดูสาเหตุของความผดิ ปกติใหด้ ี
2. สาเหตุมาจากพืชขาดธาตุอาหารท่ีจาเป็นคือ เราปลกู พืชโดยไม่เติมอินทรียว์ ตั ถุลงไปในดินเลย เหตุ
เพราะธาตุอาหารเหล่าน้ีจะถูกดูดออกไปโดยผลผลิตรุ่นแลว้ รุ่นเล่า วิธีสังเกตุคือในปี แรก ๆ ผลผลิตจะ
ไดเ้ ยอะ แตใ่ นปี ตอ่ ๆ ไปผลผลิตจะคอ่ ย ๆ ลดจานวนลง โดยอาการขาดธาตุอาหารจะมีลกั ษณะดงั น้ี
ธาตอุ าหารเสริม 8 ธาตุที่ถา้ ขาดก็จะทาใหใ้ บอ่อน สีซีด เจริฐเติบโตชา้ และไดผ้ ลผลิตนอ้ ย

วธิ ีแกเ้ มื่อดินขาดธาตุอาหาร
วธิ ีแกค้ อื เพ่ิมอินทรียว์ ตั ถุและป๋ ยุ คอกลงปรุงดินก่อนปลูกในแตล่ ะรอบ และฉีดพ่นป๋ ุยอินทรียน์ ้า

ทางใบพืชเพ่อื ช่วยในการเจริญเติบโต

อา้ งอิง https://shorturl.asia/5lIHm
นายสิริชยั ทองพนู ม.4/2 เลขท่ี13

การปลูกผกั สวนครัว

ผกั กาดขาว

ภาชนะที่ใชป้ ลกู

ภาชนะท่ีใชค้ ือ กระบะปลกู ผกั ขนาดประมาณ 70*40

ดินท่ีนามาปลกู

คือ ดินปรุงสาเร็จและดินชีวภาพพร้อมปลกู

วิธีการปลูก

1.นาเมลด็ พนั ธไ์ ปแช่น้า 6-12 ชว่ั โมง

2.เตรียมดินและนาดินใส่ในภาชนะ

3.รถน้า
4. หวา่ นเมลด็ พนั ธ์

นายสิริชยั ทองพูน ม.4/2 เลขท่ี 13

การเล้ียงสัตวใ์ นประเทศไทย

ดว้ ยความที่สังคมไทยมีวิถีชีวิตอยคู่ ู่กบั การเกษตรมาอยา่ งยาวนาน แมใ้ นปัจจุบนั จะมีความทนั สมยั ใด ๆ
เขา้ มาแต่บรรดาสตั วเ์ ศรษฐกิจท้งั หลายกย็ งั คงเป็นปัจจยั สาคญั ในการสร้างรายไดใ้ หก้ บั ผเู้ ล้ียง รวมถึงสร้างระบบ
เศรษฐกิจใหม้ ีความแขง็ แกร่งดว้ ย ซ่ึงหากวา่ กนั ตามตรงสัตวใ์ นเชิงเศรษฐกิจของบา้ นเรากม็ ีตวั เลือกอยู่เยอะ
พอสมควร ไม่วา่ จะเป็นการบริโภคภายในประเทศและส่งออกตา่ งประเทศกต็ าม ลองมาไลเ่ รียงทาความรู้จกั กบั
สัตวเ์ หล่าน้ีไปพร้อมกนั เพื่อโอกาสในการพฒั นาท่ียงั่ ยนื มากยงิ่ ข้ึนกวา่ เดิม

ความสาคญั ของสตั วเ์ ศรษฐกิจ

1.แรงงานที่ไดจ้ ากสัตว์

ตอ้ งทาความเขา้ ใจก่อนวา่ สัตวเ์ ศรษฐกิจ ไม่ไดห้ มายถึงการนาเอาเน้ือ หรืออวยั วะต่าง ๆ ของพวกมนั มา
ใชส้ ร้างรายไดเ้ พียงอยา่ งเดียว แต่เกษตรกรจานวนมากยงั ใชแ้ รงงานจากสตั วเ์ หลา่ น้ีในการสร้างผลผลิตเพื่อให้
ตนเองเกิดรายไดม้ ากข้ึนกวา่ เดิมดว้ ย เช่น การใชค้ วายหรือกระบือในการทานา แมใ้ นปัจจุบนั จะมีเคร่ืองมืออนั
แสนทนั สมยั เอาไวช้ ่วยประหยดั ตน้ ทนุ และแรงงานมากข้ึน แตแ่ รงงานจากสัตวก์ ย็ งั เป็นตวั ช่วยใหเ้ กิดการสร้าง
รายไดท้ ่ีดีไม่เปล่ียน

2.รายไดโ้ ดยตรงจากสัตว์

ความสาคญั ในดา้ นน้ีถือวา่ ชดั เจนและตรงประเดน็ มากท่ีสุด นน่ั คอื เกษตรกรหรือผเู้ ล้ียงสามารถสร้าง
รายไดจ้ ากสัตวเ์ ศรษฐกิจไดแ้ บบตรง ๆ ตวั อธิบายแบบเขา้ ใจงา่ ยคือ สามารถนาสัตวเ์ หลา่ น้นั มาทาเงินใหก้ บั
ตนเองไดท้ นั ทีเมื่อเติบโตเตม็ ที่ เช่น เน้ือสัตว,์ ขนสัตว,์ กระดูกสัตว์ ฯลฯ แตท่ ้งั น้ีตวั ของผเู้ ล้ียงเองอาจไมไ่ ดเ้ ป็น
คนนาไปแปรรูป เพียงแคส่ ่งต่อใหก้ บั โรงงานหรือบริษทั ที่จะรับช่วงต่อ เป็นการสร้างรายไดแ้ ละเพ่ิมการเติบโต
ของเศรษฐกิจไดเ้ ป็นอยา่ งดี

3.ช่วยใหธ้ รรมชาติเกิดความสมดุล

จริง ๆ แลว้ สตั วท์ กุ ชนิดลว้ นถกู สร้างข้นึ มาเพ่ือใหโ้ ลกใบน้ีเกิดความสมบรู ณ์ท้งั สิ้น ดงั น้นั ความสาคญั
ของสัตวเ์ ศรษฐกิจอีกอยา่ งก็คือ ช่วยใหธ้ รรมชาติยงั คงอยไู่ ดอ้ ยา่ งเป็นปกติ ตวั อยา่ งท่ีชดั เจนมาก ๆ ในการช่วยให้
ความสมดุลของธรรมชาติ เช่น มลู สัตวท์ ่ีใชเ้ ป็นป๋ ุยในการปลกู พืชผกั เป็นตน้ ตรงน้ีเองจะเห็นไดว้ า่ สิ่งที่ไดจ้ าก


Click to View FlipBook Version