The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สารสัตวแพทยสภา ฉบับที่ 33 n ebook-edit3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dachoculb11, 2021-11-21 22:54:19

สารสัตวแพทยสภา ฉบับที่ 33 n ebook-edit3

สารสัตวแพทยสภา ฉบับที่ 33 n ebook-edit3

Keywords: สารสัตวแพทยสภา ฉบับที่ 33

สาร

สัตวแพทยสภา
ฉบับที่ ๓๓ เมษายน - มิถุนายน ๒๕๖๔

การอ(HนุบoาuลsลeูกนSกwแiอftน่ )บา้ น



ส�ำนักงานสัตวแพทยสภา

เลขท่ี ๖๘/๘ หมู่ ๑ ต�ำบลบางไผ่ อ�ำเภอเมือง จงั หวดั นนทบรุ ี ๑๑๐๐๐
โทรศพั ท์ ๐๒-๐๑๗๐๗๐๐-๘ โทรสาร ๐๒-๐๑๗๐๗๐๙ www.vetcouncil.or.th
Line ID : @vetcce

สวัสดี สมาชกิ สตั วแพทยสภาทกุ ท่าน
สารสัตวแพทยสภาในฉบับนี้ ผมขอน�ำเสนอพันธกิจของ
สัตวแพทยสภา วาระปี ๒๕๖๔-๒๕๖๗ ใหส้ มาชกิ ทกุ ทา่ นไดเ้ หน็ ภาพ
การท�ำงานของสัตวแพทยสภาในอีก ๓ ปีข้างหน้า ผ่านหน่วยงาน
๗ เสาหลักของสัตวแพทยสภา ซ่ึงจะเป็นการสานต่อภารกิจของ
สัตวแพทยสภา และมุ่งสู่เป้าหมายเพื่อการพัฒนาองค์ความรู้ทาง
สัตวแพทย์ สร้างมาตรฐานวิชาชีพการสัตวแพทย์ ยกระดับความรู้
ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ และเสรมิ สร้าง
ศักดิ์ศรีและการยอมรับของวิชาชีพในสังคม โดยมีพันธกิจหลักที่
ส�ำคัญคอื
๑. การแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ข้อบังคับ ประกาศ และ
ระเบียบของสัตวแพทยสภา ให้เหมาะสมกับสถานการณ์การ
เปลีย่ นแปลงของสังคมในปจั จบุ นั และอนาคต
๒. พัฒนาและส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพการสัตวแพทย์
โดยเฉพาะการก�ำหนดเกณฑ์สมรรถนะของบัณฑิตจบใหม่ หรือ
day one skill competencies และปรับปรุงแนวปฏิบัติในการ
รบั รองปรญิ ญาในวชิ าชีพการสตั วแพทย์
๓. สนับสนุนให้มีการผลิตผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ท่ีมีความรู้ความช�ำนาญในการประกอบ
วิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขาต่าง ๆ ได้แก่ พยาธิวิทยา เวชศาสตร์ระบบสืบพันธุ์ ศัลยศาสตร์ อายุรศาสตร์
และสัตวแพทย์สาธารณสุข โดยสัตวแพทยสภาอยู่ระหว่างด�ำเนินการให้ผู้ท่ีผ่านหลักสูตรการฝึกอบรม
ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ประจ�ำบ้าน และสอบได้วุฒิบัตรแสดงความรู้ความช�ำนาญในการประกอบ
วิชาชีพการสตั วแพทย์ สาขาต่าง ๆ สามารถเทียบวุฒไิ ดเ้ ท่ากับผู้ทจี่ บการศึกษาระดบั ปริญญาเอก
๔. พัฒนาระบบการสอบประเมินความรู้ความสามารถขั้นพื้นฐานของการประกอบวิชาชีพการ
สัตวแพทย์ ใหส้ อดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานวชิ าชีพการสัตวแพทย์
๕. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรสัตวแพทย์ให้มีความรู้ ความสามารถ และพัฒนาตนเอง
อย่างตอ่ เน่ือง เพอื่ การประกอบวิชาชีพการสัตวแพทยอ์ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ และมีจรรยาบรรณ
๖. พัฒนาวิชาชีพการสัตวแพทย์เข้าสู่มาตรฐานสากล เป็นการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพการ
สัตวแพทยข์ องไทยให้เขา้ สมู่ าตรฐานนานาชาติ เพอื่ เตรยี มความพรอ้ มให้สตั วแพทย์ไทยในอนาคตเขา้ สู่ตลาด
บริการวิชาชพี การสตั วแพทยใ์ นต่างประเทศ

สารสัตวแพทยสภา ฉบับท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ นุ ายน ๒๕๖๔ 3

ผมและคณะกรรมการสัตวแพทยสภาจะพยายามขับเคล่ือนพันธกิจส�ำคัญทั้ง ๖ ด้านน้ี
อย่างเต็มความสามารถ อย่างไรก็ตามการจะเดินหน้าไปสู่ความส�ำเร็จตามเป้าหมายท่ีวางไว้หรือ
ไม่น้ัน ความร่วมมือของสมาชิกสัตวแพทยสภาทุกท่าน และจากทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้องนับว่ามี
ความส�ำคัญเป็นอย่างย่ิง ในโอกาสนี้ผมขอเชิญชวนสมาชิกทุกท่านให้ความเห็น หรือข้อเสนอ
แนะในการด�ำเนนิ งานของคณะกรรมการสตั วแพทยสภา เพอ่ื ทค่ี ณะกรรมการฯ จะไดน้ ำ� ไปปรบั
ใช้เพ่อื การขับเคลื่อนพนั ธกิจส�ำคญั ทงั้ ๖ ใหด้ ยี ่ิงขึน้
จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด ๑๙ ประชาชนทุกคนต้องปรับตัวกันอย่างมาก
เพ่ือให้สามารถด�ำรงชีวิตให้เป็นปกติในรูปแบบหรือวิถีใหม่ (new normal) การปรับตัวนี้
ส่งผลกระทบไม่มากก็น้อยต่อทุกวิชาชีพ วิชาชีพใดปรับตัวได้เร็ว และสามารถมีแนวปฏิบัติท่ีดี
สอดคล้องกับสถานการณ์ ก็จะสามารถก้าวผ่านวิกฤติครั้งน้ีไปได้ ผมเป็นก�ำลังใจให้สมาชิก
สัตวแพทยสภาทุกท่าน จะสามารถปรับตัวได้ และยังคงประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ได้
อย่างมีมาตรฐาน เป็นท่ียอมรับ เชื่อม่ัน และได้รับความไว้วางใจจากสังคมให้ท�ำหน้าท่ี
“สตั วแพทยม์ อื อาชีพ” ตอ่ ไป

ขอบคุณ และสวสั ดคี รับ
รศ.นายสตั วแพทย์ ดร.ธรี ะ รักความสุข

นายกสัตวแพทยสภา

คณะบรรณาธิการ จัดทำ�สารสัตวแพทยสภา

ทป่ี รึกษา : รศ.นายสตั วแพทย์ ดร.ธรี ะ รักความสขุ , นายสัตวแพทยส์ ุเมธ ทรพั ย์ชูกลุ
คณะบรรณาธิการ: นายสตั วแพทย์ชลธศิ ศรสี ุดาวรรณ, นายสตั วแพทยน์ วพูน จ�ำปานลิ ,
สตั วแพทยห์ ญงิ วา่ ท่ี ร.ต.ญ.ดร.วชั รนิ ทร์ โซ่วิจติ ร, นางสุวรรณา หริ ัญเจริญวงศ์,
นางสาวจินตนา ภสู่ กลุ
ภาพปกโดย : คุณวชิ ญนนั ท์ ลมิ ปรุ่งพัฒนกจิ และ Assoc. Prof Philip Round
4 สารสัตวแพทยสภา ฉบับท่ี ๓๓ เมษายน - มิถนุ ายน ๒๕๖๔

สารบัญ

ฉบับท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ ุนายน ๒๕๖๔

๓ สารจากท่านนายก/รายช่ือบรรณาธกิ าร
๖ ผลการด�ำเนนิ งานของศูนย์ประเมนิ ฯ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓

(มกราคม – ธนั วาคม ๒๕๖๓)

๑๖ รายงานการด�ำเนนิ งานของ
วิทยาลัยวชิ าชีพการสัตวแพทย์ช�ำนาญการแหง่ ประเทศไทย ประจำ� ปี ๒๕๖๓
(มกราคม – ธนั วาคม ๒๕๖๓)

๒๒ มาตรฐานวชิ าชีพการสัตวแพทย์ ๒๓ การอนุบาลลูกนกแอน่ บา้ น
(House Swift)

๓๑ ค�ำถาม ๓๓ กระดาษค�ำตอบ
การอนบุ าลลกู นกแอ่นบา้ น สารสตั วแพทยสภา ฉบบั ท่ี ๓๓
(House Swift)

สารสัตวแพทยสภา ฉบับท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ ุนายน ๒๕๖๔ 5

ผลการด�ำเนนิ งานของศูนย์ประเมนิ ฯในปี พ.ศ. ๒๕๖๓
(มกราคม – ธันวาคม ๒๕๖๓)

ศูนย์ประเมินฯ ด�ำเนินจัดท�ำวิธีการทดสอบและพัฒนาเครื่องมือวัดมาตรฐาน ส�ำหรับการประเมินความรู้
ขัน้ พ้นื ฐานฯ จดั ทำ� ระบบคลงั ข้อสอบ จัดสมั มนา/อบรมต่าง ๆ โดยคณะอนกุ รรมการหลกั ๔ ชดุ และคณะอนกุ รรมการ
เฉพาะกจิ และคณะทำ� งานอน่ื ๆ ภายใต้การบรหิ ารงานของคณะกรรมการบริหารศูนย์ ซึง่ ก�ำหนดนโยบาย วางแนวทาง
การดำ� เนินงาน มอบหมายงาน และพิจารณาโครงการต่าง ๆ
ผลงานของศนู ย์ประเมนิ ฯ ทีค่ ณะอนุกรรมการชุดต่าง ๆ ได้ดำ� เนินการในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ มีดังน้ี

คณะอนกุ รรมการจดั หาข้อสอบ
การประชุมคณะอนุกรรมการฯ ในปี ๒๕๖๓ รวมทั้งสิ้น จ�ำนวน ๔ ครั้ง มีการประชุมย่อยอาจารย์ในคณะ
เพ่ือระดมออกข้อสอบเป็นคร้ังคราว โดยสถาบันแต่ละแห่งอ�ำนวยความสะดวกเร่ืองอาหารและสถานท่ี มีการจัดอบรม
เชิงปฏิบัติการ “ออกข้อสอบอย่างไรให้ได้มาตรฐาน” ที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณบางส่วนจากสัตวแพทยสภา
จำ� นวน ๕ คร้งั ดังน้ี
๑. อบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร “ออกขอ้ สอบอยา่ งไรใหไ้ ดม้ าตรฐาน” ครง้ั ท่ี ๓๙ – ๔๓ ณ สตั วแพทยสภา และคณะ
สัตวแพทยศาสตร์ ของสถาบันต่าง ๆ จ�ำนวน ๘ คร้ัง ดงั นี้

คร้งั ที่ วันท่ี สถานที่ หมายเหตุ
๓๙ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กลุ่มสัตวเ์ ลี้ยงเปน็ เพ่ือน
๔๐/๑ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๓ สำ� นกั งานสตั วแพทยสภา (Companion animals)
๔๐/๒ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๓ ส�ำนกั งานสัตวแพทยสภา
๔๐/๓ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๓ สำ� นักงานสัตวแพทยสภา กลุ่มปศสุ ตั ว์
๔๐/๔ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ สำ� นกั งานสตั วแพทยสภา (Live stocks/Food animals)
๔๑ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๓ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่
๔๒ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล กลุ่มสตั วแพทยส์ าธารณสุข
๔๓ ๑๓-๑๔ สงิ หาคม ๒๕๖๓ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ (Veterinary Public Health)
กล่มุ พรคี ลินกิ /พาราคลินกิ

(Preclinic/Paraclinic)

ด้วยความร่วมมือร่วมใจของคณาจารย์และด้วยการประสานงานของอนุกรรมการจัดหาข้อสอบ ท�ำให้มีข้อสอบ
ออนไลน์ส่งเข้าคลงั ในปี ๒๕๖๓ รวม ๒,๓๘๕ ข้อ

6 สารสัตวแพทยสภา ฉบบั ท่ี ๓๓ เมษายน - มิถนุ ายน ๒๕๖๔

คณะอนกุ รรมการพฒั นาและประเมินข้อสอบ
๑. การประชมุ คณะอนกุ รรมการฯ ในปี ๒๕๖๓ รวมทัง้ สิน้ ๗ ครงั้ โดยมสี าระการดำ� เนินการ ดงั น้ี
- ครัง้ ท่ี ๑/๒๕๖๓ วาระเกีย่ วกับการกำ� หนดแนวทางพัฒนาขอ้ สอบรูปแบบใหม่ แบบกลมุ่ ย่อย เฉพาะสาขา
- ครง้ั ท่ี ๒/๒๕๖๓ วาระเกยี่ วกบั การกำ� หนดชว่ งเวลาในการพฒั นาขอ้ สอบสำ� หรบั ครง้ั ท่ี ๑-๔ และแนวปฏบิ ตั ิ
รูปแบบใหมใ่ นการพฒั นาขอ้ สอบและการทวนสอบขอ้ สอบท่ีพัฒนาแลว้
- ครั้งท่ี ๓/๒๕๖๓ วาระเกี่ยวกับการก�ำหนดกลุ่มความเชี่ยวชาญ จ�ำนวนกลุ่มย่อยและจ�ำนวนวัน ในการ
พัฒนาข้อสอบและทวนสอบ ครั้งท่ี ๑/๒๕๖๓ และ ก�ำหนดมาตรการลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙
ระหว่างการพฒั นาข้อสอบและทวนสอบ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓
- ครัง้ ท่ี ๔/๒๕๖๓ วาระเกีย่ วกับการพจิ ารณาขัน้ ตอนการปฏิบัติงานส�ำหรบั การพฒั นาขอ้ สอบ และการทวน
สอบ ครงั้ ที่ ๑/๒๕๖๓ และกำ� หนดแผนด�ำเนนิ งานการพัฒนาข้อสอบ ครง้ั ที่ ๒/๒๕๖๓
- คร้ังท่ี ๕/๒๕๖๓ วาระเกี่ยวกับข้อเสนอแนะการจัดพัฒนาข้อสอบ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ ช่วงท่ี ๑ และการ
วางแผนการพัฒนาข้อสอบ ครงั้ ท่ี ๒/๒๕๖๓ ช่วงที่ ๑ และ ๒
- คร้งั ท่ี ๖/๒๕๖๓ วาระเกยี่ วกับการเตรียมการประเมนิ และพฒั นาข้อสอบใช้แล้ว
- คร้ังท่ี ๗/๒๕๖๓ วาระเกี่ยวกับก�ำหนดแผนด�ำเนินงานพัฒนาข้อสอบ คร้ังท่ี ๓/๒๕๖๓ และการก�ำหนด
ช่วงเวลาพฒั นาข้อสอบ ประจำ� ปี ๒๕๖๔
๒. ดำ� เนินการจัดประชมุ เชิงปฏบิ ัตกิ ารคณะท�ำงานเฉพาะกจิ เพื่อพฒั นาข้อสอบ จ�ำนวน ๓ ครั้ง
- ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ เม่อื วันท่ี ๖ – ๗ สงิ หาคม ๒๕๖๓ และ วันท่ี ๒๒ – ๒๓ สงิ หาคม ๒๕๖๓ ณ ส�ำนกั งาน
สัตวแพทยสภา นนทบรุ ี
- ครั้งท่ี ๒/๒๕๖๓ เม่อื วนั ท่ี ๑๒ – ๑๓ กันยายน ๒๕๖๓ และ วันท่ี ๑๙ – ๒๐ กันยายน ๒๕๖๓ ณ ส�ำนกั งาน
สตั วแพทยสภา นนทบรุ ี
- คร้งั ท่ี ๓/๒๕๖๓ เมอื่ วนั ท่ี ๒๖ – ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ณ ส�ำนกั งานสตั วแพทยสภา นนทบุรี

คณะอนุกรรมการจัดการสอบและประมวลผล

คณะอนุกรรมการจัดการสอบและประมวลผลได้จัดให้มีการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ในปี ๒๕๖๓
รวมท้งั ส้นิ ๖ คร้งั และจัดสอบประเมนิ รวม ๒ ครัง้ ดังนี้
๑. จัดการสอบประเมินนิสิตนักศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ คร้ังที่ ๒/๒๕๖๒ เก่ียวกับเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ
เมอ่ื วนั ท่ี ๑๙ มกราคม ๒๕๖๓ มผี เู้ ขา้ สอบประเมนิ ทงั้ ประเทศ จำ� นวน ๓๕๔ คน แบง่ เปน็ สอบหมวดท่ี ๒ จำ� นวน ๒๔๒ คน
และหมวดท่ี ๓ จ�ำนวน ๓๐๓ คน โดยมสี นามสอบ ๕ สนาม คือ
การสอบประเมนิ ครงั้ ที่ ๒/๒๕๖๒

ลำ� ดบั สนามสอบ จำ� นวนผเู้ ขา้ สอบหมวดที่ ๒ จำ� นวนผเู้ ข้าสอบหมวดที่ ๓
๑. ๐๒ - มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ๘๗ ๑๑๗
๒. ๐๓ - มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ ๒๖ ๓๓
๓. ๐๔ - มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ ๒๙ ๒๙
๔. ๐๖ - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ๖๒ ๘๓
๕. ๑๐ - มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลศรีวชิ ัย ๓๘ ๔๑
รวม ๒๔๒ ๓๐๓

สารสัตวแพทยสภา ฉบับท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ ุนายน ๒๕๖๔ 7

การตัดสินคะแนนผ่านใช้แบบอิงเกณฑ์ท่ี ๕๐% โดยมีผู้สอบผ่านท้ังสองหมวดและมีสิทธิ์ขอขึ้นทะเบียนและ
รับใบอนุญาตเปน็ ผปู้ ระกอบวิชาชพี การสตั วแพทยต์ ามขอ้ บังคับสัตวแพทยสภา วา่ ดว้ ยหลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเงื่อนไข
การข้ึนทะเบียน การออกใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ พ.ศ. ๒๕๖๒
จำ� นวนรวม ๑๔๖ คน จากผ้เู ขา้ สอบ ๓๕๔ คน
๒. จัดการสอบประเมินนิสิตนักศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ เก่ียวกับเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ
เม่ือวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ มผี เู้ ข้าสอบประเมินท้งั ประเทศ จำ� นวน ๗๙๒ คน แบง่ เป็นสอบ หมวดที่ ๒ จำ� นวน
๗๓๓ คน และหมวดที่ ๓ จำ� นวน ๗๕๖ คน โดยมสี นามสอบ ๗ สนาม คอื

การสอบประเมนิ ครัง้ ท่ี ๑/๒๕๖๓ จำ� นวนผเู้ ข้าสอบ จ�ำนวนผู้เขา้ สอบ
ลำ� ดับ สนามสอบ หมวดที่ ๒ หมวดท่ี ๓
๑. ๐๑ - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั ๑๒๙ ๑๓๗
๒. ๐๒ - มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ๑๙๙ ๒๑๕
๓. ๐๓ - มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ ๑๑๙ ๑๑๗
๔. ๐๔ - มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่ ๗๑ ๗๐
๕. ๐๕ - มหาวิทยาลัยมหิดล ๔๓ ๔๔
๖. ๐๖ - มหาวิทยาลยั เทคโนโลยมี หานคร ๑๑๙ ๑๒๑
๗. ๑๐ - มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลศรวี ิชยั ๕๓ ๕๒
๗๓๓ ๗๕๖
รวม

การตัดสินคะแนนผ่านใช้แบบอิงเกณฑ์ท่ี ๕๒.๕ % โดยมีผู้สอบผ่านท้ังสองหมวดและมีสิทธ์ิขอข้ึนทะเบียนและ
รับใบอนุญาตเปน็ ผู้ประกอบวิชาชพี การสตั วแพทยต์ ามขอ้ บงั คับสัตวแพทยสภา วา่ ดว้ ยหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงื่อนไข
การขึ้นทะเบียน การออกใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ พ.ศ. ๒๕๖๒
จ�ำนวนรวม ๔๑๐ คน จากผเู้ ขา้ สอบ ๗๙๒ คน
กิจกรรมอื่นที่นอกเหนือจากการจัดสอบที่คณะอนุกรรมการจัดการสอบและประมวลผลได้ด�ำเนินการในปี
๒๕๖๒ มดี งั น้ี
๑. จดั ใหม้ กี ารหารอื และระดมความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั การประเมนิ นสิ ติ นกั ศกึ ษาตามเกณฑม์ าตรฐาน หมวดที่ ๑
ประจ�ำปี ๒๕๖๔ ร่วมกับรองคณบดีฝ่ายวิชาการและรองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิตนักศึกษา หรือตัวแทนจากคณะ
สัตวแพทยศาสตร์ ๑๐ สถาบนั โดยใช้โปรแกรม Zoom Cloud Meeting มผี ู้เข้าประชุมท้ังในห้องประชุมและประชมุ
ผ่านส่ือ เม่ือวันท่ี ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ ท่ีประชุมบรรลุข้อตกลงในวิธีการประเมินนิสิตนักศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐาน
หมวดท่ี ๑ และจิตวิทยา โดยจัดท�ำเป็นหนังสือข้อตกลงการผ่านรายวิชาตามหลักสูตรของแต่ละสถาบันให้สอดคล้อง
กบั เกณฑ์มาตรฐานท่ีกำ� หนดโดยสัตวแพทยสภา เพ่ือใชใ้ นการประเมินของปี ๒๕๖๔
๒. วางแผนการจดั สอบประเมนิ ตามเกณฑ์ หมวดท่ี ๒ และ หมวดที่ ๓ ของปี ๒๕๖๔ โดยกำ� หนดใหม้ กี ารจดั สอบ
๒ ครงั้ ครัง้ ที่ ๑/๒๕๖๔ ในวนั ที่ ๑๓ มถิ ุนายน ๒๕๖๔ และ ครง้ั ที่ ๒/๒๕๖๔ ในวนั ที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
๓. จัดท�ำโครงการสัมมนาสัญจร คร้ังท่ี ๖ เพื่อท�ำความเข้าใจกับนิสิตนักศึกษาและคณาจารย์คณะ
สัตวแพทยศาสตร์ของ ๙ สถาบนั ดังน้ี

8 สารสัตวแพทยสภา ฉบับท่ี ๓๓ เมษายน - มิถนุ ายน ๒๕๖๔

๓.๑ วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๓ ณ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวชิ ัย
๓.๒ วนั ที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๓ ณ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั
๓.๓ วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๓ ณ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์
๓.๔ วนั ท่ี ๒๙ มกราคม ๒๕๖๓ ณ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยมี หานคร
๓.๕ วนั ที่ ๑๖ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓ ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
๓.๖ วนั ท่ี ๑๖ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓ ณ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่
๓.๗ วันท่ี ๑๗ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ ณ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
๓.๘ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ณ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก
๓.๙ วันท่ี ๒ มีนาคม ๒๕๖๓ ณ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำ� แพงแสน
ทง้ั น้ี คณะสตั วแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหดิ ล แจ้งความประสงค์ด�ำเนินการเอง
คณะอนกุ รรมการจดั ท�ำระบบจัดเก็บและคลังขอ้ สอบ
คณะอนกุ รรมการจดั ทำ� ระบบจดั เกบ็ และคลงั ขอ้ สอบ ไดด้ ำ� เนนิ การตดิ ตามและกำ� กบั ดแู ลรวมทง้ั ใหข้ อ้ เสนอแนะ
กับบริษทั ไอที ซเี คยี ว แอนด์ คอนซัลท์ จำ� กดั ซ่ึงเป็นบรษิ ัทที่ไดร้ บั งานติดต้งั ระบบจัดเกบ็ และคลังขอ้ สอบในช่วงต้ังตน้
และส่วนต่อขยายให้กับศูนย์ประเมินฯ มีการใช้ระบบโดยคณะอนุกรรมการชุดต่าง ๆ ในการจัดการสอบ, พัฒนา
ข้อสอบ, คัดเลือกข้อสอบ เป็นต้น ภายหลังจากการจัดการสอบและการประมวลผลการสอบแต่ละคร้ังเสร็จส้ิน
คณะอนุกรรมการฯได้เปิดโอกาสให้มีการรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้ที่ใช้ระบบ และน�ำข้อคิดเห็นที่ได้รับมาปรับปรุงและ
พัฒนาระบบเพ่ือให้เป็นปัจจุบัน มีระบบจัดเก็บข้อมูลที่สมบูรณ์ มีการท�ำงานที่คล่องตัว รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
ดีมากย่ิงข้ึน สามารถสนองตอบความต้องการของผู้ใช้ทุกด้าน ท้ังการสมัครสอบของนิสิตนักศึกษาการสมัครเป็นผู้ร่วม
ออกข้อสอบ การจัดการสอบ การพัฒนาข้อสอบและการจัดเก็บเข้าคลังข้อสอบ รวมท้ังการคัดเลือกข้อสอบ เป็นต้น
โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้มกี ารประชุมคณะอนกุ รรมการฯทงั้ หมด ๔ คร้ัง
ตามท่ี ท่ีประชุมคณะกรรมการสัตวแพทยสภา คร้ังท่ี ๑๒/๒๕๖๒ ในวันที่ ๑๙ ธนั วาคม ๒๕๖๒ ได้มีมตอิ นมุ ตั ิ
หลักการปรับเปล่ียนวิธีการสอบจาก paper based เป็น computer based เพื่อลดข้ันตอนการจัดพิมพ์ การขนส่ง
ข้อสอบไปตามสนามสอบ เพิ่มความถูกต้องและความชัดเจนของข้อสอบโดยเฉพาะ ภาพประกอบ รวมท้ังเพ่ิมความ
รวดเร็วในการประมวลและประกาศผลการสอบ และคณะกรรมการบริหารศูนย์ประเมินฯ ในคราวประชุมคร้ังที่
๓/๒๕๖๓ เมือ่ วันท่ี ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เห็นชอบในการจดั ท�ำ TOR ระบบจดั เก็บและคลังขอ้ สอบฯ เพ่อื ปรบั เขา้ สู่
การจัดสอบแบบ Computer-based โดยขออนุมัติงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้าง ภายในวงเงิน ๑,๓๐๐,๐๐๐.๐๐
บาท และคณะกรรมการสัตวแพทยสภา ในคราวประชุมครง้ั ที่ ๘/๒๕๖๓ เมื่อวันท่ี ๒๐ สงิ หาคม ๒๕๖๓ ได้อนมุ ัตจิ ดั ซื้อ
จัดจ้างการจัดท�ำระบบจัดเก็บและคลังข้อสอบฯ ตามวงเงินที่เสนอ และศูนย์ประเมินฯ ได้ขออนุมัติแต่งตั้งคณะ
กรรมการจัดซ้ือจัดจ้างและคณะกรรมการตรวจรับจัดซ้ือจัดจ้างการจัดท�ำระบบฯ และตามมติที่ประชุมคณะกรรมการ
สตั วแพทยสภา ครง้ั ท่ี ๑๐/๒๕๖๓ เม่ือวันท่ี ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๓ อนุมตั ิแตง่ ตงั้ คณะกรรมการตามที่เสนอ
นอกจากน้ี เพื่อการดูแลระบบให้เป็นปัจจุบันและต่อเนื่อง สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดข้ึนโดยเร็วและ
ทันต่อเหตุการณ์ สัตวแพทยสภาได้ให้ความเห็นชอบให้ว่าจ้างบริษัท ไอที ซีเคียว แอนด์ คอนซัลท์ จ�ำกัด ในการต่อ
สัญญาดูแลรักษาระบบเปน็ เวลาหนึง่ ปี ระหว่างวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ถงึ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ โดยมีคา่ ใชจ้ ่ายรวม
๖๐,๐๐๐.๐๐ บาท (หกหมืน่ บาทถว้ น)

สารสัตวแพทยสภา ฉบบั ท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ ุนายน ๒๕๖๔ 9

คณะอนุกรรมการจัดท�ำเกณฑ์ความรู้ความสามารถขั้นพื้นฐานในการประเมิน
เพอ่ื รับใบอนญุ าตเป็นผู้ประกอบวชิ าชีพการสตั วแพทย์ พ.ศ....
เน่ืองจากในปีนี้มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ คณะอนุกรรมการจัดท�ำเกณฑ์ฯ จึงงดการ
ประชมุ ในช่วงระหวา่ งเดอื นกมุ ภาพนั ธ์ – กรกฎาคม ๒๕๖๓ และไดจ้ ัดให้มีการประชมุ คณะอนุกรรมการฯ ในปี ๒๕๖๓
รวมทง้ั สน้ิ จำ� นวน ๖ คร้ัง โดยมสี าระการดำ� เนินการ ดังนี้
๑. ครั้งท่ี ๑/๒๕๖๓ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓ วาระเก่ียวกับ การจัดท�ำข้อมูลรายละเอียดประเด็นเนื้อหา
วิชาการประกอบการจัดทำ� (รา่ ง) คูม่ อื ค�ำอธิบายเกณฑ์ความรู้ความสามารถฯ พ.ศ. ๒๕.. หมวดที่ ๒ ขอ้ ๒.๑ ความรู้
และ/หรือ ทักษะ กลุ่มวิทยาศาสตร์พื้นฐานทางวิชาชีพ และปรับปรุงเพ่ิมเติมข้อมูลบางส่วนในหมวดท่ี ๒ ข้อ ๒.๒.๙,
๒.๓.๑, ๒.๔.๖
๒. คร้ังท่ี ๒/๒๕๖๓ วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๓ วาระเก่ียวกับ การจัดท�ำข้อมูลรายละเอียดประเด็นเน้ือหา
วิชาการประกอบการจัดท�ำ (ร่าง) คู่มือค�ำอธิบายเกณฑ์ความรู้ความสามารถฯ พ.ศ. ๒๕.. หมวดท่ี ๑ จริยธรรมและ
คณุ ลกั ษณะของการประกอบวชิ าชพี การสตั วแพทย์ ขอ้ ๑.๔ ปรบั ปรงุ ขอ้ มลู ในหมวดที่ ๒ ขอ้ ๒.๕.๒, ๒.๕.๖ และ ๒.๖.๕
๓. คร้ังที่ ๓/๒๕๖๓ วันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๓ วาระเก่ียวกับ การจัดท�ำข้อมูลรายละเอียดประเด็นเน้ือหา
วิชาการประกอบการจัดท�ำ (ร่าง) คู่มือค�ำอธิบายเกณฑ์ความรู้ความสามารถฯ พ.ศ. ๒๕.. หมวดท่ี ๒ ข้อ ๒.๕ กลุ่ม
เวชศาสตรก์ ารผลิตสัตวเ์ ล้ยี งและปศุสัตว์ ข้อยอ่ ย ๒.๕.๑
๔. ครง้ั ที่ ๔/๒๕๖๓ วนั ที่ ๒๐ ตลุ าคม ๒๕๖๓ วาระเกยี่ วกบั การจดั ทำ� ขอ้ มลู รายละเอยี ดประเดน็ เนอ้ื หาวชิ าการ
ประกอบการจดั ทำ� (รา่ ง) คมู่ อื คำ� อธบิ ายเกณฑค์ วามรคู้ วามสามารถฯ พ.ศ. ๒๕.. หมวดท่ี ๒ ขอ้ ๒.๕ กลมุ่ เวชศาสตรก์ าร
ผลิตสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ ข้อย่อย ๒.๕.๒ และ ๒.๕.๓ พิจารณาคัดเลือกข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับ “ม้า” จากไฟล์ข้อมูล
แบบสอบถาม excel นำ� ไปเพม่ิ เตมิ ใน (รา่ ง) คมู่ อื คำ� อธบิ ายเกณฑฯ์ ในสว่ นภาคผนวกตามหมวดหมเู่ นอื้ หาทเี่ กยี่ วขอ้ ง และ
เหน็ สมควรกำ� หนดขอบเขตความรพู้ นื้ ฐานทจ่ี ำ� เปน็ สำ� หรบั การปฏบิ ตั งิ านทางสตั วแพทย์ เกย่ี วกบั โรคทป่ี รากฏในพระราช
บญั ญตั โิ รคระบาดสตั ว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ ในกรณเี ปน็ โรคทพ่ี บเกดิ ขน้ึ บอ่ ยในประเทศไทย ความรพู้ น้ื ฐานควรครอบคลมุ ทกุ ดา้ น
ของโรคดังกล่าว ส�ำหรับกรณีเป็นโรคที่ไม่เคยปรากฏในประเทศไทยหรือเป็นโรคอุบัติใหม่ท่ีมีการระบาดในพ้ืนท่ีจ�ำกัด
ความรพู้ นื้ ฐานทตี่ อ้ งทราบเกย่ี วกบั โรคดงั กลา่ ว คอื อาการทพ่ี บในสตั ว์ และวธิ ตี ดิ ตอ่ หรอื แพรร่ ะบาดของโรค
๕. ครง้ั ท่ี ๕/๒๕๖๓ และครงั้ ท่ี ๖/๒๕๖๓ วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ วาระเกย่ี วกับ การจดั ทำ� ข้อมูลรายละเอียด
ประเด็นเน้ือหาวิชาการประกอบการจัดท�ำ (ร่าง) คู่มือค�ำอธิบายเกณฑ์ความรู้ความสามารถฯ พ.ศ. ๒๕.. หมวดท่ี ๒
ข้อ ๒.๕ กลุ่มเวชศาสตร์การผลิตสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ ข้อย่อย ๒.๕.๔ ถึง ๒.๕.๗ และเพ่ิมเติมข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์น�้ำ
ในข้อย่อย ๒.๕.๑ ถึง ๒.๕.๗ ในการนี้ เน่ืองจากคณะกรรมการบริหารศูนย์ประเมินฯ จะหมดวาระในเดือนมีนาคม
๒๕๖๔ ที่ประชุมเห็นควรด�ำเนินการข้อมูลหลักให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมกราคม ๒๕๖๔ เพ่ือเสนอให้คณะกรรมการ
บริหารศูนย์ประเมินฯ พิจารณาด�ำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ส�ำหรับข้อมูลรายละเอียดเพ่ิมเติมท่ียังไม่เสร็จส้ิน
เรียบร้อย ใหร้ วบรวมไวเ้ ปน็ ฐานขอ้ มูลสำ� หรบั การด�ำเนินงานให้กับคณะอนุกรรมการฯ ชุดถดั ไป

คณะอนุกรรมการเฉพาะกจิ คดั เลอื กขอ้ สอบ
คณะอนุกรรมการฯได้มีการประชุมคัดเลือกข้อสอบส�ำหรับการสอบประเมินฯ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๒ และคร้ังท่ี
๑/๒๕๖๓ ด้วยความเทยี่ งธรรม โปรง่ ใส เก็บรักษาข้อมูลไมใ่ ห้ร่ัวไหล สง่ ใหก้ ับคณะท�ำงานเฉพาะกจิ เพ่อื จัดพิมพข์ ้อสอบ
ประเมินฯ ด�ำเนินการจัดพิมพ์ด้วยความเรียบร้อยคณะอนุกรรมการฯ และด�ำเนินการจัดการเอกสารข้อสอบและ
กำ� หนดมาตรการในการเก็บรักษาข้อสอบอย่างปลอดภัยตามหนา้ ทีท่ ีไ่ ด้รบั มอบหมาย

10 สารสัตวแพทยสภา ฉบบั ท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ นุ ายน ๒๕๖๔

การจดั สอบประเมินฯ/การจดั อบรม/สัมมนา
๑. จัดการสัมมนาสัญจร คร้ังที่ ๖ เพ่ือท�ำความเข้าใจเก่ียวกับการสอบประเมิน พ.ศ. ๒๕๖๓ จ�ำนวน ๙ คร้ัง
ดงั น้ี
วันท่ี ๑๘ มกราคม ๒๕๖๓ ณ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลศรวี ชิ ยั
วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๓ ณ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย
วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๓ ณ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วันท่ี ๒๙ มกราคม ๒๕๖๓ ณ คณะสตั วแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยมี หานคร
วนั ท่ี ๑๖ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓ ณ คณะสตั วแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่
วันท่ี ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ณ คณะสตั วแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่
วันท่ี ๑๗ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓ ณ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
วันที่ ๑๙ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ ณ คณะสตั วแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก
วนั ที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๓ ณ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ วทิ ยาเขตกำ� แพงแสน
๒. จัดการสอบประเมินนิสิตนักศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ คร้ังท่ี ๒/๒๕๖๒ เก่ียวกับเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ
หมวดที่ ๒ และ หมวดท่ี ๓ ในวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๓ พร้อมกันทั่วประเทศ มีผู้เข้าสอบรวม ๓๕๔ คน แบ่งเป็น
หมวดท่ี ๒ จ�ำนวน ๒๔๒ คน และหมวดท่ี ๓ จ�ำนวน ๓๐๓ คน โดยมีสนามสอบ ๕ สนาม คือ สนามสอบท่ี ๐๒
คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนามสอบที่ ๐๓ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สนามสอบที่ ๐๔ คณะสตั วแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ สนามสอบที่ ๐๖ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลยั
เทคโนโลยมี หานคร และสนามสอบท่ี ๑๐ คณะสตั วแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลศรวี ชิ ัย
๓. จัดการสอบประเมินนิสิตนักศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ ครั้งท่ี ๑/๒๕๖๓ เกี่ยวกับเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ
หมวดท่ี ๒ และ หมวดท่ี ๓ ในวนั ที่ ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓ พรอ้ มกันทัว่ ประเทศ โดยมสี นามสอบ ๗ สนาม คือสนาม
สอบที่ ๐๑ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สนามสอบที่ ๐๒ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์ สนามสอบท่ี ๐๓ คณะสตั วแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ สนามสอบที่ ๐๔ คณะสตั วแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สนามสอบที่ ๐๕ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สนามสอบที่ ๐๖ คณะสัตว
แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยมี หานคร และสนามสอบท่ี ๑๐ คณะสตั วแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยี
ราชมงคลศรวี ชิ ยั มผี ูเ้ ข้าสอบรวม ๗๙๒ คน โดยสอบหมวดท่ี ๒ จ�ำนวน ๗๓๓ คน และหมวดที่ ๓ จำ� นวน ๗๕๖ คน
๔. อบรมเชิงปฏิบตั ิการ “ออกข้อสอบอยา่ งไรให้ได้มาตรฐาน” คร้ังที่ ๓๙ – ๔๓ ณ สัตวแพทยสภา และคณะ
สัตวแพทยศาสตร์ ของสถาบันตา่ ง ๆ จ�ำนวน ๗ ครั้ง ดงั นี้
๔.๑ การอบรม ครั้งที่ ๓๙ ณ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๓
มีผูเ้ ขา้ รว่ มอบรมจ�ำนวน ๒๔ คน
๔.๒ การอบรม คร้ังท่ี ๔๐/๑ กลมุ่ สตั วเ์ ลย้ี งเป็นเพ่อื น (Companion animals) วันที่ ๒๑ สงิ หาคม ๒๕๖๓
โดยผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meeting ณ สำ� นกั งานสัตวแพทยสภา มผี ู้เขา้ รบั การอบรมจ�ำนวน ๓๔ คน
๔.๓ การอบรม คร้ังท่ี ๔๐/๒ กลุ่มปศุสัตว์ (Live stocks/Food animals) วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๓
โดยผา่ นโปรแกรม Zoom Cloud Meeting ณ สำ� นักงานสัตวแพทยสภา มีผเู้ ขา้ รบั การอบรมจ�ำนวน ๒๙ คน
๔.๔ การอบรม ครง้ั ท่ี ๔๐/๓ กลมุ่ สตั วแพทย์สาธารณสขุ (Veterinary Public Health) วันท่ี ๑๕ ตุลาคม
๒๕๖๓ โดยผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meeting ณ ส�ำนกั งานสตั วแพทยสภา มีผูเ้ ขา้ รบั การอบรมจ�ำนวน ๒๑ คน

สารสัตวแพทยสภา ฉบับท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ ุนายน ๒๕๖๔ 11

๔.๕ การอบรม ครั้งที่ ๔๐/๔ กลุ่มพรีคลินิก/พาราคลินิก (Preclinic/Paraclinic) วันท่ี ๑๗ พฤศจิกายน
๒๕๖๓ โดยผา่ นโปรแกรม Zoom Cloud Meeting ณ สำ� นกั งานสตั วแพทยสภา มผี ู้เขา้ รับการอบรมจำ� นวน ๒๘ คน
๔.๕ การอบรม คร้งั ท่ี ๔๑ ณ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่ วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๓
มีผ้เู ข้าร่วมอบรมจำ� นวน ๒๑ คน และวนั ที่ ๒๑ สงิ หาคม ๒๕๖๓ มีผูเ้ ข้ารว่ มอบรมจำ� นวน ๑๐ คน
๔.๖ การอบรม คร้ังที่ ๔๒ ณ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓
มีผู้เขา้ รบั การอบรมจำ� นวน ๒๔ คน
๔.๗ การอบรม คร้ังท่ี ๔๓ วันที่ ๑๓ – ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๓ ณ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ขอนแกน่ มผี ้เู ข้ารบั การอบรมจ�ำนวน ๑๔ คน
๕. จัดประชมุ เชิงปฏิบัติการคณะทำ� งานเฉพาะกิจเพ่อื พัฒนาขอ้ สอบ เรอื่ ง “การด�ำเนนิ การพฒั นาข้อสอบ”
๕.๑ คร้ังท่ี ๑/๒๕๖๓ (ชว่ งที่ ๑) เม่อื วนั ที่ ๖ – ๗ สงิ หาคม ๒๕๖๓ ณ สำ� นกั งานสัตวแพทยสภา จังหวดั
นนทบุรี มีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย คณะท�ำงานเฉพาะกิจเพื่อพัฒนาข้อสอบ ๒๒ คน ผู้จัดการศูนย์ประเมินฯ
๑ คน เจ้าหน้าท่ี ๒ คน รวมท้ังสิ้น ๒๕ คน เพื่อพัฒนาข้อสอบที่จะน�ำไปใช้ในการสอบประเมินความรู้ความสามารถ
ขัน้ พนื้ ฐานฯ และพิจารณาความสมบูรณ์ของขอ้ สอบ รวมท้ังดำ� เนนิ การพัฒนาขอ้ สอบผ่านระบบออนไลน์
๕.๒ ครั้งท่ี ๑/๒๕๖๓ (ช่วงที่ ๒) เมอ่ื วนั ท่ี ๒๒ – ๒๓ สงิ หาคม ๒๕๖๓ ณ สำ� นกั งานสตั วแพทยสภา จังหวัด
นนทบุรี มีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย คณะท�ำงานเฉพาะกิจเพื่อพัฒนาข้อสอบ ๒๐ คน ผู้จัดการศูนย์ประเมินฯ
๑ คน เจ้าหน้าท่ี ๒ คน รวมท้ังส้ิน ๒๓ คน เพ่ือพัฒนาข้อสอบท่ีจะน�ำไปใช้ในการสอบประเมินความรู้ความสามารถ
ขั้นพื้นฐานฯ และพจิ ารณาความสมบูรณข์ องขอ้ สอบ รวมทง้ั ด�ำเนินการพฒั นาขอ้ สอบผา่ นระบบออนไลน์
๕.๓ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๓ (ช่วงที่ ๑) เมอื่ วนั ท่ี ๑๒ – ๑๓ กนั ยายน ๒๕๖๓ ณ สำ� นกั งานสตั วแพทยสภา จงั หวดั
นนทบรุ ี มผี เู้ ขา้ รว่ มประชมุ ประกอบด้วย คณะท�ำงานเฉพาะกิจเพ่อื พัฒนาข้อสอบ ๑๗ คน ผ้จู ดั การศูนย์ประเมินฯ ๑ คน
เจ้าหน้าท่ี ๒ คน รวมท้ังสิ้น ๒๐ คน เพ่ือพัฒนาข้อสอบท่ีจะน�ำไปใช้ในการสอบประเมินความรู้ความสามารถ
ขั้นพน้ื ฐานฯ และพิจารณาความสมบรู ณข์ องข้อสอบ รวมท้ังดำ� เนินการพัฒนาขอ้ สอบผา่ นระบบออนไลน์
๕.๔ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๓ (ชว่ งที่ ๒) เม่ือวันท่ี ๑๙ – ๒๐ กันยายน ๒๕๖๓ ณ สำ� นักงานสตั วแพทยสภา จังหวัด
นนทบุรี มีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย คณะท�ำงานเฉพาะกิจเพื่อพัฒนาข้อสอบ ๒๕ คน ผู้จัดการศูนย์ประเมินฯ
๑ คน เจ้าหน้าที่ ๒ คน รวมท้ังส้ิน ๒๘ คน เพ่ือพัฒนาข้อสอบท่ีจะน�ำไปใช้ในการสอบประเมินความรู้ความสามารถ
ขนั้ พืน้ ฐานฯ และพจิ ารณาความสมบูรณข์ องข้อสอบ รวมทง้ั ดำ� เนินการพฒั นาข้อสอบผา่ นระบบออนไลน์
๕.๕ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๓ เมอ่ื วนั ท่ี ๒๖ – ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ณ ส�ำนกั งานสัตวแพทยสภา จงั หวดั นนทบรุ ี
มีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย คณะท�ำงานเฉพาะกิจเพ่ือพัฒนาข้อสอบ ๒๙ คน ผู้จัดการศูนย์ประเมินฯ ๑ คน
เจ้าหน้าท่ี ๒ คน รวมทั้งส้ิน ๓๒ คน เพื่อพัฒนาข้อสอบที่จะน�ำไปใช้ในการสอบประเมินความรู้ความสามารถ
ขนั้ พนื้ ฐานฯ และพจิ ารณาความสมบูรณ์ของข้อสอบ รวมทงั้ ด�ำเนินการพฒั นาข้อสอบผา่ นระบบออนไลน์
๖. จัดประชุมร่วมกับคณบดี รองคณบดีฝ่ายวิชาการหรือผู้แทนจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ ๑๐ สถาบัน
ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,
มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
ตะวันออก มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลศรวี ิชยั และมหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์ เมอื่ วนั ที่ ๓๐ กนั ยายน ๒๕๖๓
ท่ีประชุมบรรลุข้อตกลงในวิธีการประเมินนิสิตนักศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานหมวดที่ ๑ และจิตวิทยา โดยจัดท�ำ
เป็นหนังสือข้อตกลงการผ่านรายวิชาตามหลักสูตรของแต่ละสถาบันให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานท่ีก�ำหนด
โดยสตั วแพทยสภา เพอื่ ใช้ในการประเมินของปี ๒๕๖๔
12 สารสัตวแพทยสภา ฉบับท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ ุนายน ๒๕๖๔

สรปุ ผลการดำ� เนินงานและประโยชน์ท่ีไดร้ ับจากการดำ� เนินงานในส่วนตา่ ง ๆ
๑. การจัดหาขอ้ สอบและการอบรมออกข้อสอบ
๑.๑ การให้ความรู้เก่ียวกับการออกข้อสอบท่ีได้มาตรฐานและจัดให้มีการอบรมวิธีการออกข้อสอบอย่าง
ต่อเนื่องมีผลให้เพ่ิมจ�ำนวนผู้ร่วมออกข้อสอบ และด้วยความตระหนักถึงข้อจ�ำกัดในจ�ำนวนของกลุ่มอาจารย์ที่ค่อนข้าง
คงที่ ท�ำให้มีความพยายามท่ีจะขยายการอบรมออกข้อสอบไปยังผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมหาวิทยาลัย เช่น กรมปศุสัตว์
และหนว่ ยงานเอกชน ซงึ่ ปรากฏผลเปน็ ท่ีนา่ พอใจระดบั หนึง่ คาดวา่ จะท�ำให้เกดิ มขี อ้ สอบทีห่ ลากหลายมากขน้ึ
๑.๒ คณะอนุกรรมการจัดหาข้อสอบได้หาวิธีการกระตุ้นให้มีความร่วมมือจากคณาจารย์ในการออกข้อสอบ
ใหม้ ากขน้ึ โดยการจดั ประชมุ กลมุ่ ยอ่ ยสำ� หรบั ผทู้ มี่ คี วามสนใจในสาขาเดยี วกนั เพอ่ื รว่ มกนั ออกขอ้ สอบ เชน่ การจดั ประชุม
เชิงปฏบิ ตั ิการ “ออกขอ้ สอบอยา่ งไรใหไ้ ดม้ าตรฐาน” ครัง้ ท่ี ๔๐ โดยใช้โปรแกรม Zoom Cloud Meeting อบรมตาม
กลุม่ ความเชี่ยวชาญของผู้ออกขอ้ สอบดังน้ี
ครั้งที่ ๔๐/๑ กลุ่มสตั วเ์ ลี้ยงเป็นเพื่อน (Companion animals) เมอ่ื วนั ท่ี ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๓
คร้ังท่ี ๔๐/๒ กลุม่ ปศุสตั ว์ (Live stocks/food animals) เมอ่ื วนั ท่ี ๒๙ กนั ยายน ๒๕๖๓
ครั้งท่ี ๔๐/๓ กลุ่มสัตวแพทยส์ าธารณสุข (VPH) เมือ่ วนั ที่ ๑๕ ตลุ าคม ๒๕๖๓
ครง้ั ท่ี ๔๐/๔ กลุ่มพรีคลนิ กิ /พาราคลินกิ (Pre/Para Clinics) เมือ่ วันท่ี ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๓
เพื่อให้ผู้ร่วมอบรมซ่ึงเป็นกรรมการของศูนย์ฯ คณาจารย์จากสถาบันต่าง ๆ รวมทั้งผู้สนใจจากหน่วยงาน
ทั้งภาครัฐและเอกชน มาร่วมกันเรียนรู้วิธีการออกข้อสอบท่ีได้มาตรฐาน ท�ำให้ได้ผลในการมีข้อสอบในสาขาที่
ขาดแคลนส่งเขา้ คลังข้อสอบมากข้นึ ในระดบั หนึ่ง
๑.๓ จำ� นวนผทู้ ผ่ี า่ นการอบรมการออกขอ้ สอบ และไดร้ บั การแตง่ ตง้ั เปน็ ผรู้ ว่ มออกขอ้ สอบของศนู ยป์ ระเมนิ ฯ
นบั ถงึ สนิ้ ปี ๒๕๖๓ มจี �ำนวน รวม ๘๓๓ คน ดังตาราง
จำ� นวนผไู้ ดร้ บั คำ� สัง่ แตง่ ตัง้ เป็นผู้ร่วมออกขอ้ สอบของศนู ยป์ ระเมนิ ความร้คู วามสามารถขนั้ พื้นฐานฯ
สถาบัน จ�ำนวนผ้ทู ไ่ี ดร้ ับค�ำสั่งแตง่ ต้ัง
๐๑ (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั ) ๑๕๕
๐๒ (มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์) ๑๔๐
๐๓ (มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น) ๘๓
๐๔ (มหาวิทยาลยั เชียงใหม)่ ๗๓
๐๕ (มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล) ๗๔
๐๖ (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยมี หานคร) ๙๑
๐๗ (มหาวทิ ยาลยั เวสเทริ ์น) ๘
๐๘ (มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม) ๔๓
๐๙ (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก) ๒๖
๑๐ (มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลศรวี ิชัย) ๓๔
๑๑ (มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร)์ ๒๐
๑๒ (มหาวิทยาลัยวลัยลกั ษณ)์ ๙
๑๓ (ราชวทิ ยาลยั จฬุ าภรณ)์ ๑๒
๙๘ (กรมปศุสัตว์) ๒๐
๙๙ (อื่นๆ) ๔๕
รวม ๘๓๓
หมายเหตุ : ข้อมูลสน้ิ สุดคำ� สง่ั ท่ี ๑๗/๒๕๖๓ แตง่ ต้ังผูร้ ว่ มออกข้อสอบของศนู ยป์ ระเมินฯ คร้ังที่ ๖ – ๒๕๖๓
ส่ัง ณ วนั ที่ ๗ ธนั วาคม ๒๕๖๓

สารสัตวแพทยสภา ฉบบั ท่ี ๓๓ เมษายน - มิถุนายน ๒๕๖๔ 13

๑.๔ คณาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้ารับการอบรมและเป็นผู้มีสิทธิ์ในการออกข้อสอบได้เรียนรู้วิธีการออก
ขอ้ สอบทเ่ี ปน็ มาตรฐานระดบั ประเทศ อนั เปน็ ประโยชนต์ อ่ การนำ� ไปใชป้ ระกอบการเรยี นการสอนในสาขาสตั วแพทยศาสตร์
ในประเทศไทย
๑.๕ พัฒนาแนวคิดของผู้ท่ีเข้ารับการอบรมให้เป็นไปในแนวเดียวกันและสามารถออกข้อสอบให้สอดคล้อง
กับเกณฑ์มาตรฐานที่สตั วแพทยสภาก�ำหนด

๒. การพฒั นาข้อสอบ
มกี ารสัมมนาพัฒนาข้อสอบรวม ๓ คร้งั รายละเอยี ดการวเิ คราะหต์ วั เลขทางสถติ เิ ป็นดังนี้
๑/๒๕๖๓ ๑/๒๕๖๓ ๒/๒๕๖๓ ๒/๒๕๖๓
ดัชนีประสทิ ธภิ าพ (ช่วงท่ี ๑) (ชว่ งท่ี ๒) (ช่วงที่ ๑) (ช่วงท่ี ๒) ๓/๒๕๖๓ หนว่ ย

จ�ำนวนขอ้ สอบดิบ ๒๒๘ ๑๖๖ ๒๘๕ ๒๓๓ ๔๙๔ ข้อ

จ�ำนวนข้อสอบสมบรู ณ์ ๒๙๓ ๒๖๖ ๒๒๔ ขอ้

จำ� นวนขอ้ สอบชะลอ ๖๙ ๒๗ ๑๐๓ ๗๙ ๒๒๐ ขอ้

อตั ราการคัดทง้ิ ๓๐.๒๖ ๑๖.๐๕ ๔๒.๐๔ ๓๓.๙๑ ๔๗.๑๗ ร้อยละ

ประสทิ ธภิ าพการผลิต ๑๔.๒๕ ๘.๓๐ ๑๗.๘๑ ๑๑.๖๕ ๖.๗๗ ขอ้ /คาบ/กลุ่ม

๓. การจัดการสอบ
๓.๑ นสิ ิตนักศึกษาจากคณะสตั วแพทยศาสตร์ เข้ารับการสอบประเมินฯตามเกณฑ์หมวดที่ ๒ และ หมวดท่ี
๓ ในวนั และเวลาเดยี วกนั ในการสอบครั้งท่ี ๒/๒๕๖๒ เม่อื วนั ที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๓ มีผูเ้ ขา้ สอบ จาก ๙ สถาบัน และ
ในการสอบครง้ั ที่ ๑/๒๕๖๓ เมอ่ื วนั ท่ี ๘ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓ มผี เู้ ข้าสอบ จาก ๑๐ สถาบัน
๓.๒ ได้รับความร่วมมือจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ของ ๗ มหาวิทยาลัย ในการอนุญาตให้ใช้สถานที่และ
บุคลากรเพื่อจัดให้เป็นสนามสอบและกรรมการคุมสอบในการสอบประเมินฯ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหิดล
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยมี หานคร และ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลศรีวชิ ัย

ปัญหาและอุปสรรค
๑. ในการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาข้อสอบของคณะอนุกรรมการพัฒนาข้อสอบฯ พบว่าข้อสอบบางส่วน
มีคุณภาพต่�ำ มีท้ังท่ีต้องใช้เวลาในการพัฒนานานและท่ีไม่เหมาะสมต่อการน�ำมาใช้ทดสอบ ทางคณะอนุกรรมการ
พัฒนาข้อสอบฯ ได้ประสานงานกับคณะอนุกรรมการจัดหาฯ โดยการเชิญผู้มีสิทธิ์ออกข้อสอบเข้าร่วมฟังการอบรม
ทบทวนแนวทางการออกขอ้ สอบ เพ่อื ให้ไดข้ อ้ สอบท่ตี รงตามเกณฑ์ และเหมาะสมสำ� หรับการสอบประเมนิ ขัน้ พ้นื ฐานฯ
๒. ผู้ร่วมออกข้อสอบมีจ�ำนวนคงท่ี จึงมีการจัดการอบรมเพิ่มข้ึนและได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิท�ำการ
บรรยายจากหลากหลายสาขาอาชีพ และผู้เข้าอบรมอีกท้ังได้เชิญผู้เข้า ทั้งภายในและภายนอกสถาบัน ซ่ึงจะเป็นการ
เพ่ิมจ�ำนวนผู้ออกข้อสอบและจำ� นวนขอ้ สอบใหห้ ลากหลายมากยง่ิ ข้นึ
๓. การขาดแคลนขอ้ สอบสำ� หรบั การสอบประเมนิ ความรคู้ วามสามารถฯ ทางคณะอนกุ รรมการตา่ ง ๆ รว่ มกนั หารอื
และคดิ กลยทุ ธ์ หรอื แรงจงู ใจใหผ้ มู้ สี ทิ ธอ์ิ อกขอ้ สอบทำ� การออกขอ้ สอบในเกณฑต์ า่ ง ๆ ใหม้ ากขนึ้ และมคี ณุ ภาพเหมาะสม
กบั การสอบวัดความรู้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่สัตวแพทยสภาต้งั ไว้

14 สารสัตวแพทยสภา ฉบบั ท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ ุนายน ๒๕๖๔

สรุปรายรับ – รายจ่าย
ปี ๒๕๕๗, ๒๕๕๘, ๒๕๕๙, ๒๕๖๐, ๒๕๖๑, ๒๕๖๒ และ ๒๕๖๓

รายรับ ประมาณการรบั รบั จริง หมายเหตุ
๕๕,๐๐๐.๐๐ ๕๓,๘๐๐.๐๐ หมายเหตุ
ปี พ.ศ. ๒,๓๙๒,๐๐๐.๐๐ ๑,๙๗๖,๐๐๐.๐๐
๒๕๕๗ ๒,๒๕๐,๐๐๐.๐๐ ๓,๒๙๘,๐๐๐.๐๐
๒๕๕๘ ๓,๕๐๐,๐๐๐.๐๐ ๔,๑๓๐,๐๐๐.๐๐
๒๕๕๙ ๔,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ ๓,๖๓๔,๐๐๐.๐๐
๒๕๖๐ ๓,๖๐๐,๐๐๐.๐๐ ๓,๕๐๖,๐๐๐.๐๐
๒๕๖๑ ๓,๖๐๐,๐๐๐.๐๐ ๔,๐๘๖,๐๐๐.๐๐
๒๕๖๒
๒๕๖๓ งบประมาณทไ่ี ดร้ บั จดั สรร จ่ายจรงิ
๓,๗๐๕,๓๔๐.๐๐ ๒,๐๕๒,๒๑๒.๗๘
รายจ่าย ๓,๗๕๗,๑๒๐.๐๐ ๒,๕๓๓,๑๑๖.๐๖
๒,๘๖๒,๕๓๕.๐๔ ๒,๘๓๔,๒๑๓.๙๗
ปี พ.ศ. ๓,๑๕๐,๐๐๐.๐๐ ๓,๑๔๒,๖๘๗.๖๔
๒๕๕๗ ๓,๖๐๐,๐๐๐.๐๐ ๓,๑๖๗,๐๓๓.๘๐
๒๕๕๘ ๓,๒๐๐,๐๐๐.๐๐ ๓,๒๗๒,๖๐๗.๕๙
๒๕๕๙ ๓,๕๖๖,๑๓๘.๐๐ ๒,๓๒๘,๘๘๗.๙๒
๒๕๖๐
๒๕๖๑
๒๕๖๒
๒๕๖๓

สารสัตวแพทยสภา ฉบับท่ี ๓๓ เมษายน - มิถุนายน ๒๕๖๔ 15

รายงานการดำ� เนนิ งานของ

วทิ ยาลยั วชิ าชพี การสัตวแพทย์ชำ� นาญการแห่งประเทศไทย
ประจำ� ปี ๒๕๖๓ (มกราคม – ธันวาคม ๒๕๖๓)

ในปี ๒๕๖๓ วทิ ยาลยั ฯ ไดม้ กี ารประชมุ ของคณะผบู้ รหิ าร
วิทยาลัยฯ ๗ คร้ัง และมีการประชุมของคณะอนุกรรมการ
ฝกึ อบรมและสอบสาขาตา่ ง ๆ ๑๙ ครงั้ มงี านทไี่ ดด้ ำ�เนนิ งานแล้ว
ดังน ้ี

สมาชกิ วทิ ยาลยั ฯ

ปจั จุบนั วทิ ยาลัยฯ มสี มาชิกทง้ั หมด ๓๕๑ คน เป็นผทู้ ่ไี ดร้ ับอนุมัติบตั ร
คร้งั ท่ี ๑ จ�ำนวน ๑๐๔ คน คร้งั ท่ี ๒ จ�ำนวน ๑๗๐ คน คร้ังที่ ๓ จำ� นวน ๒๔
คน ครง้ั ท่ี ๔ จ�ำนวน ๓๙ คน และครง้ั ท่ี ๕ จำ� นวน ๑๔ คน แยกตามสาขาดงั น้ี
สาขาพยาธิวิทยา ๕๒ คน
สาขาเวชศาสตรร์ ะบบสบื พันธ ุ์ ๕๐ คน
สาขาศลั ยศาสตร ์ ๗๒ คน
สาขาอายุรศาสตร์ ๑๓๖ คน
สาขาสัตวแพทยส์ าธารณสขุ ๔๑ คน

การประชมุ ใหญส่ ามญั ประจำ� ปขี องสมาชกิ วทิ ยาลยั ฯ
วทิ ยาลยั ฯ ไดม้ กี ารเลอื่ นจดั งานประชมุ ใหญส่ ามญั ของสมาชกิ วทิ ยาลยั ฯ
และมีพิธีมอบอนุมัติบัตร ประจ�ำปี ๒๕๖๓ เม่ือวันท่ี ๕ ตุลาคม ๒๕๖๓
ซึ่งจัดร่วมกับงานประชุมใหญ่สัตวแพทยสภา ในวันท่ี ๕-๗ ตุลาคม ๒๕๖๓
ณ สำ� นกั งานสตั วแพทยสภา จงั หวดั นนทบรุ ี เนอื่ งจากเกดิ สถานการณก์ ารแพร่
ระบาดเช้ือไวรสั COVID-19

16 สารสัตวแพทยสภา ฉบบั ท่ี ๓๓ เมษายน - มิถุนายน ๒๕๖๔

การเปิดสอบผู้ขออนุมัติบัตรแสดง สาขาเวชศาสตร์ระบบสบื พนั ธ์ุ
ความรู้ความช�ำนาญในการประกอบ สอบข้อเขียน : วันจันทร์ท่ี ๔ มิถุนายน ๒๕๖๓
วชิ าชพี การสัตวแพทย์ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น.
การสอบอนมุ ัตบิ ตั รประจำ� ปี ๒๕๖๓ สอบปฏิบัติและสอบปากเปล่า : วันอังคารที่ ๕
วิทยาลัยฯ ได้เปิดรับสมัครผู้ขออนุมัติบัตรประจ�ำ มิถุนายน ๒๕๖๓ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ผา่ นระบบ
ปี ๒๕๖๓ ระหว่างวันท่ี ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๒ – ๓๑ Video Call ทางโปรแกรม Google Hangout
มกราคม ๒๕๖๓ ตามประกาศสตั วแพทยสภาท่ี ๑/๒๕๖๓ ท้ังนี้ ในส่วนสาขาศัลยศาสตร์ สาขาอายุรศาสตร์
เร่ือง การสอบเพื่ออนุมัติบัตรแสดงความรู้ความช�ำนาญ และสาขาสัตวแพทย์สาธารณสุข ได้มีการเลื่อนสอบ
ในการประกอบวชิ าชพี การสตั วแพทยส์ าขาตา่ ง ๆ ประจำ� ปี ขอ้ เขยี น สอบปฏบิ ตั แิ ละสอบปากเปลา่ จะดำ� เนนิ การสอบ
๒๕๖๓ มีผู้มาสมัครสอบท้ังหมด ๔๔ คน โดยคณะ ประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕๖๔ เนอ่ื งจากเกดิ สถานการณก์ ารแพร่
อนุกรรมการฝึกอบรมและสอบฯ แต่ละสาขาได้ตรวจ ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 ตามประกาศวิทยาลัยฯ ท่ี
สอบคุณสมบัติแล้ว มีผู้ที่คุณสมบัติไม่ผ่านตามเกณฑ์ ๓/๒๕๖๓ เรื่อง แนวทางก�ำหนดการสอบเพื่ออนุมัติบัตร
จ�ำนวน ๖ คน และผู้ที่คุณสมบัติผ่านตามเกณฑ์สอบ แสดงความรู้ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพการ
จำ� นวน ๓๘ คน แยกเป็น สาขาพยาธิวิทยา จำ� นวน ๗ คน สตั วแพทย์ สาขาต่าง ๆ ประจำ� ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เนื่องจาก
สาขาเวชศาสตร์ระบบสืบพันธุ์ จ�ำนวน ๓ คน สาขา สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชือ้ ไวรัส COVID-19
ศัลยศาสตร์ จ�ำนวน ๑๓ คน สาขาอายุรศาสตร์ จ�ำนวน อนึ่ง วิทยาลัยฯ ได้ด�ำเนินการประชาสัมพันธ์
๑๒ คน และสาขาสัตวแพทย์สาธารณสุข จ�ำนวน ๓ คน ประกาศเกยี่ วกบั การสอบของแตล่ ะสาขาตา่ ง ๆ ผา่ นทาง
ตามประกาศวิทยาลัยฯ ท่ี ๑/๒๕๖๓ เรื่องรายชอ่ื ผมู้ สี ิทธิ์ เว็บไซต์สัตวแพทยสภาและทางเว็บไซต์วิทยาลัยฯ
สอบเพื่ออนุมัติบตั รฯ สาขาตา่ ง ๆ ประจำ� ปี ๒๕๖๓ ไดด้ ำ� เนนิ การจดั สอบเพอ่ื อนมุ ตั บิ ตั รในชว่ งวนั -เวลาดงั กลา่ ว
คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบฯ สาขาพยาธิ โดยมีผู้เข้าสอบท้ังหมด ๑๐ คน คือ สาขาพยาธิวิทยา
วิทยา สาขาเวชศาสตร์ระบบสืบพันธุ์ สาขาศัลยศาสตร์ ๗ คน สาขาเวชศาสตร์ระบบสืบพนั ธ์ุ ๓ คน
สาขาอายุรศาสตร์และสาขาสัตวแพทย์สาธารณสุข สรุปผลการสอบอนมุ ัติบัตร ประจำ� ปี พ.ศ. ๒๕๖๓
ได้ก�ำหนดเกณฑ์การสอบและด�ำเนินการจัดท�ำข้อสอบ การสอบเพ่ืออนุมัติบัตรแสดงความรู้ความช�ำนาญ
ส�ำหรับการสอบประจ�ำปี ๒๕๖๓ โดยก�ำหนดการสอบ ในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขาต่าง ๆ
ของแตล่ ะสาขามดี งั น้ี ประจ�ำปี ๒๕๖๓ มผี ้ผู า่ นจ�ำนวน ๙ คนและไม่ผา่ นจ�ำนวน
สาขาพยาธิวิทยา ๑ คน รายละเอยี ดดังนี้
สอบข้อเขียน : วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ - สาขาพยาธิวทิ ยา มผี เู้ ข้าสอบจ�ำนวน ๗ คน และ
เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. สอบผ่านท้ังหมดจ�ำนวน ๗ คน ตามประกาศ
สอบปฏิบัติ : วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ สัตวแพทยสภาท่ี ๖๑/๒๕๖๓ เร่ือง รายช่ือผู้ได้รับ
เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ณ ห้องปฏิบัติการช้ัน ๒ อนมุ ตั บิ ตั รแสดงความรคู้ วามชำ� นาญในการประกอบวชิ าชีพ
อาคารเรียนและปฏิบัติการ คณะสัตวแพทยศาสตร์ การสตั วแพทย์ สาขาพยาธิวทิ ยา ประจำ� ปี พ.ศ. ๒๕๖๓
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ วทิ ยาเขตบางเขน

สารสัตวแพทยสภา ฉบบั ท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ ุนายน ๒๕๖๔ 17

- สาขาเวชศาสตร์ระบบสืบพันธุ์ มีผู้เข้าสอบ - สาขาพยาธิวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ท้ังหมด ๓ คน มีผู้สอบผ่าน จ�ำนวน ๒ คน และผู้สอบ จำ� นวน ๑ คน
ไม่ผ่านจ�ำนวน ๑ คน ตามประกาศสัตวแพทยสภาที่ - สาขาเวชศาสตร์ระบบสืบพันธุ์ จุฬาลงกรณ์
๕๓/๒๕๖๓ เร่ือง รายช่ือผู้ได้รับอนุมัติบัตรแสดงความรู้ มหาวิทยาลัย จำ� นวน ๑ คน
ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ - สาขาอายุรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จ�ำนวน
สาขาเวชศาสตรร์ ะบบสืบพันธ์ุ ประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ๕ คน
วิทยาลัยฯ ได้มีมติไม่จัดให้มีพิธีมอบอนุมัติบัตรให้ ท้ังนี้ เป็นผู้ผ่านการคัดเลือกจ�ำนวน ๗ คน ผู้ท่ีมี
แกผ่ ู้ทีส่ อบผา่ นทัง้ หมดจำ� นวน ๙ คน ในงานประชมุ ใหญ่ คุณสมบัติไม่ผ่านตามเกณฑ์ จ�ำนวน ๖ คน รวมมีผู้เข้า
สามัญประจ�ำปีของสมาชิกวิทยาลัยฯ ประจ�ำปี ๒๕๖๓ อบรมฯ ท้ังหมด ๗ คน แยกเป็น สาขาอายุรศาสตร์
เน่ืองจากได้มีการเลื่อนจัดงานประชุมใหญ่สามัญของ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ จำ� นวน ๓ คน สาขาพยาธวิ ทิ ยา
สมาชิกวิทยาลัยฯ และมีพิธีมอบอนุมัติบัตร ประจ�ำปี จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั จำ� นวน ๑ คน สาขาเวชศาสตร์
๒๕๖๓ เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดเช้ือไวรัส ระบบสืบพันธุ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จ�ำนวน ๑ คน
COVID-19 สาขาอายุรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จ�ำนวน ๒ คน
การฝึกอบรมผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ ตามประกาศสัตวแพทยสภาที่ ๓๗/๒๕๖๓ เรื่อง รายชื่อ
ประจ�ำบ้านเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความช�ำนาญในการ ผู้ผ่านการคัดเลือกเข้ารับการฝึกฝึกอบรมผู้ประกอบ
ประกอบวชิ าชพี การสตั วแพทยส์ าขาตา่ ง ๆ ประจำ� ปี ๒๕๖๓ วชิ าชพี การสตั วแพทยป์ ระจำ� บา้ นเพอื่ วฒุ บิ ตั รแสดงความรู้
วิทยาลยั ฯ ได้เปดิ รบั สมคั รการฝึกอบรมผู้ประกอบ ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์
วชิ าชพี การสตั วแพทยป์ ระจำ� บา้ นเพอ่ื วฒุ บิ ตั รแสดงความรู้ ประจำ� ปี ๒๕๖๓
ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ การสอบอนุมัติบัตร ประจ�ำปี ๒๕๖๔
สาขาต่าง ๆ ประจำ� ปี ๒๕๖๓ ระหว่างวนั ที่ ๑ กมุ ภาพนั ธ์ ตามประกาศสัตวแพทยสภาท่ี ๖๕/๒๕๖๓ เรื่อง
๒๕๖๓ – ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ตามประกาศ การเปิดรับสมัครสอบเพื่ออนุมัติบัตรแสดงความรู้ความ
สัตวแพทยสภาท่ี ๒/๒๕๖๓ เรื่อง การสมัครเข้ารับการ ช�ำนาญในการประกอบวิชาชพี การสตั วแพทยส์ าขาต่าง ๆ
ฝึกอบรมผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ประจ�ำบ้าน ประจ�ำปี ๒๕๖๔ วิทยาลัยฯ ได้ก�ำหนดให้เปิดรับสมัคร
เพอ่ื วฒุ บิ ตั รแสดงความรคู้ วามชำ� นาญในการประกอบวชิ าชีพ สอบเพ่ืออนุมัติบัตรข้ึนในวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ –
การสตั วแพทย์ สาขาต่าง ๆ ประจำ� ปี ๒๕๖๓ มผี ูม้ าสมัคร ๓๑ มกราคม ๒๕๖๔ และได้ด�ำเนินการเตรียมความ
เข้าฝึกอบรมฯ ทั้งหมดเป็นจ�ำนวน ๑๓ คน โดยมีราย พร้อมส�ำหรับการสอบเพื่ออนุมัติบัตรประจ�ำปี ๒๕๖๔
ละเอียด ดงั นี้ ตามกำ� หนดการ
- สาขาศัลยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
จำ� นวน ๑ คน
- สาขาอายุรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
จำ� นวน ๔ คน
- สาขาศัลยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จ�ำนวน ๑ คน

18 สารสัตวแพทยสภา ฉบับท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ นุ ายน ๒๕๖๔

การรับรองวิทยฐานะเป็นสถาบันท่ีท�ำการฝึกอบรมเป็น
ผชู้ ำ� นาญการในสาขาตา่ ง ๆ ของวชิ าชพี การสตั วแพทย์
ในปี ๒๕๖๓ มีสถาบันท่ีขอเปิดหลักสูตรการฝึก
อบรมผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ประจ�ำบ้าน
๑ สถาบัน ๑ หลักสูตรการฝึกอบรมฯ ซ่ึงวิทยาลัยฯ
ได้ด�ำเนินการตรวจรับรองหลักสูตรการฝึกอบรมฯ
และตรวจรับรองสถาบันเรียบร้อยแล้ว ตามประกาศ
สตั วแพทยสภา ที่ ๖๒ / ๒๕๖๓ เรอ่ื ง ผลการตรวจประเมนิ
สถาบันท่ีขอเปิดหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ประกอบวิชาชีพ
การสัตวแพทย์ ประจ�ำบ้านเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้
ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์
มีสถาบันท่ีหลักสูตรการฝึกอบรมฯ ผ่านการรับรองและได้
รบั การรบั รองวทิ ยฐานะ คอื มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ๑
สาขา สาขาพยาธิวิทยา ทั้งนี้ ก�ำหนดการเปิดรับสมัครผู้
เข้ารับการฝึกอบรมผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ประจ�ำบ้าน สาขาต่าง ๆ ในปี ๒๕๖๔ ระหว่างวันท่ี ๑-๒๘
กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ตามประกาศสัตวแพทยสภาท่ี ๖๓/๒๕๖๓ เรื่อง การเปิดรับสมัครเข้ารับการฝึกอบรมผู้ประกอบ
วิชาชีพการสัตวแพทย์ประจำ� บา้ น สาขาต่าง ๆ ประจำ� ปี ๒๕๖๔
คำ� สง่ั และประกาศตา่ ง ๆ ของวทิ ยาลยั ฯ ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ดงั น้ี
ค�ำส่งั วทิ ยาลัยฯ
๑. ค�ำสั่งวิทยาลัยฯ ที่ ๑/๒๕๖๓ เร่ือง แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นอนุกรรมการสอบเพื่ออนุมัติบัตรแสดงความรู้
ความชำ� นาญในการประกอบวชิ าชพี การสตั วแพทย์ สาขาเวชศาสตรร์ ะบบสบื พนั ธุ์ ประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕๖๓
๒. ค�ำสั่งวิทยาลัยฯ ท่ี ๒/๒๕๖๓ เรื่อง แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นอนุกรรมการสอบเพ่ืออนุมัติบัตรแสดงความรู้
ความช�ำนาญในการประกอบวชิ าชีพการสตั วแพทย์ สาขาพยาธิวทิ ยา ประจำ� ปี พ.ศ. ๒๕๖๓
๓. คำ� สั่งวทิ ยาลัยฯ ท่ี ๓/๒๕๖๓ เรือ่ ง แต่งตง้ั คณะอนกุ รรมการประเมนิ สถาบันฝกึ อบรมผปู้ ระกอบวิชาชพี การ
สตั วแพทย์ประจำ� บ้าน
๔. ค�ำส่ังวิทยาลัยฯ ที่ ๔/๒๕๖๓ เรื่อง แต่งต้ังคณะกรรมการติดตามการเรียนการสอนหลักสูตรการฝึกอบรม
ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ประจ�ำบ้าน เพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพการ
สตั วแพทย์ สาขาอายรุ ศาสตร์
๕. ค�ำสั่งวิทยาลัยฯ ท่ี ๕/๒๕๖๓ เรื่อง แต่งต้ังผู้ทรงคุณวุฒิเป็นอนุกรรมการพัฒนาข้อสอบส�ำหรับผู้สอบ
เพอ่ื อนมุ ตั บิ ตั รแสดงความรคู้ วามชำ� นาญในการประกอบวชิ าชพี การสตั วแพทย์ สาขาอายรุ ศาสตร์ ประจำ� ปี พ.ศ. ๒๕๖๓
๖. ค�ำส่ังวิทยาลัยฯ ท่ี ๖/๒๕๖๓ เรื่อง แต่งต้ังคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบความรู้ความช�ำนาญในการ
ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ของสาขาศลั ยศาสตร์ (เปลีย่ นแปลงประธานอนุกรรมการ)


สารสัตวแพทยสภา ฉบับท่ี ๓๓ เมษายน - มิถนุ ายน ๒๕๖๔ 19

ประกาศวทิ ยาลยั ฯ ๘. ประกาศวิทยาลัยฯ ท่ี ๘/๒๕๖๓ เรื่อง
๑. ประกาศวิทยาลัยฯ ท่ี ๑/๒๕๖๓ เรอ่ื ง รายชอ่ื ก�ำหนดการสอบและเกณฑ์การสอบเพ่ืออนุมัติบัตร
ผู้มีสิทธิ์สอบเพื่ออนุมัติบัตรแสดงความรู้ความช�ำนาญ แสดงความรู้ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพ
ในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขาต่าง ๆ การสตั วแพทย์ สาขาพยาธิวทิ ยา ประจำ� ปี พ.ศ. ๒๕๖๓
ประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ๙. ประกาศวิทยาลัยฯ ที่ ๙/๒๕๖๓ เรื่อง เกณฑ์
๒. ประกาศวิทยาลัยฯ ที่ ๒/๒๕๖๓ เรื่อง ผู้มีสิทธ์ิย่ืนค�ำขออนุมัติบัตรแสดงความรู้ความช�ำนาญ
ก�ำหนดการสอบและเกณฑ์การสอบเพื่ออนุมัติบัตร ในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขาพยาธิวิทยา
แสดงความรู้ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพการ ประจำ� ปี พ.ศ. ๒๕๖๔
สัตวแพทย์ สาขาศลั ยศาสตร์ ประจำ� ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ๑๐. ประกาศวิทยาลัยฯ ท่ี ๑๐/๒๕๖๓ เร่ือง
๓. ประกาศวทิ ยาลยั ฯ ท่ี ๓/๒๕๖๓ เรื่อง แนวทาง เกณฑ์ผู้มีสิทธิ์ยื่นค�ำขออนุมัติบัตรแสดงความรู้ความ
กำ� หนดการสอบเพอ่ื อนมุ ตั บิ ตั รแสดงความรคู้ วามชำ� นาญ ช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขา
ในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขาต่าง ๆ อายุรศาสตร์ ประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕๖๔
ประจำ� ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เนอ่ื งจากสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาด ๑๑. ประกาศวิทยาลัยฯ ท่ี ๑๑/๒๕๖๓ เร่ือง
ของเชือ้ ไวรสั COVID-19 เกณฑ์ผู้มีสิทธิ์ยื่นค�ำขออนุมัติบัตรแสดงความรู้ความ
๔. ประกาศวิทยาลัยฯ ท่ี ๔/๒๕๖๓ เร่ือง ช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขา
ก�ำหนดการสอบและเกณฑ์การสอบเพื่ออนุมัติบัตร ศัลยศาสตร์ ประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕๖๔
แสดงความรู้ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพการ
สัตวแพทย์ สาขาพยาธิวทิ ยา ประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ครยุ วทิ ยฐานะสำ� หรบั สมาชกิ วทิ ยาลยั ฯ
๕. ประกาศวิทยาลัยฯ ที่ ๕/๒๕๖๓ เรื่อง และเขม็ ทรี่ ะลึกวทิ ยาลยั ฯ
ก�ำหนดการสอบและเกณฑ์การสอบเพ่ืออนุมัติบัตร ครยุ วิทยฐานะของวิทยาลัยฯ
แสดงความรู้ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพการ มีชุดครุยวิทยฐานะของวิทยาลัยฯ ออกแบบและ
สตั วแพทย์ สาขาเวชศาสตรร์ ะบบสบื พนั ธ์ุ ประจำ� ปี พ.ศ. จดั ท�ำโดย ศ.นายสัตวแพทย์ ดร.ทวศี กั ดิ์ สง่ เสริม คงเหลือ
๒๕๖๓ เปน็ จำ� นวนทัง้ สิ้น ๓๘ ตวั และสรอ้ ยสงั วาล จำ� นวนทั้งสน้ิ
๖. ประกาศวิทยาลัยฯ ท่ี ๖/๒๕๖๓ เรื่อง ยกเลิก ๑๒ เส้น
ก�ำหนดการสอบและเกณฑ์การสอบเพ่ืออนุมัติบัตร
แสดงความรู้ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพการ เข็มทร่ี ะลึกวทิ ยาลยั ฯ
สตั วแพทย์ สาขาพยาธิวทิ ยา ประจำ� ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ วิทยาลัยฯ ได้ท�ำเข็มท่ีระลึกวิทยาลัยฯ จ�ำหน่าย
๗. ประกาศวทิ ยาลัยฯ ที่ ๗/๒๕๖๓ เรอื่ ง เปล่ียน เพ่ือหารายได้เพิ่ม เนื่องจากมีบล็อกของสร้อยสังวาล
สถานท่ีสอบเพื่ออนุมัติบัตรแสดงความรู้ความช�ำนาญ อยู่แล้ว ออกแบบและจัดท�ำโดย ศ.นายสัตวแพทย์
ในการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ สาขาเวชศาสตร์ ดร.ทวศี กั ด ์ิ สง่ เสรมิ และไดต้ งั้ ราคาจำ� หนา่ ย ๕๐๐ บาท/อัน
ระบบสบื พันธ์ุ ประจำ� ปี พ.ศ. ๒๕๖๓

20 สารสัตวแพทยสภา ฉบบั ท่ี ๓๓ เมษายน - มิถนุ ายน ๒๕๖๔

รายรบั – รายจ่ายของวิทยาลัยวชิ าชพี การสตั วแพทย์ช�ำนาญการแหง่ ประเทศไทย
ปีงบประมาณ ๒๕๖๓

รายรบั
รายไดจ้ ากคา่ สมัครสมาชกิ (คนละ ๑,๕๐๐ บาท) - บาท
รายไดจ้ ากค่าใบอนุมตั ิบัตร (คนละ ๒,๐๐๐ บาท) - บาท
รายไดค้ ่าสมคั รเพือ่ รบั การคัดเลอื กเขา้ หลักสูตรการฝกึ อบรม (คนละ ๕๐๐ บาท) ๖,๕๐๐.๐๐ บาท
รายไดจ้ ากการสมคั รสอบอนุมัตบิ ตั ร (คนละ ๑๐,๐๐๐ บาท) ๔๓๐,๐๐๐.๐๐ บาท
รายไดค้ า่ ใบแปลหนงั สืออนมุ ตั บิ ัตร ภาษาอังกฤษ (ฉบบั ละ ๑,๐๐๐ บาท) ๒,๐๐๐.๐๐ บาท
รายได้ค่าดำ� เนินการรบั รองหลกั สตู ร ฉบับแรก (หลกั สูตรละ ๒๐,๐๐๐ บาท) - บาท
รายไดค้ ่าดำ� เนนิ การรับรองเป็นสถาบนั ฝึกอบรมครั้งแรก (สถาบันละ ๒๐,๐๐๐ บาท) - บาท
รายได้คา่ เช่าชุดครยุ วทิ ยฐานะ - บาท
รายไดค้ ่าบ�ำรุงหลักสูตรการฝกึ อบรม (คนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท/ป)ี ๘๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท
รวม ๑,๒๓๘,๕๐๐.๐๐ บาท

รายจา่ ย
ค่าใช้จ่ายบคุ ลากร ๒๑๗,๗๐๐.๐๐ บาท
คา่ ใชจ้ า่ ยในการจัดกิจกรรม ๒๖,๔๒๘.๐๐ บาท
คา่ เบ้ียประชมุ ๖๘,๔๐๘.๐๐ บาท
ค่าพาหนะเดินทาง (ต่างจงั หวัด) ๔๗,๔๘๖.๐๐ บาท
ค่าเดนิ ทาง ๒๘,๖๕๖.๐๐ บาท
ค่ารับรอง ๔,๖๓๒.๐๐ บาท
คา่ ไปรษณยี ์ ๒,๔๒๐.๐๐ บาท
ค่าวัสดสุ ำ� นกั งาน - บาท
ค่าธรรมเนียม - บาท
ค่าใช้จา่ ยการบำ� รุงสถาบนั ฯ (หลักสูตรการฝกึ อบรม วว.) ๖๔๐,๐๐๐.๐๐ บาท
ค่าอื่นๆ ๑,๔๙๔.๐๐ บาท
คืนเงินค่าธรรมเนียมสมัครสอบ อว. ๔๐,๐๐๐.๐๐ บาท
รวม ๑,๐๗๗,๒๒๔.๐๐ บาท

รายรับ-รายจา่ ยในแตล่ ะปีของวิทยาลัยฯ

รายการ/ปี ปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓
รายรบั (บาท) ๓๕๓,๕๐๐.๐๐ ๕๖๙,๐๐๐.๐๐ ๔๘๕,๕๐๐.๐๐ ๑,๑๐๓,๐๐๐.๐๐ ๖๕๐,๐๐๐.๐๐ ๑,๒๓๘,๕๐๐.๐๐
รายจ่าย (บาท) ๔๑๔,๖๓๔.๐๕ ๕๘๗,๙๒๒.๒๗ ๖๒๔,๑๓๙.๖๒ ๙๗๖,๐๖๓.๑๕ ๘๒๖,๘๕๐.๕๒ ๑,๐๗๗,๒๒๔.๐๐
รายรบั มากกว่า -๖๑,๑๓๔.๐๔ -๑๘,๙๒๒.๒๗ -๑๓๘,๖๓๙.๖๒ ๑๒๖,๙๓๖.๘๕ -๑๗๖,๘๕๐.๕๒ ๑๖๑,๒๗๖.๐๐
รายจ่าย

สารสัตวแพทยสภา ฉบับท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ ุนายน ๒๕๖๔ 21

มาตรฐานวชิ าชพี
การสัตวแพทย์

อนุกรรมการมาตรฐานวิชาชีพการสัตวแพทย์ เป็นหน่ึงในเจ็ดเสาหลักของสัตวแพทยสภา
ที่แต่งต้ังโดยคณะกรรมการสัตวแพทยสภา ตามข้อบังคับสัตวแพทยสภา ว่าด้วยการรับรองปริญญา
ในวชิ าชพี การสตั วแพทยข์ องสถาบนั การศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๕๒ ภารกจิ หลกั เกย่ี วกบั การเหน็ ชอบหลกั สูตร
และการรับรองสถาบัน คณะอนุกรรมการมาตรฐานวิชาชีพฯ ได้แต่งต้ังคณะท�ำงานพิจารณาหลักสูตร
และสถาบันตามข้อบังคับสัตวแพทยสภา ว่าด้วยการรับรองปริญญาฯ โดยคณะท�ำงานฯ มีหน้าท่ี
พิจารณารายละเอยี ดหลักสูตร และประเมนิ ความพร้อมของสถาบันเพ่อื เสนอเป็นขอ้ มลู และความเห็น
ต่อคณะอนุกรรมการมาตรฐานวิชาชีพฯ เพื่อพิจารณาก่อนเสนอคณะกรรมการสัตวแพทยสภา
พิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่ก�ำหนดไว้ในประกาศสัตวแพทยสภา ที่ ๗/๒๕๕๒ เร่ือง หลักเกณฑ์ว่าด้วย
การพิจารณาหลักสูตรและสถาบันผลิตสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต ซึ่งคณะท�ำงานฯ จะใช้หลักเกณฑ์
ดังกล่าวโดยยึดหลักการว่ามหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาท่ีมีความประสงค์จะเปิดด�ำเนินการ
หลกั สตู รสตั วแพทยศาสตรบัณฑิต ต้องมีคุณสมบตั ิ มีความพรอ้ มในการจัดการศึกษา และมที รัพยากร
ด้านต่าง ๆ ครบถ้วนตามหัวข้อดังต่อไปน้ี ๑) คุณสมบัติของมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษา
ท่ีขอเปิดด�ำเนินการหลักสูตรสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต ๒) คณาจารย์ (ที่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการ
สตั วแพทย)์ และบุคลากรสายสนับสนนุ ๓) การรับนักศึกษา ๔) หลกั สตู ร ๕) ความพร้อมในการจดั การ
ศึกษาเตรียมสัตวแพทย์ ๖) ความพร้อมในการจัดการศึกษาระดับปรีคลินิก ๗) ความพร้อมในการ
จดั การศึกษาระดบั คลินกิ ๘) อาคารสถานท่ีส�ำหรับการจดั การเรยี นการสอน ๙) หอ้ งสมดุ หรอื ส่ือสาร
สนเทศ และ ๑๐) การประเมินคณุ ภาพการจัดการเรยี นการสอน และการประเมนิ สถาบัน
การรับรองปริญญา สัตวแพทยสภาจะรับรองทั้งหลักสูตรและสถาบัน ตามหลักเกณฑ์ของ
ประกาศสัตวแพทยสภา ที่ ๗/๒๕๕๒ กล่าวคือสถาบันย่ืนความจ�ำนงต่อสัตวแพทยสภาเพ่ือขอรับรอง
ปริญญาล่วงหน้าก่อนถึงก�ำหนดเปิดรับนักศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วัน สัตวแพทยสภาก�ำหนดระยะ
เวลาให้การรับรองปริญญาเป็นเวลา ๕ ปี ส�ำหรับในปัจจุบันสัตวแพทยสภา ให้การรับรองปริญญาแก่
สถาบันอุดมศึกษาแล้วจ�ำนวน ๑๑ สถาบัน ได้แก่ ๑) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๒) มหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์ ๓) มหาวิทยาลัยขอนแก่น ๔) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ๕) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
มหานคร ๖) มหาวิทยาลัยมหิดล ๗) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ๘) มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ๙) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ๑๐) มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น และ
๑๑) มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ สถาบนั ที่อย่รู ะหว่างการตรวจรบั รองไดแ้ ก่ มหาวิทยาลัยวลยั ลกั ษณ์
นอกจากนี้ยังมีสถาบันอุดมศึกษาที่อยู่ระหว่างการจัดท�ำหลักสูตรสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต ได้แก่
วทิ ยาลัยวทิ ยาศาสตร์การแพทยเ์ จ้าฟา้ จุฬาภรณ์ ราชวิทยาลยั จฬุ าภรณ์ และมหาวทิ ยาลยั แมโ่ จ้
รศ.นายสัตวแพทย์ ดร.ธรี ะ รกั ความสขุ
ประธานคณะอนุกรรมการมาตรฐานวชิ าชีพฯ

22 สารสัตวแพทยสภา ฉบบั ท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ ุนายน ๒๕๖๔

กลาูกรอนนุบกาลแอ่นบ้าน
(House Swift)
นายสัตวแพทย์ ดร.สนธยา มานะวัฒนา

ในประเทศไทยมีนกในวงศ์นกแอ่น (Apodidae) ท้ังหมด 14 ชนิด1 ซึ่งสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ
สัตวแพทย์จึงมีโอกาสที่จะได้รักษาลูกนกแอ่นท่ีตกจากรังหรือนกโตท่ีได้รับบาดเจ็บหรือป่วย โดยในบทความน้ีจะเน้น
เฉพาะการอนุบาลลูกนกแอ่นบ้าน (House Swift, ช่ือวิทยาศาสตร์ Apus nipalensis) ซ่ึงเป็นนกแอ่นชนิดที่พบได้
บ่อยที่สุดตามอาคารบา้ นเรอื นในเมือง
นกแอ่นทุกชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 25622 ซึ่งในกรณีที่
สัตวแพทย์ต้องท�ำการรักษาอนุบาลนกแอ่นบ้านเป็นระยะเวลาหนึ่งนั้นก็อาจเข้าข่ายการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองได้
ดงั นน้ั เมอื่ สตั วแพทยไ์ ดร้ บั นกแอน่ บา้ นหรอื สตั วป์ า่ คมุ้ ครองชนดิ อนื่ ๆ มาเพอื่ ทำ� การรกั ษา จงึ ควรตดิ ตอ่ กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ
สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (สายด่วน 1362) เพื่อแจ้งรายละเอียด เจตนาของสัตวแพทย์ในการรักษาอนุบาลเพ่ือปล่อยคืน
ธรรมชาติ และปรึกษาแนวทางปฏบิ ัติทีเ่ หมาะสมเปน็ กรณี ๆ ไป

ชีววิทยาของนกแอ่นบา้ น
นกแอน่ ทุกชนดิ เป็นนกท่ีใชช้ วี ิตส่วนใหญ่ดว้ ยการบินอยู่บนท้องฟ้า จงึ มกี ล้ามเนอ้ื ขาที่อ่อนแอมาก
เมอ่ื เทยี บกบั นกทวั่ ไป ทำ� ใหน้ กแอน่ ไมส่ ามารถยนื หรอื เกาะคอนได้ ดว้ ยเหตนุ เ้ี ราจงึ ไมพ่ บนกแอน่ เกาะบน
ตน้ ไมห้ รอื สายไฟฟา้ ขาของนกแอน่ ทำ� ไดเ้ พยี งเกาะผนงั ในแนวตง้ั ดว้ ยเทา้ ทนี่ ว้ิ ทงั้ สม่ี ลี กั ษณะชไี้ ปดา้ นหน้า
(Pamprodactyl) ขาทีอ่ อ่ นแอยงั ทำ� ใหน้ กแอน่ ไมส่ ามารถถบี ตวั บนิ ขน้ึ จากพนื้ แบบทนี่ กอน่ื ทำ� ได้ โดยในการ
ออกบนิ ตอ้ งอาศยั ระยะแนวดง่ิ ในการทง้ิ ตัวจากทสี่ งู ลงมาก่อนเทา่ น้นั ดงั นัน้ การพบนกแอ่นอยูบ่ นพ้นื ดินไม่วา่
จะในช่วงอายุใดจะถือว่าเป็นเร่ืองผิดปกติ นอกจากน้ี นกแอ่นบางชนิดยังสามารถนอนหลับในขณะร่อนอยู่บน
ฟ้าได้ แม้แตก่ ารจับคผู่ สมพันธ์กุ ็เกดิ ข้นึ กลางอากาศ3
นกแอน่ บา้ นเปน็ นกประจำ� ถนิ่ อาศยั ในประเทศไทยตลอดทั้งปี พบไดท้ กุ ภาคยกเว้นภาคอสี าน มีความยาวจากปลาย
ปากถึงปลายหางประมาณ 15 เซนติเมตร นกโตเต็มวัยหนักประมาณ 25-30 กรัม4 ลักษณะเด่นคือมีปีกที่โค้งยาวมาก
เมื่อเทียบกับล�ำตัว ขนเกือบทุกส่วนของร่างกายมีสีด�ำ ยกเว้นบริเวณคอและตะโพกท่ีเป็นสีขาว หางส้ัน ปลายหางตัดหรือ
เวา้ ตรงกลางเลก็ นอ้ ย ไม่สามารถแยกเพศนกแอ่นบา้ นไดจ้ ากลกั ษณะภายนอก5 นกแอน่ บา้ นจะจับคูแ่ บบผัวเดยี วเมียเดยี ว
(Monogamy) ไปตลอดชวี ติ นอกจากกรณที ่ีคู่เกดิ เสยี ชวี ิต นกแอน่ ตวั ทเี่ หลอื อย่จู ึงจะเรมิ่ จบั คูก่ ับนกตัวใหม3่ นกแอ่นบา้ น
สามารถขยายพันธุ์ได้ตลอดท้ังปีโดยจะสร้างรังรวมเป็นโคโลนอี ยรู่ วมกนั รงั เปน็ ทรงถว้ ยทท่ี ำ� จากเศษกงิ่ ไมใ้ บไมแ้ ละขน ตดิ กบั
ผนงั หรอื เพดานดว้ ยนำ้� ลาย มกั ทำ� รงั อยใู่ ตช้ ายคาของอาคารสงู หรอื หนา้ ผา วางไขค่ รง้ั ละ 2-4 ฟอง4 ลกู นกแอน่ บา้ นจะออกจากรงั
ทอ่ี ายปุ ระมาณ 36-51 วนั 6 ทง้ั นี้ ภายในโคโลนีของนกแอ่นบา้ น นกเตม็ วัยทั้งสองเพศจะมพี ฤติกรรมการเขย่ี ไข่และลูกนกท้ิง
ออกจากรังของนกคอู่ ่ืนเน่ืองจากการแขง่ ขันในการสร้างรัง จึงเปน็ สาเหตุท่ีทำ� ให้พบลกู นกแอ่นบ้านตกจากรังได้บอ่ ย ๆ6

สารสัตวแพทยสภา ฉบบั ท่ี ๓๓ เมษายน - มิถุนายน ๒๕๖๔ 23

สนธยา มานะวฒั นา, 2563 สนธยา มานะวฒั นา, 2563
ภาพที่ 1 นกแอ่นบ้าน สังเกตปีกท่ีโค้งยาว ขนสีขาวท่ีคอ ภาพท่ี 2 รงั ของนกแอน่ บา้ น 2 รงั ตดิ กนั ใตช้ ายคาอาคาร

และตะโพก

นกแอ่นจะจับแมลงกินกลางอากาศเป็นหลัก ด้วย เก็บเข้าท่ี ไม่ควรเอาลูกนกมาจับถือเล่นโดยไม่จ�ำเป็นไม่ว่า
พฤติกรรมท่ีต้องบินตลอดเวลาและการกินอาหารกลาง ลูกนกจะน่ารักหรือเช่ืองขนาดไหนก็ตาม เพราะยิ่งนกเกิด
อากาศ ท�ำให้นกแอ่นเป็นนกที่ปรับตัวในที่เลี้ยงได้ค่อนข้าง ความคุ้นเคยกับมนุษย์มากเท่าใด โอกาสรอดในธรรมชาติ
ยากและมโี อกาสเสียชีวติ สูง ดว้ ยตวั เองกจ็ ะยิ่งยาก
ทงั้ น้ี มนี กอกี กลมุ่ ทม่ี ชี อื่ ภาษาไทยคลา้ ยคลงึ กบั นกแอน่ ความผิดปกติที่พบได้บ่อยในลูกนกแอ่นบ้านท่ีตก
บา้ นและอาจทำ� ใหเ้ กดิ ความสบั สนได้ นน่ั คอื นกนางแอน่ บา้ น จากรงั
(Barn Swallow) ที่เปน็ นกอพยพเขา้ มาในประเทศไทยช่วง - เมอื่ ไดร้ บั ลกู นกแอน่ บา้ นในตอนแรก ใหท้ ำ� การสงั เกต
ฤดูหนาว โดยในช่วงอพยพจะสามารถพบนกนางแอ่นบ้าน อาการ พฤติกรรมและส่ิงขับถา่ ย ประเมนิ ความรนุ แรงและ
รวมกลมุ่ เกาะตามสายไฟเปน็ จำ� นวนมาก เช่นทบ่ี ริเวณสลี ม แนวทางการแก้ไขในภาวะวกิ ฤติเบือ้ งต้น หรอื ค้นหาสาเหตุ
ในกรุงเทพฯ จึงควรระมัดระวังในการเรียกชื่อชนิดสับสน จากการสังเกต ก่อนท�ำการตรวจร่างกาย ช่ังน�้ำหนักตรวจ
กันระหวา่ ง นกแอ่นบา้ น และนกนางแอ่นบา้ น ความสมบูรณข์ องขน และภาวะขาดนำ�้ ท่อี าจพบ
- การบาดเจ็บที่ขาอาจเกิดข้ึนได้เน่ืองจากการตก
การอนุบาลลูกนกแอ่นบ้าน จากรัง หากพบการหักของกระดูกควรท�ำการดามด้วยวัสดุ
ส�ำหรับนกท่ัวไป แนวทางปฏิบัติที่ดีท่ีสุดเม่ือพบ ท่ีเหมาะสม ด้วยขนาดตัวและขาท่ีเล็กจึงมักไม่สามารถ
ลูกนกตกจากรังคือการน�ำไปคืนใส่รังเดิมจะท�ำให้ลูกนก ท�ำการผา่ ตดั ได้
มโี อกาสรอดมากทส่ี ดุ 7,8 ทง้ั นี้ ความเชอื่ ทว่ี า่ เมอื่ จบั ตวั ลกู นก - พยาธิภายนอก เชน่ ไรขน สามารถพบไดท้ ่ัวไปใน
แลว้ กลนิ่ คนจะตดิ ไปทำ� ใหพ้ อ่ แมน่ กไมเ่ ลยี้ งเปน็ ความเชอื่ ทผ่ี ดิ นกธรรมชาติซึ่งอาจไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของนกและ
นกโดยทั่วไปไม่ได้ใช้กล่ินในการจดจ�ำลูก9,10 แต่ส�ำหรับลูก ไม่จ�ำเป็นต้องด�ำเนินการใด ๆ แต่หากนกอยู่ในสภาพอ่อน
นกแอ่นบ้าน รังมักจะอยู่บนอาคารสูงและอยู่รวมกันหลาย แรงมากหรือมีพยาธิภายนอกจ�ำนวนมากผิดปกติ สามารถ
รังเป็นโคโลนี ทำ� ให้การหารงั เดมิ และน�ำไปคืนเป็นเรื่องยาก ใช้สเปรย์ Fipronil 0.25% w/v พ่นลงบนกระดาษทิชชู่
มาก จงึ มกั จ�ำเปน็ ต้องน�ำมาอนบุ าลโดยมนุษย์ในที่สุด แล้วนำ� มาเชด็ ตวั นกโดยเรมิ่ จากสว่ นหัวและสิ้นสดุ ทห่ี าง
เนื่องจากเป้าหมายของการอนุบาลลูกนกแอ่นคือ - ลูกนกอาจตกจากรังมาเป็นระยะเวลานานก่อนท่ี
การปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ดังนั้นผู้ดูแลควรสัมผัสลูกนกเท่า จะมีผู้พบและน�ำมาให้สัตวแพทย์ ในช่วงแรกจึงควรให้
ที่จ�ำเป็น เม่ือให้อาหารและตรวจสภาพนกเสร็จแล้วควร อาหารท่ีมีน้�ำเป็นส่วนประกอบอยู่มาก เช่น อาหารเม็ด

24 สารสัตวแพทยสภา ฉบบั ท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ ุนายน ๒๕๖๔

ส�ำหรับนกกินแมลงแช่น้�ำ (ดูหัวข้อ อาหาร ด้านล่าง) ปัญหาแผลกดทับท่ีขาหรือเกิดการหักของขนปีกหรือ
เพื่อให้แนใ่ จว่าจะไม่เกิดภาวะขาดนำ้� หาง โดยห้ามใช้กรงนก (กรงท่ีเป็นซี่กรง) ในการเลี้ยงลูก
การจดบนั ทกึ นกแอ่น เพราะหากขาหรือปีกสอดไประหว่างซี่กรงอาจ
ควรจดบันทึกข้อมูลประวัติให้ได้มากท่ีสุด ท�ำให้ขาหักหรือขนหักซ่ึงเป็นปัญหาท่ีร้ายแรงและอาจ
โดยเฉพาะวันท่ีและสถานท่ีพบ เพ่ือช่วยในการประเมิน ท�ำให้ไม่สามารถปล่อยนกคืนสู่ธรรมชาติและอาจต้องท�ำ
อายุตอนปล่อยและสถานทปี่ ลอ่ ย การณุ ยฆาตในทสี่ ดุ
ในการอนุบาลลูกนก ข้อมูลส�ำคัญที่จะช่วยในการ ภาชนะส�ำหรับใส่ลูกนกแอ่น สามารถใช้กล่อง
ประเมินสุขภาพและการเจริญเติบโตเบ้ืองต้นคือน�้ำหนัก พลาสติกหรือกล่องกระดาษที่มีขนาดโดยประมาณ กว้าง
รายวัน โดยในรอบ 24 ชม. ลูกนกไม่ควรมีน�้ำหนักลดลง 30 x ยาว 20 x สงู 15 เซนตเิ มตร11 เพ่อื ใหล้ ูกนกช่วงใกล้
หากน�้ำหนักลดลงแสดงว่ามีปัญหาเกิดข้ึน ซ่ึงอาจเกิดจาก จะออกจากรังมีพื้นท่ีเพียงพอส�ำหรับการกระพือปีกสร้าง
ปริมาณอาหารหรือความถี่ในการให้ไม่เหมาะสม หรือป่วย กล้ามเน้ือหน้าอก แง้มฝาเปิดไว้ประมาณ 1/3 โดยท่ัวไป
และหากเป็นไปได้ควรชั่งและบันทึกน�้ำหนักท้ังก่อนและ แล้วไม่จ�ำเป็นต้องกกไฟ แต่หากอากาศเย็นอาจพิจารณา
หลังการป้อนอาหารซึ่งจะช่วยในการประเมินปริมาณ กกไฟตามที่เห็นสมควร ภายในกล่องให้ปูรองพื้นด้วยวัสดุ
อาหารท่ีให้ได้ละเอียดย่ิงข้นึ ดูดซับ เช่น กระดาษทิชชู่ โดยเปลี่ยนกระดาษส่วนที่เปื้อน
ในแต่ละมื้ออาหาร สิ่งที่ควรจดบันทึกมีอย่างน้อย ส่ิงขับถ่ายใหม่ทุกวัน และควรป้องกันมดด้วยการหล่อน้�ำ
ดังน:ี้ เวลาทใ่ี ห้ / ปรมิ าณอาหารทใี่ ห้ / น�้ำหนักกอ่ นกิน / ท่ีใต้กล่อง นอกจากน้ี จากประสบการณ์ของผู้เขียน พบว่า
นำ้� หนกั หลังกิน / ปริมาณและลกั ษณะอจุ จาระ / พฤตกิ รรม สามารถใช้ฝาชีทรงครึ่งวงกลมประกบกัน หนีบด้วยคลิป
ของลูกนก / อ่ืน ๆ เช่น การงอกของขน โดยควรท�ำ หนีบ และปูรองพื้นด้วยทิชชู่เพ่ือเลี้ยงนกแอ่นได้เช่นกัน
ใบบันทึกข้อมูลทั้งหมดเป็นตารางเพื่อให้เป็นระเบียบ และ โดยลูกนกแอ่นช่วงใกล้ออกจากรังจะสามารถไต่ขึ้นไปตาม
หากผลัดกันดูแลลูกนกหลายคน ควรลงชื่อในแต่ละม้ือว่า ทรงโคง้ ของฝาชแี ละกระพอื ปกี เพอ่ื สรา้ งกลา้ มเนอ้ื หนา้ อกได้
ใครเป็นผู้ให้ เพอ่ื ให้สามารถตดิ ตามยอ้ นหลงั ได้ ในระหว่างการอนุบาล ควรให้ลูกนกแอ่นได้รับ
สถานทเ่ี ลีย้ ง แสงแดดช่วงเช้าทุกวัน วันละประมาณ 30 นาทีเป็นอย่าง
ระยะเวลาในการอนุบาลลูกนกแอ่นบ้านจนถึง น้อย เพ่ือให้ลูกนกไดร้ ับรังสี UVB ทจ่ี ะไปกระตุ้นการสรา้ ง
ปล่อยจะนานประมาณ 36-51 วัน6 และเนื่องจากนกแอ่น วิตามิน D3 ที่ท�ำหน้าท่ีในการช่วยดูดซึมแคลเซียมและ
เป็นนกท่ีมีลักษณะทางกายวิภาคท่ีจ�ำเพาะ ทั้งขาที่อ่อนแอ ฟอสฟอรัสจากอาหาร ซ่ึงจะมีผลต่อการเจริญของกระดูก
และปีกท่ียาว จึงต้องมีท่ีเลี้ยงท่ีเหมาะสมเพ่ือไม่ให้เกิด ของลูกนกแอ่น

www.swift-conservation.org สนธยา มานะวัฒนา, 2563
ภาพที่ 3 การอนุบาลลูกนกแอ่นบ้านในกล่องพลาสติก ภาพท่ี 4 การอนบุ าลลกู นกแอ่นบ้านในฝาชีประกบกนั

สารสัตวแพทยสภา ฉบบั ท่ี ๓๓ เมษายน - มิถุนายน ๒๕๖๔ 25

ชนิดอาหาร - ปรมิ าณอาหารแตล่ ะมอื้ ควรอย่ทู ี่ประมาณ 3-5%
นกแอ่นบ้านในธรรมชาติจะจับกินแมลงกลาง ของน้�ำหนักตัว12 ตัวอย่างเช่น หากลูกนกหนัก 10 กรัม
อากาศเป็นหลัก ดังน้ันอาหารที่ให้จึงควรมีโปรตีนท่ีเหมาะ ควรได้รับอาหารมื้อละไม่ต่�ำกว่า 0.3 กรัม โดยอาจจะ
ส�ำหรับสัตว์กินแมลง12 อาหารลูกนกแอ่นท่ีสามารถหา สงั เกตจากน้ำ� หนกั ของลกู นกก่อน-หลงั ป้อนอาหารกไ็ ด้
ไดง้ า่ ยไดแ้ ก่ - สำ� หรบั ลกู นกวยั ออ่ นมาก ๆ เมอื่ ผปู้ อ้ นเอานวิ้ ไปแตะ
- อาหารเม็ดส�ำหรับสัตว์กินแมลง มีหลากหลาย ทปี่ ากลกู นกกม็ กั จะอา้ ปากขออาหารเอง ทำ� ใหป้ อ้ นไดไ้ มย่ าก
ยหี่ อ้ เช่น Mazuri® Insectivore Diet หรือ NutriBird® - ในลูกนกท่ีค่อนข้างโตหรือลูกนกวัยอ่อนบางตัว
BEO เป็นต้น โดยน�ำอาหารเม็ดไปแช่น�้ำให้น่ิม ซับน�้ำออก จะไม่ยอมกินอาหารจากมือผู้ป้อน ท�ำให้ในม้ือแรก ๆ อาจ
ให้หมาดด้วยกระดาษทิชชู่ หากอาหารเม็ดมีขนาดเล็กอาจ ต้องบังคับให้กินอาหาร โดยใช้อุ้งมือข้างท่ีไม่ถนัดวางลงบน
ปั้นรวมกันหลาย ๆ เม็ดให้มีขนาดพอดีกับปากของลูกนก หลังของลูกนก ใช้น้ิวกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อยประคองไว้
เม่ือให้อาหารเม็ดควรประเมินสิ่งขับถ่ายเสมอเน่ืองจาก ท่ีข้างตัวนก ใช้น้ิวหัวแม่โป้งและนิ้วชี้บีบเบา ๆ ที่มุมปาก
อาหารเม็ดอาจมีระดับของเยื่อใยอาหารตามธรรมชาติ ของลูกนกเพ่ือให้อ้าปาก จากนั้นใช้มืออีกข้างสอดอาหาร
ไม่เพียงพอ ขณะที่สัตว์กินอาหารตามธรรมชาติจะได้รับ ที่เตรียมไว้ (อาหารเม็ดแช่น้�ำ/หนอนนก/จ้ิงหรีด) เข้าไปใน
ไคตนิ จากแมลง ปาก ใชน้ วิ้ กอ้ ยดนั ใหล้ กึ ทส่ี ดุ (ควรลกึ ลงไปไมต่ ำ่� กวา่ โคนลนิ้ )
- หนอนนก (มชี วี ติ ) โดยควรฆา่ หนอนดว้ ยการแชน่ ำ�้ เนื่องจากนกแอ่นจะมีกล้ามเน้ือหูรูดท่ีหลอดอาหาร
หรือตัดหัวก่อนน�ำไปป้อน เพราะหนอนนกสามารถ ท่ีท�ำหน้าที่ปิดไม่ให้แมลงย้อนกลับออกมาหลังกลืน ดังนั้น
กัดทางเดินอาหารของลูกนกจนอาจท�ำให้ติดเช้ือและ หากสอดอาหารเข้าไปไม่ลึกพอท่ีจะผ่านกล้ามเนื้อหูรูดน้ี
เสียชีวิตได้ และไมค่ วรใชห้ นอนนกแบบอบแหง้ เพราะมีสาร นกจะคายอาหารกลับออกมา และกล้ามเน้ือหูรูดนี้ก็เป็น
อาหารและน้�ำไมเ่ พียงพอกับความตอ้ งการของลูกนก สาเหตุท่ีท�ำให้ไม่สามารถใช้ไซรินจ์ธรรมดาป้อนอาหาร
- จงิ้ หรีด (มีชีวติ ) เหลวใหล้ กู นกแอ่นได้โดยตรงเหมือนลูกนกอ่นื บางชนดิ
- ควรเสริมวิตามินรวมและแคลเซียมในอาหาร - หากไม่สามารถป้อนอาหารด้วยมือได้ จ�ำเป็นต้อง
เนื่องจากท้ังหนอนนกและจิ้งหรีดมีแคลเซียมเป็นองค์ ให้อาหารเหลวด้วยท่อป้อน Feeding tube ขนาด CH6
ประกอบต�่ำ13 โดยสามารถใช้ในรูปแบบผงคลุกในอาหาร หรือ F6 (เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก 2 มิลลิเมตร) หรือ
เม็ด หรือเป็น gut load ใหห้ นอนและจิง้ หรีดกนิ กอ่ นจะน�ำ อาจใชไ้ สไ้ ก่ยางในจักรยาน ท่อปอ้ นไม่ว่าจะเปน็ วสั ดุใดควร
มาปอ้ น มีความยาวประมาณ 6 เซนติเมตร ซ่ึงเป็นการเผ่ือความ
ท้ังนี้ ควรให้อาหารให้หลากหลายชนิดที่สุดเท่าท่ีจะ ยาวให้ยาวเกินคร่ึงหน่ึงของตัวลูกนกเพื่อให้เวลาป้อนจะมี
ท�ำได้ และไม่จ�ำเป็นต้องป้อนน�้ำให้กับลูกนกแอ่น (ยกเว้น ทอ่ ส่วนท่ียาวออกมาพ้นจงอยปาก เปน็ การปอ้ งกนั นกกลนื
หากพบว่ามีภาวะขาดน�้ำอย่างรุนแรงในช่วงแรก) เพราะใน ท่อในกรณีทที่ อ่ หลุดจากไซรินจข์ ณะป้อน
อาหารท่ีให้มีน�้ำเพียงพอแล้วและลดความเสี่ยงท่ีจะส�ำลัก - การสอดท่อป้อนต้องแน่ใจว่าสอดท่อถึงกระเพาะ
โดยลูกนกแอ่นบ้านในธรรมชาติจะได้รับน้�ำจากในแมลง แท้ (Proventriculus) โดยกะระยะให้ปลายท่อลงไปถึง
(perform water) ทพ่ี อ่ แมน่ ำ� มาปอ้ นเท่านน้ั บริเวณก่อนซ่ีโครงสุดท้าย ของลูกนก และเมื่อสอดท่อได้
การปอ้ นอาหาร ระยะที่เหมาะสมและสามารถป้อนลูกนกได้โดยไม่มีปัญหา
- ในการอนบุ าลลูกนกแอน่ ภาระงานสว่ นใหญก่ ค็ ือ ใด ๆ ควรท�ำเคร่ืองหมายท่ีท่อเพื่อให้ทราบระยะที่ถูกต้อง
การป้อนอาหาร ความถี่ในการป้อนคือทุก ๆ 1 ชั่วโมง11,12 ในการสอด อาหารส�ำหรบั ใหท้ าง Feeding tube สามารถ
โดยเริ่มใหต้ งั้ แต่ 7.00 น. ถงึ ประมาณ 18.00 น. หรอื ตง้ั แต่ ใช้อาหารเม็ดส�ำหรับสัตว์กินแมลงแช่น�้ำให้น่ิม เทน้�ำส่วน
พระอาทติ ยข์ น้ึ จนถึงพระอาทิตย์ตก เกินออกแต่ไม่ต้องซับน้�ำให้หมาดเหมือนการป้อนด้วยมือ

26 สารสัตวแพทยสภา ฉบับท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ นุ ายน ๒๕๖๔

เพ่ือให้อาหารสามารถไหลผ่านท่อป้อนได้ ใช้หลังช้อนบด การประเมินอายลุ ูกนกแอ่นบา้ น
อาหารเม็ดรวมกันให้ละเอียดแล้วจึงตักใส่ไซรินจ์ แต่วิธีนี้ สามารถประเมนิ อายุลกู นกแอ่นบ้านได้คร่าว ๆ โดย
ลกู นกจะได้รบั โปรตีนนอ้ ยกว่าเพราะมีน้�ำเป็นสว่ นประกอบ ดูจากการงอกของขนปลายปีก (primary) เป็นหลัก ซึ่งขน
มากกว่าการป้อนด้วยมือ จึงควรพยายามลองป้อนด้วยมือ ทีย่ ังเจรญิ ไมเ่ ตม็ ที่จะมีปลอกหุ้มทโ่ี คนขน (ดภู าพท่ี 5)
ควบคู่ไปกับการสอดท่อ ท้ังนี้ลูกนกส่วนใหญ่จะเรียนรู้และ ในต่างประเทศ มีการเก็บข้อมูลใน Common
ยอมรับการป้อนด้วยมือภายใน 2-3 วัน แต่ในนกแอ่นโต Swift ท�ำให้สามารถประเมินอายุของลูกนกได้จากความ
อาจจะไม่ยอมรบั การป้อนดว้ ยมือเลย ตอ้ งสอดทอ่ ไปตลอด ยาวปีกและน้ำ� หนัก14,15,16 ซงึ่ ในนกแอ่นบา้ นยงั ไมม่ ีข้อมลู ท่ี
กเ็ ปน็ ได้ มากพอ แต่เราก็สามารถท่ีจะเทียบเคียงการเจริญเติบโต
- ในระหว่างท่ีป้อนอาหารลูกนก ควรเปิดเสียงจาก ของนกแอ่นบา้ นกับ Common Swift ทีม่ ีขนาดใหญ่กวา่ ได้
โคโลนีรังของนกแอ่นบ้านไปด้วย เพ่ือให้ใกล้เคียงกับการ แบบคร่าว ๆ
อยู่ในรังตามธรรมชาติ โดยสามารถดาวน์โหลดได้ที่ - ดูลกั ษณะการงอกขนของ Common Swift ได้ท่ี
https://www.xeno-canto.org/473886 http://www.commonswift.org/Growth%20of%20
- การป้อนอาหารท่ีเว้นระยะระหว่างม้ือพอดี ไม่ถี่ wing%20feathers.html
หรือห่างเกินไป จะพบว่าลูกนกจะถ่ายส่ิงขับถ่ายตรงกับ - ดูการประเมินอายุของ Common Swift ได้ที่
เวลามื้ออาหารเสมอ อาจจะก่อนหรือหลังป้อนอาหารเล็ก https://www.mauersegler.com/stages/?L=en และ
น้อย ซ่ึงเหมือนกับพฤติกรรมในธรรมชาติท่ีลูกนกจะถ่าย http://www.commonswift.org/nestlings_english.
อุจจาระเม่ือพ่อแม่นกเข้ามาป้อนอาหาร โดยอุจจาระของ html
ลูกนกจะมถี ุงบาง ๆ หมุ้ อยู่ เรยี กวา่ Faecal sac3 และเมอ่ื
ป้อนอาหารเสร็จพ่อแม่นกจะคาบถุงส่ิงขับถ่ายบินออกไป
ทงิ้ นอกรงั โดยสง่ิ ขับถา่ ยในท่ีน้ี หมายถึง อุจจาระ ปัสสาวะ
และยเู ร็ต

www.commonswift.org www.commonswift.org

ภาพท่ี 5 ลักษณะปลอกหมุ้ โคนขนปลายปีกของนกแอ่น ภาพท่ี 6 ลกั ษณะขนทเี่ จรญิ เตม็ ที่ จะไมม่ ปี ลอกหมุ้ โคนขน

สารสัตวแพทยสภา ฉบบั ท่ี ๓๓ เมษายน - มิถนุ ายน ๒๕๖๔ 27

สนธยา มานะวัฒนา, 2563 สนธยา มานะวฒั นา, 2563

ภาพท่ี 7 ลกู นกแอ่นบา้ นอายุประมาณ 1 สัปดาห์ ภาพที่ 8 ลูกนกแอน่ บ้านอายุประมาณ 2 สัปดาห์

สนธยา มานะวฒั นา, 2563 สนธยา มานะวฒั นา, 2563

ภาพท่ี 9 ลกู นกแอ่นบา้ นอายุประมาณ 4 สัปดาห์ ภาพที่ 10 ลูกนกแอ่นบา้ นอายปุ ระมาณ 6 สปั ดาห์

การปลอ่ ยนกแอน่ คืนสู่ธรรมชาติ ลดลง โดยอาจลดลงได้มากถึง 24%17 เพื่อเตรียมพร้อม
นกแอ่นท่ีพร้อมจะออกจากรังจะมีอายุประมาณ ส�ำหรับการออกบินคร้ังแรก น้�ำหนักที่ลดลงนี้เป็น
7 สัปดาห์ น้�ำหนักประมาณ 30 กรัม ในช่วงท้ายของการ พฤติกรรมปกติตามธรรมชาติและไม่จ�ำเป็นต้องพยายามให้
อนุบาลเม่ือลูกนกแอ่นใกล้ที่จะออกจากรัง ลูกนกจะ อาหารหรอื บังคบั ป้อนเพ่ือเพ่มิ น้ำ� หนักตัวลกู นก17
กระพือปีกถี่ ๆ อยู่ในรังเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าอก นกแอ่นเป็นนกที่เม่ืออกจากรังแล้วจะสามารถบินได้
และพยายามไต่ไปมามากกว่าปกติ ลักษณะที่ส�ำคัญที่สุด เลยทันที จะไม่มีช่วงหัดบินหรือมีพ่อแม่นกตามคอยดูแล
และประเมนิ ไดง้ า่ ยวา่ พรอ้ มทจ่ี ะปลอ่ ยคอื ตอ้ งไมม่ ปี ลอกหมุ้ เหมือนนกอื่นบางชนิด12 ดังนั้นเมื่อพบว่าขนปีกของลูกนก
ทโ่ี คนขนปลายปกี ซ่งึ เปน็ ขอ้ บง่ ชี้ว่าขนปกี เจรญิ เต็มทีแ่ ลว้ แอ่นเจริญเต็มที่แล้วก็สามารถปล่อยได้ โดยสถานที่ปล่อย
สัญญาณการเปล่ียนแปลงทางพฤติกรรมในช่วงท้าย ควรอยู่ใกล้กับโคโลนีรังที่พบลูกนกหล่นลงมา หรือหากไม่
ที่ส�ำคัญคือ ช่วง 1 สัปดาห์สุดท้ายก่อนออกจากรัง ลูกนก ทราบต�ำแหน่งของโคโลนีเดิม สามารถน�ำไปปล่อยท่ีโคโลนี
แอ่นจะกินอาหารน้อยลงหรือไม่ยอมกินเลย น�้ำหนักตัวจะ ของนกแอน่ บ้านโคโลนีอนื่ ได ้

28 สารสัตวแพทยสภา ฉบบั ท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ นุ ายน ๒๕๖๔

ลักษณะการปล่อย ควรปล่อยนกแอ่นบ้านในช่วง 6 เมตร หากเป็นไปได้ควรเป็นอาคาร 3 ช้ันข้ึนไป ปล่อย
เช้า – สาย เพื่อให้นกได้มีเวลาปรับตัวก่อนท่ีจะมืด ควร โดยวางนกแอ่นลงในมือท่ีหงายและอยู่น่ิง ๆ รอให้นกบิน
ส�ำรวจสถานท่ีปล่อย 1 วันก่อนปล่อยเพื่อประเมินว่ามีนก ออกไปเอง หากรอเป็นเวลานานแล้วนกไม่บินออกไปเอง
แอ่นบ้านบินหากินในบริเวณนั้นหรือไม่ ส่ิงส�ำคัญคือ ต้อง ห้ามโยนนกออกไปเด็ดขาด ให้เก็บนกกลับมาและลอง
ปล่อยนกแอ่นจากท่สี ูงเทา่ นัน้ โดยมรี ะยะแนวด่งิ อย่างน้อย ปลอ่ ยอกี ครั้งใน 1-2 ช่วั โมงหรือในวนั ถัดไป

เอกสารอ้างอิง
1. สมาคมอนรุ ักษ์นกและธรรมชาตแิ ห่งประเทศไทย. รายช่อื นกในประเทศไทย กนั ยายน 2563 [อนิ เทอร์เนต็ ]. กรงุ เทพฯ:

สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย; 2563 [เข้าถึงเม่ือ 23 กันยายน 2563]. เข้าถึงได้จาก: https://
www.bcst.or.th/report-archives/
2. พระราชบญั ญัตสิ งวนและคุม้ ครองสัตวป์ ่า 2562. ราชกิจจานุเบกษาเล่มท่ี 136, ตอนท่ี 37 ก. (ลงวันที่ 29 พฤษภาคม
2562).
3. Sibley D, Elphick C, Dunning JB. The Sibley guide to bird life & behavior. 1st ed. New York: Alfred A.
Knopf; 2001.
4. Wells DR. The Birds of the Thai-Malay Peninsula, Volume 1, Non-Passerines. London: Christopher
Helm; 2010.
5. Lekhakun B, Round PD. Guide to the Birds of Thailand. Bangkok: Saha Karn Bhaet Co., Ltd.; 1991.
6. Hotta M. House Swift Hime-Amatsubame (Jpn) Apus nipalensis [Internet]. Nagano: Nagano
Environmental Conservation Research Institute; 2012 [cited 2020 Sep 28]. Available from: http://
www.bird-research.jp/1_shiryo/seitai/himeama.pdf
7. Hotta M. House Swift Hime-Amatsubame (Jpn) Apus nipalensis [Internet]. Nagano: Nagano
Environmental Conservation Research Institute; 2012 [cited 2020 Sep 28]. Available from: http://
www.bird-research.jp/1_shiryo/seitai/himeama.pdf
8. Jones B. When You Should—and Should Not—Rescue Baby Birds [Internet]. New York: National
Audubon Society; 2018 [cited 2020 Sep 25]. Available from: https://www.audubon.org/news/when-
you-should-and-should-not-rescue-baby-birds
9. Cornell Lab of Ornithology. I Found A Baby Bird. What Do I Do? [Internet]. New York: Cornell Lab of
Ornithology; 2014 [cited 2020 Sep 25]. Available from: https://www.allaboutbirds.org/
news/i-found-a-baby-bird-what-do-i-do/
10. Cornell Lab of Ornithology. If I Handle A Baby Bird, Will The Parents Abandon It? [Internet]. New York:
Cornell Lab of Ornithology; 2009 [cited 2020 Sep 25]. Available from: https://www.allaboutbirds.org/
news/if-i-handle-a-baby-bird-will-the-parents-abandon-it/

สารสัตวแพทยสภา ฉบับท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ ุนายน ๒๕๖๔ 29

11. Robynne Boyd. Fact or Fiction?: Birds (and Other Critters) Abandon Their Young at the Slightest
Human Touch [Internet]. New York: Scientific American; 2007 [cited 2020 Sep 25]. Available from:
https://www.scientificamerican.com/article/fact-or-fiction-birds-abandon-young-at-human-touch/

12. Matthes H. The Hand-rearing of Common Swifts (Apus apus) [Internet]. Berlin: APUSlife; 2008 [cited
2020 Sep 28]. Available from: http://commonswift.info/pdf_docs/Matthes_Westray_Hand_rearing_
Commonswifts.pdf

13. Fusté E, Obon E, Olid L. Hand-reared common swifts (Apus apus) in a wildlife rehabilitation centre:
assessment of growth rates using different diets. Journal of Zoo and Aquarium Research. 2013 Oct
31;1(2):61-8.

14. Barker D, Fitzpatrick MP, Dierenfeld ES. Nutrient composition of selected whole invertebrates.
Zoo Biology: Published in affiliation with the American Zoo and Aquarium Association. 1998;17(2):123-34.

15. APUSlife. Growth of wing feathers [Internet]. Berlin: APUSlife; 2008 [cited 2020 Sep 25]. Available
from: http://www.commonswift.org/Growth%20of%20wing%20feathers.html

16. German Association for the Protection of Common Swifts. Growth stages of the Common Swifts
[Internet]. Berlin: German Association for the Protection of Common Swifts; 2008 [cited 2020 Sep 25].
Available from: http://www.commonswift.org/nestlings_english.html

17. APUSlife. The nestlings of the Common Swift [Internet]. Berlin: APUSlife; 2008 [cited 2020 Sep 25].
Available from: http://www.commonswift.org/nestlings_english.html

18. Martins TL. Fledging in the common swift, Apus apus: weight-watching with a difference. Animal
Behaviour. 1997 Jul 1;54(1):99-108.

สัตวแพทยสภาขอแสดงความเสียใจอยา่ งสดุ ซง้ึ กบั ครอบครัว

“มานะวฒั นา”

ในการจากไปของ​นายสัตวแพทย์ ดร. สนธยา มานะวัฒนา​ สัตวแพทยศาสตรบณั ฑิตรุ่นท่ี 63 และศิษยเ์ ก่าดีเดน่
ประจำ� ปี 2558 ของคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหมม่ า ณ โอกาสน้ี

30 สารสัตวแพทยสภา ฉบบั ท่ี ๓๓ เมษายน - มิถุนายน ๒๕๖๔

? คำ�ถาม
การอนบุ าลลูกนกแอ่นบา้ น (House Swift)

1. ข้อใดถกู
ก. นกแอ่นบา้ น และ นกนางแอ่นบ้าน คือนกชนิดเดียวกนั เพียงแต่เรยี กช่ือแตกตา่ งกันไปตามทอ้ งถ่ิน
ข. สามารถพบนกแอน่ บา้ นได้ท่ัวไปตามเมืองใหญจ่ ึงไมใ่ ชส่ ตั วป์ ่าคุ้มครอง
ค. การพบนกแอ่นบ้านอยบู่ นพ้นื ดินไมว่ า่ จะในช่วงอายุใดจะถอื วา่ เป็นเรอื่ งผดิ ปกติ
ง. เมอ่ื พบลกู นกตกจากรัง การจบั โดนตัวลกู นกจะทำ� ใหก้ ลิ่นคนติดไป เมื่อนำ� ไปคืนรังจะท�ำใหพ้ อ่ แม่นกไม่เล้ียง
2. ขนาดของ Feeding tube ทีเ่ หมาะสมกับลกู นกแอน่ บา้ นคือขนาดใด
ก. CH4
ข. CH5
ค. CH6
ง. CH8
3. ความยาวของ Feeding tube ทเ่ี หมาะสมกบั ลกู นกแอน่ บา้ นคอื เท่าใด
ก. 5 เซนตเิ มตร
ข. 6 เซนติเมตร
ค. 7 เซนตเิ มตร
ง. 8 เซนติเมตร
4. ขอ้ ใดคอื อาหารของนกแอ่นบา้ นทีเ่ หมาะสม
ก. อาหารเมด็ สำ� หรับสัตวก์ ินแมลง / ซรี แี ลค็ / หนอนนก
ข. อาหารเมด็ ส�ำหรับสัตวก์ นิ แมลง / หนอนนก / จ้งิ หรีด
ค. ขา้ วสวยหุงสกุ / หนอนนก / ซรี ีแลค็
ง. ขา้ วสวยหุงสุก / ซีรแี ลค็ / จิ้งหรีด
5. ขอ้ ใดถูก
ก. การสอดท่อป้อนลูกนกแอ่นบ้านต้องแน่ใจวา่ สอดท่อถงึ กระเพาะแท้
ข. สามารถใช้ไซรินจธ์ รรมดาปอ้ นอาหารเหลวให้ลูกนกแอ่นบ้านไดโ้ ดยตรง
ค. หากลกู นกแอ่นบา้ นถ่ายอุจจาระทุกคร้ังเมื่อถึงมอ้ื อาหาร แสดงว่าเกิดความผดิ ปกติ
ง. สามารถใชก้ รงนก (ทเี่ ปน็ ซ่กี รง) ในการอนุบาลลูกนกแอ่นบา้ นได้

สารสัตวแพทยสภา ฉบบั ท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ ุนายน ๒๕๖๔ 31

6. ข้อใดคอื ความถ่แี ละปริมาณอาหารแตล่ ะมอื้ สำ� หรับนกแอน่ บ้านทเี่ หมาะสม
ก. ควรปอ้ นอาหารทุก ๆ 2 ช่ัวโมง ปริมาณอาหารมื้อละ 10 % ของนำ้� หนักตัว
ข. ควรปอ้ นอาหารทุก ๆ 2 ชว่ั โมง ปริมาณอาหารมอ้ื ละ 3-5 % ของน�้ำหนักตัว
ค. ควรปอ้ นอาหารทุก ๆ 1 ชั่วโมง ปรมิ าณอาหารมอ้ื ละ 10 % ของนำ้� หนกั ตัว
ง. ควรป้อนอาหารทกุ ๆ 1 ชัว่ โมง ปรมิ าณอาหารมื้อละ 3-5 % ของน�ำ้ หนักตวั
7. โดยปกติลูกนกแอน่ บ้านในธรรมชาตจิ ะไดร้ บั น�ำ้ จากแหล่งใด
ก. พ่อแม่นกจะคายน้ำ� จากกระเพาะพักออกมาปอ้ นใสป่ ากลูกโดยตรง
ข. จากในอาหารเท่านนั้
ค. จากหยดน�ำ้ ค้างในรงั
ง. จากนำ�้ ลายของพอ่ แม่นก
8. ขอ้ ใดถกู
ก. ลูกนกแอ่นบา้ นทีพ่ ร้อมปลอ่ ยจะตอ้ งไม่มีปลอกหมุ้ ท่โี คนขนปลายปกี ซ่งึ เป็นข้อบ่งช้วี ่าขนปกี เจรญิ เต็มทแ่ี ลว้
ข. จำ� เปน็ ตอ้ งใหล้ ูกนกแอ่นบา้ นไดห้ ัดบนิ เป็นระยะเวลาหน่ึงในท่ีเลยี้ งกอ่ นปล่อยส่ธู รรมชาติ
ค. หากลูกนกแอน่ บา้ นท่ขี นเจรญิ เกอื บเตม็ ที่เรม่ิ ไมก่ นิ อาหาร ผู้เลยี้ งต้องพยายามบังคับปอ้ นเพอ่ื ไม่ใหน้ �้ำหนกั ลดลง
ง. สามารถปล่อยนกแอน่ จากพืน้ ดนิ ได้ โดยนกที่แข็งแรงจะสามารถบินขน้ึ ท่ีสูงได้เอง
9. ขอ้ ใดคอื ลักษณะการปลอ่ ยนกแอ่นทเ่ี หมาะสมทีส่ ุด
ก. สามารถปลอ่ ยนกแอน่ บา้ นเวลาใดกไ็ ดต้ งั้ แตเ่ ชา้ ถงึ หัวค�ำ่
ข. จุดทปี่ ลอ่ ยนกแอน่ บา้ นควรมีระยะแนวดิง่ อยา่ งน้อย 6 เมตร หรือเป็นอาคาร 3 ช้ันขน้ึ ไป
ค. หากไมส่ ามารถขน้ึ ไปปลอ่ ยทส่ี ูง สามารถปล่อยนกแอน่ จากพน้ื ดินได้ โดยนกแอน่ บา้ นทจ่ี ะบนิ ขึ้นทีส่ ูงได้เอง
ง. หากวางนกแอน่ บ้านบนมอื แล้วนกไม่บนิ ออกไป ให้โยนนกลงมาจากท่สี งู นกจะพลกิ ตัวออกบินได้เอง
10. ข้อใดคอื คณุ สมบตั ขิ องสถานที่ปล่อยนกแอน่ ที่เหมาะสมท่ีสุด
ก. ไมม่ ีแสงไฟรบกวนในเวลากลางคืน
ข. มนี กชนิดใดกไ็ ด้บินหากนิ อยู่เปน็ ประจำ�
ค. อยหู่ า่ งจากอาคารบ้านเรือน
ง. อยใู่ กลก้ ับโคโลนีรงั ของนกแอน่ บ้าน

32 สารสัตวแพทยสภา ฉบบั ท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ ุนายน ๒๕๖๔

กระดาษคำ� ตอบ ช่องทางการส่งค�ำตอบเพื่อขอหน่วยกิตสะสม
สารสตั วแพทยสภา ฉบบั ที่ ๓๓ (เลอื กชอ่ งทางใดช่องทางหน่ึงเทา่ นั้น)

ชอ่ื -สกลุ _________________________________ ๑. ทำ� ในกระดาษคำ� ตอบ แลว้ พบั ปดิ ผนกึ สง่ ไปรษณีย์
เลขทใ่ี บอนญุ าตฯ___________________________ ทางธุรกจิ ตอบรับ (ไม่ตอ้ งติดแสตมป)์
๒. ท�ำในกระดาษค�ำตอบ แล้วถ่ายรูปส่งมาทาง
กขคง LINE Official Account ของสัตวแพทยสภา

๒ LINE ID: @vetcce
๓ หรอื ส่งมาทอ่ี เี มล [email protected]
๔ ๓. ทำ� แบบทดสอบผา่ นหนา้ เวบ็ ไซต์ (Google form)
๕ https://forms.gle/U8M76zc4iHYdP3gY7
๖ Scan QR code เพอ่ื เข้าทำ�



๑๐

หมดเขตสง่ คำ� ตอบ ภายในวนั ที่ ๓๑ ม.ค. ๒๕๖๕
จากศูนยก์ ารศึกษาต่อเนอ่ื งทางสตั วแพทย์

CE- vol.33

สารสัตวแพทยสภา ฉบับท่ี ๓๓ เมษายน - มถิ นุ ายน ๒๕๖๔ 33

บรกิ ารธุรกิจตอบรบั ใบอนุญาตเลขที่ ปน.(น)/๔๑๗๐ ปณศ.นนทบุรี
ผ้รู ับ ถา้ ฝากสง่ ในประเทศไมต่ อ้ งผนกึ ตราไปรษณยี ากร
สำ� นกั งานสัตวแพทยสภา
๖๘/๘ หมู่ ๑ ถนนนครอนิ ทร์
ตำ� บลบางไผ่ อ�ำเภอเมือง
จังหวดั นนทบรุ ี ๑๑๐๐๐

(กระดาษคำ� ตอบส�ำหรบั ชุดคำ� ถาม-ค�ำตอบ สารสัตวแพทยสภา ฉบับที่ ๓๓)
ศนู ยก์ ารศกึ ษาตอ่ เน่อื งทางสตั วแพทย์

ผฝู้ าก

.................................................................................
.................................................................................
.................................................................................
.................................................................................

34 สารสัตวแพทยสภา ฉบบั ท่ี ๓๓ เมษายน - มิถนุ ายน ๒๕๖๔



เปลี่ยน AD








Click to View FlipBook Version