The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by padayanang, 2022-07-01 00:05:57

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย

เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณไ ทย

กอนทีจ่ ะกลาวถงึ การขอพระราชทานเครอื่ งราชอิสริยาภรณอันเปนทเี่ ชิดชยู ิง่ ชา งเผอื ก
และเครื่องราชอสิ ริยาภรณอ นั มีเกยี รตยิ ศยงิ่ มงกฎุ ไทยใหแ กข า ราชการและลกู จางประจาํ ของสวนราชการ
ในบทนจี้ ะขอกลาวถึงเครื่องราชอสิ รยิ าภรณไ ทยเกยี่ วกบั ความหมาย ประเภทและชนดิ หรอื ตระกลู
ของเครื่องราชอิสรยิ าภรณไทย และรายละเอียดเกย่ี วกบั เครื่องราชอสิ ริยาภรณอนั เปน ท่เี ชดิ ชูย่ิงชา งเผอื ก
และ เครอื่ งราชอสิ ริยาภรณอ นั มีเกยี รตยิ ศยง่ิ มงกุฎไทย ไดแก ประเภทและช่ือ ชน้ั และอักษรยอ
การพระราชทาน ลักษณะและการประดับเคร่ืองราชอิสริยาภรณ เครอื่ งหมายแพรแถบเครอื่ งราช
อสิ ริยาภรณ และเครือ่ งหมายดุมเสอื้ เครอื่ งราชอิสริยาภรณ เพื่อใหเกดิ ความรูและความเขา ใจใน
เบอื้ งตนเกย่ี วกับเครื่องราชอิสรยิ าภรณไทย

ความหมาย :

เครอื่ งราชอสิ ริยาภรณ คือ สิ่งซง่ึ เปนเครื่องหมายแสดงเกยี รตยิ ศ และบาํ เหนจ็
ความชอบ เปน ของพระมหากษตั รยิ ท รงสรา งขึ้นสําหรับพระราชทานเปนบําเหนจ็ ความชอบในราชการ
หรอื สวนพระองค เรยี กเปนสามัญวา ตรา

เครอื่ งราชอสิ ริยาภรณ คือ เคร่ืองหมายที่ใชป ระดับสําหรับเกียรตยิ ศ สมเดจ็ กรม
พระยาดาํ รงราชานุภาพไดท รงพระนิพนธไ วในหนงั สอื ตาํ นานเครอื่ งราชอิศรยิ าภรณส ยามวา “เปน
ของซึ่งพระเจาแผน ดินพระราชทานเปนเครอื่ งหมายเกยี รตยิ ศและบําเหน็จความชอบ” และปรากฏ
ในรัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจกั รไทย อนั เปน กฎหมายสูงสดุ ของประเทศไดย นื ยันในพระราชอาํ นาจ
ของพระมหากษตั ริยตามความในพระนพิ นธท ี่ไดยกมาอางขางตนสืบตอ ๆ มาโดยตลอด อาทเิ ชน
รฐั ธรรมนญู แหงราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2521 ไดต ราไวความวา “มาตรา 9 พระมหากษตั ริย
ทรงไวซึ่งพระราชอาํ นาจท่จี ะสถาปนาฐานนั ดรศกั ดแ์ิ ละพระราชทานเคร่ืองราชอสิ ริยาภรณ”

คาํ วา “เคร่อื งราชอสิ ริยาภรณ” นป้ี รากฏใชเปน คร้ังแรกในพระราชบญั ญัติ
เครอ่ื งราชอิสริยาภรณ พ.ศ.2432 (ร.ศ.108) กอนนัน้ ขนึ้ ไปมีคําที่ใชในความหมายเชน นี้หลายคาํ
เชน “เครื่องราชอิศริยยศ” “เครื่องสําคญั ยศ” และ “เคร่ืองประดบั สําหรับยศ” เปน ตน

-2-

ประเภทของเคร่ืองราชอสิ ริยาภรณไ ทย :

เครือ่ งราชอสิ ริยาภรณไ ทยในปจ จุบันแบงออกไดเปน 4 ประเภท ดังน้ี

ประเภทท่ี 1 เคร่อื งราชอสิ รยิ าภรณสาํ หรับพระราชทานแกป ระมุขของ
รัฐตางประเทศ คือ

เครื่องราชอสิ รยิ าภรณอ ันเปน มงคลยง่ิ ราชมติ ราภรณ (ร.ม.ภ.) มชี ัน้
สายสะพายชนั้ เดยี ว สถาปนาในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระเจาอยหู ัวภมู ิพลอดลุ ยเดช เม่ือ
พุทธศักราช 2505 สําหรบั พระราชทานแกป ระมุขของประเทศ (Head of State)

ประเภทที่ 2 เคร่อื งราชอิสรยิ าภรณส าํ หรบั บาํ เหนจ็ ความชอบในราชการ
แผนดิน มี 8 ชนดิ

1) เครื่องขดั ตยิ ราชอิสรยิ าภรณอันมีเกียรติคณุ รงุ เรอื งย่งิ มหาจกั รี
บรมราชวงศ (ม.จ.ก.) มีช้ันสายสะพายชนั้ เดยี ว สถาปยาในรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา
เจา อยูห วั เมือ่ พุทธศักราช 2425 เพื่อระลึกถึงพระมหากรณุ าธคิ ุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา
จฬุ าโลกมหาราช ปฐมกษตั รยิ แ หงพระบรมราชจักรีวงศ ท่ีไดทรงสถาปนากรงุ เทพมหานครเปน
ราชธานีมาครบ 100 ป สําหรบั พระราชทานแกพ ระบรมวงศานวุ งศซง่ึ สบื เน่อื งโดยตรงในพระบาท
สมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟาจฬุ าโลกมหาราช และผซู ง่ึ พระบรมวงศานวุ งศด งั กลาวไดเ สกสมรสดว ย

2) เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณอ นั เปน โบราณมงคลนพรตั นราชวราภรณ
(น.ร.) มีช้นั สายสะพายชั้นเดยี ว สถาปยาในรชั สมัยพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา เจา อยูหวั เมอ่ื
พุทธศักราช 2401 – 2502 ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ใหส รางดารานพรัตนข้นึ สาํ หรบั ใชประดับทเี่ สอ้ื
ซึ่งทรงเรียกวา “เครอ่ื งประดับสาํ หรบั ยศ” นอกจากน้ี ทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ใหส รา งแหวนนพ
รัตน สําหรับพระราชทานแกพ ระราชวงศฝ า ยหนาและฝา ยใน ตลอดจนขา ราชการช้ัน
ผใู หญซงึ่ เปน พุทธมามกะ ตอมาในรชั สมัยพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลาเจา อยหู วั ทรงพระกรณุ าโปรด
เกลา ฯ ใหส รางดวงตรามหานพรตั น สําหรบั หอ ยสายสะพายขึน้ เปน คร้งั แรกของเคร่ืองราช
อิสริยาภรณไ ทย เมือ่ พทุ ธศกั ราช 2412

3) เครอ่ื งราชอิสรยิ าภรณจุลจอมเกลา สถาปนาในรชั สมัยพระบาทสมเดจ็
พระจุลจอมเกลาเจา อยูหวั เมอื่ พทุ ธศักราช 2416 สาํ หรับพระราชทานแกฝ า ยหนา (บุรษุ ) และฝายใน
(สตร)ี และพระราชทานผสู บื ตระกูล สตรีสามญั ชนซึ่งสมรสแลว

4) เครือ่ งราชอสิ รยิ าภรณอนั มีศกั ดิ์รามาธบิ ดี สถาปนาในรัชสมยั พระบาท
สมเด็จระมงกฎุ เกลาเจา อยหู วั เมอื่ พทุ ธศักราช 2461 สําหรับพระราชทานเปนบําเหน็จความชอบแก

-3-
ผูท ไี่ ดทําความชอบพิเศษ หรอื เปน ประโยชนเ ปนผลดีแกร าชการทหารท้งั ในเวลาสงครามหรอื ใน
ยามสงบศกึ มี 6 ช้นั

5) เครื่องราชอสิ รยิ าภรณอันเปน ท่เี ชิดชยู ่ิงชา งเผือก เรม่ิ สถาปนาใน
รชั สมยั พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูห วั สาํ หรบั พระราชทานแกผ กู ระทาํ ความดคี วามชอบ
เปน ประโยชนแ กราชการหรอื สาธารณชนตามท่ีทรงพระราชดําริเห็นสมควร มี 8 ชนั้

6) เคร่ืองราชอิสรยิ าภรณอันมีเกยี รตยิ ศยงิ่ มงกฎุ ไทย เร่มิ สถาปนาใน
รชั สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา เจา อยหู วั สาํ หรบั พระราชทานแกผ ูก ระทาํ ความดคี วามชอบเปน
ประโยชนแ กร าชการหรอื สาธารณชนตามทท่ี รงพระราชดําริเหน็ สมควร มี 8 ชั้น

7) เคร่ืองราชอสิ รยิ าภรณอ นั เปน ท่สี รรเสรญิ ย่งิ ดเิ รกคุณาภรณ สถาปนา
ในรชั สมัยพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั ภมู ิพลอดลุ ยเดช เม่อื พทุ ธศักราช 2534 สาํ หรับพระราชทาน
แกผ ูก ระทําความดคี วามชอบอนั เปน ประโยชนแ กประเทศ ศาสนา และประชาชน ตามทีท่ รงพระราช
ดาํ รเิ หน็ สมควร มี 7 ชนั้

8) เครื่องราชอิสรยิ าภรณอันเปน สิริยิ่งรามกรี ติ ลกู เสอื สดุดชี ้ันพิเศษ
มีช้ันเดยี ว สถาปนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจาอยูห วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดช เมือ่ พุทธศักราช 2530
ในโอกาสครบรอบ 75 ป ทีพ่ ระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา เจาอยหู ัว ทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ
พระราชทานกาํ เนดิ กจิ การลกู เสอื ไทย เมือ่ พทุ ธศักราช 2455 และเพ่อื เปนการเฉลมิ พระเกยี รติ
พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูหวั ภมู พิ ลอดุลยเดช ในวโรกาสมหามงคลสมยั เฉลิมพระชนมพรรษาครบ
5 รอบ อกี ทงั้ เพอ่ื สงเสรมิ กําลงั ใจแกผอู ุทิศตนในกิจการลกู เสอื อยา งแทจ รงิ

ประเภทท่ี 3 เครื่องราชอสิ ริยาภรณส าํ หรบั บาํ เหนจ็ ความชอบในพระองค

พระมหากษตั ริย สถาปนาในรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา เจา อยูห วั มี 3 ชนดิ คือ

1) เครอื่ งราชอิสริยาภรณร ตั นวราภรณ
2) เคร่ืองราชอิสริยาภรณว ลั ลภาภรณ
3) เครอื่ งราชอสิ ริยาภรณว ชริ มาลา
ปจ จบุ ันเคร่ืองราชอสิ รยิ าภรณท งั้ 3 ชนดิ ดงั กลาวพนสมยั การพระราชทานแลว

ประเภทที่ 4 เหรียญราชอสิ รยิ าภรณต า ง ๆ ซงึ่ นบั เปนเคร่อื งราชอสิ ริยาภรณ

มี 4 ชนิด คือ
1) เหรยี ญสาํ หรับพระราชทานเปน บําเหน็จกลาหาญ
1.1 เหรียญกลา หาญ
1.2 เหรยี ญชยั สมรภูมิ

-4-

1.3 เหรยี ญพิทักษเ สรชี น
1.4 เหรยี ญปราบฮอ *
1.5 เหรยี ญงานพระราชสงครามยโุ รป *
1.6 เหรยี ญราชนยิ ม *
1.7 เหรียญพิทกั ษร ฐั ธรรมนูญ *
1.8 เหรยี ญศานติมาลา *

2) เหรียญสาํ หรับพระราชทานเปนบําเหน็จในราชการ
2.1 เหรยี ญดษุ ฎมี าลาเข็มศลิ ปวทิ ยา
2.2 เหรียญชว ยราชการเขตภายใน *
2.3 เหรียญราชการชายแดน
2.4 เหรียญจกั รมาลา
2.5 เหรียญจกั รพรรดมิ าลา
2.6 เหรยี ญศารทลู มาลา *
2.7 เหรียญบษุ ปมาลา *
2.8 เหรยี ญลูกเสือสรรเสริญ
2.9 เหรยี ญลกู เสอื สดดุ ี

3) เหรียญสาํ หรับพระราชทานเปนบําเหน็จในพระองคพระมหากษตั ริย
3.1 เหรยี ญรตั นาภรณ *
3.2 เหรยี ญราชรจุ ิ *

4) เหรียญทพี่ ระราชทานเปน ท่รี ะลึก
4.1 เหรียญสตพรรษมาลา *
4.2 เหรียญรัชฎาภเิ ศกมาลา *
4.3 เหรียญประพาสมาลา *
4.4 เหรียญราชินี *
4.5 เหรยี ญทวีธาภเิ ศก *
4.6 เหรยี ญรชั มงคล *
4.7 เหรียญรัชมังคลาภิเศก *

_____________________________________________________________________________
* เปนเหรยี ญราชอสิ รยิ าภรณท ี่พนสมยั การพระราชทานแลว

-5-

4.8 เหรยี ญบรมราชาภิเษก รชั กาลท่ี 6*
4.9 เหรียญบรมราชาภเิ ษก รัชกาลที่ 7*
4.10 เหรียญบรมราชาภิเษก รัชกาลท่ี 9**
4.11 เหรยี ญชยั *
4.12 เหรยี ญเฉลมิ พระนคร 150 ป *
4.13 เหรยี ญงานฉลอง 25 พทุ ธศตวรรษ
4.14 เหรียญทร่ี ะลกึ ในการเสดจ็ พระราชดาํ เนินเยือนสหรัฐอเมริกา

และทวปี ยโุ รป
4.15 เหรยี ญรชั ดาภิเษก
4.16 เหรยี ญสนองเสรชี น
4.17 เหรียญทรี่ ะลึกพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธริ าชฯ

สยามมกฎุ ราชกมุ าร
4.18 เหรยี ญทรี่ ะลกึ พระราชพิธสี ถาปนาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

สยามบรมราชกุมารี
4.19 เหรยี ญทร่ี ะลึกสมโภชนก รงุ รตั นโกสินทร 200 ป
4.20 เหรยี ญเฉลมิ พระเกียรตสิ มเดจ็ พระนางเจา สริ ิกิติ์ พระบรมราชนิ นี าถ

(พระชนมมายคุ รบ 50 พรรษา)
4.21 เหรียญเฉลิมพระเกยี รตสิ มเดจ็ พระศรนี ครนิ ทราบรมราชชนนี

(พระชนมายคุ รบ 84 พรรษา)
4.22 เหรยี ญเฉลมิ พระเกยี รตพิ ระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ล

อดลุ ยเดช มหามงคลสมัยพระราชพิธีเฉลมิ พระชนมายุ 60 พรรษา
4.23 เหรยี ญเฉลมิ พระเกียรติพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ล

อดลุ ยเดช มหามงคลสมยั พระราชพธิ รี ัชมังคลาภเิ ษก
4.24 เหรยี ญกาชาดสรรเสริญ
4.25 เหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นท่ี 1 **
4.26 เหรียญกาชาดสมนาคณุ ช้ันที่ 2 **
4.27 เหรยี ญกาชาดสมนาคุณ ช้ันท่ี 3 **
_______________________________________________________________________________
* เปน เหรยี ญราชอสิ ริยาภรณท ีพ่ นสมยั การพระราชทานแลว
** ประดบั ไดเ ฉพาะผไู ดร ับพระราชทาน

-6-

ในทนี่ ี้จะขอกลาวเฉพาะความรูเกย่ี วกบั เครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณอ นั เปน ทเ่ี ชดิ ชยู งิ่
ชา งเผือก และเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณอ ันมีเกยี รตยิ ศยง่ิ มงกฎุ ไทย ไวพอสงั เขป ดงั นี้

เครอ่ื งราชอิสริยาภรณอันเปนที่เชิดชูยิ่งชา งเผือก :

1. ประเภทและชอ่ื

1.1 ประเภท : เคร่ืองราชอสิ รยิ าภรณสาํ หรับพระราชทานเปนบาํ เหนจ็

ความชอบในราชการแผน ดนิ

1.2 ชื่อ : เครือ่ งราชอิสริยาภรณอนั เปนที่เชิดชยู งิ่ ชา งเผอื ก

1.3 ช่ือภาษาองั กฤษ : The Most Exalted Order of the White Elephant

1.4 ชื่อยอ : เคร่ืองราชอิสรยิ าภรณช า งเผือก

2. ชัน้ และอักษรยอ

พระราชบัญญตั ิเคร่ืองราชอสิ รยิ าภรณอ นั เปน ทีเ่ ชิดชูยง่ิ ชา งเผือก พ.ศ.2484
แบงเคร่อื งราชอสิ รยิ าภรณน เ้ี ปน 8 ช้ัน โดยไดก าํ หนดนามดงั ตอ ไปน้ี

2.1 ช้ันสูงสดุ มหาปรมาภรณชางเผือก อักษรยอ ม.ป.ช.

(Knight Grand Cordon (Specia Class) of the Most Exalted Order of the White Elephant)

2.2 ชน้ั ที่ 1 ประถมาภรณช า งเผอื ก อักษรยอ ป.ช.

(Knight Grand Cross (First Class) of the Most Exalted Order of the White Elephant)

2.3 ช้นั ท่ี 2 ทวีตยิ าภรณช า งเผือก อกั ษรยอ ท.ช.

(Knight Commander (Second Class) of the Most Exalted Order of the White Elephant)

2.4 ชัน้ ที่ 3 ตริตาภรณช า งเผือก อักษรยอ ต.ช.

(Commander (Third Class) of the Most Exalted Order of the White Elephant)

2.5 ชนั้ ท่ี 4 จัตุรถาภรณชา งเผือก อักษรยอ จ.ช.

(Companion (Fourth Class) of the Most Exalted Order of the White Elephant)

2.6 ชัน้ ที่ 5 เบญจมาภรณช างเผอื ก อักษรยอ บ.ช.

(Member (Fifth Class) of the Most Exalted Order of the White Elephant)

-7-

2.7 ชั้นท่ี 6 เหรียญทองชางเผอื ก อกั ษรยอ ร.ท.ช.
(The Gold Medal (Sixth Class) of the White Elephant) อักษรยอ ร.ง.ช.

2.8 ช้นั ที่ 7 เหรยี ญเงินชางเผอื ก
(The Silver Medal (Seventh Class) of the White Elephant)

3. การพระราชทาน

- พระราชทานแกผูกระทาํ ความดีความชอบเปนประโยชนแ กราชการ
หรือสาธารณชนตามทีท่ รงพระราชดํารเิ ห็นสมควร ทรงพระราชทานท้ังบรุ ุษและสตรี

- เจา นายหรอื ผมู เี กียรตขิ องตา งประเทศอาจไดรบั พระราชทานเครอื่ งราช

อิสรยิ าภรณนไี้ ด

- ผทู ี่ไดรับพระราชทานตั้งแตช ้นั ที่ 5 ขึน้ ไป คือ ช้นั เบญจมาภรณชา งเผือก
ขนึ้ ไป (บ.ช. – ม.ป.ช.) มีประกาศนยี บตั รทรงลงพระปรมาภไิ ธยประทบั พระราชลญั จกรกํากบั ดว ย
สําหรบั ผูทีไ่ ดรับพระราชทานช้ันที่ 6 และชน้ั ที่ 7 คือ เหรยี ญทองชา งเผือก และเหรยี ญเงินชางเผือก (ร.ท.ช.
– ร.ง.ช.) มีการประกาศนามในราชกจิ จานเุ บกษาอยา งเดยี วไมมีประกาศนียบตั รกาํ กบั

4. ลักษณะและการประดับเครื่องราชอิสรยิ าภรณ

ลกั ษณะและการประดับของเครอ่ื งราชอิสริยาภรณช างเผอื ก ไดมีพระราช
บญั ญตั ิเครอ่ื งราชอิสริยาภรณอนั เปนทเ่ี ชดิ ชยู ่ิงชา งเผอื ก พ.ศ.2484 กําหนดลกั ษณะและการประดับ
ของเครอ่ื งราชอสิ ริยาภรณอนั เปน ท่ีเชดิ ชยู ง่ิ ชา งเผือก ดงั ตอไปนี้

-8-

ชน้ั สงู สุด : มหาปรมาภรณชางเผอื ก
ดวงตราดานหนาเปนรูปชางไอราพตลงยาสีขาวอยบู นพน้ื ทองในดอกบัวบาน
กลบี ลงยาสชี มพสู ลับแดงเกสรเงิน รอบนอกมีกระจงั ทองลงยาสเี ขียวสที่ ศิ มรี ัศมีเปลวเงนิ ตามระหวา ง
ดา นหลังเปล่ียนรูปชา งเปนอกั ษรพระปรมาภไิ ธยยอ ม.ป.ร.ลงยาสแี ดง เบ้อื งบนมอี ณุ าโลมเงินและ
พระมหามงกฎุ ทอง มรี ัศมหี อยกบั แพรแถบกวาง 10 เซนติเมตรสีแดงริมเขยี วมีริว้ เหลืองรว้ิ นาํ้ เงินขนาดเลก็
ควบคั่นท้งั สองขา ง สะพายบา ซา ยเฉยี งลงทางขวา กับมีดาราดา นหนา อยางดวงตราแตย อ มกวา
ซอนอยูบนรัศมเี งนิ จําหลกั เปน เพชรสรงสีแ่ ฉกรศั มีทองส่แี ฉก ประดบั ที่อกเสอ้ื เบ้อื งซาย
สําหรบั พระราชทานสตรี ดวงตรา ดารามขี นาดยอมกวา และสายสะพาย
มขี นาดยอ มกวา ใชข นาดกวา ง 7.5 เซนติเมตร สะพายบาซายเฉยี งลงทางขวา

-9-

ชัน้ ที่ 1 : ประถมาภรณช า งเผอื ก
ดวงตราดา นหนา เปน รูปชา งเผอื กทรงเคร่อื งยืนแทน อยูบ นพืน้ ทองใน
ดอกบวั บาน กลีบลงยาสีแดงสลบั เขยี วเกสรเงิน รอบนอกมีกระจงั เงนิ แปดทิศ มีกระจงั แทรกตาม
ระหวา ง ดา นหลังเปลยี่ นรูปชา งเผอื กเปนอกั ษรพระปรมาภิไธยยอ ม.ป.ร.ลงยาสีแดง เบอื้ งบนมี
พระมหามงกฎุ ทอง มีรศั มีหอยกบั แพรแถบกวา ง 10 เซนตเิ มตรสแี ดงรมิ เขียวมรี ิ้วเหลอื ง รว้ิ น้าํ เงนิ ขนาด
ใหญค วบคัน่ ทง้ั สองขา ง สะพายบา ขวาเฉียงลงทางซา ย กบั มีดาราดา นหนาอยางดวงตราแตกระจงั ยาว
กวา ดานหลังเปนทองประดบั ท่อี กเสื้อเบอื้ งซา ย
สาํ หรับพระราชทานสตรี ดวงตรา ดาราและสายสะพายมขี นาดยอมกวา
ใชขนาดกวา ง 7.5 เซนติเมตร สะพายบา ขวาเฉยี งลงทางซา ย

- 10 -

ชน้ั ที่ 2 : ทวตี ิยาภรณช า งเผอื ก
ดวงตราอยางประถมาภรณแ ตย อมกวา และทพ่ี ระมหามงกุฎไมมรี ัศมี
ดานหลงั เปนทองเกล้ียงหอยกบั แพรแถบกวา ง 4 เซนตเิ มตร สวมคอ กับมดี าราอยางประถมาภรณ
ประดับทอ่ี กเส้อื เบื้องซา ย
สําหรับพระราชทานสตรี ดวงตราและดาราขนาดยอ มกวา ดวงตราใช
หอยกับแพรแถบผกู เปนรูปแมลงปอ ประดบั เสื้อทีห่ นา บาซา ย

ไมม ดี ารา - 11 -
บา ซา ยแตไมม ดี ารา ชน้ั ที่ 3 : ตริตาภรณช า งเผอื ก
ดวงตราอยา งทวตี ยิ าภรณห อ ยกับแพรแถบกวา ง 4 เซนติเมตร สวมคอ

สําหรับพระราชทานสตรี ดวงตราอยา งทวตี ยิ าภรณส ตรี ประดับทหี่ นา

- 12 -
ช้ันที่ 4 : จตั รุ ถาภรณชา งเผอื ก
ดวงตราอยา งตริตาภรณแ ตย อมกวา หอ ยกบั แพรแถบขนาดกวา ง 3 เซนตเิ มตร
มดี อกไมจ บี ตดิ บนแพรแถบ ประดบั ที่อกเสือ้ เบือ้ งซา ย
สาํ หรับพระราชทานสตรี มีลักษณะเชน เดยี วกันแตแพรแถบใหผ กู เปน รปู แมลงปอ
ประดับเสื้อทห่ี นา บา ซาย

ช้นั ที่ 5 : เบญจมาภรณชา งเผอื ก
ดวงตราอยา งจตั ุรถาภรณแ ตไ มมีดอกไมจ บี
สําหรบั พระราชทานสตรี มลี ักษณะเชนเดยี วกนั แตแ พรแถบใหผ กู เปน
รปู แมลงปอ ประดบั เสอ้ื ทหี่ นา บา ซา ย

- 13 -

ชน้ั ท่ี 6 : เหรยี ญทองชางเผือก
เปนเหรยี ญเงนิ กลมกาไหลทอง ดานหนา เปนรูปชางเผอื กอยใู นดอกบัวบาน
ดานหลังเปน อกั ษรพระปรมาภไิ ธยยอ ม.ป.ร. เบอ้ื งบนมีพระมหามงกฎุ หอยกบั แพรแถบขนาดกวาง
3 เซนตเิ มตร ประดับทอ่ี กเสือ้ เบ้อื งซา ย
สําหรับพระราชทานสตรี แพรแถบใหผ กู เปน รปู แมลงปอ ประดบั เส้อื ที่
หนา บา ซาย

ช้นั ที่ 7 : เหรยี ญเงนิ ชา งเผอื ก
มีลกั ษณะอยางเหรยี ญทอง แตไ มมีกาไหลท อง ประดับท่อี กเสื้อเบื้องซา ย
สําหรบั พระราชทานสตรี แพรแถบใหผ กู เปน รูปแมลงปอ ประดับเสอื้ ที่

หนาบาซา ย

- 14 -

5. ลกั ษณะและการประดับเครื่องหมายสาํ หรับประดับเแพรแถบเครื่องราช
อิสริยาภรณ และเคร่ืองหมายท่ีใชสําหรับเปน ดมุ เสือ้

เคร่ืองหมายสาํ หรบั ประดับแพรแถบเคร่ืองราชอิสริยาภรณ ใชประดบั
แทนเครอ่ื งราชอิสริยาภรณใ นโอกาสแตงกายเคร่อื งแบบปกตขิ าว เครอื่ งแบบปฏบิ ัตริ าชการ หรือ
เคร่อื งแบบปฏิบัตงิ านอ่ืน ประดับที่อกเส้ือเหนอื ปกกระเปา เสอ้ื เบื้องซาย

เคร่ืองหมายท่ใี ชเ ปน ดมุ เสอื้ ใชประดับแทนเครือ่ งราชอิสริยาภรณใ นโอกาส
แตง ชดุ ไทยสสี ุภาพประดับทเ่ี หนอื กระเปา ซา ย และชุดสากลประดบั ทร่ี งั ดมุ คอพับของเสือ้ สากล
เบอ้ื งซา ย โดยจะประดบั ชั้นสงู สดุ เพียงดวงเดยี ว สาํ หรบั สตรีใหป ระดับไดเฉพาะกบั ชุดไทยเรือนตน
ชุดไทยจิตรลดา ชดุ ไทยอมรนิ ทร และชุดไทยบรมพมิ าน

พระราชกฤษฎกี ากําหนดเคร่อื งหมายสาํ หรบั ประดับแพรแถบเครื่องราช
อิสรยิ าภรณแ ละทใ่ี ชเ ปน ดมุ เสื้อ พ.ศ.2498 และแกไ ขเพม่ิ เติม ไดกําหนดลักษณะของเคร่ืองหมาย
ประดับแพรแถบและเคร่อื งหมายทใ่ี ชเ ปน ดุมเสื้อไว 7 ตระกูล ซึ่งในทน่ี ี้จะกลา วเฉพาะเคร่ืองราช
อิสริยาภรณอนั เปน ทีเ่ ชดิ ชูยงิ่ ชา งเผือก ดงั ตอไปน้ี

เครือ่ งราชอสิ รยิ าภรณอ นั เปน ท่เี ชิดชยู งิ่ ชา งเผือก ใหม เี ครอ่ื งหมายสาํ หรบั
ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณและเครอ่ื งหมายดุมเสื้อ ตั้งแตช ั้นเบญจมาภรณขึ้นไป ดังนี้

ชัน้ สงู สดุ : มหาปรมาภรณช างเผอื ก
เครื่องหมายสาํ หรบั ประดับแพรแถบ เปนรูปชางไอราพต ลงยาสีขาวตดิ ไว
กลางแพรแถบของเคร่ืองราชอิสริยาภรณ ชนั้ มหาปรมาภรณช า งเผือก ประดบั ท่อี กเส้อื เหนอื ปกกระเปา
เส้ือเบื้องซา ย
เครอ่ื งหมายดมุ เส้อื เปน รูปชา งไอราพต ลงยาสีขาวตดิ ไวกลางดุมซึง่ ทาํ เปน
รูปดอกไมจ ีบสตี ามแพรแถบของเครือ่ งราชอิสรยิ าภรณ ชั้นมหาปรมาภรณช า งเผือก ใหประดบั ที่
รังดุมคอพบั ของเส้ือสากลเบ้อื งซาย หรือใชประดับท่ีเหนอื กระเปาซายของเครื่องแตงกายชุดไทย

- 15 -
ชน้ั ท่ี 1 : ประถมาภรณช างเผอื ก
เคร่อื งหมายสาํ หรบั ประดบั แพรแถบ เปน รูปชางเผอื กทรงเครือ่ งยืนแทน
อยใู นดอกบวั บานกลบี ลงยาสีแดงสลบั เขยี ว เกสรเงนิ ตดิ ไวกลางแพรแถบของเครอ่ื งราชอสิ ริยาภรณ ช้นั
ประถมาภรณช างเผือก ประดับทีอ่ กเส้อื เหนอื ปกกระเปาเสื้อเบื้องซา ย
เคร่อื งหมายดมุ เสอื้ เปนรปู ชา งเผอื กทรงเครอื่ งยืนแทน อยูในดอกบวั บาน
กลบี ลงยาสแี ดงสลบั เขียว เกสรเงิน ติดไวก ลางดมุ ซ่งึ ทําเปน รูปดอกไมจ บี สตี ามแพรแถบของ
เครอ่ื งราชอิสริยาภรณ ชนั้ ประถมาภรณช า งเผอื ก ใหประดบั ทรี่ งั ดุมคอพับของเสือ้ สากลเบอ้ื งซา ย
หรือใชประดบั ทีเ่ หนือกระเปา ซายของเครอ่ื งแตง กายชดุ ไทย

ชั้นที่ 2 : ทวตี ยิ าภรณช า งเผือก
เคร่อื งหมายสาํ หรับประดับแพรแถบ เปน รูปชา งทรงเครือ่ งยนื แทน อยใู น
ดอกบัวบานทอง เกสรเงนิ ตดิ ไวก ลางแพรแถบของเครื่องราชอิสรยิ าภรณ ชั้นทวีตยิ าภรณชา งเผอื ก
ประดับทอ่ี กเส้ือเหนือปกกระเปา เส้อื เบือ้ งซาย
เคร่อื งหมายดมุ เสือ้ เปนรูปชางทรงเครอื่ งยืนแทน อยใู นดอกบวั บานทอง
เกสรเงนิ ตดิ ไวก ลางดมุ ซง่ึ ทาํ เปน รปู ดอกไมจ ีบสตี ามแพรแถบของเคร่อื งราชอิสริยาภรณ ช้ัน
ทวตี ยิ าภรณชางเผือก ใหป ระดบั ท่รี งั ดุมคอพบั ของเส้ือสากลเบ้ืองซาย หรือใชประดบั ทีเ่ หนอื กระเปา
ซายของเครือ่ งแตงกายชดุ ไทย

- 16 -
ชนั้ ที่ 3 : ตริตาภรณชา งเผอื ก
เครอ่ื งหมายสาํ หรบั ประดับแพรแถบ เปนรปู ชา งทรงเครื่องยืนแทน อยใู น
ดอกบวั บานเงนิ เกสรเงิน ตดิ ไวก ลางแพรแถบของเครอื่ งราชอิสริยาภรณ ชั้นตรติ าภรณชา งเผอื ก
ประดบั ที่อกเสื้อเหนอื ปกกระเปาเสื้อเบอื้ งซาย
เครื่องหมายดมุ เสือ้ เปนรูปชางทรงเครื่องยืนแทน อยใู นดอกบัวบานเงนิ
เกสรเงนิ ตดิ ไวกลางดมุ ซึง่ ทาํ เปน รปู ดอกไมจีบสตี ามแพรแถบของเครือ่ งราชอิสรยิ าภรณ
ช้ันตริตาภรณช างเผือก ใหป ระดบั ทีร่ ังดมุ คอพับของเส้ือสากลเบอื้ งซา ย หรือใชประดับท่ีเหนอื กระเปา
ซายของเครอ่ื งแตงกายชุดไทย

ชนั้ ที่ 4 : จัตุรถาภรณชา งเผอื ก
เครอื่ งหมายสาํ หรับประดบั แพรแถบ เปน รปู ชา งทรงเครอื่ งยนื แทน ทอง
ติดไวก ลางแพรแถบของเครอื่ งราชอสิ ริยาภรณ ช้นั จตั รุ ถาภรณช างเผอื ก ประดบั ทอ่ี กเสอ้ื เหนอื ปก
กระเปา เส้อื เบอ้ื งซาย
เครอื่ งหมายดมุ เส้อื เปนรปู ชางทรงเคร่ืองยืนแทน ทอง ตดิ ไวก ลางดมุ
ซ่ึงทาํ เปน รปู ดอกไมจ ีบสตี ามแพรแถบของเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ ชนั้ จตั ุรถาภรณช างเผือก ให
ประดับที่รังดมุ คอพับของเสอ้ื สากลเบ้ืองซา ย หรือใชประดบั ทเี่ หนอื กระเปา ซา ยของเครื่องแตง กาย
ชดุ ไทย

- 17 -

ช้นั ท่ี 5 : เบญจมาภรณช า งเผือก
เครอ่ื งหมายสาํ หรับประดับแพรแถบ เปน รปู ชา งทรงเครอ่ื งยืนแทน เงนิ
ตดิ ไวก ลางแพรแถบของเครื่องราชอิสรยิ าภรณ ชั้นเบญจมาภรณช างเผอื ก ประดับทอ่ี กเสอื้ เหนอื
ปกกระเปาเสื้อเบือ้ งซาย
เคร่ืองหมายดมุ เส้ือ เปนรูปชา งทรงเครื่องยืนแทน เงิน ตดิ ไวก ลางดุม
ซึ่งทาํ เปน รูปดอกไมจ บี สีตามแพรแถบของเครื่องราชอิสริยาภรณ ชนั้ เบญจมาภรณชา งเผอื ก ใหประดบั ท่ี
รงั ดมุ คอพับของเสือ้ สากลเบื้องซา ย หรอื ใชประดับทเ่ี หนือกระเปา ซายของเครอ่ื งแตง กาย
ชดุ ไทย

เครือ่ งราชอสิ ริยาภรณอันมีเกยี รติยศยิง่ มงกุฎไทย :

1. ประเภทและชือ่

1.1 ประเภท : เครอ่ื งราชอสิ ริยาภรณสาํ หรบั พระราชทานเปนบาํ เหน็จ

ความชอบในราชการแผน ดิน

1.2 ชือ่ : เคร่อื งราชอิสรยิ าภรณอ นั มีเกยี รตยิ ศยงิ่ มงกุฎไทย

1.3 ชอ่ื ภาษาองั กฤษ : The Most Noble Order of the Crown of Thailand

1.4 ชือ่ ยอ : เครอ่ื งราชอิสรยิ าภรณมงกฎุ ไทย

2. ชนั้ และอักษรยอ

พระราชบญั ญตั ิเครอ่ื งราชอสิ ริยาภรณอนั มเี กยี รตยิ ศยิง่ มงกฎุ ไทย พ.ศ.2484
แบง เครือ่ งราชอิสริยาภรณนเี้ ปน 8 ชน้ั โดยไดก ําหนดนามดงั ตอไปน้ี

2.1 ช้นั สงู สดุ มหาวชิรมงกฎุ อักษรยอ ม.ว.ม.

(Knight Grand Cordon of the Most Noble Order of the Crown of Thailand)

2.2 ชั้นที่ 1 ประถมาภรณม งกฎุ ไทย อักษรยอ ป.ม.

(Knight Grand Cross (First Class) of the Most Noble Order of the Crown of Thailand)

- 18 -

2.3 ช้ันที่ 2 ทวตี ิยาภรณม งกฎุ ไทย อกั ษรยอ ท.ม.

(Knight Commander (Second Class) of the Most Noble Order of the Crown of Thailand)

2.4 ช้ันท่ี 3 ตรติ าภรณมงกุฎไทย อักษรยอ ต.ม.

(Commander (Third Class) of the Most Noble Order of the Crown of Thailand)

2.5 ชัน้ ที่ 4 จัตุรถาภรณมงกุฎไทย อกั ษรยอ จ.ม.

(Companion (Fourth Class) of the Most Noble Order of the Crown of Thailand)

2.6 ชั้นท่ี 5 เบญจมาภรณม งกฎุ ไทย อักษรยอ บ.ม.

(Member (Fifth Class) of the Most Noble Order of the Crown of Thailand)

2.7 ชัน้ ท่ี 6 เหรยี ญทองมงกฎุ ไทย อักษรยอ ร.ท.ม.
(The Gold Medal (Sixth Class) of the Crown of Thailand)

2.8 ชน้ั ที่ 7 เหรยี ญเงนิ มงกุฎไทย อักษรยอ ร.ง.ม.
(The Silver Medal (Seventh Class) of the Crown of Thailand)

3. การพระราชทาน

- พระราชทานแกผ กู ระทาํ ความดีความชอบเปนประโยชนแ กราชการ
หรือสาธารณชนตามท่ีทรงพระราชดําริเห็นสมควร ทรงพระราชทานทั้งบรุ ษุ และสตรี

- เจา นายหรอื ผมู ีเกยี รตขิ องตางประเทศอาจไดร ับพระราชทานเครอื่ งราช

อิสริยาภรณน ไี้ ด

- ผูท ีไ่ ดรับพระราชทานตง้ั แตช น้ั ที่ 5 ขึน้ ไป คอื ชั้นเบญจมาภรณม งกฎุ ไทย
ขึน้ ไป (บ.ม. – ม.ว.ม.) มีประกาศนยี บตั รทรงลงพระปรมาภไิ ธยประทบั พระราชลัญจกรกาํ กบั ดว ย สําหรบั
ผทู ีไ่ ดร ับพระราชทานช้นั ที่ 6 และชั้นท่ี 7 คอื เหรยี ญทองมงกุฎไทย และเหรียญเงนิ มงกฎุ ไทย (ร.ท.ม. –
ร.ง.ม.) มกี ารประกาศนามในราชกจิ จานุเบกษาอยา งเดยี วไมม ีประกาศนยี บตั รกาํ กับ

4. ลักษณะและการประดับเคร่ืองราชอิสรยิ าภรณ

ลักษณะและการประดบั ของเครื่องราชอสิ ริยาภรณมงกุฎไทย ไดม พี ระราช
บญั ญตั ิเครื่องราชอสิ รยิ าภรณอ ันมเี กยี รติยศยงิ่ มงกฎุ ไทย พ.ศ.2484 กําหนดลักษณะและการประดับ
ของเครื่องราชอสิ ริยาภรณอนั มีเกยี รติยศยงิ่ มงกุฎไทย ดงั ตอไปนี้

- 19 –

ช้นั สงู สดุ : มหาวชิรมงกฎุ
ดวงตราเปน กลบี บัวทองแววลงยาสีแดงสกี่ ลบี มพี ระมหาวชรริ าวุธเงนิ แทรก
สลับตามระเบียบ กลางดวงตรามอี กั ษรพระปรมาภิไธยยอ ร.ร. กับเลข 6 เปน เพรชสรงมี
เนอื้ สีเงินลอ มรอบอยูภ ายใตพ ระมหามงกฎุ ทอง เบ้อื งบนมพี ระเศวตฉตั รรัศมที อง หอยกบั แพรแถบ
ขนาดกวา ง 10 เซนติเมตร สคี รามแกมรี ้ิวแดงริ้วขาวอยูรมิ ท้ังสองขาง สายสะพายบา ซา ยเฉยี งลงมา
ทางขวา กบั มีดาราเปน รัศมเี งินสที่ ิศ มรี ศั มสี ายฟาทองแทรกสลบั ตามระหวางกลางดาราเหมอื นอยาง
ดวงตรา แตอกั ษรพระปรมาภิไธยยอประดบั เพชรและไมมพี ระเศวตฉตั ร ประดับทอี่ กเส้ือเบอ้ื งซาย
สาํ หรับพระราชทานสตรี ดวงตรา ดาราและสายสะพาย มขี นาดยอมกวา
ใชข นาดกวาง 7.5 เซนตเิ มตร

- 20 –

ช้ันท่ี 1 : ประถมาภรณม งกฎุ ไทย
ดวงตราเปนรปู พระมหามงกฎุ อยใู นลายหวานลอ มทอง พนื้ ลงยาสนี ้าํ เงิน
และสีแดง มกี ระจงั เงินใหญส ่ที ิศเล็กส่ที ศิ มรี ัศมที องสลับตามระหวาง ดานหลงั เปลยี่ นพระมหา
มงกุฎเปน อักษรพระปรมาภไิ ธยยอ จ.ป.ร. เบ้อื งบนมีจลุ มงกุฎหอ ยกบั แพรแถบขนาดกวา ง 10 เซนติเมตร
สีนํา้ เงินริมเขียว มีร้ิวเหลอื งริว้ แดงขนาดใหญค วบคนั่ ทง้ั สองขา ง สะพายบา ขวาเฉยี งลงมาทางซา ย
กับมีดารารปู อยางดานหนาดวงตรา แตไมมจี ลุ มงกฎุ ดานหลังเปนทอง ประดบั ที่อกเสอื้ เบื้องซาย
สําหรับพระราชทานสตรี ดวงตรา ดารา และสายสะพาย มีขนาดยอ มกวา
ใชขนาดกวา ง 7.5 เซนตเิ มตร

- 21 –

ชัน้ ที่ 2 : ทวีตยิ าภรณม งกฎุ ไทย
ดวงตราอยา งประถมาภรณ แตด า นหลังเปน ทองเกลย้ี ง หอยกับแพรแถบ
ขนาดกวา ง 4 เซนตเิ มตร สวมคอ กบั มีดาราอยางประถมาภรณ ประดบั ที่อกเสอื้ เบอื้ งซา ย
สาํ หรบั พระราชทานสตรี ดวงตรา ดารา มีขนาดยอมกวา ดวงตราใช
หอ ยกบั แพรแถบผูกเปน รูปแมลงปอ ประดบั เสอ้ื ที่หนา บาซาย

มดี ารา - 22 –
หนา บาซา ย ชนั้ ที่ 3 : ตริตาภรณม งกุฎไทย
ดวงตราอยางทวตี ิยาภรณ หอ ยกับแพรแถบขนาดกวาง 4 เซนตเิ มตร สวมคอไม

สําหรบั พระราชทานสตรี ดวงตราอยางทวตี ิยาภรณ ไมมดี ารา ประดับเส้ือท่ี

- 23 –
ช้ันที่ 4 : จตั ุรถาภรณม งกฎุ ไทย
ดวงตราอยา งตรติ าภรณแ ตยอ มกวา หอ ยกับแพรแถบขนาดกวา ง 3 เซนตเิ มตร
มีดอกไมจีบตดิ บนแพรแถบ ประดับทอี่ กเส้อื เบือ้ งซาย
สาํ หรับพระราชทานสตรี มีลกั ษณะเชนเดยี วกันแตแ พรแถบใหผ ูกเปน รูป
แมลงปอ ประดบั เส้ือที่หนาบา ซา ย

ช้นั ที่ 5 : เบญจมาภรณมงกฎุ ไทย
ดวงตราอยางจตั รุ ถาภรณ แตไ มม ีดอกไมจ บี
สาํ หรบั พระราชทานสตรี ลกั ษณะเชน เดยี วกนั แตแ พรแถบใหผกู เปน รปู
แมลงปอ ประดับเสือ้ ทีบ่ าหนาซา ย

- 24 –
ชนั้ ท่ี 6 : เหรียญทองมงกุฎไทย
เปนเหรยี ญเงนิ กลมกาไหลท อง ดานหนา เปน รูปพระมหามงกฎุ อยใู น
ลายหวา นลอม ดา นหลังเปนอักษรพระปรมาภไิ ธยยอ จ.ป.ร. เบ้ืองบนมจี ุลมงกฎุ หอ ยกับแพรแถบ
ขนาดกวาง 3 เซนติเมตร ประดับท่ีอกเสอื้ เบอื้ งซา ย
สําหรับพระราชทานสตรี แพรแถบใหผกู เปน รูปแมลปอ ประดับเส้ือ
ท่ีบา หนาซาย

ชน้ั ท่ี 7 : เหรียญเงนิ มงกฎุ ไทย
มลี ักษณะอยา งเหรยี ญทอง แตไ มมกี าไหลท อง ประดับทอี่ กเสอ้ื เบือ้ งซาย
สาํ หรับพระราชทานสตรี แพรแถบใหผ กู เปน รูปแมลงปอทาํ นองเดียวกบั เหรียญทอง
ประดบั เสื้อทบ่ี า หนาซาย

- 25 –

5. ลักษณะและการประดับเครอ่ื งหมายสาํ หรับประดับเแพรแถบเครอื่ งราช
อิสรยิ าภรณ และเครื่องหมายท่ใี ชสําหรบั เปน ดุมเส้ือเคร่ืองราชอสิ รยิ าภรณ

เครอ่ื งหมายสาํ หรบั ประดบั แพรแถบเครอื่ งราชอสิ ริยาภรณ ใชประดบั แทน
เครอ่ื งราชอิสริยาภรณใ นโอกาสแตงกายเครอื่ งแบบปกตขิ าว เคร่ืองแบบปฏบิ ตั ริ าชการ หรือ
เคร่ืองแบบปฏิบตั งิ านอ่ืน ประดับทอี่ กเสอื้ เหนือปกกระเปา เสื้อเบอื้ งซา ย

เคร่ืองหมายที่ใชเปนดมุ เสือ้ เครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ ใชประดบั แทนเครือ่ งราช
อสิ รยิ าภรณในโอกาสแตง ชดุ ไทยสีสุภาพประดับทีเ่ หนอื กระเปา ซา ย และชุดสากลประดบั ทร่ี งั ดมุ คอพับ
ของเส้อื สากลเบื้องซา ย โดยจะประดบั ชน้ั สูงสุดเพยี งดวงเดียว สําหรบั สตรใี หประดับไดเฉพาะกบั
ชุดไทยเรอื นตน ชุดไทยจติ รลดา ชุดไทยอมรินทร และชุดไทยบรมพมิ าน

พระราชกฤษฎีกากาํ หนดเครอื่ งหมายสาํ หรบั ประดับแพรแถบเครอื่ งราช
อิสรยิ าภรณแ ละทใ่ี ชเ ปน ดมุ เสื้อ พ.ศ.2498 และแกไ ขเพม่ิ เติม ไดก าํ หนดลกั ษณะของเคร่อื งหมาย
ประดบั แพรแถบและเคร่อื งหมายที่ใชเ ปนดุมเสอื้ ไว 7 ตระกูล ซึ่งในทนี่ ี้จะกลา วเฉพาะเคร่ืองราช
อิสรยิ าภรณอนั มเี กยี รติยศยงิ่ มงกุฎไทย ดังตอไปน้ี

เครื่องราชอสิ รยิ าภรณอนั มีเกยี รติยศยง่ิ มงกฎุ ไทย ใหมเี ครอื่ งหมายสําหรบั
ประดบั แพรแถบเครอ่ื งราชอิสรยิ าภรณและเครือ่ งหมายดุมเสือ้ ตง้ั แตช ้นั เบญจมาภรณขึน้ ไป ดังนี้

ช้นั สงู สุด : มหาวชิรมงกุฎ
เคร่ืองหมายสาํ หรับประดับแพรแถบ เปน รูป ร.ร.๖ เพชรสรง เงินกบั
พระมหามงกฎุ ทองตดิ ไวก ลางแพรแถบของเครอ่ื งราชอิสรยิ าภรณ ช้ันมหาวชิรมงกุฎ ประดับที่
อกเสือ้ เหนือปกกระเปาเสือ้ เบอ้ื งซา ย
เครอื่ งหมายดมุ เสื้อ เปน รูปร.ร.๖ เพชรสรงเงนิ กับพระมหามงกฎุ ทอง
ติดไวก ลางดุมซง่ึ ทาํ เปนรูปดอกไมจบี สตี ามแพรแถบของเครอ่ื งราชอิสริยาภรณ ชน้ั มหาวชริ มงกฎุ ให
ประดับที่รงั ดมุ คอพับของเสอื้ สากลเบอ้ื งซา ย หรือใชป ระดบั ทเี่ หนือกระเปา ซา ยของเครอ่ื งแตงกายชดุ
ไทยสีสภุ าพ

- 26-

ช้ันท่ี 1 : ประถมาภรณม งกุฎไทย
เคร่อื งหมายสาํ หรับประดบั แพรแถบ เปน รูปพระมหามงกุฎอยใู น
ลายหวา นลอมทอง พื้นลงยาสีนํา้ เงินและสแี ดงตดิ ไวก ลางแพรแถบของเครอ่ื งราชอิสริยาภรณ
ช้ันประถมาภรณมงกุฎไทย ประดับท่ีอกเสอ้ื เหนอื ปกกระเปา เส้อื เบื้องซาย
เครอื่ งหมายดมุ เส้ือ เปน รูปพระมหามงกฎุ อยูในลายหวา นลอ มทอง
พ้ืนลงยาสนี ้ําเงินและสแี ดงตดิ ไวก ลางดุมซึง่ ทําเปน รูปดอกไมจ ีบสีตามแพรแถบของเครอ่ื งราช
อสิ รยิ าภรณ ชนั้ ประถมาภรณมงกฎุ ไทย ใหประดับทีร่ ังดุมคอพบั ของเสอ้ื สากลเบอ้ื งซา ย
หรือใชประดบั ท่ีเหนือกระเปา ซายของเครอื่ งแตง กายชุดไทย

ช้นั ที่ 2 : ทวตี ยิ าภรณมงกฎุ ไทย
เครื่องหมายสาํ หรับประดับแพรแถบ เปน รูปพระมหามงกุฎอยใู น
ลายหวานลอมทอง ตดิ ไวก ลางแพรแถบของเครอื่ งราชอิสริยาภรณ ชนั้ ทวตี ิยาภรณมงกฎุ ไทย
ประดบั ทอ่ี กเสือ้ เหนอื ปกกระเปา เส้ือเบ้ืองซา ย
เครื่องหมายดมุ เส้อื เปนรปู พระมหามงกฎุ อยใู นลายหวา นลอ มทอง
ติดไวก ลางดุมซึง่ ทําเปน รปู ดอกไมจ ีบสตี ามแพรแถบของเครือ่ งราชอิสรยิ าภรณ ชน้ั ทวตี ิยาภรณ
มงกุฎไทย ใหป ระดับที่รงั ดมุ คอพบั ของเส้อื สากลเบื้องซา ย หรือใชป ระดับท่เี หนอื กระเปา ซา ย
ของเครื่องแตงกายชุดไทย

- 27 –

ช้ันที่ 3 : ตริตาภรณมงกุฎไทย
เคร่อื งหมายสาํ หรบั ประดบั แพรแถบ เปน รูปพระมหามงกุฎอยูในลายหวา น
ลอ มเงินติดไวก ลางแพรแถบของเคร่อื งราชอสิ รยิ าภรณ ชนั้ ตริตาภรณมงกุฎไทย
ประดบั ทีอ่ กเสอื้ เหนอื ปกกระเปาเสื้อเบอื้ งซาย
เครอ่ื งหมายดมุ เส้ือ เปน รูปพระมหามงกฎุ อยใู นลายหวา นลอมเงิน ตดิ ไว
กลางดุมซ่ึงทาํ เปน รปู ดอกไมจ บี สีตามแพรแถบของเคร่ืองราชอสิ รยิ าภรณ ชั้นตริตาภรณม งกุฎไทย ให
ประดับที่รังดมุ คอพบั ของเสอ้ื สากลเบ้อื งซาย หรอื ใชป ระดบั ที่เหนือกระเปา ซา ยของเครือ่ งแตงกายชุด
ไทย

ช้ันท่ี 4 : จัตรุ ถาภรณม งกฎุ ไทย
เคร่อื งหมายสาํ หรับประดบั แพรแถบ เปน รูปพระมหามงกุฎทองติดไวก ลาง
แพรแถบของเครอื่ งราชอสิ ริยาภรณ ชน้ั จตั รุ ถาภรณมงกฎุ ไทย ประดบั ที่อกเส้อื เหนอื ปกกระเปาเสอื้ เบ้อื ง
ซาย
เครอื่ งหมายดมุ เสือ้ เปน รปู พระมหามงกฎุ ทอง ติดไวก ลางดมุ ซึง่ ทาํ เปน
รูปดอกไมจ บี สตี ามแพรแถบของเคร่อื งราชอสิ รยิ าภรณ ช้นั จัตุรถาภรณม งกุฎไทย ใหป ระดบั ที่
รังดมุ คอพบั ของเส้อื สากลเบ้อื งซาย หรือใชประดับทีเ่ หนอื กระเปา ซา ยของเครือ่ งแตง กายชดุ ไทย

- 28 –
ชัน้ ท่ี 5 : เบญจมาภรณม งกุฎไทย
เครือ่ งหมายสาํ หรบั ประดับแพรแถบ เปน รูปพระมหามงกุฎเงิน ตดิ ไว
กลางแพรแถบของเครอื่ งราชอิสริยาภรณ ชนั้ เบญจมาภรณม งกุฎไทย ประดบั ท่อี กเสอ้ื เหนอื ปกกระเปา
เสอ้ื เบือ้ งซาย
เครือ่ งหมายดมุ เสอ้ื เปนรูปพระมหามงกฎุ เงิน ติดไวกลางดมุ ซึง่ ทําเปน
รปู ดอกไมจ บี สตี ามแพรแถบของเครื่องราชอสิ รยิ าภรณ ชน้ั เบญจมาภรณม งกฎุ ไทย ใหป ระดับที่
รังดุมคอพบั ของเสอื้ สากลเบือ้ งซาย หรือใชประดับทเ่ี หนือกระเปา ซา ยของเคร่อื งแตง กายชุดไทย

ในบทตอไปจะกลาวถึงหลกั เกณฑ แนวทาง และกระบวนการขอพระราชทาน
เคร่อื งราชอิสริยาภรณประจาํ ป โดยเฉพาะเกยี่ วกับเครื่องราชอิสรยิ าภรณอ นั เปน ทเี่ ชดิ ชยู ิ่งชางเผือก
เครอ่ื งราชอสิ ริยาภรณอ นั มีเกยี รตยิ ศยงิ่ มงกฎุ ไทย


Click to View FlipBook Version