เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๓๓ ก หนา ๘๑ ๑๓ กุมภาพนั ธ ๒๕๕๑
ราชกจิ จานเุ บกษา
พระราชบัญญัติ
วาดว ยธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส (ฉบบั ท่ี ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๑
ภูมพิ ลอดุลยเดช ป.ร.
ใหไว ณ วนั ที่ ๖ กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. ๒๕๕๑
เปนปท ่ี ๖๓ ในรชั กาลปจ จุบนั
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลา ฯ
ใหประกาศวา
โดยทีเ่ ปน การสมควรแกไ ขเพ่มิ เตมิ กฎหมายวาดว ยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ใหตราพระราชบัญญัติข้ึนไวโดยคําแนะนําและยินยอมของ
สภานิติบัญญัตแิ หงชาติ ดงั ตอ ไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบัญญัติวาดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส
(ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เปน ตน ไป
มาตรา ๓ ใหเพิ่มความตอไปน้ีเปนวรรคสองของมาตรา ๘ แหงพระราชบัญญัติวาดวย
ธุรกรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔
เลม ๑๒๕ ตอนที่ ๓๓ ก หนา ๘๒ ๑๓ กุมภาพนั ธ ๒๕๕๑
ราชกิจจานเุ บกษา
“ในกรณีท่ีกฎหมายกําหนดใหตองมีการปดอากรแสตมป หากไดมีการชําระเงินแทนหรือ
ดําเนนิ การอน่ื ใดดวยวธิ ีการทางอิเล็กทรอนกิ สตามหลกั เกณฑแ ละวิธกี ารท่หี นว ยงานของรัฐซ่ึงเก่ียวของ
ประกาศกําหนด ใหถือวาหนังสือ หลักฐานเปนหนังสือ หรือเอกสาร ซ่ึงมีลักษณะเปนตราสารน้ัน
ไดม กี ารปด อากรแสตมปแ ละขดี ฆา ตามกฎหมายน้นั แลว ในการน้ีในการกําหนดหลักเกณฑและวิธีการ
ของหนวยงานของรัฐดังกลาว คณะกรรมการจะกําหนดกรอบและแนวทางเพื่อเปนมาตรฐานท่ัวไป
ไวด วยกไ็ ด”
มาตรา ๔ ใหเพิ่มความตอไปน้ีเปนวรรคสองและวรรคสามของมาตรา ๙ แหงพระราชบัญญัติ
วาดวยธุรกรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔
“วิธีการท่เี ช่ือถือไดตาม (๒) ใหคาํ นึงถึง
ก. ความมั่นคงและรัดกุมของการใชวิธีการหรืออุปกรณในการระบุตัวบุคคล สภาพพรอม
ใชงานของทางเลือกในการระบุตัวบุคคล กฎเกณฑเก่ียวกับลายมือชื่อท่ีกําหนดไวในกฎหมาย
ระดับความมน่ั คงปลอดภัยของการใชล ายมอื ชือ่ อิเลก็ ทรอนิกส การปฏิบัติตามกระบวนการในการระบุตัว
บุคคลผูเปนสื่อกลาง ระดับของการยอมรับหรือไมยอมรับ วิธีการที่ใชในการระบุตัวบุคคลในการทํา
ธุรกรรม วธิ กี ารระบตุ ัวบุคคล ณ ชวงเวลาทีม่ ีการทําธุรกรรมและตดิ ตอสอ่ื สาร
ข. ลักษณะ ประเภท หรือขนาดของธุรกรรมท่ีทํา จํานวนคร้ังหรือความสม่ําเสมอในการ
ทาํ ธรุ กรรม ประเพณีทางการคา หรือทางปฏิบตั ิ ความสาํ คญั มลู คา ของธรุ กรรมที่ทํา หรอื
ค. ความรดั กุมของระบบการตดิ ตอส่อื สาร
ใหนําความในวรรคหน่ึงมาใชบังคับกับการประทับตราของนิติบุคคลดวยวิธีการทาง
อเิ ล็กทรอนกิ ส ดว ยโดยอนโุ ลม”
มาตรา ๕ ใหเพ่ิมความตอไปน้ีเปนวรรคสี่ของมาตรา ๑๐ แหงพระราชบัญญัติวาดวย
ธุรกรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔
“ในกรณีท่ีมีการทําส่ิงพิมพออกของขอมูลอิเล็กทรอนิกสตามวรรคหน่ึงสําหรับใชอางอิง
ขอความของขอมูลอิเล็กทรอนิกส หากสิ่งพิมพออกน้ันมีขอความถูกตองครบถวนตรงกับขอมูล
อิเล็กทรอนิกส และมีการรับรองส่ิงพิมพออกโดยหนวยงานที่มีอํานาจตามท่ีคณะกรรมการประกาศ
กาํ หนดแลว ใหถือวาส่งิ พมิ พอ อกดังกลาวใชแทนตน ฉบบั ได”
เลม ๑๒๕ ตอนท่ี ๓๓ ก หนา ๘๓ ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๕๑
ราชกจิ จานเุ บกษา
มาตรา ๖ ใหยกเลิกความในมาตรา ๑๑ แหงพระราชบัญญัติวาดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส
พ.ศ. ๒๕๔๔ และใหใ ชความตอไปน้แี ทน
“มาตรา ๑๑ หามมิใหปฏิเสธการรับฟงขอมูลอิเล็กทรอนิกสเปนพยานหลักฐาน
ในกระบวนการพิจารณาตามกฎหมายทั้งในคดีแพง คดีอาญา หรือคดีอ่ืนใด เพียงเพราะเหตุวา
เปน ขอมลู อิเล็กทรอนิกส
ในการชั่งน้ําหนักพยานหลักฐานวาขอมูลอิเล็กทรอนิกสจะเช่ือถือไดหรือไมเพียงใดนั้น
ใหพิเคราะหถึงความนาเช่ือถือของลักษณะหรือวิธีการที่ใชสราง เก็บรักษา หรือสื่อสารขอมูล
อเิ ลก็ ทรอนิกส ลักษณะหรือวิธีการเก็บรักษา ความครบถวน และไมมีการเปล่ียนแปลงของขอความ
ลักษณะ หรือวธิ กี ารทใ่ี ชในการระบหุ รือแสดงตวั ผูส ง ขอมลู รวมทั้งพฤติการณท ่ีเกยี่ วของท้ังปวง
ใหนําความในวรรคหน่ึงมาใชบังคับกับสง่ิ พมิ พอ อกของขอมลู อิเล็กทรอนกิ สด ว ย”
มาตรา ๗ ใหเพ่ิมความตอไปนี้เปนมาตรา ๑๒/๑ แหงพระราชบัญญัติวาดวยธุรกรรมทาง
อิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔
“มาตรา ๑๒/๑ ใหนาํ บทบัญญตั ิในมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ มาใชบังคับกับ
เอกสารหรือขอความท่ีไดมีการจัดทําหรือแปลงใหอยูในรูปของขอมูลอิเล็กทรอนิกสในภายหลังดวย
วธิ กี ารทางอิเลก็ ทรอนกิ ส และการเกบ็ รักษาเอกสารและขอ ความดงั กลา วดว ยโดยอนโุ ลม
การจัดทาํ หรอื แปลงเอกสารและขอความใหอยูในรูปของขอมูลอิเล็กทรอนิกสตามวรรคหนึ่ง
ใหเปน ไปตามหลักเกณฑและวิธกี ารทคี่ ณะกรรมการกาํ หนด”
มาตรา ๘ ใหยกเลิกความในวรรคหนึง่ ของมาตรา ๓๖ แหงพระราชบัญญัติวาดวยธุรกรรม
ทางอเิ ลก็ ทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔ และใหใ ชความตอไปน้แี ทน
“มาตรา ๓๖ ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกวา “คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส”
ประกอบดวย รฐั มนตรีวาการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร เปนประธานกรรมการ
ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร เปนรองประธานกรรมการ และกรรมการอื่น
อีกจํานวนสิบสองคนซ่ึงคณะรัฐมนตรีแตงต้ังจากผูทรงคุณวุฒิดานการเงิน ดานการพาณิชย
อิเล็กทรอนิกส ดานนิติศาสตร ดานวิทยาการคอมพิวเตอร ดานวิทยาศาสตรหรือวิศวกรรมศาสตร
และดา นสังคมศาสตร ทไ่ี ดรับการสรรหาดา นละสองคน ทงั้ น้ี ผทู รงคุณวฒุ คิ นหน่ึงของแตละดานตอง
เลม ๑๒๕ ตอนท่ี ๓๓ ก หนา ๘๔ ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๕๑
ราชกิจจานุเบกษา
มาจากภาคเอกชน และใหหัวหนาสํานักงานคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสเปนกรรมการ
และเลขานุการ”
มาตรา ๙ ใหเพ่ิมความตอไปนี้เปนมาตรา ๔๒/๑ แหงพระราชบัญญัติวาดวยธุรกรรม
ทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส พ.ศ. ๒๕๔๔
“มาตรา ๔๒/๑ ใหค ณะกรรมการไดรับเบ้ียประชมุ และประโยชนตอบแทนอ่นื ตามหลักเกณฑ
ท่คี ณะรฐั มนตรกี ําหนด
คณะอนกุ รรมการท่ีคณะกรรมการแตงตงั้ ตามมาตรา ๔๒ ใหไดรับเบ้ียประชุมและประโยชน
ตอบแทนอ่ืนตามหลกั เกณฑท ค่ี ณะกรรมการกําหนด”
มาตรา ๑๐ ใหย กเลกิ ความในมาตรา ๔๓ แหง พระราชบญั ญัติวา ดวยธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกส
พ.ศ. ๒๕๔๔ และใหใชความตอ ไปนแี้ ทน
“มาตรา ๔๓ ใหจ ดั ต้งั สํานักงานคณะกรรมการธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ สเปน สวนราชการใน
สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ทําหนาที่เปนหนวยงาน
ธุรการของคณะกรรมการ”
มาตรา ๑๑ ในระหวา งท่ีจัดตั้งสาํ นักงานคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสตามมาตรา ๔๓
แหงพระราชบัญญัติวาดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดย
พระราชบัญญัตินี้ยังไมแลวเสร็จ ใหสํานักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
รับผิดชอบทาํ หนา ท่หี นว ยงานธุรการของคณะกรรมการธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สไปพลางกอน
ใหปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแตงต้ังขาราชการซึ่งดํารงตําแหนง
ไมต่ํากวาระดับแปดหรือเทียบเทาในสังกัดสํานักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร ทําหนาท่ีเปนหัวหนาสํานักงานคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสไปพลางกอน
จนกวา การจัดตัง้ สาํ นกั งานคณะกรรมการธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกสจ ะแลว เสร็จ
เพื่อประโยชนในการปฏิบัติงานตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีวาการกระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสารจะสั่งใหขาราชการในสังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสารมาปฏิบัติงานช่ัวคราวในสํานักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ตามความจําเปนก็ได
เลม ๑๒๕ ตอนท่ี ๓๓ ก หนา ๘๕ ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๕๑
ราชกจิ จานเุ บกษา
มาตรา ๑๒ ใหนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การส่ือสารรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี
ผูรับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก สรุ ยุทธ จุลานนท
นายกรัฐมนตรี
เลม ๑๒๕ ตอนท่ี ๓๓ ก หนา ๘๖ ๑๓ กมุ ภาพันธ ๒๕๕๑
ราชกจิ จานุเบกษา
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพ ระราชบัญญตั ฉิ บับน้ี คอื เนื่องจากปจจุบันกฎหมายวาดวยธุรกรรม
ทางอเิ ลก็ ทรอนิกสย ังไมมบี ทบญั ญัติรองรบั ในเรอ่ื งตราประทับอิเล็กทรอนิกส ซึ่งเปนสิ่งที่สามารถระบุถึง
ตวั ผูทาํ ธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกสไดเชน เดยี วกับลายมือชือ่ อเิ ล็กทรอนกิ ส ทาํ ใหเปนอปุ สรรคตอ การทําธุรกรรม
ทางอิเลก็ ทรอนิกสทต่ี องมกี ารประทบั ตราในหนังสือเปนสําคัญ รวมท้ังยังไมมีบทบัญญัติที่กําหนดใหสามารถนํา
เอกสารซ่งึ เปน สง่ิ พมิ พอ อกของขอ มลู อิเล็กทรอนกิ สมาใชแทนตนฉบับหรือใหเปนพยานหลักฐานในศาลได
และโดยท่ีไดมีการปรับปรุงโครงสรางระบบราชการตามพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม
พ.ศ. ๒๕๔๕ และกําหนดใหกระทรวงเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารเปน หนวยงานท่ีมีอํานาจหนาที่
เก่ียวกับการวางแผน สงเสริม พัฒนา และดําเนินกิจการเก่ียวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร
ประกอบกบั ปจจุบันธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสไ ดมกี ารใชอยางแพรห ลาย จําเปน ท่ีจะตอ งมีหนวยงานธุรการ
เพื่อทําหนาทก่ี าํ กบั ดูแล เพอ่ื ใหเปน ไปตามกฎหมายวา ดว ยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสและเปนฝายเลขานุการ
ของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส โดยสมควรจัดต้ังสํานักงานคณะกรรมการธุรกรรม
ทางอิเลก็ ทรอนิกส สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารข้ึนทําหนาที่แทนศูนยเทคโนโลยี
อิเล็กทรอนิกสและคอมพิวเตอรแหงชาติ อันจะเปนการสงเสริมความเช่ือมั่นในการทําธุรกรรมทาง
อิเล็กทรอนิกส และเสริมสรางศักยภาพการแขงขันในเวทีการคาระหวางประเทศ สมควรแกไขเพ่ิมเติม
กฎหมายวาดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสเพื่อใหสอดคลองกับหลักการดังกลาว จึงจําเปนตอง
ตราพระราชบญั ญตั ินี้