The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by padayanang, 2022-07-08 00:13:49

พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562

พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๔๙ ก หน้า ๑๒ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกจิ จานเุ บกษา

พระราชบญั ญัติ

วา่ ดว้ ยธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ (ฉบบั ที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๖๒

สมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

ให้ไว้ ณ วนั ที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒
เปน็ ปที ี่ ๔ ในรชั กาลปัจจบุ นั

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ
ใหป้ ระกาศว่า

โดยทเ่ี ปน็ การสมควรแก้ไขเพมิ่ เตมิ กฎหมายวา่ ด้วยธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์
พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเก่ียวกับการจากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๗ และมาตรา ๔๐
ของรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย บญั ญัติใหก้ ระทาไดโ้ ดยอาศัยอานาจตามบทบัญญัตแิ หง่ กฎหมาย
เหตุผลและความจาเป็นในการจากดั สิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้
การทาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นไปตามมาตรฐานสากล และรัฐสามารถกากับดูแลการประกอบธุรกจิ
บริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอันเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคและ
ประโยชน์สาธารณะ ซ่ึงการตราพระราชบัญญัติน้ีสอดคล้องกับเง่ือนไขท่ีบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖
ของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทยแลว้
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคาแนะนาและยินยอมของ
สภานิตบิ ญั ญตั ิแห่งชาตทิ าหนา้ ทีร่ ัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒”

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๔๙ ก หน้า ๑๓ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๒ พระราชบัญญัติน้ีให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เปน็ ตน้ ไป

มาตรา ๓ ให้เพ่ิมบทนิยามคาว่า “ระบบแลกเปล่ียนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติ”
ระหว่างบทนยิ ามคาวา่ “ระบบข้อมูล” และคาวา่ “การแลกเปลยี่ นข้อมลู ทางอิเล็กทรอนิกส์” ในมาตรา ๔
แหง่ พระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔

““ระบบแลกเปลยี่ นขอ้ มูลทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สอ์ ัตโนมตั ิ” หมายความวา่ โปรแกรมคอมพวิ เตอร์
หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอัตโนมัติอ่ืน ท่ีใช้เพ่ือท่ีจะทาให้เกิดการกระทาหรือการตอบสนอง
ต่อข้อมูลอเิ ล็กทรอนิกสห์ รอื การปฏบิ ัติการใด ๆ ตอ่ ระบบขอ้ มูล ไม่ว่าท้งั หมดหรอื แต่บางสว่ น โดยปราศจาก
การตรวจสอบหรือการแทรกแซงโดยบุคคลธรรมดาในแต่ละคร้ังท่ีมีการดาเนินการหรือแต่ละครั้ง
ที่ระบบไดส้ รา้ งการตอบสนอง”

มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในบทนิยามคาว่า “หน่วยงานของรัฐ” ในมาตรา ๔ แห่ง
พระราชบัญญตั วิ ่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ และใหใ้ ช้ความต่อไปน้ีแทน

““หนว่ ยงานของรฐั ” หมายความวา่
(๑) กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกช่ืออย่างอ่ืนและมีฐานะเป็นกรม ราชการ
สว่ นภมู ภิ าค และราชการส่วนท้องถิน่
(๒) รฐั วสิ าหกิจท่ตี ัง้ ขึ้นโดยพระราชบัญญัตหิ รอื พระราชกฤษฎีกา
(๓) องค์การมหาชนทต่ี ั้งข้ึนโดยพระราชบัญญัติหรอื พระราชกฤษฎีกา
(๔) หนว่ ยงานของรัฐสภา
(๕) หน่วยงานของศาล ในส่วนทไ่ี มเ่ ก่ียวกบั การพิจารณาพพิ ากษาอรรถคดี
(๖) องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ในส่วนท่ีไม่เก่ยี วกบั การวนิ จิ ฉัยช้ีขาดข้อพพิ าท
(๗) องค์กรอิสระทีต่ ้ังขน้ึ ตามกฎหมาย
(๘) นิติบุคคล คณะบุคคล หรือบุคคลซึ่งมีหน้าที่และอานาจในการดาเนินงานของรัฐ
ไมว่ า่ ในการใด ๆ”
มาตรา ๕ ใหเ้ พ่ิมบทนิยามคาว่า “ผอู้ านวยการ” และคาวา่ “สานักงาน” ระหว่างบทนิยาม
คาว่า “คณะกรรมการ” และคาว่า “รัฐมนตรี” ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรม
ทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ๒๕๔๔
““ผอู้ านวยการ” หมายความว่า ผูอ้ านวยการสานกั งานพฒั นาธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๔๙ ก หน้า ๑๔ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกจิ จานเุ บกษา

“สานักงาน” หมายความวา่ สานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสต์ ามกฎหมายว่าด้วย
สานกั งานพฒั นาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์”

มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในวรรคหนงึ่ ของมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติวา่ ด้วยธุรกรรม
ทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปน้แี ทน

“มาตรา ๘ ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งมาตรา ๙ ในกรณีที่กฎหมายกาหนดให้การใด
ต้องทาเปน็ หนังสอื มหี ลกั ฐานเป็นหนงั สือหรือมเี อกสารมาแสดง หรอื กาหนดผลทางกฎหมายกรณีไมท่ า
เป็นหนังสือ ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือหรือไม่มเี อกสารมาแสดง ถ้าได้มีการจัดทาข้อความขึน้ เป็นข้อมลู
อิเล็กทรอนิกส์ท่ีสามารถเข้าถึงและนากลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปล่ียนแปลง ให้ถือว่าข้อความน้ัน
ได้ทาเปน็ หนงั สอื มหี ลักฐานเป็นหนังสือหรอื มีเอกสารมาแสดงตามที่กฎหมายกาหนด”

มาตรา ๗ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๙ แหง่ พระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์
พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๑ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปน้ีแทน

“มาตรา ๙ ในกรณีที่กฎหมายกาหนดให้มีการลงลายมือชื่อ หรือกาหนดผลทางกฎหมาย
กรณที ี่ไมม่ ีการลงลายมือชือ่ ไว้ ให้ถือวา่ ไดม้ กี ารลงลายมอื ชื่อแล้ว ถ้า

(๑) ใช้วิธีการที่สามารถระบุตัวเจ้าของลายมือชื่อ และสามารถแสดงเจตนาของเจ้าของลายมอื ช่ือ
เก่ยี วกับขอ้ ความในขอ้ มลู อิเล็กทรอนิกส์ และ

(๒) ใชว้ ธิ กี ารในลกั ษณะอยา่ งใดอย่างหนง่ึ ดงั ต่อไปนี้
(ก) วธิ ีการที่เชือ่ ถือได้โดยเหมาะสมกับวัตถปุ ระสงค์ของการสร้างหรอื ส่งข้อมูลอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์

โดยคานึงถงึ พฤตกิ ารณแ์ วดล้อมทง้ั ปวง รวมถึงข้อตกลงใด ๆ ท่ีเก่ียวข้อง หรือ
(ข) วิธีการอ่ืนใดท่ีสามารถยืนยันตัวเจ้าของลายมือช่ือและสามารถแสดงเจตนาของ

เจา้ ของลายมอื ชื่อตาม (๑) ไดด้ ้วยวิธกี ารนนั้ เองหรือประกอบกบั พยานหลกั ฐานอน่ื
วิธีการทเ่ี ชอื่ ถือไดต้ ามวรรคหน่ึง (๒) (ก) ใหค้ านึงถงึ
(๑) ความม่นั คงและรัดกมุ ของการใช้วธิ กี ารหรืออปุ กรณใ์ นการระบุตัวบคุ คล สภาพพรอ้ มใช้งาน

ของทางเลือกในการระบุตัวบุคคล กฎเกณฑ์เกี่ยวกับลายมือชื่อท่ีกาหนดไว้ในกฎหมาย ระดับความม่ันคง
ปลอดภัยของการใช้ลายมือชื่ออเิ ล็กทรอนิกส์ การปฏิบัติตามกระบวนการในการระบุตัวบุคคลผู้เป็นสื่อกลาง
ระดับของการยอมรับหรือไม่ยอมรับ วิธีการที่ใช้ในการระบตุ ัวบุคคลในการทาธุรกรรม วิธีการระบุตัวบคุ คล
ณ ช่วงเวลาท่มี ีการทาธุรกรรมและตดิ ต่อส่อื สาร

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๔๙ ก หน้า ๑๕ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

(๒) ลักษณะ ประเภท หรือขนาดของธุรกรรมที่ทา จานวนคร้ังหรือความสม่าเสมอใน
การทาธุรกรรม ประเพณีทางการคา้ หรือทางปฏบิ ตั ิ ความสาคญั มูลค่าของธุรกรรมทที่ า หรอื

(๓) ความรดั กุมของระบบการติดตอ่ สอ่ื สาร
ให้นาความในวรรคหนึ่งมาใช้บงั คบั กับการประทับตราของนิติบุคคลด้วยวิธกี ารทางอิเล็กทรอนิกสด์ ว้ ย
โดยอนุโลม”
มาตรา ๘ ให้เพ่ิมความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๓/๑ และมาตรา ๑๓/๒ แห่งพระราชบัญญัติ
ว่าดว้ ยธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔
“มาตรา ๑๓/๑ การเสนอเพื่อทาสัญญาผ่านการติดตอ่ ส่ือสารทางอเิ ล็กทรอนิกส์คร้งั เดยี วหรือ
หลายครั้ง ซึ่งไม่ได้ส่งถงึ บคุ คลใดโดยเฉพาะเจาะจง แต่บุคคลทั่วไปท่ีใช้ระบบขอ้ มลู น้นั สามารถเข้าถงึ ได้
รวมถึงการเสนอโดยให้ระบบข้อมูลสามารถโตต้ อบได้โดยอัตโนมตั ิ ในการทาคาสั่งผ่านระบบขอ้ มลู ให้ถอื
เป็นคาเชิญชวนเพื่อทาคาเสนอ เว้นแต่การเสนอเพื่อทาสัญญาระบุได้โดยแจ้งชัดถึงเจตนาของบุคคล
ท่ีทาการเสนอที่จะผูกพันหากมีการสนองรับ
มาตรา ๑๓/๒ ห้ามมิให้ปฏิเสธความสมบูรณ์หรือการบังคับใช้ของสัญญาท่ีทาโดยการโต้ตอบ
ระหว่างระบบแลกเปลี่ยนขอ้ มลู ทางอิเลก็ ทรอนกิ สอ์ ัตโนมัติกบั บคุ คลธรรมดา หรือระหว่างระบบแลกเปลีย่ น
ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติด้วยกัน เพียงเพราะเหตุที่ไม่มีบุคคลธรรมดาเข้าไปเก่ียวข้องใน
การดาเนินการในแต่ละคร้ังท่ีกระทาโดยระบบแลกเปล่ียนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติหรือในผล
แหง่ สัญญา”
มาตรา ๙ ให้ยกเลิกความใน (๑) ของวรรคหน่ึงของมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติ
วา่ ดว้ ยธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปน้ีแทน
“(๑) ผู้รับข้อมูลได้ตรวจสอบโดยสมควรตามวิธีการที่ผู้ส่งข้อมูลได้ตกลงหรือผูกพันตนไว้ว่า
เปน็ ข้อมลู อิเล็กทรอนกิ สข์ องผสู้ ่งขอ้ มูล หรอื ”
มาตรา ๑๐ ให้เพ่ิมความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๗/๑ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔
“มาตรา ๑๗/๑ ในกรณีท่ีมีการลงข้อมูลผิดพลาดโดยบุคคลธรรมดาและส่งผ่านระบบ
แลกเปล่ียนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติของผู้อื่น และระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์
อัตโนมัตินั้นไม่มีช่องทางให้บุคคลดังกล่าวแก้ไขข้อผิดพลาดท่ีเกิดข้ึน บุคคลดังกล่าวหรือผู้แทนมีสิทธิ
ทจ่ี ะถอนการแสดงเจตนาในส่วนทเี่ กิดจากการลงขอ้ มูลผิดพลาดได้ หาก

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๔๙ ก หน้า ๑๖ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

(๑) บุคคลดังกล่าวหรือผู้แทนได้แจ้งให้อีกฝ่ายหน่ึงทราบถึงข้อผิดพลาดโดยพลันหลังจาก
ท่ีตนได้รู้ถึงข้อผิดพลาดนั้น และแสดงให้เห็นว่าได้ส่งข้อมูลผิดพลาดผ่านระบบแลกเปล่ียนข้อมูล
ทางอเิ ลก็ ทรอนิกสอ์ ตั โนมัติ และ

(๒) บุคคลดังกล่าวหรอื ผู้แทนไม่ได้ใช้หรือได้รับประโยชนใ์ ด ๆ จากสินค้า บริการ หรือส่ิงอื่นใด
อยา่ งมีนัยสาคญั จากอกี ฝ่ายหนง่ึ ”

มาตรา ๑๑ ให้ยกเลิกความใน (๔) ของวรรคหนึ่งของมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติ
ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ และให้ใชค้ วามต่อไปน้ีแทน

“(๔) ในกรณีที่กฎหมายกาหนดให้การลงลายมือชื่อเป็นไปเพื่อรับรองความครบถ้วนและไม่มี
การเปล่ยี นแปลงของข้อความ การเปลี่ยนแปลงใดแกข่ อ้ ความนั้นสามารถตรวจพบไดน้ บั แตเ่ วลาทีล่ งลายมอื ชอ่ื
อเิ ลก็ ทรอนิกส์”

มาตรา ๑๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วย
ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ และให้ใชค้ วามต่อไปน้ีแทน

“มาตรา ๓๒ บุคคลย่อมมีสิทธิประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
แต่ในกรณีจาเป็นเพ่ือรักษาความมั่นคงทางการเงินและการพาณิชย์ หรือเพ่ือประโยชน์ในการเสริมสรา้ ง
ความน่าเช่ือถือและยอมรับในระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือเพื่อป้องกันความเสียหายต่อสาธารณชน
ให้มีการตราพระราชกฤษฎีกากาหนดให้การประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสใ์ ด
เป็นกิจการท่ตี อ้ งแจง้ ใหท้ ราบ ต้องข้ึนทะเบียน หรอื ตอ้ งไดร้ ับใบอนญุ าตก่อน แล้วแตก่ รณี

ในการกาหนดใหก้ รณีใดต้องแจ้งให้ทราบ ตอ้ งข้นึ ทะเบียน หรือต้องไดร้ ับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง
ใหก้ าหนดโดยพจิ ารณาจากผลกระทบทอ่ี าจเกดิ ขึน้ จากการประกอบธุรกิจนัน้ ประกอบกบั ความเหมาะสม
ในการควบคุมดูแลและการป้องกันความเสียหายตามระดับความรุนแรงของผลกระทบที่อาจเกิดข้ึนจาก
การประกอบธุรกจิ ดงั กลา่ ว

ในการนี้ จะกาหนดให้หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งแห่งใดเป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมดูแลใน
พระราชกฤษฎีกาท่ีออกตามวรรคหนึ่งก็ได้ หากไม่มีการกาหนดให้หนว่ ยงานของรัฐแห่งใดเป็นผู้รับผิดชอบ
ในการควบคุมดูแล ให้สานักงานเป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับ
ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ทั้งน้ี ให้หน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ
ในการควบคุมดูแลตามพระราชกฤษฎีกาหรือสานักงาน แล้วแต่กรณี แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่
เพื่อปฏิบตั กิ ารใหเ้ ป็นไปตามพระราชกฤษฎกี าดว้ ย

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๔๙ ก หน้า ๑๗ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกจิ จานเุ บกษา

ก่อนเสนอให้ตราพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของ
ประชาชนตามความเหมาะสม และนาข้อมูลท่ไี ดร้ บั มาประกอบการพจิ ารณา

มาตรา ๓๓ ในกรณีที่พระราชกฤษฎีกากาหนดให้การประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส์ใดเป็นกิจการท่ีต้องแจ้งให้ทราบ ผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจดังกล่าวต้องแจ้งต่อ
พนกั งานเจ้าหน้าท่ีกอ่ นเรม่ิ ประกอบธรุ กจิ นัน้ ตามหลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเงอื่ นไขที่กาหนดในพระราชกฤษฎีกา

เม่ือพนักงานเจ้าหน้าท่ีได้รับแจ้ง ให้ออกใบรับแจ้งเพ่ือเป็นหลักฐานการแจ้งในวันที่รับแจ้งนั้น
และให้ผแู้ จ้งประกอบธุรกิจน้นั ได้ต้งั แต่วันทไ่ี ด้รับใบรับแจ้งดังกลา่ ว แต่ถา้ พนักงานเจา้ หน้าท่ีตรวจพบใน
ภายหลังว่าการแจ้งไมถ่ ูกต้องหรือไม่ครบถว้ น ให้มีอานาจสงั่ ผแู้ จง้ แกไ้ ขให้ถูกต้องหรือครบถ้วนและนาผล
การแก้ไขมาแสดงตอ่ พนักงานเจ้าหนา้ ทภี่ ายในระยะเวลาที่กาหนด

ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่แก้ไขหรือไม่ปฏิบัติตามคาสั่งของพนักงานเจ้าหน้าท่ีภายในระยะเวลา
ท่ีกาหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่ังใหผ้ ู้นน้ั หยุดการให้บรกิ ารในสว่ นที่เกย่ี วกบั ธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์
ในการประกอบธุรกิจนั้นนับแต่วันที่ครบกาหนดระยะเวลาตามวรรคสองจนกว่ าจะแก้ไขให้ถูกต้องและ
ครบถว้ นตามคาสง่ั ของพนักงานเจ้าหนา้ ท่ี

ในการประกอบธุรกิจ ผู้แจ้งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ท่ีกาหนดในพระราชกฤษฎีกาและ
ตามประกาศที่คณะกรรมการกาหนด หลักเกณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกาดังกลา่ วให้กาหนดเรื่องการชดใช้
หรือเยยี วยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธรุ กิจไว้ดว้ ย

ถ้าผู้แจ้งไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจตามวรรคสี่ ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีมีคาสั่ง
ห้ามมิให้ผู้น้ันให้บริการในส่วนท่ีเก่ียวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในการประกอบธุรกิจน้ันจนกว่า
จะได้ปฏบิ ัติให้ถูกต้องครบถว้ นตามหลักเกณฑท์ กี่ าหนดดังกล่าว

ในกรณีท่ีผู้แจ้งไม่แก้ไขตามวรรคสามหรือไม่ปฏิบัตติ ามวรรคห้าภายในระยะเวลาเก้าสิบวันนบั แต่
วันที่หยุดหรือถูกห้ามการให้บริการ ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีถอนการรับแจ้งของผู้น้ันออกจากสารบบ
การรบั แจง้ และแจง้ เปน็ หนังสอื ให้ผู้นนั้ ทราบโดยเร็ว”

มาตรา ๑๓ ให้เพิ่มความต่อไปน้ีเป็นมาตรา ๓๓/๑ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรม
ทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ๒๕๔๔

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๔๙ ก หน้า ๑๘ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกจิ จานเุ บกษา

“มาตรา ๓๓/๑ ในกรณีท่ีพระราชกฤษฎีกากาหนดให้การประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรม

ทางอิเล็กทรอนิกส์ใดเป็นกิจการทตี่ อ้ งข้ึนทะเบยี น ผู้ท่ีประสงค์จะประกอบธรุ กิจดังกล่าวตอ้ งขอข้ึนทะเบียน

ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนเร่ิมประกอบธุรกิจน้ัน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่กาหนดใน

พระราชกฤษฎกี า
เมือ่ พนักงานเจา้ หนา้ ที่ไดร้ ับคาขอขึน้ ทะเบียนแล้ว ให้ออกใบรบั การขอข้ึนทะเบียนเพอื่ เป็นหลกั ฐาน

การขอข้ึนทะเบียนในวันท่ีย่ืนคาขอนั้น และหากพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและหลักฐาน
การขน้ึ ทะเบยี นแลว้ เหน็ วา่ ครบถ้วนและถูกตอ้ งตามท่กี าหนดในพระราชกฤษฎีกา ใหร้ ับข้ึนทะเบียนและ
แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอข้ึนทะเบียนทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคาขอขึ้นทะเบียนดังกล่าว
และใหผ้ ขู้ ึ้นทะเบยี นประกอบธุรกิจน้ันไดต้ ั้งแตว่ นั ทไี่ ด้รบั ขึ้นทะเบยี น

หากพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลาตามวรรคสอง
ให้ผู้ขอขึน้ ทะเบียนประกอบธรุ กจิ ไปพลางก่อนได้ นับแตว่ ันถัดจากวันท่คี รบกาหนดระยะเวลาดังกลา่ ว

ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อนการรับขึ้นทะเบียนตามวรรคสอง หรือตรวจพบ
หลังจากท่ีผู้นั้นได้ประกอบธุรกิจดังกล่าวแล้ว ว่าเอกสารและหลักฐานการขึ้นทะเบียนของผู้ขอขึ้นทะเบียน
ไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ให้แจ้งเป็นหนังสือแก่ผู้ขอขึ้นทะเบียนหรือผู้ข้ึนทะเบียน แล้วแต่กรณี
เพ่ือแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาท่ีกาหนด ในการน้ี ถ้าผู้ขอขึ้นทะเบียนหรือผู้ข้ึนทะเบียน
ไม่แก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วน หรือไม่ดาเนินการจนพ้นกาหนดระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กาหนด
โดยไม่มีเหตอุ ันสมควร ให้สิทธิในการประกอบธุรกิจของผู้ขอขึ้นทะเบียนตามวรรคสามเป็นอันระงับและ
ให้ถือว่าคาขอขึ้นทะเบียนน้ันตกไป หรือให้มีคาสั่งเพิกถอนการขึ้นทะเบียนของผู้ประกอบธุรกิจน้ัน
แล้วแตก่ รณี

ในการประกอบธุรกิจ ผู้ข้ึนทะเบียนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กาหนดในพระราชกฤษฎีกา
และตามประกาศที่คณะกรรมการกาหนด หลักเกณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้กาหนดเรอ่ื งการชดใช้
หรอื เยยี วยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธรุ กิจไวด้ ว้ ย

ถ้าผู้ข้ึนทะเบียนฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจตามวรรคห้า
ให้คณะกรรมการพิจารณามีคาสัง่ ปรับผนู้ น้ั ไมเ่ กนิ หนง่ึ ลา้ นบาท โดยคานงึ ถึงความร้ายแรงแหง่ พฤติกรรม
ท่ีกระทาผิด หลักเกณฑ์ในการพิจารณากาหนดค่าปรับให้เป็นไปตามท่ีคณะกรรมการกาหนด และ
ในกรณที ่ีเห็นสมควรคณะกรรมการอาจมีคาสั่งใหผ้ นู้ ัน้ ดาเนินการใด ๆ เพ่อื แกไ้ ขให้ถกู ต้องหรือเหมาะสมได้

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๔๙ ก หน้า ๑๙ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

ถ้าผู้ถูกปรับตามวรรคหกไม่ชาระค่าปรับ ให้คณะกรรมการมีอานาจฟ้องคดีต่อศาลท่ีมีเขตอานาจ
ในการพิจารณาคดีอาญาเพื่อบังคับชาระค่าปรับ ในการนี้ ถ้าศาลพิพากษาให้ชาระค่าปรับ หากผู้นั้น
ไม่ชาระค่าปรับภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ศาลมีคาพิพากษา ให้ยึดทรัพย์สินของผู้น้ันเพื่อชดใช้แทน
ค่าปรบั แตม่ ใิ ห้นามาตรการกักขงั แทนค่าปรบั มาใชแ้ ก่ผู้นนั้

ในกรณีท่ีผู้กระทาผิดตามวรรคหกไม่ดาเนินการแก้ไขตามคาสั่งของคณะกรรมการ หรือฝ่าฝืน
หรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจตามวรรคห้าซ้าอีกภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันท่ี
คณะกรรมการมคี าส่ังปรบั คร้ังแรก คณะกรรมการอาจมคี าส่ังเพิกถอนการขนึ้ ทะเบียนของผู้ขน้ึ ทะเบียนน้ัน
ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ที่แจง้ คาส่ังดงั กลา่ วให้ผู้นน้ั ทราบโดยเรว็ ”

มาตรา ๑๔ ใหย้ กเลกิ ความในมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบญั ญตั วิ ่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์
พ.ศ. ๒๕๔๔ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปน้ีแทน

“มาตรา ๓๔ ในกรณีทพ่ี ระราชกฤษฎกี ากาหนดใหก้ ารประกอบธรุ กจิ บริการเก่ียวกบั ธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส์ใดเป็นกิจการท่ีต้องได้รับใบอนุญาต ให้ผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจดังกล่าว
ยนื่ คาขอรบั ใบอนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ีตามทก่ี าหนดในพระราชกฤษฎกี า

คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต หลักเกณฑ์และวิธีการขออนุญาต การออกใบอนุญาต การต่อ
อายุใบอนุญาต การคืนใบอนุญาต และการสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วธิ กี าร และเง่ือนไขทีก่ าหนดในพระราชกฤษฎีกา

ในการประกอบธุรกิจ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ท่ีกาหนดในพระราชกฤษฎีกา
ประกาศท่ีคณะกรรมการกาหนด หรือเง่ือนไขในใบอนุญาต หลักเกณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว
ให้กาหนดเรอ่ื งการชดใชห้ รอื เยียวยาผไู้ ดร้ ับความเสียหายจากการประกอบธรุ กิจไวด้ ว้ ย

ในกรณีท่ีผู้ได้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประกอบธรุ กจิ ตามวรรคสาม
ใหค้ ณะกรรมการพิจารณามีคาส่ังปรับผนู้ นั้ ไม่เกนิ สองล้านบาท และใหน้ าความในมาตรา ๓๓/๑ วรรคหก
และวรรคเจ็ด มาใชบ้ ังคับโดยอนุโลม

ในกรณีท่ีผู้กระทาผิดตามวรรคส่ีไม่ดาเนินการแก้ไขตามคาสั่งของคณะกรรมการหรือฝ่าฝืน
หรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจตามวรรคสามซ้าอีกภายในระยะเวลาหน่ึงปีนับแต่วันท่ี
คณะกรรมการมีคาสั่งปรับคร้งั แรก คณะกรรมการอาจมีคาส่ังเพิกถอนใบอนุญาตของผู้ไดร้ ับใบอนุญาตนนั้
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจง้ คาสง่ั ดังกลา่ วใหผ้ ้นู ัน้ ทราบโดยเร็ว”

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๔๙ ก หน้า ๒๐ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๑๕ ให้เพ่ิมความต่อไปน้ีเป็นมาตรา ๓๔/๑ และมาตรา ๓๔/๒ ของหมวด ๓
ธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
พ.ศ. ๒๕๔๔

“มาตรา ๓๔/๑ เพ่ือประโยชน์ในการควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจบริการเก่ียวกับธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส์ตามหมวดน้ี ให้คณะกรรมการ สานักงานหรอื หนว่ ยงานของรัฐซ่งึ เปน็ ผู้รบั ผิดชอบใน
การควบคุมดูแลตามมาตรา ๓๒ วรรคสาม ประกาศกาหนดรายละเอียดเพิ่มเติมในเร่ืองท่ีกาหนดไว้
ในพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๓๒ ได้ โดยไมข่ ัดหรอื แยง้ กบั พระราชกฤษฎกี าดังกลา่ ว

มาตรา ๓๔/๒ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมดูแลและกากับการประกอบธุรกิจบริการเก่ียวกับ
ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๓๒
ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีของหน่วยงานของรฐั หรือสานักงานที่มีหน้าท่ีควบคมุ ดูแลการประกอบธุรกิจบรกิ าร
เกยี่ วกับธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ สน์ ั้นมหี น้าที่และอานาจ ดงั ตอ่ ไปนี้

(๑) มีหนังสือแจ้งให้ผู้ให้บริการหรือเจ้าหน้าที่ของผู้ให้บริการ หรือบุคคลใดมาให้ข้อมูลหรือ
ส่งเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ เก่ยี วกับการประกอบธรุ กจิ การใหบ้ รกิ ารน้นั

(๒) ตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อรายงานตอ่ คณะกรรมการ ในกรณีที่ผู้ให้บริการได้
กระทาความผิดหรือทาให้เกิดความเสียหายเพราะเหตุฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้หรือ
ตามพระราชกฤษฎีกา ประกาศของคณะกรรมการ หรือเงอื่ นไขในใบอนุญาต

(๓) เข้าไปในสถานที่ของผู้ใหบ้ ริการในระหวา่ งเวลาพระอาทติ ย์ขึน้ จนถงึ พระอาทิตย์ตก หรือ
ในเวลาทาการของสถานท่ีน้ัน เพ่ือตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริง และยึดหรืออายัดเอกสารและ
หลกั ฐาน รวมถึงสง่ิ อื่นใดท่เี กย่ี วกับการให้บริการที่สงสัยวา่ มีไวเ้ พือ่ ใชห้ รือได้ใชใ้ นการกระทาความผิด

ในการปฏิบัติหน้าทขี่ องพนกั งานเจ้าหนา้ ท่ีตามมาตราน้ี ให้แสดงบัตรประจาตวั พนักงานเจ้าหนา้ ท่ี
ที่หน่วยงานของรัฐหรือสานักงานท่ีมีหน้าที่ควบคุมดูแลออกให้ และให้ผู้ท่ีเก่ียวข้องอานวยความสะดวก
ตามสมควร”

มาตรา ๑๖ ให้เพ่ิมความต่อไปนเี้ ป็นวรรคสามของมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัตวิ า่ ดว้ ย
ธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ๒๕๔๔

“เม่ือได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหน่ึงแล้ว ศาลหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
อาจพิจารณานาหลักเกณฑ์ในเรื่องใดท่ีกาหนดไว้ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมาใช้บังคับแก่การดาเนินการ
ในส่วนที่เก่ียวกับกระบวนพิจารณาพิพากษาคดีของศาลหรือในการวินิจฉัยช้ีขาดข้อพิพาท แล้วแต่กรณี

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๔๙ ก หน้า ๒๑ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

เพ่ือให้เป็นไปตามความเหมาะสมกับหน้าที่และอานาจของตนตามกฎหมายได้ รวมถึงการกาหนดหลักเกณฑ์
เพม่ิ เตมิ ดว้ ย ทง้ั น้ี โดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา”

มาตรา ๑๗ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญตั ิว่าดว้ ยธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์
พ.ศ. ๒๕๔๔ ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับท่ี ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปน้แี ทน

“มาตรา ๓๖ ให้มีคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์คณะหนง่ึ ประกอบด้วยประธาน
กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งต้ังจากผู้ทรงคุณวุฒิ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
เป็นรองประธานกรรมการ และกรรมการผทู้ รงคุณวฒุ อิ น่ื ซ่งึ คณะรัฐมนตรแี ตง่ ต้งั จานวนแปดคน

ให้ผู้อานวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ และแต่งตั้งพนักงานของสานักงานเป็น
ผูช้ ่วยเลขานกุ ารไดต้ ามความจาเป็นแตไ่ มเ่ กินสองคน

ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นบุคคลท่ีมีความรู้
ความเชี่ยวชาญ และความสามารถเป็นที่ประจักษ์ด้านการเงิน ด้านการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ด้านนิติศาสตร์ ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ด้านวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมศาสตร์ ด้านสังคมศาสตร์
หรือด้านอื่นใดที่เป็นประโยชน์ต่อการดาเนินงานของคณะกรรมการ ท้ังนี้ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ต้องประกอบด้วยบุคคลซึ่งมิใช่ข้าราชการหรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐท่ีมีตาแหน่งหรือเงินเดือน
ประจาร่วมเป็นกรรมการผูท้ รงคณุ วฒุ ดิ ว้ ยไม่นอ้ ยกวา่ กง่ึ หนง่ึ ของจานวนกรรมการผูท้ รงคุณวุฒิทัง้ หมด

หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไป
ตามระเบียบทรี่ ัฐมนตรีกาหนด”

มาตรา ๑๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๐
แหง่ พระราชบญั ญัตวิ า่ ดว้ ยธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปนแ้ี ทน

“มาตรา ๓๗ ให้คณะกรรมการธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ สม์ หี น้าท่ีและอานาจ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) พิจารณาใหค้ วามเหน็ ชอบแผนยุทธศาสตรเ์ กี่ยวกับธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ สท์ ี่สานักงาน
เสนอตามมาตรา ๔๓ วรรคสอง
(๒) ส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานของรัฐ เอกชน และประชาชนให้ดาเนินกิจกรรม
ตามแผนยุทธศาสตร์ตาม (๑)
(๓) กาหนดมาตรฐานดา้ นเทคโนโลยดี จิ ิทัลในสว่ นที่เกย่ี วข้องกบั ธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๔๙ ก หน้า ๒๒ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

(๔) กากับและติดตามการดาเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ตาม (๑) เพื่อรวบรวมข้อมูลและ
ปัญหาเกย่ี วกับการทาธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์ที่สง่ ผลกระทบต่อการดาเนนิ การและพัฒนาทางเทคโนโลยี
ดจิ ิทัลเพ่ือเสนอต่อคณะกรรมการดจิ ทิ ลั เพ่ือเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ

(๕) เสนอแนะต่อคณะกรรมการดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีใน
การจัดให้มีหรือปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และการคุ้มครอง
ทรัพยส์ ินทางปญั ญาเก่ียวกับการทาธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์

(๖) เสนอแนะหรอื ใหค้ าปรกึ ษาตอ่ รัฐมนตรีในการตราพระราชกฤษฎีกาตามพระราชบัญญัตนิ ้ี
(๗) ออกระเบียบหรือประกาศเพ่ือให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเพื่อประโยชน์ใน
การสง่ เสริมและสนบั สนนุ การทาธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์
(๘) กากบั ดูแลการประกอบธุรกิจบริการเก่ียวกบั ธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชบัญญัตนิ ้ี
(๙) ปฏบิ ตั กิ ารอนื่ ใดเพื่อใหเ้ ป็นไปตามพระราชบญั ญตั ิน้ี หรอื กฎหมายอืน่
ในการปฏิบัติเพ่ือให้เป็นไปตามหน้าที่และอานาจตามวรรคหน่ึง ให้คณะกรรมการมีหนังสือเรียก
หนว่ ยงานของรฐั หรือบคุ คลใดมาชี้แจง ใหข้ อ้ เทจ็ จรงิ หรือมาให้ถ้อยคาหรือสง่ เอกสารหลักฐานท่ีเกี่ยวข้อง
เพื่อประกอบการดาเนนิ งานได้
ในการปฏบิ ตั ิการตามพระราชบัญญัตนิ ใี้ หค้ ณะกรรมการเป็นเจา้ พนกั งานตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๓๘ ประธานกรรมการและกรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ มิ วี าระการดารงตาแหนง่ สปี่ ี
เมื่อครบกาหนดวาระตามวรรคหน่ึง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒิข้ึนใหม่ ให้ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึงพ้นจากตาแหน่งตามวาระนั้น
อยู่ในตาแหน่งเพื่อปฏบิ ัติหน้าท่ีตอ่ ไปจนกวา่ ประธานกรรมการและกรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ซิ ่ึงไดร้ ับแต่งต้งั ใหม่
เข้ารับหน้าที่ แต่ต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจาก
ตาแหนง่ ตามวาระน้นั
มาตรา ๓๙ นอกจากการพ้นจากตาแหนง่ ตามวาระตามมาตรา ๓๘ ประธานกรรมการและ
กรรมการผทู้ รงคณุ วุฒพิ น้ จากตาแหนง่ เม่ือ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าท่ี
หรอื หยอ่ นความสามารถ

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๔๙ ก หน้า ๒๓ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกจิ จานุเบกษา

(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมอื นไร้ความสามารถ
(๕) ได้รับโทษจาคุกโดยตอ้ งคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุก เว้นแตเ่ ป็นโทษสาหรับความผดิ ท่ไี ด้
กระทาโดยประมาทหรอื ความผดิ ลหุโทษ
มาตรา ๔๐ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตาแหน่งก่อนวาระ
ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าท่ีเหลืออยู่ และให้ดาเนินการแตง่ ต้ังประธานกรรมการหรอื
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนตาแหน่งที่ว่างภายในหกสิบวันนับแต่วันท่ีตาแหน่งว่างลง เว้นแต่วาระของ
กรรมการเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน และให้ผู้ท่ีได้รับแต่งต้ังให้ดารงตาแหน่งแทนอยู่ในตาแหน่งเท่ากับวาระ
ทเ่ี หลืออยูข่ องผซู้ ่ึงตนแทน”
มาตรา ๑๙ ให้เพ่ิมความต่อไปนี้เป็นวรรคส่ีของมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วย
ธุรกรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ๒๕๔๔
“การประชุมของคณะกรรมการอาจกระทาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่คณะกรรมการ
กาหนดก็ได้”
มาตรา ๒๐ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญตั วิ า่ ดว้ ยธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์
พ.ศ. ๒๕๔๔ ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๑ และใหใ้ ช้ความต่อไปนแี้ ทน
“มาตรา ๔๓ ให้สานักงานทาหนา้ ทเ่ี ป็นหน่วยงานธรุ การของคณะกรรมการ
ใหส้ านกั งานจัดทาแผนยทุ ธศาสตร์เกย่ี วกบั ธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์ เพื่อเสนอคณะกรรมการ
ให้ความเหน็ ชอบตามมาตรา ๓๗ (๑) และจัดส่งให้หน่วยงานท่ีเก่ยี วขอ้ งเพ่ือดาเนนิ การตอ่ ไป”
มาตรา ๒๑ ให้เพ่ิมความต่อไปน้ีเป็นมาตรา ๔๓/๑ ในหมวด ๕ คณะกรรมการธุรกรรม
ทางอิเลก็ ทรอนิกส์ แหง่ พระราชบญั ญัติวา่ ด้วยธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔
“มาตรา ๔๓/๑ แผนยทุ ธศาสตร์ทีส่ านักงานตอ้ งจัดทาตามมาตรา ๔๓ วรรคสอง ต้องสอดคล้อง
กับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคมตามกฎหมายว่าด้วย
การพัฒนาดิจิทลั เพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยอย่างน้อยต้องกาหนดเร่อื งดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) กลไกและมาตรการด้านการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานทางเทคโนโลยีดิจิทัล เพ่ือรองรับ
การทาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจบริการเก่ียวกับธุรกรรมทาง
อเิ ลก็ ทรอนิกส์และธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์ภาครฐั

เล่ม ๑๓๖ ตอนท่ี ๔๙ ก หน้า ๒๔ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกิจจานเุ บกษา

(๒) มาตรการการส่งเสริมและสนับสนนุ การให้มรี ะบบการบริการในการทาธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์
พาณชิ ย์อิเล็กทรอนกิ ส์ และการให้บริการธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์ โดยใชเ้ ทคโนโลยีดจิ ิทัล เพ่อื สนบั สนุน
การพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ

(๓) กระบวนการส่งเสรมิ ให้เกิดการพัฒนามาตรฐานและกฎเกณฑ์การใช้งานทางเทคโนโลยีดจิ ิทัล
เพ่อื ใหก้ ารทางานของระบบมกี ารเชื่อมโยงกันอยา่ งมีความม่ันคงปลอดภยั พร้อมใช้งาน และมคี วามน่าเชอื่ ถอื
ในการให้บรกิ าร

(๔) แนวทางและมาตรการเกี่ยวกับการส่งเสริมการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านธุรกรรมทาง
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ พาณิชย์อิเลก็ ทรอนกิ ส์ และธุรกิจบรกิ ารเกี่ยวกบั ธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และธรุ กรรม
ทางอิเล็กทรอนกิ สภ์ าครฐั รวมทั้งการประยุกต์การใชง้ านเทคโนโลยีดจิ ทิ ัลท่ีเก่ยี วขอ้ ง

(๕) แนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยเทคโนโลยีดิจิทัล
ด้านธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และการให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
รวมท้ังส่งเสริมใหม้ ีการเผยแพรค่ วามรูใ้ ห้แกป่ ระชาชนเพอ่ื ใช้ประโยชนจ์ ากเทคโนโลยดี งั กลา่ ว”

มาตรา ๒๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทาง
อเิ ล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปนแี้ ทน

“มาตรา ๔๔ ผู้ใดประกอบธุรกิจบริการเก่ียวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่แจ้งต่อ
พนักงานเจ้าหน้าท่ีตามท่ีกาหนดในพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๓๓ วรรคหน่ึง โดยฝ่าฝืนคาสั่งของ
พนักงานเจ้าหน้าที่ให้หยุดการให้บริการหรือคาสั่งห้ามมิให้ให้บริการในส่วนท่ีเก่ียวกั บธุรกรรมทาง
อิเล็กทรอนิกส์ในการประกอบธุรกิจตามมาตรา ๓๓ วรรคสาม หรือตามมาตรา ๓๓ วรรคห้า
แล้วแต่กรณี หรือประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภายหลังจากพนักงานเจ้าหน้าท่ี
ถอนการรับแจ้งตามมาตรา ๓๓ วรรคหก ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหน่ึงปี หรือปรับไม่เกินหน่ึงแสนบาท
หรือทงั้ จาทงั้ ปรบั ”

มาตรา ๒๓ ให้เพ่ิมความต่อไปน้ีเป็นมาตรา ๔๔/๑ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนกิ ส์ พ.ศ. ๒๕๔๔

“มาตรา ๔๔/๑ ผู้ใดประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ข้ึน
ทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ีตามที่กาหนดในพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๓๓/๑ วรรคหน่ึง หรือ
ประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภายหลังจากมีคาสั่งเพิกถอนการขึ้นทะเบียน

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๔๙ ก หน้า ๒๕ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

ตามมาตรา ๓๓/๑ วรรคสี่ หรือวรรคแปด แล้วแต่กรณี ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสองปี หรือ

ปรับไม่เกนิ สองแสนบาท หรอื ทั้งจาท้งั ปรับ”
มาตรา ๒๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทาง

อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ และใหใ้ ช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๔๕ ผู้ใดประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับ

ใบอนุญาตตามมาตรา ๓๔ หรือประกอบธุรกิจบริการเก่ียวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในระหว่าง
ที่มีคาสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือภายหลังจากมีคาสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของคณะกรรมการ ต้องระวางโทษ
จาคุกไม่เกนิ สามปี หรอื ปรับไมเ่ กินสามแสนบาท หรอื ทงั้ จาท้งั ปรบั ”

มาตรา ๒๕ ให้คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ซ่ึงดารงตาแหน่งอยู่ในวันกอ่ นวนั ที่
พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คงอยู่ในตาแหน่งต่อไป จนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการธุรกรรม
ทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์ตามพระราชบัญญตั ิวา่ ดว้ ยธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งแกไ้ ขเพม่ิ เติม
โดยพระราชบญั ญตั นิ ้ี

มาตรา ๒๖ บรรดาการใด ๆ ท่ีคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชบัญญัติ
ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้ดาเนินการไว้ก่อนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ
และยังมีผลใช้บังคับอยู่ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไป และเม่ือได้มีการแต่งต้ังคณะกรรมการธุรกรรมทาง
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ตามพระราชบัญญัติว่าดว้ ยธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ ซง่ึ แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดย
พระราชบญั ญตั ิน้ี แลว้ การนั้นยังดาเนินการไมแ่ ล้วเสรจ็ ให้การดาเนินการต่อไปเปน็ ไปตามทีค่ ณะกรรมการ
ธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์นั้นกาหนด

มาตรา ๒๗ ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม
รกั ษาการตามพระราชบญั ญัตนิ ี้

ผ้รู บั สนองพระราชโองการ
พลเอก ประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา

นายกรฐั มนตรี

เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๔๙ ก หน้า ๒๖ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒
ราชกิจจานุเบกษา

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยที่ปัจจุบันกฎหมายว่าด้วยธุรกรรม
ทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์มีข้อจากัดหรืออปุ สรรคบางประการในการบังคับใช้กฎหมาย ประกอบกับการทาสัญญาในรูปแบบ
ของธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มท่ีจะเกิดข้ึนระหว่างคู่สัญญาที่อยู่คนละประเทศเป็นจานวนมาก
เพื่อใหก้ ฎหมายว่าดว้ ยธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมทัง้ ปรบั ปรุงกลไกในการกากับ
ดูแลการประกอบธุรกิจบริการเก่ียวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ชัดเจนและสอดคล้องกับการพัฒนาดิจิทัล
เพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงจาเปน็ ต้องตราพระราชบัญญตั ิน้ี


Click to View FlipBook Version