หองสมดุ กรมบัญชีกลาง
พระราชกฤษฎกี า
วา ดว ยหลักเกณฑและวธิ กี ารบริหารกจิ การบา นเมืองที่ดี
พ.ศ. ๒๕๔๖
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ใหไ ว ณ วันที่ ๙ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๔๖
เปน ปท ่ี ๕๘ ในรัชกาลปจจบุ นั
พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช มพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา ฯ
ใหป ระกาศวา
โดยทเี่ ปน การสมควรกาํ หนดหลกั เกณฑแ ละวธิ กี ารบรหิ ารกิจการบานเมอื งท่ดี ี
อาศัยอาํ นาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย
ประกอบกบั มาตรา ๓/๑ และมาตรา ๗๑/๑๐(๕) แหงพระราชบัญญัตริ ะเบยี บบริหารราชการ
แผนดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผน ดนิ
(ฉบบั ท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ใหต ราพระราชกฤษฎกี าขน้ึ ไว ดงั ตอ ไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานเี้ รียกวา “พระราชกฤษฎกี าวา ดว ยหลักเกณฑและ
วธิ ีการบริหารกจิ การบา นเมืองท่ีดี พ.ศ. ๒๕๔๖”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎกี านใี้ หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จา
นเุ บกษาเปนตนไป
มาตรา ๓ การปฏิบตั ติ ามพระราชกฤษฎกี านี้ในเรือ่ งใดสมควรทสี่ วนราชการใดจะ
ปฏบิ ตั ิเม่ือใด และจะตองมีเงอื่ นไขอยา งใด ใหเปนไปตามทค่ี ณะรัฐมนตรกี าํ หนดตามขอเสนอ
แนะของ ก.พ.ร.
2
มาตรา ๔ ในพระราชกฤษฎกี านี้
“สว นราชการ” หมายความวา สว นราชการตามกฎหมายวา ดวยการปรับปรุง
กระทรวง ทบวง กรม และหนว ยงานอนื่ ของรฐั ทอ่ี ยใู นกาํ กบั ของราชการฝา ยบรหิ าร แตไ มร วมถงึ
องคก รปกครองสวนทองถิ่น
“รัฐวสิ าหกจิ ” หมายความวา รฐั วิสาหกิจท่จี ัดตัง้ ขนึ้ โดยพระราชบญั ญตั ิหรอื
พระราชกฤษฎกี า
“ขา ราชการ” หมายความรวมถงึ พนกั งาน ลกู จา ง หรอื ผปู ฏบิ ตั งิ านในสว นราชการ
มาตรา ๕ ใหนายกรัฐมนตรีรกั ษาการตามพระราชกฤษฎกี านี้
หมวด ๑
การบริหารกจิ การบานเมอื งทีด่ ี
มาตรา ๖ การบรหิ ารกิจการบา นเมอื งทด่ี ี ไดแก การบรหิ ารราชการเพ่ือบรรลุ
เปาหมายดงั ตอ ไปน้ี
(๑) เกิดประโยชนสุขของประชาชน
(๒) เกดิ ผลสัมฤทธต์ิ อภารกจิ ของรฐั
(๓) มปี ระสิทธิภาพและเกดิ ความคมุ คาในเชงิ ภารกจิ ของรัฐ
(๔) ไมม ีข้ันตอนการปฏิบตั ิงานเกนิ ความจําเปน
(๕) มกี ารปรับปรงุ ภารกจิ ของสวนราชการใหทนั ตอสถานการณ
(๖) ประชาชนไดร บั การอํานวยความสะดวกและไดร ับการตอบสนองความ
ตอ งการ
(๗) มกี ารประเมินผลการปฏบิ ัตริ าชการอยา งสมาํ่ เสมอ
3
หมวด ๒
การบริหารราชการเพื่อใหเ กิดประโยชนส ุขของประชาชน
มาตรา ๗ การบรหิ ารราชการเพอื่ ประโยชนส ขุ ของประชาชน หมายถงึ การปฏบิ ตั ิ
ราชการที่มีเปาหมายเพ่ือใหเกิดความผาสุกและความเปนอยูท่ีดีของประชาชน ความสงบและ
ปลอดภยั ของสงั คมสว นรวม ตลอดจนประโยชนส งู สดุ ของประเทศ
มาตรา ๘ ในการบริหารราชการเพ่ือประโยชนส ุขของประชาชน สว นราชการจะตอ ง
ดําเนินการโดยถอื วาประชาชนเปน ศูนยกลางทีจ่ ะไดร บั การบริการจากรัฐ และจะตองมีแนวทางการ
บริหารราชการดังตอ ไปนี้
(๑) การกาํ หนดภารกิจของรฐั และสว นราชการตองเปน ไปเพอื่ วตั ถปุ ระสงคต าม
มาตรา ๗ และสอดคลอ งกบั แนวนโยบายแหง รฐั และนโยบายของคณะรฐั มนตรที แ่ี ถลงตอ รฐั สภา
(๒) การปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ของสว นราชการตอ งเปน ไปโดยซอ่ื สตั ยส จุ รติ สามารถตรวจ
สอบได และมงุ ใหเกิดประโยชนส ุขแกป ระชาชนทงั้ ในระดบั ประเทศและทอ งถน่ิ
(๓) กอนเริ่มดําเนนิ การ สว นราชการตอ งจัดใหม ีการศกึ ษาวิเคราะหผ ลดีและ
ผลเสียใหครบถวนทุกดาน กําหนดข้ันตอนการดําเนินการท่ีโปรงใส มีกลไกตรวจสอบการ
ดาํ เนนิ การในแตล ะขน้ั ตอน ในกรณีท่ีภารกจิ ใดจะมผี ลกระทบตอประชาชน สวนราชการตอ ง
ดําเนินการรับฟงความคิดเห็นของประชาชนหรือช้ีแจงทําความเขาใจเพ่ือใหประชาชนได
ตระหนกั ถึงประโยชนท่ีสวนรวมจะไดรบั จากภารกจิ นนั้
(๔) ใหเปนหนาที่ของขาราชการที่จะตองคอยรับฟงความคิดเห็นและความ
พึงพอใจของสังคมโดยรวมและประชาชนผูรับบริการ เพ่ือปรับปรุงหรือเสนอแนะตอผูบังคับ
บัญชา เพอ่ื ใหมีการปรบั ปรุงวิธีปฏิบัตริ าชการใหเหมาะสม
(๕) ในกรณที เี่ กดิ ปญ หาและอปุ สรรคจากการดาํ เนนิ การ ใหส ว นราชการดาํ เนนิ การ
แกไ ขปญหาและอุปสรรคนัน้ โดยเรว็ ในกรณที ่ปี ญหาหรืออุปสรรคน้ันเกิดขึน้ จากสว นราชการ
อน่ื หรอื ระเบยี บขอ บงั คบั ทอี่ อกโดยสว นราชการอน่ื ใหส ว นราชการแจง ใหส ว นราชการทเ่ี กย่ี วขอ ง
ทราบเพ่อื ดาํ เนินการแกไขปรับปรุงโดยเรว็ ตอไป และใหแจง ก.พ.ร. ทราบดวย
การดําเนินการตามวรรคหน่ึง ใหสวนราชการกําหนดวิธีปฏิบัติใหเหมาะสมกับ
ภารกจิ แตละเรอ่ื ง ทัง้ นี้ ก.พ.ร. จะกําหนดแนวทางการดาํ เนินการท่วั ไปใหส ว นราชการปฏิบัติ
ใหเปน ไปตามมาตรานีด้ วยก็ได
4
หมวด ๓
การบรหิ ารราชการเพอื่ ใหเ กดิ ผลสัมฤทธิต์ อ ภารกจิ ของรฐั
มาตรา ๙ การบรหิ ารราชการเพอื่ ใหเ กดิ ผลสมั ฤทธติ์ อ ภารกจิ ของรฐั ใหส ว นราชการ
ปฏิบัติดงั ตอ ไปน้ี
(๑) กอ นจะดาํ เนินการตามภารกิจใด สว นราชการตองจัดทําแผนปฏิบัติราชการ
ไวเปน การลว งหนา
(๒) การกําหนดแผนปฏบิ ตั ริ าชการของสว นราชการตาม (๑) ตอ งมรี ายละเอยี ด
ของขน้ั ตอน ระยะเวลาและงบประมาณทจ่ี ะตอ งใชใ นการดาํ เนนิ การของแตล ะขนั้ ตอน เปา หมายของ
ภารกิจ ผลสัมฤทธ์ขิ องภารกิจ และตวั ชว้ี ัดความสําเร็จของภารกิจ
(๓) สว นราชการตอ งจดั ใหม กี ารตดิ ตามและประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ติ ามแผนปฏบิ ตั ิ
ราชการตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีสวนราชการกําหนดขึ้น ซึ่งตองสอดคลองกับมาตรฐานท่ี
ก.พ.ร. กําหนด
(๔) ในกรณีที่การปฏิบัติภารกิจ หรอื การปฏิบตั ิตามแผนปฏบิ ตั ริ าชการเกดิ ผล
กระทบตอประชาชน ใหเปนหนาท่ีของสวนราชการท่ีจะตองดําเนินการแกไขหรือบรรเทาผล
กระทบนนั้ หรือเปล่ยี นแผนปฏบิ ตั ิราชการใหเ หมาะสม
มาตรา ๑๐ ในกรณที ภี่ ารกจิ ใดมคี วามเกยี่ วขอ งกบั หลายสว นราชการหรอื เปน ภารกจิ ที่
ใกลเ คียงหรอื ตอเนอื่ งกัน ใหส วนราชการท่ีเก่ียวขอ งน้นั กําหนดแนวทางการปฏิบตั ริ าชการเพอื่ ให
เกิดการบรหิ ารราชการแบบบูรณาการรวมกัน โดยมุงใหเ กดิ ผลสัมฤทธ์ิตอ ภารกิจของรัฐ
ใหสวนราชการมีหนาที่สนับสนุนการปฏิบัติราชการของผูวาราชการจังหวัดหรือ
หัวหนาคณะผูแทนในตางประเทศ เพื่อใหการบริหารราชการแบบบูรณาการในจังหวัดหรือใน
ตา งประเทศ แลว แตก รณี สามารถใชอ าํ นาจตามกฎหมายไดค รบถว นตามความจาํ เปน และบรหิ าร
ราชการไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ
มาตรา ๑๑ สว นราชการมหี นา ทพ่ี ฒั นาความรใู นสว นราชการ เพอ่ื ใหม ลี กั ษณะเปน องค
การแหงการเรียนรูอยางสม่ําเสมอ โดยตองรับรูขอมูลขาวสารและสามารถประมวลผลความรูใน
ดานตางๆ เพ่ือนํามาประยุกตใชในการปฏิบัติราชการไดอยางถูกตอง รวดเรว็ และเหมาะสมกับ
สถานการณ รวมท้ังตองสง เสริมและพัฒนาความรคู วามสามารถ สรางวสิ ัยทศั นแ ละปรับเปลี่ยน
ทัศนคติของขาราชการในสังกัดใหเปนบุคลากรท่ีมีประสิทธิภาพและมีการเรียนรูรวมกัน ทั้งน้ี
5
เพื่อประโยชนในการปฏิบัติราชการของสวนราชการใหสอดคลองกับการบริหารราชการใหเกิดผล
สัมฤทธิต์ ามพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๑๒ เพื่อประโยชนในการปฏบิ ัตริ าชการใหเกิดผลสัมฤทธิ์ ก.พ.ร. อาจ
เสนอตอคณะรัฐมนตรีเพื่อกําหนดมาตรการกํากับการปฏิบัติราชการ โดยวิธีการจัดทําความ
ตกลงเปน ลายลกั ษณอ กั ษร หรอื โดยวธิ กี ารอน่ื ใด เพอ่ื แสดงความรบั ผดิ ชอบในการปฏบิ ตั ริ าชการ
มาตรา ๑๓ ใหค ณะรัฐมนตรีจดั ใหม ีแผนการบริหารราชการแผน ดินตลอดระยะ
เวลาการบรหิ ารราชการของคณะรัฐมนตรี
เม่ือคณะรัฐมนตรีไดแถลงนโยบายตอ รฐั สภาแลว ใหส าํ นกั เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ
และ สํานักงบประมาณ รว มกนั จัดทาํ แผนการบริหารราชการแผนดิน เสนอคณะรัฐมนตรพี ิจารณา
ภายในเกา สิบวนั นบั แตว ันท่คี ณะรฐั มนตรแี ถลงนโยบายตอ รัฐสภา
เม่ือคณะรัฐมนตรีใหความเห็นชอบในแผนการบริหารราชการแผนดินตามวรรค
หนงึ่ แลว ใหม ีผลผูกพันคณะรัฐมนตรี รฐั มนตรี และสวนราชการ ที่จะตองดาํ เนินการจดั ทาํ ภารกิจ
ใหเ ปน ไปตามแผนการบรหิ ารราชการแผนดินนัน้
มาตรา ๑๔ ในการจดั ทําแผนการบริหารราชการแผนดนิ ตามมาตรา ๑๓ ใหจดั ทํา
เปน แผนสป่ี โดยนํานโยบายของรฐั บาลทแ่ี ถลงตอ รัฐสภามาพจิ ารณาดาํ เนนิ การใหส อดคลองกบั
แนวนโยบายพืน้ ฐานแหงรัฐตามบทบญั ญตั ิของรัฐธรรมนญู แหงราชอาณาจกั รไทย และแผนพฒั นา
ประเทศดานตา งๆ ที่เก่ยี วขอ ง ท้ังนี้ อยางนอ ยจะตองมีสาระสําคัญเกย่ี วกับการกาํ หนดเปา หมาย
และผลสัมฤทธิ์ของงาน สว นราชการหรือบคุ คลที่จะรับผดิ ชอบในแตละภารกิจ ประมาณการรายได
และรายจา ยและทรพั ยากรตา งๆ ทจ่ี ะตอ งใช ระยะเวลาการดาํ เนนิ การ และการตดิ ตามประเมนิ ผล
มาตรา ๑๕ เมื่อมีการประกาศใชบังคับแผนการบรหิ ารราชการแผนดนิ แลว ให
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีรวมกันพิจารณาจัดทําแผน
นิติบัญญัติ โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายท่ีจะตองจัดใหมีขึ้นใหมหรือกฎหมายที่ตองมีการ
แกไขเพ่ิมเติมหรือยกเลิกใหส อดคลอ งกบั แผนการบรหิ ารราชการแผน ดนิ สว นราชการผรู บั ผดิ ชอบ
และระยะเวลาทตี่ อ งดาํ เนนิ การ
แผนนิติบัญญัติน้ันเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่สํานักงานคณะกรรมการ
กฤษฎีกาและสาํ นักเลขาธิการนายกรัฐมนตรเี สนอแลว ใหม ผี ลผกู พนั สว นราชการทเ่ี ก่ยี วของที่
จะตอ งปฏบิ ัตใิ หเปนไปตามนนั้
6
ในกรณีท่ีเห็นสมควร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอาจเสนอตอคณะ
รัฐมนตรีเพื่อกําหนดหลักเกณฑการจัดทําแผนนิติบัญญัติเพ่ือใหเกิดความรวมมือในการปฏิบัติ
งานก็ได
มาตรา ๑๖ ใหสว นราชการจัดทําแผนปฏิบตั ิราชการของสวนราชการน้นั โดยจัด
ทําเปนแผนสี่ป ซ่ึงจะตอ งสอดคลองกบั แผนการบรหิ ารราชการแผน ดนิ ตามมาตรา ๑๓
ในแตละปงบประมาณ ใหสวนราชการจัดทาํ แผนปฏิบัติราชการประจาํ ป โดยให
ระบุสาระสําคัญเก่ยี วกบั นโยบายการปฏิบัติราชการของสวนราชการ เปา หมายและผลสัมฤทธข์ิ อง
งาน รวมทง้ั ประมาณการรายไดแ ละรายจา ยและทรพั ยากรอนื่ ทจ่ี ะตอ งใช เสนอตอ รฐั มนตรเี พอ่ื ให
ความเหน็ ชอบ
เม่ือรัฐมนตรีใหความเห็นชอบแผนปฏิบัติราชการของสวนราชการใดตามวรรค
สองแลว ใหส ํานกั งบประมาณดําเนินการจัดสรรงบประมาณเพื่อปฏิบตั งิ านใหบรรลผุ ลสาํ เรจ็ ใน
แตล ะภารกจิ ตามแผนปฏิบัตริ าชการดังกลาว
ในกรณีท่ีสวนราชการมิไดเสนอแผนปฏิบัติราชการในภารกิจใดหรือภารกิจใดไม
ไดร ับความเห็นชอบจากรฐั มนตรี มิใหส าํ นกั งบประมาณจัดสรรงบประมาณสาํ หรบั ภารกิจน้ัน
เม่ือส้ินปงบประมาณใหสวนราชการจัดทํารายงานแสดงผลสัมฤทธ์ิของแผน
ปฏบิ ัตริ าชการประจําปเสนอตอคณะรัฐมนตรี
มาตรา ๑๗ ในกรณีทก่ี ฎหมายวา ดวยวิธกี ารงบประมาณกาํ หนดใหสว นราชการ
ตอ งจดั ทาํ แผนปฏบิ ตั ริ าชการเพอื่ ขอรบั งบประมาณ ใหส าํ นกั งบประมาณและ ก.พ.ร. รว มกนั กาํ หนด
แนวทางการจดั ทาํ แผนปฏบิ ตั ริ าชการตามมาตรา ๑๖ ใหสามารถใชไ ดก บั แผนปฏิบตั ริ าชการทตี่ อ ง
จัดทาํ ตามกฎหมายวา ดว ยวธิ ีการงบประมาณ ท้ังนี้ เพื่อมิใหเ พ่มิ ภาระงานในการจัดทาํ แผนจนเกิน
สมควร
มาตรา ๑๘ เมือ่ มกี ารกาํ หนดงบประมาณรายจา ยประจําปตามแผนปฏบิ ตั ริ าชการ
ของสวนราชการใดแลว การโอนงบประมาณจากภารกิจหนึ่งตามท่ีกําหนดในแผนปฏิบัติราชการ
ไปดาํ เนนิ การอยา งอ่ืน ซง่ึ มผี ลทําใหภ ารกิจเดมิ ไมบ รรลุเปา หมายหรือนาํ ไปใชในภารกจิ ใหมท ีม่ ไิ ด
กําหนดในแผนปฏิบัติราชการ จะกระทําไดตอเม่ือไดรับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีใหปรับแผน
ปฏิบตั ริ าชการใหสอดคลองกนั แลว
การปรับแผนปฏิบัติราชการตามวรรคหนึ่งจะกระทําไดเฉพาะในกรณีท่ีงานหรือ
ภารกิจใดไมอาจดําเนินการตามวัตถุประสงคตอไปได หรือหมดความจําเปนหรือไมเปน
7
ประโยชน หรือหากดําเนินการตอไปจะตองเสียคาใชจายเกินความจําเปน หรือมีความจําเปน
อยา งอืน่ อันไมอ าจหลีกเล่ยี งไดท ่ีจะตองเปลย่ี นแปลงสาระสําคัญของแผนปฏิบัตริ าชการ
เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมตอิ นมุ ตั ิใหป รบั แผนปฏบิ ตั ิราชการแลว ใหด าํ เนนิ การแกไ ข
แผนการบริหารราชการแผน ดนิ ใหส อดคลอ งกนั ดว ย
มาตรา ๑๙ เมอ่ื นายกรฐั มนตรพี นจากตําแหนง ใหห วั หนา สว นราชการมีหนาท่ี
สรุปผลการปฏิบัติราชการและใหขอมูลตอนายกรัฐมนตรีคนใหม ตามที่นายกรัฐมนตรีคนใหม
ส่ังการ ทั้งนี้ เพื่อนายกรัฐมนตรีคนใหมจะไดใชเปนขอมูลในการพิจารณากาํ หนดนโยบายการ
บริหารราชการแผนดินตอ ไป
หมวด ๔
การบริหารราชการอยางมีประสทิ ธิภาพ
และเกิดความคุมคาในเชงิ ภารกจิ ของรฐั
มาตรา ๒๐ เพอื่ ใหก ารปฏบิ ตั ริ าชการภายในสว นราชการเปน ไปอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ใหส ว นราชการกาํ หนดเปาหมาย แผนการทาํ งาน ระยะเวลาแลวเสร็จของงานหรือโครงการ และ
งบประมาณทจ่ี ะตอ งใชในแตละงานหรอื โครงการ และตอ งเผยแพรใหขา ราชการและประชาชน
ทราบท่ัวกันดว ย
มาตรา ๒๑ ใหส ว นราชการจดั ทาํ บญั ชตี น ทนุ ในงานบรกิ ารสาธารณะแตล ะประเภท
ขน้ึ ตามหลักเกณฑและวิธกี ารทก่ี รมบัญชีกลางกาํ หนด
ใหสวนราชการคํานวณรายจายตอหนวยของงานบริการสาธารณะที่อยูในความ
รับผิดชอบของสวนราชการน้ันตามระยะเวลาที่กรมบัญชีกลางกาํ หนด และรายงานใหสํานัก
งบประมาณ กรมบญั ชกี ลาง และ ก.พ.ร. ทราบ
ในกรณีท่ีรายจายตอหนวยของงานบริการสาธารณะใดของสวนราชการใดสูงกวา
รายจายตอหนวยของงานบริการสาธารณะประเภทและคุณภาพเดียวกันหรือคลายคลึงกันของ
สวนราชการอนื่ ใหสว นราชการน้นั จดั ทาํ แผนการลดรายจายตอหนวยของงานบริการสาธารณะ
ดงั กลา วเสนอสาํ นักงบประมาณ กรมบญั ชกี ลาง และ ก.พ.ร. ทราบ และถา มิไดมีขอทกั ทวง
ประการใดภายในสบิ หา วนั กใ็ หส ว นราชการดงั กลา วถอื ปฏบิ ตั ติ ามแผนการลดรายจา ยนนั้ ตอ ไปได
8
มาตรา ๒๒ ใหส ํานกั งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง ชาติ
และสํานักงบประมาณรวมกันจัดใหมีการประเมินความคุมคาในการปฏิบัติภารกิจของรัฐที่
สวนราชการดําเนินการอยู เพ่ือรายงานคณะรัฐมนตรีสําหรับเปนแนวทางในการพิจารณาวา
ภารกิจใดสมควรจะไดดาํ เนินการตอไปหรือยุบเลิก และเพอื่ ประโยชนใ นการจัดตงั้ งบประมาณ
ของสว นราชการในปต อ ไป ท้ังน้ี ตามระยะเวลาท่คี ณะรัฐมนตรกี ําหนด
ในการประเมินความคุมคาตามวรรคหนึง่ ใหคํานึงถึงประเภทและสภาพของแตล ะ
ภารกจิ ความเปน ไปไดของภารกจิ หรือโครงการทด่ี ําเนินการ ประโยชนท ีร่ ฐั และประชาชนจะพงึ ได
และรายจา ยท่ีตอ งเสียไปกอนและหลงั ทสี่ วนราชการดาํ เนินการดว ย
ความคุมคาตามมาตรานี้ ใหหมายความถึงประโยชนหรอื ผลเสยี ทางสงั คม และ
ประโยชนห รือผลเสียอนื่ ซึ่งไมอาจคํานวณเปนตวั เงนิ ไดดวย
มาตรา ๒๓ ในการจดั ซอ้ื หรอื จดั จา ง ใหส ว นราชการดาํ เนนิ การโดยเปด เผยและเทยี่ ง
ธรรม โดยพิจารณาถึงประโยชนแ ละผลเสยี ทางสังคม ภาระตอประชาชน คุณภาพ วัตถปุ ระสงคท่ี
จะใช ราคา และประโยชนระยะยาวของสว นราชการทจี่ ะไดรับประกอบกนั
ในกรณีท่ีวัตถุประสงคในการใชเปนเหตุใหตองคํานึงถึงคุณภาพและการดูแล
รกั ษาเปนสําคญั ใหสามารถกระทําไดโ ดยไมต องถือราคาตาํ่ สดุ ในการเสนอซื้อหรือจางเสมอไป
ใหส ว นราชการทม่ี หี นา ทดี่ แู ลระเบยี บเกย่ี วกบั การพสั ดปุ รบั ปรงุ ระเบยี บทเ่ี กยี่ วขอ ง
เพอื่ ใหสวนราชการดําเนินการตามวรรคหนง่ึ และวรรคสองไดอยางมปี ระสิทธิภาพ
มาตรา ๒๔ ในการปฏิบตั ิภารกจิ ใด หากสวนราชการจําเปน ตองไดร ับอนุญาต
อนุมตั ิ หรอื ความเหน็ ชอบจากสว นราชการอนื่ ตามทมี่ กี ฎหมาย กฎ ระเบยี บ ขอ บงั คบั ประกาศ หรอื
มตคิ ณะรฐั มนตรกี ําหนด ใหสวนราชการท่ีมีอํานาจอนุญาต อนุมัติ หรือใหความเห็นชอบ
ดังกลาว แจงผลการพิจารณาใหสวนราชการที่ยื่นคําขอทราบภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีไดรับ
คําขอ
ในกรณีที่เร่อื งใดมีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ขอบังคบั ประกาศ หรอื มตคิ ณะ
รฐั มนตรีกําหนดข้ันตอนการปฏิบตั ไิ ว และข้ันตอนการปฏบิ ัตินั้นตองใชระยะเวลาเกินสิบหา วนั
ใหสว นราชการทม่ี ีอํานาจอนุญาต อนมุ ัติ หรือใหค วามเหน็ ชอบ ประกาศกาํ หนดระยะเวลาการ
พิจารณาไวใหสวนราชการอนื่ ทราบ
สวนราชการใดทม่ี ีอํานาจอนญุ าต อนุมตั ิ หรือใหความเหน็ ชอบ มไิ ดดําเนนิ การให
แลว เสร็จตามวรรคหนึ่งหรอื วรรคสอง หากเกดิ ความเสยี หายใดขน้ึ ใหถือวาขาราชการซง่ึ มหี นา ที่
เกี่ยวของและหัวหนาสวนราชการนั้นประมาทเลนิ เลอ อยางรายแรง เวน แตจะพิสูจนไดว า ความ
ลา ชา น้นั มิไดเ กดิ ข้นึ จากความผิดของตน
9
มาตรา ๒๕ ในการพจิ ารณาวนิ จิ ฉยั ชขี้ าดปญ หาใดๆ ใหเ ปน หนา ทขี่ องสว นราชการท่ี
รับผดิ ชอบในปญหานัน้ ๆ จะตอ งพิจารณาวนิ ิจฉัยชี้ขาดโดยเรว็ การตง้ั คณะกรรมการขึ้นพิจารณา
วินิจฉยั ใหดาํ เนนิ การไดเทา ทจี่ ําเปนอันไมอาจหลกี เลี่ยงได
ในการพิจารณาเรอื่ งใดๆ โดยคณะกรรมการ เมอ่ื คณะกรรมการมมี ติเปนประการ
ใดแลว ใหมติของคณะกรรมการผกู พนั สว นราชการซ่ึงมีผูแ ทนรวมเปน กรรมการอยดู ว ย แมวา ใน
การพิจารณาวินิจฉัยเรื่องนั้นผูแทนของสวนราชการที่เปนกรรมการจะมิไดเขารวมพิจารณาวินิจฉัย
ก็ตาม ถา มคี วามเหน็ แตกตา งกนั สองฝา ย ใหบ นั ทกึ ความเหน็ ของกรรมการฝา ยขา งนอ ยไวใ หป รากฏ
ในเรอ่ื งนนั้ ดว ย
ความผูกพันท่ีกาํ หนดไวในวรรคสอง มิใหใชบังคับกับการวินิจฉัยในปญหาดาน
กฎหมาย
มาตรา ๒๖ การส่ังราชการโดยปกตใิ หกระทาํ เปนลายลักษณอกั ษร เวน แตใ นกรณี
ทผ่ี บู งั คบั บญั ชามคี วามจาํ เปน ทไ่ี มอ าจสงั่ เปน ลายลกั ษณอ กั ษรในขณะนน้ั จะสง่ั ราชการดว ยวาจากไ็ ด
แตใหผูรับคําสั่งน้ันบันทึกคําส่ังดวยวาจาไวเปนลายลักษณอักษรและเม่ือไดปฏิบัติราชการตามคํา
สงั่ ดงั กลา วแลว ใหบันทกึ รายงานใหผสู ัง่ ราชการทราบ ในบันทึกใหอางอิงคําสงั่ ดว ยวาจาไวดว ย
หมวด ๕
การลดขน้ั ตอนการปฏิบัติงาน
มาตรา ๒๗ ใหส ว นราชการจัดใหม กี ารกระจายอํานาจการตดั สินใจเก่ียวกบั การ
สั่ง การอนญุ าต การอนุมัติ การปฏบิ ัตริ าชการ หรือการดาํ เนนิ การอ่นื ใดของผดู ํารงตาํ แหนง ใด
ใหแกผูดํารงตําแหนงที่มีหนาที่รับผิดชอบในการดําเนินการในเรื่องน้ันโดยตรง เพ่ือใหเกิด
ความรวดเร็วและลดขั้นตอนการปฏิบัติราชการ ท้ังนี้ ในการกระจายอํานาจการตัดสินใจ
ดงั กลาวตองมงุ ผลใหเกิดความสะดวกและรวดเรว็ ในการบรกิ ารประชาชน
เม่ือไดมีการกระจายอํานาจการตัดสินใจตามวรรคหน่ึงแลว ใหสวนราชการ
กําหนดหลกั เกณฑการควบคุม ติดตาม และกาํ กบั ดูแลการใชอาํ นาจและความรบั ผิดชอบของ
ผูรับมอบอํานาจและผูมอบอํานาจไวดวย หลักเกณฑดังกลาวตองไมสรางขั้นตอนหรือการ
กล่ันกรองงานท่ีไมจ ําเปนในการปฏิบัตงิ านของขา ราชการ ในการนี้ หากสามารถใชเ ทคโนโลยี
สารสนเทศหรอื โทรคมนาคมแลว จะเปน การลดขนั้ ตอน เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพและประหยดั คา ใชจ า ย
รวมท้ังไมเกิดผลเสียหายแกราชการ ใหสวนราชการดําเนินการใหขาราชการใชเทคโนโลยี
สารสนเทศหรือโทรคมนาคมตามความเหมาะสมและกําลังเงนิ งบประมาณ
10
เม่ือสวนราชการใดไดม กี ารกระจายอํานาจการตดั สนิ ใจตามวรรคหน่ึง หรอื ไดม ี
การใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศหรอื โทรคมนาคมตามวรรคสองแลว ใหส ว นราชการนนั้ เผยแพรให
ประชาชนทราบเปนการทวั่ ไป
มาตรา ๒๘ เพื่อประโยชนในการกระจายอาํ นาจการตัดสินใจตามมาตรา ๒๗
ก.พ.ร. ดวยความเห็นชอบของคณะรฐั มนตรีจะกาํ หนดหลักเกณฑแ ละวิธกี ารหรือแนวทางในการ
กระจายอํานาจการตัดสนิ ใจ ความรบั ผิดชอบระหวางผูมอบอํานาจและผูรับมอบอาํ นาจ และการ
ลดขนั้ ตอนในการปฏิบตั ริ าชการใหส วนราชการถือปฏบิ ตั กิ ็ได
มาตรา ๒๙ ในการปฏบิ ตั งิ านทเ่ี กยี่ วขอ งกบั การบรกิ ารประชาชนหรอื การตดิ ตอ
ประสานงานระหวางสว นราชการดวยกัน ใหส วนราชการแตละแหงจัดทาํ แผนภมู ขิ น้ั ตอนและระยะ
เวลาการดําเนนิ การ รวมท้งั รายละเอียดอ่ืนๆ ทเ่ี กี่ยวขอ งในแตล ะขัน้ ตอนเปดเผยไว ณ ทีท่ ําการ
ของสวนราชการและในระบบเครือขายสารสนเทศของสวนราชการ เพื่อใหประชาชนหรือผูท่ี
เกีย่ วของเขาตรวจดูได
มาตรา ๓๐ ในกระทรวงหน่ึง ใหเปนหนาท่ีของปลัดกระทรวงทจ่ี ะตอ งจดั ให
สวนราชการภายในกระทรวงท่ีรับผิดชอบปฏิบัติงานเก่ียวกับการบริการประชาชนรวมกันจัดตั้ง
ศูนยบ ริการรว ม เพอ่ื อาํ นวยความสะดวกแกประชาชนในการทีจ่ ะตองปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายหรอื กฎ
อื่นใด ท้ังนี้ เพือ่ ใหประชาชนสามารถตดิ ตอ สอบถาม ขอทราบขอ มลู ขออนญุ าต หรอื ขออนมุ ตั ใิ น
เรอ่ื งใดๆ ทเี่ ปน อาํ นาจหนา ทข่ี องสวนราชการในกระทรวงเดียวกนั โดยติดตอเจา หนาที่ ณ ศนู ย
บรกิ ารรว มเพยี งแหง เดยี ว
มาตรา ๓๑ ในศูนยบ รกิ ารรวมตามมาตรา ๓๐ ใหจดั ใหมเี จาหนาทีร่ บั เรอื่ งราว
ตา งๆ และดําเนนิ การสงตอ ใหเจา หนาทขี่ องสวนราชการทเี่ กีย่ วขอ งเพือ่ ดําเนินการตอ ไป โดย
ใหม ขี อ มลู และเอกสารที่เก่ียวของกับอาํ นาจหนาทขี่ องทกุ สวนราชการในกระทรวง รวมทงั้ แบบ
คําขอตา งๆ ไวใ หพ รอมท่จี ะบรกิ ารประชาชนได ณ ศนู ยบรกิ ารรวม
ใหเปนหนาท่ีสวนราชการที่เก่ียวของท่ีจะตองจัดพิมพรายละเอียดของเอกสาร
หลักฐานที่ประชาชนจะตองจัดหามาในการขออนุมัติหรือขออนุญาตในแตละเร่ืองมอบใหแก
เจาหนาท่ีของศูนยบริการรวม และใหเปนหนาท่ีของเจาหนาที่ศูนยบริการรวมท่ีจะตองแจงให
ประชาชนท่ีมาตดิ ตอไดท ราบในครง้ั แรกท่มี าตดิ ตอ และตรวจสอบวาเอกสารหลักฐานที่จาํ เปน
ดังกลาวน้ันประชาชนไดยื่นมาครบถวนหรือไม พรอมท้ังแจงใหทราบถึงระยะเวลาที่จะตองใช
ดําเนินการในเร่ืองน้นั
11
ในการยื่นคาํ รองหรอื คาํ ขอตอ ศนู ยบริการรว มตามมาตรา ๓๐ ใหถ ือวาเปนการ
ยื่นตอสว นราชการท่ีเก่ยี วของทง้ั หมดตามที่ระบุไวใ นกฎหมายหรือกฎแลว
ในการดาํ เนินการตามวรรคหน่งึ หากมปี ญหาหรืออปุ สรรคในการปฏิบตั ริ าชการให
เปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีกําหนดในกฎหมายหรือกฎในเรื่องใด ใหสวนราชการท่ี
เก่ยี วของแจงให ก.พ.ร. ทราบ เพือ่ ดาํ เนินการเสนอคณะรฐั มนตรใี หมีการปรับปรุงหลกั เกณฑแ ละ
วธิ ีการตามกฎหมาย หรือกฎน้นั ตอ ไป
มาตรา ๓๒ ใหผูว า ราชการจงั หวัด นายอาํ เภอ และปลดั อาํ เภอผเู ปน หัวหนา
ประจาํ กิง่ อาํ เภอ จดั ใหส วนราชการท่ีรับผิดชอบดาํ เนนิ การเกีย่ วกบั การบรกิ ารประชาชนในเร่อื ง
เดยี วกนั หรือตอ เนอื่ งกนั ในจังหวดั อาํ เภอ หรอื กิง่ อาํ เภอนน้ั รวมกนั จัดตั้งศนู ยบ ริการรว มไว
ณ ศาลากลางจังหวัด ทีว่ าการอาํ เภอ หรือทีว่ า การกิ่งอําเภอ หรอื สถานทอ่ี น่ื ตามทเ่ี ห็นสมควร
โดยประกาศใหประชาชนทราบ และใหนาํ ความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ มาใชบงั คับดว ย
โดยอนุโลม
หมวด ๖
การปรับปรุงภารกิจของสวนราชการ
มาตรา ๓๓ ใหสว นราชการจดั ใหม กี ารทบทวนภารกิจของตนวา ภารกิจใดมีความ
จําเปน หรอื สมควรท่ีจะไดดําเนนิ การตอ ไปหรอื ไม โดยคํานงึ ถึงแผนการบริหารราชการแผนดิน
นโยบายของคณะรฐั มนตรี กาํ ลงั เงนิ งบประมาณของประเทศ ความคมุ คา ของภารกจิ และสถานการณ
อื่นประกอบกัน
กําหนดเวลาในการจัดใหมีการทบทวนตามวรรคหน่ึงใหเปนไปตามที่ ก.พ.ร.
กาํ หนด
ในกรณที ีส่ วนราชการเหน็ ควรยกเลกิ ปรับปรงุ หรือเปลย่ี นแปลงภารกจิ ใหส วน
ราชการดําเนินการปรับปรุงอํานาจหนาที่ โครงสรา ง และอตั รากําลงั ของสว นราชการใหส อด
คลองกัน และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาใหความเหน็ ชอบเพอ่ื ดาํ เนนิ การตอไป
ในกรณที ่ี ก.พ.ร. พจิ ารณาแลว เหน็ วา ภารกจิ ของรฐั ทสี่ ว นราชการใดรบั ผดิ ชอบ
ดาํ เนนิ การอยสู มควรเปลี่ยนแปลง ยกเลิก หรือเพิม่ เติม ใหเ สนอคณะรัฐมนตรเี พอื่ พจิ ารณา
เม่ือคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแลว ใหสวนราชการน้ันดําเนินการปรับปรุงภารกิจ อํานาจหนาที่
โครงสรา งและอตั รากาํ ลัง ของสว นราชการน้นั ใหสอดคลอ งกัน
12
มาตรา ๓๔ ในกรณีท่ีมีการยุบเลกิ โอน หรอื รวมสวนราชการใดทั้งหมดหรือบาง
สวน หามมิใหจดั ต้งั สว นราชการท่มี ีภารกิจหรืออํานาจหนา ทท่ี ่มี ลี กั ษณะเดยี วกันหรอื คลายคลงึ
กันกับสวนราชการดังกลาวข้ึนอีก เวนแตมีการเปล่ียนแปลงแผนการบริหารราชการแผนดิน
และมีเหตุผลจําเปนเพื่อรักษาความม่ันคงของรัฐหรือเศรษฐกิจของประเทศ หรือรักษาผล
ประโยชนสวนรวมของประชาชน และโดยไดร ับความเห็นชอบจาก ก.พ.ร.
มาตรา ๓๕ สว นราชการมีหนา ท่ีสํารวจ ตรวจสอบ และทบทวนกฎหมาย กฎ
ระเบียบ ขอ บังคบั และประกาศ ท่อี ยใู นความรับผดิ ชอบ เพ่อื ดาํ เนนิ การยกเลิก ปรับปรงุ หรอื
จดั ใหม กี ฎหมาย กฎ ระเบยี บ ขอ บงั คบั หรอื ประกาศขน้ึ ใหม ใหท นั สมยั และเหมาะสมกบั สภาวการณ
หรอื สอดคลอ งกับความจาํ เปน ทางเศรษฐกจิ สงั คม และความมั่นคงของประเทศ ทั้งน้ี โดยคาํ นึง
ถึงความสะดวกรวดเรว็ และลดภาระของประชาชนเปนสาํ คญั
ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ใหสวนราชการนําความคิดเห็นหรือขอเสนอ
แนะของประชาชนมาประกอบการพิจารณาดว ย
มาตรา ๓๖ ในกรณีท่สี ํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าเหน็ วากฎหมาย กฎ
ระเบียบ ขอบงั คับ หรอื ประกาศ ที่อยูในความรบั ผดิ ชอบของสว นราชการใด ไมสอดคลอ งหรือ
เหมาะสมกับสถานการณใ นปจ จบุ นั ไมเ ออ้ื อาํ นวยตอ การพัฒนาประเทศ เปน อปุ สรรคตอ การ
ประกอบกจิ การหรือการดาํ รงชวี ติ ของประชาชน หรอื กอ ใหเ กดิ ภาระหรอื ความยงุ ยากตอ ประชาชน
เกนิ สมควร ใหส าํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอแนะตอสวนราชการน้ันเพื่อดําเนินการ
แกไข ปรับปรุง หรอื ยกเลิกโดยเร็วตอ ไป
ในกรณีที่สวนราชการท่ีไดรับการเสนอแนะไมเห็นชอบดวยกับคําเสนอแนะของ
สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ใหเสนอเรอ่ื งตอคณะรฐั มนตรีเพื่อพิจารณาวินิจฉัย
หมวด ๗
การอาํ นวยความสะดวกและการตอบสนองความตอ งการของประชาชน
มาตรา ๓๗ ในการปฏบิ ตั ริ าชการทเี่ กย่ี วขอ งกบั การบรกิ ารประชาชนหรอื ตดิ ตอ
ประสานงานระหวางสวนราชการดวยกัน ใหสวนราชการกําหนดระยะเวลาแลวเสร็จของงานแตล ะ
งานและประกาศใหประชาชนและขาราชการทราบเปน การท่ัวไป สวนราชการใดมิไดก าํ หนดระยะ
เวลาแลวเสร็จของงานใด และ ก.พ.ร. พจิ ารณาเห็นวา งานน้ันมีลกั ษณะท่ีสามารถกําหนดระยะ
13
เวลาแลวเสรจ็ ได หรือสวนราชการไดก ําหนดระยะเวลาแลว เสรจ็ ไว แต ก.พ.ร. เห็นวา เปน ระยะ
เวลาทีล่ าชา เกินสมควร ก.พ.ร. จะกาํ หนดเวลาแลวเสร็จใหสวนราชการนัน้ ตอ งปฏบิ ตั ิกไ็ ด
ใหเปนหนาที่ของผูบังคับบัญชาที่จะตองตรวจสอบใหขาราชการปฏิบัติงานให
แลวเสร็จตามกาํ หนดเวลาตามวรรคหน่ึง
มาตรา ๓๘ เมอ่ื สว นราชการใดไดร บั การตดิ ตอ สอบถามเปน หนงั สอื จากประชาชน
หรอื จากสวนราชการดวยกนั เกย่ี วกบั งานทีอ่ ยูในอํานาจหนา ท่ขี องสวนราชการนนั้ ใหเปน หนา ที่
ของสวนราชการนั้นที่จะตองตอบคําถามหรือแจงการดําเนินการใหทราบภายในสิบหาวันหรือ
ภายในกาํ หนดเวลาทกี่ าํ หนดไวต ามมาตรา ๓๗
มาตรา ๓๙ ใหส วนราชการจดั ใหม รี ะบบเครอื ขายสารสนเทศของสวนราชการ
เพ่ืออํานวยความสะดวกใหแกประชาชนที่จะสามารถติดตอสอบถามหรือขอขอมูลหรือแสดง
ความคิดเห็นเก่ยี วกับการปฏบิ ตั ิราชการของสวนราชการ
ระบบเครือขา ยสารสนเทศตามวรรคหนงึ่ ตอ งจัดทาํ ในระบบเดียวกับท่ีกระทรวง
เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารจัดใหม ขี นึ้ ตามมาตรา ๔๐
มาตรา ๔๐ เพื่ออํานวยความสะดวกและความรวดเร็วแกประชาชนในการติดตอ
กับสวนราชการทุกแหง ใหกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารจัดใหมีระบบเครือ
ขา ยสารสนเทศกลางขนึ้
ในกรณีที่สวนราชการใดไมอาจจัดใหมีระบบเครือขายสารสนเทศของสวนราชการ
ได อาจรองขอใหกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารดําเนนิ การจดั ทําระบบเครือขา ย
สารสนเทศของสวนราชการดงั กลาวก็ได ในการนก้ี ระทรวงเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร
จะขอใหสว นราชการใหค วามชว ยเหลอื ดานบุคลากร คา ใชจาย และขอ มูลในการดาํ เนินการกไ็ ด
มาตรา ๔๑ ในกรณที ีส่ วนราชการไดรบั คํารอ งเรียน เสนอแนะ หรอื ความคิดเห็น
เกยี่ วกับวธิ ีปฏบิ ตั ิราชการ อปุ สรรค ความยงุ ยาก หรอื ปญหาอนื่ ใดจากบคุ คลใด โดยมีขอมลู และ
สาระตามสมควร ใหเ ปนหนา ท่ีของสวนราชการนัน้ ทจ่ี ะตองพจิ ารณาดาํ เนนิ การใหลุลวงไป และใน
กรณที ี่มีทอี่ ยขู องบุคคลน้นั ใหแ จง ใหบุคคลน้นั ทราบผลการดาํ เนินการดว ย ทั้งนี้ อาจแจง ให
ทราบผานทางระบบเครอื ขา ยสารสนเทศของสวนราชการดวยก็ได
ในกรณีการแจงผานทางระบบเครือขา ยสารสนเทศ มิใหเ ปด เผยชื่อหรอื ท่อี ยขู อง
ผรู องเรยี น เสนอแนะ หรือแสดงความคิดเหน็
14
มาตรา ๔๒ เพ่ือใหการปฏิบตั ริ าชการเปนไปอยา งมปี ระสิทธภิ าพและเกิดความ
สะดวกรวดเรว็ ใหส ว นราชการทมี่ อี าํ นาจออกกฎ ระเบยี บ ขอ บงั คบั หรอื ประกาศ เพอื่ ใชบ งั คบั กบั
สว นราชการอนื่ มหี นา ทีต่ รวจสอบวากฎ ระเบยี บ ขอ บงั คับ หรือประกาศนั้น เปน อปุ สรรคหรอื
กอ ใหเกดิ ความยุงยาก ซา้ซํ อ น หรือความลาชา ตอ การปฏิบตั หิ นาทขี่ องสวนราชการอนื่ หรอื ไม
เพือ่ ดําเนินการปรับปรุงแกไขใหเหมาะสมโดยเร็วตอ ไป
ในกรณีที่ไดรับการรองเรียนหรือเสนอแนะจากขาราชการหรือสวนราชการอื่นใน
เรือ่ งใด ใหส ว นราชการท่อี อกกฎ ระเบยี บ ขอบังคับ หรือประกาศนนั้ พจิ ารณาโดยทันที และใน
กรณีท่ีเห็นวาการรองเรียนหรือเสนอแนะน้ันเกิดจากความเขาใจผิดหรือความไมเขาใจในกฎ
ระเบยี บ ขอบังคบั หรอื ประกาศ ใหช ี้แจงใหผ ูร อ งเรียนหรอื เสนอแนะทราบภายในสบิ หาวนั
การรองเรียนหรือเสนอแนะตามวรรคสอง จะแจง ผาน ก.พ.ร. กไ็ ด
ในกรณีท่ี ก.พ.ร. เห็นวา กฎ ระเบียบ ขอ บังคบั หรือประกาศใดมีลักษณะตาม
วรรคหน่ึง ให ก.พ.ร. แจง ใหสวนราชการท่อี อก กฎ ระเบียบ ขอ บังคับ หรือประกาศนน้ั ทราบ
เพ่อื ดาํ เนินการปรบั ปรงุ แกไข หรือยกเลกิ ตอไปโดยเร็ว
มาตรา ๔๓ การปฏิบตั ริ าชการในเรอ่ื งใดๆ โดยปกติใหถอื วาเปน เร่อื งเปดเผย เวน
แตก รณีมคี วามจําเปนอยา งย่ิงเพื่อประโยชนในการรักษาความมนั่ คงของประเทศ ความมัน่ คงทาง
เศรษฐกิจ การรกั ษาความสงบเรียบรอยของประชาชน หรือการคุมครองสทิ ธิสว นบคุ คล จึงให
กาํ หนดเปนความลบั ไดเทา ทจ่ี ําเปน
มาตรา ๔๔ สว นราชการตอ งจดั ใหม กี ารเปด เผยขอ มูลเกี่ยวกับงบประมาณราย
จายแตละป รายการเกี่ยวกับการจัดซ้ือหรือจัดจางที่จะดําเนินการในปงบประมาณน้ัน และ
สญั ญาใดๆ ทไี่ ดม ีการอนมุ ตั ใิ หจดั ซือ้ หรือจัดจา งแลว ใหประชาชนสามารถขอดหู รอื ตรวจสอบ
ได ณ สถานท่ีทาํ การของสวนราชการ และระบบเครอื ขายสารสนเทศของสวนราชการ ทง้ั น้ี การ
เปดเผยขอมูลดังกลาวตองไมกอใหเกิดความไดเปรียบหรือเสียเปรียบหรือความเสียหายแก
บคุ คลใดในการจัดซือ้ หรือจัดจาง
ในการจัดทําสัญญาจัดซื้อหรือจัดจาง หามมิใหมีขอความหรือขอตกลงหามมิให
เปดเผยขอความหรือขอตกลงในสัญญาดังกลาว เวนแตขอมูลดังกลาวเปนขอมูลที่อยูภายใต
บงั คับกฎหมาย กฎ ระเบยี บ หรอื ขอ บงั คบั ทเี่ กย่ี วกบั การคมุ ครองความลบั ทางราชการ หรอื ในสว นที่
เปน ความลบั ทางการคา
15
หมวด ๘
การประเมินผลการปฏบิ ตั ริ าชการ
มาตรา ๔๕ นอกจากการจดั ใหมีการประเมนิ ผลตามมาตรา ๙ (๓) แลว ใหสว น
ราชการจดั ใหม คี ณะผปู ระเมนิ อสิ ระดาํ เนนิ การประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ริ าชการของสว นราชการเกย่ี วกบั
ผลสมั ฤทธิข์ องภารกิจ คุณภาพการใหบ รกิ าร ความพึงพอใจของประชาชนผูรับบริการ ความคุมคา
ในภารกิจ ท้งั น้ี ตามหลกั เกณฑ วิธีการ และระยะเวลาที่ ก.พ.ร.กาํ หนด
มาตรา ๔๖ สวนราชการอาจจัดใหม กี ารประเมินภาพรวมของผบู งั คบั บญั ชาแตล ะ
ระดบั หรอื หนวยงานในสว นราชการก็ได ทงั้ นี้ การประเมนิ ดังกลาวตอ งกระทาํ เปน ความลบั และเปน
ไปเพอื่ ประโยชนแ หง ความสามคั คีของขาราชการ
มาตรา ๔๗ ในการประเมินผลการปฏิบัตงิ านของขาราชการเพือ่ ประโยชนใ นการ
บริหารงานบุคคล ใหสวนราชการประเมินโดยคํานึงถึงผลการปฏิบัติงานเฉพาะตัวของขาราชการ
ผนู นั้ ในตาํ แหนง ทปี่ ฏบิ ตั ิ ประโยชนแ ละผลสัมฤทธ์ทิ หี่ นว ยงานที่ขา ราชการผูน ั้นสังกดั ไดรบั จากการ
ปฏบิ ัตงิ านของขาราชการผูน้นั
มาตรา ๔๘ ในกรณที ่ีสวนราชการใดดําเนินการใหบ รกิ ารทมี่ คี ุณภาพและเปน ไปตาม
เปา หมายทีก่ ําหนด รวมท้งั เปน ที่พึงพอใจแกประชาชน ให ก.พ.ร.เสนอคณะรัฐมนตรจี ัดสรรเงิน
เพ่ิมพิเศษเปนบําเหน็จความชอบแกสวนราชการหรือใหสวนราชการใชเงินงบประมาณเหลือจาย
ของสวนราชการน้ัน เพื่อนําไปใชในการปรับปรุงการปฏิบัติงานของสวนราชการหรือจัดสรรเปน
รางวัลใหขา ราชการในสังกดั ทงั้ นี้ ตามหลักเกณฑแ ละวิธีการที่ ก.พ.ร. กําหนดโดยความเหน็ ชอบ
ของคณะรัฐมนตรี
มาตรา ๔๙ เมือ่ สวนราชการใดไดดาํ เนนิ งานไปตามเปาหมาย สามารถเพิม่ ผล
งานและผลสัมฤทธิ์โดยไมเปนการเพิ่มคาใชจายและคุมคาตอภารกิจของรัฐหรือสามารถดาํ เนิน
การตามแผนการลดคาใชจ า ยตอหนวยไดต ามหลกั เกณฑท ่ี ก.พ.ร. กาํ หนด ให ก.พ.ร. เสนอ
คณะรัฐมนตรจี ัดสรรเงินรางวลั การเพ่มิ ประสิทธิภาพใหแกส วนราชการน้ัน หรอื ใหสว นราชการ
ใชเงินงบประมาณเหลือจายของสวนราชการนั้น เพ่ือนาํ ไปใชใ นการปรับปรุงการปฏบิ ัตงิ านของ
สว นราชการหรือจัดสรรเปน รางวลั ใหขาราชการในสังกดั ทั้งนี้ ตามหลกั เกณฑและวธิ ีการท่ี
ก.พ.ร. กําหนดโดยความเห็นชอบของคณะรฐั มนตรี
16
หมวด ๙
บทเบ็ดเตลด็
มาตรา ๕๐ เพ่ือใหก ารบริหารราชการเปน ไปอยา งมีประสทิ ธิภาพและคมุ คาในเชงิ
ภารกิจของรฐั ก.พ.ร. โดยความเหน็ ชอบของคณะรฐั มนตรี อาจกําหนดใหส วนราชการตอ งปฏบิ ตั ิ
การใดนอกเหนือจากทกี่ าํ หนดไวใ นพระราชกฤษฎีกาน้ี รวมทงั้ กาํ หนดมาตรการอื่นเพมิ่ เติมจากท่ี
บัญญตั ิไวใ นมาตรา ๔๘ และมาตรา ๔๙ ก็ได
มาตรา ๕๑ ในกรณที พ่ี ระราชกฤษฎกี าน้ีกาํ หนดใหส วนราชการตองจัดทําแผนงาน
ในเรื่องใดและมีกฎหมายฉบับอื่นกําหนดใหสวนราชการตองจัดทําแผนงานในเร่ืองเดียวกัน
ทั้งหมดหรือบางสวน เมื่อสวนราชการไดจัดทําแผนงานตามกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งแลวให
ถอื วา สว นราชการนั้นไดจัดทําแผนตามพระราชกฤษฎกี านด้ี ว ยแลว
มาตรา ๕๒ ใหอ งคกรปกครองสว นทอ งถิ่นจัดทําหลักเกณฑการบริหารกิจการ
บานเมืองที่ดีตามแนวทางของพระราชกฤษฎีกานี้ โดยอยางนอยตองมีหลักเกณฑเก่ียวกับการ
ลดข้ันตอนการปฏิบัติงาน และการอํานวยความสะดวกและการตอบสนองความตองการของ
ประชาชนทส่ี อดคลองกับบทบัญญัตใิ นหมวด ๕ และหมวด ๗
ใหเปนหนาทขี่ องกระทรวงมหาดไทยดแู ลและใหค วามชว ยเหลอื องคก รปกครอง
สว นทอ งถนิ่ ในการจัดทําหลกั เกณฑตามวรรคหนึ่ง
มาตรา ๕๓ ใหองคก ารมหาชนและรฐั วิสาหกจิ จัดใหมีหลกั เกณฑการบริหาร
กิจการบา นเมอื งทด่ี ตี ามแนวทางของพระราชกฤษฎกี าน้ี
ในกรณที ่ี ก.พ.ร. เหน็ วา องคก ารมหาชนหรอื รฐั วสิ าหกจิ ใดไมจ ดั ใหม หี ลกั เกณฑต าม
วรรคหนงึ่ หรือมีแตไมสอดคลองกับพระราชกฤษฎีกานี้ ใหแจงรัฐมนตรีซึ่งมีหนาท่ีกํากับดูแล
องคก ารมหาชนหรอื รฐั วสิ าหกจิ เพอ่ื พจิ ารณาสงั่ การใหอ งคก ารมหาชนหรอื รฐั วสิ าหกจิ นนั้ ดาํ เนนิ การ
ใหถ ูกตอ งตอไป
ผรู ับสนองพระบรมราชโองการ
พันตํารวจโท ทักษณิ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
17
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชกฤษฎีกาฉบับน้ี คือ โดยท่มี กี ารปฏิรปู ระบบ
ราชการ เพ่ือใหก ารปฏิบตั ิงานของสว นราชการตอบสนองตอ การพัฒนาประเทศและใหบรกิ าร
แกประชาชนไดอยางมีประสิทธิภาพย่ิงขึ้น ซงึ่ การบริหารราชการและการปฏิบัติหนาที่ของ
สว นราชการน้ี ตอ งใชวิธกี ารบรหิ ารกจิ การบา นเมอื งทด่ี เี พอ่ื ใหก ารบรหิ ารราชการแผน ดนิ เปน ไป
เพอ่ื ประโยชนส ขุ ของประชาชน เกดิ ผลสมั ฤทธต์ิ อ ภารกจิ ของรัฐ มปี ระสิทธภิ าพ เกดิ ความคุม คา
ในเชิงภารกจิ ของรัฐ ลดข้ันตอนการปฏบิ ตั งิ านท่ีเกินความจาํ เปน และประชาชนไดรบั การ
อาํ นวยความสะดวกและไดร ับการตอบสนองความตอ งการ รวมท้ังมกี ารประเมินผลการปฏิบตั ิ
ราชการอยางสมาํ่ เสมอ และเนอื่ งจากมาตรา ๓/๑ แหง พระราชบญั ญัติระเบียบบรหิ ารราชการ
แผนดิน พ.ศ.๒๕๓๔ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผนดิน
(ฉบบั ท่ี ๕) พ.ศ.๒๕๔๕ บญั ญตั ิใหการกาํ หนดหลกั เกณฑและวิธีการในการปฏิบัตริ าชการและ
การส่ังการใหสวนราชการและขาราชการปฏิบัติราชการเพ่ือใหการบริหารกิจการบานเมืองท่ีดี
กระทําโดยตราเปน พระราชกฤษฎีกา จงึ จําเปน ตอ งตราเปนพระราชกฤษฎกี านี้
(ประกาศราชกจิ จานเุ บกษา ฉบบั กฤษฎกี า เลม ๑๒๐ ตอนที่ ๑๐๐ ก วนั ที่ ๙ ตลุ าคม ๒๕๔๖)