ปฏิปทาพระธุดงค กรรมฐาน (สายหลวงปูมั่น ภูริทัตตมหาเถร) พระภกษิุฝายที่มุงศึกษาธรรม โดยการกระทํา หรือลงมือปฏิบัติและพํานักอยูตามปาเขา ที่สงบ สงัด สะดวก ตอการปฏิบัติจึงเรียกวา พระฝายอรัญวาสีพระธุดงคกรรมฐาน หรือ พระปา พระภิกษุที่ไดรับการยกยองนับถือวา เปนพระบุพพาจารยใหญแหงกองท ัพธรรม พระกรรมฐานใน ประเทศไทยไดแกทานพระอาจารยมั่น ภูริทัตโต ผูไดบําเพ็ญความเพยรี ในขั้ นเอกอุจนบรรลุถึงธรรมชั้น สูงสุด พระปา หรือพระธุดงคกรรมฐาน สายทานพระอาจารย มั่น ภูริทัตโต มีตนเคาด ั้ งเดิม ประมาณวา เร ิ่ มแต พระอาจารยสีทา ชัยเสโน อดีตเจาอาวาสวดบัูรพาอําเภอเมืองจังหวัดอบลราชธานุี สําหรับพระเถระผูมีบทบาท ในการสรางหลักปกธงชัย พระกรรมฐาน ในแผนดินที่ราบสูงแดนอีสาน ไดแก ทานเจาคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย (จันทรสิริจันโท) วัดบรมนวาสิกรุงเทพฯ หลวงปูเสารกันตสีโลวัดเลียบ อุบลราชธานี และ หลวงปูมั่น ภูริทัตตมหาเถร ซึ่งกาลตอมาไดใหการอบรม สั่งสมบารมีธรรม แกพระภิกษุสามเณร จนมีศิษยเปนพระธุดงคกรรมฐาน ผูทรงคุณธรรม สัมมาปฏิบัติออกจาริกธุดงคเผยแผธรรมนําศรัทธาสาธุชน ไดผลดีเปนอนมากั ตอกจการงานพระศาสนาสริ างสํานักปาวัดวาศาสนสถานในพระพุทธศาสนา ตามแบบท ี่ เรียกวา "วัดปา" ที่เนนธรรมชาติความเรียบงาย สะอาด สงบ สวางดวยแสงธรรม พระสายน ี้ ชาวบานศรัทธาเรียกวา พระธุดงคกรรมฐานหรือพระปาสายทานพระอาจารยมั่น ภูริทัตโต ซึ่ง ดําเนินปฏิปทา ตามแนวพอแมครูอาจารย พระปาพระธุดงคกรรมฐาน จะปฏิบัติตอครูอาจารยที่เรียกทาน ดวยความเคารพอยางสูงวา "พอแมครูอาจารย" ดวยความเคารพนับถือดุจบิดรมารดาแลครูอาจารย
ผูเปนพอแมครูอาจารยก็จะปกครองอบรมดูแลลูกศิษยดวยความเมตตาดุจพอแมแลครูอาจารยเชนกัน ประมาณปพ.ศ.2459 เปนตนมา พระปาสายทานพระอาจารยมั่น ภูริทัตโต เริ่มทยอยเพ ิ่ มจํานวนมากขึ้น ขยาย งานการเผยแผในภาคอีสาน โดยเฉพาะ ทางจังหวดอัุดรธานีหนองคาย นครพนม สกลนครอุบลราชธานี นครราชสีมาขอนแกน และตามภูมิภาคตาง ๆ ที่รังสีธรรม แหงกองทพธรรมพระกรรมฐานัสายทานพระ อาจารยมั่น ภูริทัตโต ไดแผไปถ ึง พระปาทุกองคจะตองรักษาศีลอยางบริสุทธ ิ์ในกระบวนไตรสิกขาศีลสมาธิปญญานั้น ศีลเปนขอท ี่งาย ที่สุดและเทากับ เปนเคร ื่ องทดสอบ สมณะเพศเพราะการรักษาศีล ตองการศรัทธาความต ั้งใจถาผูใดรักษาศีล ใหบริสุทธ ิ์ไมไดก็อยาหว ังเลย ที่จะกาวหนา ในทางธรรมชั้ นสูง ศีลเปนฐานที่ตั้งแหงสมาธิทําใหบังเกดสมาธิ ิและต ั้ งมั่น ศีลจะตองดีกอน สมาธิจึงจะดไดี นอกจากนั้น ใน การจาริกธุดงคแสวงหา ที่สัปปายะ สําหรับอบรมจิต ตองฟนฝาอุปสรรค นานาประการ พระปาจงเชึ ื่ อวาศีลท ี่ บริสุทธ ิ์จะเปนเกราะปองกัน ที่ดีที่สุด พระธุดงคกรรมฐาน หรือพระปาสายทานพระอาจารยมั่น ภูริทัตโต แตละรูป ตามประวัติไดเคยบุกปาฝาดงไปตามปาเขา เผชิญกับสิงสาราสัตวที่ดุรายผจญกับภยธรรมชาตั ิและ มนุษยที่ตั้งตนเปนศัตรู แตดวยศีลท ี่ บริสุทธ ิ์ ของทาน ไดเปนเกราะแก วคุมกันพิทักษรักษาพระคณเจุา ประสพสวัสดิภาพ ดวยดี ดวยศีล ดวยบญกุ ุศล พระปาสายทานพระอาจารยมั่น ภูริทัตโต เปนสุปฏิปนโน ที่มีปฏิปทาคือขอวัตรขอ ปฏิบัติตางๆ ที่นาเล ื่อมใสศรัทธา เปนปฏิปทา ที่ทําไดไมงายเพราะเปนปฏิปทา ที่ทวนกระแสโลก ทั้งทางกาย วาจาและใจ ซึ่งหลักปฏิปทานี้คือธุดงควัตร 13 ขันธวัตร 14 เปนเคร ื่ องบําเพ็ญทางกายและมีกรรมฐาน 40 เปน เคร ื่ องบําเพ็ญทางใจ สัมพันธเก ี่ ยวเน ื่ องกนไป ั ในอริยาบทตาง ๆ ของความเพยรี ทั้งนเพราะธ ีุ้ดงควตรั 13 และ วัตรตาง ๆ ตลอดจนกรรมฐานท ั้ งมวลลวนเปนธรรม เคร ื่ องอบรมบมนิสัย ที่ติดกายมา ตั้งแตคร ั้งเปนฆราวาส และเปนธรรม ที่จะทําลายลางขาศึกภายในใจคือกิเลสตณหาั ใหหมดส ิ้นไป การถือธุดงคของพระปา พระ ธุดงคกรรมฐาน เปนเจตนา ที่แสดงออกเพ ื่อประหารกิเลส ของตน เก ี่ ยวเร ื่ อง เครองน ื่ ุงหม อาหารการขบฉัน ที่อยูอาศัยและความเพียรดวยขอปฏิบัติ "ธุดงควัตร"
ธุดงควัตร 13 ประกอบดวย 1. ถือการนุงหมผาบังสุกุลเปนวัตร 2. ถือการนุงหมผาสามผืนเปนวัตร 3.ถือการบิณฑบาตเปนวัตร 4.ถือการบิณฑบาตไปโดยลําดับแถวเปนว ัตร 5.ถือการฉันจังหันม ื้ อเดยวเป ี นวัตร 6. ถือการฉันในภาชนะเดียวคือฉันในบาตรเปนวัตร 7. ถือการหามภัตตาหารท ี่ เขานํามาถวายภายหลังเปนวัตร 8. ถือการอยูปาเปนวัตร 9. ถือการอยูโคนตนไมเปนว ัตร 10. ถือการอยูอัพโภกาสที่แจงเปนวัตร 11. ถือการอยูปาชาเปนวัตร 12. ถือการอยูในเสนาสนะตามมีตามไดเปนว ัตร 13. ถือเนสัชชิกังคธุดงคคือการไมนอนเปนว ัตร การถือธุดงคบําเพ็ญไดดวยการสมาทานคือดวยอฐิษฐานใจ หรือแมนดวยการเปลงวาจา คุณประโยชนของธุดงควัตรคือการยังชีพโดยบริสุทธ ิ์มีผลเปนสขุเปนของไมมีโทษ บําบัดความทุกขของ ผูอื่นเสียเปนของไมมีภัยเปนของไมเบียดเบียน มีแตเจรญฝิ ายเดียวไมเป นเหตใหุเสอม ื่ ไมมีมารยาหลอกลวง ไมขุนมัวเปนเคร ื่องปองกัน เปนเหตใหุสําเร็จส ิ่ งท ี่ปรารถนากําจดเสั ียซงศ ึ่ ัสตราท ั้งปวง มีประโยชนในทาง สํารวมเปนเครองสมควรแก ื่ สมณะ ทําใหสงบย ิ่ง เปนเหตุใหหลุดพน เปนเหตใหุสิ้นราคะเปนการระงับเสียซึ่ง โทสะทําโมหะใหพินาศไปเปนการกําจัดเสีย ซึ่งมานะเปนการตัดเสีย ซึ่งวิตกชั่ว ทําใหขามความสงสัยได กําจัดเสยซี ึ่ งความเกยจครี าน กําจัดเสีย ซึ่งความไมยินดในธรรม ี เปนเหตุใหมีความอดทน เปนของช ั่งไมได เปนของหาประมาณมไดิ และทําใหสิ้นทุกขทั้งปวง อานสงสิ การปฏิบัติธุดงควัตร ทําใหพระปาท ี่ จาริกไป ตามปาเขา พํานักตามโคนไมเพิงผาและ ตามถ ้ําเปนอยอยู างสมถะเสียสละลดละอปโภคบรุิโภค ทําใหจิตของ ทาน เปนอิสระพนจาก พันธนาการเคร ื่ องรอยรัดขัดขวาง สูความเบาสบาย สงบเอ ื้ อตอการเจริญสมาธิภาวนา บําเพ็ญความเพียรการทองไป ในปาท ี่ ดารดาษ ไปดวยส ิงสาราสัตวภัยอันตรายเปนการฝ กจิต หลอมใจให เขมแข็ง มีสติระลึกรูมีบทบริกรรม"พุทโธ" อยูกับสายลมหายใจ
การเจริญสติกอใหเก ิดสมาธิและจิตตานุภาพ พระธุดงคกรรมฐาน สายทานพระอาจารยมั่น ภูริทัตโตจะ ผานการประหารกิเลส ดวยธดงควุัตรจิตของพระคุณเจาจึงม ั่ นคง เขมแข็งดวยศีลสมาธิปญญาศรัทธาความ เพียร พระปา สายทานพระอาจารยมั่น ภูริทัตโต ผูมอบกายถวายชีวิต ในพระพุทธศาสนาดําเนิน เดินตาม ทางรอยธรรม พอแมครูอาจารยธุดงคจาริกไป ตามวนาปาเขาเพ ื่ อผลานิสงสในการเพิ่ มพูน บารมธรรมแหี ง พระบรมศาสดา สัมมาสัมพุทธเจา เพ ื่ อมรรคผล นิพพาน เพ ื่ อสงเคราะหโลกแลสรรพสัตวเปนเนอนาบ ืุ้ญของ พระพุทธศาสนา เปนขุนพลกลาแหงกองทัพธรรมพระกรรมฐาน ที่มีคุณูปการอเนกอนันตตราบนิรันดรสมัย สรุปพระภิกษุฝายอรัญวาส ในพระพุทธศาสนา พระภกษิุแบงออกไดเป นสองฝายคือ • ฝายปริยัติไดแกพระภกษิุที่มุงศึกษาศาสนธรรม จากตําราจากคัมภีรสวนมาก พํานักอยูที่วัดในเมือง หรือ ชุมชน จึงเรียกวา พระฝายคามวาสีหรือพระบาน • พระภกษิ ุอีกฝายหนึ่ง มุงศึกษาโดยการกระทํา หรือลงมือปฏิบัติและพํานกอยั ูตามปาตามเขา ที่สงบ สงัด สะดวกตอการปฏิบัติจึงเรียกวา พระฝายอรญวาสั ีหรือ พระปา หรือ พระธุดงคกรรมฐาน พระภกษิุไดรับการยกยอง นับถือวา เปนพระบุพพาจารยใหญแหงกองทัพธรรมพระธุดงคกรรมฐาน ใน ประเทศไทยไดแกทานหลวงปูมั่น ภูริทัตตตมหาเถรผูไดบําเพ็ญความเพียรในขนเอกอ ัุ้จนบรรลุถึงธรรมชั้น สูงสุดดังมีหลักฐานปรากฎ คืออัฐิของทานกลายเปน พระธาตุดังที่มีบรรยาไววาเปนลักษณะของพระอรหันต สาวก ซึ่ง ปจจุบันไดนํามาประดิษฐาน ณ วัดปาสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร พระอาจารยมั่น ภูริทัตโต ทานเปน พระอาจารยใหญ ฝายวิปสสนากรรมฐานที่มีลูกศิษยจํานวนมากอาทิ • หลวงปูขาวอนาลโยวัดถากลองเพล ้ํ จ.อุดรธานี • หลวงปูดุลยอตุโลวัดบูรพาราม จ.สุรินทร • หลวงปูฝน อาจาโรวัดปาอุดมสมพรจ.สกลนคร • หลวงปูแหวน สุจิณโณ วัดดอยแมปงจ.เชียงใหม • หลวงปูเทสกเทสรังสีวัดหินหมากเปงจ.หนองคาย • หลวงปูสิม พุทธาจาโรวัดถ ้ําผาปลองจ.เชียงใหม • หลวงตามหาบัว ญาณสัมปนโน วัดปาบานตาดจ.อุดรธานี • หลวงปูสมชายฐิตวิริโยวัดเขาสุกิม จ. จันทบุรี • หลวงปูวิริยังคสิรินธโรวัดธรรมมงคลกรุงเทพฯเปนต น พระคณเจุา ทั้งหลายน ี้ไดสืบตอการปฏิบัติขอ วัตร ตามแนวทางของทาน พระอาจารยมั่น ภูริทัตโต ในกาลตอมา เมอศ ื่ ิษยในสาย พระอาจารยมั่น ภูริทัตโต หลายองคถึงแกมรณภาพ อัฐิของทาน ก็ไดแปรสภาพ ไปในทํานองเดียวกับ ของพระอาจารยมั่น อาทิอัฐิธาตุ ของหลวงปูขาวอนาลโยของทาน พระอาจารยจวน กุลเชฏโฐ ประกอบกับ ความเคงครัดในวินัยและศีลาจาร วัติไดเสร ิมสรางศรัทธาของ ประชาชน ในการปฏิบัติกรรมฐาน เพ ิ่ มมากขึ้น และเปนเหตแหุงการฟนฟูวัด
ปาและชักจงใหูมีผูบวช เปนพระป า หรือ พระสายปฏิบัติกรรมฐาน เพมมากข ิ่ ึ้น เชนกัน การเริ่มตนช ีวิต แบบพระปาอาจทําไดสองวิธี • วิธีที่หนึ่งก็คือ บวชเปน พระภกษิุณ พัทธสีมาวัดใดวัดหนึ่ง ใหเรียบรอยเสียกอน จากนั้น จึงไปขอพํานัก ในวดปั าถาประธานสงฆอาจารยใหญหรือสมภารอนุญาต ก็จะไดเขาพ ํานักโดยจะตอง ปฏิบัติตามระเบียบ แบบแผน ของวัดปานั้น ๆ แตโดยมาก มักไปขออนุญาต กอนลวงหนาวาเม ื่ อบวชแลวจะมาขอพํานักดวย • วิธีที่สอง ที่เร ิ่ มเขามาเปนพระปาคือเขาไปปาวารณาต ัวเปนอุบาสกถือศีลแปดและอาศัยอยูในวัดคือเปน "ผาขาว" หรือ "ปะขาว" กอน เพ ื่ อทําหนาท ี่ เปนลูกศิษยพระและฝกการปฏิบัติไปดวยโดยตองทําหนาท ี่ให เรียบรอยเปนท ี่พอใจของสมภาร หรืออาจารยที่เปนผปกครอง ู จึงจะไดรับอนุญาต ใหบวช วิธีนี้เปนการ ฝกหัดความอดทน ในการใชชีวิต แบบพระปากอนที่จะบวชเปน พระปา สําหรับ ผูที่เคยเขาไป สัมผัสวัดปา เปนคร ั้ งแรกความรูสึก ที่กระทบจิตใจเม ื่ อยางเขาถึงเขต วัดปาคือ "ความ รมรื่น" ซึ่งเกิดจาก ตนไมนอยใหญภายในวัด สิ่งกระทบใจ ประการที่ สองคือความสะอาดและ มีระเบียบ "ความสงบเงียบ" ไมอึกทึก พลุกพลาน ตนไมธรรมชาติจะไดรับ การรักษา ใหยืนยงคงอยู กุฏิเสนาสนะ ที่พํานักของพระปาจะปลูกสรางอยางเรียบงาย สมถะดวยวัสดุพื้น ๆ เวนแตบางแหง ที่มีคณะ ศรัทธา ญาติโยม สรางถวายก็อาจใชวัสดุหรือการกอสราง ที่พิถีพิถัน แตบางแหง ทานก็ไมยอมให สร าง ใหญโต หรือพิถีพิถัน เกินไป เพราะแกรงวาจะทําใหพระคุนกับความสบายจน "ติดสุข" ไมอยากออกไป เผชิญความลําบากในการออกเดินธุดงคซึ่งเปนภารกิจ ที่สําคัญ ของพระปา โดยทั่วไป ภายในกุฏิของพระปาจะมเพี ียงกลด พรอมดวยม ุงกลดเสื่อ ปูนอน เคร ื่ องอัฐบริขารผาหมนอน จีวร ตะเกยงีหรือเทียนไขและหนังสือ ที่หัวนอน อาจมีหิ้งพระรูปพระอาจารยตางๆ สวนของมีคาอุปกรณ อํานวยความสะดวกสบายนั้น ทานไมสะสม กุฏิแตละหลังผูพํานักอาศัย ตองรักษา ใหสะอาด ทั้งในกุฏิและ บริเวณ พวกชาวเมือง ที่ไดไปเย ือนวัดปาคร ั้ งแรก มักจะแปลกใจวา นี่ทานทําอยางไรวัดจึงสะอาดฉะน ี้ทั้งๆ ที่ มีตนไมเต็มไปหมด ทุกแหง ทางเดินของทาน ก็โลงเตียน หองน้ําก็สะอาดศาลาก็สะอาดคําตอบคือ พระปา ทานปฏิบัติตามพระวินัย ทานตองรักษา เสนาสนะ ที่อยูอาศัยและบริเวณ ใหสะอาด ทุก ๆ วัน เวลาประมาณ บายสามโมง เปนเวลา ปดกวาดลานวัด ซึ่งปกติทาน สมภาร หรือ ประธานสงฆก็จะลงมือกวาดดวยยกเวน ก็ แตผูอาพาธเทานั้น งานปดกวาดน ี้ใชแรงมากเพราะไมกวาดหน ักและดามยาวกวาจะแลวเสร ็จก็เหง ื่ อทวม ตัว ซึ่งเทากับ เปนการออกกําลังกายไปในตัว พระปาทาน เดินจงกรม เดินบิณฑบาต ทุกวัน ถูศาลา ทุกวัน และกวาดวัด ทุกวัน ทานจึงแข็งแรงและสุขภาพดี
พระพุทธศาสนา เปนตวอยั างของประชาธิปไตย ตั้งแตเรมเข ิ่ ามาบวช เปนสมาชิกของวัดก็ตองผานการลง มติของคณะสงฆเสียกอน ขาวของตางๆ ที่มีผูถวายแกวัดยอมเปนของกลาง ใครจะ นําไป เปนประโยชน สวนตัวไมไดทุกคน มีสวนท ี่ จะไดรับประโยชนจากของสงฆถามีการพิพาทกัน ก็ตอง ตั้งกรรมการ พิจารณา เหลาน ี้เปนตวอยั างของประชาธิปไตยแตเปนแบบพุทธคือเปนการสมัครใจไมบังคับ ถาไมพอใจ ก็ไปที่อื่นเสียแลวก็ยังมีคาราวะ มีอาวุโส มีบารมีมีกรรม มีวิบากไมใช ทุกคน เทากนหมดัอาหารที่บิณฑบาต มาไดจะนํามารวมกันกอน แลวจึงแจกไป ใหทั่วถึง พระปา ทานมคตี ิอีกอยางหนึ่งคือไมวาวนไหน ัจะบณฑบาติ ไดภัตตาหาร มากนอยเทาใด ตอง ฉันแตนอย แตพอดีแมจะมีอาหารลนเหลือก็จะไมฉัน จนอ ิ่ มตื้อเพราะถาทําเชนน ั้น จะงวงภาวนาไมได นอกจากระวัง ไมฉันมากแลว พระปา ทานยังระวังไมใหติดรสอาหารดวยโดยการหลีกเล ี่ ยงอาหารท ี่ อรอย ทั้งน ี้ เพราะ เกรงวาจะ "ติดสุข" นั่นเอง ในเวลาฉัน ตองพิจารณา ตามแบบ ที่พระพทธเจุา ทรงสอน พูดงาย ๆ คือวากินเพื่อ อยู เพ ื่อประทงชั ีวิต ประทังความหิว ทานจึงเงียบสงบ ระหวางฉัน ไมสนทนาพาท ีอะไรกัน เพราะทานตอง พิจารณาอาหาร ไปดวย กิจวัตรของพระปาคือ ตื่นนอน ตั้งแตตีสาม หรือตีสี่ เพ ื่อปฏิบัติภาวนา สวดมนตทําวัตรเชา ทํากจสิ วนตัว แลวเตรียมตัวออกบิณฑบาต คร ั้ นรุงอรุณ พระปาจากอรญญวาสั ีจะออกบิณฑบาต เปนแถว เปนแนว เปน ระเบียบ บรรยากาศยามรุงอรุณ กล ิ่นไอธรรมชาติความบริสุทธ ิ์ ของชนบท ดวงหนา ที่เอิบอมใน ิ่ บุญกุศลของ ชาวบาน เปนภาพช ีวิต อันประทับใจผูไดสัมผัส พระปาจะตองออกบณฑบาติทุกวัน นอกจากอาพาธ หรือ เดินไมไดตามปกติวัดปา ตองอยูหางหมูบาน เพ ื่อใหพนจากการรบกวน คน สัตวและเสียงอึกทึกแตตอง ไมไกลเกนไป ิจนเดนไปบ ิณฑบาติ ไมไหว โดยมากเวนระยะหางจากหมูบาน ประมาณ 2-3 กิโลเมตร ซึ่ง พอจะเดินไปกลับ ไดภายใน หน ึ่ งช ั่วโมง การอบรม พระปา ตามวดตั างๆ ในสายทาน พระอาจารยมั่น ภูริทัตโต จะอาศัยหลักอยางเดียวกัน แตการ ปฏิบัติแตกตางกันไป ตามความเห็น และความถนัดของทานอาจารยทุกวัด มีการเนนเร ื่ องศีล พระปา ทุก องคจะตองรักษาศีลอยางบริสุทธ ิ์ ในการะบวนไตรสิกขาศีลเปนขอท ี่งายที่สุดและเทากับ เปนเครอง ื่ ทดสอบ พระภิกษุเพราะการรักษาศีล ตองการเพียงความต ั้งใจเทานั้น ถาผูใดรักษาศีลใหบริสุทธ ิ์ไมไดผู นั้น ก็ไมมีหวัง ที่จะกาวหนาไปถึงธรรมช ั้ นสูงศีลเปนเคร ื่ องรองรับ หรือเปนฐาน ของสมาธิทําใหสมาธิเกิด งายและต ั้ งอยูโดยมั่ นคงศีลตองดีกอน สมาธิจึงจะดไดี
นอกจากนั้น ในการออกธุดงคแสวงหา ที่สัปปายะ สําหรับอบรมจิต จะตองฝาอันตราย ตาง ๆ นานา พระ ธุดงคกรรมฐาน หรือพระปา ทานมีความเชอม ื่ ั่ นวาศีลท ี่ บริสุทธ ิ์จะเปนเกราะกําบัง ที่ดีที่สุด พระอาจารยชั้น ผูใหญแตละองคมีประวัติบุกปาฝาดงไปในแดนสัตวรายเชน เสือ ชางและงูทนแดด ทนฝน ทนลมหนาว ตองผจญกับ มนุษยที่ถูกอวิชชาครอบงํา…. แตเพราะทาน รักษาศีลบริสุทธ ิ์สัตวราย หรือคนราย ตลอดจน สภาวอากาศ ที่แปรปรวน ก็ไมอาจ ทําอันตรายทานไดเพราะฉะนั้น พระปา ที่จะออกธุดงคจะตองแนใจวาศีล ของทาน บริสุทธ ิ์ จริง ๆ เพ ื่อใหมั่นใจในขอน ี้ และแนใจวาจะไมพล ั้ งเผลอ ทานจึงรักษาศีลใหบริสุทธ ิ์ อยู เสมอในวดปั าจะมีการไหวพระ สวดมนตรวมกัน การสวดมนตมีผลใหใจสงบลง เปนการเตร ียม สําหรับ การภาวนาตอไป ตามปกติเม ื่ อฉันเสร็จจัดการชําระลาง ทําความสะอาด บาตรเรียบรอยแลว พระปา ทานจะ กลับกุฏิมาลงมือภาวนา สวนมาก มักจะเรมด ิ่ วยการเดนจงกรมิเพ ื่ อแกอาการง วง ซึ่งอาจเกิดขึ้น ภายหลังฉัน อาหารใกลๆ กับกุฏิทุกหลังจะมีลานเดินจงกรม กวางประมาณ 1 เมตรยาวประมาณ 10-15 เมตรระหวาง เดิน อาจบริกรรมภาวนา หรอพื ิจารณา เก ี่ ยวกับสังขารรางกายจุดประสงคเพ ื่อใหเกดความสงบิเกดสมาธิ ิ หรือปญญา เม ื่ อหยุดเดิน ก็เขาท ี่นั่งภาวนา พอเม ื่ อย หรืองวงก็ออกมาเดินอีก สลับกนไป ั ในการภาวนา พระ ปา สายทาน พระอาจารยเสารกันตสีโลและ พระอาจารยมั่น ภูริทัตโต จะใชบรกรรมิ "พุทโธ" รวมกับอานา ปานสติเชน หายใจเขานึก พุท หายใจออกนึกโธ หายใจเขานึก พุท หายใจออกนึกโธ ซึ่งวิธีเหลาน ี้ใชกันโดย ทั่วๆ ไป ครูบาอาจารยจะคอยติดตาม การดําเนนของการปฏ ิ ิบัติอยูเสมอโดยการซักถาม ปรากฎการณทางจิต ของ ศิษยจึงสามารถดัดแปลงแกไข การปฏิบัติใหเหมาะสม กับภาวะของแตละคน ชวยใหไดผลดีขึ้น ไปเรื่ อย ๆ ถาหากมีอะไรแทรกแซงข ึ้ นมา เชน นิมิตเห็น ภูตผีปศาจ หรือยักษเหนมาร็อาจารยก็จะช ี้ แจง ใหทราบ ความหมายของนิมิตนั้น ๆ และบอกวิธีที่จะปองกัน ไมให เกิดขึ้น ตอไป หลักสําคัญ ประการหนึ่ง ซึ่งทาน อาจารยในสายของทาน พระอาจารยมั่น เนนอยูเสมอคือ "ธรรมะท ั้ งหลายอยภายในกาย ู ของเราเอง" ในการพิจารณา ใหสงจิต เขาภายในกายไมใหสงออกไปภายนอกเพราะนอกจากจะไมไดประโยชนแลวยัง จะเกิดการลองลอยของจิตอีกดวยการแสดงธรรมของ พระปาไมมีพิธีรีตองอะไร มากนักแตจะเนนท ี่ เน ื้ อหา สาระใชภาษา สํานวน ที่ฟงงายเขาใจงาย ตรงไปตรงมา การอบรมจิต แนะนําการเจริญภาวนาวิปสสนากรรมฐาน เปนภารกิจ ที่ครูอาจารยจะตองใหการอบรม แนะนําแกศิษยทั้งท ี่เปนพระภกษิุสามเณรอุบาสกอุบาสิกาและชาวบานท ั่วไป ปฏิปทาศีลาจารวัตรของครู บาอาจารยใหญพระอาจารยเสารกันตสีโล พระอาจารยมั่น ภูริทัตโต และสานุศิษยของท าน อีกหลายองคเปน ประทีปนําทาง ใหพระปา มีความวิริยะอุตสาหะในการบําเพ็ญ ความเพียรเพราะเหนแสงสว็ างขางหนาขอ เพียงใหเดนโดยถ ิูกทางถูกวิธีไมยอทอ ตอความยากแคน และอุปสรรคทั้ งมวล
พระปา พระธดงคุกรรมฐาน เปนผูชูธงชัยแหงกองทพธรรมัของพระพุทธองคเปนผูวีรอาจหาญ เปนนักรบ ที่จะสูกับกเลสติ ันหาความด ิ้ นรน ทะยานอยากเพ ื่ อมุงสูจุดหมายคือ ... มรรคผล นิพพาน ตามรอยพระยุคลบาท พระบรมศาสดา สัมมาสัมพุทธเจาผูรู. ผูตื่น. ผูเบิกบาน.