ใบความรู้ท่ี 6
เศรษฐกิจพอเพียงกบั การจัดการความรู้
การจัดการความรูใ้ นเศรษฐกิจพอเพียงเปน็ อยา่ งไร
การจัดการความรู้ หรือ Knowledge Management เปน็ คำท่ไี ด้รับความสนใจไมน่ ้อยในยุคปจั จบุ ัน
เน่ืองจากองค์กรธุรกิจตา่ งตระหนักถงึ คุณค่าของสินทรพั ย์ทจ่ี บั ต้องไมไ่ ด้ (Intangible Asset) ในองค์กรเพ่ิมมากขน้ึ
เรอ่ื ยๆ และได้พยายามศึกษาถงึ วิธกี ารในการสรา้ งและรกั ษาสนิ ทรัพยป์ ระเภทดงั กล่าวไวใ้ นกจิ การ จนกลายเป็น
ศาสตรแ์ ขนงท่มี ีการคน้ ควา้ และมกี ารสรา้ งทฤษฎีทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั เรอ่ื งดังกล่าวอย่างมากมาย
ความร้ใู นฐานะที่เปน็ เงื่อนไขในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
แมว้ ่าการอธบิ ายถงึ คุณลักษณะและเง่อื นไขในปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง จะใชค้ ำว่าความรู้ อันเป็นที่
ตกลงและเข้าใจกันทั่วไป แต่หากพิจารณาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้ทรงพระกรุณาปรับปรุงแก้ไขและ
พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำไปเผยแพร่นั้นอย่างละเอียด กลับพบคำว่า “ความรอบรู้” ซึ่งกินความ
มากกว่าคำว่า “ความรู้” คือ นอกจากจะต้องอาศัยความรู้ในเชิงลึกเกี่ยวกับงานที่จะทำแล้ว ยังจำเป็นจะ ต้องมี
ความรู้ในเชิงกว้าง ได้แก่ ความรู้ความเข้าใจในข้อเทจ็ จริงเกี่ยวกับสภาวะแวดล้อมและสถานการณ์ที่เกี่ยวพันกบั
งานที่จะทำทั้งหมด โดยเฉพาะที่พระองค์ท่านทรงเน้น คือ ระบบชีวิตของคนไทย อันได้แก่ ความเป็นอยู่ ความ
ตอ้ งการ วัฒนธรรม และความรสู้ ำนึกคดิ โดยเบ็ดเสร็จ จึงจะทำงานให้บรรลุเป้าหมายได้
การนำองค์ประกอบดา้ นความรู้ในปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปประยกุ ตใ์ นทางธรุ กจิ จงึ มไิ ดจ้ ำกดั อยู่
เพยี งความรทู้ เี่ กยี่ วขอ้ งกับมติ ิทางเศรษฐกิจ ท่ีคำนึงถงึ ความอยู่รอด กำไร หรือการเจริญเติบโตของกิจการแต่เพียง
อย่างเดียว แต่รวมถึงความรู้ท่ีเกี่ยวข้องกับมิติทางสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่นนั้นๆ
สอดคล้องตามหลัก “การไม่ติดตำรา” เช่น ไม่ควรนำเอาความรู้จากภายนอกหรือจากต่างประเทศ มาใช้กับ
ประเทศไทยโดยไมพ่ ิจารณาถงึ ความแตกต่างในด้านต่างๆ อย่างรอบคอบระมดั ระวัง หรือไม่ควรผูกมัดกับวิชาการ
ทฤษฎี และเทคโนโลยีทไ่ี มเ่ หมาะสมกบั สภาพชีวิตและความเปน็ อยู่ท่ีแท้จรงิ ของคนไทยและสังคมไทย
ย่งิ ไปกวา่ นน้ั “ความร้”ู ที่ปรากฏในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ยงั ประกอบไปดว้ ย “ความระลึกร”ู้
(สต)ิ กับ “ความรชู้ ัด” (ปญั ญา) ซง่ึ ถือเปน็ องค์ประกอบสำคญั
การนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน การนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ใน
ชีวิตประจำวันนั้น ขั้นแรกต้องยึดหลัก "พึ่งตนเอง" คือ พยายาม พึ่งตนเองให้ได้ก่อน ในแต่ละครอบครัวมีการ
บริหารจัดการอย่างพอดี ประหยัดไมฟ่ มุ เฟือย สมาชกิ ใน ครอบครัวแต่ละคนต้องรู้จักตนเอง เชน่ ขอ้ มลู รายรับ -
รายจ่าย ในครอบครวั ของตนเอง สามารถรกั ษาระดับ การใช้จ่ายของตนไมใ่ หเ้ ปน็ หนี้ และรูจ้ กั ดึงศกั ยภาพในตัวเอง
ในเรอื่ งของปจั จยั สี่ใหไ้ ด้ในระดับหน่ึง การพฒั นาตนเองให้สามารถอยู่ได้อย่างพอเพียง ด าเนินชวี ติ โดยยดึ หลักทาง
สายกลางให้อยู่ได้อย่างสมดุล มีความสุขอย่าง แท้จริง ไม่ให้รู้สึกขาดแคลนจนต้องเบียดเบียนตนเอง หรือดำเนนิ
ชวี ิตอยา่ งเกนิ พอดีจนตอ้ งเบียดเบียนผอู้ นื่ หรือเบียดเบียนสงิ่ แวดล้อม ในปัจจบุ ันสงั คมไทยไดถ้ กู ปลูกฝัง สร้าง หรอื
กระตนุ้ ให้เกดิ การใช้จา่ ยอย่างเกินตัว ในเรอื่ งท่ไี ม่ เก่ยี วขอ้ งหรอื เกินกวา่ ปัจจยั ในการด ารงชีวิต เช่น การบริโภค
เกินตัว ความบันเทิงหลากหลายรูปแบบความสวย ความงาม การแต่งตัวตามแฟชั่น การพนัน หรือเสี่ยงโชค เป็น
ตน้ จนท าให้ไมม่ เี งินเพียงพอเพอื่ ตอบสนองความ ต้องการเหลา่ นั้น สง่ ผลใหเ้ กดิ การกูห้ น้ียืมสิน เกิดเป็นวัฏจักรท่ี
บคุ คลหนงึ่ ไม่สามารถหลดุ ออกมาไดถ้ ้าหากไม่ เปล่ยี นแนวทางในการดำรงชวี ติ
เศรษฐกิจพอเพียง สามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกระดับ ทุกสาขา ทุกภาคของเศรษฐกิจไม่จำเป็นจะต้อง
จำกัดเฉพาะแต่ภาคการเกษตร หรือภาคชนบท แม้แต่ภาคการเงิน ภาคอสังหาริมทรัพย์ และการค้าการลงทุน
ระหว่างประเทศ โดยมีหลักการที่คล้ายคลึงกันคือ เน้นการเลือกปฏิบัติอย่างพอประมาณ มีเหตุมีผล และสร้าง
ภมู คิ ้มุ กันใหแ้ กต่ นเองและสงั คม
การนำเศรษฐกิจพอเพยี งไปประยกุ ตใ์ ช้ ตอ้ งคำนงึ ถงึ ๔ มติ ิ ดงั นี้
ดา้ นเศรษฐกจิ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ใช้ชีวิตอย่างพอควร คิดและ
ด้านสังคม วางแผนอยา่ งรอบคอบ มีภมู ิคุม้ กนั ไม่เส่ยี งเกนิ ไป การ
ด้านทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม เผอื่ ทางเลือกสำรอง
ดา้ นวัฒนธรรม ช่วยเหลือเกื้อกูล รู้รักสามัคคี สร้างความเข้มแข็งให้
ครอบครัวและชุมชน
รู้จักใช้และจัดการอย่างฉลาดและรอบคอบ เลือกใช้
ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างรู้ ค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด
ฟนื้ ฟูทรัพยากรเพือ่ ใหเ้ กิดความยงั่ ยนื สูงสดุ
รักและเห็นคุณค่าในความเป็นไทย เอกลักษณ์ไทย
เห็นประโยชน์และค้มุ คา่ ของภมู ปิ ญั ญาไทย ภูมปิ ญั ญา
ทอ้ งถิน่ รจู้ กั แยกแยะและเลือกรับวฒั นธรรม อน่ื ๆ