The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุมชนจิตอาสาสันป่าส้าน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by acroniss3435, 2022-02-14 03:08:46

ชุมชนจิตอาสาสันป่าส้าน

ชุมชนจิตอาสาสันป่าส้าน

1
1

คำนำ

เอกสารเล่มนี้เป็นผลจากกิจกรรมการถอดบทเรียนของชุมชนจิตอาสาชุมชนบา้ นสันปา่ ส้าน
หมู่ท่ี 12 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา จัดทำข้ึนเพื่อรวบรวมและแสดงศักยภาพ
ของชุมชนบ้านสันป่าส้าน หมู่ 12 ที่ได้ดำเนินการกิจกรรมต่าง ๆของชุมชน ท่ีนำผลจากการ
วิเคราะหช์ ุมชน การใช้ทนุ ของชุมชนท่ี มอี ยา่ งหลากหลาย เป็นตน้ ทนุ ของการจัดกิจกรรม นำจดุ อ่อน
ของชุมชนมาเปน็ ตัวตง้ั ของการพฒั นา และรว่ มกันขบั เคลื่อนอย่างเปน็ รปู ธรรมชัดเจน อย่างต่อเน่อื ง
ผ่านกระบวนการศึกษา เรียนรู้ ลงมือปฏบิ ัติ และพัฒนา ต่อยอด จนก่อใหเ้ กิดเป็นชุมชนพ่ึงตนเองได้
การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน การช่วยเหลือกันใน ชุมชน คนในชุมชน เกิดอัตลักษณ์ชุมชนพอเพียง
เลี้ยงชีพได้ สร้างวัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกันแบบ เก้ือกูล ซึ่งเรียกว่า “วัฒนธรรมเก้ือกูล”
ซึ่งสื่อให้เห็นว่าคนในชุมชน มีความเป็นจิตสาธารณะ มีความรัก ความสามัคคี การช่วยเหลือซ่ึงกัน
และกัน การทำความดีที่ไม่หวังผลตอบแทน และพร้อมที่จะเป็น ผู้ให้แก่ทกุ คนอย่างเท่า เทียม
ก่อให้เกิดทีมจิตอาสาในชุมชนอย่างเข้มแข็ง เป็นชุมชนต้นแบบการป็นจิตอาสา สามารถถ่ายทอด
องค์ความรู้ใหแ้ กช่ ุมชนอื่นๆได้

ในการน้ีขอขอบคณุ นายสราวุธ กอ้ นคำ ผูใ้ หญบ่ า้ น บา้ นสนั ปา่ ส้าน หมู่ 12 ตำบลหว้ ยแก้ว
รวมทั้ง ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ได้มีส่วนร่วมในการขับเคล่ือนกิจกรรม
ของชุมชนให้เกดิ เป็นผลเชิงประจักษ์ หัวใจสำคัญ คือ ประชาชนบ้านสันป่าส้านและคณะทำงานทีม
จิตอาสาพัฒนาชุมชน ที่ได้ร่วมกันถ่ายทอด แลกเปล่ียนเรียนรู้ ต่อยอดแนวคิด สู่การบันทึกเป็น
บทเรยี นความสำเรจ็ หวังอย่างยิ่งว่า เอกสารฉบบั น้ี สามารถนำไปเปน็ แนวทางใหก้ ับชมุ ชน/ หมู่บ้าน
อ่ืนๆในการพฒั นา และเปน็ พลังในการขับเคล่ือนโครงการจิตอาสาชมุ ชนในพื้นท่ี และเป็นพลังสำคัญ
ใน การพัฒนาประเทศชาติสืบไป

กศน.อำเภอภกู ามยาว
สำนกั งาน กศน.จังหวัด

พะเยา
8 กุมภาพนั ธ์ 2565

สารบญั

หนา้

บทท่ี 1 บทนำ

- ความเปน็ มา 1

- วตั ถุประสงค์ 2

- ขอบเขตของการดำเนินงานโครงการ 2

- ข้อมลู ทั่วไปของชมุ ชนบ้านสันป่าส้าน 3

- ประวตั ิของหมู่บา้ น 3

- คณะกรรมการหมบู่ า้ น 3

- สภาพทางภมู ศิ าสตร์ 4

- สภาพสงั คมและศาสนา 5

- วฒั นธรรมประเพณี 6

- การบริหารจัดการชุมชน 8

- การวเิ คราะหข์ ้อมลู การประเมนิ ศกั ยภาพของหมู่บ้าน 9

บทท่ี 2 วธิ ีการถอดบทเรยี น 13

บทท่ี 3 ผลการดำเนนิ งาน ดา้ นชุมชนจติ อาสา 15

1. ความคาดหวังกอ่ นดำเนินการ 15

2. สิง่ ทเ่ี กดิ ขึน้ จริง หลังการดำเนินกิจกรรม 15

3. ส่งิ ดดี ที ่ีเกดิ ขน้ึ ปจั จัยแหง่ ความสำเรจ็ 15

ผลการถอดบทเรยี น 15

1. การนำความรมู้ าส่งเสรมิ ขยายผลใหช้ ุมชนในพนื้ ทดี่ ำเนินการ 15

2. ผลการดำเนินงานท่ีเป็นประจกั ษ์ 17

3. มีกจิ กรรมทส่ี ่งเสรมิ ใหป้ ระชาชนในชุมชนไดร้ บั ความรู้ ความเขา้ ใจ มจี ติ สาธารณะ 18

งานด้านจติ อาสา 19

1. เป็นชุมชนทไี่ ดร้ ับการยกย่องว่าเป็นชุมชนที่มีการดำเนนิ งานด้านจติ อาสา 19

2. เป็นชมุ ชนท่ีสามารถเปน็ ต้นแบบในการบรหิ ารจดั การจติ อาสาชุมชน เพอื่ พ่ึงตนเองได้ 20

บทที่ 4 สรุปผลการถอดบทเรียน 22

บทที่ 5 ข้อเสนอแนะ 24

ภาคผนวก 25

1

บทท่ี 1 บทนำ

ความเป็นมา
จติ อาสาเป็นปัจจัยหน่ึงที่สำคัญในส่วนตัวของบคุ คลท่ีจะทำให้มีจิตสาธารณะ เป็นจิตที่

กวา้ งใหญ่ ไม่คบั แคบ รบั ฟังความคิดเห็นของผู้อ่นื รับฟังข่าวสารใหมๆ่ จากทีเ่ คยรมู้ า แสวงหาความรู้
ใหม่อยู่เสมอ ทำให้ทุกคนในสังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้ เป็นสังคมท่ีมีการให้และแบ่งปัน คำนึงถึง
ประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น เป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์
อยา่ งหนง่ึ ทีจ่ ะต้องปลูกฝังอยา่ งตอ่ เนื่อง จิตอาสา หมายถึง ความสำนึกของบุคคลที่มตี อ่ ส่วนรวม เปน็ จิต
ที่เป็นผู้ให้ คิดดี คิดทางบวก มีความหวังดีต่อผู้อื่น เป็นความสมัครใจ เต็มใจ ตั้งใจทำ อยากช่วยเหลือ
โดยไม่หวังผลตอบแทน และส่งผลให้เกิดความสุขทางจิตใจ ผู้ที่มีจิตสาธารณะจะแสดงพฤติกรรมที่
อาสาทำประโยชน์เพ่อื ส่วนรวม งดเวน้ การกระทำท่ีจะสง่ ผลให้เกิดความเสียหาย การมีส่วนร่วมดูแล
รักษา และเคารพสิทธิของบุคคลอ่ืนในการใช้ทรัพย์สินส่วนรวมโดยประเภทของกิจกรรมจิตอาสา
แบง่ ออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1) จติ อาสาพัฒนา เป็นกจิ กรรมจิตอาสาที่มีวตั ถุประสงค์ เพือ่ พัฒนา
ท้องถ่ินของแต่ละชุมชน ให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมบำเพ็ญ
ประโยชน์ การอนุรักษ์ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม การอำนวยความสะดวก และความปลอดภัย
ในการดำรงชีวิตประจำวนั การประกอบอาชพี รวมทั้ง การสาธารณสุข เป็นต้น 2) จิตอาสาภัยพิบัติ
เป็นกิจกรรมจิตอาสาท่ีมีวัตถุประสงค์ เพื่อเฝ้าตรวจและเตรียมการรองรับภัยพิบัติ ท้ังที่เกิดจาก
ธรรมชาติและท่ีเกิดจากสาเหตุอ่ืนๆ ท่ีส่งผลกระทบต่อประชาชน ในพื้นที่โดยรวม และการเข้า
ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดรอ้ นของประชาชน จากภยั พบิ ัตดิ งั กล่าว เช่น อทุ กภัย วาตภยั อัคคีภัย เป็น
ต้น และ 3) จิตอาสาเฉพาะกิจ เป็นกิจกรรมจิตอาสาที่มีวัตถุประสงค์ให้ปฏิบัติในงานพระราชพิธี
หรือการรับเสด็จในโอกาสต่างๆ เป็นการใช้กำลังพลจิตอาสาปฏิบัติหน้าท่ีร่วมกับส่วนราชการท่ี
เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือ หรืออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนท่ีมาร่วมงาน รวมทั้งการเตรียม
สถานท่ี และการฟื้นฟูสถานท่ีภายหลังการปฏิบัติในพระราชพิธี และการเสด็จนั้นๆ ให้เป็นไปด้วย
ความเรียบรอ้ ย

บ้านสันป่าส้าน ต้ังอยู่ท่ี หมู่ 12 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา
มีประชากรท้ังหมด 113 ครัวเรอื น เป็นครัวเรือนท่ีมีผู้อยู่อาศัยจริง 108 ครัวเรอื น ประชากรรวมท้ัง
สิ้น 321 คน แยกเป็น ชาย 166 คน หญิง 155 คน เป็นหมู่บ้านที่มีความสามัคคี ปรองดอง
ช่วยเหลอื เกอื้ กูลซง่ึ กันและกันด้วยพระราชประสงคของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธบิ ดีศรสี ิ
นทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาล ที่ 10 ในการสืบสานต่อยอดศาสตร์
พระราชา เพื่อสร้างความอยู่ดีมีสุขแก่ประชาชน พระองค์ทรงเรมิ่ ต้น ด้วยการปลุกจติ อาสาที่มอี ยใู่ น
ใจของคนไทยทุกคน มาเป็นแรงขับเคล่ือน ซ่ึงการที่ทุกคนจะร่วมกันขับเคล่ือนสืบสานศาสตร์

2

พระราชา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความย่ังยืนน้ัน จะต้องมีวิธีการคิดแบบองค์รวม ทำอย่างเป็นระบบ
ขับเคลื่อนการดำเนินงานไปพร้อมๆ กันอย่างเป็นแบบแผน ไม่แตกแยกไปคนละทิศทาง
“สืบสานศาสตร์พระราชา” พระราชประสงค์ของในหลวงรัชกาลที่ 10 “เราจะสืบสาน รักษา
ตอ่ ยอด และครองแผ่นดิน โดยธรรมเพื่อประโยชนส์ ุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” พระปฐมบรมราช
โองการ และประกาศ ของกระทรวงมหาดไทยโดยกรมการปกครองได้เปิดรับสมัครลงทะเบียนจิต
อาสาพระราชทาน 904 วปร.ในโอกาสต่างๆ นับตั้งแต่วันท่ี 21 มิถุนายน 2560 เป็นต้นมา ส่งผลให้
ประชาชนในหมู่บ้านสันป่าส้าน หมู่ 12 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา สมัครเข้า
ร่วมเป็นสมาชกิ และเข้าร่วมกิจกรรมของจติ อาสาท่ีเกิดขึ้นอย่างตอ่ เน่ือง จนกลายเป็นชุมชนจิตอาสา
ผนวกกับ สำนักงาน กศน. ไดม้ ีนโยบายในการขับเคลือ่ นงานด้านจติ อาสา และได้อบรมให้ความรู้แก่
ข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา เพ่อื ให้นำความรู้ทไี่ ดร้ ับมาขยายผลการดำเนินงานจิตอาสา
สู่ประชาชนในพ้ืนที่ ท้ังน้ี กศน.อำเภอภูกามยาว ได้เล็งเห็นผลการดำเนินงานของหมู่บ้านท่ีประสบ
ผลสำเร็จด้านชุมชนจิตอาสา จิตสาธารณะ เป็นหมู่บ้านท่ีมีการให้ และแบ่งปัน คำนึงถึงประโยชน์
ของส่วนรวมเป็นท่ีต้ัง ทุกคนในหมู่บ้านมีความเอ้ืออาทรมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันสามารถอยู่
ร่วมกันได้อย่างผาสุก จึงได้พิจารณาคัดเลือกหมู่บ้านสันป่าส้าน เป็นหมู่บ้านชุมชนจิตอาสาดีเด่น
ของอำเภอภกู ามยาว ต่อไป

การจัดกิจกรรมจิตอาสา สามารถทำได้ทุกที่ ทุกชุมชน เป็นการปลูกฝังคุณลักษณะ
จิตอาสาที่จำเป็นต้องนำองค์ความรู้ เชิงทฤษฎีมาปรับประยุกต์ให้มีความเหมาะสมกับชุมชน และ
ค่อยๆ ขยายไปสู่การพัฒนาชุมชน และโดยเฉพาะอย่างย่ิงต้องพัฒนาไปให้ถึงระบบความคิดของคน
ในชุมชน สอดแทรกได้ในทุกกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น การช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน โครงการจิตอาสา
พัฒนาชุมชนตามโอกาสต่างๆ หรอื การเข้าร่วมการจัดกิจกรรมจิตอาสาของหน่วยงานภาคีเครือข่าย
ก็เป็นรูปแบบหน่ึงของการพัฒนา และเชื่อมโยงเข้ากับวิถีชีวิตของชุมชนท้องถ่ิน ส่งผลให้สังคมอยู่
เย็นเป็นสุข มีคุณธรรมนำความรู้เท่าทันโลก ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง สันติสุข เศรษฐกิจ
มีคณุ ธรรม เสถยี รภาพ และเป็นธรรม

วตั ถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิงานดา้ นชุมชนจติ อาสาการปอ้ งกันไฟป่าและหมอกควนั
2. เพอ่ื ศึกษาจุดอ่อน จดุ แขง็ โอกาส พฒั นา และภาวะคุกคาม ของชุมชน
3. เพ่ือศึกษาข้อเสนอแนะ และแนวทาง ในการพัฒนาชุมชนจิตอาสาการป้องกันไฟป่าและ

หมอกควนั

3

ขอบเขตของการดำเนินงานโครงการ
ด้านกลมุ่ ประชากร ประกอบดว้ ย
1) ผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านสันป่าส้าน หมู่ที่ 12 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอ

ภกู ามยาว จังหวัดพะเยา ท่ีดำรงตำแหน่งใน 1 สิงหาคม พ.ศ.2554 ถงึ ปจั จุบนั จำนวน 1 คน
2) ครูและบุคลากร ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอภูกาม

ยาว ทปี่ ฏิบตั หิ น้าทีใ่ นปี พ.ศ.2565 จำนวน 7 คน
3) คณะกรรมการไฟป่าของหมู่บ้าน คือ ตัวแทนของประชาชน ในหมู่บ้านสันป่าส้าน

หมูท่ ี่ 12 ตำบลหว้ ยแกว้ อำเภอภูกามยาว จังหวดั พะเยา ในปี พ.ศ. 2565 จำนวน 7 คน
ดา้ นพ้ืนท่ี คือ บา้ นสันปา่ ส้าน หมทู่ ่ี 12 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอภกู ามยาว จังหวดั พะเยา

4

ขอ้ มูลทั่วไปของชมุ ชนบ้านสันป่าส้าน

ประวัตขิ องหม่บู ้าน
บ้านสันป่าส้าน หมู่ที่ 12 แยกหมู่บ้านมาจากบ้านห้วยแก้วหลวง ซ่ึงแต่ก่อนบ้าน

ห้วยแก้วหลวงเป็นป่าและคนมาจากละกอนลำปาง ย้ายเข้ามาอยู่กัน 3 ครอบครัว มีแม่อุ้ยตุ้ย พ่อ
เฒ่าตั่น พ่อเฒ่าแสน แม่เฒ่าตาพ่อเจ้า แม่ออน มาต้ังถิ่นฐานอยู่ที่นี่ คำว่าห้วยแก้ว มาจากภูเขาหลัง
หมู่บ้าน ชาวบ้านเรียกว่า “ม่อนแก้ว” มีตำนานเล่าว่าในช่วงก่อนถึงวันพระและในคืนวันพระ
ชาวบา้ นจะเห็นแก้วลอยขน้ึ ลง ต่อมามีคนต่างหมู่บา้ นมาขุดเอาแก้วในภูเขาไปเปน็ จำนวนมาก โดยที่
ชาวบ้านไม่รู้ และพอชาวบ้านไปหาของป่าก็เจอแต่เปลือกข้างนอกของแก้ว ในช่วงฤดูฝนน้ำจากต้น
น้ำในป่าก็จะไหลมารวมกัน ผ่าม่อนแก้วจึงเรียกว่า “ห้วยแก้ว” และเป็นช่ือของหมู่บ้านต่อมา ในปี
พ.ศ. 2539 ทางราชการจึงได้อนุมัติให้แยกหมู่บ้าน ออกมาเป็นหมู่ที่ 12 และตั้งชื่อใหม่ว่า บ้านสัน
ป่าส้าน เพราะแต่เดิมบริเวณที่ต้ังหมู่บ้านแห่งนี้เป็นป่าไม้ และมีต้นไม้ใหญ่ช่ือว่า “ต้นส้าน” อยู่
จำนวนมากและลกั ษณะหม่บู ้านเปน็ สนั เขา เนินเขา จงึ ต้งั ช่ือหมบู่ ้านว่า “บา้ นสนั ปา่ สา้ น”

ด้านการปกครอง บ้านสันป่าส้าน หมู่ 12 ตำบลห้วยแก้ว ต้ังแต่เร่ิมก่อต้ังหมู่บ้านจนถึงปัจจุบัน มี
ผ้นู ำชุมชนหรือผู้ใหญบ่ ้านท่ไี ด้รับการแต่งตัง้ จำนวน 2 คน ดังมีรายชื่อดงั ตอ่ ไปนี้
1. นายคาล กอ้ นคำ ดำรงเมื่อวนั ท่ี 10 พฤษภาคม พ.ศ.2539 จนถงึ ปี พ.ศ.2554
2. นายสราวธุ ก้อนคำ ดำรงเมอ่ื วันท่ี 1 สงิ หาคม พ.ศ.2554 ถงึ ปจั จบุ นั

คณะกรรมการหม่บู ้าน แบง่ ออกเป็น
- ดา้ นอำนวยการ
- ด้านการปกครองและรักษาความสงบเรียบรอ้ ย
- ด้านแผนพัฒนาหมูบ่ า้ น
- ด้านส่งเสรมิ เศรษฐกจิ
- ด้านสงั คมส่งิ แวดล้อมและสาธารณสุข

5

ท่ปี รกึ ษาคณะกรรมการหมู่บา้ นสันปา่ สา้ น

1. นายสราวธุ ก้อนคำ ตำแหนง่ ประธาน

2. นายศรีวนั วงศม์ า ตำแหนง่ รองประธาน

3. นายประเสรฐิ รูปศรี ตำแหน่งรองประธาน

4. น.ส.จันทกานต์ ก้อนคำ ตำแหนง่ เลขานกุ าร

5. นางศริ ิมา กอ้ นคำ ตำแหน่งเหรัญญกิ

6. นายซอ้ ย ชนื่ จติ ตำแหนง่ กรรมการ

7. นางแปน้ วงศ์สืบ ตำแหน่งกรรมการ

8. นายสะอาด ก้อนคำ ตำแหน่งกรรมการ

9. นายสมศกั ด์ิ ไชยวุฒิ ตำแหนง่ กรรมการ

10. น.ส.ฟองแกว้ ทองพันธ์ ตำแหนง่ กรรมการ

11. นายแกว้ ก้อนคำ ตำแหนง่ กรรมการ

12. นายเพ็ญ กอ้ นคำ ตำแหนง่ กรรมการ

ท่ีปรึกษาคณะกรรมการหมูบ่ า้ นภาครฐั
- ฝา่ ยงานปกครองอำเภอภกู ามยาว
- สำนกั งานพฒั นาชุมชนอำเภอภกู ามยาว
- สำนักงานเกษตรอำเภอภูกามยาว
- โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพบ้านปา่ ฝาง
- ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอภูกามยาว
- ธนาคารเพ่อื การเกษตรและสหกรณก์ ารเกษตร สาขาภกู ามยาว

สภาพทางภมู ศิ าสตร์
บ้านสันป่าส้าน หมู่ท่ี 12 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา ต้ังอยู่

ทางทิศเหนือของอำเภอภูกามยาว ระยะทางห่างจากอำเภอประมาณ 4 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัด
พะเยา ประมาณ 20 กิโลเมตร มอี าณาเขตติดตอ่ ดงั นี้
อาณาเขตของหมบู่ ้าน

ทิศเหนือ ติดต่อกบั บ้านหว้ ยทรายขาว หมู่ท่ี 7
ทิศใต้ ตดิ ต่อกับบ้านหว้ ยแกว้ หลวง หม่ทู ่ี 3
ทศิ ตะวนั ออก ติดต่อกับบา้ นหนองลาว หมทู่ ี่ 4 และบา้ นอิงโคง้ หม่ทู ่ี 5
ทศิ ตะวันตก ตดิ ตอ่ กับบ้านร่องปอ ตำบลดงเจน

6

ลักษณะภมู ิประเทศ

บ้านสนั ป่าสา้ น มีพืน้ ท่รี วมทัง้ หมด 2,443 ไร่ พื้นที่สว่ นใหญป่ ระกอบด้วย เนินเขา ที่ลาดเชงิ เขา

ตอนกลาง เชิงเขาและที่ราบเชิงเขา มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 400-1,200 เมตร สภาพสัน

เขาทางทิศเหนือแล้วลาดไปทางทิศตะวันตก โดยทางทิศตะวันตกของตำบลมีสภาพเป็นป่าเบญจพรรณ

และเป็นพ้ืนท่ีต้นน้ำอ่างเก็บนำ้ ห้วยแก้วที่ไหลไปทางทิศใต้ลงสู่คลองสีเสยี ด สว่ นพ้ืนท่ถี ัดลงมามกี ารปลูก

ยางพารา มันสำปะหลัง ทางทิศตะวันออกของตำบลเป็นพื้นท่ีราบมีการปลูกข้าวโพด นาข้าว และเป็น

พ้ืนท่ีชุมชน ดงั นี้

พื้นท่ีทำการเกษตร 1,049 ไร่ ทำนาปีละ 1 คร้งั ปา่ ชุมชนมี 2 แหง่ จำนวน 120 ไร่

พื้นทพ่ี ักอาศัย 225 ไร่

พื้นทีก่ ารทำนา 682 ไร่

พน้ื ทท่ี ำไร่ 299 ไร่

พืน้ ท่ีทำสวน 68 ไร่

ลกั ษณะภูมิอากาศ มสี ภาพอากาศเหมือนพืน้ ที่โดยท่ัวไปของภาคเหนือ โดยจะแบง่ ฤดกู าลดังนี้

ฤดรู ้อน เริ่มต้งั แต่เดอื นมนี าคม – เดอื นพฤษภาคม อากาศจะร้อนจัดในเดือนเมษายน

ฤดูฝน เริ่มตั้งแตเ่ ดือนมถิ ุนายน – เดอื นตุลาคม ฝนจะตกมากชว่ งเดือนมถิ ุนายน – เดอื น

สิงหาคม

ฤดูหนาว เริ่มตงั้ แตเ่ ดอื นพฤศจิกายน– เดือนกุมภาพันธ์ อากาศจะหนาวจดั ชว่ งเดือนธันวาคม –

มกราคม

ภาษาท่ีใช้ ประชากรสว่ นใหญพ่ ดู ภาษาท้องถิน่ หรอื ภาษาพน้ื เมือง (ภาษาเหนอื )

การศกึ ษา ประชากรทกุ คนไดร้ ับการศกึ ษาจากสถานศึกษา และจบการศึกษาภาคบังคบั ทกุ คน

สภาพสังคมและศาสนา
ชุมชนบ้านสันป่าส้าน มีลักษณะส่วนใหญ่เป็นครอบครัวเด่ียว ประชากรส่วนใหญ่นับถือ

ศาสนาพุทธ จงึ มีการปฏบิ ัติศาสนกจิ ในวนั สำคัญทางพระพุทธศาสนา มวี ัดหว้ ยดอกอูน เปน็ ศูนยร์ วม
ในการทำกิจกรรมต่างๆ ของชาวบ้าน และเป็นท่ีประกอบกิจกรรมและพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ
เช่น วันธรรมสวนะวันเข้าพรรษา วันออกพรรษา วันข้ึนปีใหม่ วันสงกรานต์ การอนุรักษ์ประเพณี
เดือนยี่เป็ง ในด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น มีการทำงานฝีมือต่างๆ โดยกลุ่มสตรีและผู้สูงอายุทำการ
รวมกลมุ่ กันสานตะกรา้ กระบุงโบราณ สุ่มไก่ สานแห สานอวน สานยอ สานไซ สานหมวก
การคมนาคม

การคมนาคมสามารถเดนิ ทางมาบา้ นสนั ปา่ สา้ นได้ 2 เส้นทาง คือทางหลวงหมายเลข 1202
มาทางตำบลหว้ ยแก้ว และทางหลวงชนบทมาทางตำบลดงเจน การคมนาคมมคี วามสะดวกมถี นนตัด

7

ผ่านหมู่บ้าน ถนนคอนกรีตสองช่องทางรถถนนคอนกรีต 2 ช่องทางเดินรถ และถนนในหมู่บ้านมี
ถนนคอนกรีตและถนนลูกรัง ประชาชนส่วนใหญ่ใช้รถจักรยานยนต์และรถจักรยาน ในการเดินทาง
ภายในหมบู่ า้ น
ทรัพยากรธรรมชาติ ลกั ษณะทางนิเวศวิทยา แหลง่ นำ้ กินนำ้ ใช้ นำ้ การเกษตร

- น้ำสำหรับบริโภคส่วนใหญ่จะซ้ือน้ำดื่มในหมู่บ้าน ซึ่งในหมู่บ้านจะมีโรงงานผลิตน้ำด่ืม
สำหรับการผลติ น้ำด่มื สะอาดขายในหม่บู ้าน และบางหลงั คาเรอื นจะใช้นำ้ ฝนในการด่มื

- น้ำสำหรับอุปโภคส่วนใหญ่ ชาวบ้านจะใช้น้ำประปาประจำหมู่บ้าน ในบางหลังคาเรือนใช้
นำ้ ฝน และในบางสว่ นซ่ึงเปน็ สว่ นนอ้ ยจะซอ้ื น้ำถงั มาใชใ้ นการดืม่ และการใชอ้ ปุ โภค

- น้ำสำหรับใช้ประโยชน์ในการเกษตรจะใช้จากแหล่งน้ำธรรมชาติ 8 แหล่ง คือ ลำห้วย 6
แหง่ สระของหม่บู า้ น 1 แหง่

- มแี หล่งนำ้ สำรองดบั เพลิง ซ่ึงจะมาจากบนภูเขา ผ่านกลางหมูบ่ า้ น
ผลติ ภัณฑ์มวลรวมและผลติ ภัณฑ์ท่ีน่าสนใจของหมู่บา้ น

อาชีพหลักของคนในชุมชนบ้านสันป่าส้าน หมู่ 12 ตำบลห้วยแก้ว คืออาชีพเกษตรกรรม
การทำนาและปลุกพืชผักตามฤดูการ รายได้ของประชาชนมาจากภาคเกษตรกรรม รายจ่ายของ
ประชาชน คือค่าใชจ้ า่ ยทางการเกษตร ค่าดำรงชีพ คา่ สาธารณูโภค ค่างานสังคม และคา่ ใช้จา่ ยอ่นื ๆ

มีการทำอุตสาหกรรมขนาดเล็กในครัวเรือน และมีการข้ึนทะเบียนเป็นสินค้า OTOP
บางส่วนมดี ังน้ี

- การเกษตรอินทรียผ์ กั อนิ ทรยี ์ และข้าวอนิ ทรยี ์
- การจกั สานของใชจ้ ากไม้ไผ่
- การทำไม้กวาดทางมะพรา้ ว ไมก้ วาดดอกหญา้
- การเพาะเห็ดนางฟ้า
- การเลย้ี งไกไ่ ข่ และไก่พน้ื เมือง
- การเลี้ยงสุกร
- การเลย้ี งโคเน้อื
- น้ำหมกั สมนุ ไพรเพอื่ สขุ ภาพ
จำนวนประชากร
บ้านสันป่าส้าน มีประชากรท้ังหมด 113 ครัวเรือน เป็นครัวเรือนท่ีมีผู้อยู่อาศัยจริง 108
ครวั เรอื น ประชากรรวมทงั้ ส้ิน 321 คน แยกเปน็ ชาย 166 คน หญิง 155 คน
- ผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปี ขน้ึ ไป) จำนวน 91 คน แยกเปน็ ชาย 46 คน หญงิ 45 คน
- วยั แรงงาน (15-59 ป)ี จำนวน 178 คน
- วยั เดก็ (0-4 ปี ) จำนวน 52 คน

8

ข้อมูลด้านเศรษฐกจิ ของหมบู่ า้ น

1. ประชากรสว่ นใหญ่ของหม่บู ้านประกอบอาชีพเกษตรกรรม

2. รายได้ของประชากรมาจาก

อาชีพหลัก อาชีพเสรมิ

- เกษตรกรรม 184 ครวั เรือน - เยบ็ หมวกผ้า 55 ครัวเรอื น

- รับราชการ 12 ครวั เรือน - ช่าง 15 ครวั เรือน

- ค้าขาย 10 ครวั เรือน - คา้ ขาย 17 ครวั เรอื น

- รบั จา้ งและบริการท่ัวไป 15 ครัวเรือน - ช่าง

รายไดม้ วลรวมของหมู่บ้าน

- รายรบั จากบญั ชีครวั เรอื น 78,124 บาท/คน/ปี

- รายจา่ ยจากบญั ชคี รัวเรอื น 43,262 บาท/คน/ปี

- รายได้เฉลีย่ ของประชากร 78,050 บาท / คน / ปี

- ครวั เรอื นยากจน (รายไดไ้ ม่ถงึ 30,000 บาท / คน ปี) จำนวน - ครวั เรือน

วัฒนธรรมประเพณี

ปฏิทนิ วฒั นธรรม

ชุมชนบ้านสนั ปา่ ส้าน มีลกั ษณะสว่ นใหญ่เป็นครอบครัวเด่ยี ว นับถอื พทุ ธศาสนาทั้งหมดมีวัด

ป่าห้วยดอกอูนเป็นสถานท่ียึดเหนี่ยวจิตใจ กิจกรรมด้านวัฒนธรรมประเพณีของชุมชนบ้านสัน

ป่าส้านตลอดท้ังปีดำเนินมาแต่อดีตถึงปัจจุบัน ในวันสำคัญต่างๆจะมีการประกอบพิธีทางศาสนาใน

วัดป่าห้วยดอกอูน วัฒนธรรม ประเพณีส่วนใหญ่เป็นแบบล้านนาท่ีหลากหลายแตกต่างกันไปในแต่

ละเดอื น ดงั นี้

เดือนเกี๋ยง หรอื เดอื นตลุ าคม : ฟังธรรมในวันพระ

เดือนย่ี หรือเดือนพฤศจิกายน : ประเพณีลอยกระทงจัดขึ้นในวันเพ็ญข้ึน 15 ค่ำ เดือน 12

ชาวบ้านเขา้ ร่วมงานประเพณีย่ีเปง็ ช่วงตอนเยน็ จะมงี านลอยกระทง การปลอ่ ยโคมลอย

เดือนสาม หรอื เดือนธนั วาคม : บวชเฉลิมพระเกียรตทิ ่ีวดั จำปา

เดือนสี่ หรือ เดือนมกราคม : มีการตาลข้าวใหม่หรือทำบุญข้าวใหม่ในช่วงระหว่างสิ้นปีกับ

วนั ขึน้ ปใี หม่

เดอื นห้า หรอื เดอื นกมุ ภาพนั ธ์ : ทำบญุ หลวงพอ่ ศรีสุขปญั ญาธโิ ปที่วัดห้วยแก้ว

เดอื นหก หรอื เดอื นมนี าคม : บวชภาคฤดรู อ้ นทีว่ ดั จำปา

เดอื นเจ็ด หรือ เดือนเมษายน : ประเพณีสงกรานต์ (ปีใหมเ่ มือง ถือว่าเป็นการเร่มิ ตน้ ปีใหม่

ช่วงวันท่ี 13-16 เมษายน จะร่วมกันแห่สรงน้ำพระมหาสงกรานต์ ประเพณีขนทรายเข้าวัด การขน

9

ทรายนิยมกันนท้ัง 3 วัน คือ วันสังขารล่อง วันเนาว์ และวันพญาวัน แต่ท่ีนิยมกันมากท่ีสุดคือวัน
เนาว์ มีการรดนำ้ ดำหัวญาตผิ ใู้ หญ่ หรอื บุคคลท่ีนบั ถอื ในชุมชน

เดือนแปด หรือ เดอื นพฤษภาคม : การเข้าวัดทำบุญในวันวิสาขบูชา
เดอื นเกา้ หรือ เดือนมถิ ุนายน : ประเพณีเลยี้ งผปี ยู่ ่า
เดือนสิบ หรือเดือนกรกฎาคม : วันเข้าพรรษา ชาวบ้านจะร่วมกันทำบุญ ถวายเทียน
พรรษาชาวบา้ นมีการร่วมปฏบิ ตั ธิ รรม สวดมนต์ทำวตั รเช้า-เย็น ที่วดั หว้ ยดอกอูน
เดือนสบิ เอ็ด หรอื เดอื นสิงหาคม : ชาวบา้ นรว่ มงานวนั แมแ่ หง่ ชาติ ทีว่ ่าการอำเภอภกู ามยาว
เดือนสิบสอง หรือเดือนกันยายน : พิธีตาลข้าวให้บรรพบุรุษ เป็นการถวายสำรับกับข้าว
หรือถวายถาดใส่ขา้ วและอาหาร เพอ่ื อุทศิ หาบรรพบุรุษ
แหลง่ ท่องเที่ยวเชิงเกษตร หตั ถกรรม ศลิ ปวัฒนธรรม
1. วดั ป่าหว้ ยดอกอูน
2. แหลง่ ท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์ ไดแ้ ก่ อ่างเก็บนำ้ ห้วยแก้ว ป่าอนุรกั ษต์ ้นนำ้ ดอกร่องปอ ซ่ึงเปน็
เขตป่าติดกบั บ้านร่องปอ ตำบลดงเจน
3. ชมุ ชนเกษตรวิถใี หม่ ลดการใชส้ ารเคมี

วัดปา่ หว้ ยดอกอนู

10

แหลง่ ท่องเทย่ี วเชงิ อนรุ ักษ์ อ่างเก็บน้ำห้วยแกว้

ชมุ ชนเกษตรวิถใี หม่ ลดการใชส้ ารเคมี

การบริหารจัดการชมุ ชน

การบริหารจัดการของหมู่บ้าน มีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้จัดการในชุมชน และมีการจัดตั้ง

คณะกรรมการหมู่บ้าน หัวหน้าคุ้ม อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน สตบ. ให้มีหน้าท่ีดูแล

รกั ษาความสงบเรียบรอ้ ยภายในหมบู่ า้ น เช่น เรื่องสาเสพตดิ เร่อื งสขุ ภาพอนามัย ฯลฯ

- ผู้ใหญบ่ ้าน นายสราวุธ กอ้ นคำ โทร. 091-8572591

- ผชู้ ว่ ยผ้ใู หญ่บ้าน นายศรีวัน วงศม์ า โทร. 084-8352311

นางสาวภควรรณ ก้อมวงค์ โทร. 094-5329261

- สมาชกิ ส อบต.หว้ ยแก้ว นายพิเชษฐ์ สิงหแ์ กว้ โทร. 064-3492528

รายชือ่ อาสาพฒั นาชมุ ชน (อช.)

1. นางสมหวัง สุนนั ท์

2. นางสาวฟองแกว้ ทองพันธ์

รายชื่ออาสาสมคั รเกษตรกร

1. นายสราวธุ งอนจตั รุ สั

2. นายภาคภูมิ ดกู ารดี

3. นายแก้ว ก้อนคำ

11

รายชือ่ ตัวแทนเกษตรกร

นายสราวุธ งอนจัตรุ ัส

รายชอื่ ปราชญ์ชาวบา้ นดา้ นการเกษตร

- นายสราวธุ งอนจัตรุ สั ทำไรน่ าผสมผสานครบวงจร

- นายภาคภูมิ ดูการดี

-นายแกว้ กอ้ นคำ

ปราชญ์ชาวบา้ นในด้านตา่ งๆ

➢ ด้านการเกษตร

1) นายสราวธุ งอนจตั รุ สั

2) นายภาคภูมิ ดูการดี

3) นายแก้ว กอ้ นคำ

➢ ดา้ นหมอพน้ื บ้าน

1) นายน้อย กอ้ นคำ ดา้ นเปา่

2) นางจนั ทร์ สิงห์แกว้ หมอสขู่ วญั /แกวง่ ขวญั

3) นางจันทร์ ก้อนคำ หมอนวด

➢ ด้านศลิ ปวัฒนธรรม

1) นายพกิ ุล จนั จินะ

➢ ด้านหัตถกรรม

1) นางแก้ว ก้อนคำ สานดา้ ยแห/จ๋ำ

2) นายพธุ รำไพ จกั รสาน

3) นายหนอ่ แกว้ กอ้ นคำ จกั รสาน

4) นายพันธ์ ก้อนคำ สานไมก้ วาดทางมะพรา้ ว

5) นายป๋ี สงิ ห์แกว้ สานไมก้ วาดทางมะพรา้ ว

การวิเคราะหข์ ้อมลู การประเมินศกั ยภาพของหมู่บา้ น (จดุ ออ่ น จดุ แขง็ โอกาส ภยั คกุ คาม)

การวิเคราะห์ปัจจัยภายใน หรือสภาพแวดล้อมภายใน (จุดอ่อน จุดแข็ง) จะทำให้

หมู่บา้ น ทราบถงึ จดุ เด่น และขอ้ เสยี เปรยี บของหมู่บา้ น

1. จุดอ่อน Weakness คือ ลักษณะหรือข้อด้อยของหมู่บ้านเมื่อเทียบกับหมู่บ้านอ่ืน

(เปน็ ปจั จยั ภายในทหี่ ม่บู า้ นสามารถเปลย่ี นแปลงและพัฒนาได)้

จดุ ออ่ นดา้ นเศรษฐกิจ

- ต้นทนุ การผลิตสูง ผลผลติ ทางการเกษตรตกต่ำ

- ปัญหาเร่ืองการตลาดทรี่ องรบั ผลผลติ ทางการเกษตร

12

- ประชาชนพง่ึ ปัจจยั ภายนอกในการประกอบอาชีพ เช่น ปุ๋ยเคมี, สารเคมตี ่างๆ
- ประชากรส่วนใหญ่มอี าชพี เกษตรกรรม รับจ้าง มรี ายไดน้ อ้ ยไม่เพียงพอแกร่ ายจ่าย
- ไมม่ อี าชีพเสริมหลงั จากฤดูการเกบ็ เก่ยี ว
- ประชาชนขาดวนิ ัยการใชเ้ งนิ มหี น้ีสินครัวเรือนมากขนึ้
- ขาดความรู้ด้านการประกอบอาชีพ การแปรรูปสินค้า การบริหารจัดการ การหาตลาด
การพัฒนาคุณภาพสนิ ค้า และบรรจภุ ณั ฑ์
จดุ ออ่ นดา้ นสงั คม
- วถิ ีชีวติ เปล่ียน เช่นการบริโภคทำใหม้ ผี ู้ปว่ ยโรคเรื้อรงั ตา่ งๆ เพมิ่ ขน้ึ เช่น ความดัน
เบาหวาน
- แนวโน้มเป็นสงั คมผ้สู ูงอายเุ พิ่มมากขึ้น อัตราการเกิดใหม่น้อย
จดุ ออ่ นดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
1. มีลำห้วยหลายแห่งแตต่ น้ื เขนิ และไม่มนี ้ำในฤดูแล้ง
2. ปา่ ไม้ขาดความชุ่มชื้นเพราะเป็นป่าเตง็ รัง
3. มีการบุกรกุ และทำลายป่าเพื่อหาของปา่ และทำไร่
4. ไม่มกี ารปลูกปา่ เพมิ่ เติม
5. มีการลักลอบตดั ไม้ในปา่ ชมุ ชน
6. ในฤดูแลง้ มีการเผาปา่ ปลี ะหลายครั้ง และเกิดปัญหาไฟปา่
7.ประชาชนขาดความสำนึกในการรกั ษาทรัพยากรธรรมชาติ
2. จุดแข็ง Strength คือ ศักยภาพความสามารถ หรือข้อเด่นของหมู่บ้าน เม่ือเทียบกับ
หมู่บา้ นอน่ื (เป็นปจั จยั ภายในทหี่ มบู่ า้ นสามารถเปล่ียนแปลงและพฒั นาได้)
ด้านเศรษฐกจิ
- มีการคมนาคมสะดวกสบาย การขนสง่ และการตดิ ต่อสื่อสารรวดเรว็
- มกี ลุ่มกองทุน เชน่ สถาบันการเงิน และกองทุนหมู่บ้าน
- มีกลมุ่ อาชีพ กล่มุ แม่บา้ น กล่มุ ออมทรัพย์ กลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์
- มรี ้านคา้ ประชารฐั ทีด่ ำเนินงานโดยกองทุนหมบู่ ้าน
ดา้ นสงั คม
- มีกลุม่ ผ้สู ูงอายุทเ่ี ขม้ แข็ง
- มีการอนุรกั ษศ์ ลิ ปวฒั นธรรม
- มีการจัดกิจกรรมร่วมกนั เพอ่ื สร้างความสามัคคี
ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดลอ้ ม
- มปี ระเพณีวัฒนธรรมใหป้ ฏบิ ตั ไิ ดต้ ลอดปี

13

- การใหค้ วามรว่ มมือของประชาชนสว่ นใหญอ่ ยู่ในเกณฑ์ทด่ี ี
- มีความสามคั คีและรว่ มมือในการจดั กจิ กรรมตา่ งๆของหมู่บ้าน
- ผู้สูงอายุ คนพกิ าร ผตู้ ดิ เช้ือ ไดร้ บั เบยี้ ยังชพี ทุกคน
ดา้ นความมน่ั คงและความสงบเรียบรอ้ ย
- มีประชาชนในพื้นทใี่ หค้ วามรว่ มมอื กบั ฝ่ายปกครองและองคก์ รส่วนทอ้ งถน่ิ ดี
- มกี ารอยเู่ วรยามในชว่ งเทศกาลสำคญั ของหมบู่ า้ น
- มกี ารเฝา้ ระวงั ยาเสพติดในชมุ ชนมีการต้ังกฎกตกิ าเขม้ งวด
- อยไู่ ม่ไกลจากสถานีตำรวจ ไมค่ ่อยมเี หตุการณ์รนุ แรงเกดิ ในชุมชน
- มีอาสาป้องกนั ภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ในชุมขน
- มีสมาชกิ ตำรวจบา้ น (สตบ.) ในชุมชน
ด้านบริหารจดั การ
- คณะกรรมการหมู่บา้ นมคี วามสมคั รสมานสามัคคี
- คณะกรรมการไฟป่า
- มีคณะกรรมการกลุ่มพฒั นาสตรี
- มีคณะกรรมการฌาปนกิจสงเคราะห์
- มีทีมสภาผ้นู ำชุมชนทเ่ี ขม้ แข็ง (การรวมตวั ของผนู้ ำกลุม่ ตา่ งๆ ในชุมชน กม. อสม รวมไป
ถงึ ภาคีภายนอกชมุ ชน)
- มีการบรู ณาการทำงานร่วมกบั องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน ส่วนราชการในพน้ื ท่ี และ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลล้านนาลำปาง
การวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก หรือสภาพแวดล้อมภายนอก จะทำให้หมู่บ้านทราบถึง
โอกาสและอุปสรรคการทำงานของหมู่บ้าน
1. โอกาส Opportunity (ปัจจยั ภายนอกท่เี ป็นผลบวกทีห่ มู่บา้ นไม่สามารถควบคมุ ได)้
ด้านเศรษฐกิจ

- หมบู่ า้ นแมข่ ่ายวทิ ยาศาสตร์
- หม่บู า้ นเปน็ ศนู ยเ์ รยี นรู้เศรษฐกจิ พอเพียง
- มหี นว่ ยงานตา่ งๆ เข้ามาสนับสนุนมากขน้ึ
- รัฐมกี ารส่งเสริมประกนั รายไดใ้ หก้ บั เกษตรกร
ดา้ นสังคม
- เทคโนโลยที นั สมยั สามารถรบั รขู้ า่ วสารไดร้ วดเร็ว และทันเหตุการณ์
- ไดร้ ับการอบรมส่งเสรมิ จากหนว่ ยงานราชการ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคล
ล้านนาลำปาง

14

ด้านทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม
- องค์การบริหารส่วนตำบลหว้ ยแก้ว ให้การสนบั สนนุ ในการพฒั นาแหล่งน้ำ
- ชมุ ชนอยหู่ า่ งไกลโรงงาน และแหล่งมลพษิ
- การขยายพันธพ์ุ ืช ไดร้ บั การสนับสนนุ จากหนว่ ยงานการเกษตร กศน.อำเภอภู

กามยาว และมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนาลำปาง
ด้านความม่ันคง และความสงบเรียบร้อย

- อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เช่น อปพร. ชรบ. สตบ. ได้รับความรู้ความ
เข้าใจในการปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ี โดยได้รับการสนบั สนุนจากเจ้าหนา้ ทีต่ ำรวจในการจดั อบรม

ด้านบรหิ ารจัดการ
- มีการทำแนวกันไฟป่า
- โครงการงดเผา 90 วนั เริ่มวนั ท่ี 1 กุมภาพนั ธ์ 2565 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2565
- คณะกรรมการหมอกควันและไฟปา่ มีความรูค้ วามเข้าใจบทบาทหน้าทข่ี องตนเอง

มากข้ึนโดยได้รับการฝึกอบรมจากหนว่ ยงานราชการ
- ไดร้ ับการสนบั สนนุ งบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
- มีการสนับสนุนงบประมาณจากท้องถิ่น/ธกส./สถานีพัฒนาท่ีดินจังหวัด/ทสจ.

พะเยาในการดำเนนิ กิจกรรมของหม่บู า้ น
2. อปุ สรรค Threat (ปจั จยั ภายนอกท่เี ป็นผลลบทห่ี มบู่ า้ นไมส่ ามารถควบคมุ ได)้
ด้านเศรษฐกิจ

- ค่าครองชพี สูง
- ตน้ ทนุ ในการผลติ สงู เชน่ น้ำมนั เคร่อื งจกั รกล สารเคมใี นการเกษตร เมล็ดพนั ธพุ์ ืช
- สินคา้ อุปโภคบรโิ ภคมรี าคาสูง
ด้านทรพั ยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
- การเกิดไฟป่าในพนื้ ทใ่ี กลเ้ คยี งและลุกลามมายงั พื้นทปี่ ่าชมุ ชน
- แหล่งนำ้ มีสารปนเป้ือนจากใชส้ ารเคมตี ้ังแตต่ ้นทาง
- แหล่งนำ้ ตื้นเขนิ
- สภาพดินเสื่อมโทรม
- เกดิ ความแห้งแลง้
- นำ้ ทว่ มนาขา้ วในช่วงฤดูฝน

15

บทท่ี 2 วธิ ีการถอดบทเรียน
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอภูกามยาวได้มีการประชุม
ช้ีแจงคณะครูและผู้ที่เก่ียวข้อง เพื่อช้ีแจงรายละเอียด/วางแผนแนวทางการดำเนินงานการคัดเลือก
ชุมชนจิตอาสาดเี ดน่ ตามกระบวนการบรหิ ารในหลกั PDCA ตามรายละเอยี ดดงั ต่อไปนี้

กจิ กรรมหลกั วตั ถุประสงค์ กลุ่มเปา้ หมาย พน้ื ที่ ระยะเวลา
/เปา้ หมาย ดำเนนิ การ ดำเนนิ การ
กลุม่ เปา้ หมาย เป้าหมาย 20 มกราคม

1. ประชุมชแี้ จงคณะครแู ละ 1. เพ่ือชแ้ี จงรายละเอียด /วางแผน ครแู ละ 10 คน กศน.อำเภอ 2565

ผ้เู ก่ียวขอ้ ง แนวทางการดำเนินงานการคดั เลือก บคุ ลากร ภูกามยาว 24
มกราคม
ประกวดชมุ ชนจิตอาสาดีเด่น กศน.อำเภอ 2565

2. เพื่อคัดเลอื กชุมชนจติ อาสาดีเดน่ ภูกามยาว 26
มกราคม
3. เพื่อกำหนดกิจกรรมและผรู้ ับผิดชอบ 2565

มอบหมายภาระงาน

2. ประสานงานในพื้นท่ี เพ่อื เตรยี มความพรอ้ มกอ่ นการลงพ้ืนที่ 1. ครูและ 3 คน บ้านสนั
บคุ ลากร ป่าส้าน
ดำเนนิ งาน ดา้ นการถอดบทเรียน กศน.อำเภอ หมู่12 ต.
ภูกามยาว ห้วยแกว้
ชุมชนจิตอาสาดีเด่น 2. ผนู้ ำชุมชน อ.ภูกามยาว
บา้ นสนั จ.พะเยา
1. ศึกษารายละเอียดขอ้ มลู /หลกั เกณฑ์/ ป่าส้าน
หมู่12 1 บ้านสัน
รูปแบบ/วิธีการ ต.หว้ ยแก้ว หม่บู ้าน ปา่ สา้ น
อ.ภกู ามยาว
2. เตรียมวัสดุอปุ กรณ์ /เคร่ืองมือสำหรบั จ.พะเยา หมู่12 ต.
หว้ ยแก้ว
ใช้ในการถอดบทเรียน ดังตอ่ ไปน้ี บ้านสัน อ.ภกู ามยาว
ปา่ ส้าน จ.พะเยา
- ปากกาเคมี หม1ู่ 2
ต.ห้วยแก้ว
- กระดาษปรุ๊ฟ อ.ภกู ามยาว
จ.พะเยา
- กระดาษ A4

3. ดำเนนิ การถอดบทเรยี น 1. เพ่ือศึกษาขน้ั ตอนการปฏบิ ัตงิ าน

โดยใช้กระบวนการโฟกัสกรปุ๊ ด้านชุมชนจิตอาสาการป้องกันไฟปา่ และ

สมั ภาษณ์ Mind Mapping / หมอกควัน

ถา่ ยคลปิ วดี โี อตามประเดน็ 2. เพื่อศกึ ษาจดุ ออ่ น จุดแข็ง โอกาส/

หวั ข้อดังต่อไปน้ี พัฒนา และภาวะคกุ คาม ของชมุ ชน

1. ไดท้ ำจรงิ และ 3. เพื่อศกึ ษาข้อเสนอแนะ และแนวทาง

ขยายผล ในการพฒั นาชมุ ชน

1.1 การนำความรู้

มาสง่ เสริมขยายผล

ให้ชุมชนในพืน้ ท่ดี ำเนินการ

16

กลุ่มเป้าหมาย พื้นที่ ระยะเวลา
ดำเนินการ
กจิ กรรมหลกั วัตถุประสงค์ /เปา้ หมาย ดำเนินการ

1.2 ผลการดำเนินงานท่ีเป็น กลุ่มเป้าหมาย เป้าหมาย
ประจักษ์
1.3 มกี ิจกรรมท่ีส่งเสรมิ ให้
ประชาชนในชุมชนได้รบั
ความรู้ ความเข้าใจ มีจติ
สาธารณะ ทีพ่ รอ้ ม
อาสาสมัครในการบำเพญ็
ประโยชน์ ตอ่ ส่วนรวม
ตลอดจน มีการขยายผล
โครงการแกป้ ัญหาไฟปา่ และ
หมอกควนั ในพ้นื ท่ีทำให้
ประชาชนในชุมชนเกิดความ
รกั ความสามคั คี
1.4 มีการนำโครงการ
แก้ปัญหาไฟปา่ และหมอก
ควัน มาจัดกิจกรรมเพอ่ื
แกป้ ญั หาในช่วงฤดแู ล้งทำ
ใหช้ ุมชนมีธรรมชาติท่ี
สมบูรณ์สร้างอาชีพในเขต
ปา่ ชมุ ชน เปน็ ตน้
2. งานด้านจติ อาสา
2.1เปน็ ชมุ ชนที่ได้รับการยก
ยอ่ งวา่ เปน็ ชมุ ชนที่มีการ
ดำเนินงานดา้ นจิตอาสา
2.2 เปน็ ชุมชนที่สามารถ
เปน็ ต้นแบบในการจติ อาสา
ชมุ ชนแกป้ ญั หาและปอ้ งกนั
ไฟป่าและหมอกควัน โดย
คนในชมุ ชนมสี ว่ นรว่ มใน
การบรหิ ารจดั การสรปุ ผลท่ี
ไดจ้ ากการถอดบทเรียน
ชมุ ชนจิตอาสาดเี ด่น

17

บทท่ี 3 ผลการดำเนนิ งาน ดา้ นชมุ ชนจติ อาสา
บ้านสนั ปา่ สา้ น หมู่ที่ 12 ตำบลหว้ ยแกว้ อำเภอภูกามยาว จังหวดั พะเยา

1. ความคาดหวงั ก่อนดำเนินการ
เป็นการศกึ ษาข้นั ตอนการปฏิบัติงานด้านชุมชนจิตอาสา การแกป้ ัญหาหมอกควันและ

ไฟป่า ของหมู่บา้ นสันป่าส้าน หม่ทู ่ี 12 ตำบลหว้ ยแกว้ อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา เพ่ือให้ได้มา
ซ่ึงจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค การดำเนินงานด้านชุมชนจิตอาสา เพ่ือนำข้อมูลท่ีได้มา
วเิ คราะห์ สังเคราะห์ เป็นองค์ความร้ทู ่สี ามารถเป็นแบบอยา่ งทีด่ ีได้

2. สิ่งทเี่ กดิ ขนึ้ จรงิ หลังการดำเนินกจิ กรรม
เป็นการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ โดยใช้วิธีการถอดบทเรียน กระบวนการโฟกัสกรุ๊ป

สัมภาษณ์เช่ือมโยงสู่แผนผังความคิด (Mind Mapping) ทำให้ทราบถึงผลการดำเนินงานด้านชุมชน
จิตอาสา ท่ีมีการนำมาขยายผลและประสบความสำเรจ็ สามารถเป็นแบบอย่างและได้รบั การยกย่อง
รวมถึงนำไปใช้ในการดำเนนิ ชีวิต

3. ส่งิ ดดี ที เ่ี กดิ ขน้ึ ปัจจัยแหง่ ความสำเร็จ
ปัจจัยที่ส่งผลให้การดำเนินงานสำเร็จ คือ มีการประชุมคณะครูและผู้ที่เก่ียวข้อง

เพ่ือชี้แจงรายละเอียด/วางแผนแนวทางการดำเนินงานตามกระบวนการข้ันตอน PDCA และ
กระบวนการ AAR หลังการดำเนินกิจกรรม ทุกครั้ง ทำให้เกดิ การยอมรับระหวา่ ง กศน.อำเภอภูกามยาว
และชุมชน

ผลการถอดบทเรยี น
ไดท้ ำจรงิ และขยายผล

1. การนำความรมู้ าสง่ เสริมขยายผลให้ชุมชนในพ้นื ท่ีดำเนนิ การ
หมู่บ้านสันป่าส้าน หมู่ท่ี 12 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา มีองค์กร

ในการบริหารจดั การดูแลภายในหมู่บ้าน ซงึ่ มีคณะกรรมการหม่บู า้ นในการดำเนินการเปน็ หลกั โดยมี
นายสราวุธ กอ้ นคำ เป็นผู้ใหญ่บ้าน บ้านสันป่าส้าน หมู่ 12 เป็นผู้ท่ีมีบทบาทสำคัญในชุมชน ซ่ึงคน
ในชุมชนให้ความยอมรับนับถือและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เช่น มีการดำเนินงานของคณะกรรม
หมู่บ้าน คณะกรรรมการไฟปา่ ซ่ึงเปน็ กลมุ่ ท่ีทำงานด้านจิตอาสาภายในหมู่บ้าน คระกรรมการไฟป่า
และหมอกควันของหมู่บา้ น ทำหน้าที่อนรุ กั ษ์และรักษาพน้ื ทีเ่ ขตป่าชุมชน เพอื่ แกไ้ ขปญั หาไฟป่าและ
หมอกควนั ที่เกิดข้นึ ในชว่ งหน้าแล้งของทุกปี เน่ืองจากในชว่ งฤดูแล้งของทุกปี ภาคเหนอื ตอนบนของ

18

ประเทศไทยได้ประสบปัญหาหมอกควันปกคลุม ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ การประกอบอาชีพ
การท่องเทยี่ ว เศรษฐกจิ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ระบบนเิ วศและภาวะโลกรอ้ น

การป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สามารถกระทำได้โดยลำพังส่วนราชการหรือ
เจ้าหน้าที่ เน่ืองจากพื้นที่ของชุมชนเป็นพ้ืนที่กว้างขวางมาก แต่จำนวนคณะกรรมการดับไฟป่าใน
หมู่บ้านยังมีน้อย เม่ือเทียบกับจำนวนพื้นที่ป่า เจ้าหน้าที่และคณะกรรมการไฟป่าในหมู่บ้านจึงไม่
สามารถป้องกันและควบคุมการการเกิดไฟป่าได้อย่างทั่วถึง จึงได้มีการบูรณาการร่วมกันกับ
ประชาชนในหมู่บ้าน และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในรูปแบบของเครือข่ายอาสาสมัคร
ชุมชนเข้ามาช่วย ซึ่งท่ีผ่านมานับว่าได้ผลเป็นอย่างมาก เนื่องจากชุมชนเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผืนป่า
และพ้ืนที่การเกษตร จึงเป็นผู้ที่เห็นการเกิดไฟป่าได้ก่อน และรวมถึงรู้ว่าใครเป็นผู้เผา จึงสามารถ
ช่วยกันป้องกันการเผา การตักเตือนและการห้ามปราม ป้องกันคนในพื้นที่ไม่ให้เผา รวมถึงการให้
ความร่วมในการงดเผาในพนื้ ท่ีของตนเองด้วย

จากสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันที่เกิดข้ึนในพ้ืนท่ีเขตป่าชุมชนของบ้านสันป่าส้าน
พบการเกิดไฟป่าและเผาในที่โล่ง และปริมาณฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน ทั้งน้ีผู้นำและ
คณะกรรมการไฟปา่ ของหมบู่ ้านได้เห็นความสำคัญในการบูรณาการโดยการสร้างการมีส่วนร่วมของ
ทุกภาคส่วนทั้งส่วนราชการ กศน.อำเภอภูกามยาว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาลำปาง
และประชาชนทุกคนในหมู่บ้านในรูปแบบของเครือข่ายอาสาสมัครชุมชนอย่างต่อเนื่องมาหลายปี
ทั้งในด้านการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ การให้ความรู้ การสร้างความตระหนักและจิตสำนึก การ
ร่วมกันลาดตระเวน เฝา้ ระวัง และดบั ไฟ จนสามารถควบคุมเขตปา่ ชุมชนของหมบู่ า้ นไมใ่ ห้เกิดไฟปา่ ได้

ท้ังน้ีชุมชนได้นำความรู้ท่ีได้รับมาส่งเสริม สนับสนุน ให้ประชาชนในหมู่บ้านได้
ตระหนัก และเห็นความสำคัญของกิจกรรมจิตอาสา โดยสมัครเป็นสมาชิกจิตอาสาดับไฟป่าร้อยละ
80 ของประชาชนท้ังหมดในหมู่บ้าน มีการขยายผลสู่ครัวเรือน ชุมชนมีการร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ
กันในการเข้าร่วมกิจกรรม ของชุมชุนท่ีดำเนินการจัดข้ึนเอง เช่น พัฒนาหมู่บ้าน/วัด/ป่าสุสาน/
กิจกรรมผ้าป่าสามัคคี/ และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ เพื่อแจกจ่ายให้แก่คนในชุมชน เนื่องใน
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) นอกจากน้ีชุมชนยัง
เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสากับภาคีเครือข่าย เช่น เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนา กศน.อำเภอภูกามยาว/
อำเภอภกู ามยาว/วดั /โรงเรยี น/ โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำบลปา่ ฝาง/ช่วยสร้างบ้านผู้ด้อยโอกาส
เป็นต้น ตลอดจนเข้าร่วมกิจกรรมรัฐพิธี กับทางอำเภอภูกามยาว เน่ืองในโอกาสวันสำคัญต่าง เช่น
วันพ่อแหง่ ชาติ, วันแมแ่ ห่งชาติ รวมถงึ ชว่ ยเหลือผ้ดู ้อยโอกาส ผู้ปว่ ยตดิ เตยี งในชุมชน

19

ชุมชนร่วมกจิ กรรมจติ อาสาพระราชทาน “เราทำความดีเพ่ือ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์”

จติ อาสาพฒั นาวัด จิตอาสาชว่ ยเหลอื แบง่ ปันถงุ ยงั ชพี

จิตอาสาพฒั นา กศน.อำเภอภูกามยาว จิตอาสาพัฒนาวดั

จิตอาสาทำแนวกันไฟป่า จิตอาสาทำแนวกนั ไฟป่า

20

2. ผลการดำเนนิ งานท่เี ป็นประจักษ์
ชุมชนได้ร่วมกันขับเคล่ือนดำเนินงาน/กิจกรรมด้านชุมชนจิตอาสาการแก้ไขปัญหาไฟ

ป่าและ หมอกควันโดยเน้นการมีส่วนร่วม ของคนในชุมชน ร่วมคิด ร่วมทำ เสียสละ แบ่งปัน ผนึก
กำลงั กาย กำลังใจ เป็นอนั หนึง่ อนั เดยี วกัน สง่ ให้ชุมชนประสบผลสำเรจ็ ในเชงิ ประจกั ษ์ ดงั ตอ่ ไปนี้

การทำแนวกนั ไฟปา่

ถอดบทเรยี นชมุ ชนจติ อาสาการแกไ้ ขปัญหาไฟปา่ และหมอกควนั

21

3. มีกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนได้รับความรู้ ความเข้าใจ มีจิตสาธารณะ ท่ีพร้อม
อาสาสมัครในการบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม ตลอดจนมีการขยายผลโครงการเกษตร
สร้างสรรคว์ ิถีครวั เรือนในพ้นื ท่ี ทำให้ประชาชนในชมุ ชนเกดิ ความรักความสามัคคี

ชุมชนได้จัดกิจกรรมส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนได้รับความรู้ ความเข้าใจ มีจิต
สาธารณะท่ีพร้อมอาสาสมัครในการบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม ตลอดจนมีการขยายผลโครงการ
เกษตรสร้างสรรคว์ ิถีครัวเรือน ในพ้ืนท่ี ทำให้ประชาชนในชุมชนเกิดความรักความสามัคคี โดยมี
ผลการดำเนินงาน ในรูปแบบดังตอ่ ไปนี้

1. ศูนยก์ ารเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพยี ง แปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ “บา้ นนายพันธ์ ก้อนคำ”
บา้ นสนั ปา่ สา้ น หมทู่ ี่ 12 ตำบลหว้ ยแกว้ อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา

2. ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง แปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ “บ้านนายศราวุธ งอน
จัตุรัส” บ้านสนั ป่าสา้ น หมู่ที่ 12 ตำบลหว้ ยแกว้ อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา

ผลการดำเนนิ งาน หมายเหตุ

1. การสง่ เสรมิ ใหป้ ระชาชนในหมบู่ า้ น มวี ิถชี วี ติ เศรษฐกิจพอเพยี งทเ่ี ป็นรูปธรรม

1.1 มกี ารปฏิบัตติ ามปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ในการดำเนินชีวิตประจำวัน

หมู่บ้านสันป่าส้าน ทุกครัวเรือนปฏิบัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง จากการเรียนรู้ที่ได้จากศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
ในหมู่บ้าน เช่น การปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้/ การทำน้ำหมัก
จากเศษผักเศษอาหารท่ีเหลือใช้จากครัวเรือน และการทำปุ๋ย
อินทรีย์ เป็นการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในครอบครัวและลด
ปรมิ าณขยะในครัวเรือน คิดเป็นรอ้ ยละ 100
1.2 มกี ารส่งเสริมการดแู ลเรือ่ งสขุ อนามยั

ด้านการบริโภค
- ผักทีป่ ลกู ในแต่ละครวั เรอื น เป็นผักปลอดสารพิษ
ดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม
- เศษขยะบางอยา่ งหรือเศษผัก สามารถนำมาทำปยุ๋ หมกั ได้ทำ
ให้ขยะมีปริมาณลดลงส่งผลให้สภาพแวดล้อมในชุมชนน่าอยู่
น่ามอง
ด้านสุขภาพ
- คนในชุมชนมีสขุ ภาพรา่ งกายท่ีแข็งแรงข้ึน

22

งานด้านจิตอาสา
1. เป็นชุมชนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นชุมชนท่ีมีการดำเนนิ งานดา้ นจติ อาสา

ชุมชนบ้านสันป่าส้าน หมู่ 12 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา ได้รับการ
ยอมรับและยกย่อง ว่าเป็นชุมชนที่มีการดำเนินงานด้านจิตอาสาโดยได้รับเกียรติบัตร/ โล่รางวัล
จากหนว่ ยงานต่างๆ ดงั ต่อไปน้ี

ไดร้ บั เกยี รติบตั ร จากหน่วยงานต่างๆ

23

ได้รบั เกียรตบิ ตั ร จากหน่วยงานตา่ งๆ
2. เปน็ ชุมชนท่สี ามารถเป็นตน้ แบบในการบริหารจดั การจิตอาสาชมุ ชน เพอ่ื พ่งึ ตนเองได้

ชุมชนบ้านสันป่าส้าน หมู่ 12 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา เป็นชุมชนท่ี
สามารถเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการจิตอาสาชุมชน โดยคนในชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหาร
จดั การ ซง่ึ มีการเผยแพร่ และมีการทำวจิ ัยชมุ ชนการบรหิ ารจัดการกองทุนชุมชน ร่วมกบั สำนักงาน
คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม สกว.และร่วมโครงการเกษตรสร้างสรรค์วิถี
ครวั เรือนของ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนาลำปาง ดงั ต่อไปนี้

วจิ ยั ชุมชนการบรหิ ารจัดการกองทุนชมุ ชน ร่วมกบั สกว.

24

รว่ มโครงการเกษตรสร้างสรรคว์ ถิ คี รวั เรอื นของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนาลำปาง
ปี พ.ศ.2561-2565

25

บทที่ 4 สรุปผลการถอดบทเรียน

จากการถอดบทเรียนชุมชนจิตอาสาดีเด่น หมู่บ้านบ้านสันป่าส้าน หมู่ 12 ตำบลห้วยแก้ว
อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา โดยใช้กระบวนการโฟกัสกรุ๊ป สัมภาษณ์เช่ือมโยงสู่แผนผังความคิด
(Mind Mapping) ได้ผลสรุป คือ ชุมชนมีการส่งเสริม สนับสนุนให้ประชาชนในหมู่บ้านสมัครเป็น
สมาชิกจติ อาสา มีการขยายผลสู่ครวั เรือน ร่วมคิด ร่วมทำ เน้นการมสี ่วนร่วมของคนในชุมชน ส่งผล
ให้ชุมชนมีการขยายผลการดำเนินงานจิตอาสาเพ่ือแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่า โดยมีการ
ดำเนินงานดงั น้ี

1. การกำหนดชว่ งเวลางดเผาเด็ดขาด
จากประกาศของจังหวัดพะเยา งดเผาเด็ดขาด 90 วัน ตั้งแต่วันท่ี 1 กุมภาพันธ์ ถึง
วันท่ี 30 เมษายน 2565 การประกาศงดเผามีความเหมาะสมเน่ืองจากเปน็ ช่วงที่อากาศรอ้ นและแห้ง
เสีย่ งตอ่ การเกิดไฟป่า จากการวเิ คราะหข์ ้อมลู แล้วพบวา่ คุณภาพของอากาศหรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก
กว่า 10 ไมครอน (PM10) และฝุ่นละอองขนาดเล็ดกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) มักจะมีค่าสูงในช่วง
เดือนกุมภาพันธ์จนถึงประมาณปลายเดือนเมษายน และต้นเดือนพฤษภาคมเร่ิมมีฝนตกจึงทำให้
สถานนการณห์ มอกควันเบาบางลงพน้ื ท่ีป่าท่ัวไปเกิดความชุมช้นื
2. การบรหิ ารจัดการเชอ้ื เพลิง
ข้อคิดเห็น : การควบคุมให้มีการบริหารจัดการเช้ือเพลิงก่อน และหลัง ช่วงงดเผา
เด็ดขาด ทั้งในพื้นที่เกษตรกรรม พ้ืนท่ีป่า โดยแบ่งกระจายพื้นท่ีการเผา พร้อมทั้งต้องอนุญาต
เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หัวหน้าป่าอนุรักษ์ เขตอุธยาน และการจัดทำแนวกันไฟของคณะกรรมการ
ไฟป่าในหมู่บ้านและจิตอาสา มีการกำหนดบทลงโทษโดยใช้มาตรการทางสังคมควบคู่กับมาตรการ
ทางกฎหมาย นอกจากนี้ยังต้องสร้างการรับรู้ โดยให้ประชาชนจิตอาสา ขยายผลให้คนในชุมชน
รว่ มมือกัน
ปัญหาอุปสรรค : ก่อนประกาศงดเผาเด็ดขาด ไม่สามารถบริหารจัดการเช้ือเพลิงใน
พ้ืนท่ีป่าไดท้ ัน เนื่องจากยงั ไม่สามารถทำได้ เพราะไมใ่ ช่ช่วงเวลาท่ีสภาพอากาศแห้งแลง้
แนวทางในการดำเนินงานในปี 2565 : ควรจะแยกช่วงเวลาการบริหารจัดการ
เชื้อเพลิงในพื้นท่ีป่า และพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะพื้นท่ีป่าควรขยายเวลาถึงเดือนกุมภาพันธ์ โดย
ให้ผชู้ มุ ชนและจิตอาสาจัดทำแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้สอดคล้องกบั บริบทพ้นื ท่ขี องตนเอง เปน็ ตน้
3. การกำหนดมาตรการแนวทางป้องกนั และแกไ้ ขปัญหาไฟปา่ และหมอกควนั
ข้อคิดเห็น
การควบคมุ การเข้าป่า มีการต้ังด่านตรวจผู้ทเ่ี ขา้ ป่าอยา่ งเขม้ งวด หนว่ ยงานสังกดั กรม
อุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช และหน่วยงานกรมป่าไม้ท่ีรับผิดชอบพ้ืนท่ี ให้ประกาศควบคุม

26

การเข้าป่า โดยให้เข้าป่าได้ตามปกติ แต่ต้องได้รับการอนุญาตก่อนจึงจะเข้าป่าได้ หากไม่ได้รับ
อนญุ าตจะมคี วามผิดตามกฎหมาย

การขออนุญาตเข้าป่า โดยใหล้ งทะเบียนเพือ่ เป็นผมู้ ีสทิ ธิเข้าป่า ต้องมกี ารแจ้ง เข้า - ออก
พนื้ ที่ป่า ก่อนเขา้ พนื้ ทีป่ ่าแตล่ ะครั้งตามจดุ ลงช่ือ

มาตรการเมื่อเกิดไฟป่า และการบังคับใช้กฎหมาย เม่ือเกิดไฟไหม้ในพ้ืนท่ีป่า ให้
ระงับการอนุญาตเข้าพื้นที่ป่าบริเวรน้ันชั่วคราว มีการแจ้งความดำเนินคดีและสนธิกำลังจิตอาสาดับ
ไฟป่าและจิตอาสาชุดลาดตระเวนบริเวณพ้ืนท่ีป่าชุมชน หากพบผู้เข้าป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตให้
จบั กุมดำเนินคดไี ด้ทันที

แนวทางการดำเนินงานในปี 2565
ควรเพิ่มจำนวนผู้ปฏิบัติงานด้านจิตอาสาดับไฟป่า และกำลังลาดตระเวนออกตรวจ
พ้นื ทปี่ า่ เฝ้าระวงั และควบคุมเหตุ
4. การสง่ เสรมิ กิจกรรมท่ีทดแทนการเผา
ข้อคิดเห็น : เสริมสร้างความรู้ ความเขา้ ใจให้ประชาชนตระหนกั ถงึ ผลกระทบที่เกิดข้ึน
กำหนดมาตรการร่วมกันป้องกันด้วยการแก้ปัญหาท่ีต้นเหตุ ไม่เผาป่าข้างทาง หรือที่อ่ืนใด ที่จะ
ก่อให้เกิดไฟลุกลาม หรือก่อให้เกิดปัญหาหมอกควัน การงดหรือหลีกเล่ียงการเผาไร่ นา หรือพ้ืนที่
การเกษตร หรือเศษวัวดุการเกษตร ใช้วิธีทดแทนการเผา เช่นการไถกลบตอซัง การทำปุ๋ยหมัก
อาหารสัตว์ สง่ เสรมิ การเพาะเห็ดโดยใช้ฟางขา้ ว รวมถึงการนำขยะมาใชป้ ระโยชนใ์ นรูปแบบต่างๆ
ปญั หาอปุ สรรค
ยังมีประชากรบางส่วนที่ยังยึดติดกับการเผาเพื่อเตรียมพื้นท่ีทางการเกษตรหรือการ
ขยายพ้ืนที่ การไถกลบตอซังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ การเผาเสียค่าใช้จ่ายน้อย รวดเร็ว
จึงทำให้ประชาชนบางส่วนยงั ใช้วธิ กี ารเผาอยู่ การเกิดปญั หาหมอกควันก็ตามมา
แนวทางในการดำเนนิ งานในปี 2565
- ควรสร้างชมุ ชนตน้ แบบปลอดการเผาและสร้างเครือข่าย ส่งเสริมการรวมกล่มุ และนำ
รอ่ งงสาธติ เทคโนโลยีการจดั การเศษวัสดกุ ารเกษตรแทนการเผา
- ควรขยายผลการส่งเสริมกิจกรรมและให้ความรู้อย่างต่อเน่ือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน
พื้นท่ีทม่ี ีความเสยี่ งสงู พฒั นาเทคโนโลยีทส่ี ามารถทำให้เกษตรกรดำเนินงานในพนื้ ทไี่ ด้จริง

27

บทท่ี 5 ขอ้ เสนอแนะ

ชุมชนควรประชาสมั พันธ์ส่งเสริมใหป้ ระชาชนในหมู่บา้ นสมคั รเป็นสมาชิกของจิตอาสา
อยา่ งต่อเนอ่ื งและครอบคลุม เพ่ือรว่ มกันขบั เคลื่อนงานจติ อาสา ทง้ั ด้านจิตอาสาพัฒนา จิตอาสาภยั พิบตั ิ
และจิตอาสาเฉพาะกิจ ขยายผลไปสู่การพัฒนาชุมชน ส่งผลให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุข ชุมชนเข็มแข็ง
ประชาชน ในชมุ ชนมคี ณุ ภาพชีวิตที่ดี

ชมุ ชนควรมีการขยายผลการดำเนินงานด้านจติ อาสา ดังน้ี
1. อบรมให้ความกับประชาชนในหมู่บ้าน อาสาสมัครต่างๆให้ท่ัวถึง เพื่อความ
ปลอดภยั ทจ่ี ะเกดิ ในหมูบ่ า้ น
2. ประชาสมัพันธ์ทางหอกระจายข่าวในชุมชน ช่วงเดือนธันวาคม ถึงเดือนเมษายน
อยา่ งสม่ำเสมอ และผระชาสมั พันธท์ ุกวนั ในชว่ งทีเ่ กดิ ไฟป่าและหมอกควนั
3. เพิม่ การทำแนวกันไฟป่า ใหค้ รอบคลมุ พื้นที่ป่าชุมชนให้มากท่สี ดุ
4. ควรมีการชิงเผาในพืน้ ทเ่ี สีย่ งสงู หรือพืน้ ที่ทีเ่ กดิ เหตุซ้ำๆ ยากแกก่ ารควบคุม
5. มีกฎหมายและระเบยี บทช่ี ัดเจนในการลักลอบเผาป่า

ภาคผนวก

รูปภาพประกอบ
กิจกรรมถอดบทเรียนชมุ ชนจติ อาสาดเี ด่น
บา้ นสันปา่ ส้าน หมู่ 12 ตำบลหว้ ยแกว้ อำเภอภกู ามยาว จังหวดั พะเยา

รปู ภาพประกอบ (ต่อ)

กิจกรรมถอดบทเรียนชุมชนจติ อาสาดีเด่น
บา้ นสนั ปา่ สา้ น หมู่ 12 ตำบลห้วยแกว้ อำเภอภูกามยาว จงั หวัดพะเยา


Click to View FlipBook Version