ใบความรูท้ ่ี 1
ความพอเพียง
1.1 ความเป็นมา ความหมาย หลกั การ แนวคิดของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
1.2 การแสวงหาความรู้
ความเป็ นมา ความหมาย และหลกั แนวคิด
ความเป็นมา ความหมาย หลกั แนวคดิ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้พัฒนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อที่จะให้พสกนิ
การชาวไทยได้เข้าถึงทางสายกลางของชีวิตและเพื่อคงไว้ซึง่ ทฤษฎขี องการพัฒนาทีย่ ่ังยนื ทฤษฎีนี้เปน็ พ้ืนฐานของ
การดำรงชีวิตซึ่งอยู่ระหว่าง สังคมระดับท้องถิ่นและตลาดระดับสากล จุดเด่นของแนวปรัชญานี้คือ แนวทางที่
สมดุล โดยชาติสามารถทันสมัยและกา้ วสู่ความเป็นสากลได้ โดยปราศจากการต่อตา้ นกระแสโลกาภิวัฒน์ ปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียง มีความสำคัญในช่วงปี พ.ศ. 2540 เม่ือปที ปี่ ระเทศไทยตอ้ งการรักษาความม่ันคงและเสถียรภาพ
เพื่อที่จะยืนหยัดในการพึ่งตนเองและพัฒนานโยบายที่สำคัญเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ของประเทศโดยการสร้าง
แนวคิดเศรษฐกจิ ทพ่ี ่ึงตนเองได้ซึ่งคนไทยจะสามารถเลยี้ งชีพโดยอยบู่ นพ้นื ฐานของความพอเพยี ง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า “มันไม่ได้มีความจำเป็นที่เราจะกลายเป็นประเทศ
อุตสาหกรรมใหม่ (NIC) พระองค์ได้ทรงอธิบายว่า ความพอเพียงและการพึ่งตนเอง คือ ทางสายกลางที่จะป้องกัน
การเปลีย่ นแปลงความไมม่ น่ั คงของประเทศได้
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
“การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมีพอกิน พอใช้ของ
ประชาชนส่วนใหญเ่ ปน็ เบือ้ งตน้ กอ่ น โดยใชว้ ิธีการและใชอ้ ุปกรณท์ ี่ประหยดั แต่ถูกตอ้ งตามหลกั วชิ าเมือ่ ได้พ้ืนฐาน
มั่นคงพร้อมพอควรและปฏิบัติได้แล้วจึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับ
ต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการ
สัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่างๆ ขึ้น ซึ่ง
อาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด” พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ หอประชมุ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ วนั พฤหสั บดีท่ี 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2517
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นกรอบแนวคิด ซึ่งมุ่งให้ทุกคนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ รวมถึงการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น
จนเกิดความยั่งยืน คำว่า พอเพียง คือ การดำเนินชีวิตแบบทางสายกลาง โดยตั้งอยู่บนหลักสำคัญสามประการ
คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมภี มู คิ ุ้มกนั ทดี่ ี
ความพอประมาณ
คือ การดำรงชีวิตให้เหมาะสม ซึ่งเราควรจะมีความพอประมาณทัง้ การหารายได้ และพอประมาณในการ
ใช้จ่าย ความพอประมาณในการหารายได้ คือ ทำงานหารายได้ด้วยช่องทางสุจริต ทำงานให้เต็มความสามารถ ไม่
เบยี ดเบยี นผอู้ ื่น สว่ นความพอประมาณในการใช้จ่าย หมายถงึ การใช้จ่ายให้เหมาะกบั ฐานะความเป็นอยู่ ไม่ใชจ้ ่าย
ฟุ่มเฟือยหรือใช้จ่ายเกินตัว และในขณะเดียวกัน ก็ใช้จ่ายในการดูแลตนเอง และครอบครัวอย่างเหมาะสม ไม่อยู่
อยา่ งลำบาก และฝดื เคอื งจนเกินไป
ความมเี หตุผล
ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจ หรือการดำรงชีวิตประจำวัน เราจำเป็นต้องมีการตัดสินใจตลอดเวลา ซึ่งการ
ตัดสินใจที่ดี ควรตั้งอยู่บนการไตร่ตรองถึงเหตุ รวมทั้งคำนึงถึงผลที่อาจตามมาจากการตัดสินใจอย่างรอบคอบ
ไมใ่ ช่ตัดสนิ ใจตามอารมณ์ หรือจากสง่ิ ทคี่ นอนื่ บอกมาโดยปราศจากการวิเคราะห์
การมีภูมคิ ุม้ กันทด่ี ี
คือ การเตรียมตัวให้พร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลง ในโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน ทั้งสภาพลม ฟ้า อากาศที่
ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำเกษตร การเปล่ียนแปลงในบริษัทคู่ค้า การเลิกจ้างพนักงานในบริษัทใหญ่ หรือแม้แต่ความ
ไม่แน่นอนของสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศที่มีผลต่อการลงทุน เราจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะดำรงอยู่ได้ด้วย
การพึ่งพาตนเอง และตั้งอยู่ในความไม่ประมาทอยู่เสมอ เช่น เตรียมแผนสำรองสำหรับแต่ละสถานการณ์ การมี
รายได้หลายทางเพื่อลดความเสี่ยงในวันที่ถูกเลิกจ้าง หรือการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน โดยการดำรงชีวิต
ตามหลักการทั้งสามข้อนั้น จำเป็นต้องมีความรู้และคุณธรรมประกอบด้วย ความรู้ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่เหมาะสม
เช่น ความรู้ในการประกอบวิชาชีพช่วยให้ธุรกิจและการงานเจริญก้าวหน้า หรือความรู้ในการลงทุนช่วยสร้ าง
ภูมิคุ้มกันให้นักลงทุน ทั้งนี้ ความรู้และประสบการณ์ จะช่วยทำให้เราตัดสินใจได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล ถึงแม้ว่า
พนื้ ฐานความคดิ และประสบการณ์ท่ีแตกตา่ งกนั อาจทำใหเ้ หตุผลของแต่ละคนน้ันแตกต่างกนั แต่หากทุกคนยึดม่ัน
อยู่ในหลักคุณธรรม ก็จะทำให้การอยู่รว่ มกนั ในสงั คมเป็นไปอย่างสงบสุข อย่างที่กล่าวมาข้างต้น การพึ่งพาตัวเอง
ได้เป็นเพียงส่วนเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเมื่อทุกคนสามารถดูแลตัวเอง และครอบครัวได้แล้ว
ขั้นต่อไปอาจทำการพัฒนาธุรกิจ โดยมีการรวมกลุ่มกันในวิชาชีพเดียวกัน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และให้ความ
ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการรวมกลุ่มกันนั้น ไม่จำกัดเฉพาะการรวมกลุ่มของชาวบ้าน เกษตรกร ในรูปของ
สหกรณ์ การทำงานในเมืองก็สามารถมีการรวมกลุ่มกันได้ เช่น การแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ในการทำธุรกิจ
ของกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน การแลกเปลี่ยนแนวคิดการลงทุน เพื่อเป็นการต่อยอดความรู้ รวมไปจนถึงการ
แบง่ ปันความช่วยเหลอื ส่งกลับคืนสสู่ งั คม ไปสกู่ ล่มุ ทีย่ ังต้องการความช่วยเหลืออยู่ เชน่ กจิ กรรมจติ อาสา เพอ่ื สร้าง
สงั คมท่เี ข้มแข็งและอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
จะเหน็ ไดว้ า่ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพยี งนั้น เปน็ แนวคดิ ท่ตี ้ังอยู่บนความไมป่ ระมาท ด้วยการใช้ความรู้และ
คณุ ธรรม เพอื่ ให้เกิดการพึ่งพาตัวเองได้ และเผอื่ แผ่ไปถึงสังคม ซึง่ เราสามารถนำหลักการปฏิบัติไปปรับใช้ได้ท้ังใน
ชวี ติ การทำงาน และการดำรงชวี ิต
ความหมายของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
เศรษฐกิจพอเพยี ง เปน็ ปรชั ญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับต้ังแต่ระดับ
ครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนา และบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง
โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ
ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิด
จากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอก และภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวัง
อย่างยิ่ง ในการนำวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการวางแผน และการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้อง
เสรมิ สรา้ งพ้นื ฐานจิตใจของคนในชาติโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นกั ทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสำนึกใน
คุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิต ด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ
ปัญญา และความรอบคอบ เพือ่ ให้สมดุล และพรอ้ มตอ่ การรองรับการเปล่ียนแปลงอยา่ งรวดเร็ว และกวา้ งขวางทั้ง
ด้านวัตถุ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไป
ใช้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ เป็นกรอบแนวความคิดและทิศทางการพัฒนาระบบเศรษฐกิจมหภาคของไทย ซ่ึง
บรรจุอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554)เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่สมดุล
ยั่งยืน และมีภูมิคุ้มกัน เพื่อความอยู่ดีมีสุข มุ่งสู่สังคมที่มีความสุขอย่างยั่งยนื หรือที่เรียกว่า สังคมสีเขียว (Green
Society) ด้วยหลักการดังกล่าว แผนพัฒนาฯฉบับที่ 10 นี้จะไม่เน้นเรื่องตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่
ยังคงให้ความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจแบบทวิลักษณ์ หรือระบบเศรษฐกิจที่มีความแตกต่างกันระหว่างเศรษฐกิจ
ชมุ ชนเมอื งและชนบท ดร.สมเกยี รติ ออ่ นวมิ ล เรียกส่ิงนีว้ ่า วิกฤตเศรษฐกิจพอเพยี ง คือ ความไม่รวู้ ่าจะนำปรัชญา
น้ีไปใช้ทำอะไร กลายเปน็ วา่ ผนู้ ำสังคมทุกคน ทงั้ นกั การเมืองและรฐั บาลใช้คำว่า เศรษฐกิจพอเพียง เป็นข้ออ้างใน
การทำกิจกรรมใด ๆ เพื่อให้รู้สึกว่าได้สนองพระราชดำรัสและให้เกิดภาพลกั ษณ์ที่ดี หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เศรษฐกิจ
พอเพียง ถูกใช้เพื่อเป็นเครื่องมือเพื่อตัวเอง ซึ่งความไม่เข้าใจนี้อาจเกิดจากการสับสนว่าเศรษฐกิจพอเพียงกับ
ทฤษฎีใหม่นั้นเป็นเรื่องเดียวกัน ทำให้มีความเข้าใจว่า เศรษฐกิจพอเพียงหมายถึงการปฏิเสธอุตสาหกรรมแล้ว
กลับไป
รัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ได้รับการเชิดชูสูงสุด จาก สหประชาชาติ (UN)โดยนายโคฟี อันนัน ในฐานะ
เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าฯถวายรางวัล The Human Development Lifetime
Achievement Award แก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อ 26 พฤษภาคม2549 และได้มีปาฐกถาถึงปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียงว่าเป็นปรัชญาที่สามารถเริม่ ได้จากการสร้างภูมิคุ้มกันในตนเอง สู่หมู่บ้าน และสู่เศรษฐกิจในวง
กว้างขึ้นในที่สุด เป็นปรัชญาที่มีประโยชน์ต่อประเทศไทยและนานาประเทศ โดยที่องค์การสหประชาชาติได้
สนบั สนุนใหป้ ระเทศตา่ งๆทเี่ ป็นสมาชิก 166 ประเทศยึดเป็นแนวทางสู่การพัฒนาประเทศแบบย่ังยนื หลักแนวคิด
ของเศรษฐกิจพอเพยี ง การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือการพัฒนาทีต่ ัง้ อยู่บนพืน้ ฐานของทางสายกลาง
และความไม่ประมาท โดยคำนึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้
ความรูค้ วามรอบคอบ และคณุ ธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจ และการกระทำ
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง มีหลกั พิจารณาอยู่ 5 ส่วน ดงั น้ี กรอบแนวคดิ เปน็ ปรชั ญาที่ชี้แนะแนว
ทางการดำรงอยู่ และปฏบิ ัตติ นในทางท่คี วรจะเปน็ โดยมพี นื้ ฐานมาจากวิถีชวี ติ ดงั้ เดมิ ของสังคมไทย สามารถนำมา
ประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเป็นการมองโลก
เชิงระบบท่มี กี ารเปลีย่ นแปลงอยูต่ ลอดเวลา มุง่ เนน้ การรอดพน้ จากภยั และวิกฤต เพ่ือความมนั่ คง และความย่งั ยืน
ของการพัฒนา คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ โดยเน้น
การปฏิบัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน คำนิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3
คุณลกั ษณะ พรอ้ ม ๆ กันดงั น้ี
ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดที ี่ไมน่ ้อยเกินไป และไม่มากเกินไปโดยไมเ่ บียดเบียนตนเอง และ
ผอู้ นื่ เชน่ การผลติ และการบรโิ ภคทอ่ี ยู่ในระดับพอประมาณ
ความมเี หตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกย่ี วกับระดบั ของความพอเพียงน้นั จะต้องเปน็ ไปอย่างมีเหตุผล
โดยพจิ ารณาจากเหตปุ ัจจยั ท่เี กีย่ วขอ้ งตลอดจนคำนงึ ถงึ ผลทีค่ าดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนน้ั ๆ อย่างรอบคอบ
การมภี มู คิ ุ้มกนั ท่ดี ใี นตัว หมายถึง การเตรียมตัวใหพ้ ร้อมรับผลกระทบ และการเปลย่ี นแปลงด้านตา่ ง ๆ
ที่จะเกิดข้ึนโดยคำนงึ ถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ตา่ ง ๆ ทคี่ าดว่าจะเกดิ ขึน้ ในอนาคตท้ังใกล้ และไกล
เงื่อนไข การตดั สินใจและการดำเนนิ กิจกรรมตา่ ง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพยี งนนั้ ต้องอาศยั ทงั้ ความรู้ และ
คุณธรรมเปน็ พ้นื ฐาน กล่าวคือ
เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกีย่ วกบั วิชาการต่าง ๆ ที่เกย่ี วข้องอย่างรอบด้าน ความ
รอบคอบท่จี ะนำความรู้เหล่านัน้ มาพิจารณาใหเ้ ช่ือมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวงั ในขนั้
ปฏบิ ัติ
เง่อื นไขคณุ ธรรม ทจ่ี ะตอ้ งเสริมสรา้ งประกอบด้วย มีความตระหนกั ในคณุ ธรรม มีความซ่อื สัตยส์ จุ รติ
และมคี วามอดทน มคี วามเพยี ร ใชส้ ตปิ ัญญาในการดำเนนิ ชีวิต
แนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือ การ
พัฒนาที่สมดุล และยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้
และเทคโนโลยี เศรษฐกจิ พอเพยี งกบั ทฤษฎใี หม่ตามแนวพระราชดำริ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง และแนวทางปฏิบตั ิของทฤษฎใี หม่ เปน็ แนวทางในการพัฒนาทนี่ ำไปสู่ความสามารถใน
การพึ่งตนเอง ในระดับต่าง ๆ อย่างเป็นขั้นตอน โดยลดความเสียงเกี่ยวกับความผันแปรของธรรมชาติ หรือการ
เปลี่ยนแปลงจากปัจจัยต่าง ๆ โดยอาศัยความพอประมาณ และความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี มีความรู้
ความเพียร และความอดทน สติ และปัญญา การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และความสามัคคี เศรษฐกิจพอเพียง
ความหมายกว้างกว่าทฤษฎีใหม่ โดยที่เศรษฐกิจพอเพียงเป็นกรอบแนวคิดที่ชี้บอกหลกั การ และแนวทางปฏิบัติ
ของทฤษฎีใหม่ ในขณะที่ แนวพระราชดำริเกี่ยวกับทฤษฎีใหม่ หรือเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางการ
พัฒนาการเกษตรอย่างเป็นขั้นตอนนั้น เป็นตัวอย่างการใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในทางปฏิบัติ ที่เป็นรูปธรรม
เฉพาะในพื้นที่ที่เหมาะสม ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ อาจเปรียบเทียบกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีอยู่ 2
แบบ คอื แบบพืน้ ฐาน กบั แบบกา้ วหนา้
ขน้ั ที่ 1 ทม่ี ุ่งแก้ปัญหาของเกษตรกรที่อยหู่ ่างไกลแหล่งนำ้ ต้องพึง่ นำ้ ฝน และประสบความเส่ียงจากการที่
น้ำไม่พอเพียง แม้กระทั่งสำหรับการปลูกข้าวเพื่อบริโภค และมีข้อสมมติว่า มีที่ดินพอเพียงในการขุดบ่อเพื่อ
แก้ปัญหาในเร่ืองดงั กล่าว จากการแก้ปัญหาความเสี่ยงเรื่องน้ำ จะทำให้เกษตรกรสามารถมีข้าวเพ่ือการบริโภคยงั
ชพี ในระดับหน่ึง และใช้ทีด่ ินสว่ นอื่น ๆ สนองความต้องการพ้นื ฐานของครอบครวั รวมทั้งขายในส่วนท่ีเหลือเพ่ือมี
รายได้ที่จะใช้เปน็ คา่ ใช้จ่ายอื่น ๆ ท่ีไม่สามารถผลติ เองได้ ทั้งหมดนี้เปน็ การสร้างภูมคิ ุ้มกันในตัวให้เกิดข้ึนในระดบั
ครอบครัว อย่างไรก็ตาม แม้กระทั่ง ในทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 1 ก็จำเป็นที่เกษตรกรจะต้องได้รับความช่วยเหลือจาก
ชุมชนราชการ มูลนิธิ และภาคเอกชน ตามความเหมาะสมความพอเพียงในระดับชุมชน และระดับองค์กรเป็น
เศรษฐกจิ พอเพยี งแบบก้าวหน้า ซึ่งครอบคลุมทฤษฎใี หม่
ขน้ั ท่ี 2 เป็นเรอ่ื งของการสนับสนุนให้เกษตรกรรวมพลังกันในรูปกลุ่มหรือสหกรณ์ หรือการที่ธุรกิจต่าง ๆ
รวมตัวกันในลักษณะเครือข่ายวิสาหกจิ กลา่ วคอื เม่อื สมาชกิ ในแตล่ ะครอบครัว หรอื องค์กรต่าง ๆ มคี วามพอเพียง
ขั้นพื้นฐานเปน็ เบ้ืองตน้ แล้วก็จะรวมกลุ่มกันเพื่อรว่ มมอื กันสร้างประโยชน์ให้แก่กลุม่ และส่วนรวมบนพื้นฐานของ
การไม่เบียดเบียนกัน การแบ่งปันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตามกำลังและความสามารถของตน ซึ่งจะสามารถทำให้
ชุมชนโดยรวม หรือเครือข่ายวิสาหกิจนั้น ๆ เกิดความพอเพียงในวิถีปฏิบัติอย่างแท้จริงความพอเพียงใน
ระดบั ประเทศ เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า ซึ่งครอบคลุมทฤษฎีใหม่
ขั้นท่ี 3 ซึ่งส่งเสริมให้ชุมชน หรือเครือข่ายวิสาหกิจ สร้างความร่วมมือกับองค์กรอื่น ๆ ในประเทศ เช่น
บริษทั ขนาดใหญ่ ธนาคาร สถาบันวจิ ยั เป็นต้น การสรา้ งเครือขา่ ยความร่วมมือในลักษณะเช่นนี้ จะเป็นประโยชน์
ในการสืบทอดภูมิปัญญา แลกเปลี่ยนความรู้ เทคโนโลยี และบทเรียนจากการพัฒนา หรือ ร่วมมือกันพัฒนา ตาม
แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงทำให้ประเทศอันเป็นสังคมใหญ่อันประกอบด้วยชุมชน องค์กร และธุรกิจต่าง ๆ ที่
ดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงกลายเป็นเครือข่ายชุมชนพอเพียงที่เชื่อมโยงกันด้วยหลักไม่เบียดเบียน แบ่งปัน และ
ช่วยเหลือซึ่งกนั และกันไดใ้ นท่ีสดุ
ประการที่สำคญั ของเศรษฐกจิ พอเพียง พอมพี อกิน ปลกู พชื สวนครวั ไวก้ นิ เองบ้าง ปลกู ไมผ้ ลไวห้ ลังบ้าน
2-3 ต้น พอที่จะมีไว้กินเองในครัวเรือน เหลือจึงขายไป พออยู่พอใช้ ทำให้บ้านน่าอยู่ ปราศจากสารเคมี กล่ิน
เหม็น ใช้แต่ของที่เป็นธรรมชาติ (ใช้จุลินทรีย์ผสมน้ำถูพืน้ บา้ น จะสะอาดกว่าใช้น้ำยาเคมี) รายจ่ายลดลง สุขภาพ
จะดีขึ้น (ประหยัดค่ารักษาพยาบาล) พออกพอใจ เราต้องรู้จักพอ รู้จักประมาณตน ไม่ใคร่อยากใคร่มีเช่นผู้อื่น
เพราะเราจะหลงติดกบั วัตถุ ปัญญาจะไมเ่ กิด “การจะเปน็ เสือนัน้ มันไมส่ ำคัญ สำคัญอยทู่ ่เี ราพออยู่พอกิน และมี
เศรษฐกิจการเป็นอยู่แบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกิน หมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตวั เอง” พระ
ราชดำรัสในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ฯ
ใบความรทู้ ี่ 2
การวางแผนการประกอบอาชีพอยา่ งพอเพียง
1. ความพอเพียงตามแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพยี ง
- ความเป็นมาของเศรษฐกิจพอเพยี ง เป็นปรชั ญาที่ช้แี นวทางการดำรงอยูแ่ ละปฏบิ ตั ติ นท่ีพระบาทสมเดจ็ พระ
เจา้ อยหู่ ัวทรงมีพระราชดำรัสแก่พสกนกิ รชาวไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 เพื่อทีจ่ ะให้พสกนกิ รชาวไทยได้เข้าถึง
สายกลางของชีวิต เพ่อื คงไวซ้ ่ึงทฤษฎขี องการพัฒนาทย่ี ัง่ ยืน
- จุดเด่น คอื แนวทางทีส่ มดุลโดยธรรมชาตสิ ามารถก้าวทนั สมัยส่คู วามเปน็ สากลได้โดยปราศจากการตอ่ ต้าน
กระแสโลกาภิวัฒน์ซึง่ คนไทยจะสามารถเล้ยี งชีพโดยอยู่บนพืน้ ฐานของความพอเพยี ง
- ความพอเพียงและการพึ่งตนเอง คือ ทางสายกลางท่ีจะป้องกนั การเปลย่ี นแปลงความไม่มนั่ คงในประเทศและ
เป็นท่ีมาของนิยาม 3 หว่ ง 2 เงื่อนไข ซึ่งประกอบด้วย
1. ความพอประมาณ คอื ความพอดี ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป โดยไมเ่ บียดเบียนตนเองและผ้อู ่นื
2. ความมีเหตุผล คอื การตดั สนิ ใจเกยี่ วกับระดบั ของความพอเพียงนน้ั จะต้องเปน็ ไปอยา่ งมีเหตุผล โดย
พจิ ารณาจากเหตผุ ลปจั จัยท่ีเกย่ี วขอ้ งตลอดจนคำนึงถึงผลกระทบทค่ี าดวา่ จะเกิดข้ึนจากการกระทำนน้ั ๆ อย่าง
รอบคอบ
3. มภี ูมิคุ้มกนั ที่ดีในตวั เอง คือ การเตรียมตัวใหพ้ ร้อมรบั ผลกระทบและการเปลยี่ นแปลงดา้ นต่างๆ โดย
คำนึงถงึ ความเปน็ ไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ
เงอ่ื นไขความรู้ เงอื่ นไขคุณธรรม
รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวงั ซ่ือสัตย์ สจุ ริต ขยัน อดทน แบง่ เป็น
ชวี ิต เศรษฐกิจ สังคม สมดุล ม่ันคง ยงั่ ยืน
2. การนำหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้
- การนำหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งไปใช้ในประเทศ ถูกบรรจุลงในแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับท่ี 10 (พ.ศ. 2550 – 2554 ) เพอ่ื ม่งุ สู่การพัฒนาท่ีสมดุล ย่ังยืน มภี ูมคิ ุ้มกัน เพื่อความอยู่ดีมีสุข มุ่งสู่สังคม
ท่ียง่ั ยนื ตอ่ ไป
- การนำหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในต่างประเทศ ประเทศไทยเป็นศนู ย์กลางการแลกเปลยี่ นผ่านทาง
สำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (สพร.) มีหน้าที่คอยประสานงานรับความช่วยเหลือทาง
วิชาการด้านต่าง ๆจากต่างประเทศมาสู่ภาครัฐแล้วถ่ายทอดต่อไปยงั ภาคประชาชนและยังส่งผา่ นความรู้ที่มีไปยงั
ประเทศกำลังพัฒนาอ่นื ๆ
- การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน สามารถนำไปใช้ได้กับสังคมโดยรวม
ไม่ใช่เฉพาะครอบครัวหรือชุมชนเท่าน้ัน ซง่ึ ก็คอื เราสามารถนำวธิ ีการของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในระดับ
บุคคลทว่ั ไป ก็คอื ความสามารถในการดำรงชีวิตอย่างไม่เดือดร้อน มคี วามเป็นอยู่อยา่ งประมาณตนตามฐานะโดย
สามารถเล้ียงตัวเองได้บนพืน้ ฐานของการประหยดั
3. การวางแผนการประกอบอาชพี แบบพอเพียง
- กรอบแนวคดิ เศรษฐกิจพอเพียง
การทตี่ ้องการให้ทุกคนพยามยามทจ่ี ะหาความรู้และสร้าง ตนเองใหม้ ่นั คงน้ี เพ่ือตนเอง เพ่อื ทจี่ ะให้
ตัวเองมคี วามเปน็ อยู่ท่ีก้าวหน้า มคี วามสุข พอมีพอกินเปน็ ช้ันหนงึ่ และข้ันต่อไป ก็คือ ใหม้ ีเกยี รตวิ ่ายนื ได้ด้วย
ตัวเอง
พยายามไม่ก่อความชั่วให้เป็นเครื่องทำลายตัวเอง ทำลายผู้อื่น พยายามลด พยายามละความชั่วท่ี
ตนเองมอี ยู่
พยามยามก่อความดใี ห้แกต่ ัวอย่เู สมอ พยายามรักษาและเพ่ิมพูนความดที ่มี ีอยูน่ ้ันใหง้ อกงามสมบรู ณ์ขึ้น
- หลกั สำคญั ของความพอดี 5 ประการ
1. ความพอดีดา้ นจติ ใจ: ตอ้ งเขม้ แขง็ พึ่งตนเองได้ มีจติ สำนึกทีด่ ี เออ้ื อาทร นกึ ถึงผลประโยชน์สว่ นรวม
2. ความพอดีด้านสังคม: ตอ้ งมคี วามชว่ ยเหลือเก้อื กลู กนั สรา้ งความเขม้ แข็งใหแ้ ก่ชุมชน รู้จักผนึกกำลัง
และท่สี ำคญั มกี ระบวนการเรียนรู้ทเี่ กิดจากรากฐานที่ม่ันคงและแขง็ แรง
3. ความพอดีด้านทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม: รู้จักใช้และจัดการอย่างฉลาด รอบคอบ เพื่อให้
เกดิ ความยงั่ ยนื สูงสุด
4. ความพอดีด้านเทคโนโลยี: รู้จักใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับความต้องการ และควร
พฒั นาเทคโนโลยจี ากภูมปิ ัญญาชาวบา้ นก่อน
5. ความพอดีด้านเศรษฐกิจ : เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ดำรงชีวิตอย่างพอควร พออยู่ พอมี สมควร
ตามอตั ตภาพและฐานะของตน
- ทฤษฎใี หม่ เป็นแนวทางในการบริหารจดั การท่ีดินและนำ้ เพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กใหเ้ กิด
ประโยชนส์ ูงสดุ
วธิ ีการแกก้ ็คือ แบ่งพื้นที่การเกษตรออกเปน็
ข้ันท่ี 1 ทฤษฎใี หมข่ ั้นตน้
สถานะพ้นื ฐานทางการเกษตร มวี ัตถุประสงค์เพ่ือสรา้ งเสถยี รภาพของการผลิต เม่ือเข้าใจหลกั การ
และได้ลงมอื ปฏิบัติตามจนได้ผลแล้ว เกษตรกรก็จะพฒั นาตนเองจากขัน้ พออยู่พอกิน ไปสู่ ข้นั พออนั มจี ะกิน
ขัน้ ท่ี 2 ทฤษฎีใหมข่ ้นั กลาง จะเปน็ การรวมพลงั กันในรูปกลุม่ หรอื สหกรณ์ รว่ มแรง ร่วมใจกนั ดำเนินการใน
ดา้ น
- ดา้ นการผลติ - ด้านการตลาด - ด้านความเปน็ อยู่ - ด้านสวสั ดกิ าร - ดา้ นการศกึ ษา
- ดา้ นสงั คมและศาสนา
ขั้นที่ 3 ทฤษฎใี หมข่ ัน้ ก้าวหน้า เกษตรกรจะมรี ายได้ ฐานะมั่นคง อาจพัฒนาก้าวหน้าไปสู่ขน้ั ตดิ ต่อ
ประสานงานเพ่อื จดั หาทนุ หรือแหล่งทุน
4. เครือข่ายดำเนนิ ชวี ติ แบบพอเพียง
ในการพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขน้ั เริม่ ด้วยการสร้างพื้นฐาน คือ ความมีกนิ มีใชข้ อง
ประชาชนก่อนด้วยวธิ กี ารทีป่ ระหยัด ระมดั ระวังแตถ่ ูกต้องตามหลักวชิ า
ใบความรู้ท่ี 3
การวางแผนการเรยี นรู้ และการทำโครงงานการประกอบอาชพี กระบวนการ 3 หว่ ง 2 เงอ่ื นไข
เปน็ บทสรปุ ของเศรษฐกิจพอเพยี ง น่นั เอง คอื สรุปให้เขา้ ใจไดง้ ่ายๆ ดังต่อไปนี้
3 หว่ ง คอื ทางสายกลาง ประกอบไปด้วย ดังน้ี
ห่วงที่ 1 คือ พอประมาณ หมายถึง พอประมาณในทุกอย่าง ความพอดีไม่มากหรือว่าน้อยจนเกินไปโดย
ต้องไมเ่ บียดเบยี นตนเอง หรือผูอ้ นื่ ให้เดอื ดร้อน
ห่วงที่ 2 คือ มีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมี
เหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่าง
รอบคอบ
ห่วงที่ 3 คือ มีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลง
ด้านการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้
และไกล
2 เงื่อนไข ตามแนวเศรษฐกจิ พอเพยี ง ได้แก่
เงื่อนไขที่ 1 เงื่อนไขความรู้ คือ มีความรอบรู้เกี่ยวกับ วิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความ
รอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการ วางแผน และความระมัดระวังใน
ขั้นตอนปฏิบัติ คุณธรรมประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มี
ความเพยี ร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต
เงื่อนไขที่ 2 เงื่อนไขคุณธรรม คือ มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มี
ความเพียร ใช้สตปิ ัญญาในการดำเนินชีวิต
“เศรษฐกิจพอเพียงจริงๆ คือ หลักการดำเนินชีวิตที่จริงแท้ที่สุด กรอบแนวคิดของหลักปรัชญามุ่งเน้น
ความมัน่ คงและความยั่งยนื ของการพัฒนา อนั มคี ุณลกั ษณะทส่ี ำคัญ คอื สามารถประยกุ ตใ์ ช้ในทุกระดบั ตลอดจน
ให้ความสำคัญกับคำว่าความพอเพียง ที่ประกอบด้วย ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว
ภายใตเ้ งื่อนไขของการตดั สินใจและการดำเนนิ กจิ กรรมท่ตี ้องอาศยั เงื่อนไขความรแู้ ละเงื่อนไขคณุ ธรรม”
“หากทุกฝ่ายเข้าใจกรอบแนวคิด คุณลักษณะ คำนิยามของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแจ่มชัดแล้ว ก็จะง่าย
ขึน้ ในการนำไปประยกุ ต์ใชเ้ ป็นแนวทางปฏิบัติ และจะนำไปส่ผู ลทค่ี าดวา่ จะไดร้ ับ คือ การพัฒนาทส่ี มดลุ และยั่งยืน
พร้อมรับต่อการเปล่ียนแปลงในทุกดา้ น ท้งั ดา้ นเศรษฐกจิ สังคม สง่ิ แวดล้อม ความรแู้ ละเทคโนโลยี