The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tnprungma, 2022-05-02 03:37:42

หน่วยการเรียนรู้ที่ 7

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

50

ภาคผนวก

51

แบบทดสอบก่อนเรยี น
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 7

คำช้แี จง : ใหน้ ักเรยี นเลอื กคำตอบที่ถกู ตอ้ งทส่ี ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว

1. ข้อใดบอกลกั ษณะของลมบกไดถ้ กู ต้อง 6. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุในการเกิดดินถล่ม
ก. เกดิ เวลากลางวัน ลมพัดจากชายฝั่งไปสู่ทะเล ก. แผ่นดนิ ไหว
ข. เกดิ เวลากลางคืน ลมพัดจากทะเลเข้าส่ชู ายฝ่งั ข. การลา่ สตั ว์ปา่
ค. เกดิ เวลากลางวนั ลมพัดจากทะเลเข้าสชู่ ายฝัง่ ค. น้ำปา่ ไหลหลาก
ง. เกดิ เวลากลางคืน ลมพดั จากชายฝ่ังไปส่ทู ะเล ง. การตดั ไมท้ ำลายป่า

2. ข้อใดไม่ถูกต้อง 7. ใครทำให้เกิดแก๊สเรือนกระจกมากที่สุด
ก. ชาวประมงใช้ลมทะเลในการนำเรอื กลับเข้าฝ่ัง ก. ดวิ เผาขยะ – เศษใบไมเ้ ป็นประจำ
ข. ชาวประมงใช้ลมบกในการนำเรือออกจากฝ่ัง ข. ตก๊ิ ใช้เครอ่ื งทำความเยน็ ในโรงงาน
ค. ลมมรสมุ ตะวันตกเฉยี งใต้มาจากประเทศจีน ค. เกดใส่ป๋ยุ ไนโตรเจนใหต้ น้ ไม้ทุกเดอื น
ง. ลมมรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือมาจากประเทศ ง. นดั เปดิ เครื่องปรบั อากาศเฉพาะฤดรู อ้ น
มองโกเลยี
8. เพียวอยู่ในบรเิ วณท่ีราบติดภูเขา มีโอกาสไดร้ ับ
3. ถ้าลมมรสมุ ตะวันตกเฉยี งใต้พดั มาจะทำให้เกดิ ฤดู ผลกระทบจากธรณีพบิ ัตภิ ัยใดมากท่ีสุด
อะไร ก. ดนิ ถล่ม
ก. ฤดูฝน ข. สึนามิ
ข. ฤดูรอ้ น ค. นำ้ ป่าไหลหลาก
ค. ฤดูหนาว ง. ถกู ทัง้ ข้อ ก. และ ข.
ง. ฤดูใบไม้ผลิ
9. ถ้าโลกขาดแกส๊ เรอื นกระจกจะเป็นอยา่ งไร
4. สาเหตุใดกอ่ ใหเ้ กิดการกดั เซาะของชายฝ่งั ก. อากาศอบอ่นุ
ก. การจับปลา ข. ไร้มลพษิ ทางอากาศ
ข. การปลกู ปะการงั ค. มีฝนตกตลอดทงั้ ปี
ค. การเกดิ แผ่นดนิ ไหว ง. สง่ิ มีชวี ติ ไม่สามารถอาศัยอยูไ่ ด้
ง. การทำลายป่าชายเลน
10. นกั เรียนจะมีส่วนช่วยในการลดแกส๊ เรอื นกระจกไดอ้ ยา่ งไร
5. ใครปฏิบตั ิตนได้ถูกตอ้ งเมื่อเกิดแผน่ ดนิ ไหว ก. ไม่ขบั รถยนต์
ก. ฟ้าขับรถหนดี ว้ ยความเร็วสูงสุด ข. ตามจับคนเผาป่า
ข. นลิ รบี หมอบเข้าใตโ้ ตะ๊ ภายในบ้าน ค. เข้าร่วมโครงการปลูกป่า
ค. ตน้ รบี ลงจากอาคารดว้ ยลฟิ ต์ ง. ถกู ทั้งข้อ ก. และ ข .
ง. ฝนวง่ิ ข้นึ อาคารสูงเพ่ือหนีการส่ันสะเทอื น

เฉลย

1. ง 2. ค 3. ก 4. ง 5. ข 6. ข 7. ก 8. ง 9. ง 10. ค

52

แบบทดสอบหลงั เรียน
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 7

คำชแ้ี จง : ให้นกั เรียนเลือกคำตอบท่ีถูกต้องทีส่ ดุ เพยี งขอ้ เดียว

1. เพยี ว อยู่ในบรเิ วณที่ราบติดภเู ขา มีโอกาสไดร้ ับ 6. ใครปฏบิ ัติตนไดถ้ กู ต้องเมอ่ื เกดิ แผน่ ดนิ ไหว
ก. ต้นรีบลงจากอาคารด้วยลิฟต์
ผลกระทบจากธรณีพบิ ัตภิ ัยใดมากทีส่ ุด ข. ฟ้าขบั รถหนีด้วยความเร็วสูงสดุ
ค. นิลรีบหมอบเขา้ ใตโ้ ต๊ะภายในบา้ น
ก. ดินถล่ม ข. นำ้ ป่าไหลหลาก ง. ฝนว่ิงข้ึนอาคารสูงเพอ่ื หนีการส่นั สะเทือน

ค. สึนามิ ง. ถูกทงั้ ข้อ ก. และ ข. 7. ขอ้ ใดไมใ่ ช่สาเหตใุ นการเกิดดินถลม่
ก. แผน่ ดนิ ไหว
2. สาเหตุใดกอ่ ให้เกิดการกัดเซาะของชายฝัง่ ข. การตดั ไมท้ ำลายป่า
ค. นำ้ ป่าไหลหลาก
ก. การจับปลา ง. การล่าสัตวป์ ่า

ข. การปลกู ปะการงั 8. ขอ้ ใดบอกลักษณะของลมบกได้ถูกตอ้ ง
ก. เกดิ เวลากลางคืน ลมพดั จากชายฝั่งไปสทู่ ะเล
ค. การเกดิ แผน่ ดินไหว ข. เกดิ เวลากลางคนื ลมพดั จากทะเลเข้าสู่

ง. การทำลายป่าชายเลน ชายฝ่ัง
ค. เกดิ เวลากลางวัน ลมพัดจากทะเลเขา้ สู่
3. ใครทำใหเ้ กดิ แก๊สเรือนกระจกมากทส่ี ุด
ชายฝ่งั
ก. ดิวเผาขยะเศษใบไมเ้ ป็นประจำ ง. เกิดเวลากลางวนั ลมพดั จากชายฝัง่ ไปสู่ทะเล

ข. นัดเปิดเครือ่ งปรบั อากาศเฉพาะฤดูร้อน 9. ถา้ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใตพ้ ดั มาจะทำให้เกิด
ฤดูอะไร
ค. เกดใสป่ ๋ยุ ไนโตรเจนให้ต้นไมท้ ุกเดือน ก. ฤดฝู น
ข. ฤดรู ้อน
ง. ต๊ิกใช้เคร่ืองทำความเย็นในโรงงาน ค. ฤดหู นาว
ง. ฤดูใบไม้ผลิ
4. ขอ้ ใดไม่ถูกตอ้ ง
10. ถา้ โลกขาดแกส๊ เรอื นกระจกจะเปน็ อย่างไร
ก. ชาวประมงใช้ลมทะเลในการนำเรือกลบั เข้าฝ่งั ก. อากาศอบอ่นุ
ข. มฝี นตกตลอดทั้งปี
ข. ชาวประมงใชล้ มบกในการนำเรอื ออกจากฝ่ัง ค. ไรม้ ลพษิ ทางอากาศ
ง. สิง่ มชี ีวติ ไมส่ ามารถอาศัยอยไู่ ด้
ค. ลมมรสมุ ตะวันตกเฉียงใตม้ าจากประเทศจีน

ง. ลมมรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือมาจากประเทศ

มองโกเลยี

5. นกั เรียนจะมีส่วนช่วยในการลดแก๊สเรือนกระจกได้

อยา่ งไร

ก. ไมข่ บั รถยนต์

ข. ตามจับคนเผาปา่

ค. เขา้ ร่วมโครงการปลกู ป่า

ง. ถกู ทัง้ ขอ้ ก. และข้อ ข .

เฉลย
1. ง 2. ง 3. ก 4. ค 5. ค 6. ค 7. ง 8. ก 9. ก 10. ง

53

ตารางเกณฑ์การประเมินสมรรถนะหลกั (S)

รายการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
432 1
1. การจดั การ (เริ่มต้น)
ตนเอง (เหนอื ความคาดหวงั ) (สามารถ) (กำลังพฒั นา) ร้จู กั ความสามารถของ
ตนเอง มวี ินยั ในการดูแล
2. การคิดขัน้ สูง มคี วามมัน่ ใจและ มีมโนทศั น์เก่ียวกบั รจู้ ักความสามารถของ จัดการชีวติ ประจำวนั
ของตนเอง รับรู้และ
ภาคภูมิใจในตนเอง ตวั เอง (Self Concept) ตนเอง มีวินยั ในการดูแล จดั การอารมณแ์ ละ
ความเครียด แยกแยะสง่ิ
(Self Esteem) สามารถ ทถี่ ูกต้อง สามารถ จัดการชีวิตประจำวนั ถูกผดิ หลกี เล่ียงการ
นำพาตัวเองเขา้ ไปสู่
ตัดสนิ ใจและวางแผน ตดั สินใจและมุง่ มั่นท่จี ะ ของตนเอง รับรู้ และ ภาวะเสี่ยงตามคำแนะนำ
อดทนต่อปัญหาใน
เกย่ี วกบั ชวี ติ และการ จัดการสงิ่ ทจ่ี ำเปน็ จดั การอารมณ์และ ชวี ติ ประจำวนั และการ
เรียน
เรียนของตนเอง มีวินยั สำหรับชวี ติ และการ ความเครยี ด ตระหนกั รู้
ต้ังคำถามหรือระบุ
และจงู ใจตนเองให้ไปสู่ เรยี นของตนเอง รบั รู้ ผดิ ชอบชว่ั ดี จดั การ ปัญหาอยา่ งงา่ ยจากการ
สงั เกตส่ิงต่าง ๆ รอบตัว
เปา้ หมาย รับรู้และ และจดั การอารมณ์และ ปญั หาชวี ติ ประจำวัน สถานการณ์ หรอื
ปรากฏการณใ์ น
จดั การอารมณ์และ ความเครยี ด ละเว้นการ และการเรยี นตาม ชีวติ ประจำวัน สังเกต
จำแนก หรือระบุ
ความเครยี ด มจี ุดยนื และ กระทำท่ีไม่ควรทำ ร้ทู นั คำแนะนำ พรอ้ มเผชญิ ความสัมพันธข์ องสิ่งท่ี
เกยี่ วขอ้ งกบั
ความเชอ่ื ของตวั เอง การเปล่ียนแปลงที่ และยอมรบั ปญั หาที่ ปรากฏการณ์หรอื
สถานการณ์นนั้ ๆ ได้
ปรบั ตัวรับการ เกดิ ขนึ้ จัดการปญั หา เกดิ ขึ้น สามารถสำรวจ วางแผน
รวบรวมขอ้ มูลหรอื
เปลีย่ นแปลงท่ีเกิดขึ้น ชีวติ ประจำวนั และการ ทรัพยากร แปล
ความหมายข้อมูลดว้ ย
และสามารถฟ้ืนคืนจาก เรียนตามคำแนะนำ

สภาพปัญหาเมอื่ เผชญิ

ภาวะวกิ ฤตตาม

คำแนะนำ

ต้ังคำถามหรือระบุ ตงั้ คำถามหรอื ระบุ ตั้งคำถามหรอื ระบุ

ปญั หาหรอื สถานการณท์ ่ี ปัญหาทซ่ี ับซอ้ น จาก ปัญหาอย่างงา่ ยจากการ

ซับซ้อน จากการสังเกต การสังเกตสิง่ ตา่ ง ๆ สังเกตส่งิ ตา่ ง ๆ รอบตวั

ส่งิ ต่าง ๆ สถานการณ์ สถานการณ์ หรอื สถานการณ์ หรือ

หรือปรากฏการณใ์ น ปรากฏการณ์ ใน ปรากฏการณใ์ น

ชวี ิตประจำวนั ระบุ ชีวติ ประจำวันโดย ชวี ิตประจำวันโดย

สาเหตุของปัญหา แยก ละเอยี ด สามารถ ละเอียด ระบุ

ปัญหาเป็นปัญหาย่อย ๆ วางแผนและดำเนนิ การ ความสัมพันธข์ องส่งิ ที่

สามารถวางแผนและ การสำรวจตรวจสอบ เก่ยี วขอ้ งกับ

ดำเนินการการสำรวจ เลอื กวิธกี ารเกบ็ รวบรวม ปรากฏการณห์ รือ

ตรวจสอบ เลอื กวธิ กี าร ขอ้ มูล วเิ คราะห์ขอ้ มูล สถานการณ์นั้น ๆ ได้

เก็บรวบรวมขอ้ มูล แปลความหมายขอ้ มลู สามารถวางแผนและ

เปรยี บเทียบแหล่งขอ้ มลู เพอ่ื สรา้ งขอ้ สรุปท่ี ดำเนนิ การสำรวจ

และขอ้ เท็จจรงิ ได้ แมน่ ยำและน่าเช่ือถือ ตรวจสอบ เลือกวธิ ีการ

วเิ คราะหข์ อ้ มูล แปล พร้อมนำเสนอและ เก็บรวบรวมขอ้ มูล แปล

54

รายการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4321
3. การสือ่ สาร
(เหนือความคาดหวงั ) (สามารถ) (กำลงั พัฒนา) (เรมิ่ ต้น)

ความหมายขอ้ มลู ลง เปรยี บเทียบข้อสรปุ ที่ ความหมายข้อมลู ด้วย หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์

ข้อสรุปไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง เหมอื นหรอื แตกตา่ งกบั หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ และสรุปขอ้ มูล เพอื่

นำเสนอขอ้ สรปุ รวมท้ัง ข้อสรุปของตน สามารถ และสรุปขอ้ มลู พรอ้ มท้งั เปรยี บเทยี บ ประเมิน

เปรียบเทยี บและ พฒั นาช้ินงานหรอื วิธีการ ประเมินความถกู ตอ้ ง ตัดสินใจ หรอื เสนอ

ประเมนิ ข้อสรปุ ท่ี โดยใช้ความคิดท่ีแปลก และข้อจำกดั ของขอ้ มลู แนวทางแก้ปัญหาอยา่ ง

แตกต่างหรอื ตรงกันข้าม ใหม่ ทไี่ มซ่ ำ้ ใครหรือ เพอื่ เปรียบเทียบ ง่ายได้ พร้อมแสดง

กับข้อสรุปของตน และ พฒั นาต่อยอดจาก ประเมิน ตัดสินใจ หรือ เหตุผล โดยคำนึงถงึ

สามารถปรบั ปรงุ ขอ้ สรุป ของเดิม วิเคราะห์ เสนอแนวทางแก้ปญั หา ความเหมาะสมของการ

ของตนตามข้อมลู และ องค์ประกอบของชนิ้ งาน อย่างง่ายได้ สามารถ ออกแบบวิธกี าร

หลักฐานใหม่สร้าง หรอื วธิ ีการเพ่อื สร้าง จนิ ตนาการและเสนอ แก้ปัญหา สามารถ

แบบจำลองเพือ่ แสดง แบบจำลองอยา่ งงา่ ย ความคิดได้อยา่ ง จนิ ตนาการและเสนอ

โครงสร้างของปญั หา คล่องแคลว่ หลากหลาย ความคิดได้อยา่ ง

หรือสถานการณไ์ ด้ โดยใชค้ วามคิดที่แปลก คลอ่ งแคลว่ หลากหลาย

พฒั นาชนิ้ งานหรอื วิธีการ ใหมท่ ไ่ี ม่ซ้ำใคร หรือ โดยใช้ความคิดทแ่ี ปลก

โดยใชค้ วามคดิ ที่แปลก พฒั นาต่อยอดจาก ใหมท่ ีไ่ มซ่ ำ้ ใคร ตลอดจน

ใหม่ที่ไมซ่ ้ำใคร หรือ ของเดิม สามารถผลติ ผลงานตาม

พัฒนาต่อยอดจาก จนิ ตนาการโดยอาศัย

ของเดิม ให้เหมาะสมต่อ ต้นแบบ

การใช้งานจรงิ

รบั และส่งสารผา่ นส่อื ที่ รับและส่งสารทีเ่ กย่ี วขอ้ ง รบั และส่งสารทเ่ี กี่ยวขอ้ ง รบั และสง่ สารที่เปน็

หลากหลาย โดย กับสถานการณใ์ นชุมชน กับสถานการณ์ที่ใกลต้ วั ขอ้ มูล ขอ้ เทจ็ จรงิ และ

ปราศจากอคติ สรุป สังคม อย่างมีสติ จับ จบั ประเดน็ สำคัญ หรอื ความรสู้ กึ ทม่ี ี

ประเดน็ ตีความ และ ประเดน็ สำคัญ ขอ้ คดิ วตั ถุประสงค์ของผ้สู ่งสาร รายละเอียดมากข้นึ ใน

ประเมินคุณค่า ในมติ ิ ทง้ั เชงิ บวก และลบที่ ได้ อธบิ ายความรสู้ กึ ที่ สถานการณใ์ กลต้ ัว มี

ความจริง (ขอ้ มูล ไดร้ ับตามวัตถปุ ระสงค์ เกดิ ขนึ้ จากการรบั สาร ความอดทน ในการรับ

ขา่ วสาร) ความดี (แกน่ ของผู้ส่งสาร แลกเปล่ยี น ประเภทตา่ ง ๆ ท่ีมีความ สารแลกเปลี่ยน

แนวคิด) และความงาม ประสบการณอ์ ยา่ งมีสติ ซับซ้อนมากขนึ้ มคี วาม ประสบการณ์และสอ่ื สาร

(อารมณ์ สุนทรียะ) แบบ กบั บคุ คลทห่ี ลากหลาย อดทนในการรบั และส่ง โดยตระหนักถึงความ

ง่ายได้ สื่อสารอย่าง ข้ึน ในสถานการณท์ ี่มี สาร ใช้สอ่ื ท่ีมคี วาม แตกตา่ งระหวา่ งตนเอง

สรา้ งสรรคเ์ พ่ือการอยู่ ความซับซอ้ น ทัง้ โลกจรงิ หลากหลายขนึ้ เขา้ ใจ กับบุคคลใกลต้ วั

รว่ มกนั ในสงั คม โดย และโลกเสมอื น มี ผลกระทบของสือ่ ที่มตี อ่ คำนึงถงึ ประโยชน์และ

คำนึงถงึ ผลกระทบของ มารยาทและจรยิ ธรรมใน ตนเอง มจี ุดมงุ่ หมาย โทษของส่ือท่ีมตี อ่ ตนเอง

การส่อื สาร รผู้ ลกระทบ การสื่อสาร เลอื กใช้ และกลวิธใี นการส่ือสาร สามารถส่อื สารเรอื่ งราว

ของส่อื ประเมนิ คณุ ค่า กลวธิ ใี นการผลิตส่อื และ และการผลิตส่ือ เพือ่ สื่อ ใกล้ตัวท้งั ทเ่ี ปน็ ภาษา

55

รายการ ระดับคะแนน
ประเมนิ
4321
4. การรวมพลงั
ทำงานเปน็ ทีม (เหนอื ความคาดหวงั ) (สามารถ) (กำลงั พฒั นา) (เรมิ่ ตน้ )

5. การเปน็ และจรยิ ธรรมในการ สอ่ื สารทีเ่ หมาะสม และ สาระที่เป็นประโยชนต์ อ่ ภาพ เสยี ง สัญลกั ษณ์
พลเมืองทเ่ี ข้มแข็ง
สอื่ สาร ผา่ นสื่อประเภท เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ตนเองได้อย่างเหมาะสม ทา่ ทาง การแสดงออก

ต่าง ๆ มีจุดมุ่งหมายใน และต่อกลุ่ม ตาม ทางศลิ ปะอยา่ งง่าย โดย

การสื่อสาร การผลิตสือ่ จุดมุ่งหมายทกี่ ำหนดไว้ เลอื กและผลติ สอ่ื ให้

และออกแบบการสื่อสาร เหมาะกับบคุ คล และ

เพื่อให้เกิดประโยชนต์ ่อ กาลเทศะ

ตนเอง ต่อกลุม่ และต่อ

สังคม

เป็นผนู้ ำตนเองมีส่วน เป็นสมาชิกท่รี ิเริ่ม เปน็ สมาชกิ ทมี ท่ี มคี วามรบั ผดิ ชอบและใช้

ร่วมในการตดั สนิ ใจและ กำหนดเป้าหมาย วิธกี าร รบั ผิดชอบต่อบทบาท จุดเด่นในการทำงานให้

การทำงานเพอ่ื ให้บรรลุ ทำงานทั้งของตนเองและ และงานตามทีไ่ ดร้ ับ สำเร็จ รักการทำงาน

เปา้ หมายของตนเองและ ทมี ใชค้ วามคดิ มอบหมาย จัดระบบ เป็นสมาชิกทมี ทมี่ สี ว่ น

ทีม จัดระบบความคดิ สรา้ งสรรคใ์ นการวาง ความคดิ กอ่ นลงมอื รว่ มในการตัดสนิ ใจ การ

และการทำงาน สะท้อน แผนการทำงานอย่างเป็น ทำงานอยา่ งเปน็ ลำดบั กำหนดเป้าหมาย การ

ผลการทำงานโดย ลำดับขัน้ และปฏบิ ตั ิงาน ข้นั และปฏิบัติงานจน สร้างขอ้ ตกลงและการ

ตระหนักถึงเป้าหมาย จนสำเรจ็ วิเคราะห์และ สำเร็จ รวมทง้ั การ ทำงานของทีม

และสัมพนั ธภาพเชิงบวก สะท้อนการทำงาน ชว่ ยเหลอื เพอื่ นในทมี แสดงออกถึงความเขา้ ใจ

ของทีม แสดง ความคดิ เหน็ และ โดยปฏบิ ตั ิต่อผู้อื่นอย่าง ต่อเพอื่ นในทีมด้วยความ

สนับสนุนการทำงานของ เปน็ มติ ร เป็นมติ รตามคำแนะนำ

สมาชิกในทมี ใหบ้ รรลุ

เป้าหมาย

รู้จกั และปกปอ้ งสทิ ธิ รู้จักและปกป้องสทิ ธิ อดทนอดกล้ันในความ อสิ ระทจี่ ะคดิ และ

เสรีภาพของตนเอง และ เสรภี าพของตนเอง และ คดิ เหน็ และการ แสดงออกท่ีรบั ผิดชอบ

ผู้อน่ื พยายามทีจ่ ะเห็น ผูอ้ นื่ ยอมรบั และเคารพ แสดงออกท่ีแตกต่าง และไม่ทำใหผ้ ้อู ่นื

อกเห็นใจและช่วยเหลอื ความแตกต่าง ยอมรบั ความแตกต่าง เดือดร้อน เคารพสิทธิ

ผ้อู ่นื เคารพและปฏบิ ตั ิ หลากหลาย พยายามที่ หลากหลาย ช่วยเหลือ เสรีภาพของผอู้ ื่น

ตนตามกฎ กติกาทาง จะเห็นอกเหน็ ใจ และแบง่ ปนั กบั ผอู้ น่ื ช่วยเหลอื ผอู้ นื่

สังคม มคี วามรับผิดชอบ ชว่ ยเหลือและแบง่ ปนั กับ รับผิดชอบและปฏิบัติตน รับผดิ ชอบและปฏิบัติตน

ต่อผลการกระทำตาม ผ้อู ืน่ รับผิดชอบและ อยา่ งเหมาะสมตาม อย่างเหมาะสม ตาม

บทบาทหนา้ ท่พี ลเมือง ปฏบิ ตั ติ นอย่างเหมาะสม บทบาทหน้าที่ในฐานะ บทบาทหน้าทขี่ องตนเอง

ประชาธปิ ไตย ติดตาม ตามบทบาทหนา้ ที่ใน พลเมืองในระบอบ เคารพต่อสถาบนั หลกั

และประเมิน ความ ฐานะพลเมือง ในระบอบ ประชาธิปไตยอันมี ของชาติ ตดิ ตามขอ้ มูล

ถกู ตอ้ งและน่าเชอื่ ถือ ประชาธปิ ไตยอนั มี พระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ขา่ วสารทเี่ กยี่ วข้องกับ

ของขอ้ มูล ริเรม่ิ และมี พระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมุข เคารพต่อ ตนเอง ครอบครวั เพ่อื น

56

รายการ ระดบั คะแนน
ประเมนิ
4 32 1
6. การอยู่รว่ มกบั (เหนอื ความคาดหวัง) (เรมิ่ ต้น)
ธรรมชาติ และ สว่ นร่วมทางสังคมใน (สามารถ) (กำลงั พัฒนา) รว่ มชั้นเรียน มสี ว่ นร่วม
วทิ ยาการอย่าง ประเด็นที่สนใจระดับ ในกจิ กรรมส่วนรวมตา่ ง
ยงั่ ยนื ทอ้ งถนิ่ และประเทศ ประมุข เคารพต่อ สถาบนั หลักของชาติ ๆ ในระดับชนั้ เรียนหรือ
ด้วยจิตสาธารณะ โรงเรยี น แกไ้ ขปัญหา
กระตอื รือร้นในการหา สถาบันหลกั ของชาติ ติดตามและตรวจสอบ ความขัดแย้งในชน้ั เรยี น
ทางออก และรว่ มสร้าง อยา่ งมเี หตผุ ล
การเปลยี่ นแปลงร่วมกนั ติดตามและตรวจสอบ ขอ้ มูลขา่ วสาร เข้ารว่ ม
เกย่ี วกับประเด็นปัญหา กระตอื รอื ร้นและมฉี นั ทะ
โดยคำนงึ ถึง ความเท่า ข้อมูลขา่ วสาร เขา้ ร่วม กจิ กรรมและร่วมเป็น ในการใฝห่ าความรู้ ต้ัง
เทยี มเป็นธรรมด้วยสันติ คำถามทีน่ ำไปสูก่ ารหา
วธิ แี ละวิถีประชาธปิ ไตย กิจกรรมและร่วมเป็น อาสาสมัครในกจิ กรรม คำตอบและรวบรวม
อันมีพระมหากษตั ริย์ ข้อมูลโดยใช้เคร่ืองมอื
ทรงเป็นประมุข อาสาสมคั ร ในกจิ กรรม สาธารณะประโยชน์ อยา่ งง่าย เลอื กรปู แบบ
การนำเสนอ วเิ คราะห์
มุ่งมัน่ ในการหาสาเหตุ สาธารณะประโยชน์ ระดบั โรงเรียนและชมุ ชน และประเมินความ
ของปรากฏการณ์ น่าเช่อื ถือของข้อสรปุ
ออกแบบวธิ กี ารรวบรวม ระดบั โรงเรยี นและชมุ ชน หาทางออกรว่ มกันกบั อธิบายสาเหตุของ
ขอ้ มลู วิเคราะหแ์ ละ ปรากฏการณจ์ าก
นำเสนอขอ้ มูลทคี่ ่อนขา้ ง หาทางออกร่วมกัน กบั ผูเ้ กยี่ วข้องในการ หลักฐานท่รี วบรวมได้
ซับซอ้ นและประเมิน และเช่อื มโยงผลท่ีมีตอ่
ความสมเหตุ สมผลของ ผู้เกี่ยวข้องในการ แก้ปญั หา หรือความ ชวี ิตและส่ิงแวดลอ้ มใน
ขอ้ สรุปและการอนมุ าน ชุมชน ออกแบบแนวทาง
ยอมรบั และยนิ ดี แก้ปัญหา โดยใช้ ขดั แยง้ อย่างมเี หตผุ ล และลงมอื แก้ปญั หา จาก
เปลยี่ นแปลงขอ้ สรปุ เมอื่ สถานการณ์ใกล้ตัวหรอื
มีหลกั ฐานทน่ี า่ เชือ่ ถือ กระบวนการ ส่งิ แวดล้อมโดยใชค้ วามรู้
เพยี งพอ อธิบายสาเหตุ คณติ ศาสตร์
และกระบวนการของ ปรึกษาหารือตามวถิ ี วิทยาศาสตร์ และ/ หรอื
ปรากฏการณจ์ าก
หลกั ฐานที่รวบรวมได้ ประชาธิปไตย
โดยใช้ความรู้ในศาสตร์
ต่าง ๆ และเชอ่ื มโยงผล ใสใ่ จ และมีฉันทะในการ รวบรวมข้อมูลอยา่ ง
ต่อธรรมชาติและ
สง่ิ แวดลอ้ มใน ใฝห่ าความรู้ สังเกต ต้ัง ซือ่ สัตย์ ออกแบบและ
ระดับประเทศอย่างเปน็
คำถามท่นี ำไปสูก่ ารหา เลอื กใช้เครื่องมอื ที่

คำตอบเกยี่ วกบั เหมาะสม ประเมนิ ความ

ปรากฏการณ์ทัว่ ไป น่าเชือ่ ถือของขอ้ มลู

ประเมนิ และเลอื กวิธีการ วเิ คราะห์ขอ้ มูลท่ีจัดการ

รวบรวมขอ้ มูลท่ี เพื่อลงข้อสรุป อธบิ าย

สอดคลอ้ งกับคำถาม สาเหตุและกระบวนการ

ประเมินความนา่ เชอ่ื ถือ ของปรากฏการณจ์ าก

ของขอ้ มลู จดั การและ หลักฐานทีร่ วบรวมได้

นำเสนอข้อมูลหลาย โดยใชค้ วามรู้ในศาสตร์

ประเภทไดอ้ ยา่ ง ตา่ ง ๆ และเชือ่ มโยงผล

เหมาะสม วิเคราะหแ์ ละ ตอ่ ธรรมชาติ และ

เลอื ก ชดุ ข้อมลู ที่ ส่ิงแวดลอ้ มในชมุ ชน

สอดคล้องกับสมมติฐาน คาดการณเ์ กย่ี วกบั

และประเมินขอ้ สรุปและ ปรากฏการณโ์ ดยอาศัย

ขอ้ กล่าวอา้ ง อธบิ าย หลักวชิ าและไมม่ ีอคติ

สาเหตุและกระบวนการ ออกแบบแนวทางและลง

ของปรากฏการณจ์ าก มอื แกป้ ัญหาจาก

หลักฐานทรี่ วบรวมได้ สถานการณ์ ตา่ ง ๆ ใน

57

รายการ ระดับคะแนน
ประเมิน
4 32 1
(เหนอื ความคาดหวัง) (เร่มิ ต้น)
ระบบ คาดการณ์ (สามารถ) (กำลังพฒั นา) เทคโนโลยี ใชเ้ ทคโนโลยี
เก่ยี วกบั ปรากฏการณ์ อย่างปลอดภยั และ
โดยอาศัยหลักวชิ าและ โดยใชค้ วามรใู้ นศาสตร์ ธรรมชาตหิ รือ เหมาะสม ใส่ใจ ดแู ล
ขอ้ มลู รอบดา้ น สง่ิ แวดลอ้ มในบริเวณ
แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ตา่ ง ๆ และเช่อื มโยงผล สงิ่ แวดลอ้ ม โดยใช้ บา้ น โรงเรยี น หรอื
ดว้ ยคณติ ศาสตร์ ชมุ ชน ของตนเอง ใช้
วทิ ยาศาสตร์ และ ตอ่ ธรรมชาติ และ ความรู้คณติ ศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ
เทคโนโลยี และปฏบิ ัติ อยา่ งรคู้ ณุ ค่า
ตนเพ่อื อยรู่ ว่ มกบั การ สง่ิ แวดล้อมในชมุ ชน วิทยาศาสตร์ และ
เปลยี่ นแปลงของ
ปรากฏการณ์ในระบบ คาดการณเ์ ก่ยี วกบั เทคโนโลยี ใช้เทคโนโลยี
ธรรมชาติไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม ใช้เทคโนโลยี ปรากฏการณ์โดยอาศยั ตามวตั ถุประสงคอ์ ยา่ ง
โดยคำนึงถึงผลกระทบ
ตอ่ ตนเอง สังคมและ หลักวิชาอย่างมีเหตุผล ค้มุ คา่ และปลอดภัย รับรู้
สิง่ แวดล้อม และรเู้ ทา่ ทนั
ในการสือ่ สารผ่านโลก และไมม่ อี คติ แก้ปญั หา และมีจติ สำนกึ ในการ
ดจิ ิทัล ใช้
ทรพั ยากรธรรมชาติ ปจั จบุ นั ท่ีเกย่ี วข้องกบั ดูแลธรรมชาติและ
อยา่ ง มคี วามรบั ผิดชอบ
การเปลย่ี นแปลงของ สิง่ แวดลอ้ ม

ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ใน

ระบบธรรมชาติ โดยใช้

ความรูค้ ณติ ศาสตร์

วทิ ยาศาสตร์ และ

เทคโนโลยี ใช้เทคโนโลยี

อย่างค้มุ ค่า ปลอดภัย

และเหมาะสม รบั รูแ้ ละ

เหน็ ตัวเองเป็นส่วนหน่งึ

ของระบบธรรมชาติ ใช้

ทรพั ยากรธรรมชาติตาม

ความจำเปน็

58

ตารางเกณฑ์การประเมนิ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล (A)

รายการ ระดับคะแนน

ประเมิน 4 3 2 1

มีครบในประเดน็ ขาดประเด็นใด ขาดมากกวา่ 1 ขาดมากกวา่ 2

ตอ่ ไปนี้ ประเดน็ หนงึ่ ใน ประเด็นในตอ่ ไปน้ี ประเดน็ ในต่อไปนี้

- เอาใจใสใ่ นการเรยี น ตอ่ ไปน้ี - เอาใจใสใ่ นการเรยี น - เอาใจใสใ่ นการเรยี น

และมีความเพียร - เอาใจใส่ในการเรียน และมคี วามเพียร และมีความเพียร

พยายามในการเรยี น และมีความเพียร พยายามในการเรียน พยายามในการเรยี น

- เขา้ ร่วมกิจกรรมการ พยายามในการเรยี น - เขา้ รว่ มกจิ กรรมการ - เขา้ ร่วมกจิ กรรมการ

เรียนรูต้ ่าง ๆ - เข้าร่วมกิจกรรมการ เรยี นรูต้ า่ ง ๆ เรยี นรตู้ า่ ง ๆ

ใฝ่เรยี นรู้ - บนั ทึกความรู้ เรียนรตู้ ่าง ๆ - บนั ทกึ ความรู้ - บนั ทกึ ความรู้
วเิ คราะห์ ตรวจสอบ - บนั ทึกความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบ วเิ คราะห์ ตรวจสอบ

บางสิง่ ทีเ่ รียนรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบ บางสงิ่ ทีเ่ รียนรู้ บางส่งิ ท่เี รียนรู้

แลกเปลีย่ นความรู้ บางส่งิ ทเี่ รยี นรู้ แลกเปลยี่ นความรู้ แลกเปลยี่ นความรู้

- ศึกษาคน้ ควา้ หา แลกเปล่ียนความรู้ - ศกึ ษาค้นควา้ หา - ศึกษาคน้ ควา้ หา

ความรู้จากหนังสอื - ศกึ ษาค้นคว้า หา ความรูจ้ ากหนงั สือ ความรจู้ ากหนังสือ

เอกสาร สง่ิ พิมพ์ ส่อื ความรู้จากหนังสือ เอกสาร สง่ิ พมิ พ์ สื่อ เอกสาร ส่งิ พมิ พ์ สอื่

เทคโนโลยตี ่าง ๆ เอกสาร ส่ิงพมิ พ์ สือ่ เทคโนโลยตี ่าง ๆ เทคโนโลยตี ่าง ๆ

เทคโนโลยตี ่าง ๆ

มคี รบในประเด็น ขาดประเดน็ ใด ขาดมากกว่า 1 ขาดมากกว่า 2

ตอ่ ไปน้ี ประเด็นหนง่ึ ใน ประเด็นในต่อไปนี้ ประเดน็ ในต่อไปน้ี

- ต้งั ใจทำงานผลงาน ต่อไปนี้ - ตัง้ ใจทำงานผลงาน - ตง้ั ใจทำงานผลงาน

สำเรจ็ และมี - ต้ังใจทำงานผลงาน สำเร็จ และมี สำเรจ็ และมี

ประสทิ ธภิ าพ สำเรจ็ และมี ประสทิ ธิภาพ ประสิทธภิ าพ

มุ่งมนั่ ใน - เอาใจใส่ตอ่ การ ประสทิ ธิภาพ - เอาใจใส่ตอ่ การ - เอาใจใส่ตอ่ การ

การทำงาน ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีทีไ่ ด้รับ - เอาใจใสต่ ่อการ ปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ทีไ่ ด้รับ ปฏิบัตหิ นา้ ท่ีทไ่ี ดร้ บั

มอบหมาย ปฏบิ ตั ิหน้าที่ท่ีได้รบั มอบหมาย มอบหมาย

- ไม่ย่อทอ้ ตอ่ ปัญหา มอบหมาย - ไม่ยอ่ ท้อตอ่ ปัญหา - ไม่ย่อท้อต่อปญั หา

และอปุ สรรคในการ - ไม่ย่อท้อตอ่ ปญั หา และอปุ สรรคในการ และอปุ สรรคในการ

ทำงาน และอปุ สรรคในการ ทำงาน ทำงาน

ทำงาน

59

รายการ 4 ระดับคะแนน 1
ประเมิน - พยายามแกป้ ญั หา 32 - พยายามแกป้ ญั หา
และอปุ สรรคในการ - พยายามแกป้ ญั หา - พยายามแก้ปญั หา และอปุ สรรคในการ
ทำงานให้สำเร็จ และอปุ สรรคในการ และอปุ สรรคในการ ทำงานให้สำเรจ็
ทำงานให้สำเร็จ ทำงานให้สำเรจ็

60

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ

คำช้ีแจง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่
ตรงกับระดบั คะแนน

ลำดับ ชือ่ –สกุล การ ความมี การมี รวม
ท่ี ของนกั เรยี น การแสดง การ ทำงาน น้ำใจ สว่ นรว่ ม 15
ในการ คะแนน
ความ ยอมรบั ฟงั ตามท่ี ปรบั ปรุง
คิดเหน็ คนอื่น ไดร้ บั ผลงาน

มอบหมาย กลุ่ม

321321321321321

เกณฑ์การให้คะแนน ชว่ งคะแนน เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ

ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ (100%) ให้ 3 คะแนน 14-15 ระดับคณุ ภาพ
11-13 ดมี าก
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั (70%) ให้ 2 คะแนน 8-10 ดี
พอใช้
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางครัง้ (50%) ให้ 1 คะแนน ตำ่ กวา่ 8 ปรับปรุง

61

โครงสรา้ งรายวชิ า

วชิ าวิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2

ลำดับ ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก
ท่ี การเรยี นรู้ (ชั่วโมง) คะแนน
/ ตัวช้วี ัด

หน่วยที่ 5 สารรอบตัวเรา
หนว่ ยย่อยที่ 1 การแยกสารผสม

สารผสมที่ประกอบด้วยของแข็งและ

การแยกสารทเ่ี ป็นของแข็ง ของเหลวโดยของแข็งไม่ละลายในของเหลว
ออกจากของแข็ง
1 ว 2.1 ป.6/1 นั้น แยกได้โดยการตกตะกอน การรินออก 3 5
3 5
และการกรอง ซึ่งวิธีการแยกสารสามารถ

นำไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจำวนั ได้

สารผสมประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2

ชนิดขึ้นไปผสมอยู่รวมกัน เช่น ข้าวสารปน

กรวดทราย วิธีการที่เหมาะสมในการแยก

สารผสมข้ึนอยกู่ ับลักษณะและสมบัติของสาร

2 การแยกสารทเี่ ป็นของแขง็ ว 2.1 ป.6/1 ที่ผสมอยู่ร่วมกัน ถ้าองค์ประกอบของสาร
ออกจากของเหลว ผสมเป็นของแข็งกับของแข็งที่มีขนาด

แตกต่างกันอย่างชัดเจน อาจใช้วิธีการหยิบ

ออกหรือการร่อนผ่านวัสดุที่มีรู ถ้ามีสารใด

สารหนึ่งเป็น สารแม่เหล็กอาจใช้วิธีการใช้

แม่เหลก็ ดงึ ดดู

หนว่ ยที่ 6 หนิ และซากดกึ ดำบรรพ์ หินอคั นีเกดิ มาจากการเย็นตัวของแมก
หน่วยย่อยท่ี 1 หินในธรรมชาติ
มา หินตะกอนเกิดมาจากการทับถมของ
3 กระบวนการเกดิ หิน
ตะกอนเมื่อถูกแรงกดทับและมีสารเชื่อม

ว 3.2 ป.6/1 ประสานจึงเกิดเป็นหิน หินแปรเกิดมาจาก 4 5
การแปรสภาพของหินเดิม ซึ่งอาจเป็นหิน

อัคนี หินตะกอน หรือหินแปร โดยการ

กระทำของความรอ้ น ความดนั และปฏกิ ริ ิยา

เคมี

62

ลำดับ ชื่อหนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐาน สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
ท่ี การเรยี นรู้ (ชั่วโมง) คะแนน
/ ตวั ชีว้ ัด

หินอัคนี หินตะกอน และหินแปร มี

การเปลี่ยนแปลงจากประเภทหนึง่ ไปเป็นอกี

ประเภทหนึ่งหรือประเภทเดิมได้ โดยมีแบบ

รูปการเปลี่ยนแปลงคงท่ีและตอ่ เนื่องเปน็ วฏั

จักร

หินและแร่มีประโยชน์หลายอย่าง

4 ประโยชน์ของหนิ และแร่ เช่น นำแร่มาทำเครื่องสำอาง ยาสีฟัน 3 5
หน่วยยอ่ ยท่ี 2 ซากดกึ ดำบรรพ์ ว 3.2 ป.6/2 เครื่องประดับ อุปกรณ์ทางการแพทย์

นำหินมาใช้ในงานก่อสร้างตา่ ง ๆ

5 กระบวนการเกดิ ซากดึกดำ ซากดึกดาบรรพ์เกิดจากการทบั ถม 4 5
บรรพ์ หรือการประทบั รอยของสิง่ มชี ีวิตในอดตี
จนเกดิ เป็นโครงสรา้ งของซากหรอื ร่องรอย
ของส่งิ มีชีวติ ท่ปี รากฏอยู่ในหนิ ประเทศ
ไทยพบซากดกึ ดาบรรพท์ ห่ี ลากหลาย เช่น
พืช ปะการัง หอย ปลา เต่า ไดโนเสาร์
รอยเทา้ สตั ว์

ซากดึกดาบรรพ์สามารถใช้เป็ น
หลกั ฐานช่วยอธิบายสภาพแวดล้อมของ
พ้ืนท่ีในอดีตขณะเกิดส่ิงมีชีวิตนัน้ เช่น
ว 3.2 ป.6/3 ถ้าพบซากดึกดาบรรพ์ของหอยน้าจืด
ส ภ า พ แ ว ด ล้อ ม บ ริเ ว ณนั ้น อ า จ เ ค ย เ ป็ น
แ ห ล่ ง น้ า จื ด ม า ก่ อ น แ ล ะ ถ้ า พ บ
ซากดึกดาบรรพ์ของพชื สภาพแวดล้อม
บ ริเ ว ณ นั้น อ า จ เ ค ย เ ป็ น ป่ า ม า ก่ อ น
นอกจากน้ี ซากดกึ ดาบรรพ์ยงั สามารถใช้
ระบุอ า ยุข อ ง หิน และเ ป็ น ข้อ มู ล ใ น
การศกึ ษาววิ ฒั นาการของสงิ่ มชี วี ติ

63

ลำดบั ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
ท่ี การเรียนรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน
/ ตัวชวี้ ัด

หน่วยท่ี 7 ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและธรณีพบิ ัตภิ ัย

หนว่ ยยอ่ ยท่ี 1 ลมบก ลมทะเล และลมมรสุม

ลมบก ลมทะเล และลมมรสุม เกิด

จากพ้ืนดินและพ้ืนน้ามีอุณหภูมิอากาศ

เหนือพ้นื ดนิ และพน้ื น้าแตกต่างกนั จงึ

เกดิ การเคลอ่ื นทข่ี องอากาศจากบรเิ วณทม่ี ี

อณุ หภูมติ ่าเขา้ ไปแทนทอ่ี ากาศบรเิ วณทม่ี ี

อุณหภูมิสูง ลมบกและลมทะเลเป็นลม

ประจาถิ่นท่พี บบรเิ วณชายฝัง่ โดยลมบก

เกิดเวลากลางคืน จึงทาให้มีลมพดั จาก

ชายฝั่งไปสู่ทะเล ชาวประมง จึงใช้

ประโยชน์จากลมบกในการออกเรือ ส่วน

ลมทะเลเกิดเวลากลางวนั ทาให้มลี มพดั

จากทะเลเข้าสู่ชายฝัง่ ชาวประมงจึงใช้

ประโยชน์จากลมทะเลในการนาเรอื กลบั

6 การเกดิ ลมบก ลมทะเล ว 3.2 ป.6/4 เข้าฝัง่ ส่วนลมมรสุมเป็นลมประจาฤดูท่ี 4 5
และลมมรสุม ว 3.2 ป.6/5 เกดิ บรเิ วณเขตรอ้ นของโลกเท่านนั้ ซึ่งเป็น

บรเิ วณกว้างระดบั ภูมภิ าค โดยมหี ลกั การ

เช่นเดียวกบั การเกิดลมบก ลมทะเล ซ่ึง

ลมมรสุม เกิดจากอุณหภูมขิ องอากาศ

เหนือพ้นื ทวปี และพน้ื มหาสมุทรแตกต่าง

กนั

ลมมรสุมท่พี ดั ผ่านประเทศไทยมี 2

ชนดิ คอื ลมมรสมุ ตะวนั ตกเฉยี งใตแ้ ละลม

มรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือ ซ่ึงลมมรสุม

ตะวนั ตกเฉียงใต้จะส่งผลให้ประเทศไทย

เ กิ ด ฤ ดู ฝ น ส่ ว น ล ม ม ร สุ ม

ตะวนั ออกเฉียงเหนือจะส่งผลให้ประเทศ

ไทยเกิดฤดูหนาว ส่วนช่วงเปล่ยี นมรสุม

ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย อ ยู่ ใ ก ล้ เ ส้ น ศู น ย์สูต ร

แ ส ง อ า ทิ ต ย์ เ กื อ บ ตั้ง ต ร ง แ ล ะ ตั้ง ต ร ง

64

ลำดับ ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
ท่ี การเรยี นรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน
/ ตวั ชวี้ ัด

ประเทศไทยในเวลาเท่ยี งวนั ทาให้ไดร้ บั
ค ว า ม ร้ อ น จ า ก ด ว ง อ า ทิต ย์ อ ย่ า ง เ ต็ม ท่ี
อากาศจงึ รอ้ นอบอา้ วทาใหเ้ กดิ ฤดรู อ้ น

หนว่ ยย่อยท่ี 2 ภัยธรรมชาตแิ ละปรากฏการเรือนกระจก

น้าท่วม และดินถล่ม มีผลกระทบต่อ

ชีวิตและส่ิงแวดล้อมแตกต่างกนั มนุษย์

ควรเรยี นรู้วธิ ีปฏบิ ัติตนให้ปลอดภัย เช่น

7 ธรณพี บิ ตั ภิ ัย 1 (น้ำทว่ ม ดิน ว 3.2 ป.6/6 ตดิ ตามข่าวสารอย่างสม่าเสมอ เตรยี มถุง 4 5
ถล่ม) ว 3.2 ป.6/7 ยงั ชีพ ห้พร้อมใช้ตลอดเวลา และปฏิบัติ

ตามคาสงั่ ของผู้ปกครองและเจ้าหน้าท่ี

อย่างเคร่งครดั เม่อื เกิดภัยทางธรรมชาติ

และธรณพี บิ ตั ภิ ยั

แผ่นดินไหว สึนามิ และการกัดเซาะ

ชายฝั่ง มีผลกระทบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม

8 ธรณีพิบตั ิภยั 2 แตกต่างกนั มนษุ ย์ควรเรียนรวู้ ธิ ีปฏิบัติตนให้ 4 5
(แผน่ ดนิ ไหว สนึ ามิ การกัด ว 3.2 ป.6/6 ปลอดภัย เช่น ติดตามข่าวสารอ ย่าง
เซาะชายฝ่งั ) ว 3.2 ป.6/7 สม่ำเสมอ เตรียมถุงยังชีพให้พร้อมใช้

ตลอดเวลา และปฏิบัติตามคำสั่งของ

ผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเม่ือ

เกดิ ภยั ทางธรรมชาตแิ ละธรณพี ิบตั ภิ ยั

ปรากฏการณ์เรอื นกระจกเกิดจากแก๊ส

เรอื นกระจกในชนั้ บรรยากาศของโลกกักเก็บ

ความร้อน จากนั้นคาย ความร้อนบางส่วน

ว 3.2 ป.6/8 กลับสู่ผิวโลก จึงทำให้อากาศบนโลกมี
ว 3.2 ป.6/9
9 ปรากฏการณเ์ รอื นกระจก อุณหภูมทิ ี่เหมาะสมต่อการดำรงชวี ิต แต่เม่ือ 4 10
ปรากฏการณ์เรือนกระจกมีความรุนแรงมาก

ข้นึ จะมผี ลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมอิ ากาศโลก

และทำใหเ้ กดิ ภาวะโลกร้อน เราทกุ คนจึงควร

ช่วยกันลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดแก๊สเรือน

65

ลำดบั ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ท่ี การเรยี นรู้ (ช่ัวโมง) คะแนน
/ ตวั ชีว้ ัด

กระจก เช่น ใช้รถจักรยานแทนรถยนต์ ไม่

เผาขยะ ไมเ่ ผาป่า ไม่ตัดไมท้ ำลายป่า

หน่วยท่ี 8 ดาราศาสตร์และเทคโนโลยอี วกาศ

หนว่ ยยอ่ ยที่ 1 ปรากฏการณด์ าราศาสตร์

ปรากฏการณ์สุริยุปราคา เกิดในเวลา

กลางวัน เกิดจากดวงอาทิตย์ ดวงจนั ทร์ และ

โลก โคจรมาอยู่ในระนาบเดียวกัน โดยมีดวง

จนั ทร์อยตู่ รงกลางระหว่างดวงอาทติ ยก์ บั โลก

ปรากฏการณ์สุริยุปราคาอาจเกิดได้ 3

ลักษณะ คือ สรุ ยิ ุปราคาเต็มดวง สุริยุปราคา

บางส่วน และสุริยุปราคาวงแหวน เราไม่

สามารถสังเกตปรากฏการณ์สุริยุปราคาได้

ด้วยตาเปล่า ควรใช้อุปกรณ์ในการสังเกต

เชน่ แวน่ ตาดดู วงอาทิตย์

ปรากฏการณ์จันทรุปราคา เกิดในเวลา

กลางคืน เกิดจากดวงอาทิตย์ โลก และดวง

10 การเกิดอุปราคา ว 3.1 ป.6/1 จันทร์ โคจรมาอยู่ในระนาบเดียวกัน โดยมี 4 10

โลกอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์กับดวง

จันทร์ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเกิดได้ 3

ลักษณะ คือ จันทรุปราคาเต็มดวง

จันทรุปราคาบางส่วน จันทรุปราคาแบบ

บางส่วน และจันทรุปราคาแบบเงามัว เรา

สามารถสังเกตปรากฏการณ์จันทรุปราคาได้

ด้วยตาเปล่า

66

ลำดบั ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
ท่ี การเรยี นรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน
/ ตวั ชีว้ ัด

หนว่ ยย่อยท่ี 2 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอวกาศ

เทคโนโลยีอวกาศมีจุดเร่ิมตน้ จากมนุษย์

ว 3.1 ป.6/2 มีความต้องการสำรวจวัตถุท้องฟ้าโดยใช้ตา
เปล่า จากนั้นพัฒนามาเป็นการใช้กล้อง

โทรทรรศน์ และได้มีการพัฒนาจนสามารถ

ขนส่งเพื่อสำรวจอวกาศด้วยจรวดและยาน

11 พฒั นาการของเทคโนโลยี ขนส่งอวกาศและยังมีการพัฒนาอย่าง 3 10
อวกาศ 40 70
ต่อเนื่อง ในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยี

อวกาศบางประเภทมาประยุกต์ใช้ใน

ชวี ิตประจำวัน เช่น การใช้ดาวเทียมเพื่อการ

ส่ือสาร การพยากรณ์อากาศ หรอื การสำรวจ

ทรัพยากรธรรมชาติ แม้กระทั่งสิง่ ประดิษฐท์ ่ี

ได้จากการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ เช่น

หมวกนริ ภัย ชุดกฬี า

รวม

สอบปลายภาค 30

67

คำอธบิ ายรายวชิ า

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์

รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ 6 ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6

รหสั วชิ า ว16101 เวลา 120 ชั่วโมง / ปี

.............................................................................................................................................................

ศึกษา วิเคราะห์ สารอาหารประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทาน
การเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความ
ปลอดภยั ต่อสุขภาพ แบบจำลอง ระบบย่อยอาหาร หน้าที่ของอวยั วะในระบบย่อยอาหาร การย่อยอาหารและ
การดูดซึมสารอาหาร ความสำคัญของระบบย่อยอาหาร การดูแลรักษาอวัยวะในระบบย่อยอาหารให้ทำงาน
เป็นปกติ การแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการ
ตกตะกอน วธิ กี ารแกป้ ัญหาในชีวิตประจำวันเกยี่ วกบั การแยกสาร การเกดิ และผลของแรงไฟฟ้าซึ่งเกดิ จากวัตถุ
ทผ่ี า่ นการขัดถู ส่วนประกอบ หนา้ ท่ี ของวงจรไฟฟา้ แตล่ ะส่วนอย่างงา่ ย แผนภาพการต่อวงจรไฟฟ้าอนุกรม
และแบบขนาน การต่อหลอดไฟฟา้ แบบอนกุ รมและขนานด้วยวธิ ีการทเ่ี หมาะสม ประโยชน์ ข้อจำกัด การเกิด
เงามืด เงามัว แผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามัว แบบจำลองปรากฏการณ์สุริยุปราคา และ
จันทรปุ ราคา พฒั นาการของเทคโนโลยีอวกาศและการใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจำวัน กระบวนการเกิดหินอัคนี
หนิ ตะกอน และหินแปร แบบจำลองวฏั จักรหิน การใชป้ ระโยชน์ของหนิ และแร่ในชีวติ ประจำวัน แบบจำลอง
การเกิด ซากดึกดำบรรพ์สภาพแวดล้อมในอดีต การเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม จากแบบจำลอง ผลของ
มรสุมต่อการเกิดฤดูของประเทศไทย ลักษณะและผลกระทบของ น้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม
แผ่นดินไหว สึนามิ ผลกระทบของภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย แนวทางการเฝ้าระวังและปฏิบัติตนให้
ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ แบบจำลองอธิบายการเกิดและผลของปรากฏการณ์เรือนกระจก กิจกรรมที่
กอ่ ให้เกิดแก๊สเรือนกระจก ผลกระทบของปรากฏการณ์เรอื นกระจกลกู เห็บ

ใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแก้ปญั หา การทำงาน การคาดการณผ์ ลลพั ธ์ จากปัญหาอย่างง่าย ออกแบบ
และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไขใช้อินเทอร์เน็ต
คน้ หาความรู้ รวบรวม ประเมนิ นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ โดยใช้ซอฟตแ์ วรท์ ีห่ ลากหลาย เพ่ือแก้ปญั หาใน
ชวี ิตประจำวัน ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เขา้ ใจสทิ ธแิ ละหน้าท่ขี องตน เคารพในสิทธขิ องผอู้ ืน่

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบคน้ ขอ้ มูล
การเปรียบเทยี บข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจกั ษ์ และการอภิปรายเพื่อให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สามารถสอ่ื สารส่งิ ที่เรยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความร้ไู ปใชใ้ นชีวติ ประจำวัน มจี ิตวทิ ยาศาสตร์
มจี รยิ ธรรม คุณธรรมและคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม

68

รหัสตัวช้ีวดั ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5
ป.6/1
มาตรฐาน ว 1.2 ป.6/1
มาตรฐาน ว 2.1 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 , ป.6/4 , ป.6/5 , ป.6/6 , ป.6/7 , ป.6/8
มาตรฐาน ว 2.2 ป.6/1 , ป.6/2
มาตรฐาน ว 2.3 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 , ป.6/4 , ป’6/5 , ป.6/6 , ป.6/7 , ป.6/8 , ป.6/9
มาตรฐาน ว 3.1 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3, ป.6/4
มาตรฐาน ว 3.2
มาตรฐาน ว 4.2
รวม 30 ตวั ชวี้ ัด

สมรรถนะหลัก

1. การคดิ ขัน้ สงู
2. การส่ือสาร
3. การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทมี
4. การอย่รู ่วมกับธรรมชาตแิ ละวทิ ยาการอยา่ งย่งั ยืน


Click to View FlipBook Version