วิเคราะห์หลักสูตร
รายวิชาวิทยาศาสตร์
กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๖
โดย นายธนพล หรงั่ มา ตาแหน่ง ครผู ชู้ ว่ ย
โรงเรยี นบา้ นน้ากอ้ (ราษฎรป์ ระดษิ ฐว์ ทิ ยา)
สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาเพชรบรู ณ์ เขต ๒
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
วิเคราะห์หลกั สตู รวชิ าวทิ ยาศาสตร์
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6
การวิเคราะห์ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งมาตรฐานการเรยี นรูก้ ลมุ่ สาระกบั ตวั ชวี้ ัดชน้ั ปี
มาตรฐานการเรยี นรกู้ ลุม่ สาระ ตวั ชวี้ ัดชัน้ ปี
สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบตั ิของสงิ่ มีชวี ิต หนว่ ยพื้นฐาน ว 1.2 ป.6/1 ระบุสารอาหารและบอกประโยชนข์ อง
ของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ สารอาหารแตล่ ะประเภทจากอาหารทีต่ นเองรบั ประทาน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ว 1.2 ป.6/2 บอกแนวทางในการเลอื กรบั ประทานอาหาร
ของสตั วแ์ ละมนุษยท์ ่ีทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ ให้ได้สารอาหารครบถ้วน ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศ
โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงาน และวยั รวมทงั้ ความปลอดภัยตอ่ สุขภาพ
สัมพันธก์ ัน รวมท้งั นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์ ว 1.2 ป.6/3 ตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของสารอาหาร โดย
การเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนใน
สัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งปลอดภัยต่อ
สุขภาพ
ว 1.2 ป.6/4 สร้างแบบจำลองระบบย่อยอาหาร และ
บรรยายหนา้ ทีข่ องอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร รวมทั้ง
อธิบายการยอ่ ยอาหารและการดดู ซมึ สารอาหาร
ว 1.2 ป.6/5 ตระหนักถึงความสำคัญของระบบย่อย
อาหารโดยการบอกแนวทางในการดูแลรกั ษาอวัยวะ
ในระบบย่อยอาหารใหท้ ำงานเปน็ ปกติ
สาระที่ 2 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบตั ขิ องสสาร องค์ประกอบของ ว 2.1 ป.6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสม
สสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับโครงสรา้ ง โดยการหยิบออก การร่อน การใชแ้ มเ่ หล็กดงึ ดดู
และแรงยดึ เหน่ยี วระหวา่ งอนุภาค หลกั และธรรมชาติของ การรินออก การกรอง และการตกตะกอนโดยใช้หลกั ฐาน
การเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย เชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน
และการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี เกย่ี วกับการแยกสาร
มาตรฐานการเรียนรกู้ ลุ่มสาระ ตัวช้ีวัดชนั้ ปี
มาตรฐาน ว 2.2 เขา้ ใจธรรมชาติของแรงในชวี ติ ประจำวัน ว 2.2 ป.6/1 อธิบายการเกดิ และผลของแรงไฟฟ้าซ่งึ เกิด
ผลของแรงทีก่ ระทำต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่าง จากวตั ถุท่ผี ่านการขัดถู โดยใชห้ ลักฐานเชิงประจกั ษ์
ๆ ของวัตถุ รวมท้ังนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน ว 2.3 ป.6/1 ระบุส่วนประกอบและบรรยายหน้าทข่ี องแต่
การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ยจาก
ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน หลักฐานเชงิ ประจักษ์
ธรรมชาติของคล่ืน ปรากฏการณ์ทีเ่ กีย่ วข้องกับเสียง แสง ว 2.3 ป.6/2 เขยี นแผนภาพและตอ่ วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
และคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟา้ รวมทง้ั นำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ ว 2.3 ป.6/3 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่
เ ห ม า ะ ส ม ใ น ก า ร อ ธ ิ บ า ย ว ิ ธ ี ก า ร แ ล ะ ผ ล ข อ ง ก า ร ต่ อ
เซลล์ไฟฟา้ แบบอนกุ รม
ว 2.3 ป.6/4 ตระหนกั ถึงประโยชนข์ องความรู้ของการตอ่
เซลล์ไฟฟ้าแบบอนกุ รมโดยบอกประโยชน์และ
การประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวัน
ว 2.3 ป.6/5 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีท่ี
เหมาะสมในการอธิบายการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม
และแบบขนาน
ว 2.3 ป.6/6 ตระหนกั ถึงประโยชน์ของความรู้ของการตอ่
หลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน โดยบอก
ประโยชน์ ข้อจำกัด และการประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวัน
ว 2.3 ป.6/7 อธบิ ายการเกิดเงามดื เงามวั จากหลกั ฐานเชิง
ประจกั ษ์
ว 2.3 ป.6/8 เขียนแผนภาพรังสขี องแสงแสดงการเกิด
เงามดื เงามวั
มาตรฐานการเรียนรู้กลมุ่ สาระ ตวั ชว้ี ัดช้ันปี
สาระที่ 3 วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ ว 3.1 ป.6/1 สร้างแบบจำลองท่อี ธิบายการเกิด และ
กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี เปรยี บเทยี บปรากฏการณ์สุรยิ ปุ ราคาและจนั ทรปุ ราคา
ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมท้ังปฏิสัมพันธ์ภายในระบบ ว 3.1 ป.6/2 อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ
สรุ ิยะทีส่ ง่ ผลต่อสงิ่ มชี ีวิต และยกตัวอยา่ งการนำเทคโนโลยีอวกาศมาใช้ประโยชน์
และการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยอี วกาศ ในชวี ติ ประจำวัน จากข้อมลู ทรี่ วบรวมได้
มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ ว 3.2 ป.6/1 เปรยี บเทียบกระบวนการเกดิ หินอคั นี
ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลกและ หินตะกอน และหินแปร และอธิบายวัฏจักรหินจาก
บนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟา้ แบบจำลอง
อากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิตและ ว 3.2 ป.6/2 บรรยายและยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์
สงิ่ แวดล้อม ของหนิ และแร่ในชวี ติ ประจำวันจากข้อมลู ที่รวบรวมได้
ว 3.2 ป.6/3 สร้างแบบจำลองทีอ่ ธบิ ายการเกดิ ซากดึกดำ
บ ร ร พ ์ แ ล ะ ค า ด ค ะ เ น ส ภ า พ แ ว ด ล ้ อ ม ใ น อ ดี ต
ของซากดึกดำบรรพ์
ว 3.2 ป.6/4 เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และ
มรสมุ รวมทั้งอธิบายผลท่มี ตี ่อสิ่งมชี วี ิตและส่งิ แวดล้อม
จากแบบจำลอง
ว 3.2 ป.6/5 อธิบายผลของมรสุมต่อการเกิดฤดูของ
ประเทศไทยจากข้อมูลที่รวบรวมได้
ว 3.2 ป.6/6 บรรยายลกั ษณะและผลกระทบของน้ำท่วม
การกดั เซาะชายฝ่งั ดินถล่ม แผน่ ดนิ ไหว สึนามิ
ว 3.2 ป.6/7 ตระหนักถึงผลกระทบของภัยธรรมชาติและ
ธรณีพิบัติภัย โดยนำเสนอแนวทางในการเฝ้าระวังและ
ปฏิบัติตนใหป้ ลอดภยั จากภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัยที่
อาจเกดิ ในท้องถ่ิน
ว 3.2 ป.6/8 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิด
ปรากฏการณเ์ รือนกระจก และผลของปรากฏการณเ์ รอื น
กระจกต่อสิ่งมชี วี ิต
มาตรฐานการเรียนรู้กล่มุ สาระ ตวั ช้วี ัดช้นั ปี
ว 3.2 ป.6/9 ตระหนักถึงผลกระทบของปรากฏการณ์
เรอื นกระจก โดยนำเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ิตนเพือ่
ลดกจิ กรรมท่ีก่อให้เกดิ แกส๊ เรือนกระจก
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการ ว 4.2 ป.6/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและ
แก้ปัญหาท่พี บในชวี ิตจริงอยา่ งเป็นขัน้ ตอนและเป็นระบบ ออกแบบวิธีการแกป้ ัญหาทพี่ บในชีวิตประจำวนั
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้ การ ว 4.2 ป.6/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ย เพื่อ
ทำงาน และการแก้ปัญหาไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ ร้เู ท่าทัน แก้ปญั หาในชวี ติ ประจำวัน ตรวจหาข้อผิดพลาด
และมีจรยิ ธรรม ของโปรแกรมและแกไ้ ข
ว 4.2 ป.6/3 ใชอ้ นิ เทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอยา่ งมี
ประสิทธิภาพ
ว 4.2 ป.6/4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทำงานร่วมกนั อยา่ ง
ปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของ
ผู้อื่น แจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบข้อมูลหรือบุคคลที่ไม่
เหมาะสม
การวเิ คราะห์ความสัมพันธร์ ะหว่างสาระการเรยี นรูช้ ่วงชนั้ กับสาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ตวั ช้วี ัดช้นั ปี สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
สาระที่ 1 วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารผ่านเซลล์ความสัมพันธ์ของ
โครงสร้าง และหน้าทขี่ องระบบตา่ ง ๆ ของสตั ว์และมนษุ ยท์ ที่ ำงานสัมพนั ธ์กนั ความสมั พันธข์ องโครงสร้าง และหน้าที่ของ
อวัยวะต่าง ๆ ของพืชทีท่ ำงานสัมพันธก์ นั รวมทัง้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ว 1.2 ป.6/1 ระบสุ ารอาหารและบอกประโยชนข์ อง • สารอาหารทีอ่ ยใู่ นอาหารม๖ี ประเภท ได้แก่คาร์โบไฮเดรต
สารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารทีต่ นเองรบั ประทาน โปรตีน ไขมนั เกลือแร่ วติ ามินและน้ำ
ว 1.2 ป.6/2 บอกแนวทางในการเลือกรบั ประทานอาหาร • อาหารแต่ละชนิดประกอบด้วยสารอาหารที่แตกต่างกัน
ใหไ้ ด้สารอาหารครบถว้ น ในสดั สว่ นทเ่ี หมาะสมกับเพศและ อาหารบางอย่างประกอบด้วยสารอาหารประเภทเดียว
วยั รวมทั้งความปลอดภัยต่อสุขภาพ อาหารบางอย่างประกอบด้วยสารอาหารมากกว่าหนึ่ง
ว 1.2 ป.6/3 ตระหนักถึงความสำคัญของสารอาหาร โดย ประเภท
การเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนใน • สารอาหารแต่ละประเภทมีประโยชน์ต่อร่างกายแตกต่าง
สัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งปลอดภัยต่อ กัน โดยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันเป็นสารอาหารท่ี
สขุ ภาพ ให้พลังงานแก่ร่างกายส่วนเกลือแร่วิตามิน และน้ำ เป็น
สารอาหารที่ไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย แต่ช่วยให้ร่างกาย
ทาํ งานได้เปน็ ปกติ
• การรับประทานอาหาร เพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโต มีการ
เปลี่ยนแปลงของร่างกายตามเพศและวัย และมีสุขภาพดี
จำเป็นต้องรับประทานให้ได้พลังงานเพียงพอกับความ
ต้องการของร่างกายและให้ได้สารอาหารครบถ้วน ใน
สัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวยั รวมท้ังต้องคำนึงถึงชนดิ
และปริมาณของวัตถุเจือปนในอาหารเพือ่ ความปลอดภัยต่อ
สขุ ภาพ
ว 1.2 ป.6/4 สร้างแบบจำลองระบบย่อยอาหาร และ • ระบบย่อยอาหารประกอบดว้ ยอวยั วะต่าง ๆ ได้แก่
บรรยายหน้าทข่ี องอวัยวะในระบบยอ่ ยอาหาร รวมท้ัง ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลําไส้เลก็
อธบิ ายการย่อยอาหารและการดดู ซมึ สารอาหาร ลําไสใ้ หญ่ ทวารหนกั ตับ และตบั อ่อน ซึ่งทํา
ว 1.2 ป.6/5 ตระหนักถึงความสำคัญของระบบยอ่ ยอาหาร หนา้ ทีร่ ่วมกันในการย่อยและดดู ซึมสารอาหาร
โดยการบอกแนวทางในการดูแลรกั ษาอวยั วะ - ปากมีฟันช่วยบดเคย้ี วอาหารใหม้ ขี นาดเล็กลง
ในระบบยอ่ ยอาหารใหท้ ำงานเปน็ ปกติ และมลี ิ้นชว่ ยคลกุ เคล้าอาหารกบั นำ้ ลาย
ในน้ำลายมีเอนไซมย์ อ่ ยแป้งใหเ้ ป็นน้ำตาล
- หลอดอาหารทําหนา้ ท่ลี ําเลียงอาหารจากปาก
ตัวชี้วัดช้ันปี สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ไปยงั กระเพาะอาหาร ภายในกระเพาะอาหาร
มกี ารย่อยโปรตีนโดยกรดและเอนไซม์ทส่ี ร้าง
จากกระเพาะอาหาร
- ลําไส้เลก็ มีเอนไซม์ทีส่ รา้ งจากผนังลาํ ไส้เลก็ เอง
และจากตบั อ่อนท่ชี ว่ ยยอ่ ยโปรตีน คารโ์ บไฮเดรต
และไขมนั โดยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมนั
ทผ่ี า่ นการยอ่ ยจนเป็นสารอาหารขนาดเลก็ พอ
ที่จะดูดซมึ ไดร้ วมถึงน้ำ เกลือแรแ่ ละวิตามนิ
จะถกู ดูดซมึ ท่ผี นงั ลาํ ไส้เลก็ เข้าสู่กระแสเลือด
เพือ่ ลําเลียงไปยงั ส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกาย ซ่ึง
โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน จะถูกนําไปใช้
เปน็ แหลง่ พลังงานสำหรบั ใช้ในกจิ กรรมต่าง ๆ
สว่ นนำ้ เกลือแรแ่ ละวิตามิน จะชว่ ยใหร้ า่ งกาย
ทํางานได้เป็นปกติ
- ตบั สรา้ งน้ำดแี ลว้ ส่งมายังลาํ ไส้เล็กชว่ ยใหไ้ ขมัน
แตกตัว
- ลําไสใ้ หญ่ทาํ หน้าทดี่ ดู น้ำและเกลือแร่ เป็น
บรเิ วณทีม่ อี าหารทยี่ ่อยไม่ได้หรือยอ่ ยไม่หมด
เปน็ กากอาหาร ซงึ่ จะถกู กาํ จดั ออกทางทวารหนกั
• อวัยวะต่าง ๆ ในระบบยอ่ ยอาหารมคี วามสำคัญ
จึงควรปฏบิ ตั ติ น ดูแลรกั ษาอวัยวะใหท้ ํางาน
เปน็ ปกติ
สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหวา่ งสมบัติของสสารกบั โครงสร้างและ
แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการ
เกดิ ปฏิกิริยาเคมี
ว 2.1 ป.6/1 อธิบายและเปรยี บเทยี บการแยกสารผสมโดย • สารผสมประกอบดว้ ยสารต้งั แต่ ๒ ชนดิ ขน้ึ ไปผสมกนั
การหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก เช่น น้ำมันผสมน้ำ ข้าวสารปนกรวดทราย วิธีการที่
การกรอง และการตกตะกอนโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะและสมบัติ
รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับ ของสารทีผ่ สมกนั ถ้าองคป์ ระกอบของสารผสมเป็นของแข็ง
การแยกสาร กับของแข็งที่มีขนาดแตกตา่ งกันอย่างชัดเจน อาจใช้วิธกี าร
หยิบออกหรอื การร่อนผ่านวัสดุท่ีมรี ูถ้ามีสารใดสารหนึ่งเป็น
ตัวช้ีวัดชน้ั ปี สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
สารแม่เหล็กอาจใช้วิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูดถ้าองค์ประกอบ
เป็นของแข็งที่ไม่ละลายในของเหลว อาจใช้วิธีการรินออก
การกรอง หรือการตกตะกอน ซึ่งวิธีการแยกสารสามารถ
นําไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจําวันได้
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ
ของวัตถุ รวมทง้ั นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์
ว 2.2 ป.6/1 อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้าซึ่งเกิด • วัตถุ 2 ชนิดที่ผ่านการขัดถูแล้ว เมื่อนําเข้าใกล้กันอาจ
จากวัตถุทผ่ี า่ นการขัดถู โดยใช้หลกั ฐานเชิงประจักษ์ ดึงดูดหรือผลักกัน แรงที่เกิดขึ้นนี้เป็นแรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นแรง
ไม่สมั ผสั เกดิ ขน้ึ ระหว่างวัตถทุ ม่ี ปี ระจุไฟฟา้ ซงึ่ ประจไุ ฟฟ้ามี
2 ชนิด คือประจุไฟฟ้าบวกและประจุไฟฟา้ ลบ วัตถุทม่ี ีประจุ
ไฟฟา้ ชนิดเดยี วกันผลักกนั ชนิดตรงข้ามกันดึงดดู กัน
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถา่ ยโอนพลงั งาน ปฏิสมั พันธ์ระหว่างสสารและ
พลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
รวมทัง้ นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ว 2.3 ป.6/1 ระบุส่วนประกอบและบรรยายหน้าที่ของแต่ • วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายประกอบด้วยแหล่งกําเนิดไฟฟ้า
ละสว่ นประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างงา่ ยจาก สายไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า
หลักฐานเชิงประจักษ์ แหลง่ กําเนิดไฟฟา้ เช่น ถ่านไฟฉาย หรอื แบตเตอร่ี ทําหนา้ ท่ี
ว 2.3 ป.6/2 เขียนแผนภาพและต่อวงจรไฟฟา้ อยา่ งง่าย ให้พลังงานไฟฟ้า สายไฟฟ้าเป็นตัวนําไฟฟ้า ทําหน้าที่
เชื่อมต่อระหว่างแหล่งกําเนิดไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้า
ด้วยกันเครื่องใช้ไฟฟ้ามีหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็น
พลังงานอน่ื
ว 2.3 ป.6/3 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีท่ี • เมื่อนําเซลล์ไฟฟ้าหลายเซลล์มาต่อเรียงกันโดยให้ขัว้ บวก
เหมาะสมในการอธิบายวิธีการและผลของการต่อ ของเซลล์ไฟฟ้าเซลล์หนึง่ ต่อกับข้ัวลบของอีกเซลล์หนึ่งเปน็
เซลลไ์ ฟฟ้าแบบอนกุ รม การต่อแบบอนุกรมทําให้มีพลังงานไฟฟ้าเหมาะสมกับ
ว 2.3 ป.6/4 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการตอ่ เครื่องใช้ไฟฟ้าซึ่งการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมสามารถ
เซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมโดยบอกประโยชน์และการ นําไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาํ วัน เช่น การต่อเซลล์ไฟฟา้
ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวนั ในไฟฉาย
ตัวชีว้ ัดช้ันปี สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ว 2.3 ป.6/5 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่ • การตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมเมือ่ ถอดหลอดไฟฟา้ ดวงใด
เหมาะสมในการอธิบายการตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและ ดวงหนึ่งออกทําให้หลอดไฟฟ้าที่เหลือดับทั้งหมด ส่วนการ
แบบขนาน ต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน เมื่อถอดหลอดไฟฟ้าดวงใดดวง
ว 2.3 ป.6/6 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการตอ่ หน่ึงออกหลอดไฟฟ้าท่ีเหลอื ก็ยงั สว่างไดก้ ารต่อหลอดไฟฟ้า
หลอดไฟฟา้ แบบอนกุ รมและแบบขนาน โดยบอกประโยชน์ แต่ละแบบสามารถนําไปใช้ประโยชนไ์ ด้ เช่น การต่อหลอด
ข้อจำกัด และการประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวัน ไฟฟ้าหลายดวงในบ้านจึงต้องต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน
เพอื่ เลือกใชห้ ลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนึ่งไดต้ ามตอ้ งการ
ว 2.3 ป.6/7 อธิบายการเกดิ เงามดื เงามวั จากหลกั ฐานเชงิ • เมื่อนําวัตถุทบึ แสงมาก้ันแสงจะเกิดเงาบนฉากรับแสงที่อยู่
ประจกั ษ์ ดา้ นหลังวตั ถุโดยเงามรี ูปรา่ งคล้ายวัตถุที่ทําให้เกิดเงา เงามัว
ว 2.3 ป.6/8 เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกดิ เป็นบริเวณที่มีแสงบางส่วนตกลงบนฉาก ส่วนเงามืดเป็น
เงามืดเงามัว บรเิ วณท่ไี มม่ แี สงตกลงบนฉากเลย
สาระที่ 3 วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และววิ ัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสรุ ยิ ะ รวมท้งั ปฏสิ ัมพันธ์ภายในระบบสรุ ยิ ะท่ีส่งผลต่อสง่ิ มชี วี ติ
และการประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยอี วกาศ
ว 3.1 ป.6/1 สรา้ งแบบจำลองท่อี ธบิ ายการเกิด และ • เมื่อโลกและดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน
เปรยี บเทยี บปรากฏการณ์สุริยปุ ราคาและจนั ทรปุ ราคา กับดวงอาทิตย์ในระยะทางที่เหมาะสมทําให้ดวงจันทร์บัง
ดวงอาทิตย์เงาของดวงจันทร์ทอดมายังโลก ผู้สังเกตที่อยู่
บริเวณเงาจะมองเห็นดวงอาทิตย์มืดไป เกิดปรากฏการณ์
สุริยปุ ราคาซ่งึ มีทง้ั สุรยิ ปุ ราคาเต็มดวง สรุ ยิ ุปราคาบางส่วน
และสุรยิ ุปราคาวงแหวน
• หากดวงจันทร์และโลกโคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน
กับดวงอาทิตย์แล้วดวงจันทร์เคลื่อนที่ผ่านเงาของโลก จะ
มองเห็นดวงจันทร์มืดไปเกดิ ปรากฏการณ์จนั ทรปุ ราคาซ่งึ มี
ท้ังจันทรปุ ราคาเตม็ ดวง และจันทรปุ ราคาบางส่วน
ตัวชี้วัดช้นั ปี สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ว 3.1 ป.6/2 อธิบายพฒั นาการของเทคโนโลยีอวกาศ และ • เทคโนโลยีอวกาศเริ่มจากความต้องการของมนุษย์ในการ
ยกตัวอยา่ งการนำเทคโนโลยอี วกาศมาใชป้ ระโยชน์ สํารวจวัตถุท้องฟ้าโดยใช้ตาเปล่ากล้องโทรทรรศน์และได้
ในชีวิตประจำวัน จากขอ้ มูลที่รวบรวมได้ พัฒนาไปสู่การขนส่งเพื่อสํารวจอวกาศด้วยจรวดและยาน
ขนสง่ อวกาศและยงั คงพัฒนาอยา่ งต่อเนอ่ื ง ปจั จุบนั มีการนาํ
เทคโนโลยีอวกาศบางประเภทมาประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจำวัน เช่น การใช้ดาวเทียมเพื่อการสื่อสาร การ
พยากรณ์อากาศ หรือการสํารวจทรัพยากรธรรมชาติการใช้
อปุ กรณว์ ดั ชพี จรและการเตน้ ของหัวใจ หมวกนริ ภยั ชุดกฬี า
มาตรฐาน ว 3.2 เขา้ ใจองค์ประกอบ และความสัมพนั ธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผิวโลก
ธรณพี ิบตั ภิ ัย กระบวนการเปลยี่ นแปลงลมฟ้าอากาศและภูมอิ ากาศโลก รวมทงั้ ผลต่อสงิ่ มีชวี ิตและสิ่งแวดล้อม
ว 3.2 ป.6/1 เปรยี บเทยี บกระบวนการเกิดหินอคั นี • หนิ เป็นวัสดแุ ข็งเกดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาตปิ ระกอบด้วย แร่
หินตะกอน และหินแปร และอธิบายวัฏจักรหินจาก ตั้งแต่หนึ่งชนิดขึ้นไป สามารถจําแนกหินตามกระบวนการ
แบบจำลอง เกิดได้เปน็ 3 ประเภทไดแ้ ก่ หินอัคนหี นิ ตะกอน และหนิ แปร
• หินอัคนีเกิดจากการเย็นตัวของแมกมา เนื้อหินมีลักษณะ
เปน็ ผลกึ ท้ังผลึกขนาดใหญ่และขนาดเลก็ บางชนิดอาจเป็น
เนอ้ื แก้วหรือมรี ูพรนุ
• หินตะกอน เกิดจากการทับถมของตะกอนเมื่อถูกแรงกด
ทบั และมีสารเชอื่ มประสานจงึ เกดิ เปน็ หนิ เนื้อหินกลุ่มนี้ส่วน
ใหญ่มีลักษณะเป็นเม็ดตะกอนมีทั้งเนื้อหยาบและเนื้อ
ละเอียด บางชนิดเป็นเนื้อผลึกที่ยึดเกาะกันเกิดจากการตก
ผลึกหรือตกตะกอนจากน้ำโดยเฉพาะน้ำทะเล บางชนิด มี
ลกั ษณะเปน็ ชัน้ ๆ จงึ เรียกอกี ช่อื วา่ หินชน้ั
• หินแปร เกิดจากการแปรสภาพของหินเดิมซึง่ อาจเป็นหิน
อัคนีหินตะกอน หรือหินแปรโดยการกระทําของความร้อน
ความดัน และปฏกิ ริ ิยาเคมเี นอื้ หินของหินแปรบางชนดิ ผลกึ
ของแร่เรียงตวั ขนานกันเป็นแถบ บางชนดิ แซะออกเป็นแผ่น
ไดบ้ างชนิดเป็นเน้อื ผลึกท่ีมคี วามแขง็ มาก
• หินในธรรมชาติทั้ง ๓ ประเภท มีการเปลี่ยนแปลงจาก
ประเภทหน่ึงไปเป็นอกี ประเภทหน่ึง หรือประเภทเดิมได้โดย
มีแบบรปู การเปลย่ี นแปลงคงท่ีและตอ่ เนือ่ งเป็นวฏั จกั ร
ตัวชีว้ ัดชน้ั ปี สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ว 3.2 ป.6/2 บรรยายและยกตวั อย่างการใช้ประโยชน์ของ • หินและแร่แต่ละชนิดมีลักษณะและสมบัติแตกต่างกัน
หนิ และแรใ่ นชวี ติ ประจำวนั จากข้อมูลทีร่ วบรวมได้ มนษุ ยใ์ ชป้ ระโยชนจ์ ากแรใ่ นชวี ติ ประจำวันในลักษณะต่าง ๆ
เช่น นําแร่มาทําเครื่องสําอาง ยาสีฟัน เครื่องประดับ
อุปกรณท์ างการแพทย์และนาํ หินมาใช้ในงานกอ่ สรา้ ง
ตา่ ง ๆ เป็นต้น
ว 3.2 ป.6/3 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิดซากดึกดำ • ซากดึกดำบรรพ์เกิดจากการทับถมหรือการประทับรอย
บ ร ร พ ์ แ ล ะ ค า ด ค ะ เ น ส ภ า พ แ ว ด ล ้ อ ม ใ น อ ดี ต ของสิ่งมีชีวิตในอดีต จนเกิดเป็นโครงสร้างของซากหรือ
ของซากดึกดำบรรพ์ ร่องรอยของส่ิงมชี วี ติ ที่ปรากฏอยใู่ นหนิ ในประเทศไทยพบ
ซากดึกดำบรรพ์ที่หลากหลาย เช่น พืช ปะการัง หอย ปลา
เตา่ ไดโนเสาร์และรอยตนี สัตว์
• ซากดึกดำบรรพส์ ามารถใช้เปน็ หลักฐานหนึ่งท่ีช่วยอธิบาย
สภาพแวดล้อมของพื้นที่ในอดีตขณะเกิดสิ่งมีชีวิตนั้น เช่น
หากพบซากดึกดำบรรพ์ของหอยน้ำจืด สภาพแวดล้อม
บริเวณนนั้ อาจเคยเปน็ แหล่งนำ้ จืดมากอ่ น และหากพบซาก
ดึกดำบรรพ์ของพืช สภาพแวดล้อมบริเวณนั้นอาจเคยเป็น
ปา่ มากอ่ น นอกจากนี้ซากดกึ ดำบรรพ์ยงั สามารถใช้ระบุอายุ
ของหนิ และเป็นขอ้ มูลในการศึกษาวิวฒั นาการของสง่ิ มีชวี ิต
ว 3.2 ป.6/4 เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และ • ลมบก ลมทะเล และมรสุม เกิดจากพ้ืนดินและพ้นื น้ำ ร้อน
มรสมุ รวมทง้ั อธิบายผลที่มตี อ่ ส่งิ มีชีวิตและสิง่ แวดลอ้ ม และเย็นไม่เท่ากันทําใหอ้ ณุ หภูมิอากาศเหนอื พื้นดินและพืน้
จากแบบจำลอง น้ำแตกต่างกัน จึงเกิดการเคลื่อนที่ของอากาศจากบริเวณท่ี
มอี ุณหภมู ิตำ่ ไปยงั บรเิ วณทีม่ อี ณุ หภมู ิสงู
• ลมบกและลมทะเลเป็นลมประจำถิ่นที่พบบริเวณชายฝ่ัง
โดยลมบกเกดิ ในเวลากลางคนื ทําให้มีลมพดั จากชายฝ่ังไปสู่
ทะเล ส่วนลมทะเลเกิดในเวลากลางวัน ทําให้มีลมพัดจาก
ทะเลเขา้ สชู่ ายฝงั่
ตัวชวี้ ัดช้นั ปี สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ว 3.2 ป.6/5 อธิบายผลของมรสุมต่อการเกิดฤดูของ • มรสมุ เป็นลมประจำฤดูเกดิ บรเิ วณเขตร้อนของโลก ซงึ่ เป็น
ประเทศไทยจากขอ้ มลู ที่รวบรวมได้ บริเวณกว้างระดับภูมิภาคประเทศไทยได้รับผลจากมรสุม
ตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงประมาณกลางเดือนตุลาคม
จนถงึ เดือนกมุ ภาพันธ์ทาํ ให้เกิดฤดูหนาว และไดร้ บั ผลจาก
มรสุมตะวนั ตกเฉียงใตใ้ นชว่ งประมาณกลางเดือนพฤษภาคม
จนถึงกลางเดือนตุลาคมทําให้เกิดฤดูฝน ส่วนช่วงประมาณ
กลางเดือนกุมภาพันธ์จนถึงกลางเดือนพฤษภาคมเป็นช่วง
เปลี่ยนมรสุมและประเทศไทยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร
แสงอาทิตย์เกือบตง้ั ตรงและตง้ั ตรงประเทศไทยในเวลา
เที่ยงวัน ทําให้ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์อย่างเต็มท่ี
อากาศจึงรอ้ นอบอา้ วทําใหเ้ กิดฤดูรอ้ น
ว 3.2 ป.6/6 บรรยายลกั ษณะและผลกระทบของน้ำท่วม • น้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหวและสึนา
การกดั เซาะชายฝงั่ ดนิ ถลม่ แผน่ ดนิ ไหว สึนามิ มิมผี ลกระทบตอ่ ชวี ิตและส่ิงแวดล้อมแตกต่างกัน
ว 3.2 ป.6/7 ตระหนกั ถึงผลกระทบของภยั ธรรมชาติและ • มนุษย์ควรเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนให้ปลอดภัย เช่นติดตาม
ธรณีพิบัติภัย โดยนำเสนอแนวทางในการเฝ้าระวังและ ข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ เตรียมถุงยังชีพให้พร้อมใช้
ปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัยท่ี ตลอดเวลา และปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ปกครองและ
อาจเกิดในท้องถิ่น เจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเมื่อเกิดภัยธรร ม ชา ติ
และธรณีพบิ ัติภยั
ว 3.2 ป.6/8 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิด • ปรากฏการณ์เรือนกระจกเกิดจากแก๊สเรือนกระจกในชน้ั
ปรากฏการณ์เรือนกระจก และผลของปรากฏการณ์เรือน บรรยากาศของโลกกักเก็บความร้อนแล้วคายความร้อน
กระจกตอ่ สง่ิ มชี ีวติ บางส่วนกลับสู่ผิวโลก ทําให้อากาศบนโลกมีอุณหภูมิ
ว 3.2 ป.6/9 ตระหนกั ถงึ ผลกระทบของปรากฏการณเ์ รือน เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต
กระจก โดยนำเสนอแนวทางการปฏิบตั ิตนเพื่อ • หากปรากฏการณ์เรือนกระจกรุนแรงมากขึ้นจะมีผลต่อ
ลดกจิ กรรมท่กี ่อให้เกดิ แก๊สเรอื นกระจก การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกมนุษย์จึงควรร่วมกันลด
กจิ กรรมทกี่ อ่ ให้เกดิ แก๊สเรือนกระจก
ตัวช้วี ัดช้นั ปี สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารในการเรยี นรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมี
จรยิ ธรรม
ว 4.2 ป.6/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและ • การแกป้ ญั หาอยา่ งเป็นข้ันตอนจะช่วยใหแ้ กป้ ญั หา
ออกแบบวิธกี ารแก้ปญั หาทีพ่ บในชวี ิตประจำวนั ได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ
• การใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะเป็นการนํากฎเกณฑห์ รอื เง่ือนไขที่
ครอบคลมุ ทกุ กรณีมาใชพ้ ิจารณาในการแกป้ ัญหา
• แนวคดิ ของการทาํ งานแบบวนซำ้ และเงอ่ื นไข
• การพิจารณากระบวนการทํางานท่ีมีการทํางานแบบวนซ้ำ
หรือเงื่อนไขเป็นวิธีการที่จะช่วยให้การออกแบบวิธีการ
แก้ปัญหาเป็นไปอยา่ งมีประสิทธิภาพ
• ตัวอย่างปัญหา เช่น การค้นหาเลขหน้าที่ต้องการให้เร็ว
ที่สุด การทายเลข 1-1,000,000 โดยตอบให้ถูกภายใน 20
คําถาม การคํานวณเวลาในการเดินทาง โดยคำนึงถึง
ระยะทาง เวลาจุดหยดุ พัก
ว 4.2 ป.6/2 ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย เพ่ือ • การออกแบบโปรแกรมสามารถทําได้โดยเขียนเป็น
แกป้ ัญหาในชวี ิตประจำวนั ตรวจหาขอ้ ผดิ พลาด ข้อความหรือผังงาน
ของโปรแกรมและแก้ไข • การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใช้ตวั แปรการวน
ซ้ำ การตรวจสอบเงือ่ นไข
• หากมีข้อผิดพลาดให้ตรวจสอบการทํางานทีละคำสั่ง เมื่อ
พบจุดที่ทําให้ผลลัพธ์ไม่ถกู ต้องให้ทําการแกไ้ ขจนกว่าจะได้
ผลลัพธท์ ถ่ี ูกตอ้ ง
• การฝึกตรวจหาข้อผดิ พลาดจากโปรแกรมของผู้อื่นจะช่วย
พัฒนาทกั ษะการหาสาเหตุของปัญหาไดด้ ียงิ่ ขน้ึ
ตัวช้วี ัดชนั้ ปี สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
• ตัวอย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรมเกม โปรแกรมหาค่า
ค.ร.น. เกมฝกึ พิมพ์
• ซอฟต์แวร์ที่ใชใ้ นการเขยี นโปรแกรม เชน่ Scratch, logo
ว 4.2 ป.6/3 ใชอ้ ินเทอร์เน็ตในการคน้ หาข้อมูลอยา่ งมี • การค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการค้นหาข้อมูลที่ได้
ประสิทธิภาพ ตรงตามความต้องการในเวลาที่รวดเร็วจากแหล่งข้อมูลที่
น่าเช่ือถือหลายแหลง่ และขอ้ มลู มคี วามสอดคลอ้ งกัน
• การใช้เทคนิคการค้นหาขั้นสูง เช่น การใช้ตัวดำเนินการ
การระบุรูปแบบของข้อมูลหรือชนิดของไฟล์
• การจัดลำดับผลลพั ธ์จากการค้นหาของโปรแกรมค้นหา
• การเรียบเรียง สรุปสาระสำคัญ (บูรณาการกับวิชา
ภาษาไทย)
ว 4.2 ป.6/4 ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศทำงานร่วมกันอย่าง • อันตรายจากการใช้งานและอาชญากรรม
ปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของ ทางอนิ เทอร์เนต็ แนวทางในการป้องกนั
ผูอ้ ่นื แจง้ ผู้เก่ียวขอ้ งเม่อื พบขอ้ มูลหรือบุคคลทไ่ี ม่เหมาะสม • วธิ ีกำหนดรหัสผา่ น
• การกำหนดสิทธิก์ ารใชง้ าน (สทิ ธใิ์ นการเข้าถงึ )
• แนวทางการตรวจสอบและปอ้ งกันมัลแวร์
• อนั ตรายจากการติดตั้งซอฟตแ์ วรท์ อี่ ยูบ่ นอนิ เทอรเ์ นต็
การวเิ คราะห์ความสมั พนั ธ์ระหว่าง ตวั ช้ีวดั กบั ความรู/้ ทกั ษะ/คุณลกั ษณะฯ
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ตวั ช้ีวัด ความรู้ ทกั ษะ/ คณุ ลกั ษณะอนั
กระบวนการ พงึ ประสงค์
สาระท่ี 1 วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารผ่านเซลล์ความสัมพันธ์ของ
โครงสรา้ ง และหน้าทข่ี องระบบตา่ ง ๆ ของสตั วแ์ ละมนษุ ย์ท่ีทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหนา้ ที่ของ
อวยั วะต่าง ๆ ของพชื ทีท่ ำงานสัมพันธก์ ัน รวมทัง้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ว 1.2 ป.3/1 บรรยายสิ่งที่จำเป็น • มนุษย์และสัตว์ต้องการอาหาร น้ำ และ -บรรยาย -ใฝ่เรียนรู้
ต่อการดำรงชีวิต และการ อากาศ เพื่อการดำรงชีวิตและการ -มงุ่ ม่ันในการ
เจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์ เจริญเตบิ โต ทำงาน
โดยใช้ข้อมลู ทร่ี วบรวมได้
ว 1.2 ป.3/2 ตระหนักถงึ ประโยชน์ • อาหารช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและ -ตระหนัก -ใฝ่เรียนรู้
ของอาหาร น้ำ และอากาศ โดย เจริญเติบโต น้ำช่วยให้ร่างกายทำงานได้ -มุ่งม่ันในการ
การดูแลตนเองและสัตว์ใหไ้ ด้รับส่ิง อย่างปกติ อากาศใช้ ในการหายใจ ทำงาน
เหลา่ นอี้ ย่างเหมาะสม
ว 1.2 ป.3/3 สร้างแบบจำลองที่ • สัตว์เมื่อเป็นตัวเต็มวัยจะสืบพันธุ์มีลูก -สร้างแบบจำลอง -ใฝ่เรยี นรู้
บรรยายวัฏจักรชีวิต ของสัตว์ และ เมือ่ ลกู เจรญิ เตบิ โตเปน็ ตัวเตม็ วัยก็สืบพันธุ์ -เปรียบเทียบ -มุ่งมั่นในการ
เปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของสัตว์ มีลูกต่อไปไดอ้ ีกหมุนเวียนต่อเน่ืองเปน็ วัฏ ทำงาน
บางชนดิ จักรชีวิตของสัตว์ ซึ่งสัตว์ แต่ละชนิด เช่น
ว 1.2 ป.3/4 ตระหนักถึงคุณค่า ผีเสื้อ กบ ไก่ มนุษย์จะมีวัฏจักรชีวิตท่ี -ตระหนัก -ใฝเ่ รียนรู้
ของชีวิตสัตว์ โดยไม่ทำให้ วัฏจักร เฉพาะ และแตกต่างกนั -มุ่งมั่นในการ
ชวี ติ ของสตั วเ์ ปลีย่ นแปลง ทำงาน
สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกบั โครงสร้างและ
แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการ
เกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี
ว 2.1 ป.3/1 อธิบายว่าวัตถุ • วัตถุอาจทำจากชิ้นส่วนย่อย ๆ ซึ่งแต่ละ -อธิบาย -ใฝเ่ รียนรู้
ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนย่อย ๆ ซ่ึง ชิ้นมีลักษณะเหมือนกันมาประกอบเข้า -มงุ่ มั่นในการ
สามารถแยกออกจากกันได้และ ด้วยกัน เมื่อแยกชิ้นส่วนย่อย ๆ แต่ละชิ้น ทำงาน
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ตวั ชวี้ ัด ความรู้ ทักษะ/ คณุ ลกั ษณะอัน
กระบวนการ พึงประสงค์
ประกอบกันเปน็ วัตถุชิ้นใหมไ่ ด้ โดย ของวัตถุออกจากกัน สามารถนำชิ้นส่วน
ใชห้ ลักฐานเชิงประจักษ์ เหล่านั้นมาประกอบเป็นวัตถุชิ้นใหม่ได้
เช่น กำแพงบ้านมีก้อนอิฐหลาย ๆ ก้อน
ประกอบเข้าด้วยกัน และสามารถนำก้อน
อิฐจากกำแพงบ้านมาประกอบเป็นพื้น
ทางเดนิ ได้
ว 2 . 1 ป . 3 / 2 อ ธ ิ บ า ย ก า ร • เมื่อให้ความร้อนหรือทำให้วัสดุร้อนขึ้น -อธิบาย -ใฝเ่ รียนรู้
เปลีย่ นแปลงของวัสดุเมือ่ ทำให้ร้อน และเมอ่ื ลดความร้อนหรอื ทำใหว้ สั ดุเย็นลง -มงุ่ มั่นในการ
ขึ้นหรือทำให้เย็นลง โดยใช้ วัสดุจะเกิด การเปลี่ยนแปลงได้ เช่น สี ทำงาน
หลักฐานเชิงประจักษ์ เปล่ยี น รูปรา่ งเปลย่ี น
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาตขิ องแรงในชีวิตประจำวนั ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนทีแ่ บบต่าง ๆ
ของวตั ถุ รวมท้ังนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ว 2.2 ป.3/1 ระบุผลของแรงที่มี • การดึง หรือการผลัก เป็นการออกแรง -ระบุ -ใฝเ่ รยี นรู้
ต่อการเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนที่ กระทำต่อวัตถุ แรงมีผลต่อการเคลื่อนท่ี -มุ่งม่นั ในการ
ของวัตถุจากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ ของวัตถุ แรงอาจทำให้วัตถุเกิดการ ทำงาน
เคล่อื นทีโ่ ดยเปลย่ี นตำแหนง่ จากท่ีหน่งึ ไป
ยงั อกี ทีห่ นึง่
• การเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ
ได้แก่ วัตถุที่อยู่นิ่งเปลี่ยนเป็นเคลื่อนที่
วัตถุที่กำลังเคลื่อนที่เปลี่ยนเป็นเคลื่อนที่
เร็วขึ้นหรือช้าลงหรือหยุดนิ่ง หรือเปลี่ยน
ทิศทางการเคลอื่ นที่
ว 2.2 ป.3/2 เปรียบเทียบและ • การดึงหรือการผลักเป็นการออกแรงท่ี -เปรยี บเทยี บ -ใฝ่เรียนรู้
ยกตัวอย่างแรงสัมผัสและแรงไม่ เกิดจากวัตถุหนึ่งกระทำกับอีกวัตถุหนึ่ง -ยกตัวอยา่ ง -ม่งุ ม่นั ในการ
สัมผัสที่มีผลต่อการเคลื่อนที่ของ โดยวัตถุทั้งสองอาจสัมผัสหรือไม่ต้อง ทำงาน
วัตถุ โดยใช้หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ สัมผัสกัน เช่น การออกแรงโดยใช้มือดึง
หรือการผลักโต๊ะให้เคลื่อนที่เป็นการออก
แรงที่วัตถุต้องสัมผัสกัน แรงนี้จึงเป็นแรง
สัมผัส ส่วนการที่แม่เหล็กดึงดูดหรือผลัก
ระหว่างแม่เหล็กเป็นแรงที่เกิดขึ้นโดย
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ตวั ชีว้ ัด ความรู้ ทักษะ/ คณุ ลักษณะอนั
กระบวนการ พึงประสงค์
แม่เหล็กไม่จำเป็นต้องสัมผัสกัน แรง
แมเ่ หล็กนี้จงึ เปน็ แรงไม่สมั ผัส
ว 2.2 ป.3/3 จำแนกวัตถุโดยใช้ • แมเ่ หลก็ สามารถดงึ ดดู สารแมเ่ หล็กได้ -จำแนก -ใฝเ่ รียนรู้
การดึงดูดกับแม่เหล็ก เป็นเกณฑ์ • แรงแม่เหล็กเป็นแรงที่เกิดขึ้นระหว่าง -ม่งุ มั่นในการ
จากหลกั ฐานเชิงประจักษ์ แม่เหล็ก กบั สารแมเ่ หล็ก หรือแมเ่ หล็กกับ ทำงาน
ว 2.2 ป.3/4 ระบุขั้วแม่เหล็กและ แม่เหล็ก แม่เหล็ก มี 2 ขั้วคือ ขั้วเหนือ -ระบุ -ใฝ่เรียนรู้
พยากรณ์ผลที่เกิดขึ้นระหว่าง และข้ัวใต้ ขั้วแมเ่ หลก็ ชนิดเดียวกันจะผลัก -พยากรณ์ -มุ่งมั่นในการ
ขั้วแม่เหล็กเมื่อนำมาเข้าใกล้กัน กนั ต่างชนดิ กนั จะดงึ ดูดกนั ทำงาน
จากหลักฐานเชิงประจกั ษ์
มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปลีย่ นแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสมั พันธร์ ะหวา่ งสสารและ
พลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
รวมท้ังนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ว 2.3 ป.3/1 ยกตัวอย่างการ • พ ลัง ง าน เป็น ปร ิมาณที่แสดงถึง -ยกตัวอย่าง -ใฝ่เรียนรู้
เปลี่ยนพลังงานหนึ่งไปเป็นอีก ความสามารถ ในการทำงาน พลังงานมี -มุ่งม่นั ในการ
พลังงานหนึ่งจากหลักฐานเชิง หลายแบบ เชน่ พลงั งานกล พลงั งานไฟฟา้ ทำงาน
ประจักษ์ พลังงานแสง พลังงานเสียง และพลังงาน
ความร้อน โดยพลังงานสามารถเปลี่ยน
จากพลงั งานหนง่ึ ไปเป็นอกี พลงั งานหนงึ่ ได้
เช่น การถูมือจนรู้สึกร้อน เป็นการเปลี่ยน
พลังงานกลเป็นพลังงานความร้อน แผง
เซลล์สุริยะเปลี่ยนพลังงานแสง เป็น
พลังงานไฟฟ้า หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเปลี่ยน
พลังงานไฟฟา้ เปน็ พลงั งานอนื่
ว 2.3 ป.3/2 บรรยายการทำงาน • ไฟฟ้าผลิตจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซึ่งใช้ -บรรยาย -ใฝ่เรยี นรู้
ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและระบุ พลงั งานจากแหล่งพลังงานธรรมชาติหลาย -ระบุ -มุ่งมน่ั ในการ
แหล่งพลังงานในการผลิตไฟฟ้า แหล่ง เช่น พลังงานจากลม พลังงานจาก ทำงาน
จากขอ้ มลู ทีร่ วบรวมได้ น้ำ พลงั งานจากแกส๊ ธรรมชาติ
ว 2.3 ป.3/3 ตระหนกั ในประโยชน์ • พ ลัง ง าน ไ ฟ ฟ ้ามีคว ามสำคัญ ต่อ -ตระหนัก -ใฝเ่ รยี นรู้
และโทษของไฟฟ้า โดยนำเสนอ ชีวิตประจำวัน การใช้ไฟฟ้านอกจากต้อง -มงุ่ มั่นในการ
ทำงาน
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ตัวชี้วัด ความรู้ ทกั ษะ/ คณุ ลักษณะอนั
กระบวนการ พงึ ประสงค์
วิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด และ ใช้อยา่ งถูกวิธี ประหยดั และคมุ้ ค่าแลว้ ยงั
ปลอดภยั ต้องคำนึงถงึ ความปลอดภยั ดว้ ย
สาระท่ี 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองคป์ ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบ
สรุ ยิ ะ รวมท้ังปฏสิ มั พนั ธภ์ ายในระบบสุริยะที่ส่งผลตอ่ ส่งิ มชี วี ิต และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยอี วกาศ
ว 3.1 ป.3/1 อธิบายแบบรูป • คนบนโลกมองเห็นดวงอาทิตยป์ รากฏข้นึ -อธิบาย -ใฝเ่ รียนรู้
เส้นทางการขึ้นและตก ของดวง ทางด้านหนึ่งและตกทางอีกด้านหนึ่งทุก -มุ่งมั่นในการ
อาทติ ยโ์ ดยใช้หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ วัน หมุนเวยี นเป็นแบบรปู ซ้ำ ๆ ทำงาน
ว 3.1 ป.3/2 อธิบายสาเหตุการ • โลกกลมและหมุนรอบตัวเองขณะโคจร -อธบิ าย -ใฝเ่ รียนรู้
เกิดปรากฏการณ์การขึ้นและตก รอบดวงอาทิตย์ ทำให้บริเวณของโลก -มุ่งมัน่ ในการ
ของดวงอาทิตย์ การเกิดกลางวัน ได้รับแสงอาทิตย์ไม่พร้อมกัน โลกด้านท่ี ทำงาน
กลางคืน และการกำหนดทิศ โดย ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์จะเป็นกลางวัน
ใชแ้ บบจำลอง ส่วนด้านตรงข้ามที่ไม่ได้รับแสงจะเป็น
กลางคืน นอกจากนี้คนบนโลกจะมองเหน็
ว 3.1 ป.3/3 ตระหนักถึงความ ดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นทางด้านหนึ่งซ่ึง -ตระหนัก -ใฝเ่ รียนรู้
สำคัญของดวงอาทิตย์ โดยบรรยาย กำหนดให้เป็นทิศตะวันออก และมองเห็น -มุ่งมน่ั ในการ
ประโยชน์ของดวงอาทิตย์ต่อ ดวงอาทิตย์ตกทางอีกด้านหนึ่ง ซึ่ง ทำงาน
สิ่งมชี วี ิต กำหนดให้เป็นทิศตะวันตก และเมื่อให้
ด้านขวามืออยู่ทางทิศตะวันออก ด้าน
ซ้ายมืออยู่ทางทิศตะวันตก ด้านหน้าจะ
เปน็ ทิศเหนือ และดา้ นหลงั จะเปน็ ทศิ ใต้
• ในเวลากลางวันโลกจะได้รับพลงั งานแสง
และพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ ทำ
ให้สิง่ มชี วี ิตดำรงชีวติ อยไู่ ด้
มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสมั พนั ธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายในโลกและบนผิวโลก
ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลย่ี นแปลงลมฟ้าอากาศและภมู อิ ากาศโลก รวมท้งั ผลตอ่ ส่ิงมชี ีวิตและสง่ิ แวดล้อม
ว 3.2 ป.3/1 ระบุส่วนประกอบ • อากาศโดยทั่วไปไม่มีสี ไม่มีกล่ิน -ระบุ -ใฝ่เรยี นรู้
ของอากาศ บรรยายความสำคัญ ประกอบด้วย แก๊สไนโตรเจน แก๊ส -ม่งุ ม่นั ในการ
ของอากาศ และผลกระทบของ ออกซิเจน แก๊สคาร์บอนได-ออกไซด์ แก๊ส ทำงาน
อื่น ๆ รวมทงั้ ไอนำ้ และ ฝ่นุ ละออง อากาศ
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ตวั ชว้ี ัด ความรู้ ทกั ษะ/ คณุ ลกั ษณะอนั
กระบวนการ พงึ ประสงค์
มลพิษทางอากาศต่อสิ่งมีชีวิต จาก ม ี ค ว า ม ส ำ ค ั ญ ต ่ อ ส ิ ่ ง ม ี ช ี ว ิ ต ห า ก
ขอ้ มูลทร่ี วบรวมได้ ส่วนประกอบของอากาศไม่เหมาะสม
ว 3 . 2 ป . 3 / 2 ต ร ะ ห น ั ก ถึ ง เนื่องจากมีแก๊สบางชนิดหรือฝุ่นละอองใน -ตระหนัก -ใฝเ่ รยี นรู้
คว ามสำคัญ ของ อาก าศ โดย ปรมิ าณมาก อาจเป็นอนั ตรายต่อสิ่งมีชีวิต -ม่งุ มน่ั ในการ
นำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนใน ชนดิ ตา่ ง ๆ จัดเป็นมลพิษทางอากาศ ทำงาน
การลด การเกิดมลพิษทางอากาศ • แนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลดการปล่อย
มลพิษทางอากาศ เช่น ใช้พาหนะร่วมกัน
หรือเลือกใช้เทคโนโลยีที่ลดมลพิษทาง
อากาศ
ว 3.2 ป.3/3 อธิบายการเกิดลม • ลม คืออากาศที่เคลื่อนที่ เกิดจากความ -อธบิ าย -ใฝ่เรยี นรู้
จากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ แตกต่างกันของอุณหภูมิอากาศบริเวณที่ -มงุ่ มั่นในการ
อยู่ใกล้กัน โดยอากาศบริเวณที่มีอุณหภูมิ ทำงาน
สูงจะลอยตัวสูงขึ้น และอากาศบริเวณที่มี
อุณหภมู ิต่ำกว่าจะเคลอื่ นเข้าไปแทนท่ี
ว 3.2 ป.3/4 บรรยายประโยชน์ • ลมสามารถนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงาน -บรรยาย -ใฝเ่ รยี นรู้
และโทษของลม จากข้อมูลที่ ทดแทน ในการผลิตไฟฟ้า และนำไปใช้ -ม่งุ มน่ั ในการ
รวบรวมได้ ประโยชน์ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของ ทำงาน
มนุษย์ หากลมเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง
อาจทำให้เกิดอันตรายและความเสียหาย
ตอ่ ชวี ติ และทรพั ยส์ นิ ได้
สาระที่ 8 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 8.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแกป้ ัญหาได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมี
จรยิ ธรรม
ว 8.2 ป.3/1 แสดงอัลกอริทึมใน • อัลกอริทึมเป็นขั้นตอนที่ใช้ในการ -การแก้ปญั หา -ใฝ่เรยี นรู้
การทำงาน หรือ การแก้ปัญหา แก้ปัญหา -มุ่งมน่ั ในการ
อย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ • การแสดงอัลกอริทึมทำได้โดยการเขียน ทำงาน
หรือข้อความ บอกเลา่ วาดภาพ หรอื ใชส้ ัญลักษณ์
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ตวั ชวี้ ัด ความรู้ ทักษะ/ คณุ ลักษณะอนั
กระบวนการ พงึ ประสงค์
• ตัวอย่างปัญหา เช่น เกมเศรษฐี เกม -ใฝ่เรยี นรู้
-มงุ่ ม่ันในการ
บันไดงู เกม Tetris เกม OX การเดินไป ทำงาน
โรงอาหาร การทำความสะอาดห้องเรียน -ใฝ่เรียนรู้
-มุ่งม่นั ในการ
ว 8.2 ป.3/2 เขียนโปรแกรมอยา่ ง • การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับ -เขียนโปรแกรม ทำงาน
ง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อ และ ของคำสัง่ ใหค้ อมพวิ เตอร์ทำงาน
ตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม • ตวั อยา่ งโปรแกรม เชน่ เขยี นโปรแกรมที่
ส่ังให้ ตัวละครทำงานซ้ำไม่ส้ินสดุ
• การตรวจหาข้อผิดพลาดทำได้โดย
ตรวจสอบคำสั่งที่แจ้งข้อผิดพลาด หรือ
หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่ต้องการให้
ตรวจสอบการทำงานทีละคำส่งั
• ซอฟต์แวร์หรือสื่อที่ใช้ในการเขียน
โปรแกรม เช่น ใช้บัตรคำสั่งแสดงการ
เขียนโปรแกรม, Code.org
ว 8.2 ป.3/3 ใช้อนิ เทอรเ์ นต็ ค้นหา • อินเทอร์เน็ตเป็นเครือขา่ ยขนาดใหญ่ช่วย -ใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ต
ความรู้ ให้ การติดต่อสื่อสารทำได้สะดวกและ
รวดเรว็ และเป็นแหลง่ ขอ้ มูลความรู้ท่ีช่วย
ในการเรียน และการดำเนนิ ชีวติ
• เวบ็ เบราว์เซอร์เป็นโปรแกรมสำหรับอ่าน
เอกสารบนเวบ็ เพจ
• การสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตทำได้
โดยใช้เว็บไซต์สำหรับสืบค้น และต้อง
กำหนดคำค้นที่เหมาะสมจึงจะได้ข้อมูล
ตามต้องการ
• ข้อมูลความรู้ เช่น วิธีทำอาหาร วิธีพับ
ก ร ะ ด า ษ เ ป ็ น ร ู ป ต ่ า ง ๆ ข ้ อ มู ล
ประวตั ศิ าสตรช์ าตไิ ทย (อาจเป็นความรู้ใน
วิชาอื่น ๆ หรือเรื่องที่เป็นประเด็นท่ีสนใจ
ในชว่ งเวลาน้นั )
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ตวั ชว้ี ัด ความรู้ ทกั ษะ/ คณุ ลกั ษณะอัน
กระบวนการ พงึ ประสงค์
-ใฝ่เรียนรู้
• การใช้อินเทอรเ์ น็ตอย่างปลอดภัยควรอยู่ -มงุ่ ม่นั ในการ
ทำงาน
ในการดูแลของครู หรอื ผ้ปู กครอง
-ใฝ่เรยี นรู้
ว 8.2 ป.3/4 รวบรวม ประมวลผล • การรวบรวมข้อมูล ทำได้โดยกำหนด -รวบรวม -ม่งุ ม่นั ในการ
ทำงาน
แ ล ะ น ำ เ ส น อ ข ้ อ ม ู ล โ ด ย ใ ช้ หัวข้อที่ต้องการ เตรียมอุปกรณ์ในการจด ประมวลผล และ
ซอฟตแ์ วรต์ ำมวัตถปุ ระสงค์ บนั ทึก นำเสนอข้อมลู
• ก า ร ป ร ะ ม ว ล ผ ล อ ย ่ า ง ง ่ า ย เ ช่ น
เปรียบเทียบ จัดกล่มุ เรยี งลำดับ
• การนำเสนอข้อมูลทำได้หลายลักษณะ
ตามความเหมาะสม เช่น การบอกเล่า การ
ทำเอกสารรายงาน การจัดทำป้ายประกาศ
• การใชซ้ อฟตแ์ วร์ทำงานตามวัตถุประสงค์
เช่น ใช้ซอฟต์แวร์นำเสนอหรือซอฟต์แวร์
กราฟิก สร้างแผนภูมริ ูปภาพ ใช้ซอฟตแ์ วร์
ปร ะ มวลคำ ทำป้ายปร ะ กาศ หรือ
เอกสารรายงาน ใช้ซอฟต์แวร์ตาราง
ทำงานในการประมวลผลขอ้ มูล
ว 8. 2 ป . 3/5 ใช้เทคโนโลยี • การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง -ใชเ้ ทคโนโลยี
สารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติ ปลอดภยั เช่น ปกป้องข้อมูลสว่ นตัว สารสนเทศ
ตามข้อตกลงในการใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ต • ขอความชว่ ยเหลอื จากครู หรอื ผูป้ กครอง -ปฏิบตั ติ าม
เมื่อเกิดปัญหาจากการใช้งาน เมื่อพบ ขอ้ ตกลง
ข้อมลู หรือบุคคลทท่ี ำใหไ้ มส่ บายใจ
• การปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้
อนิ เทอร์เนต็ จะทำให้ไมเ่ กิดความเสียหาย
ต่อตนเองและผู้อื่น เช่น ไม่ใช้คำหยาบ
ล้อเลียน ด่าทอ ทำให้ผู้อื่นเสียหาย หรือ
เสียใจ
• ข้อดีและข้อเสียในการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศ และการสื่อสาร
คาอธิบายรายวชิ า
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ 6 ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
รหสั วชิ า ว16101 เวลา 120 ชั่วโมง / ปี
.............................................................................................................................................................
ศึกษา วิเคราะห์ สารอาหารประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารท่ีตนเองรับประทาน
การเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความ
ปลอดภัยต่อสขุ ภาพ แบบจำลอง ระบบย่อยอาหาร หนา้ ท่ีของอวัยวะในระบบยอ่ ยอาหาร การยอ่ ยอาหารและ
การดูดซึมสารอาหาร ความสำคัญของระบบย่อยอาหาร การดูแลรักษาอวัยวะในระบบย่อยอาหารให้ทำงาน
เป็นปกติ การแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการ
ตกตะกอน วธิ ีการแกป้ ญั หาในชีวิตประจำวนั เก่ียวกบั การแยกสาร การเกดิ และผลของแรงไฟฟา้ ซ่งึ เกิดจากวัตถุ
ทผี่ า่ นการขดั ถู ส่วนประกอบ หน้าที่ ของวงจรไฟฟ้าแต่ละสว่ นอย่างงา่ ย แผนภาพการตอ่ วงจรไฟฟ้าอนุกรม
และแบบขนาน การตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบอนกุ รมและขนานด้วยวิธกี ารทเ่ี หมาะสม ประโยชน์ ข้อจำกดั การเกิด
เงามืด เงามัว แผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามัว แบบจำลองปรากฏการณ์สุริยุปราคา และ
จนั ทรุปราคา พฒั นาการของเทคโนโลยีอวกาศและการใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวัน กระบวนการเกิดหินอัคนี
หนิ ตะกอน และหนิ แปร แบบจำลองวฏั จักรหิน การใช้ประโยชนข์ องหินและแร่ในชีวิตประจำวัน แบบจำลอง
การเกิด ซากดึกดำบรรพ์สภาพแวดล้อมในอดีต การเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม จากแบบจำลอง ผลของ
มรสุมต่อการเกิดฤดูของประเทศไทย ลักษณะและผลกระทบของ น้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม
แผ่นดินไหว สึนามิ ผลกระทบของภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย แนวทางการเฝ้าระวังและปฏิบัติตนให้
ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ แบบจำลองอธิบายการเกิดและผลของปรากฏการณ์เรือนกระจก กิจกรรมท่ี
กอ่ ใหเ้ กิดแก๊สเรือนกระจก ผลกระทบของปรากฏการณเ์ รอื นกระจกลูกเห็บ
ใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะในการแก้ปัญหา การทำงาน การคาดการณ์ผลลพั ธ์ จากปัญหาอย่างงา่ ย ออกแบบ
และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไขใช้อินเทอร์เน็ต
ค้นหาความรู้ รวบรวม ประเมนิ นำเสนอข้อมลู และสารสนเทศ โดยใช้ซอฟตแ์ วร์ทห่ี ลากหลาย เพอ่ื แกป้ ญั หาใน
ชวี ิตประจำวนั ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เขา้ ใจสทิ ธิและหนา้ ทข่ี องตน เคารพในสิทธิของผู้อืน่
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรใ์ นการสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นขอ้ มูล
การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ และการอภิปรายเพือ่ ให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สามารถส่ือสารสิง่ ท่เี รยี นรู้ มคี วามสามารถในการตดั สินใจ นำความรไู้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร์
มจี รยิ ธรรม คุณธรรมและค่านยิ มท่เี หมาะสม
รหสั ตัวชวี้ ัด ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5
มาตรฐาน ว 1.2 ป.6/1
มาตรฐาน ว 2.1 ป.6/1
มาตรฐาน ว 2.2 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 , ป.6/4 , ป.6/5 , ป.6/6 , ป.6/7 , ป.6/8
มาตรฐาน ว 2.3 ป.6/1 , ป.6/2
มาตรฐาน ว 3.1 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3 , ป.6/4 , ป’6/5 , ป.6/6 , ป.6/7 , ป.6/8 , ป.6/9
มาตรฐาน ว 3.2 ป.6/1 , ป.6/2 , ป.6/3, ป.6/4
มาตรฐาน ว 4.2
รวม 30 ตวั ชวี้ ดั
สมรรถนะหลัก
2. การคิดขนั้ สูง
3. การสอื่ สาร
4. การรวมพลงั ทำงานเปน็ ทมี
5. การอยรู่ ่วมกบั ธรรมชาตแิ ละวทิ ยาการอย่างยงั่ ยืน
โครงสร้างรายวชิ า วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6
ภาคเรียนที่ 2
ลำดับ ช่ือหนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
ท่ี การเรยี นรู้ (ช่ัวโมง) คะแนน
/ ตัวชี้วัด
หน่วยที่ 5 สารรอบตัวเรา
หน่วยยอ่ ยท่ี 1 การแยกสารผสม
สารผสมที่ประกอบด้วยของแข็งและ
การแยกสารทเี่ ป็นของแขง็ ของเหลวโดยของแข็งไม่ละลายในของเหลว
ออกจากของแข็ง
1 ว 2.1 ป.6/1 นั้น แยกได้โดยการตกตะกอน การรินออก 3 5
3 5
และการกรอง ซึ่งวิธีการแยกสารสามารถ
นำไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจำวนั ได้
สารผสมประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2
ชนิดขึ้นไปผสมอยู่รวมกัน เช่น ข้าวสารปน
กรวดทราย วิธีการที่เหมาะสมในการแยก
สารผสมขึ้นอยกู่ ับลักษณะและสมบตั ขิ องสาร
2 การแยกสารทีเ่ ป็นของแข็ง ว 2.1 ป.6/1 ที่ผสมอยู่ร่วมกัน ถ้าองค์ประกอบของสาร
ออกจากของเหลว ผสมเป็นของแข็งกับของแข็งที่มีขนาด
แตกต่างกันอย่างชัดเจน อาจใช้วิธีการหยิบ
ออกหรือการร่อนผ่านวัสดุที่มีรู ถ้ามีสารใด
สารหนึ่งเป็น สารแม่เหล็กอาจใช้วิธีการใช้
แม่เหล็กดงึ ดดู
หนว่ ยท่ี 6 หินและซากดึกดำบรรพ์ หนิ อัคนเี กิดมาจากการเย็นตัวของแมก
หน่วยยอ่ ยที่ 1 หินในธรรมชาติ
มา หินตะกอนเกิดมาจากการทับถมของ
3 กระบวนการเกดิ หิน
ว 3.2 ป.6/1 ตะกอนเมื่อถูกแรงกดทับและมีสารเชื่อม 4 5
ประสานจึงเกิดเป็นหิน หินแปรเกิดมาจาก
การแปรสภาพของหินเดิม ซึ่งอาจเป็นหิน
อัคนี หินตะกอน หรือหินแปร โดยการ
ลำดบั ช่อื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
ท่ี การเรยี นรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน
/ ตัวชี้วัด
กระทำของความรอ้ น ความดนั และปฏกิ ริ ยิ า
เคมี
หินอัคนี หินตะกอน และหินแปร มี
การเปลี่ยนแปลงจากประเภทหนึ่งไปเป็นอกี
ประเภทหนึ่งหรือประเภทเดิมได้ โดยมีแบบ
รูปการเปลี่ยนแปลงคงท่ีและตอ่ เนือ่ งเปน็ วฏั
จักร
หินและแร่มีประโยชน์หลายอย่าง
4 ประโยชนข์ องหนิ และแร่ เช่น นำแร่มาทำเครื่องสำอาง ยาสีฟัน 3 5
หน่วยยอ่ ยที่ 2 ซากดกึ ดำบรรพ์ ว 3.2 ป.6/2 เครื่องประดับ อุปกรณ์ทางการแพทย์
นำหินมาใช้ในงานกอ่ สร้างตา่ ง ๆ
ซากดึกดาบรรพ์เกิดจากการทบั ถม
หรอื การประทบั รอยของส่ิงมชี ีวิตในอดตี
จนเกดิ เป็นโครงสรา้ งของซากหรอื รอ่ งรอย
ของสงิ่ มชี วี ติ ท่ปี รากฏอยู่ในหนิ ประเทศ
ไทยพบซากดกึ ดาบรรพท์ ห่ี ลากหลาย เชน่
พืช ปะการงั หอย ปลา เต่า ไดโนเสาร์
รอยเทา้ สตั ว์
ซากดึกดาบรรพ์สามารถใช้เป็ น
5 กระบวนการเกดิ ซากดึกดำ ว 3.2 ป.6/3 หลักฐานช่วยอธบิ ายสภาพแวดล้อมของ 4 5
บรรพ์ พ้ืนท่ีในอดีตขณะเกิดสิ่งมีชีวิตนัน้ เช่น
ถ้ า พ บ ซ า ก ดึก ด า บ ร ร พ์ข อ ง ห อ ย น้ า จืด
สภาพแวดล้อมบริเวณนัน้ อาจเคยเป็น
แ ห ล่ ง น้ า จื ด ม า ก่ อ น แ ล ะ ถ้ า พ บ
ซากดกึ ดาบรรพ์ของพืช สภาพแวดล้อม
บ ริเ ว ณ นั้น อ า จ เ ค ย เ ป็ น ป่ า ม า ก่ อ น
นอกจากน้ี ซากดกึ ดาบรรพ์ยงั สามารถใช้
ระบุอ า ยุข อ ง หิน และเ ป็ น ข้อ มู ล ใ น
การศกึ ษาววิ ฒั นาการของสงิ่ มชี วี ติ
ลำดับ ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
ท่ี การเรียนรู้ (ช่วั โมง) คะแนน
/ ตัวชว้ี ัด
หนว่ ยท่ี 7 ปรากฏการณท์ างธรรมชาตแิ ละธรณพี ิบัตภิ ัย
หนว่ ยยอ่ ยที่ 1 ลมบก ลมทะเล และลมมรสมุ
ลมบก ลมทะเล และลมมรสุม เกิด
จากพ้ืนดินและพ้ืนน้ามีอุณหภูมิอากาศ
เหนือพ้นื ดนิ และพ้นื น้าแตกต่างกนั จงึ
เกดิ การเคลอ่ื นทข่ี องอากาศจากบรเิ วณทม่ี ี
อณุ หภูมติ ่าเขา้ ไปแทนทอ่ี ากาศบรเิ วณทม่ี ี
อุณหภูมิสูง ลมบกและลมทะเลเป็นลม
ประจาถ่ินท่พี บบรเิ วณชายฝัง่ โดยลมบก
เกิดเวลากลางคืน จึงทาให้มีลมพดั จาก
ชายฝั่งไปสู่ทะเล ชาวประมง จึงใช้
ประโยชน์จากลมบกในการออกเรอื ส่วน
ลมทะเลเกิดเวลากลางวนั ทาให้มีลมพดั
จากทะเลเข้าสู่ชายฝัง่ ชาวประมงจึงใช้
ประโยชน์จากลมทะเลในการนาเรอื กลบั
6 การเกิดลมบก ลมทะเล ว 3.2 ป.6/4 เข้าฝัง่ ส่วนลมมรสุมเป็นลมประจาฤดูท่ี 4 5
และลมมรสุม ว 3.2 ป.6/5 เกดิ บรเิ วณเขตรอ้ นของโลกเทา่ นนั้ ซง่ึ เป็น
บรเิ วณกว้างระดบั ภูมภิ าค โดยมหี ลกั การ
เช่นเดยี วกบั การเกิดลมบก ลมทะเล ซึ่ง
ลมมรสุม เกิดจากอุณหภูมิของอากาศ
เหนือพ้นื ทวปี และพ้นื มหาสมุทรแตกต่าง
กนั
ลมมรสุมท่พี ดั ผ่านประเทศไทยมี 2
ชนดิ คอื ลมมรสมุ ตะวนั ตกเฉยี งใตแ้ ละลม
มรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือ ซึ่งลมมรสุม
ตะวนั ตกเฉียงใต้จะส่งผลให้ประเทศไทย
เ กิ ด ฤ ดู ฝ น ส่ ว น ล ม ม ร สุ ม
ตะวนั ออกเฉียงเหนือจะส่งผลให้ประเทศ
ไทยเกิดฤดูหนาว ส่วนช่วงเปล่ยี นมรสุม
ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย อ ยู่ ใ ก ล้ เ ส้ น ศู น ย์สูต ร
แ ส ง อ า ทิ ต ย์ เ กื อ บ ตั้ง ต ร ง แ ล ะ ตั้ง ต ร ง
ลำดบั ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
ท่ี การเรยี นรู้ (ช่ัวโมง) คะแนน
/ ตัวชวี้ ัด
ประเทศไทยในเวลาเท่ยี งวนั ทาให้ไดร้ บั
ความร้อนจากดวงอาทิตย์อย่างเต็มท่ี
อากาศจงึ รอ้ นอบอา้ วทาใหเ้ กดิ ฤดูรอ้ น
หน่วยยอ่ ยที่ 2 ภยั ธรรมชาตแิ ละปรากฏการเรอื นกระจก
น้าท่วม และดินถล่ม มีผลกระทบต่อ
ชีวิตและสิ่งแวดล้อมแตกต่างกนั มนุษย์
ควรเรยี นรู้วิธีปฏิบตั ิตนให้ปลอดภัย เช่น
7 ธรณีพบิ ตั ิภยั 1 (น้ำทว่ ม ดิน ว 3.2 ป.6/6 ติดตามขา่ วสารอย่างสม่าเสมอ เตรยี มถุง 4 5
ถล่ม) ว 3.2 ป.6/7 ยงั ชพี ห้พร้อมใช้ตลอดเวลา และปฏิบัติ
ตามคาสงั่ ของผู้ปกครองและเจ้าหน้าท่ี
อย่างเคร่งครดั เม่อื เกิดภยั ทางธรรมชาติ
และธรณีพบิ ตั ภิ ยั
แผ่นดินไหว สึนามิ และการกัดเซาะ
ชายฝั่ง มีผลกระทบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม
8 ธรณพี ิบัติภัย 2 แตกตา่ งกัน มนษุ ยค์ วรเรยี นร้วู ธิ ีปฏิบัติตนให้ 4 5
(แผน่ ดินไหว สนึ ามิ การกัด ว 3.2 ป.6/6 ปลอดภัย เช่น ติดตามข่าวสารอ ย่าง
เซาะชายฝัง่ ) ว 3.2 ป.6/7 สม่ำเสมอ เตรียมถุงยังชีพให้พร้อมใช้
ตลอดเวลา และปฏิบัติตามคำสั่งของ
ผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเมื่อ
เกิดภัยทางธรรมชาตแิ ละธรณพี ิบัติภัย
ปรากฏการณ์เรอื นกระจกเกิดจากแกส๊
เรือนกระจกในชนั้ บรรยากาศของโลกกักเก็บ
ความร้อน จากนั้นคาย ความร้อนบางส่วน
ว 3.2 ป.6/8 กลับสู่ผิวโลก จึงทำให้อากาศบนโลกมี
ว 3.2 ป.6/9
9 ปรากฏการณ์เรือนกระจก อณุ หภมู ิท่ีเหมาะสมต่อการดำรงชีวิต แต่เม่ือ 4 10
ปรากฏการณ์เรอื นกระจกมีความรุนแรงมาก
ขนึ้ จะมผี ลต่อการเปล่ียนแปลงภูมิอากาศโลก
และทำให้เกิดภาวะโลกรอ้ น เราทุกคนจงึ ควร
ช่วยกันลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดแก๊สเรือน
ลำดับ ช่ือหนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก
ท่ี การเรียนรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน
/ ตวั ชวี้ ัด
กระจก เช่น ใช้รถจักรยานแทนรถยนต์ ไม่
เผาขยะ ไมเ่ ผาป่า ไม่ตัดไม้ทำลายป่า
หนว่ ยท่ี 8 ดาราศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศ
หนว่ ยยอ่ ยที่ 1 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์
ปรากฏการณ์สุริยุปราคา เกิดในเวลา
กลางวัน เกิดจากดวงอาทติ ย์ ดวงจันทร์ และ
โลก โคจรมาอยู่ในระนาบเดียวกัน โดยมีดวง
จนั ทรอ์ ย่ตู รงกลางระหว่างดวงอาทติ ยก์ ับโลก
ปรากฏการณ์สุริยุปราคาอาจเกิดได้ 3
ลกั ษณะ คอื สรุ ิยปุ ราคาเตม็ ดวง สุริยุปราคา
บางส่วน และสุริยุปราคาวงแหวน เราไม่
สามารถสังเกตปรากฏการณ์สุริยุปราคาได้
ด้วยตาเปล่า ควรใช้อุปกรณ์ในการสังเกต
เช่น แวน่ ตาดูดวงอาทิตย์
ปรากฏการณ์จันทรุปราคา เกิดในเวลา
กลางคืน เกิดจากดวงอาทิตย์ โลก และดวง
10 การเกดิ อุปราคา ว 3.1 ป.6/1 จันทร์ โคจรมาอยู่ในระนาบเดียวกัน โดยมี 4 10
โลกอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์กับดวง
จันทร์ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเกิดได้ 3
ลักษณะ คือ จันทรุปราคาเต็มดวง
จันทรุปราคาบางส่วน จันทรุปราคาแบบ
บางส่วน และจันทรุปราคาแบบเงามัว เรา
สามารถสังเกตปรากฏการณ์จันทรุปราคาได้
ด้วยตาเปลา่
ลำดับ ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
ท่ี การเรียนรู้ (ช่วั โมง) คะแนน
/ ตวั ชี้วัด
หน่วยยอ่ ยที่ 2 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอวกาศ
เทคโนโลยอี วกาศมีจุดเริม่ ตน้ จากมนุษย์
ว 3.1 ป.6/2 มีความต้องการสำรวจวัตถุท้องฟ้าโดยใช้ตา
เปล่า จากนั้นพัฒนามาเป็นการใช้กล้อง
โทรทรรศน์ และได้มีการพัฒนาจนสามารถ
ขนส่งเพื่อสำรวจอวกาศด้วยจรวดและยาน
11 พฒั นาการของเทคโนโลยี ขนส่งอวกาศและยังมีการพัฒนาอย่าง 3 10
อวกาศ 40 70
ต่อเนื่อง ในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยี
อวกาศบางประเภทมาประยุกต์ใช้ใน
ชวี ิตประจำวนั เช่น การใชด้ าวเทียมเพ่ือการ
ส่ือสาร การพยากรณอ์ ากาศ หรือการสำรวจ
ทรัพยากรธรรมชาติ แม้กระท่ังสิง่ ประดิษฐท์ ่ี
ได้จากการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ เช่น
หมวกนิรภยั ชดุ กีฬา
รวม
สอบปลายภาค 30