The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 4erfaer, 2021-03-18 00:24:37

Vegetable18

Vegetable18

VEGETABLE

ยิ ง รู้ จั ก ยิ ง เ อ า ใ จ ไ ด้ ดี

จะดีกวา่ ไหมถ้าเรารู้วา่

ผกั แต่ละชนดิ ชอบอะไรเปนพเิ ศษ

ชอบภูมิอากาศแบบใด
ชอบนําเยอะหรือนอ้ ย
ชอบสภาพดนิ และปยุ แบบไหน

ADISORN ONTAMAEM

คาํ นาํ

ยงิ รูจ้ กั ยงิ เอาใจได้ดี
สงิ นเี ปนจรงิ ทังกับคนและผัก จะดีกวา่ ไหมถ้าเรารูว้ า่ ผักแต่ละชนดิ ชอบอะไรเปนพเิ ศษ
ชอบภมู อิ ากาศแบบใด ชอบนาํ เยอะหรอื นอ้ ย ชอบสภาพดินและปุยแบบไหน
แต่เดิมกอ่ นทีเกษตรกรจะปลกู ผักหลายชนดิ กันอยา่ งเปนลาํ เปนสนั เพอื ตอบสนอง
ความต้องการอันมหาศาลของผู้บรโิ ภค ผักแต่ละชนดิ เคยเปน "ผักพนื เมอื ง"
ของหลายประเทศและมถี ินกําเนดิ หลายบรเิ วณในโลกทีมสี ภาพแวดลอ้ มแตกต่างกัน
ผักชนดิ ใดงอกได้เองทีไหนแสดงวา่ "ถกู ใจ" สภาพแวดลอ้ มของทีแหง่ นนั เพราะไม่
ต่างจากคน ผักก็อยากอยูใ่ นทีทีตัวเองสบายใจ ทกุ อยา่ งลงตัว

หนังสอื เลม่ นีจะทําใหผ้ ู้รกั การปลกู ผักสวนครวั "รูจ้ กั ผัก" ดีขนึ
ผักชนิดใดเอาใจยากและควรทําอยา่ งไรใหไ้ ด้ผลผลติ งาม ผักชนิดใดปลกู ง่าย

บทนํา

ถ้าเรารูจ้ กั นสิ ยั และพนื ถินกําเนดิ ของผัก จะมองเหน็ เคลด็ ลบั ในการเพาะปลกู
ผักแต่ละชนดิ มถี ินกําเนดิ แตกต่างกัน

แนน่ อนอยูแ่ ลว้ วา่ ถินกําเนดิ ของผักในต่างประเทศนนั มเี งือนไข
สภาพแวดลอ้ มทีแตกต่างกันไปไมว่ า่ จะเปนสภาพดินหรอื ภมู อิ ากาศด้วยเหตุ
ดังกลา่ วจงึ จาํ เปนต้องพยายามปรบั ปรงุ เงือนไขเชงิ สภาพแวดลอ้ มการเพาะ
ปลกู ใหเ้ หมอื นสภาพแวดลอ้ มในถินกําเนดิ ของพชื ผักชนดิ นนั ใหม้ ากทีสดุ

สารบญั

มะเขือเทศ คบคนยาก 5
มะเขอื มว ง ชอบเขาสังคม 7

พรกิ หวาน ดแู ลตน กลาแบบเครง ครดั 9

ฟก ทอง ชอบเลือ้ ยไปตามพื้นดิน 11
หัวไชเทา งอกอยางรวดเรว็ 13
กระเทียม ปลูกทีละกลบี 15

มะเขือเทศ คบคนยาก

รูจ ักสภาพถ่นิ กําเนดิ

มะเขอื เทศมถี ินกําเนดิ ในพนื ทีภเู ขาหนิ ซงึ ขาดธาตอุ าหาร

ถินกําเนดิ ของมะเขอื เทศอยูแ่ ถบทีราบสงู บรเิ วณเทือกเขาแอนดีสในทวปี อเมรกิ าใต้ เปนพนื ทีฝน
ตกนอ้ ยและแหง้ แลง้ ขาดความอุดมสมบูรณ์ มแี สงแดดรอ้ นระอุสอ่ งลงมาอยา่ งต่อเนอื ง
มะเขอื เทศสายพนั ธุด์ ังเดิมจะขยายพนั ธุโ์ ดยแผก่ ิงก้านเลอื ยไปตามพนื ทีทีเต็มไปด้วยกรวดหนิ
ขรขุ ระ เนอื งจากมะเขอื เทศมรี ากตืน ดังนนั ชว่ งเวลากลางคนื ทีอุณหภมู ลิ ดตําลง ขนเลก็ ๆ ที
ขนึ ตามใบและก้านจะพยายามดักจบั นาํ ค้างตอนกลางคนื มาประทังชวี ติ
มะเขอื เทศขยายพนั ธุภ์ ายใต้สภาวะแวดลอ้ มทีลาํ บาก จงึ ต้องกําจดั พชื ชนดิ อืนเพอื ใหเ้ จรญิ
เติบโตได้ การปลอ่ ยสารพษิ รนุ แรงเพอื ทําลายพชื อืน เปนคณุ สมบตั ิเฉพาะของมะเขอื เทศ
การทีมะเขอื เทศดําเนนิ ชวี ติ อยา่ งโดดเดียวท่ามกลางสภาพแวดลอ้ มทีแรน้ แค้นจงึ มภี าพลกั ษณ์
ของ "ความรกั สนั โดษ"

1 เคลด็ ลบั การปลูกมะเขือเทศ 2 ทําไมตองปลกู ตนเดยี่ ว

เนอื งจากถินกําเนิดของมะเขอื เทศ ในอดีตมะเขอื เทศเปนพชื ไมเ้ ลอื ยทีแผ่กิงก้านไป
เปนพนื ทีแหง้ แลง้ และขาดธาตอุ าหาร ตามพนื ดิน แต่ปจจุบนั มะเขอื เทศทีปลกู ในสวน
การเพาะปลกู ในพนื ทีซงึ เปนดินทรายทีมี เจรญิ เติบโตขนึ ด้านบนเปนหลกั ฐานสาํ คัญที
ธาตอุ าหารน้อยและระบายนําได้ดีจงึ เหมาะสม แสดงใหเ้ หน็ วา่ มนั พยายามแสวงหาแสงแดด ดัง
ทีสดุ ถ้าแปลงเพาะปลกู ของคณุ เปนดินทราย นัน ควรพยายามปลกู ในพนื ทีโดนแสงแดดสอ่ ง
ไมจ่ าํ เปนต้องใสใ่ จทําอะไรกับมนั มะเขอื เทศก็ ถึงได้ดี
เจรญิ เติบโตได้ดี
วธิ ปี กชาํ กิงใหแ้ ตกใหมเ่ พยี งกิงเดียวเปนวธิ เี พาะ
สาํ หรบั พนื ทีทีเปนดินทรายปนดินรว่ นทีมี ปลกู ปกติทัวไป ซงึ ทําใหใ้ บได้รบั แสงแดดเพยี งพอ
ลกั ษณะเหนียวเลก็ น้อย ก่อนเรมิ ปลกู เพยี งไถ ไมว่ า่ จะปลกู ชดิ กันแค่ไหน แถมอากาศถ่ายเทได้ดี
พรวน มะเขอื เทศก็เจรญิ เติบโตได้โดยไมม่ ี ชว่ ยลดความชนื ในอากาศ สภาพแวดลอ้ มเชน่ นี
ปญหา ไมว่ า่ ใชด้ ินชนิดใดก็ไมจ่ าํ เปนต้องใสป่ ุย เหมาะกับมะเขอื เทศซงึ ชอบความแหง้ แลง้
รองพนื ควรทําแปลงแนวราบ

สาํ หรบั แปลงทีเปนดินเหนียวจาํ เปนต้องปรบั
พนื ทีก่อน โดยทําคันดินสงู ประมาณ 20
เซนติเมตร เพอื ใหก้ ารระบายนําดีขนึ ใหข้ ุดดิน
ในจุดทีจะตังแปลงลกึ ลงไปประมาณ 30
เซนติเมตร แลว้ ใสใ่ บไมแ้ หง้ หรอื หญ้าแหง้ ลง
ไปก่อนยาํ อัดใหแ้ นน่ จะชว่ ยเรอื งการระบายนํา
ไมจ่ าํ เปนต้องใสป่ ุยรองพนื

มะเขือมว ง ชอบเขาสังคม

รูจ ักสภาพถิน่ กาํ เนดิ

มะเขอื มว่ งมาจากผนื ปาอันอุดมสมบูรณ์

มะเขอื มว่ งมพี นื เพมาจากบรเิ วณเอเชยี ใต้ทีตังอุณหภมู แิ ละความชนื สงู สายพนั ธุด์ ังเดิม
ขนึ เองตามธรรมชาติในผนื ปาแถบตะวนั ออกของอินเดียปจจุบนั ซงึ เปนพนื ทีโลง่ เปนชว่ งๆ
มแี สงสวา่ งสอ่ งถึง และมที างออกสแู่ หลง่ นาํ หรอื รมิ ลาํ ธาร เมลด็ ของมนั จะตกลงบนพนื
ดินทรายรว่ นซุยจากใบไมท้ ีรว่ งหลน่ ทับถม รากหลงั ลกึ ลงไปเพอื เสาะหาแหลง่ นาํ ใต้ดิน

ด้วยอุณหภมู ทิ ีอบอุ่นพรอ้ มนาํ และธาตอุ าหารทีอุดมสมบูรณ์ สง่ ผลใหส้ ภาพแวดลอ้ มมี
พนั ธุพ์ ชื อาศัยอยูม่ ากมาย มะเขอื มว่ งจงึ อยูร่ ว่ มกับพชื ชนดิ อืนได้หลากหลาย อาจพูดได้
วา่ มะเขอื มว่ งมภี าพลกั ษณข์ อง "ชอบเขา้ สงั คม" ทีใชช้ วี ติ อยา่ งราบรนื สนกุ สนาน

1 ตองกกั เกบ็ นา้ํ ใหดี 2 ทําไมตองตัดแตงก่งิ

และใสปุยเพยี งพอ ในฤดรู อ น

หากวเิ คราะหจ์ ากสภาพถินกําเนิดเราก็จะรูไ้ ด้วา่ แมว้ า่ มะเขอื มว่ งจะชอบแสงแดดแต่ต้องการ
มะเขอื มว่ งต้องการนําและธาตอุ าหารมาก แดดเพยี งรอ้ ยละ 60 ของมะเขอื เทศ เนอื งจาก
ดังนัน ต้องโรยปุยรองพนื ใหก้ ระจายทัวแปลง มะเขอื มว่ งมถี ินกําเนิดในเขตปาจงึ เติบโตใน
ปลกู โดยมอี ัตราสว่ นของกากพชื นํามนั ประมาณ บรเิ วณรม่ เงาได้ดี การโดนแดดจดั อาจทําใหใ้ บ
300 กรมั (สาํ หรบั พนื ทีทีเปนดินทราย) ต่อ ไหมแ้ ละเฉาตายได้
พนื ที1 ตารางเมตร รากมะเขอื มว่ งจะยาวลกึ ลง
ไปมาก จงึ ควรเตรยี มแปลง วธิ ปี ลกู โดยทัวไปคือการปกชาํ 3 กิงโดยเวน้
สงู ประมาณ 20 เซนติเมตร ระยะหา่ งระหวา่ งต้นไวก้ วา้ งสกั หนอ่ ย แมว้ า่ เปน
วธิ ที ีดแู ลง่ายและติดผลดก แต่เมอื รากเรมิ แก่
สาํ หรบั สวนทีเปนดินทรายต้องปรบั ปรุงดินให้ ไมว่ า่ จะพยายามดแู ลอยา่ งไรก็ติดผลไมด่ ี การ
เก็บกักนําได้ดีขนึ ดังนัน ก่อนลงมอื ปลกู ไมน่ ้อย ปกชาํ 3 กิง จะทําใหก้ ิงแตกออกไปด้านขา้ ง
กวา่ 2 สปั ดาหใ์ หใ่ สป่ ุยคอกทีหมกั ระยะปานกลาง สง่ ผลใหร้ ากแผ่ขยายออกด้านขา้ งไปด้วย
(อาจเปนปุยมูลววั หนดื ๆ) ดังนัน การตัดกิงใหส้ นั ควบค่กู ับการใชช้ อ้ นปลกู
นําหนักประมาณ 2 กิโลกรมั ต่อพนื ที 1 ตาราง สบั รากออกจะชว่ ยคืนความอ่อนเยาวแ์ ก่ต้น
เมตร ใสล่ งไปผสมกับดินลกึ ประมาณ 15 มะเขอื มว่ งใหพ้ รอ้ มเก็บเกียวกับผลผลติ ในฤดู
เซนติเมตร ฝน

สาํ หรบั สวนทีเปนดินรว่ นอยูแ่ ลว้ เพยี งแค่
พรวนดินใหเ้ ปนก้อนหยาบๆ ก็ใชไ้ ด้ ดินทีมี
ความเหนียวและอุ้มนําดีเหมาะแก่การเพาะ
ปลกู มะเขอื มว่ งมากทีสดุ และควรใสใ่ บไมแ้ หง้
หรอื ปุยหมกั เปลอื กไมล้ งไปในดินลกึ ประมาณ
30 เซนติเมตร เพอื ชว่ ยการระบายนํา

พรกิ หวาน ดแู ลตนกลาแบบเครง ครดั

รูจ ักสภาพถนิ่ กําเนดิ

พรกิ หวานมาจากพนื ทีทีเต็มไปด้วยหนิ และกรวดและขาดแคลนธาตอุ าหาร

พรกิ หวานมถี ินกําเนิดอยูแ่ ถบทะเลทรายของเมก็ ซโิ กในปจจุบนั เนอื งจากเปนพนื ทีทีฝนตก
น้อย แหง้ แลง้ เต็มไปด้วยหนิ และกรวด และขาดแคลนธาตอุ าหาร

พรกิ หวานสายพนั ธุด์ ังเดิมจงึ เติบโตอยูใ่ นสภาพแวดลอ้ มทีมลี กั ษณะแบบทะเลทราย
โดยในชว่ งกลางวนั จะมแี ดดจดั แต่อุณหภมู จิ ะลดลงอยา่ งมากในชว่ งกลางคืน

รากของพรกิ หวานเปนรากแขนงทีแผ่ขยายออกด้านขา้ ง กิงก้านมลี กั ษณะเปนพุม่
นับเปนไมพ้ ุม่
เมลด็ ของพรกิ หวาน มคี ณุ สมบตั ิงอกได้ดีภายใต้อุณหภมู สิ งู ไมว่ า่ พชื ชนดิ อืนจะงอกแบบเบยี ด
ชดิ เพยี งใด ท้ายทีสดุ พรกิ หวานก็จะกําจดั พชื ชนิดอืนจนเหลอื แค่พรกิ หวานเพยี งต้นเดียว

1 เล้ยี งตนกลา ดว ยการกาํ จัด 2 เคาะดินที่หมุ รากตน กลา
โดยไมต อ งใสใ จมากนกั
ปรมิ าณน้ําและธาตอุ าหาร

ในถินกําเนิด ต้นกลา้ ของพรกิ หวานงอกขนึ ตอนยา้ ยต้นกลา้ ลงกระถาง แมว้ า่ รากจะขาด
ชดิ กันก่อนจะเจรญิ เติบโตต่อไป ดังนัน ไปบา้ งก็ไมเ่ ปนไร ไมจ่ าํ เปนต้องระมดั ระวงั มาก
กระบวนการเพาะเมลด็ จนถึงก่อนยา้ ยต้น
กลา้ ลงกระถาง เพาะเมลด็ พรกิ หวานใน พรกิ หวาน เราต้องทลายดินทีหมุ้ รากของพรกิ
กระบะหรอื กลอ่ งเดียวกันได้แลว้ รอใหง้ อก หวานออกก่อนนําลงปลกู อันดับแรก ใชม้ อื เคาะ
ดินออกใหเ้ หลอื แต่รากสะอาด จากนันวางลงใน
หลงั จากพรกิ หวานเรมิ งอกแลว้ หลมุ ใหร้ ากกระจายตัวดีก่อนแลว้ จงึ กลบดิน
ต้นกลา้ จะอ่อนไหวต่อความรอ้ น ความเยน็ เขา้ ไป วธิ นี ีจะชว่ ยใหร้ ากฝอยของพรกิ หวาน
และความแหง้ จงึ ต้องระวงั เรอื งการรดนําและ เติบโตได้ดี
ต้องควบคมุ อุณหภมู ใิ หด้ ี
ระยะของการเพาะต้นกลา้ ต้องควบคมุ ปรมิ าณ
เมอื พรกิ หวานเรมิ มใี บจรงิ สกั ใบครงึ ธาตอุ าหารใหต้ ําและปลอ่ ยใหข้ าดนําบา้ ง สว่ น
แลว้ ใหย้ า้ ยลงกระถางได้ อาจใชก้ ระถางขนาด ตอนยา้ ยใหเ้ คาะดินหมุ้ รากก่อนนําไปลงแปลง
เลก็ กวา้ งประมาณ 9 เซนติเมตร เมอื รากติด ปลกู พรกิ หวาน ดังนัน เคลด็ ลบั การปลกู พรกิ
แลว้ ใหเ้ พมิ ปุย ในปรมิ าณน้อย โดยวางรอบ หวาน คือการดแู ลอยา่ งใจรา้ ย
กระถางแค่นิดหนอ่ ย

ต้องจาํ กัดการรดนําโดยรดเพยี งใหห้ น้าดิน
มคี วามชนื ต้องดแู ลต้นกลา้ แบบเขม้ งวด

ฟก ทอง ชอบเลื้อยไปตามพื้นดิน

รูจักสภาพถนิ่ กําเนดิ

ฟกทองเกิดในพนื ทีทะเลทราย

ถินกําเนิดของฟกทองคือแถบทะเลทรายของประเทศเมก็ ซโิ กในปจจุบนั ฟกทองจะเลอื ยไต่ไป
ตามพนื ดินอันแหง้ แลง้ ฟกทองใชป้ ระโยชนจ์ ากใบในการสรา้ งรม่ เงาใหต้ ัวเอง และใชห้ นวด
หรอื มอื จบั ทีงอกออกมาตามเถาเกียวพนั ต้นหญ้าชว่ ยใหเ้ ลอื ยออกไปอยา่ งไมห่ ยุดยงั ผล
ฟกทองจะซอ่ นตัวมดิ ชดิ อยูใ่ ต้ใบจนกวา่ จะสกุ เต็มที เมอื สกุ แลว้ สจี ะเปลยี น ขณะทีใบจะลด
ขนาดลงทําใหเ้ หน็ ผลฟกทองได้ง่าย

1 ทําใหร ะบายนา้ํ ไดด ี 2 จัดพืน้ ทก่ี วา งใหเ ถาเลอ้ื ย

และใสปุยใหล ึก ขยายออกไปได

ถินกําเนิดของฟกทองคือแถบทะเลทรายที ฟกทองเติบโตได้ดีใทีสดุ ท่ามกลางต้นหญ้า การนํา
แหง้ แลง้ จงึ เติบโตได้ดีในสวนทีระบายนําดี เถาพนั มว้ นไปกับต้นหญ้าจะชว่ ยใหล้ าํ ต้นยดึ กับดิน
ได้มนั คง แมว้ า่ จะมลี มแรงก็ไมโ่ ยกคลอนและ
ถ้าสวนมลี กั ษณะเปนดินเหนียวใหใ้ สป่ ุยคอก เติบโตได้ดี
ทีมสี ว่ นผสมของเปลอื กหอยปน และยกแปลง
ใหส้ งู ประมาณ 10 เซนติเมตร เพอื ใหร้ ะบายนํา ถ้ามพี นื ทีกวา้ ง ฟกทองจะพนั เขา้ กับต้นหญ้าและ
ได้ดี แต่ถ้าเปนดินรว่ นพรวนดินใหก้ ระจายเปน เลอื ยยาวออกไปไมห่ ยุดยงั แบบเดียวกับการ
ก้อนๆ เติบโตในพนื ทีถินกําเนิด ในกรณีนีใหใ้ สป่ ุยรองพนื
แต่น้อยและใสป่ ุยเสรมิ ด้วย โรยปุยหมกั นิดหนอ่ ย
แต่ถ้าเปนดินทราย ซงึ ระบายนําได้ดีเปนดินที ใหห้ นวดหรอื มอื จบั เพอื สง่ ธาตอุ าหารไปยงั ปลาย
เหมาะสมกับการปลกู ฟกทองทีสดุ ไมจ่ าํ เปน เถาทีงอกออกไป
ต้องใสใ่ จการปรบั ปรุงดินใดๆ

สาํ หรบั ปุยรองพนื ใหฝ้ งลงไปใหล้ กึ ประมาณ
20เซนติเมตร ฟกทองจะแทงรากลกึ ลงไปเพอื
ดดู ซมึ ธาตอุ าหาร ทําใหเ้ จรญิ เติบโตได้ดี

หวั ไชเ ทา งอกอยา งรวดเรว็

รูจักสภาพถิน่ กาํ เนิด

หวั ไชเ้ ท้าเกิดทีแถบตะวนั ตกของประเทศจนี

บรรพบุรุษของหวั ไชเ้ ท้าเปนพชื วงศ์ผักกาดทีขนึ ในแถบชายฝงทะเลเมดิเตอรเ์ รเนยี น
และบรเิ วณตะวนั ออกกลาง เดินทางผ่านเสน้ ทางสายไหมมายงั เอเชยี ตะวนั ออกจนกลาย
มาเปนหวั ไชเ้ ท้าสายพนั ธุข์ องประเทศจนี ในปจจุบนั

หวั ไชเ้ ท้าสายพนั ธุด์ ังเดิมเกิดขนึ บรเิ วณเขาของเทือกเขาเทียนซาน ดํารงชวี ติ ด้วยการแผ่
ขยายรากไปตามพนื ทีอันแหง้ แลง้ เพอื แสวงหานําและธาตอุ าหาร ชว่ งกลางคืนใบจะ
พยายามดักนําค้าง ดอกจะบานในฤดรู อ้ นและกลายเปนเมลด็ รว่ งหลน่ ลงพนื ตอนฤดฝู น
พอฝนตกลงมาก็จะรบี งอกโดยไมย่ อมเสยี โอกาส
สายพนั ธุด์ ังเดิมมหี น้าตาเหมอื นหวั ไชเ้ ท้าโคะเซะนะ ของจงั หวดั มยิ ะซากิ
(เปนชนิดกินใบ ไมป่ ลอ่ ยใหส้ ว่ นรากมกี ารขยายจนอวบใหญ่ และมรี ากฝอยจาํ นวนมาก)
ก่อนจะมกี ารปรบั ปรุงพนั ธุใ์ หเ้ ปนหวั ไชเ้ ท้าทีมรี ากเปนหวั เดียวแบบทีเหน็ ในปจจุบนั

1 แคพ รวนดนิ ก็พอแลว 2 ทาํ ไมตอ งหวานเปน จดุ

หวั ไชเ้ ท้าสามารถขนึ ได้ดีในพนื ทีทีขาดธาตุ หลงั จากดอกของหวั ไชเ้ ท้าบานจะกลายเปนฝก
อาหาร ทีมเี มลด็ อยูภ่ ายในประมาณ5 เมลด็ โดยหวั ไช้
เท้าไมใ่ ชพ่ ชื ประเภททีฝกจะปรอิ อกใหเ้ มลด็ รว่ ง
ในทางตรงกันขา้ ม หวั ไชเ้ ท้าจะไมค่ ่อยโตในพนื ที ลงดิน แต่จะรว่ งลงไปทังฝกแลว้ มตี ้นใหมง่ อก
ทีมธี าตอุ าหารอุดมสมบูรณ์ ถ้าหวั ไชเ้ ท้าเจอ ขนึ มาหลายต้นในจุดเดียว
อินทรวี ตั ถใุ นดินจะรบี ดดู มาเปนธาตอุ าหารทันที
ซงึ ทําใหร้ ากด้านขา้ งขยายขนาดโตขนึ เปนราก ถ้าเราหวา่ นเปนจุด จุดละ 5 เมลด็ หวั ไชเ้ ท้าจะ
แขนง งอกพรอ้ มๆ กันและแขง่ ขนั กันเจรญิ เติบโต

ดังนัน จงึ สามารถเตรยี มแปลงโดยไมต่ ้องใส่ ใชน้ ิวตะกยุ ดินเปนหลมุ ตืนเพยี ง 2 เซนติเมตร
ปุยหรอื ธาตอุ าหารใดๆ แลว้ หยอดหลมุ ละ5 เมลด็ จากนัน กลบดิบ
กลบั ไปแลว้ อัดใหแ้ นน่ แต่ถ้าดินเปยกชนื เพราะ
นอกจากนี แมจ้ ะมสี งิ แปลงปลอมอยา่ งก้อนหนิ โดนฝน ไมต่ ้องกลบดินกลบั
อยูใ่ นดิน หวั ไชเ้ ท้าก็จะไมบ่ ดิ เบยี วคดงอ หวั ไช้
เท้าเพยี งเอียงรากเลก็ น้อยเพอื หลบสงิ แปลก
ปลอมนัน และเติบโตเปนหวั ต่อไป

กระเทียม ปลกู ทลี ะกลีบ

รูจ ักสภาพถน่ิ กาํ เนดิ

กระเทียมเกิดในท่งุ หญ้า

ถินกําเนิดของกระเทียมคือท่งุ หญ้าสเตปปทางตอนเหนอื ของทะเลทรายทากลามากัน
ซงึ ตังอยูร่ ะหวา่ งประเทศจนี กับเอเชยี กลาง พนื ทีดังกลา่ วระบายนําได้ดี ใต้ดินจงึ มี
นําไหลเวยี นอยูจ่ าํ นวนมาก กระเทียมสายพนั ธุด์ ังเดิมจะเกิดหนาแนน่ ตามพนื ทีลาดเอียง
ประวตั ิความเปนมาของกระเทียมเก่าแก่มาก มกี ารเพาะปลกู ในอียปิ ต์โบราณ
ตังแต่2,500 ป ก่อนครสิ ต์ศักราช

1 ใสป ุยคอกเพือ่ เตรียมดนิ 2 ทําไมตองหวานเปนจุด

กระเทียมชอบดินอุดมสมบูรณ์ เตรยี มดินด้วย แยกหวั กระเทียมออกเปนกลบั แลว้ นําแต่ละกลบี
การใสป่ ุยคอกมูลววั ลงไป 2 กิโลกรมั ต่อ ลงปลกู จุดละ 1 กลบี ใหห้ า่ งกันพอสมควรโดยมี
พนื ที1 ตารางเมตร ลกึ ลงไปในดิน 20 ระยะระหวา่ งต้นประมาณ 20 เซนติเมตร
เซนติเมตร ทัวทังแปลง ซงึ ปกติจะใสป่ ุยหมกั ที เพราะถ้าปลกู ชดิ กัน หวั กระเทียมจะไมโ่ ต หา
สมบูรณ์ เปนหลกั แต่กระเทียมชอบแอมโมเนีย ต้องการเก็บกระเทียมกินใบค่อยปลกู ชดิ กันและไม่
ถ้าใสป่ ุยหมกั ทีค่อนขา้ งสดลงไปก็พอได้ ต้องเลยี งหวั กระเทียมใหม้ ขี นาดใหญ่

ถ้าแปลงเปนดินเหนียวใหย้ กแปลงขนึ สงู เลก็
น้อย แลว้ ใสเ่ ปลอื กหอยปนลงไปด้วยเพอื เพมิ
อากาศในดินและใหร้ ะบายนําได้ดีขนึ แต่ถ้าเปน
ดินทรายหรอื ดินรว่ นใหท้ ําแปลงราบ การใสป่ ุย
เสรมิ จะต้องทําในชว่ งก่อนเขา้ ฤดรู อ้ น โดยโรย
แกลบบางๆ ใหท้ ัวแลว้ โกยดินกลบเขา้ ไป

บรรณานุกรม

จานลุ กั ษณ ขนบดี และคณะ. ฟักทอง: การผลิตเมล็ดพนั ธแุ ละการใชประโยชน.
กรุงเทพฯ:โอเดียนสโตร,2549

อฮิ ะระ ยุตะกะ. ปลูกผกั กินเอง ขายเองตลอดปี. กรุงเทพฯ: อินสปายร,2561
".......". https://sites.google.com/a/nbp.ac.th/arnut/khan-txn-kar-pluk-

phak-swn-khraw. ขัน้ ตอนการปลูกผกั .


Click to View FlipBook Version
Previous Book
ครูณัฐดนัย โกมาลา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563
Next Book
WORLD NEWSPAPERS FRONTPAGE COMPILATION 18 MARCH 2021