โครงสร้ำงหลักสตู รโรงเรียนวทิ ยำศำสตร์ภูมิภำค
ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษำตอนต้น พุทธศักรำช 2554 (ฉบับปรับปรงุ พุทธศกั รำช 2561)
ตำรำง สรปุ จำนวนหนว่ ยกิตรำยวิชำพ้นื ฐำนและรำยวชิ ำเพิ่มเติมของกลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ต่ำง ๆ
กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ รำยวชิ ำ รำยวิชำเพมิ่ เตมิ รำยวิชำเพ่มิ เตมิ กลุม่ 2
พนื้ ฐำน กลุม่ 1
1. ภาษาไทย 1.0 เลือกเรียนจากกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ใด ๆ
2. คณิตศาสตร์ 9.0 6.0 ตามศักยภาพความถนัดและความสนใจ
3. วิทยาศาสตร์ 9.0 7.0 อีกไม่นอ้ ยกว่า 4.0 หน่วยกิต
4. สงั คมศกึ ษา ศาสนา 12.0 3.0
12.0
และวัฒนธรรม –
5. สุขศึกษาและพลศึกษา 6.0 –
6. ศิลปะ 6.0 –
7. การงานอาชพี 3.0
2.0
และเทคโนโลยี 9.0 1.0
8. ภาษาตา่ งประเทศ
66.0 20.0 ไมน่ อ้ ยกว่ำ 4.0
– ภาษาองั กฤษ ไมน่ ้อยกว่ำ 90.0
– ภาษาตา่ งประเทศ
ภาษาท่ี 2
รวม
คมู่ อื นกั เรียนและผปู้ กครอง ปี 2565 หน้า 47
ตำรำงแสดงกำรจัดหน่วยกติ กำรเรยี นรำยวชิ ำพ้นื ฐำนและรำยวชิ ำเพม่ิ เตมิ ของแตล่ ะภำคเรียน
กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ ม.1 ม.2 ม.3 รวม
ภำค 1 ภำค 2 ภำค 1 ภำค 2 ภำค 1 ภำค 2
9.0
1. ภำษำไทย 1.0
– รายวชิ าพนื้ ฐาน 1.5 1.5 1.5 1.5 1.5 1.5 9.0
6.0
– เพ่มิ เติมกลมุ่ 1 : การเขยี นเชิงวชิ าการ – – 1.0 – – –
12.0
2. คณิตศำสตร์ 1.5
1.0
– รายวชิ าพน้ื ฐาน 1.5 1.5 1.5 1.5 1.5 1.5 1.5
1.0
– รายวชิ าเพิ่มเติมกลุ่ม 1 1.0 1.0 1.0 1.0 1.0 1.0 1.0
1.0
3. วทิ ยำศำสตร์
6.0
– รายวิชาพืน้ ฐาน 1.5 + 1.0 1.5 1.5 1.5 + 1.0 1.5 + 1.0 1.5 3.0
3.0
– เพิม่ เตมิ กลมุ่ 1 : การสบื เสาะอยา่ งวทิ ยาศาสตร์ 1.5 – – – – – 3.0
: การออกแบบและเทคโนโลยี – 1.0 – – – – 6.0
: เริ่มต้นกบั โครงงาน – 1.5 – – – – 6.0
: โครงงาน 1 – – 1.0 – – – 3.0
: โครงงาน 2 – – – 1.0 – – 9.0
2.0
: การส่อื สารและการนาเสนอ – – – – 1.0 – 1.0
86
4. สงั คมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม 4.0
90.0
– รายวชิ าพน้ื ฐาน : สงั คมศึกษา 1.0 1.0 1.0 1.0 1.0 0.5 + 0.5
: พุทธศาสนา 0.5 0.5 0.5 0.5 0.5 0.5
: ประวตั ศิ าสตร์ 0.5 0.5 0.5 0.5 0.5 0.5
– เพมิ่ เตมิ กลมุ่ 1 : หน้าทพ่ี ลเมือง (ค.ส.ช.) 0.5 0.5 0.5 0.5 0.5 0.5
5. สขุ ศึกษำและพลศึกษำ
– รายวิชาพนื้ ฐาน : สขุ ศึกษา + พลานามัย 0.5 + 0.5 0.5 + 0.5 0.5 + 0.5 0.5 + 0.5 0.5 + 0.5 0.5 + 0.5
6. ศลิ ปะ
– รายวิชาพ้ืนฐาน 1.0 0.5 + 0.5 1.0 0.5 + 0.5 1.0 0.5 + 0.5
7. กำรงำนอำชพี และเทคโนโลยี
– รายวชิ าพน้ื ฐาน – 1.0 1.0 – – 1.0
8. ภำษำต่ำงประเทศ
– รายวิชาภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 1.5 1.5 1.5 1.5 1.5 1.5
– รายวิชาภาษาองั กฤษเพ่มิ เติมกลุ่ม 1 – – – 0.5 0.5 1.0
– รายวิชาภาษาตา่ งประเทศท่ี 2 เพิ่มเติมกล่มุ 1 – – – 1.0 – –
รวม รายวชิ าพนื้ ฐานและเพ่ิมเตมิ กลมุ่ 1 14.0 15.0 14.5 15.0 14.0 13.5
รำยวชิ ำเพิ่มเติมกลมุ่ 2 เลอื กลงทะเบยี นไม่นอ้ ยกว่า 4.0
รวมไมน่ อ้ ยกว่ำ
คมู่ อื นกั เรยี นและผู้ปกครอง ปี 2565 หน้า 48
โครงสรำ้ งหลักสูตรระดับช้นั มธั ยมศกึ ษำปที ี่ 1
ชน้ั มัธยมศึกษำปที ่ี 1 (ภำคเรียนที่ 1) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 1 (ภำคเรยี นท่ี 2)
รำยวิชำพน้ื ฐำน นก. คำบ รำยวิชำพ้นื ฐำน นก. คำบ
60 60
ท21101 ภาษาไทย 1 (หลักการใช้ภาษาไทย 1) 1.5 60 ท21102 ภาษาไทย 2 (วรรณคดีวิจักษ์ 1) 1.5 60
60 60
ค21101 คณติ ศาสตร์พื้นฐาน 1 1.5 40 ค21102 คณติ ศาสตร์พ้นื ฐาน 2 1.5 40
40
ว21101 วทิ ยาศาสตร์ 1 1.5 ว21102 วิทยาศาสตร์ 2 1.5 20
20
ว21103 เทคโนโลยแี ละวทิ ยาการคานวณ 1 1.0 ส21104 สงั คมศึกษา 2 1.0 20
20 20
ส21101 สงั คมศึกษา 1 1.0 20 ส21105 พระพทุ ธศาสนา 2 0.5 20
20 ส21108 อสิ ลามศึกษา 2 20
ส21102 พระพุทธศาสนา 1 0.5 40 20
ส21107 อสิ ลามศกึ ษา 1 60 ส21106 ประวัติศาสตร์ 2 0.5 40
440 60
ส21103 ประวตั ศิ าสตร์ 1 0.5 พ21103 สขุ ศกึ ษา 2 0.5 440
พ21101 สุขศกึ ษา 1 0.5 พ21104 พลศึกษา 2 0.5
พ21102 พลศกึ ษา 1 0.5 ศ21102 ดนตรี 1 0.5
ศ21101 ทศั นศลิ ป์ 1 1.0 ศ21103 นาฏศลิ ป์ 1 0.5
อ21101 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 1 1.5 ง21101 การงานอาชีพ 1 1.0
รวม 11.0 อ21102 ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 2 1.5
รวม 11.0
รำยวิชำเพิ่มเตมิ กลมุ่ 1 รวม นก. คำบ รำยวิชำเพม่ิ เติมกลมุ่ 1 นก. คำบ
ค20201 คณิตศาสตรเ์ พิ่มเติม 1 1.0 40 ค20202 คณิตศาสตรเ์ พ่มิ เติม 2 1.0 40
ว20201 การสบื เสาะอย่างวิทยาศาสตร์ 1.5 60 ว20202 เริม่ ตน้ โครงงาน 1.5 60
ส21231 หน้าที่พลเมอื ง 1 0.5 20 ว20206 การออกแบบและเทคโนโลยี 1.0 40
3.0 120 ส21232 หน้าทพี่ ลเมอื ง 2 0.5 20
รวมพ้ืนฐำนและเพ่มิ เติมกลมุ่ 1 14.0 560 4.0 160
รวม 15.0 600
รวมพ้นื ฐำนและเพิ่มเติมกล่มุ 1
รำยวิชำเพม่ิ เติมกล่มุ 2 นก. คำบ
เลือกลงทะเบียน 0.5-1.5
รวม 0.5-1.5 รำยวิชำเพิ่มเติมกลุม่ 2 นก. คำบ
เลอื กลงทะเบียน 0.5-1.5
กจิ กรรมพฒั นำผู้เรียน นก. คำบ รวม 0.5-1.5 คำบ
กิจกรรมพฒั นำผูเ้ รียน 20
กิจกรรมแนะแนว – 20 กิจกรรมแนะแนว นก. 20
ชุมนุม – 20
ชมุ นุม – 20 ลูกเสอื /เนตรนารี –
กจิ กรรมเพ่ือสังคมและ –
ลูกเสือ/เนตรนารี – 20 สาธารณประโยชน์
กจิ กรรมทางวชิ าการ
กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ – นอกตาราง กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต
กจิ กรรมทางวิชาการ – นอกตาราง
กจิ กรรมพัฒนาทกั ษะชีวิต – นอกตาราง – นอกตาราง
รวม – 60 – นอกตาราง
– นอกตาราง
รวม – 60
คู่มอื นกั เรยี นและผูป้ กครอง ปี 2565 หน้า 49
โครงสร้ำงหลกั สูตรระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษำปีที่ 2
ชั้นมัธยมศกึ ษำปีที่ 2 (ภำคเรยี นท่ี 1) ชนั้ มัธยมศึกษำปที ่ี 2 (ภำคเรียนท่ี 2)
รำยวิชำพ้นื ฐำน นก. คำบ รำยวิชำพื้นฐำน นก. คำบ
60 60
ท22101 ภาษาไทย 3 (หลกั การใช้ภาษาไทย 2) 1.5 60 ท22102 ภาษาไทย 4 (วรรณคดวี ิจักษ์ 2) 1.5 60
60 60
ค22101 คณิตศาสตรพ์ ื้นฐาน 3 1.5 40 ค22102 คณติ ศาสตรพ์ ้นื ฐาน 4 1.5 40
20 40
ว22101 วิทยาศาสตร์ 3 1.5 20 ว22102 วิทยาศาสตร์ 4 1.5
20
ส22101 สงั คมศึกษา 3 1.0 20 ว22103 เทคโนโลยแี ละวทิ ยาการคานวณ 2 1.0
20 20
ส22102 พระพทุ ธศาสนา 3 0.5 40 ส22104 สงั คมศึกษา 4 1.0 20
40 20
ส22107 อิสลามศกึ ษา 3 0.5 60 ส22105 พระพุทธศาสนา 4 0.5 20
440 ส22108 อิสลามศกึ ษา 4 20
ส22103 ประวตั ศิ าสตร์ 3 60
440
พ22101 สขุ ศึกษา 3 0.5 ส22106 ประวัตศิ าสตร์ 4 0.5 คำบ
40
พ22102 พลศึกษา 3 0.5 พ22103 สขุ ศึกษา 4 0.5 40
20
ศ22101 ดนตรี 2 1.0 พ22104 พลศึกษา 4 0.5 40
20
ง22101 การงานอาชพี 2 1.0 ศ22102 นาฏศลิ ป์ 2 0.5 160
600
อ22101 ภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน 3 1.5 ศ22103 ทัศนศลิ ป์ 2 0.5
รวม 11.0 อ22102 ภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน 4 1.5
รวม 11.0
รำยวิชำเพ่มิ เติมกลมุ่ 1 นก. คำบ รำยวิชำเพ่ิมเติมกลมุ่ 1 นก.
ท20201 การเขียนเชงิ วิชาการ 1.0 40
ค20203 คณิตศาสตร์เพม่ิ เติม 3 1.0 40 ค20204 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เติม 4 1.0
ว20203 โครงงาน 1 1.0 40
ส22233 หน้าทีพ่ ลเมือง 3 0.5 20 ว20204 โครงงาน 2 1.0
รวม 3.5 140
อ20201 ภาษาองั กฤษฟงั พดู 1 0.5
ภำษำต่ำงประเทศที่ 2 1.0
ส22234 หน้าที่พลเมอื ง 4 0.5
รวม 4.0
รวมพน้ื ฐำนและเพม่ิ เตมิ กลุ่ม 1 14.5 580 รวมพนื้ ฐำนและเพ่มิ เติมกลมุ่ 1 15.0
รำยวิชำเพม่ิ เติมกล่มุ 2 นก. คำบ รำยวิชำเพ่ิมเตมิ กลุม่ 2 นก. คำบ
เลอื กลงทะเบียน 0.5-1.5 เลือกลงทะเบียน 0.5-1.5
รวม 0.5-1.5 รวม 0.5-1.5
กิจกรรมพัฒนำผเู้ รยี น นก. คำบ กิจกรรมพัฒนำผเู้ รียน นก. คำบ
กจิ กรรมแนะแนว – 20 กิจกรรมแนะแนว – 20
ชุมนุม – 20 ชุมนุม – 20
ลูกเสอื /เนตรนารี – 20 ลูกเสือ/เนตรนารี – 20
กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ – นอกตาราง กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ – นอกตาราง
กจิ กรรมทางวิชาการ – นอกตาราง กิจกรรมทางวิชาการ – นอกตาราง
กิจกรรมพัฒนาทักษะชวี ติ – นอกตาราง กจิ กรรมพัฒนาทกั ษะชีวติ – นอกตาราง
รวม – 60 รวม – 60
คมู่ อื นักเรยี นและผ้ปู กครอง ปี 2565 หน้า 50
โครงสรำ้ งหลักสตู รระดับช้นั มัธยมศึกษำปีท่ี 3
ชัน้ มัธยมศกึ ษำปที ่ี 3 (ภำคเรียนที่ 1) ชัน้ มัธยมศึกษำปีที่ 3 (ภำคเรียนท่ี 2)
รำยวิชำพืน้ ฐำน นก. คำบ รำยวิชำพ้ืนฐำน นก. คำบ
60 60
ท23101 ภาษาไทย 5 (หลักการใช้ภาษาไทย 3) 1.5 60 ท23102 ภาษาไทย 6 (วรรณคดีกบั ชีวติ ) 1.5 60
60 60
ค23101 คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน 5 1.5 40 ค23102 คณติ ศาสตรพ์ ื้นฐาน 6 1.5 20
40 20
ว23101 วิทยาศาสตร์ 5 1.5 ว23102 วิทยาศาสตร์ 6 1.5
20 20
ว23103 เทคโนโลยีและวิทยาการคานวณ 3 1.0 ส23104 สังคมศกึ ษา 6 0.5
20 20
ส23101 สังคมศกึ ษา 5 1.0 20 ส23105 สังคมศึกษา 7 0.5 20
20 20
ส23102 พระพุทธศาสนา 5 0.5 40 ส23106 พระพทุ ธศาสนา 6 0.5 20
ส23108 อิสลามศกึ ษา 5 60 ส23109 อิสลามศึกษา 6 20
440 40
ส23103 ประวตั ศิ าสตร์ 5 0.5 คำบ ส23107 ประวตั ศิ าสตร์ 6 0.5 60
40 440
พ23101 สขุ ศกึ ษา 5 0.5 40 พ23103 สขุ ศึกษา 6 0.5 คำบ
พ23102 พลศกึ ษา 5 0.5 20 พ23104 พลศกึ ษา 6 0.5 40
ศ23101 นาฏศลิ ป์ 3 1.0 20 ศ23102 ทัศนศลิ ป์ 3 0.5 20
อ23101 ภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน 5 1.5 120 ศ23103 ดนตรี 3 0.5 40
รวม 11.0 560 ง23101 การงานอาชีพ 3 1.0 100
540
รำยวิชำเพิม่ เตมิ กลมุ่ 1 นก. อ23102 ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 6 1.5
ค20205 คณิตศาสตรเ์ พ่ิมเติม 5 1.0 รวม 11.0
ว20205 การส่ือสารและการนาเสนอ 1.0 รำยวิชำเพ่ิมเตมิ กลุ่ม 1 นก.
อ20202 ภาษาอังกฤษรอบรู้ 0.5 ค20206 คณติ ศาสตรเ์ พิ่มเติม 6 1.0
ส23235 หน้าทพ่ี ลเมอื ง 5 0.5 ส23236 หน้าท่ีพลเมอื ง 6 0.5
อ20203 การเขียนภาษาอังกฤษเชิง
รวม 3.0 สรา้ งสรรค์ 1.0
รวมพ้นื ฐำนและเพิ่มเติมกล่มุ 1 14.0 รวม 2.5
รวมพนื้ ฐำนและเพ่ิมเตมิ กลุ่ม 1 13.5
รำยวิชำเพิม่ เติมกลมุ่ 2 นก. คำบ รำยวิชำเพิ่มเติมกลุ่ม 2 นก. คำบ
เลือกลงทะเบียน 0.5-1.5 เลอื กลงทะเบยี น 0.5-1.5
รวม 0.5-1.5 รวม 0.5-1.5
กจิ กรรมพัฒนำผู้เรียน นก. คำบ กจิ กรรมพฒั นำผ้เู รียน นก. คำบ
กจิ กรรมแนะแนว – 20 กิจกรรมแนะแนว – 20
ชมุ นุม – 20 ชุมนมุ – 20
ลกู เสือ/เนตรนารี – 20 ลกู เสือ/เนตรนารี – 20
กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ – นอกตาราง กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ – นอกตาราง
กิจกรรมทางวชิ าการ – นอกตาราง กิจกรรมทางวิชาการ – นอกตาราง
กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต – นอกตาราง กจิ กรรมพัฒนาทักษะชวี ติ – นอกตาราง
รวม – 60 รวม – 60
คมู่ อื นกั เรยี นและผปู้ กครอง ปี 2565 หนา้ 51
เกณฑ์กำรสำเร็จกำรศกึ ษำระดบั มัธยมศึกษำตอนตน้
การจะสาเร็จการศึกษาระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น ตามหลักสตู รโรงเรยี นวิทยาศาสตร์ภูมภิ าค
พ.ศ. 2554 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2561) นักเรียนตอ้ งลงทะเบียนเรยี นรายวิชาต่าง ๆ และมผี ลการเรยี น
แต่ละรายวิชาไม่ตา่ กวา่ 2 ตลอดจนผ่านการประเมินคุณลกั ษณะและเขา้ ร่วมกิจกรรมตา่ ง ๆ ดังนี้
1) ลงทะเบียนเรียนรายวชิ าพื้นฐานจานวน 66 หน่วยกิต รายวิชาเพ่ิมเติมกลุ่ม 1 จานวน 20
หน่วยกิต และรายวชิ าเพ่ิมเติมกลุ่ม 2 จานวนไม่น้อยกว่า 4 หน่วยกิต และมีผลการเรียนแตล่ ะรายวิชา
ทล่ี งทะเบียนเรยี นไมต่ ่ากวา่ 2
2) ผา่ นการประเมินความสามารถด้านการอ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี นตามเกณฑ์ที่กาหนด
3) ผา่ นการประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ตามเกณฑ์ทกี่ าหนด
4) เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนท่ีหลากหลายตามความถนัด และความสนใจ และมีผล
การเขา้ ร่วมกจิ กรรมตามเกณฑข์ นั้ ตา่ ที่กาหนด
คู่มอื นักเรยี นและผูป้ กครอง ปี 2565 หน้า 52
เกณฑ์ขน้ั ต่ำของกิจกรรมพฒั นำผู้เรยี น
นอกจากการลงทะเบียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพ่ิมเติมตามเกณฑ์ที่กล่าวมาแล้ว
ข้างต้น การจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตามหลักสูตรของโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย
(โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค) พ.ศ. 2554 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2561) นักเรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรม
พัฒนาผูเ้ รียนตามเกณฑ์ขัน้ ต่า ทีก่ าหนดอีกด้วย
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แบ่งออกเป็น 4 กิจกรรมย่อย คือ 1) กิจกรรมแนะแนว 2) กิจกรรม
พัฒนาคุณลักษณะผู้เรียน 3) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ และ 4) กิจกรรมพัฒนา
จิตสานึกความเป็นไทยและความเป็นประชาธิปไตย นักเรียนต้องปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตาม
เกณฑ์ขั้นต่า ดังน้ี
1. กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรม จำนวนข้นั ตำ่ ทน่ี ักเรยี นต้องปฏิบตั ใิ น 3 ปี
1.1 การศกึ ษาดงู านนอกสถานท่ี
3 ครงั้ (คร้ังละไม่นอ้ ยกว่า 3 ช่วั โมง)
1.1.1 ดา้ นคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 3 คร้งั (ครัง้ ละไมน่ ้อยกวา่ 3 ช่ัวโมง)
1.1.2 ด้านสงั คมศกึ ษา ภาษา ศาสนา ศลิ ปวัฒนธรรม และ
โบราณคดี 6 ครัง้ (ครัง้ ละไมน่ ้อยกวา่ 1 ชั่วโมง 30 นาท)ี
1.2 การฟงั บรรยาย 4 ครั้ง (ครงั้ ละไมน่ ้อยกว่า 1 ช่ัวโมง 30 นาท)ี
1.2.1 ดา้ นคณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 4 คร้งั (ครง้ั ละไมน่ ้อยกว่า 1 ช่วั โมง 30 นาที)
1.2.2 ด้านการพฒั นาบคุ ลิกภาพและความฉลาดทางอารมณ์
1.2.3 ด้านสังคมศึกษา ภาษา ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และ 4 ครง้ั (ครั้งละไม่น้อยกว่า 1 ชวั่ โมง 30 นาที)
ดนตรี 30 ชื่อเร่อื ง (เลม่ )
1.2.4 ดา้ นการศกึ ษาตอ่ และอาชีพ * ในกรณีท่ีเป็นหนังสือภาษาต่างประเทศ
1.3 อา่ นหนงั สือจากรายการทโ่ี รงเรยี นกาหนดให้ 1 ชื่อเรื่อง (เล่ม) คิดเป็น 2 ช่อื เรอื่ ง (เลม่ )
ไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 80 ของเวลาเปิดเรียน
1.4 พบครทู ป่ี รกึ ษาประจาชน้ั หลงั เขา้ แถวเคารพธงชาติ (ครงั้ ละไม่นอ้ ยกว่า 15 นาท)ี
นักเรียนต้องเข้ารว่ มปฏิบัตกิ ิจกรรมแนะแนวอยา่ งตา่ ตามเกณฑ์ที่กาหนด จึงจะจบการศึกษา
ในระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ตามหลกั สตู รของโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภมู ิภาค
คมู่ อื นักเรยี นและผู้ปกครอง ปี 2565 หนา้ 53
2. กิจกรรมพัฒนำคุณลักษณะผเู้ รียน
กจิ กรรม จำนวนขั้นต่ำท่นี กั เรยี นต้องปฏิบตั ิใน 3 ปี
2.1 ค่ายวิชาการ 1 ครง้ั (ครัง้ ละไม่นอ้ ยกว่า 18 ช่วั โมง)
2.2 คา่ ยปฏิบตั ธิ รรม 1 ครัง้ (ครง้ั ละไม่น้อยกวา่ 18 ช่วั โมง)
2.3 กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี หรือยุวกาชาด ไม่นอ้ ยกว่า 120 ชว่ั โมง
2.4 กจิ กรรมชมุ นุม ไมน่ ้อยกว่า 6 ชุมนุม กาหนดชุมนุมวิชาการไม่นอ้ ยกวา่ 2 ชุมนมุ
(พิจารณาจากลักษณะกจิ กรรม)
2.5 การออกกาลังกายและเล่นกีฬา ไมน่ ้อยกวา่ 240 คร้ัง (ครง้ั ละไมน่ ้อยกว่า 45 นาท/ี ครง้ั /วัน)
นักเรียนต้องเข้าร่วมปฏบิ ัตกิ ิจกรรม นักเรียนอย่างตา่ ตามเกณฑ์ท่ีกาหนด จึงจะจบการศกึ ษา
ในระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ตามหลักสูตรของโรงเรียนวทิ ยาศาสตร์ภมู ภิ าค
3. กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสำธำรณประโยชน์
กจิ กรรม จำนวนขัน้ ต่ำทนี่ กั เรยี นตอ้ งปฏิบตั ใิ น 3 ปี
ไมน่ อ้ ยกว่า 80 ชวั่ โมง
3.1 กิจกรรมบาเพ็ญสาธารณประโยชน์ตอ่ โรงเรียน
3.2 กจิ กรรมบาเพญ็ สาธารณประโยชน์ต่อชุมชนและสงั คม
3.3 กิจกรรมการนาความรไู้ ปใชบ้ ริการสงั คม
นักเรียนต้องเข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างต่าตามเกณฑ์
ท่ีกาหนด จึงจะจบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตามหลักสูตรของโรงเรียนวิทยาศาสตร์
ภูมิภาค
คมู่ อื นักเรยี นและผู้ปกครอง ปี 2565 หน้า 54
4. กจิ กรรมพัฒนำจิตสำนกึ ควำมเป็นไทยและควำมเปน็ ประชำธปิ ไตย
กจิ กรรม จำนวนข้นั ต่ำท่ีนกั เรยี นต้องปฏิบัติใน 3 ปี
ไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมง
4.1 กิจกรรมพัฒนาจิตสานกึ ความเปน็ ไทยและความเป็นประชาธิปไตย
4.1.1 ความภูมิใจในความเป็นไทย และการปลกู ฝังความรักชาติ 1 ประเภท
4.1.2 การปลกู ฝังความเป็นประชาธิปไตย 1 ประเภท
4.2 กจิ กรรมราไทยหรอื นาฏศลิ ปพ์ ืน้ บ้านและเล่นดนตรีไทย
4.2.1 การราไทย หรือนาฏศิลป์
4.2.2 ดนตรไี ทย หรอื ดนตรีพืน้ บ้าน
นักเรียนต้องเขา้ รว่ มปฏิบัตกิ ิจกรรมพฒั นาจิตสานกึ ความเปน็ ไทยและความเปน็ ประชาธิปไตย
อย่างต่าตามเกณฑ์ท่ีกาหนด จึงจะจบการศึกษาในระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ตามหลักสูตรของ
โรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมภิ าค
คมู่ อื นกั เรยี นและผู้ปกครอง ปี 2565 หน้า 55
กำรวดั และประเมินผลกำรเรยี นร้ขู องนักเรียน
1. กำรวัดและประเมินผลกำรเรยี นรู้รำยวชิ ำพ้ืนฐำนและรำยวิชำเพิ่มเตมิ
1) เครื่องมือที่ใช้วัดและประเมินผลจะต้องใช้ให้หลากหลายสอดคล้องกับตัวช้ีวัด / ผล
การเรียนรู้ที่กาหนดไว้ โดยทั่วไปจะต้องมีการประเมินกลางภาค ปลายภาค การประเมินจากผลงาน
การประเมนิ จากแฟ้มสะสมงาน การสอบปากเปลา่ การสัมภาษณ์ การสอบปฏิบัติ รวมถึงการประเมิน
โดยใช้แบบสังเกต และแบบบันทึกต่าง ๆ แล้วปรับผลการประเมินจากเคร่ืองมือและวิธีการประเมิน
รูปแบบตา่ ง ๆ ใหเ้ ป็นคะแนน โดยให้ปรบั คะแนนเตม็ ให้เปน็ 100
2) การให้ระดับผลการเรียนของแต่ละรายวิชาจะใช้วิธีอิงเกณฑ์หรืออิงตัวช้ีวัด / ผล
การเรยี นรู้ โดยจะใหร้ ะดบั ผลการเรียนตามคะแนนผลการสอบและการประเมิน ดังนี้
ชว่ งคะแนน ระดับผลกำรเรยี น ควำมหมำย
80 – 100 4 ผลการเรยี นระดบั ดเี ยยี่ ม
75 – 79 3.5 ผลการเรยี นระดับดมี าก
70 – 74 3 ผลการเรยี นระดับดี
65 – 69 2.5 ผลการเรยี นระดับค่อนขา้ งดี
60 – 64 2 ผลการเรยี นระดบั พอใช้
55 – 59 1.5 ผลการเรยี นระดับคอ่ นข้างต่า
50 – 54 1 ผลการเรยี นระดับตา่
0 – 49 0 ผลการเรยี นระดับตา่ มาก
3) นกั เรียนต้องมีเวลาเรยี นไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรยี นท้ังหมดจงึ จะมีสิทธ์ิสอบ
กลางภาค หรือปลายภาค ถ้านักเรียนคนใดมีเวลาเรยี นไม่ถงึ ร้อยละ 80 ของเวลาเรยี นทงั้ หมด นกั เรยี น
ต้องปฏิบัติกิจกรรมเพ่ิมเติมตามท่ีครูผู้สอนกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการท่ีโรงเรียน
แตง่ ตัง้ แล้วขอสอบกลางภาคหรือปลายภาคใหม่
4) นักเรียนท่มี ีระดับผลการเรียนรายวิชาใดวิชาหน่ึงเป็น “0” “1” หรือ “1.5” จะตอ้ ง
ทากิจกรรมหรือเรียนเสริมตามท่ีครูผู้สอนกาหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการที่โรงเรียน
แตง่ ตงั้ จากน้ันจึงสอบแก้ตวั
การสอบแก้ตัวจะได้ระดับผลการเรียนสูงสุดไม่เกิน “2” ถ้านักเรียนสอบแก้ตัว 2 คร้ัง
แล้วยังได้ระดับผลการเรียน “0” “1” หรือ “1.5” อยู่อีกให้นักเรียนลงทะเบียนเรียนซ้าในรายวิชา
น้ัน ๆ
คู่มือนักเรียนและผูป้ กครอง ปี 2565 หนา้ 56
5) นักเรียนท่ีขาดส่งผลงานหรือส่งงานยังไม่ครบตามที่ได้รับมอบหมายจากครูผู้สอน
ใหไ้ ดผ้ ลการเรียน “ร” และเม่อื สง่ งานครบเรยี บรอ้ ยแลว้ ครผู ูส้ อนจงึ ให้ระดับผลการเรยี นได้
6) นักเรียนที่ไม่สามารถมาสอบหรือทากิจกรรมประเมนิ ผลตามกาหนดเวลา เพราะปว่ ย
หรือมี เหตุสุดวิสัยอ่ืน ให้ย่ืนคาร้องต่อคณะกรรมการที่โรงเรียนแต่งต้ัง เพ่ือขอสอบหรือทากิจกรรม
ประเมนิ ผลใหม่
7) รายวิชาใดท่ีผู้เรียนมีหลักฐานเด่นชัดแสดงให้เห็นว่ามีความรู้ความสามารถตาม
ข้อกาหนดของรายวิชาน้ัน ๆ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการที่โรงเรียนแตง่ ต้ัง นักเรียนสามารถ
ลงทะเบยี นเรียนโดยไมต่ ้องเข้าชั้นเรยี นตามปกตไิ ด้ แต่ต้องเขา้ รบั การประเมนิ ผลตามปกติของโรงเรียน
ในบางกรณีนักเรียน อาจนาผลงานที่แสดงว่านักเรียนได้มีความรู้ความสามารถตามข้อกาหนด
ของรายวชิ าน้ัน ๆ เสนอคณะกรรมการท่ีโรงเรยี นแตง่ ต้ังเพือ่ พิจารณาใหร้ ะดบั คะแนน โดยไม่ต้องเขา้ รบั
การประเมนิ ผลตามปกติของโรงเรยี นกไ็ ด้
8) นักเรียนสามารถขอลงทะเบียนเรียนใหม่รายวิชาในสาขาวิชาต่าง ๆ ได้ โดย
ความเห็นชอบของคณะกรรมการท่ีโรงเรียนแต่งตั้ง การประเมินผลรายวิชาท่ีเรียนใหม่ให้เป็นไปใน
แนวทางเดียวกนั กับการประเมนิ ผลรายวชิ าทีล่ งทะเบียนปกติ
9) ในแต่ละภาคเรียนนักเรียนต้องลงทะเบียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชาเพม่ิ เติม
ตามท่ีโรงเรียนกาหนด ในกรณีท่ีมีความจาเป็นนักเรียนไม่สามารถเรียนได้ตลอดภาคเรียน นักเรียน
สามารถขอระงับการเรียนและนักเรียนต้องลงทะเบียนเรียนใหม่ตามกาหนดเวลาและวิธีการท่ีแต่ละ
โรงเรยี นเหน็ สมควร
2. กำรประเมนิ ควำมสำมำรถด้ำนกำรอ่ำน คดิ วเิ ครำะห์ และเขียน
1) หลังจากนักเรียนเข้าศึกษาในโรงเรียนไปแล้วไม่น้อยกว่า 2 ภาคเรียนและไม่เกิน
4 ภาคเรียน โรงเรียนจะเป็นผู้มอบหมายให้ครูผู้สอนนักเรียนคนนั้น ๆ ในขณะนั้นไม่น้อยกว่า 5 คน
เปน็ ผู้ประเมินความสามารถในการอา่ น การคิดวเิ คราะห์ และการเขยี นของผูเ้ รยี นเป็นรายบุคคล โดยใช้
เครื่องมือและวิธีการท่ีคณะกรรมการท่ีโรงเรียนแต่งต้ังเป็นผู้กาหนด โดยใช้มาตราประเมิน 5 ระดับ
(1, 2, 3, 4 และ 5 เมื่อ 1 หมายถึงความสามารถต่า และ 5 หมายถึงความสามารถดีเยี่ยม) นักเรียน
จะต้องได้รับผลการประเมินความสามารถดังน้ี ผลการประเมินต่ากว่า 3.00 ถือว่าไม่ผ่านการประเมนิ
ผลการประเมิน 3.00 - 3.74 ผ่านเกณฑ์การประเมิน ผลการประเมิน 3.75 - 4.49 ผ่านการประเมิน
ระดับดี ผลการประเมนิ 4.50 ขนึ้ ไป ผา่ นการประเมินระดับดเี ยีย่ ม
2) ในกรณีที่ประเมินแล้วไม่ผ่าน ให้คณะกรรมการท่ีโรงเรียนแต่งต้ังจะเป็นผู้กาหนด
แนวทางหรอื กจิ กรรมใหน้ ักเรยี นนาไปปฏิบตั เิ พ่อื ปรับปรุงแก้ไข คณะกรรมการดังกลา่ วจะเปน็ ผตู้ ิดตาม
และประเมินผลนักเรียนต่อไป เม่ือประเมินผ่านแล้วจึงเสนอให้โรงเรียนปรับแก้ผลการประเมินจาก
“ไมผ่ ่าน” เป็น “ผ่าน”
คู่มือนกั เรียนและผปู้ กครอง ปี 2565 หน้า 57
3. กำรประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1) คณะกรรมการทีโ่ รงเรียนแต่งตง้ั จะเปน็ ผู้กาหนดคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ดา้ นต่าง ๆ
เพื่อใช้ในการประเมิน และจะจัดทาเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินขึ้น โดยใช้มาตราประเมิน 5 ระดับ
(1, 2, 3, 4 และ 5 เม่ือ 1 หมายถึง ต่าหรือไม่ดี และ 5 หมายถึง สูงหรือดีเยี่ยม) ในแต่ละภาคเรียน
โรงเรียนจะมอบหมายให้ครูผู้สอนไม่น้อยกว่า 5 คน เป็นผู้ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ
นักเรยี นแตล่ ะคนโดยใช้เคร่ืองมอื ดงั กลา่ ว
นักเรียนจะต้องได้รับผลการประเมินความสามารถดังนี้ ผลการประเมินต่ากว่า 3.00
ถือว่าไม่ผ่านการประเมนิ ผลการประเมิน 3.00 - 3.74 ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน ผลการประเมิน 3.75 -
4.49 ผ่านการประเมินระดบั ดี ผลการประเมนิ 4.50 ขึ้นไป ผ่านการประเมินระดบั ดเี ยีย่ ม
2) ในกรณีท่ีประเมินแล้วไม่ผ่าน ให้คณะกรรมการท่ีโรงเรียนแต่งต้ังเป็นผู้กาหนด
แนวทาง หรือกิจกรรมให้นักเรยี นนาไปปฏิบตั ิเพื่อปรบั ปรงุ แกไ้ ข คณะกรรมการดังกลา่ วจะเปน็ ผู้ตดิ ตาม
และประเมินผลนักเรียนต่อไป เมื่อประเมินผ่านแล้ว จึงให้โรงเรียนปรับแก้ผลการประเมินจาก
“ไมผ่ ่าน” เปน็ “ผ่าน”
4. กำรประเมินกิจกรรมพฒั นำผูเ้ รยี น
1) คณะกรรมการที่โรงเรยี นแตง่ ตั้ง จะเป็นผู้จัดทาแบบบันทึกการปฏิบัติกจิ กรรมพัฒนา
ผู้เรียนแจกให้กับนักเรียนแต่ละคน สาหรับใช้บันทึกผลการปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของตนเอง
ในภาคเรียนน้ัน ๆ เม่ือนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแล้วให้บันทึกลงในแบบบันทึกดังกล่าว
แลว้ ใหค้ รทู ี่ปรึกษาหรือครูผู้รบั ผิดชอบการจดั กิจกรรมนนั้ ๆ ลงนามรับรอง
ส่วนการประเมินทักษะชีวิตของนักเรียนประจาให้คณะกรรมการที่โรงเรียนแต่งตั้งเป็น
ผ้จู ัดทาเกณฑ์ วธิ ีการและแบบประเมิน ซึ่งจะประกาศให้นกั เรยี นทราบล่วงหนา้ ทุกปีการศกึ ษา สาหรับ
การประเมนิ จะทาการประเมนิ และสรุปผลการประเมนิ ทุกภาคเรยี น
2) เม่ือส้ินภาคเรียนให้ครูที่ปรึกษารวบรวมแบบบันทึกการปฏิบัติกิจกรรมดังกล่าว
ส่งงานทะเบียนเพื่อบันทึกเป็นข้อมูล นักเรียนจะต้องปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามเกณฑ์ขั้นต่า
ที่โรงเรียนกาหนด จึงจะถอื วา่ จบการศึกษาตามหลักสูตร กรณที ีน่ ักเรียนยังปฏิบตั ิกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น
ไม่ครบถ้วนตามเกณฑ์ขั้นต่า คณะกรรมการท่ีโรงเรียนแต่งต้ัง จะเป็นผู้กาหนดกิจกรรมให้นักเรียน
ปฏิบตั เิ พม่ิ เตมิ จนผา่ นเกณฑ์ขั้นตา่ ทก่ี าหนด
คู่มอื นกั เรียนและผปู้ กครอง ปี 2565 หนา้ 58
โครงสรำ้ งหลกั สูตรโรงเรียนวทิ ยำศำสตร์จุฬำภรณรำชวทิ ยำลยั
ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษำตอนปลำย พุทธศักรำช 2561
ค่มู ือนักเรียนและผูป้ กครอง ปี 2565 หนา้ 59
โครงสรำ้ งหลักสตู รโรงเรียนวทิ ยำศำสตรภ์ มู ภิ ำค ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษำตอนปลำย
พทุ ธศักรำช 2560 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักรำช 2561)
ตำรำง สรุปจำนวนหน่วยกติ รำยวิชำพนื้ ฐำนและรำยวิชำเพิ่มเตมิ ของกลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ตำ่ ง ๆ
กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ รำยวิชำ รำยวิชำเพิ่มเตมิ
พน้ื ฐำน กลมุ่ 1 กลุม่ 2
1. ภาษาไทย 6.0 – เลือกลงทะเบียนเรยี นไม่น้อยกว่า
2. คณิตศาสตร์ 6.5 5.5 4.0 หน่วยกิต จากรายวิชาเลือกของ
3. วิทยาศาสตร์ 8.5 26.5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ รวมถึง
– ฟิสิกส์ 1.5 6.5 รายวิชาการเรียนล่วงหน้า (AP) ตาม
– เคมี 1.5 5.5 ศกั ยภาพ ความถนดั และความสนใจ
– ชวี วทิ ยา 1.5 5.5
– ดาราศาสตร์ 0.5 –
– โลกศาสตรแ์ ละภูมิศาสตร์ 1.5 –
– วิทยาการคอมพวิ เตอร์ 1.0 3.0
–
– การออกแบบและพ้นื ฐานทางวศิ วกรรมศาสตร์ 1.0
– สมั มนาทางวทิ ยาศาสตร์ – 1.0
– การสืบเสาะและธรรมชาติทางวิทยาศาสตร์ – 1.0
– ความคิดสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม – 2.0
– โครงงานวิทยาศาสตร์ – 2.0
4. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 6.5 3.5
– สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม 6.0 –
– มนษุ ยแ์ ละสิง่ แวดลอ้ ม 0.5 –
– การบูรณาการความรู้ – 2.0
– ทักษะชวี ติ ** – 1.5
5. สุขศึกษาและพลศึกษา 3.0 –
6. ศลิ ปะ 3.0 –
7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี 1.5 –
8. ภาษาต่างประเทศ 6.0 7.5
– ภาษาองั กฤษ 6.0 6.0
– ภาษาตา่ งประเทศที่ 2 (เลอื ก 1 ภาษา ) – 1.5
รวม 41.0 43.0 ไม่น้อยกว่ำ 4.0
ไมน่ อ้ ยกว่ำ 88.0
คมู่ อื นักเรียนและผูป้ กครอง ปี 2565 หน้า 60
ตำรำง กำรจัดหน่วยกติ กำรเรียนรำยวิชำพนื้ ฐำนและรำยวชิ ำเพ่ิมเตมิ ของแต่ละภำคเรียน
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ม.4 ม.5 ม.6 รวม
ภำค 1 ภำค 2 ภำค 1 ภำค 2 ภำค 1 ภำค 2
รำยวิชำพื้นฐำนและรำยวชิ ำเพ่ิมเตมิ กล่มุ ท่ี 1 6.0
1. ภาษาไทย 1.0* 1.0* 1.0* 1.0* 1.0* 1.0* 12.0
2. คณิตศาสตร์ 1.5*+2.0* 1.5* 1.5* 1.5 1.5 + 1.0 1.5 35.0
3. วิทยาศาสตร์ 8.0
1.5* 1.5 1.5 2.0 1.5 – 7.0
3.1 ฟิสิกส์ 1.5* 1.5 1.5 1.5 1.0 – 7.0
3.2 เคมี 1.5* 1.5 1.0 1.5 1.5 – 0.5
3.3 ชวี วิทยา – 0.5* –– – – 1.5
3.4 ดาราศาสตร์ – 1.0* 0.5* – – – 4.0
3.5 โลกศาสตร์และภูมิศาสตร์ 1.0* 1.5 1.5 – – – 1.0
3.6 วทิ ยาการคอมพวิ เตอร์ 1.0* – –– – – 1.0
3.7 การออกแบบและพนื้ ฐานทาง – 1.0 –– – – 1.0
วศิ วกรรมศาสตร์ 1.0 – –– – – 2.0
3.8 สัมมนาทางวทิ ยาศาสตร์ – 1.0 –– 1.0 – 2.0
3.9 การสืบเสาะและธรรมชาติทางวทิ ยาศาสตร์ –– (1.0 1.0) – –
3.10 ความคิดสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม
3.11 โครงงานวิทยาศาสตร์
4. สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 10.0
4.1 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม 1.0* 1.0* 1.0* 1.0* 1.0*+0.5* 0.5* 6.0
4.2 มนุษยแ์ ละสงิ่ แวดล้อม – – – – 0.5* – 0.5
4.3 การบูรณาการความรู้ – – – 1.0 - 1.0 2.0
4.4 ทักษะชวี ิต ** 0.25 0.25 0.25 0.25 0.25 0.25 1.5
5. สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 0.5* 0.5* 0.5* 0.5* 0.5* 0.5* 3.0
6. ศลิ ปะ 0.5* 0.5* 0.5* 0.5* 0.5* 0.5* 3.0
7. การงานอาชพี และเทคโนโลยี – – – – 1.0* 0.5* 1.5
8. ภาษาตา่ งประเทศ 13.5
8.1 ภาษาอังกฤษ 2.0* 2.0* 2.0* 2.0 2.0 2.0 12.0
8.2 ภาษาต่างประเทศท่ี 2 (เลือก 1 ภาษา) – – 1.5 – – – 1.5
รวมหน่วยกิตรำยวชิ ำพ้ืนฐำนและรำยวิชำเพม่ิ เตมิ 16.25 16.25 15.25 13.75 14.75 7.75 84.0
กลุ่ม 1
รำยวิชำเพิม่ เตมิ กลุ่ม 2 เลอื กเรยี นไม่นอ้ ยกว่ำ 4.0 หน่วยกิต 4.0
รวมท้ังส้นิ ไม่น้อยกวำ่ 88.0
หมำยเหตุ : รายวิชาทมี่ เี ครือ่ งหมาย * หมายถงึ รายวชิ าพ้นื ฐาน ** หมายถงึ เรยี นนอกตาราง
คูม่ อื นักเรียนและผูป้ กครอง ปี 2565 หนา้ 61
โครงสรำ้ งหลักสตู รระดับชน้ั มัธยมศึกษำปีที่ 4
ช้ันมธั ยมศกึ ษำปีท่ี 4 (ภำคเรียนที่ 1) ช้นั มธั ยมศึกษำปที ี่ 4 (ภำคเรยี นท่ี 2)
รำยวิชำพน้ื ฐำน นก. คำบ รำยวิชำพน้ื ฐำน นก. คำบ
40 40
ท30101 ภาษาไทยเพือ่ การสอ่ื สาร 1 1.0 60 ท30102 วรรณวนิ ิจ 1.0 60
80 20
ค30101 คณิตศาสตร์ 1 1.5 60 ค30103 คณิตศาสตร์ 3 1.5 40
ค30102 คณิตศาสตร์ 2 2.0 60 40
ว30101 ฟิสิกสพ์ ื้นฐาน 1.5 60 ว30161 ดาราศาสตรพ์ นื้ ฐาน 0.5 20
40 20
40 ว30162 โลกศาสตร์และภูมิศาสตร์ 1 1.0 80
320
ว30121 เคมีพน้ื ฐาน 1.5 40 ส30102 หน้าที่พลเมือง 1.0
ว30141 พ้นื ฐานของส่งิ มชี ีวติ 1.5 20 พ30102 สขุ ศึกษาและพลศึกษา 2 0.5
ว30181 วทิ ยาการคอมพวิ เตอรเ์ บ้ืองตน้ 1.0 20
ว30182 การออกแบบและพ้นื ฐานทาง 1.0 80 ศ30102 สงั คตี นยิ ม 0.5
600
อ30102 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 2 2.0
วิศวกรรมศาสตร์ รวม 8.0
ส30101 ศาสนศกึ ษาและหลกั ธรรม 1.0
สาหรบั ชีวติ
พ30101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 1 0.5
ศ30101 ทศั นศลิ ป์ 0.5
อ30101 ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 1 2.0 รำยวิชำเพ่มิ เติมกล่มุ 1 นก. คำบ
ว30201 กลศาสตร์ 1.5 60
รวม 15.0 ว30221 สมบัติของสาร 1.5 60
ว30241 พันธุศาสตร์ และววิ ัฒนาการ 1.5 60
รำยวิชำเพม่ิ เตมิ กลุม่ 1 นก. คำบ ว30284 สมั มนาทางวทิ ยาศาสตร์ 1.0 40
ว30283 การสืบเสาะและธรรมชาติ 1.0 40 ว30285 ความคดิ สรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม 1 1.0 40
ว30281 การเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ 1.5 60
ทางวิทยาศาสตร์ 0.25 10 ส30201 ทักษะชีวิต 0.25 10
ส30201 ทักษะชวี ิต 1.25 50 8.25 330
16.25 650 รวม 16.25 650
รวม นก. คำบ รวมพน้ื ฐำนและเพ่มิ เตมิ กลมุ่ 1 นก. คำบ
รวมพ้นื ฐำนและเพิ่มเติมกล่มุ 1 0.5–1.5 รำยวิชำเพ่ิมเตมิ กลุ่ม 2 0.5–1.5
รำยวิชำเพิม่ เติมกลุ่ม 2 0.5–1.5 คำบ เลอื กลงทะเบยี น 0.5–1.5 คำบ
เลือกลงทะเบียน นก. 20 นก. 20
– 20 รวม – 20
รวม – นอก กจิ กรรมพัฒนำผูเ้ รยี น – นอก
กิจกรรมพฒั นำผเู้ รยี น – ตาราง กิจกรรมแนะแนว ตาราง
กิจกรรมแนะแนว นอก ชมุ นุม – นอก
ชุมนมุ – ตาราง ตาราง
กิจกรรมเพื่อสังคมและ 40 กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ – 40
สาธารณประโยชน์ –
กิจกรรมทางวิชาการ –
กิจกรรมทางวชิ าการ
รวม
รวม
คมู่ อื นักเรยี นและผู้ปกครอง ปี 2565 หนา้ 62
โครงสร้ำงหลักสูตรระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษำปที ่ี 5
ช้ันมธั ยมศึกษำปีท่ี 5 (ภำคเรยี นที่ 1) ช้นั มัธยมศึกษำปีที่ 5 (ภำคเรียนที่ 2)
รำยวิชำพนื้ ฐำน นก. คำบ รำยวิชำพ้นื ฐำน นก. คำบ
40 40
ท30103 ภาษาไทยเพอื่ การส่ือสาร 2 1.0 60 ท30104 วรรณคดีกบั ชวี ติ 1.0 40
20 20
ค30104 คณิตศาสตร์ 4 1.5 40 ส30104 ประวตั ิศาสตรไ์ ทย 1 1.0 20
20 120
ว30163 โลกศาสตร์และภมู ิศาสตร์ 2 0.5 20 พ30104 สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 4 0.5
80
ส30103 เศรษฐศาสตร์ 1.0 280 ศ30104 สนุ ทรยี นาฏศลิ ป์ 0.5
พ30103 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 3 0.5 รวม 3.0
ศ30103 ดนตรปี ฏบิ ตั ิ 0.5
อ30103 ภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน 3 2.0
รวม 7.0
รำยวิชำเพ่มิ เตมิ กลมุ่ 1 นก. คำบ รำยวิชำเพม่ิ เติมกลุ่ม 1 นก. คำบ
1.5 60 1.5 60
ว30202 สมบัตเิ ชิงกลของสาร ค30201 แคลคลู สั เบือ้ งตน้ 1 2.0 80
อุณหพลศาสตร์และคลืน่ กล 1.5 60 ว30203 ไฟฟ้าและแม่เหลก็ 1.5 60
1.0 40 ว30223 อนิ ทรีย์เคมีและสารชีวโมเลกลุ 1.5 60
ว30222 จลนศาสตรเ์ คมแี ละสมดลุ เคมี
1.0 40 ว30243 กายวภิ าคศาสตร์และสรีรวิทยา 1.0 40
ว30242 กายวภิ าคศาสตร์และสรรี วทิ ยา 1.5 60 ของสัตว์ 1.0 40
ของพืช 1.5 60 2.0 80
0.25 10 ว30287 โครงงานวทิ ยาศาสตร์ 0.25 10
ว30287 โครงงานวิทยาศาสตร์ 8.25 330 ส30202 การบูรณาการความรู้ 1 10.75 430
ว30282 วทิ ยาการคอมพิวเตอรป์ ระยุกต์ 15.25 610 อ30201 ภาษาอังกฤษวิชาการ 1 13.75 550
ภำษำตำ่ งประเทศท่ี 2 ส30201 ทักษะชวี ิต
ส30201 ทักษะชวี ติ
รวม
รวม รวมพนื้ ฐำนและเพ่ิมเตมิ กลมุ่ 1
รวมพนื้ ฐำนและเพม่ิ เตมิ กลุ่ม 1
รำยวิชำเพิ่มเตมิ กล่มุ 2 นก. คำบ รำยวิชำเพม่ิ เติมกล่มุ 2 นก. คำบ
เลือกลงทะเบียน 0.5–1.5 เลอื กลงทะเบยี น 0.5–1.5
รวม 0.5–1.5 รวม 0.5–1.5 คำบ
กิจกรรมพัฒนำผ้เู รยี น กจิ กรรมพัฒนำผู้เรยี น 20
กจิ กรรมแนะแนว นก. คำบ กิจกรรมแนะแนว นก. 20
ชมุ นมุ – 20 ชมุ นุม –
กิจกรรมเพ่ือสังคม – 20 กิจกรรมเพือ่ สังคม –
และสาธารณประโยชน์ – นอกตาราง และสาธารณประโยชน์
กจิ กรรมทางวิชาการ กจิ กรรมทางวชิ าการ – นอกตาราง
– นอกตาราง – นอกตาราง
รวม – 40
รวม – 40
ค่มู อื นักเรยี นและผู้ปกครอง ปี 2565 หน้า 63
โครงสร้ำงหลักสูตรระดบั ชัน้ มัธยมศึกษำปีท่ี 6
ชัน้ มธั ยมศกึ ษำปที ่ี 6 (ภำคเรียนที่ 1) ชั้นมัธยมศกึ ษำปีที่ 6 (ภำคเรียนท่ี 2)
รำยวิชำพ้ืนฐำน นก. คำบ รำยวิชำพืน้ ฐำน นก. คำบ
40 40
ท30105 หลักภาษาไทยในชีวิตประจาวัน 1.0 40 ท30106 พัฒนาทักษะภาษาไทย 1.0 20
20 20
ส30105 ประวัติศาสตร์โลก 1.0 20 ส30108 ประวัตศิ าสตร์รว่ มสมยั 0.5 20
20 20
ส30106 ประวัติศาสตร์ไทย 2 0.5 20 พ30106 สุขศึกษาและพลศึกษา 6 0.5 120
40
ส30107 มนษุ ยแ์ ละสง่ิ แวดล้อม 0.5 200 ศ30106 สุนทรยี ภาพทางทัศนศลิ ป์ 0.5
พ30105 สุขศึกษาและพลศึกษา 5 0.5 คำบ ง30102 การงานอาชีพ 2 0.5
60
ศ30105 นาฏศลิ ป์เปรยี บเทยี บ 0.5 40 รวม 3.0
ง30101 การงานอาชพี 1 1.0 60
40
รวม 5.0 60
40
รำยวิชำเพิม่ เตมิ กลมุ่ 1 นก. คำบ
80 60
รำยวิชำเพม่ิ เตมิ กลุ่ม 1 นก. 10 ค30204 พีชคณติ เชงิ เส้นเบ้ืองต้น 1.5*
ค30202 สถิติเบื้องต้น 1.5 390 40
ค30203 คอมบินาทอริกและ 1.0 590 ค30205 แคลคลู ัสเบ้อื งต้น 2 80
10
ความน่าจะเป็นเบื้องต้น 1.5 ส30203 การบูรณาการความรู้ 2 1.0 190
ว30204 แสงและฟิสกิ สย์ คุ ใหม่ 1.0 310
ว30224 เคมีเชิงความร้อนและไฟฟ้าเคมี 1.5 อ30203 ภาษาองั กฤษวชิ าการ 3 2.0
ว30244 ความหลากหลายทางชวี ภาพ 1.0
ว30286 ความคิดสร้างสรรค์และ ส30201 ทกั ษะชวี ติ 0.25
2.0
นวตั กรรม 2 0.25 รวม 4.75
อ30202 ภาษาอังกฤษวิชาการ 2 9.75
ส30201 ทักษะชีวิต 14.75 รวมพ้ืนฐำนและเพม่ิ เตมิ กลมุ่ 1 7.75
รวม
รวมพ้นื ฐำนและเพม่ิ เติมกลุ่ม 1
รำยวิชำเพ่มิ เตมิ กลุ่ม 2 นก. คำบ รำยวิชำเพ่มิ เตมิ กลุม่ 2 นก. คำบ
เลอื กลงทะเบยี น 0.5–1.5 0.5–1.5
0.5–1.5 คำบ เลือกลงทะเบยี น รวม 0.5–1.5 คำบ
รวม 20 กจิ กรรมพฒั นำผู้เรยี น 20
กจิ กรรมพัฒนำผเู้ รียน นก. 20 นก. 20
กิจกรรมแนะแนว – นอกตาราง กจิ กรรมแนะแนว – นอกตาราง
ชมุ นุม – นอกตาราง – นอกตาราง
กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ 40 ชมุ นุม 40
– –
กจิ กรรมทางวิชาการ กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
– –
รวม – กจิ กรรมทางวิชาการ –
รวม
หมำยเหตุ : จานวนหน่วยกติ ทมี่ ีเครือ่ งหมาย * หมายถงึ เลือกเรียน 1 รายวิชา จาก 2 รายวิชา
คู่มอื นักเรยี นและผปู้ กครอง ปี 2565 หน้า 64
เกณฑก์ ำรสำเร็จกำรศกึ ษำระดบั มัธยมศึกษำตอนปลำย
นักเรียนต้องลงทะเบียนเรียนรายวิชาต่าง ๆ และมีผลการเรียนแต่ละรายวิชาไม่ต่ากว่า 2
ตลอดจนผ่านการประเมินคุณลักษณะและเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ดังต่อไปน้ี จึงถือว่าจบการศึกษา
ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 ตามหลกั สตู รโรงเรียนวิทยาศาสตรภ์ ูมิภาค พุทธศักราช 2560
1. ลงทะเบียนเรยี นรายวิชาพื้นฐาน จานวน 41.0 หน่วยกิต รายวิชาเพิ่มเตมิ กลุ่ม 1 จานวน
43.0 หน่วยกิต และเลือกลงทะเบียนเรียนรายวิชาเพ่ิมเติมกลุ่ม 2 จานวนไม่ต่ากว่า 4.0 หน่วยกิต
ตามศักยภาพ ความถนัด และความสนใจ รวมทั้งส้ินไมต่ ่ากว่า 88.0 หน่วยกิต และมีผลการเรยี นแต่ละ
รายวิชาไมต่ ่ากวา่ “2”
2. ผ่านการประเมินความสามารถด้านการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนตามเกณฑท์ ี่โรงเรยี น
กาหนด
3. ผ่านการประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเกณฑท์ ีโ่ รงเรยี นกาหนด
4. เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่หลากหลายตามความถนัดและความสนใจ ตามเกณฑ์
ข้นั ตา่ ที่กาหนด
5. การปฏิบัติท่ีนอกเหนือจากเกณฑ์ดงั กล่าว ให้เสนอคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
ของแต่ละโรงเรยี นพจิ ารณาเปน็ ราย ๆ ไป
คู่มอื นกั เรียนและผปู้ กครอง ปี 2565 หนา้ 65
เกณฑ์ขั้นตำ่ ของกิจกรรมพัฒนำผ้เู รยี น ระดบั มัธยมศกึ ษำตอนปลำย
นอกจากการลงทะเบียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพ่ิมเติมตามเกณฑ์ท่ีกล่าวมาแล้ว
ข้างต้น การจบการศกึ ษาชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 ตามหลักสตู รโรงเรียนวิทยาศาสตรภ์ ูมิภาค พุทธศักราช
2560 นกั เรียนต้องเข้ารว่ มกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นตามเกณฑ์ขัน้ ต่าทกี่ าหนดอีกดว้ ย
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแบ่งออกเป็น 4 กิจกรรมย่อย คือ 1) กิจกรรมแนะแนว 2) กิจกรรม
พัฒนาคุณลักษณะผู้เรียน 3) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ และ 4) กิจกรรมพัฒนา
จิตสานึกความเป็นไทยและความเป็นประชาธิปไตย นักเรียนต้องปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตาม
เกณฑข์ นั้ ตา่ ดงั นี้
1. กิจกรรมแนะแนว
กิจกรรม จำนวนขั้นต่ำทน่ี กั เรียนต้องปฏบิ ตั ิใน 3 ปี
1.1 การศึกษาดงู านนอกสถานที่ 5 ครั้ง (ครัง้ ละไม่น้อยกว่า 3 ช่ัวโมง)
1.1.1 ดา้ นคณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 6 ครง้ั (ครง้ั ละไมน่ ้อยกวา่ 3 ชั่วโมง)
1.1.2 ด้านสังคมศึกษา ภาษา ศาสนา ศลิ ปวฒั นธรรม และ
โบราณคดี
1.2 การฟงั บรรยาย
1.2.1 ดา้ นคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 6 ครง้ั (ครัง้ ละไม่นอ้ ยกว่า 1 ชัว่ โมง 30 นาที)
1.2.2 ด้านการพฒั นาบุคลิกภาพและความฉลาดทางอารมณ์ 3 ครง้ั (ครง้ั ละไมน่ ้อยกวา่ 1 ชั่วโมง 30 นาท)ี
1.2.3 ด้านสังคมศึกษา ภาษา ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และ 3 ครง้ั (ครงั้ ละไม่นอ้ ยกว่า 1 ช่ัวโมง 30 นาที)
ดนตรี
1.2.4 ดา้ นการศึกษาต่อและอาชพี 3 คร้งั (ครง้ั ละไมน่ อ้ ยกวา่ 1 ชว่ั โมง 30 นาที)
1.3 อ่านหนังสือจากรายการท่โี รงเรยี นกาหนดให้ 50 ชอ่ื เร่อื ง (เล่ม)
1.4 พบครูที่ปรึกษาประจาชั้นหลงั เข้าแถวเคารพธงชาติ * ในกรณีทเ่ี ป็นหนังสือภาษาต่างประเทศ
1 ช่ือเรอื่ ง (เล่ม) คดิ เป็น 2 ช่อื เร่อื ง (เลม่ )
ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเปดิ เรียน
(คร้งั ละไมน่ ้อยกวา่ 15 นาที)
คมู่ ือนักเรยี นและผปู้ กครอง ปี 2565 หน้า 66
2. กิจกรรมพัฒนำคุณลกั ษณะผเู้ รียน
กจิ กรรม จำนวนขนั้ ต่ำท่ีนกั เรยี นต้องปฏบิ ตั ใิ น 3 ปี
2.1 ค่ายวิชาการ
2.2 คา่ ยปฏบิ ตั ธิ รรม 1 ครงั้ (ครง้ั ละไม่นอ้ ยกว่า 3 วัน 2 คืน)
2.3 กจิ กรรมชุมนมุ 1 ครงั้ (คร้ังละไม่นอ้ ยกวา่ 3 วัน 2 คืน)
ไมน่ อ้ ยกวา่ 6 ชุมนุม กาหนดชุมนุมวิชาการไม่นอ้ ยกว่า 2 ชุมนุม
2.4 การออกกาลงั กายและเลน่ กีฬา (พิจารณาจากลกั ษณะกิจกรรม)
ไม่น้อยกวา่ 240 ครงั้ (คร้งั ละไม่น้อยกวา่ 45 นาที/ครง้ั /วัน)
3. กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสำธำรณประโยชน์ จำนวนข้ันตำ่ ทน่ี กั เรยี นตอ้ งปฏิบตั ิใน 3 ปี
ไม่นอ้ ยกว่า 80 ชัว่ โมง
กิจกรรม
3.1 กิจกรรมบาเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่อโรงเรยี น
3.2 กิจกรรมบาเพญ็ สาธารณประโยชนต์ อ่ ชุมชนและสงั คม
3.3 กิจกรรมการนาความรูไ้ ปใช้บรกิ ารสงั คม
4. กจิ กรรมพฒั นำจิตสำนกึ ควำมเป็นไทยและควำมเปน็ ประชำธิปไตย
กจิ กรรม จำนวนขัน้ ตำ่ ท่ีนกั เรยี นตอ้ งปฏบิ ตั ใิ น 3 ปี
4.1 กจิ กรรมพัฒนาจิตสานกึ ความเปน็ ไทยและความเป็น ไม่นอ้ ยกว่า 40 ชวั่ โมง
ประชาธปิ ไตย
4.1.1 ความภูมิใจในความเป็นไทย และการปลูกฝงั
ความรกั ชาติ
4.1.2 การปลูกฝังความเป็นประชาธิปไตย
4.2 กิจกรรมราไทยหรอื นาฏศลิ ปพ์ ื้นบ้านและเล่นดนตรีไทย อยา่ งละ 1 ประเภท
4.2.1 การราไทย หรอื นาฏศิลป์
4.2.2 ดนตรไี ทย หรอื ดนตรีพนื้ บา้ น
หมำยเหตุ : นักเรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมครบท้ัง 4 กิจกรรม และมีจานวนช่ัวโมงครบตาม
จานวนท่กี าหนด
คูม่ อื นักเรยี นและผูป้ กครอง ปี 2565 หนา้ 67
กำรวดั และประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้ของนกั เรียน
1. กำรวดั และประเมินผลกำรเรียนรู้รำยวิชำพืน้ ฐำนและรำยวชิ ำเพ่ิมเตมิ
1) เคร่ืองมือที่ใช้วัดและประเมินผลจะต้องใช้ให้หลากหลายสอดคล้องกับตัวชี้วัด / ผล
การเรียนรู้ที่กาหนดไว้ โดยท่ัวไปจะต้องมีการประเมินกลางภาค ปลายภาค การประเมินจากผลงาน
การประเมินจาก แฟ้มสะสมงาน การสอบปากเปล่า การสัมภาษณ์ การสอบปฏิบตั ิ รวมถงึ การประเมิน
โดยใช้แบบสังเกต และแบบบันทึกต่าง ๆ แล้วปรับผลการประเมินจากเคร่ืองมือและวิธีการประเมิน
รูปแบบตา่ ง ๆ ให้เปน็ คะแนน โดยใหป้ รบั คะแนนเตม็ ให้เปน็ 100
2) การให้ระดับผลการเรียนของแต่ละรายวิชาจะใช้วิธีอิงเกณฑ์หรืออิงตัวชี้วัด / ผล
การเรยี นรู้ โดยจะใหร้ ะดับผลการเรียนตามคะแนนผลการสอบและการประเมนิ ดงั น้ี
ชว่ งคะแนน ระดับผลกำรเรียน ควำมหมำย
80 – 100 4 ผลการเรยี นระดบั ดเี ย่ียม
75 – 79 3.5 ผลการเรยี นระดบั ดมี าก
70 – 74 3 ผลการเรยี นระดบั ดี
65 – 69 2.5 ผลการเรยี นระดบั ค่อนขา้ งดี
60 – 64 2 ผลการเรยี นระดับพอใช้
55 – 59 1.5 ผลการเรยี นระดับค่อนขา้ งต่า
50 – 54 1 ผลการเรยี นระดบั ตา่
0 – 49 0 ผลการเรยี นระดับตา่ มาก
3) นักเรียนตอ้ งมเี วลาเรยี นไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทง้ั หมดจึงจะมสี ิทธ์ิสอบ
กลางภาค หรอื ปลายภาค ถา้ นกั เรียนคนใดมีเวลาเรียนไมถ่ ึงร้อยละ 80 ของเวลาเรียนท้ังหมด นกั เรียน
ต้องปฏิบัติกิจกรรมเพิ่มเติมตามท่ีครูผู้สอนกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการที่โรงเรียน
แตง่ ตั้ง แล้วขอสอบกลางภาคหรอื ปลายภาคใหม่
4) นักเรยี นทมี่ ีระดับผลการเรยี นรายวิชาใดวิชาหนึ่งเป็น “0” “1” หรือ “1.5” จะต้อง
ทากิจกรรมหรือเรียนเสริมตามท่ีครูผู้สอนกาหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการที่โรงเรียน
แตง่ ตั้งจากนั้นจึงสอบแกต้ ัว
การสอบแกต้ วั จะไดร้ ะดบั ผลการเรยี นสูงสดุ ไมเ่ กิน “2” ถ้านกั เรยี นสอบแก้ตัว 2 ครง้ั แล้ว
ยงั ไดร้ ะดับผลการเรยี น “0” “1” หรือ “1.5” อยอู่ ีกใหน้ ักเรยี นลงทะเบยี นเรียนซ้าในรายวชิ า
น้นั ๆ
ค่มู อื นักเรียนและผปู้ กครอง ปี 2565 หน้า 68
5) นักเรียนที่ขาดส่งผลงานหรือส่งงานยังไม่ครบตามที่ได้รับมอบหมายจากครูผู้สอนให้
ได้ผล การเรยี น “ร” และเมอ่ื ส่งงานครบเรียบรอ้ ยแล้วครูผู้สอนจงึ ให้ระดับผลการเรียนได้
6) นักเรียนท่ีไม่สามารถมาสอบหรือทากิจกรรมประเมินผลตามกาหนดเวลา เพราะป่วย
หรือมี เหตุสุดวิสัยอ่ืน ให้ย่ืนคาร้องต่อคณะกรรมการท่ีโรงเรียนแต่งตั้ง เพื่อขอสอบหรือทากิจกรรม
ประเมนิ ผลใหม่
7) รายวิชาใดท่ีผู้เรียนมีหลักฐานเด่นชัดแสดงให้เห็นว่ามีความรู้ความสามารถตาม
ข้อกาหนดของรายวิชาน้ัน ๆ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการท่ีโรงเรียนแตง่ ต้ัง นักเรียนสามารถ
ลงทะเบยี นเรยี นโดยไมต่ ้องเข้าช้ันเรียนตามปกติได้ แตต่ ้องเขา้ รบั การประเมนิ ผลตามปกติของโรงเรียน
ในบางกรณีนักเรียน อาจนาผลงานที่แสดงว่านักเรียนได้มีความรู้ความสามารถตามข้อกาหนดของ
รายวิชาน้ัน ๆ เสนอคณะกรรมการท่ีโรงเรียนแต่งต้ังเพื่อพิจารณาให้ระดับคะแนน โดยไม่ต้องเข้ารับ
การประเมนิ ผลตามปกตขิ องโรงเรยี นกไ็ ด้
8) นักเรียนสามารถขอลงทะเบียนเรียนใหม่รายวิชาในสาขาวิชาต่าง ๆ ได้ โดย
ความเห็นชอบของคณะกรรมการที่โรงเรียนแต่งต้ัง การประเมินผลรายวิชาที่เรียนใหม่ให้เป็นไป
ในแนวทางเดยี วกนั กบั การประเมินผลรายวชิ าท่ีลงทะเบียนปกติ
9) ในแต่ละภาคเรียนนักเรยี นต้องลงทะเบียนเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน และรายวิชาเพิม่ เติม
ตามท่ีโรงเรียนกาหนด ในกรณีท่ีมีความจาเป็นนักเรียนไม่สามารถเรียนได้ตลอดภาคเรียน นักเรียน
สามารถขอระงับการเรียนและนักเรียนต้องลงทะเบียนเรียนใหม่ตามกาหนดเวลาและวิธีการท่ีแต่ละ
โรงเรียนเห็นสมควร
2. กำรประเมินควำมสำมำรถดำ้ นกำรอ่ำน คดิ วเิ ครำะห์ และเขียน
1) หลังจากนักเรียนเข้าศึกษาในโรงเรียนไปแล้วไม่น้อยกว่า 2 ภาคเรียนและไม่เกิน
4 ภาคเรียน โรงเรียนจะเป็นผู้มอบหมายให้ครูผู้สอนนักเรียนคนนั้น ๆ ในขณะนั้นไม่น้อยกว่า 5 คน
เป็นผปู้ ระเมินความสามารถในการอ่าน การคดิ วิเคราะห์ และการเขียนของผู้เรียนเปน็ รายบคุ คล โดยใช้
เคร่ืองมือและวิธีการท่ีคณะกรรมการที่โรงเรียนแต่งตั้งเป็นผู้กาหนด โดยใช้มาตราประเมิน 5 ระดับ
(1, 2, 3, 4 และ 5 เมื่อ 1 หมายถึงความสามารถต่า และ 5 หมายถึงความสามารถดีเย่ียม) นักเรียน
จะต้องได้รับผลการประเมินความสามารถดังนี้ ผลการประเมินต่ากว่า 3.00 ถือว่าไม่ผ่านการประเมิน
ผลการประเมิน 3.00 - 3.74 ผ่านเกณฑ์การประเมิน ผลการประเมิน 3.75 - 4.49 ผ่านการประเมิน
ระดบั ดี ผลการประเมิน 4.50 ขน้ึ ไป ผ่านการประเมินระดับดีเยี่ยม
2) ในกรณีที่ประเมินแล้วไม่ผ่าน ให้คณะกรรมการท่ีโรงเรียนแต่งตั้งจะเป็นผู้กาหนด
แนวทางหรอื กิจกรรมให้นักเรยี นนาไปปฏิบัตเิ พอื่ ปรบั ปรุงแก้ไข คณะกรรมการดังกลา่ วจะเป็นผูต้ ิดตาม
และประเมินผลนักเรียนต่อไป เม่ือประเมินผ่านแล้วจึงเสนอให้โรงเรียนปรับแก้ผลการประเมินจาก
“ไมผ่ า่ น” เปน็ “ผา่ น”
คู่มือนกั เรียนและผูป้ กครอง ปี 2565 หนา้ 69
3. กำรประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
1) คณะกรรมการทโี่ รงเรยี นแตง่ ตงั้ จะเปน็ ผู้กาหนดคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ด้านต่าง ๆ
เพ่ือใช้ในการประเมิน และจะจัดทาเครื่องมือท่ีใช้ในการประเมินข้ึน โดยใช้มาตราประเมิน 5 ระดับ
(1, 2, 3, 4 และ 5 เมื่อ 1 หมายถึง ต่าหรือไม่ดี และ 5 หมายถึง สูงหรือดีเย่ียม) ในแต่ละภาคเรียน
โรงเรียนจะมอบหมายให้ครูผู้สอนไม่น้อยกว่า 5 คน เป็นผู้ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ
นกั เรยี นแต่ละคนโดยใชเ้ คร่ืองมือดังกลา่ ว
นักเรียนจะต้องได้รับผลการประเมินความสามารถดังน้ี ผลการประเมินต่ากว่า 3.00
ถือว่าไม่ผ่านการประเมนิ ผลการประเมิน 3.00 - 3.74 ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน ผลการประเมิน 3.75 -
4.49 ผ่านการประเมนิ ระดับดี ผลการประเมนิ 4.50 ขนึ้ ไป ผ่านการประเมินระดบั ดเี ยย่ี ม
2) ในกรณีท่ีประเมินแล้วไม่ผ่าน ให้คณะกรรมการท่ีโรงเรียนแต่งต้ังเป็นผู้กาหนด
แนวทาง หรือกิจกรรมใหน้ กั เรียนนาไปปฏบิ ัติเพือ่ ปรับปรงุ แกไ้ ข คณะกรรมการดงั กลา่ วจะเปน็ ผู้ตดิ ตาม
และประเมินผลนักเรียนต่อไป เม่ือประเมินผ่านแล้ว จึงให้โรงเรียนปรับแก้ผลการประเมินจาก
“ไมผ่ ่าน” เปน็ “ผ่าน”
4. กำรประเมนิ กจิ กรรมพฒั นำผู้เรยี น
1) คณะกรรมการที่โรงเรยี นแต่งตง้ั จะเป็นผูจ้ ัดทาแบบบนั ทึกการปฏิบัติกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียนแจกให้กับนักเรียนแต่ละคน สาหรับใช้บันทึกผลการปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของตนเอง
ในภาคเรียนน้ัน ๆ เม่ือนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแล้วให้บันทึกลงในแบบบันทึกดังกล่าว
แลว้ ให้ครทู ีป่ รกึ ษาหรอื ครูผู้รบั ผิดชอบการจดั กิจกรรมน้นั ๆ ลงนามรับรอง
ส่วนการประเมินทักษะชีวิตของนักเรียนประจาให้คณะกรรมการท่ีโรงเรียนแต่งต้ังเป็น
ผูจ้ ดั ทาเกณฑ์ วิธีการและแบบประเมนิ ซ่งึ จะประกาศใหน้ ักเรยี นทราบลว่ งหน้าทุกปีการศึกษา สาหรบั
การประเมนิ จะทาการประเมนิ และสรปุ ผลการประเมินทุกภาคเรยี น
2) เม่ือสิ้นภาคเรียนให้ครูที่ปรึกษารวบรวมแบบบันทึกการปฏิบัติกิจกรรมดังกล่าว ส่ง
งานทะเบียนเพ่ือบันทึกเป็นข้อมูล นักเรียนจะต้องปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามเกณฑ์ข้ันต่าที่
โรงเรียนกาหนด จึงจะถือว่าจบการศึกษาตามหลักสูตร กรณีท่ีนักเรยี นยงั ปฏิบตั ิกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน
ไม่ครบถ้วนตามเกณฑ์ข้ันต่า คณะกรรมการท่ีโรงเรียนแต่งตั้ง จะเป็นผู้กาหนดกิจกรรมให้นักเรียน
ปฏิบตั ิเพมิ่ เตมิ จนผา่ นเกณฑ์ขั้นต่าทีก่ าหนด
ค่มู อื นกั เรยี นและผู้ปกครอง ปี 2565 หน้า 70
คณะกรรมกำรทีป่ รึกษำ
1. นายปัญญา ขุนฤทธ์แิ ก้ว ผู้อานวยการโรงเรียนวทิ ยาศาสตรจ์ ุฬาภรณราชวทิ ยาลัย สตลู
2. นายสมพร ทิศเมอื ง รองผอู้ านวยการโรงเรียน ฝา่ ยบริหารกจิ การนกั เรียน
3. นางสาวสินีนาฏ ธรรมชาติ รองผอู้ านวยการโรงเรยี น ฝ่ายบรหิ ารวชิ าการ
4. นางนติ มิ า มณีวิทย์ รองผูอ้ านวยการโรงเรียน ฝ่ายบริหารงบประมาณ
และฝ่ายบรหิ ารงานบคุ คล
5. นายธรรมศักดิ์ ปานยงิ่ รองผู้อานวยการโรงเรียน ฝ่ายบริหารท่ัวไป
6. นางทิพวรรณ ธังดิน ผูช้ ่วยผู้อานวยการโรงเรยี น ฝา่ ยบรหิ ารกิจการนักเรยี น
7. นางยินดี ชูนวล ผูช้ ว่ ยอานวยการโรงเรียน ฝา่ ยบริหารวิชาการ
8. นายแก้ว เต้ียเล็ก หวั หน้าระดบั ชั้น ม.6 หวั หน้างานแนะแนว ผ้แู ทนครู
9. นางสาวปารชิ าตนะดา เส็นสมเอียด หัวหน้างานหอพัก ผู้แทนครู
10. นายวชิ ัย บัวเน่ยี ว นิตกิ รโรงเรยี น ผู้แทนครู
คณะผูจ้ ดั ทำ
1. นายสมพร ทิศเมือง รองผู้อานวยการโรงเรยี น ฝ่ายบรหิ ารกจิ การนกั เรียน
2. นางทิพวรรณ ธงั ดนิ ผชู้ ่วยผอู้ านวยการโรงเรียน ฝา่ ยบรหิ ารกจิ การนกั เรียน
3. นางสาวปารชิ าตนะดา เส็นสมเอียด หวั หน้างานหอพกั
4. นางสาวกอบกุล เล๊ะทองคา รองหัวหนา้ งานระบบการดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น
5. นางสาวรอฮาณา ปะดูกา งานระบบการดแู ลช่วยเหลอื นักเรยี น
6. นางสาวจริ ะนันต์ สุวรรณวิหค หวั หน้าระดับช้ัน ม.1
7. นางเพ็ญนภา รตั โนดม หัวหน้าระดบั ช้ัน ม.2
8. นางสาวซตี ้า ไรมันซา หวั หน้าระดบั ชั้น ม.3
9. นายสุลตรณ์ หลังเกตุ หัวหน้าระดับชั้น ม.4
10. นางศลุ ยา สามัญ หวั หน้าระดบั ชั้น ม.5
11. นายแก้ว เต้ยี เล็ก หวั หน้าระดบั ช้ัน ม.6
ค่มู ือนกั เรยี นและผปู้ กครอง ปี 2565 หนา้ 71
เคร่อื งแตง่ กำยชุดนักเรยี น ชนั้ มธั ยมศกึ ษำตอนต้น
คมู่ ือนักเรียนและผปู้ กครอง ปี 2565 หนา้ 72
เคร่อื งแตง่ กำยชดุ นกั เรยี น ชั้นมธั ยมศึกษำตอนตน้ (เคร่ืองแบบอสิ ลำม)
ค่มู ือนักเรียนและผู้ปกครอง ปี 2565 หนา้ 73
เคร่อื งแตง่ กำยชุดพธิ ีกำร ชน้ั มธั ยมศึกษำตอนต้น
ค่มู อื นกั เรยี นและผู้ปกครอง ปี 2565 หนา้ 74
เคร่อื งแตง่ กำยชดุ พธิ กี ำร ช้นั มธั ยมศึกษำตอนตน้ (เครอื่ งแบบอสิ ลำม)
ค่มู อื นักเรียนและผู้ปกครอง ปี 2565 หนา้ 75
เครื่องแต่งกำยชดุ พละ ช้ันมัธยมศึกษำตอนตน้
คมู่ อื นักเรียนและผูป้ กครอง ปี 2565 หนา้ 76
เครื่องแต่งกำยชุดพละ ช้ันมัธยมศึกษำตอนตน้ (เครอื่ งแบบอสิ ลำม)
คมู่ อื นักเรียนและผูป้ กครอง ปี 2565 หนา้ 77
กำรแต่งกำยชุดลำลอง ช้ันมัธยมศึกษำตอนตน้
ค่มู อื นักเรียนและผปู้ กครอง ปี 2565 หนา้ 78
กำรแตง่ กำยชุดลำลอง ชนั้ มัธยมศกึ ษำตอนตน้ (เครอื่ งแบบอสิ ลำม)
คมู่ ือนกั เรียนและผปู้ กครอง ปี 2565 หนา้ 79
กำรแต่งกำยชุดนักเรยี น ช้ันมธั ยมศึกษำตอนปลำย
คมู่ อื นักเรียนและผปู้ กครอง ปี 2565 หนา้ 80
กำรแต่งกำยชดุ นกั เรียน ช้ันมัธยมศกึ ษำตอนปลำย (เคร่ืองแบบอสิ ลำม)
คมู่ อื นักเรียนและผปู้ กครอง ปี 2565 หน้า 81
เคร่อื งแตง่ กำยชุดพิธีกำร ชัน้ มธั ยมศึกษำตอนปลำย
คมู่ ือนกั เรียนและผู้ปกครอง ปี 2565 หนา้ 82
เคร่อื งแตง่ กำยชดุ พธิ กี ำร ช้นั มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย (เคร่อื งแบบอิสลำม)
คูม่ ือนักเรยี นและผู้ปกครอง ปี 2565 หนา้ 83
เครื่องแต่งกำยชุดพละ ช้ันมธั ยมศกึ ษำตอนปลำย
คมู่ อื นกั เรียนและผูป้ กครอง ปี 2565 หนา้ 84
เครื่องแต่งกำยชุดพละ ช้ันมธั ยมศกึ ษำตอนปลำย (เคร่ืองแบบอิสลำม)
คมู่ ือนกั เรียนและผู้ปกครอง ปี 2565 หน้า 85
กำรแต่งกำยชุดลำลอง ชน้ั มัธยมศกึ ษำตอนปลำย
คู่มอื นักเรียนและผู้ปกครอง ปี 2565 หนา้ 86
กำรแตง่ กำยชุดลำลอง ชนั้ มัธยมศกึ ษำตอนปลำย (เครือ่ งแบบอสิ ลำม)
คมู่ อื นกั เรียนและผู้ปกครอง ปี 2565 หน้า 87
นำยปญั ญำ ขุนฤทธแ์ิ ก้ว
ผอู้ ำนวยกำรโรงเรยี น
นำยสมพร ทิศเมือง นำยสมพร ทศิ เมือง
รองฯ ฝำ่ ยบรหิ ำรกจิ กำรนกั เรยี น รองฯ ฝ่ำยบรหิ ำรวชิ ำกำร
นำงนิตมิ ำ มณีวทิ ย์ นำยธรรมศกั ดิ์ ปำนย่งิ
รองฯ ฝำ่ ยบรหิ ำรทวั่ ไป
รองฯ ฝ่ำยบรหิ ำรงบประมำณและบรหิ ำรงำนบุคคล
คมู่ ือนกั เรียนและผ้ปู กครอง ปี 2565 หนา้ 88
นำงทพิ วรรณ ธงั ดิน นำงยนิ ดี ชูนวล
ฝำ่ ยบรหิ ำรกจิ กำรนกั เรียน ฝ่ำยบรหิ ำรวิชำกำร
นำงนศิ ำชล เอยี ดดี นำงเขมกิ ำ ทองสี นำงเพ็ญนภำ รตั โนดม
ฝำ่ ยบริหำรงบประมำณ ฝำ่ ยบริหำรงำนบุคคล ฝ่ำยบริหำรทัว่ ไป
นำยแกว้ เตย้ี เลก็ นำงปริชำตนะดำ เส็นสมเอียด นำยวชิ ยั บัวเนี่ยว
หวั หนำ้ งำนแนะแนว หวั หนำ้ งำนหอพัก นิตกิ รโรงเรียน
คมู่ อื นกั เรยี นและผปู้ กครอง ปี 2565 หนา้ 89
ค่านยิ ม 12 ประการ
1. มคี วามรักชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
2. ซื่อสตั ย์ เสยี สละ อดทน มอี ดุ มการณใ์ นสิ่งทด่ี ีงามเพือ่ สว่ นรวม
3. กตัญญตู ่อพอ่ แม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์
4. ใฝ่หาความรู้ หมนั่ ศึกษาเลา่ เรียนท้งั ทางตรง และทางออ้ ม
5. รักษาวฒั นธรรมประเพณไี ทยอันงดงาม
6. มศี ลี ธรรม รักษาความสตั ย์ หวงั ดตี อ่ ผู้อืน่ เผอ่ื แผแ่ ละแบง่ ปนั
7. เข้าใจ เรยี นรกู้ ารเปน็ ประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุขที่ถกู ต้อง
8. มรี ะเบยี บวนิ ัย เคารพกฎหมาย ผนู้ ้อยรจู้ กั การเคารพผูใ้ หญ่
9. มีสตริ ตู้ วั รคู้ ดิ รู้ทา รู้ปฏิบัตติ ามพระราชดารสั ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั
10. รู้จักดารงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามพระราชดารัสของพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เม่ือยามจาเปน็ มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่ายจาหนา่ ยและ
พรอ้ มทีจ่ ะขยายกจิ การ เม่ือมคี วามพร้อม เม่อื มีภูมคิ ุ้มกนั ทีด่ ี
11. มคี วามเข้มแขง็ ท้ังรา่ งกาย และจติ ใจ ไม่ยอมแพต้ อ่ อานาจฝ่ายตา่ หรือกิเลส มคี วามละอาย เกรง
กลัวต่อบาป ตามหลกั ของศาสนา
12. คานึงถงึ ผลประโยชน์ของสว่ นรวม และของชาติมากกว่าผลประโยชนข์ องตนเอง
คูม่ ือนักเรยี นและผปู้ กครอง ปี 2565 หนา้ 90
138 หมู่ 12 ตำบลฉลุง อำเภอเมอื ง จังหวดั สตลู 91140
โทรศพั ท์ – โทรสำร 0 – 7472 – 5982 (สำนกั งำนหอพกั )
โทรศัพท์ 0 – 7472 – 5985 โทรสำร 0 – 7472 – 5981
เว็บไซต์ : http://www.pccst.ac.th
คู่มอื นกั เรยี นและผ้ปู กครอง ปี 2565 หน้า 91