การสร้างสรรค์ภูมิปั ญญา และ
วัฒนธรรมไทยสมัยสุโขทัย
จัดทำโดย
นาย ธณกร วรินทร์
ม.4/5 เลขที่ 5
เสนอ
ผศ.ดร. อำพร ขุนเนียม
Part 1:
ปั จจัยที่มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ภูมิปั ญญาไทย
สมัยสุโขทัย
Part 2:
ภูมิปั ญญาในด้านต่างๆ
Part 3:
ผลงานการสร้างสรรค์ภูมิปั ญญาไทยสมัยสุโขทัย
Part 4:
วัฒนธรรมไทยสมัยสุโขทัย
ปจั จัยที่มีอิทธิพลต่อการ 1. ความต้องการปั จจัยในการดำรงชีวิต เช่น เครื่องมือ
สร้างสรรค์ภูมิปั ญญาไทยสมัย เครื่องใช้ เป็นต้น
สุโขทัย
2. ความต้องการแก้ไขปั ญหาที่เกิดจากสภาพแวดล้อม
ตามธรรมชาติ
3. ความต้องการที่จะใช้ประโยชน์จากหลักธรรมทาง
พระพุทธศาสนาเพื่อนำมา
สร้างความสงบสุขให้กับสังคม
4. ความต้องการให้เกิดความมั่นคงของอาณาจักร
ภูมิปั ญญาในด้านต่างๆ
หมายถึง ความรู้ ทักษะ ความเชื่อ และพฤติกรรมของคน
ในการปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้ว
สร้างสรรค์สังคมและสั่งสม
ประสบการณ์เหล่านั้นเป็นเวลานาน เพื่ออนุชนรุ่นหลังต่อมา
ผลงานการสร้างสรรค์
ภูมิปั ญญาไทยสมัยสุโขทัย
ดาวน์โหลดแอปของเรา เพิ่มรายการอาหารสดทั้งหมดที่คุณชื่นชอบลงในรถเข็น
ของคุณ แบ่งปันรายละเอียดการจัดส่งของคุณ รอให้เรายืนยันคำสั่งซื้อของคุณ
และรอรับรายการอาหารของคุณที่เราจะจัดส่งไปถึงคุณภายใน 30 นาที
ภูมิปั ญญาในการดำรง
ชีวิตพื้นฐานทางเศรษฐกิจของสุโขทัย คือ การเกษตรกรรม แต่
สุโขทัยไม่ใช่ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ เพราะตั้งแต่อยู่บริเวณ
ที่ราบเชิงเขาซึ่งเป็นที่ลาด จึงมีปั ญหาในการเก็บกักน้ำไว้ใช้
นอกจากนี้ ศรีสัชนาลัย สุโขทัย อุตรดิตถ์ ซึ่งอยู่บริเวณลุ่ม
แม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน เป็นแหล่งรับน้ำจากภูเขาทำให้มีน้ำ
ท่วมขัง การเพราะปลูกได้ผลไม่ดี ชาวสุโขทัยจึงใช้ระบบ
ชลประทานมาช่วยควบคุมน้ำที่ไหลมาจากภูเขาและน้ำที่ท่วม
ตามลำน้ำต่างๆ ด้วยการสร้างคันดินและสร้างทำนบกั้นน้ำ
ซึ่งเรียกว่า สรีดภงส์ ส่วนในที่ลุ่มก็สร้างฝายทดน้ำและขุด
คลองส่งน้ำเพื่อนำน้ำไปใช้ในพื้นที่รอบเมืองสุโขทัย รวมทั้ง
ขุดสระน้ำที่เรียกว่า ตระพัง ไว้ทั่วเมืองสุโขทัย ปั จจุบันยังมี
ตระพังจำนวนมากที่ยังคงหลงเหลือให้เห็นอยู่ การพัฒนา
ระบบชลประทานเป็นการใช้ภูมิปั ญญาของชาวสุโขทัยในการ
แก้ปั ญหาน้ำ ทำให้มีน้ำเพียงพอในการอุปโภคบริโภค
สรีดภงค์ ตระพัง
ภูมิปั ญญาในด้านศิลปวัฒนธรรม
ในสมัยสุโขทัยมีการสร้างสรรค์ภูมิปั ญญาด้านศิลปวัฒนธรรม
หลายอย่าง ได้แก่พ่อขุนรามคำแหงคิดประดิษฐ์อักษรไทย หรือ
ลายสือไทย ขึ้นเมื่อ พ.ศ.1826 ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มี
คุณค่ายิ่งที่สืบทอดมาจนปั จจุบัน การมีตัวหนังสือใช้ทำให้มีการ
จารึกเรื่องราวต่างๆ ลงบนศิลาจารึก ซึ่งกลายเป็นหลักฐานทาง
ประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่คนรุ่นหลังได้ใช้ศึกษาค้นคว้า
ชาวสุโขทัยได้สร้างสรรค์งานศิลปะที่มีเอกลักษณ์ของสุโขทัย
ศิลปะสมัยสุโขทัยจัดได้ว่าเป็นศิลปะไทยที่มีความงดงามที่สุดและมี
เอกลักษณ์เฉพาะของไทยมากที่สุด ศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของ
สมัยสุโขทัย ได้แก่ เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์หรือทรงดอกมะตูม ดัง
เช่น เจดีย์ที่วัดมหาธาตุ กลางเมืองสุโขทัยเก่า เจดีย์ที่วัดเจดีย์เจ็ด
แถวที่ศรีสัชนาลัย พระพุทธรูปปางลีลาที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
เชลียงที่ศรีสัชนาลัย พระพุทธชินราชที่จังหวัดพิษณุโลก
การผลิตเครื่องสังคโลกนับเป็นภูมิปั ญญาอย่างหนึ่งของชาว
สุโขทัยสันนิษฐานว่าชาวสุโขทัยได้เรียนรู้วิธีการทำเครื่องสังคโลก
มาจากช่างชาวจีนและได้นำมาพัฒนาจนมีรูปแบบของตนเอง
ภูมิปั ญญาในด้านศาสนา
ผู้ปกครองในสุโขทัยได้นำหลักธรรมในพระพุทธศาสนามาปรับใช้
ในการปกครอง ทำให้ผู้ปกครองเปรียบเหมือนธรรมราชา ถือเป็น
หลักการปกครองของกษัตริย์ไทยทุกยุคทุกสมัย
การศึกษาพระพุทธศาสนาทำให้พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย) ได้
ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือไตรภูมิพระร่วง ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธ
ศาสนา
การมีความศรัทธายึดมั่นในพระพุทธศาสนา ทำให้ชาวสุโขทัยได้
สร้างงานศิลปะที่มีความงดงามเพื่ออุทิศแต่พระพุทธศาสนา เช่น
วัด เจดีย์ พระพุทธรูป เป็นต้น
ผลงานการสร้างสรรค์
ภูมิปั ญญาไทยสมัยสุโขทัย
บัตรกำนัลจากร้านค้าพันธมิตรการสร้างที่กักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในหน้าแล้ง
เนื่องจากสภาพของดินในสุโขทัยส่วนใหญ่เป็นดินปนทรายที่ไม่อุ้มน้ำ
ทำให้เกิดปั ญหาในการเพาะปลูกในหน้าแล้ง จึงได้มีการชักน้ำจากที่สูง
ทางด้านตะวันตกของสุโขทัยมายังบริเวณแหล่งที่อยู่อาศัย และสร้างคัน
ดินเพื่อบังคับน้ำให้ไหลจากที่สูงและหุบเขามาเก็บในคู ห้วย สระน้ำ โดยมี
ท่อดินขนาดใหญ่ฝั งลึกอยู่ใต้ผิวดินเป็นท่อลำเลียง แนวคันดินสำหรับ
บังคับน้ำนี้เรียกว่า สรีดภงส์ หรือ ทำนบพระร่วง นอกจากนี้ยังมีการ
สร้างตระพังเก็บน้ำ หรือสระสำหรับเก็บน้ำเอาไว้ด้วย
การรู้จักใช้ศิลาแลง มาสร้างอาคารสถานที่ ศิลาแลงเป็นหิน การรู้จักเคลือบเครื่องปั้ นดินเผาให้มีความสวยงาม
ที่จะกลายสภาพเป็นดินในระยะหลังๆต่อมา แต่ไม่ได้เป็น คนไทยรู้จักการใช้ดิน
ดินที่แท้จริง มีสภาพแข็งและมีลักษณะพรุน มีสีแดง สะสม เหนียวมาปั้ นเป็นภาชนะต่างๆมาตั้งแต่สมัยก่อน
อยู่ในพื้นดิน ชาวสุโขทัยนำมาสร้างโบสถ์หรือศาสนาสถาน ประวัติศาสตร์ แต่เมื่อมาถึงสมัยสุโขทัย
ต่างๆโดยการสกัดเป็นแผ่นๆแล้วนำมาซ้อนเรียงกันไว้จนมี คนไทยได้รู้จักการเคลือบเครื่องปั้ นดินเผาให้มีความ
ลักษณะเป็นผนัง ใช้น้ำยาเป็นตัวประสานให้ศิลาแลงแต่ละ สวยงาม เครื่องเคลือบดินเผานี้
แผ่นเชื่อมต่อกันเป็นศิลาแผ่นใหญ่ เรียกกันว่า เครื่องสังคโลก
ภูมิปั ญญาไทยในการทำเครื่องสังคโลกของชาวสุโขทัย
นี้ เริ่มตั้งแต่การนำ
ดินเหนียวและดินขาวคุณภาพดีมาปั้ น นำยางไม้บาง
ชนิดมาผลิตเป็นน้ำยาเคลือบ ตลอด
จนการสร้างเตาเผาที่ระบายความร้อนได้ดี ในการเผา
เครื่องสังคโลกนั้น มักจะเผากัน
ในฤดูฝนเพราะอากาศในเตาและฝืนที่ใช้จะมีความชื้น
มากขึ้น ทำให้เครื่องเคลือบดินเผา
สีเขียวไข่กามีความสวยงามกว่าการเผาในฤดูร้อน
การประดิษฐ์โลหกรรมสำริด ชาวสุโขทัยได้ทดลอง การใช้วัสดุที่มีส่วนผสมเหมาะสำหรับทำให้ปูนปั้ นแข็งตัว
จนพบว่าการผสมตะกั่วลงในสำริด ทำให้โลหะ ชาวสุโขทัยค้นพบว่าการใช้ปูน ทรายและน้ำอ้อยผสมกัน
หลอมได้ง่ายมากขึ้น ช่วยลดฟองอากาศในโลหะ ทำให้ปูนปั้ นแข็งตัวได้ภายในเวลาไม่นาน เหมาะสำหรับ
เหลว วัตถุที่หล่อมีคุณภาพดี เหมาะในการนำมาทำ การปั้ นพระพุทธรูป และสิ่งประดิษฐ์ตกแต่งศาสน
ภาชนะ เครื่องประดับ แต่เมื่อจะนำมาทำอาวุธ จะ สถานต่างๆ เช่น ลวดลายปูนปั้ นมณฑป เป็นต้น
ไม่นิยมผสมตะกั่วลงไปในสำริด เพราะต้องการให้
สำริดมีความแข็งแกร่งและทนทาน
ใช้คติความเชื่อในเรื่องพระพุทธศาสนาควบคุม การประดิษฐ์ตัวอักษรไทย หรือที่เรียกว่า ลายสือไทย
พฤติกรรมของคนในสังคม การปลูกฝั งนิสัยของคน ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เมื่อ พ.ศ. 1826 ทรง
ไทยสมัยสุโขทัยให้มีแต่ความสงบ มีศีลธรรม เพื่อ ดัดแปลงมาจากหนังสือขอม มอญ ซึ่งนิยมใช้อยู่ใน
ความร่มเย็นของผู้คนในสังคม ปลูกฝั งให้คนเกรง แถบแม่น้ำเจ้าพระยาแต่เดิม ภูมิปั ญญาการประดิษฐ์
กลัวต่อบาป เช่น การนำเอานรกสวรรค์ ซึ่งปรากฏ อักษรไทยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ความพิเศษ
ในหนังสือไตรภูมิพระร่วงมาสอนให้คนยึดทำแต่ ของตัวอักษรไทยที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้ทรง
ความดี ละเว้นความชั่ว เป็นต้น ประดิษฐ์ขึ้นมา ถือว่าเป็นภูมิปั ญญาไทยสมัยสุโขทัย
ที่กลายเป็นมรดกตกทอดมาจนทุกวันนี้
วัฒนธรรมไทยสมัยสุโขทัย
วิถีการดำเนินชีวิตของคนในสังคม วัฒนธรรมมี
การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย
1. วัฒนธรรมทางด้านการศึกษา
ในสมัยกรุงสุโขทัยการจัดรูปแบบทางการศึกษาในช่วงแรกจะได้รับ
อิทธิพลจากคติพราหมณ์เข้ามาต่อจากนั้นจึงรับคติธรรมทางพุทธ
ศาสนาเข้ามาเป็นหลักเกณฑ์สำคัญ ของการจัดการศึกษาทั้งสิ้น การ
ศึกษาในสุโขทัยน่าจะมีลักษณะต่าง ๆ หลายลักษณะ เช่น
1.1 การศึกษาทางพุทธศาสนา สุโขทัยเป็นอาณาจักรที่มีความเจริญ
รุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนา เช่นในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
พระมหาธรรมราชาที่ 1 หรือ พระเจ้าลิไทย เป็นต้น
1.2 การศึกษาในวิชาชีพ เป็นการเรียนตามกฎธรรมชาติ เรียนจาก
ครอบครัว หรือสภาพแวดล้อม เช่น ศิลปหัตถกรรมต่าง ๆ การทำไร่
ไถ่นา การปั้ นเครื่องปั้ นดินเผา งานทางด้านจิตรกรรม ประติมากรรม
หรือสถาปั ตยกรรม เป็นต้น
วัฒนธรรมการแต่งกาย
4.1 การแต่งกายของผู้หญิง
ผม : มีพวงดอกไม้หรือพวงมาลัยสวมรอบมวย หรือไว้ผม
แสกกลาง รวบผมไว้ท้ายทอย มีเกี้ยวหรือห่วงกลมคล้องตรง
ที่รวบ
เครื่องประดับ : กรองคอ รัดแขน กำไลมือและกำไลเท้า
เครื่องปั กผมเป็นเข็มเงิน เข็มทอง ใส่แหวน รัดเกล้า
เครื่องแต่งกาย : นุ่งผ้าซิ่นหรือผ้าถุงยาวกรอมถึงข้อเท้า
4.2 การแต่งกายของผู้ชาย
ผม : มุ่นผม หรือปล่อยผมเมื่อยามพักผ่อนอยู่บ้าน
เครื่องประดับ : กษัตริย์จะสวมเทริด กำไล เพชร พลอยสี
เครื่องแต่งกาย : นุ่งกางเกงครึ่งน่องแล้วนุ่งผ้าถกเขมร ต่อ
มาประยุกต์เป็นนุ่งสั้นและทิ้งหางเหน็บ เรียกว่ากระเบนเหน็บ
สวมเสื้อคอกลมหรือไม่สวม
วัฒนธรรมทางด้านวรรณกรรม
วรรณกรรมที่เกิดขึ้นในสมัยสุโขทัยคงจะมีจำนวนมากและหลายประเภท มีส่วนที่ตกทอดมาถึง
ปั จจุบัน ดังนี้
3.1 ศิลาจารึก มีประโยชน์ทางการศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์โบราณคดีตลอดจน พบใน
สมัยสุโขทัยมีประมาณ 30 หลัก ที่สำคัญมากได้แก่ ศิลาจารึกหลักที่ 1 หรือจารึกพ่อขุนรามคำแหง
กรมศิลปากรได้จัดไว้เป็นอันดับแรกของวรรณกรรมและศิลปกรรม นับว่าวรรณกรรมประเภทนี้
เป็นหลักฐานยืนยันเรื่องราวทางวัฒนธรรมสมัยสุโขทัย ได้เป็นอย่างดี
3.2 ไตรภูมิพระร่วง ถือเป็นวรรณกรรมปรัชญาชิ้นแรกของไทย พระมหาธรรมราชาลิไทยทรงพระ
ราชนิพนธ์ขึ้นในปี พ.ศ. 1888 สอนให้คนรู้จักความดีความชั่ว รู้จักใช้วิจารณญาณและสอนให้คนมี
ศีลธรรมรักษาความดีและมีความรับผิดชอบ
3.3 สุภาษิตพระร่วง วรรณกรรมชิ้นนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าเกิดขึ้นในสมัยสุโขทัยหรือไม่ มีจุด
ประสงค์ที่จะสั่งสอนคน ดังนั้นสุภาษิตพระร่วงจึงมีอิทธิพลต่อความคิดของคนไทยเป็นอันมาก
3.4 ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ บางคนเชื่อว่าแต่งในสมัยสุโขทัยเพราะมีเนื่อเรื่องและท้องเรื่องอ้าง
ถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่เมืองสุโขทัย แต่บางคนก็เชื่อว่าเป็นวรรณกรรมที่แต่งในสมัยรัตนโกสินทร์ตอน
ต้น จุดประสงค์การแต่งเพื่อเป็นการแนะนำตักเตือนข้าราชการสำนัก นอกจากนี้ยังทรงคุณค่าทาง
ด้านขนบธรรมเนียม
วัฒนธรรมทางด้านตัวอักษรไทย
ศิลาจารึกหลักที่ 1 ปรากฎข้อความที่เกี่ยวข้องอักษรไทยสมัย
พ่อขุนรามคำแหง จากศิลาจารึกดังกล่าวจึงเป็นที่เชื่อกันว่าอักษร
ไทยพ่อขุนรามคำแหงซึ่งลง ศิลาจารึกปี พ.ศ. 1826 นี้เป็นอักษร
ไทยเก่าแก่ที่สุดที่ใช้ในประเทศไทย สำหรับความเป็นมาของอักษร
พ่อ สันนิษฐานว่าอักษรพ่อขุนรามคำแหงดัดแปลงมาจากอักษร
ขอมหวัด เพราะมีรูปลักษณะคล้ายคลึงกันมาก นี้เรียกว่าอักษร
พระเจ้าลิไทย
วัฒนธรรมทางด้านสถาปั ตยกรรม
วัฒนธรรมด้านสถาปั ตยกรรมสมัยสุโขทัย แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้
1. สถาปั ตยกรรมรูปทรงอาคาร สามารถแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ
- สถาปั ตยกรรมรูปทรงอาคาร ได้แก่ อาคารโอ่โถงหรืออาคารที่มีผนัง มีหลังคาซ้อนเป็นชั้น ผังอาคารเป็นรูป
สี่เหลี่ยมผืนผ้า ทางด้านหน้าต่อเป็นมุขที่ยืน มีบันไดขึ้นสองข้างทางมุข ตัวอย่าง เช่น วิหารที่วัดสวนแก้วอุทยานน้อย เมือง
ศรีสัชนาลัย เป็นต้น
- อาคารที่ก่อด้วยแลง หรือ รูปทรงอาคาร หลังคาใช้เรียงด้วยแลงซ้อนเหลี่ยมกันขึ้นไป จนถึงชั้นสูงสุดที่ไป
บรรจบกันที่ตอนอกไก่ ตัวอย่างเช่น วิหารวัดกุฏิราย เมืองศรีสัชนาลัย เป็นต้น
- อาคารสี่เหลี่ยม มีหลังคาที่เป็นชั้นแหลมลดหลั่นกันไปถึงยอด หลังคาเป็นประมาณ 3 ชั้น เรียกว่า "มณฑป"
มณฑปนี้จะเป็นแบบมณฑปที่มีผนังและมณฑปโถง ตัวอย่างเช่น มณฑปวัดศรีชุม เมืองสุโขทัย (มณฑปที่มีผนัง ) และหอเทวลัย
มหาเกษตรพิมาน เมืองสุโขทัย ( มณฑปโถง )
2. สถาปั ตยกรรมรูปแบบสถูปหรือเจดีย์ มีทั้งทรงกลมแบบลังกา เจดีย์ทรงกลมฐานสูง เจดีย์ย่อเหลี่ยมแบบมีซุ้ม
จระนำ เจดีย์แบบห้ายอด เจดีย์ทรงปรางค์ ยอดเป็นเจดีย์ทรงกลมสถาปั ตยกรรมสมัยสุโขทัย และเจดีย์ทรงดอกบัวตูม จาก
สถาปั ตยกรรมเจดีย์ต่างๆนี้จะเห็นได้ว่าลักษณะเจดีย์ที่สำคัญที่พบมากมี 2 แบบ คือ
- เจดีย์ทรงกลมแบบลังกา เป็นแบบที่สร้างสมัยแรก เช่น วัดตะกวน วัดช้างล้อม วัดสระศรี เมืองสุโขทัย
- เจดีย์ทรงดอกบัวตูม สามารถแยกได้เป็น 4 แบบ คือ เจดีย์ดอกบัวตูมแบบวัดมหาธาตุ เจดีย์ทรงดอกบัวตูม
แบบ วัดซ่อนข้าว เจดีย์ทรงดอกบัวตูมวัดอ้อมรอบ เจดีย์ทรงดอกบัวตูมแบบวัดสะพานหิน
วัฒนกรรมด้านจิตรกรรม และ
ประติมากรรม
วัฒนธรรมทางด้านประติมากรรมและจิตรกรรมเป็นงานประณีตศิลป์ ซึ่งแสดงถึงความสมา
รถและความเข้าถึงแก่นของคำสั่งสอนของพุทธศาสนาของช่างศิลป์
1. ประติมากรรม ในสมัยสุโขทัยส่วนใหญ่ ได้แก่การสร้างพระพุทธรูป ซึ่งนิยมสร้าง
พระพุทธรูปปั้ นและหล่อด้วยสัมฤทธิ์ เป็นการสร้างพระพุทธรูปเป็นแบบลอยตัวและภาพนูนสูง
ติดฝาผนัง นอกจากพระพุทธรูปแล้ว ยังมีการหล่อเทวรูปสัมฤทธิ์ เช่น เทวรูปพระนารายณ์
เทวรูปพระอิศวร เทวรูปพระหริหระ งานประติมากรรมที่เด่นที่สุดในสมัยสุโขทัยส่วนใหญ่ คือ
พระพุทธรูปจะเห็นได้ว่าพระพุทธรูปที่สวยงามในศิลปะแบบสุโขทัยเป็นรูปที่ตรัสรู้แล้ว ดังนั้น
ระบบกล้ามเนื้อต่างๆ จึงมีการผ่อนคลายและพระองค์ก็จะอยู่ในความสงบแท้จริง พระพักตร์
สงบมีรอยยิ้มเล็กน้อย
2. จิตรกรรม จิตรกรรมที่พบในสมัยสุโขทัยทั้งภาพลายเส้นและลายเขียนฝุ่น โดย
เฉพาะในแผ่นหินชนวนวัดศรีชุม เมืองสุโขทัยเป็นภาพชาดก จะเห็นได้ว่าเส้นลายดังกล่าวเป็น
ภาพที่อิทธิพลของศิลปะศรีลังกาอยู่ เช่นภาพเทวดาต่างๆ ใบหน้าเทวดาก็ดี คอมีรอยหยัก
มงกุฎทรง เครื่องแต่งกายเป็นแบบลังกาทั้งสิ้น แต่คนไทยสมัยสุโขทัยน่าจะมีส่วนร่วมในการ
สลักภาพเหล่านี้ด้วย ภาพสลักที่วัดศรีชุมเป็นเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาเป็นชาดกต่างๆ ส่วน
ภาพจิตรกรรมฝาผนังนั้นเป็นวิวัฒนาการหนึ่งที่ไกลออกจากภาพลายสลักเส้น ใช้สีแบบดำ
แดง ที่เรียกว่า สีเอกรงค์ แต่มีน้ำหนักอ่อนแก่ เล่นจังหวะอย่างสวยงาม ภาพวาดเทวดายังคง
มีอิทธิพลของศิลปะลังกาเหลืออยู่ คือ ภาพเขียนที่วัดเจดีย์เจ็ดแถวเมืองศรีสัชนาลัย
ขอบคุณครับ