จงั หวดั สโุ ขทยั
คำนำ
รำยงำนน้ีจดั ทำข้ึนโดยตอ้ งกำรใหเ้ ป็นประโยชนก์ บั ผคู้ นที่สนใจเก่ียวกบั จงั หวดั สุโขทยั เป็นกำรส่ือถึง
ประวตั ิควำมเป็นมำวฒั นธรรมทอ้ งถิ่นเรื่องรำวที่น่ำสนใจเก่ียวกบั บุคลสำคญั ท่ีมำของจงั หวดั สุโขทยั
อำหำรและสถำนท่ีทอ่ งเท่ียว ซ่ึงเป็นควำมรู้สำเร็จรูปทำให้ผสู้ นใจสำมำรถคน้ ควำ้ ตำมเรื่องรำวที่สนใจ
โดยผจู้ ดั ทำไดร้ วบรวมภำพที่เป็นจุดเด่นของจงั หวดั มำเป็นควำมรู้ใหมใ่ นกำรศึกษำคน้ ควำ้
ผจู้ ดั ทำหวงั เป็นอยำ่ งยงิ่ วำ่ รำยงำนน้ีจะเป็นประโยชน์ตอ่ ผทู้ ี่สนใจในประวตั ิควำมเป็นมำในจงั หวดั สุโขทยั หำ
กเกิดขอ้ ผดิ พลำดประกำรใด ตอ้ งขออภยั มำ ณ ที่น้ีดว้ ย
สารบญั
เร่ือง หนำ้
คำนำ ก
สำรบญั ข
ประวตั ิ 1- 3
ภูมิศำสตร์ 4
สัญลกั ษณ์ประจำจงั หวดั 5
กำรเมืองกำรปกครอง 6–7
ทำเนียบเจำ้ เมืองและผวู้ ำ่ รำชกำรจงั หวดั สุโขทยั 8 – 10
งำนเทศกำลและประเพณี 11 - 12
โรงเรียน 13 – 15
รวมท่ีท่องเท่ียว 16 - 35
ประวตั
จงั หวดั สุโขทยั เป็นที่ต้งั อำณำจกั รแรกของชนชำติไทยเม่ือ ๗๐๐ ปี ท่ีแลว้ คำว่ำ "สุโขทยั "
มำจำกสองคำ คือ "สุข+อุทยั " หมำยควำมวำ่ "รุ่งอรุณแห่งควำมสุข" รอยอดีตแห่งควำมรุ่งเรือง
เห็นไดจ้ ำกอุทยำนประวตั ิศำสตร์สุโขทยั และศรีสชั นำลยั ซ่ึงเป็นท่ีรู้จกั ของชำวไทยและตำ่ งประเทศ
ประวตั ิสุโขทยั เริ่ม พ.ศ. ๑๘๐๐
เม่ือพระยำศรีนำวนมั ถมพระบิดำพ่อขนุ ผำเมืองไดป้ กครองเมืองสุโขทยั เรื่อยมำจนสิ้นพระชนม์
ขอมสมำดโขลญลำพงขำ้ หลวงจำกรำชอำณำจกั รขอมไดเ้ ขำ้ ยดึ ครองเมือง
ขนุ บำงกลำงหำวและพ่อขนุ ผำเมืองจำ้ วเมืองรำดไดย้ ดึ เมืองคนื และสร้ำงเมืองสุโขทยั ข้ึนเป็นรำชธำนี
มีขนุ บำงกลำงหำวพระนำมใหม่วำ่ พ่อขนุ ศรีอินทรำทิตย์ เป็นปฐมกษตั ริยป์ กครองเมืองสุโขทยั
อำณำจกั รแห่งแรกของประเทศไทย
ในสมยั พ่อขนุ รำมคำแหงมหำรำชโอรสของพ่อขุนศรีอินทรำทิตย์
ไดแ้ ผอ่ ำณำจกั รออกไปกวำ้ งขวำงคลุมเขตประเทศไทยเกือบหมด บำ้ นเมืองเจริญทกุ ดำ้ น
ไมว่ ำ่ ดำ้ นประวตั ิศำตร์ ยทุ ธศำสตร์ กฏหมำย กำรปกครอง เศรษฐกิจ ศำสนำ และวฒั นธรรมประเพณี
เฉพำะอยำ่ งยง่ิ ทรงประดิษฐอ์ กั ษรไทยข้นึ เมื่อ พ.ศ. ๑๘๒๖
อกั ษรไทยที่ทรงประดิษฐ์น้ีไดจ้ ำรึกไวใ้ นแผน่ ศิลำมำกมำย
ศิลำจำรึกเหลำ่ น้ีเป็นหลกั ฐำนสำคญั ใหร้ ู้เร่ืองเมืองสุโขทยั มำกข้ึน
ในศิลำจำรึกบอกถึงควำมรุ่งเรืองของอำณำจกั รสุโขทยั สมยั พ่อขนุ รำมคำแหงมหำรำชวำ่ มีอำณำเขตกวำ้ งมำก
ทิศเหนือจรดเมืองแพร่ น่ำนและหลวงพระบำง ทิศใตจ้ รดนครศรีธรรมรำช
ทิศตะวนั ออกจรดเมืองเวยี งจนั ทร์ และทิศตะวนั ตกจรดเมืองหงสวดี กำรปกครองบำ้ นเมืองเป็นระบบ
"พ่อปกครองลกู " ประชำชนมีควำมเป็นอยดู่ ีมีสิทธิเสรีภำพดงั่ คำจำรึกวำ่ "ไพร่ฟ้ำหนำ้ ใสในน้ำมีปลำ
ในนำมีขำ้ ว เพ่ือนจูงววั ไปคำ้ ข่มี ำ้ ไปขำย ใครจกั ใคร่คำ้ ชำ้ งคำ้ ใครจกั ใคร่คำ้ มำ้ คำ้ "
สมยั น้นั ชำวสุโขทยั ทำเกษตรกรรมเป็นหลกั อำศยั น้ำท่ีมีอยบู่ ริบูรณ์ทำนำ ทำสวน ทำไร่
มีกำรสร้ำงเขื่อนเกบ็ กกั น้ำไวใ้ ชห้ นำ้ แลง้ เรียกวำ่ "ทำนบพระร่วง" ซ่ึงนกั โบรำณคดีไดศ้ ึกษำพบถึง ๗ แห่ง
สุโขทยั เป็นศูนยก์ ลำงคำ้ และกำรผลิตเครื่องถว้ ยชำมที่เรียกวำ่ "สังคโลก" ส่งขำยยงั ต่ำงประเทศ เช่น มำเลเซีย
อินโดนิเซีย และบอร์เนียว นอกจำกน้นั ยงั เป็นศนู ยก์ ำรคำ้ สินคำ้ จำกจีน เช่น ถว้ ยชำมและผำ้ ไหม
เพอ่ื ขำยในประเทศและส่งตอ่ ตำ่ งประเทศดว้ ย
หลกั ฐำนที่สะทอ้ นใหเ้ ห็นควำมเจริญมง่ั คง่ั ทำงเศรษฐกิจของสุโขทยั ไดแ้ ก่
สมบตั ิทำงวฒั นธรรมท่ีไดร้ ับกำรบูรณะข้นึ เป็นอทุ ยำนประวตั ิศำสตร์สุโขทยั และมรดกโลกในปัจจุบนั
ใน พ.ศ. ๑๘๙๐ กรุงศรีอยธุ ยำ มีอำนำจมำกข้ึนและเป็นศูนยก์ ลำงแห่งอำนำจแทนสุโขทยั
แต่สุโขทยั ก็ยงั มีพระมหำกษตั ริยป์ กครองกนั ติดต่อมำอีก ๒ พระองค์
จึงสิ้นพระรำชวงศส์ ุโขทยั และไดร้ วมเขำ้ กบั รำชอำณำจกั รกรุงศรีอยธุ ยำ
เมื่อกรุงศรีอยธุ ยำเสียแก่เมืองพมำ่ คร้ังที่ ๒
สมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้ำจุฬำโลกมหำรำชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์โปรดใหต้ ้งั เมืองสุโขทยั ข้ึนที่บำ้ นธำนี(ทำ่ หนี
) ริมแม่น้ำยมซ่ึงกค็ ือจงั หวดั สุโขทยั ในปัจจุบนั
เมื่อวนั ที่ ๑ เมษำยน ๒๔๗๕ ไดย้ บุ อำเภอธำนี
ต้งั ใหม่และเปล่ียนช่ือเป็นอำเภอสุโขทยั ธำนีข้ึนกบั จงั หวดั สวรรคโลก จนถึง พ.ศ. ๒๔๘๒
ไดย้ กอำเภอสุโขทยั ธำนีข้นึ เป็น จงั หวดั สุโขทยั ต้งั แต่น้นั มำ
สุโขทยั ในปัจจุบนั ตวั เมืองในปัจจุบนั น้ีมิใช่กรุงสุโขทยั อนั เป็นรำชธำนีเดิมแต่เป็นเมืองสุโขทยั
ลน้ เกลำ้ ฯ รัชกำลท่ี ๑ แห่งรำชวงศจ์ กั รีทรงยำ้ ยผคู้ นท้งั หมดจำกสุโขทยั
ต้งั เมืองใหม่ทำงฝ่ังตะวนั ออกของลำน้ำยมเม่ือ พ.ศ. ๒๓๓๖ โดยห่ำงจำกตวั เมืองสุโขทยั ที่เคยเป็นรำชธำนี
๑๒ กิโลเมตร พระรำชดำริในคร้ังน้นั มีอยวู่ ำ่
เมืองสุโขทยั เป็นเมืองใหม่ไม่มีผคู้ นพอจะต่อสูร้ ักษำใหพ้ น้ จำกกำรรุกรำนจำกพม่ำขำ้ ศึกได้
เมืองสุโขทยั เคยถกู ยบุ เป็นอำเภอมีช่ือวำ่ "อำเภอธำนี" ข้ึนอยกู่ บั อำเภอสวรรคโลก เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๕
จนกระทงั่ ปี พ.ศ.๒๔๘๒ ทำงกำรจึงไดย้ กฐำนะเป็นจงั หวดั ดงั ปรำกฏอยจู่ นกระทง่ั ปัจจุบนั น้ี
สุโขทยั เป็นรำชธำนีแห่งแรกของรำชอำณำจกั รไทย ส่ิงสำคญั ที่จะตอ้ งระลึก
กค็ ือมหำรำชพระองคแ์ รกของไทย ไดถ้ ือกำเนิดข้นึ ณ
สุโขทยั แห่งน้ีพระองคท์ รงปกครองไพร่ฟ้ำขำ้ แผน่ ดินใหไ้ ดร้ ับควำมร่มเยน็ เป็นสุขกบั ไดข้ ยำยดินแดนออกไ
ปอยำ่ งกวำ้ งใหญ่ไพศำล และเจริญรุ่งเรืองอยำ่ งสูงสุดในช่วงเวลำน้นั
จำกร่องรอยและหลกั ฐำนทำงประวตั ิศำสตร์ไดช้ ีใหเ้ ห็นว่ำ ศิลปวฒั นธรรมของควำมเป็นไทยไดเ้ ริ่มตน้ ณ
แห่งน้ี วิทยำกำรควำมรู้ควำมสำมำรถ และเทคโนโลยแี ขนงต่ำง ๆ
โดยเฉพำะอยำ่ งยงิ่ กำรมีภำษำและหนงั สือของตนเองไดบ้ ่งบอกถึงอำรยธรรมอนั สูงส่งของคนไทยไดเ้ ร่ิมข้นึ
และวิวฒั นำกำรเป็นมรดกตกทอดถึงลกู หลำนไทยไดส้ ืบทอดต่อกนั มำจนตรำบเท่ำทุกวนั น้ี
สุโขทยั จึงเป็นดินแดนแห่งควำมทรงจำ
เป็นดินแดนแห่งควำมภำคภูมิใจของคนไทยท้งั ชำติที่จะลืมเลือนเสียมิไดเ้ ป็นอนั ขำด
สุโขทยั เป็นดินแดนแห่งควำมทรงจำถึงอดีตกำลแห่งควำมภำคภมู ิใจของคนไทยในควำมสำคญั ที่
* เป็นรำชธำนีแห่งแรกของไทยและมีอำณำเขตกวำ้ งใหญ่ไพศำลท่ีสุด
* เป็นดินแดนของมหำรำชองคแ์ รกของไทย
* กษตั ริยพ์ ระองคแ์ รกทรงผนวชในบวรพุทธศำสนำ
* เป็นจุดกำเนิดลำยสือไทย และวรรณคดีเล่มแรกของไทย "ไตรภูมิพระร่วง" *
เป็นแหลง่ กำเนิดอุตสำหกรรมชิ้นแรก "ชำมสงั คโล
ภู ภูมิศำสตร์
ตำมกำรแบ่งจงั หวดั เป็นภำคโดยคณะกรรมกำรภูมิศำสตร์แห่งชำติและรำชบณั ฑิตยสภำ
จงั หวดั สุโขทยั ต้งั อยใู่ นภำคกลำง บริเวณตอนบนของภำค
หำกแบ่งเขตตำมกำรพยำกรณ์อำกำศและเศรษฐกิจ สังคม จะจดั อยใู่ นภำคเหนือตอนลำ่ ง
ห่ำงจำกกรุงเทพมหำนครตำมระยะทำงหลวงแผน่ ดินประมำณ 440 กิโลเมตร
มีอำณำเขตติดตอ่ กบั จงั หวดั ใกลเ้ คียง ดงั น้ี
ทิศเหนือ ติดต่อกบั อำเภอวงั ชิ้น อำเภอเด่นชยั จงั หวดั แพร่ และอำเภอลบั แล จงั หวดั อุตรดิตถ์
ทิศตะวนั ออก ติดต่อกบั อำเภอพรหมพิรำม อำเภอเมืองพิษณุโลก จงั หวดั พิษณุโลก และอำเภอพิชยั
จงั หวดั อตุ รดิตถ์
ทิศใต้ ติดต่อกบั อำเภอพรำนกระต่ำย จงั หวดั กำแพงเพชร และอำเภอบำงระกำ จงั หวดั พิษณุโลก
ทิศตะวนั ตก ติดต่อกบั อำเภอเมืองตำก อำเภอบำ้ นตำก จงั หวดั ตำก และอำเภอเถิน จงั หวดั ลำปำง
พ้ืนท่ีส่วนใหญ่ของจงั หวดั สุโขทยั จะเป็นท่ีรำบล่มุ
ทำงตอนเหนือและตอนใตข้ องจงั หวดั มีลกั ษณะเป็นท่ีรำบสูง มีเขำหลวงเป็นภเู ขำที่มีควำมสูงท่ีสุด
วดั จำกระดบั น้ำทะเลมีควำมสูงประมำณ 1,200 เมตร โดยมีแนวภูเขำยำวเป็นพืดทำงดำ้ นทิศตะวนั ตก
ส่วนพ้ืนท่ีตอนกลำงของจงั หวดั จะเป็นท่ีรำบ มีแม่น้ำยมไหลผำ่ นจำกทิศเหนือจรดทิศใต้
ผำ่ นอำเภอศรีสัชนำลยั อำเภอสวรรคโลก อำเภอศรีสำโรง อำเภอเมืองสุโขทยั และอำเภอกงไกรลำศ
ช่วงท่ีไหลผำ่ นจงั หวดั สุโขทยั ยำวประมำณ 170 กิโลเมตร
สัญลกั ษณ์ประจำจงั หวดั
ตรำประจำจงั หวดั : รูปพอ่ ขุนรำมคำแหงมหำรำชประทบั บนพระแท่นมนงั คศิลำอำสน์
ธงประจำจงั หวดั : ธงพ้นื สีแดง-เหลือง-เขยี ว แบง่ ตำมแนวนอน แถบสีเหลืองน้นั กวำ้ งเป็น 2
เท่ำของแถบสีแดงและสีเขยี ว
ที่มมุ ธงดำ้ นคนั ธงมีตรำประจำจงั หวดั เป็นรูปพ่อขนุ รำมคำแหงมหำรำชประทบั บนพระแทน่ มนงั คศิลำอำสน์
คำขวญั ประจำจงั หวดั : มรดกโลกล้ำเลิศ กำเนิดลำยสือไทย เล่นไฟลอยกระทง ดำรงพุทธศำสนำ
งำมตำผำ้ ตีนจก สงั คโลกทองโบรำณ สกั กำรแมย่ ำ่ พอ่ ขนุ รุ่งอรุณแห่งควำมสุข
ตน้ ไมป้ ระจำจงั หวดั : ตำล (Borassus flabellifer)
ดอกไมป้ ระจำจงั หวดั : ดอกบวั หลวง (Nelumbo nucifera)
กำรเมืองกำรปกครอง
กำรปกครองแบ่งออกเป็น 9 อำเภอ 86 ตำบล 843 หม่บู ำ้ น
1.อำเภอเมืองสุโขทยั
2.อำเภอบำ้ นด่ำนลำนหอย
3.อำเภอคีรีมำศ
4.อำเภอกงไกรลำศ
5.อำเภอศรีสัชนำลยั
6.อำเภอศรีสำโรง
7.อำเภอสวรรคโลก
8.อำเภอศรีนคร
9.อำเภอทุ่งเสลี่ยม
จงั หวดั สุโขทยั มีองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินรวม 91 แห่ง ประกอบดว้ ย องคก์ ำรบริหำรส่วนจงั หวดั 1 แห่ง
คอื องคก์ ำรบริหำรส่วนจงั หวดั สุโขทยั , เทศบำลเมือง 3 แห่ง ไดแ้ ก่ เทศบำลเมืองศรีสัชนำลยั
เทศบำลเมืองสวรรคโลก และเทศบำลเมืองสุโขทยั ธำนี, เทศบำลตำบล 18 แห่ง
และองคก์ ำรบริหำรส่วนตำบล 69 แห่ง
อำเภอเมืองสุโขทยั – เทศบำลเมืองสุโขทยั ธำนี – เทศบำลตำบลบำ้ นสวน – เทศบำลตำบลเมืองเก่ำ –
เทศบำลตำบลบำ้ นกลว้ ย
อำเภอคีรีมำศ – เทศบำลตำบลทุ่งหลวง – เทศบำลตำบลบำ้ นโตนด – อำเภอกงไกรลำศ –
เทศบำลตำบลกงไกรลำศ – อำเภอศรีสชั นำลยั
อำเภอศรีสำโรง – เทศบำลตำบลศรีสำโรง
อำเภอศรีนคร – เทศบำลตำบลศรีนคร
อำเภอบำ้ นด่ำนลำนหอย – เทศบำลตำบลลำนหอย – เทศบำลตำบลตลิ่งชนั
อำเภอกงไกรลำศ – เทศบำลตำบลกงไกรลำศ
อำเภอสวรรคโลก – เทศบำลเมืองสวรรคโลก - เทศบำลตำบลในเมือง - เทศบำลตำบลป่ ำกุมเกำะ
- เทศบำลตำบลคลองยำง – เทศบำลตำบลเมืองบำงขลงั
อำเภอทุ่งเสลี่ยม – เทศบำลตำบลท่งุ เสล่ียม – เทศบำลตำบลเขำแกว้ ศรีสมบรู ณ์ – เทศบำลตำบลกลำงดง
อำเภอบำ้ นด่ำนลำนหอย – เทศบำลตำบลลำนหอย – เทศบำลตำบลตลิ่งชนั
อำเภอศรีสัชนำลยั – เทศบำลเมืองศรีสัชนำลยั – เทศบำลตำบลหำดเส้ียว
ทำเนียบเจำ้ เมืองและผวู้ ำ่ รำชกำรจงั หวดั สุโขทยั
1 พระยำศรีสัชนำลยั บดี พ.ศ. 2449–2450
2 พระยำพยหุ ำพบิ ำล พ.ศ. 2451–2456
3 น.อ.ท.พระยำรำมภกั ดี พ.ศ. 2456–2460
4 น.อ.อ.พระยำวเิ ชียรปรำกำร พ.ศ. 2461–2469
5 พระยำพทิ กั ษอ์ ุทยั เขตต์ พ.ศ. 2470–2472
6 พระยำอธั ยำศยั วิสุทธ์ิ พ.ศ. 2473–2474
7 พระยำประสงคเ์ กษมรำษฎร์ พ.ศ. 2475–2477
8 พระสนิทประชำนนั ท์ พ.ศ. 2478
9 หลวงอรรถวิจิตรจรรยำรักษ์ พ.ศ. 2479
10 พระอนุมำนสำรกรรม พ.ศ. 2480–2483
11 หลวงนรัตถรักษำ พ.ศ. 2484–2486
12 นำยพินิต อกั ษรสำรสิทธ์ิ พ.ศ. 2487
13 ขนุ ระดบั คดี พ.ศ. 2488
14 ขนุ พิเศษนครกิจ พ.ศ. 2489
15 ขนุ รัตนวรพงศ์ พ.ศ. 2489–2490
16 หลวงอนุมตั ิรำชกิจ พ.ศ. 2490–2495
17 นำยเชื่อม ศิริสนธิ พ.ศ. 2495–2500
18 นำยเฉลิม ยปู ำนนท์ พ.ศ. 2501–2505
19 นำยเช่ือม ศิริสนธิ พ.ศ. 2505–2508
20 นำยสมำส อมำตยกลุ พ.ศ. 2508–2512
21 นำยรังสรรค์ รังสิกลุ พ.ศ. 2512–2515
22 นำยเฉลิม ถำวรเวช พ.ศ. 2515–2519
23 นำยดำรง วชิโรดม พ.ศ. 2519–2522
24 นำยเลอเดช เจษฎำฉตั ร พ.ศ. 2522–2523
25 นำยไพฑูรย์ ลิมปิ ทีป พ.ศ. 2523–2525
26 นำยอำษำ เมฆสวรรค์ พ.ศ. 2525–2527
27 พ.ต.อรุณ สังฆสุบรรณ์ พ.ศ. 2528–2531
28 พ.ต.ไพศำล โอวำทตระกูล พ.ศ. 2531–2532
29 นำยธวชั มกรพงศ์ พ.ศ. 2532–2534
30 นำยณฎั ฐ์ ศรีวิหค พ.ศ. 2534–2535
31 นำยเกียรติพนั ธ์ นอ้ ยมณี พ.ศ. 2535–2538
32 นำยประพนั ธ์ ชลวีระวงศ์ พ.ศ. 2538–2541
33 นำยนรินทร์ พำนิชกิจ พ.ศ. 2541–2544
34 นำยอมรทตั นิรัติศยกลุ พ.ศ. 2544–2546
35 นำยสุกิจ เจริญรัตนกลุ พ.ศ. 2546–2549
36 นำยวนั ชยั สุทิน พ.ศ. 2549–2551
37 นำยโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ พ.ศ. 2551–2552
38 นำยจกั ริน เปลี่ยนวงษ์ พ.ศ. 2552–2555
39 นำงสุมิตรำ ศรีสมบตั ิ พ.ศ. 2555–2556
40 นำยจกั ริน เปล่ียนวงษ์ พ.ศ. 2556–2557
41 นำยปิ ติ แกว้ สลบั สี พ.ศ. 2557–2560
42 นำยพพิ ฒั น์ เอกภำพนั ธ์ พ.ศ. 2560–2561
43 นำยไมตรี ไตรติลำนนั ท์ พ.ศ. 2561–2563
44 นำยวิรุฬ พรรณเทวี พ.ศ. 2563–ปัจจุบนั
งำนเทศกำลและประเพณี
งำนลอยกระทงเผำเทียนเลน่ ไฟ อำเภอเมืองสุโขทยั
งำนวนั พ่อขุนรำมคำแหงมหำรำช อำเภอเมืองสุโขทยั
งำนสักกำระพระแม่ยำ่ และงำนกำชำด อำเภอเมืองสุโขทยั
งำนออกพรรษำแห่ตำชูชก อำเภอบำ้ นด่ำนลำนหอย
งำนมหำสงกรำนตก์ รุงเก่ำ อำเภอเมืองสุโขทยั
งำนสงกรำนตเ์ ส้ือลำยดอก ถนนขำ้ วตอกสุโขทยั อำเภอเมืองสุโขทยั
งำนแข่งขนั เรือพำยเทโวโรหณะ อำเภอเมืองสุโขทยั
ประเพณีบวชนำคแห่ชำ้ งหำดเส้ียว อำเภอศรีสัชนำลยั
งำนประเพณีแห่น้ำข้ึนโฮง อำเภอศรีสชั นำลยั
งำนประเพณีสรงน้ำโอยทำนสงกรำนตศ์ รีสัชนำลยั อำเภอศรีสัชนำลยั
งำนนสมโภชพระธำตเุ ฉลียงและพระธำตมุ เุ ตำ(วดั พระปรำงค)์ อำเภอศรีสัชนำลยั
งำนยอ้ นอดีตศรีสัชนำลยั นุ่งผำ้ ไทยใส่เงินทองโบรำณ อำเภอศรีสชั นำลยั
งำนของดีศรีสชั นำลยั และเทศกำลอำหำร อำเภอศรีสชั นำลยั
งำนประเพณีแห่กฐินทำงน้ำ(เฮือซ่วง) อำเภอศรีสัชนำลยั
งำนประเพณีบุญบ้งั ไฟบำ้ นหำดสูง อำเภอศรีสัชนำลยั
งำนประเพณีออกพรรษำศรีสชั ฯ-ทำ่ ชยั อำเภอศรีสัชนำลยั
งำนหมำกม่วงหมำกปรำงและงำนของดีศรีสวรรคโลก อำเภอสวรรคโลก
งำนประเพณีสงกรำนตแ์ ละเทศกำลอำหำรเมืองสวรรคโลก อำเภอสวรรคโลก
งำนวนั พิชิตยอดเขำหลวง อำเภอครี ีมำศ
ประเพณีกำรทำขวญั ผ้ึง อำเภอคีรีมำศ
โรงเรียน
โรงเรียนเอกชน
โรงเรียนสำยธรรม อำเภอเมืองสุโขทยั
โรงเรียนกวำงตง อำเภอเมืองสุโขทยั
โรงเรียนพระหฤทยั สวรรคโลก อำเภอสวรรคโลก
โรงเรียนอนุบำลเบญจมำศ อำเภอสวรรคโลก
โรงเรียนป้วยมิง้ อำเภอสวรรคโลก
โรงเรียนกวำงวำ อำเภอสวรรคโลก
โรงเรียนศรีสำโรงวิทยำ อำเภอศรีสำโรง
โรงเรียนพุ่ยฮวั อำเภอศรีสำโรง
โรงเรียนเดชำบดินทร์ อำเภอศรีสำโรง
โรงเรียนอนุบำลสมประสงค์ อำเภอศรีสชั นำลยั
โรงเรียนชุมพรพิทยำ อำเภอศรีสัชนำลยั
โรงเรียนสังกดั กรมกำรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
โรงเรียนเทศบำลเมืองสวรรคโลก อำเภอสวรรคโลก
โรงเรียนเทศบำลสวรรคโลกประชำสรรค์ อำเภอสวรรคโลก
โรงเรียนเทศบำลวดั สวสั ดิกำรำม อำเภอสวรรคโลก
โรงเรียนเทศบำลแป้นจนั ทร์กระจ่ำง อำเภอสวรรคโลก
โรงเรียนเทศบำลวดั สวรรคำรำม อำเภอสวรรคโลก
โรงเรียนวดั วงั สวรรค์ อบจ.สุโขทยั
โรงเรียนวดั คลองโป่ ง(ธรรมภำณบำรุง)อบจ.สุโขทยั
โรงเรียนเทศบำลวดั ไทยชุมพล เทศบำลเมืองสุโขทยั ธำนี
โรงเรียนเทศบำลเมืองสุโขทยั ธำนี อ.เมือง
โรงเรียนเทศบำลบำ้ นสวน(ครองประชำนุกูล)เทศบำลตำบลบำ้ นสวน
โรงเรียนกระชงคป์ ระชำอุทิศ อบต.บำ้ นหลุม
โรงเรียนบำ้ นหรรษำเจริญประชำนุเครำะห์ อบต.ยำงซำ้ ย
โรงเรียนเทศบำลเมืองศรีสัชนำลยั (หนองชำ้ ง) อำเภอศรีสัชนำลยั
โครงกำรจดั ต้งั โรงเรียนกีฬำเทศบำลเมืองศรีสชั นำลยั อำเภอศรีสชั นำลยั
โรงเรียนมธั ยมสังกดั สำนกั งำนเขตพ้นื ที่กำรศึกษำมธั ยมศึกษำ เขต 38
อำเภอเมืองสุโขทยั – โรงเรียนบำ้ นสวนวิทยำคม – โรงเรียนยำงซำ้ ยพทิ ยำคม – โรงเรียนลิไทพทิ ยำคม
- โรงเรียนสุโขทยั วทิ ยำคม - โรงเรียนอุดมดรุณี
อำเภอกงไกรลำศ – โรงเรียนกงไกรลำศวทิ ยำ - โรงเรียนไกรในวทิ ยำคม รัชมงั คลำภิเษก –
โรงเรียนหนองตูมวิทยำ
อำเภอศรีสำโรง – โรงเรียนขนุ ไกรพทิ ยำคม – โรงเรียนบำ้ นไร่พิทยำคม – โรงเรียนวงั ทองวทิ ยำ -
โรงเรียนศรีสำโรงชนูปถมั ภ์
อำเภอคีรีมำศ – โรงเรียนครี ีมำศพิทยำคม - โรงเรียนบำ้ นใหมเ่ จริญผลพิทยำคม
อำเภอทงุ่ เสลี่ยม – โรงเรียนชยั มงคลพิทยำ - โรงเรียนทงุ่ เสล่ียมชนูปถมั ภ์
อำเภอบำ้ นด่ำนลำนหอย – โรงเรียนตล่ิงชนั วทิ ยำนุสรณ์ - โรงเรียนบำ้ นด่ำนลำนหอยวิทยำ
อำเภอศรีนคร - โรงเรียนศรีนคร
อำเภอศรีสชั นำลยั – โรงเรียนท่ำชยั วิทยำ – โรงเรียนบำ้ นแก่งวทิ ยำ –โรงเรียนเมืองเชลียง -
โรงเรียนเมืองดง้ วทิ ยำ
อำเภอสวรรคโลก - โรงเรียนสวรรคอ์ นนั ตว์ ทิ ยำ - โรงเรียนสวรรคอ์ นนั ตว์ ทิ ยำ -
โรงเรียนหนองกลบั วิทยำคม – โรงเรียนหนองปลำหมอวิทยำคม
ศำลหลกั เมืองสุโขทยั ตำบลเมืองเก่ำ
เป็นตำบลหน่ึงทำงตะวนั ตกของอำเภอเมืองสุโขทยั จงั หวดั สุโขทยั
เป็นสถำนท่ีต้งั ของอุทยำนประวตั ิศำสตร์สุโขทยั อนั เป็นเขตพระรำชวงั เก่ำของอำณำจกั รสุโขทยั
ดงั มีหลกั ฐำนเป็นศำลหลกั เมือง เหตุท่ีไดช้ ื่อวำ่ "เมืองเก่ำ" เนื่องดว้ ยเคยเป็นรำชธำนีมำก่อน
และมีกำรสืบทอดประเพณีวฒั นธรรมแบบด้งั เดิมต่อ ๆ กนั มำ เช่น ประเพณีลอยกระทง เผำเทียนเลน่ ไฟ
เป็ นตน้
ตำบลเมืองเก่ำมีสภำพพ้นื ท่ีเป็นท่ีรำบเชิงเขำ และมีแนวเขำหลวงทำงทิศตะวนั ตกเฉียงใตข้ องตำบล
ลกั ษณะดินเป็นดินเหนียวและดินร่วนปนเหนียว มีลำคลองไหลผำ่ น มีอ่ำงเกบ็ น้ำสิริพงษ์
และตระพงั เกบ็ น้ำหลำยแห่ง อำชีพหลกั ของประชำกรในตำบลเมืองเก่ำ เช่น ทำนำ เล้ียงสัตว์ คำ้ ขำย
และหตั ถกรรม
อุทยำนประวตั ิศำสตร์สุโขทยั ตำบลเมืองเก่ำ
ครอบคลมุ พ้ืนที่โบรำณสถำนกรุงสุโขทยั
ศูนยก์ ลำงกำรปกครองของอำณำจกั รสุโขทยั ซ่ึงมีอำนำจอยบู่ ริเวณภำคเหนือตอนล่ำงของประเทศไทยในช่วง
พุทธศตวรรษท่ี 18–19 ต้งั อยู่ท่ีตำบลเมืองเก่ำ (เขตเทศบำลตำบลเมืองเก่ำ) อำเภอเมืองสุโขทยั จงั หวดั สุโขทยั
ห่ำงจำกตวั เมืองสุโขทยั ปัจจุบนั (เขตเทศบำลเมืองสุโขทยั ธำนี) ไปทำงทิศตะวนั ตกประมำณ 12 กิโลเมตร
ตำมทำงหลวงแผน่ ดินหมำยเลข 12 (ถนนจรดวถิ ีถ่อง)
ผงั เมืองสุโขทยั มีลกั ษณะเป็นรูปส่ีเหลี่ยมผนื ผำ้ มีควำมยำวประมำณ 2 กิโลเมตร กวำ้ งประมำณ 1.6
กิโลเมตร มีประตูเมืองอยตู่ รงกลำงกำแพงเมืองแตล่ ะดำ้ น ภำยในยงั เหลือร่องรอยพระรำชวงั และวดั อีก 26
แห่ง วดั ที่ใหญท่ ่ีสุดคอื วดั มหำธำตุ
อุทยำนแห่งน้ีไดร้ ับกำรบรู ณปฏิสังขรณ์โดยกรมศิลปำกรดว้ ยควำมช่วยเหลือจำกยเู นสโก
มีผเู้ ยยี่ มชมหลำยแสนคนตอ่ ปี ซ่ึงสำมำรถเดินเทำ้ หรือขจ่ี กั รยำนเที่ยวชมได้
อทุ ยำนประวตั ิศำสตร์สุโขทยั ไดร้ ับกำรประกำศคมุ้ ครองคร้ังแรกตำมประกำศรำชกิจจำนุเบกษำ เลม่ ท่ี 92
ตอนที่ 112 ลงวนั ท่ี 2 สิงหำคม พ.ศ. 2504 ต่อมำใน พ.ศ. 2519
โครงกำรฟ้ื นฟอู ุทยำนแห่งน้ีกไ็ ดร้ ับกำรอนุมตั ิ และเปิ ดอยำ่ งเป็นทำงกำรในเดือนกรกฎำคม พ.ศ. 2531
โดยในวนั ท่ี 12 ธนั วำคม พ.ศ. 2534[ตอ้ งกำรอำ้ งอิง]
ยเู นสโกไดป้ ระกำศใหอ้ ทุ ยำนแห่งน้ีเป็นแหล่งมรดกโลกร่วมกบั อทุ ยำนประวตั ิศำสตร์ที่กำแพงเพชรและศรี
สชั นำลยั ภำยใตช้ ื่อวำ่ "เมืองประวตั ิศำสตร์สุโขทยั และเมืองบริวำร"
พิพธิ ภณั ฑป์ ลำในวรรณคดี ตำบลบำ้ นสวน
พิพิธภณั ฑป์ ลำในวรรณคดีเฉลิมพระเกียรติภำยในอำคำรพิพธิ ภณั ฑฯ์
จดั แสดงพนั ธุ์ปลำน้ำจืดในวรรณคดีมำกมำย อำทิ ปลำจำกกำพยห์ ่อโคลงนิรำศพระบำท
กำพยห์ ่อโคลงประพำสธำรทองทองแดง กำพยเ์ ห่เรือเจำ้ ฟ้ำธรรมำธิเบศ (เจำ้ ฟ้ำกงุ้ ) นิรำศอิเหนำ ฯลฯ
ท่ีต้งั สวนหลวงเฉลิมพระเกียรติ ร 9 ถนนสิงหวฒั น์
ตำบลบำ้ นสวน อำเภอเมือง จงั หวดั สุโขทยั
เวลำเปิ ด-ปิ ด : เปิ ดใหเ้ ขำ้ ชมทุกวนั เวน้ วนั องั คำร
ต้งั แต่เวลำ 09.00 - 17.00 น.
คำ่ ธรรมเนียมกำรเขำ้ ชม : ไม่เสียค่ำเขำ้ ชม
กำรเดินทำง : ต้งั อยภู่ ำยในสวนหลวงเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เสน้ ทำงหลวงหมำยเลข 12 สำยสุโขทยั -
พิษณุโลก พิพิธภณั ฑฯ์ อยทู่ ำงขวำมือ
พิพธิ ภณั ฑส์ ถำนแห่งชำติรำมคำแหง ตำบลเมืองเก่ำ
ต้งั อยทู่ ี่ตำบลเมืองเก่ำ อำเภอเมือง จงั หวดั สุโขทยั กรมศิลปำกรไดด้ ำเนินกำรจดั สร้ำงเมื่อปี พ.ศ. 2503
ลกั ษณะเป็นอำคำรทรงไทยประยกุ ต์ 2 ช้นั มีพ้นื ที่ 812 ตำรำงเมตร ก่อสร้ำงแลว้ เสร็จในปี พ.ศ. 2506
จำกน้นั กรมศิลปำกรไดม้ อบหมำยใหห้ ม่อมเจำ้ สุภทั รดิศ ดิศกุล ภณั ฑำรักษเ์ อก กองโบรำณคดี และนำยทิพำ
สังขะวฒั นะ นำยช่ำงศิลป์ โท กองสถำปัตยกรรม ดำเนินกำรจดั แสดงนิทรรศกำรถำวรใหเ้ หมำะสม
ถกู ตอ้ งตำมหลกั วชิ ำกำร ดำ้ นศิลปะโบรำณคดีและตำมหลกั วชิ ำโบรำณสถำน พระบำทสมเดจ็ พระเจำ้ อยหู่ วั
และสมเดจ็ พระนำงเจำ้ ฯ พระบรมรำชินีนำถ เสด็จพระรำชดำเนินทรงเปิ ดพพิ ธิ ภณั ฑสถำนแห่งชำติ
รำมคำแหง จงั หวดั สุโขทยั เมื่อวนั ที่ 25 มกรำคม พ.ศ. 2507
ต่อมำในปี พ.ศ. 2526 รัฐบำลไดจ้ ดั สรรงบประมำณจำนวน 3
ลำ้ นบำทเพื่อสร้ำงอำคำรเป็นกำรร่วมฉลอง 700 ปี ของกำรประดิษฐ์ตวั อกั ษรไทย และต้งั ช่ืออำคำรหลงั น้ีวำ่
อำคำรอนุสรณ์ 700ปี ลำยสือไท สมเดจ็ พระบรมโอรสำธิรำช สยำมมกฏุ รำชกุมำร
ไดเ้ สด็จทรงเปิ ดอำคำรน้ีเม่ือวนั ที่ 17 พฤศจิกำยน พ.ศ. 2526
ปัจจุบนั อำคำรหลงั น้ีใชเ้ ป็นหอ้ งประชุมและหอ้ งจดั นิทรรศกำรชวั่ ครำว
กำรจดั แสดง
ศิลปโบรำณวตั ถทุ ่ีจดั แสดงในพพิ ธิ ภณั ฑสถำนแห่งชำติ รำมคำแหง
ส่วนใหญ่เป็นศิลปะสุโขทยั ซ่ึงเกบ็ รวบรวมจำกกำรขดุ คน้
ขดุ แต่งและบูรณะโบรำณสถำนบริเวณเมืองเก่ำสุโขทยั ต้งั แตป่ ี พ.ศ. 2496 เป็นตน้ มำ
บำงส่วนไดจ้ ำกบริเวณเมืองใกลเ้ คยี ง เช่น เมืองศรีสัชนำลยั กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ และพิจิตร
อีกส่วนหน่ึงเป็นของพระรำชประสิทธิคณุ อดีตเจำ้ อำวำสวดั รำชธำนี
เจำ้ คณะจงั หวดั สุโขทยั และประชำชนมอบให้ ศิลปโบรำณวตั ถทุ ี่จดั แสดงไดแ้ ก่ ศิลำจำรึกสมยั สุโขทยั
เคร่ืองถว้ ยสงั คโลก พระพุทธรูปแบบต่ำงๆ พระพมิ พท์ ี่ไดจ้ ำกกำรขดุ แต่งโบรำณสถำน เทวรูป
และอำวธุ โบรำณ ในปัจจุบนั พิพธิ ภณั ฑสถำนแห่งชำติ รำมคำแหง มีอำคำรจดั แสดงนิทรรศกำรถำวร 2 หลงั
ประกอบดว้ ย 1.อำคำรลำยสือไท เป็นอำคำรช้นั เดียว จดั แสดงเร่ืองรำวเกี่ยวกบั เมืองสุโขทยั ในดำ้ นต่ำงๆ
ต้งั แต่สมยั ก่อนกำรสถำปนำอำณำจกั รสุโขทยั เรื่อยมำจนถึงกำรพฒั นำเมืองสุโขทยั ใหเ้ ป็นอทุ ยำนประวตั ิศำส
ตร์ นอกจำกน้ี ภำยในอำคำรยงั มีหอ้ งประชุมสำหรับกำรสัมมนำ บรรยำยพเิ ศษ ส่วนบริกำรนกั ท่องเที่ยว
ท่ีจำหน่ำยหนงั สือและของท่ีระลึก
2. อำคำรพพิ ธิ ภณั ฑสถำนแห่งชำติ รำมคำแหง เป็นอำคำรทรงไทย 2 ช้นั
จดั แสดงศิลปโบรำณวตั ถทุ ี่ไดจ้ ำกกำรสำรวจ ขดุ คน้ ขดุ แตง่ และบรู ณะแหล่งโบรำณคดีสุโขทยั ศรีสชั นำลยั
และจงั หวดั ใกลเ้ คียง โดยแบ่งกำรจดั แสดงเป็นกลมุ่ สำคญั ๆ ดงั น้ี
1. ประติมำกรรมปนู ป้ันท่ีไดจ้ ำกวดั พระพำยหลวงและวดั มหำธำตุ มีท้งั รูปบคุ คล เทวดำ และพระพุทธรูป
ลกั ษณะโดยทว่ั ไปของพระพุทธรูปปูนป้ันจำกวดั พระพำยหลวง จะมีพระพกั ตร์ค่อนขำ้ งกลม พระขนงโก่ง
พระโอษฐ์เลก็ บำง พระหนุเป็นปม ขมวดพระเกศำเป็นรูปกน้ หอยเลก็ ชำยผำ้ สังฆำฏิจะพบั ทบกันหลำยช้นั
กำหนดอำยปุ ระมำณตน้ พทุ ธศตวรรษท่ี 19 ประติมำกรรมจำกวดั มหำธำตุ พระพกั ตร์จะเป็นรูปไข่
ขมวดพระเกศำเป็นรูปกน้ หอย กำหนดอำยปุ ระมำณพทุ ธศตวรรษที่ 20 สำหรับรูปเทวดำหรือรูปบุคคลน้นั
วดั พระพำยหลวงจะมีพระพกั ตร์หรือใบหนำ้ ค่อนขำ้ งกลม แตข่ องวดั มหำธำตุจะเป็นรูปไข่
2. กล่มุ ประติมำกรรมก่อนศิลปะสุโขทยั ไดจ้ ำกศำลตำผำแดง วดั พระพำยหลวง วดั ศรีสวำย
จดั เป็นศิลปะลพบรุ ี กำหนดอำยปุ ระมำณพทุ ธศตวรรษที่ 18
3. ศิลปะสุโขทยั พุทธศตวรรษท่ี 19 - 20
ศิลปะสุโขทยั เร่ิมต้งั แต่พอ่ ขุนศรีอินทรำทิตยป์ ระกำศต้งั กรุงสุโขทยั เป็นอิสระ เม่ือรำว พ.ศ. 1780
ศิลปะสุโขทยั จดั ไดว้ ำ่ เป็นศิลปะไทยท่ีงดงำมท่ีสุด มีลกั ษณะเป็นของตนเองมำกที่สุด
โดยเฉพำะพระพทุ ธรูปท่ีมีลกั ษณะที่เด่นชดั คือ พระรัศมีเป็นเปลวเพลิง ขมวดพระเกศำเป็นกน้ หอย
พระพกั ตร์รูปไข่ พระขนงโก่ง พระนำสิกงมุ้ (ตำมแบบบุรุษ) พระโอษฐอ์ มยม้ิ เลก็ นอ้ ย พระองั สำใหญ่
บ้นั พระองคเ์ ลก็ ครองจีวรยำวลงมำจรดพระนำภี ปลำยจีวรเป็นลำยเข้ยี วตะขำบ
ในสมยั สุโขทยั ยงั นิยมทำพระพุทธรูปส่ีอิริยำบทคอื ยนื เดิม นง่ั และนอน
4. ศิลปะอู่ทอง ประติมำกรรมรูปเคำรพเน่ืองในพุทธศำสนำ มีท้งั ปูนป้ันและสำริด
ไดพ้ บพระพุทธรูปในศิลปะอทู่ องตำมวดั ต่ำงๆ ในเมืองสุโขทยั สร้ำงข้ึนเม่ือประมำณรำวพทุ ธศตวรรษที่ 20
อนั เป็นช่วงเวลำท่ีปรำกฏหลกั ฐำนเป็นลำยลกั ษณ์อกั ษรถึงควำมเกี่ยวดองเป็นเครือญำติ
ระหวำ่ งรำชวงศส์ ุโขทยั บำงส่วนกบั รำชวงศส์ ุพรรณภูมิ ลกั ษณะโดยทวั่ ไปของพระพทุ ธรูปศิลปะอู่ทอง
พระพกั ตร์เป็นรูปสี่เหลี่ยม มีเสน้ ไรพระศกหนำ ขมวดพระเกศำกลมเลก็ คลำ้ ยหนำมขนุน
พระอุษณียเ์ ป็นรูปมะนำวตดั พระรัศมีเป็นรูปเปลวเพลิง
5. ศิลปะอยธุ ยำ พระพทุ ธรูปท่ีจดั แสดงลกั ษณะโดยทวั่ ไปยงั คงมีอิทธิพลของศิลปะสุโขทยั พระพกั ตร์รูปไข่
มีเสน้ ไรพระศกเลก็ ขมวดพระเกศำเป็นรูปกน้ หอยเลก็ พระขนงโก่ง พระเนตรเหลือบต่ำ พระนำสิกโด่ง
พระโอษฐเ์ ลก็ บำง นอกจำกน้ี ในระยะหลงั นิยมสร้ำงทรงเครื่อง กำหนดอำยปุ ระมำณพุทธศตวรรษท่ี 20 - 23
6. เคร่ืองถว้ ยจีน ไดจ้ ำกกำรขดุ แตง่ โบรำณสถำนในเมืองสุโขทยั พบท้งั สมยั รำชวงศห์ ยวน รำชวงศห์ มิง
และชิง
7. เคร่ืองถว้ ยสังคโลกจำกแหลง่ เตำทุเรียง เมืองสุโขทยั เตำป่ ำยำง และเตำเกำะนอ้ ย เมืองศรีสชั นำลยั
รูปแบบภำชนะเป็นแบบถว้ ย กระปุก โถ แจกนั ชำม จำน คนโฑ กำน้ำ ตลบั รวมไปถึงตุ๊กตำ
และเคร่ืองประดบั สถำปัตยกรรมที่มีลกั ษณะต่ำงๆ น้ำยำเคลือบมีท้งั ประเภทเคลือบสีเขียวหรือเซลำดอน
เคลือบสีน้ำตำล เคลือบขำวหม่นหรือขำวน้ำนม เคลือบใสเขยี นลำยใตเ้ คลือบ
และประเภทเคลือบสองสีคือขำวและน้ำตำล เป็นตน้
8. พระพิมพ์ มีท้งั พระพมิ พด์ ินเผำและเน้ือชินไดจ้ ำกวดั พระพำยหลวงวดั มหำธำตุและวดั ป่ ำมะม่วง เป็นตน้
9. ส่วนจดั แสดงกลำงแจง้ พิพธิ ภณั ฑฯ์ ไดน้ ำโบรำณวตั ถุบำงส่วนจดั แสดงกลำงแจง้ เช่น ใบเสมำหินชนวน
ทบั หลงั หินทรำย ฐำนประติมำกรรมหินทรำย ระฆงั หิน ลกู กรงที่ทำเป็นเครื่องเคลือบ สังคโลกจำกวดั มงั กร
เตำเผำเครื่องถว้ ยสงั คโลก (จำลอง) และชำ้ งปูนป้ันซ่ึงจำลองมำจำกวดั ชำ้ งลอ้ มเมืองสุโขทยั
วดั ชำ้ งลอ้ มเมืองศรีสัชนำลยั และวดั ชำ้ งรอบเมืองกำแพงเพชร
อีกส่วนหน่ึงไดจ้ ดั แสดงเคร่ืองมือเครื่องใชท้ ี่เป็นลกั ษณะศิลปะพ้นื บำ้ นสุโขทยั
เวลำเปิ ดทำกำร เปิ ดบริกำรทุกวนั ระหวำ่ งเวลำ 9.00 - 16.00 น.
พิพิธภณั ฑส์ งั คโลก ตำบลบำ้ นหลุม
พพิ ิธภณั ฑส์ ังคโลก เกิดจำกควำมคดิ และควำมต้งั ใจของคณุ ดำรงค์ และ คณุ กศุ ล สุวฒั นเมฆินทร์
ซ่ึงเป็นชำวสุโขทยั โดยกำเนิด
มุ่งหวงั จะนำควำมภำคภูมิใจในประวตั ิศำสตร์ของเมืองสุโขทยั รำชธำนีแห่งแรกของไทย
และผลงำนศิลปะช้นั เอกสมยั สุโขทยั มำนำเสนอใหค้ นไทยและชำวตำ่ งชำติ
ไดร้ ่วมกนั ประจกั ษใ์ นควำมสำคญั และควำมยงิ่ ใหญ่ของเมืองสุโขทยั
โดยไดน้ ำของสะสมที่เกบ็ รวบรวมมำเป็นเวลำกวำ่ 50 ปี อนั ได้ แก่พระพุทธรูป
เครื่องมือเครื่องใชใ้ นชีวติ ประจำวนั และเคร่ืองสังคโลกสมยั สุโขทยั
มำจดั แสดงในรูปแบบพิพิธภณั ฑท์ ี่ทนั สมยั และไดม้ ำตรฐำนเช่นเดียวกบั พพิ ิธภณั ฑใ์ นต่ำงประเทศ
เพือ่ ใหผ้ เู้ ขำ้ ชมไดเ้ ห็นภำพชีวิตควำมเป็นอยทู่ ่ีแทจ้ ริงของคนสุโขทยั ในสมยั โบรำณนอกจำกนิทรรศกำรอนั เกิ
ดจำกควำมภำคภูมิใจในควำมเป็นคนสุโขทยั แลว้
ควำมรักในเครื่องสงั คโลกท่ีสูงดว้ ยคุณคำ่ อมตะและกลำยเป็นสินคำ้ สำคญั เม่ือ 700 ปี ก่อน
ทำใหเ้ กิดกำรสะสมผลงำนเคร่ืองสงั คโลกจำกลำ้ นนำ ซ่ึงงดงำมเป็นเอกดว้ ยฝีมือช่ำงศิลปะที่เยย่ี มยอด
ดงั น้นั ในพิพธิ ภณั ฑส์ ังคโลกน้ีจึงมีเครื่องสังคโลกจำกลำ้ นนำต้งั แสดงอยดู่ ว้ ย
ค่ำเขำ้ ชม ชำวไทย ผใู้ หญ่ 50 บำท เด็ก 20 บำท นกั เรียนในเครื่องแบบ 20 บำท ชำวต่ำงชำติ ผใู้ หญ่ 100
บำท เด็ก 20 บำท
กำรเดินทำง
พพิ ธิ ภณั ฑส์ งั คโลกสุโขทยั ต้งั อยใู่ นบริเวณโรงแรมอนนั ดำ เขตตวั เมืองสุโขทยั ใกลส้ ี่แยกกระชงค์
สำมำรถนงั่ รถโดยสำรประจำทำง
หรือรถสำมลอ้ จำกตลำดในตวั เมืองไปพพิ ธิ ภณั ฑไ์ ดท้ ุกวนั วนั และเวลำทำกำร
เปิ ดทกุ วนั 08.00-17.00 น.
พระรำชำนุสำวรียพ์ อ่ ขนุ รำมคำแหงมหำรำช ตำบลเมืองเก่ำ
เมื่อวนั ท่ี 25 มกรำคม พทุ ธศกั รำช 2507 พระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยหู่ วั
และสมเด็จพระนำงเจำ้ ฯพระบรมรำชินีนำถ เสด็จพระรำชดำเนิน
ทรงประกอบพธิ ีเปิ ดพพิ ิธภณั ฑสถำนแห่งชำติ ณ จงั หวดั สุโขทยั
ในโอกำสน้ีไดท้ รงประกอบพธิ ีบวงสรวงสงั เวย สมเดจ็ พระนเรศวรมหำรำช ณ วดั ศรีชุมดว้ ย
ในคร้ังน้นั ปรำกฏวำ่ ประชำชนไดเ้ รียกร้องใหท้ ำงรำชกำรดำเนินกำรสร้ำงพระบรมรำชำนุสำวรียพ์ ่อขนุ รำม
คำแหงมหำรำช โดยให้เหตผุ ลวำ่
พระบรมรำชำนุสำวรียข์ องมหำรำชพระองคอ์ ื่นไดส้ ร้ำงครบถว้ นทุกพระองคแ์ ลว้
ยกเวน้ แต่พระบรมรำชำนุสำวรียพ์ ่อขนุ รำมคำแหงมหำรำช
ดงั น้นั จงั หวดั สุโขทยั จึงไดร้ ิเร่ิมดำเนินกำรนำเสนอควำมเห็นมำยงั กระทรวงมหำดไทย
ซ่ึงคณะรัฐมนตรีไดพ้ ิจำรณำลงมติรับหลกั กำร เมื่อวนั ที่ 7 กรกฎำคม พุทธศกั รำช
2507และไดต้ ้งั คณะกรรมกำรดำเนินกำรก่อสร้ำงพระบรมรำชำนุสำวรียข์ ้ึนโดยกรมศิลปำกรรับผิดชอบกำร
ออกแบบและกำรหล่อพระบรมรูปพ่อขนุ รำมคำแหงมหำรำช
นบั ต้งั แต่ปี พทุ ธศกั รำช 2507 สืบเน่ืองต่อมำหลำยปี ผำ่ นสมยั ของรัฐบำลหลำยชุด
คณะกรรมกำรดำเนินกำรก่อสร้ำงพระบรมรำชำนุสำวรียไ์ ดด้ ำเนินกำรมำเป็นระยะ คือ
พิจำรณำคดั เลือกสถำนที่โดยอำศยั หลกั เกณฑแ์ ละแนวทำงจำกหลกั ฐำนทำงประวตั ิศำสตร์เป็นสำคญั
และเห็นวำ่ บริเวณพ้นื ที่ริมทำงหลวงภำยในกำแพงเมืองเก่ำ ตำบลบำ้ นเก่ำ อำเภอเมือง จงั หวดั สุโขทยั
เป็นพ้ืนท่ีที่เหมำะสม กวำ้ งประมำณ 26 ไร่ อำณำเขตขณะที่กำหนดเม่ือพ.ศ. 2508 ทิศเหนือติดต่อกบั วดั
ตะกวนซ่ึงเป็นวดั ร้ำง ทิศตะวนั ตกติดตอ่ กบั ตระพงั ตะกวน ต่อมำในปี พ.ศ. 2520
กรมศิลปำกรไดด้ ำเนินกำรโครงอุทยำนประวตั ิศำสตร์สุโขทยั
ไดป้ รับปรุงพ้ืนที่ใหม้ ีควำมกลมกลืนกบั สภำพของโครงกำร
บริเวณท่ีประดิษฐำนพระบรมรำชำนุสำวรียพ์ ่อขนุ รำมคำแหงมหำรำชจึงเป็นภูมิทศั น์ท่ีงดงำมยงิ่
พธิ ีวำงศิลำฤกษแ์ ทน่ ฐำน พระบรมรำชำนุสำวรียพ์ ่อขนุ รำมคำแหงมหำรำช คือวนั ที่ 26 พฤศจิกำยน พ.ศ.
2512 และเมื่องำนออกแบบพระบรมรูปและป้ันหุ่นดินเสร็จพร้อมที่จะหลอ่ ไดแ้ ลว้
คณะกรรมกำรดำเนินกำรก่อสร้ำงฯ
ไดก้ รำบบงั คมทูลพระกรุณำพระบำทสมเดจ็ พระเจำ้ อยหู่ ัวและสมเดจ็ พระนำงเจำ้ ฯ พระบรมรำชินีนำถ
เสดจ็ พระรำชดำเนินทรงประกอบพิธีเททองหล่อพระบรมรูป ณ มณฑลพิธี กองหตั ถศิลป กรมศิลปำกร
เมื่อวนั ที่ 7 ธนั วำคม พ.ศ. 2513
เมื่อกรมศิลปำกรป้ันหลอ่ พระบรมรูปพอ่ ขุนรำมคำแหงมหำรำชและภำพจำหลกั นูนแสดงเหตุกำรณ์ในรัชสมั
ยเรียบร้อยแลว้ จงั หวดั สุโขทยั มีควำมประสงคจ์ ะอญั เชิญพระบรมรูปไปประดิษฐำน ณ
ปะรำพิธีบริเวณเนินปรำสำท อำเภอเมืองเก่ำ
จงั หวดั สุโขทยั เพื่อใหป้ ระชำชนไดส้ กั กำระบูชำในระหวำ่ งที่ยงั มิไดป้ ระกอบพิธีเปิ ด
ซ่ึงขณะน้นั เป็นระยะท่ีกำลงั ดำเนินกำรก่อสร้ำงแทน่ ฐำนและจดั ผงั บริเวณ
โดยไดก้ ่อสร้ำงปะรำเพื่อประดิษฐำนพระบรมรูปชวั่ ครำว
จงั หวดั สุโขทยั ไดป้ ระกอบพิธีอญั เชิญพระบรมรูปจำกกองหตั ถศิลป กรมศิลปำกร เท่ือวนั ท่ี 13 เมษำยน พ.ศ.
2518 พระบรมรูปพ่อขนุ รำมคำแหงมหำรำช ไดป้ ระดิษฐำนอยทู่ ี่ปะรำพิธี ณ เนินปรำสำทเป็นเวลำ 1 ปี
งำนก่อสร้ำงแท่นฐำนจึงเสร็จเรียบร้อย
จำกน้นั จงั หวดั สุโขทยั จึงไดป้ ระกอบพธิ ีอญั เชิญพระบรมรูปจำกเนินปรำสำท
ไปประดิษฐำนยงั แทน่ ฐำนปัจจุบนั เมื่อวนั ที่ 13 เมษำยน พ.ศ. 2519และจดั ใหม้ ีมหรสพฉลองสมโภชดว้ ย
ศำลพระแม่ยำ่
พระแมย่ ำ่ เดิมน้นั ประดิษฐำนอยทู่ ่ีถ้ำพระแม่ยำ่ ซ่ึงเป็นเพิงชะโงกเง้ือมออกมำทำงใต้ ประมำณ 3 เมตรเศษ
พระแมย่ ำ่ หนั พระพกั ตร์ไปทำงทิศใตต้ ำมเง้ือมเขำท่ียนื่ ล้ำออกมำทำงดำ้ นหลงั เง้ือมผำมีถ้ำต้ืน ๆ
องคเ์ ทวรูป (พระแม่ยำ่ ) เป็นเทวรูปหิน สลกั ดว้ ยหินชนวน เป็นรูปสตรีวยั สำว
มีเคร่ืองประดบั อยำ่ งสตรีโบรำณผสู้ ูงศกั ด์ิ ประทบั ยนื ตรง แขนท้งั สองขำ้ งแนบพระวรกำย
นุ่งผำ้ ปลอ่ ยชำยไหว เป็นเชิงช้นั ท้งั สองขำ้ งแบบศิลปกำรนุ่งผำ้ สตรีสมยั สุโขทยั
ไม่สวมเส้ือหรือสไบเปลือยส่วนบนท้งั หมด เห็นพระถนั ท้งั สองเตำ้ ใส่กำไลแขน
กำไลขอ้ มือและกำไลขอ้ เทำ้ ท้งั สองขำ้ ง เป็นกำไลวงกลม มีพระพกั ตร์เป็นรูปไข่ คำงมน
พระโอษฐแ์ ยม้ ยมิ้ นอ้ ย ๆ สวมมงกฎุ เป็นแบบชฎำทรงสูง ท่ีพระบำทสวมรองพระบำทปลำยงอน
ยอดศิลำส่วนท่ีเหนือพระมงกฎุ แตกบ่ินหำยไปบำ้ ง
เม่ือวดั ขนำดของเทวรูปศิลำรวมแทน่ หินแผน่ เดียวกนั ที่คงอยู่ สูงท้งั หมด 51 นิ้ว
วดั จำกพระบำทถึงยอดพระมงกุฎ สูง 49 นิ้ว ศิลำจำหลกั เป็นศิลำแทง่ เดียวกนั ตลอดไม่มีรอยต่อ
ประวตั ิที่มำอนั แน่นอนของพระแมย่ ำ่ น้นั ไมม่ ีหลกั ฐำนยนื ยนั แน่นอนวำ่ เป็นใคร
เม่ือประชำชนพำกนั เรียกวำ่ “พระแมย่ ำ่ ” อำจำรยท์ องเจือ สืบชมภู
สันนิษฐำนวำ่ คงเป็นนำงกษตั ริยอ์ งคใ์ ดองคห์ น่ึง และนำงกษตั ริยอ์ งคน์ ้ีน่ำจะเป็นพระนำงเสือง
ซ่ึงเป็นพระรำชชนนีของพ่อขนุ รำมคำแหงมหำรำช และเป็นพระเจำ้ ยำ่ ของพระยำลิไท
ตำมหลกั ฐำนท่ีปรำกฏในศิลำจำรึกพ่อขนุ รำมคำแหงไดก้ ลำ่ ววำ่
“...เบ้ืองหัวนอนเมืองสุโขทยั น้ีมีกุฎี พิหำร ป่ ูครู มีสรีดภงส์ มีป่ ำพร้ำว มีป่ ำลำง มีป่ ำขำม มีน้ำโคก
มีพระขพงุ ผี เทพดำในเขำอนนน้นั เป็นใหญก่ วำ่ ผีทกุ ผใี นเมืองน้ี ขนุ ผใู้ ดถือเมืองสุโขไทน้ีแล้ ไหวด้ ีพลีถกู
เมืองน้ีเท่ียง เมืองน้ีดี ผไิ หวบ้ ่ดี พลีบ่ถูก ผใี นเขำอนนบ่คุม้ เกรงเมืองน้ีหำย...” จำกขอ้ ควำมดงั กล่ำว
ไดม้ ีกำรนำคำวำ่ “พระขพุงผี” มำตีควำมเก่ียวพนั กบั พระแม่ยำ่
โดยท่ีนกั ประวตั ิศำสตร์และโบรำณคดีไดส้ นั นิษฐำน
ในคร้ังท่ีมีกำรสมั มนำถึงกำรเมืองและสภำพสังคมสุโขทยั เมื่อวนั ท่ี 1-4 สิงหำคม 2520
ท่ีมหำวทิ ยำลยั ศรีนครินทรวิโรฒ พิษณุโลก ไดล้ งควำมเห็นวำ่ พระขพุงผี หมำยถึง พระที่โตหรือใหญ่
ซ่ึงน่ำจะเขำ้ กบั ศิลำจำรึกวำ่
พระขพงุ ผนี ้ีเป็นใหญก่ วำ่ ผที ้งั หลำยได.้ ..พอ่ ขนุ รำมคำแหงกท็ รงเคำรพเลื่อมใสพระพุทธรูปองคน์ ้ีมำกอยู่
โดยทรงยกใหเ้ ป็นยอดของผีท้งั หลำย ถำ้ แมย่ ำ่ น้ีสร้ำงอุทิศเพื่อผีจริงแลว้ ก็จะตอ้ งเป็นผีนำงเสืองแน่
พระเจำ้ รำมคำแหงคงจะไมเ่ คำรพผีอ่ืน
เมื่อเป็นเช่นน้ีพระปฏิมำพระองคน์ ้ีจะตอ้ งเป็นปูชนียวตั ถุที่สำคญั ของชำติและของชำวสุโขทยั ชิ้นหน่ึง
ศำลพระแม่ยำ่ เป็นปูชนียสถำนท่ีสำคญั ของสุโขทยั เป็นที่เคำรพสักกำระของประชำชน
ท้งั ในจงั หวดั สุโขทยั ประประชำชนโดยทว่ั ไป
ใครมีเรื่องทุกขร์ ้อนก็จะไปกรำบไหวต้ ้งั จิตอธิษฐำนขอควำมช่วยเหลือจำกพระแม่ยำ่
เลำ่ กนั วำ่ มกั จะไดด้ งั ท่ีขอ เกี่ยวกบั ควำมศกั ด์ิสิทธ์ิของพระแม่ยำ่ น้นั อำจำรยท์ องเจือ สืบชมภู
ไดเ้ ขียนกลอนเพื่อสกั กำระบูชำพระแมย่ ำ่ ไว้
ทงุ่ ทะเลหลวง ตำบลบำ้ นกลว้ ย
เกำะกลำงรูปหวั ใจ บริเวณทุ่งทะเลหลวง ต.บำ้ นกลว้ ย อ.เมือง จ.สุโขทยั เป็นสถำนท่ีทอ่ งเที่ยว
ชมธรรมชำติ และเป็นที่ ประดิษฐสถำน "พระพุทธรัตนสิริสุโขทยั " สำหรับพระพทุ ธรัตนสิริสุโขทยั
เป็นพระพุทธรูปสัมริด ปำงมำรวิชยั มีลกั ษณะงดงำม คำดวำ่ สร้ำงในสมยั พระมหำธรรมรำชำลิไท
แห่งกรุงสุโขทยั พระพุทธรูปเก่ำแก่กวำ่ 700 ปี รำวปี พ.ศ.1845 มีขนำดหนำ้ ตกั กวำ้ ง 130 ซ.ม.
จำกฐำนถึงพระเกตสุ ูง 208 ซม. ปัจจุบนั ประดิษฐำนชวั่ ครำว อยทู่ ่ีสวนหลวง ร.9 อ.เมืองสุโขทยั
สถำนท่ีทอ่ งเท่ียวบำงแห่งน้นั แมว้ ำ่ จะถกู สร้ำงข้นึ ดว้ ยมือของมนุษย์ ไมไ่ ดถ้ ือกำเนิดข้ึนเองจำกธรรมชำติ
แต่ก็ไดก้ ลำยมำเป็นสถำนท่ีสำคญั และมีควำมหมำยที่น่ำจดจำ เหมือนกบั ท่ี แผน่ ดินศกั ด์ิสิทธ์ิรูปหวั ใจ
แห่งทงุ่ ทะเลหลวง จงั หวดั สุโขทยั
“แผน่ ดินศกั ด์ิสิทธ์ิรูปหวั ใจ” หรือเรียกโดยทวั่ ไปวำ่ “เกำะรูปหวั ใจ” พ้ืนที่แห่งน้ี
ต้งั อยบู่ ริเวณใจกลำงทุ่งทะเลหลวง ในเขตตำบลปำกแคว อำเภอเมือง จงั หวดั สุโขทยั
แผน่ ดินศกั ด์ิสิทธ์ิรูปหวั ใจแห่งน้ี ไดเ้ กิดจำกแนวคดิ โครงกำรแกม้ ลิง
ซ่ึงเป็นโครงกำรตำมแนวพระรำชดำริเพือ่ แกป้ ัญหำน้ำท่วมและน้ำแลง้ ซ้ำซำกในพ้ืนทจ่ี งั หวดั สุโขทยั
โดยไดเ้ ร่ิมทำโครงกำรสร้ำงแหล่งเกบ็ น้ำข้ึน ในปี พ.ศ. 2545
โดยใชบ้ ริเวณทะเลหลวงซ่ึงเป็นแหลง่ เกบ็ น้ำในอดีต
โดยไดม้ ีกำรขดุ ลอกพ้นื ที่และขดุ คลองเผือ่ ผนั น้ำเขำ้ กกั เก็บไวใ้ นพ้นื ท่ีเพอื่ ใหป้ ระชำชนใชป้ ระโยชน์
เเละไดม้ ีกำรออกแบบใหเ้ ป็นรูปหวั ใจ
คำวำ่ “รูปหวั ใจ” น้นั ไดเ้ กิดจำกแนวควำมคดิ ของ นำยสมศกั ด์ิ เทพสุทิน
เมื่อคร้ังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีวำ่ กำรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ที่ตอ้ งกำรใหพ้ ้ืนที่แห่งน้ีสื่อใหเ้ ห็นถึงควำมรักใคร่สำมคั คีของพน่ี อ้ งชำวจงั หวดั สุโขทยั
อีกท้งั ยงั ไดส้ ร้ำงเกำะกลำงน้ำรูปหวั ใจข้ึนมำอีก เเละไดต้ ้งั ช่ือวำ่ “แผ่นดินศกั ด์ิสิทธ์ิรูปหวั ใจ”
ซ่ึงหำกใครไดม้ ีโอกำสเดินทำงโดยใชเ้ ครื่องบินเเละผำ่ นบริเวณพ้ืนที่เเห่งน้ี
กส็ ำมำรถท่ีจะมองเห็นเกำะรูปหวั ใจ ท่ีถูกรำยลอ้ มดว้ ยผืนน้ำรูปหวั ใจ
เป็นอีกหน่ึงทศั นียภำพบนทอ้ งฟ้ำที่สวยงำมและน่ำต่ืนตำต่ืนใจ
เร่ืองรำวควำมศกั ด์ิสิทธ์ิของแผน่ รูปหัวใจน้นั ไดเ้ กิดข้นึ จำก “บุญพิธีกลนั่ แผน่ ดิน”
ซ่ึงกค็ ือพิธีที่ไดน้ ำดินจำกทกุ หมู่บำ้ นในจงั หวดั สุโขทยั จำนวน 843 หมบู่ ำ้ น มำทำพิธีบุญกลน่ั แผน่ ดิน
ดว้ ยกำรปลุกเสกควำมศกั ด์ิสิทธ์ิลงไปในดิน
และใชด้ ินที่ไดม้ ำจำกพิธีมำไวใ้ ตฐ้ ำนของมณฑปที่ต้งั อยบู่ ริเวณใจกลำงเกำะ ซ่ึงเป็นที่ประดิษฐำน
“พระพทุ ธรัตนสิริสุโขทยั ” อนั เป็นพิธีที่นำพำควำมศกั ด์ิสิทธ์ิมำสู่เกำะรูปหวั ใจแห่งน้ี
และยงั ถือไดว้ ำ่ เป็นงำนท่ีแสดงถึงควำมสำมคั คีปรองดองของพนี่ อ้ งชำวจงั หวดั สุโขทยั
ในส่วนของ “พระพุทธรัตนสิริสุโขทยั ” พระพุทธรูปศกั ด์ิสิทธ์ิแห่งเกำะศกั ด์ิสิทธ์ิรูปหวั ใจเเห่งน้ี
ก่อนท่ีจะไดน้ ำมำประดิษฐำนน้นั ไดม้ ีประวตั ิเลำ่ ไวว้ ำ่ “เป็นพระพทุ ธรูปปำงมำรวชิ ยั สมยั สุโขทยั
ซ่ึงไดจ้ มอยใู่ นแมน่ ้ำยมและไดถ้ กู คน้ พบ เมื่อปี พ.ศ. 2546 จำกน้นั จึงไดม้ ีกำรทำพธิ ีเส่ียงทำยเเละไดท้ รำบวำ่
มีควำมประสงคท์ ่ีคืนสู่จงั หวดั สุโขทยั ทำง นำยสมศกั ด์ิ เทพสุทิน
ผดู้ ำเนินนโยบำยสร้ำงโครงกำรเเกม้ ลิงในขณะน้นั
จึงไดอ้ ธิษฐำนขอพระบำรมีใหส้ ำมำรถผลกั ดนั งบประมำณในกำรสร้ำงโครงกำรแกม้ ลิงทุ่งทะเลหลวงใหส้ ร้
ำงสำเร็จ เเละกไ็ ดส้ ร้ำงสำเร็จดง่ั คำอธิษฐำน จึงไดท้ ำกำรบูรณะองคพ์ ระะและไดอ้ ญั เชิญมำประดิษฐำน ณ
ท่ีมณฑปบนเกำะรูปหวั ใจ กลำงทุ่งทะเลหลวงแห่งน้ี
ในปัจจุบนั โครงกำรแกม้ ลิงทุ่งทะเลหลวงและแผน่ ดินศกั ด์ิสิทธ์ิรูปหวั ใจ
ไดก้ ลำยมำเป็นอีกหน่ึงสถำนท่ีสำคญั อีกแห่งหน่ึงของจงั หวดั สุโขทยั โดยบริเวณพ้ืนท่ีบนเกำะน้นั
ไดม้ ีกำรปลกู ตน้ ไมเ้ พ่ือควำมร่มร่ืน เเละยงั ไดถ้ กู ใชเ้ ป็นพ้ืนที่ในกำรจดั งำนในวนั สำคญั ตำ่ งๆ อำทิ
วนั วสิ ำขบูชำ วนั มำฆบูชำ อีกท้งั ทำงจงั หวดั ยงั ไดม้ ีกำรวำงแผนท่ียำ้ ยศนู ยร์ ำชกำร และสร้ำงอำคำรสำคญั เช่น
สนำมกีฬำ สวนสำธำรณะ ไวใ้ นพ้ืนท่ีโดยรอบ ซ่ึงพ้นื ที่แห่งน้ี
ก็คงจะเป็นอีกหน่ึงสถำนท่ีสำคญั แห่งใหมข่ องจงั หวดั สุโขทยั ในอนำคตขำ้ งหนำ้
โครงกำรสวนสตั วส์ ุโขทยั ตำบลบำ้ นกลว้ ย
โครงกำรท่ีเปิ ดพ้ืนที่ใหท้ กุ คนไดเ้ ขำ้ มำเรียนรู้วิถีชีวิตแบบเรียบงำ่ ย ผำ่ นกำรทำเกษตรอินทรีย์
โดยภำยในโครงกำรจะมีกำรแบ่งจุดเรียนรู้ต่ำงๆเอำไว้
ผทู้ ี่เขำ้ ชมโครงกำรจะไดเ้ รียนรู้กำรเก็บไขเ่ ป็ดมำทำอำหำร กำรทำกลว้ ยตำก กำรโมข่ ำ้ ว ดำนำ เป็นตน้
ที่นี่เหมำะกบั คนที่สนใจอยำกมำเรียนรู้วถิ ีชีวิตแบบบำ้ นๆแต่มีควำมสุข
หรืออยำกลองทำกิจกรรมใหมๆ่ ที่ไมเ่ คยลอง ที่นี่ถือเป็นกำรเปิ ดประสบกำรณ์ที่ดีมำก
ไม่วำ่ จะเด็กหรือผใู้ หญก่ ส็ ำมำรถเขำ้ ร่วมได้
เวลำเปิ ดทำกำร : 08.00 - 18.00 น. สำมำรถเดินทำงดว้ ยรถยนต์
คำ่ เขำ้ ชม : 900 บำทต่อคน
สิ่งอำนวยควำมสะดวก : มีท่ีจอดรถ
วธิ ีกำรกำรเดินทำง : โครงกำรต้งั อยใู่ นบริเวณสนำมบินสุโขทยั
หรือรถรับส่งของโรงแรมที่มำยงั สนำมบินได้
วดั ศรีชุม(พระอจนะ) ตำบลเมืองเก่ำ
วดั ศรีชุม เป็นศำสนโบรำณสถำนแห่งหน่ึงในเขตอุทยำนประวตั ิศำสตร์สุโขทยั
ต้งั อยทู่ ำงทิศตะวนั ตกเฉียงเหนือนอกกำแพงเมืองเดิม ใน ตำบลเมืองเก่ำ อำเภอเมืองสุโขทยั จงั หวดั สุโขทยั
วดั แห่งน้ีเป็นท่ีประดิษฐำนพระพุทธรูปปำงมำรวชิ ยั องคใ์ หญซ่ ่ึงมีนำมวำ่ "พระอจนะ"
องคพ์ ระพุทธรูปประดิษฐำนอยใู่ นมณฑป ซ่ึงปัจจุบนั ยอดพระมณฑปไดพ้ งั ทลำยหมดแลว้
เหลือแตเ่ พียงผนงั กำแพงโดยรอบ ไม่มีหลงั คำปกคลุม เป็นพระพุทธรูปกลำงแจง้ จนถึงทกุ วนั น้ี
พระพทุ ธอจนะ
เป็นท่ีเลื่องลือถึงควำมศกั ด์ิสิทธ์ิและมีมนตเ์ สน่หแ์ ละเอกลกั ษณ์ชวนให้นกั ท่องเที่ยวมำเที่ยวชมและสักกำระ
อยำ่ งไมข่ ำดสำย และถือเป็นหน่ึงในสถำนที่เท่ียวท่ีสำคญั ท่ีสุดแห่งหน่ึงของจงั หวดั สุโขทยั
ในปัจจุบนั ทำงดำ้ นตะวนั ตกเฉียงใตไ้ ม่ห่ำงจำกตวั โบรำณสถำนนกั มีวดั สร้ำงใหม่มีพระภิกษุสงฆจ์ ำพรรษำ
ใชช้ ่ือวำ่ วดั ศรีชุมเช่นเดียวกนั
หลวงพอ่ ศิลำ วดั ทงุ่ เสลี่ยม
หลวงพ่อศิลำ เป็นนำมท่ีชำวบำ้ นวดั ทุ่งเสล่ียมเรียกขำนพระพุทธรูปนำคปรก ปำงสมำธิ
สกดั จำกหินทรำยสีเทำทรงกรองศอพำหุรัดกุณฑล สวมศิรำภรณ์ สวมมงกุฎเทริด พระพกั ตร์ทรงสี่เหล่ียม
ประทบั นง่ั ขดั สมำธิรำบบนฐำนขนำดนำค 3 ช้นั นำคท่ีปรกอยเู่ หนือพระเศียรน้นั มี 7 เศียร
ดำ้ นหลงั หำงนำคพำดข้ึนมำถึงลำตวั มีลวดลำยแบบศิลปะลพบุรี
องคพ์ ระวดั จำกฐำนถึงปลำยยอดเศียรนำคสูง85.50 เซนติเมตร หนำ้ ตกั กวำ้ ง 44 เซนติเมตร น้ำหนกั ประมำณ
126.5 กิโลกรัม แต่เดิมน้นั หลวงพ่อศิลำประดิษฐำนอยทู่ ่ีถ้ำเจำ้ รำมซ่ึงเป็นถ้ำขนำดใหญ่
ภำยในมีคำ้ งคำวอำศยั อยเู่ ป็นจำนวนมำก
มีเรื่องเล่ำสืบกนั มำวำ่ ชำวบำ้ นไดไ้ ปหำมูลคำ้ งคำวในแถบถ้ำเจำ้ รำมไดพ้ บพระธุดงคร์ ูปหน่ึงซ่ึงเล่ำใหฟ้ ังวำ่ ภ
ำยในถ้ำเจำ้ รำมมีพระพทุ ธรูปเก่ำแก่อยหู่ ลำยองคแ์ ละองคห์ น่ึงมีควำมงำมโดดเด่นกวำ่ องคอ์ ่ืนใดเป็นพระพทุ
ธรูปศิลำนำคปรก เมื่อกลบั ถึงหมู่บำ้ นชำวบำ้ นก็นำควำมมำเล่ำใหพ้ ระอภยั
เจำ้ อำวำสวดั ทุ่งเสล่ียมซ่ึงไดห้ ำรือกบั ผใู้ หญบ่ ำ้ นวำ่ จะนำพระพทุ ธรูปมำไวท้ ี่วดั ทุ่งเสลี่ยม
แตเ่ นื่องจำกพระอภยั น้นั สูงอำยเุ ดินทำงไมไ่ หวจึงไดเ้ ลิกลม้ ควำมต้งั ใจ
ควำมไดล้ ่วงรู้ไปถึงครูบำก๋วนเจำ้ อำวำสวดั แมป่ ะหลวง ตำบลแม่ปะ อำเภอเถิน
จงั หวดั ลำปำงซ่ึงทำ่ นก็มีควำมศรัทธำจึงไดร้ วบรวมคนเดินทำงไปอญั เชิญพระพุทธรูปปำงนำคปรก ณ
ถ้ำเจำ้ รำม
เม่ือคณะเขำ้ สู่ภำยในถ้ำเจำ้ รำมไดพ้ บพระพทุ ธรูปนำคปรกซ่ึงมีฦูงคำ้ งคำวบินวนเวียนอยอู่ ยำ่ งมำกมำย
ครูบำก๋วนจึงไดท้ ำพิธีอญั เชิญพระพทุ ธรูปออกจำกถ้ำและเดินทำงรอนแรมมำดว้ ยควำมยำกลำบำกผำ่ นหนอ
งปลำซิว (บำ้ นหว้ ยทรำย) หนองสม้ ป่ อย (บำ้ นน้ำดิบ) จนกระทง่ั ถึงอำเภอทุ่งเสล่ียม
เมื่อชำวบำ้ นทงุ่ เสล่ียมรู้ขำ่ วจึงพำกนั จดั ขบวนดนตรีพ้นื เมืองและขบวนฟ้อนรำมำตอ้ นรับดว้ ยควำมปี ติยนิ ดีถ้
วนหนำ้ จวบจนขบวนอญั เชิญพระพุทธรูปนำคปรกเดินทำงมำถึงวดั ท่งุ เสลี่ยมกเ็ กิดปำฏิหำริยข์ ้นึ
ทอ้ งฟ้ำที่แจ่มใสแสงแดดที่ร้อนแรงของเดือนเมษำยนกถ็ ูกบดบงั ดว้ ยเมฆฝนเกิดฝนตกหนกั เป็นเวลำนำน
เมื่อฝนหยดุ ตกกม็ ีฝงู คำ้ งคำวบินมำวนเวียนเหนือบริเวณวดั ทุ่งเสล่ียมแลว้ จึงบินกลบั ถ้ำเจำ้ รำม
ชำวบำ้ นไดเ้ ห็นควำมศกั ด์ิสิทธ์ิของพระพทุ ธรูปศิลำจึงไม่ยอมใหค้ รูบำก๋วนอญั เชิญกลบั ไปยงั อำเภอเถิน
เจำ้ อำวำสวดั ท่งุ เสล่ียมจึงไดห้ ำรือไปยงั เจำ้ คณะอำเภอสวรรคโลกซ่ึงเจำ้ คณะอำเภอไดต้ ดั สินใหป้ ระดิษฐำนไ
ว้ ณ วดั ทุ่งเสล่ียม ชำวบำ้ นไดต้ ้งั ชื่อพระพทุ ธรูปนำคปรกน้ีวำ่ พระศิลำเพรำะเห็นวำ่ แกะสลกั มำจำกหินทรำย
ครูบำก๋วนจึงไดจ้ ำลองพระศิลำกลบั ไปประดิษฐำนไวท้ ี่วดั ปะหลวง อำเภอเถิน จงั หวดั ลำปำงดว้ ยใจศรัทธำ
คร้ันเม่ือวนั ท่ี 29 ตุลำคม พ.ศ. 2520
ไดเ้ กิดเหตุกำรณ์ไม่คำดฝันข้ึนมีคนร้ำยไมท่ รำบจำนวนเขำ้ มำโจรกรรมพระศิลำไปจำกพระอุโบสถใหญ่
วดั ทงุ่ เสล่ียม พระศิลำจึงไดห้ ำยสำบสูญไปอยำ่ งไร้ร่องรอย อีก 17 ปี ตอ่ มำเม่ือวนั ที่ 19 ตุลำคม พ.ศ. 2537
กลุ่มอนุรักษช์ ำวไทยในตำ่ งแดนไดพ้ บข่ำวพระศิลำในประเทศองั กฤษจึงไดเ้ ขยี นจดหมำยถึงบรรณำธิกำรขอ
งหนงั สือพิมพม์ ติชนวำ่ ไดพ้ บภำพพระพทุ ธรูปปำงนำคปรกในหนงั สือประมวลศิลปวตั ถเุ พื่อประมูลขำยของ
สถำบนั โซธบี (Sotheby Institute) ในกรุงลอนดอน
ควำมทรำบถึงชำวอำเภอทงุ่ เสลี่ยมชำวบำ้ นจึงไดท้ ำหนงั สือร้องเรียนไปยงั ผวู้ ำ่ รำชกำรจงั หวดั สุโขทยั และกร
มศิลปำกรเพอ่ื ใหท้ ำงรำชกำรติดตำมทวงถำมพระพุทธรูปท่ีหำยไปในเดือนพฤศจิกำยนปี เดียวกนั กรมศิลปำ
กรไดต้ ้งั คณะกรรมกำรตรวจสอบขอ้ เทจ็ จริงและพจิ ำรณำหำแนวทำงติดตำมทวงคืนพระพทุ ธรูปศิลำ
ตอ่ มำหน่วยสืบรำชกำรลบั ขององั กฤษไดแ้ จง้ ใหไ้ ทยทรำบวำ่ มีผปู้ ระมลู พระพุทธรูปศิลำไปและถูกเคลื่อนยำ้
ยไปท่ีสหรัฐอเมริกำแลว้ ทนำยควำมของผคู้ รอบครองไดต้ ิดต่อเขำ้ มำวำ่ ผคู้ รอบครองไม่ทรำบวำ่ เป็นพระพทุ
ธรูปท่ีไดม้ ำจำกกำรโจรกรรม แต่จะคืนใหป้ ระเทศไทยโดยเรียกร้องค่ำชดเชยเป็นเงินสองแสนเหรียญสหรัฐ
คิดเป็นเงินไทยประมำณ 5,200,000 บำท
ในคร้ังแรกทำงรัฐบำลไทยพยำยำมจะติดตำมทวงคนื พระพทุ ธรูปศิลำโดยอำศยั กรณีที่คลำ้ ยคลึงกนั กบั กำรห
ำยของรูปป้ันเทพใี นประเทศอิตำลีที่สำมำรถติดตำมทวงคืนไดโ้ ดยดำเนินกำรผำ่ นทำงกระทรวงยตุ ิธรรมของ
ประเทศสหรัฐอเมริกำตำมสนธิสญั ญำควำมร่วมมือระหว่ำงประเทศแต่เม่ือคณะผแู้ ทนไทยนำโดยศำสตรำจำ
รยอ์ ดุล วิเชียรเจริญซ่ึงทำหนำ้ ที่หวั หนำ้ คณะทำงำนเฉพำะกิจเดินทำงไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกำ
ทำงหน่วยสืบรำชกำรลบั ของสหรัฐอเมริกำ(เอฟ บี ไอ)
ไดแ้ จง้ ใหท้ รำบวำ่ กำรติดตำมเร่ืองน้ีมิใช่คดีอำญำจึงอยนู่ อกเหนืออำนำจของเอฟบีไอ
รวมถึงกำรยน่ื ฟ้องตำมสนธิสัญญำควำมร่วมมือระหวำ่ งสองประเทศก็ไม่สำมำรถกระทำได้ ในที่สุดเม่ือวนั ท่ี
16 ธนั วำคม พ.ศ. 2539 คณะกรรมกำรติดตำมพระพุทธรูปศิลำนำโดยร้อยตำรวจโท เชำวริน ลทั ธศกั ด์ิศิริ
รัฐมนตรีวำ่ กำรกระทรวงศึกษำธิกำรขณะน้นั ไดเ้ ดินทำงไปตรวจสอบพระพทุ ธรูปตำมรอยตำหนิและมอบค่ำ
ชดเชยรวมท้งั คำ่ ใชจ้ ่ำยในกำรเคล่ือนยำ้ ยเป็นจำนวนเงินสองแสนหน่ึงพนั เหรียญสหรัฐ ซ่ึงนำยธนินท์
เจียรวนนท์ ประธำนกรรมกำรในเครือเจริญโภคภณั ฑแ์ ละนำยวลั ลภ เจียรวนนท์ กรรมกำรบริหำรฯ
เป็นผพู้ ิจำรณำเห็นชอบใหก้ ำรสนบั สนุนค่ำชดเชยนำพระพทุ ธรูปล้ำค่ำของไทยกลบั คืนมำ วนั ท่ี 19 ธนั วำคม
พ.ศ. 2539 ขบวนอญั เชิญหลวงพ่อศิลำกลบั ถึงประเทศไทย ณ สนำมบินดอนเมือง มีชำวทุง่ เสล่ียม
จงั หวดั สุโขทยั ไดเ้ หมำรถบสั จำนวนกวำ่ 10 คนั มำรอรับองคห์ ลวงพอ่ ศิลำภำพมหศั จรรยท์ ี่ปรำกฏ คือ
มีคำ้ งคำวบินวนเวยี นในสนำมบินดอนเมืองท้งั ท้งั ที่ควำมสวำ่ งไสวของไฟสปอตไ์ ลทใ์ นสนำมบินดอนเมือง
น้นั ไมแ่ พแ้ สงแดดเวลำกลำงวนั ซ่ึงเจำ้ หนำ้ ที่กำรทำ่ อำกำศยำนหลำยคนไดย้ นื ยนั วำ่ เทำ่ ท่ีทำงำนมำหลำยสิบปี
ไม่เคยเห็นเช่นน้ีมำก่อน พระบำทสมเดจ็ พระเจำ้ อยหู่ วั ทรงพระกรุณำโปรดเกลำ้ ฯ
ใหค้ ณะดำเนินกำรอญั เชิญหลวงพอ่ ศิลำ นำโดยร้อยตำรวจโท เชำวริน
ลทั ธศกั ด์ิศิริและผบู้ ริหำรเครือเจริญโภคภณั ฑน์ ำโดยนำยธนินทร์ เจียรวนนท์
ประธำนกรรมกำรเครือเจริญโภคภณั ฑ์ นำยวลั ลภ เจียรวนนท์
กรรมกำรบริหำรเครือเจริญโภคภณั ฑเ์ ขำ้ เฝ้ำเพอ่ื นอ้ มเกลำ้ ฯ ถวำยหลวงพ่อศิลำ เน่ืองในปี กำญจนำภิเษก ณ
พระตำหนกั จิตรลดำรโหฐำน พระรำชวงั ดุสิต เมื่อวนั ที่ 15 กมุ ภำพนั ธ์ พ.ศ. 2540
และรับพระรำชทำนคืนพร้อมท้งั อญั เชิญกลบั ไปประดิษฐำน ณ วดั ทุ่งเสลี่ยมดงั เดิมเม่ือวนั ท่ี 24 กุมภำพนั ธ์
พ.ศ. 2540 ชำวท่งุ เสล่ียมจึงไดจ้ ดั งำนสมโภชเฉลิมฉลองหลวงพ่อศิลำเป็นประจำทกุ ปี ในวนั ท่ี24 กุมภำพนั ธ์
ปัจจุบนั หลวงพ่อศิลำประดิษฐำนอยใู่ นมณฑปวิหำรวดั ทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุง่ เสลี่ยม จงั หวดั สุโขทยั
โดยมีประชำชนจำกทวั่ ประเทศเดินทำงมำกรำบไหวด้ ว้ ยควำมศรัทธำเป็นประจำตลอด
ถ้ำลม-ถำวงั
รำยละเอียดวนอุทยำนถ้ำลม-ถ้ำวงั อยใู่ นทอ้ งท่ีหมู่ท่ี 7 ตำบลนำขนุ ไกร อำเภอศรีสำโรง จงั หวดั สุโขทยั
อยใู่ นเขตป่ ำสงวนแห่งชำติป่ ำแมม่ อก-แม่พนั ลำ มีเน้ือที่ประมำณ 8,000 ไร่
กรมป่ ำไมไ้ ดป้ ระกำศจดั ต้งั เป็นวนอทุ ยำนเมื่อวนั ท่ี 23 มกรำคม 2526 ลกั ษณะเด่นบริเวณปำกถ้ำ
จะมีกระแสลมเยน็ พดั ผำ่ นตลอดเวลำ คลำ้ ยเครื่องปรับอำกำศเวลำใดท่ีอำกำศภำยนอกร้อน
แสงแดดจำ้ กจ็ ะทำใหบ้ ริเวณปำกถ้ำมีกระแสลมพดั แรงทำใหอ้ ำกำศบริเวณหนำ้ ถ้ำเยน็ สบำย
ภำยในถ้ำจะมีหินงอกหินยอ้ ย สลบั สบั เปลี่ยนกนั อยำ่ งสวยงำมบริเวณป่ ำถ้ำลม-ถ้ำวงั
มีสภำพพ้ืนท่ีเป็นภเู ขำหินปูน เรียงรำยจำกเหนือลงใต้ คือ เขำหนองหลวง เขำลกู แตก
และเป็นพ้นื ท่ีรำบรอบๆบริเวณกลมุ่ เขำหิน ประวตั ิวนอุทยำน ถ้ำลม-ถ้ำวงั จดั ต้งั ข้ึนเม่ือวนั ที่ 10 มีนำคม
2532 โดยที่บริเวณปำกถ้ำจะมีกระแสลมเยน็ พดั ผำ่ นตลอดเวลำ คลำ้ ยเคร่ืองปรับอำกำศ
ภำยในถ้ำจะมีหินงอกหินยอ้ ย สลบั สบั เปล่ียนกนั อยำ่ งสวยงำม ขอ้ มูลเพ่มิ เติม
วนอุทยำน ถ้ำลม – ถ้ำวงั
ท่ีต้งั และแผนท่ี
วนอทุ ยำนถ้ำลม-ถ้ำวงั อยใู่ นทอ้ งที่หมทู่ ่ี 7 ตำบลนำขนุ ไกร อำเภอศรีสำโรง จงั หวดั สุโขทยั
อยใู่ นเขตป่ ำสงวนแห่งชำติป่ ำแมม่ อก-แมพ่ นั ลำ มีเน้ือที่ประมำณ 8,000 ไร่
กรมป่ ำไมไ้ ดป้ ระกำศจดั ต้งั เป็นวนอทุ ยำนเมื่อวนั ที่ 23 มกรำคม 2526 มีอำณำเขตติดต่อดงั น้ี
ทิศเหนือ จดบำ้ นน้ำดิบ
ทิศใต้ จดหว้ ยลำนพมุ่
ทิศตะวนั ออก จดคลองตำแดง
ทิศตะวนั ตก จดหว้ ยไคร้
ขนำดพ้ืนที่
8000.00 ไร่
ลกั ษณะภมู ิประเทศ
บริเวณป่ ำถ้ำลม-ถ้ำวงั มีสภำพพ้นื ที่เป็นภเู ขำหินปนู เรียงรำยจำกเหนือลงใต้ คือ เขำหนองหลวง เขำลูกแตก
และเป็นพ้ืนที่รำบรอบๆบริเวณกลมุ่ เขำหิน
ลกั ษณะภมู ิอำกำศ
พชื พรรณและสตั วป์ ่ ำ
สภำพป่ ำธรรมชำติเป็นป่ ำเบญจพรรณ 60% ป่ ำเตง็ รัง 35% ป่ ำเส่ือมโทรม 5 %
มีเน้ือท่ีบำงส่วนของป่ ำเบญจพรรณมีพนั ธุไ์ มข้ ้นึ อยเู่ ป็นกลุ่มชดั เจน เป็นป่ ำไมส้ กั ไมไ้ ผร่ วก ป่ ำเตง็ รัง
และพืชสมุนไพร พนั ธุไ์ มท้ ี่พบไดแ้ ก่ ปอลำย มะพอก มะม่วงหวั แมลงวนั ยอป่ ำ แดง พลวง เล่ียน มะเลื่อม
มะคำ่ แต้ ตีนนก ไข่เน่ำ เป็นตน้
สตั วป์ ่ ำท่ีพบไดแ้ ก่ หมี เลียงผำ ลิง งู ไก่ป่ ำ กระรอก กระแต กระต่ำย คำ้ งคำว และนกชนิดตำ่ งๆ
กำรเดินทำง
รถยนต์
เส้นทำงกำรคมนำคมที่สำมำรถเขำ้ ไปยงั วนอทุ ยำนถ้ำลม-ถ้ำวงั มี 2 เสน้ ทำงดงั น้ี
1. จำกตลำดสุขำภิบำลอำเภอศรีสำโรง เดินทำงตำมเส้นทำง 1056 ผำ่ นตำบลบำ้ นไร่-บำ้ นสันติสุข-
บำ้ นเขำดิน-บำ้ นโชกเปื อย เขำ้ สู่วนอทุ ยำน ระยะทำง 45 กิโลเมตร
2. จำกส่ีแยกป้อมตำรวจสวรรคโลก ไปตำมทำงหลวงหมำยเลข 1046 ผำ่ นบำ้ นดงไทย-บำ้ นถนนพร
อำเภอทุง่ เสล่ียม-โรงเรียนหวั ฝำย แลว้ เล้ียวซำ้ ยผำ่ นวดั เทพพนม-บำ้ นน้ำดิบ-บำ้ นโชกเปื อย เขำ้ สู่วนอทุ ยำน