E-Book
การฝึกหัดการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทย
ใชค้ วามคดิ รเิ ริ่มในการแสดงนาฏศิลปเ์ ปน็ คู่และหมู่ (ศ ๓.๑ ม.๔-๖/๓)
ผังสาระการเรยี นรู้ ๑.การฝกึ หดั การแสดง
นาฏศิลปไ์ ทย
๓.การประดษิ ฐท์ ่าราทเี่ ป็นคู่ การแสดง
4.การประดิษฐ์ท่าราทเ่ี ป็นหมู่ นาฏศลิ ป์ไทย ๒.ประเภทของการแสดงรา
๕.การแสดงพน้ื เมือง ๔ ภาค
สาระสาคญั
นาฏศิลป์ แสดงถงึ ความเป็นเอกลักษณป์ ระจาชาติ แสดงถึงอารยประเทศ
ความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน วิถีชีวิต ความ
เป็นอยู่ ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาไทย จารีต ประเพณี และ วัฒนธรรมของ
ประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งท่ีน่าภาคภูมิใจของคนไทยต้ังแต่อดีต จนถึง
ปัจจุบัน และถอื ว่าเป็นมรดกท่ีสาคัญของชาติ จึงควรแก่การอนุรักษ์ และสืบ
ทอดต่อไป
๑.การฝกึ หัดการแสดงนาฏศิลปไ์ ทย
นาฏยศัพท์ เปน็ การแสดงพื้นฐานของนาฏศลิ ปไ์ ทย ใชอ้ วยั วะทงั้
ศรี ษะ ใบหน้า ลาตัว แขน ขา มือ และเท้า ผสมผสานเข้าด้วยต้อง
อาศัยการฝกึ ฝน บ่อยๆ จึงสามารถร่ายราได้อย่างอ่อนช้อยสวยงาม์
ภาษาท่า เป็นสิง่ สาคญั ท่ใี ชส้ อ่ื ความหมายระหว่างผู้แสดงและผู้ชม
ในการแสดงนาฏศิลป์ เพราะทาให้ผ้ชู มทราบวา่ ผูแ้ สดงกาลงั ส่อื
อะไร หรอื กาลงั มีอารมณ์อยา่ งไร
๑.การฝกึ หดั การแสดงนาฏศิลปไ์ ทย
นาฏยศัพท์แบ่งออกเป็น ๕ สว่ น ได้แก่
๑. นาฏยศัพท์ส่วนหวั -คอ ๒. นาฏยศัพท์สว่ นไหล่-แขน
๓. นาฏยศัพทส์ ว่ นมือ ๔. นาฏยศัพทส์ ว่ นลาตัว
๕. นาฏยศพั ท์สว่ นขา-เขา่ -เท้า
๑.นาฏยศพั ท์ส่วนหวั -คอ
เอียง คอื การเอยี งศีรษะ ตอ้ งกลมกลนื กบั ไหลแ่ ละลาตวั ให้เป็นเส้นโค้ง ถ้าเอียง
ซ้ายใหห้ นา้ เบือนทางขวาเลก็ นอ้ ย ถ้าเอียงขวาใหห้ นา้ เบือนทางซ้ายเล็กน้อย
ลกั คอ คือ การเอียงคนละขา้ งกับไหลท่ ก่ี ดลง ถ้าเอียงซา้ ยให้กดไหลข่ วา ถ้าเอียง
ขวาให้กดไหลซ่ า้ ย
เปดิ คาง คอื ไม่กม้ หน้า เปดิ ปลายคางและทอดสายตาตรงสูงเทา่ ระดบั ตาตนเอง
กดคาง คอื ไม่เชดิ หน้าหรือเงยหน้ามากเกนิ ไป
๑.นาฏยศพั ท์ส่วนหวั -คอ ลักคอ
เอียง
เปิดคาง กดคาง
๒.นาฏยศพั ท์ส่วนไหล่-แขน
วง คือ การเหยียดมอื ใหต้ งึ ทงั้ หา้ นวิ้ แต่นวิ้ หัวแม่มอื หักเข้าหาฝา่ มือเลก็ นอ้ ย การตง้ั วงที่สวยงาม
ต้องหักข้อมือเข้าหาลาแขนใหม้ าก ทอดลาแขนใหส้ ่วนโค้งพองามและงอศอกเล็กนอ้ ย
วงบน คอื ยกแขนไปข้างลาตัว ทอดศอกโค้ง มือแบ ต้ังปลายนิว้ ขึ้น วงพระปลายนิว้ อยูร่ ะดบั
ศีรษะ สว่ นวงนางปลายนวิ้ จะอย่รู ะดับหางคว้ิ และวงแคบกว่า
วงกลาง คอื การยกส่วนโคง้ ของลาแขนให้ปลายนว้ิ สงู ระดับไหล่
วงล่าง คอื การตง้ั วงระดับต่าทส่ี ดุ โดยทอดส่วนโคง้ ของลาแขนลงขา้ งลา่ ง
อย่รู ะดบั เอว โดยต้งั มอื ตรงหัวเข็มขดั ตวั พระกนั ศอกใหห้ า่ งตวั
๒.นาฏยศพั ท์ส่วนไหล่-แขน
วงบน (พระ) วงบน (นาง) วงกลาง
วงล่าง วงหน้า วงบวั บาน
๓.นาฏยศพั ท์ส่วนมือ
จีบหงาย คอื การหงายฝ่ามอื ให้ปลายนว้ิ ชขี้ ้ึน ถา้ อยรู่ ะดับหนา้ ทอ้ งเรยี กวา่ จบี หงายชายพก
จีบคว่า คอื การควา่ ฝ่ามอื ให้ปลายน้วิ ชี้ลง หักขอ้ มือเขา้ หาลาแขน
จีบส่งหลัง คือ การสง่ แขนไปข้างหลัง ตึงแขน พลิกข้อมือให้ปลายนว้ิ ชีข้ ึ้น
แขนตึงและส่งแขนให้สูงไปด้านหลงั
จีบล่อแกว้ คือ ลักษณะกริ ยิ าทา่ ทางคล้ายจีบ ใชน้ ิว้ กลางกดขอ้ ที่ 1 ของนิว้ หัวแม่มือ
หกั ปลายนิว้ หัวแม่มอื คล้ายวงแหวน นวิ้ ท่เี หลือเหยียดตงึ หักขอ้ มอื เข้าหาลาแขน
๓.นาฏยศพั ท์ส่วนมือ
จีบหงาย จีบควา่ จีบปรกหน้า
จบี ล่อแก้ว จบี ส่งหลงั (หน้า) จีบสง่ หลงั (ขา้ ง)
๔.นาฏยศพั ท์ส่วนลาตวั
ทรงตัว คอื การยืนใหน้ ิ่ง เป็นการใช้ลาตวั ต้งั แตศ่ รี ษะ ตลอดถงึ ปลายเท้าในทา่ ที่
สวยงามไมเ่ อนไปทางใดทางหน่ึงขณะท่ียืน
เผ่นตวั คือ กริ ิยาอาการทรงตัวชนดิ หนง่ึ มาจากท่ากา้ วเท้า แล้วสง่ ตวั ขึน้ โดยการ
ยกเข่าตงึ เท้าหนง่ึ ยนื รับน้าหนักอกี เท้าหน่ึงอยขู่ ้างๆ
ดงึ เอว คอื กริ ิยาของเอวดา้ นหลังตัง้ ขน้ึ ตรง ไมห่ ย่อนตัว
ยักตวั คือ กริ ยิ าของลาตัวสว่ นเกลยี วหนา้ ยักข้นึ ลง ไหลจ่ ะขึ้นลงตามไปดว้ ย
๔.นาฏยศพั ท์ส่วนลาตวั
์รงตวั
๕.นาฏยศพั ท์ส่วนขา-เข่า-เ์า้
ซอยเทา้ คือ กริ ิยาทีใ่ ช้จมูกเทา้ วางกับพืน้ ยกสน้ เท้านอ้ ยๆ ทั้ง ๒ ขา้ ง แลว้ ยา่
ซ้ายขวาถ่ีๆจะอยู่กบั ที่หรือเคลือ่ นที่ก็ได้
ขยัน่ เทา้ คือ ทากริ ยิ าเหมอื นซอยเทา้ ต่างกนั ท่ีขยน่ั เท้าต้องไขว้เท้า
ถา้ ขย่ันเคลอ่ื นทไ่ี ปทางขวาก็ใหเ้ ท้าซา้ ยอยูห่ น้า ถา้ ขยั่นเคลอ่ื นทไ่ี ปทางซ้ายก็ให้
เทา้ ขวาอย่หู น้า
๕.นาฏยศพั ท์ส่วนขา-เข่า-เ์า้
ก้าวเทา้
ก้าวหน้า คือ การวางฝา่ เท้าลงบนพ้ืนขา้ งหน้า โดยวางสน้ เทา้ ลงก่อน ตวั พระจะ
ก้าวเฉยี งไปขา้ งๆตวั เล็กนอ้ ย เฉยี งปลายเท้าไปทางนวิ้ กอ้ ย กันเข่าแบะใหไ้ ดเ้ หลยี่ ม
สว่ นตัวนางวางเทา้ ลงขา้ งหนา้ ไม่ต้องกนั เข่าปลายเท้าเฉยี งไปทางนิว้ ก้อยเล็กน้อย
กา้ วข้าง คอื การวางเท้าไปข้างๆตัว ปลายเทา้ เฉยี งไปทางนิว้ กอ้ ยมาก ตัวนาง
ต้องหลบเข่าตามไปดว้ ย
๕.นาฏยศพั ท์ส่วนขา-เข่า-เ์า้
กา้ วหนา้ กา้ วขา้ ง
๕.นาฏยศพั ท์ส่วนขา-เข่า-เ์า้
กระทงุ้ วางเทา้ ไว้ขา้ งหลงั ดว้ ยจมกู เท้า แลว้ ใช้จมกู เทา้ กระทุง้ ลงกบั พน้ื แล้ว
กระดกข้ึน หรือยกไปขา้ งหนา้
กระดก
กระดกหลัง กระทงุ้ เทา้ แลว้ ถีบเข่าไปข้างหลังมากๆ ให้เข่าทง้ั สองขา้ งแยกหา่ ง
จากกัน ให้ส้นเท้าชิดก้นมากที่สุด หักปลายเทา้ ลง ยอ่ เข่าท่ยี ืน ตวั พระต้องกนั เขา่
ดว้ ย
๕.นาฏยศพั ท์ส่วนขา-เข่า-เ์า้
กระดกเส้ียว กระดกหลงั
ภาษาทา่ นาฏศิลปไ์ ทย
ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ ในชีวติ ประจาวันทกุ วันน้ีมนษุ ย์เราใช้ท่าทาง
ประกอบการพูดหรอื บางคร้งั มกี ารแสดงสีหนา้ ความรสู้ กึ เพอื่ เนน้ ความหมาย
ดว้ ยในทางนาฏศิลป์ ภาษาทา่ เสมอื นเป็นภาษาพูด โดยไมต่ ้องเปล่งเสยี ง
ออกมา แต่อาศัยส่วนประกอบอวัยวะของร่างกาย แสดงออกมาเป็นทา่ ทาง
โดยเลยี นแบบท่าทางธรรมชาติ เพ่อื ใหผ้ ชู้ มสามารถเขา้ ใจได้ การปฏิบตั ิภาษา
ท่าทางนาฏศลิ ปแ์ บง่ ออกได้ ดงั น้ี
๑.ภาษาทา่ ทางนาฏศลิ ปท์ ใี่ ช้แทนคาพดู
เช่น ฉนั เธอ ทา่ น ปฏเิ สธ ทา่ เรยี ก ทา่ ไป
๒.ภาษาทา่ ทางนาฏศิลป์แสดงอิรยิ าบทหรือกิรยิ าอาการ
เช่น ท่านัง่ ทา่ ยืน ทา่ เดิน
๓.ภาษาท่าทางนาฏศลิ ปแ์ สดงอารมณแ์ ละความรสู้ กึ
เชน่ ท่ารัก ท่าอาย ท่าโกรธ ทา่ เศรา้ ท่ายม้ิ
๓. ภาษาท่าทางนาฏศิลปท์ ่ใี ชแ้ สดงอารมณ์ความรสู้ กึ
See you next weเชe่นk ดใี จ เสยี ใจ โกรธ เศรา้ โศก
จบแล้วจร้า
เร่ืองที่ ๑
การฝกึ หัดการแสดงนาฏศลิ ป์ไทย