The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อรวรรณ มะโนรัตน์, 2020-11-04 08:49:47

รัฐวิสาหกิจ

1

รัฐวิสาหกิจ

คา2นา

งานเลม่ นีจ้ ดั ทาขนึ ้ เพือ่ เป็ นส่วนหนง่ึ ของวชิ า การงาน รหสั วิชา ง23101 ชนั้ มธั ยมศกึ ษา
ปี ที่ 3 เพอื่ ให้ได้ศกึ ษาหาความรู้ในเรื่อง รัฐวสิ าหกิจและได้ศกึ ษาอย่างเข้าใจเพือ่ เป็ นประโยชน์
กบั การเรียน

ผ้จู ดั ทาหวงั วา่ รายงานเล่มนีจ้ ะเป็นประโยชน์กบั ผ้อู ่าน หรือนกั เรียน นกั ศกึ ษา ที่กาลงั
หาข้อมลู เรื่องนีอ้ ยู่ หากมีข้อแนะนาหรือผดิ พลาดประการใด ผ้จู ดั ทาขอน้อมรับไว้และขออภยั
มา ณ ที่นีด้ ้วย

ผ้จู ดั ทา
เดก็ หญิงอรวรรณ มะโนรัตน์

สารบญั1

ความหมายของรัฐวสิ าหกิจ............................................................................2-4
ประวตั ชิ องรัฐวสิ า่ กิจ.....................................................................................5-6
เง่ือนไขการเป็นรัฐวสิ าหกิจ.............................................................................7
หลกั การและเหตผุ ลการตงั ้ รัฐวิสาหกิจ............................................................8
ความสาคญั ของรัฐวสิ าหกิจ..........................................................................9-12
รูปแบบการจดั ตงั ้ องค์กรการรัฐวสิ าหกิจ.........................................................13-17
ประเภทของรัฐวิสาหกจิ ................................................................................18-19
บรรณานกุ รม..............................................................................................20

2

ความหมายของของรัฐวิสาหกิจ

รัฐวสิ าหกิจ หรือ Public Enterprise ตามความหมายกว้าง ๆ หมายถึง องค์การซงึ่ รัฐบาล
กลางควบคมุ และเป็นเจ้าของ ทงั้ นี ้เพ่ือท่ีจะปรับปรุงภาวะเศรษฐกิจของประเทศให้มน่ั คงและยกฐานะของ
ประชาชนในประเทศให้มีความเป็นอยดู่ ขี นึ ้ วตั ถปุ ระสงค์ขนั้ แรกเพ่ือที่จะผลิตสนิ ค้าและหรือให้บริการแก่
ชมุ ชน หรือสว่ นใดสว่ นหนงึ่ ของชมุ ชนนนั้ โดยมีการจา่ ยให้เป็นการตอบแทน กิจการของรัฐวสิ าหกิจได้
ครอบคลมุ ถึงกิจการทางด้านอตุ สาหกรรม เกษตรกรรมและการค้า การที่รัฐบาลตา่ ง ๆ ให้ความสนใจใน
กิจการรัฐวสิ าหกิจก็เพราะวา่ โดยแท้จริงแล้วการดาเนินการของรัฐวิสาหกิจนอกเหนือไปจากการปรับปรุง
สภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศและการอย่ดู กี ินดีของประชาชนแล้ว ยงั เป็ นเครื่องมือในการสร้างความ
มนั่ คงให้แกช่ มุ ชนด้วย การใช้คนและวสั ดใุ ห้เกิดประโยชน์ อนั ถือได้วา่ เป็นส่วนหนง่ึ ของนโยบายประเทศ
ทางด้านการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คม

ความหมายของ “รัฐวสิ าหกิจ” ปรากฏอยใู่ นพระราชบญั ญตั ติ า่ งๆ ที่เกี่ยวข้องดงั นี ้

1) ความหมายตามมาตรา 4 แหง่ พระราชบญั ญตั ิสภาพฒั นาการเศรษฐกิจแหง่ ชาติ พ.ศ. 2502 กลา่ ว
ไว้ดงั นี ้

“รัฐวิสาหกิจ” หมายความวา่ บริษัทหรือห้างห้นุ สว่ น นิตบิ คุ คล ซง่ึ ทนุ ทงั้ สนิ ้ เป็นของกระทรวง
ทบวง กรม ในรัฐบาล หรือกระทรวง ทบวง กรม ในรัฐบาลมีทนุ รวมอยดู่ ้วยเกินกวา่ ร้อยละ 50 หรือ บริษทั
หรือห้างห้นุ ส่วนนิตบิ คุ คลใดๆ ท่ีบริษัทหรือห้างห้นุ ส่วนนิตบิ คุ คลดงั กลา่ วข้างต้น มีทนุ รวมอย่ดู ้วยเกินกวา่
ร้อยละ 50และให้หมายความรวมถงึ องค์การของรัฐบาลหรือหนว่ ยงานธรุ กิจท่ีรัฐบาลเป็นเจ้าของและรวม
ตลอดถึงบริษัทหรือห้างห้นุ สว่ นนิติบคุ คลใดๆ ที่องคก์ ารของรัฐบาลหรือหน่วยงานธรุ กิจของรัฐมีทนุ รวมอยู่
ด้วยเกินกวา่ ร้อยละ 50

2) ความหมายตามมาตรา 4 แหง่ พระราชบญั ญตั วิ ิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 “รัฐวสิ าหกิจ”
หมายความวา่

ก. องค์การของรัฐบาลหรือหนว่ ยงานธุรกิจท่ีรัฐบาลเป็นเจ้าของ

ข. บริษัทหรือห้างห้นุ สว่ นนิตบิ คุ คลท่ีสว่ นราชการมีทนุ รวมอยดู่ ้วยเกินกวา่ ร้อยละ 50

3

ค. บริษทั หรือห้างห้นุ สว่ นนิติบคุ คลท่ีสว่ นราชการและ/หรือ รัฐวสิ าหกิจ ตาม ก. และ/ หรือ ข. มีทนุ อย่ดู ้วย
เกินกวา่ ร้อยละ 50
ง. บริษทั หรือห้างห้นุ สว่ นนติ บิ คุ คลที่สว่ นราชการ และ/ หรือรัฐวิสาหกิจตาม ค. และ/หรือ ก. และ/หรือ ข. มี
ทนุ รวมด้วยเกินกวา่ ร้อยละ 50
จ. บริษัทหรือห้างห้นุ สว่ นนิตบิ คุ คลท่ีสว่ นราชการ และ/หรือรัฐวิสาหกิจตาม ง. และ/หรือ ก. และ/หรือ ข.
และ/หรือ ค. มีทนุ รวมอย่ดู ้วยเกินกวา่ ร้อยละ 50

โดยสรุป รัฐวสิ าหกิจตามความหมายของพระราชบญั ญตั ทิ งั้ สองฉบบั หมายความถึง
(1) องค์การท่ีรัฐเป็นเจ้าของ
(2) หนว่ ยงานธุรกิจท่ีรัฐเป็นเจ้าของ
(3) บริษัทหรือห้างห้นุ ส่วนนิตบิ คุ คล ท่ีสว่ นราชการ องค์การ หรือหน่วยงานธรุ กิจท่ีรัฐเป็นเจ้าของอยา่ งใด
อยา่ งหนงึ่ หรือหลายๆ อยา่ งเข้าไปมีทนุ รวมอยใู่ นบริษัทหรือห้างห้นุ สว่ นจากดั นนั้ โดยทนุ ดงั กลา่ วรวมกนั
แล้วต้องมากกวา่ ครึ่งหนง่ึ ของทนุ ทงั้ หมดของบริษัทหรือห้างห้นุ สว่ นนนั้ (4)

3) ความหมายตามมาตรา 4 แหง่ พระราชบญั ญตั คิ ณุ สมบตั มิ าตรฐานสาหรับกรรมการและพนกั งาน
รัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 “รัฐวิสาหกิจ” หมายความวา่
(1) องค์การของรัฐบาลตามกฎหมายวา่ ด้วยการจดั ตงั้ องคก์ ารของรัฐบาล หรือกิจการของรัฐตาม
กฎหมายที่จดั ตงั้ กิจการนนั้ และหมายความรวมถึงหน่วยงานธรุ กิจที่รัฐเป็ นเจ้าของ แตไ่ มร่ วมถึงองค์การ
หรือกิจการที่มีวตั ถปุ ระสงคเ์ ฉพาะ เพื่อสงเคราะห์หรือสง่ เสริมกิจการใดๆ ท่ีไมใ่ ชธ่ ุรกิจ
(2) บริษทั จากดั หรือห้างห้นุ สว่ นนติ บิ คุ คลท่ีกระทรวง ทบวง กรม หรือทบวงการเมืองท่ีมีฐานะเทียบเทา่
และ/หรือรัฐวสิ าหกิจ ตาม (1) มีทนุ รวมอยดู่ ้วยเกินกวา่ ร้อยละ 50
(3) บริษทั จากดั หรือห้างห้นุ สว่ นนติ บิ คุ คล ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือทบวงการเมืองที่มีฐานะเทียบเทา่
และ/หรือรัฐวิสาหกิจ ตาม (1) และ/หรือ (2) มีทนุ รวมอยดู่ ้วยถึงสองในสาม

4

4) ความหมายตามมาตรา ๖ แหง่ พระราชบญั ญตั แิ รงงานรัฐวสิ าหกิจสมั พนั ธ์ พ.ศ. 2543
“รัฐวสิ าหกิจ” หมายความว่า

(1) องค์การของรัฐบาลตามกฎหมายวา่ ด้วยการจดั ตงั้ องค์การของรัฐบาลหรือกิจการของรัฐตามกฎหมาย
ท่ีจดั ตงั้ กิจการนนั้ และให้หมายความรวมถึงหนว่ ยงานธุรกิจท่ีรัฐเป็นเจ้าของ

(2) บริษทั หรือห้างห้นุ สว่ นนิตบิ คุ คลที่กระทรวง ทบวง กรม หรือทบวงการเมืองท่ีมีฐานะเทียบเทา่ หรือ
รัฐวสิ าหกิจตาม (1) มีทนุ รวมอยดู่ ้วยเกินร้อยละห้าสิบ

5

ประวตั ิ

ภายหลงั จากการเปล่ียนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา คณะราษฎรได้กลายเป็นชน
ชนั้ ปกครองใหมท่ ่ีควบคมุ อานาจทางการเมืองทางการทหารและทรัพยากรทงั้ หมดของรัฐในฐานะที่เป็นผู้
ควบคมุ ทนุ ของรัฐ และเป็ นผ้ทู ่ีออกกฎหมายตา่ งๆ เพ่ือสนบั สนนุ ให้เกิดความชอบธรรมแกก่ ารจดั สรร
ทรัพยากรเหล่านนั้ คณะราษฎรได้นาทนุ ของรัฐไปสร้างรัฐวิสาหกิจ และบริษัทกึ่งราชการขนึ ้ จานวนหนง่ึ โดย
รัฐบาลเป็นผ้ถู ือห้นุ รายใหญ่ และอยภู่ ายใต้การบริหารงานของข้าราชการท่ีมาจากคณะราษฎร หรือบคุ คล
ท่ีใกล้ชดิ กบั คณะราษฎร

การใช้ทรัพยากรทางการเงินของรัฐมาสร้างรัฐวิสาหกิจขนึ ้ นี ้คณะราษฎรได้สร้างรัฐวิสาหกิจทาง
การเงิน อนั ได้แก่ ธนาคารเอเชีย ธนาคารมณฑล และบริษัทไทยเศรษฐกิจประกนั ภยั รัฐวิสาหกิจทาง
อตุ สาหกรรม อนั ได้แก่ บริษัทข้าวไทย บริษทั ประมงไทย บริษัทเดนิ เรือไทย และบริษัทไทยเดนิ เรือทะเล
สว่ นรัฐวสิ าหกิจทางด้านพาณิชยกรรม ได้แก่ บริษัทค้าพืชผลไทย และบริษัทพืชกสกิ รรม เป็นต้น
รัฐวสิ าหกิจตา่ งๆ เหลา่ นีไ้ มว่ ่าจะเป็นภาคการเงิน ประกนั ภยั การเดนิ เรือ หรือพาณิชยกรรม

หลงั สงครามโลกครัง้ ท่ีสอง รัฐบาลจดั ตงั้ รัฐวสิ าหกิจขนึ ้ เป็ นจานวนมากเพื่อบรู ณะฟื น้ ฟูเศรษฐกิจ
และสงั คมให้เจริญก้าวหน้าเพ่ือจดั ทากิจการท่ีเป็นสาธารณปู โภคขนั้ พืน้ ฐาน และกิจการที่มีผลโดยตรงตอ่
ความมนั่ คงของประเทศเพื่อดาเนนิ การด้านอตุ สาหกรรม และพาณิชยกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการ
ใน ด้านอปุ โภคบริโภคของประชาชนให้เพียงพอ เพ่ือประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกบั สงคราม เชน่ เชือ้ เพลงิ
เป็นต้น รวมทงั้ เพ่ือดาเนินกิจการท่ีเป็ นการบริการประชาชน ท่ีภาคเอกชนยงั ไมม่ ีความพร้อมทงั้ ในด้าน
เงินทนุ และความสามารถมีการตรากฎหมายสาคญั ฉบบั หนง่ึ ในปี พ.ศ. 2496 เพื่อเปิดโอกาส ให้ฝ่ าย
บริหารจดั ตงั้ องคก์ รหรือหนว่ ยงานขนึ ้ มาทาหน้าท่ีจดั ทาบริการสาธารณะพระราชบญั ญตั จิ ดั ตงั้ องค์กรหรือ
หนว่ ยงานขนึ ้ มาทาหน้าท่ีจดั ทาบริการสาธารณะ พระราชบญั ญตั วิ ่าด้วยการจดั ตงั้ องค์การของรัฐบาล พ.ศ.
2496[2] ท่ีได้จดั ตงั้ หนว่ ยงานตา่ งๆ ขนึ ้ มาหลายแหง่ ซง่ึ มีสถานภาพเป็นรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ องค์การขนสง่
มวลชนกรุงเทพ องคก์ ารแบตเตอรี่ องคก์ ารแก้ว องค์การจดั การนา้ เสีย เป็นต้น

จากนนั้ มาก็มีรัฐวิสาหกิจเกิดขนึ ้ อีกเป็นจานวนมาก จนกระทงั่ ปัจจบุ นั มีรัฐวิสาหกิจที่
กระทรวงการคลงั เป็นผ้กู ากบั ดแู ล (ไมร่ วม “บริษัทลกู ” ของ รัฐวสิ าหกิจเหลา่ นี)้ รวมทงั้ สนิ ้ 56 แหง่
รัฐวสิ าหกิจจดั ตงั้ ขนึ ้ มาก็ด้วยเหตผุ ลหลายประการแตกตา่ งกนั ไป เชน่ เหตผุ ลทางเศรษฐกิจการคลงั ความ
มนั่ คง ในบางกรณีอาจเป็นเหตผุ ลท่ีกล่าวมานี ้หลายประการรวมกนั ก็เป็นได้ เหตผุ ลในการมีรัฐวิสาหกิจ
สามารถแยกเป็น 2 กรณี คือ เหตผุ ล ทว่ั ไปและเหตผุ ลเฉพาะสาหรับประเทศไทย

6

คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจไทย ถกู เปล่ียนตามการเมืองอย่เู สมอ เชน่ ในปี พ.ศ. 2555 กลมุ่ แนว
ร่วมประชาธิปไตยตอ่ ต้านเผดจ็ การแหง่ ชาติ พรทิพย์ ปักษานนท์ ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ได้รับการแตง่ ตงั้ เป็น
กรรมการรัฐวสิ าหกิจไทย ภายหลงั รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 ทหารและตารวจได้เป็น
กรรมการรัฐวิสาหกิจไทยจานวนมาก

7

เงื่อนไขการเป็นรัฐวสิ าหกิจ

การที่องค์กรหนงึ่ จะมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ ขนึ ้ อยกู่ บั การนิยามความของ "รัฐวิสาหกิจ" ในแตล่ ะ
กฎหมาย กลา่ วคือ รัฐวสิ าหกิจบางแหง่ อาจจะมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจตามความหมายของกฎหมายฉบบั
หนง่ึ แตม่ ิได้มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจตามความหมายของกฎหมายอื่นได้

8

หลกั การและเหตผุ ลการจดั ตงั้ รัฐวสิ าหกิจ

รัฐวสิ าหกิจไทย มีหลกั การในการจดั ต้งั ๗ ประการ คือ

๑. เพือ่ เป็ นเคร่ืองมือในการดาเนินธุรกิจแทนรัฐ
๒. เพื่อเป็ นตวั อยา่ งแก่เอกชนในการดาเนินธุรกิจ
๓. เพอ่ื ความมนั่ คงของประเทศ เช่น กิจการที่เป็ นสาธารณูปโภคข้นั พ้นื ฐาน ไฟฟ้ า น้าประปา รวมถึง

ยทุ ธปัจจยั ในการสงคราม อาทิ องคก์ ารแบตเตอรี่ องคก์ ารแกว้ องคก์ ารฟอกหนงั องคก์ ารเช้ือเพลิง
๔. เพอื่ ส่งเสริมสังคมและวฒั นธรรม
๕. เพื่อจดั ทาบริการสาธารณะ
๖. เพ่ือประโยชนใ์ นดา้ นการคลงั และเสริมรายไดใ้ หแ้ ก่รัฐ
๗. เพอ่ื ควบคุมสินคา้ อนั ตราย

9

ความสาคญั ของรัฐวิสาหกิจ

รัฐวิสาหกิจมีความสาคญั 7 ประการ คือ

1) เพ่ือเป็นเครื่องมือในการดาเนินธุรกิจแทนรัฐ ในกรณีที่สงั คมใดต้องการสงิ่ อานวยความสะดวก
หรือบริการใหมๆ่ ซง่ึ เอกชนยงั ไมม่ ีความพร้อม ในการดาเนินการหรือเอกชนดาเนนิ การอยแู่ ล้วแตไ่ มป่ ระสบ
ผลดเี ทา่ ที่ควร รัฐอาจจดั ตงั้ รัฐวิสาหกิจเข้ามาดาเนินกิจการนนั้ ๆ โดยอาจเข้ามาดาเนินการเอง หรือเข้า
ควบคมุ หรือ ถือห้นุ ข้างมาก หากเอกชนดาเนินกิจการนนั้ อยแู่ ล้วโดยมิได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างเดมิ ของ
กิจการแตอ่ ยา่ งใด อาทเิ ชน่ กิจการโทรศพั ท์และวิทยกุ ระจายเสียง เป็นต้น

2) เพ่ือเป็นตวั อยา่ งแกเ่ อกชนในการดาเนินธรุ กิจ ในการดาเนินกิจการบางประเภทที่มี
ความสาคญั ทางเศรษฐกิจ เพราะเป็นบริการรากฐาน ที่ชว่ ยสง่ เสริมให้การพฒั นาเศรษฐกิจเป็นไปได้
โดยสะดวกและรวดเร็ว รัฐอาจเป็นผ้เู ริ่มดาเนินการก่อนด้วยเหตผุ ลที่วา่ เอกชนไมม่ ีความรู้หรือ
ประสบการณ์เชงิ อตุ สาหกรรมหรือพาณิชย์ในเร่ืองนนั้ มากอ่ น จงึ เกิดความไมม่ นั่ ใจในการ “ค้มุ ทนุ ” และ
“ผลกาไร” ท่ีจะบงั เกิดขนึ ้ จากธุรกิจนนั้ หรือไมส่ นใจในการดาเนนิ การ เมื่อรัฐได้ดาเนนิ การมาระยะหนง่ึ
จนประสบความสาเร็จและเป็นตวั อย่างที่ดี เอกชนก็อาจจะตดั สินใจเข้ามาดาเนินการบ้าง อาทิ การ
จดั สร้างที่พกั อาศยั ให้แก่ประชาชนซง่ึ ต้องใช้พืน้ ที่กว้างขวาง เงินทนุ จานวนมาก และอาจเป็นความเส่ียงใน
มมุ มองของเอกชน ภายหลงั จากท่ีรัฐบาลหลายประเทศ เชน่ สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ตา่ งก็ประสบ
ความสาเร็จในการดาเนินการ เอกชนในประเทศนนั้ ก็จะหนั มาดาเนินการในลกั ษณะเดยี วกนั บ้าง เมื่อ
ยงั คงมีความต้องการและตลาดรองรับ อยา่ งเพียงพอ และกรณีเชน่ นีเ้กิดขนึ ้ ในอีกหลายกิจการในปัจจบุ นั
เชน่ กิจการขนสง่ มวลชน การสร้างเส้นทางคมนาคม ซงึ่ เอกชนเร่ิมให้ความสนใจในการเข้ามาดาเนนิ การ
ร่วมกบั ภาครัฐ

3) เพื่อความมน่ั คงของประเทศ กิจการบางประเภทอาจมีความสาคญั ตอ่ ความมนั่ คงของประเทศ
และของประชาชน หากปลอ่ ยให้เอกชนดาเนนิ กิจการอาจเกิดการผกู ขาดในกิจการใดกิจการหนง่ึ หรือหลาย
กิจการ และเรียกคา่ ตอบแทนในสินค้าหรือบริการตามอาเภอใจ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผ้บู ริโภคโดยรวม
อาทิ กิจการที่เป็นสาธารณปู โภคขนั้ พืน้ ฐาน ไฟฟ้ า นา้ ประปา หรือในบางกรณีกิจการก็มีผลโดยตรงตอ่
ความมน่ั คงของประเทศ ดงั เชน่ หลงั สงครามโลกครัง้ ที่ 2 รัฐบาลของจอมพล ป.พิบลู สงคราม ในชว่ งปี
พ.ศ. 2481 ถงึ พ.ศ. 2487 ได้มีนโยบายหลกั วา่ “วตั ถหุ รือผลิตภณั ฑ์ส่งิ ใด หากรัฐไมต่ งั้ องค์การจดั ทา
ขนึ ้ มาแล้ว จะเกิดความขาดแคลน ก็จดั ตงั้ องค์การผลิตวตั ถนุ นั้ ขนึ ้ ก่อน” และเพ่ือให้เกิดความแนน่ อน
รัฐบาลจะเข้าประกอบกิจการในการผลิตท่ีมีความจาเป็ นตอ่ ชาตใิ นยามสงครามทกุ ชนิด อาทิ องค์การ

10

แบตเตอร่ี (พ.ศ. 2498) องค์การแก้ว (พ.ศ. 2498) องค์การฟอกหนงั (พ.ศ. 2498) องค์การเชือ้ เพลิง
(พ.ศ. 2503) ซงึ่ ถือวา่ เป็นยทุ ธปัจจยั ของกองทพั ในยามสงคราม

นอกจากนนั้ รัฐวสิ าหกิจก็อาจเป็นเคร่ืองมือ ในทางการปกครองได้ ดงั เชน่ การจดั ตงั้ การรถไฟแหง่
ประเทศไทยเพื่อสร้างทางรถไฟ และเดนิ รถไฟไปในพืน้ ท่ีภาคตา่ งๆ ของประเทศ หรือการจดั ตงั้ กรม
ไปรษณีย์และโทรเลขเพื่อให้การติดตอ่ สื่อสารมีความสะดวกรวดเร็วขนึ ้ โดยมีวตั ถปุ ระสงค์หลักอีกประการ
คือ เป็นการรวมศนู ย์อานาจการปกครองในภมู ภิ าคให้เข้ามาสสู่ ว่ นกลาง

ในบางครัง้ ลทั ธิ “ชาตนิ ิยม” ก็เป็นแรงผลกั ดนั อยา่ งหนงึ่ ในการท่ีรัฐต้องเข้ามาดาเนนิ การ
บางอย่างด้วยตนเอง เนื่องจากไมต่ ้องการให้ตา่ งชาตเิ ข้ามามีบทบาทในอตุ สาหกรรมที่สาคญั ซง่ึ ตา่ งชาติ
อาจเข้ามามีอทิ ธิพลจนสามารถ มีอานาจทางเศรษฐกิจ แนวความคิดเชน่ นีค้ อ่ นข้างรุนแรงในชว่ ง
สงครามโลกครัง้ ท่ี 2

4) เพ่ือสง่ เสริมสงั คมและวฒั นธรรม กิจการบางประเภทมีประโยชน์อยา่ งมากตอ่ สาธารณะ เป็น
การรักษาไว้ซงึ่ ศลิ ปวฒั นธรรมของชาติ ตลอดจนสง่ เสริมสขุ ภาพพลานามยั ของประชาชน แตไ่ มค่ อ่ ยเป็นที่
สนใจของเอกชนมากนกั อาจเน่ืองจากต้องใช้เงินทนุ จานวนมาก ผลตอบแทนไมน่ า่ สนใจในมมุ มองของนกั
ธุรกิจ รัฐจงึ ควรเข้ามาดาเนินการเพื่อคงไว้ซง่ึ วตั ถปุ ระสงค์ข้างต้น โดยเป็นกิจการท่ีมไิ ด้มงุ่ หวงั กาไรเพียง
อยา่ งเดียว แตเ่ น้นประโยชน์ตอ่ ประเทศชาตแิ ละประชาชน อาทิ การทอ่ งเที่ยวแหง่ ประเทศไทย องคก์ าร
สวนพฤกษศาสตร์ องค์การสวนสตั ว์ การกีฬาแหง่ ประเทศไทย เป็นต้น

5) เพื่อจดั ทาบริการสาธารณะ การจดั ทาบริการสาธารณะถือเป็นภารกิจหน้าท่ีสาคญั ประการ
หนงึ่ ของรัฐบาล โดยเฉพาะกิจการด้านสาธารณปู โภค สาธารณปู การตา่ งๆ ที่ประชาชนทกุ คนโดยเฉพาะ
ผ้ดู ้อยโอกาสในสงั คม ควรมีโอกาสได้รับบริการดงั กลา่ วอยา่ งทว่ั ถึง กิจการเหลา่ นีต้ ้องใช้เงินทนุ ในการ
ดาเนนิ การสงู แตผ่ ลตอบแทนในการดาเนนิ การตา่ จดุ ค้มุ ทนุ (break-even point) และกาไร
(normal profit) ใช้ระยะเวลานาน ต้องมีพนกั งานจานวนมากและเป็นผ้ทู ี่มีความรู้และประสบการณ์
ในเรื่องนนั้ ๆ เป็นอยา่ งดี ทาให้เอกชนเพียงน้อยรายหรือไมม่ ีเลยท่ีจะสามารถเข้ามาดาเนินการได้ ดงั นนั้ รัฐ
จงึ ต้องเข้ามาดาเนนิ การเองเพ่ือให้สาธารณชนได้รับความสะดวก อาทิ รถไฟ ประปา ไฟฟ้ า โทรศพั ท์ การ
ขนสง่ ซงึ่ รัฐบาลของประเทศตา่ งๆ ในโลกสว่ นใหญ่ก็มกั จะดาเนนิ การเองทงั้ สนิ ้ โดยจะเก็บอตั ราคา่ บริการ
ตา่ เพ่ือให้ประชาชนโดยรวมสามารถใช้บริการได้ ดงั เชน่ ในกรณีการจดั ตงั้ องค์การขนสง่ มวลชนกรุงเทพ
เป็นต้น ทงั้ นี ้บริการขนั้ พืน้ ฐาน ท่ีจดั หาโดยรัฐวิสาหกิจ เป็นปัจจยั สาคญั ในการเสริมสร้างความแขง็ แกร่ง
ให้กบั ภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง (Real Sector) ได้แก่ ภาคเกษตร อตุ สาหกรรม และการบริการ รวมทงั้

11

สง่ เสริมคณุ ภาพชีวิต และความเป็นอยใู่ ห้แกช่ มุ ชนท้องถ่ินทวั่ ประเทศ ซงึ่ ปัจจบุ นั รัฐวิสาหกิจมีทรัพย์สนิ
รวมกนั ประมาณ 5.3 ล้านล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 85 ของ GDP

6) เพื่อประโยชน์ในด้านการคลงั และเสริมรายได้ให้แก่รัฐ รัฐวิสาหกิจเป็นกลไกท่ีสาคญั ในการ
รักษาเสถียรภาพด้านการเงินการคลงั ของประเทศ โดยรัฐบาลใช้รัฐวิสาหกิจเป็นเคร่ืองมือในการกากบั
ฐานะดลุ การคลงั โดยรวมของภาครัฐด้วยการกากบั การเบกิ จา่ ยลงทนุ ของรัฐวิสาหกิจให้สอดคล้องกบั
รายได้ที่สามารถจดั หาได้เพื่อให้มีฐานะดลุ งบประมาณที่เหมาะสมกบั เป้ าหมายในการรักษาเสถียรภาพ
ด้านการคลงั ของประเทศ โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจเป็นกลไกสาคญั ในการชว่ ยกระต้นุ และฟื น้ ฟเู ศรษฐกิจ อนั
เน่ืองมาจากขนาดการใช้จา่ ยทงั้ รายจา่ ยประจาปี และรายจา่ ยการลงทนุ สงู ถึงประมาณร้อยละ70 ของ
รายจา่ ยลงทนุ รวมภาครัฐหรือปี ละประมาณ 341.685ล้านบาท และรัฐวสิ าหกิจถือเป็นแหลง่ รายได้ที่
สาคญั ของประเทศโดยรัฐวิสาหกิจสามารถนาสง่ รายได้ให้แก่รัฐปี ละประมาณ 57,517 ล้านบาท หรือ
ประมาณร้อยละ 4.5 ของรายรับของรัฐบาล รวมทงั้ รัฐวิสาหกิจเป็นแหลง่ การจ้างงานรายใหญ่ของประเทศ
มีจานวนพนกั งานรวมกนั ประมาณ 272,549 คน หรือคดิ เป็นประมาณร้อยละ 12 ของกาลงั คนภาครัฐ
และร้อยละ 7 ของกาลงั แรงงานทงั้ ประเทศ

7) เพ่ือควบคมุ สนิ ค้าอนั ตราย ในกรณีที่รัฐต้องการจากดั และควบคมุ การผลิตและการบริโภค
สนิ ค้าท่ีเป็นอนั ตรายแก่สงั คม รัฐก็จะเป็นผ้ดู าเนนิ ธุรกิจการผลติ และการจาหนา่ ยสินค้านนั้ โดยตรง โดย
ประกาศให้กิจการนนั้ เป็นกิจการที่รัฐเป็ นผ้ปู ระกอบการแตผ่ ้เู ดยี ว สว่ นใหญ่จะเป็นสินค้าที่เป็ นสง่ิ เสพตดิ
และอบายมขุ เชน่ สรุ า ยาสบู สลากกินแบง่ และไพ่ เป็นต้น

12

13

รูปแบบการจดั ตงั้ องค์การรัฐวิสาหกิจ

(1)จดั ตงั้ ขนึ ้ โดยพระราชบญั ญตั แิ ละพระราชกาหนด จานวน 23 แห่ง ดงั นี ้

1) การไฟฟ้ าฝ่ ายผลิตแหง่ ประเทศไทย จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารไฟฟ้ าฝ่ ายผลติ แหง่ ประเทศ
ไทย พ.ศ. 2511

2) การไฟฟ้ านครหลวง จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารไฟฟ้ านครหลวง พ.ศ. 2501
3) การไฟฟ้ าสว่ นภมู ภิ าค จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารไฟฟ้ าสว่ นภมู ภิ าค พ.ศ. 2503
4) การรถไฟแหง่ ประเทศไทย จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญตั ิการรถไฟแหง่ ประเทศไทย พ.ศ. 2494
5) การทา่ เรือแหง่ ประเทศไทย จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญัตกิ ารทา่ เรือแหง่ ประเทศไทย พ.ศ. 2494
6) การรถไฟฟ้ าขนสง่ มวลชนแหง่ ประเทศไทย จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญตั ิการรถไฟฟ้ าขนสง่
มวลชนแหง่ ประเทศไทย พ.ศ. 2543
7) การประปานครหลวง จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารประปานครหลวง พ.ศ.2510
8) การประปาสว่ นภมู ภิ าค จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารประปาส่วนภมู ภิ าค พ.ศ. 2522
9) การนิคมอตุ สาหกรรมแหง่ ประเทศไทย จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญัตกิ ารนิคมอตุ สาหกรรมแหง่
ประเทศไทย พ.ศ. 2522
10) สานกั งานสลากกินแบง่ รัฐบาล จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญตั สิ านกั งานสลากกินแบง่ รัฐบาล
พ.ศ. 2517
11) การทอ่ งเท่ียวแหง่ ประเทศไทย จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารทอ่ งเที่ยวแหง่ ประเทศไทย พ.ศ.
2522
12) สถาบนั วจิ ยั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแหง่ ประเทศไทย จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญัติ
สถาบนั วิจยั วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีแหง่ ประเทศไทย พ.ศ. 2522
13) องค์การเภสชั กรรม จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญัตอิ งคก์ ารเภสชั กรรม พ.ศ. 2509
14) สานกั งานกองทนุ สงเคราะห์การทาสวนยาง จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญตั สิ านกั งานกองทนุ
สงเคราะห์การทาสวนยาง พ.ศ. 2503

14

15) องค์การสะพานปลา จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญัตจิ ดั ระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. 2496
16) การกีฬาแหง่ ประเทศไทย จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญตั กิ ารกีฬาแหง่ ประเทศไทย พ.ศ. 2528
17) ธนาคารออมสิน จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญัตธิ นาคารออมสิน พ.ศ. 2489
18) ธนาคารแหง่ ประเทศไทย จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญัตธิ นาคารแหง่ ประเทศไทย พ.ศ. 2485
19) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญัตธิ นาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. 2496
20) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญัตธิ นาคารเพื่อ
การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. 2509
21) ธนาคารเพื่อการสง่ ออกและนาเข้าแหง่ ประเทศไทย จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญตั ธิ นาคารเพ่ือ
การสง่ ออกและนาเข้าแหง่ ประเทศไทย พ.ศ. 2536
22) ธนาคารพฒั นาวสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแหง่ ประเทศไทย จดั ตงั้ โดย
พระราชบญั ญตั ธิ นาคารพฒั นาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ มแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2545
23) บรรษัทประกนั สนิ เชื่ออตุ สาหกรรมขนาดย่อม จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญัตปิ ระกนั สินเช่ือ
อตุ สาหกรรมขนาดยอ่ ม พ.ศ. 2534
24) บรรษทั ตลาดรองสินเชื่อที่อยอู่ าศยั จดั ตงั้ โดยพระราชกาหนดบรรษทั ตลาดรองสินเช่ือที่อยู่
อาศยั พ.ศ. 2540
25) บรรษทั บริหารสินทรัพย์สถาบนั จดั ตงั้ โดยพระราชกาหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบนั
พ.ศ. 2540

15

(2) จดั ตงั้ ขนึ ้ โดยพระราชกฤษฎีกา/กฎหมายจดั ตงั้ ท่ีออกตามความในพระราชบญั ญตั ิ
วา่ ด้วยการจดั ตงั้ องค์การของรัฐบาล พ.ศ. 2496 จานวน 14 แหง่ ดงั นี ้

1) องค์การตลาด จดั ตงั้ โดยพระราชกฤษฎีกาองค์การตลาด พ.ศ. 2496

2) องค์การสวนสตั ว์ จดั ตงั้ โดยพระราชกฤษฎีกาจดั ตงั้ องคก์ ารสวนสตั ว์ พ.ศ. 2497

3) องคก์ ารคลงั สนิ ค้า จดั ตงั้ โดยพระราชกฤษฎีกาจดั ตงั้ องคก์ ารคลงั สนิ ค้า พ.ศ. 2498

4) องคก์ ารแบตเตอรี่ จดั ตงั้ โดยพระราชกฤษฎีกาจดั ตงั้ องค์การแบตเตอร่ี พ.ศ. 2498

5) องคก์ ารฟอกหนงั จดั ตงั้ โดยพระราชกฤษฎีกาจดั ตงั้ องค์การฟอกหนงั พ.ศ. 2498

6) องค์การอตุ สาหกรรมป่ าไม้ จดั ตงั้ โดยพระราชกฤษฎีกาจดั ตงั้ องค์การอตุ สาหกรรมป่ าไม้ พ.ศ.
2499

7) องคก์ ารสวนยาง จดั ตงั้ โดยพระราชกฤษฎีกาจดั ตงั้ องค์การสวนยาง พ.ศ. 2504

8) องคก์ ารสง่ เสริมกิจการโคนมแหง่ ประเทศไทย จดั ตงั้ โดยพระราชกฤษฎีกาจดั ตงั้ องคก์ าร
สง่ เสริมกิจการโคนมแหง่ ประเทศไทย พ.ศ. 2514

9) องค์การตลาดเพ่ือเกษตรกร จดั ตงั้ โดยพระราชกฤษฎีกาจดั ตงั้ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร
พ.ศ. 2517

10) องค์การขนสง่ มวลชนกรุงเทพ จดั ตงั้ โดยพระราชกฤษฎีกาจดั ตงั้ องค์การขนสง่ มวลชน
กรุงเทพ พ.ศ. 2519

11) สถาบนั การบนิ พลเรือน จดั ตงั้ โดยพระราชกฤษฎีกาจดั ตงั้ สถาบนั การบนิ พลเรือน พ.ศ.
2535

12) องคก์ ารสวนพฤกษศาสตร์ จดั ตงั้ โดยพระราชกฤษฎีกาจดั ตงั้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ พ.ศ.
2535

13) องคก์ ารพิพธิ ภณั ฑ์วทิ ยาศาสตร์แหง่ ชาติ จดั ตงั้ โดยพระราชกฤษฎีกาจดั ตงั้ องคก์ าร
พพิ ธิ ภณั ฑ์วิทยาศาสตร์แหง่ ชาติ พ.ศ. 2538

14) องคก์ ารจดั การนา้ เสีย จดั ตงั้ โดยพระราชกฤษฎีกาจดั ตงั้ องค์การจดั การนา้ เสีย พ.ศ. 2538

16

(3) จดั ตงั้ ขนึ ้ โดยประกาศของคณะปฏวิ ตั ิรัฐวสิ าหกิจและองค์การของรัฐท่ีจดั ตงั้ ขนึ ้ โดย
ประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ จานวน 2 แห่ง

1) การทางพเิ ศษแหง่ ประเทศไทย จดั ตงั้ โดยประกาศของคณะปฏิวตั ฉิ บบั ท่ี 290 พ.ศ. 2515
2) การเคหะแหง่ ชาติ จดั ตงั้ โดยประกาศของคณะปฏิวตั ฉิ บบั ที่ 316 พ.ศ. 2515

(4)จดั ตงั้ ขนึ ้ โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี รัฐวิสาหกิจและองค์การของรัฐท่ี
จดั ตงั้ ขนึ ้ โดยความเหน็ ชอบของคณะรัฐมนตรี เป็นกิจการท่ีมไิ ด้จดั ตงั้ ขนึ ้ ตามกฎหมายเฉพาะ
และมิได้จดทะเบียนเป็นนิติบคุ คลตามกฎหมายเอกชน การจดั ตงั้ นนั้ รัฐบาลอาจกาหนดเงินทนุ
ไว้จานวนหนง่ึ เพือ่ นาไปใช้จ่ายในการดาเนินกิจการ โดยอาจนาผลกาไรท่ีได้บางส่วนสมทบทนุ
ดาเนนิ การต่อไปได้โดยไม่ต้องสง่ คลงั หรืออาจเป็นเพียงตงั้ เป็นเงนิ ทนุ หมนุ เวียนโดยความตกลง
ระหว่างกระทรวงผ้กู ากบั และกระทรวงการคลงั ตามพระราชบญั ญตั ิ เงนิ คงคลงั พ.ศ. 2491 มี
อย่จู านวน 5 แหง่ ดงั นี ้

1) โรงงานไพ่ จดั ตงั้ โดยระเบยี บกระทรวงการคลงั วา่ ด้วยการจดั ตงั้ โรงงานไพ่ กรมสรรพสามิต
พ.ศ. 2535

2) องค์การสรุ า กรมสรรพสามติ จดั ตงั้ โดยระเบียบจดั ตงั้ องค์การสรุ า กรมสรรพสามิต พ.ศ.
2506

3) โรงงานยาสบู กระทรวงการคลงั จดั ตงั้ โดยระเบยี บบริหารงานโรงงานยาสบู พ.ศ. 2516

4) โรงพมิ พ์ตารวจ สานกั งานตารวจแหง่ ชาติ จดั ตงั้ โดยข้อบงั คบั โรงพมิ พ์ตารวจ กรมตารวจ พ.ศ.
2508

5) สานกั งานสถานธนานเุ คราะห์ กรมประชาสงเคราะห์จดั ตงั้ โดยข้อบงั คบั ว่าด้วยการบริหารงาน
สานกั งานสถานธนานเุ คราะห์ กรมประชาสงเคราะห์ พ.ศ. 2517

17

(5) บริษัท จากดั และบริษัท มหาชน จากดั รัฐวิสาหกิจในประเภทนีม้ ี 2 ลกั ษณะ คือ
จดั ตงั้ ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ รัฐถือห้นุ ทงั้ สิน้ และจดั ตงั้ ตามประมวลกฎหมาย
แพง่ และพาณิชย์ รัฐถือห้นุ เกินกวา่ ร้อยละ 50 รวมทงั้ จดั ตงั้ ตามกฎหมายวา่ ด้วยบริษัท
มหาชน จากดั ซง่ึ มีอย่จู านวน 13 แหง่ ดงั นี ้

1) บริษทั ปตท.จากดั (มหาชน) จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญัตบิ ริษัทมหาชน จากดั พ.ศ. 2535

2) บริษทั ขนสง่ จากดั จดั ตงั้ โดยหนงั สือบริคณห์สนธิบริษัท ขนสง่ จากดั

3) บริษทั ไทยเดนิ เรือทะเล จากดั จดั ตงั้ โดยหนงั สือบริคณห์สนธิบริษทั ไทยเดนิ เรือทะเล จากดั

4) บริษทั อกู่ รุงเทพ จากดั จดั ตงั้ โดยหนงั สือบริคณห์สนธิบริษัท อกู่ รุงเทพ จากดั

5) บริษัท ทา่ อากาศยานไทย จากดั (มหาชน) จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญตั ิบริษัทมหาชน จากดั
พ.ศ. 2535

6) บริษทั การบนิ ไทย จากดั (มหาชน) จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญตั ิบริษทั มหาชนจากดั พ.ศ.
2535

7) บริษัท วิทยกุ ารบนิ แหง่ ประเทศไทย จดั ตงั้ โดยหนงั สือบริคณห์สนธิบริษทั วทิ ยกุ ารบนิ แหง่
ประเทศไทย จากดั

8) บริษัท ทีโอที จากดั (มหาชน) จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญตั บิ ริษัทมหาชน จากดั พ.ศ. 2535

9) บริษัท กสท โทรคมนาคม จากดั (มหาชน) จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญตั ิบริษัทมหาชน จากดั พ.ศ.
2535

10) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จากดั จดั ตงั้ โดยหนงั สือบริคณห์สนธิ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จากดั

11) บริษทั อสมท. จากดั (มหาชน) จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญตั บิ ริษทั มหาชน จากดั พ.ศ. ๒๕๓๕

12) บริษทั สหโรงแรมไทยและการทอ่ งเท่ียว จากดั จดั ตงั้ โดยหนงั สือบริคณห์สนธิบริษัท สห
โรงแรมไทยและการทอ่ งเท่ียว จากดั

13) ธนาคารธนาคารกรุงไทย จากดั (มหาชน) จดั ตงั้ โดยพระราชบญั ญตั ิบริษทั มหาชน จากดั
พ.ศ. 2535

18

ประเภทของรัฐวิสาหกิจ

แบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ

(1). รัฐวสิ าหกิจที่เป็นนิตบิ คุ คล นิตบิ คุ คล หมายถึง การเป็ นบคุ คลตามกฎหมาย ได้แก่
องค์การและหนว่ ยงานที่จดั ตงั้ ขนึ ้ มีฐานะเป็นบคุ คลตามกฎหมาย มีการดาเนินงานที่แยกออกจากผ้ถู ือห้นุ
หรือเจ้าของกิจการโดยเฉพาะ สาหรับกิจการที่เป็นนิติบคุ คลแบง่ เป็น 4 ประเภท คือ

1. กิจการธรุ กิจที่จดั ตงั้ ขนึ ้ ตามพระราชบญั ญัติ ให้อานาจสาหรับจดั ตงั้ รัฐวิสาหกิจนนั้ ๆ
โดยเฉพาะทนุ สาหรับดาเนนิ กิจการเป็ นของรัฐ เชน่ การสื่อสารแหง่ ประเทศไทย การปิโตรเลียมแหง่
ประเทศไทย

2. กิจการที่จงั ตงั้ ขนึ ้ ตามพระราชกฤษฎีกา กิจการเหลา่ นีใ้ ช้ทนุ ของรัฐทงั้ สิน้

เชน่ องคก์ ารเภสชั กรรม องคก์ ารสะพานปลา องคก์ ารสวนสตั ว์ องค์การอตุ สาหกรรมป่ าไม้ ฯลฯ

3. กิจการธรุ กิจประเภทธนาคาร รัฐบาลมีบทบาทในการดาเนนิ กิจการประเภทธนาคาร
ซง่ึ แบง่ ออกเป็น 2 ชนิด

- ธนาคารซง่ึ จดั ตงั้ ขนึ ้ โดยมีพระราชบญั ญตั เิ ป็นเอกเทศมีทนุ ดาเนินการทงั้ สนิ ้ เป็นของรัฐ เชน่ ธนาคาร
แหง่ ประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารพฒั นาวิสาหกิจขนาดยอ่ ม ธนาคารเพ่ือการสง่ ออกและนาเข้า
และธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นต้น

- ธนาคารที่รัฐถือห้นุ เกินกวา่ 50% แตไ่ มถ่ ึง 100% เชน่ ธนาคารกรุงไทย จากดั

4. กิจการบริษัทจากดั รัฐบาลได้จดั ตงั้ บริษทั จากดั หรือถือห้นุ ในบริษัทจากดั เพ่ือดาเนนิ
ธรุ กิจหลายประเภทดงั นี ้

- บริษัทจากดั ท่ีรัฐบาลลงทนุ ดาเนนิ การ 100%เชน่ บริษัท วิทยกุ ารบนิ แหง่ ประเทศไทย จากดั บริษทั
ไม้อดั ไทย จากดั บริษัท เดนิ เรือทะเล ฯลฯ

- บริษัทจากดั ท่ีรัฐถือห้นุ เกินร้อยละ 50 เชน่ บริษัทขนสง่ จากดั บริษทั จงั หวดั พาณิชย์ จากดั ฯลฯ

19

(2). รัฐวิสาหกิจที่ไมเ่ ป็นนติ ิบคุ คล
กิจการบางอยา่ งของรัฐซง่ึ จดั ตงั้ ขนึ ้ โดยใช้ทนุ ดาเนนิ การทงั้ สนิ ้ เป็นของรัฐ สงั กดั
หนว่ ยงานราชการท่ีเป็นผ้กู ่อตงั้ ขนึ ้ แตไ่ มม่ ีฐานะเป็น นติ ิบคุ คล เชน่ โรงงานยาสบู และสานกั งานสลาก
กินแบง่ รัฐบาล สงั กดั กระทรวงการคลงั เป็นต้น

20

บรรณานกุ รม

Sepo. (2562).รัฐวิสาหกิจ.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก:
http://www.sepo.go.th/content/12.(4 พฤศจกิ ายน 2563)

wiki.kpi. (2562).รัฐวสิ าหกิจ.[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก:
http://wiki.kpi.ac.th/index.phpatitle.(4 พฤศจกิ ายน 2563)


Click to View FlipBook Version