The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เทคนิคในงานหัตถศิลป์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by surat boonthrong, 2020-04-16 01:04:06

เทคนิคในงานหัตถศิลป์

เทคนิคในงานหัตถศิลป์

เทคนิค

งานหตั ถศิลป์

ทาได้จรงิ และ ทามาแล้ว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุรฐั บุญทรง

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บญุ ทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 1

เทคนิคในงานหตั ถศิลป์

ในการทางานหัตถศิลป์ หรืองานประดับตกแต่งต่าง ๆ ท่ีเก่ยี วข้อง มีเทคนิคการใช้วัสดุ
ต่าง ๆ เพอื่ ทจ่ี ะสามารถนาไปเปน็ แนวทางในการปฏิบตั ิงาน โดยนาวิธกี ารต่าง ๆ มานาเสนอเพ่อื
เป็นประโยชน์ในการนาไปใช้งาน ดังนี้

การทากาวแปง้ เปียก Wet glue

แป้งเปยี ก น. แป้งเจือเกลือเลก็ น้อยต้ังไฟกวนใหข้ ้น ใช้เปน็ อาหาร, แป้งที่ตง้ั ไฟกวนใหข้ ้นเหนียว ใช้แทนกาว.

การทากาวแป้งเปียก ที่ใช้ในการปิดกระดาษหัวโขน มีอยู่หลากหลายวิธีทา ในการเรียนการ
สอนของสาขาวิชาหัตถศิลป์ จะแนะนาการทาแป้งเปียกในวิธีต่างๆทีสามารถของวัสดุในการทาแป้ง
เปียกในวิธกี ารต่าง ๆ ดังนี้

วสั ดใุ ห้การทาแป้งเปียก มดี ังต่อไปนี้

1. แป้ง ทีสามรถนามาใช้ในการกาวแป้งเปียกได้มี
1.1แป้งมนั สาปะหลังหรือแป้งมัน บางทีก็เรียกว่า แป้งมนั สิงคโปร์ ทามาจาก หัวมนั
สาปะหลัง เปน็ ผงสีขาวเนอื้ แป้งมีความละเอียด ลืน่ มอื เมอ่ื ถกู ทาให้สกุ แล้วตัวแป้ง
จะเหนียวหนืด มีสีใส มีความเหนียวแต่ใสและดขู ึ้นเงา แต่ข้อเสียของแปง้ มนั
สาปะหลงั คือ เม่อื ถกู ทาให้เย็นลงจะคนื ตัวงา่ ยมาก

1.2 แปง้ ขา้ วเหนียว ทามาจากเมล็ดข้าวเหนียว มีลักษณะคล้าย ๆ กบั แป้งข้าวเจ้า
คอื เปน็ ผง สีขาวๆ เม่อื ใชม้ ือสัมผสั จะมีความหยาบเลก็ น้อยกว่าแป้งข้าวเจ้า พอทาให้สกุ
แล้วตัวแป้ง จะมีสีขาวขุ่นข้น มคี วามเหนียว

1.3 แป้งข้าวโพด ทามาจากเมล็ดข้าวโพด เป็นผงสีขาวเหลืองนวล เนื้อแป้งเนียน
และลืน่ มอื ข้อดีของแปง้ ข้าวโพดคือ เม่อื ถูกทาให้สุกแล้วเนื้อแป้งจะข้นเหนียว มีความ
ใสและไมค่ นื ตัว

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บญุ ทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 2

1.4 แป้งข้าวเจ้าหรือแป้งญวณ ทามาจาก เมล็ดข้าวจ้าว จับแล้วสากมือ เมื่อใช้มือ
สัมผัสจะมีความหยาบเล็กน้อย แต่สากมือกว่าแป้งสาลี พอทาให้สุกแล้วตัวแป้งจะมีสี
ขาวขุ่น

1.5 แป้งเท้ายายหม่อน ทามาจากหัวมันเท้ายายม่อม เป็นแป้งที่ทาแป้งก็ค่อนข้าง
ยุ่งยากซบั ซอ้ น ตัวแป้งจะมีลกั ษณะเป็นเมล็ดสีเ่ หลี่ยมเล็กๆ สีขาว เนอื้ สัมผสั จะมีความ
หยาบมาก

เม่อื เทียบกับแป้งชนิดอื่น ๆ ก่อนนามาทาต้องนามาบดให้ละเอียดและร่อนเสียก่อน
เมื่อโดนความร้อนจนสุกแล้ว ตัวแป้งจะมีลักษณะข้น เหนียวหนืดและมีความใส นิยม
นามาผสมกบั แป้งชนิด
1.6 แป้งมนั ฮ่องกง ช่อื นอี้ าจจะไมค่ อ่ ยคุ้น เปน็ แป้งที่ทาจากมนั ฝรั่ง ตวั แป้งเม่อื สุกแล้ว
จะมีความเหนียวข้น สีใสกว่าแป้งมันสาปะหลังหรือแป้งข้าวโพด ข้อดีของแป้งมัน
ฮ่องกงจะมีความเหนียวไมค่ นื ตัว แม้จะเยน็ ตวั ลงแล้วก็จะคงความเหนียว
1.7 แป้งสาลีอเนกประสงค์ ทาจากข้าวสาลีชนิดหมัก และชนิดเบาผสมรวมกัน เนอื้
แป้งมีสีขาวนวล ลักษณะหยาบแต่น้อยกว่า แป้งขนมปงั ให้ความเหนียวพอสมควร

2. สารกนั บดู หรือสารกนั เสีย
สารกันบูดหรือวัตถุกันเสีย เป็นสารเคมีที่ใช้สาหรับการถนอมอาหารหรือยืดอายุ

อาหารทาให้สามารถเก็บถนอมอาหารให้ได้นานขึ้น สารนี้ทาหน้าที่ออกฤทธิ์ยับย้ังการ
เจริญเติบโตของจลุ ินทรีย์หรือทาลายจุลินทรีย์ชนิดต่าง ๆ ทีเ่ ป็นสาเหตุทาให้อาหารบูดเน่า
(ผงกันบดู ผงกนั เสีย สารกันเสีย สารกันบดู )
สารกันบูด สารกนั เสีย Sodium Benzoate อุปกรณ์ เบเกอรี่ ใชไ้ ด้กับอาหาร

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บุญทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 3

ํน้าส้มสายชู เป็นของเหลวที่ได้จากกระบวนการหมัก มีองคป์ ระกอบหลกั คอื กรด
น้าส้ม (กรดอะซิติก) น้าส้มสายชูท่ัวไปมีความเข้มข้นของกรดตั้งแต่ 4% ถึง 8% โดย
ปริมาณ และอาจสูงถึง 18% หากเป็นน้าส้มสายชูที่ได้จากการดอง น้าส้มสายชูหมักโดย
ธรรมชาติยังมีกรดชนิดอื่น ๆ ในปริมาณเล็กน้อย เช่น กรดทาร์ทาริก และ กรดซิ
ตริก มนุษย์รู้จักการผลิตและใช้น้าส้มสายชูมาตั้งแต่สมัยโบราณ น้าส้มสายชูเป็น
องค์ประกอบสาคัญของอาหารยโุ รป อาหารเอเชยี และตารบั อาหารอืน่ ๆ และยงั สามารถ
นำมำกำจดั ครำบไดอ้ ีกดว้ ย

2.1 จุนสี หรือคอปเปอร์ซัลเฟต(จุนสี) เป็นสารประกอบของทองแดง กามะถันและ
ออกซิเจน ทีมีสูตรทางเคมี CoSD4 เกลือจุนสี มีสีฟ้าสด ใช้ประโยชน์ในการ
ปราบวชั พืช สารกาจัดสตั ว์และแมลงรบกวน สารฆ่าเชือ้ รา

2.2สารส้ม หรือ โปเต้ (อังกฤษ: alum แอลัม) คือสารประกอบ ไฮเดรตเต็ด
โพแทสเซียมอะลูมิเนียมซัลเฟต (โพแทสเซียมอะลัม) สูตรเคมี หรือหมายถึง
กลุ่มของสารประกอบอ่นื เรียกว่าสารส้ม ใช้สารส้มปนแป้งเปียก กนั บดู ได้

3. การทากาวแปง้ เปียก แบบทีผ่ มสอนให้นกั ศึกษา ทามามีหลายวิธี โดยในเอกสารนจี้ ะ
สอนวิธกี ารผสมแบบต่าง ๆ ทีสามารถนาไปใช้ในการปดิ กระดาษหรือนาไปผสมกับผง
ไมต้ ่าง ๆ ก็ได้

4. สามารถใช้แป้งอะไรกไ็ ด้บา้ งในการทากาวแป้งเปียก
- การใช้แป้งมนั สาปะหลังหรือแป้งมัน
- แป้งขา้ วเจ้า
- แปง้ ข้าวโพด

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บญุ ทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 4

- แปง้ สาลีอเนกประสงค์
- แป้งมนั ฮอ่ งกง
- การใช้แปง้ ขา้ วเหนียว
- แปง้ เทา้ ยายหม่อน

สูตรที่ 1 ใช้แป้งชนิดใดกไ็ ด้ประมาณ 10 ชอ้ นโต๊ะ ผสมกับน้าเปล่า 2 ถ้วยแก้ว
ใส่สารกันบูด หรือสารกันเสีย 1 ชอ้ นโต๊ะ น้าจะออกสีขาวอ่อน ๆ ทาการกวนให้ส่วนผสม
เข้ากัน จากนั้นนาไปต้ังไฟอ่อน ๆ คอ่ ย ๆ กวนไปเรื่อย ๆ อยา่ ใช้ไฟแรง เพ่อื ให้แปง้ สุกไมเ่ ปน็
ก้อนติดกนั เปน็ เม็ด ๆ สงั เกตดวู ่าแป้งสกุ หรือยงั หากแป้งสกุ จากนั้นกต็ ้ังทิง้ ไว้ให้เยน็

สูตรที่ 2 ใช้แป้งสาลีอเนกประสงค์ หรือแป้งมันฮ่องกง 10 ช้อนโต๊ะ ผสมกับ
น้าเปล่า 2 ถ้วยแก้ว ใส่นาส้นสายชู 2 ช้อนโต๊ะทาการกวนให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้น
นาไปต้ังไฟอ่อน ๆ ค่อย ๆ กวนไปเรื่อย ๆ อย่าใช้ไฟแรง เพ่ือให้แป้งสุกไม่เป็นก้อนติดกัน
เปน็ เม็ด ๆ จากนั้นกต็ ั้งทิง้ ไว้ให้เย็น

สูตรที่ 3 ใช้แป้งข้าวเหนียว 10 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้าเปล่า 2 ถ้วยแก้ว โต๊ะ ใส่
จุนสี หรือคอปเปอร์ซัลเฟต 1 ช้อนโต๊ะ ทาการกวนให้ส่วนผสมเข้ากัน น้าจะออกสีฟ้า
ๆ อ่อน ๆ จากน้ันนาไปต้ังไฟอ่อน ๆ ค่อย ๆ กวนไปเรือ่ ย ๆ อยา่ ใช้ไฟแรง เพื่อให้แปง้ สุกไม่
เป็นก้อนติดกันเป็นเม็ด ๆ อย่าใช้ไฟแรงเพราะ จุนสี จะไหม้ที่ก้นภาระที่ใส่ ในการกวนกาว
แป้งเปียก จากน้ันก็ตั้งทงิ้ ไว้ให้เย็น

จากสูตรทัง 3 สูตรจะไม่มีการเกิดเชือราขึน ได้เร็วมากนัก และสามารถ
ปรับเปลี่ยนส่วนผสมต่าง ๆ ตามความพอใจหรือแก้ไขส่วนผสมก็ได้ ขึนอยู่กับการ
นาไปใช้ ว่าตอ้ งการได้กาวแป้งเปียกแบบมีความเหนียวมาก หรือความเหนียวน้อย
ในการใช้งาน

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บญุ ทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 5

ถ้าต้องการให้มีความเหนียวมาก ให้เพ่ิมปริมาณแป้งให้มากขึ้น ตามความ
ต้องการ จากสูตรที่ให้ไว้ กาวแป้งเปียกนีสามารถใช้งานในการปิดกระดาษ
หัวโขนได้ หรือนาไปใช้ในงานอื่น ๆ ได้
การทากาวแป้งเปียกที่ผ่านมา การใส่สารกันบูด หรือสารกันเสีย สามารถชะลอ
การเสียหรือการบูด หรือการเกิดเชือ้ รา ของกาวแป้งเปียกได้นาน
การทากาวแป้งเปียกโดยการใส่จุนสี หรือคอปเปอร์ซัลเฟต เพิ่มลงไปกับสารกันบูด
หรือสารกนั เสีย จะทาให้กาวแป้งเปียก เมอื นามาใช้แล้วแห้งสนิท กาวแป้งเปียกจะมีความ
แข็ง มากขึ้น (จากประสบการณ์ใช้งานจริง ในการนาแป้งเปียกใช้ในการปดิ กระดาษหัวโขน)

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บุญทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 6

การทาสมุก

สมกุ น. ถ่านทาจากใบตองแห้งใบหญ้าคาเป็นต้นป่นให้เป็นผงประสมกับรักน้า
เกลี้ยง สาหรับทารองพ้ืนบนสิ่งต่าง ๆ เช่นบานประตูหน้าต่างโบสถ์วิหารก่อนที่จะเขียน
ลายรดน้าปิดทอง.[สะหฺมุก] น. ภาชนะสานก้น ๔ มุม มีฝาสวมครอบ สาหรับใส่สิ่งของ
ต่าง ๆ. (ป. สมคุ คฺ วา่ หีบ ตะกร้า).

รกั สมุก น. น้ารกั ผสมเถา้ ถ่านของใบตองแห้งหรือหญ้าคา บดแล้วคลกุ เคล้าให้เข้ากนั ใช้
ทารองพ้ืน

รกั สมกุ เป็นวสั ดุที่ประกอบขนึ้ ด้วยรักน้าเกลยี้ ง สมกุ น้ามันยาง และ ปูนแดงเลก็ น้อย
ผสมร่วมเข้าด้วยกัน เป็นเนื้อวัสดุที่อาจป้ันให้เป็นรูปทรงต่างๆ ได้ดังประสงค์ และ รัก
สมกุ นีภ้ ายหลังแห้งสนิทแล้วจะแข็งและคงรูปอยู่เชน่ นั้นได้นานไมแ่ ตกหักง่าย หากไม่ถูก
กระทบกระท่ังอย่างแรง

“สมกุ ” มีลกั ษณะเปน็ ผง หรือผงฝนุ่ สมกุ ที่ใช้ในงานเครื่องรักโบราณวิธี มีอยู่ด้วยกนั ๒ ชนิด

๑. สมุกออ่ น สมุกชนิดนี้ ได้แก่ทีม่ ีส่วนผสมของ ผงดินสอพอง ผงดินเหนียว เลือดหมูก้อน
อยา่ งใดอยา่ งหนึ่ง ผสมกับรักน้าเกลยี้ ง ตีให้เป็นเนอื้ เดียวกนั ใช้ทารองพ้ืนบาง ๆ เพือ่ ให้ได้
พ้นื เรียบ

๒. สมุกแข็ง ได้แก่ทีม่ ีส่วนผสมของ ผงถ่านใบตองแห้ง ผงถ่านหญ้าคา ผงปนู ขาวอยา่ งใด
อย่างหนึ่ง ผสมกับรักน้าเกลี้ยง ตีหรือทุบให้เป็นเนื้อเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้ทารอง
พ้นื ทต่ี ้องการรองพนื้ หนา และแขง็ มาก

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บุญทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 7

ในปจั จุบนั นี้ การใชส้ มุก ยางรัก มาทางานของนกั ศึกษาและใช้ในการเรียนการสอน
ก็มีความยุ่งยาก ยางรักมีราคาแพง ผงสมุกก็หายซ้ือยาก นักศึกษาไม่สามารถทาได้เอง
และมีสาคัญคือนักศึกษาในปัจจุบันนี้แพ้ยางรักเร็วมาก ไม่เกิน 3 -4 ช่ัวโมงก็มีอาการ
ออกมาให้เหน็ ได้ชัดเจน

เป็นสาเหตุที่ต้องทาการศึกษา หาวัสดุทดแทนมาใช้ในการเรียนการสอนให้กับ
นักศึกษาเพ่ือนาไปใชง้ านต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภ์ าพ โดยผ่านการใช้งานจริงมาแล้วทกุ
ขั้นตอน และทุกส่วนผสมยังใช้ วัสดุที่หาซ้ือได้ หรือเป็นการประยุกต์ใช้งาน และทาเป็น
ผลงานออกมาได้ เพื่อให้นกั ศึกษาได้ นาวิธกี ารและส่วนผสมต่าง ๆ ไปใช้ในงานอืน่ ๆ ได้อีก
จากส่วนผสมต่อไปนี้

สีโป๊วโจมาร์ (สีแดง) แห้งเรว็ JO-MAR Glazing Putty 1 kg ที่ใช้โป๊วเกบ็ รอยขีดข่วง
วิธนี าสีโปว๊ โจมาร์ (สีแดง) แห้งเร็ว มาใช้งาน โดยนามาเปิดฝากระป๋อง ตั้งทงิ้ ไว้
ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง ให้ด้านหน้าของสีโป๊วโจมาร์เริ่มแห้ง ใช้ไม้กวน ให้
ด้านหน้าของสีโป๊วโจมาร์ ที่แห้งกลับลงไปด้านล่างกระป๋อง แล้วก็ตั้งทิ้งไว้อีก

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บุญทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 8

ประมาณ 2 -3 ช่ัวโมง ครับแล้วก็กลับหน้าสีโป๊วโจมาร์ ที่เริ่มแห้งใช้ไม้กวน
ด้านหน้ากลบั ลงไปใหม่
(ทาแบบนี้ไปเรือ่ ย ๆ เท่าที่ทามาในระยะเวลาประมาณ 2 – 3 วัน ครับ) จนสี
โป๊วโจมาร์เริม่ เหนียว ๆ สามารถนามาปั้นได้ โดยมือเราสามารถใช้น้ามันมะกอก
ทา หรือโลชน่ั ชนิดต่าง ๆ ทามือ ไม่ให้สีโปว๊ ติดมือ ครับ

การนาไปใช้งาน

สีโป๊วโจมาร์ (สีแดง) เมื่อทาได้ที่แล้วสามารถ นามาปั้นหน้าหัวโขนได้ หรือใช้ใน
การปัน้ ลวดลายเสริมในงานต่าง ๆ ได้ (ต้องมีชานาญ) สามารถนาไปใชใ้ นการกด
แม่พิมพล์ วดลายได้ (ต้องใช้น้ามันมะกอก ทาพมิ พก์ ่อนใช้)

สีโปว๊ โจมาร์ สามารถนามาใช้งานได้ แต่มีกลิ่นของทินเนอร์ เมอ่ื ใชไ้ ปนานกลิ่นกแ็ รง
มากขึ้นมผี ลต่อสขุ ถาพ ของคนใช้และคนรอบทีทางานอยดู่ ้วยกัน

อีพ็อกซี่ทปน้ั ต้นแบบ อีพ็อกซี่ พัตตี (A+B) อีพอ็ กซี่ทัว่ ไป

อีพ็อกซ่ี หรือ polyepoxide เปน็ thermosetting polymer เกดิ จากปฏิกิริยาของเรซิน
กับ hardener อีพ็อกซ่ีมีหลากหลายคุณประโยชน์ใช้สอยในการทางานท่ัวไป อีพ็อกซ่ี
epoxy เป็นโคโพลิเมอร์ ทีจ่ ะเกดิ จากสารเคมีที่แตกต่างกนั สองสิ่ง เหล่านีเ้ รียกว่าเรซนิ และ
hardener เรซนิ ประกอบด้วยโมโนเมอร์ หรือพอลิเมอกลุ่มพอกไซด์ ส่วนใหญแ่ ล้วเรซ่ินอีพ๊
อกซ่ีทั่ว ไปจะเกิด จากปฏิกิริยาระหว่าง epichlorohydrin และ Bisphenol – A แต่หลังอาจ
ถูกแ ทน ที่ด้วยสาร เคมีที่คล้าย hardener ปร ะกอ บด้วยโ มโนเ มอร์พอลิเอเช่น
Triethylenetetramine (TETA) เมื่อสารเหล่านผี้ สมกัน กลุ่มละลายทาปฏิกิริยากับกลุ่มพอก
ไซด์ในรปู แบบโควาเลนต์ แต่ละกลุ่ม NH สามารถทาปฏิกิริยา กบั กลุ่มพอกไซด์เพ่ือให้โพลิ
เมอร์ออกผลเป็นอย่างมากกระบวนการพอลิเมอเรียกว่า”บ่ม”และสามารถ ควบคุมโดย

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บญุ ทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 9

อุณหภูมิและทางเลือกของเรซินและสาร hardener กระบวนการอีพ็อกซสามารถใช้เวลา
เปน็ นาทีหรอื ชว่ั โมง

อีพอ็ กซี่ แบ่งออกเป็น หลายชนิด แยกตามลกั ษณะการทางาน

อีพ็อกซี่งานหล่อเครือ่ งประดบั ทีเ่ น้นการโชว์ผิวสัมผัสที่แขง็ และโปร่งใส เงาสวย

อีพ็อกซี่อินฟิวช่ันเพียวคาร์บอน ที่เน้นเรื่องความแข็งแรงในงานอตุ สาหกรรมหนัก การ
ผสมอัตราส่วนผิดพลาด อาจส่งผลเสียกับช้ินงาน แห้งช้า หรือไม่แห้งเลย จึงจาเป็นต้อง
ผสมอัตราส่วนให้ถูกต้องตามที่ระบุไว้ที่ผลิตภัณฑ์ เช่น 1:1 หมายถึง Part A และ Part B
ต้องใช้ปริมาณเท่ากันโดยการชั่งน้าหนัก เพ่ือผสมกันให้อีพ็อกซ่ีเปลี่ยนจากของเหลวเป็น
ของแขง็ ระหว่างที่อีพ็อกซี่อยู่ระหว่างทาปฏิกิริยาการเซทตัว จะมีควนั ระเหยลอยขนึ้ มาใน
อากาศ ควรหลีกเลีย่ งการสดู ดมโดยตรง เพราะอาจจะทาให้เกิดอนั ตรายกบั ระบบทางเดิน
หายใจ การเลือกสถานที่ทางานที่อากาศถ่ายเทสะดวก หรือใช้หน้ากากป้องกันสารเคมี จงึ
เปน็ ทางเลือกที่ดี

ปจั จุบนั มีผู้นิยมการใช้อีพ็อกซ่ที างานมากขึ้นกว่าในอดีต เนือ่ งจาก ราคาย่อมเยาว์ ใช้งาน
ง่ายขึ้น คุณภาพดีขึ้น สามารถใช้ได้ตามวิธีการของอีพ็อกซ่ีท่ัวไป ที่ติดด้านข้าง ๆ กล่องที่ซ้ือมา
ได้เลย ก็จะได้ตามคุณสมบัติของอีพ็อกซ่ี แต่ราคาอีพ็อกซ่ี ที่ซ้ือมาค่อยข้างมีราคาแพง
พอสมควร และสิ้นเปลือง ทาให้ต้นทุนที่ทางานมีราคาสูงขึ้น อีพ็อกซ่ี มีขายท่ัวไป หรือเสาชิงชา้
ร้านขายอปุ กรณ์งานหล่อ งานป้ัน

วิธีใช้งานอีพอ็ กซี่ ตามแบบที่ผมใช้ในการเรียนการสอนนกั ศึกษา ให้ใช้ในการทางาน
ตา่ ง ๆ ดงั นี้

เราสามารถหาวัสดุอื่น ๆ มาผสมกับอีพ็อกซ่ีได้ เพ่ือเพ่ิมเนื้อให้อีพ็อกซ่ีมีเนื้อมาขึ้นและ
สามารถใช้งานในการป้นั หรือกดลวดลาย ได้นานขึน้ อีกเล็กน้อย เราสามารถเลือกหาวสั ดุ ที่จะมา
ผสมกบั อีพ็อกซ่ไี ด้ ตามนี้

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บุญทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 10

ผงแคลเซียมแคลเซียม หรือ ผงแคลเซียม (Calcium)มีลักษณะเป็นผงสีขาวคล้ายแป้ง
ใช้ผสมกบั เรซน่ิ เพ่ือเพม่ิ ปริมาณเนือ้ เรซ่นิ และความเหนียวของเรซ่นิ

ผงทัลค่ัม หรือ ผงแคลเซียม มีลักษณะเป็นผงสีขาวคล้ายแป้ง ใช้ผสมกับเรซ่ินเพอ่ื

เพิ่มปริมาณเนอื้ และความเหนียวของเรซ่นิ

ดินสอพอง เป็นผงแร่ที่ได้จากธรรมชาติ มีลักษณะเป็นก้อนหรือผงสีขาวขุ่นและขาวอม
เหลือง มีองค์ประกอบหลักเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต (CO3) และ แร่ดินเหนียว นิยมนามาใช้ใน
ด้านความสวยความงาม รวมถึงนามาผสมน้าปะแป้ง

ผงไม้ หรือขีเลือ่ ย ทีบ่ ดละเอียด สามารถนามาเป็นส่วนผสมได้

การผสมอีพอ็ กซ่ี กับวัสดตุ ่าง ๆ ท่หี าได้มาผสมกบั อีพ็อกซ่ี ในทีนี้เป็นแบบชนิด A B 2
ตวั ทต่ี ้องผสมอยา่ งละเท่า ๆ กนั นวดให้เนือ้ ทงั้ เข้ากนั ท้ิงไว้ รอให้เริ่มมกั ารแขง็ ตวั เลก็ น้อยจึง
สามารถนามาทางานได้ ตามประสงด์ เราสามารถนาวสั ดุอื่น ทีไ่ ดเ้ ตรียมไว้ดังทีกล่าวมาข้างต้น
มาผสมได้ ดังนี้

นาวสั ดทุ ี่เตรียมอีพ็อกซ่ี A และ อีพ็อกซี่ B อยา่ งละเท่า ๆ กนั ออกเป็น 2 ที โดย
หาภาชนะรองรับในการผสม 2 ชุด แยกออกจากกนั

นาวัสดุทีต้องการนามาผสม แบ่งออกเปน็ 2 ส่วนเทา่ ๆ กัน ให้เป็น 1 ใน 3 ส่วน
ของ อีพ็อกซี่ ทีจ่ ะทาการผสม แบ่งการนวดผสม อีพอ็ กซี่ A ให้เข้ากบั วัสดทุ ี่ผสม แล้ว
จดั เกบ็ ไว้ เป็นอีพ็อกซ่ี A

นาอีพอ็ กซ่ี B ผสมกับวสั ดุทีแบง่ ส่วนไวน้ วดให้เข้ากนั

จะได้อีพ็อกซี่ A – B ที่มีส่วนผสมของวสั ดทุ ีต้องการ อย่างให้เนือ้ เหนียวไมม่ ากนกั
จดั เกบ็ แยกไวค้ นละส่วนกนั ตามปกติ เวลาจะใช้สามารถนาออกมาท้ังอีพอ็ กซ่ี A – B มา
รวมกันกันนวดให้เข้ากัน ก็สามารถใช้งานได้ตามปกติแต่จะมีเนอื้ ของอีพอ็ กซี่ A – Bมากขึ้น

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บุญทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 11

เวลาปนั้ จะมีเนอื้ ในการใชง้ านมากขึ้น จากเดิม ขึ้นอยู่ว่า เราใชว้ ัสดชุ นิดใดในการผสมเพิม่
เนอื้ อีพ็อกซ่ี A – B

อีพ็อกซ่ี A – B บ้างชนิด ซ้ือมาเนื้อจะมีความเหนียวมาก เราก็ผสมวัสดุอื่น ๆ ให้
น้อยลง จะสะดอกในการใชง้ านเนอื้ จะไมเ่ หนียวมาก

การใชอ้ ีพ็อกซ่ี A – B นจี้ ะต้องฝึกหาเทคนิคในการใชง้ านและวิธกี ารผสมวัสดอุ ืน่ ๆ
ลงไป ให้เกิดความชานาญในการใชง้ าน ในทีนี้สามารถนามากลึงเป็นเส้น ยาว ๆ ใชใ้ นงาน
ประดับลวดลายหัวโขนได้ ครับจริง แต่ขนึ้ อยกู่ บั ประสบการณ์ ต้องฝึกและทาบ่อย ๆ จะ
ได้เข้าใจสดั ส่วนในการผสม

ภาพตัวอย่างอีพอ็ กซี่

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บุญทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 12

ALTECO Epoxy Putty A+B อีพอ๊ กซี่ กาวมหาอุดหรือซิลิโคนอพี ๊อกซพี่ ุตตี
กาวอุดติดสารพดั ประโยชน์ กาวมหาอุต 2 ตัน

วธิ ีใช้ :

- หั่นแท่งกาว ดินน้ามันตามขนาดทีต่ ้องการ A และ B อยา่ งละเท่า ๆ กนั ปนั้ ผสม
จนเปน็ สีเดียวกัน ส่วนผสมจะแห้งใน 1 ชวั่ โมง สามารถนามาปัน้ ก่อนทอี ีพอ๊ กซ่ี
จะเริม่ แห้งได้
- จะนาผงไม้ ผงแป้ง ผงปนู ยาแนว ผงทลั ค่มั หรือ ผงแคลเซียม เพิ่มเนือ
ของอีพอ๊ กซี่ กไ็ ด้แต่ อยา่ ใส่มากนกั

- เวลาผสมอีพอ๊ กซี่ สามารถหยดน้า 1-2 หยด หรือแช่น้าร้อน 1-2 นาที ช่วย

การป้ันดีขนึ้ ไม่ติดมือ
- อีพอ๊ กซีจ่ ะเริม่ แห้งตัวในระยะเวลาปริมาณ 1 ช่วั โมง สามารถแต่ละผวิ ให้งาน
ประณีตโดย หยดน้า 1-2 หยด ปนั้ แต่งผวิ ให้สวยเรียบตามต้องการได้

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บญุ ทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 13

ดินไทยทมี ขี ายท่ัวไปมหี ลากหลายชนิด สามารถนามาใชเ้ ป็นส่วนผสมงานได้

ดินไทย มีสูตรและวิธีการทาใน อินเตอร์เน็ตทั่วไปหาได้ หรือมีขายดินไทยขาย ในแบบ
ต่าง ๆ มาหลายชนิด เช่น ดินปนั้ ดอกไม้ ดินปน้ั ตุ๊กตา ดินปัน้ ญี่ปุ่น

ดนิ ไทย(Thai clay) เปน็ ดินสาเร็จรูปไว้ใช้สาหรบั ป้นั ดอกไม้ดินจะแห้งงา่ ยไมต่ ิดมือและลอก
ออกง่าย

ดินญี่ปุ่น(Japan clay) ดินญี่ปุ่นเป็นดินสาเร็จรปู ที่ไว้ใช้สาหรับป้ันดอกไม้โดยเฉพาะ ที่มี
ขายอยู่ในปัจจุบันมีหลายชนิด ในสมัยก่อนดินไทยยังไม่มีขายดินญี่ปุ่นมีส่วนผสมหลักก็คือแป้ง
ผสมกับกาวลาเท็กซ์ นามานวดด้วยสูตรลับของชาวญี่ปุ่นจึงออกมาเป็น ดินใช้สาหรับทา
ดอกไม้ มีลักษณะที่นุ่มเนียน ไม่เหนี่ยวติดมือง่าย หรือออกจะร่วนถ้าใส่สีมากจนเกินไป และพอ
แห้งเป็นช้ินงานแล้วจะมีลักษณะอ่อนนุ่ม สีออกด้านๆ เวลาทาดอกไม้ด้วยดินญี่ปุ่น 100% พอ
เก็บไวน้ านๆ กอ็ าจแห้งและเปราะได้ แตกร้าวได้งา่ ย

ดินญี่ปุ่น (ดินเยื่อกระดาษ) เป็นดินสาเร็จรูปของประเทศญี่ปุ่น ที่มีเนื้อผสมมาเยื่อ
กระดาษ มีลักษณะนุ่มๆเหนียวๆเนื้อหยาบหน่อย เหมาะสมหรับปั้นงานโมเดล ปั้นหุ่น งานปั้น
ตุ๊กตา ทากรอบรูป ป้ันแจกัน เมื่อแห้งแล้วจะมีคุณสมบัติแข็ง

ท่านสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์เครื่องเขียนที่เป็นร้านใหญ่ ๆ หน่อย ซื้อมา
ทดลองใช้ได้ ตามงานที่ต้องการใช้งาน และในทีนี้จะขอนาเสนอการทาดินไทยใช้เอง ดังนี้ ครับ

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บุญทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 14

สตู รการผสมดนิ

(โดย. ผู้ช่วยศาสตราจารย์.สรุ ัฐ บุญทรง สาขาวิชหตั ถศิลป์)

สูตรผงทัลคมั่ หรือ ผงแคลเซียม
มีลกั ษณะเป็นผงสีขาวคล้ายแป้ง ใช้ผสมกับเรซน่ิ เพ่ือเพม่ิ ปริมาณเนือ้ และความเหนียว

ส่วนผสม ผงทลั คม่ั หรือ ผงแคลเซียม ผสมรวมกนั ให้เปน็ ตวั เนือ้ หลกั

เนือ้ หลักทีผสมแล้ว ½ ก.ก.

กาวลาเทก็ ซ์ขนาด 32 ออนซ์

ออยทามือ 5 ช้อนโต๊ะ

กลีเซอรีน 5 ช้อนโต๊ะ

น้ามนั แก้ว white oil 1 ขวด (1 ก.ก)

น้าเปล่า 1 ขวด (ขวดน้าดืม่ ทวั่ ไป )

วิธีทา

1. ผสมออยทามือ กลีเซอรีน และน้ามนั แก้ว ½ ขวด รวมกันก่อนในภาชนะ และใส่
กับกาวลาเท็กซ์ประมาณครึ่งขวด และเติมน้าเปล่า ลงไปประมาณ ½ แก้วกาแฟ คนให้
ส่วนผสมเข้ากัน

2. นาส่วนผสมเนอื้ หลักทีเตรียมไว้ คอ่ ย ๆ เทลงไปในส่วนผสมของ (ออยทามือ กลี

เซอรีนและนามันแกว้ และนาเปล่า ) โดยคอ่ ย ๆ คลุกเคล้า – กวนชา้ ๆ ให้เป็นเนอื้
เดียวกนั

3. ถ้าส่วนผสมมีความแห้ง ให้เติม น้ามันแก้ว กับน้าเปล่า เล็กน้อยลงไปแล้ว
คลุกเคล้า – กวนชา้ ๆให้ส่วนผสมเข้ากัน

4.นวดส่วนผสมเข้ากันและมีความเหนียว ๆ ไมต่ ิดมือ
5.สามารถนาเก็บใส่ถุงพลาสติก หรือภาชนะ แล้วปิดให้สนิท สามารถเก็บไว้ใน
อุณหภมู ิปกติได้

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บญุ ทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 15

เทคนิคการผสมดนิ สตู รนีต้ ้องทดลองการผสมในคร้ังแรก ไมม่ ากนกั เพ่ือให้จักวิธีการ
ผสม และผลการผสมตามสตู รนแี้ ล้ว ผลออกมาเปน็ อย่างไร จะได้เข้าใจในวิธกี ารผสมและการ
นาไปใช้งาน

การนามาใช้ ให้นาออกมาผ่ึงลม และนวดสลับไปมา ส่วนผสมจะเริ่มมีความแข็งขึ้นก็
สามารถนาไปใช้งานได้ตามความต้องการ เชน่ ปัน้ งาน หรือกดลวดลาย

สูตรผงไม้ธรรมชาติ ใช้สาหรับงานป้นั หน้าหวั โขน
สูตรผงไม้ธรรมชาติ นีผ้ เู้ ขียนได้ใช้มาโดยตลอด วิธที าก็ไมย่ ากเพราะสามารถนาวิธีการทา
กาวแป้งเปียกมาประยุกต์ใช้รว่ มกับผงไมธ้ รรมชาติได้อย่างดี
คุณถาพของสูตรผงไม้ธรรมชาตินี้ ขึ้นอยู่กับผงไม้ธรรมชาติต่าง ๆ ทีนามาใช้เป็นส่วนผสม
เพราะคุณสมบัติของผงไม้ต่าง ๆ มคี ุณสมบตั ิต่างกนั ไป
ผงเปลือกมงั คุด เปลือกมังคุดมีสรรพคุณเป็นยา
ผงแก่นฝางบด น้าต้มแก่นฝางดื่มเพ่ือสุขภาพบารุงเลือด วัตถุดิบทาน้ายาอุทัยทิพย์
สมุนไพรไทย สรรพคุณแกร้ ้อนใน
ผงตะโกนา เปลือกต้นและเนื้อไม้ นามาต้มเอาแต่น้าผสมเกลือ ใช้อมแก้ปวดฟัน
รามะนาด นอกจากนี้ยังนาไปเผาเป็นถ่าน มีคุณสมบัติเป็นด่าง นาไปแช่น้ารับประทาน รส เฝื่อน
ฝาดขม ช่วยบารงุ ธาตุ ย่อยอาหาร
ผงจันเหนียว ยางบง โกบั๊ว ผงเหนียว เป็นต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ในป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ไม่
ผลัดใบมีมากในแถบจงั หวดั มุกดาหาร นครพนม เนือ้ ไม้นิยมนามาใช้ทาเครือ่ งมือเครือ่ งใช้ เปลือก
บดให้ละเอียดผสมขี้เลื่อยใช้ทาธูป และผสมกามะถนั ใช้ทายากันยุง คนไทยเมอ่ื กอ่ นจะนามาใช้อุด
รอยรั่วของเรือ ในสมัยก่อนจะใช้ยางบงทารอบโคนเสาไม้ของบ้านเพ่ือป้องกันปลวก มอด มด
เจาะกินเนือ้ ไม้

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บญุ ทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 16

ยาหอมผง ในร้ายขายยาไทยมีประมาณ 3 เบอร์ ขึ้นอยู่กับส่วนผสมทีแตกต่างกันไป
และราคาก็แตกต่างกัน (เป็นการนาสมุนไพลต่าง ๆมาผสมรวมกันเป็นตัวยา เราสามารถนามาใช้
เป็นส่วนผสมได้)

ดนิ สอพอง ดินสอพอง ดินสอพอง เปน็ ผงแร่ที่ได้จากธรรมชาติ มีลักษณะเปน็ ก้อนหรือ
ผงสีขาวขุ่นและขาวอมเหลือง มีองค์ประกอบหลักเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต (CO3) และ แร่ดิน
เหนียว นิยมนามาใช้ในด้านความสวยความงาม รวมถึงนามาผสมน้าปะแป้ง เพ่ือเพ่ิมความหอม
(เปน็ ส่วนผสมในการช่วยปรับแต่งเนือ้ ส่วนผสม)
ผงขีเลือ่ ยละเอียด ทีใช้ในการปัน้ หน้าหัวโขนท่ัวไป แต่ในปจั จบุ ันนิยมนาผงไมส้ กั ทอง ไม้พยงุ ผง
ไมท้ ีเปน็ ไมม้ งคลนามาเปน็ ส่วนผสมในการปน้ั หน้าหัวโขนกนั มากขึ้น ตามความเชื่อของคนไทย
และชา่ งผู้สร้างผลงาน

ผงไมท้ ีนาเสนอผงไมต้ ่าง ๆ ทไี ด้กล่าวมาทั้งหมด สามารถหาซ้อื ได้จากร้านขายยาไทย
โบราณหรอื สั่งซือ้ ตาอินเตอร์เนต็ ท่ัวไป (รา้ นเจ้ากรมเป๋อ หรือร้านเซยี้ มกวง บพติ รพมิ ขุ จกั รวรรดิ์)

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บุญทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 17

วิธกี ารผสมวัสดทุ ดแทนรักสมกุ ใชใ้ นการปัน้ หน้าหัวโขน

ตามสตู รของผู้ช่วยศาสตราจารย์สรุ ัฐ บุญทรง ดังนี้

ใช้สูตรกาวแป้งเปียกสูตรที่ 3 คือ ใช้แป้งข้าวเหนียว 10 ช้อนโต๊ะ ผสมกบั น้า
2 ถ้วยแก้ว โต๊ะ ใส่จุนสี หรือคอปเปอรซ์ ัลเฟต 1 ช้อนโต๊ะ ทาการกวนให้ส่วนผสมเข้า
กัน น้าจะออกสีฟ้า ๆ อ่อน ๆ จากนั้นนาไปตั้งไฟอ่อน ๆ ค่อย ๆ กวนไปเรื่อย ๆ อย่าใช้ไฟ
แรง เพ่อื ให้แปง้ สกุ ไมเ่ ปน็ ก้อนติดกนั เป็นเม็ด ๆ อย่าใช้ไฟแรงเพราะ จุนสี จะไหมท้ ี่ก้นภาระ
ทีใ่ ส่ ในการกวนกาวแป้งเปียก จากนั้นกต็ ั้งทิง้ ไว้ให้เย็น จะได้แป้งเปียกทีมีความเหนียว

(อย่าให้กาวแป้งเปียกมีความเข้มข้นหรือเหนียวมากเกินไป ให้ออกใส ๆ นิด ๆ เพราะในส่วน
สูตรนจี้ ะมีวสั ดอุ ืน่ ๆ เข้ามาเป็นส่วนผสมเพิ่มเตมิ อีก)

เมื่อได้กาวแป้งเปียกแล้วให้นาผงไม้ต่าง ๆ ทีเลือกไว้ว่าจะนามาใช้งาน นามาผสม
กับกาวแป้งเปียก โดยวิธกี ารดังนี้

1. นากาวแป้งเปียกใส่ภาชนะ และนาผงไมม้ าใส่ทีละน้อย ทีละน้อย คอ่ ย ๆ ใส่ ใช้ไม้
นวดหรือทาการคลุกให้ส่วนผสมเข้ากนั

2. ในส่วนผสมตอนนจี้ ะมี ตวั ชว่ ยให้เนอื้ ผงไมต้ ่าง ๆ ทนี ามาผสมเกดิ ความชมุ่ ช่นื และ
ยังส่งผลให้ส่วนผสมต่าง ๆแห้งชา้ ลง สามารถในงานได้ดีขนึ้ โดยเพิ่มเติม ออยทา
มือ กลีเซอรีน หรือ นามันแก้ว ลงไปในขันตอนการนวด อีกประมาณ 2 –
3 ช้อนโต๊ะ

3. ถ้าส่วนผสมยังเปียกแฉ่ เป็นน้ากาวมากอยู่ ก็ให้ใสผงไม้เพิ่มเติมลงไป แล้วก็นวด
หรือทาคลกุ ให้ส่วนผสมเข้ากนั

4. นวดไปคลุกไปเรือ่ ย ๆ จนส่วนผสมร่อนไมต่ ิดภาชนะและสามารถนามาป้นั เปน็
ก้อน ๆ ได้

(ในขันตอนนี ตอ้ งใจเยน็ ๆ และฝึกทาการผสมสัดสว่ นต่าง ๆ จะได้เกดิ ความชานาญ)

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บุญทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 18

5. ถ้าต้องการให้ส่วนผสม มีความแขง็ แรงและ ยึดแกะติดดีขึ้นให้เพิม่ กาวลาเท็กซ์
ประมาณ 2 – 3 ช้อนโตะ๊ เพิม่ ลงไปเปน็ ส่วนผสม

6. เมื่อส่วนผสมทุกอย่างผสมรวมกันเป็นเนื้อเดียว จะมีความเนื้อเนียน ผิวมัน
เล็กน้อย(เกดิ จากออยทามือ กลีเซอรีน หรือ น้ามนั แก้ว) ความชมุ่ ชน่ื

7. เมอ่ื นามาปนั้ แล้วตั้งทงิ้ ไว้ ผวิ จะแห้งสนิทมีความแข็งยึดติดได้ดี สามารถขดั แต่งได้
8. ในบ้างคร้ังกอ็ าจจะมีรอนแตกเล็ก ๆบนผวิ ในตอนแห้งสนิท เกิดจากวัสดุเปน็ ผงไม้

วธิ ีแกไ้ ขหรือปรับแต่งสูตรสว่ นผสม

- ในขั้นตอนผสม สามารถเพม่ิ ดินสอพอง ลงไปอีกประมาณ 2 – 3 ชอ้ นโต๊ะ
- เพิ่มผงแคลเซียมแคลเซียม หรือ ผงทลั คั่ม ลงไปอีกประมาณ 2 – 3 ชอ้ นโต๊ะ
เป็นการปรบั แต่งสตู รส่วนผสม ตามความต้องการ ขึ้นอยู่กบั ประสบการณ์ และการนาไปใช้

เมอ่ื ผสมออกมาแลว้ จะไดส้ ีตามผงไม้ดังนี

ผงเปลือกมังคุด ออกสีน้าตาล
ผงแกน่ ฝางบด ออกสีแดง
ผงตะโกนา ออกสีคา
ผงจนั เหนียว ยางบง โกบ๊ัว ผงเหนียว ออกสีน้าตาลเข้ม

ยาหอมผง ออกสีน้าตาลอ่อนมีกลนิ่ ของยาหอม

ผงขีเลื่อยละเอียด ออกสีตามผงขี้เลือ่ ยทีนามาผสม

หมายเหตุ
- ผงจนั เหนียว ยางบง โกบว๊ั ผงเหนียว โดยคณุ สมบตั ิของตัวผงเองก็เปน็ ผงกาวอยู่แลว้ การนามาผสมกบั
กาวแป้งเปียกเพ่มิ กจ็ ะได้กาวทีเหนียว มากขนึ้
- ควรใส่ผงจันเหนียว ยางบง โกบ๊ัว ผงเหนียว ในปรมิ าณไม่มาก หรือลดลง 50 % และเพมิ่ ผงไมอ้ ย่างอื่น
ทดแทนไป ก็ไดเ้ หมือนกนั
- มีผงไม้ทีเปน็ ยาสมุนไพล อีกหลายชนิด ทีมีบดเปน็ ผงขายอยู่ สามารถนามาเป็นส่วนผสมได้ ขนึ้ อยู่กับวิธกี าร
ผสมและความพอใจ

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บญุ ทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 19

ข้อครวระวังและอย่าลืม

- ข้อเสียของผงไม้ต่าง ๆ ทหี ามาใช้ในการผสม เพราะผงไมต้ ่าง ๆ ทนี ามาใช้เม่อื

ผสมกับน้าแล้วสามารถมาเชือ้ ราได้ง่ายและเรว็ จึงจาเปน็ ต้องใส่สารกนั บูด

สารกันเสีย จนุ สี หรือคอปเปอร์ซัลเฟต หรือน้าส้มสายชู

สตู รผสมปูนยาแนว ยาแนว หรือกาวยาแนว

คุณสมบตั ิต่าง ๆ ของ ปนู ยาแนว ยาแนว หรือกาวยาแนว ใช้งานได้กับหลายพ้นื ผิว

กระเบือ้ ง สระน้า หิน ดินเผา บล็อกแกว้ ฯลฯ ลดคราบฝังแน่น ไมห่ ลดุ ไมแ่ ตกร้าว ทน

การกัดกร่อน ยึดเกาะสูง อายุการใช้งานยาวนาน ตอบโจทย์ทุกงานก่อสร้าง เรื่อง

ก่อสร้าง ประมาณนี้ทีเขียนไว้ทีถุงตอนซ้อื มา แต่ทีนามาเสนอประนามาประยกุ ต์ใช้ใน

ทีนี้ คือคุณสมบัติข้อหนึ่งของยาแนว ยับย้ังราดา ยึดเกาะสูง เนื้อเหนียว สามารถ

นามาประยุกต์ใช้ได้ดงั นี้

- ปนู ยาแนวยีห่ อ้ อะไร ก็ได้ครับ 1 ถุง

- กาวลาเท็กซ์ หรือแป้งเปียก

- ผงแคลเซียมแคลเซียม หรือ ผงทลั คมั่

- ดินสอพอง

- ออยทามือ กลีเซอรีน หรือน้ามันแก้ว

สตู รการผสมปนู ยาแนว ดงั นี้

หาแก้วตวง 1 ใบ (ขนาดแก้วน้าหรือประมาณกาแฟก็ได้ ไม่ต้องเป็นแก้วขนาดใหญ่มาก)

- ปูนยาแนวตกั แบ่งออกมาประมาณ 1 แก้ว

- กาวแป้งเปียก 1/2 แก้ว

- น้าเปล่า 1/2 แก้ว

- ดินสอพอง 1/2 แก้ว

- ออยทามือ กลีเซอรีน หรือน้ามนั แก้ว 2/4 แก้ว

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บุญทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 20

นาปนู ยาแนวผสมกบั ดินสอพองในภาชนะ ใส่กาวแป้งเปียกทีผสมกับน้าเปล่าและ
ออยทามือ กลีเซอรีนหรือน้าแก้ว เทลงไปชา้ ๆ กวน หรือคน ให้น้าผสมกบั ปนู ยาแนวผสม
กับดินสอพอง กวนให้ส่วนผสมเข้ากันเป็นเนือ้ เดียวกัน

ถ้าเนือ้ ทผ่ี สมเหนียวมาก ให้เพ่มิ น้าเปล่าลงไปเล็กน้อย และถ้าเนื้อยังแฉะอยใู่ ห้
เพิ่มดินสอพองลงไป (ถา้ ใส่ปนู ยาแนวเนือ้ จะแขง็ เรว็ เกินไปและจะมีน้าหนกั
เพิ่มขึ้น)
- ผวิ ของส่วนผสมที่ออกมาจะมีผิวทีมีน้ามันของออยทามือ กลีเซอรีนหรือน้าแก้ว
ทาให้เนอื้ แห้งชา้ ลง มีระยะเวลาในการนาไปใช้งานได้
- เมอ่ื ส่วนผสมแห้งสนิทจะแขง็ คอ่ ยข้างมากหน้อย
- ถ้าต้องการให้ในการทาผวิ ก็ให้เพิม่ น้าลงไปให้ส่วนผสมสามารถทาหรือระบายได้

ทาได้จริง

และ

ทามาแลว้

ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ ุรัฐ บุญทรง ฉบบั ร่างรอปรับปรุงแกไ้ ข 21


Click to View FlipBook Version