แบบหัวโขน
เพือ่ การศึกษา
สาขาวิชาหตั ถศิลป์
ผศ.สุรัฐ บุญทรง 1
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
องคต – พญาวานร
ลักษณะหวั โขน หน้าวานรปากหบุ สัณฐานปากคล้ายแพะ สเี ขยี วมรกต หรือสีเขยี วกลาง สวมมงกฎุ สามกลีบ
องคตเปน็ บตุ รพญาพาลีกับนางมณโฑ ฤาษีอังคตทาพิธผี า่ ตัดออกจากครรภน์ างมณโฑแล้วไปใสใ่ นทอ้ งแพะ สคุ รีพ
นาถวายตัวต่อพระรามมบี ทบาทในการเปน็ ทตู สื่อสารให้ทศกัณฐ์คนื นางสีดาและฆา่ 4 เสนายักษต์ าย ครน้ั เสร็จศึก
ไดค้ วามดีความชอบเปน็ พญาอนิ ทรานภุ าพ อุปราชเมอื งขีดขิน
2
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
พเิ ภก – พญายกั ษ์
ลกั ษณะหัวโขนหน้ายักษส์ ีเขียวปากแสยะตาจระเข้สวมมงกุฎนา้ เต้ากลม กายสีเขยี วหน่งึ พกั ตร์ สองกรเป็น
นอ้ งร่วมบดิ ามารดากับทศกัณฑ์ ชาตกิ อ่ นเป็นเวสสุญาณเทพบุตรมาจุติ มีความรอบรู้คมั ภีร์ไตรเภทและ
โหราศาสตร์ ดว้ ยความประสงค์ของพระเป็นเจา้ เพือ่ ใหเ้ ปน็ ไส้ศึกรเู้ ล่ห์กลของพวกยกั ษ์เปดิ เผยใหแ้ กพ่ ระราม ทศ
กณั ฑ์ขบั ออกจากเมอื งเพราะแนะนาใหส้ ่งนางสดี าคืนจงึ สมคั รไปอยูก่ บั พระรามดว้ ยตรวจดวงชะตาตนเองว่า
พระรามจะเปน็ ผอู้ ุปถมั ภ์มีบทบาทและปฎบิ ัตหิ นา้ ทีอ่ นั เปน็ ประโยชนใ์ นการสงคราม เชน่ การหาฤกษ์ยามการ
ทานายฝนั การบอกวิธีแกก้ ลอุบายการใชอ้ าวุธและความลับต่างๆเพื่อชยั ชนะเสรจ็ ศึกลงกาไดเ้ ป็นเจ้าลงกามนี ามวา่
เทา้ ทศคิริวงศ์ ต่อมาเกดิ กบฏในกรงุ ลงกาถกู จองจาไดร้ ับความชว่ ยเหลอื จากพระรามและหนมุ าน พเิ ภกมีมเหสชี อ่ื
นางตรีชฎามีพระธิดาชือ่ นางเบญกายมอี าวธุ คือกคทากบั ศรเพอ่ื ถือออกรบ
3
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
พระราม – พระ
ลักษณะหวั โขน หนา้ พระสีเขยี วนวล ตอนครองเมืองสวมมงกุฎยอดชยั หรอื พระมหามงกฎุ ตอนเดินดงสวม
มงกุฎยอดเดินหน ตอนทรงพรตสวมชฎายอดบวชหรือชฎายอดฤาษี กษตั รยิ ก์ รุงศรีอยุธยาองคท์ ี่สี่กายสีเขยี วนวล
หนึ่งพักตร์ สองกร คือพระนารายณอ์ วตารลงมาเกิดเปน็ โอรสของเท้าทศรถกบั นางเกาสรุ ิยา พระรามทรงศรเปน็
อาวธุ เวลาสาแดงอิทธิฤทธ์ิปรากฏเปน็ สีก่ ร สง่ เทพอาวุธเช่นเดียวกับพระนารายณ์ คอื ตรี คทาจกั รและสงั ข์ มมี เหสี
ช่ือนางสดี าซ่ึงไดแ้ ก่พระลักษมีเทวี แบ่งภาคมาชว่ ยพระรามปราบปรามเหล่าอสูรร้ายผคู้ อยทาลายความสงบสุขของ
โลกมีโอรสชื่อพระมงกุฎออกเดนิ ดงตามที่นางไกยเกษีขอพรเป็นเวลา 14 ปี ในขณะเดนิ ดงนน้ั ทศกณั ฐม์ าลักนางสี
ดาและเป็นเหตใุ ห้เกดิ สงครามล้างพวกยักษ์เมือ่ เสรจ็ ศกึ กรุงลงกาแล้วพระรามยังตอ้ งพลดั พรากจากนางสีดาอกี
ด้วยเหตเุ ข้าใจผดิ และระแวงจนกระทง่ั พระอิศวรตอ้ งมาไกลเ่ กลย่ี
4
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
ท้าวเวสสวัณ (ท้าวกเุ วร) – พระ
ลักษณะหวั โขน หัวโขนทาเปน็ สองแบบคอื ทาเปน็ หนา้ ยักษ์ ปากแสยะตาโพรง และหน้าพระสเี ขยี ว บางตารา
วา่ สที องหรือสขี าวสวมมงกฏุ นา้ เตา้ สี่เหล่ยี ม ทา้ วกุเวรหรอื เวสสวัณน้ใี นเทวภูมวิ ่าเป็นพวกจตุโลกบาลอยสู่ วรรค์ชน้ั
จาตมุ หาราชกิ า ได้รบั พรจากพระโปรมให้เปน็ อมั ฤทธิ์ เป็นราชาแห่งยักษ์ทงั้ หลาย โลกบาลรกั ษาทิศอุดร เปน็ โอรส
พระวศิ รวสั มนุ กี ับนางอิฑาวิฑา ไดร้ ับพรพระพรหมใหเ้ ป็นอมฤต มีมเหสชี ่ืออารวี หรือ ฤทธิ กายพิการ ถือคทา มี
ขา 3 ขา มฟี ัน 8 ซ่ี มา้ ทรงสขี าว อย่ทู ปี่ า่ โชตรรฐ เขาพระสุเมรุ บางแหง่ ว่าเป็นโอรสพระปุลสั ตย์มนุ ี ส่วนทีเ่ ป็น
เทวดามีกายสเี ขยี ว 1 พกั ตร์ 2 กร ในบทละครเรอ่ื งรามเกียรต์เิ ปน็ นายกองทัพพระอศี วร มตี าแหนง่ เป็นยกกระบัตร
แห่งกองทัพ เม่อื คราวสงครามตรบี ูรัม
5
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
วิรญุ จาบัง – พญายักษ์
ลกั ษณะหัวโขน หนา้ ยกั ษส์ ีมอหมกึ ปากขบ ตาจระเข้สวมมงกฎุ หางไก่ กายสมี อหมึกมี 1 พักตร์ 2 กร
บางตาราว่าตวั ขาวหัวดา หายตวั ไดท้ ั้งตน้ ทัง้ มา้ ยกทัพไปช่วยทศกณั ฐร์ บกบั กองทพั พระราม สมทบกบั กองทพั ของ
ท้าวสัทธาสูร พระรามแผลงศรค่ามา้ ทรง จึงหนไี ปซอ่ นตวั ในฟองน้าเชงิ เขาอัศกรรณ หนุมานตามไปฆ่า
6
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
พระพฆิ เนศวร-พระ
ลักษณะหวั โขนหนา้ เป็นชา้ งสีสมั ฤทธ์หิ รือสีแดง สวมเทริดยอดน้าเตา้ หรอื มงกุฎน้าเตา้ เฟือง เทพเจา้ แหง่
ศิลปะ พระพฆิ เนศวรหรอื พระวิฆเนศวรน้ี ตามความนยิ มแหง่ ไสยศาสตร์ว่าเป็นเจา้ แห่งความรู้ มีชื่อเรียกอกี หลาย
ช่อื เป็นต้นว่า อขรุ ถ คชมุข กรีมขุ เอกทนต์ ลมั พกรรณ ลัมโพทร ทวิเทห คเณศ พิเนศ เป็นโอรสของพระอิศวรกบั
พระอุมา มรี ปู ลักษณ์เปน็ มนษุ ยอ์ ้วนเต้ยี ทอ้ งพลุ้ย หยู าน มเี ศยี รเปน็ ชา้ ง มีงาข้างเดยี ว มสี ก่ี ร ถอื บ่วงและขอช้าง
ภาพเขียนบางภาพมีถอื วัชระบา้ ง จกั รบา้ ง สงั ข์บ้าง คทาบ้างดอกบวั บ้าง มีพาหนะเป็นหนู ในบทละครเรอ่ื ง
รามเกยี รต์ิเปน็ นายกองปกี ซา้ ยทัพพระอิศวรเมื่อสงครามตบี ูรัม ตอ่ มาอวตารเปน็ เสนาวานรชือ่ นลิ เอก
7
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
ท้าวเวสสวัณ (ท้าวกุเวร) – พระ
ลักษณะหวั โขน หัวโขนทาเปน็ สองแบบคอื ทาเปน็ หนา้ ยกั ษ์ ปากแสยะตาโพรง และหนา้ พระสเี ขยี ว บางตารา
วา่ สที องหรือสขี าวสวมมงกฏุ นา้ เตา้ สี่เหล่ยี ม ทา้ วกุเวรหรอื เวสสวัณน้ีในเทวภมู วิ ่าเปน็ พวกจตโุ ลกบาลอยสู่ วรรคช์ ้ัน
จาตมุ หาราชกิ า ได้รบั พรจากพระโปรมให้เปน็ อมั ฤทธิ์ เป็นราชาแห่งยักษ์ท้ังหลาย โลกบาลรักษาทิศอุดร เปน็ โอรส
พระวศิ รวสั มนุ กี ับนางอิฑาวิฑา ไดร้ ับพรพระพรหมใหเ้ ป็นอมฤต มมี เหสชี ื่ออารวี หรือ ฤทธิ กายพิการ ถอื คทา มี
ขา 3 ขา มฟี ัน 8 ซ่ี มา้ ทรงสขี าว อย่ทู ปี่ า่ โชตรรฐ เขาพระสุเมรุ บางแห่งว่าเป็นโอรสพระปุลสั ตย์มนุ ี ส่วนทีเ่ ปน็
เทวดามีกายสเี ขยี ว 1 พกั ตร์ 2 กร ในบทละครเรอ่ื งรามเกียรติ์เปน็ นายกองทพั พระอศี วร มีตาแหนง่ เป็นยกกระบตั ร
แห่งกองทัพ เม่อื คราวสงครามตรบี ูรัม
8
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
พญาสุบรรณ (ครุฑ)-ปักษา
ลกั ษณะหัวโขนหน้าครฑุ สีหงส์เสนสวมเทริด เป็นพาหนะของพระนารายณ์ เทพเจา้ แหง่ นกทั้งหลายปีก เลบ็ ปากเหมือนนก
อนิ ทรยี ์ ตวั และแขนเปน็ คน โอรสของพระกัศยปประชาบดีกบั นางวนิ ะตา มมี เหสีชอ่ื อนนะตี หรือวนิ ายะตา มีบุตรชอื่ สมั พาทีทก่ี บั ส
ดายุ
9
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
หนุมาน-พญาวานร
ลักษณะหวั โขน หนา้ วานรปากอา้ สขี าวผอ่ ง หัวโล้น สวมมาลัยทอง มเี ขีย้ วแก้วอยู่กลางเพดานปาก นอกจากนม้ี ีการทา
หัวโขนหน้าหนุมานอีกหลายแบบ คอื ตอนแผลงฤทธิ์มสี หี นา้ เป็นหนา้ ปกติ 1 หน้า และมหี น้าเล็ก 3 หน้าท่ีดา้ นหลงั ตอนทรงเครอ่ื ง
(อาสาพระรามลอ่ ลวงทศกณั ฐ)์ สวมชฎายอดกาบไผ่ เดนิ หนของอนิ ทรชิต ตอนครองเมอื งสวมมงกุฎยอดชยั ตอนออกบวชสวมชฎา
ยอดฤาษี นอกจากนีย้ ังมีการทาหน้าหนมุ านเปน็ หนา้ มกุ อีกดว้ ย ในบทละครเร่ืองรามเกยี รติ์พระราชนิพนธ์รชั กาลท1ี่ กลา่ วว่าหนุ
มานเปน็ บตุ รพระพายและนางสวาหะ เกิดวนั องั คาร เดอื น 3 ปีขาล คลอดออกมาทางปากแม่ ตัวโตเท่ากับอายุ 16 ปี แผลงฤทธิ์
เปน็ 4หน้า 8 มอื หาวเป็นดาวเปน็ เดอื น มีกุณฑล ขนเพชร เขี้ยวแก้ว ถวายตัวตอ่ พระราม เป็นผู้ทาการสาคัญๆหลายครัง้ ในศกึ กรงุ
ลงกา เม่ือเสร็จศึกพระรามประธานความชอบให้เป็นพระยาอนุชติ จกั รกฤษณพ์ พิ ฒั น์พงศา ครองเมอื งนพบรุ ี ไดน้ างบษุ มาลี นาง
เบญจกาย นางสุพรรณมจั ฉา นางวานริน และนางสวุ รรณกันยมุ า เป็นเมีย มบี ุตรชื่อมัจฉานุ(เกิดกับนางสพุ รรณมจั ฉา) และอสุรผัด
(เกิดกับนางเบญกาย)
10
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
วศิ นุกรรม หรือ วศิ วกรรม หรือ วิษณกุ รรม – พระ
ลกั ษณะหวั โขน หน้าพระสีเขียว หัวโลน้ ทผ่ี มเขียนเป็นลายดอกไม้ หัวโขนอีกแบบหนง่ึ โพกผา้ หรอื สวมมงกุฎน้าเตา้ หรอื
เทรดิ ยอดน้าเต้า อามาตย์พระอินทร์คนท่ี 3 เป็นเทวดานายช่างของพระอนิ ทร์คู่กับวิศวพรหมซง่ึ เป็นนายชา่ งของพระพรหม ไดท้
หนา้ ท่ยี กกระบตั รทัพแหง่ พระอินทร์ เม่ือคราวรกบั อินทรชิต
11
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
รามสูร - อสูรเทพบตุ ร
ลกั ษณะหวั โขน หน้ายักษ์สเี ขียวหรือสีทอง ปากขบตาโพลง สวมมงกฎุ กาบไผม่ ีทงั้ จอนหูแบบยกั ษ์ และ
จอนหูมนุษย์ อกี แบบหนึง่ จะสวมชฎาดอกลาโพงแบบหัวโขนหนา้ ฤาษี กายสเี ขียวและทาเป็นหน้าทองอีกแบบหนง่ึ
มี 1 พกั ตร์ 2 กร มขี วานเพชรเปน็ อาวุธ เป็นผู้มอี ุปนสิ ยั เกเร ในบทละครเร่อื งรามเกยี รติก์ ล่าวถงึ ตอนฤดวู สนั ต์
เทวดานางฟา้ จับระบาเลน่ นกั ขตั ฤกษ์ รามสรู ไล่จับนางเมขลาล่อแกว้ พบอรชนุ เหาะมา ส้รู บกนั และจับอรชุนฟาด
เขาพระสุเมรุตาย อีกตอนหน่งึ รามสรู เทยี่ วประพาสป่าพบขบวนพระรามซง่ึ กลบั จากการอภิเษกนางสีดาเพ่ือไปอ
โยธยา รบกับพระรามพา่ ยแพ้ พระรามไว้ชวี ิตจงึ ไดถ้ วายศรใหพ้ ระราม
12
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
รามสูร - อสูรเทพบุตร
ลกั ษณะหวั โขน หน้ายักษ์สเี ขียวหรอื สีทอง ปากขบตาโพลง สวมมงกฎุ กาบไผม่ ีทงั้ จอนหูแบบยกั ษ์ และ
จอนหูมนุษย์ อกี แบบหนึง่ จะสวมชฎาดอกลาโพงแบบหัวโขนหนา้ ฤาษี กายสเี ขียวและทาเป็นหน้าทองอีกแบบหนง่ึ
มี 1 พกั ตร์ 2 กร มขี วานเพชรเปน็ อาวุธ เปน็ ผู้มีอุปนสิ ยั เกเร ในบทละครเร่อื งรามเกยี รติก์ ล่าวถงึ ตอนฤดวู สันต์
เทวดานางฟา้ จับระบาเลน่ นกั ขตั ฤกษ์ รามสรู ไลจ่ ับนางเมขลาลอ่ แก้วพบอรชนุ เหาะมา ส้รู บกนั และจับอรชุนฟาด
เขาพระสุเมรุตาย อีกตอนหนงึ่ รามสรู เทย่ี วประพาสป่าพบขบวนพระรามซง่ึ กลบั จากการอภิเษกนางสีดาเพ่อื ไปอ
โยธยา รบกับพระรามพา่ ยแพ้ พระรามไวช้ วี ิตจงึ ได้ถวายศรใหพ้ ระราม
13
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
วิรฬุ หก - พญารากษส
ลักษณะหัวโขนหน้ายักษส์ ีขาว บางตาราวา่ สเี ขียวขาบ บางแห่งว่าสีมว่ งแก่ ปากแสยะ ตาโพลง บางแหง่ ว่า
ตาจระเข้ สวมมงกฎุ ยอดนาค มเี ครอื่ งประดบั กายล้วนแลว้ แต่นาคอันมีพษิ กายสีขาบบางตาราสีเขียวขาบ มี 1
พักตร์ 2 กร อาศยั อย่ใู ตพ้ ื้นดินระหว่างเขาตกี ฎู ครองเมอื งมาหาอนั ธกาลไปเข้าเฝ้าพระอิศวรปีละเจ็ดคร้ัง ครง้ั หนึง่
ขณะขึ้นบันไดไปยังเขาไกลลาสสาคญั วา่ พระอิศวรประทบั อยู่ ก็ถวายบังคมขึ้นไปทุกขน้ั บนั ได ตุ๊กแกตัวหนง่ึ ซึ่ง
อาศยั อยู่บนยอดเขาเหน็ จึงลอ้ เลยี นด้วยการรอ้ งตุก๊ แกและผงกข้นึ ลงทุกครง้ั ทีว่ ิรฬุ หกก้มลงกราบ วริ ฬุ หกโกรธจึง
ถอดสงั วาลนาคขว้างต๊กุ แกตายคาทม่ี ีผลทาใหเ้ ขาไกลลาสเอียงไปด้วย ทศกัณฐเ์ ปน็ ผผู้ ลกั เขาใหต้ รง
14
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
พระพรต-พระ
ลักษณะหวั โขน หนา้ พระสีแดงชาด สวมชฎามนษุ ยห์ รอื มงกุฎยอดชัย หรือมงกฎุ ยอดเดินหน เป็นอนุชาของ
พระรามกายสีแดงชาด 1 พักตร์ 2 กร คอื จกั รพระนารายณอ์ วตารมาเกดิ เป็นโอรสท้าวทศรถกบั นางไกยเกษี
ไปอยเู่ มอื งไกยเกษกบั ทา้ วไกยเกษพร้อมกับพระสตั รดุ เมอ่ื พระรามออกเดินดงพระพรตไม่ยอมรบั ราชสมบตั ิแตจ่ ะ
รักษากรงุ อโยธยาไว้จนกวา่ พระรามจะกลับคนื เมือง เมื่อเสร็จศกึ กรงุ ลงกาและพระรามกลับมาของอาโยธยาแล้ว
พระพรตมบี ทบาทในการรบศกึ กบฏกรุงลงกาและศึกเมอื งมลิสัน รวมท้ังกอบกู้เมืองไกยเกษคนื จากเท้าคนธรรพ์นุ
ราช หลังจากนน้ั กลบั ไปกากบั ราชการท่เี มอื งไกยเกษตามเดิม
15
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
มหายมยักษ์ (ท้าวศากยวงศา มหายมยกั ษ)์ - พญายกั ษ์
ลักษณะหัวโขน หน้ายกั ษ์สีแดงชาด ปากแสยะตาโพลง สวมมงกุฎห่างไก่ กายสแี ดงชาด มี 1 พกั ตร์ 2 กร
เปน็ โอรสเท้าสหมะลิวนั ครองราชย์ต่อจากทา้ วสหมะลิวนั มีนามว่าทา้ วศากยวงศามหายมยกั ษ์ มมี เหสีชื่อนาง
จันทรประภา มธี ิดาชอื่ พิรากวน โอรสชื่อไมยราพณ์ มคี วามเกลียดชังทศกัณฐม์ าก กอ่ นส้นิ ชพี ยงั เรยี กโอรสธดิ าและ
ชายามาสงั่ ห้ามมิให้คบหาทศกณั ฐ์ มบี ทบาทในบทละครเรื่องรามเกยี รต์ิตอนออกรบป้องกันเมืองสมทบกบั กองทัพ
ของทา้ วลสั เตียนซงึ่ ยกมาชว่ ย เมือ่ ครัง้ ทา้ วกาลนาคยกทพั มารุกรานเมืองบาดาล
16
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
พิเภก – พญายักษ์
ลกั ษณะหัวโขน หนา้ ยกั ษส์ เี ขียวปากแสยะตาจระเขส้ วมมงกฎุ น้าเตา้ กลม กายสีเขียวหน่งึ พักตร์ สองกรเป็น
น้องรว่ มบดิ ามารดากับทศกัณฑ์ ชาตกิ ่อนเป็นเวสสุญาณเทพบุตรมาจตุ ิ มีความรอบรคู้ มั ภรี ไ์ ตรเภทและ
โหราศาสตร์ ด้วยความประสงค์ของพระเป็นเจ้าเพื่อใหเ้ ป็นไส้ศึกรเู้ ล่หก์ ลของพวกยักษเ์ ปดิ เผยใหแ้ ก่พระราม ทศ
กัณฑ์ขบั ออกจากเมืองเพราะแนะนาให้ส่งนางสีดาคืนจึงสมคั รไปอยกู่ บั พระรามดว้ ยตรวจดวงชะตาตนเองวา่
พระรามจะเปน็ ผู้อปุ ถมั ภม์ ีบทบาทและปฎบิ ัติหนา้ ท่ีอันเปน็ ประโยชน์ในการสงคราม เชน่ การหาฤกษ์ยามการ
ทานายฝนั การบอกวิธีแกก้ ลอบุ ายการใชอ้ าวุธและความลับต่างๆเพอ่ื ชยั ชนะเสรจ็ ศกึ ลงกาไดเ้ ป็นเจา้ ลงกามนี ามว่า
เทา้ ทศคิริวงศ์ ต่อมาเกิดกบฏในกรงุ ลงกาถกู จองจาไดร้ บั ความช่วยเหลือจากพระรามและหนมุ าน พเิ ภกมีมเหสีช่ือ
นางตรชี ฎามีพระธดิ าช่ือนางเบญกาย มอี าวุธคือกคทากับศรเพ่อื ถือออกรบ
17
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
นารายณ์ – พระ
ลักษณะหัวโขน หนา้ สีดอกตะแบก สวมมงกฎุ ยอดเดินหน หรือมงกฎุ ยอดชยั เทพเจ้าผ้รู กั ษาความดี
พระนารายณ์อยใู่ นตาแหนง่ พระมเหสักขเทวราชองค์ที่สองแหง่ พระเปน็ เจ้าท้งั 3 ของพราหมณ์ มีชือ่ หลายชื่อ
ตามฤทธต์ ามเดชและเหตกุ ารณ์
18
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
นนยุพกั ตร์ - ยกั ษ์
ลกั ษณะหวั โขน หนา้ ยักษส์ ีเขยี วปากขบตาจระเข้ บางแหง่ วา่ ปากแสยะตาโพลงสวมมงกฎุ นา้ เต้ากลม กายสี
เขยี ว มี 1 พกั ตร์ 2 กร เป็นโอรสองคท์ ี่ 3 ของเท้าจักรวรรดิและนางวัชนีสูร น้องชายของสุริยาภพและบรรลัย
จกั ร ไปทาพธิ ีตบะกรรมที่เขามารัน เพื่อขอพรจากพระเป็นเจ้าทั้งสามองค์ ตงั้ แต่อายุ 10 ปีจนถึง 100 ปกี ็ยงั ไม่ทัน
สาเร็จเกิดความรอ้ นรุ่ม เหตุสงั หรณ์ต่างๆทาใหน้ กึ ถงึ พระบิดาพระมารดาจึงออกจากพธิ ี ทราบการศกึ ออกรบและ
ตายดว้ ยศรพระสตั รดุ
19
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
ชมพพู าน - พญาวานร
ลกั ษณะหวั โขน หน้าวานรปากอ้าสหี งชาด สวมชฎายอดชัย มีกาเนดิ จากพระอิศวรทรงชบุ ข้ึนจากเหงอ่ื ไคล
และยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของพาลี สุครีพพาไปถวายตัวตอ่ พระรามมคี วามรทู้ างตารายา เป็นแพทยป์ ระจา
กองทัพพระราม เมื่อเสร็จศกึ สงครามได้ความชอบเปน็ เจ้าเมอื งปางตาลและเป็นผู้สอ่ื สารในศึกพระพรตกบั ทา้ ว
ทศพิน และแสดงศกั ดาถีบและเหยียบอกทศพิน
20
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
พรหมธาดา - พระ
ลักษณะหัวโขน หนา้ พระสีขาว 4 หน้า ทาหัวโขนเปน็ สองแบบ คือแบบแรกทาเป็นหน้าสองช้ัน ชั้นแรกเป็น
หน้าปกติ 1 หน้า ชน้ั ที่สองทาเป็นหน้าเล็ก 3 หนา้ สวมมงกฎุ ชัย แบบท่สี องทาเป็นหนา้ ช้ันเดียวมีหนา้ ปกติ 1 หนา้
หน้าเล็ก 3 หน้าเรยี งไวต้ รงทา้ ยทอย สวมมงกฎุ นา้ เตา้ ห้ายอด หัวนอ้ี าจใช้แสดงสหบดพี รหมและท้าวมาลีวราชดว้ ย
เทพเจ้าแหง่ พรมวิหารเปน็ พระมเหสกั ขเทวราช องคท์ สี่ าม ผู้เป็นเจ้าเป็นใหญ่ในชั้นพรหมมี สิบพักตร์ แปดกร ถอื
ธารพระกร ชอ้ นหมอ้ น้า คัมภรี ์มปี ระคาคล้องพระศอ มีธนชู ่อื ปรวตี ะ มีหงส์เป็นพาหนะ พระพรหมมกี ายสีขาวเปน็
ผู้มีน้าพระทัยกอปรดว้ ยเมตตา กรณุ ามุทติ า อเุ บกขา ทางพุทธศาสนาจึงให้เรยี กว่าพรหมวหิ าร
21
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
ทา้ วเวสสวณั (ท้าวกุเวร) – พระ
ลักษณะหัวโขน หัวโขนทาเป็นสองแบบคอื ทาเป็นหนา้ ยกั ษ์ ปากแสยะตาโพรง และหน้าพระสเี ขียว บางตารา
วา่ สีทองหรือสขี าวสวมมงกุฏนา้ เตา้ สเ่ี หลยี่ ม ท้าวกเุ วรหรอื เวสสวัณนใี้ นเทวภมู วิ ่าเปน็ พวกจตุโลกบาลอยสู่ วรรค์ชนั้
จาตมุ หาราชิกา ไดร้ บั พรจากพระโปรมใหเ้ ป็นอัมฤทธ์ิ เปน็ ราชาแห่งยกั ษท์ งั้ หลาย โลกบาลรกั ษาทิศอุดร เป็นโอรส
พระวศิ รวัสมนุ ีกบั นางอฑิ าวฑิ า ไดร้ บั พรพระพรหมใหเ้ ปน็ อมฤต มีมเหสีชอ่ื อารวี หรือ ฤทธิ กายพิการ ถอื คทา มี
ขา 3 ขา มฟี ัน 8 ซ่ี ม้าทรงสขี าว อยู่ทปี่ ่าโชตรรฐ เขาพระสุเมรุ บางแห่งว่าเปน็ โอรสพระปลุ ัสตย์มนุ ี ส่วนท่ีเปน็
เทวดามีกายสีเขียว 1 พกั ตร์ 2 กร ในบทละครเรื่องรามเกยี รต์ิเป็นนายกองทัพพระอศี วร มตี าแหน่งเปน็ ยกกระบตั ร
แห่งกองทัพ เมอื่ คราวสงครามตรบี รู ัม
22
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
พระราม – พระ
ลักษณะหวั โขนหนา้ พระสีเขยี วนวล ตอนครองเมืองสวมมงกุฎยอดชยั หรอื พระมหามงกุฎ ตอนเดินดงสวม
มงกฎุ ยอดเดนิ หน ตอนทรงพรตสวมชฎายอดบวชหรือชฎายอดฤาษี กษตั รยิ ก์ รงุ ศรอี ยธุ ยาองค์ที่ 4 กายสเี ขยี วนวล
1 พักตร์ 2 กร คือพระนารายณอ์ วตารลงมาเกิดเปน็ โอรสของเท้าทศรถกับนางเกาสรุ ยิ า ปกตพิ ระรามทรงศรเป็น
อาวุธ เวลาสาแดงอทิ ธิฤทธิป์ รากฏเป็นสกี่ ร สง่ เทพอาวธุ เชน่ เดียวกับพระนารายณ์ คือตรี คทาจกั รและสงั ข์ มมี เหสี
ชื่อนางสดี าซึง่ ได้แก่พระลักษมีเทวี แบ่งภาคมาช่วยพระรามปราบปรามเราอสรู ร้ายผู้คอยทาลายความสงบสุขของ
โลกมีโอรสชอ่ื พระมงกุฎออกเดนิ ดงตามท่ีนางไกยเกษีขอพรเป็นเวลา 14 ปี ในขณะเดนิ ดงนัน้ ทศกัณฐ์มาลักนางสี
ดาและเป็นเหตุให้เกิดสงครามล้างพวกยักษ์เมื่อเสร็จศึกกรุงลงกาแล้วพระรามยังต้องพลัดพรากจากนางสีดาอีก
ด้วยเหตุเข้าใจผดิ และระแวงจนกระท่ังพระอิศวรต้องมาไกลเ่ กลยี่
23
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
พระพฆิ เนศวร-พระ
ลกั ษณะหวั โขน หนา้ เป็นชา้ งสีสัมฤทธ์ิหรือสีแดง สวมเทรดิ ยอดนา้ เต้าหรือมงกฎุ น้าเต้าเฟอื ง เทพเจา้ แหง่
ศลิ ปะ พระพฆิ เนศวรหรอื พระวฆิ เนศวรนี้ ตามความนิยมแหง่ ไสยศาสตร์วา่ เป็นเจ้าแห่งความรู้ มีช่ือเรยี กอีกหลาย
ชื่อ เป็นต้นว่า อขุรถ คชมุข กรมี ขุ เอกทนต์ ลัมพกรรณ ลมั โพทร ทวิเทห คเณศ พเิ นศ เป็นโอรสของพระอิศวรกับ
พระอุมา มีรูปลกั ษณ์เปน็ มนษุ ยอ์ ว้ นเตย้ี ทอ้ งพลยุ้ หยู าน มเี ศยี รเปน็ ชา้ ง มีงาขา้ งเดยี ว มสี ก่ี ร ถือบว่ งและขอชา้ ง
ภาพเขียนบางภาพมถี อื วัชระบา้ ง จกั รบ้าง สังข์บา้ ง คทาบ้างดอกบวั บ้าง มีพาหนะเปน็ หนู ในบทละครเร่อื ง
รามเกยี รติเ์ ปน็ นายกองปีกซ้ายทัพพระอศิ วรเมอ่ื สงครามตบี ูรัม ตอ่ มาอวตารเป็นเสนาวานรช่ือนลิ เอก
24
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
วิรุฬหก - พญารากษส
ลักษณะหวั โขน หน้ายักษส์ ขี าว บางตาราว่าสีเขียวขาบ บางแหง่ วา่ สีมว่ งแก่ ปากแสยะ ตาโพลง บางแหง่ ว่า
ตาจระเข้ สวมมงกฎุ ยอดนาค มีเคร่ืองประดับกายลว้ นแล้วแตน่ าคอนั มพี ิษ กายสีขาบบางตาราสีเขียวขาบ มี 1
พกั ตร์ 2 กร อาศัยอยใู่ ต้พ้นื ดนิ ระหวา่ งเขาตกี ฎู ครองเมืองมาหาอนั ธกาลไปเขา้ เฝา้ พระอิศวรปีละเจ็ดคร้ัง ครง้ั หนง่ึ
ขณะขึ้นบันไดไปยงั เขาไกลลาสสาคญั วา่ พระอิศวรประทบั อยู่ ก็ถวายบังคมข้ึนไปทุกขน้ั บันได ตุ๊กแกตัวหนึ่งซึ่ง
อาศยั อยู่บนยอดเขาเหน็ จึงลอ้ เลียนด้วยการร้องตกุ๊ แกและผงกข้นึ ลงทกุ ครงั้ ทว่ี ิรุฬหกก้มลงกราบ วริ ฬุ หกโกรธจึง
ถอดสงั วาลนาคขว้างตุ๊กแกตายคาท่ีมีผลทาใหเ้ ขาไกลลาสเอียงไปด้วย ทศกัณฐเ์ ป็นผ้ผู ลักเขาใหต้ รง
25
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
ประโคนธรรม – เทพคนธรรมพ์
ลักษณะหัวโขน หนา้ มนุษย์สหี งเสน (อิฐออ่ น) หรือสแี ดงเสน สวมมกุฎนา้ เตา้ เป็นชาวสวรรค์อาศัยอยู่เชิง
เขายุคันธร กายสหี งเสน ๑ หน้า ๒ มือ มีลักษณะเด่น คือ มลี ายเป็นวงทักขินาวัฏทงั้ ตัว ถอื พระขรรค์เปน็ อาวุธ
ปรากฏชื่อครงั้ พระรามให้ไปเลือกชัยภมู สิ าหรบั ตั้งฐานทัพ
26
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
อากาศตะไล – นางอสูร
ลกั ษณะหวั โขน หนา้ ยักษ์สแี ดงเสน ๔ หน้า มีหนา้ ปกติ ๑ หนา้ หน้าเลก็ ด้านหลังอีก ๓ หนา้ ตรงทา้ ยทอย
ปากแสยะตาโพลง สวมมกุฎนา้ เต้า ๕ ยอด กายสีแดงเสน มี ๔ หนา้ ๘ มือ เปน็ เสอ้ื เมอื งลงกา มีชอ่ื เฉพาะวา่
อากาศตะไล ทาหนา้ ทเ่ี ปน็ กองตะเวนเฝ้ากรงุ ลงกา
27
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
อิศวร-พระ
ลกั ษณะหวั โขน หนา้ พระสขี าวสวมมงกุฎน้าเตา้ กาบ นอกจากนย้ี ังมกี ารทามงกฎุ เปน็ ยอดต่างๆอกี เช่นยอดนา้ เต้ากาบทรง
ปลี ยอดนา้ เต้ากาบทัดจนั ทร์ ยอดน้าเตา้ กาบปลายสะบัดเป็นต้น เทพเจา้ ผูส้ รา้ งโลกผ้เู ป็นใหญใ่ นเรอ่ื งรามเกียรต์ิ กายสีขาว 1 พัตร์
4 กร เปน็ มเหสักขเทวราชองคท์ ่ี 1 สถิตทย่ี อดเขาไกรลาส มมี เหสี 3 พระองค์ ทรงนามว่า อุมาภควดี มเหศวรีและ สรัสวดี มีโอรสช่ือ
พระขนั ธกุมาร พระพิเนศ และพระพนิ าย พระอิศวรมีพระนามต่างๆดังนี้ พระเปน็ เจ้า พระศลุ ี พระจอมไกรลาส พระสยมภวู ญาณ
พระสยมภวู นาถ พระตรีภวู นาถ พระอศิ รา พระอศิ โรโมลี ทรงโคเปน็ พาหนะ บางทกี ็ทรงช้าง
28
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
พรหมธาดา - พระ
ลักษณะหัวโขน หนา้ พระสขี าว 4 หน้า ทาหัวโขนเปน็ สองแบบ คือแบบแรกทาเป็นหน้าสองช้ัน ชั้นแรกเป็น
หน้าปกติ 1 หน้า ชน้ั ที่สองทาเป็นหน้าเล็ก 3 หนา้ สวมมงกฎุ ชัย แบบท่สี องทาเป็นหนา้ ช้ันเดียวมีหนา้ ปกติ 1 หนา้
หน้าเล็ก 3 หน้าเรยี งไวต้ รงทา้ ยทอย สวมมงกฎุ นา้ เตา้ ห้ายอด หัวนอ้ี าจใช้แสดงสหบดพี รหมและท้าวมาลีวราชดว้ ย
เทพเจ้าแหง่ พรมวิหารเปน็ พระมเหสกั ขเทวราช องคท์ สี่ าม ผู้เป็นเจ้าเป็นใหญใ่ นชั้นพรหมมี สิบพักตร์ แปดกร ถอื
ธารพระกร ชอ้ นหมอ้ น้า คัมภรี ์มีประคาคล้องพระศอ มีธนชู ่อื ปรวตี ะ มหี งส์เปน็ พาหนะ พระพรหมมกี ายสีขาวเปน็
ผู้มีน้าพระทัยกอปรดว้ ยเมตตา กรุณามุทติ า อเุ บกขา ทางพุทธศาสนาจึงให้เรยี กว่าพรหมวหิ าร
29
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
อินทรชิตหรือรนพกั ตร์-พญายักษ์
ลกั ษณะหวั โขน หนา้ ยักษ์สเี ขียว ปากขบ ตาโพลง เขยี้ วคดุ (ดอกมะลิ) สวมชฎามนุษย์ หรือชฎายอดกาบไผ่เดนิ หนแบบ
พระอนิ ทร์ จอหน์ หูมี 2 แบบคอื จอนหูแบบมนษุ ย์และจอนหูแบบยักษ์ นอกจากนี้ยงั มหี นา้ เป็นสีทองอกี แบบหนง่ึ และในตอนเปน็
เด็กสวมกระบังหน้ามเี กย้ี วรัดจกุ (ชฎาเด็กหรอื หวั กมุ ารไว้จกุ ) กายสีเขยี ว 1พัตร์ 2 กร เป็นโอรสทศกัณฐ์กับนางมณโฑ มมี เหสชี ่อื นาง
สวุ รรณกันยมุ า มีบุตรช่อื ยามลิวันและกันยเุ วก อนิ ทรชติ เดมิ ช่อื รณพตั ร์ เมอ่ื รบชนะพระอินทร์ ทศกณั ฐจ์ งึ ต้งั ช่ือใหว้ ่าอินทรชติ ไดร้ ับ
พรจากพระเปน็ เจา้ 3 องค์ คอื พระอศิ วร พระพรหม และพระนารายณ์ มอี ทิ ธิฤทธ์มิ ากรบกับพระรามหลายครง้ั หลายหนตายด้วยศร
พระลักษมณ์ทเ่ี นินเขาจักรวาล ตอนตายองคตตอ้ งนาพานจากพระพรหมธาดามารองรบั เศียรอนิ ทรชติ เพื่อมใิ ห้ตกถงึ พืน้ เพราะจะ
เกดิ ไฟไหม้ทวั่ ทั้งจักรวาล
30
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
อินทรชิตหรือรนพักตร์-พญายักษ์
ลกั ษณะหวั โขน หนา้ ยักษ์สเี ขียว ปากขบ ตาโพลง เขยี้ วคดุ (ดอกมะลิ) สวมชฎามนุษย์ หรือชฎายอดกาบไผ่เดนิ หนแบบ
พระอนิ ทร์ จอหน์ หูมี 2 แบบคอื จอนหูแบบมนษุ ย์และจอนหูแบบยักษ์ นอกจากนี้ยงั มหี นา้ เป็นสีทองอกี แบบหนง่ึ และในตอนเปน็
เด็กสวมกระบังหน้ามเี กย้ี วรัดจกุ (ชฎาเด็กหรอื หวั กมุ ารไว้จกุ ) กายสีเขยี ว 1พัตร์ 2 กร เป็นโอรสทศกัณฐ์กับนางมณโฑ มมี เหสชี ่อื นาง
สวุ รรณกันยมุ า มีบุตรช่อื ยามลิวันและกันยเุ วก อนิ ทรชติ เดมิ ช่อื รณพตั ร์ เมอ่ื รบชนะพระอินทร์ ทศกณั ฐจ์ งึ ต้งั ช่ือใหว้ ่าอินทรชติ ไดร้ ับ
พรจากพระเปน็ เจา้ 3 องค์ คอื พระอศิ วร พระพรหม และพระนารายณ์ มีอทิ ธิฤทธ์มิ ากรบกับพระรามหลายครง้ั หลายหนตายดว้ ยศร
พระลักษมณ์ทเ่ี นินเขาจักรวาล ตอนตายองคตตอ้ งนาพานจากพระพรหมธาดามารองรบั เศียรอนิ ทรชติ เพื่อมใิ ห้ตกถงึ พืน้ เพราะจะ
เกดิ ไฟไหม้ทวั่ ทั้งจักรวาล
31
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
พระลักษณ์ – พระ
ลักษณะหวั โขน หน้าพระสที อง สวมมงกุฎยอเดนิ หน หรือมงกฎุ ชยั หรอื พระมหามงกฎุ ตอนทรงพรตสวม
ชฎายอดบวชหรือชฎายอดฤาษี เป็นอนุชาขอพระราม กายสีทอง ๑ พกั ตร์ ๒ กร คอื บัลลงั ก์นาคและสังขข์ องพระ
นารายณ์อวตารลงมาเกิดเปน็ โอรสท้าวทศรถกบั นางสมุทรชา เมือ่ พระรามออกเดินดงขอตามเสด็จดว้ ย ตรากตรา
ทาศึกขบั เคยี่ วกับเหล่าอสรู ตลอดระยะเวลา ๑๔ ปี
32
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
ท้าวมหาชมพู – พญาวานร
ลกั ษณะหวั โขน หน้าวานรปากอ้าสีขาบ หรือสีดงั ปกี แมลงทับ สวมชฎาหรอื มงกฎุ ยอดชยั มีฤทธเิ์ ดชมากไม่
ยอมไหวใ้ ครนอกจากพระนารายณ์และพระอศิ วร ปกครองเมืองชมพู เปน็ พนั ธมติ รกบั พญากากาศเมอื งขีดขนิ
33
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
นารายณ์ – พระ
ลักษณะหัวโขน หนา้ สีดอกตะแบก สวมมงกฎุ ยอดเดินหน หรือมงกฎุ ยอดชัย เทพเจา้ ผูร้ ักษาความดี
พระนารายณ์อยใู่ นตาแหนง่ พระมเหสกั ขเทวราชองค์ทสี่ องแหง่ พระเป็นเจ้าทส้ั ามของพราหมณ์ มชี ่อื หลายช่ือ
ตามฤทธ์ตามเดชและเหตกุ ารณ์
34
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
นารายณ์ – พระ
ลักษณะหัวโขน หนา้ สีดอกตะแบก สวมมงกฎุ ยอดเดินหน หรือมงกฎุ ยอดชัย เทพเจา้ ผูร้ ักษาความดี
พระนารายณ์อยใู่ นตาแหนง่ พระมเหสกั ขเทวราชองค์ทสี่ องแหง่ พระเป็นเจ้าทส้ั ามของพราหมณ์ มชี ่อื หลายช่ือ
ตามฤทธ์ตามเดชและเหตกุ ารณ์
35
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
วิรปู ักษ์ – พระ
ลักษณะหัวโขน หนา้ พระสีขาว หรอื สีมว่ งอ่อน สวมมงกุฎยอดนาค หรือมงกฎุ ชัย (บางตาราวา่ มงกุฎยอด
เดนิ หน) ราชาแหน่ าคทงั้ หลาย โลกาละครองทิศประจมิ กายสขี าว บางตาราวา่ สมี ว่ งอ่อน มี ๑ พกั ตร์ ๒ กร ใน
บทละครเรอ่ื งรามเกยี รต์ิ อวตารเป็นเสนาวานรชอ่ื มายูร
36
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
อิศวร-พระ
ลกั ษณะหวั โขน หนา้ พระสขี าวสวมมงกุฎน้าเตา้ กาบ นอกจากนย้ี งั มีการทามงกฎุ เปน็ ยอดต่างๆอีกเชน่ ยอดน้าเต้ากาบทรง
ปลี ยอดนา้ เต้ากาบทัดจนั ทร์ ยอดน้าเตา้ กาบปลายสะบัดเป็นต้น เทพเจา้ ผสู้ รา้ งโลกผเู้ ป็นใหญใ่ นเรอ่ื งรามเกียรติ์ กายสีขาว 1 พัตร์
4 กร เปน็ มเหสักขเทวราชองคท์ ่ี 1 สถิตทย่ี อดเขาไกรลาส มมี เหสี 3 พระองค์ ทรงนามว่า อุมาภควดี มเหศวรีและ สรัสวดี มีโอรสช่ือ
พระขนั ธกุมาร พระพิเนศ และพระพนิ าย พระอิศวรมีพระนามต่างๆดังนี้ พระเป็นเจ้า พระศลุ ี พระจอมไกรลาส พระสยมภูวญาณ
พระสยมภวู นาถ พระตรีภวู นาถ พระอศิ รา พระอศิ โรโมลี ทรงโคเป็นพาหนะ บางทีก็ทรงช้าง
37
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
พิเภก – พญายักษ์
ลกั ษณะหัวโขน หนา้ ยักษส์ เี ขียวปากแสยะตาจระเข้สวมมงกุฎนา้ เต้ากลม กายสเี ขยี ว 1 พักตร์ 2 กรเปน็
น้องรว่ มบดิ ามารดากับทศกัณฑ์ ชาติก่อนเป็นเวสสุญาณเทพบุตรมาจุติ มีความรอบรู้คัมภีร์ไตรเภทและ
โหราศาสตร์ ดว้ ยความประสงคข์ องพระเปน็ เจา้ เพื่อให้เปน็ ไสศ้ กึ รเู้ ลห่ ์กลของพวกยกั ษเ์ ปิดเผยให้แก่พระราม ทศ
กณั ฑ์ขบั ออกจากเมอื งเพราะแนะนาใหส้ ่งนางสีดาคนื จงึ สมคั รไปอยู่กบั พระรามด้วยตรวจดวงชะตาตนเองว่า
พระรามจะเปน็ ผ้อู ปุ ถมั ภ์มีบทบาทและปฎบิ ัตหิ น้าที่อันเป็นประโยชนใ์ นการสงคราม เชน่ การหาฤกษ์ยามการ
ทานายฝันการบอกวธิ แี กก้ ลอบุ ายการใชอ้ าวธุ และความลับตา่ งๆเพอ่ื ชยั ชนะเสรจ็ ศึกลงกาไดเ้ ป็นเจ้าลงกามนี ามวา่
เท้าทศคิริวงศ์ ตอ่ มาเกดิ กบฏในกรุงลงกาถูกจองจาไดร้ ับความช่วยเหลือจากพระรามและหนุมาน พเิ ภกมมี เหสีชอื่
นางตรชี ฎามพี ระธดิ าชอ่ื นางเบญกายมีอาวุธคือกคทากบั ศรเพื่อถือออกรบ
38
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
พญาสบุ รรณ (ครฑุ )-ปักษา
ลกั ษณะหัวโขน หน้าครฑุ สหี งส์เสนสวมเทรดิ เป็นพาหนะของพระนารายณ์ เทพเจ้าแหง่ นกทง้ั หลายปีก เล็บ ปากเหมือนนก
อนิ ทรยี ์ ตัวและแขนเปน็ คน โอรสของพระกศั ยปประชาบดกี บั นางวนิ ะตา มีมเหสีชอ่ื อนนะตี หรอื วินายะตา มบี ุตรชอ่ื สมั พาทีท่กี ับส
ดายุ
39
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
อินทรชิตหรือรนพกั ตร์-พญายักษ์
ลกั ษณะหวั โขน หนา้ ยักษ์สเี ขียว ปากขบ ตาโพลง เขยี้ วคดุ (ดอกมะลิ) สวมชฎามนุษย์ หรือชฎายอดกาบไผ่เดนิ หนแบบ
พระอนิ ทร์ จอหน์ หูมี 2 แบบคอื จอนหูแบบมนษุ ย์และจอนหูแบบยักษ์ นอกจากนี้ยงั มหี นา้ เป็นสีทองอกี แบบหนง่ึ และในตอนเปน็
เด็กสวมกระบังหน้ามเี กย้ี วรัดจกุ (ชฎาเด็กหรอื หวั กมุ ารไว้จกุ ) กายสีเขยี ว 1พัตร์ 2 กร เป็นโอรสทศกัณฐ์กับนางมณโฑ มมี เหสชี ่อื นาง
สวุ รรณกันยมุ า มีบุตรช่อื ยามลิวันและกันยเุ วก อนิ ทรชติ เดมิ ช่อื รณพตั ร์ เมอ่ื รบชนะพระอินทร์ ทศกณั ฐจ์ งึ ต้งั ช่ือใหว้ ่าอินทรชติ ไดร้ ับ
พรจากพระเปน็ เจา้ 3 องค์ คอื พระอศิ วร พระพรหม และพระนารายณ์ มอี ทิ ธิฤทธ์มิ ากรบกับพระรามหลายครง้ั หลายหนตายด้วยศร
พระลักษมณ์ทเ่ี นินเขาจักรวาล ตอนตายองคตตอ้ งนาพานจากพระพรหมธาดามารองรบั เศียรอนิ ทรชติ เพื่อมใิ ห้ตกถงึ พืน้ เพราะจะ
เกดิ ไฟไหม้ทวั่ ทั้งจักรวาล
40
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
วริ ญุ จาบงั – พญายกั ษ์
ลักษณะหัวโขน หนา้ ยักษ์สมี อหมึก ปากขบ ตาจระเข้สวมมงกุฎหางไก่ กายสมี อหมึกมี 1 พักตร์ 2 กร
บางตาราวา่ ตัวขาวหวั ดา หายตวั ไดท้ ง้ั ตน้ ทง้ั ม้า ยกทพั ไปชว่ ยทศกัณฐร์ บกบั กองทัพพระราม สมทบกบั กองทัพของ
ท้าวสทั ธาสูร พระรามแผลงศรค่าม้าทรง จงึ หนีไปซ่อนตวั ในฟองนา้ เชงิ เขาอัศกรรณ หนมุ านตามไปฆา่
41
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
ฤาษี
ลักษณะหัวโขน ในการทาหัวโขนหน้าพระฤาษีจะทาแตกต่างกนั หลายแบบ เช่น แตกตา่ งกันท่ีสี คอื จะมี
หนา้ สที อง สีล้นิ จ่แี ดง สีม่วง สกี ลีบบวั สีเน้ือ และสจี นั ทร์ เป็นต้น ส่วนจอนหูน้นั จะทาแบบมีจอนหูเปน็ ลกั ษณะ
คลา้ ยคลีบหางปลา กบั จอนหูธรรมดาแบบทใี่ ช้กบั เทริด บางทกี ไ็ มม่ ีจอนหู ลกั ษณะหน้าจะทาแบบ หนา้ อ้วน หนา้
ผอม หน้าย้มิ และหน้าดุ บางศรี ษะทาแบบผา้ โพกศีรษะ สวมเทรดิ หนังสอื สวมเทริดยอดบายศรี หรอื ยอดบวช หรอื
ชฎาดอกลาโพง ลกั ษณะของฟนั เป็นหนา้ ยิ้มเหน็ ฟนั เต็มปากบ้างเหน็ แต่ฟันบน ๒ ซ่ี หรือเหน็ ฟันบน ๒ ซี่ ฟนั ล่าง
๒ ซี่ หรือเป็นแบบไมม่ ีฟนั ก็มี แล้วสมมุตแิ ทนพระฤาษีต่างๆ สาหรับสวมศีรษะในการแสดงตามบทบาทและลักษณะ
ของฤาษีแต่ละตน แต่ในการแสดงปัจจุบันใช้การสวมเทริดฤาษีแทน
42
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
พระลักษณ์ – พระ
ลักษณะหวั โขน หน้าพระสที อง สวมมงกุฎยอเดนิ หน หรือมงกฎุ ชยั หรอื พระมหามงกฎุ ตอนทรงพรตสวม
ชฎายอดบวชหรือชฎายอดฤาษี เป็นอนุชาขอพระราม กายสีทอง ๑ พกั ตร์ ๒ กร คอื บัลลงั ก์นาคและสังขข์ องพระ
นารายณ์อวตารลงมาเกิดเปน็ โอรสท้าวทศรถกบั นางสมุทรชา เมือ่ พระรามออกเดินดงขอตามเสด็จดว้ ย ตรากตรา
ทาศึกขบั เคยี่ วกับเหล่าอสรู ตลอดระยะเวลา ๑๔ ปี
43
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
44
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
45
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
46
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
47
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
48
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
49
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง
50
ผชู้ ่วยศาสตราจารยส์ รุ ฐั บุญทรง