การเขียน เรียงความ คร ูโสภิญญา ดารา
ตัวชี้วัด ❖ เขียนเรียงความ (ท ๒.๑ ม. ๔/๒) ❖ ผล ิ ตงานเข ี ยนของตนเองในร ู ปแบบต ่ างๆ (ท ๒.๑ ม. ๔/๔) ❖ ประเมินงานเขียนของผู้อื่น แล้วน ามาพัฒนางานเขียนของตนเอง (ท ๒.๑ ม. ๔/๕) ❖ มีมารยาทในการเขียน (ท ๒.๑ ม. ๔/๘)
ความหมายของเรียงความ หมายถ ึ ง งานเข ี ยนร ้ อยแกว ้ ท ี ่ ม ุ ่ งถ ่ ายทอดความค ิ ดและ ประสบการณ์ มีโครงสร้าง ที่ประกอบด้วย เน ้ ื อเร ื ่ อง ค าน า สรุป
การเขียนเรียงความให้มีประสิทธิภาพ ควรพิจารณาดังต่อไปนี้ เอกภาพ หมายถ ึ ง ม ุ ่ งเสนอ ความคิด หรือสาระส าคัญ เพียงประเด็นเดียว สัมพันธภาพ หมายถึง ความเก ี ่ ยวขอ ้ งเช ื ่ อมโยง ของเน ้ ื อความแต ่ ละส ่ วน สารัตถภาพ หมายถึง ใจความส าคัญ หร ื อเน ้ ื อหาสาระท ี ่ ตอ ้ งการนา เสนอ
•การเข ี ยนเร ี ยงความจะตอ ้ งม ี ส ่ วนประกอบดง ั ต ่ อไปน ้ ี ๑. ค ำน ำ เป็ นการแสดงความร ู ้ส ึ กน ึ กค ิ ดของเราต ่ อหว ั ขอ ้ น ้ น ั ๆ -กล ่ าวพอเป็ นแนวใหผ ้ อ ู ้่ านร ู ้ วา ่ จะเร ิ ่ มเร ื ่ องอยา ่ งไร -อาจจะแสดงความค ิ ดเห ็ นท ี ่ ผอ ู ้่ านมองขา ้ มทา ใหผ ้ อ ู ้่ านท ่ ึ ง แต ่ ตอ ้ งสม ั พน ั ธ ์ กบ ั หว ั ขอ ้ ไม ่ ตอ ้ งเข ี ยนยาว - บางหว ั ขอ ้ อาจจะใหน ้ ิ ยามคา จา กด ั ความหมายของส ิ ่ งท ี ่เป็ น หว ั ขอ ้ กไ็ ด ้ แต ่ใชน ้ อ ้ ยมากเพราะจะไม ่ เด ่ น บางคร ้ ั งอาจจะยก ขอ ้ ความของบ ุ คคลใดบ ุ คคลหน ่ ึ งท ี ่ กล ่ าวเก ี ่ ยวกบ ั หว ั ขอ ้ น ้ น ั ๆ เป็ นบท สนทนาส ้ น ั ๆ - เป็ นบทกลอน สุภาษิต ค าพังเพย - เป็ นเน ้ ื อเพลง - เป็ นปั ญหาถามใหผ ้ อ ู ้่ านค ิ ด องค์ประกอบของเรียงควำม
• ๒. เนื้อเรื่อง ต้องพรรณนาแยกแยะ โดยใช้โวหารบรรยายเป็น หลัก และแทรกโวหารชนิดอื่นๆ เข้าไป -ยกอ ุ ทาหรณ ์ หร ื อตว ั อยา ่ งใหผ ้ อ ู ้่ านเห ็ นจร ิ ง (สาธกโวหาร) เพ ื ่ อใหข ้ อ ้ ความท ี ่ กล ่ าวม ี น ้ า หนก ั -อยา ่ เข ี ยนลก ั ษณะเป็ นขอ ้ ๆ เหม ื อนการตอบคา ถาม -ควรม ีไม ่ นอ ้ ยกวา ่ ๓-๔ ยอ ่ หนา ้ (จ านวนตามโครงเรื่องที่ กา หนดไว)้ - มีการยกอุปมาอุปไมย (อุปมาโวหาร) - เขียนตามโครงเรื่องที่วางไว้
• ๓. สรุป การสร ุ ปค ื อการลงทา ้ ยหร ื อส ่ งทา ้ ยเร ื ่ อง กระท าได้ หลายวิธีคือ - เป็ นการเสนอข้อคิดขมวดท้ายเรื่อง - เป็ นการแสดงความค ิ ดเห ็ นใหจ ้ บลงอยา ่ งเดด ็ ขาด - เป็ นการเสนอความค ิ ดบางอยา ่ งท ี ่ คนอ ื ่ นยง ัไม ่ ทนคิด ั -อาจจะจบด้วย ค าคม สุภาษิต ค าประพันธ์ ข้อความที่ ประทบ ัใจแก ่ ผอ ู ้่ าน
การวาง โครงเรื่อง ในการเข ี ยนเร ี ยงความท ุ กเร ื ่ อง ถา ้ไม ่ วางโครงเรื่อง จะทา ใหห ้ ว ั ขอ ้สบ ั สน ไม ่ เป็ นระเบ ี ยบ ไม ่ เป็ นไป ตามล าดับความคิด (โครงเร ื ่ องค ื อ หว ั ขอ ้ ยอ ่ ยของหัว เร ื ่ องท ี ่ ผเ ู ้ ข ี ยนตอ ้ งการเสนอแก ่ ผอ ู ้่ าน)เมื่อได้โครง เร ื ่ องแลว ้ ส ิ ่ งท ี ่ จะตอ ้ งทา ต ่ อไปค ื อ
๑. เข ี ยนโดยใชล ้ ายม ื อท ี ่ อ ่ านง ่ าย สะกดถ ู กตอ ้ งไม ่ สกปรก ๒. ยอ ่ หนา ้ใหพ ้ อเหมาะกบ ั เน ้ ื อเร ื ่ อง และเร ิ ่ มยอ ่ หนา ้ใหม ่ เม ื ่ อข ้ึ น ใจความใหม ่ ๓. ไม ่ ตอ ้ งม ี คร ั บ ค ่ ะ หรือเขียนในลักษณะการสนทนา ยกเว้น ขอ ้ ความท ี ่ นา มาอา ้ งอ ิ ง ซ ่ ึ งอยใ ู ่ นเคร ื ่ องหมายอญ ั ประกาศ “ ๔. อยา ่ เข ี ยนภาษาไทยปนภาษาอง ั กฤษ ๕. อยา ่ เข ี ยนตว ั เลขเป็ นขอ ้ ๆ แบบการตอบคา ข้อควรระวังในการเขียนเรียงความ
๖. อยา ่ เข ี ยนขอ ้ ความลอยๆ โดยไม ่ ม ี การยกตว ั อยา ่ ง ประกอบ ถ้ามีโคลง กลอน ควรน ามาประกอบเพื่อให้เก ิ ด ความน ่ าเช ื ่ อถ ื อ ๗. อยา ่ ใชส้ า นวนพด ู เช ่ น ไม ่ไดค ้่ ะ มีอะไรอีกหรือ ๘. ตอ ้ งวางโครงเร ื ่ องก ่ อนท ุ กคร ้ ั ง ๙. ค ิ ดคา นา และสร ุ ปใหป้ ระทบ ัใจและเหมาะกบ ั เน ้ ื อหา
๑. เร ี ยงลา ดบ ั ความสา คญ ั วา ่ โครงเร ื ่ องใดควรมา ก ่ อนหลง ั ๒. เข ี ยนเนอ ้ เร ื ่ องใหส้ ม ั พน ั ธ ์ กบ ัโครงเร ื ่ องแต ่ ละหว ั ขอ ้ โดยไม ่ จา เป็ นตอ ้ งเข ี ยนช ื ่ อโครงเร ื ่ องลงไป ๓. โครงเร ื ่ องแต ่ ละโครงเร ื ่ อง สามารถใชข ้ อ ้ ความ โวหารชน ิ ดต ่ างๆ บรรยาย พรรณนา หร ื อยกตว ั อยา ่ งได ้ และโครงเร ื ่ องหน ่ ึ งๆ จะม ี ก ี ่ ยอ ่ หนา ้ กไ็ ด ้
จากเรียงความ “พระบิดาแห่งการจัดการน ้า” ➢ เอกภาพ การกล ่ าวถ ึ งในหลวงร ั ชกาลท ี ่ ๙ให้ ความสา คญ ั กบ ั การพฒ ั นาและการจด ั การทร ั พยากรน ้ า เพ ื ่ อแกไ้ ขปั ญหาและบรรเทาความเด ื อดร ้ อนของราษฎร ➢ สัมพันธภาพ ค ื อ ท ุ กยอ ่ หนา ้ ร ้ อยเร ี ยงกน ั ➢ สารัตถภาพ คือ เนน ้ ใหผ ้ อ ู ้่ านเห ็ นพระ อัจฉริยภาพของใหลวงรัชกาลที่ ๙ ไดเ ้ ด ่ นชด ั ในดา ้ นการพฒ ั นาแหล ่ งน ้ า เพ ื ่ อราษฎร