แบบสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียน
คำชี้แจง : ครพู จิ ารณาใหค้ ะแนนนกั เรยี นรายบคุ คลตามข้อคำถามที่กำหนดให้ในใบรายชื่อนกั เรยี น
โดยใช้เกณฑใ์ นการประเมนิ ดังนี้
3 = มาก 2 = ปานกลาง 1 = น้อย
พฤตกิ รรมท่สี ังเกต ระดบั คะแนน
321
1.แสวงหาข้อมลู จากแหลง่ เรยี นรู้ต่าง ๆ
2.มคี วามตั้งใจ
3. .พยายามแสวงหาความรู้
4.เขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้
5.ยกตวั อยา่ งการใช้โปรแกรมคอมพวิ เตอร์เพ่ือ
แกป้ ญั หาในชวี ิตประจำวันได้
รวม (15)
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
1-7 ปรับปรุง
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 6
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 การออกแบบและเขยี นอลั กอริทึม เวลา 12 ช่ัวโมง
เร่ือง My Iron Bit เวลา 4 ชวั่ โมง
รายวชิ า คอมพิวเตอร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 1
1. ผลการเรียนรู้
1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ การนำข้อมูลปฐมภูมิเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ วิเคราะห์ ประเมิน
นำเสนอขอ้ มูลและสารสนเทศ ไดต้ ามวัตถุประสงค์
2. เพ่ือให้ผู้เรียนใช้ทักษะการคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริง และเขียนโปรแกรมอย่าง
งา่ ย เพื่อชว่ ยในการแก้ปญั หา
3. เพื่อใหผ้ เู้ รยี นใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารอยา่ งรูเ้ ท่าทนั และรบั ผดิ ชอบต่อสังคม
4. เพ่ือให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม
และการดำรงชวี ติ
5. เพ่ือให้ผู้เรียนพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการ
ทักษะในการส่อื สาร และความสามารถในการตัดสินใจ
6. เพ่ือให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีอยา่ งสรา้ งสรรค์
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1.นักเรียนอธบิ ายหลักการเขียนโปรแกรมได้ (K)
2.นกั เรยี นสามารถเขยี นโปรแกรมเพื่อแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ หรอื วิทยาศาสตร์ได้ (P)
3.นักเรียนสามารถยกตัวอย่างการใชโ้ ปรแกรมเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวนั ได้ (A)
3. สาระสำคญั
การเขยี นโปรแกรมเพ่ือแก้ปัญหาการทำงานในชวี ิตประจำวัน
4. สาระการเรยี นรู้
- การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
5. รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน
- การสมมติ
- แนวคดิ เชิงคำนวณ (Computational Thinking)
6. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
ความสามารถในการสอ่ื สาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป้ ัญหา ซอ่ื สตั ย์ สจุ รติ
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ ใฝเ่ รยี นรู้
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี มุ่งม่นั ในการทำงาน
7. ทกั ษะ 4 Cs มจี ติ สาธารณะ
ทักษะการคิดวิจารณญาณ (Critical Thinking)
ทกั ษะการทำงานร่วมกัน (Collaboration Skill)
ทักษะการส่อื สาร (Communication Skill)
ทักษะความคิดสรา้ งสรรค์ (Creative Thinking)
8. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
มวี ินยั
อยู่อยา่ งพอเพียง
รักความเป็นไทย
9. การจดั กระบวนการเรยี นรู้
ช่ัวโมงที่ 1 เข้าใจแนวคิด และเห็นความสำคัญของเซนเซอร์
ขั้นนำ (10 นาที)
1. ครแู จกกระดาษA4ให้นกั เรยี นคนละแผ่น และพบั เครอ่ื งบนิ ตามจินตนาการของตนเอง
2. ครใู ห้สุม่ นักเรียน2-3คนขึ้นมาหน้าห้องเพ่ือทดสอบการรอ่ นเคร่ืองร่อนของตนเอง
ขั้นสอน (30 นาที)
1. ครูให้นักเรยี นเปรียบเทยี บระหว่างการร่อนอยา่ งอิสระของเคร่ืองร่อนกระดาษ และเคร่อื งบนิ จรงิ
2. ครอู ธบิ ายหลกั การทำงาน และความสำคญั ของเซนเซอร์ที่ใชใ้ นระบบของเคร่อื งบิน (แนวทางการอธบิ าย :
ความสำคญั องศาการบนิ ความสมดุลของเครื่อง เขม็ ทิศ(ทิศทาง) และความเรว็ ในการบนิ )
3.ครูแนะนำอปุ กรณช์ ดุ เบรกเอาทบ์ อร์ด พร้อมสาธิตวธิ ีการเขียนโปรแกรมเพื่อส่งั งานจอOLED (อธิบายจุดประสงค์
ในการทำกิจกรรม : ทดลองวัดองศาการบนิ จากเคร่ืองร่อน)
4.ครสู าธิตวิธกี ารเขียนโปรแกรมให้บอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์แสดงคา่ จากเซนเซอรว์ ดั ความเอียงผ่านจอ OLED
5.ครนู ำบอรด์ ไมโครคอนโทรลเลอรม์ าวางบนเครื่องร่อนกระดาษ และสาธิตวิธีการอ่านคา่ Pitch ,Roll, Yaw
สรปุ (10 นาที)
ช่วยกันสรปุ ความรทู้ ี่ได้
ช่ัวโมงท่ี 2 การใชฟ้ ังก์ชนั่ Sensor และการใช้งานฟังก์ชน่ั OLED ใน Tinker Kit
ขน้ั นำ (10 นาที)
1.ทบทวนความร้เู ดิม (ทบทวนขอ้ มลู และเซนเซอร์ท่สี ำคัญตอ่ ระบบการบิน)
ขั้นสอน (30 นาที)
1.ครูแจกบอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์ และชุดเช่อื มเบรคเอาท์บอร์ดจำนวนตามความเหมาะสม
2.ครูทบทวนวธิ กี ารใชง้ านฟังกช์ นั OLED จากน้นั ใหน้ กั เรยี นเขียนโปรแกรมเพอ่ื ส่ังให้บอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์
แสดงคา่ เซนเซอรว์ ดั ความเอียงผา่ นจอ OLED
3.ครใู ห้นกั เรยี นอัพโหลดโปรแกรมลงบอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์ และนำบอรด์ มาชดิ ดา้ นบนเครือ่ งร่อนกระดาษ
ของตนเองจากน้นั ใหน้ ักเรยี นทดลองอา่ นค่าความเอียงทง้ั สามแกน Pitch ,Roll, Yaw โดยใหน้ กั เรยี นสังเกตุความ
แตกต่างคา่ ท่ีเปล่ียนไป
4.ครูต้งั คำถามวา่ ถา้ ระบบเคร่ืองบนิ ของนักเรยี นมเี พียงค่าความเอยี งจะเพยี งพอตอ่ ระบบการบนิ หรือไม่ (แนว
คำตอบ : ไมเ่ พียงพอ ..ต้องใช้เข็มทิศ อุณภมู ิของเคร่ืองบิน และอ่ืน ๆ )
5.ครูแนะนำเซนเซอร์อื่นของบอรไ์ มโครคอนโทรลเลอร์ และให้นักเรียนทดลองเขยี นโปรแกรมการเรียกใช้งาน
เซนเซอรว์ ดั แสง เซนเซอรว์ ัดอุณหภมู ิ และเข็มทิศ
สรุป (10 นาที)
1.นกั เรียนสรุปความรู้ร่วมกัน
ชว่ั โมงที่ 3 การใช้งานฟังกช์ นั On button และLogic
ขั้นสอน (50 นาที)
1.ครูเปิดวีดโี อการลงจอดยานอวกาศโดยเนน้ วีดีโอการพุ่งเข้าสชู่ ้นั บรรยากาศของยานบนิ ที่เกิดการเผาไหมต้ วั
ยานระหว่างการเขา้ สู่ช้ันบรรยากาศ
2.ครถู ามนักเรียนวา่ ทำไมรอบตวั ยานถึงมกี ารเผาไหม้
3.ครใู หน้ ักเรียนจนิ ตนาการว่ายานบนิ ในคลปิ เป็นของนกั เรียนเองจะมวี ธิ แี ก้ปัญหาอย่างไร
4.ครูแนะแนวทางการสรา้ งระบบแจ้งเตอื นความปลอดภัยโดยระบบจะแจ้งเตือนนักบินเมื่ออุณหภูมิของยาน
เพิม่ สูงเกนิ กวา่ ระดบั ที่ปลอดภัย และการสรา้ งป่มุ กดขอความชว่ ยเหลือฉกุ เฉนิ
5.ครสู อนวิธกี ารใชง้ านฟังก์ชัน On Button และฟงั ก์ชันLogic
สรุป (10 นาที)
1.ร่วมกนั สรุปความรู้ทไ่ี ด้รับในชั่วโมง
ชั่วโมงท่ี 4 ออกแบบโปรแกรมเพื่อการแกป้ ญั หาอยา่ งมเี หตผุ ล
ข้นั นำ (10 นาที)
1.ทบทวนความรูเ้ ดิมจากชว่ั โมงทแ่ี ลว้
(ออกแบบโดยใชง้ านฟงั กช์ ่นั OLED ฟังก์ช่ันOn Button และการใช้Logic)
ขั้นสอน (30 นาที)
1.ครใู ห้นักเรยี นออกแบบระบบชุดเกราะบินไดข้ องตนเองโดยนำขอ้ มลู จากแบบฝึกหัดวิชาวทิ ยาการคำนวณ ชน้ั
มธั ยมศกึ ษาปีท1่ี บริษทั อกั ษรเจริญทศั น์ หน้า28-30 ท่ีนักเรียนเคยออกแบบระบบการบินมาใช้เปน็ แนวทางในการ
เขยี นโปรแกรม
สรุป (10 นาที)
1.นกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ท่ีไดร้ บั จากชวั่ โมง
10. ส่ือแหล่งการเรียนรู้
1)หนังสือเรียน วชิ าวิทยาการคำนวณ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี1
2)แบบฝกึ หดั เรื่อง การเขยี นโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากอลั กอรทิ ึม
11. การวดั และการประเมินผล
จดุ ประสงค์ วธิ ีการประเมนิ เคร่อื งมอื การ เกณฑ์การประเมนิ
ประเมิน
1.นกั เรยี นอธิบายหลักการ 1.การตอบคำถามใน 1.แบบประเมนิ 1.สามารถตอบคำถามใน
เขียนโปรแกรมได้ (K) แบบฝกึ หดั เรอ่ื ง การเขียน แบบฝกึ หัด แบบฝกึ หัดได้ถกู ต้อง
โปรแกรมเบือ้ งต้น 60 % ข้ึนไป
2.นกั เรยี นเขียนโปรแกรม 2.การเขยี นโปรแกรม 2.แบบประเมิน 2.นกั เรยี นเขียนโปรแกรม
คอมพวิ เตอรเ์ พื่อแกป้ ัญหา คอมพวิ เตอร์ในช้นิ งาน ช้นิ งาน คอมพวิ เตอร์ และควบคุม
ทพ่ี บในชีวิตประจำวนั ได้ การทำงานของบอรด์
(P) ไมโครคอนโทรลเลอร์จาก
คำสั่งทีเ่ ขียนได้
3.นกั เรยี นยกตัวอย่างการ 3.ยกตวั อย่างการใช้ 3.แบบประเมิน 3.นกั เรียนยกตัวอยา่ งการ
ใชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพอื่ พฤติกรรม (หัวข้อ ใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอร์
เพือ่ แกป้ ัญหาทพี่ บใน แกป้ ญั หาในชีวิตประจำวัน การยกตัวอย่างการ เพอ่ื แกป้ ญั หาใน
ชีวิตประจำวันได้ (A) ได้ ปรบั ใชใ้ นชีวติ จรงิ ) ชีวติ ประจำวันไดอ้ ย่างน้อย
2 ตวั อยา่ ง
แบบประเมนิ ชิ้นงาน “การเขียนอลั กอรทิ ึมด้วยรหสั จำลอง”
คำอธบิ ายระดับคณุ ภาพ / ระดบั คะแนน
ประเด็นการประเมินชิน้ งาน ดี (3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ปรบั ปรุง (1 คะแนน)
1.ความถกู ตอ้ งของเนื้อหา 1.สามารถเขียนโปรแกรม 1.สามารถเขยี นโปรแกรม 1.เขยี นโปรแกรม
2.คณุ ภาพช้ินงาน คอมพิวเตอร์ และควบคมุ คอมพวิ เตอร์ และควบคุมการ คอมพวิ เตอร์ และควบคุม
การทำงานของบอรด์ ทำงานของบอร์ด การทำงานของบอร์ด
ไมโครคอนโทรลเลอร์จาก ไมโครคอนโทรลเลอรจ์ าก ไมโครคอนโทรลเลอร์จาก
คำส่ังทเี่ ขยี นไดต้ ามที่ คำสง่ั ท่เี ขียนไดต้ ามทตี่ ้องการ คำสง่ั ท่เี ขียนไมไ่ ด้ตามท่ี
ตอ้ งการ บางส่วน ตอ้ งการ
2.สามารถเขียนโปรแกรม 2.สามารถเขียนโปรแกรม 2.สามารถเขียนโปรแกรม
คอมพิวเตอรไ์ ดช้ ดั เจน
คอมพิวเตอรไ์ ดช้ ัดเจน เข้าใจ คอมพวิ เตอรไ์ ด้ชัดเจน แต่ เข้าใจง่าย
ง่าย และมคี วามสรา้ งสรรค์ คำส่งั ค่อนข้างซบั ซ้อน และมี
ในการสรา้ งช้ินงาน ความสรา้ งสรรค์ ในการสร้าง
ช้ินงาน
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
5-6 ดี
3-4
1-2 พอใช้
ปรับปรุง
แบบสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียน
คำชี้แจง : ครพู จิ ารณาใหค้ ะแนนนกั เรยี นรายบคุ คลตามข้อคำถามที่กำหนดให้ในใบรายชื่อนกั เรยี น
โดยใช้เกณฑใ์ นการประเมนิ ดังนี้
3 = มาก 2 = ปานกลาง 1 = น้อย
พฤตกิ รรมท่สี ังเกต ระดบั คะแนน
321
1.แสวงหาข้อมลู จากแหลง่ เรยี นรู้ต่าง ๆ
2.มคี วามตั้งใจ
3. .พยายามแสวงหาความรู้
4.เขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้
5.ยกตวั อยา่ งการใช้โปรแกรมคอมพวิ เตอร์เพ่ือ
แกป้ ญั หาในชวี ิตประจำวันได้
รวม (15)
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
1-7 ปรับปรุง
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 7
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 การจดั การข้อมลู สารสนเทศ เวลา 7 ช่ัวโมง
เรอื่ ง นกั สำรวจรนุ่ เยาว์ เวลา 4 ชั่วโมง
รายวชิ า คอมพิวเตอร์ กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
1. ผลการเรียนรู้
1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ การนำข้อมูลปฐมภูมิเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ วิเคราะห์ ประเมิน
นำเสนอขอ้ มลู และสารสนเทศ ได้ตามวตั ถุประสงค์
2. เพ่ือให้ผู้เรียนใช้ทักษะการคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริง และเขียนโปรแกรมอย่าง
งา่ ย เพอ่ื ช่วยในการแก้ปญั หา
3. เพื่อใหผ้ เู้ รียนใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารอย่างรู้เทา่ ทนั และรบั ผิดชอบต่อสังคม
4. เพ่ือให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม
และการดำรงชีวติ
5. เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการ
ทักษะในการสอ่ื สาร และความสามารถในการตัดสนิ ใจ
6. เพ่ือให้ผู้เรียนเป็นผู้ท่ีมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยอี ย่างสร้างสรรค์
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1)นักเรยี นเข้าใจและบอกลกั ษณะของข้อมูลปฐมภมู ไิ ด้ (K)
2)นักเรียนสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภมู ิ ประมวลผลและนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของสารสนเทศได้
(P)
3)นกั เรียนยกตัวอยา่ งการใชข้ ้อมลู ปฐมภมู ิในชีวิตประจำวันอย่างสรา้ งสรรค์ได้ (A)
3. สาระสำคญั
ข้อมูลที่ถกู เก็บบนั ทึก รวบรวมจากแหล่งข้อมูลโดยตรงผ่านวธิ ีการที่หลากหลาย เช่น การสงั เกตุ การ
สอบถาม การสัมภาษณ์ รวมถึงการทดลองเพ่ือจดั ทำข้อมลู ข้ึนเรียกวา่ ข้อมูลปฐมภมู ิ
4. สาระการเรียนรู้
1.ลักษณะของข้อมลู ปฐมภูมิ
2.วิธกี ารในการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ปฐมภูมิ
5. รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน
บทบาทสมมติ
6. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน ซือ่ สตั ย์ สุจรติ
ความสามารถในการสื่อสาร ใฝ่เรียนรู้
ความสามารถในการคิด มุง่ ม่ันในการทำงาน
ความสามารถในการแก้ปัญหา มีจติ สาธารณะ
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
7. ทักษะ 4 Cs
ทักษะการคิดวจิ ารณญาณ (Critical Thinking)
ทกั ษะการทำงานรว่ มกนั (Collaboration Skill)
ทกั ษะการสอ่ื สาร (Communication Skill)
ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking)
8. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
มวี นิ ัย
อยู่อยา่ งพอเพียง
รักความเป็นไทย
9. การจดั กระบวนการเรยี นรู้
ชว่ั โมงที่ 1
ขน้ั นำ (10 นาที)
1. เปิดวีดโี อภาพยนตรน์ กั สำรวจ
2. ครชู วนนกั เรียนพูดคุยแลกเปลี่ยนความคดิ เหน็ กนั เกยี่ วกับการสำรวจ
(แนวทางการต้ังคำถามชวนคุย: การวางแผนการเดินทาง การเลือกพ้ืนที่ในการสำรวจ QR Code ลงิ้ ตวั อยา่ งวดี โี อ
ทำไมต้องมีการสำรวจ ข้อมูลทเี่ ก่ยี วข้องกับการสำรวจ)
ขั้นสอน (30 นาที)
1. ครูกำหนดหัวข้อภารกจิ ในการสำรวจขอ้ มูลใหก้ บั นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ เพือ่ ทำการสำรวจขอ้ มูลใกลต้ ัว เช่น
สำรวจจำนวนประชากร สำรวจสภาพแวดลอ้ มตามหัวขอ้ ทสี่ นใจโดยกล่มุ ทต่ี ้องการสำรวจทรพั ยากรตาม
หัวขอ้ ทีส่ นใจให้ตั้งหัวข้อภารกจิ ขึน้ เอง สว่ นกลุม่ ทีต่ ้องการหวั ข้อภารกิจจากครใู ห้ครูทำหนา้ ทก่ี ำหนด
หัวขอ้ ให้ (แนวทางภารกิจ : สำรวจจำนวนประชากรนกในโรงเรียน สำรวจจำนวนรังมด สำรวจจำนวน
สวนหยอ่ ม สำรวจจำนวนตน้ เฟอื่ งฟ้า สำรวจจำนวนประตู สำรวจจำนวนตึก สำรวจจำนวนหอ้ งพกั ครู
สำรวจจำนวนห้องเรียน สำรวจจำนวนคอมพิวเตอร์ สำรวจจำนวนร้านขายขา้ วหรือร้านขายกว๋ ยเตยี๋ ว
สำรวจจำนวนนกั เรยี น สำรวจจำนวนครู )
2. ครใู ห้นกั เรียนทำภารกจิ การสำรวจในเวลาท่ีกำหนด จากน้ันใหน้ กั เรยี นทุกคนกลบั มานำเสนอขอ้ มูลท่ไี ป
สำรวจบนกระดานดว้ ยการเขียนนำเสนอพอสังเขปภายในชั่วโมง (โดยอยู่ภายใต้การทำงานอยา่ งปลอดภัย)
ขน้ั สรุป
1. ครูให้นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายความร้แู ละทักษะท่ีได้รบั จากการทำกิจกรรม
2. ครสู รปุ ลักษณะของข้อมลู ทน่ี ักเรยี นไปสำรวจมาวา่ เปน็ ลกั ษณะของข้อมูลปฐมภูมิ
ชั่วโมงท่ี 2 (ต่อ)
ขั้นสอน (40 นาที)
1. ครูให้นกั เรยี นทบทวนภารกจิ ที่ได้ทำในชัว่ โมงที่แล้ว
2. ครูแจกกระดาษบรฟู้ ใหน้ กั เรยี นแต่ละกล่มุ จากนัน้ ให้นักเรียนนำข้อมูลจากการทำการสำรวจในชว่ั โมงท่ี
แล้วมาเขยี นนำเสนอให้ผูฟ้ ังเขา้ ใจงา่ ยที่สุดในเวลา 10 นาที
3. ครูให้แต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอข้อมลู การทำภารกจิ ของกลุ่มตนเองจนครบทุกกลมุ่
4. ครูถามนักเรยี นวา่ มคี วามคิดเห็นอย่างไรเก่ยี วกบั การนำเสนอข้อมูลผ่านกระดาษบรู๊ฟให้นักเรียนรว่ มกัน
แสดงความคดิ เห็น (แนวทางการตอบคำถาม : ไม่ทันสมัย ไมเ่ ขา้ กบั ยคุ 4.0 อ่านยาก มองไมช่ ดั เข้าใจยาก
เสีย่ ต่อการสญู หาย)
5. ครูสรปุ กรอบความคดิ เกยี่ วกับการนำเสนอข้อมลู ผา่ นกระดาษบรฟู๊ ของนักเรยี น จากนัน้ ครบู อกนักเรียนวา่
กจิ กรรมต่อไปจะให้นักเรยี นลองนำข้อมูลเดิมมานำเสนอในรูปแบบใหม่ท่ีน่าสนใจกวา่ แบบเดมิ
6. ครมู อบหมายใหแ้ ต่กลุ่มนำข้อมูลจากการสำรวจมาประมวลผลให้อย่ใู นรปู แบบสารสนเทศพร้อมเตรยี มตวั
นำเสนอ
7. ครูใหน้ กั เรยี นเลือกรูปแบบ วิธีการ โปรแกรม หรือซอฟแวร์ทใ่ี ชใ้ นการนำเสนอตามความสนใจ โดยมี
รายละเอียดในการนำเสนอ ดังนี้
ข้อมลู ที่สำรวจในรูปแบบที่ได้รบั มอบหมาย (หวั ขอ้ รูปแบบของขอ้ มลู : นำเสนอแบบกราฟ
นำเสนอแบบแผนภูมิแนวตัง้ นำเสนอแบบแผนภูมิแนวนอน นำเสนอแบบแผนภูมิวงกลม
นำเสนอแบบอินโฟกราฟฟกิ )
1) วธิ ีการรวบรวมขอ้ มูล
2) ประโยชน์จากการสำรวจขอ้ มูล
3) สิ่งทคี่ าดว่าจะนำข้อมลู ไปใชป้ ระโยชนใ์ นอนาคต
สรุป (10 นาที)
1. ครใู หน้ กั เรยี นสรปุ ความรู้และทักษะท่ีได้จากการทำภารกจิ สำรวจ
ช่ัวโมงที่ 3 (ต่อ)
ขนั้ สอน (50 นาที)
1. ครูทบทวนกจิ กรรมในช่วั โมงท่ีแลว้ ใหน้ กั เรียนฟัง
2. ครูให้นักเรยี นออกมานำเสนองาน 2-4 กลมุ่
ชวั่ โมงที4่
ข้ันสอน (40 นาที)
1. ครทู บทวนภารกิจท่ีนักเรียนได้ทำจากสองชวั่ โมงทีผ่ า่ นมา
2. ครูให้กลมุ่ ท่ียังไมไ่ ด้นำเสนอออกมานำเสนอข้อมูลจากภารกจิ ในชั่วโมงท่แี ลว้ โดยนำเสนอข้อมูลตาม
รูปแบบท่ีไดร้ ับมอบหมาย
3. ครูใหน้ ักเรียนช่วยกนั เปรียบเทยี บรูปแบบการนำเสนอข้อมูลทีน่ กั เรยี นใช้ในชว่ั โมงน้กี บั ชั่วโมงท่ีผา่ นมา
(แนวคำตอบ อ่านง่ายกวา่ เข้าใจงา่ ย สวยงาม เขา้ กบั ยุดดิจิทัล เก็บข้อมลู บนระบบออนไลน์ได้ไม่เสี่ยงกบั
การสญู หาย)
สรปุ (10 นาที)
1.ครูสรุปลักษณะของข้อมลู ปฐมภมู ิ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมลู ปฐมภมู ิ
10. ส่ือแหล่งการเรยี นรู้
1)หนงั สอื เรยี น วชิ าวิทยาการคำนวณ ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่1
11. การวัดและการประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์ วธิ กี ารประเมนิ เครอ่ื งมือการประเมิน เกณฑ์การประเมนิ
1.แบบฝกึ หัด 1.นักเรยี นตอบคำถามได้
1)นักเรยี นเขา้ ใจและบอก 1.การตอบคำถามในช้นั ถูกต้องมากกวา่
2.แบบประเมนิ ชิน้ งาน 60 % ขนึ้ ไป
ลกั ษณะของข้อมูลปฐมภูมิ เรียนและการตอบ การนำเสนอชิ้นงาน 2.นกั เรียนได้คะแนนการ
นำเสนอชิ้นงาน
(K) คำถามในแบบฝึกหดั 3.แบบประเมนิ 60 % ขน้ึ ไป
พฤติกรรมในหวั ข้อการ
2)นกั เรียนสามารถเกบ็ 2.การนำเสนอข้อมูลที่ ตอบคำถาม 3.นักเรียนยกตวั อยา่ งได้
มากกวา่ 2ตัวอย่าง
รวบรวมขอ้ มูลปฐมภูมิ นักเรยี นรวบรวมใน
ประมวลผลและนำเสนอ รปู แบบสารสนเทศ
ข้อมลู ในรปู แบบสารสนเทศ
ได้ (P)
3)นกั เรยี นยกตวั อย่างการใช้ 3.นักเรียนยกตวั อยา่ ง
ข้อมลู ปฐมภมู ิใน การใช้ขอ้ มูลปฐมภูมิใน
ชวี ติ ประจำวนั อย่าง ชีวิตประจำวันอยา่ ง
สร้างสรรค์ได้ (A) สร้างสรรค์ได้
แบบประเมนิ ผลงาน
คำอธบิ ายระดบั คณุ ภาพ / ระดับคะแนน
ประเดน็ การประเมินชน้ิ งาน ดี (3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ปรับปรงุ (1 คะแนน)
1.ความถูกตอ้ งของเนอ้ื หา 1.สามารถสำรวจค้นหา 1.สามารถสำรวจค้นหาจำนวน 1.สามารถสำรวจค้นหา
จำนวนสงิ่ ของต่าง ๆ จาก สิ่งของต่าง ๆ จากแหลง่ ขอ้ มลู จำนวนส่งิ ของต่าง ๆ จาก
แหลง่ ข้อมูลปฐมภูมไิ ด้ ปฐมภูมไิ ดถ้ กู ต้องตามโจทย์ท่ี แหลง่ ขอ้ มลู ปฐมภมู ไิ ด้
ถกู ตอ้ งตามโจทยท์ ไี่ ด้รบั ได้รับ แต่มขี อ้ ผดิ พลาดล็กนอ้ ย ถกู ตอ้ งตามโจทย์ทไี่ ดร้ ับ แต่
มีข้อผิดพลาด
2.คุณภาพของผลงานและการ 2.แสดงออกถึงการวางแผน 2.แสดงออกถึงการวางแผน 2.แสดงออกถงึ การวางแผน
นำเสนอขอ้ มูลในกระดาษ การนำเสนอขอ้ มูลจาก
แหล่งขอ้ มูลปฐมภมู ิเป็น การนำเสนอขอ้ มูลจาก การนำเสนอขอ้ มลู จาก
อยา่ งดี ทำใหเ้ ขา้ ใจง่าย และ
ใช้อินโฟกราฟฟกิ มี แหล่งขอ้ มูลปฐมภมู ิเปน็ อย่างดี แหล่งข้อมูลปฐมภมู ิเป็น
ความสมั พันธก์ บั โจทยท์ ่ี
ไดร้ ับ ทำให้เข้าใจงา่ ย และใช้อินโฟ อยา่ งดี ทำใหเ้ ข้าใจงา่ ย และ
กราฟฟกิ มีความสมั พนั ธ์กบั ใช้อินโฟกราฟฟกิ มี
โจทยท์ ่ีไดร้ บั แตม่ ีขอ้ ผิดพลาด ความสมั พันธก์ บั โจทยท์ ่ี
ในบางหัวข้อ ไดร้ บั แตม่ ขี ้อผดิ พลาด
3.การนำเสนอข้อมลู หน้าช้ัน 3.สามารถนำเสนอขอ้ มลู โดย 3.สามารถนำเสนอข้อมลู โดย 3.นำเสนอข้อมลู ชิน้ งานไม่
เรยี น ใชช้ ิ้นงานมานำเสนอไดอ้ ยา่ ง ใช้ชนิ้ งานมานำเสนอได้อย่าง ชดั เจน มีการพดู ท่ีเสยี งดัง
ชัดเจน ถกู ตอ้ ง มกี ารพูดที่ ชัดเจน ถูกตอ้ ง มกี ารพดู ท่ี และมบี างหัวข้อทตี่ อบ
เสียงดัง ตอบคำถามได้ เสยี งดัง แต่มบี างหวั ข้อที่ตอบ คำถาม ผดิ พลาด
ชดั เจน คำถาม ผิดพลาด
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
8-9 ดี
5-7
1-4 พอใช้
ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียน
คำชี้แจง : ครพู จิ ารณาใหค้ ะแนนนกั เรยี นรายบคุ คลตามข้อคำถามที่กำหนดให้ในใบรายชื่อนกั เรยี น
โดยใช้เกณฑใ์ นการประเมนิ ดังนี้
3 = มาก 2 = ปานกลาง 1 = น้อย
พฤตกิ รรมท่สี ังเกต ระดบั คะแนน 1
32
1.แสวงหาข้อมลู จากแหลง่ เรยี นรู้ต่าง ๆ
2.มคี วามตั้งใจ
3. .พยายามแสวงหาความรู้
4.เขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้
5.ยกตวั อยา่ งการใช้โปรแกรมคอมพวิ เตอร์เพ่ือ
แกป้ ญั หาในชวี ิตประจำวันได้
รวม (15)
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
1-7 ปรับปรุง
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 8
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 การจัดการขอ้ มูลสารสนเทศ เวลา 8 ช่ัวโมง
เรอ่ื ง เสน้ ทางของนกั สำรวจ เวลา 4 ช่ัวโมง
รายวิชา คอมพิวเตอร์ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1
1. ผลการเรียนรู้
1. เพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ การนำข้อมูลปฐมภูมิเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ วิเคราะห์ ประเมิน
นำเสนอขอ้ มูลและสารสนเทศ ไดต้ ามวัตถปุ ระสงค์
2. เพ่ือให้ผู้เรียนใช้ทักษะการคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริง และเขียนโปรแกรมอย่าง
ง่าย เพอ่ื ชว่ ยในการแกป้ ัญหา
3. เพ่ือใหผ้ เู้ รียนใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารอย่างรเู้ ทา่ ทนั และรับผิดชอบตอ่ สังคม
4. เพ่ือให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจในวชิ าวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์ตอ่ สังคม
และการดำรงชวี ิต
5. เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการ
ทักษะในการส่ือสาร และความสามารถในการตดั สินใจ
6. เพื่อให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยอี ยา่ งสรา้ งสรรค์
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. นกั เรยี นสามารถอธิบายลกั ษณะของข้อมูลทตุ ยิ ภมู ิและสารสนเทศได้ (K)
2. นักเรียนสามารถใช้อินเทอรเ์ น็ตในการสบื คน้ ขอ้ มูล ประมวลผล และนำเสนอข้อมูลได้ (P)
3. นักเรียนยกตัวอย่างการใชข้ อ้ มูลสารสนเทศ ซอฟแวร์ หรอื อนิ เทอรเ์ น็ตกท่เี กิดประโยชน์ในชีวิตประจำวนั
(A)
3. สาระสำคญั
การนำข้อมลู มาประมวลผล และแปลความหมายเปน็ ข้อความท่สี ามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ สามารถทำ
ไดท้ ั้งในรูปแบบการสำรวจ สงั เกต บนั ทกึ เอง หรือการนำเอาขอ้ มูลทีถ่ ูกบันทกึ ไว้แล้วจากแหล่งท่ีมาที่แตกต่างกนั
มาประมวลผลและนำไปใช้ประโยชน์ อาจนำไปใช้เลยหรือนำไปปรบั ใชใ้ นรปู แบบอนิ โฟกราฟฟิก กราฟ หรอื
แผนภมู ิ
4. สาระการเรียนรู้
- ขอ้ มูลทุติยภมู ิ
- ลกั ษณะสารสนเทศท่ดี ี
- สารสนเทศ
5. รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน ซ่อื สตั ย์ สจุ รติ
- เกม ใฝ่เรยี นรู้
มุ่งมัน่ ในการทำงาน
6. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น มีจติ สาธารณะ
ความสามารถในการสือ่ สาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. ทักษะ 4 Cs
ทกั ษะการคิดวิจารณญาณ (Critical Thinking)
ทักษะการทำงานรว่ มกนั (Collaboration Skill)
ทักษะการสอ่ื สาร (Communication Skill)
ทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking)
8. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
มีวนิ ัย
อยอู่ ย่างพอเพียง
รกั ความเปน็ ไทย
9. การจดั กระบวนการเรยี นรู้
ชวั่ โมงที่ 1
ขนั้ นำ (10 นาที)
1. ครูและนกั เรยี นร่วมกันอภิปรายทบทวนความรูท้ ่ีไดเ้ รยี นจากชว่ั โมงทีแ่ ลว้ (หัวข้อการทบทวนความรู้ :
ความหมายของขอ้ มลู ปฐมภมู ิ วธิ เี กบ็ รวบรวมขอ้ มลู ลักษณะของสารสนเทศที่ด)ี
2. ครชู ักชวนนักเรยี นพดู คุยเกี่ยวกบั ข้อมูลการสำรวจของบคุ คลท่ีโดง่ ดังในอดีต (แนวทาง : 1.หลุยส์ อาร์
เนอร์ บอยด์ ผ้หู ญงิ คนแรกทีไ่ ด้เดนิ ทางไปถึงขัว้ โลกเหนอื 2.ยรู ี กาการิน นาวาอากาศเอก ยรู ี อะเลคเซเย
วชิ กาการนิ ชาวโซเวียต เป็นนักบนิ อวกาศคนแรกของโลกทส่ี ามารถเดนิ ทางกลบั โลกอย่างปลอดภัย 3.
ครสิ โตเฟอร์ โคลัมบสั เป็นนกั ทำแผนท่ี นักสำรวจ นกั เดนิ เรือ และพ่อค้า เดนิ เรือข้ามมหาสมุทร
แอตแลนติกและทำให้ชาวยุโรปรจู้ ักทวีปอเมริกาในซีกโลกตะวันตกเป็นผลสำเร็จ)
ขน้ั สอน (40 นาที)
1. ครูให้นักเรียนเลน่ เกมส์ “แฟนพนั ธแ์ ท้นักสำรวจ” โดยกลุ่มทชี่ นะไดค้ ะแนนจากครูเพิ่ม (แนวทาง คือ ใช้
เกมถามคำถามเกี่ยวกบั การสำรวจ โดยมีตวั อยา่ งคำถามดังนี้ 1)ฟอสซลิ ของไดโนเสารท์ ี่ถูกค้นพบและมี
อายมุ ากทสี่ ุดในประเทศไทยคือสายพันธอ์ ะไร 2)แมน่ ำ้ ทย่ี าวทีส่ ุดในประเทศคือแมน่ ำ้ ใด3)จังหวดั ใดมี
จำนวนวดั มากท่สี ุดในประเทศ 4)ประเทศทข่ี ้นึ ชอ่ื วา่ เคยมีกำแพงทย่ี าวทีส่ ุดในโลก 5)วัตถุโบราณทม่ี ชี ่อื ว่า
สฟิงเปน็ สมบตั ขิ องประเทศใด )
2. ครใู หแ้ ตล่ ะกลุ่มสุ่มจับสลากเพื่อรบั หวั ข้อภารกิจของนักสำรวจ หรือครูอาจเปดิ โอกาสให้นกั เรียนกำหนด
หวั ขอ้ ในการทำภารกจิ และรปู แบบการนำเสนอหนา้ ชั้นเรยี นหรือกำหนดหวั ข้อดว้ ยตนเอง (แนวทาง : 1)
นำเสนอเรอ่ื งเกาะในรปู แบบอินโฟกราฟฟิก 2)นำเสนอเรื่องช้างและในรูปแบบแผนภมู ิวงกลม 3)นำเสนอ
ประเทศท่มี ีขนาดใหญ่ในรูปแบบแผนภูมแิ ทง่ 4)นำเสนอเรื่องเรอื ในรูปแบบกราฟ 5)นำเสนอเรอื่ ง
มหาสมุทรในรปู แบบแผนภมู ิท่ีสนใจ )
3. ครใู หน้ กั เรยี นใช้อนิ เทอร์เนต็ สืบคน้ ข้อมูลทม่ี เี นื้อหาเก่ยี วข้องกบั หัวข้อที่ไดร้ บั จากน้นั นำข้อมูลท่ศี ึกษามา
สรปุ รว่ มกนั และนำเสนอในรูปแบบทไ่ี ดร้ ับ (ให้นักเรยี นทำในช่ัวโมงเรียนและเตรยี มตัวนำเสนอในชัว่ โมง
ถัดไปกลมุ่ ละไม่เกิน 10 นาที)
ชั่วโมงท่ี 2
ขั้นนำ (10 นาที)
1. ครูใหน้ ักเรยี นทบทวนหัวข้อภารกิจทไ่ี ด้รบั
2. ครูสอบถามวิธีการสบื ค้นข้อมูลของนักเรยี น การเตรียมตวั นำเสนอ ปญั หาที่พบในการทำงาน และวิธี
แก้ปัญหา
ชวั่ โมงท่ี 3
ขนั้ สอน (30 นาที)
1. ครูอธบิ ายกติกาหรือกำหนดข้อตกลงในการนำเสนองาน เช่น ทกุ คนในกลุ่มต้องมีสว่ นรว่ มในการทำงาน
หรอื การนำเสนองาน
2. ครใู ห้นักเรยี นนำเสนองาน 3 กลุ่มโดยใชเ้ วลาในการนำเสนอไม่เกินกลุ่มละ 10 นาที
สรปุ (10 นาที)
1. ครูใหน้ ักเรียนสรปุ ความรู้ทีน่ ักเรียนได้ฟังจากการนำเสนอของเพื่อน
2. ครูให้นกั เรยี นสังเกตและบอกประโยชน์ ขอ้ ดีรูปแบบการนำเสนอข้อมลู จากกลุ่มของเพ่อื น (แนวทาง :
รปู แบบกราฟ รูปแบบแผนภูมิ แบบอนิ โฟกราฟฟิก )
ชว่ั โมงที่ 4
ขั้นนำ (10 นาที)
1. ครใู ห้นักเรยี นร่วมกนั ทบทวนความร้จู ากชั่วโมงทแ่ี ลว้
2. ครูสอบถามปัญหาท่ีพบจากการทำงานของกลุ่มทย่ี งั ไม่ไดน้ ำเสนอ
ขั้นสอน (30 นาที)
1. ครูอธบิ ายกติกาหรือกำหนดข้อตกลงในการนำเสนองาน เช่น ทกุ คนในกลมุ่ ต้องมีสว่ นร่วมในการทำงาน
หรือการนำเสนองาน
2. ครใู ห้นักเรียนกลุ่มทีเ่ หลอื 2 กลมุ่ นำเสนองานโดยใช้เวลาในการนำเสนอไม่เกนิ กลุ่มละ 10 นาที
3. ให้เพ่ือนในห้องช่วยกนั โหวตวา่ งานของกลุ่มใคร มีความชัดเจน เขา้ ใจง่าย และสวยงาม ครูใหร้ างวัล หรอื
ชืน่ ชมนักเรียน
4. ครกู ล่าวสรุปลกั ษณะข้อดีของการใช้อินโฟกราฟฟิกในการนำเสนอข้อมูล ในเรื่องการเข้าใจง่าย ความ
สวยงาม และเช่อื มโยงเขา้ กับการนำไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวัน
สรปุ (10 นาที)
1. ครูใหน้ กั เรยี นร่วมกนั บอกประโยชน์ และขอ้ ดีของการมขี ้อมลู ทเ่ี รียบเรียงไว้พร้อมสำหรับการใช้งานแล้ว
เช่นขอ้ มลู จากหนังสือ อินเทอรเ์ นต็ และให้นกั เรียนบอกความแตกต่างระหว่างการนำเสนอข้อมลู ดบิ แบบ
บทความกบั การใช้กราฟ แผนภูมิ อินโฟกราฟฟิก
2. ครอู ธิบายลกั ษณะของข้อมลู ทตุ ิยภูมเิ ช่ือมโยงกับข้อมลู ทน่ี ักเรียนแต่ละกลุม่ ไปสืบคน้ มา และ
3. ครสู รปุ ลกั ษณะ ประโยชน์ และข้อดีของสารสนเทศ ข้อมลู ทุติยภมู ิ และการใช้อนิ โฟกราฟฟกิ มาใช้ในการ
นำเสนอ
4. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด เร่อื ง ข้อมลู กบั สารสนเทศ หน้า35-41 ในแบบฝึกหดั วชิ า วทิ ยาการคำนวณ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่1ี
10. สื่อแหลง่ การเรยี นรู้
1)หนงั สือเรยี น วิชาวทิ ยาการคำนวณ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่1
3)แบบฝึกหดั วิทยาการคำนวณ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่1ี
11. การวัดและการประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์ วธิ ีการประเมนิ เครอ่ื งมือการ เกณฑก์ ารประเมนิ
ประเมิน
1.นกั เรียนสามารถบอก 1.การตอบคำถามในแบบฝึกหัด 1.แบบประเมนิ 1.สามารถตอบคำถามใน
ลักษณะของข้อมูลทุตยิ ภมู ิ เรื่อง ข้อมูลกับสารสนเทศ หนา้ แบบฝกึ หัด แบบฝกึ หัดได้ถูกต้อง
และสารสนเทศได้ (K) 35-41 วชิ าวิทยาการคำนวณ ชั้น 60 % ขึน้ ไป
มัธยมศึกษาปที ี่1
2.นกั เรยี นสามารถใช้ 2.ประเมินการรปู แบบ และข้อมลู 2.แบบประเมิน 2.นักเรยี นสามารถ
อนิ เทอรเ์ นต็ ในการสืบคน้ จากการนำเสนอ การนำเสนองาน นำเสนอข้อมลู ตามรปู แบบ
ขอ้ มูล ประมวลผล และ ทก่ี ำหนดได้ 60 % ขึ้นไป
นำเสนอข้อมลู ได้ (P)
3.นกั เรียนยกตัวอย่างการ 3.ยกตัวอยา่ งการใช้ข้อมูล 3.แบบประเมิน 3.นักเรยี นยกตวั อย่างการ
พฤติกรรม ใชข้ อ้ มูลสารสนเทศ
ใช้ขอ้ มูลสารสนเทศ สารสนเทศ ซอฟแวร์ หรือ (หัวข้อการ ซอฟแวร์ หรือ
ยกตัวอย่างการ อินเทอรเ์ น็ตกท่เี กิดประ
ซอฟแวร์ หรือ อนิ เทอร์เนต็ ทเี่ กิดประโยนชใ์ น ปรบั ใช้ในชีวิต โยนชใ์ นชีวิตประจำวนั
จรงิ )
อินเทอร์เน็ตกท่ีเกดิ ประ ชีวิตประจำวนั
โยนช์ในชวี ติ ประจำวนั (A)
ประเด็นการ แบบประเมนิ ผลงาน
ประเมินช้ินงาน
คำอธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน
ดี (3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ปรบั ปรงุ (1 คะแนน)
1.ความถกู ต้อง 1.สามารถสำรวจค้นหาจำนวน 1.สามารถสำรวจคน้ หาจำนวน 1.สามารถสำรวจค้นหาจำนวน
ของเนอื้ หา สิ่งของต่าง ๆ จากแหลง่ ข้อมลู สิ่งของตา่ ง ๆ จากแหลง่ ข้อมูลปฐมภู ส่ิงของต่าง ๆ จากแหลง่ ข้อมูล
ปฐมภมู ไิ ดถ้ ูกตอ้ งตามโจทยท์ ี่ มไิ ด้ถกู ตอ้ งตามโจทยท์ ไี่ ดร้ ับ แตม่ ี ปฐมภมู ไิ ดถ้ ูกตอ้ งตามโจทย์ท่ี
ได้รับ ขอ้ ผดิ พลาดเลก็ นอ้ ย ได้รับ แตม่ ขี อ้ ผดิ พลาดเปน็
ส่วนใหญ่
2.คณุ ภาพของ 2.ใช้อนิ เทอร์เน็ตในการ 2.ใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตในการสืบค้น 2.ใช้อินเทอรเ์ น็ตในการ
ผลงานและการ สบื ค้นข้อมูลประมวลผล
นำเสนอข้อมูลใน สบื คน้ ข้อมูลประมวลผล ขอ้ มูลประมวลผล และนำเสนอ และนำเสนอข้อมลู จาก
กระดาษ แหลง่ ข้อมูลทุตยิ ภูมิเปน็
และนำเสนอขอ้ มูล จาก ข้อมูล จากแหลง่ ข้อมูลทุตยิ ภูมิ อยา่ งดี และเข้าใจง่ายใน
บางหัวข้อ
แหล่งข้อมูลทุติยภูมิเป็น เปน็ อยา่ งดี และเข้าใจง่ายใน ใช้รปู แบบการนำเสนอ
ขอ้ มลู หน้าชน้ั เรียนที่ไม่
อยา่ งดี และเข้าใจง่าย บางหัวข้อ ใช้รูปแบบการ สมั พนั ธก์ บั โจทยท์ ่ีไดร้ บั
ใชร้ ปู แบบการนำเสนอข้อมลู นำเสนอข้อมูลหน้าชนั้ เรยี นที่มี
หนา้ ชั้นเรยี นท่มี ี ความสัมพนั ธ์กับโจทยท์ ่ไี ดร้ บั
ความสัมพนั ธ์กับโจทย์ท่ี
ไดร้ บั
3.การนำเสนอ 3.สามารถนำเสนอขอ้ มลู โดยใช้ 3.สามารถนำเสนอขอ้ มลู โดยใช้ นำเสนอข้อมูลช้นิ งานไม่
ขอ้ มลู หน้าช้ัน ชิน้ งานมานำเสนอไดอ้ ยา่ ง ชนิ้ งานมานำเสนอได้อยา่ งชดั เจน ชัดเจน มกี ารพูดทเี่ สยี งดัง
เรยี น ชดั เจน ถกู ตอ้ ง มีการพูดทเ่ี สียง ถูกต้อง มีการพูดทีเ่ สยี งดัง แตม่ ีบาง และมีบางหวั ข้อท่ตี อบคำถาม
ดัง ตอบคำถามได้ชัดเจน หัวขอ้ ที่ผิดพลาด ผิดพลาด
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
8-9 ดี
5-7
1-4 พอใช้
ปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียน
คำชี้แจง : ครพู จิ ารณาใหค้ ะแนนนกั เรยี นรายบคุ คลตามข้อคำถามที่กำหนดให้ในใบรายชื่อนกั เรยี น
โดยใช้เกณฑใ์ นการประเมนิ ดังนี้
3 = มาก 2 = ปานกลาง 1 = น้อย
พฤตกิ รรมท่สี ังเกต ระดบั คะแนน
321
1.แสวงหาข้อมลู จากแหลง่ เรยี นรู้ต่าง ๆ
2.มคี วามตั้งใจ
3. .พยายามแสวงหาความรู้
4.เขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้
5.ยกตวั อยา่ งการใช้โปรแกรมคอมพวิ เตอร์เพ่ือ
แกป้ ญั หาในชวี ิตประจำวันได้
รวม (15)
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
1-7 ปรับปรุง
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 9
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เวลา 6 ช่ัวโมง
เรือ่ ง เธอคอื ใคร เวลา 6 ชั่วโมง
รายวิชา คอมพิวเตอร์ กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
1. ผลการเรียนรู้
1. เพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ การนำข้อมูลปฐมภูมิเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ วิเคราะห์ ประเมิน
นำเสนอข้อมลู และสารสนเทศ ได้ตามวตั ถุประสงค์
2. เพื่อให้ผู้เรียนใช้ทักษะการคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริง และเขียนโปรแกรมอย่าง
งา่ ย เพ่อื ชว่ ยในการแก้ปญั หา
3. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารอย่างรู้เท่าทนั และรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม
4. เพ่ือให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์ตอ่ สังคม
และการดำรงชวี ิต
5. เพ่ือให้ผู้เรียนพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการ
ทักษะในการส่อื สาร และความสามารถในการตดั สนิ ใจ
6. เพ่ือให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นกั เรียนอธิบายลกั ษณะความปลอกภัยของเทคโนโลยสี ารเสนทศได้ (K)
2. นักเรยี นสามารถบอกวธิ กี ารใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั ได้ (P)
3. นักเรยี นสามารถยกตัวอย่างการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างมวี จิ ารณญาณได้ (A)
3. สาระสำคัญ
การใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างมีวจิ ารณญาณ
4. สาระการเรียนรู้
การใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างมีวิจารณญาณ และความปลอดภยั
5. รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน
- แนวคดิ เชิงนามธรรม
- เกมส์
6. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
ความสามารถในการสือ่ สาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป้ ัญหา ซอ่ื สัตย์ สุจรติ
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต ใฝ่เรยี นรู้
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี มุง่ มน่ั ในการทำงาน
7. ทักษะ 4 Cs มจี ิตสาธารณะ
ทกั ษะการคิดวิจารณญาณ (Critical Thinking)
ทกั ษะการทำงานรว่ มกัน (Collaboration Skill)
ทกั ษะการสอ่ื สาร (Communication Skill)
ทกั ษะความคิดสรา้ งสรรค์ (Creative Thinking)
8. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
มีวนิ ยั
อยอู่ ย่างพอเพยี ง
รักความเป็นไทย
9. การจัดกระบวนการเรยี นรู้
ชั่วโมงท่ี 1
ขั้นนำ (10 นาที)
1. ครแู จกกระดาษเกมสเ์ พื่อนของฉนั และดำเนนิ กจิ กรรมใหน้ ักเรียนทำความรู้จักเพื่อนในห้องโดยการเขียน
ชอ่ื เพื่อนลงไปในช่องที่ตรงกบั ข้อมลู ในแตล่ ะช่องทำกิจกรรมภายใน 3 นาที
2. ครสู อบถามนักเรยี นว่าจากกจิ กรรมที่เล่นข้อมลู ท่ีพบมีความหลากหลายหรือไม่
ข้นั สอน (40 นาที)
1. ครูสอบถามเกี่ยวกบั ความหลากหลายของข้อมูลในชีวติ ประจำวนั และใหน้ ักเรยี นยกตวั อย่างข้อมลู ที่พบใน
ชวี ติ ประจำวัน
2. ครูแจกใบกิจกรรมชดุ โปรไฟล์ของฉัน จากน้ันนำนักเรยี นทำกจิ กรรรม ”โปรไฟล์ของฉนั ”
3. ครูสอบถามนักเรยี นวา่ จากการทำกิจกรรมนักเรยี นสังเกตเห็นอะไรบา้ งจากข้อมูลทง้ั หมด ครูใหน้ กั เรียน
ช่วยกนั บอกประโยชน์ของข้อมูล
4. ครูสรปุ ประโยชน์ของการใช้ข้อมูลในชีวิตประจำวัน เช่น การคำนวณปริมาณอาหารทค่ี วรได้รบั ต่อวนั จาก
นำ้ หนกั และส่วนสูง การเลือกซอื้ รองเท้า เสื้อผา้ ด้วยขนาดไซต์
ชว่ั โมงท่ี 2
ขั้นสอนต่อ (40 นาที)
1. ครูใหน้ ักเรยี นนัง่ เป็นกลุ่ม 3- 5 คนโดยคละความสามารถ
2. ครูแจกกระดาษชดุ โปรไฟลข์ องฉนั ให้แต่ละกลมุ่
3. จากน้นั ใหแ้ ตล่ ะกล่มุ รว่ มกันสรา้ งตัวตนสมมติขึน้ มาและเขยี นข้อมูลลงในใบกิจกรรม
4. ครูอธิบายวิธีการเลน่ กิจกรรม และเปน็ คนดำเนนิ กิจกรรมในชน้ั เรียน
5. ครูใหแ้ ตล่ ะกล่มุ สลับบทบาทกันวิเคราะหข์ ้อมลู ของเปา้ หมาย เพ่อื ระบุสิ่งทีโ่ จทย์ต้องการ เช่น ครบู อกวา่
ให้กลุ่มAระบชุ ื่อ Facebook ของโปรไฟล์กลมุ่ B ด้วยการเลือกถามข้อมลู พ้นื ฐานจากกล่มุ Bไดเ้ พียง 3 ชนิด
แต่ยกเว้นชนดิ ข้อมูลทคี่ รหู รือโจทยถ์ ามเช่นในตัวอยา่ งโจทย์ถามหาช่อื Facebook ก็ห้ามถามช่ือเฟสบ๊คุ
แต่ถามช่ือ-นามสกุลจริงได้
6. ครูดำเนินกิจกรรมตามเวลาท่เี หมาะสม
ขั้นสรุป (10 นาที)
1. ครูชี้ใหน้ กั เรียนเหน็ ว่าการเปิดเผยข้อมูลท่ีไม่ควรเผยกบั บุคคลอนื่ อาจสง่ ผลท่ีไม่พงึ ประสงค์อื่น ๆ ตามมา
เชน่ การตง้ั ช่อื เฟสบุ๊คแบบบอกทอ่ี ยู่ไปด้วย “เก่ง บางพลดั ” หากมีขโมยแอบแฝงในรายชอ่ื เพ่ือนบน
เฟสบคุ๊ และเหน็ เราไปเท่ียวต่างจังหวัดหลายวันอาจเกดิ การโจรกรรมได้
ชวั่ โมงท่ี 3
ข้ันสอนต่อ (40 นาท)ี
1. ครูแจกกระดาษเปลา่ ให้นกั เรยี นคนละ 10 แผ่นจากนั้นให้นกั เรยี นทกุ คนเขียนข้อมลู ส่วนตัว(สำคญั )ของ
ตนเองลงไปแผ่นละ1ชนดิ และถือไว้บนมอื (กระดาษชน้ิ เลก็ )
2. ครใู ห้นกั เรยี นทุกคนบอกวา่ ข้อมูลทงั้ 10 แผ่นมีความสำคัญกับนักเรียนหรือไม่
3. ครูสั่งให้นักเรยี นเลือกข้อมูลท่ีคดิ ว่าสำคญั น้อยทีส่ ดุ จำนวน 3 ชนิดออกมาจากนั้นวางลงบนโต๊ะ
4. ครูถามนักเรยี นว่าตอนน้ีขอ้ มูลทีอ่ ยู่บนมือยังมีขอ้ มูลทไ่ี มส่ ำคัญ หรือไม่
5. ครสู ง่ั ใหน้ กั เรียนเลือกข้อมลู ที่คิดวา่ สำคัญน้อยท่ีสุดจำนวน 2 ชนดิ ออกมาจากนัน้ วางลงบนโตะ๊
6. ครูถามนักเรียนอีกครัง้ ว่าตอนนีเ้ ป็นข้อมลู ทีค่ ิดวา่ ลบั ที่สุดหรือไม่
7. ครใู หน้ กั เรยี นวเิ คราะหข์ ้อมลู ที่เหลอื บนมือท้ังหมด จากนัน้ ให้เลือกขอ้ มูลที่คิดว่าอยากเก็บเปน็ ความลับไม่
ต้องการเปดิ เผย หรือเผยแพร่ตอ่ บุคคลอ่นื ท่ีไมร่ จู้ ักไว้เพยี ง 3 ใบและทิ้งท่ีเหลือไวบ้ นโตะ๊
8. ครถู ามย้ำนักเรยี นอีกคร้ังว่าข้อมูลน้ีไม่ตอ้ งการให้คนอ่นื รู้ใช่หรือไม่
9. ครูสง่ั ให้นกั เรยี นนำขอ้ มลู ท่มี แี ลกกนั กับเพื่อนด้านขา้ ง จากน้ันครสู งั เกตพฤติกรรมนกั เรียน
10. ครถู ามนักเรียนวา่ ทำไมถึงไม่อยากแลกข้อมูล แลว้ ถ้าเพ่อื นท่นี ั่งอยูด่ ้านข้างไม่ใช่คนทเ่ี ราร้จู ักคดิ วา่ ข้อมูลที่
ให้ไปอาจะส่งผลไม่ดตี ่อตัวเราหรอื ไม่
ข้ันสรุป (10 นาที)
1. ครูให้นกั เรียนร่วมกนั บอกชนดิ ขอ้ มลู ท่ไี ม่ควรเปดิ เผยต่อบุคคลอนื่
ชว่ั โมงที่ 4
ข้นั สอนตอ่ (40 นาท)ี
1. ครใู หน้ ักเรยี นทบทวนกจิ กรรมทท่ี ำจากชัว่ โมงทแ่ี ลว้
2. ครเู ปดิ ขา่ วการแฮคข้อมูลท่มี ีผคู้ นให้ความสนใจจาก
เวบ็ ไซตท์ น่ี า่ เชื่อถือ
3. ครูชวนนักเรียนพูดคุยเก่ยี วกับเน้อื หา ความปลอดภัย ลงิ้ คข์ ่าวตวั อยา่ ง
ของข้อมลู ที่รว่ั ไหลจากการโดนแฮค
4. ครูตั้งคำถามวา่ นักเรียนคิดวา่ จะมีวิธีการในการปอ้ งกันเหตุการณ์แบบนี้อย่างไรหากนักเรียนเป็นทมี งานใน
บริษัทดงั กลา่ ว
5. ครใู หน้ กั เรยี นนงั่ เปน็ กลุ่มตามชั่วโมงทผี่ ่านมา
6. ครูตง้ั โจทยใ์ หแ้ ต่ละกลุ่มออกแบบวิธกี าร แนวทาง ในการปกปอ้ งข้อมลู สว่ นตวั ของตนเอง และการป้องกัน
การถูกโจมตจี ากแฮคเกอร์
7. ครูให้นักเรียนใชค้ อมพิวเตอร์และอินเทอรเ์ นต็ ในการทำงาน และให้นกั เรยี นเตรียมตัวในการนำเสนอใน
สัปดาหถ์ ดั ไป
ชั่วโมงที่ 5
ขน้ั สอนต่อ (40 นาที)
1. ครใู หน้ กั เรียนทบทวนกิจกรรมทีท่ ำจากชวั่ โมงทแี่ ลว้
2. ครสู มุ่ นกั เรียนขน้ึ มานำเสนอแนวทาง ในการปกป้องข้อมูลสว่ นตัวของตนเอง และการป้องกนั การถูกโจมตี
จากแฮคเกอร์ 2-3 กลมุ่
ข้ันสรปุ (10 นาที)
1. ครใู ห้นกั เรยี นชว่ ยกนั สรุปแนวทางท่เี พือ่ นนำเสนอหนา้ ช้ันเรียน
2. ครูใหก้ ลุ่มที่เหลือเตรียมตัวนำเสนอในชว่ั โมงถดั ไป
ชัว่ โมงท่ี 6
ขนั้ สอนต่อ (40 นาที)
1. ครูให้นกั เรียนร่วมกันทบทวนความร้จู ากชว่ั โมงทีผ่ ่านมา
2. ครูใหน้ กั เรียนอกี 3 กลุ่มออกมานำเสนอแนวคิดหน้าชั้นเรยี น
ขน้ั สรุป (10 นาที)
1. ครใู หน้ กั เรียนรว่ มกนั สรุปแนวทางการป้องกนั ข้อมูลสว่ นตวั ของตนเองจากแนวทางท่ีเพ่ือนนำเสนอหนา้ ชน้ั
เรยี น
10. ส่ือแหล่งการเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี น วชิ า วทิ ยาการคำนวณ ชน้ั มัธยมศกึ ษปีท1่ี
2) ใบงานเรื่อง โปรไฟล์ของฉัน
11. การวัดและการประเมินผล
จดุ ประสงค์ วธิ กี ารประเมนิ เครื่องมอื การ เกณฑ์การประเมิน
ประเมนิ
1.นกั เรียนอธบิ าย 1.ประเมินจากการตอบ 1.สามารถตอบคำถามในใบงานได้
ลกั ษณะความปลอดภัย คำถามในใบงาน 1.แบบ 60 % ขนึ้ ไป
ของเทคโนโลยี ประเมนิ ใบ
สารสนเทศได้ (K) 2.ประเมินจากการ งาน 2.นักเรียนสามารถออกแบบวิธกี าร
2.นกั เรียนสามารถบอก นำเสนองาน และข้อมูล แนวทาง ในการปกปอ้ งข้อมลู สว่ นตวั
วธิ ีการใช้เทคโนโลยี จากการนำเสนอ 2.แบบ ของตนเอง นำเสนอข้อมลู วิธีการใช้
สารสนเทศอย่าง ประเมนิ การ เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย
ปลอดภัยได้ (P) นำเสนองาน ได้ 60 % ขึ้นไป
3.นกั เรียนยกตัวอยา่ งการใชข้ ้อมลู
3.นักเรียนสามารถ 3.ยกตวั อยา่ งการใชข้ ้อมลู 3.แบบ สารสนเทศ ซอฟแวร์ หรือ
ยกตัวอย่างการใช้ สารสนเทศ ซอฟแวร์ หรอื ประเมนิ อินเทอร์เนต็ ท่ีเกิดประโยนช์ใน
เทคโนโลยสี ารสนเทศ อินเทอร์เนต็ ท่ีเกดิ ประ พฤติกรรม ชวี ิตประจำวัน
อย่างมีวจิ ารณญาณได้ โยนชใ์ นชวี ติ ประจำวัน
(A)
ประเดน็ การประเมนิ แบบประเมนิ การนำเสนอ
ชนิ้ งาน
คำอธิบายระดับคณุ ภาพ / ระดบั คะแนน
ดี (3 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ปรบั ปรุง (1 คะแนน)
1.ความถูกต้องของ 1.สามารถบอกวธิ ีการใช้ 1.สามารถบอกวธิ ีการใช้ 1.สามารถบอกวธิ กี ารใช้
เนอื้ หา เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ ง
เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่าง เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ ง ปลอดภยั ได้
ปลอดภัย พรอ้ ม ปลอดภยั พร้อมยกตวั อย่าง
ยกตัวอยา่ งประกอบและ ประกอบ ได้
ใหเ้ หตผุ ลสนบั สนนุ ได้
2.คุณภาพของ 2.สามารถออกแบบวธิ กี าร 2.สามารถออกแบบวิธีการ 2.สามารถออกแบบวธิ กี าร
ผลงานและการ แนวทาง ในการปกป้อง แนวทาง ในการปกป้อง แนวทาง ในการปกปอ้ งข้อมูล
นำเสนอข้อมูลใน ข้อมลู สว่ นตัวของตนเอง ขอ้ มลู สว่ นตวั ของตนเอง ส่วนตัวของตนเอง และ
กระดาษ และนำเสนอข้อมลู และนำเสนอขอ้ มูลวธิ ีการใช้ นำเสนอข้อมลู วธิ กี ารใช้
วธิ กี ารใชเ้ ทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่าง
สารสนเทศอย่างปลอดภัย ปลอดภยั ไดบ้ างสว่ น ปลอดภยั ไดส้ ่วนนอ้ ย
ได้
3.การนำเสนอขอ้ มลู 3.สามารถนำเสนอข้อมลู โดย 3.สามารถนำเสนอขอ้ มลู โดยใช้ 3.นำเสนอขอ้ มูลชนิ้ งานไมช่ ดั เจน
หน้าชั้นเรยี น ใชช้ ้นิ งานมานำเสนอไดอ้ ยา่ ง ชิ้นงานมานำเสนอไดอ้ ยา่ ง มกี ารพดู ทเี่ สยี งดัง และมบี าง
ชดั เจน ถกู ตอ้ ง มกี ารพดู ท่ี ชดั เจน ถกู ตอ้ ง มีการพดู ทเี่ สียง หวั ข้อทต่ี อบคำถาม ผิดพลาด
เสยี งดงั ตอบคำถามได้ชัดเจน ดัง แตม่ บี างหัวขอ้ ท่ผี ิดพลาด
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
8-9 ดี
5-7
1-4 พอใช้
ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียน
คำชี้แจง : ครพู จิ ารณาใหค้ ะแนนนกั เรยี นรายบคุ คลตามข้อคำถามที่กำหนดให้ในใบรายชื่อนกั เรยี น
โดยใช้เกณฑใ์ นการประเมนิ ดังนี้
3 = มาก 2 = ปานกลาง 1 = น้อย
พฤตกิ รรมท่สี ังเกต ระดบั คะแนน
321
1.แสวงหาข้อมลู จากแหลง่ เรยี นรู้ต่าง ๆ
2.มคี วามตั้งใจ
3. .พยายามแสวงหาความรู้
4.เขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้
5.ยกตวั อยา่ งการใช้โปรแกรมคอมพวิ เตอร์เพ่ือ
แกป้ ญั หาในชวี ิตประจำวันได้
รวม (15)
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
1-7 ปรับปรุง
โปรไฟลข์ องฉนั
ชื่อ-สกลุ
ชอื่ เล่น
สว่ นสงู -นำ้ หนัก
ภมู ลิ ำเนา
ทีอ่ ยู่
วนั เดอื นปเี กดิ วาดรูป หรือ ติดรูปภาพ
เชือ้ ชาติ
สัญชาตไิ ทย
ศาสนา
สาขาจบการศึกษา
อีเมลล์
อาชพี
เงินเดอื น
เลขบัตรเครดิต
เลขบัตรประชาชน
เบอร์โทร
ภาพยนตท์ ่ีชอบ
เพลงทชี่ อบ
ความใฝ่ฝนั
ไอดีไลน์
ชื่อLine
ชื่อFacebook
ช่ือTwitter
ชื่อInstagram
กิจกรรม ใหน้ กั เรยี นใช้วเิ คราะหค์ วามเป็นไปของข้อมูลเพ่อื อนุมานสงิ่ ท่ีโจทยถ์ ามหา โดยให้เลอื กขอ้ มลู จากเปา้ หมายเพอื่
ประกอบการวิเคราะหไ์ ดเ้ พียง 3 ชนดิ ยกเว้นขอ้ มลู ท่โี จทย์ถามหา
ตัวอยา่ ง ใหอ้ นมุ านชอื่ Facebook ของเปา้ หมายโดยใช้ขอ้ มลู 3 อย่าง ดงั น้ี 1)ช่ือ-สกลุ 2)ช่อื twitter 3)ไอดีไลน์
1)ชอ่ื Facebook 2)อาชพี 3)สาขาทจี่ บการศกึ ษา
4)ท่ีอยู่ 5)ไอดไี ลน์ 6)ส่วนสูง-น้ำหนกั
7)ชอ่ื -สกุล 8)ภาพยนตร์ท่ชี อบ 9)ชื่อtwitter
เพือ่ นของฉนั
1ชอบรอ้ งเพลง 2ชอบเทคโนโลยี 3นอนดกึ 4ติดเกมส์
5สาวกDC Comic 8หล่อ
6เกดิ เดือนนี้ 7มฝี าแฝด
9โสด 12เป็นลกู ครง่ึ
13สายบฟุ เฟต์ 10เปน็ ลกู คนสดุ ท้อง 11ขบั มอเตอร์ไซ 16ชอบวทิ ยาศาสตร์
17คดิ เลขเร็ว
14นง่ั หลงั หอ้ ง 15สาวกMarvel 20คนสวย
1ชอบร้องเพลง
5สาวกDC Comic 18มแี ฟนแต่บอกคนอ่นื ไม่มี 19หลบั ในห้อง 4ติดเกมส์
8หลอ่
9โสด เพื่อนของฉัน
13สายบุฟเฟต์ 12เป็นลกู ครึง่
17คิดเลขเร็ว 2ชอบเทคโนโลยี 3นอนดกึ 16ชอบวิทยาศาสตร์
6เกิดเดอื นน้ี 7มีฝาแฝด 20คนสวย
10เปน็ ลูกคนสดุ ท้อง 11ขบั มอเตอร์ไซ
14น่ังหลงั หอ้ ง 15สาวกMarvel
18มแี ฟนแตบ่ อกคนอ่นื ไมม่ ี 19หลบั ในห้อง
ส่ิงท่โี จทยต์ อ้ งการทราบ.................................................................................................
ชนิดขอ้ มลู ประกอบการวิเคราะห์
1…………………………………. 2………………………………… 3………………………………….
คาดหมายวา่ คาตอบคือ................................................................................................................
ใหเ้ ป้าหมายเฉลยคาตอบ คอื ...........................................................................