รายงานการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show)
เร่ือง ดินแดนแห่งวทิ ยาศาสตร์ (Land of Science)
(แก้ว No wory , ปริศนาการเกดิ ฝนเทยี ม , ลอยล่องสู่เวหา)
โดย
1. เด็กหญงิ ธนัชพร เคนสุข ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4
2. เดก็ หญงิ ภสั สกุญช์ ฉันทาภริ มย์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5
3. เด็กหญิงธนญั ญา พรหมช่วย ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 6
ครทู ป่ี รกึ ษา
1. นายอนุศกั ด์ิ วงศ์มสู า
2. นางสาวพรทิพย์ หนยิ หุ นุ๊
โรงเรยี นบ้านทา่ เรอื สานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาภูเก็ต
รายงานฉบับบน้เี ป็นส่วนประกอบของการแขง่ ขนั การแสดงทางวทิ ยาศาสตร์ (
Science Show )
ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4-6
เนอื่ งในงานศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรยี น ครงั้ ที่ 69
วนั ท่ี 6 เดือนมกราคม พ.ศ. 2563
คานา
การแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้นกั เรยี นได้แสดงความสามารถใน
การใชท้ ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การนาหลกั การทางวิทยาศาสตรม์ าใช้ประโยชน์และตอบคาถามกับส่ิง
สงสัยว่ามันเกิดข้ึนได้อย่างไร พวกเรานักเรียนโรงเรยี นบ้านท่าเรือ ระดับชั้น ป.4-6 ได้นากิจกรรมการแสดงทาง
วทิ ยาศาสตร์แสดงเป็น 3 ชุด โดยการทดลองที่ 1 คอื แกว้ โนวอร่ี แสดงให้เหน็ การถ่ายเทน้าจากท่สี งู ลงสู่ทีต่ ่าโดยใช้
วิธีการของกาลักน้าเข้ามาช่วยและนาโครงการแก้มลิงเข้ามาประยุกต์ใช้ การทดลองที่ 2 การเกิดฝนเทียม เป็น
การจาลองการเกิดฝนเทียมในช่วงที่ไม่มีฝนตก โดยการนาพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รัชกาลท่ี 9 มาใช้ในการอธิบายในการเกิดฝนเทียม และการทดลองที่ 3 คือ ลอยล่องสู่เวหา เป็นการแสดงให้
เหน็ ถึงการลอยของวัตถใุ นอากาศว่าสามารถลอยได้อย่างไร รวมไปถึงการอธิบายหลักการและการนาไปประยกุ ต์ใช้
ในชีวิตประจาวัน
ขอขอบพระคุณว่าที่ร้อยตรีวชิรพันธุ์ บุญณมี ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าเรือ คณะครูโรงเรียนบ้าน
ท่าเรือท่ีคอยให้แนะนา รวมไปถึงผู้ปกครองท่ีให้การสนับสนุน จนกิจกรรมลุล่วงไปด้วยดีและหวังเป็นอย่างย่ิงว่า
การแสดงทางวทิ ยาศาสตรข์ องพวกเราคงไดร้ ับความรู้และเปน็ ประโยชนส์ าหรับนักเรียนและผ้สู นใจ
คณะผจู้ ัดทา
รายงานการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show)
มลู เหตจุ งู ใจ
ในการแสดงทางวทิ ยาศาสตร์ท่จี ัดทาข้นึ เปน็ การจาลองเหตกุ ารณ์ทเ่ี กดิ ขึ้นกบั ประเทศไทยเปน็ ประจาทุกปี
และมีผลต่อการดาเนินชีวิตของประชาชนทุกภาคส่วน นั้นก็คือ ปัญหาน้าท่วม น้าท่วมถือว่าเป็นภัยพิบัติหนึ่งที่
ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเมืองเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะในชุมชนชนบทหรือในชุมชนเมือง แต่โดยเฉพาะใน
ชุมชนเมืองจะเหน็ ได้วา่ เมื่อฝนตกและมนี ้าทว่ มขงั ส่ิงท่ีตามมาคือ น้าไมส่ ามารถระบายลงสทู่ ะเลได้ ดงั น้ันเม่ือเรา
ศกึ ษาพระราชกรณยี กิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั รัชกาลที่ 9 ในหลวงได้มีพระราชดาริให้ก่อต้ังโครงการ
แก้มลิง ขึ้นในบริเวณที่มีน้าท่วมขัง และโครงการฝนหลวง ซ่ึงเป็นโครงการที่ช่วยแก้ปัญหาเก่ียวกับภัยแล้งท่ีจะ
เกดิ ข้ึนในทกุ ๆ ปี รวมไปถงึ เปน็ การนาหลกั การทางวิทยาศาสตร์มาบรู ณาการไดอ้ ยา่ งแท้จริง จงึ มีผลทาให้น้าไม่
ท่วมขงั อีกต่อไป และยังสามารถนาหลักการดังกล่าวมาประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ ประจาวันได้อกี ดว้ ย นอกจากการแกไ้ ข
ปัญหาภัยพิบัติท่ีเกิดข้ึนในธรรมชาติแล้ว การเดินทางไปตามสถานท่ีต่าง ๆ ก็มีความสาคัญเช่นกัน ดังเช่น การ
เดินทางโดยเครอ่ื งบิน ถอื วา่ เป็นสง่ิ ที่มีความจาเปน็ มากและเปน็ ความนยิ มของคนทกุ คน รวมไปถงึ สามารถใช้เป็น
ชอ่ งทางในการคมนาคมขนสง่ ส่ิงของต่าง ๆ มากมาย แตก่ ารทีเ่ คร่ืองบินลอยอยนู่ อากาศไดน้ ั้น เป็นสงิ่ ทห่ี ลายๆ คน
ไม่ทราบและยังสงสัยอยู่ ทางคณะผู้แสดงจึงได้นาการทดลองที่สามารถนาสู่ข้อสงสัย เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ
มากยงิ่ และสามารถท่นี าไปเผยแพรใ่ ห้กับบุคคลอน่ื ทต่ี อ้ งการรู้ได้อีกด้วย
เนือ้ หาโดยย่อ
การทดลองท่ี 1 แก้ว No wory
วธิ กี ารทดลอง นานา้ ในขวดทไ่ี ดเ้ ตรียมมา เทลงในถว้ ยพลาสตกิ สงั เกตผลการทดลอง
อุปกรณ์การทดลอง
1.ขวดน้าพลาสติก ( 0.6 ลิตร) 2.ขวดน้าพลาสติก (5 ลติ ร)
3.ต้ปู ลา 4.สายยาง
5.ถ้วยพลาสตกิ ใส 6.น้าเปลา่
ผลการทดลอง
เมื่อนาน้าทอี่ ยูใ่ นขวดเทลงในถว้ ย พบว่า ระดบั ของน้าจะอย่สู ูงกวา่ ระดบั ปลายสายยาง ทาใหน้ ้าไหลออก
จากปลายสายยางลงสู่ภาชนะท่ีรองรับ แต่เม่ือระดับของนา้ อยู่ระดับเดียวกับปลายสายยางหรือต่ากว่าปลายสาย
ยาง น้าก็จะหยดุ ไหล
การนาหลักการทางวทิ ยาศาสตร์เขา้ มาใช้
กาลกั น้า หรือ siphon (ไซฟ่อน) เปน็ กระบวนการถา่ ยเทของเหลวจากที่หนง่ึ ไปยงั อกี ทหี่ นึ่ง โดยอาศัย
หลักการของแรงดันนา้ มาช่วยระดับของน้าจะต้องสัมพันธ์กับระดับปลายสายยางทีอ่ ยใู่ นแก้ว เม่ือระดับนา้ สงู กว่า
ปลายสายยาง น้าก็จะไหลออกมาจากปลายสายยาง แต่เมื่อระดับน้าอยู่ระดับเดียวกับปลายสายยางหรือต่ากว่า
ปลายสายยางนา้ กจ็ ะหยดุ ไหล
การนาความรู้ไปประยกุ ต์ใช้
1. การถา่ ยเทน้าออกจากตูป้ ลา
2. การถา่ ยเทน้าออกจากเครอื่ งซกั ผา้
3. การถ่ายเทน้าท่ีท่วมขงั ในบา้ น หรือรางน้าสู่ปลายท่อระบายนา้ และแมน่ ้า
การทดลองท่ี 2 ปริศนาการจาลองการเกดิ ฝนเทยี ม
วิธีการทดลอง เทน้ารอ้ นที่ได้เตรยี มลงในภาชนะ (ต้ปู ลา) ทีไ่ ดเ้ ตรยี มไว้และปดิ ฝาให้สนทิ จากนนั้ เทน้าแข็งลง
บนฝาภาชนะ สังเกตส่งิ ที่เกดิ ขน้ึ ในภาชนะ
อุปกรณ์การทดลอง
1. ตู้ปลา 2.ขันน้า
3. กานา้ รอ้ น 4. ถงุ มอื
5. นา้ แขง็
ผลการทดลอง
เม่ือเทนา้ รอ้ นลงในตปู้ ลา จะสงั เกตเหน็ ไอนา้ ลอยในตูป้ ลา และเม่อื เทน้าแขง็ ลงบนฝาภาชนะ พบว่า จะมี
หยดนา้ เกาะอยูต่ ามข้างๆ ของต้ปู ลา
การนาหลกั การทางวทิ ยาศาสตร์เขา้ มาใช้
ความรอ้ นปะทะความเย็น ไอนา้ ของน้าร้อนมากระทบกบั ฝาภาชนะที่เยน็ จดั ทาใหไ้ อนา้ เกิดการ
ควบแนน่ กลายเป็นหยดน้า
การนาความรู้ไปประยุกตใ์ ช้
1.การสรา้ งฝนเทยี ม
ข้ันตอนแรก คอื การก่อเมฆ ขัน้ ตอนนี้เปน็ การดัดแปรสภาพอากาศใหเ้ กิดฝน โดยการโปรยผงโซเดยี ม
คอลไรด์ ขนั้ ตอนท่สี อง คอื ขน้ั ตอนการเล้ียงเมฆอ้วน เป็นการเพ่มิ ปรมิ าณเมฆ โดยการโปรยผงแคลเซียมคลอ
ไรด์ ขั้นตอนสุดทา้ ย คือ ข้ันตอนการโจมตี เมอ่ื เมฆกอ่ ตวั จัด เมฆก็จะลอยตัวต่าลง เราจะใช้เครอื่ งบินสองลาใน
การโจมตี โดยคันแรกจะโปรยผงโซเดียมคลอไรด์ที่บริเวณระดับไหล่เมฆ ส่วนลาท่ีสองจะโปรยสารฝนหลวงผง
ยเู รยี ทีฐ่ านของเมฆ
2. การเพมิ่ ปริมาณน้าในเข่ือนต่าง ๆ เชน่ เขือ่ นสิริกิตติ์ เข่อื นภมู ิพล
3. การนาไปใชใ้ นการผลิตกระแสไฟฟ้า
4. เพื่อแกป้ ัญหาการขาดแคลนนา้ เพอื่ การอุปโภคบรโิ ภคเสรมิ สรา้ งเส้นทางคมนาคมทางนา้
การทดลองที่ 3 ลอยล่องสู่เวหา
การทดลอง 3.1 ความลบั ของลกู ยางนา
วิธกี ารทดลอง โยนลกู ยางนาข้ึนไปในอากาศ และสังเกตการสิง่ ท่เี กิดข้นึ กับลกู ยาง
อุปกรณ์การทดลอง 1. ลกู ยางนา
ผลการทดลอง
ลกู ยางนาจะหมนุ ลงในแนวดง่ิ และจะตกลงช้าๆ โดยอาศยั แรงโน้มถ่วงของโลก
การนาหลกั การทางวิทยาศาสตร์เข้ามาใช้
การหมนุ ของลูกยางในแนวดิ่ง
หลักการร่อนของลูกยาง คล้ายปีกเคร่ืองบิน ส่วนบนของปีกมคี วามยาวมากกว่าส่วนล่าง เวลาเคร่ืองบนิ
เคล่ือนที่ผ่านไปในอากาศ ความดนั ของอากาศบนปีกจะต่ากว่า ความดันใต้ปีก ทาให้ปกี ลอยตัว แรงโนม้ ถ่วงจะดึง
ให้ลูกยางตกลงมา แตป่ ีกและสว่ นของผลจะชว่ ยพยุงทาให้ตกช้า นอกจากนี้การที่ลกู ยางตกลงมาสู่พ้ืน เกดิ จากแรง
โน้มถว่ งของโลก ซึ่งเปน็ ไปตามกฎแรงโนมถว่ งของนิวตัน
(ท่ีมา https://library.ipst.ac.th/bitstream/handle/ipst/4947/201_15-19.pdf?sequence=1)
การทดลอง 3.2 ทรงกลมลอยได้
วิธกี ารทดลอง
1. ใช้เครื่องเป่าลม เปา่ ไปที่ลกู บอล โดยให้ลกู บอลลอดห่วงทั้ง 4 หว่ ง แล้วสังเกตการหมุนของลูกบอล
อปุ กรณ์การทดลอง
1. เครื่องเป่าลม 2. ลกู บอลพลาสตกิ
3. หว่ งฮูลาฮูบ 4. ลกู โปง่
การนาหลกั การทางวิทยาศาสตร์เขา้ มาใช้
การลอยของลกู บอลในอากาศและการหมุนของวงแหวนลูกโป่ง
การท่ีลูกบอลพลาสติกหรือลูกโป่งลอยได้ในอากาศและไมต่ กลงสู่พื้น เนื่องจากมีแรง 2 แรง ท่ีกระทาต่อ
ลูกบอลและลูกโปง่ ท่ีอยูใ่ นกระแสอากาศ คือ 1) แรงโน้มถ่วงของโลก 2) แรงลมจากเครอื่ งเปา่ ลม
กรณที ่ี 1 ลกู บอลลอยในอากาศ เม่ือเราเปิดสวติ ซจ์ ะมลี มออกมาจากเครื่องเปา่ ลม ทาให้ความดันอากาศ
ดา้ นล่างมคี า่ มากกวา่ ความดันอากาศดา้ นบน จึงส่งผลให้ลูกบอลพลาสติกลอยอยใู่ นอากาศ (ดงั ภาคผนวก)
กรณีท่ี 2 วงแหวนลกู โป่ง วงแหวนลกู โปง่ ถกู แรงลมมากระทา ทาใหว้ งแหวนลกู โปง่ ยกและลอยตวั สูงขึ้น
ขณะเดียวกันวงแหวนลูกโป่งที่ไม่มีแรงลมมากระทาก็จะตกลงสู่พื้นโลก ซึ่งเป็นผลมาจากแรงโน้มถ่วงของโลก
นอกจากนีจ้ ะเหน็ วา่ แรงท้งั สองแรง จะเกดิ ขนึ้ ในทศิ ทางตรงกันข้าม ทาให้ความเร็วของลมแตกตา่ งกนั จงึ มผี ลทา
ให้วงแหวนลูกโปง่ ลอยและหมนุ ไปได้ ซึง่ เปน็ ไปตาม กฎของแบร์นูลล่ี (Daniel Bernoulli.)
“ขณะที่เราเป่าลมไปที่วงแหวนลูกโป่ง กระแสลมลมบางส่วนจะถูกดันออกจากด้านข้างของวงแหวน
ลูกโป่ง โดยท่ีมีความเรว็ เท่ากนั (V1 = V2) ทาให้มีแรงที่กระทาต่อวงแหวนลูกโปง่ เท่ากัน และสามารถประคอง
วงแหวนลูกโปง่ ไว้ ไม่ให้หลดุ ออกนอกทิศทางตรง” (ดังภาคผนวก)
การนาความรู้ไปประยุกต์ใช้
การสรา้ งเครอ่ื งบินเพื่อใชใ้ นการคมนาคม ปกติปกี เครื่องบินจะมสี ่วนบนปกี โคง้ มน สว่ นดา้ นล่างของปกี
จะราบ อากาศท่ีเคล่ือนท่ีผ่านด้านบนปีกเครื่องบนิ และด้านล่างไปยังปลายปีกใช้เวลาเท่ากัน เปน็ ผลทาให้อากาศ
ด้านบนปีกจะมีความเร็วมากกว่าบริเวณใต้ปีก เม่ืออากาศด้านบนปีกมีความเร็วสูง กว่าด้านล่างของปีก จะทาให้
ความดันด้านใต้ปีกมากกว่าความดันด้านบนของปกี เครื่องบิน จงึ ทาให้เกิดแรงยก ทาใหเ้ ครอ่ื งบนิ สามารถยกตัวข้ึน
ไดแ้ ละสามารถลอยในอากาศได้
บรรณานุกรม
ภาพเขอ่ื นสริ กิ ติ ต์ิ ออนไลน์ http://avilabeachconcerts.com/ (สบื ค้นเมื่อวนั ที่ 22 กรกฎาคม 2562)
ภาพเข่อื นภูมิพล ออนไลน์ http://avilabeachconcerts.com/ (สืบค้นเมอ่ื วันที่ 22 กรกฎาคม 2562)
ภาพแรงยกของปีกเครื่องบิน1 ออนไลน์ https://www.beartai.com/lifestyle/165554
(สืบค้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2562)
แรงยกของปีกเครอื่ งบนิ 2 ออนไลน์ https://sites.google.com/site/m611223/
(สบื ค้นเม่ือวันท่ี 22 กรกฎาคม 2562)
ภาพลูกยางนา ออนไลน์ http://www.thaigoodview.com/node/198378
(สบื ค้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2562)
ภาพหลกั การร่อนของลูกยางนา ออนไลน์ https://library.ipst.ac.th/bitstream/handle/
(สืบคน้ เมือ่ วนั ที่ 22 กรกฎาคม 2562)
ภาคผนวก