ค ่ ู ม ื ออบรมนวดไทยเชลยศักดิ์ จัดท าโดย มนส ิ ชา ขวญัเอกพนัธ ์ุ ยามีละ ดอแม ไฉน น้อยแสง พฤษภาคม 2560 วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวท ิ ยาลย ั เทคโนโลยร ี าชมงคลธ ั ญบ ุ ร ี
ค าน า วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีมีความร่วมมือกบัสถาน กงสุลใหญ่ณ นครลอสแอนเจลิส ที่มีการจัดอบรมในการศึกษาองค์ความรู้แพทย์แผนไทยข้นัพ้ืนฐาน เพื่อ เป็นการเสริมสร้างประสบการณ์การอนุรักษม์รดกไทยและประยุกตใ์ชสู้่การพ่ึงพาตนเอง ทางวิทยาลัยฯ จึง จดัทา เอกสารเล่มน้ีข้ึนโดยมีวตัถุประสงค์เพื่ออบรมถ่ายทอดองคค์วามรู้การแพทยแ์ผนไทยส าหรับผูเ้ขา้ร่วม อบรม ณ สหรัฐอเมริกา (ลอสแอนเจลิส, ซานฟรานซิสโก)ระหวา่งวนัที่17-27 พฤษภาคม 2560 ซ่ึงมีเน้ือหา สาระเกี่ยวกบั ประวตัิการนวดไทยเส้นประธานสิบ การตรวจร่างกายเบ้ืองตน้การบริหารแบบไทยกายวิภาค ศาสตร์ข้นัตอนการนวดไทยเชลยศกัด์ิและ ประโยชน์ ข้อห้าม ในการนวด ตลอดจนการใช้สมุนไทย เบ้ืองต้น ท้งัน้ีหากในเน้ือหาสาระมีขอ้บกพร่องประการใด คณะผู้จัดท ายินดีน้อมรับเพื่อจะได้น าไปปรับปรุง แกไ้ขคร้ังต่อไป คณะผู้จัดทา
สารบัญ เรื่อง หน้า 1. ประวัติการนวดไทย 1 2. เส้นประธานสิบ 3 3. การตรวจร่างกายเบ้ืองตน้ 15 4. การบริการแบบไทย ท่าฤๅษีดัดตน 15 ท่า 18 5. กายวิภาคศาสตร์ทวั่ ไป 45 6. ข้นัตอนการนวดไทยเชลยศกัด์ิ 55 7. เภสัชกรรมไทย 68 8. ลูกประคบสมุนไพรแห้ง 72 9. บรรณานุกรม 75
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 1 ประวัติการนวดไทย ประวัติการนวดไทยโดยสังเขป สมัยพุทธกาล - การแพทยแ์ผนโบราณมีมาก่อนสมยัพุทธกาลแต่มีการบนัทึกในสมยัพุทธกาลโดยหมอชีวกโกมาร ภัจจ์เป็ นแพทย์หลวงประจ าพระเจ้าพิมพิสารและบ ารุงสงฆ์ในศาสนา ซึ่งได้วางรากฐานของการ นวดที่อินเดีย - พระเจ้าพิมพิสารประชวรด้วยโรคริดสีดวง (โรคพระภคันทละ) หมอชีวกฯทายาคร้ังเดียวก็หาย สมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ - มีการค้นพบศิลาจารึกในอาณาจักรขอม ปี 1725-1729 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้มีสร้างอโรคยา ศาลา ซึ่งมีหมอ พยาบาล เภสัชกรรวม 92 คน - สมยัพอ่ขนุรามคา แหงไดส้ร้างสวนสมุนไพรขนาดใหญ่บน เขาหลวง หรือเขาสรรพยา อ.คีรีมาศ จงัหวดัสุโขทยัและพบหลกัฐานเก่าแก่ที่วดัป่ามะม่วง สมัยอยุธยา(สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช) - ท าเนียบศักดินา ใน "กฎหมายตราสามดวง" ที่ตราข้ึนใน พ.ศ. 1998 มีการระบุศักดินาของข้าราชการ พลเรือน ที่ปฏิบตัิงานดา้นการแพทยใ์นตา แหน่งต่างๆ - ได้มีการรวบรวมต ารายาคร้ังแรกในประวตัิศาสตร์การแพทยแ์ผนโบราณ เรียกวา่ตา ราพระโอสถ พระนารายณ์ - ในสมยัน้ีการนวด มีความเจริญรุ่งเรืองมาก - การแพทย์แผนตะวันตกเริ่มเขา้มาโดยมิชชนันารีฝรั่งเศสและได้มีการต้งัโรงพยาบาลรักษาโรค สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่1 พระพุทธยอดฟ้าฯ - ทรงปฏิสังขรณ์วดัโพธ์ิข้ึนเป็นอารามหลวงใหช้ื่อวา่ วัดเชตุพนวิมลมังคลาราม - ทรงรวบรวมและจารึกต ารายา หล่อรูปป้ันฤๅษีดัดตน - มีการเรียกแพทยท์ ี่รับราชการเรียกวา่หมอหลวง หมอที่รักษาราษฏรเรียกวา่ “หมอราษฏร์” รัชกาลที่ 2 พระพุทธเลิศหล้าฯ - โปรดเกล้าให้รวบรวมหมอและต ารายาดี จดทะเบียนเป็ นต าราหลวง - ตรากฎหมาย ชื่อวา่ กฎหมายพนักงานพระโอสถถวาย รัชกาลที่ 3 พระนั่งเกล้าฯ - มีการจดัวทิยาลยัการแพทยแ์ผนโบราณวดัโพธ์ิเป็นวทิยาลยัแห่งแรก
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 2 - จดัป้ันรูปฤๅษีดดัตนเพิ่มเติมจากรัชกาลที่1 ให้ครบ 80 ท่า เป็นเน้ือชินท าจากดีบุกและ สังกะสี รัชกาลที่ 4 พระจุลจอมเกล้าฯ - แพทย์ตะวันตกเข้ามา คือ นายแพทย์แซมมอง เรยโ์นล์เรียกกนัวา่หมอเหา - มีการสร้างรูปและกา หนดจุดนวดไว้ที่ วัดกลาง จ. สงขลา รัชกาลที่ 5 พระจุลจอมเกล้าฯ - จดัต้งัศิริราชพยาบาลในปีพ.ศ. 2431 มีการเรียนการสอนทางแพทย์แผนโบราณ - มีการพิมพ์ต าราแพทยค์ร้ังแรก พ.ศ. 2438 ชื่อต ารา แพทยศ์าสตร์สงเคราะห์เล่ม 1-2-3-4 ซึ่ง ไดร้ับการยกยอ่งเป็ น ต าราแห่งชาติฉบบัแรก รัชกาลที่ 6 พระมงกุฏเกล้าฯ - การแพทย์แผนไทยตกต ่ามากที่สุด มีการยกเลิกวิชาการแพทย์แผนไทย - มีการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเพื่อป้องกนัอนัตราย รัชกาลที่ 7 พระปกเกล้าฯ - ตรากฎหมายเสนาบดีแบ่งการประกอบโรคศิลปะออกเป็นแผนปัจจุบนัและแผนโบราณ รัชกาลที่ 8 อนันทมหิดลฯ - ประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2439 รัชกาลที่ 9 พระภูมิพลอดุลยเดชฯ - มีการจดัต้งัสมาคมของโรงเรียนแพทยแ์ผนโบราณข้ึนที่วดัโพธ์ิปีพ.ศ. 2500 - พ.ศ. 2525 มีการก่อต้งัโรงเรียนอายรุเวทวทยาลัย(ชีวกโกมารภัจจ์)อบรมการแพทย์แผนไทย ิ ประยุกต์
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 3 เส้นประธานสิบ เส้นประธานสิบ คือแนวหลกัในการขบัเคลื่อนธาตุท้งั 4 ในร่างกาย 10 แนว ทุกแนวมีจุดเริ่มตน้ บริเวณรอบๆสะดือ แล้วแยกออกไปตามส่วนต่างๆของร่างกาย ไปสิ้นสุดที่อวยัวะต่างๆ ประกอบด้วย เส้นอิทา เส้นปิ งคลา เส้นสุมนา เส้นกาลทารี เส้นสหัศรังสี เส้นทวารี เส้นจันทะภูสัง เส้นรุช า(สุทัง) เส้นสุขุมัง และเส้นสิขินีในหลักวิชาการนวดไทยจดัวา่เส้นประธานสิบมีความส าคญัมากกวา่เส้นอื่นๆใน ร่างกาย(ตามพจนานุกรมศัพท์แพทย์และเภสัชกรรมแผนไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน) เส้นประธานสิบอยูใ่นร่างกายมนุษย ์ยาว ๑ วา หนา ๑ คืบ กว้าง ๑ ศอก และต ่าลงไปจากผิวหนัง บริเวณท้อง ๒ องคุลีที่ระดบัน้ีจะจะมีกระแสลมหรือพลงัลมที่แล่นไปในส่วนต่างๆของร่างกาย พลงัลมที่ แล่นน้ีจะแนวเส้นอยู่10 เส้น ซ่ึงที่เรียกวา่ “เส้นประธานสิบ” และจากสิบเส้นยังแตกรากออกเป็ นเส้นบริวาร มากถึง 72,000 เส้น 1. แนวทางการเดินของเส้นประธานสิบ หมายถึง แนวทางเดินของพลงัลมที่แล่นภายในร่างกาย ซ่ึงสามารถรับรู้ไดเ้มื่อกดจุดที่สัมพนัธ์กบั เส้นประธานน้นัๆ จะรู้สึกถึงพลงัที่แล่นไปตามแนวเส้นน้นัตน้กา เนิดหรือจุดกา เนิดของเส้นอยูท่ ี่รอบสะดือ ตา แหน่งของสะดือคือจกัราศูนยห์รือจกักะอนัเป็นจุดก่ึงกลางของร่างกายมนุษย์ควบคุมกลไกของร่างกาย เส้นประธานสิบไปสิ้นสุดจุดสุดทา้ยที่เรียกวา่รากรากของเส้นประธานท้งัสิบสรุปไดด้งัน้ี เส้นประธาน รากหรือจุดสุดท้าย 1. เส้นอิทา นาสิกซ้าย หรือ จมูกซ้าย 2. เส้นปิ งคลา นาสิกขวา หรือ จมูกขวา 3. เส้นสุมนา ชิวหา หรือโคนลิ้น 4. เส้นกาลทารี แขนและขา 5. เส้นสหัสรังษี จักษุซ้าย หรือ ตาซ้าย 6. เส้นทวารี จักษุขวา หรือ ตาขวา 7. เส้นจันทภูสัง โสตซ้าย หรือ หูซ้าย 8. เส้นรุทัง โสตขวา หรือ หูขวา 9. เส้นสิขิณี ทวารเบา 10. เส้นสุขุมัง ทวารหนัก ภาพแสดงจุดกา เนิดของเส้นประธาน สิบที่อยรู่อบสะดือ
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 4 1. เส้นอิทา ห่างจากสะดือดา้นซ้าย 1 นิ้วมือ วิ่งผา่นหัวเหน่าลงมาต้นขาซ้ายด้านใน อ้อมวนลูกสะบ้า ข้ึน ด้านหลังต้นขา ผา่นก่ึงกลางแกม้กน้แนบชิดกระดูกสันหลงัฝั่งซ้าย ข้ึนมาที่ตน้คอซ้าย ผา่นก่ึงกลางศีรษะ ดา้นซา้ยลงมาหวัคิ้วซา้ย สิ้นสุดที่จมูกซา้ย เส้นอิทา เอ็นซ้าย เป็นตวัแทนควบคุมเกี่ยวกบัทางเดินหายใจ พลงัประสาท สมองและไขสันหลัง รวมถึงกา ลงัหวัเข่าขา้งซา้ย ปรับสมดุลอุณหภูมิของร่างกาย ลมประจ าเส้นอิทา ลมจันทะกลา (ลมประกัง ลมสรรนิบาต) อาการ ปวดหัวมาก วิงเวียน ตามืดมวัเจบ็ตา ชกัปากเบ้ียว สาเหตุ กา เดาและปิตตะระคนกนั เวลา มักจับตอนเย็น ถ้าเป็ นถึง 7 วนัถึงแก่ชีวติได้ ลมพหิ (ลมพหิตวาต) อาการ เชื่องซึม สลบ คลา้ยถูกงูลายสาบกดังูทบัทากดั ลมสัตตวาต อาการ มือสั่น เทา้สั่น สาเหตุ กินอาหารมากเกินไป หรือกินอาหารวนัละ4-5 เวลา ลมจับโปง อาการ ปวดหวัเข่า
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 5 2. เส้นปิ งคลา ห่างจากสะดือด้านขวา 1 นิ้วมือวิ่งผา่นหวัเหน่าลงมาตน้ขาขวาดา้นใน วนลูกสะบา้ข้ึนดา้นหลงั ตน้ขาผ่านก่ึงกลางแกม้กน้แนบชิดกระดูกสันหลงัฝั่งขวาข้ึนมาที่ตน้คอผ่านก่ึงกลางศีรษะดา้นขวาลงมา หวัคิ้วขวา สิ้นสุดที่จมูกขวา เส้นปิ งคลา เอ็นขวา เป็นตวัแทนควบคุมเกี่ยวกบัทางเดินหายใจ พลังประสาท สมองและไขสันหลัง รวมถึงกา ลงัหวัเข่าขา้งขวา ปรับสมดุลอุณหภูมิของร่างกาย ลมประจ าเส้นปิ งคลา ลมสุริยกลา (ลมสูญทกลาลมประกงัลมสรรพบาต) อาการ หนา้แดง ปวดหวัตอนเชา้ถึงเที่ยง ปวดหวัมาก มกัเจบ็ตา น้า ตาไหล เวลา มักจับวันพฤหัสฯ ลมพหิ(ลมพหิตวาต) อาการ สลบไม่รู้สึกตวั ไม่พูดไม่จาคลา้ยงูสมิงคลากดั ลมรัตนาวาต อาการ เมื่อยลา้ขดัทวั่ทุกแห่ง สาเหตุ กินอาการจ าเจ เมื่อจะเป็ นให้แสบไส้พุง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 6 3. เส้นสุมุนา เริ่มจากเหนือสะดือ2 นิ้วมือวงิ่เขา้ไปเส้นกลางลา ตวั ไปเกาะแกนกระดูกสันหลงัดา้นใน ข้ึนมาผา่น หวัใจผา่นคอหอย สุดที่โคนลิ้น มีความสัมพนัธ์กบัระบบไหลเวยีนโลหิต ระบบประสาทและสมอง เส้นสุมนา เอ็นลิ้น เป็นตวัแทนควบคุมเกี่ยวกบัการพูด ระบบไหลเวยีนส่วนกลาง เส้นสุมนา อาการลิ้นกระดา้งคางแขง็ลิ้นไม่รู้รส ขมในปาก พูดไม่ชดัจุกอกแน่นหนา้อก ลมประจ าเส้นสุมนา ลมชิวหาสดมภ์ อาการ ลิ้นกระดา้งคางแขง็ลิ้นไม่รู้รส ขมในปากเชื่องซึม พูดไม่ชดัพูดไม่ได้ ลมดาลตะคุณ (ลมมหาอัสดมภ์) อาการ ใหจุ้กอกเป็นกา ลงัจบัหวัใจใหแ้น่นอกเกิดเอน็เป็นลา เวลา มักจับวันอาทิตย์ ลมทะกรน อาการ ใหด้วงจิระส่า ระส่าย ลมบาทจิต อาการ เคลิบเคลิ้ม พูดติดขดัหลงลืม จบัใจใหห้ลงใหลคลุม้คลงั่แน่นอก อาเจียนเป็นลมเปล่า หนาวร้อนตอ้งฝืนกินอาหารไดก้ลิ่นอาหารจะขยอ้นออก
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 7 4. เส้นกาลทารี เริ่มจากเหนือสะดือ 1 นิ้วมือ แล้วแตกออกเป็น 4 เส้น วิ่งออกแขน 2 เส้น วิ่งออกขา 2 เส้น 2 เส้นบน วงิ่ ไปในลา ตวัเกาะชายโครงซี่สุดทา้ยท้งัสองขา้งวงิ่ข้ึนศีรษะมาถึงตีนผม วนมาที่บริเวณทดั ดอกไม้มาที่สันบ่าลงหลงัแขน ถึงขอ้มือแลว้แตกไปเล้ียงนิ้วมือท้งั 5 2 เส้นล่างวิ่งออ้มสะดือดา้นขา้งแลว้ลงมาที่ตน้แล่นไปตามหนา้ขา หนา้แขง้ถึงขอ้เทา้แลว้แตกไปเล้ียงหลงั เทา้และนิ้วเทา้ท้งั 5 เส้นกาลทารี เอน็แขนเอน็ขา ท้งั 2 ขา้ง เป็นตวัแทนควบคุมเกี่ยวกบัการปรับสมดุลธาตุท้งัสี่การเคลื่อนไหว ของแขนและขา ระบบการไหลเวียนทางแขนและขา ลมประจ าเส้นกาลทา รี ลมสหัสรังษี อาการ เยน็ชาท้งัตวัหนาวสะทา้น สาเหตุ กินอาหารผิดส าแดงหรือของแสลง เช่น ขนมจีน ขา้วเหนียวถวั่ เวลา มักจับวันอาทิตย์ และวันจันทร์
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 8 5. เส้นสหัสรังสี ห่างจากสะดือซ้าย 3 นิ้วมือ วิ่งผา่นหวัเหน่า ตน้ขาซ้ายดา้นใน ขอบสะบา้ดา้นใน ส้ันหนา้แขง้ดา้น ในลงมาถึงส้นเทา้เกาะตามขอบฝ่าเทา้จนมาถึงโคนนิ้วโป้ง ตดัผา่นโคนนิ้วเทา้ท้งัห้า เกาะขอบสันเทา้ดา้น นอกจนถึงส้นเทา้ข้ึนมาตามปลีน่อง ตน้ขาดา้นนอกข้ึนมาที่หัวตะคากเกาะชายโครงผ่านหวันม ร้อยเขา้ ไหลปลาร้า กราม และไปจบที่ตาซ้าย เส้นสหัสรังสี เอ็นตาซ้าย เป็ นตัวแทนควบคุมการหลับตา ลืมตา การมองเห็นของตาข้างซ้าย ลมประจ าเส้นสหัสรังสี ลมจักขุนิวาต ลมอนัตนิวาตคุณ อาการ เจ็บกระบอกตา วิงเวียน ลืมตาไม่ข้ึน สาเหตุ กินของหวาน และมนัเกินไป เวลา มักจับวันศุกร์
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 9 6. เส้นทวารี ห่างจากสะดือขวา 3 นิ้วมือวงิ่ผา่นหวัเหน่า ตน้ขาดา้นใน ขอบสะบา้ดา้นใน ส้ันหนา้แขง้ดานในลง ้ มาถึงส้นเทา้เกาะตามขอบฝ่าเทา้จนมาถึงโคนนิ้วโป้ง ตดัผ่านโคนนิ้วเทา้ท้งัห้า เกาะขอบสันเทา้ดา้นนอก จนถึงส้นเทา้ข้ึนมาตามปลีน่อง ตน้ขาดา้นนอกข้ึนมาที่หัวตะคากเกาะชายโครง ผ่านหัวนม ร้อยเขา้ไหล ปลาร้า กราม และไปจบที่ตาขวา ลมประจ าเส้นทวารี ลมทพิย์จักขุขวา อาการ เป็ นอาการเฉียบพลัน เจ็บกระบอกตา วิงเวียน ลืมตาไม่ข้ึน ลมปัตฆาต อาการ เป็นอาการเร้ือรัง เจบ็กระบอกตาวงิเวยีน ลืมตาไม่ข้ึน สาเหตุ กินน้า มะพร้าวอ่อน อนัมนัหวานมากและมีกามสังโยคเวลา เวลา มักจับวันอังคาร
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 10 7. เส้นจันทภูสัง เริ่มจากขา้งสะดือซ้าย 4 นิ้วมือวิ่งเกาะชายโครงซ้ายดา้นหน้า มาที่ราวนมซ้ายด้านนอก เข้าไหปลา ร้าซ้าย ไปกรามซ้ายแล้วออกที่หูซ้าย เส้นจันทภูสัง เอน็หูซา้ยเป็นตวัแทนการควบคุมหูอ้ือ หูตึงการไดย้นิของหูขา้งซา้ย ลมประจ าเส้นจันทภูสัง ลมคะพาหุ อาการ หูตึง ลมออกจากหู สาเหตุ อาบน้า มากเกิน เวลา มักจับวันพุธ
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 11 8. เส้นรุทงั เริ่มจากขา้งสะดือขวา 4 นิ้วมือวงิ่เกาะชายโครงขวาดา้นหนา้มาที่ราวนมขวาดา้นนอกเขา้ไหปลาร้า ขวา ไปกรามขวาแล้วออกที่หูขวา ลมประจ าเส้นรุทงั ลมคะพาหุ อาการ หูตึง ลมออกจากหู สาเหตุ กินน้า มะพร้าว(แก่) เวลา มักจับวันอังคาร
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 12 9. เส้นสิขิณี เริ่มจากจุดต่า กวา่สะดือ2 นิ้วมือเย้อืงมาทางดา้นขวาเล็กนอ้ยแล่นไปยงัทอ้งนอ้ย วิ่งไปปลายอวยัวะ เพศ มีความสัมพนัธ์กบัระบบขบัถ่ายของเสียไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ ลมประจ าเส้นสิขิณี ลมราทยักษ์ อาการ เสียดสีขา้งขดัเบา ปัสสาวะข่นุเจบ็หวัเหน่า สาเหตุ ในบุรุษ น้า กามถูกกนัไว้ไม่ออกตามเวลาที่กา หนด ในสตรีมีปัญหาของโลหิตหรือมดลูก ท าให้เจ็บหน้าท้อง สีข้าง เอว
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 13 10. เส้นสุขุมัง เริ่มตน้จากจุดต่ากวา่สะดือ 2 นิ้วมือเย้ืองมาดา้นซา้ยแล่นไปสุดที่ทวารหนกัเกี่ยวกบัระบบขบัถ่าย เส้นสุขุมัง อาการ ใหต้ึงทวารอึดอดัแน่นทอ้ง สาเหตุ กินอาหารอนัมนัจดั เวลา มักจับวันอาทิตย์
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 14 ข้อห้ามข้อควรระวังในการนวด 1. มีไขสู้งเกิน 38.5 องศาเซลเซียส 2. บริเวณที่เป็ นมะเร็ง 3. ความดันโลหิตสูง สูงกวา่หรือเท่ากบั 140/90 mm.Hg ที่มีอาการหน้ามืด ใจสั่น ปวดศีรษะ 4. บริเวณที่เป็ นแผลเปิ ด แผลเร้ือรัง หรือบริเวณที่มีรอยโรคผวัหนงัที่สามารถติดต่อได้ 5. บริเวณที่มีการบาดเจ็บภายใน 48 ชวั่ โมง 6. บริเวณที่ผา่ตดัภายในระยะเวลา 1 เดือน 7. บริเวณที่มีกระดูกแตก หัก ปริร้าวที่ยงัไม่ติดดี 8. หญิงต้งัครรภ์ผู้สูงอายุและเด็ก 9. เบาหวาน 10. โรคหลอดเลือด เช่น หลอดเลือดแดงโป่ ง หลอดเลือดอักเสบ หลอดเลือดแข็ง ( Atherosclerosis ) 11. กระดูกพรุน 12. ข้อหลวม/ข้อเคลื่อน/ข้อหลุด 13. มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด มีประวตัิเลือดออกผดิปกติรวมท้งักินยาละลายลิ่มเลือด 14. บริเวณที่แผลหายยงัไม่สนิทดี 15. บริเวณที่มีการผา่ตดั ใส่เหล็ก หรือข้อเทียม จรรยาบรรณวิชาชีพ การปฏิบัติตัวของหมอ 1. ต้องมีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ท้งัร่างกายและจิตใจ 2. มีมารยาทดี 3. แต่งกายสุภาพ สะอาด เรียบร้อย ศีลและจรรยาบรรณ 1. ไม่ดื่มเหลา้ก่อนขณะและหลงัปฏิบตัิงานในสถานที่ๆ รักษา 2. ไม่เจา้ชู้ ไม่ใชว้ชิาชีพในการก่อใหเ้กิดการเสื่อมศีลธรรม 3. ไม่หลอกลวงเพื่อหวงัลาภยศ เงินทอง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 15 การตรวจร่างกายเบื้องต้น การตรวจความผิดปกติของร่างกาย ยืนตรง เทา้ท้งั 2 ขา้งชิดกนัตามองตรงถา้ตรวจดว้ยตนเองหน้ากระจกให้เริ่มพิจารณาต้งัแต่ศีรษะ จรดเท้าไปตามล าดับ การตรวจความผิดปกติบริเวณใบหน้า การตรวจความผิดปกติบริเวณไหล่ ใหพ้ ิจารณาไหล่ท้งั 2 ข้าง ข้างใดเอียง ข้างใดลด
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 16 ตรวจความผิดปกติบริเวณหน้าอก ใหพ้ ิจารณาหนา้อกท้งั 2 ข้าง ข้างใดนูน ข้างใดแฟบ ตรวจความผิดปกติบริเวณมือ ให้พิจารณาหน้ามือท้งั 2 ขา้งโดยสังเกตสีของมือและอุง้มือวา่ลีบหรือไม่ ตรวจความผิดปกติบริเวณขาและเท้า ให้พิจารณาสีผวิของหนา้ขาความส้ันของขนหนา้แขง้เหงื่อออกขา้งใดมากกวา่กนัพิจารณาสีผิวของ เทา้นิ้วเทา้ท้งั 2 ขา้งกางต่างกนัหรือไม่สีของเล็บและเทา้และขนบริเวณหวัแม่เทา้มีปริมาณเท่ากนัหรือไม่
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 17 ตรวจความผิดปกติบริเวณด้านหลังร่างกาย ใหพ้ ิจารณาไรผมไหล่และกลา้มเน้ือน่าท้งั 2 ข้าง เท่ากนัหรือไม่เส้นกลางหลงัเป็นร่องตรงกระดูก สันหลงัอยใู่นแนวดิ่งตรง หรือคด สะโพก 2 ขา้งขา้งใดสูงหรือต่า กวา่กนัน่อง 2 ขา้ง เท่ากนัหรือไม่
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 18 การบริการแบบไทย ท่าฤๅษีดัดตน 15 ท่า ท่าที่ 1 ท่านวดบริเวณกล้ามเนื้อใบหน้า 7 ท่า เป็นท่าที่รศ.นพ. กรุงไกร เจนพานิชย์ให้นวดเพื่อถนอมสายตา (บริหารกลา้มเน้ือใบหนา้ 7 ทา่ ) ใน การบริหารแต่ละท่าใหก้า หนดลมหายใจเขา้-ออกไปด้วย ท่าเตรียม นงั่ขดัสมาธิลา ตวัตรง 1.1 ท่าเสยผม ใชป้ลายนิ้วช้ีนิ้วกลาง นิ้วนางกดขอบ กระบอกตาบน ท้งัสองขา้งพร้อมๆกนั ค่อยๆกดพร้อมกบัเลื่อนนิ้วมือท้งั 3 นิ้ว เรื่อย ข้ึนไปบนศีรษะ ต่อเนื่องไปจนถึงทา้ยทอย ทา ซ้า 10 คร้ัง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 19 1.2 ท่าทาแป้ง ใช้นิ้วกลางท้งั 2 ขา้งกดดา้นขา้งจมูกพร้อมกนั ค่อยๆกดพร้อมกบัเลื่อนนิ้วข้ึนไปจนถึงหนา้ผาก โดยใหป้ลายนิ้วกลางจรดกนัที่กลางหนา้ผาก จากน้นัลูบมือท้งั 2 ข้าง ไปทางหางคิ้วผา่นแกม้ ต่อไปจนถึงคาง ทา ซ้า 10 คร้ัง 1.3 ท่าเช็ดปาก ใช้ฝ่ ามือซ้ายวางทาบบนปาก โดยให้ปลาย นิ้วกอ้ยวางอยทู่ ี่ปลายติ่งหู
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 20 ลากมือมายงัดา้นซา้ย พร้อมกบัเมม้ริมฝีปาก โดยให้ฝ่ ามือกดแนบสนิทขณะท า สลบัมือเป็นมือขวา ทา ซ้า ขา้งละ10 คร้ัง 1.4 ท่าเช็ดคาง ใช้หลังมือซ้ายวางทาบใตค้าง โดยใหป้ลายนิ้ว อยทู่ ี่ติ่งหูขวา ลากมือต้งัแต่ติ่งหูขวาไปตามคาง จนถึงใตหู้ ซ้าย โดยให้หลังมือกดแนบสนิทขณะท า สลบัมือทา แบบเดียวกนัทา ซ้า ขา้งละ10 คร้ัง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 21 1.5 ท่ากดใต้คาง 1.6 ท่าถูหน้าหูและหลงัหู ใชป้ลายนิ้วหวัแม่มือท้งั 2 ข้าง กดตรงกลางคาง โดยใหป้ลายนิ้วหวัแม่มือต้งัฉากกบัคางกม้หนา้ เล็กนอ้ยเพื่อตา้นนิ้วมือให้ออกแรงกดพอสมควร นิ่งสักครู่นบั 1-10 ในใจ เลื่อนจุดใหท้วั่บริเวณใตค้าง โดยเลื่อนที่ละนิ้วมือ ทา ซ้า 5 คร้ัง ใชน้ ิ้วช้ีและนิ้วกลางท้งั 2 คีบหูหลวมๆ โดยใหฝ้่ามือแนบกบัแกม้
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 22 ถูมือข้ึนลงแรงๆ นบัเป็น 1 คร้ัง ทา ซ้า 20 คร้ัง 1.7 ท่าตบท้ายทอย ใชส้ ้นมือท้งั 2 ขา้ง ปิดหูไว้โดยใหป้ลายนิ้วท้งั 2 ขา้งวางอยบู่ริเวณทา้ยทอย ปลายนิ้วกลางจรดกนั กระดกนิ้วมือท้งั 2 ข้าง ให้มากที่สุดแล้วตบที่ท้าย ทอยพร้อมกนั โดยไม่ยกฝ่ามือ ทา ซ้า 10 คร้ัง ทา ซ้า 10 คร้ัง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 23 ท่าที่ 2(เทพพนม) เป็นท่ากายบริหารทปี่ระยุกต์มาจากท่าฤๅษีดัดตน แก้ลมข้อมือ และแก้ลมในล าลึงค์ ประโยชน์ เป็นท่าเริ่มตน้เตรียมความพร้อมร่างกายและฝึกลมหายใจไดผ้ลท้งั 2 ทาง คือ เป็ นการบริหาร ขอ้มือและเมื่อเพิ่มการขมิบกน้เป็นการบริหารบริเวณฝีเยบ็ ท่าเตรียม นงั่ขดัสมาธิพนมมือในท่าเทพพนม โดยใหม้ือที่พนมอยหู่ ่างจากอกแขนต้งัฉากกบัลา ตวั 1) ใช้ มือซ้ายดันมือขวา มือขวาต้านแรงมือซ้าย พร้อมกับดัดปลายนิ้วให้โน้มไปด้านตรงข้าม ในขณะดันมือค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าให้ลึกที่สุด กล้นัลมหายใจ แขม่วทอ้ง ขมิบกน้ ไวส้ ักครู่ผ่อน ลมหายใจออกพร้อมกบัค่อยๆคลายมือ 2) กลบัมาอยใู่นท่าเตรียม 3) ทา สลบักบัระวา่งมือซา้ยกบัมือขวาข้างละ 5-10 คร้ัง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 24 ท่าที่ 3 (ชูหัตถ์วาดหลงั) เป็นท่ากายบริหารทปี่ระยุกต์มาจากท่าฤๅษีดัดตน แก้ปวดท้องและข้อเท้า แก้ลมปวดศีรษะ ประโยชน์ เมื่อฝึกต่อเนื่อง ท าให้การเคลื่อนไหวของข้อไหล่ไปไดด้ว้ยดีเมื่อฝึกใหค้รบชุดเป็นการบริหาร ไหล่อกคอ ท้อง และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตที่ศีรษะและแขน ท่าเตรียม นงั่ขดัสมาธิมือท้งั 2 ขา้ง ประสานกนั ประมาณระดบัลิ้นปี่ 1) สูดลมหายใจเข้าให้ลึกที่สุดพร้อมกบัค่อยๆชูมือข้ึน เหนือศีรษะแขนท้งัสองขา้งเหยียดตรงแนบชิดใบ หู 2) กล้ันลมหายใจไว้สักครู่พร้อม กับดัดมือที่ ประสานกนัเหนือศีรษะใหห้งายข้ึน
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 25 3) ผอ่นลมหายใจออกพร้อมกบัค่อยๆวาดมือท้งั 2 ข้างออกจากกนัไปทางดา้นหลงั 4) ค่อยๆงอแขนกา หมดัมาวางไวท้ี่บ้นัเอวท้งั 2 ข้าง ใชก้า ป้ันกดบริเวณเอวท้งั 2 ข้าง ขณะกดสูดลม หายใจให้ลึกที่สุด 5) กล้นัลมหายใจไวส้ ักครู่พร้อมกบักดเนน้ผอ่น ลมหายใจออก พร้อมกบัคลายการกดกา ป้ัน 6) เลื่อนตา แหน่งที่กดไปกลางหลงัทีละนอ้ยจน กา ป้ันชิดกนัที่บริเวณกลางบ้นัเอว ทา ซ้า 5-10 คร้ัง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 26 ท่าที่ 4(บิดเกียจ) เป็ นท่ากายบริหารที่ประยุกต์มาจากท่าฤๅษีดัดตน แก้ลมเจ็บศีรษะและตามัว แก้เกียจ ประโยชน์ เป็นท่าที่ใชก้นับ่อยคือ บิดข้ีเกียจโดยประยกุตใ์หเ้คลื่อนไหวให้ครบทุกดา้น ท้งัซา้ยขวา หน้า และยกชูเหนือศีรษะเป็นการยดืบริหารส่วนแขน ท่าเตรียม นงั่ขดัสมาธิมือท้งั 2 ขา้ง ประสานกนั ประมาณระดบัลิ้นปี่ 1) สูดลมหายใจเข้าให้ลึกที่สุดพร้อมกบัเหยียดแขน ดัดให้ฝ่ ามือยื่นไปทางด้านซ้ายให้มากที่สุด โดย ให้ลา ตวัตรง หน้าตรง แขนตึง กล้นัลมหายใจ ไว้สักครู่ 2) ผ่อนลมหายใจออกพร้อมงอแขนท้งั 2 ข้าง กลับมาอยู่ในท่าเตรียม ท าซ้ าเช่นเดิมแต่ เปลี่ยนเป็ นเหยียดแขนดัดให้ฝ่ ามือยื่นไปทางด้าน ขวา
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 27 3) ทา ซ้า เช่นเดิม แต่เปลี่ยนเป็นเหยียดแขนดดัให้ฝ่า มือไปทางด้านหน้า 4) ทา ซ้า เช่นเดิม แต่เปลี่ยนเป็นเหยียดแขนดดัให้ชู ข้ึนเหนือศีรษะแขนท้งั 2 ข้าง เหยียดตรงแนบชิด หู 5) ผ่อนลมหายใจออก พร้อมกับลดแขนลง ให้มือท้งั 2ขา้ง ให้มือท้งั 2 ข้าง พักไว้บนศีรษะ ในลกัษณะหงายมือข้ึน 6) และค่อยๆ ลดมือลงมาอยู่ในท่าเตรียม เริ่มต้น ท าซ้ าใหม่ โดยเหยียดแขนไปทางด้านซ้าย ด้านขวา ด้านหน้า ละด้านบนตามล าดับ นับ 1 คร้ัง ทา ซ้า 5-10 คร้ัง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 28 ท่าที่ 5(ดึงศอกไล้คาง) เป็นท่ากายบริหารทปี่ระยุกต์มาจากท่าฤๅษีดัดตน แก้แขนขัด และแก้ขัดแขน ประโยชน์ เป็ นการบริหารบริเวณหวัไหล่ช่วยลดอาการแขนขดัซ่ึงมกัพบไดบ้ ่อย ท่าเตรียม นงั่ขดัสมาธิยกศอกขา้งซา้ยใหต้้งัฉากกบัลา ตวั โดยใหฝ้่ามือวางไวแ้นบแกม้ซา้ย มือขา้งขวากุมใตศ้อกซา้ย 1) สูดลมหายใจเข้าให้ลึกที่สุด พร้อมกบั ใชม้ือขวาที่ กุมศอกดึงข้อศอกซ้ายเข้ามาทางขวาให้มากที่สุด พร้อมกบัเกร็งขอ้ศอกซ้ายตา้นมือขวาไว้ขณะดึง ข้อศอก 2) ฝ่ามือขา้งที่ต้งัศอกถูกดึงให้ไลไ้ปตามคาง กล้นั ลมไวส้ ักครู่หายใจสักครู่ผ่อนลมหายใจออก พร้อมกบั ปล่อยมือใหก้ลบัมาอยใู่นท่าเตรียม
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 29 3) ทา ซ้า เช่นเดิม แต่เปลี่ยนเป็นใชห้ลงัมือซา้ยแนบแกม้ซา้ย 4) เริ่มตน้ทา ซ้า แต่เปลี่ยนเป็นยกศอกขวาให้ ต้งัฉากกบัลา ตวั โดยให้ฝ่ามือวางไวแ้นบ แก้มขวา มือข้างซ้ายกุมใต้ศอกขวาที่ ต้ังข้ึน ท าซ้ าเช่นเดิม เริ่มต้นท าซ้ าใหม่ สลับซ้ายและขวานับเป็ น 1 คร้ัง 5) ทา ซ้า 5-10 คร้ัง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 30 ท่าที่ 6(นั่งนวดขา) เป็นท่ากายบริหารทปี่ระยุกต์มาจากท่าฤๅษีดัดตน แก้กล่อน และแก้เข่าขัด ประโยชน์ เป็ นการบริหารบริเวณเข่า หลงัเอว(คา วา่ “กล่อน” คือ ความเสื่อม “กล่อนกษยั” คือโรคเร้ือรังที่ มีความเสื่อมของอวัยวะ) ท่าเตรียม นงั่เหยยีดขา้งขาท้งัสองขา้ง เทา้ชิดกนัมือท้งั 2 ข้าง วางไว้บริเวณหน้าขา หน้าตรง หลังตรง 1) สูดลมหายใจเข้าให้ลึกที่สุด พร้อมกบั ใชม้ือท้งั 2 ขา้ง นวดต้งัแต่ตน้ขาต่อเนื่องไปจนถึงปลายเทา้ 2) ใช้มือจบั ปลายเทา้ก้มหน้าให้มากที่สุด กล้นัลม หายใจไว้สักครู่
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 31 ท่าที่ 7(ยงิธนู) เป็ นท่ากายบริหารที่ประยุกต์มาจากท่าฤๅษีดัดตน แก้กล่อนปัตคาต และแก้เส้นมหาสนุกระงับ ประโยชน์ เป็นการบริหารส่วนอกและขา เป็นท่าต่อเนื่องจากท่าที่6 (“กล่อนปัตคาต” คือ ภาวะอาการขดัเจบ็ของกลา้มเน้ือกลา้มเน้ือบริเวณต่างๆอนัเนื่องมากจากความ เสื่อมจากการใชง้านผดิปกติของกลา้มเน้ือและหลอดเลือดภายใน) ท่าเตรียม นงั่เหยยดขาข้างซ้ายให้เฉียงออกไปทางด้ ีานซา้ยงอเข่าขวา ให้ฝ่ าเท้าชิดต้นขาซ้าย กา หมดัท้งัสองขา้งใหข้นานกนัไวท้ี่ระดบัอกโดยห่างจากอก 3) ผ่อนลมหายใจออดพร้อมกบัคลายมือจาก ปลายเทา้นวดจากขอ้เทา้กลบัข้ึนมาจนถึง ต้นขา 4) แล้วกลับมาอยู่ในทางเตรียม เริ่มท าซ้ า จนครบ 5-10 คร้ัง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 32 1) สูดลมหายใจเขา้ให้ลึกที่สุด พร้อมกบัยื่นกา ป้ัน ซ้าย เหยียดออกไปทางปลายเท้าซ้าย 2) หนัหนา้ไปตามกา ป้ัน ในลักษณะเล็งเป้าหมาย ดึงก าป้ันและศอกข้างขวาไปทางด้านหลังให้ เต็มที่จนรู้สึกตึงสะบกัและหลงักล้นัลมหายใจ ไวส้ ักครู่ 3) ผอ่นลมหายใจออก พร้อมกบัเปลี่ยนกลบัมา ในท่าเตรียม 4) เริ่มทา ซ้า ใหม่แต่เปลี่ยนเป็นเหยยีดขาขวาและกา ป้ันขวา ท าสลบักนัซา้ยขวา นบัเป็น 1 คร้ัง ท าซ้า 5-10คร้ัง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 33 ท่าที่ 8(อวดแหวนเพชร) เป็นท่ากายบริหารทปี่ระยุกต์มาจากท่าฤๅษีดัดตน แก้ลมในแขน ประโยชน์ เป็นการบริหารส่วนแขน ขอ้มือและนิ้วมือ ท่าเตรียม นงั่ชนัเข่าขา้งซา้ยและยนื่แขนขา้งซา้ยออกไปขา้งหนา้ ใหอ้ยใู่นระดบัเดียวกนักบัหวัไหล่ โดยไม่พกัมือไวบ้นเข่า ใชม้ือขา้งขวาจบันิ้วมือขา้งซา้ยที่ยนื่ออกไปใหฝ้่ามือต้งัข้ึน 1) สูดลมหายใจเขา้ให้ลึกที่สุดพร้อมกับออกแรงดนัมือข้างซ้ายที่ยื่นออกไป ตา้นกบัการดึง บริเวณนิ้วมือขา้งขวาเขา้หาตวั โดยแขนท้งั 2 ข้าง เหยียดตึงกล้นัลมหายใจไวส้ ักครู่
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 34 2) ผ่อนลมหายใจออกพร้อมกับปล่อยมือที่จับไว้ กางนิ้วมือขา้งซา้ยที่ยนื่ออกไปใหเ้ตม็ที่ 3) กรีดนิ้วหรือพบันิ้วมือลงทีละนิ้วจนครบ 4) หักข้อมือลง และลดมือมาไว้ข้างล าตัว 5) ทา ซ้ าเช่นเดิม โดยเปลี่ยนท่านั่งเป็นชันเข่าขวา และยื่นแขนขวา ท าสลบักนัซา้ยขวา นับ 1 คร้ัง ทา ซ้า 5-10 คร้ัง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 35 ท่าที่ 9(ด ารงกายอายุยืน) เป็นท่ากายบริหารทปี่ระยุกต์มาจากท่าฤๅษีดัดตน ด ารงกายอายุยืน ประโยชน์ บริหารส่วนขา มีการยดืร่างกายตามแนวดิ่ง ท่าเตรียม นงั่ชนัเข่าขา้งซา้ยและยนื่แขนขา้งซา้ยออกไปขา้งหนา้ ใหอ้ยใู่นระดบัเดียวกนักบัหวัไหล่ โดยไม่พกัมือไวบ้นเข่า ใชม้ือขา้งขวาจบันิ้วมือขา้งซา้ยที่ยนื่ออกไปใหฝ้่ามือต้งัข้ึน 1) สูดลมหายใจเข้าให้ลึกที่สุด พร้อมกบัยอ่ตวัลงชา้ๆ กล้นัลมหายใจไวส้ ักครู่พร้อมกบัแขม่วทอ้ง ขมิบกน้ 2) ผอ่นลมหายใจออกพร้อมกบัค่อยๆยดืตวัใหก้ลบัมาอยใู่นท่าเตรียม ทา ซ้า 5-10 คร้ัง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 36 ท่าที่ 10(นางแบบ) เป็นท่ากายบริหารทปี่ระยุกต์มาจากท่าฤๅษีดัดตน แก้ไหล่ ขา และแก้เข่า ขา ประโยชน์ เป็นการบริหารเอวอกขาไหล่(เป็นการบริหารแบบเกลียว บิด) ท่าเตรียม ยนืกา้วขาขา้งซา้ยเฉียงออกไปทางซา้ย มือขา้งเดียวกนัวางแนบหนา้ขา มือขวาเทา้อยบู่นสะโพกในลกัษณะคว่า มือ ส้นมือดนัสะโพก ปลายมือเฉียงไปทางด้านหลัง 1) สูดลมหายใจเขา้ใหล้ึกที่สุด พร้อมกบัค่อยๆ ยอ่ตวัทิ้งน้า หนักลงไปบนขาขา้งซา้ยที่กา้ว ออกไป 2) ขณะย่อตวัค่อยๆบิดตวัให้หันหน้าไปทาง ดา้นขวา ชา้ๆ โดยขาซา้ยจะยอ่ขาขวาจะตึง กล้นัลมหายใจไวส้ ักครู่พร้อมกบักดเน้น ส้นมือที่ทา้วอยบู่นสะโพก
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 37 ท่าที่ 11(นอนหงายผายปอด) เป็นท่ากายบริหารทปี่ระยุกต์มาจากท่าฤๅษีดัดตน แก้โรคในอก ประโยชน์ เป็นการผายปอด บริหารส่วนอกไหล่ จังหวะที่ 1 ท่าเตรียม นอนหงาย ขาและล าตัวเหยียดตรง แขนวางแนบล าตัว มือคว ่าลง 3) ผ่อนลมหายใจออก พร้อมกบัค่อยๆ เปลี่ยน กลับ ม าอยู่ใ น ท่าเ ต รีย ม ท า ซ้ าเ ช่นเ ดิม แต่เปลี่ยนเป็นก้าวขาข้างขวา ทา สลบักนัซ้าย ขวา นับเป็ น 1 คร้ัง ทา ซ้า 5-10คร้ัง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 38 ท่าที่ 11 จังหวะที่ 1 1) สู ดลมหายใจเข้าให้ลึ กที่สุ ดพร้ อมยกแขน ท้งัสองขา้งไปวางเหนือศีรษะในลักษณะเหยียด ตรง 2) ใหแ้ขนแนบชิดใบหูกล้นัลมหายใจไวส้ ักครู่ 3) ผ่อนลมหายใจออก พร้อมยกแขนกลับมาอยู่ กลบัมาอยในู่ท่าเตรียม ทา ซ้า 5-10คร้ัง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 39 ท่าที่ 11 จังหวะที่ 2 ท่าเตรียม ประสานมือท้งั 2 ข้าง ในลกัษณะคว่า มืออยู่ บนหน้าท้อง ขาและล าตัวเหยียดตรง 1) สูดลมหายใจเขา้ให้ลึกที่สุด พร้อมกบัยกมือประสานกนัดดัให้ฝ่ามือหงายแขนเหยียดตรง ค่อยๆยกมือข้ึนไปวางไวเ้หนือศีรษะแขนท้งั 2 ขา้งแนบชิดใบหูกล้นัลมหายใจไวส้ ักครู่ 2) ผ่อนลมหายใจออกพร้อมกับลดมือที่ ประสานกนัมาวางบนหน้าผาก ในลักษณะ หงายมือ 3) สูดลมหายใจเข้าให้ลึกที่สุด พร้อมกับดัด เหยียดมือที่ประสานไปทางท้องน้อย จน ไหล่ตึงยกคางข้ึน ขาเหยียดตรง ปลายเทา้งุม้ ลง 4) ผ่อนลมหายใจออกพร้อมกบัเปลี่ยนกลบัมา อยู่ในท่าเตรียม เริ่มตน้ทา ใหม่ทา ซ้า 5-10 คร้ัง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 40 ท่าที่ 12(เต้นโขน) เป็ นท่ากายบริหารทปี่ระยุกต์มาจากท่าฤๅษีดัดตน แก้ตะคริวมือตะคริวเท้า ประโยชน์ เป็ นท่าทดสอบการทรงตวัเป็นการบริหารส่วนขา ท่าเตรียม ยนืแยกขาใหป้ลายเทา้แบะออก ยอ่ตวัเล็กนอ้ยกางศอก คว่า มือวางไวท้ี่หนา้ขาท้งั 2 ข้าง โดยหันส้นมือออกด้านข้าง 1) สูดลมหายใจเข้าให้ลึกที่สุด พร้อมกบัยกขา ขา้งซา้ยลอยข้ึนเหนือพ้ืน และตา้นการกด ของมือซา้ยโดยให้หลงัตรง เข่างอ ปลายเทา้ กระดกข้ึน กล้นัลมหายใจไวส้ ักครู่พร้อมกบั กดมือท้งัสองขา้งเนน้นิ่ง ผอ่นลมหายใจ ออกมาอยใู่นท่าเตรียม 2) เริ่มตน้ทา ใหม่แต่เปลี่ยนเป็นยกขาข้างขวา ท าซ้า เช่นเดิม สลบัซายขวา นับเป็ น ้ 1 คร้ัง ทา ซ้า 5-10 คร้ัง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 41 ท่าที่ 13(ยืนนวดขา) เป็นท่ากายบริหารทปี่ระยุกต์มาจากท่าฤๅษีดัดตน แก้ตะโพกสลักเพชร และแก้ไหล่ตะโพกขัด ประโยชน์ เป็ นการบริหารไหล่สะโพกและหลงั ท่าเตรียม ยืนให้เทา้ท้งั 2 ขา้งขนานกนัหรือชิดกนัมือท้งั 2 จับที่ต้นขา 1) สูดลมหายใจเขา้ใหล้ึกที่สุด พร้อมกบั ใช้มือบีบ นวดจากต้นขาไปจนถึงข้อเท้า 2) จนสามารถกม้แตะพ้ืนหรือวางฝ่ามือลงที่พ้ืนได้ โดยแขนท้งั 2 ข้าง เหยียดตรง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 42 ท่าที่ 14(นอนคว ่าพับบาท) เป็นท่ากายบริหารทปี่ระยุกต์มาจากท่าฤๅษีดัดตน แก้ลมเลือดในตามัว และแก้ลมอั้นรัดทั้งตัว ประโยชน์ เป็ นการบริการส่วนคอขาและอก ท่าเตรียม นอนคว่า ขาท้งั 2 ขา้ง เหยยีดตรง ส้นเทา้ชิดกนั มือท้งั 2 ขา้ง ประสานกนัวางบนพ้ืนในระดบัคาง 3) ผอ่นลมหายใจออก พร้อมกบับีบนวดจากขอ้เทา้ ยอ้นข้ึนมาจนถึงต้นขา 4) แลว้กลบัมาอยใู่นท่าเตรียม ระยะเริ่มตน้อาจแยก ขาให้มาแล้ว จึงขยบัขาให้เลื่อนเข้ามาชิดกัน ทีละนอ้ยในแต่ละคร้ังของการกม้แตะหรือวางฝ่า มือ ทา ซ้า 5-10 คร้ัง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 43 1) สูดลมหายใจเขา้ใหล้ึกที่สุด พร้อมกบัยกศีรษะ ข้ึนเตม็ที่ 2) งอขาท้งัสอง ให้ปลายเทา้งุม้ช้ีมาทางส่วนหลงั มากที่สุด ส่วนแขน หน้าท้องและหน้าขาให้ แนบชิดติดพ้ืน เข่าชิดกัน กล้ันลมหายใจไว้ สักครู่ 3) ผอ่นลมหายใจออกพร้อมกบัลดศีรษะลงขาท้งั 2 ขา้งกลบัมาอยใู่นท่าเตรียม ทา ซ้า 5-10 คร้ัง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 44 ท่าที่ 15(องค์แอ่นแหงนภักต์) เป็นท่ากายบริหารทปี่ระยุกต์มาจากท่าฤๅษีดัดตน แก้เมื่อยปลายมือปลายเท้า ประโยชน์ เป็ นการบริการส่วนเอวเข่าขาและคอ ท่าเตรียม นอนตะแคง เทา้สองขา้งชิดกนัลา ตวัเหยยีดตรงแขนขา้งซา้ยเหยยีดตรงขนาดกบัลา ตวัมือคว ่าลง กบัพ้ืน ศีรษะหนุนตน้แขนซา้ยแขนขา้งขวาเหยยีดตรงคว่า มือลงแนบลา ตวั 1) สูดลมหายใจเข้าให้ลึกที่สุด พร้อมกบัยกศีรษะ ข้ึนให้มากที่สุด ในลักษณะหน้าตรงและใช้มือ ข้างที่แนบล าตัวเลื่อนไปจบัขอ้เทา้ขา้งเดียวกบั มือเหนี่ยวขอ้เทา้ใหย้กข้ึนจนหวัเข่าแยกออกจาก กนั โดย ให้แขนตึง กล้นัลมหายใจไวส้ ักครู่ 2) ผอ่นลมหายใจออกพร้อมกบั ปล่อยมือที่จบัขอ้ เท้าลงช้าๆ ลดศีรษะลงกลบัมาอยทู่ ่าเตรียม 3) ท าซ้า เช่นเดิมโดยเปลี่ยนขา้งทา สลับกนัซา้ยขวา นบัเป็นหน่ึงคร้ัง ทา ซ้า 5-10คร้ัง
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 45 กายวิภาคศาสตร์ทั่วไป 1. ระบบกระดูก ร่างกายของมนุษยท์ ี่เจริญเติบโตเต็มที่จะประกอบดว้ยกระดูกท้งัหมด 206 ชิ้น แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กระดูกแกน (Axial Skeleton) 80 ชิ้น และกระดูกรยางค์ (Appendicular Skeleton)จา นวน 126 ชิ้น กระดูกแกน เช่น กะโหลกศีรษะกระดูกสันหลงักระดูกกน้กบ กระดูกซี่โครง กระดูกรยางค์เช่น กระดูกแขนขา สะบัก ไหปลาร้า เชิงกราน กระดูกสันหลงัของมนุษยป์ระกอบดว้ยกระดูกส่วนคอ(Cervical) 7 ชิ้น กระดูกส่วนอก(Thoracic) 12 ชิ้น กระดูกส่วนเอว (Lumbar) 5 ชิ้น กระดูกส่วนกระเบนเหน็บ (Sacrum) 1 ชิ้น และกระดูกกน้กก (Coccyx) 1 ชิ้น
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 46 โครงกระดูกมีหน้าทสี่ าคัญดังนี้ 1. ทา หนา้ที่เป็นโครงร่างของร่างกาย ช่วยค้า จุนละรักษารูปร่างใหท้รงตวัอยไู่ด้ 2. ป้องกนัอวยัวะภายในร่างกายเช่น กระดูกซี่โครงป้องกนัหวัใจ ปอด และตบั กะโหลกศีรษะ ป้องกนัเน้ือเยื่อสมอง เป็นตน้ 3. เป็นที่ยดึเกาะของเน้ือเยอื่และกลา้มเน้ือเยอื่ช่วยในการเคลื่อนที่ 4. ผลิตเมด็เลือด โดยไขกระดูกที่อยภู่ายใน เป็นแหล่งผลิตเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวที่ส าคัญ 5. เป็นแหล่งสะสมสา คญัของธาตุแคลเซียมละฟอสฟอรัส 1.1 ชนิดของกระดูก 1.1.1 กระดูกอ่อน (Cartilage) เป็นเน้ือเยอื่เกี่ยวพนัชนิดหน่ึงพบไดท้วั่ร่างกาย ไดร้ับอาหารจากการแพร่ จากผิวเซลล์ของกระดูกอ่อนที่อยูล่ ึกๆ เมื่อมีแคลเซียมมาฝังตวัในเมทริกซ์มากข้ึน ทา ให้เซลล์กระดูกอ่อน ตายซ่ึงต่อไปจะกลายเป็นกระดูกแขง็ กระดูกอ่อนแบ่งออกเป็น 3ชนิดคือ 1. กระดูกอ่อนไฮอะลีน(hyaline cartilage) ไดแ้ก่กระดูกอ่อนที่ผนงัก้นัรูจมูกเป็นกระดูกอ่อนที่ เส้นใยแทรกอยจู่า นวนนอ้ย 2. กระดูกอ่อนไฟโบร(fibro cartilage)จัดเป็ นกระดูกที่มีความเหนียวและแข็งแรงมากเนื่องจากมี เส้นใยคอลลาเจนแทรกอยจู่า นวนมากเช่น กระดูกอ่อนที่ก้นัระหวา่งขอ้ของกระดูกสันหลัง 3. กระดูกอ่อนอิลาสติก(elastic cartilage) เป็นกระดูกอ่อนที่มีความยดืหยนสูงเนื่องจากมีเส้นใยอิ ุ่ ลาสติกแทรกอยจู่า นวนมากเช่น กระดูกอ่อนที่ใบหู
วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี คู่มืออบรมการนวดไทย 47 หนา้ที่กระดูกอ่อน คือ 1. กระดูกอ่อนยงัทา หนา้ที่รองรับน้า หนกัตวัรวมท้งัการเคลื่อนไหวและกิจกรรมของอวยัวะต่างๆ 2. ป้องกนัการเสียดสี พบวา่กระดูกอ่อนพบได้บริเวณปลายหรือหัวของกระดูก ที่ประกอบเป็นขอ้ต่อ ต่างๆ และยงัเป็นตน้กา เนิดของกระดูกแขง็ทวั่ร่างกาย 1.1.2 กระดูก(Bone) เป็นโครงสร้างที่เจริญมาจากเน้ือเยื่อเกี่ยวพนั (Membrane Bone) หรือกระดูก อ่อน (Cartilagenous Bone)ก็ได้ประกอบดว้ยเซลล์กระดูก(Osteocyte) เส้นใยชนิดต่าง ๆ และสารระหวา่ง เซลล์ ตรงกลางของกระดูกจะมีลกัษณะโปร่งเป็นโพรงคลา้ยฟองน้า (Spongy Bone) ซ่ึงเป็นที่อยู่ของไข กระดูก(Bone Marrow) ที่ทา หนา้ที่สร้างเมด็เลือดแดงและเมด็เลือดขาวใหแ้ก่ร่างกาย - กระดูกแต่ละชิ้นจะมีเอน็เรียกวา่ ลิกาเมนต์ ( Ligament) ซึ่งมีความเหนียวมากยดึติดกนัทา ให้ กระดูกเคลื่อนไหวไดใ้นวงจา กดั - บริเวณที่กลา้มเน้ือที่ติดกบักระดูกยงัมีเอน็เป็นเน้ือเยื่อเกี่ยวพนัเรียกวา่ เท็น ดอน ( Tendon) ซึ่งจะ ช่วยยดึกลา้มเน้ือใหต้ิดกระดูก