การวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา มนุษย์กับสังคม สาขาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ความคิดเห็นของนักศึกษา คณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรม ของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด เสนอ อาจารย์อัธยา เมิดไธสง
ความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ ที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด เสนอ อาจารย์อัธยา เมิดไธสง การวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา มนุษย์และสังคม สาขาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด
ก กิตติกรรมประกาศ รายงานวิจัยครั้งนี้ส าเร็จลุล่วงด้วยดีเพราะได้รับความกรุณาให้ค าแนะน าช่วยเหลืออย่างดีจากท่าน อาจารย์อัธยา เมิดไธสง ที่ได้ให้ความเมตตาให้ค าปรึกษา แนะน า ตรวจสอบ ตลอดจนข้อคิดเห็นต่างๆ เพื่อให้ งานวิจัยครั้งนี้เสร็จสมบูรณ์ และขอขอบคุณอาจารย์ประจ าสาขาสังคมศึกษา ที่คอยอบรมสั่งสอนให้มีความ รอบรู้ คณะผู้วิจัยรู้สึกซาบซึ้งในความกรุณาของท่าน จึงขอกราบขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้ ขอกราบขอบพระคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปริญ รสจันทร์ที่ช่วยตรวจสอบและให้ค าแนะน าใน การสร้างเครื่องมือวิจัย ขอขอบใจนักศึกษาสาขาสังคมศึกษา ชั้นปีที่ 1 – 4 ที่ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามในการ วิจัยครั้งนี้ คุณค่าและประโยชน์ของรายงานการวิจัยฉบับนี้ ขอมอบบูชาพระคุณบิดา มารดา ครู อาจารย์ที่มีส่วน ให้ชีวิต และปัญญา แก่ผู้วิจัยจนประสบผลส าเร็จ คณะผู้วิจัย 2565
ข บทคัดย่อ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมีเป้าหมายหลัก คือ ส่งเสริมและสนับสนุนให้นักศึกษาได้ร่วมกันจัด กิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ตรงจากกิจกรรมและน าไปปฏิบัติในชีวิตจริง ได้แก่ กิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์ กิจกรรมกีฬาหรือการส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรม บ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม กิจกรรมส่งเสริมศิลปะและ วัฒนธรรม จากการด าเนินงานกิจกรรมของนักศึกษาในด้านต่าง ๆ พบว่า ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจาก 2 ส่วน ได้แก่ 1.องค์การนักศึกษา ซึ่งเป็นผู้ด าเนินงาน ขาดความรู้ ขาดประสบการณ์ 2. นักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ คณะผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะท าการศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่ มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด เพื่อน าผลที่ได้จากการศึกษาไปเป็นข้อมูลในก าหนด นโยบาย วางแผนการด าเนินงาน และพัฒนางาน ด้านกิจกรรมให้มีคุณภาพ เหมาะสมกับความต้องการและ ความสนใจของนักศึกษา อันจะเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดและส่งผลให้นักศึกษาเป็นบัณฑิต ที่มีคุณภาพ ในการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัด กิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด คณะผู้วิจัยได้ด าเนินการวิจัยตามล าดับขั้นตอน ดังนี้ประชากรประกอบไปด้วย นักศึกษาคณะครุ ศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดภาคปกติ ชั้นปีที่ 1 - 4 ปีการศึกษา 2565 ทั้งหมด 11 สาขา จ านวน 2,298 คน ซึ่งประชากรในการท าวิจัยครั้งนี้ คือ นักศึกษาคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด สาขาวิชา สังคมศึกษาจ านวน 230 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักศึกษาคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด ภาคปกติ ระดับปริญญาตรี สาขาสังคมศึกษา ชั้นปีที่ 1 – 4 โดยใช้สูตรค านวณในการหาขนาดของ กลุ่มตัวอย่าง จากประชากรของยามาเน่ (Yamane. 1967 : 886) และแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) โดยใช้กลุ่มสาขาเป็นล าดับชั้น (Strata) จ านวน 144 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม (Questionnaires) เกี่ยวกับการวิจัยเรื่อง ความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่ มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด โดยแบ่งเป็น 2 ตอน ดังนี้ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถาม เกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ซึ่งประกอบด้วย เพศ ชั้นปี ผลการเรียน และสถานภาพ ความสัมพันธ์ ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัด กิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด รวมทั้งสิ้น 29 ข้อ แบ่งออกเป็น 5 ด้าน ผลการวิจัย พบว่า ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็น เพศหญิง จ านวน 120 คน (ร้อยละ 83.30) เป็นกลุ่มนักศึกษาชั้นปีที่ 4 จ านวน 39 คน (ร้อยละ 27.10) มีผล การเรียนอยู่ในระดับ 3.51 – 4.00 (ร้อยละ 77.10) และมีสถานภาพความสัมพันธ์โสด จ านวน 58 คน (ร้อยละ 40.30) ตอนที่ 2 ความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด นักศึกษาเห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด โดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̅ = 4.40) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ กิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอัน พึงประสงค์และกิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม (x̅ = 4.42)
ค สารบัญ เรื่อง หน้า กิตติกรรมประกาศ..................................................................................................... ...................... ก บทคัดย่อ..................................................................................................................... ..................... ข สารบัญ............................................................................................................................. ............... ค สารบัญตาราง..................................................................................................... ............................. จ บทที่ 1 บทน า......................................................................................................................... .. 1 ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา................................................................ 1 วัตถุประสงค์การวิจัย.......................................................................................... ... 2 ประโยชน์ที่ได้รับ................................................................................................... 2 ขอบเขตการวิจัย................................................................................................. ... 3 นิยามศัพท์เฉพาะ................................................................................................ .. 3 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง.................................................................................. 6 ทฤษฎีกิจกรรมนักศึกษา……………………………………………………………………………… 6 ทฤษฎีกิจกรรมนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด………………………………. 16 ทฤษฎีความคิดเห็น……………………………………………………………………………………. 17 ประวัติความเป็นมาและนโยบายในการด าเนินงานของส านักกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด……………………………………………………………………….. 19 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง…………………………………………………………………………………….. 22 กรอบแนวคิดการวิจัย…………………………………………………………………………………. 25 บทที่ 3 วิธีด าเนินการวิจัย....................................................................................................... .. 26 ประชากร............................................................................................................... 26 กลุ่มตัวอย่าง.................................................................................................. ........ 26 การสุ่มตัวอย่าง...................................................................................................... 26 พื้นที่ในการวิจัย..................................................................................................... 27 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย........................................................................................ 27 การวัดตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย................................................................................ 27 คุณภาพเครื่องมือการวิจัย..................................................................................... 28 วิธีด าเนินการเก็บข้อมูล……………………………………………………………………………… 28 การประมวลผลและการวิเคราะห์ข้อมูล……………………………………………………….. 29 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล................................................................................................. . 30 การน าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล........................................................................ 30 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล........................................................................................ ... 30
ง สารบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า บทที่ 5 สรุป อภิปราย และข้อเสนอแนะ.................................................................................. 38 วัตถุประสงค์การวิจัย............................................................................................. 38 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง.................................................................................... 38 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา..................................................................................... 38 การเก็บรวบรวมข้อมูล........................................................................................... 38 การวิเคราะห์ข้อมูล................................................................................................ 39 สรุปผลการวิจัย...................................................................................................... 39 อภิปรายผล............................................................................................................ 40 ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัย.................................................................................. 43 ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป.......................................................................... 44 บรรณานุกรม............................................................................................................................. ...... 45 ภาคผนวก............................................................................................................................. ........... 48 ภาคผนวก ก รายนามผู้เชี่ยวชาญ......................................................................... 49 ภาคผนวก ข แบบสอบถามเพื่อการวิจัย................................................................ 51 ประวัติย่อผู้วิจัย............................................................................................................................... 58
จ สารบัญตาราง ตาราง หน้า 4.1 จ านวนและค่าร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจ าแนกตามตัวแปรที่ศึกษา................................ 30 4.2 ค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ราชภัฏร้อยเอ็ด.............................................................................................................. 32 4.3 ค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด ในด้านกิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิต อันพึงประสงค์............................................................................................................... 33 4.4 ค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด ในด้านกิจกรรมกีฬาหรือการส่งเสริมสุขภาพ……………………………………………. 34 4.5 ค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด ในด้านกิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม.................................. 35 4.6 ค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด ในด้านกิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม........................................... 36 4.7 ค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด ในด้านกิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม.................................................. 37
บทที่ 1 บทน ำ 1. ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญ การจัดการศึกษาของประเทศไทยตั้งแต่เริ่มจัดการศึกษาอย่างเป็นระบบมาจนถึงปัจจุบันจะเห็นได้ว่า แผนการศึกษาและหลักสูตรการศึกษาในระดับต่างๆ แต่ละฉบับที่ออกมาต่างก็มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนา เด็กไทย ซึ่งแนวทางในการจัดการศึกษาได้วางไว้ว่า “มุ่งพัฒนาชีวิตประชาชนให้มีความสุขและอยู่ดีกินดี มี ความส านึกในความเป็นไทย รู้จักพึ่งตนเอง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ฝึกฝนการปรับตัวในสังคม เน้นลักษณะ นิสัย ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ ประหยัด และมีระเบียบวินัย การจัดการศึกษาในแต่ละระดับจึงเป็นกระบวนการที่ ส าคัญในการพัฒนาคนให้มีคุณภาพ กล่าวคือ ให้ความรู้และคุณธรรม พัฒนาคุณภาพคนในทุกมิติอย่างสมดุล ทั้งจิตใจ ร่างกาย ความรู้และทักษะความสามารถเพื่อให้เพียบพร้อมทั้งด้านคุณธรรมและความรู้ ซึ่งจะน าไปสู่ การคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล รอบคอบและระมัดระวังด้วยจิตส านึกในศีลธรรมและคุณธรรมท าให้รู้เท่าทัน การเปลี่ยนแปลงและสามารถตัดสินใจโดยใช้หลักความพอประมาณในการด าเนินชีวิตอย่างมีจริยธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต อดทน ขยันหมั่นเพียร อันจะเป็นภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีเพื่อให้คนพร้อมเผชิญต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะ เกิดขึ้น ด ารงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม อยู่ในครอบครัวที่อบอุ่นและสังคมที่ สงบสันติสุข (ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2551: ออนไลน์) จากเป้าหมาย และทิศทางดังกล่าว สถาบันอุดมศึกษาจึงใช้กิจกรรมนักศึกษาเป็นกลไกในการเพิ่มพูนประสบการณ์และทักษะ ให้นักศึกษาเกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ อย่างมีคุณภาพนอกเหนือไปจากกิจกรรมการเรียนการสอนในชั้นเรียน โดยการส่งเสริมให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมที่หลากหลายและเหมาะสมกับความถนัดและความต้องการของ นักศึกษา โดยจัดขึ้นในรูปแบบของกิจกรรมเสริมหลักสูตรและกิจกรรมนอกหลักสูตรโดยมีอาจารย์ที่ปรึกษา คอยให้ค าแนะน ากิจกรรมนักศึกษาเป็นสิ่งที่ท าให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้เพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์ ซึ่ง ทักษะและประสบการณ์หลายอย่างไม่สามารถเรียนรู้ได้ในชั้นเรียน (ส านักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ,2545 ก : ค าน า) กล่าวว่า นอกจากกิจกรรมทางด้านวิชาการแล้ว มหาวิทยาลัยต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้ นักศึกษารู้จักคิดและสร้างสรรค์กิจกรรมในแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอีกด้วย เพราะประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้รับจากการท ากิจกรรมนักศึกษานั้นเป็นสิ่งจ าเป็นและเป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตในสังคมค่อนข้างมาก ซึ่ง ผลจากการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาท าให้นักศึกษาได้รับประโยชน์ที่มีคุณค่ามากมายหลายประการ ดังนั้นเมื่อ นักศึกษาเข้ามาท ากิจกรรมจึงต้องท าความเข้าใจกับตนเองว่าในฐานะนักศึกษาการเรียนต้องถือว่ามีความส าคัญ มากที่สุด และกิจกรรมนักศึกษาถือเป็นองค์ประกอบส าคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยพัฒนาและเพิ่มศักยภาพให้ นักศึกษามีคุณลักษณะของความเป็นบัณฑิตที่สมบูรณ์ได้ (ส านักกิจการนักศึกษา, 2551 : ออนไลน์) กิจกรรม นักศึกษาจึงเป็นเครื่องมือที่ส าคัญในการส่งเสริมพัฒนานักศึกษาช่วยเสริมเติมเต็มนักศึกษาให้เป็นบุคคลที่มี ความสมบูรณ์เพียบพร้อมไปด้วยความรู้ ความสามารถ มีวิจารณญาณ เสียสละ มีคุณธรรมจริยธรรม และมีสุขภาพพลานามัยที่ดี ซึ่งพัฒนาโดยการบูรณาการกิจกรรมนักศึกษากับการเรียนการสอนเข้าด้วยกัน มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมีเป้าหมายหลัก คือ การส่งเสริมและสนับสนุนให้นักศึกษาได้ร่วมกันจัด กิจกรรมหลากหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง เป็นการพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เพื่อให้การจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดบรรลุวัตถุประสงค์ตามปรัชญาของมหาวิทยาลัยราช ภัฏร้อยเอ็ด และสอดคล้องกับสภาพสังคมจึงได้ก าหนดคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค์คือ จะต้องเป็นผู้ที่ ความรับผิดชอบแสวงหาประสบการณ์เพื่อสร้างความรู้ให้เกิดปัญญาและน าไปประยุกต์ใช้ให้มีประสิทธิภาพ มี ความประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตน เคารพยกย่องผู้อาวุโสและทดแทนบุญคุณ และมีความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ในมหาวิทยาลัย (ส านักกิจการนักศึกษา, 2564 : 13) ดังนั้นการที่จะพัฒนานักศึกษาให้เกิดศักยภาพในทุกด้าน
2 นั้น จ าเป็นจะต้องใช้กิจกรรมนักศึกษามาเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและพัฒนา เพื่อให้นักศึกษาได้รับ ประสบการณ์ตรงจากกิจกรรมและน าไปปฏิบัติในชีวิตจริงได้ กิจกรรมดังกล่าว ได้แก่ กิจกรรมวิชาการที่ ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์กิจกรรมกีฬาหรือการส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือ รักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม กิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม (ส านัก กิจการนักศึกษา, 2565 : 16) โดยจากการด าเนินงานกิจกรรมของนักศึกษาในด้านต่าง ๆ ดังกล่าว พบว่า มีปัญหาในการเข้าร่วม กิจกรรมของนักศึกษา ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากองค์ประกอบ 2 ส่วน ได้แก่ 1) องค์การนักศึกษา ซึ่งเป็นผู้ ด าเนินงานกิจกรรมของนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ขาดความรู้ ขาดประสบการณ์ จึงต้อง ปรึกษาหารือขอข้อเสนอแนะจากอาจารย์ที่ปรึกษาก่อน 2) นักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ นักเพราะกิจกรรมจะท าให้มีผลกระทบกับการเรียน เนื่องจากมีการเรียนการสอนในช่วงเวลาเดียวกับการเข้า ร่วมกิจกรรม และจากการสัมภาษณ์นักศึกษาชั้นปีต่างๆ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด พบปัญหาและ อุปสรรคจากการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาในด้านต่างๆ บางกิจกรรมนักศึกษาสนใจเข้าร่วมกิจกรรมน้อย เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ไม่มีความน่าสนใจ เน้นความเป็นวิชาการมากเกินไป เช่น กิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริม คุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์ นักศึกษาจึงเกิดความเบื่อหน่าย (ศรวิชญ์ สัจจาม, สัมภาษณ์, 2566) นอกจากนี้นักศึกษาอาจไม่ทราบถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากกิจกรรมนั้นๆ ท าให้นักศึกษาไม่เห็นถึงความส าคัญ ของกิจกรรมและไม่เข้าร่วมในที่สุด (นัชนันท์ ภูมิสัตย์และพิรพรรณ จันทรคา, สัมภาษณ์, 2566) ส่วนในบาง กิจกรรมนักศึกษาที่ไม่มีประสบการณ์จึงไม่สนใจ เช่น กิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม (สุภัสสร สายสุดและเกียรติศักดิ์ พนม, สัมภาษณ์, 2566) นอกจากนี้กิจกรรมส่วนใหญ่ยังคงมีรูปแบบเดิมๆ ซ้ าๆ เช่น กิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่ไม่มีความหลากหลายและไม่ค่อยสนุกสนาน (ทัศนีย์ เสนสอน, สัมภาษณ์, 2566) และสาเหตุประการส าคัญคือกิจกรรมไม่สอดคล้องกับความต้องการของนักศึกษา ประกอบกับประชาสัมพันธ์ที่ล่าช้าและไม่ทั่วถึง ท าให้นักศึกษาทราบวันและเวลาที่เข้าร่วมกิจกรรมช้าและไม่ได้ เตรียมความพร้อมก่อนที่จะเข้าร่วมกิจกรรม (ศริญญา วิชัย, สัมภาษณ์, 2566) ด้วยเหตุผลดังกล่าว คณะผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะท าการศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุ ศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด เพื่อน าผลที่ได้จากการศึกษาไปเป็นข้อมูลใน ก าหนดนโยบาย วางแผนการด าเนินงาน และพัฒนางาน ด้านกิจกรรมนักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ให้มีคุณภาพ เหมาะสมกับความต้องการและความสนใจของนักศึกษา อันจะเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยราช ภัฏร้อยเอ็ดและส่งผลให้นักศึกษาเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพและเป็นก าลังส าคัญของประเทศชาติต่อไป 2. วัตถุประสงค์ของกำรวิจัย เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด 3. ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับ 1. เป็นข้อมูลส าหรับผู้บริหารหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในการก าหนดนโยบายวางแผนงานในด้านกิจกรรม นักศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 2. เป็นข้อมูลในการส่งเสริมให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมาก ยิ่งขึ้น 3. นักศึกษาเกิดความตระหนักในความต้องการของตนเองอันจะน าไปสู่ความร่วมมือในด้านการ ด าเนินงานพัฒนานักศึกษาในส่วนที่ตนเองเกี่ยวข้องต่อไป
3 4. ขอบเขตของกำรวิจัย ประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง ประชากรประกอบไปด้วย นักศึกษาคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดภาคปกติ ชั้น ปีที่ 1 - 4 ปีการศึกษา 2565 ทั้งหมด 11 สาขา คือ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา สาขาวิชาภาษาไทย สาขาวิชาสังคมศึกษา สาขาวิชาดนตรีศึกษา สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย สาขาวิชา ศิลปศึกษา สาขาวิชาพลศึกษา สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป สาขาวิชาคณิตศาสตร์ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และ ภาษาอังกฤษ จ านวน 2,298 คน ซึ่งประชากรในการท าวิจัยครั้งนี้ คือ นักศึกษาคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัย ราชภัฏร้อยเอ็ด สาขาวิชาสังคมศึกษา จ านวน 230 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักศึกษาคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด ภาคปกติ ระดับปริญญาตรี สาขาสังคมศึกษา ชั้นปีที่ 1 - 4 โดยใช้สูตรค านวณในการหาขนาดของ กลุ่มตัวอย่าง จากประชากรของยามาเน่ (Yamane. 1967 : 886) และแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) โดยใช้กลุ่มสาขาเป็นล าดับชั้น (Strata) ได้จ านวนทั้งสิ้น 144 คน ตัวแปร ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ก าหนดตัวแปรที่ศึกษา ไว้ดังนี้ 1. ตัวแปรต้น/ตัวแปรอิสระ คือ สถานภาพส่วนบุคคล จ าแนกออกเป็นดังนี้ 1.1 เพศ 1.2 ชั้นปี 1.3 ผลการเรียน 1.4 สถานภาพความสัมพันธ์ 2. ตัวแปรตำม ประกอบด้วย ความคิดเห็นของนักศึกษาต่อการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษาภาคปกติ มหาวิทยาลัยราช ภัฏร้อยเอ็ดจัดให้แก่นักศึกษาตามกรอบงานในด้านการพัฒนานักศึกษาจากกองพัฒนานักศึกษา (ส านักกิจการ นักศึกษา, 2565 : 16) แบ่งเป็น 5 ด้าน ดังนี้ 2.1 กิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์ 2.2 กิจกรรมกีฬาหรือการส่งเสริมสุขภาพ 2.3 กิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม 2.4 กิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม 2.5 กิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม ระยะเวลำ ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ เดือนพฤศจิกายน – เดือนมีนาคม พ.ศ. 2566 5. นิยำมศัพท์ที่ใช้ในกำรวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาความคิดเห็นต่อการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน คณะผู้วิจัยได้นิยามขอบเขต ดังต่อไปนี้ 1. ควำมคิดเห็น หมายถึง ความรู้สึก ความนึกคิด ต่อสิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้และประสบการณ์ใน การเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด 2. กิจกรรมนักศึกษำ (Student Activities) หมายถึง กิจกรรมใด ๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด จัดขึ้นเพื่อให้นักศึกษาได้เข้าไปมีส่วนร่วมซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการเรียนการสอนโดยตรง โดยไม่มี
4 หน่วยกิตและมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านบุคลิกภาพ ทัศนคติของนักศึกษา การจัดกิจกรรมของ มหาวิทยาลัย จะต้องจัดกิจกรรมเป็น 5 ประเภท ดังต่อไปนี้ 2.1 กิจกรรมวิชำกำรที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์ เช่น การจัดอบรมให้ ความรู้ต่าง ๆ การติวด้านวิชาการ การเข้าค่ายภาษาต่างประเทศ การจัด ค่ายวิทยาศาสตร์ การจัดค่าย คอมพิวเตอร์ การจัดค่ายศิลปะ การจัดค่ายดนตรี เป็นต้น โดยมี จุดประสงค์ ดังนี้ - เพื่อเสริมสร้างภูมิปัญญาให้กับนักศึกษา - เพื่อให้นักศึกษามีวิจารณญาณในการน าความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้ - เพื่อพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด เป็น นักวิชาการและนัก วิชาชีพของสังคม 2.2 กิจกรรมกีฬำหรือกำรส่งเสริมสุขภำพ การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามีความรู้ และทักษะในการเล่นกีฬา ปลูกฝังทัศนคติที่ดี ต่อการแข่งขันกีฬา การออกก าลังกายเพื่อสุขภาพ พลานามัย พร้อมทั้งการให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ กีฬาและการเพิ่มทักษะในด้านกีฬา เพื่อเป็นการยกมาตรฐานกีฬา ให้สูงขึ้น 2.3 กิจกรรมบ ำเพ็ญประโยชน์หรือรักษำสิ่งแวดล้อม กิจกรรมที่เน้นเรื่องของอาสาพัฒนา ทั้งภายในมหาวิทยาลัยฯ ชุมชนรอบมหาวิทยาลัย ชนบท การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม การจัด กิจกรรมด้านการศึกษา สาธารณูปการ คมนาคม การเกษตร และสาธารณสุข โดยมีจุดประสงค์ดังนี้ - ส่งเสริมให้นักศึกษาได้รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ในเรื่องของการบ าเพ็ญ สาธารณประโยชน์ อาสาพัฒนาชนบท อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเพื่อสร้างสรรค์ความเจริญให้แก่ท้องถิ่น - ส่งเสริมให้นักศึกษามีความสามัคคี มีความรับผิดชอบ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน และเสียสละ เพื่อส่วนรวมระหว่างนักศึกษาร่วมสถาบันและต่างสถาบัน - ฝึกให้นักศึกษาเป็นผู้น าที่มีความสามารถและเป็นผู้ตามที่ดี โดยรู้จักการท างานด้วยกัน เป็น หมู่คณะ รู้จักผ่อนปรน และรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น พร้อมทั้งชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย 2.4 กิจกรรมเสริมสร้ำงคุณธรรมและจริยธรรม การจัดกิจกรรมที่สร้างความตระหนักในการ ยกระดับจิตใจ เช่น การแสดงออกถึง ความเห็นอก เห็นใจการช่วยเหลือ การแก้ปัญหา การพัฒนาบุคลิกภาพ ตลอดจนการส่งเสริม ยกย่องผู้ด ารงตนดีงามตามหลักคุณธรรม จริยธรรม 2.5 กิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม กิจกรรมที่ส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมมีกิจกรรม หลายอย่างแตกต่างกันไป ในการจัดการกิจกรรมตามขนบประเพณีไทยและท้องถิ่น วันส าคัญต่าง ๆ ของชาติ เช่นวันสงกรานต์ วันลอยกระทง วันเข้าพรรษา ฯลฯ ตลอดจนจัดแสดงนิทรรศการหรือกิจกรรมทางด้าน นาฏศิลป์ ดนตรี การละเล่นพื้นเมือง โดยมีจุดประสงค์ ดังนี้ - เพื่ออนุรักษ์ ส่งเสริมเผยแพร่ แลกเปลี่ยนและพัฒนางานศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี อันเป็นมรดกอันล้ าค่าและเอกลักษณ์อันดีงามของชาติ - เพื่อปลูกฝังค่านิยมความภาคภูมิใจและความซาบซึ้งในศิลปวัฒนธรรมไทยแก่ นักศึกษาและ บุคคลทั่วไป 3. นักศึกษำคณะครุศำสตร์หมายถึง ผู้ที่ก าลังศึกษาคณะครุศาสตร์ ภาคปกติ ในมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด ชั้นปีที่ 1 – 4 ปีการศึกษา 2565
บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมของ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดครั้งนี้คณะผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องได้น าเสนอ ตามล าดับหัวข้อต่อไปนี้ 1. ทฤษฎีกิจกรรมนักศึกษา 1.1 ความหมายของกิจกรรมนักศึกษา 1.2 คุณค่าและความส าคัญของกิจกรรมต่อพัฒนาการของนักศึกษา 1.3 แนวคิดและปรัชญาของกิจกรรมนักศึกษา 1.4 วัตถุประสงค์ของกิจกรรมนักศึกษา 1.5 ประเภทและลักษณะของกิจกรรมนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย 1.6 แนวทางในการด าเนินงานกิจกรรมนักศึกษา 1.7 ความสนใจในการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา 2. ทฤษฎีกิจกรรมนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด 2.1 ความหมายของกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด 2.2 การจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด 2.3 ตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด 3. ทฤษฎีความคิดเห็น 3.1 ความหมายของความคิดเห็น 3.2 ประเภทของความคิดเห็น 3.3 ความส าคัญของความคิดเห็น 3.4 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคิดเห็น 4. ประวัติความเป็นมาและการจัดกิจกรรมพัฒนานักศึกษาที่ส่งเสริมผลลัพธ์การเรียนรู้ตามกรอบ มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา TQF 4.1 ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ ประเด็นยุทธศาสตร์ ส านักงานกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด 4.2 การจัดกิจกรรมพัฒนานักศึกษาที่ส่งเสริมผลลัพธ์การเรียนรู้ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ระดับอุดมศึกษา TQF 5. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 5.1 งานวิจัยต่างประเทศ 5.2 งานวิจัยในประเทศ 6. กรอบแนวคิดการวิจัย รายละเอียดมีดังนี้
6 1. ทฤษฎีกิจกรรมนักศึกษา 1.1 ความหมายของกิจกรรมนักศึกษา กิจกรรมนักศึกษาเป็นหัวใจส าคัญอีกประการหนึ่งของการบริหารจัดการอุดมศึกษาที่สร้างเสริมการ พัฒนานักศึกษา (Student Development) และมีกิจกรรมเป็นศูนย์กลางของกระบวนการพัฒนานักศึกษา ด้านต่าง ๆ นอกเหนือจากสิ่งที่บังคับเรียนในชั้นเรียน การเข้าร่วมกิจกรรมมีความส าคัญในการพัฒนานักศึกษา ให้เป็นบุคคลที่สมบูรณ์ มีคุณลักษณะตามที่สังคมต้องการสร้างบัณฑิตที่พึงประสงค์เป็นผลจากความร่วมมือ ของหลาย ๆ ส่วนที่ส าคัญ คือ การเรียนการสอนในหลักสูตรการวิจัยกิจกรรมนักศึกษาและการจัด สภาพแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีนโยบายและมาตรการเกี่ยวกบการ ผลิตบัณฑิต และสนับสนุนกิจกรรมนักศึกษาโดยเน้นการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ลึก รู้รอบ มีจิตส านึกเชิง จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งมีนักวิชาการและนักการศึกษาได้ให้ ความหมายของค าว่ากิจกรรมนักศึกษา (Student Activities) ไว้หลายลักษณะแตกต่างกันออกไปสามารถสรุป ได้ ดังนี้ วิลเลี่ยมสัน (Williamson. 1961: 30) ได้ให้นิยามของกิจการนักศึกษาไว้ 2 นัย คือ 1. เกี่ยวกับการจัดบริการให้กับศึกษา โดยมุ้งเน้นการช่วยเหลือนักศึกษาในการแก้ปัญหา รวมถึงการ ส่งเสริมทักษะในการเรียนและช่วยให้นักศึกษาสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 2. เกี่ยวกับนักศึกษาโดยมุ้งส่งเสริมพัฒนาการของนักศึกษาทั้งทางด้านสติปัญญา สังคม อารมณ์ ร่างกายและจิตใจ โฮป (Hophe. 1968 : 41) ได้ให้ความหมายของงานกิจการนักศึกษาว่า เป็นงานหรือรายการกิจกรรม ต่าง ๆ ที่สถาบันจัดขึ้นนเพื่อมุ่งช่วยนักศึกษาทั้งรายบุคคลหรือรายกลุ่มได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการอยู่ ร่วมกันอย่างชุมชนทางวิชาการ (Academic Community) โดยมีการจัดสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อตอบสนอง ความต้องการ ความใฝ่ฝัน ความเจริญงอกงามด้านสติปัญญา ด้านอารมณ์ ด้านสังคม ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม เพื่อให้นักศึกษาได้ประสบความส าเร็จอย่างเต็มความสามารถเท่าที่จะท าได้ กู๊ด (Good. 1973 : 10) กล่าววากิจกรรมนักศึกษาเป็นโปรแกรมและการด าเนินงานที่นักศึกษาหรือ สถาบันจัดขึ้นเพื่อสร้างความสนุกสนาน เพิ่มพูนความรู้และส่งเสริมพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ซึ่งเปิดโอกาสให้ นักศึกษาแสดงความสามารถและสร้างความสนใจให้นักศึกษา โดยอยูในความดูแลของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ และได้ให้ความหมายของงานกิจการนักศึกษาเอาไว้ว่า คือ การให้บริการของสถาบันอุดมศึกษาแก่นักศึกษาทั้ง เป็นรายบุคคลและรายกลุ่มในแง่ของการให้ค าปรึกษา การบริการ สวัสดิการของนักศึกษา เช่น การแนะแนว การศึกษาและอาชีพการจัดหางาน บริการหอพักและการให้ค าปรึกษาแก่องค์การนักศึกษา ชาญชัย อินทรประวัติ (2545 ก : 27) ได้กล่าวไว้ว่า กิจกรรมนักศึกษา คือ กิจกรรมที่มีประโยชน์ทาง การศึกษาที่เกิดขึ้นจากการคิดและการด าเนินการของนักศึกษา โดยการให้ค าปรึกษาและดูแลของอาจารย์ที่ ปรึกษาให้อยู่ในกรอบนโยบายประเพณีและวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัย ทบวงมหาวิทยาลัย (2545 ง : 6) ได้ให้ข้อคิดเพิ่มเติมไว้ว่า กิจกรรมนักศึกษาเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วย ส่งเสริมเติมเต็มให้นิสิตนักศึกษาเป็นบุคคลที่มีความสมบูรณ์เพียบพร้อมไปด้วยความรู้ ความสามารถ ความ เสียสละ มีวิจารณญาณ มีคุณธรรม จริยธรรม และสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงหรืออีกนัยหนึ่งคือเป็นคนที่ สมบูรณ์ ทั้งด้านสติปัญญา ร่างกาย อารมณ์ สังคมและจิตใจ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (2551 : 17)กิจกรรมนักศึกษา หมายถึง กิจกรรมใด ๆ ที่ทาง มหาวิทยาลัยจัดขึ้นเพื่อให้นักศึกษาได้เข้าไปมีส่วนร่วมซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการเรียนการสอนโดยตรง โดย
7 ไม่มีหน่วยกิต และมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านบุคลิกภาพ ทักษะ ทัศนคติของนักศึกษา แบ่ง ออกเป็น 2 ประเภท คือ กิจกรรมเสริมหลักสูตร และกิจกรรมนอกหลักสูตร 1. กิจกรรมเสริมหลักสูตร หมายถึง กิจกรรมต่าง ๆ ที่นักศึกษาหรืออาจารย์ประจ าวิชาร่วมกัน จัดท า ขึ้นเพื่อตอบสนอง เสริมการเรียนการสอนในวิชาต่าง ๆ 2. กิจกรรมนอกหลักสูตร หมายถึง กิจกรรมต่าง ๆ ที่กองพัฒนานักศึกษา องค์การบริหาร นักศึกษา สภาพนักศึกษา หรือชมรมต่าง ๆ ร่วมกันจัดขึ้น โดยเป็นกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนการสอนในชั้น เรียน หรือหลักสูตรโดยตรง จากความหมายกิจกรรมนักศึกษาดังกล่าว ท าให้ทราบว่าการพัฒนานักศึกษาไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา ด้านสติปัญญา สังคม อารมณ์ เอกลักษณ์ ร่างกาย คุณธรรม ก็มีความจ าเป็นที่สถาบันระดับอุดมศึกษาต้องให้ ความส าคัญในการบริหารจัดการกิจกรรมให้ครบทุก ๆ ด้าน อาจสรุปได้ว่า กิจกรรมนักศึกษา หมายถึง กิจกรรมที่จัดขึ้นโดยนักศึกษาหรือมหาวิทยาลัยที่ได้รับความเห็นชอบจากมหาวิทยาลัยในการด าเนินกิจกรรม นักศึกษาและมีเป้าหมายเพื่อพัฒนานักศึกษาในด้านต่าง ๆ และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์จริงที่ น าไปสู่การพัฒนาความรู้ ความสามารถ พัฒนาบุคลิกภาพอุปนิสัยของนักศึกษาให้เหมาะสมกับสังคม ประชาธิปไตย เพื่อเสริมสร้างความรู้ พัฒนาคุณสมบัติของนักศึกษาให้รู้คุณค่า ส่งเสริมให้นักศึกษามีระเบียบ วินัยในตนเองรู้จักการท างานร่วมกับบุคคลอื่น สามารถท างานเป็นทีมมีภาวะความเป็นผู้น าได้และเพิ่มพูน ความรู้รอบ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีจิตส านึกในการใฝ่เรียนรู้และรับผิดชอบต่อตนเองที่จะน าไปสู่การอยู่ร่วมกับ สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป 1.2 คุณค่าและความส าคัญของกิจกรรมต่อพัฒนาการของนักศึกษา วิลเลี่ยมสัน (Williamson, 1961: 31-32) กล่าวว่า กิจกรรมนักศึกษามีความส าคัญคือจะถูกน าเข้ามา ใช้พัฒนาการเรียนรู้ที่หลากหลายท าให้นักศึกษามีความสามารถเพิ่มมากขึ้น มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ลดปัญหา และความขัดแย้งต่าง ๆ ภายในสถาบัน แพ็ควูด (Packwood, 1977 : 156) กล่าวถึงความส าคัญของกิจกรรมนักศึกษาไว้ว่า กิจกรรมจะช่วย พัฒนานักศึกษาในสิ่งที่ไม่อาจจัดหรือสอนในห้องเรียนได้และยังเป็นเครื่องช่วยให้นักศึกษาได้เติบโตเป็น พลเมืองดีในสังคมประชาธิปไตย โดยที่ความมุ่งหมายของกิจกรรมนักศึกษามุ่งพัฒนาผู้เรียนทั้งที่ตัวบุคคลและ ความรับผิดชอบต่อสังคม วินสตันและมาสโรว์ (Winston and Maslow. 1987 : 169) กล่าวถึงความส าคัญของกิจกรรม นักศึกษาไว้ว่า กิจกรรมนักศึกษาเป็นรูปแบบหนึ่งของกระบวนการศึกษานอกชั้นเรียนที่มีความส าคัญต่อ ประสบการณ์ของนักศึกษาอย่างมากต่อประสบการณ์ทางการศึกษา ซึ่งได้แก่ การพัฒนาอุทิศเวลาของ นักศึกษา การพัฒนาทักษะด้านการจัดการและทักษะการตัดสินใจทางอาชีพ นอกจากนี้ ส านักกิจการนักศึกษา (2551 : ออนไลน์) ยังได้กล่าวว่า กิจกรรมของนักศึกษา เป็น กระบวนการทางการศึกษาที่มหาวิทยาลัยจัดให้มีขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รู้จักสนิทสนมปรึกษาหารือ ร่วมกันท ากิจกรรมเพื่อช่วยเหลือกันทางด้านวิชาการอันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของนักศึกษา โดยมีอาจารย์ ประจ าชมรมนักศึกษาคอยแนะน าและให้ค าปรึกษาเพื่อให้การด าเนินการจัดกิจกรรมของนักศึกษาเป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพและเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสม นอกจากกิจกรรมทางด้านวิชาการแล้วมหาวิทยาลัยยัง ส่งเสริมและสนับสนุนให้นักศึกษารู้จักคิดและสร้างสรรค์กิจกรรมในแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอีกด้วย ซึ่งประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้รับ ที่ได้รับจากการท ากิจกรรมนักศึกษานั้นเป็นสิ่งจ าเป็นและเป็นประโยชน์ต่อการ ใช้ชีวิตในอนาคตค่อนข้างมาก เนื่องจากสังคมทุกวันนี้ไม่ต้องการแต่เพียงคนเก่งทางวิชาการเพียงอย่างเดียว
8 แต่ต้องการคนที่มีความสมบูรณ์ทั้งความรู้ทางวิชาการ วิชาชีพและวิชาชีวิตจึงถือว่าเป็นบัณฑิตที่สมบูรณ์ ผล จากการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาท าให้ได้รับประโยชน์ที่มีคุณค่ามากมายหลายประการ ดังนี้ 1. โลกทัศน์ของตนเองกว้างมากขึ้น เมื่อเราได้มีโอกาสท างานร่วมกับบุคคลอื่นจะท าให้เราได้รับ ความคิดแปลกใหม่อันเนื่องมาจากการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน การได้ถกเถียงจากการประชุมอันจะส่งผลให้ เป็นคนที่ไม่ถือมั่นในตนเองมากเกินไป ขณะเดียวกันท าให้ได้แง่คิดในหลายมุมมองซึ่งเป็นการพัฒนาสติปัญญา ไปในตัว 2. การค้นพบและรู้จักตนเองมากขึ้น เมื่อได้ร่วมกิจกรรมจะท าให้ได้มีโอกาสประเมินตนเองไปในตัวว่า จุดเด่น จุดด้อยของบุคคลนั้นมีอะไรบ้าง บางคนจะทราบได้เลยว่าอันที่จริงแล้วตัวเองมีความถนัดอะไร ชอบ อะไร เช่น บางคนอาจจะพบว่าชอบท างานด้านการวางแผน ด้านทักษะการพูด ด้านติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่น ๆ ฯลฯ แต่ขณะเดียวกันก็อาจจะพบว่าตัวเองอาจเป็นคนแข็งกระด้างจนเกินไปเป็นคนคิดมากเข้ากับใคร ๆ ได้ ยาก ซึ่งหากบุคคลนั้นไม่เข้าร่วมกิจกรรมอาจจะท าให้รู้จักตนเองช้าเกินไปท าให้โอกาสการพัฒนาจุดด้อยพลอย ช้าตามไปด้วย 3. ความสามารถในการบริหารเวลา ในยุคปัจจุบันเวลาถือว่าเป็นสิ่งที่มีค่าเป็นอย่างมาก คนที่บริหาร เวลาได้เก่งย่อมได้รับสิ่งที่มีค่าต่อตนเองมากกว่าว่าผู้อื่นทั้งที่ในแต่ละวันทุกคนจะมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน การ เข้าร่วมด าเนินกิจกรรมจะท าให้รู้จักแบ่งเวลา ในแต่ละกิจกรรมของตนเองอย่างเหมาะสม เช่น ต้องมีเวลาให้แก่ ตนเองในกิจกรรมทางวิชาการ กิจกรรมร่วมหลักสูตรเรื่องส่วนตัว กิจกรรมครอบครัวและกิจกรรมนักศึกษาที่ ตนต้องรับผิดชอบ การเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาชี้ให้เห็นว่าถ้าต้องท าหลายสิ่งหลายอย่างในเวลาเดียวกัน บุคคลจะมีศักยภาพในการด าเนินการเพียงใด 4. ความสามารถในการท างานร่วมกับผู้อื่นในการเข้าร่วมกิจกรรมบุคคลจะมีอิสระในการคิด และ ตัดสินใจด้วยตัวเองมากขึ้น แต่กระนั้นก็ตามในโลกของการท างา บุคคลจ าเป็นต้องท างานร่วมกับผู้อื่น ดังนั้นจึง จ าเป็นต้องปรับตนเองให้เข้ากันได้กับบุคคลหลายประเภทเพื่อให้ผลการด าเนินงานที่ได้รับมอบหมายเป็นไป ด้วยความเรียบร้อย ดังนั้นเมื่อต้องท างานร่วมกับผู้อื่นที่มีธรรมชาติและลักษณะที่หลากหลายจะสะท้อนให้เห็น ว่าบุคคลนั้นจะสามารถท างานกับผู้อื่นได้หรือไม่ซึ่งการท ากิจกรรมจะเป็นโอกาสส าคัญที่ท าให้ได้รู้จักเรียนรู้และ เข้าใจในความหมายของความแตกต่างระหว่างบุคคลมากขึ้นคนที่มีความเข้าใจธรรมชาติมนุษย์มากเท่าใดย่อม มีปัญหาน้อยในการท างานซึ่งกิจกรรมนักศึกษาช่วยในประเด็นนี้ได้มาก 5. การมีพัฒนาการทางด้านบุคลิกภาพการเข้าร่วมกิจกรรมจะสอนให้รู้จักที่จะควบคุมอารมณ์ของ ตนเอง รู้จักการเป็นผู้ฟังที่ดี รู้จักทักษะสังคม รู้จักที่จะยอมรับความคิดเห็นของบุคคลอื่น สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ช่วย ปรับแต่งบุคลิกภาพให้ดูดีเสมอ 6. การรู้จักและเข้าใจค าว่าบทบาทและรู้จักการใช้บทบาทที่เหมาะสมในการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา นั้นแต่ละคนต้องด ารงต าแหน่งในบทบาทใดบทบาทหนึ่ง ซึ่งในแต่ละบทบาทจะมีหน้าที่และความรับผิดชอบ แตกต่างกันไป บางคนมีบทบาทเป็นผู้น ากลุ่มบางคนอาจมีบทบาทเป็นรองประธาน เหรัญญิกเลขานุการ ไม่ว่า บุคคลจะอยู่ในบทบาทใดก็ต้องเรียนรู้และเข้าใจในบทบาทของตนเอง ณ เวลานั้น เช่น ในแต่ละวันอาจจะมี บทบาทในฐานะนักศึกษา ฐานะผู้น านักศึกษา ฐานะ ศิษย์ของครู ฐานะลูกของพ่อแม่ดังนั้นถ้าไม่เข้าใจค าว่า บทบาทก็อาจจะด าเนินสิ่งที่เรียกว่าผิดบทบาทอันจะน ามาซึ่งความขัดแย้งในภายหลัง เพราะฉะนั้นผู้ที่เข้าร่วม กิจกรรมนักศึกษาจะได้รับประสบการณ์ในส่วนนี้เป็นอย่างมากนอกจากนี้การเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษานั้นจะ ท าให้ได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่ามากมาย แต่บางครั้งก็มิได้หมายความว่าจะได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่าแก่ ตนเองเสมอไป บางคนท ากิจกรรมจนเสียการเรียน เสียเพื่อน เสียคนที่รัก ฯลฯ เพราะไม่รู้จักแบ่งเวลา ไม่รู้จัก หน้าที่ หลักของความเป็นนักศึกษาคือการเรียน บางคนก็แยกไม่ออกว่าการเรียนกับกิจกรรมอะไรส าคัญกว่ากัน
9 บางคนก็เพลินกับการท ากิจกรรมจนท าให้การเรียนเสียหาย ดังนั้นเมื่อต้องเข้ามาท ากิจกรรมจึงต้องท าความ เข้าใจกับตนเองว่าในฐานะนักศึกษาแล้ว การเรียนต้องถือว่ามีความส าคัญมากที่สุดและกิจกรรมนักศึกษาถือ เป็นองค์ประกอบอย่างหนึ่งที่ช่วยพัฒนาและเพิ่มศักยภาพให้นักศึกษามีคุณลักษณะของความเป็นบัณฑิตที่ สมบูรณ์ได้ แผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 9 (2545 – 2549) ได้ก าหนดจุดมุ่งหมายสูงสุดของการ พัฒนาด้านอุดมศึกษาไว้คือการท าให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและความอยู่ดีมีสุขของคนไทย เป็นการพัฒนาแบบ องค์รวมที่ยึดคนและชุมชนเป็นศูนย์กลางท าให้คนไทยก้าวทันโลกสามารถพึ่งพาตนเองได้นั้น จึงได้ก าหนด วิสัยทัศน์การพัฒนาระดับอุดมศึกษาเพื่อเป็นแนวทางให้กับสถาบันอุดมศึกษาได้น าไปสู่การก าหนด วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และยุทธศาสตร์การพัฒนานักศึกษา (ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาอุดมศึกษา. 2546 : 3) การพัฒนานักศึกษาให้สอดคล้องกับกรอบทิศทางของแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาดังกล่าว สถาบันอุดมศึกษาต้องค านึงถึง กิจกรรมที่สามารถหล่อหลอมนักศึกษาได้หลายด้าน เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ นักศึกษาได้แสดงความสามารถด้านการท างานร่วมกับบุคคลอื่น ๆ การมีโอกาสได้ตัดสินใจ ประสานสัมพันธ์ รู้จัก การเป็นผู้น าและผู้ตามที่ดี การเกิดความมั่นใจในตนเองจากการฝึกทักษะ ฝึกการท างานเป็นกลุ่ม รู้จักการ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การใช้เหตุผลในเชิงจริยธรรม การควบคุมอารมณ์ การเข้าถึงชุมชน ปกครองตนอยู่ใน ระเบียบวินัยมีคุณธรรมจริยธรรมอันจะน าไปสู่ความส าเร็จ ความก้าวหน้าในการด าเนินชีวิต สถาบันอุดมศึกษา ต้องสร้างความแข็งแกร่งทางวิชาการ วิชาชีพและวิชาชีวิตให้ยั่งยืน ดังนั้น จุดมุ่งหมายของการจัดกิจกรรม นักศึกษาก็เพื่อพัฒนาคนให้มีคุณลักษณะเป็นก าลังคน (Manpower) โดยการผลิตบัณฑิตเพื่อตอบสนอง ทางด้านมาตรฐานวิชาชีพและมาตรฐานวิชาการและตอบสนองความต้องการของการศึกษา การอุดมศึกษาจึง ต้องมุ่งทั้งในเรื่องการจัดกิจกรรมตามหลักสูตรเรื่องกิจกรรมเสริมหลักสูตรหรือกิจกรรมนอกหลักสูตรควบคู่กัน ไปด้วย เพราะกิจกรรมนอกหลักสูตรเป็นส่วนส าคัญและจ าเป็นในด้านการพัฒนาคุณสมบัติและเสริมสร้าง บุคลิกภาพ และสมรรถภาพในด้านต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นกับนักศึกษา นอกเหนือไปจากกิจกรรมการศึกษาตาม หลักสูตรในชั้นเรียน เพื่อที่จะท าให้การศึกษาส าเร็จเป็นบัณฑิตที่เพียบพร้อมไปด้วยความรู้ความสามารถ มี วิจารณญาณ เสียสละต่อส่วนรวม มีคุณธรรมและสุขภาพอนามัยแข็งแรงที่ส่งผลไปสู่การเป็นบัณฑิตที่มีความ สมบูรณ์ทั้งด้านสติปัญญา ร่างกาย อารมณ์ สังคม และจิตใจ สามารถอยู่ในสังคมได้ (จิรวัฒน์ วีรังกร. 2546 : 38) จะเห็นได้ว่า ความส าคัญของการจัดกิจกรรมนักศึกษาเป็นส่วนช่วยให้นักศึกษาได้พัฒนาตนเอง การ สนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษาจัดกิจกรรมในฐานะเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตร โดยมีจุดมุ่งหมายที่ส่งเสริม ประสบการณ์ทางวิชาการและวิชาชีพ ส่งเสริมพลานามัย ปลูกฝังคุณธรรม และพัฒนาบุคลิกภาพอันพึง ประสงค์ของนักศึกษา เพื่อให้เป็นบัณฑิตที่มีความเจริญงอกงามทั้งด้าน สติปัญญา ร่างกาย และจิตใจ (ทบวงมหาวิทยาลัย, 2543 ก : 6) ได้ก าหนดมาตรการและกลไกหลักในการพัฒนากิจกรรมนักศึกษาไว้ 4 ข้อ ดังนี้ 1. จัดกิจกรรมควบคู่กับการเรียนการสอน กิจกรรมในด้านงานบริการวิชาการแก่ชุมชนและกิจกรรม งานท านุบ ารุงศิลปวัฒนธรรมเพื่อให้บัณฑิตมีโลกทัศน์กว้างขวาง 2. ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรมนักศึกษาเพื่อให้การด าเนินงาน คล่องตัวและเกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่ายอย่างจริงจัง 3. กิจกรรมเสริมหลักสูตรในเชิงพัฒนาและการสร้างสรรค์ควรให้ได้รับการสนับสนุนส่วนกิจกรรมที่ไม่ เอื้อต่อการเสริมหลักสูตร ไม่ควรได้รับการสนับสนุน เช่น การรับน้องใหม่ที่รุนแรง ควรได้รับการแก้ไขโดย เร่งด่วน
10 4. กิจกรรมหอพักในมหาวิทยาลัยควรเป็นกิจกรรมที่พัฒนานักศึกษาในหลาย ๆ ด้าน จุดมุ่งหมายหลัก และหลักการส าคัญของการจัดกิจกรรมนักศึกษาจะต้องเป็นกิจกรรมที่ท าให้เกิดความรู้และสามารถเรียนรู้ได้ ด้วยตนเองจากการเข้าร่วมกิจกรรมและการเรียนรู้จะสั่งสม ในตัวนักศึกษาจนเกิดเป็นคุณลักษณะเฉพาะของ แต่ละบุคคล งานกิจกรรมนักศึกษามีผู้ที่เกี่ยวข้องคือนักศึกษา สโมสรนักศึกษา เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านงาน กิจกรรมนักศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษาและผู้บริหารสถาบัน บุคคลกลุ่มนี้ต้องมีความเข้าใจซึ่งกันและกันและหาจุด ร่วมได้ จึงจะท าให้งานกิจกรรมนักศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ได้ซึ่งถือได้ว่าผู้บริหารและผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้าน กิจกรรมนักศึกษาเป็นหัวใจส าคัญต่อความส าเร็จของกิจกรรมแต่ละโครงการในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่า กิจกรรมเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้นักศึกษาได้มีประสบการณ์ในการท างานร่วมกับผู้อื่นได้เรียนรู้บทบาท หน้าที่ ของตนเองเสริมสร้างความเป็นประชาธิปไตย รู้จักรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่นและสังคม ได้มีโอกาสในการ พัฒนาคุณธรรม จริยธรรมที่ดี ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาบัณฑิตให้มีคุณภาพ สรุปได้ว่า กิจกรรมนักศึกษานั้นมีคุณค่าและความส าคัญต่อการพัฒนานักศึกษาเป็นอย่างมาก ซึ่ง นอกจากจะช่วยพัฒนาตัวของนักศึกษาในทุกด้านแล้ว ยังสามารถน าประโยชน์ที่ได้จากกิจกรรมนักศึกษา ออกไปพัฒนาสังคมให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งกิจกรรมนักศึกษาต้องน ามาด าเนินการเอกสารงานราชการ โดย นักศึกษาสามารถควบคู่ไปกับงานวิชาการ โดยนักศึกษาสามารถพัฒนาให้เป็นบุคคลที่มีความพร้อมและ สมบูรณ์ที่สุดในสังคมนั้น และเพื่อน าความรู้ที่ได้ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า มีศิลปะ ในการด ารงชีพในสังคมได้อย่างมีความสุข 1.3 แนวคิดและปรัชญาของกิจกรรมนักศึกษา สถาบันอุดมศึกษาเป็นแหล่งที่มีความส าคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มีบทบาทส าคัญในการสร้าง คนให้เพียบพร้อมด้วยความเจริญทางด้านความรู้ความคิดและมีศีลธรรม สร้างเสริมสิ่งต่าง ๆ และสนับสนุนให้ นักศึกษาได้ใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ทั้งด้านการศึกษาและการพัฒนาความคิด บุคลิกภาพ เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สัมผัสและได้รับประสบการณ์ที่ดีในชีวิตเพื่อการเตรียมพร้อมที่ให้เป็น บัณฑิตที่สมบูรณ์ มีความเป็นมนุษย์ที่มีคุณค่าต่อตนเองและสังคม ดังนั้นกิจกรรมจึงเป็นสิ่งส าคัญในการพัฒนา บัณฑิตให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งในด้านความรู้ สติปัญญา สังคม อารมณ์ ร่างกาย และจิตใจออกไปพัฒนา ประเทศ วินสตัน และมาสโรว์ (Winston and Maslow. 1987 : 169) ได้กล่าวในท านองเดียวกันว่า ปรัชญา ของกิจกรรมนักศึกษาเป็นรูปแบบหนึ่งของกระบวนการศึกษาของนักศึกษา ซึ่งได้แก่ การพัฒนาวุฒิภาวะของ นักศึกษาการพัฒนาทางด้านการจัดการและทักษะการตัดสินใจทางอาชีพ แชมเบอร์ และคริสติน (Chamber and Christine, 1993 : 19 - 29) กล่าวว่าเป็นกลยุทธ์ในการ พัฒนานักศึกษา โดยส่งเสริมให้นักศึกษาได้เกิดการเรียนรู้และได้รับประสบการณ์ต่าง ๆ จากการเข้าร่วม กิจกรรมนักศึกษาเพื่อพัฒนาตนเองที่จะน าไปสู่การด ารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข วินสตัน และมิลเลอร์ (Winston and Miller. 1994 : 3) ได้ให้ความเห็นว่า การพัฒนานักศึกษาให้มี ความสมบูรณ์นั้นจะต้องมีองค์ประกอบหลายประการด้วยกัน คือสถาบันอุดมศึกษาต้องให้ความส าคัญอย่างยิ่ง นับตั้งแต่การบริหารจัดการด้านการเรียนการสอน งานกิจการนักศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานกิจกรรม นักศึกษา งานให้ค าปรึกษาแนะแนว งานกีฬาและนันทนาการใน การพัฒนานักศึกษาให้มีความรับผิดชอบทั้ง ต่อตนเองและสังคมเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ สรุปได้ว่า แนวคิดและปรัชญาของกิจกรรมนักศึกษา มุ่งส่งเสริมการพัฒนานักศึกษาในด้านต่าง ๆ เพื่อให้นักศึกษาได้รับความรู้จนเกิดทักษะและประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งเป็นแนวทางในการ ผลิตนักศึกษาให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์หรือเป็นบัณฑิตที่สมบูรณ์ได้
11 1.4 วัตถุประสงค์ของกิจกรรมนักศึกษา วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมนักศึกษานั้น มีผู้แสดงความคิดเห็นไว้หลายท่าน เช่น ทบวงมหาวิทยาลัย (2546 ข : 7) ได้ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมของนักศึกษามหาวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้คือ 1. เพื่อพัฒนาตัวนักศึกษา 2. เพื่อให้นักศึกษาใช้เวลายามว่างให้เป็นประโยชน์ โดยการเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตร ทั้งด้าน อาสาพัฒนาหรือบ าเพ็ญประโยชน์ ศิลปวัฒนธรรม จริยธรรม กีฬา สัมมนา เพื่อพัฒนากิจการโยชน์ ศิลปวัฒนธรรม จริยธรรม กีฬา สัมมนา เพื่อพัฒนากิจกรรมนักศึกษารวมทั้งกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ 3. เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมและธ ารงรักษาไว้ซึ่งค่านิยมในตัวนักศึกษาในทางด้าน ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและเอกลักษณ์อันดีงามของชาติ 4. เพื่อให้นักศึกษาพัฒนาความรู้ทางวิชาการและการบริการไปสร้างสรรค์และพัฒนาสังคม ให้เกิด ความเจริญก้าวหน้าในด้านถาวรวัตถุและการด าเนินชีวิตของประชาชน เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง นักศึกษา ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้และมีประสบการณ์ตรงใน สภาพที่เป็นจริงในสังคม อันจะก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพการเปลี่ยนแปลง ทางเศรษฐกิจและสังคม มีจิตสานึกที่ถูกต้องดีงามและตระหนักถึงความรับผิดชอบที่พึงมีต่อสังคม 5. เพื่อเสริมสร้างค่านิยมด้านความร่วมมือ ความสามัคคี ความรับผิดชอบและความเสียสละ เพื่อ ส่วนรวมฝึกการเป็นผู้น าและผู้ตามที่ดี รู้จักการวางแผน ก าหนดวิธีการและขั้นตอนการท างานร่วมกันเป็นหมู่ คณะ 6. เพื่อเสริมสร้างพลานามัยและพัฒนาบุคลิกภาพ 7. เพื่อเผยแพร่ชื่อเสียงและเกียรติคุณของมหาวิทยาลัย สรุปได้ว่า วัตถุประสงค์ของกิจกรรมนักศึกษา เป็นเป้าหมายส าคัญที่ท าให้กิจกรรมที่จัดขึ้น สามารถด าเนินไปได้ด้วยดี ทั้งนี้วัตถุประสงค์จะต้องมีขอบเขตที่ ชัดเจนและคาดว่าสามารถปฏิบัติให้ลุล่วงไปได้ตามที่ตั้งไว้ จึงจะสามารถพัฒนานักศึกษาให้มีศักยภาพในทุก ด้าน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (2550 : 3) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของกิจกรรมนักศึกษา ดังนี้ 1. เพื่อปลูกฝังให้นักศึกษามีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 2. เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามีความเลื่อมใสในด้านการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุข 3. เพื่อปลูกฝังให้นักศึกษามีคุณธรรม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและระเบียบวินัยอันดีงาม 4. เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย และความมั่นคงของชาติ 5. เพื่อส่งเสริมความสามัคคีในหมู่คณะ 6. เพื่อส่งเสริมกิจกรรมเสริมหลักสูตรทั้งด้านประสบการณ์ ความคิดและวิชาชีพ 7. เพื่อส่งเสริมพลานามัย และพัฒนาบุคลิกภาพนักศึกษา 8. เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาตระหนักในภาระหน้าที่ที่ตนต้องปฏิบัติในการบ าเพ็ญประโยชน์และอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 9. เพื่อเผยแพร่ชื้อเสียงและเกียรติคุณของสถาบัน วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช (2553 : 5) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของกิจกรรมพัฒนานักศึกษา ดังนี้ 1. เพื่อปลูกฝังให้นักศึกษามีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
12 2. เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามีความเลื่อมใสในการปกครองของระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุข 3. เพื่อปลูกฝังให้นักศึกษามีคุณธรรม จริยธรรม 4. เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ระเบียบวินัยอันดีงามและความ มั่นคงของชาติ 5. เพื่อส่งเสริมความสามัคคีในหมู่คณะ 6. เพื่อส่งเสริมกิจกรรมเสริมหลักสูตรทังด้านวิชาการ ประสบการณ์ ความคิดและวิชาชีพ 7. เพื่อส่งเสริมสุขภาพพลานามัย และพัฒนาบุคลิกภาพนักศึกษา 8. เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาได้ตระหนักในภาระหน้าที่ที่ตนเองจะต้องปฏิบัติในการบ าเพ็ญประโยชน์ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 9. เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาสามารถวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สรุปได้ว่า วัตถุประสงค์ของกิจกรรมนักศึกษาเป็นเป้าหมายส าคัญที่ท าให้กิจกรรมที่จัดขึ้นสามารถ ด าเนินไปได้ด้วยดี ทั้งนี้วัตถุประสงค์จะต้องมีขอบเขตที่ชัดเจนและคาดวาสามารถปฏิบัติให้ลุล่วงไปได้ตามที่ตั้ง ไว้ จึงจะสามารถพัฒนานักศึกษาให้มีศักยภาพในทุกด้าน 1.5 ประเภทและลักษณะของกิจกรรมนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับกิจกรรมนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา พบว่า กิจกรรมนักศึกษาที่ส าคัญแบ่งออกเป็นประเภทและลักษณะได้ดังนี้ คือ ส านักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย (2544 ก : 10) ได้กล่าวถึงปัญหาและผลกระทบต่อการจัดกิจกรรม นักศึกษา ดังนี้ 1. นโยบายของรัฐไม่ได้ให้ความส าคัญเรื่องการพัฒนานักศึกษาอย่างจริงจัง การจัดสรรงบประมาณที่ สนับสนุนไม่เหมาะสม รัฐบาลไม่ได้ก าหนดค่าน้ าหนักของกิจกรรมนักศึกษาและกิจกรรมวิชาการอย่างชัดเจน 2. ผู้บริหารสถาบันมองข้ามความส าคัญของการจัดกิจกรรม 3. อาจารย์ผู้สอนฝ่ายวิชาการ ไม่ให้ความร่วมมือและจัดแบ่งเวลาให้กับฝ่ายกิจกรรม 4. นักศึกษาไม่เข้าใจหลักการและวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการจัดกิจกรรม 5. อาจารย์ฝ่ายกิจการนักศึกษามีน้อย และขาดการพัฒนา 6. โครงสร้างการบริหาร เป็นส่วนที่แสดงออกให้เห็นถึงการแบ่งแยกออกจากกันเป็นด้านฝ่ายวิชาการ และฝ่ายกิจกรรม 7. ขาดแรงจูงใจในการจัดกิจกรรม 8. ความเหลื่อมล้ าของงบประมาณที่ไม่เท่าเทียมกันของฝ่ายวิชาการและฝ่ายกิจกรรม 9. ขาดการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ทราบถึงประโยชน์ของการเข้าร่วมกิจกรรม 10. สังคมไม่สนับสนุนคนท ากิจกรรม ขาดการยอมรับ แต่ในปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว 11. ครอบครัวไม่สนับสนุนให้นักศึกษาท ากิจกรรม 12. สื่อไม่ส่งเสริมความส าคัญของกิจกรรมนักศึกษา 13. ขาดการสร้างบรรยากาศในการท ากิจกรรมของนักศึกษา ลักษณะของกิจกรรม กีฬาที่ทบวงมหาวิทยาลัยใช้งบประมาณส่งเสริมกิจกรรมนักศึกษาสนับสนุนมี 2 ประเภท คือ (ทบวงมหาวิทยาลัย. 2545 ก : 10 - 11)
13 1. กีฬานันทนาการ สนับสนุนในทางด้านวัสดุอุปกรณ์เพื่อให้นักศึกษาทั่วไปใช้เล่นกีฬาเพื่อนันทนาการ เรียนรู้ทักษะในการเล่นกีฬาตามความสนใจและสมัครใจในเวลาว่างเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียด และออก ก าลังกายเพื่อสุขภาพ และเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ 2. การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ได้ร่วมสนับสนุนด้านงบประมาณสมทบเพื่อเป็น ค่าใช้จ่ายแก่นักศึกษาในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ซึ่งมีการจัดปีละ 1 ครั้ง โดย มหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมและสมัครใจหมุนเวียนกันรับเป็นเจ้าภาพในแต่ละปีนอกจากกีฬาใน 2 ประเภท ดังกล่าวแล้ว ทบวงมหาวิทยาลัยได้ใช้งบประมาณจากหมวดอื่นสนับสนุนให้นักศึกษาได้เข้าร่วมแข่งขันกีฬา อื่นๆ เช่น การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยอาเซียน ก าหนดจัด 2 ปี ต่อครั้งและการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลกมี ก าหนดจัด 4 ปี ต่อครั้ง เป็นต้น ลักษณะของกิจกรรม พัฒนาสังคมและบ าเพ็ญประโยชน์โดยทั่วไปเป็นโครงการด้านอาสาพัฒนาการ บ าเพ็ญประโยชน์ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างถูกวิธี ฯลฯ ทั้งนี้รวมถึงโครงการทั้งในขั้นตอนการส ารวจและขั้นตอนการด าเนินการโดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติ ได้แก่ (ทบวงมหาวิทยาลัย. 2545 ข : 7) 1. ด้านการศึกษา เช่น สร้าง ซ่อมแซมอาคารเรียนและพัฒนาโรงเรียน สร้างสนามกีฬาจัดท าและ สาธิตการจัดท าอุปกรณ์การศึกษา สาธิตและให้ความรู้ การจัดห้องสมุด เป็นต้น 2. ด้านสาธารณูปการ เช่น สร้างศาลาอเนกประสงค์ ถึงเก็บน้ าฝนประปา หมู่บ้านขุดสระขุดบ่อน้ า พัฒนาปรับปรุงหมู่บ้าน และสาธารณสมบัติอื่น ๆ 3. ด้านคมนาคม เช่น การสร้างซ่อมแซมสะพาน ถนน งานวางท่อระบายน้ า 4. ด้านการเกษตร เช่น การสร้างฝาย การจัดระบบการส่งน้ าทางการเกษตรการส่งเสริมเผยแพร่ และ สาธิตความรู้ทางการเกษตร สัตวแพทย์อาสา 5. ด้านสาธารณสุข เช่น การจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ ทันตแพทย์เคลื่อนที่ การให้บริการด้านค าแนะน า ความรู้ ความอนามัย และสาธารณสุขทั่วไป 6. ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ปลูกป่า พัฒนาปรับปรุงอุทยานให้บริการความรู้ ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างถูกต้อง รูปแบบของกิจกรรม พัฒนา สังคมและบ าเพ็ญประโยชน์เป็นรูปแบบของโครงการกิจกรรม ด้านบ าเพ็ญประโยชน์หรืออาสาพัฒนาของ นักศึกษา ซึ่งทบวงมหาวิทยาลัยมีแนวนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการด าเนินโครงการในรูปแบบที่มี ลักษณะผสมผสาน โดยมุ่งเน้นการให้บริการทางวิชาการแก่สังคมควบคู่ไปกับการสร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ แต่ไม่ เน้นการก่อสร้างถาวรวัตถุที่มีขนาดใหญ่ เนื่องจากมีงบประมาณจ ากัดและต้องการกระจายโอกาสให้นักศึกษา ได้ร่วมกิจกรรมเป็นจ านวนมาก ส่งเสริมการด าเนินโครงการกิจกรรมร่วมของหลายสาขาวิชาชีพและหลาย สถาบัน โดยมีสถาบันแห่งหนึ่งเป็นแกนกลางส าหรับพื้นที่ในการด าเนินโครงการเน้นด้านสังคมชนบท เป็นส่วน ใหญ่ ทั้งนี้เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านวิชาการหรือความเป็นเลิศทางวิชาการในสังคมชนบททั้งในด้านการศึกษา การสาธารณสุขและการเกษตร เพื่อให้ความรู้ในด้านการด ารงชีวิตและการประกอบอาชีพ ซึ่งสามารถกระท า ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม การเผยแพร่โดยตรง ได้แก่ การไปเผยแพร่บริการให้แก่ประชาชนโดยอ้อมได้แก่ เผยแพร่ให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบ แล้วให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปเผยแพร่ให้กับประชาชน อีกขั้นหนึ่ง กิจกรรมนักศึกษาสัมพันธ์ หมายถึง กิจกรรมที่ก าหนดจัดให้นักศึกษา อาจารย์และบุคลากรฝ่ายกิจการ นักศึกษาได้รับทราบแนวนโยบายและขอบข่ายของการส่งเสริมและด าเนินการจัดกิจกรรมรวมทั้งกฎระเบียบ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัยและสถาบัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความเข้าใจอัน ดีระหว่างนักศึกษาด้วยกันระหว่างนักศึกษาและอาจารย์ ตลอดจนบุคลากรฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา และ
14 แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เจตคติและถ่ายทอดประสบการณ์ การจัดกิจกรรมนักศึกษา นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้มี การร่วมพิจารณาแกไขปัญหา อุปสรรค ก าหนดแนวทางของการพัฒนาและวางแผนปฏิบัติกิจกรรมนักศึกษา ด้วย (ทบวงมหาวิทยาลัย. 2545 ค : 12) ลักษณะของกิจกรรม นักศึกษาสัมพันธ์เป็นการจัดอบรม ประชุม สัมมนาที่เกี่ยวข้องกับการจัด กิจกรรมนักศึกษา โดยผู้เข้าร่วมจะต้องประกอบด้วย นักศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษา ตลอดจนบุคลากรฝ่ายกิจการ นักศึกษาและการนี้หัวข้อเรื่องการอบรม ประชุม สัมมนาต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกิจกรรมนักศึกษา (ทบวงมหาวิทยาลัย. 2545 ค : 12) ส าหรับตัวอย่างการจัดกิจกรรมนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ได้แก่ การ จัดกิจกรรมรับน้องใหม่เชิงสร้างสรรค์ ซึ่งส านักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (2545 : 13 - 15) เป็น กิจกรรมที่ส านักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้ขอความร่วมมือจากสถาบันอุดมศึกษาทัง 6 เครือข่ายทั่ว ประเทศ จัดการสัมมนาสรุปความคิดเห็นผู้น านิสิตนักศึกษา ส่วนสถาบันอุดมศึกษาเขตภาคกลาง ได้ร่วมกัน ก าหนดข้อตกลงในการด าเนินกิจกรรมรับน้องใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักศึกษาใหม่เกิดความภาคภูมิใจใน สถาบัน เพื่อให้นักศึกษาใหม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานของสถาบันส่งเสริมการสร้างความ ผูกพัน ความสามัคคี และเจตคติที่ดีต่อกันในกลุ่มนักศึกษาและให้นักศึกษาใหม่มีความพร้อมต่อการเรียนและ พร้อมต่อการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างเหมาะสม สรุปได้ว่าประเภทและลักษณะของกิจกรรมนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา โดยจัดขึ้นตามจุดมุ่งหมาย ของแต่ละกิจกรรมและนโยบายของสถาบันสามารถสรุปประเภทของกิจกรรมโดยรวมดังนี้ คือ กิจกรรม วิชาการเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างประสบการณ์ทางด้านวิชาการให้แก่ นักศึกษา กิจกรรมกีฬา เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักศึกษามีความรู้และทักษะในการเล่นกีฬา อีกทั้งยังเป็นการ สร้างความสามัคคีในหมู่นักศึกษาอีกด้วย กิจกรรมสังคมและบ าเพ็ญประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ นักศึกษาได้รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในการบ าเพ็ญสาธารณประโยชน์ อาสาพัฒนา อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสร้างสรรค์ความเจริญให้แก่ท้องถิ่นกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริม เผยแพร่ แลกเปลี่ยน และพัฒนาศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมอันเป็นมรดกอันล้ าค่าและเอกลักษณ์อันดีงามของชาติ กิจกรรม นักศึกษาสัมพันธ์เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างนักศึกษาด้วยกัน ระหว่าง นักศึกษาและอาจารย์ ตลอดจนบุคลากรฝ่ายกิจกรรมนักศึกษาและส่งเสริมให้มีการร่วมกันพิจารณาแก้ไข้ ปัญหาอุปสรรค ก าหนดแนวทางของการพัฒนาและวางแผนปฏิบัติกิจกรรมนักศึกษาด้วย 1.6 แนวทางในการด าเนินงานกิจกรรมนักศึกษา มิเดิลตัน (Middleton. 1961 : 297) ได้กล่าวถึงการด าเนินงานกิจกรรมนักศึกษา ควรยึดหลัก ดังต่อไปนี้ 1. นักศึกษาทุกคนมีส่วนร่วมเป็นสมาชิกของสถาบัน 2. การให้นักศึกษามีส่วนร่วมและเข้าร่วมในกิจกรรมใด ๆ ให้เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย 3. กิจกรรมนักศึกษาควรส่งเสริมนักศึกษาในด้านการปรับตัว 4. โครงการกิจกรรมในทุกโครงการต้องเป็นกิจกรรมสร้างเสริมโดยอาศัยพื้นฐานจากความต้องการของ นักศึกษาและสถาบันเป็นหลัก 5. กิจกรรมด้านต่าง ๆ ควรได้รับการแนะน าจากอาจารย์ที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและอาจารย์ ที่ปรึกษาควรเป็นผู้แนะน าที่ดี 6. ค่าใช้จ่ายในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมนักศึกษาควรให้น้อยที่สุดเที่จะเป็นไปได้ 7. นักศึกษาและบุคลากรที่ท างานผูกพันกับกิจกรรมนักศึกษาต้องเป็นผู้มีความกระตือรือร้น 8. ผู้บริหารสถาบันควรมีอ านาจยับยังได้ แต่ไม่ควรใช้อ านาจนั้นบ่อย
15 9. งานของอาจารย์ที่ปรึกษากิจกรรมนักศึกษาควรยึดเป็นส่วนหนี่งของงานครู 10. เวลาที่จัดกิจกรรมควรใช้นอกเวลาเรียน 11. สถาบันการศึกษาและแหล่งชุมชนจะต้องทราบเกี่ยวกับโครงการของกิจกรรมต่าง ๆ 12. ต้องถือว่างานกิจกรรมนักศึกษามีความส าคัญเท่า ๆ กับงานด้านอื่น ๆ ของสถาบัน 13. กิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นควรมีความสัมพันธ์กับกิจกรรมทางวิชาการ 14. นักศึกษาควรได้รับการแนะน าให้เข้าร่วมกิจกรรมที่เหมาะสมกับความถนัดของตนเอง 15. การจัดกิจกรรมนักศึกษาควรให้นักศึกษาทุกคนได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมนั้น 16. กิจกรรมนักศึกษาควรส่งเสริมค่านิยมที่ดี วรเดช จันทรศร (2545 : 6 - 7) ได้กล่าวถึงแนวทางในการส่งเสริมกิจกรรมนักศึกษา ไว้ดังนี้ 1. พัฒนานักศึกษาให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์โดยมีคุณภาพและศักยภาพในการพัฒนาและแข่งขัน ในสังคมโลกด้วยการพัฒนากิจกรรมนักศึกษาให้หลากหลายและน่าสนใจ ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ส่งเสริม ความสามารถในการสื่อสารทางภาษาและเทคโนโลยีสร้างแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณธรรม 2. ปรับปรุงระบบบริหารจัดการ สนับสนุนปัจจัยที่สร้างความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจของ นักศึกษา 3. สร้างสรรค์ความรู้ ปรับปรุงหลักสูตรที่เอื้อต่อการพัฒนานักศึกษาโดยเน้นการเรียนรู้จาก ประสบการณ์จริง บูรณาการหลักสูตรการเรียนการสอนกับกิจกรรมนักศึกษา สรุปได้ว่า แนวทางการด าเนินงานกิจกรรมนักศึกษานั้น เป็นเรื่องที่ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องควร ค านึงถึง เพื่อการบริหารจัดการที่เป็นไปตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้เพราะนอกจากจะท าให้การจัดด าเนินงาน เป็นไปตามขั้นตอนแล้ว อาจส่งผลให้การจัดด าเนินงานกิจกรรมนักศึกษาที่เกิดปัญหาน้อยที่สุด 1.7 ความสนใจในการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด มีนโยบายส่งเสริมงานด้านกิจกรรมนักศึกษาเพื่อพัฒนาให้นักศึกษามี ศักยภาพในทุกด้าน ซึ่งนักศึกษาจะให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ จ าแนก ลักษณะการเข้าร่วมกิจกรรมนิสิตได้เป็น 3 ลักษณะ คือ (ส านักกิจการนักศึกษา. 2565 ข : 18) 1. การเข้าร่วมน้อยเกินไป (Under Participation) คือ ไม่สนใจกิจกรรมนักศึกษาหรือสนใจน้อยมาก อาจจะเป็นเพราะนักศึกษาสนใจวิชาการและต้องการเรียนอย่างเดียว จัดเป็นนักศึกษาเรียนดี (AsStudents) หรืออาจจะเป็นนักศึกษาที่ไม่ค่อยสนใจอะไรเลย (Country Club Students) หรืออาจจะเป็นนักศึกษาที่เก็บ ตัวอยู่ตามล าพัง (Me Students) จะมีลักษณะคล้ายๆ กันคือไม่ค่อยเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา 2. การเข้าร่วมกิจกรรมมากไป (Over Participation) หมายถึง นักศึกษาที่กระตือรือร้นในเรื่อง กิจกรรมนักศึกษามาก จริงจัง ทุ่มเทและใช้เวลาไปกับการท ากิจกรรมมาก ยกเว้นการศึกษาเล่าเรียนเป็นเหตุ ให้ผลการเรียนตกต่ าจนพ้นสภาพนักศึกษา นักศึกษาลักษณะนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นผู้เสียสละ เห็นแก่ส่วนรวม มากกว่าส่วนตน (We Students) แต่ก็อาจมีนักศึกษาในลักษณะนี้เช่นกันแต่ชอบเรียกร้องในเรื่องต่าง ๆ ทั้ง เรื่องที่มีความเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ บางครั้งเรียกร้องเพื่อส่วนรวมแต่แท้จริงแล้วก็เรียกร้องเพื่อประโยชน์ ส่วนตนเป็นส าคัญ นักศึกษาที่มีลักษณะเช่นนี้จะเรียกว่าชอบเรียกร้องเพื่อกลุ่มตนเอง (Give Me Students) 3. การเข้าร่วมพอเหมาะพอควร (Proper Participation) หมายถึง การที่นักศึกษามีความเข้าใจว่า ภารกิจหลักของตนคือศึกษาเล่าเรียนทางวิชาการเพื่อความเป็นวิชาชีพรู้ว่าการเรียนเป็นสิ่งที่ต้องท าและมี ความส าคัญเป็นอันดับหนึ่งเสมอและรู้ว่ากิจกรรมนักศึกษาเป็นสิ่งที่ควรท าและมีความส าคัญเป็นอันดับสองรอง จากการเรียนนอกจากนั้นนักศึกษาและสถาบันจะต้องเข้าใจว่าการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษานั้นสามารถจ าแนก 2 ลักษณะ คือ
16 3.1 การเข้าร่วมกิจกรรมอย่างกระตือรือร้น จริงจังและโดยตรง ในลักษณะของผู้น ากิจกรรมหรือนัก กิจกรรม (Active Participation) ซึ่งจะท าให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาบุคลิกภาพของนักศึกษามากแต่จะมี นักศึกษาประเภทนี้ไม่มาก 3.2 การเข้าร่วมกิจกรรมในฐานะผู้ใช้ประโยชน์กิจกรรมหรือผู้สนับสนุนมีส่วนร่วมในกิจกรรมนักศึกษา อาจเรียกว่าผู้ชม ผู้ฟังหรือผู้สนับสนุนก็ได้ (Passive Participation) นักศึกษากลุ่มนี้มีมากกว่ากลุ่มแรกแต่ตัว นักศึกษาเองจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาบุคลิกภาพไม่มากเท่ากลุ่มแรก สรุปได้ว่า ในการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษานั้นจะต้องสอดคล้องกับความสนใจของนักศึกษาซึ่งเป็น กิจกรรมที่นักศึกษาปฏิบัติแล้วนักศึกษาเข้าใจว่าจะเกิดประโยชน์กับนักศึกษาเองหรือส่วนรวมโดยความสนใจ นั้นขึ้นอยู่กับตัวแปรหลายประการ 2. ทฤษฎีกิจกรรมนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด 2.1 ความหมายของกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด (ส านักกิจการนักศึกษา, 2565 : 16) กล่าวว่า กิจกรรมนักศึกษา (Student Activities) หมายถึง กิจกรรมใด ๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด จัดขึ้นเพื่อให้นักศึกษาได้เข้าไปมีส่วนร่วมซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับ กิจกรรมการเรียนการสอนโดยตรง โดยไม่มีหน่วยกิตและมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านบุคลิกภาพ ทัศนคติของนักศึกษา การจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัย 2.2 การจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด (ส านักกิจการนักศึกษา, 2565 : 16) กล่าวว่า การจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด แบ่งเป็น 5 ประเภท ดังต่อไปนี้ 1. กิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์ เช่น การจัดอบรมให้ความรู้ต่าง ๆ การติวด้านวิชาการ การเข้าค่ายภาษาต่างประเทศ การจัด ค่ายวิทยาศาสตร์ การจัดค่ายคอมพิวเตอร์ การจัด ค่ายศิลปะ การจัดค่ายดนตรี เป็นต้น โดยมี จุดประสงค์ ดังนี้ - เพื่อเสริมสร้างภูมิปัญญาให้กับนักศึกษา - เพื่อให้นักศึกษามีวิจารณญาณในการน าความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ - เพื่อพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด เป็น นักวิชาการและนัก วิชาชีพของสังคม 2. กิจกรรมกีฬาหรือการส่งเสริมสุขภาพ การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามีความรู้และทักษะใน การเล่นกีฬา ปลูกฝังทัศนคติที่ดี ต่อการแข่งขันกีฬา การออกก าลังกายเพื่อสุขภาพ พลานามัย พร้อมทั้งการให้ ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ กีฬาและการเพิ่มทักษะในด้านกีฬา เพื่อเป็นการยกมาตรฐานกีฬาให้สูงขึ้น 3. กิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมที่เน้นเรื่องของอาสาพัฒนาทั้งภายใน มหาวิทยาลัยฯ ชุมชนรอบมหาวิทยาลัย ชนบท การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม การจัดกิจกรรม ด้านการศึกษา สาธารณูปการ คมนาคม การเกษตร และสาธารณสุข โดยมีจุดประสงค์ดังนี้ - ส่งเสริมให้นักศึกษาได้รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ในเรื่องของการบ าเพ็ญ สาธารณประโยชน์ อาสาพัฒนาชนบท อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเพื่อสร้างสรรค์ความเจริญให้แก่ท้องถิ่น - ส่งเสริมให้นักศึกษามีความสามัคคี มีความรับผิดชอบ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน และเสียสละ เพื่อส่วนรวมระหว่างนักศึกษาร่วมสถาบันและต่างสถาบัน - ฝึกให้นักศึกษาเป็นผู้น าที่มีความสามารถและเป็นผู้ตามที่ดี โดยรู้จักการท างานด้วยกัน เป็น หมู่คณะ รู้จักผ่อนปรน และรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น พร้อมทั้งชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย
17 4. กิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม การจัดกิจกรรมที่สร้างความตระหนักในการยกระดับ จิตใจ เช่น การแสดงออกถึง ความเห็นอก เห็นใจการช่วยเหลือ การแก้ปัญหา การพัฒนาบุคลิกภาพ ตลอดจน การส่งเสริม ยกย่องผู้ด ารงตนดีงามตามหลักคุณธรรม จริยธรรม 5. กิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม กิจกรรมที่ส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมมีกิจกรรมหลายอย่าง แตกต่างกันไป ในการจัดการกิจกรรมตามขนบประเพณีไทยและท้องถิ่น วันส าคัญต่าง ๆ ของชาติ เช่นวัน สงกรานต์ วันลอยกระทง วันเข้าพรรษา ฯลฯ ตลอดจนจัดแสดงนิทรรศการหรือกิจกรรมทางด้านนาฏศิลป์ ดนตรี การละเล่นพื้นเมือง โดยมีจุดประสงค์ ดังนี้ - เพื่ออนุรักษ์ ส่งเสริมเผยแพร่ แลกเปลี่ยนและพัฒนางานศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี อันเป็นมรดกอันล้ าค่าและเอกลักษณ์อันดีงามของชาติ - เพื่อปลูกฝังค่านิยมความภาคภูมิใจและความซาบซึ้งในศิลปวัฒนธรรมไทยแก่ นักศึกษาและ บุคคลทั่วไป 2.3 ตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด 1. เพศ เพศ เป็นตัวแปรที่ส่งผลท าให้นักศึกษามีความแตกต่างกัน โดยพื้นฐานทางกายภาพและสภาวะทาง อารมณ์ จึงอาจส่งผลต่อการเข้าถึงประโยชน์ที่แท้จริงของกิจกรรมที่เข้าร่วมได้มีความแตกต่างกัน 2. ชั้นปี จากพื้นฐานทักษะความรู้และประสบการณ์ของนักศึกษาที่มีชั้นปีต่างกัน อาจส่งผลต่อนักศึกษาให้ นักศึกษามีพฤติกรรมในการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาแตกต่างกัน 3. ผลการเรียน ความรู้และความสามารถของนักศึกษาที่ต่างกัน อาจส่งผลต่อนักศึกษาให้นักศึกษามีพฤติกรรมในการ เข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาแตกต่างกัน 4. สถานภาพความสัมพันธ์ สถานภาพความสัมพันธ์ของนักศึกษาที่ต่างกัน อาจส่งผลต่อนักศึกษาให้นักศึกษามีพฤติกรรมในการ เข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาแตกต่างกัน 3. ทฤษฎีความคิดเห็น 3.1 ความหมายของความคิดเห็น กู๊ด (Good. 1973 : 1) ให้ค าจ ากัดของความคิดเห็นว่า ความคิดเห็น หมายถึง ความเชื่อ ความคิดหรือ การลงความเห็นเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งไม่อาจบอกได้ว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ นพมาศ ธีระเวศิน (2542 : 98) ได้กล่าวว่าความคิดเห็นนั้น ถูกจัดว่าเป็นส่วนที่มนุษย์ได้แสดงออกมา โดยการพูดหรือการเขียนมนุษย์นั้นจะพูดจากใจจริง พูดตามสังคม หรือพูดเพื่อเอาใจผู้ฟังก็ตาม แต่เมื่อพูดหรือ เขียนไปแล้วก็ท าให้เกิดผลได้ คนส่วนใหญ่มักจะถือว่าสิ่งที่มนุษย์แสดงออกมานั้นเป็นสิ่งที่สะท้อนออกถึงความ ในใจ จิราพร ทรงอยู่ (2545 : 7) กล่าวว่าความคิดเห็นเป็นการแสดงออกทางความรู้สึกหรือความเชื่อต่อสิ่ง หนึ่งสิ่งใดหรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งอาจเกิดจากการประเมินผลสิ่งนั้นโดยมีอารมณ์ ประสบการณ์ และสภาพแวดล้อมในขณะนั้นเป็นพื้นฐานการแสดงออกซึ่งอาจถูกต้องหรือไม่ก็ได้ อาจจะได้รับการยอมรับหรือ ปฏิเสธจากคนอื่นก็ได้ ความคิดเห็นนี้อาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา การแสดงความคิดเห็นอาจท าด้วย ค าพูดหรือการเขียนก็ได้
18 ทรงกรด ภู่ทอง (2545 : 6) กล่าวว่าความคิดเห็น หมายถึง ความรู้สึกของมนุษย์ที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือการแสดงออกซึ่งวิจารณญาณที่มีต่อเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของจิตใจและเปลี่ยนแปลงไปตามข้อเท็จจริง ความ คิดเห็นคล้ายกบทัศนคติ แต่เป็นความรู้สึกที่ผิวเผินหรือหยาบกว่าทัศนคติ ทนงเกียรติ เจริญวงค์เพ็ชร์ (2545 : 9) กล่าวว่าความคิดเห็น หมายถึง ความรู้สึกและความเชื่อที่มีต่อ สิ่งใดสิ่งหนึ่ง แสดงออกด้วยวาจาหรือการเขียน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภูมิหลังทางสังคม ความรู้ประสบการณ์และ สิ่งแวดล้อมของบุคคลนั้น ซึ่งบุคคลอื่นอาจไม่เห็นด้วย ราชบัณฑิตยสถาน (ประจวบ โชคสร้อยสม. 2550 : 9) ได้ให้ความหมาย “ความคิดเห็น” ว่าเป็นการ พิจารณาความเป็นจริงจากการใช้ปัญญา โดยใช้ความคิดเป็นส่วนประกอบถึงแม้จะไม่ได้อาศัยหลักฐานพิสูจน์ ยืนยันได้เสมอไปก็ตาม จากความหมายดังกล่าว สรุปได้ว่า 1. ความคิดเห็น หมายถึง การแสดงออกทางด้านความเชื่อความรู้สึกต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งอาจเป็นการพูด หรือเขียนก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับความรู้ ประสบการณ์และสภาพแวดล้อมในการแสดงความคิดเห็น 2. ความคิดเห็นเป็นสภาพความรู้สึกที่บุคคลใดบุคคลหนี่งมีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งในเวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจ เป็นผลมาจากความรู้ ความรับรู้ ประสบการณ์ที่บุคคลนั้นได้รับมา โดยบุคคลนั้นอาจจะแสดงออกมาทางใด ทางหนึ่งไม่ว่าจะเป็นการพูด การเขียน ลักษณะท่าทาง หรือไม่แสดงออกเลยก็ได้ 3.2 ประเภทของความคิดเห็น ธีเรก วิทยายุทธ์ (2549 : 48) กล่าวว่าความคิดเห็นมี 2 ประการด้วยกัน คือ 1. ความคิดเห็นเชิงบอกสุด-เชิงลบสุด (Extreme Opinion) เป็นความคิดเห็นที่เกิดจากการเรียนรู้และ ประสบการณ์ ซึ่งสามารถทราบทิศทางได้ ทิศทางบวกสุด ได้แก่ ความรักจนหลงทิศทางลบสุด ได้แก่ ความ รังเกียจ ความคิดเห็นนี้รุนแรงเปลี่ยนแปลงยาก 2. ความคิดเห็นจากความรู้ความเข้าใจ (Cognitive Contents) การมีความเห็นต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นอยู่ กับความรู้ความเข้าใจที่มีต่อสิ่งนั้น เช่น ความรู้ ความเข้าใจในทางที่ดี ชอบ ยอมรับ เห็นด้วย ความรู้ความ เข้าใจในทางที่ไม่ดี ได้แก่ ไม่ชอบ ไม่ยอมรับ ไม่เห็นด้วย จากข้อความดังกล่าวอาจสรุปได้ว่า ความคิดเห็นที่ได้จากองค์ความรู้ต่าง ๆ ได้แก่ องค์ความรู้จากการ เรียนรู้ประสบการณ์ ประกอบด้วยความรู้ความเข้าใจในทางที่ดี ชอบ ยอมรับ เห็นด้วย ที่เรียกว่าความคิดเห็น ทางด้านบวกและความคิดเห็นที่เกิดจากความรู้ความเข้าใจในทางที่ไม่ดี ท าให้เกิดไม่ชอบ ไม่ยอมรับ ไม่เห็น ด้วย ในที่นี้เรียกว่าความคิดเห็นทางลบ ดังนั้นความคิดเห็นของแต่ละบุคคลยอมมีทั้งด้านบวกและด้านลบเสมอ 3.3 ความส าคัญของความคิดเห็น การศึกษาถึงความคิดเห็นของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะท า ให้เรารู้ถึงความเชื่อ ความคิดและการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเหล่านั้นได้ที่แสดงออกมา เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของทั้งผู้แสดงและผู้รับความคิดเห็น อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ในการ วางแผนนโยบายการเปลี่ยนแปลงนโยบายและการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ตามความต้องการของบุคคลที่เกี่ยวข้อง 3.4 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคิดเห็น การแสดงออกของบุคคลในด้านต่าง ๆ ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือสิ่งเดียวกัน ไม่จ าเป็นต้องเหมือนกันหรือ คล้ายคลึงกันเสมอไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานของแต่ละบุคคล ได้มีผู้เสนอแนวคิดไว้ดังนี้ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคิดเห็น 1. ปัจจัยทางพันธุกรรมและเสรีระ 2. ประสบการณ์โดยตรงของบุคคล
19 3. อิทธิพลของผู้ปกครอง 4. ทัศนคติและความคิดเห็นของกลุ่ม 5. สื่อมวลชนหรือสื่อต่าง ๆ ชุติมา ชัยมุสิก (2550 : 8) ได้สรุปปัจจัยพื้นฐานที่มีอิทธิพลต่อความคิดเห็นของบุคคล ไว้ดังนี้ 1. ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ 1.1 ปัจจัยทางพันธุกรรมและทางด้านร่างกาย คือ เพศ อวัยวะ ความครบถ้วนสมบูรณ์และ อวัยวะต่าง ๆ และคุณภาพของสมอง 1.2 ระดับการศึกษา การศึกษามีอิทธิพลต่อการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นและการศึกษาท าให้ บุคคลที่มีความรู้ในด้านต่าง ๆ มากขึ้นและคนที่มีความรู้มากมักมีความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ อย่างมีเหตุผล 1.3 ความเชื่อ ค่านิยม และเจตคติของบุคคลต่อเรื่องราวต่าง ๆ ซึ่งอาจเกิดจากการเรียนรู้จาก บุคคลในสังคมหรือจากการอบรมสั่งสอนของครอบครัว 1.4 ประสบการณ์ เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ ท าให้มีความเข้าใจในหน้าที่ ความรับผิดชอบ ต่องานซึ่งส่งผลต่อความคิดเห็น 2. ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ 2.1 สื่อมวลชน ได้แก่ วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีอิทธิพลอย่างมาก ต่อความคิดเห็นของบุคคล เป็นการได้รับข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ ของแต่ละบุคคล 2.2 กลุ่มและสังคมที่เกี่ยวข้องมีอิทธิพลต่อความคิดเห็นของบุคคลเพราะเมื่อบุคคลอยู่ในกลุ่ม ใดหรือสังคมใด ก็จะยอมรับและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของกลุ่มหรือสังคมนั้น ซึ่งท าให้บุคคลนั้นเกิดความคิดเห็น ไปตามกลุ่มหรือสังคมที่อยู่ จากที่กล่าวมาข้างต้นจึงกล่าวได้ว่า บุคคลจะแสดงความคิดเห็นของตนเอง ต่อเรื่องหนึ่งเรื่องใดนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ที่มีความแตกต่างกันไป 4. ประวัติความเป็นมาและนโยบายในการด าเนินงานของส านักกิจการนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด ส านักงานสภาสถาบันราชภัฏ กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดท าโครงการจัดตั้งสถาบันราชภัฏเพิ่มเติม จ านวน 5 แห่ง ประกอบด้วย สถาบันราชภัฏนครพนม สถาบันราชภัฏศรีสะเกษ สถาบันราชภัฏกาฬสินธุ์ สถาบันราชภัฏชัยภูมิ และสถาบันราชภัฏร้อยเอ็ด การด าเนินโครงการดังกล่าวอยู่ในระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2540 – 2542 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2540 โดยในวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 สถาบันราชภัฏร้อยเอ็ด ได้ตราเป็นพระราชกฤษฏีกาจัดตั้งลงในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 118 ตอนที่ 59 ก ลงวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 และยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2547 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงลงพระปรมาภิไธยและตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏใน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 23 ก ลงวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ซึ่งมาตรา 8 ได้ก าหนด ภาระหน้าที่ของมหาวิทยาลัยไว้ดังต่อไปนี้ 1. แสวงหาความจริงเพื่อสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ บนพื้นฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่นภูมิปัญญาไทย และภูมิปัญญาสากล 2. ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรม ส านึกในความเป็นไทย มีความรักและผูกพันต่อท้องถิ่น อีกทั้ง ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชน เพื่อช่วยให้คนในท้องถิ่นรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง การผลิตบัณฑิต ดังกล่าว จะต้องให้มีจ านวนและคุณภาพสอดคล้องกับแผนการผลิตบัณฑิตของประเทศ
20 3. เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในคุณค่า ความส านึก และความภูมิใจในวัฒนธรรมของท้องถิ่นและ ของชาติ 4. เรียนรู้และเสริมสร้างความเข้มแข็งของผู้น าชุมชน ผู้น าศาสนาและนักการเมืองท้องถิ่นให้มีจิตส านึก ประชาธิปไตย คุณธรรม จริยธรรม และความสามารถในการบริหารงานพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ ของส่วนรวม 5. เสริมสร้างความเข้มแข็งของวิชาชีพครู ผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพ และมาตรฐานที่เหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง 6. ประสานความร่วมมือและช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นและองค์กรอื่นทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น 7. ศึกษาและแสวงหาแนวทางพัฒนาเทคโนโลยีพื้นบ้านและเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เหมาะสมกับการ ด ารงชีวิต และการประกอบอาชีพของคนในท้องถิ่น รวมถึงการแสวงหาแนวทางเพื่อส่งเสริมให้เกิดการจัดการ การบ ารุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน 8. ศึกษา วิจัย ส่งเสริมและสืบสานโครงการอันเนื่องมาจากแนวพระราชด าริในการปฏิบัติภารกิจของ มหาวิทยาลัย เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น การด าเนินการจัดตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดเริ่มตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2537 ถึง 10 มิถุนายน พ.ศ. 2540 โดยเริ่มแรกจัดตั้งเป็นโครงการจัดตั้งสถาบันราชภัฏร้อยเอ็ดจนถึงปัจจุบันยกฐานะเป็น มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ซึ่งมีล าดับขั้นตอนในการด าเนินการจัดตั้งดังนี้ 6 กันยายน 2537 ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด (นายฮึกหาญ โตมรศักดิ์) แต่งตั้งคณะกรรมการจัดหา พื้นที่เพื่อจัดตั้งสถาบันราชภัฏร้อยเอ็ด อธิการบดีวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ (ผศ.ดร.ปราโมทย์ เบญจกาญจน์) แต่งตั้ง กรรมการร่วมในการจัดหาที่ดินจัดตั้ง สถาบันฯ ตามค าสั่ง (วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ ที่ 949/2537 ลงวันที่ 5 กันยายน 2537) แต่งตั้งคณะกรรมการจัดหาที่ดินส าหรับก่อสร้างสถาบัน ราชภัฏร้อยเอ็ด (ผู้ว่าราชการจังหวัด ร้อยเอ็ด แต่งตั้งตามค าสั่งจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ 1915/2537 ลงวันที่ 6 กันยายน 2537) 21 มกราคม 2540 คณะกรรมการจัดตั้งสถาบันราชภัฏร้อยเอ็ด (ส านักงานสภาสถาบันราชภัฏ) แต่งตั้งคณะกรรมการอ านวยการ และกรรมการด าเนินงานจัดตั้งสถาบันราชภัฏเพิ่ม ตามค าสั่งส านักงานจัดตั้ง สถาบันราชภัฏเพิ่มตามค าลั่งส านักงาน สภาสถาบันราชภัฏที่ 58/2540 ลงวันที่ 21 มกราคม 2540 20เมษายน 2540 นายสุขวิช รังสิตพลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น เสนอ คณะรัฐมนตรีให้ประกาศจัดตั้ง สถาบันราชภัฏจ านวน 5 แห่ง ให้แล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2542 30 มีนาคม 2542 คณะกรรมการจัดตั้งสถาบันราชภัฏร้อยเอ็ด (ส านักงานสภาสถาบันราชภัฏ) อุดมศึกษา เขตการศึกษาของสถาบัน ราชภัฏในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามค าสั่งส านักงานสภาสถาบันราช ภัฏ ที่ 160/2542 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2542 12 มิถุนายน 2544 คณะรัฐมนตรีในรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร มีมติเห็นชอบร่างพระราช กฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันราชภัฏร้อยเอ็ด 20 กรกฎาคม 2544 สถาบันราชภัฏร้อยเอ็ด ได้ประกาศเป็นพระราชกฤษฏีกาจัดตั้งลงในราชกิจจา นุเบกษาเล่ม 118 ตอนที่ 59 ก ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2544 29 เมษายน 2545 โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เฉลย ภูมิพันธุ์ ด ารงต าแหน่งอธิการ บดีสถาบันราชภัฏร้อยเอ็ดคนแรก
21 23 กันยายน 2545 คณะกรรมการสภาสถาบันราชภัฏ มีมติอนุมัติการแต่งตั้งคณะกรรมการสภา ประจ าสถาบันราชภัฏร้อยเอ็ด โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี เกษมทรัพย์ ด ารงด าแหน่งนายกสภาประจ า สถาบันราชภัฏร้อยเอ็ด 21พฤศจิกายน 2545 โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ศาสตราจารย์ ปรีดี เกษมทรัพย์ ด ารงต าแหน่งนายกสภา ประจ า สถาบันราชภัฏร้อยเอ็ด 14 มิถุนายน 2547 โปรดเกล้าฯ ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 23 ก ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2547 4.1 ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ ประเด็นยุทธศาสตร์ ส านักงานกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ปรัชญา มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมุ่งเน้นการกระจายโอกาสทางการศึกษาเสริมสร้างความเข้มแข็งและ ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่น ตามศาสตร์พระราชาด้วยนวัตกรรม เน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติและ สภาพแวดล้อม วิสัยทัศน์ เป็นมหาวิทยาลัยชั้นน าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อพัฒนาท้องถิ่นด้วยนวัตกรรม พันธกิจ 1. ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ มีคุณธรรม และจริยธรรม จิตอาสา อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมส านึกในความเป็นไทยและมีความรักและผูกพันท้องถิ่น ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้รู้เท่า ทันการเปลี่ยนแปลงจะต้องให้มีจ านวนและคุณภาพสอดคล้องกับแผนการผลิตบัณฑิตของประเทศ 2. ใช้การวิจัยเป็นฐานในการแสวงหาความจริงเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการบนพื้นฐานของภูมิปัญญา ท้องถิ่นภูมิปัญญาไทยและภูมิปัญญาสากลเน้นสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ 3. ท านุบ ารุงศิลปวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมท้องถิ่น เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในคุณค่าทาง วัฒนธรรมของชาติ 4. บริการวิชาการเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของผู้น าชุมชน ผู้น าศาสนาและนักการเมืองท้องถิ่นให้มี จิตส านึก ประชาธิปไตย คุณธรรม จริยธรรมและความสามารถในการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล พัฒนาชุมชนและท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ส่วนรวม 5. พัฒนาศักยภาพของมหาวิทยาลัยให้สามารถเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สามารถแข่งขันได้ในกลุ่มประชาคมอาเซียนและสากลตลอดจนสร้างเครือข่ายและประสาน ความร่วมมือช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างมหาวิทยาลัยชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรอื่นทั้งใน และต่างประเทศเพื่อพัฒนาท้องถิ่น 6. น้อมน าส่งเสริมและสืบสานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด าริ ประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงในการท างานและการด าเนินชีวิต 7. เสริมสร้างความเข้มแข็งของวิชาชีพครู ผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีจิต วิญญาณของความเป็นครู มีคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง 8. ศึกษาและแสวงหาแนวทางพัฒนาเทคโนโลยีพื้นบ้านและเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เหมาะกับการ ด ารงชีวิตและการประกอบอาชีพของปวงชน รวมทั้งการแสวงหาแนวทางในการบ ารุงรักษา การใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน วัตถุประสงค์
22 1. เพื่อให้การด าเนินงานเกี่ยวกับนักศึกษาเป็นไปอย่างมีระบบกลไกและมีประสิทธิภาพ 2. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้นักศึกษาได้ร่วมกันจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่องเพื่อ เป็นการพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 4.2 การจัดกิจกรรมพัฒนานักศึกษาที่ส่งเสริมผลลัพธ์การเรียนรู้ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ระดับอุดมศึกษา TQF กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา หมายถึง กรอบที่แสดงระบบคุณวุฒิการศึกษา ระดับอุดมศึกษาของประเทศซึ่งประกอบด้วยระดับคุณวุฒิ การแบ่งสายวิชาความเชื่อมโยงต่อเนื่องจากคุณวุฒิ ระดับหนึ่งไปสู่ระดับที่สูงขึ้น มาตรฐานการเรียนรู้ของแต่ละระดับคุณวุฒิลักษณะของหลักสูตรในแต่ละระดับ คุณวุฒิ ปริมาณการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับเวลาที่ต้องใช้การเทียบโอนการเรียนรู้ระบบและกลไกเพื่อสร้างความ มั่นใจในประสิทธิผลการด าเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติของสถาบันอุดมศึกษา ว่าสามารถผลิตบัณฑิตให้บรรลุคุณภาพมาตรฐานการเรียนรู้ กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติก าหนดผลการเรียนรู้ที่คาดหวังให้บัณฑิตมีอย่างน้อย 5 ด้านดังนี้ 1. ด้านคุณธรรมจริยธรรม (Ethics and Moral) หมายถึง การพัฒนานิสัยในการประพฤติอย่างมี คุณธรรมจริยธรรมและด้วยความรับผิดชอบทั้งในส่วนตนและส่วนรวมความสามารถในการปรับวิถีชีวิตในความ ขัดแย้งทางค่านิยมการพัฒนานิสัยและการปฏิบัติตนตามศีลธรรมทั้งในเรื่องส่วนตัวและสังคม 2. ด้านความรู้ (Knowledge) หมายถึง ความสามารถในการเข้าใจการนึกคิดและการน าเสนอข้อมูล การวิเคราะห์และจ าแนกข้อเท็จจริงในหลักการทฤษฎีตลอดจนกระบวนการต่าง ๆ และสามารถเรียนรู้ด้วย ตนเองได้ 3. ด้านทักษะทางปัญญา (Cognitive Skills) หมายถึง ความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์และ ใช้ความรู้ความเข้าใจในแนวคิดหลักการทฤษฎีและกระบวนการต่าง ๆ ในการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน 4. ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ ( Interpersonal Skills and Responsibility) หมายถึง ความสามารถในการทางานเป็นกลุ่มการแสดงถึงภาวะผู้น าความรับผิดชอบต่อ ตนเองและสังคมความสามารถในการวางแผนและรับผิดชอบในการเรียนรู้ตนเอง 5.ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลขการสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (Numerical Analysis, Communication and Information Technology Skills) หมายถึง ความสามารถในการสื่อสาร ทั้งการพูดการเขียนและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 5. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 5.1 งานวิจัยต่างประเทศ คาลิช และเบิร์ทส์ (Kalish and Bertes. 1960 : 249) ได้ส ารวจทัศนคติของนักศึกษาที่มีต่อการ จัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยฮาวาย เนื่องจากมีปัญหาว่านักศึกษาไม่ค่อยที่จะให้ความสนใจในกิจกรรมต่าง ๆ ไม่มีความรับผิดชอบในกิจกรรมที่ตนเองเข้าร่วม จากการศึกษาพบว่า การมีความรู้และความสนใจในการเข้า ร่วมกิจกรรมนั้น ๆ จะมีทัศนคติที่ดีต่อกิจกรรมนั้น ๆ ท าให้เกิดความร่วมมือในการร่วมกิจกรรมนั้น ๆ ด้วย ดูฮาน (Doohan. 1969 : 2164-A) ได้ศึกษาเกี่ยวกับการด าเนินงานและปัญหาต่าง ๆ ในด้านการจัด กิจกรรมนักศึกษา ผลการวิจัยพบว่า จ านวนอาจารย์ที่ปรึกษามีไม่เพียงพอการประสานงานของสถานศึกษา และหน่วยงานชุมชนมีน้อยเกินไปมีช่องว่างระหว่างผู้ใหญ่และวัยรุ่น ความเคร่งครัดการจัดการเรียนการสอน เป็นผลท าให้นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้
23 ฮาโรลด์ (Harrol. 1967 : 27-A) ได้ศึกษาเกี่ยวกับการควบคุมกิจกรรมนักศึกษาในมหาวิทยาลัย เพื่อ ค้นหาหลักเกณฑ์ซึ่งจะใช้ควบคุมกิจกรรมนักศึกษานั้น พบว่า การจัดการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย คือ การ ปลูกฝังและพัฒนาบุคลิกภาพของนักศึกษาทุก ๆ ด้าน นโยบายและการตัดสินใจของสถาบันควรขึ้นอยู่กับ เหตุผลด้านศีลธรรมและภูมิหลังทางด้านการศึกษา ไม่ควรใช้อ านาจ เนื่องจากนักศึกษา มีความแตกต่างกันใน ด้านวุฒิภาวการณ์ควบคุมกิจกรรมควรก าหนดขอบเขตไว้กว้าง ๆ และสามารถยืดหยุ่นได้ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น เกี่ยวกับกิจกรรมนักศึกษาส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาในด้านกิจกรรมไม่มีความน่าสนใจ มีเวลาที่เข้าร่วมกิจกรรม น้อยเนื่องจากเวลาเรียนตรงกบเวลาที่จัดกิจกรรม ด้านอาจารย์ที่ปรึกษากิจกรรมให้ความร่วมมือน้อย และที่ ส าคัญคือนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมน้อย เพราะให้ความสนใจเรื่องการเรียนมากกว่าการเข้าร่วมกิจกรรมดังนัน จึงต้องมีการประเมินผลหรือการศึกษาวิจัยเพื่อน าไปแก้ปัญหาต่อไป แซกแก็ฟ (Saggaf 1982 : A) ได้ศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ ค่านิยมและองค์ประกอบที่มี ความส าคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาใหม่ในมหาวิทยาลัย พบว่า ประสบการณ์ด้านกิจกรรมนักศึกษามี ผลต่อการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาใหม่มากกว่าประสบการณ์ด้านการเรียน โดนัลด์ (Donald. 1974 : 1882-A) ได้วิจัยเรื่องการศึกษาเปรียบเทียบความคิดเห็นของนักศึกษา อาจารย์ และสมาชิกของสภามหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมนักศึกษาของวิทยาลัยชุมชนในรัฐเวอร์จิเนีย โดยมีจุดมุ่งหมายของการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของนักศึกษา อาจารย์และสมาชิก สภา มหาวิทยาลัย เกี่ยวกับการจัดกิจกรรม 5 ประเภท คือ การปกครองนักศึกษา กิจกรรมสภานักศึกษา กิจกรรม การพิมพ์ กิจกรรมความสนใจพิเศษและบริการสังคมของนักศึกษา ผลการศึกษาพบว่า คณะกรรมการที่เข้ามา เป็นผู้ปกครองของนักศึกษาควรจะต้องมาจากการเลือกตั้ง สภานักศึกษาทุกแห่งมีรูปแบบการจัดเหมือนกัน หมด กิจกรรมการพิมพ์ที่จัด คือ การออกหนังสือพิมพ์และวารสาร กิจกรรมความสนใจพิเศษ จัดกันอย่าง กว้างขวางและจัดได้ไม่แตกต่างกันมากในแต่ละวิทยาลัย กิจกรรมบริการสังคมของนักศึกษาทุกวิทยาลัยมี ความหวังไว้สูงมาก แต่เมื่อปฏิบัติจริงแล้วมักท าไม่ได้ตามแผนการ ผู้วิจัยได้ให้ข้อเสนอแนะไว้ว่า คณะกรรมการ ปกครองนักศึกษาควรรู้และเข้าใจบทบาทของตนเองมากกว่านี้ทางวิทยาลัยควรจะประชาสัมพันธ์ในการจัด กิจกรรมให้มาก เพราะเท่าที่เป็นอยู่มีนักศึกษามีปัญหาในเรื่องนี้มาก โครงการของสภานักศึกษาควรจะได้รับ ค าปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในด้านการจัดองค์การกิจกรรม ทุกประเภทควรจัดขึ้นตามความต้องการของ นักศึกษา ส่วนใหญ่กิจกรรมบริการสังคมควรจะมีการอบรมและให้ความรู้แก่นักศึกษา 5.2 งานวิจัยในประเทศ ฝากจิต คุณุรัตน์ (2545 : 83) ได้ท าการวิจัยแนวทางการพัฒนาการจัดกิจกรรมนักศึกษา พบว่า ความต้องการของนักศึกษาในการด าเนินกิจกรรมนักศึกษาโดยรวมและรายด้านอยูในระดับมาก 3 อันดับแรก คือ การได้รับสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์และสถานที่จัดกิจกรรม การมีรูปแบบ การสรุปและประเมินผลการจัด กิจกรรมและการได้รับงบประมาณการจัดกิจกรรมที่เพียงพอ มนัส นิลสวัสดิ} (2547: 76) ได้ท าการศึกษาเรื่อง แรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรมนิสิตของนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่า นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ศึกษาอยู่ในชั้นปี แตกต่างกันมีแรงจูงใจใน การเข้าร่วมกิจกรรมนิสิตในแต่ละด้านและโดยรวมไม่แตกต่างกันซึ่งไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ทั้งนี้อาจ เป็นเพราะว่านิสิตไม่ว่าจะอยู่ชั้นปีใดต่างก็ให้ความส าคัญกับการเข้าร่วมกิจกรรมนิสิตเพราะก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อตนเอง อีกทั้งมหาวิทยาลัยส่งเสริมสนับสนุนให้นิสิตเข้าร่วมกิจกรรมในทุกประเภทอย่างทั่วถึงโดยไม่ได้จัด กิจกรรมที่เน้นเฉพาะนิสิตกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งและช่วงห่างของอายุของนิสิตในแต่ละชั้นปีไม่ต่างกันมาก วรัญญา เทศนา (2547: 59) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง ความคิดเห็นของนักศึกษาต่อการเข้าร่วมกิจกรรม การแสดงนาฏศิลป์ ดนตรี ของวิทยาลัยนาฏศิลป์ พบว่า ในด้านคุณค่าทางศิลปะ นักศึกษามีความคิดเห็นว่ามี
24 ความเหมาะสมในระดับมากที่สุด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าในการเข้าร่วมการแสดงนาฏศิลป์ ดนตรีของวิทยาลัย นาฏศิลปะสร้างความภาคภูมิใจให้แก่นักศึกษาที่ได้มีโอกาสในการเผยแพร่ความงามทางศิลปะสู่สาธารณชน ทั่วไป และส่งเสริมพัฒนานักศึกษาให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงคุณค่าของศิลปะในแขนงต่าง ๆ ซึ่งมี ความส าคัญอันเป็นเครื่องแสดงความเป็นอารยธรรมความเจริญรุ่งเรือง และความเป็นเอกลักษณ์ของชาติ สมัคร ภูมิเขต (2551: 71) ได้ศึกษาเรื่อง ความพึงพอใจของนิสิตระดับปริญญาตรีที่มีต่อการเข้าร่วม กิจกรรมตามหลักสูตรการศึกษาของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พบว่า นิสิตที่มีเพศต่างกันมีความพึงพอใจ ต่อการเข้าร่วมกิจกรรมโดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ อาจเป็นเพราะว่านิสิตชาย และนิสิตหญิงมีความแตกต่างกันโดยพื้นฐานทางกายภาพและสภาวะทางอารมณ์อยู่แล้ว และรวมทั้งวัยของ นิสิตที่ก าลังอยู่ในวัยรุ่นเต็มตัวมีความเป็นตัวของตัวเองสูง จึงอาจส่งผลต่อการเข้าถึงประโยชน์ที่แท้จริงของ กิจกรรมที่เข้าร่วมได้แตกต่างกัน และพบว่า นิสิตที่ศึกษาในชั้นปีต่างกันมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมกิจกรรม โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญที่ระดับ .05 โดยในด้านของมนุษยสัมพันธ์และการอยู่ร่วมกัน นิสิตมีความ พึงพอใจไม่แตกต่างกัน ส่วนด้านการเสริมสร้างความรู้และวิชาการ ด้านชุมชนและสังคม ด้านนันทนาการและ ด้านการจัดกิจกรรม นิสิตมีความพึงพอใจแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ ซึ่งอาจเป็นเพราะว่า มีพื้นฐาน ทางความรู้และประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรมของนิสิต อาจมีความเหลื่อมล้ ากัน ในด้านความมากน้อย ในการเข้าร่วมกิจกรรม เช่น นิสิตชั้นปีที่ 1 หรือ 2 อาจเคยเข้าร่วมกิจกรรมเพียงบางกิจกรรมหรือบางกลุ่ม เท่านั้น ส่วนนิสิตในชั้นปีที่ 3 หรือ 4 อาจจะเข้าร่วมกิจกรรมครบทุกกิจกรรมตามข้อบังคับแล้วหรืออาจจะเข้า ร่วมกิจกรรมมากกว่าที่ก าหนดไว้ จึงท าให้รุ่นพี่มีทักษะความรู้และประสบการณ์มากกว่ารุ่นน้อง ท าให้สามารถ ซึมซับผลจากกิจกรรมและได้รับประโยชน์จากกิจกรรมมากกว่า เป็นต้น จึงอาจส่งผลต่อระดับความพึงพอใจที่ มีความแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามมีงานวิจัยที่พบว่า องค์ความรู้และประสบการณ์ของนักศึกษาต่างชั้นปีจะไม่ ส่งผลต่อตัวนักศึกษา มีพฤติกรรมในการเข้าร่วมกิจกรรมแตกต่างกัน สหสวรรษ ผลอรรถ (2551 : 80-81) ได้ท าการศึกษาในเรื่อง ความคิดเห็นของนักศึกษามหาวิทยาลัย เซนต์จอห์นต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา พบว่า นักศึกษาชายและหญิงมีความคิดเห็นต่อการเข้าร่วม กิจกรรมนักศึกษา โดยรวมและในแต่ละด้านไม่แตกต่างกัน ซึ่งไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ซึ่งอาจเป็น เพราะว่ากิจกรรมที่จัดขึ้นไม่มีการจ ากัดเพศและสอดคล้องกับความต้องการของนักศึกษาทั้งชายและหญิง โดย จะเห็นว่านักศึกษาชายและหญิงต่างก็เห็นความส าคัญของกิจกรรมนักศึกษากิจกรรมต่าง ๆ ดังกล่าวท าให้ นักศึกษาเกิดการเรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติซึ่งกระบวนการนี้ท าให้นักศึกษามีประสบการณ์ได้พัฒนาศักยภาพ หลายๆ ด้านก่อให้เกิดทักษะความรู้และประสบการณ์ แก่นักศึกษาพัฒนาบุคลิกภาพ มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ กิจกรรมนักศึกษาที่นักศึกษาได้มีส่วนร่วมท าให้นักศึกษาได้ผ่อนคลายความตึงเครียดจากการศึกษา ในห้องเรียนและท าให้นักศึกษาได้เปลี่ยนบรรยากาศและอิริยาบถจึงท าให้นักศึกษาทั้งชายและหญิงมีความ คิดเห็นกับการเข้าร่วมกิจกรรมไม่แตกต่างกัน และพบว่า นักศึกษาที่ศึกษาในคณะวิชาต่างกันมีความคิดเห็นต่อ การเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาด้านวิชาการ ด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านบ าเพ็ญประโยชน์ และโดยรวมแตกต่างกัน ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ อาจเนื่องจากลักษณะการเรียนและกิจกรรมซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละ คณะวิชาที่มีอิทธิผลต่อการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา นอกจากนี้อาจเป็นเพราะความแตกต่างของความ ต้องการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาที่เกิดจากบุคลิกภาพและความสนใจที่แตกต่างกันของกลุ่มนักศึกษา
25 6. กรอบแนวคิดการวิจัย ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม ภาพ 2.1 กรอบแนวคิดการวิจัย จากภาพ 2.1 ตัวแปรต้น คือ ปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคล ได้แก่ 1. เพศ 2. ชั้นปี 3. ผลการเรียน 4. สถานภาพความสัมพันธ์ส่งผลต่อตัวแปรตาม คือ ความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัด กิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด 5 ด้าน ได้แก่ 1. กิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึง ประสงค์ 2. กิจกรรมกีฬาหรือการส่งเสริมสุขภาพ 3. กิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม 4. กิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม 5. กิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม ปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคล 1. เพศ 2. ชั้นปี 3. ผลการเรียน 4. สถานภาพความสัมพันธ์ ความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุ ศ า ส ต ร์ ที่ มี ต่ อ ก า ร จั ด กิ จ ก ร ร ม ข อง มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด 5 ด้าน 1. กิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะ บัณฑิตอันพึงประสงค์ 2. กิจกรรมกีฬาหรือการส่งเสริมสุขภาพ 3. กิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษา สิ่งแวดล้อม 4. กิจก ร รมเส ริมส ร้ างคุณ ธ ร รมแ ล ะ จริยธรรม 5. กิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม
บทที่ 3 ระเบียบวิธีวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัด กิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ผู้วิจัยได้ด าเนินการตามล าดับขั้นตอนดังต่อไปนี้ ประชากร กลุ่มตัวอย่าง การสุ่มตัวอย่าง พื้นที่ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย การวัดตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย คุณภาพเครื่องมือการวิจัย วิธีด าเนินการเก็บข้อมูล การประมวลผลและการวิเคราะห์ข้อมูล รายละเอียดแต่ละขั้นตอนมีดังนี้ ประชากร ประชากรประกอบไปด้วย นักศึกษาคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดภาคปกติ ชั้นปีที่ 1 - 4 ปีการศึกษา 2565 ทั้งหมด 11 สาขา คือ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา สาขาวิชา ภาษาไทย สาขาวิชาสังคมศึกษา สาขาวิชาดนตรีศึกษา สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย สาขาวิชาศิลปศึกษา สาขาวิชาพลศึกษา สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป สาขาวิชาคณิตศาสตร์ สาขาการประถมศึกษา สาขาวิชา คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ จ านวน 2,298 คน ซึ่งประชากรในการท าวิจัยครั้งนี้ คือ นักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด สาขาวิชาสังคมศึกษาจ านวน 230 คน กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักศึกษาคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ภาค ปกติ ระดับปริญญาตรี สาขาสังคมศึกษา ชั้นปีที่ 1 - 4 โดยใช้สูตรค านวณในการหาขนาดของกลุ่มตัวอย่าง จากประชากรของยามาเน่ (Yamane. 1967 : 886) และแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) โดยใช้กลุ่มสาขาเป็นล าดับชั้น (Strata) ได้จ านวนทั้งสิ้น 144 คน การสุ่มตัวอย่าง การสุ่มตัวอย่างจ าแนกตามชั้นปี ชั้นปี ประชากร (คน) กลุ่มตัวอย่าง (คน) 1 56 35 2 57 36 3 55 34 4 62 39 รวม 230 144
27 พื้นที่ในการวิจัย พื้นที่ในการวิจัยครั้งนี้ คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้คือ แบบสอบถาม Questionnaires) เกี่ยวกับการวิจัย เรื่อง ความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด โดย แบ่งเป็น 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ซึ่งประกอบด้วย เพศ ชั้นปี ผลการเรียน และสถานภาพความสัมพันธ์จ านวน 4 ข้อ ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรม ของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด รวมทั้งสิ้น 29 ข้อ โดยแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ดังต่อไปนี้ 1. กิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์จ านวน 6 ข้อ 2. กิจกรรมกีฬาหรือการส่งเสริมสุขภาพ จ านวน 5 ข้อ 3. กิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม จ านวน 5 ข้อ 4. กิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม จ านวน 6 ข้อ 5. ด้านกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม จ านวน 7 ข้อ ลักษณะค าถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ คือ มีความคิดเห็นมากที่สุด ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด โดยมีเกณ์การให้คะแนน ดังนี้ 5 หมายถึง ผู้ตอบเห็นด้วยกับข้อความนั้นในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง ผู้ตอบเห็นด้วยกับข้อความนั้นในระดับมาก 3 หมายถึง ผู้ตอบเห็นด้วยกับข้อความนั้นในระดับปานกลาง 2 หมายถึง ผู้ตอบเห็นด้วยกับข้อความนั้นในระดับน้อย 1 หมายถึง ผู้ตอบเห็นด้วยกับข้อความนั้นในระดับน้อยที่สุด การวัดตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย 1. การวัดตัวแปรต้น มีดังนี้ ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ ชั้นปี ผลการเรียน สถานภาพความสัมพันธ์ของผู้ที่ตอบแบบสอบถาม โดยมีรายละเอียดการวัด ดังนี้ 1. เพศ คือ เพศชาย และเพศหญิง แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม มีการวัดเป็นระดับกลุ่ม (Nominal scale) 2. ชั้นปี คือ ชั้นปีที่ 1 ชั้นปีที่ 2 ชั้นปีที่ 3 และชั้นปีที่ 4 แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม มีการวัดเป็นระดับกลุ่ม (Ordinal Scales) 3. ผลการเรียน คือ 2.00 – 2.50, 2.51 – 3.00, 3.01 – 3.50 และ 3.51 - 4.00 แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม มีการวัดระดับช่วง (Interval Scale) 4. สถานภาพความสัมพันธ์คือ โสด มีคนคุย มีแฟน และอกหัก แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม มีการวัดเป็น ระดับกลุ่ม (Nominal Scale) 2. การวัดตัวแปรตาม ตัวแปรตามในการศึกษาครั้งนี้คือ ความคิดเห็นของนักศึกษาต่อการเข้าร่วม กิจกรรมของนักศึกษา ภาคปกติ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด เช่น เห็นด้วยมากที่สุด เห็นด้วยมาก เห็นด้วย ปานกลาง เป็นต้น ซึ่งมีการวัดเป็นระดับกลุ่ม (Interval Scale) ดังนี้ เห็นด้วยมากที่สุด = 5 เห็นด้วยมาก = 4
28 เห็นด้วยปานกลาง = 3 เห็นด้วยน้อย = 2 เห็นด้วยน้อยที่สุด = 1 คุณภาพเครื่องมือการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยด าเนินการตามขั้นตอนดังนี้ การสร้างเครื่องมือการวิจัย 1. ศึกษาค้นคว้าเอกสารต าราและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความคิดเห็นของนักศึกษาต่อการเข้าร่วม กิจกรรมนักศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างแบบสอบถาม 2. สร้างแบบสอบถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมของ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด การตรวจสอบเครื่องมือการวิจัย 1. เสนอแบบสอบถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมของ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ให้อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจสอบเนื้อหาโดยภาพรวม 2. น าแบบสอบถามให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ คือ ผู้ช่วยศาสตรจารย์ ดร.ปริญ รสจันทร์ อาจารย์ประจ า สาขาวิชาสังคมศึกษา เพื่อตรวจสอบการหาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) และใช้ดัชนีความสอดคล้อง(Index of Congruence : IOC) สูตรส าหรับหาค่า IOC เมื่อ IOC = ความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์กับแบบสอบถาม ∑R = ผลรวมของคะแนนการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญ N = จ านวนผู้เชี่ยวชาญ โดยมีเกณฑ์การก าหนดการให้คะแนนเพื่อหาค่า IOC ของผู้เชี่ยวชาญ ก าหนดเป็น 3 ระดับ ดังนี้ ถ้าเห็นว่าสอดคล้อง ให้คะแนน +1 ถ้าเห็นว่าไม่แน่ใจ ให้คะแนน 0 ถ้าเห็นว่าไม่สอดคล้อง ให้คะแนน -1 ถ้าดัชนีความสอดคล้องตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป ถือว่าข้อค าถามอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ถ้าต่ ากว่านั้นจะน ามาปรับปรุงแก้ไข ตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ 3. น ามาปรับปรุง แก้ไข ตามค าแนะน าของอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญ วิธีด าเนินการเก็บข้อมูล ผู้วิจัยด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยมีขั้นตอน ดังนี้ เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์ (Google Form) ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ได้รับ แบบสอบถามออนไลน์ (Google Form) ที่ครบถ้วนสมบูรณ์กลับคืนมา 144 ชุด คิดเป็นร้อยละ 100 ของ แบบสอบถามที่ส่งออกไปทั้งหมดตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้ 1. ส่งแบบสอบถามออนไลน์ (Google Form) เพื่อท าการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างนักศึกษาคณะครุ ศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด โดยอธิบายวัตถุประสงค์ของการวิจัย และวิธีการตอบแบบสอบถาม
29 2. ให้นักศึกษาตอบแบบสอบถามออนไลน์ (Google Form) 3. ตรวจสอบความถูกต้อง สมบูรณ์ของแบบสอบถามแต่ละชุด การประมวลผลและการวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล 1. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบสอบถามแต่ละฉบับ 2. วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม วิเคราะห์โดยการแจกแจงความถี่ (frequency) และ หาค่าร้อยละ (Percentage) 3. วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมของ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ในแต่ละประเภท จ าแนกตามเพศ ผลการเรียน และสถานภาพความสัมพันธ์ ที่ศึกษา โดยหาค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) 4. วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบความคิดเห็นของนักศึกษาต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ใน 5 ด้าน ได้แก่ กิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์ กิจกรรมกีฬาหรือการส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมเสริมสร้าง คุณธรรมและจริยธรรม กิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม โดยรวมวิเคราะห์โดยหาค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยภาพรวมและรายด้าน แล้วแปลความหมายของ ค่าเฉลี่ยตามเกณฑ์สัมบูรณ์ (Absolute Criteria) ซึ่งดัดแปลงจากแนวคิดของวัน เดชพิชัย (2535 : 231-532) โดยแปลความหมายดังนี้ ระดับค่าเฉลี่ย ความหมาย 4.51 – 5.00 นักศึกษาเห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมมากที่สุด 3.51 – 4.50 นักศึกษาเห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมมาก 2.51 – 3.50 นักศึกษาเห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมปานกลาง 1.51 – 2.50 นักศึกษาเห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมน้อย 1.00 – 1.50 นักศึกษาเห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมน้อยที่สุด สถิติใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลส าหรับการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้วิธีการทางสถิติดังนี้ สถิติพื้นฐาน 1. ค่าร้อยละ (Percentage) 2. ค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) 3. ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) 4. การแจกแจงความถี่ (frequency) สถิติที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ หาค่าความเที่ยงตรงเชิงพินิจ (IOC) สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล n แทน จ านวนคนในกลุ่มตัวอย่าง x̅แทน ค่าคะแนนเฉลี่ย S.D. แทน ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรม ของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด เพื่อให้การสื่อความหมายตรงกัน คณะผู้วิจัยได้มีการเรียงล าดับการน าเสนอ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ การน าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยด าเนินการวิเคราะห์ข้อมูลและการน าเสนอผลเป็น 3 ตอนดังนี้ ตอนที่ 1 การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามตัวแปรที่ศึกษาโดยการแจก แจงความถี่ (frequency) และหาค่าร้อยละ (Percentage) ตอนที่ 2 การศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ราชภัฏร้อยเอ็ดใน 5 ด้าน กิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์ กิจกรรมกีฬาหรือ การส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม กิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม โดยการหาค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ท าการจ าแนกตามตัวแปรที่ศึกษาโดยการ แจกแจงความถี่ (frequency) และหาค่าร้อยละ (Percentage) ดังแสดงในตาราง 4.1 ตาราง 4.1 จ านวนและค่าร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจ าแนกตามตัวแปรที่ศึกษา ตัวแปรที่ศึกษา จ านวน (คน) ร้อยละ 1. เพศ ชาย หญิง รวม 24 120 144 16.70 83.30 100.00 2. ชั้นปี ชั้นปีที่ 1 ชั้นปีที่ 2 ชั้นปีที่ 3 ชั้นปีที่ 4 รวม 35 36 34 39 144 24.30 25.00 23.60 27.10 100.00 3. ผลการเรียน 2.00 – 2.50 2.51 – 3.00 3.01 – 3.50 3.51 - 4.00 รวม 0 1 32 111 144 0.00 0.70 22.20 77.10 100.00
31 ตาราง 4.1 จ านวนและค่าร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจ าแนกตามตัวแปรที่ศึกษา ตัวแปรที่ศึกษา จ านวน (คน) ร้อยละ 4. สถานภาพความสัมพันธ์ โสด มีคนคุย มีแฟน อกหัก รวม 58 28 42 16 144 40.30 19.40 29.20 11.10 100.00 จากตาราง 4.1 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้จ านวน 144 คน จ าแนกตามตัวแปร พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาเพศชาย จ านวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 16.70 เพศหญิง จ านวน 120 คน คิดเป็นร้อยละ 83.30 ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมากเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 จ านวน 39 คน คิดเป็นร้อยละ 27.10 รองลงมา คือนักศึกษาชั้นปีที่ 2 จ านวน 36 คน คิดเป็นร้อยละ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จ านวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 24.30 และนักศึกษาชั้นปีที 3 จ านวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 23.60 ตามล าดับ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมากมีผลการเรียนอยู่ที่ระดับ 3.50 – 4.00 คิดเป็นร้อยละ 77.10 รองลงมา คือ ผลการเรียนระดับ 3.01 – 3.50 คิดเป็นร้อยละ 22.20 ผลการเรียนระดับ 2.51 – 3.00 คิดเป็นร้อยละ 0.70 และผลการเรียนระดับ 2.00 – 2.50 จ านวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0.00 ตามล าดับ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนมากมีสถานภาพความสัมพันธ์โสด จ านวน 58 คน คิดเป็นร้อยละ 40.30 รองลงมาคือสถานภาพความสัมพันธ์มีแฟน จ านวน 42 คน คิดเป็นร้อยละ 29.20 สถานภาพความสัมพันธ์มีคน คุย จ านวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 19.40 และสถานภาพความสัมพันธ์อกหัก จ านวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 11.10 ตามล าดับ ตอนที่ 2 การศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ราชภัฏร้อยเอ็ดใน 5 ด้าน กิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์ กิจกรรมกีฬาหรือการ ส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม กิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม โดยการหาค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ดังในตาราง 4.2 – 4.7
32 ตาราง 4.2 ค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของความ คิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด โดยรวมและราย ด้าน การเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา นักศึกษา (n=144) x̅ S.D. ระดับ กิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์ 4.42 0.88 มาก กิจกรรมกีฬาหรือการส่งเสริมสุขภาพ 4.39 0.87 มาก กิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม 4.42 0.88 มาก กิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม 4.39 0.87 มาก กิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม 4.38 0.87 มาก รวม 4.40 0.87 มาก จากตาราง 4.2 พบว่านักศึกษาเห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด โดยรวม อยู่ในระดับมาก (x̅ = 4.40) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ กิจกรรมวิชาการที่ ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์และกิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม (x̅ = 4.42)
33 ตาราง 4.3 ค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ความคิดเห็น ของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ในด้านกิจกรรมวิชาการที่ ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์จ าแนกเป็นรายข้อ การเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา ด้านกิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์ นักศึกษา (n=144) x̅ S.D. ระดับ 1.ส่งเสริมให้นักศึกษามีโอกาสพัฒนาความรู้ทางด้านวิชาการได้ตรง กับความต้องการและความสนใจ 4.47 0.74 มาก 2.ส่งเสริมให้นักศึกษาได้ประสบการณ์ใหม่และสถานการณ์ใหม่ ๆ เพื่อการเรียนรู้ 4.44 0.74 มาก 3.ส่งเสริมให้นักศึกษาได้พัฒนาลักษณะความเป็นผู้น าและผู้ตามที่ดี 4.44 0.74 มาก 4.ส่งเสริมให้นักศึกษาได้รู้จักการท างานร่วมกับผู้อื่น 4.45 0.76 มาก 5.ส่งเสริมให้นักศึกษามีทักษะในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาได้ อย่างถูกต้อง 4.35 0.72 มาก 6.ส่งเสริมให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ตรงนอกเหนือจากการเรียน ในชั้นเรียน 4.40 0.73 มาก รวม 4.42 0.74 มาก จากตาราง 4.3 พบว่านักศึกษามีความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด ด้านกิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์ โดยรวมในระดับมาก (x̅ = 4.42) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ระดับความคิดเห็นที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมีระดับ มากทุกข้อ เรียงล าดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยตามล าดับ ดังนี้ส่งเสริมให้นักศึกษามีโอกาสพัฒนาความรู้ ทางด้านวิชาการได้ตรงกับความต้องการและความสนใจ (x̅ = 4.47) รองลงมา ได้แก่ ส่งเสริมให้นักศึกษาได้ รู้จักการท างานร่วมกับผู้อื่น (x̅ = 4.45) และส่งเสริมให้นักศึกษามีทักษะในการ วิเคราะห์และแก้ไขปัญหาได้ อย่างถูกต้อง (x̅ = 4.35) ตามล าดับ
34 ตาราง 4.4 ค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ความคิดเห็น ของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ในด้านกิจกรรมกีฬาหรือการ ส่งเสริมสุขภาพ จ าแนกเป็นรายข้อ การเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา ด้านกิจกรรมกีฬาหรือการส่งเสริมสุขภาพ นักศึกษา (n=144) x̅ S.D. ระดับ 1.ส่งเสริมให้นักศึกษาได้พัฒนาด้าน น้ าใจของนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้ อภัย รู้จักการท างานเป็นทีม 4.37 0.87 มาก 2.ส่งเสริมและพัฒนาสมรรถภาพทางด้านร่างกายแก่นักศึกษา 4.27 0.85 มาก 3.ส่งเสริมให้นักศึกษามีความรู้ในด้าน กติกาของกีฬาประเภทนั้นๆ และทักษะเกี่ยวกับการเล่นกีฬา 4.40 0.88 มาก 4.ปลูกฝังความมีระเบียบวินัย เคารพ กฎ กติกาและมีมารยาทในการ เล่นกีฬา 4.50 0.90 มาก 5.ปลูกฝังนิสัยให้เล่นกีฬาเพื่อสุขภาพที่ดี 4.41 0.88 มาก รวม 4.39 0.87 มาก จากตาราง 4.4 พบว่านักศึกษามีความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด ด้านกิจกรรมกีฬาหรือการส่งเสริมสุขภาพ โดยรวมในระดับมาก (x̅ = 4.39) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ระดับความคิดเห็นที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมีระดับมากทุกข้อ เรียงล าดับ ค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยตามล าดับดังนี้ปลูกฝังความมีระเบียบวินัย เคารพ กฎ กติกาและมีมารยาทในการ เล่นกีฬา (x̅ = 4.50) รองลงมา ได้แก่ ปลูกฝังนิสัยให้เล่นกีฬาเพื่อสุขภาพที่ดี(x̅ = 4.41) และส่งเสริมและ พัฒนาสมรรถภาพทางด้านร่างกายแก่นักศึกษา (x̅ = 4.27) ตามล าดับ
35 ตาราง 4.5 ค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ความคิดเห็น ของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ในด้านกิจกรรมบ าเพ็ญ ประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม จ าแนกเป็นรายข้อ การเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา ด้านกิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม นักศึกษา (n=144) x̅ S.D. ระดับ 1.ส่งเสริมให้นักศึกษามีจิตส านึกที่ดี ในการช่วยเหลือสังคม 4.47 0.89 มาก 2.ส่งเสริมให้นักศึกษาได้ใช้เวลาว่าง เพื่อท าประโยชน์ต่อสังคม 4.40 0.88 มาก 3.ส่งเสริมให้นักศึกษามีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์เพื่อพัฒนาชุมชน 4.42 0.88 มาก 4.ส่งเสริมให้นักศึกษารู้จักเสียสละ ประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ ส่วนรวม 4.44 0.88 มาก 5.ปลูกฝังจิตส านึกที่ดีเพื่อให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ 4.36 0.87 มาก รวม 4.42 0.88 มาก จากตาราง 4.5 พบว่านักศึกษามีความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด ด้านกิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม โดยรวมในระดับมาก (x̅ = 4.42) เมื่อพิจารณา รายข้อ พบว่า ระดับความคิดเห็นที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมีระดับมากทุกข้อ เรียงล าดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยตามล าดับดังนี้ส่งเสริมให้นักศึกษามีจิตส านึกที่ดี ในการช่วยเหลือสังคม (x̅ = 4.47) รองลงมา ได้แก่ ส่งเสริมให้นักศึกษารู้จักเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม (x̅ = 4.41) และปลูกฝังจิตส านึกที่ดีเพื่อให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ(x̅ = 4.36) ตามล าดับ
36 ตาราง 4.6 ค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ความคิดเห็น ของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ในด้านกิจกรรมเสริมสร้าง คุณธรรมและจริยธรรม จ าแนกเป็นรายข้อ การเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา ด้านกิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม นักศึกษา (n=144) x̅ S.D. ระดับ 1.ส่งเสริมให้นักศึกษาเกิดความสัมพันธ์อันดีและความสามัคคีในหมู่ คณะ 4.42 0.74 มาก 2.ส่งเสริมให้นักศึกษามีความรัก ความศรัทธาและความภาคภูมิใจใน การ เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด 4.35 0.72 มาก 3.ส่งเสริมให้นักศึกษาเกิดความผูกพันอันดีต่อมหาวิทยาลัย 4.34 0.72 มาก 4.ส่งเสริมให้นักศึกษามีจิตส านึกที่ดีและมีความผูกพันอันดีระหว่าง รุ่นพี่กับรุ่นน้อง 4.48 0.75 มาก 5.ส่งเสริมให้นักศึกษาเข้าใจแนวทางและปรัชญาในการด าเนินชีวิต การเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย 4.40 0.73 มาก 6.ส่งเสริมให้นักศึกษาเกิดทัศนคติที่ดีต่อการท ากิจกรรมร่วมกันกับ ผู้อื่น 4.42 0.74 มาก รวม 4.39 0.73 มาก จาก 4.6 พบว่านักศึกษามีความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ด้าน กิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม โดยรวมในระดับมาก (x̅ = 4.39) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ระดับ ความคิดเห็นที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมีระดับมากทุกข้อ เรียงล าดับค่าเฉลี่ยจาก มากไปหาน้อยตามล าดับดังนี้ส่งเสริมให้นักศึกษามีจิตส านึกที่ดีและมีความผูกพันอันดีระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง (x̅ = 4.48) รองลงมา ได้แก่ ส่งเสริมให้นักศึกษาเกิดความสัมพันธ์อันดีและความสามัคคีในหมู่คณะ และ ส่งเสริมให้นักศึกษาเกิดทัศนคติที่ดีต่อการท ากิจกรรมร่วมกันกับผู้อื่น (x̅ = 4.42) และส่งเสริมให้นักศึกษาเกิด ความผูกพันอันดีต่อมหาวิทยาลัย (x̅ = 4.34) ตามล าดับ
37 ตาราง 4.7 ค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ความคิดเห็น ของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ในด้านกิจกรรมส่งเสริมศิลปะ และวัฒนธรรม จ าแนกเป็นรายข้อ การเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา ด้านกิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม นักศึกษา (n=144) x̅ S.D. ระดับ 1.ปลูกฝังจิตส านึกที่ดีต่อการท านุบ ารุงศิลปวัฒนธรรม 4.44 0.63 มาก 2.ส่งเสริมให้นักศึกษามีความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม ไทย 4.38 0.62 มาก 3.ส่งเสริมให้นักศึกษารู้คุณค่าและความส าคัญของศิลปวัฒนธรรม ไทย 4.35 0.62 มาก 4.ช่วยให้นักศึกษามีความภาคภูมิใจ และซาบซึ่งในศิลปวัฒนธรรม ไทย 4.31 0.62 มาก 5.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมเพื่อท านุบ ารุงและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ของชาติ 4.35 0.62 มาก 6.ช่วยให้นักศึกษามีโอกาสสัมผัสกับศิลปวัฒนธรรมด้วยการปฏิบัติ จริง 4.40 0.63 มาก 7.ส่งเสริมให้นักศึกษาได้สืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติสู่สังคม 4.41 0.63 มาก รวม 4.38 0.63 มาก จากตาราง 4.7 พบว่านักศึกษามีความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด ด้านกิจกรรมกิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม โดยรวมในระดับมาก (x̅ = 4.38) เมื่อพิจารณา รายข้อ พบว่า ระดับความคิดเห็นที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมีระดับมากทุกข้อ เรียงล าดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยตามล าดับดังนี้ปลูกฝังจิตส านึกที่ดีต่อการท านุบ ารุงศิลปวัฒนธรรม (x̅ = 4.44) รองลงมา ได้แก่ส่งเสริมให้นักศึกษาได้สืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติสู่สังคม (x̅ = 4.41) และ ช่วยให้นักศึกษามีโอกาสสัมผัสกับศิลปวัฒนธรรมด้วยการปฏิบัติจริง (x̅ = 4.40) ตามล าดับ
บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 1. วัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ร้อยเอ็ด 2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรประกอบไปด้วย นักศึกษาคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดภาคปกติ ชั้นปีที่ 1 - 4 ปีการศึกษา 2565 ทั้งหมด 11 สาขา คือ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา สาขาวิชา ภาษาไทย สาขาวิชาสังคมศึกษา สาขาวิชาดนตรีศึกษา สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย สาขาวิชาศิลปศึกษา สาขาวิชาพลศึกษา สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป สาขาวิชาคณิตศาสตร์ สาขาการประถมศึกษา สาขาวิชา คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ จ านวน 2,298 คน ซึ่งประชากรในการท าวิจัยครั้งนี้ คือ นักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด สาขาวิชาสังคมศึกษา จ านวน 230 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักศึกษาคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ภาค ปกติ ระดับปริญญาตรี สาขาสังคมศึกษา ชั้นปีที่ 1 - 4 โดยใช้สูตรค านวณในการหาขนาดของกลุ่มตัวอย่าง จากประชากรของยามาเน่ (Yamane. 1967 : 886) และแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) โดยใช้กลุ่มสาขาเป็นล าดับชั้น (Strata) ได้จ านวนทั้งสิ้น 144 คน 3. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม (Questionnaires) เกี่ยวกับการวิจัย เรื่อง ความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด โดย แบ่งเป็น 2 ตอน ดังนี้ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ซึ่งประกอบด้วย เพศ ชั้นปี ผลการเรียน และสถานภาพความสัมพันธ์ จ านวน 4 ข้อ ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับความ คิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด รวมทั้งสิ้น 29 ข้อ โดยแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ดังต่อไปนี้1. กิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์ จ านวน 6 ข้อ 2. กิจกรรมกีฬาหรือการส่งเสริมสุขภาพ จ านวน 5 ข้อ 3. กิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม จ านวน 5 ข้อ 4. ด้านกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม จ านวน 7 ข้อ 5. กิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม จ านวน 6 ข้อ ลักษณะค าถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ คือ มีความคิดเห็น มากที่สุด ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด โดยมีเกณ์การให้คะแนน ดังนี้ 5 หมายถึง ผู้ตอบเห็นด้วยกับข้อความนั้น ในระดับมากที่สุด, 4 หมายถึง ผู้ตอบเห็นด้วยกับข้อความนั้นในระดับมาก, 3 หมายถึง ผู้ตอบเห็นด้วยกับ ข้อความนั้นในระดับปานกลาง, 2 หมายถึง ผู้ตอบเห็นด้วยกับข้อความนั้นในระดับน้อย, 1 หมายถึง ผู้ตอบเห็น ด้วยกับข้อความนั้นในระดับน้อยที่สุด 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล คณะผู้วิจัยด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์ (Google Form) ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ได้รับแบบสอบถามที่ครบถ้วนสมบูรณ์คิดเป็นร้อยละ 100 ของแบบสอบถามที่ส่งออก ไปทั้งหมด ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ส่งแบบสอบถามออนไลน์ (Google Form) เพื่อท าการเก็บข้อมูลจากกลุ่ม ตัวอย่างนักศึกษาคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด สาขาสังคมศึกษา จ านวน 144 คน โดยอธิบาย วัตถุประสงค์ของการวิจัยและวิธีการตอบแบบสอบถามแบบสอบถามออนไลน์ (Google Form) จากนั้นให้
39 นักศึกษาตอบแบบสอบถามออนไลน์ (Google Form) คณะผู้วิจัยตรวจสอบความถูกต้อง สมบูรณ์ของ แบบสอบถามแต่ละชุด แล้วด าเนินการวิเคราะห์สรุปผลการวิเคราะห์ตามขั้นตอนการวิจัยต่อไป 5. การวิเคราะห์ข้อมูล 1. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบสอบถามแต่ละฉบับ 2. วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามวิเคราะห์ โดยการแจกแจงความถี่ (frequency) และ หาค่าร้อยละ (Percentage) 3. วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมของ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ในแต่ละประเภท จ าแนกตามเพศ ผลการเรียน และสถานภาพความสัมพันธ์ที่ ศึกษา โดยหาค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) 4. วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบความคิดเห็นของนักศึกษาต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ใน 5 ด้าน ได้แก่ กิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์ กิจกรรมกีฬาหรือการส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมเสริมสร้าง คุณธรรมและจริยธรรม กิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม โดยรวมวิเคราะห์โดยหาค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยภาพรวมและรายด้าน แล้วแปลความหมายของ ค่าเฉลี่ยตามเกณฑ์สัมบูรณ์ (Absolute Criteria) ซึ่งดัดแปลงจากแนวคิดของ วัน เดชพิชัย (2535 : 231-532) โดยแปลความหมายดังนี้ ระดับค่าเฉลี่ย ความหมาย 4.51 – 5.00 นักศึกษาเห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมมากที่สุด 3.51 – 4.50 นักศึกษาเห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมมาก 2.51 – 3.50 นักศึกษาเห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมปานกลาง 1.51 – 2.50 นักศึกษาเห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมน้อย 1.00 – 1.50 นักศึกษาเห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมน้อยที่สุด 6. สรุปผลการวิจัย ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ผลการเรียนอยู่ใน ระดับ 3.51 – 4.00 และสถานภาพความสัมพันธ์โสด ในเรื่องความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด เมื่อพิจารณาในภาพรวมตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบสอบถาม พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จ านวน 120 คน (ร้อยละ 83.30) เป็นกลุ่มนักศึกษา ชั้นปีที่ 4 จ านวน 39 คน (ร้อยละ 27.10) มีผลการเรียนอยู่ในระดับ 3.51 – 4.00 (ร้อยละ 77.10) และมี สถานภาพความสัมพันธ์โสด จ านวน 58 คน (ร้อยละ 40.30) ตอนที่ 2 ความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด นักศึกษาเห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด โดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̅ = 4.40) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ กิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะ บัณฑิตอันพึงประสงค์และกิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม (x̅ = 4.42) 1. ด้านกิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์ โดยรวมในระดับมาก (x̅ = 4.42) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ระดับความคิดเห็นที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมีระดับ มากทุกข้อ เรียงล าดับค่าเฉลี่ย จากมากไปหาน้อยตามล าดับ ดังนี้ส่งเสริมให้นักศึกษามีโอกาสพัฒนาความรู้
40 ทางด้านวิชาการได้ตรงกับความต้องการและความสนใจ (x̅ = 4.47) รองลงมา ได้แก่ ส่งเสริมให้นักศึกษาได้ รู้จักการท างานร่วมกับผู้อื่น (x̅ = 4.45) และส่งเสริมให้นักศึกษามีทักษะในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาได้ อย่างถูกต้อง (x̅ = 4.35) ตามล าดับ 2. ด้านกิจกรรมกีฬาหรือการส่งเสริมสุขภาพ โดยรวมในระดับมาก (x̅ = 4.39) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ระดับความคิดเห็นที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมีระดับมากทุกข้อ เรียงล าดับ ค่าเฉลี่ย จากมากไปหาน้อยตามล าดับดังนี้ปลูกฝังความมีระเบียบวินัย เคารพกฎ กติกาและมีมารยาทในการ เล่นกีฬา (x̅ = 4.50) รองลงมา ได้แก่ ปลูกฝังนิสัยให้เล่นกีฬาเพื่อสุขภาพที่ดี(x̅ = 4.41) และส่งเสริมและ พัฒนาสมรรถภาพทางด้านร่างกายแก่นักศึกษา (x̅ = 4.27) ตามล าดับ 3. ด้านกิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม โดยรวมในระดับมาก (x̅ = 4.42) เมื่อ พิจารณารายข้อ พบว่า ระดับความคิดเห็นที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมีระดับมาก ทุกข้อ เรียงล าดับค่าเฉลี่ย จากมากไปหาน้อยตามล าดับ ดังนี้ส่งเสริมให้นักศึกษามีจิตส านึกที่ดีในการ ช่วยเหลือสังคม (x̅ = 4.47) รองลงมา ได้แก่ ส่งเสริมให้นักศึกษารู้จักเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ ส่วนรวม (x̅ = 4.41) และปลูกฝังจิตส านึกที่ดีเพื่อให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (x̅ = 4.36) ตามล าดับ 4. ด้านกิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม โดยรวมในระดับมาก (x̅ = 4.39) เมื่อพิจารณาราย ข้อ พบว่า ระดับความคิดเห็นที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมีระดับมากทุกข้อ เรียงล าดับค่าเฉลี่ย จากมากไปหาน้อยตามล าดับดังนี้ส่งเสริมให้นักศึกษามีจิตส านึกที่ดีและมีความผูกพันอันดี ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง(x̅ = 4.48) รองลงมา ได้แก่ ส่งเสริมให้นักศึกษาเกิดความสัมพันธ์อันดีและความ สามัคคีในหมู่คณะ และส่งเสริมให้นักศึกษาเกิดทัศนคติที่ดีต่อการท ากิจกรรมร่วมกันกับผู้อื่น (x̅ = 4.42) และ ส่งเสริมให้นักศึกษาเกิดความผูกพันอันดีต่อมหาวิทยาลัย (x̅ = 4.34) ตามล าดับ 5. ด้านกิจกรรมกิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม โดยรวมในระดับมาก (x̅ = 4.38) เมื่อพิจารณา รายข้อ พบว่า ระดับความคิดเห็นที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมีระดับมากทุกข้อ เรียงล าดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยตามล าดับดังนี้ปลูกฝังจิตส านึกที่ดีต่อการท านุบ ารุงศิลปวัฒนธรรม (x̅ = 4.44) รองลงมา ได้แก่ส่งเสริมให้นักศึกษาได้สืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติสู่สังคม (x̅ = 4.41) และช่วยให้ นักศึกษามีโอกาสสัมผัสกับศิลปวัฒนธรรมด้วยการปฏิบัติจริง (x̅ = 4.40) ตามล าดับ 7. อภิปรายผล จากผลการวิจัยพบว่านักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด เห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมของ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด โดยรวมอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด มี นโยบายในการด าเนินกิจกรรมตามกรอบวัตถุประสงค์ทที่มุ่งพัฒนานักศึกษาครอบคลุมกิจกรรม ทั้ง 5 ด้าน คือ กิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์ กิจกรรมกีฬาหรือการส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรม บ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม กิจกรรมส่งเสริมศิลปะและ วัฒนธรรม ดังที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด (ส านักกิจการนักศึกษา 2565 : 16) ได้ก าหนดรูปแบบการพัฒนา นักศึกษาโดยไม่ได้เน้นการเรียนรู้ทั้งภายในชั้นเรียนและนอกชั้นเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เน้นการสร้างโอกาส การเรียนรู้ทั้งภายในชั้นเรียนและนอกชั้นเรียน เพื่อให้ได้บัณฑิตที่มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์เป็นบัณฑิตที่มี คุณภาพ จึงได้ก าหนดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อพัฒนานักศึกษาในด้านความรู้ความสามารถในทางวิชาการ ด้านทักษะและความสามารถทางวิชาการและวิชาชีพ ด้านเจตคติ ด้านบุคลิกภาพ ด้านคุณธรรมจริยธรรม ใน การก าหนดรูปแบบกิจกรรมได้ให้มุมมองแง่คิดและประโยชน์ที่จะได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมอันจะส่งผลให้
41 นักศึกษามีความสนใจในการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา และช่วยให้นักศึกษาได้มีหลักคิดในการพัฒนาตนเอง ฝึกทักษะการท างานเป็นทีม รู้จักการท างานอย่างเป็นระบบ รู้จักการสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ การปรับ บุคลิกภาพ การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รู้จักบทบาท ของการเป็นผู้น าและผู้ตามที่ดี เข้าใจตนเองและผู้อื่น มีกระบวนการคิดวิเคราะห์ กล้าคิดกล้าแสดงออก รู้จักมุ่งพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา มีโลกทัศน์ที่กว้างไกล มี จิตส านึกที่ดี รู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่น มีความซื่อสัตย์และยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นสอดคล้องกับ งานวิจัยของงฝากจิต คุณุรัตน์ (2545 : 84 - 86) ที่ได้ศึกษาเรื่องแนวทางการพัฒนาการจัดกิจกรรมนักศึกษา ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นพบว่า การจัดกิจกรรมด้านต่าง ๆ นักศึกษา ค านึงถึงกิจกรรมที่จัดต้องเกิดประโยชน์ต่อนักศึกษาที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ การได้แลกเปลี่ยน ความรู้กับรุ่นพี่ เพื่อนและน้องที่เป็นนักศึกษาทั้งในคณะเดียวกันและตอบสนองโดยสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรม ให้สอดคล้องกับความต้องการและความสนใจของนักศึกษา จึงท าให้นักศึกษาเกิดแรงจูงใจในการเข้าร่วม กิจกรรมในระดับมาก ประกอบกับมหาวิทยาลัยให้ความส าคัญต่อการจัดและด าเนินกิจกรรม สอดคล้องกับ งานวิจัยของสหสวรรษ ผลอรรถ (2551: 65) ที่ได้ศึกษาเรื่องความคิดเห็นของนักศึกษามหาวิทยาลัยเซนต์ จอห์นต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาพบว่านักศึกษามหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น เห็นด้วยกับการเข้าร่วม กิจกรรมนักศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับมากเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านสามารถ อภิปรายผลได้ ดังนี้ 1. ด้านกิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์ โดยรวมในระดับมาก (x̅ = 4.42) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ระดับความคิดเห็นที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมีระดับ มากทุกข้อ เรียงล าดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยสามล าดับแรก ได้แก่ ส่งเสริมให้นักศึกษามีโอกาสพัฒนา ความรู้ทางด้านวิชาการได้ตรงกับความต้องการและความสนใจ (x̅ = 4.47) ส่งเสริมให้นักศึกษาได้รู้จักการ ท างานร่วมกับผู้อื่น (x̅ = 4.45) ส่งเสริมให้นักศึกษาได้ประสบการณ์ใหม่และสถานการณ์ใหม่ ๆ เพื่อการเรียนรู้ และส่งเสริมให้นักศึกษาได้พัฒนาลักษณะความเป็นผู้น าและผู้ตามที่ดี(x̅ = 4.44) ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ มหาวิทยาลัยได้มุ่งเน้นและส่งเสริมให้นักศึกษาพัฒนาความรู้และทักษะด้านวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะ บัณฑิตอันพึงประสงค์อย่างมีคุณภาพ โดยเรียนรู้จากกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การฝึกอบรมเรื่องที่เห็นว่ามีประโยชน์ ต่อนักศึกษาและเรื่องที่นักศึกษาสนใจอาทิเช่น การปรับบุคลิกภาพเพื่อสร้างความมั่นใจภาวะความเป็นผู้น า ทักษะ การพูดในที่สาธารณชน ทักษะทางสังคม ความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ (EQ) การจัดอบรมฯ เทคนิค การสมัครงานการสอบสัมภาษณ์ เป็นต้น ดังที่ จิรวัฒน์ วีรังกร (2546 : 3 – 4) ได้กล่าวไว้ว่า การเข้าร่วม กิจกรรม ท าให้นักศึกษาได้มีโลกทัศน์กว้างมากขึ้น นักศึกษาได้มีโอกาสท างานร่วมกับบุคคลอื่น ท าให้นักศึกษา ได้แง่คิดหลากหลายมุมมองและรู้จักตนเองมากขึ้น ท าให้สามารถประเมินตนเองได้ มีทักษะด้านการพูดการ ติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่น รู้จักแบ่งเวลาได้อย่างเหมาะสม สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ รู้จักการเป็น ผู้ฟังทีดี รู้จักทักษะสังคม และยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของสหสวรรษ ผล อรรถ (2551: 66) ที่ได้ศึกษาเรื่องความคิดเห็นของนักศึกษามหาวิทยาลัยเซนต์จอห์นต่อการเข้าร่วมกิจกรรม นักศึกษาพบว่านักศึกษามหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น เห็นด้วยกับการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาด้านวิชาการอยู่ใน ระดับมาก 2. ด้านกิจกรรมกีฬาหรือการส่งเสริมสุขภาพ โดยรวมในระดับมาก (x̅ = 4.39) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ระดับความคิดเห็นที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมีระดับมากทุกข้อ เรียงล าดับ ค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยสามล าดับแรก ได้แก่ ปลูกฝังความมีระเบียบวินัย เคารพ กฎ กติกาและมีมารยาท ในการเล่นกีฬา (x̅ = 4.50) ปลูกฝังนิสัยให้เล่นกีฬาเพื่อสุขภาพที่ดี(x̅ = 4.41) และส่งเสริมให้นักศึกษามี ความรู้ในด้านกติกาของกีฬาประเภทนั้นๆ และทักษะเกี่ยวกับการเล่นกีฬาดี(x̅ = 4.40) ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะ มหาวิทยาลัยได้มุ่งเน้นและส่งเสริมให้นักศึกษาตระหนักในความส าคัญของกิจกรรมกีฬาโดยจัดให้มีการบริการ
42 ด้านสุขภาพจัดการแข่งขันกีฬาเพื่อสร้างทักษะและประสบการณ์ให้กับนักศึกษาได้ออกก าลังกายเรียนรู้กฎ กติกา มารยาทเพื่อให้เกิดพัฒนาการในทุกด้านและน ามาซึ่งความพร้อมในการเรียนและปฏิบัติงาน ดังที่ สมชาย ไกรสังข์ (2540: 2-7) กล่าวไว้ว่า กิจกรรมกีฬา ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการและการด าเนินการที่ถูกต้องจะ ช่วยส่งเสริมให้บุคคลเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถปรับตนให้เข้ากับสังคมได้เป็นอย่างดี เช่น ด้าน ลักษณะประจ าตัวจะส่งเสริมให้เป็นผู้ทีมีความกล้า ความคิดริเริม ความอดทน ความเชื่อมันในตนเอง ส าหรับ ลักษณะในหมู่พวกจะช่วยส่งเสริมให้เป็นผู้ที่มีความเห็นอกเห็นใจ มีความสุภาพ มีความร่วมมือกัน มีความ ซื่อสัตย์สุจริต มีน้ าใจนักกีฬา เคารพในสิทธิผู้อื่น เสียสละประโยชน์ส่วนตนและเป็นผู้น า-ผู้ตามที่ ดี จะท าให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถรู้พฤติกรรมของผู้ที่มีส่วนร่วมได้เป็นอย่างดี เพื่อจะช่วยเหลือ แก้ไขให้เป็นผู้ที่ มีคุณลักษณะเป็นที่ปรารถนาของคนในสังคมและสามารถน าไปใช้ในชีวิตประจ าวันของแต่ละคน ซึ่งสอดคล้อง กับงานวิจัยของหวัน วงศ์แก่นท้าว (2525 : 80) ที่ได้ศึกษาเรื่องความคิดเห็นของนักศึกษาต่อการเข้าร่วม กิจกรรมนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตพบว่านักศึกษามหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เห็นด้วยกับการเข้า ร่วมกิจกรรมนักศึกษาด้านกีฬาอยูในระดับมาก 3. ด้านกิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม โดยรวมในระดับมาก (x̅ = 4.42) เมื่อ พิจารณารายข้อ พบว่า ระดับความคิดเห็นที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมีระดับมาก ทุกข้อ เรียงล าดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยสามล าดับแรก ได้แก่ ส่งเสริมให้นักศึกษามีจิตส านึกที่ดี ในการ ช่วยเหลือสังคม (x̅ = 4.47) ส่งเสริมให้นักศึกษารู้จักเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม (x̅ = 4.44) และส่งเสริมให้นักศึกษามีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาชุมชน (x̅ = 4.42) ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ กิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์หรือรักษาสิ่งแวดล้อม ช่วยให้นักศึกษาได้รู้จักการท างานร่วมกันเป็นหมู่คณะและ เสียสละเพื่อส่วนรวมได้เข้าใจสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนที่อยู่ในที่ห่างไกลความเจริญขาดแคลนสิ่ง อ านวยความสะดวกขาดโอกาสในการศึกษาฯลฯ นักศึกษาจึงอาสาเข้าไปพัฒนาสร้างสิ่งอ านวยความสะดวก ต่างๆ เช่น โครงการสร้างป้ายบอกทางมาวัด เป็นต้น ดังที่ ส าเนาว์ ขจรศิลป์ (2538: 128) กล่าวไว้ว่า กิจกรรม พัฒนาสังคมเป็นการส่งเสริมให้นักศึกษาได้รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในการบ าเพ็ญสาธารณประโยชน์ อาสาพัฒนาอนุรักษ์สิงแวดล้อม และสร้างสรรค์ความเจริญให้แก่ท้องถิ่นตลอดจนมีความส านึกถึงความ รับผิดชอบที่ดีต่อสังคมโดยเฉพาะชนบท เสริมสร้างให้นักศึกษามีความสามัคคี มีความรับผิดชอบและเสียสละ เพื่อส่วนร่วมในระหว่างนักศึกษาร่วมสถาบันและสถาบันต่างกัน เพื่อฝึกให้นักศึกษา เป็นผู้น าที มีความสามารถและเป็นผู้ตาม ที่ดีโดยรู้จักการท างานร่วมกันเป็นหมู่คณะ รู้จักผ่อนปรนและรับฟังความคิดเห็น ของผู้อื่น สามารถแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น มีเหตุผล รอบคอบ และอดทน ส่งเสริมและกระตุ้นให้ ประชาชนในชนบทเห็นความส าคัญของการพัฒนา รวมทั้งมีความคิดที่สร้างสรรค์ความเจริญให้แก่ท้องถิ่นของ ตนเอง และมีความเสียสละเพื่อส่วนรวม ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของพระมหาสุวัฒน์ ปรือปรัง (2548: 66) ที่ ได้ท าการศึกษาเรื่องทัศนะคติของนิสิตมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่มีต่อการจัดด าเนินงานกิจกรรม นิสิตพบว่านักศึกษามีความต้องการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาด้านการบ าเพ็ญประโยชน์อยูในระดับมาก 4. ด้านด้านกิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม โดยรวมในระดับมาก (x̅ = 4.39) เมื่อพิจารณา รายข้อ พบว่า ระดับความคิดเห็นที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมีระดับมากทุกข้อ เรียงล าดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยตามล าดับสามล ากับแรก ได้แก่ ส่งเสริมให้นักศึกษามีจิตส านึกที่ดีและมี ความผูกพันอันดีระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง(x̅ = 4.48) ส่งเสริมให้นักศึกษาเกิดความสัมพันธ์อันดีและความ สามัคคีในหมู่คณะ และส่งเสริมให้นักศึกษาเกิดทัศนคติที่ดีต่อการท ากิจกรรมร่วมกันกับผู้อื่น (x̅ = 4.42) และ ส่งเสริมให้นักศึกษาเข้าใจแนวทางและปรัชญาในการด าเนินชีวิตการเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย (x̅ = 4.40) ทั้งนี้อาจเป็นเพราะมหาวิทยาลัยส่งเสริมและพัฒนานักศึกษาด้วยการจัดกิจกรรมต่างๆ ให้นักศึกษาเกิดความ
43 รักความผูกพันต่อมหาวิทยาลัยหรือระหว่างนักศึกษาในคณะหรือรุ่นพี่กับรุ่นน้องและมีความภาคภูมิใจในการ เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยฯ ตลอดจนการส่งเสริมให้นักศึกษาได้เรียนรู้การท างานร่วมกับผู้อื่นสามารถ ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ดังที่ ทบวงมหาวิทยาลัย (2542 ก : 8) ได้กล่าวไว้ว่า กิจกรรมนักศึกษามีจุดมุ่งหมายเพื่อ พัฒนาตัวนิสิตนักศึกษา ให้ใช้เวลาว่างเป็นประโยชน์ เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนิสิตนักศึกษา ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเสริมค่านิยมด้านความร่วมมือ สามัคคี รับผิดชอบและเสียสละเพื่อ ส่วนรวม ฝึกการเป็นผู้น าและผู้ตามที่ดี และเผยแพร่ชื่อเสียงและเกียรติคุณของมหาวิทยาลัย ซึ่งสอดคล้องกับ งานวิจัยของหวัน วงศ์แก่นท้าว (2548 : 81) ที่ได้ศึกษาเรื่องความคิดเห็นของนักศึกษาต่อการเข้าร่วมกิจกรรม นักศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตพบว่านักศึกษามหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตเห็นด้วยกับการเข้าร่วม กิจกรรมนักศึกษาด้านส่งเสริมความสามัคคีและความสัมพันธ์ของนักศึกษาอยู่ในระดับมาก 5. ด้านกิจกรรมกิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม โดยรวมในระดับมาก (x̅ = 4.38) เมื่อพิจารณา รายข้อ พบว่า ระดับความคิดเห็นที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมีระดับมากทุกข้อ เรียงล าดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยสามล าดับแรก ได้แก่ ปลูกฝังจิตส านึกที่ดีต่อการท านุบ ารุงศิลปวัฒนธรรม (x̅ = 4.44) ส่งเสริมให้นักศึกษาได้สืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติสู่สังคม (x̅ = 4.41) และช่วยให้นักศึกษามี โอกาสสัมผัสกับศิลปวัฒนธรรมด้วยการปฏิบัติจริง (x̅ = 4.40) ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะมหาวิทยาลัยส่งเสริมและ สนับสนุนด าเนินกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมของไทย โดยมีส านักกิจการมีการจัดกิจกรรมด้านศิลปะและ วัฒนธรรมในรูปแบบของการอนุรักษ์จัดขึ้นทั้งงานภายในมหาวิทยาลัยและภายนอกมหาวิทยาลัยนอกจากนี้ ม ห า วิ ท ย า ลั ย ไ ด้ ใ ห้ ค ว า ม ส าคั ญ กับ กิจ ก ร ร ม ด้ า น นี้ ต ล อ ด จ น ก า ร ท า นุ บ ารุ ง ศ า ส น า ที่ มีสถาบันวัฒนธรรมมงคลเฉลิมพระเกียรติ ได้รวบรวมค้นคว้าวัฒนธรรมที่มีมาแต่ดั้งเดิมและการจัดกิจกรรม ต่างๆ เช่น อบรมจริยธรรมนักศึกษา โครงการแห่เทียนพรรษา ร่วมท าบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเป็นต้น เพื่อเป็น การอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทยและนักศึกษาอาจมองเห็นว่าการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นการ ส่งเสริมความสามัคคีเกิดความรักและภาคภูมิใจศิลปวัฒนธรรม ดังที่ ทบวงมหาวิทยาลัย (2545 : 1) ที่ได้กล่าว ว่า กิจกรรมนักศึกษาช่วยให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้ เพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์ที่ไม่สามารถเรียนรู้ได้ใน ชั้นเรียน กิจกรรมนักศึกษาจึงเป็นเครื่องมือที่ส าคัญในการส่งเสริมพัฒนานักศึกษาช่วยเสริมเติมเต็มให้นักศึกษา เป็นบุคคลที่มีความสมบูรณ์เพียบพร้อมไปด้วยความรู้ ความสามารถ มีวิจารณญาณ เสียสละ มีคุณธรรม จริยธรรมและสุขภาพพลานามัยดีซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของกรกช ศิริ (2536 : 116) ที่ได้ศึกษาเรื่องปัญหา และความต้องการของนักศึกษาเกี่ยวกับการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พบว่า นักศึกษามีความต้องการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรมอยูในระดับมาก 8. ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัย จากการศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาคณะครุศาสตร์ที่มีต่อการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ราชภัฏร้อยเอ็ด คณะผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้ 1. ด้านกิจกรรมวิชาการที่ส่งเสริมคุณลักษณะบัณฑิตอันพึงประสงค์ เพื่อส่งเสริมนักศึกษาให้ได้รับการ พัฒนาในด้านวิชาชีพยิ่งขึ้น มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดควรส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมวิชาการต่อเนื่องและมี ความหลากหลายตรงกับความสนใจของนักศึกษา มีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมอย่างทั่วถึง และ ควรส่งเสริมให้มีการจัดฝึกอบรมด้านวิชาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อฝึกกระบวนการคิดและทักษะจนสามารถ น าไปใช้ประโยชน์ได้ ควรจัดหาอุปกรณ์และเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อใช้ประกอบการจัดกิจกรรมให้มีความน่าสนใจ มากขึ้น 2. ด้านกิจกรรมกีฬาหรือการส่งเสริมสุขภาพ เพื่อส่งเสริมนักศึกษาให้ได้รับการพัฒนาในด้านวิชาชีพ ยิ่งขึ้น มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดควรมีการส่งเสริมและสนับสนุนเกี่ยวกับสถานที่และอุปกรณ์กีฬาที่ทันสมัย