1.1 ผลการพัฒนาผูเรียน ๑) มีพัฒนาการตามศักยภาพของแตละบุคคล ที่แสดงออก ถึงความรู ความสามารถ ทักษะ ตามที่ระบุไวในแผนการจัดการศึกษา เฉพาะบุคคล หรือแผนการใหบริการชวยเหลือเฉพาะครอบครัว ผูเรียนมีพัฒนาการตามศักยภาพของแตล ะบุคคล ที่แสดงออกถึงความรู ความสามารถ ทักษะ ตามที่ระบุไวในแผนการจัด การศึกษาเฉพาะบุคคล หรือแผนการใหบริการชวยเหลือเฉพาะครอบครัว ๒) มีความพรอมสามารถเขาสูบริการชวงเชื่อมตอ หรือการสงตอ เขาสูการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น หรือการอาชีพหรือ การดําเนินชีวิตในสังคมไดตามศักยภาพของแตละบุคคล ผูเรียนมีความพรอมสามารถเขาสูบริการชวงเชื่อมตอ หรือการสงตอ เขาสูการศึกษาในร ะดับที่สูง ขึ้น ห รือการอาชีพ หรือการดําเนินชีวิตในสังคมไดตามศักยภาพของแตละบุคคล ชวงเชื่อมตอ หมายถึง การจัดกิจกรรมใหผูเรียน จาก โปรแกรมหนึ่งไปสูอีกโปรแกรมหนึ่ง การเปลี่ยนจากระดับหนึ่งไปสู อีกระดับ หนึ่ง เชน การเปลี่ยนแปลงสถานที่สภาพแวดลอม ระยะเวลา จากที่หนึ่งไปสู ที่หนึ่ง โดยมีเปาหมายขางหนาที่ดีกวาปจจุบันทั้งภายใน และภายนอก สถานศึกษา การสงตอ หมายถึง การพัฒนาผูเรียนใหสามารถ สงตอไป รับบริการอื่นที่เหมาะสม เชน บริการทางการแพทยบริการทางสังคม บริการ ทางการศึกษา ใหแกผูเรียนเมื่อมีผลการพัฒนาศักยภาพผาน ตามเกณฑที่ กําหนด สามารถสงตอเขาสูระบบการศึกษาในชั้นเรียนที่สูงขึ้น หรือยาย สถานศึกษา หรือรับบริการดานอื่น ๆ ตอไป 44
45 ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ๑) มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่สถานศึกษากำ หนด ผู้เรียนมีพฤติกรรมเป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม และ จิตสำ นึกตามที่สถานศึกษากำ หนด โดยไม่ขัดกับกฎหมายและวัฒนธรรม อันดีงาม ๒) มีความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทยตามศักยภาพ ของผู้เรียนแต่ละบุคคล ผู้เรียนแสดงออกถึงความภูมิใจในท้องถิ่น และ ความเป็นไทย มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณีรวมทั้ง ภูมิปัญญาไทย ตามศักยภาพของผู้เรียนแต่ละบุคคล การให้ระดับคุณภาพ ระดับคุณภาพ ประเด็นพิจารณา กำ�ลังพัฒนา ๑.๑ ผลการพัฒนาผู้เรียน ◆ ผู้เรียนมีพัฒนาการตามศักยภาพของแต ่ละบุคคล ที่แสดงออกถึงความรู้ความสามารถทักษะตามที่ระบุไว้ ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล หรือ แผนการ ให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัวต่ำกว่าเป้าหมาย ที่สถานศึกษากำหนด ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ◆ ผู้เรียนมีพฤติกรรมเป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม และ จิตสำ นึกตามที่สถานศึกษา
46 ระดับคุณภาพ ประเด็นพิจารณา ปานกลาง ๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ◆ ผู้เรียนมีพัฒนาการตามศักยภาพของแต่ละบุคคล ที่แสดงออกถึงความรู้ความสามารถ ทักษะ ตามที่ ระบุไว้ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล หรือแผน การให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัวเป็นไปตาม เป้าหมายที่สถานศึกษากำ หนด ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ◆ ผู้เรียนมีพฤติกรรมเป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม และ จิตสำ นึกตามที่สถานศึกษากำ หนด โดยไม่ขัดกับ กฎหมายและวัฒนธรรมอันดีงาม เป็นไปตามเป้าหมาย ที่สถานศึกษากำ หนด ดี ๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ◆ ผู้เรียนมีพัฒนาการตามศักยภาพของแต่ละบุคคล ที่แสดงออกถึงความรู้ความสามารถ ทักษะ ตามที่ ระบุไว้ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล หรือแผน การให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัวเป็นไปตาม เป้าหมายที่สถานศึกษากำ หนด ◆ ผู้เรียนมีความพร้อมสามารถเข้าสู่บริการช่วงเชื่อมต่อ หรือการส่งต่อ เข้าสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้น หรือ การอาชีพหรือการดำ เนินชีวิตในสังคมได้ตามศักยภาพ ของแต่ละบุคคลเป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษา กำ หนด
47 ระดับคุณภาพ ประเด็นพิจารณา ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ◆ ผู้เรียนมีพฤติกรรมเป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม และ จิตสำ นึกตามที่สถานศึกษากำ หนด โดยไม่ขัดกับ กฎหมายและวัฒนธรรมอันดีงามเป็นไปตามเป้าหมาย ที่สถานศึกษากำ หนด ◆ ผู้เรียนแสดงออกถึงความภูมิใจในท้องถิ่น และความ เป็นไทย มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและ ประเพณีรวมทั้งภูมิปัญญาไทย ตามศักยภาพของ ผู้เรียนแต่ละบุคคลเป็นไปตามเป้าหมายที่สถานศึกษา กำ หนด ดีเลิศ ๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ◆ ผู้เรียนมีพัฒนาการตามศักยภาพของแต่ละบุคคล ที่แสดงออกถึงความรู้ความสามารถ ทักษะตามที่ระบุ ไว้ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล หรือแผนการ ให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัวสูงกว่าเป้าหมาย ที่สถานศึกษากำ หนด ◆ ผู้เรียนมีความพร้อมสามารถเข้าสู่บริการช่วงเชื่อมต่อ หรือการส่งต่อ เข้าสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้น หรือ การอาชีพหรือการดำ เนินชีวิตในสังคมได้ตามศักยภาพ ของแต่ละบุคคลสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษากำ หนด
48 ระดับคุณภาพ ประเด็นพิจารณา ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ◆ ผู้เรียนมีพฤติกรรมเป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม และ จิตสำ นึกตามที่สถานศึกษากำ หนด โดยไม่ขัดกับ กฎหมายและวัฒนธรรมอันดีงามสูงกว่าเป้าหมายที่ สถานศึกษากำ หนด ◆ ผู้เรียนแสดงออกถึงความภูมิใจในท้องถิ่น และความ เป็นไทย มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและ ประเพณีรวมทั้งภูมิปัญญาไทย ตามศักยภาพของ ผู้เรียนแต่ละบุคคลสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษากำ หนด ยอดเยี่ยม ๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ◆ ผู้เรียนมีพัฒนาการตามศักยภาพของแต่ละบุคคล ที่แสดงออกถึงความรู้ความสามารถ ทักษะตามที่ระบุ ไว้ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล หรือแผนการ ให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัวสูงกว่าเป้าหมาย ที่สถานศึกษากำ หนดอย่างต่อเนื่อง ◆ ผู้เรียนมีความพร้อมสามารถเข้าสู่บริการช่วงเชื่อมต่อ หรือการส่งต่อ เข้าสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้น หรือ การอาชีพหรือการดำ เนินชีวิตในสังคมได้ตามศักยภาพ ของแต่ละบุคคลสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษากำ หนด ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ◆ ผู้เรียนมีพฤติกรรมเป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม และ จิตสำ นึกตามที่สถานศึกษากำ หนดโดยไม่ขัดกับกฎหมาย และวัฒนธรรมอันดีงาม สูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษา กำ หนดอย่างต่อเนื่อง ◆ ผู้เรียนแสดงออกถึงความภูมิใจในท้องถิ่น และความเป็นไทย มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณี รวมทั้งภูมิปัญญาไทย ตามศักยภาพของผู้เรียนแต่ละ บุคคล สูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษากำ หนด
49 มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ๒.๑ มีเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษากำ หนด ชัดเจน ๒.๒ มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา ๒.๓ ดำ เนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้าน ตามหลักสูตรสถานศึกษาและทุกกลุ่มเป้าหมาย ๒.๔ พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ๒.๕ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการ จัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ๒.๖ จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหาร จัดการและการจัดการเรียนรู้ คำ�อธิบาย มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ กระบวนการบริหารและการจัดการคุณภาพของสถานศึกษา มีการกำ หนดเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจอย่างชัดเจน สามารถดำ เนินงาน พัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างรอบด้าน ตามหลักสูตรสถานศึกษาในทุกกลุ่มเป้าหมาย จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพ การจัดการศึกษา ดำ เนินการพัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญ ทางวิชาชีพ และจัดทำ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการ บริหารจัดการและการเรียนรู้รวมทั้งจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและ สังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้
50 ๒.๑ มีเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษากำ หนด ชัดเจน สถานศึกษามีเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจไว้อย่างชัดเจน สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ความต้องการของชุมชน ท้องถิ่น วัตถุประสงค์ของแผนการศึกษาแห่งชาตินโยบายของรัฐบาล และของ ต้นสังกัดรวมทั้งทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม ๒.๒ มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา อย่างเป็นระบบทั้งในส่วนการวางแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา การนำ แผนไปสู่การปฏิบัติเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา มีการติดตาม ตรวจสอบประเมินผลและปรับปรุงพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง มีการบริหาร อัตรากำลัง ทรัพยากรทางการศึกษา และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน สร้างการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้ร่วมรับผิดชอบต่อผลการ จัดการศึกษา ๒.๓ ดำ เนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนทุกกลุ่ม เป้าหมายอย่างรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษา สถานศึกษาบริหารจัดการเกี่ยวกับงานวิชาการ ทั้งด้าน การพัฒนาหลักสูตร กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่เน้นคุณภาพผู้เรียนตาม ศักยภาพและประเภทของความพิการ และให้ครอบคลุมทุกประเภท ความพิการ เชื่อมโยงชีวิตจริง ๒.๔ พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ สถานศึกษาส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาครูและบุคลากร ให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ และนำกระบวนการของชุมชนการเรียนรู้ ทางวิชาชีพ มาใช้ในการพัฒนางานและการเรียนรู้ของผู้เรียน
51 ๒.๕ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่ปลอดภัย และเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ สถานศึกษาจัดหรือปรับสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาให้ปลอดภัย และเอื้อต่อการเรียนรู้ จัดเทคโนโลยีสิ่งอำ นวยความสะดวกสื่อ บริการและความช่วยเหลืออื่นใด ทางการศึกษาให้ผู้เรียนได้เข้าถึง และใช้ประโยชน์ได้จากแหล่งเรียนรู้ ตามศักยภาพและประเภทของความพิการ ๒.๖ จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหาร จัดการและการจัดการเรียนรู้ สถานศึกษาจัดหาพัฒนาและบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้ ตามศักยภาพและประเภทของความพิการ การให้ระดับคุณภาพ ระดับคุณภาพ ประเด็นพิจารณา กำ�ลังพัฒนา ◆ เป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษากำ หนด ไม่ชัดเจน ◆ มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษาแต่ไม่ส่งผล ต่อคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ปานกลาง ◆ เป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษากำ หนดชัดเจน เป็นไปได้ในการปฏิบัติ ◆ มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษาที่ส่งผลต่อ คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
52 ระดับคุณภาพ ประเด็นพิจารณา ดี ◆ เป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษากำ หนดชัดเจน สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาเป็นไปได้ในการปฏิบัติ ◆ มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษาที่ชัดเจน ส่งผลต่อคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ◆ ดำ เนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้าน ตามหลักสูตรสถานศึกษาและทุกกลุ่มเป้าหมาย ◆ พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ◆ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่ปลอดภัย และเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ◆ จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหาร จัดการและการจัดการเรียนรู้ ดีเลิศ ◆ มีเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษากำ หนด ชัดเจน สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาความต้องการ ของชุมชน นโยบายรัฐบาล แผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นไปได้ในการปฏิบัติ ◆ มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษาที่ชัดเจน มีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา ของสถานศึกษา โดยความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ◆ ดำ เนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้าน ตามหลักสูตรสถานศึกษาและทุกกลุ่มเป้าหมาย เชื่อมโยง กับชีวิตจริง ◆ พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ตรงตามความต้องการของครูและสถานศึกษา
53 ระดับคุณภาพ ประเด็นพิจารณา ◆ จัดหรือปรับสภาพแวดล้อมทางกายภาพทั้งภายในและ ภายนอกสถานศึกษา ให้ปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้ จัดเทคโนโลยีสิ่งอำ นวยความสะดวก สื่อ บริการ และ ความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาให้ผู้เรียนได้เข้าถึงและ ใช้ประโยชน์ได้จากแหล่งเรียนรู้ตามศักยภาพและประเภท ของความพิการ ◆ จัดหา พัฒนา และบริการเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเป็น ระบบ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้ ตามศักยภาพและประเภทของความพิการ ยอดเยี่ยม ◆ มีเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษากำ หนด ไว้อย่างชัดเจน สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ความต้องการของชุมชน ท้องถิ่น วัตถุประสงค์ของแผน การศึกษาแห่งชาตินโยบายของรัฐบาล และของต้นสังกัด เป็นไปได้ในการปฏิบัติรวมทั้งทันต่อการเปลี่ยนแปลง ของสังคม ◆ มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษาที่ชัดเจน มีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา ของสถานศึกษาโดยความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย มีการนำข้อมูลมาใช้ในการปรับปรุง พัฒนางานอย่างต่อเนื่อง และเป็นแบบอย่างได้ ◆ ดำ เนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนทุกกลุ่ม เป้าหมายอย่างรอบด้านตามสถานศึกษา ตามศักยภาพ และประเภทของความพิการและให้ครอบคลุมทุกประเภท ความพิการ เชื่อมโยงกับชีวิตจริง และเป็นแบบอย่างได้ ◆ พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ และ นำกระบวนการของชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ มาใช้ใน การพัฒนางานและการเรียนรู้ของผู้เรียน
54 ระดับคุณภาพ ประเด็นพิจารณา ◆ จัดหรือปรับสภาพแวดล้อมทางกายภาพทั้งภายในและ ภายนอกสถานศึกษา ให้ปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้ จัดเทคโนโลยีสิ่งอำ นวยความสะดวกสื่อ บริการและความ ช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ให้ผู้เรียนได้เข้าถึงและใช้ ประโยชน์ได้จากแหล่งเรียนรู้ตามศักยภาพและประเภท ของความพิการ และเป็นแบบอย่างได้ ◆ จัดหา พัฒนา และบริการเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเป็น ระบบ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้ ตามศักยภาพและประเภทของความพิการ มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำ�คัญ ๓.๑ จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และ สามารถนำ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ ๓.๒ ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อ การเรียนรู้ ๓.๓ มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก ๓.๔ ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และนำผล มาพัฒนาผู้เรียน ๓.๕ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้
55 คำ�อธิบาย มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน เป็นสำ�คัญ เป็นกระบวนการจัดการเรียนการสอนตามศักยภาพของผู้เรียน แต่ละบุคคลตามที่ระบุไว้ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลที่สอดคล้อง กับหลักสูตรของสถานศึกษาสร้างโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริงตามศักยภาพของผู้เรียนแต่ละบุคคล มีการบริหารจัดการเรียนรู้เชิงบวกสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีร่วมกันแลกเปลี่ยน เรียนรู้ดำ เนินการตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบและนำผล มาพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ๓.๑ จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และ สามารถนำ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามที่ระบุไว้ในแผนการจัด การศึกษาเฉพาะบุคคลที่สอดคล้องกับหลักสูตรของสถานศึกษา ที่เน้นให้ ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริงเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยผู้เรียนได้รับการฝึก ให้มีทักษะ และการแสดงความคิดเห็นตามศักยภาพและประเภทของ ความพิการ ๓.๒ ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อ การเรียนรู้ มีการใช้เทคโนโลยีสิ่งอำ นวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาเทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้ ที่เอื้อต่อการเรียนรู้รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยนำ มาใช้ในการจัด การเรียนรู้และสร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้แสวงหาความรู้ตามศักยภาพ ของผู้เรียนจากสื่อที่หลากหลาย
56 ๓.๓ มีการบริหารจัดการผู้เรียนเชิงบวก มีการบริหารจัดการผู้เรียน โดยเน้นการมีปฏิสัมพันธ์ เชิงบวก ครูรักเด็ก ให้เด็กรักครูและรักที่จะเรียนรู้สามารถเรียนรู้ร่วมกัน อย่างมีความสุข ๓.๔ ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และ นำผลมาพัฒนาผู้เรียน มีการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการจัดการเรียนรู้ อย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนชัดเจน โดยใช้เครื่องมือและวิธีการวัดและประเมินผล ที่เหมาะสมกับเป้าหมายในการจัดการเรียนรู้และให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ ผู้เรียน และผู้ปกครองเพื่อนำผลไปใช้พัฒนาการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ๓.๕ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ครูและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์รวมทั้งให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อนำ ไปใช้ในการปรับปรุง และพัฒนาการจัดการเรียนรู้ การให้ระดับคุณภาพ ระดับคุณภาพ ประเด็นพิจารณา กำ�ลังพัฒนา ◆ จัดการเรียนรู้ที่ไม่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการคิด และปฏิบัติจริง ◆ ใช้เทคโนโลยีสิ่งอำ นวยความสะดวก สื่อ บริการและ ความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ ◆ ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างไม่เป็นระบบ
57 ระดับคุณภาพ ประเด็นพิจารณา ปานกลาง ◆ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามที่ระบุไว้ในแผนการจัดการศึกษา เฉพาะบุคคลที่สอดคล้องกับหลักสูตรของสถานศึกษา ที่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง ◆ ใช้เทคโนโลยีสิ่งอำ นวยความสะดวกสื่อ บริการและความ ช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ และ แหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ◆ ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และนำผล มาพัฒนาผู้เรียน ดี ◆ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามที่ระบุไว้ในแผนการจัดการศึกษา เฉพาะบุคคลที่สอดคล้องกับหลักสูตรของสถานศึกษา ที่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง โดยผู้เรียนได้รับการฝึกให้มีทักษะและการแสดงความคิดเห็น ตามศักยภาพและประเภทของความพิการ ◆ ใช้เทคโนโลยีสิ่งอำ นวยความสะดวก สื่อ บริการและ ความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ◆ มีการบริหารจัดการผู้เรียน โดยเน้นการมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวก ◆ มีการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการจัดการเรียนรู้ อย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนชัดเจน โดยใช้เครื่องมือและ วิธีการวัดและประเมินผลที่เหมาะสมกับเป้าหมายใน การจัดการเรียนรู้และให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนและ ผู้ปกครองเพื่อนำผลไปใช้พัฒนาการเรียนรู้ ◆ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้
58 ระดับคุณภาพ ประเด็นพิจารณา ดีเลิศ ◆ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามที่ระบุไว้ในแผนการจัดการศึกษา เฉพาะบุคคลที่สอดคล้องกับหลักสูตรของสถานศึกษา ที่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง เชื่อมโยงกับชีวิตจริงการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองโดยผู้เรียน ได้รับการฝึกให้มีทักษะ และการแสดงความคิดเห็น ตามศักยภาพและประเภทของความพิการ ◆ ใช้เทคโนโลยีสิ่งอำ นวยความสะดวก สื่อ บริการและ ความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่เอื้อต่อ การเรียนรู้ ◆ มีการบริหารจัดการผู้เรียน โดยเน้นการมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวก ครูรักเด็ก ให้เด็กรักครู และรักที่จะเรียนรู้สามารถเรียนรู้ ร่วมกันอย่างมีความสุข ◆ มีการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการจัดการเรียนรู้ อย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนชัดเจน โดยใช้เครื่องมือและวิธี การวัดและประเมินผลที่เหมาะสมกับเป้าหมายในการจัด การเรียนรู้ และให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนและผู้ปกครอง เพื่อนำผลไปใช้พัฒนาการเรียนรู้ ◆ มีชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพระหว่างครูและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ครู และ ผู้เกี่ยวข้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
59 ระดับคุณภาพ ประเด็นพิจารณา ยอดเยี่ยม ◆ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามที่ระบุไว้ในแผนการจัดการศึกษา เฉพาะบุคคลที่สอดคล้องกับหลักสูตรของสถานศึกษา ที่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง เชื่อมโยงกับชีวิตประจำ วัน การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยผู้เรียนได้รับการฝึกให้มีทักษะ และ การแสดงความคิดเห็นตามศักยภาพและประเภทของ ความพิการ ◆ มีการใช้เทคโนโลยีสิ่งอำ นวยความสะดวกสื่อ บริการและ ความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้รวมทั้งภูมิปัญญา ท้องถิ่น โดยนำ มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ และสร้างโอกาส ให้ผู้เรียนได้แสวงหาความรู้ตามศักยภาพของผู้เรียนจากสื่อ ที่หลากหลาย ◆ มีการบริหารจัดการผู้เรียน โดยเน้นการมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวก ครูรักเด็ก ให้เด็กรักครู และรักที่จะเรียนรู้สามารถเรียนรู้ ร่วมกันอย่างมีความสุข ◆ มีการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการจัดการเรียนรู้ อย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนชัดเจน โดยใช้เครื่องมือและ วิธีการวัดและประเมินผลที่เหมาะสมกับเป้าหมายใน การจัดการเรียนรู้และให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนและ ผู้ปกครอง เพื่อนำผลไปใช้พัฒนาการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ◆ มีชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพระหว่างครูและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ครู และ ผู้เกี่ยวข้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้
60 แนวทางการประเมินคุณภาพ ภายในของสถานศึกษา จากประกาศกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑ ก หน้า ๓ เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์๒๕๖๑ กล่าวถึง “การประกันคุณภาพ การศึกษา” หมายความว่า การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบ คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาแต่ละระดับและประเภท การศึกษา โดยมีกลไกในการควบคุมตรวจสอบระบบการบริหารคุณภาพ การศึกษาที่สถานศึกษาจัดขึ้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาและสร้างความเชื่อมั่น ให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสาธารณชนว่า สถานศึกษานั้นสามารถจัด การศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ ตามมาตรฐานการศึกษาและบรรลุเป้าประสงค์ ของหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำ กับดูแล โดยให้สถานศึกษา แต่ละแห่งจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยการกำ หนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐาน การศึกษาแต่ละระดับและประเภทการศึกษาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการประกาศกำ หนด พร้อมทั้งจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษา ของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาและดำ เนินการตาม แผนที่กำ หนดไว้จัดให้มีการประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษา ภายในสถานศึกษา ติดตามผลการดำ เนินการเพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้มี ส่วนที่ ๓
61 คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาและจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเอง ให้แก่หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษาเป็นประจำ ทุกปี ให้หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษา มีหน้าที่ในการให้คำ ปรึกษาช่วยเหลือและแนะนำสถานศึกษาเพื่อให้การ ประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และ จัดส่งรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา พร้อมกับประเด็นต่างๆ ที่ต้องการให้มีการประเมินผลและการติดตามตรวจสอบซึ่งรวบรวมได้จาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับสถานศึกษาแห่งนั้น ให้แก่ สำ นักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)เพื่อใช้เป็นข้อมูลและแนวทางในการประเมิน คุณภาพภายนอกสำ นักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)ดำ เนินการประเมินผลและติดตามตรวจสอบคุณภาพและ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาและจัดส่งรายงานผลการประเมินและ การติดตามตรวจสอบดังกล่าว พร้อมข้อเสนอแนะให้แก่สถานศึกษาและ หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น ๆ เพื่อให้ สถานศึกษาใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษา ต่อไป ทั้งนี้สำ นักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) อาจจัดให้บุคคลหรือหน่วยงานที่ได้รับการรับรองจาก สำ นักงานดำ เนินการประเมินผล และติดตามตรวจสอบคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาได้
62 เพื่อให้การดำ เนินงานประกันคุณภาพการศึกษาเป็นไปตาม กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ จึงให้สถานศึกษา ในสังกัดทุกโรง เข้าใจถึงแนวทางการดำ เนินงานพัฒนาระบบการประกัน คุณภาพภายในของสถานศึกษาและการรองรับการประเมินภายนอก รอบสี่ดังนี้ ๑) สถานศึกษาแต่ละแห่งต้องจัดให้การประกันคุณภาพ การศึกษาภายในสถานศึกษาตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพ การศึกษาพ.ศ.๒๕๖๑โดยมีการกำ หนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาแต่ละระดับ และประเภทการศึกษา ที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศกำ หนด พร้อมทั้งจัดทำ แผนพัฒนา การจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา และดำ เนินการตามแผนที่กำ หนดไว้จัดให้มีการประเมินผลและตรวจสอบ คุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาติดตามผลการดำ เนินงานเพื่อพัฒนา สถานศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา และจัดส่งรายงานผล การประเมินตนเอง (Self Assessment Report: SAR) ให้แก่หน่วยงาน ต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษาเป็นประจำ ทุกปี ๒) สถานศึกษานำ มาตรฐานการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการ จะกำ หนดประกาศใช้ไปเทียบเคียงและจัดทำ เป็น “มาตรฐานการศึกษา ของสถานศึกษา” จัดทำ แผนพัฒนาการจัดการศึกษา และดำ เนินงาน ตามแผนฯ ตลอดช่วงปีการศึกษา และจัดทำ SAR ตามกรอบมาตรฐาน การศึกษาของสถานศึกษา หลังสิ้นปีการศึกษา แล้วจึงจัดส่ง SAR ให้หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษา
63 ๓) เมื่อหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำ กับดูแล สถานศึกษาได้รับ SARจากสถานศึกษาก็จะมีการสรุป วิเคราะห์สังเคราะห์ ผลการดำ เนินงาน และจัดส่ง SAR พร้อมประเด็นต่าง ๆ ที่ต้องการให้มี การประเมินผลและติดตามตรวจสอบ ให้แก่ สำ นักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) เพื่อใช้เป็นข้อมูล และแนวทางในการประเมินคุณภาพภายนอก ๔) การประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษาและ การตัดสินระดับคุณภาพตามมาตรฐานเป็น ไปตามหลักการตัดสิน โดยอาศัย ความเชี่ยวชาญ (expert judgment) และการตรวจทานผลการประเมิน โดยคณะกรรมการประเมินในระดับเดียวกัน (peer review) โดยเทียบกับ เกณฑ์หรือมาตรฐานที่กำ หนดไว้คณะกรรมการประเมินต้องมีความรู้ อย่างรอบด้าน และวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันในการตัดสิน เพื่อให้ระดับ คุณภาพตามเกณฑ์ที่กำ หนด ซึ่งจะไม่ใช่การให้คะแนนตามความคิดเห็น ของคนใดคนหนึ่ง ๕) การประเมินคุณภาพภายในเป็นหน้าที่ของสถานศึกษา ที่ต้องตรวจสอบและประเมินตนเองตามสภาพบริบทของสถานศึกษา ที่แท้จริงโดยให้ความสำคัญกับการประเมินเชิงคุณภาพ ผนวกกับการประเมิน เชิงปริมาณควบคู่กันไป การตัดสินคุณภาพของสถานศึกษาให้ใช้เกณฑ์การ ให้คะแนนผลงานหรือกระบวนการ ที่ไม่แยกส่วนหรือแยกองค์ประกอบ ในการกำ หนดคะแนนประเมิน แต่เป็นการประเมินในภาพรวมของผล การดำ เนินงานหรือกระบวนการดำ เนินงาน
64 ๖) การกำ หนดเป้าหมายความสำ เร็จการดำ เนินงาน ของสถานศึกษา ให้สถานศึกษากำ หนดเป้าหมายความสำ เร็จ และเกณฑ์การประเมินตามสภาพบริบทของสถานศึกษา เพื่อตรวจสอบ แล ะป ร ะเมินผลก า รดำ เนินง านต า มภ า ร กิ จ ข อง ส ถ าน ศึ กษ า โดยให้ยึดหลักการดำ เนินงานเพื่อพัฒนา และสะท้อนคุณภาพ การดำ เนินงานตามเป้าหมายที่กำ หนดตามมาตรฐานของสถานศึกษา ๗) การประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษาให้เน้น การประเมินตามหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เกิดจากการปฏิบัติงานตามสภาพ จริงของสถานศึกษา (evidence based) โดยเลือกใช้วิธีการเก็บรวบรวม ข้อมูลที่เหมาะสม และสะท้อนคุณภาพการดำ เนินงานตามมาตรฐาน ของสถานศึกษาได้อย่างชัดเจน และมีเป้าหมายการประเมินเพื่อการพัฒนา ลดภาระการจัดเก็บข้อมูลและเอกสารที่ไม่จำ เป็นในการประเมิน แต่ข้อมูล ต้องมีความน่าเชื่อถือ และสามารถตรวจสอบผลการประเมินได้ ตามสภาพบริบทของสถานศึกษานั้น ๆ ๘) คณะที่ทำ หน้าที่ประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษา ควรศึกษามาตรฐานการศึกษาและประเด็นพิจารณาที่กำ หนดให้เข้าใจ ถ่องแท้ก่อนดำ เนินการประเมินคุณภาพสถานศึกษาของตน หลังประเมิน แล้วให้แจ้งผลการประเมินและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงพัฒนา คุณภาพการศึกษา สรุปและเขียนรายงานการประเมินตนเอง (selfassessment report)
๙) ในการประเมินคุณภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษา ของสถานศึกษาใหสถานศึกษาดําเนินการ โดยใหมีการประเมินคุณภาพ ภายในของสถานศึกษาอยางนอยปละ ๑ ครั้ง และในการประเมินคุณภาพ ภายในตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาใหใชวิธีการและเครื่องมือ ที่หลากหลายและเหมาะสม ๑๐) ใหสถานศึกษาสรุปและจัดทํารายงานการประเมินตนเอง ที่สะทอนคุณภาพผูเรียน และผลสําเร็จของการบริหารจัดการศึกษา นําเสนอ รายงานตอคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและหนวยงานตนสังกัด หรือหนวยงานที่กํากับดูแล เผยแพรรายงานตอสาธารณชนและหนวยงานที่ เกี่ยวของและเตรียมรับ การประเมินคุณภาพภายนอกตอไป ๑๑) โครงสรางรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ไมมีรูปแบบตายตัว ใหสถานศึกษาจัดทําในสิ่งที่สถานศึกษาตองการ นําเสนอไดสิ่งสําคัญที่สุดของรายงานการประเมินตนเอง คือ กระบวนการ พัฒนาคุณภาพ ซึ่งหมายรวมถึง กิจกรรม/โครงการ/งานที่สถานศึกษา ดําเนินการที่จะสะทอนใหเห็นถึงหลักการ แนวคิดของผูบริหารสถานศึกษา การมีเปาหมาย หรือรูปแบบที่ชัดเจนในการพัฒนาการเรียนการสอน ซึ่งทุกกิจกรรม/โครงการ/งานสงผลถึงการพัฒนาผูเรียนใหบรรลุเปาหมาย ของสถานศึกษา โดยใหนําเสนอขอมูลพื้นฐานเบื้องตนของสถานศึกษา และมุงเนนตอบคําถามดังนี้คือ ๑) มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา มีคุณภาพในระดับใด ๒) ขอมูลหลักฐานและเอกสารเชิงประจักษ สนับสนุนมีอะไรบาง และ ๓) แนวทางพัฒนาคุณภาพใหสูงขึ้นกวาเดิม เปนอยางไร 65
66 ๑๒) ข้อควรตระหนักในการประเมินคุณภาพภายใน ๑๒.๑) ผู้ประเมินควรมีความรู้ลึกและเข้าใจบริบทของ การจัดการศึกษาของสถานศึกษา ทั้งในแง่มุมของภาระงาน โครงสร้าง เทคนิคต่าง ๆ ที่ใช้ในการบริหาร และการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ และมีประสบการณ์เพียงพอเพื่อการช่วยชี้แนะการปรับปรุงพัฒนาสถานศึกษา ได้อย่างชัดเจน และตรงประเด็น เกิดประโยชน์ต่อสถานศึกษาอย่างแท้จริง ๑๒.๒) ผู้ประเมินควรวิเคราะห์อภิปรายด้วยใจเป็นกลาง โดยพิจารณาจากข้อมูลหลักฐานที่เก็บรวบรวมจากหลาย ๆ ด้าน ทั้ง ข้อมูลปัจจุบัน และผลการประเมินการดำ เนินงานที่ผ่านมา (อาจพิจารณา ย้อนหลัง ๓ ปี) ทั้งนี้ เพื่อให้ทราบถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาว่า อยู่ในระดับใด ๑๒.๓) สิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดที่ได้รับจากการประเมิน ภายในของสถานศึกษา คือ การได้รับข้อชี้แนะ คำ แนะนำ แนวทาง การพัฒนาสถานศึกษาที่เป็นรูปธรรมและปฏิบัติได้จริง ดังนั้น ผู้ประเมิน จึงควรรู้ความเคลื่อนไหวของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องการพัฒนาการเรียนการสอน ๑๒.๔) การกำ หนดระยะเวลาดำ เนินการประเมินภายใน ของสถานศึกษานั้น ให้สถานศึกษากำ หนดได้เองตามความเหมาะสม แต่ควรสอดคล้องกับสภาพและบริบทของการดำ เนินงาน เพื่อความสะดวก ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารหลักฐาน เช่น แผนพัฒนาคุณภาพ การจัดการศึกษา แผนการเรียนรู้บันทึกหลังสอนรายงานประชุม เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า เอกสารหลักฐานต่าง ๆ นั้น เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน ไม่ใช่การสร้างเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม
67 ๑๒.๕) การเก็บรวบรวมข้อมูลในส่วนของการสังเกต และสัมภาษณ์นั้น ควรกระทำด้วยความระมัดระวัง ต้องสร้างความรู้สึก เป็นมิตรมากกว่าการจับผิดหรือการกล่าวโทษ และควรพูดคุยสอบถาม ด้วยความสุภาพ และสร้างความไว้วางใจเป็นอันดับแรกก่อนที่จะสอบถาม เพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลต่อไป …บทบาทหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดับสถานศึกษา ให้สถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานดำ เนินการ ดังต่อไปนี้ ๑. ให้สถานศึกษาแต่ละแห่งจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพ การศึกษาภายในสถานศึกษาเพื่อเป็นกลไกในการควบคุม ตรวจสอบ คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ให้เกิดการพัฒนาและสร้างความ เชื่อมั่นให้แก่สังคม ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ๒. การจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน สถานศึกษา ดังนี้ ๒.๑ กำ หนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาให้ เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษา ระดับการศึกษาปฐมวัยและระดับการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยให้สถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้องดำ เนินการและถือเป็น ความรับผิดชอบร่วมกัน ทั้งนี้สถานศึกษาอาจกำ หนดมาตรฐานการศึกษา ของสถานศึกษาเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศใช้ได้ ๒.๒ จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการจำ เป็นของสถานศึกษา อย่างเป็นระบบ โดยสะท้อนคุณภาพความสำ เร็จอย่างชัดเจนตามมาตรฐาน การศึกษาของสถานศึกษา
68 ๒.๓ ดำ เนินการตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษา ของสถานศึกษา ๒.๔ ประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายใน สถานศึกษา โดยกำ หนดผู้รับผิดชอบในการประเมินผลและตรวจสอบ คุณภาพการศึกษา ทั้งระดับบุคคลและระดับสถานศึกษา และกำ หนดการ ประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาอย่างน้อย ภาคเรียนละ ๑ ครั้ง โดยวิธีการและเครื่องมือที่หลากหลายและเหมาะสม ๒.๕ ติดตามผลการดำ เนินการเพื่อพัฒนาสถานศึกษา ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาและนำผลการติดตามไปใช้ประโยชน์ ในการปรับปรุงพัฒนา ๒.๖ จัดทำ รายงานผลการประเมินตนเอง (SelfAssessment Report : SAR) ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา นำ เสนอรายงานผลการประเมินตนเองต่อคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานให้ความเห็นชอบ และจัดส่งรายงานดังกล่าวต่อสำ นักงาน เขตพื้นที่การศึกษาเป็นประจำ ทุกปี ๒.๗ พัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพโดยพิจารณาจาก รายงานผลการประเมินตนเอง(Self-AssessmentReport :SAR)และตาม คำแนะนำของสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือสำ นักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้การประกันคุณภาพการศึกษาเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ๓. สถานศึกษาแต่ละแห่งให้ความร่วมมือกับสำ นักงานรับรอง มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพื่อปรับปรุงและพัฒนา คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามข้อเสนอแนะของสำ นักงานรับรอง มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และหน่วยงานต้นสังกัด หรือหน่วยงานที่กำกับดูแล เพื่อนำ ไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน การศึกษาของสถานศึกษา
69 ระดับสำ�นักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแล สถานศึกษา ดำ เนินการดังต่อไปนี้ ๑. ศึกษา วิเคราะห์ รายงานผลการประเมินตนเองของ สถานศึกษา ตลอดจนให้คำ ปรึกษา ช่วยเหลือและแนะนำ สถานศึกษา เพื่อให้การประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาแต่ละแห่งพัฒนา อย่างต่อเนื่อง ๒. จัดส่งรายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา(SelfAssessmentReport :SAR) พร้อมกับประเด็นที่ต้องการให้มีการประเมิน ผลและติดตามตรวจสอบซึ่งรวบรวมได้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับสถานศึกษาไปยังสำ นักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน และสำ นักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพื่อใช้เป็นข้อมูลและแนวทางในการประเมินคุณภาพภายนอก ๓. ให้คำ ปรึกษา ช่วยเหลือ และแนะนำ สถานศึกษา เพื่อ ให้การประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ๔. ติดตามผลการดำ เนินงาน ปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพ การศึกษาของสถานศึกษาตามข้อเสนอแนะของสำ นักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพื่อนำ ไปสู่การพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ๕. ให้ความร่วมมือกับสำ นักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน คุณภาพการศึกษา (สมศ.) ในการจัดให้บุคคลหรือหน่วยงานที่ได้รับ การรับรองจากสำ นักงาน เพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก ๖. สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษา อาจมอบหมายบุคคล ที่ไม่ได้เป็นผู้ประเมินเข้าร่วมสังเกตรับฟังหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมในการ ประเมินคุณภาพภายนอกด้วยก็ได้
70 ระดับสำ�นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑. กำ หนดนโยบายด้านการศึกษากำ หนดมาตรฐานการศึกษา ระดับการศึกษาปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมทั้งกำ หนด หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติการประกันคุณภาพการศึกษา ๒. ส่งเสริม สนับสนุน ให้คำ ปรึกษา ช่วยเหลือต่อสำ นักงาน เขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้การประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ๓. วิเคราะห์และสรุปผล ตามข้อเสนอแนะของสำ นักงาน รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพื่อเป็นข้อเสนอ แนะเชิงนโยบายที่นำ ไปสู่การพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาระดับ การศึกษาปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๔. ให้ความร่วมมือกับสำ นักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน คุณภาพการศึกษา (สมศ.) ในการจัดให้บุคคลหรือหน่วยงานที่ได้รับ การรับรองจากสำ นักงาน เพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก
ภาคผนวก
72 ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ โดยที่มีประกาศใช้กฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ นโยบายการปฏิรูป การศึกษาในทศวรรษที่สองที่กำ หนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์ในการ พัฒนาคุณภาพคนไทยและการศึกษาไทยในอนาคต ประกอบกับมีนโยบาย ให้ปฏิรูประบบการประเมินและการประกันคุณภาพทั้งภายในและภายนอก ของทุกระดับก่อนจะมีการประเมินคุณภาพในรอบต่อไป จำ เป็นต้องปรับปรุง มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานให้สอดคล้องกัน จึงให้ยกเลิกประกาศ กระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย เพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา ลงวันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เพื่อประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาลงวันที่๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐาน การศึกษาศูนย์การศึกษาพิเศษ เพื่อการประกันคุณภาพภายในของ สถานศึกษา ลงวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
73 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และ ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๙ (๓) ได้กำ หนด การจัดระบบ โครงสร้างและกระบวนการจัดการศึกษาให้ยึดหลักที่สำคัญ ข้อหนึ่งคือ มีการกำ หนดมาตรฐานการศึกษาและจัดระบบประกันคุณภาพ การศึกษาทุกระดับและประเภทการศึกษา โดยมาตรา ๓๑ ให้กระทรวง มีอำ นาจหน้าที่กำ กับดูแลการศึกษาทุกระดับและทุกประเภท กำ หนด นโยบายแผนและมาตรฐานการศึกษาและมาตรา๔๘ให้หน่วยงานต้นสังกัด และสถานศึกษาจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และ ให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารการศึกษา ที่ต้องดำ เนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดทำ รายงานประจำ ปี เสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อนำ ไปสู่การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา และเพื่อรองรับ การประกันคุณภาพภายนอก ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๙ (๓) มาตรา ๓๑ และมาตรา ๔๘ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ ประกอบกับมติคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานในการประชุม ครั้งที่ ๕/๒๕๖๑ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงประกาศ ให้ใช้มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ เพื่อเป็นหลักใน การเทียบเคียงสำหรับสถานศึกษา หน่วยงานต้นสังกัด และสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาทั้งประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในการพัฒนาส่งเสริม สนับสนุน กำกับดูแลและติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาตามเอกสาร แนบท้ายประกาศฉบับนี้
74 ทั้งนี้ ให้ใช้กับสถานศึกษาที่เปิดสอนระดับปฐมวัย ระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ ประกาศ ณ วันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ (นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
75 มาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย แนบท้ายประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ ฉบับลงวันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ------------------------------------ มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๑ มีจำ นวน ๓ มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของเด็ก มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ ๓ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ แต่ละมาตรฐานมีรายละเอียด ดังนี้ มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของเด็ก ๑.๑ มีพัฒนาการด้านร่างกายแข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดีและดูแล ความปลอดภัยของตนเองได้ ๑.๒ มีพัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจควบคุม และแสดงออก ทางอารมณ์ได้ ๑.๓ มีพัฒนาการด้านสังคม ช่วยเหลือตนเองและเป็นสมาชิก ที่ดีของสังคม ๑.๔ มีพัฒนาการด้านสติปัญญา สื่อสารได้มีทักษะการคิด พื้นฐาน และแสวงหาความรู้ได้
76 มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ๒.๑ มีหลักสูตรครอบคลุมพัฒนาการทั้ง ๔ ด้าน สอดคล้อง กับบริบทของท้องถิ่น ๒.๒ จัดครูให้เพียงพอกับชั้นเรียน ๒.๓ ส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ ๒.๔ จัดสภาพแวดล้อมและสื่อเพื่อการเรียนรู้อย่างปลอดภัย และเพียงพอ ๒.๕ ให้บริการสื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และสื่อการเรียนรู้ เพื่อสนับสนุนการจัดประสบการณ์ ๒.๖ มีระบบบริหารคุณภาพที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย มีส่วนร่วม มาตรฐานที่ ๓ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำ�คัญ ๓.๑ จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้าน อย่างสมดุลเต็มศักยภาพ ๓.๒ สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงเล่นและปฏิบัติ อย่างมีความสุข ๓.๓ จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ใช้สื่อและเทคโนโลยี ที่เหมาะสมกับวัย ๓.๔ ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงและนำ ผล การประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์และพัฒนาเด็ก
77 มาตรฐานการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน แนบท้ายประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ ฉบับลงวันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ------------------------------------ มาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๖๑ มีจำ นวน ๓ มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน ๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน เป็นสำคัญ แต่ละมาตรฐานมีรายละเอียดดังนี้ มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน ๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน ๑) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำ นวณ ๒) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมี วิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหา ๓) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม
78 ๔) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ๕) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา ๖) มีความรู้ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ๑) การมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษา กำ หนด ๒) ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย ๓) การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่าง และหลากหลาย ๔) สุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ๒.๑ มีเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษากำ หนด ชัดเจน ๒.๒ มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา ๒.๓ ดำ เนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้าน ตามหลักสูตรสถานศึกษา และทุกกลุ่มเป้าหมาย ๒.๔ พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ๒.๕ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อ การจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ๒.๖ จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหาร จัดการและการจัดการเรียนรู้
79 มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำ�คัญ ๓.๑ จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และ สามารถนำ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ ๓.๒ ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อ ต่อการเรียนรู้ ๓.๓ มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก ๓.๔ ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และ นำผลมาพัฒนาผู้เรียน ๓.๕ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้
80 มาตรฐานการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศูนย์การศึกษาพิเศษ แนบท้ายประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ ฉบับลงวันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ------------------------------------ มาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษา พิเศษ พ.ศ. ๒๕๖๑ มีจำ นวน ๓ มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน ๑.๑ ผลการพัฒนาผู้เรียน ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน เป็นสำคัญ แต่ละมาตรฐานมีรายละเอียด ดังนี้ มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน ๑.๑ ผลการพัฒนาผู้เรียน ๑) มีพัฒนาการตามศักยภาพของแต่ละบุคคล ที่แสดงออกถึงความรู้ความสามารถ ทักษะตามที่ระบุไว้ในแผนการจัดการ ศึกษาเฉพาะบุคคล หรือแผนการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว
81 ๒) มีความพร้อมสามารถเข้าสู่บริการช่วงเชื่อมต่อ หรือการส่งต่อเข้าสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้น หรือการอาชีพหรือ การดำ เนินชีวิตในสังคมได้ตามศักยภาพของแต่ละบุคคล ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ๑) มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่สถานศึกษา กำ หนด ๒) มีความภูมิใจในท้องถิ่น และความเป็นไทย ตามศักยภาพของผู้เรียนแต่ละบุคคล มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ๒.๑ มีเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษากำ หนด ชัดเจน ๒.๒ มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา ๒.๓ ดำ เนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้าน ตามหลักสูตรสถานศึกษาและทุกกลุ่มเป้าหมาย ๒.๔ พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ๒.๕ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อ การจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ๒.๖ จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหาร จัดการและการจัดการเรียนรู้
82 มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำ�คัญ ๓.๑ จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และ สามารถนำ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ ๓.๒ ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อ การเรียนรู้ ๓.๓ มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก ๓.๔ ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และ นำผลมาพัฒนาผู้เรียน ๓.๕ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้
83 กฎกระทรวง การประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ -------------------------- อาศัยอานาจตามความในมาตรา ํ๕วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และ มาตรา ๔๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๔๒ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์และ วิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๓ ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้ “การประกันคุณภาพการศึกษา”หมายความว่าการประเมินผล และการติดตามตรวจสอบ คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา แต่ละระดับและประเภทการศึกษา โดยมีกลไกในการควบคุม ตรวจสอบ ระบบการบริหารคุณภาพการศึกษาที่สถานศึกษาจัดขึ้นเพื่อให้เกิดการพัฒนา และสร้างความเชื่อมั่น ให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสาธารณชนว่า สถานศึกษานั้น สามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ ตามมาตรฐาน การศึกษา และบรรลุเป้าประสงค์ของหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงาน ที่กํากับดูแล เล่มที่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กุมภาพันธ์๒๕๖๑
84 “สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ข้อ๓ให้สถานศึกษาแต่ละแห่งจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพ การศึกษาภายในสถานศึกษา โดยการกําหนดมาตรฐานการศึกษาของ สถานศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาแต่ละระดับ และประเภท การศึกษาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกาหนดํ พร้อมทั้ง จัดทําแผนพัฒนา การจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพ ตามมาตรฐานการศึกษาและดําเนินการตามแผนที่กําหนดไว้จัดให้มี การประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาติดตามผล การดาเนินการ ํ เพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา และจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเอง ให้แก่หน่วยงานต้นสังกัด หรือหน่วยงานที่กํากับดูแลสถานศึกษาเป็นประจําทุกปี เพื่อให้การดำ เนินการประกันคุณภาพการศึกษาตามวรรคหนึ่ง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ให้หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับ ดูแลสถานศึกษามีหน้าที่ในการให้คำ ปรึกษาช่วยเหลือและแนะนำสถานศึกษา เพื่อให้การประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ข้อ ๔ เมื่อได้รับรายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา ตามข้อ ๓ แล้ว ให้หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำ กับดูแล สถานศึกษาจัดส่งรายงานดังกล่าวพร้อมกับประเด็นต่าง ๆ ที่ต้องการให้มี การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบซึ่งรวบรวมได้จากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องหรือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับสถานศึกษาแห่งนั้น ให้แก่ สำ นักงานเพื่อใช้เป็นข้อมูลและแนวทางในการประเมินคุณภาพภายนอก เล่มที่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กุมภาพันธ์๒๕๖๑
85 ให้สำ นักงานดำ เนินการประเมินผลและติดตามตรวจสอบ คุณภ าพและม าต รฐ านก า รศึกษ าของสถ านศึกษ า และจัดส่ง รายงานผลการประเมินและการติดตามตรวจสอบดังกล่าว พร้อม ข้อเสนอแนะให้แก่ สถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงาน ที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น ๆ เพื่อให้สถานศึกษาใช้เป็นแนวทางในการ ปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อไป ในการดำ เนินการตามวรรคสอง สำ นักงานอาจจัดให้บุคคล หรือหน่วยงานที่ได้รับการรับรองจากสำ นักงานดำ เนินการประเมินผล และติดตามตรวจสอบคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาได้ ให้หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น ติดตามผลการดำ เนินการปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพการศึกษา ของสถานศึกษาตามวรรคสองเพื่อนำ ไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน การศึกษาของสถานศึกษา ข้อ ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมีอำ นาจตีความ และวินิจฉัยปัญหาอันเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ ให้ไว้ณ วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์พ.ศ. ๒๕๖๑ ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เล่มที่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ กุมภาพันธ์๒๕๖๑
86 หมายเหตุเหตุผลในการประกาศใช้กฏกระทรวงฉบับบนี้คือโดยที่แนวทาง ในการดำ เนินการตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการ ประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๓ ไม่สอดคล้องกับหลักการประกัน คุณภาพการศึกษาที่แท้จริง จึงส่งผลให้การดำ เนินการประกันคุณภาพ การศึกษาภายในและภายนอกไม่สัมพันธ์กัน เกิดความซ้ำ ซ้อนและ คลาดเคลื่อนจากการปฏิบัติทำ ให้ไม่สะท้อนความเป็นจริงและเป็นการ สร้างภาระแก่สถานศึกษาและบุคลากรในสถานศึกษาตลอดจนหน่วยงาน ต้นสังกัด หน่วยงานที่กำกับดูแล และหน่วยงานภายนอกเกินความจำ เป็น สมควรปรับปรุงระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อให้มีกลไกลการปฏิบัติที่เอื้อต่อการดำ เนินการตามมาตรฐานการศึกษา ของแต่ละระดับ และเกิดประสิทธิภาพในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จึงจำ เป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
87 ประกาศสำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง แนวปฏิบัติการดำ เนินงานประกันคุณภาพการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยที่มีประกาศใช้กฎกระทรวง การประกันคุณภาพ การศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ ลงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ได้กำ หนด ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาอันส่งผลให้ การดำ เนินงานการประกันคุณภาพการศึกษา ทั้งหน่วยงานต้นสังกัด หรือหน่วยงานกำ กับดูแล และหน่วยงานภายนอกที่สะท้อนสภาพ การดำ เนินงานที่แท้จริง และเกิดประสิทธิภาพ และกำ หนดแนวทาง ในการขับเคลื่อนการประกันคุณภาพการศึกษาสอดคล้องกับหลักการ ประกันคุณภาพการศึกษา และมีกลไกปฏิบัติที่เอื้อต่อการดำ เนินงาน ตามมาตรฐานการศึกษาแต่ละระดับให้เกิดประสิทธิภาพในการพัฒนา คุณภาพการศึกษา สำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้จัดทำ แนวปฏิบัติการดำ เนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาขึ้น เพื่อให้ หน่วยงานต้นสังกัด สำ นักงานบริหารการศึกษาพิเศษ สำ นักงานเขตพื้นที่ การศึกษาทั้งประถมศึกษาและมัธยมศึกษาใช้เป็นแนวปฏิบัติในการดำ เนินการ เพื่อการพัฒนาส่งเสริม กำกับดูแลและติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา ให้เกิดประสิทธิภาพต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีรายละเอียด ดังนี้
88 ระดับสถานศึกษา ให้สถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำ เนินการดังต่อไปนี้ ๑. ให้สถานศึกษาแต่ละแห่งจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพ การศึกษาภายในสถานศึกษา เพื่อให้เกิดการพัฒนา และเพื่อเป็นกลไก ในการควบคุม ตรวจสอบคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาให้เกิดการ พัฒนาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ๒. จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน สถานศึกษา ดังนี้ ๒.๑ กำ หนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษา ระดับการศึกษาปฐมวัยและหรือ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่กระทรวงประกาศใช้และให้สถานศึกษา กำ หนดเป้าหมายความสำ เร็จตามมาตรฐานของสถานศึกษาตามบริบท ทั้งนี้สามารถเพิ่มเติมมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา นอกเหนือจากที่ กระทรวงศึกษาธิการประกาศใช้ได้โดยให้สถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้อง ดำ เนินการและรับผิดชอบร่วมกัน ๒.๒ จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการจำ เป็นของสถานศึกษา อย่างเป็นระบบ โดยสะท้อนคุณภาพความสำ เร็จอย่างชัดเจนตามมาตรฐาน การศึกษาของสถานศึกษา ๒.๓ ดำ เนินการตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของ สถานศึกษา ๒.๔ ประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายใน สถานศึกษา โดยกำ หนดผู้รับผิดชอบ และวิธีการที่เหมาะสม ๒.๕ ติดตามผลการดำ เนินการเพื่อพัฒนาสถานศึกษา ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานของสถานศึกษา และนำผลการติดตามไปใช้ ประโยชน์ในการปรับปรุงพัฒนา
89 ๒.๖ จัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง(SelfAssessment Report :SAR)ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา นำ เสนอรายงานผล การประเมินตนเองต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ความเห็นชอบ และจัดส่งรายงานดังกล่าวต่อสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นประจำ ทุกปี ๒.๗ พัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพโดยพิจารณาจาก รายงานผลการประเมินตนเอง(Self AssessmentReport :SAR)และตาม คำแนะนำของสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือสำ นักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้การประกันคุณภาพการศึกษาเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ๓. สถานศึกษาแต่ละแห่งให้ความร่วมมือกับสำ นักงานรับรอง มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ในการประเมินคุณภาพ ภายนอกของสถานศึกษา เพื่อปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษา ตามข้อเสนอแนะของสำ นักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ การศึกษา (สมศ.) และหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำ กับดูแล เพื่อนำ ไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของสถานศึกษา ระดับสำ�นักงานเขตพื้นที่การศึกษา/สำ�นักบริหารงาน การศึกษาพิเศษ สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษา/สำ นักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำ กับดูแล ดำ เนินการ ดังต่อไปนี้ ๑. ศึกษา วิเคราะห์ รายงานผลการประเมินตนเองของ สถานศึกษา ตลอดจนให้คำ ปรึกษา ช่วยเหลือและแนะนำ สถานศึกษา เพื่อการพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาแต่ละแห่ง อย่างต่อเนื่อง
90 ๒. รวบรวม และสังเคราะห์รายงานผลการประเมินตนเอง ของสถานศึกษา(Self AssessmentReport :SAR) พร้อมกับประเด็นต่างๆ ที่ต้องการให้มีการประเมินผลและการติดตามตรวจสอบ ซึ่งรวบรวมได้จาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับสถานศึกษาแห่งนั้น และจัดส่งไปยังสำ นักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพื่อใช้เป็นข้อมูลและแนวทางในการประเมินคุณภาพภายนอก ๓. ติดตามผลการดำ เนินงาน ปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพ การศึกษาของสถานศึกษาตามข้อเสนอแนะของสำ นักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพื่อนำ ไปสู่การพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ๔. ให้ความร่วมมือกับสำ นักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน คุณภาพการศึกษา (สมศ.) ในการประเมินคุณภาพภายนอก ๕. อาจมอบหมายบุคคลที่ไม่ได้เป็นผู้ประเมินเข้าร่วมสังเกตการณ์ และให้ข้อมูลเพิ่มเติม ในกระบวนการประเมินคุณภาพภายนอก ระดับสำ�นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑. ส่งเสริม สนับสนุน ให้คำ ปรึกษา ช่วยเหลือ ต่อสำ นักงาน เขตพื้นที่การศึกษา เพื่อการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ๒. ศึกษา วิเคราะห์สรุปผลรายงานผลการประเมินตนเอง ของสถานศึกษา (Self AssessmentReport:SAR)และรวบรวมประเด็น ที่ต้องการให้มีการประเมินผลและติดตามตรวจสอบ ซึ่งรวบรวมได้ จากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับสถานศึกษา ไปยัง สำ นักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพื่อใช้ เป็นข้อมูลและแนวทางในการประเมินคุณภาพภายนอก
91 ๓. ติดตามผลการดำ เนินงาน ปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพ การศึกษาของสถานศึกษาตามข้อเสนอแนะของสำ นักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพื่อนำ ไปสู่การพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ๔. ประสานความร่วมมือกับสำ นักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) ในการจัดบุคคลร่วมเป็นผู้ประเมิน คุณภาพภายนอกกับสำ นักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ การศึกษา (สมศ.) ๕. อาจมอบหมายบุคคลที่ไม่ได้เป็นผู้ประเมินเข้าร่วม สังเกตการณ์ และให้ข้อมูลเพิ่มเติม ในกระบวนการประเมินคุณภาพ ภายนอก ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ (นายบุญรักษ์ ยอดเพชร) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน บการประกันคุณภาพการศึกษา 2. ศึกษา วิเคราะห์ สรุปผลรายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา (Self nt Report: SAR) และรวบรวมประเด็นที่ต้องการให้มีการประเมินผลและติดตามตรวจสอบซึ่ง จากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับสถานศึกษา ไปยังส านักงานรับรองมาตรฐาน นคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพื่อใช้เป็นข้อมูลและแนวทางในการประเมินคุณภาพภายนอก 3. ติดตามผลการด าเนินงาน ปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา นอแนะของส านักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพื่อน าไปสู่การ ภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา 4. ประสานความร่วมมือกับส านักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา การจัดบุคคลร่วมเป็นผู้ประเมินคุณภาพภายนอกกับส านักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน รศึกษา (สมศ.) 5. อาจมอบหมายบุคคลที่ไม่ได้เป็นผู้ประเมินเข้าร่วมสังเกตการณ์ และให้ข้อมูลเพิ่มเติม การประเมินคุณภาพภายนอก ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ (นายบุญรักษ์ ยอดเพชร) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
92 ที่ปรึกษา นายบุญรักษ์ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ ผู้อำ นวยการสำ นักทดสอบทางการศึกษา สำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รายชื่อคณะกรรมการจัดทำ มาตรฐานการศึกษา แต่ละระดับและประเภทของหน่วยงานต้นสังกัด หรือหน่วยงานที่กำ กับดูแล รองศาสตราจารย์อนุชาติพวงสำลี ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยชนะ นิ่มนวล ที่ปรึกษา ๑. นางสุกัญญา งามบรรจง ประธาน รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒. นายประชาคม จันทรชิต กรรมการ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๓. นายวรศักดิ์วัชรกำธร กรรมการ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบเครือข่ายและการมีส่วนร่วม สพฐ. ๔. นางสาววิเลขา ลีสุวรรณ์ กรรมการ รองเลขาธิการสำ นักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย คณะทำ งาน
93 ๕. นางบุญชูชลัษเฐียร กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิสำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๖. นางวาทินีธีระตระกูล กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิสำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๗. นางสาวไพรวัลย์พิทักษ์สาลี กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิสำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๘. ศาสตราจารย์สุวิมล ว่องวาณิช กรรมการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๙. รองศาสตราจารย์พัชรีผลโยธิน กรรมการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ๑๐. นายชยุตม์ภิรมย์สมบัติ กรรมการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๑. นางลำ ใย สนั่นรัมย์ กรรมการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเครื่องมือวัดผล สำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๒. นางบัวบาง บุญอยู่ กรรมการ สำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๓. ผู้อำ นวยการสำ นักมาตรฐานการศึกษา กรรมการ และพัฒนาการเรียนรู้ สำ นักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ๑๔. นางประวีณา อัสโย กรรมการ สำ นักงานเลขาธิการสภาการศึกษา