The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วัชรากร กาญจนเวณุ, 2023-03-07 10:55:36

ประมวลเหตุการณ์การก่อจราจลในเรือนจำ

รายงานจลาจล280863

กลุ่มงานมาตรการควบคุมผู้ต้องขัง กองทัณฑวิทยา กรมราชทัณฑ์ ประมวลเหตุการณ์การก่อจลาจลในเรือนจ า พ.ศ. 2516 - ปัจจุบัน


1 เขต เรือนจ า/ทัณฑสถาน จ านวนครั้ง เป้ าหมาย เขต 6 (5 ครั้ง) เรือนจ ากลางตาก 1 แหกหักหลบหนี เรือนจ าจังหวัดแม่ฮ่องสอน 2 แหกหักหลบหนี เรือนจ าอ าเภอหล่มสัก 1 แหกหักหลบหนี เรือนจ าอ าเภอแม่สอด 1 แหกหักหลบหนี เขต 10 (5 ครั้ง) ทัณฑสถานหญิงกลาง 1 แหกหักหลบหนี ทัณฑสถานบ าบัดพิเศษกลาง 1 แหกหักหลบหนี เรือนจ ากลางบางขวาง 2 เรียกร้อง เรือนจ ากลางคลองเปรม 1 เรียกร้อง เขต 3 (4 ครั้ง) เรือนจ าจังหวัดชัยภูมิ 1 แหกหักหลบหนี เรือนจ าจังหวัดบุรีรัมย์ 1 แหกหักหลบหนี เรือนจ ากลางคลองไผ่ 2 เรียกร้อง เขต 4 (4 ครั้ง) เรือนจ าจังหวัดหนองคาย 1 แหกหักหลบหนี เรือนจ าจังหวัดเลย 1 แหกหักหลบหนี เรือนจ าจังหวัดสกลนคร 1 แหกหักหลบหนี เรือนจ ากลางอุดรธานี 1 แหกหักหลบหนี เขต 9 (4 ครั้ง) เรือนจ ากลางสงขลา 2 แหกหักหลบหนี/เรียกร้อง เรือนจ าจังหวัดนราธิวาส 1 แหกหักหลบหนี เรือนจ าจังหวัดตรัง 1 เรียกร้อง เขต 2 (3 ครั้ง) เรือนจ ากลางชลบุรี 1 แหกหักหลบหนี เรือนจ าจังหวัดนครนายก 1 แหกหักหลบหนี เรือนจ าอ าเภอกบินทร์บุรี 1 แหกหักหลบหนี เขต 8 (3 ครั้ง) เรือนจ าอ าเภอทุ่งสง 1 แหกหักหลบหนี ทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช 1 เรียกร้อง เรือนจ าอ าเภอทุ่งสง 1 เรียกร้อง เขต 1 (2 ครั้ง) เรือนจ าจังหวัดสิงห์บุรี 1 เรียกร้อง เรือนจ ากลางลพบุรี 1 เรียกร้อง เขต 5 (2 ครั้ง) เรือนจ ากลางเชียงใหม่ 1 แหกหักหลบหนี เรือนจ ากลางเชียงราย 1 แหกหักหลบหนี เขต 7 (2 ครั้ง) เรือนจ ากลางเขาบิน 1 แหกหักหลบหนี เรือนจ ากลางสมุทรสาคร 1 แหกหักหลบหนี สถ ิ ต ิ การเก ิ ดเหต ุ การณ ์การก่อจลาจลในเรือนจ า (34 ครั้ง)


2 การรวบรวมเหตุการณ์การก่อเหตุจลาจลเพื่อแหกหักหลบหนีและการก่อจลาจลเรียกร้อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 จนถงึปจัจุบัน พบว่าปจัจยัส าคญัทเี่ป็นสาเหตุในการก่อเหตุจลาจลแหกหกัหลบหนีคอืความเข้มงวดในการตรวจค้นและการป้องกันการน าเข้า สิ่งของต้องห้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลักลอบน าอาวุธเข้ามาในเรอืนจ า ซงึ่ปจัจุบัน การตรวจค้นตัวผู้ต้องขังก่อนเข้าเรือนจ ามีความ เข้มงวดมากขึ้นและมีการน าเทคโนโลยี เช่น Body Scan หรือเครื่อง X-Ray สายพาน มาใช้ในการตรวจค้น รวมทั้งไม่อนุญาตให้ญาติ ฝากสิ่งของ หรืออาหารให้กับผู้ต้องขัง ท าให้การน าอาวุธเข้าเรือนจ าผ่านช่องทางดังกล่าวลดลง แต่เนื่องจากแนวคิดในเรื่องการคุมขัง ได้เปลี่ยนไปสู่การพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง และแนวคิดการส่งเสริมการฝึกอาชีพ การท างานของผู้ต้องขังในเรือนจ า ท าให้มีการ ลักลอบน าอุปกรณ์ที่ใช้ในโรงงานฝึกวิชาชีพ และการดัดแปลงวัสดุในเรือนจ ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในระยะต่อมา การก่อเหตุจลาจลเพื่อแหกหักหลบหนีนั้น ผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 70 มักจะจับตัวประกัน ซึ่ง กลุ่มเป้าหมายคอื เจ้าหน้าที่เรือนจ า หรือผู้บัญชาการเรือนจ า เพื่อต่อรองเอาอาวุธ ยานพาหนะ และขู่ว่าจะท าร้ายตัวประกันเพื่อให้เจ้าหน้าที่เปิดประตู และยอมส่งมอบอาวุธ และยานพาหนะให้ ซึ่งการเข้าระงับเหตุร้ายดังกล่าว สิ่งส าคัญคือการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่เรือ นจ า และหน่วยงานภายนอกในการเข้าระงับเหตุ ทั้งนี้ หากยินยอมเปิดประตูเรือนจ าตามที่ผู้ก่อเหตุเรียกร้อง ก็ยิ่งเป็นการยากในการระงับ เหตุและอาจก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินมากกว่าการระงับเหตุให้เสร็จสิ้นภายในเรือนจ า โดยการระงับเหตุในเรือนจ า ที่ได้ผลเป็นอย่างดีคือการเจรจาต่อรอง และการประวิงเวลา เพื่อให้ผู้ต้องขังเกิดความอ่อนล้า และอาศัยจังหวะดังกล่าวเข้าท าการ ระงับเหตุ เป็นที่น่าสังเกตว่า สถานะคดีของผู้ต้องขังที่ก่อเหตุนั้น กว่าร้อยละ 75 เป็นผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล บางส่วนเป็นผู้ที่มีแนวโน้มจะถูกตัดสินโทษสูง มีความกลัวและความวิตกกังวลต่อโทษที่จะได้รับ ท าให้เกิดความคิดที่จะแห กหัก หลบหนี ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุประมาณร้อยละ 50 เป็นผู้ต้องขังในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด รองลงมาได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ และความผิดต่อชีวิต ตามล าดับ การก่อเหตุจลาจลเพื่อแหกหักหลบหนี น าไปสู่ความสูญเสียในชีวิต ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง กว่าร้อยละ 40 ของเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และ ยังพบอีกว่า เจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายทไี่ด้รบับาดเจบ็หรอืเสียชวีติใน เหตุการณ์มากกว่าฝ่ายผู้ต้องขงัเสียด้วยซ้ า ดงันนั้การป้องกนัเหตุร้าย จงึมคีวามส าคญัทจี่ะช่วยลดความสูญเสีย หรอืเมอื่เกดิเหตุ กาณณ์ขึ้นแล้ว การระงับเหตุต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือ ต้องไม่ท าให้สถานกาณณ์บานปลายและมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตให้ น้อยที่สุด ส าหรับการก่อเหตุจลาจลเรียกร้อง หรอืการก่อเหตุประท้วงในเรอืนจ า ส่วนใหญ่มสีาเหตุมาจากปญัหาการจัดสวสัดิการ ให้แก่ผู้ต้องขังที่ไม่เพียงพอหรือไม่มีคุณภาพ ท าให้แกนน าผู้ก่อเหตุปลุกระดมผู้ต้องขังอื่นซึ่งได้รับผลกระทบในวงกว้าง เข้ารวมตัวกัน เพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวาย ในการระงับเหตุที่ผ่านมาเรือนจ าได้ใช้วิธีการเจรจาพูดคุยกับตัวแทนผู้ต้องขัง การใช้ก าลังเจ้าหน้าที่เข้า ระงับเหตุ หรือผสมผสานทั้งการเจรจาและการใช้ก าลัง ซึ่งการก่อเหตุจลาจลเรียกร้อง มักประกอบด้วยกลุ่มผู้ต้องขังจ านวนมาก ท าให้ กว่าร้อยละ 70 ของเหตุการณ์ มีผู้บาดเจ็บและ/หรือเสียชีวิต อันเนื่องมาจากการใช้ก าลังเข้าสลายการชุมนุม ดังนั้น ควรมีการทบทวน วิธีการในการระงับเหตุจลาจลเรียกร้องให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป บทสรป ุ สา หรบ ั ผ ้ บ ู ร ิ หาร (Executive Summary)


3 การก่อจลาจลเพื่อแหกหักหลบหนี


4 เรือนจ าจังหวัดหนองคาย 29 กันยายน 2516 สรุปเหตุการณ์ ผู้ต้องขังจ านวน 14 คนวางแผนหลบหนีจากเรือนจ าโดยผู้ต้องขังที่เป็นแกนน า วางแผนให้ผู้ต้องขังที่ออก ศาล ซื้อใบเลื่อยและสอดใส่มากับแตงร้าน เนื่องจากเป็นผู้ต้องขังโทษอุจกรรจ์ จึงถูกจ าตรวนหลายคน และ วางแผนให้ผู้ต้องขังอีกคนที่ญาติมีรถ ให้เตรียมรถมารับ เมื่อได้ใบเลื่อยมาแล้ว 4 ใบ จึงวางแผนกับพวกตัดตรวน ในเวลากลางคืน ประมาณ 20.00 น. ทั้งหมดสามารถถอดตรวนได้เวลา 24.00 น. จากนั้นได้ใช้ท่อไม้ไผ่ส าหรับ เป็นท่อปสัสาวะลงในไห และผา้ขาวมา้ขมวดเกลยีว ฟาดหลอดไฟนีออนในห้องแตก ไฟในห้องจงึดบัลง และ ผู้ต้องขังกว่า 14 คน จึงใช้ก าลังพังประตูห้องขัง แต่ไม่ส าเร็จ มีหัวหน้าห้องเข้ามาขัดขวางและมีเจ้าหน้าที่เข้ามา ระงับเหตุ เมื่อเห็นว่าไม่ส าเร็จ จึงกลับไปนอนตามเดิม ในเวลาต่อมาแกนน าในการแหกหักหลบหนี ได้กระโดดลงสระน ้าความลึก 6.5 ม. ระหว่างออกท าความ สะอาดดายหญ้าสนามหญ้าภายในเรือนจ าเพื่อฆ่าตัวตาย เสียชีวิตในเวลาต่อมา มีประวัติหลบหนีจากเรือนจ า ทหารบกขอนแก่น มีประวัติปล้น ฆ่า และจับคนเรียกค่าไถ่มาอย่างโชกโชน ลักษณะการก่อเหตุ ไม่มีผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต ไม่มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ข้อสังเกต : สาเหตุการหลบหนี คือโทษสูง และคิดถึงครอบครวั/ เคยหลบหนีส าเร็จ ช่วงเวลาก่อเหตุ : เช้าหลงัเคารพธงชาติ จ านวนผู้ก่อเหตุ : 7 คน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ รูปแบบการก่อเหตุ: ท าลายห้องขัง อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ : ใบเลื่อย (ลักลอบ เข้าเรือนจ า) / ท่อไม้ไผ่


5 เรือนจ าจังหวัดชย ั ภม ู ิ 28 มกราคม 2517 ลักษณะการก่อเหตุ สรุปเหตุการณ์ เวลา 12.00 น. ผู้ต้องขังได้แย่งกรรไกรซอยผมจากผู้ต้องขังช่างตัดผม อาละวาดท าร้ายผู้ต้องขังและ เจ้าหน้าที่ และพยายามวิ่งออกไปทางประตูเรือนจ า เจ้าหน้าที่และผู้ช่วยเหลือได้รวบรวมก าลังเข้าระงับขัดขวาง และท าการจับกุม ผู้ช่วยเหลือล้มลง ผู้ก่อเหตุก าลังจะเข้าท าร้าย เจ้าหน้าที่เห็นจึงเข้าขัดขวาง โดยใช้ไม้ตะบองตี ไป 1 ครั้งแต่ไม้หัก ผู้ก่อเหตุจึงเข้าท าร้ายเจ้าหน้าที่ ได้รับบาดเจ็บถูกแทงที่หน้าอก 1 แผล หลัง 2 แผล บาดเจ็บ สาหัส เจ้าหน้าที่อื่น กรูกันเข้าจับตัวระงับเหตุไว้ได้ ช่วงเวลาก่อเหตุ : พักกลางวัน จ านวนผู้ก่อเหตุ : 1 คน รูปแบบการก่อเหตุ: ท าร้าย เจ้าหน้าที่ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ : กรรไกรซอย ผม เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 1 ราย ไม่มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ไม่มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ


6 เรือนจ ากลางอุดรธานี 11 กรกฎาคม 2522 สรุปเหตุการณ์ เวลา 12.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่พักเที่ยง ได้มีผู้ต้องขัง 6 คน แกล้งท าเป็นทะเลาะวิวาทแล้วใช้กรรไกรตัด พรมจหี้ัวหน้าฝ่ายควบคุม หัวหน้างานควบคุม และผู้ช่วยหัวหน้างานควบคุม เป็นตัวประกัน และใช้ผ้าขาวม้ามัด มือทั้งสามไพร่หลัง ยื่นข้อเรียกร้องขอรถยนต์ พร้อมอาวุธปืนเพื่อแหกหักเรือนจ า ผบ.ได้เข้าระงับเหตุและไกล่ เกลี่ยต่อรองพร้อมรายงานผู้ว่าฯ รวมทั้งขอก าลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ต ารวจ ผู้ว่าฯได้สั่งการให้ยิงผู้ก่อเหตุ เนื่องจากเวลาผ่านไป 3 ชั่วโมงเศษแล้วผู้ต้องขังไม่ยอมวางอาวุธ เจ้าหน้าที่ที่ถูกจับเป็นตัวประกันได้รับบาดเจ็บ ส่วนผู้ต้องขังทั้ง 6 คนเสียชีวิต ลักษณะการก่อเหตุ รูปแบบการก่อเหตุ: จับตัวประกัน เพื่อต่อรองเอายานพาหนะและอาวุธ เพื่อหลบหนี อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ : ระเบิดมือ (ลักลอบน าเข้าเรือนจ า) เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย ผู้ต้องขงัเสียชีวิต 6 ราย ข้อสังเกต : สาเหตุมาจากความ ไว้วางใจ ความสนิทสนมระหว่าง เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง ช่วงเวลาก่อเหตุ : พักกลางวัน มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก จ านวนผู้ก่อเหตุ : 6 คน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ


7 เรือนจ ากลางชลบุรี 15 ตุลาคม 2528 สรุปเหตุการณ์ เวลา 11.00 น. ขณะที่ ข.ช. ส าเริง เกิดมีกลับจากศาล ขณะเข้าที่เรือนจ า นายวชิระ ศิริฤกษ์เจ้าหน้าที่ เรือนจ าที่คุ้นเคยกับ ข.ช. ส าเริงฯ ไดน้ าผลไมก้ระป๋องซงึ่รบั ฝากมาจากภรรยาของ ข.ช. ส าเริงฯ มาให้จ านวนหนึ่ง และแบ่งไว้รับประทานเอง 1 กระป๋องที่บ้านพกั เวลาเที่ยงวัน นายวชิระฯ ไดเ้ปิดผลไมก้ระป๋องพบว่าเป็นระเบิด มอือยู่ในกระป๋องผลไม้จึงทราบทันทีว่า ผลไมก้ระป๋องที่ให้ข.ช. ส าเริงฯ ต้องมีระเบิดอยู่ภายใน ด้วยความกลัว ความผิด จึงเข้าไปหา ข.ช.ส าเริงฯในเรือนจ า ข.ช.ส าเริงฯ ซึ่งมีระเบิดอยู่ จึงจับนายวชิระฯ และนายมงคลฯ เป็น ตัวประกันมาที่ประตู3 จากนั้นได้จับเจ้าหน้าที่ทะเบียนและเจ้าหน้าที่ประตูอีก 4-5 คน รวม 7 คน เป็นตัวประกัน ข.ช.ส าเริงกับพวกรวม 5 คน ได้ไปยังประตู2 แต่เจ้าหน้าที่ประตู 2 ไม่เปิดประตูให้จึงน าตัวประกันไปยังห้อง ทะเบียน เรียกร้องขอรถยนต์และอาวุธ ในเวลาต่อมาผู้ว่าฯ ได้เข้ามาพร้อมเจ้าหน้าที่ต ารวจเพื่อระงับเหตุ เวลา ประมาณ 16.00 น. ผู้ต้องขังได้ขู่ใช้ทินเนอร์เป็นเชื้อเพลิงเผาอาคารที่ท าการ พร้อมชูระเบิดขึ้น เจ้าหน้าที่ต ารวจ จึงยิงเข้าไปที่กลุ่มควันระเบิด และได้จู่โจมเข้ายิงผู้ต้องขังที่เหลือเสียชีวิตทั้งหมด เจ้าหน้าที่ที่เป็นตัวประกัน เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 2 คน ไม่ได้รับอันตราย 3 คน ลักษณะการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 รายบาดเจ็บ 2 ราย ผู้ต้องขงัเสียชีวิต 6ราย มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ช่วงเวลาก่อเหตุ : พักกลางวัน จ านวนผู้ก่อเหตุ : 5 คน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ : ระเบิดมือ (ลักลอบเข้าเรือนจ า) รูปแบบการก่อเหตุ: จับตัวประกัน เพื่อต่อรองเอายานพาหนะและอาวุธ เพื่อหลบหนี ข้อสังเกต : สาเหตุมาจากความ ไว้วางใจ ความสนิทสนมระหว่าง เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง


8 เรือนจ าจังหวัดสกลนคร 31 ธันวาคม 2528 สรุปเหตุการณ์ เวลา 11.00 น. นายบรรเจิด พลับพลึง ผู้บัญชาการเรือนจ า ได้เข้าตรวจความเรียบร้อยในเรือนจ าช่วง วันหยุดราชการติดต่อกัน และร่วมรับประทานอาหารกับเจ้าหน้าที่เวรรักษาการณ์อีก 5 คน ทันใดนั้นผู้ต้องขังชาย 13 คน ได้บุกเข้าจับตัวผบ.และเจ้าหน้าที่ไว้เป็นตัวประกัน มีอาวุธเป็นระเบิด 3 ลูก มีดปลายแหลม และบังคับให้ ผบ. สั่งให้เจ้าหน้าที่ ให้เปิดประตู2 และเรียกร้องรถยนต์พร้อมน ้ามันเต็มถัง และขอพบผู้ว่าฯ และอธิบดีกรม ราชทัณฑ์ เพื่อเจรจาไม่ให้มีความผิดในการกระท าครั้งนี้ การเจรจายืดเยื้อจนถึงเวลาบ่ายโมงเศษของวันที่ 1 มกราคม 2529 ผู้ต้องขังได้จี้บังคับ ผบ. และเจ้าหน้าที่ให้เปิดประตู 1 ผบ.ได้ฉวยโอกาสสะบัดตัวจนหลุดและวิ่ง ออกมานอกเรือนจ า ผู้ต้องขังจึงขว้างระเบิดลูกแรกแต่ไม่ระเบิด และได้โยนระเบิดลูกที่ 2 เข้าไปในที่ท าการ ท าให้ เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าขาด เจ้าหน้าที่เรือนจ าและต ารวจที่เตรียมพร้อมอยู่จึงได้บุกเข้าชาร์จเพื่อชิงตัว ประกัน เหตุการณ์จึงชุลมุน ท าให้ผู้ต้องขัง 13 คน เสียชีวิตทั้งหมด ลักษณะการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 1คน ผู้ต้องขัง เสียชีวิต 13 คน มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ข้อสังเกต : เป็ นช่วงเวลาที่มี อัตราก าลังน้อย จ านวนผู้ก่อเหตุ : 13 คน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ : ระเบิด 3 ลูก (ลักลอบเข้าเรือนจ า) / มีดปลายแหลม ช่วงเวลาก่อเหตุ : พักกลางวัน รูปแบบการก่อเหตุ: จับตัวประกัน เพื่อต่อรองเอายานพาหนะและอาวุธ เพื่อหลบหนี


9 เรือนจ ากลางสงขลา 1 มกราคม 2530 สรุปเหตุการณ์ เวลา 14.00 น. ผู้ต้องขังจ านวน 4 คนพร้อมอาวุธลูกระเบิด เอ็ม 67 จากไต้หวัน 1 ลูก และอาวุธเหล็กแหลม จี้ตัว เจ้าหน้าที่ บริเวณร้านค้าสงเคราะห์ ใกล้กับแดนสูทกรรม ระหว่างที่มีการจู่โจมตรวจค้น และขณะเดียวกันมีรถปิคอัพ ขนส่งสินค้า เข้ามาส่งสินค้าที่ร้านค้าสงเคราะห์ ผู้ต้องขังทั้ง 4 ได้ท าร้ายเจ้าหน้าที่ และจับเจ้าหน้าที่เป็นตระกัน ขึ้นรถ ปิคอัพที่จอดอยู่ขับออกมายังหน้าอาคารควบคุมและรักษาการณ์ และตรงเข้าจับเจ้าหน้าที่งานควบคุมเป็นตัวประกันอีก ราย เจ้าหน้าที่ผู้เขารับการอบรมเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แรกรับได้แยกผู้ต้องขังอื่นเข้าคุมขังในห้องขังตามแดนได้อย่า ง รวดเร็ว ผู้ต้องขังทั้ง 4 ได้จุดไฟเผาอาคารที่ท าการงานควบคุมและรักษาการณ์ซึ่งเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว และต่อรอง ให้เรือนจ าปล่อยตัว พร้อมทั้งขออาวุธปืน กระสุน และพาหนะ 1 คัน แต่ทางเรือนจ าไม่ให้ตามค าขอ และได้ขอก าลัง เจ้าหน้าที่ต ารวจ สภ.เมืองสงขลา และต ารวจตระเวนชายแดน กองพันทหารปืนใหญ่มาร่วมประสานงานกับเจ้าหน้า ที่ และได้ติดต่อให้ญาติผู้ต้องขังเข้ามาเจรจาเกลี้ยกล่อม เป็นระยะเวลากว่า 15 ชม.เศษ จึงยอมจ านน มอบอาวุธและ เจ้าหน้าที่ 2 รายที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ก่อนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 10.00 น. เรือนจ าได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า มีสาย ข่าวรายงานว่า มีผู้ต้องขังน าระเบิดเข้ามาในเรือนจ า เมื่อวันกลับจากศาล น าเข้ามาวันใดไม่ทราบแน่ชัด และเป็นระเบิด จริงหรือไม่ ทั้งนี้จนท.รจ.รายงานว่าได้ท าการตรวจค้นเป็นประจ า และได้มีการติดตั้งเครื่องตรวจวัตถุระเบิดที่ประตู 1 แล้ว เพื่อความไม่ประมาทจึงได้น าเจ้าหน้าที่เข้าจู่โจมตรวจค้นในวันนั้น เหตุเกิดขณะเจ้าหน้าที่ก าลังตรวจค้นนั่นเอง ลักษณะการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 4คน ผู้ต้องขังฆ่า ตัวตายภายหลังเหตุการณ์ 1 คน มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก จ านวนผู้ก่อเหตุ : 4 คน มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ : ระเบิด (ลกัลอบ เข้าเรือนจ า) / เหล็กแหลม ช่วงเวลาก่อเหตุ : ช่วงบ่าย รูปแบบการก่อเหตุ: จับตัวประกัน เพื่อต่อรองเอายานพาหนะและอาวุธ เพื่อหลบหนี


10 เรือนจ าจังหวัดนครนายก 16 กุมภาพันธ์ 2535 สรุปเหตุการณ์ เวลา 13.45 น. ผู้ต้องขังจ านวน 5 คนได้ใช้เหล็กแหลมจ านวน 4 อัน จี้บังคับเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ประตู3 หนึ่งในผู้ต้องขังเป็นคนช่วยงานเจ้าหน้าที่ ท าทีขออนุญาตเจ้าหน้าที่ประตู2 ส่งผ้าที่น าเข้ามาซักรีดในเรือนจ าออก ข้างนอก ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ประตู2 ก าลังตรวจผ้า ผู้ต้องขังดังกล่าวได้ผลักประตูออกมาจนเจ้าหน้าที่เสียห ลัก ผู้ต้องขังอีก 4 คนกรูออกมาผ่านประตู 2 และปิดล็อกประตู 2 ไม่ให้เจ้าหน้าที่ข้างในติดตามได้ และท าการถอด ตรวนบริเวณนั้นไเจ้าหน้าที่ประตู 2 ต่อสู้กับผู้ต้องขังและเห็นว่าสู้ไม่ได้ จึงหนีไปทางชั้นบนอาคารที่ท าการ ถีบ หน้าต่างแล้วกระโดดลงมา วิ่งไปแจ้งเจ้าหน้าที่ต ารวจที่อยู่ห่างจากเรือนจ า 200 เมตร เจ้าหน้าที่ด้านในพยายาม หมุนไซเรนเตือนภัยแต่หมุนไม่ได้เนื่องจากผู้ต้องขังน าตะปูกว่า10ตัวไปอุดไว้ ส่วนผู้ก่อเหตุ 5 คน ได้ใช้กระบอง ของเจ้าหน้าที่ประตู2 ทุบกระจกหน้าต่างหลบหนีไปได้3 คน อีก 2คนหลบหนีไม่ได้เพราะยังถอดตรวนไม่เสร็จ ลักษณะการก่อเหตุ ไม่มีผู้บาดเจ็บ – เสียชีวิต มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ช่วงเวลาก่อเหตุ : ช่วงบ่าย จ านวนผู้ก่อเหตุ : 5 คน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ : เหล็กแหลม 4 อัน (วัสดุดัดแปลง) รูปแบบการก่อเหตุ: ใช้กลอุบายให้ เจ้าหน้าที่เปิดประตู ข้อสังเกต : ไว้วางใจให้ผู้ต้องขัง ช่วยงาน เกิดความสนิทสนม ท าให้ ไม่ระมัดระวัง


11 เรือนจ าจังหวัดแม่ฮ่องสอน 24 กรกฎาคม 2536 สรุปเหตุการณ์ ผู้ต้องขังชาวพม่า ไทยภูเขา และพื้นราบ 16 คน ร่วมกันใช้สิ่วและขวานที่ได้รับการแจกจ่ายจากเจ้าหน้าที่ เพื่อฝึกวิชาชีพช่างไม้ บุกเข้าจี้เจ้าหน้าที่ 2 คน และบางส่วนได้ใช้ขวานทุบท าลายก าแพงเรือนจ าความสูง 6.5 เมตร ชั้นล่างเป็นก าแพงหินโบกปูน ชั้นบนท าด้วยไม้กระดาน โดยได้ปีนขึ้นไปใช้ขวานทุบท าลายส่วนที่เป็ นไม้ กระดาน และหลบหนีไปทางป่าทึบ เจ้าหน้าที่ต ารวจ ทหาร และ ตชด. ร่วมกันไล่ล่าจับกุมได้ทั้งสิ้น 11 คน เสียชีวิตจากการต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ 1 คน และจับไม่ได้4 คน คาดว่าหนีออกทางชายแดน ลักษณะการก่อเหตุ ไม่มีผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ข้อสังเกต : ความมั ่นคงแข็งแรง ของเรือนจ า ช่วงเวลาก่อเหตุ :ช่วงเช้า จ านวนผู้ก่อเหตุ : 16 คน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ รูปแบบการก่อเหตุ: ท าลายก าแพง เรือนจ า อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ : สิ่วและขวาน (โรงงานฝึกวิชาชีพ)


12 ทณ ั ฑสถานหญ ิ งกลาง 14 เมษายน 2540 สรุปเหตุการณ์ ผู้ต้องขังลักลอบน าไฟแช็กซุกซ่อนในช่องคลอดเข้าเรือนจ า จากนั้นได้น าน ้ามันสนราดจุดไฟเผาผ้าที่ใช้เย็บ มุ้งเด็กในโรงงานประดิษฐ์ล่าง ในช่วงเย็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เพื่อให้เกิดความชุลมุนและอาศัยช่วงชุลมุนแหกหัก หลบหนีแต่กระท าการไม่ส าเร็จ เจ้าหน้าที่สามารถดับไฟได้ทัน ผู้ต้องขังดังกล่าวเคยก่อเหตุแหกหักหลบหนีโดย ใช้วิธีการเดียวกันมาแล้วส าเร็จ คิดว่าจะสามารถท าได้ส าเร็จอีก มกีารเตรยีมการและปลุกปนั่ผู้ตอ้งขังเรือนนอน บัวกรุณา (เคยเป็นแดนแรกรับ) บางส่วนร่วมมือ บางส่วนไม่ร่วมมือ แต่ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ ลักษณะการก่อเหตุ ไม่มีผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต ไม่มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ข้อสังเกต : การตรวจค้นก่อน เข้าเรือนจ า ช่วงเวลาก่อเหตุ : ช่วงเย็นก่อนขึ้นเรือนนอน จ านวนผู้ก่อเหตุ : 1 คน ผู้มีส่วน รู้เห็น 14คน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ รูปแบบการก่อเหตุ: สร้างสถานการณ์ ให้เกิดความว่นุวายเพื่อหลบหนี อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ : ไฟแช็ก (ลักลอบ เข้าเรือนจ า)


13 ทณ ั ฑสถานบา บด ั พ ิ เศษกลาง 28 มกราคม 2541 สรุปเหตุการณ์ เวลา 9.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ น ารถขยะเข้ามาเก็บขยะในแดน 4 ตามปกตินายสุนันท์ยาวิเศษ ซึ่งปฏิบัติ หน้าที่หัวหน้าฝ่ายปกครองแดน 4 ได้รับแจ้งว่ามีผู้ต้องขังลักลอบถอดตรวนอยู่บริเวณราวตากผ้า จึงได้ไป ตรวจสอบ และน าผู้ต้องขังเหล่านั้นมาสอบสวน ขณะที่ก าลังสอบสวนอยู่นั้น ผู้ต้องขัง4 คน ได้จับตัวคนขับรถขยะ เป็นตัวประกันเพื่อชิงรถ แต่คนขับรถขยะหลุดจากการล็อกไปได้ ผู้ต้องขังจึงขึ้นรถขับออกไป นายสุนันท์ได้ยิน เสียงรถขยะเร่งเครื่องผิดปกติ จึงได้วิ่งออกมาดูพร้อมกับนายเฉลียว และเห็นว่าผู้ที่ขับรถนั้นไม่ใช่เจ้าหน้าที่รถ ขยะ จึงวิ่งตามและใช้ไม้กระบองตีไปที่กระจกด้านหน้า แต่ไม่แตก รถได้เร่งเครื่องผ่านประตูแดน 4 ไปที่ประตู3 ก่อนจะถึงประตู3 มีรถตู้ผู้ว่าจ้างงานจอดอยู่จึงเสียหลักพุ่งชนรถตู้และไถลไปที่สนามหญ้า ผู้ต้องขัง 2 คนที่เกาะ อยู่ท้ายรถและที่นั่งข้างคนขับกระโดดลงจากรถ ใช้ตะกาวเหล็กและเหล็กแหลม ไล่ท าร้ายเจ้าหน้าที่ที่อยู่บริเวณ ใกล้เคียง นายสุระฯ ผู้อ านวยการทัณฑสถานเห็นว่า ไม่มีทางที่จะหยุดผู้ต้องขังที่ขับรถขยะเพื่อหลบหนีได้ จึงสั่ง ให้เจ้าหน้าที่รวมทั้งตนที่มีอาวุธปืน ระงบัเหตุโดยการยิงขึ้นฟ้า 1-2 นัด แต่ผู้ต้องขังและรถขนขยะไม่ยอมหยุด จึง ยิงไปที่รถขยะ กระสุนถูกผู้ก่อเหตุเสียชีวิตทั้ง 4 คน ลักษณะการก่อเหตุ ผู้ต้องขงัเสียชีวิต 4คน ไม่มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ช่วงเวลาก่อเหตุ : เช้าหลงัเคารพธงชาติ จ านวนผู้ก่อเหตุ : 7 คน มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ : รถบรรทุกขยะ/ เหล็กแทงขยะ รูปแบบการก่อเหตุ: จับตัวประกัน เพื่อหลบหนี


14 เรือนจ าอา เภอกบ ิ นทรบ ์ ร ุ ี 3 มีนาคม 2541 สรุปเหตุการณ์ เวลา 14.30 น. ข.ช. เด่น มีแก้ว คดีพรบ.อาวุธปืน และลักทรัพย์ กับพวกรวม 6 คน ได้จับตัวผบ.เป็นตัว ประกัน เพื่อแหกหักหลบหนีมีอาวุธเหล็กแหลม มีด สิ่ว และขวาน และยึดรถบรรทุกข้าวสารพุ่งชนประตู โดยท า ร้ายผบ.จนเสียชีวิต จับผู้ต้องขังได้4 คน เสียชีวิต 1 คน จับไม่ได้1 คน ลักษณะการก่อเหตุ ผู้บญัชาการเรือนจ าเสียชีวิต ผู้ต้องขงัเสียชีวิต 1 ราย ไม่มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ช่วงเวลาก่อเหตุ :ช่วงบ่าย จ านวนผู้ก่อเหตุ : 6 คน มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ : เหล็กแหลม มีด สิ่ว และขวาน รูปแบบการก่อเหตุ: จับตัวประกัน เพื่อต่อรองเอายานพาหนะและอาวุธ เพื่อหลบหนี


15 เรือนจ าจังหวัดเลย 25 กรกฎาคม 2541 สรุปเหตุการณ์ ผู้ต้องขังจ านวน 11 คน ได้จับตัว ผบ. และเจ้าหน้าที่รท. 3 เป็นตัวประกัน บริเวณโรงงาน 2 ผู้ต้องขังรุม ท าร้ายโดยมีมีดปลายแหลมยาว 3-4 นิ้ว และไม้เป็นอาวุธ จับ ผบ. และเจ้าหน้าที่มัด และใช้รถยนต์ขนผู้ต้องขังไป ศาล ที่จอดซ่อมอยู่ในโรงงานฝึกวิชาชีพซ่อมเครื่องยนต์ภายในเรือนจ าเป็นพาหนะ ขับพุ่งชนประตูเรือนจ า หลบหนีออกไปภายนอก ภายหลังขับไปได้15 กิโลเมตร ยางรถยนต์เกิดระเบิด จึงทิ้งรถและตัวประกันไว้ แล้ว หลบหนีไป พัศดีเวรกลางวัน ได้วิทยุแจ้งสภ.อ าเภอเมืองเลยทันทีและทางสภ.เมืองเลย ได้ให้เจ้าหน้าที่ต ารวจขับ รถจักรยานยนต์มาหน้าเรือนจ า และขับติดตามรถบรรทุกผู้ต้องขังไป และสามารถจับกลับมาได้7 คน จับไม่ได้4 คน ลักษณะการก่อเหตุ ไม่มีผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ข้อสังเกต : สาเหตุการหลบหนี คือโทษสูง และคิดถึงครอบครวั/ สภาพความกดดันของเรือนจ า ช่วงเวลาก่อเหตุ :ช่วงบ่าย จ านวนผู้ก่อเหตุ : 11 คน มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ : มีดปลายแหลม ยาว 3-4 นิ้ว และไม้และรถบรรทุก ผู้ต้องขัง รูปแบบการก่อเหตุ: จับตัวประกัน เพื่อหลบหนี


16 เรือนจ ากลางอุดรธานี 25 พฤษภาคม 2542 สรุปเหตุการณ์ เวลาประมาณ 14.00 น. นายสุวิทย์ทิพย์วัฒนา ได้รับมอบหมายให้ขับรถยนต์บรรทุกวัตถุดิบเข้าภาย ใน เรือนจ า ขณะก าลังลงจากรถ ถูกกลุ่มผู้ต้องขังจ านวน 9 คน เข้าท าร้ายร่างกาย โดยใช้ชะแลงตีเข้าที่ศีรษะ จับขึ้น รถไปเป็นตวัประกันและตดิเคร่ืองเพ่อืขับฝ่าประตูเรอืนจ า แต่นื่องจากไม่ได้ปลดเบรคมือ เครื่องยนต์เกิดอาการ สะดุด และดับ เจ้าหน้าที่แล้วผู้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่จึงเข้าระงับเหตุ และช่วยตัวประกันได้ส าเร็จ ในการระงับเหตุมี ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ2 คน และเสียชีวิตในเวลาต่อมาอีก 2 คน จากการสอบสวนทราบว่ามีการประชุมหารือวางแผนก่อเหตุนับเดือน มีการแบ่งหน้าที่และมีขั้นตอนชัดเจน ทั้งการสังเกตการณ์เข้า-ออก ของรถยนต์ ตรวจสอบความแข็งแรงของอุปกรณ์ป้องกันทางเข้า-ออก การวาง มาตรการป้องกันของเจา้หน้าที่ การชักชวนผู้อื่นเข้าร่วมก่อเหตุ การจัดเตรียมอุปกรณ์จัดหาเสบียงอาหารในการ ด ารงชีพหากแหกหักส าเร็จ และมีการส่งข่าวสารจากเรือนจ าหนึ่งสู่อีกเรือนจ าหนึ่ง เพราะมีผู้ต้องขังที่แหกหักที่ เรือนจ าจังหวัดเลย ย้ายมาคุมขังที่รจก. อุดรธานีและยุยงผู้ต้องขังที่คิดจะก่อเหตุ ลักษณะการก่อเหตุ ผู้ต้องขังเสียชีวิต 4 คน ไม่มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ข้อสังเกต : เรือนจ ามีจุดอ่อน ด้านการข่าว และการควบคุม ผู้ต้องขังที่ย้ายมาจากเรือนจ าอื่น ช่วงเวลาก่อเหตุ :ช่วงบ่าย จ านวนผู้ก่อเหตุ : 9 คน มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ : ชะแลงเหล็ก รูปแบบการก่อเหตุ: จับตัวประกัน เพื่อหลบหนี


17 เรือนจ ากลางตาก 9 สิงหาคม 2542 สรุปเหตุการณ์ เวลาประมาณ 15.45 น.ช. สมหมาย จตุพร (ระหว่างพิจารณา ยาบ้า 10,300 เม็ด) นั่งอยู่ข้างต้นไม้ได้วิ่ง มาทางดา้นหลงัและผลกัหัวหน้าฝ่ายการศึกษาฯลม้ลง และล็อกตัวนายสมภาร ชูทรัพย์ผบ.เรือนจ า ซึ่งออกตรวจ ความเรียบร้อยอยู่ และใช้กรรไกรตัดหญ้าขาเดียวปลายแหลม จี้ที่ล าคอและจับตัวไว้ บังคับให้เปิดประตูเรือนจ า พร้อมบังคับเอารถยนต์โตโยต้าที่จอดอยู่ขับพา ผบ. หนีไป โดยมีนายสนั่น ฤทธิ์เทพ ขึ้นหลังรถไปต่อมาเจ้าหน้าที่ ต ารวจสามารถติดตามตัวได้โดยตัวประกันและนายสนั่นฯ ปลอดภัย ผบ. ใช้จังหวะกระโดดหนีจากรถได้ ลักษณะการก่อเหตุ ไม่มีผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ช่วงเวลาก่อเหตุ : ช่วงบ่าย จ านวนผู้ก่อเหตุ : 3 คน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ : กรรไกรตัดหญ้า ที่ไม่ใช้แล้ว รูปแบบการก่อเหตุ: จับตัวประกัน เพื่อต่อรองเอายานพาหนะและอาวุธ เพื่อหลบหนี


18 เรือนจ าจังหวัดแม่ฮ่องสอน 10 กุมภาพันธ์2543 สรุปเหตุการณ์ เวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ท าการเปิดผู้ต้องขังลงจากเรือนนอน ซึ่งช้ากว่าปกติเนื่องจากมีหมอกลงห นา เจ้าหน้าที่ได้เปิดห้องขัง 3/7 ให้ผู้ต้องขังลงจากเรือนนอนแล้ว ขณะที่ก าลังนับยอดผู้ต้องขังห้อง 3/2 ได้มีผู้ต้องขัง เข้าล็อกตัวจากทางด้านหลัง มีมีดปลายแหลมเป็นอาวุธ ด้วยความตกใจจึงพยายามดิ้นรนและใช้ปากกาที่จดย อด ผู้ต้องขังแทงไป 2 ครั้ง จากนั้นผู้ต้องขังที่เป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน 3 คน ได้วิ่งเข้ามาช่วยพร้อมเจ้าหน้าที่อีก 1คน เจ้าหน้าที่ที่ถูกจับได้รับบาดเจ็บ ผู้ช่วยเหลือได้รับบาดเจ็บ 2 คน เจ้าหน้าที่อีกคนที่เข้ามาช่วยเหลือถูก ผู้ต้องขังคนหนึ่งมีเหล็กอลูมิเนียมเป็นอาวุธจะเข้าท าร้าย จึงก้มหลบ จากนั้นได้วิ่งไปที่บันไดเพื่อปิดประตูทางลง แต่ผู้ต้องขังวิ่งเข้ามาคว้าขาไว้ ผู้ต้องขังอีกรายน าเหล็กอลูมิเนียมตามมาจี้ที่คอพร้อมกับชูระเบิดปลอมขึ้น ขู่ว่า หากไม่ยอมให้จับจะระเบิดเจ้าหน้าที่ จากนั้นได้จับเจ้าหน้าที่เป็นตัวประกันไปที่ประตูใหญ่ ตะโกนให้เจ้าหน้าที่ เปิดประตูและขอรถพร้อมน ้ามันเต็มถัง เจ้าหน้าที่เรือนจ าคนอื่นได้พยายามต่อรองประมาณ 10 นาทีพร้อม ประสานเจ้าหน้าที่ต ารวจ เมื่อสบโอกาสจึงเข้าชาร์จตัวไว้ ลักษณะการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2ราย ผู้ช่วยเหลือบาดเจ็บ 2 ราย ไม่มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ข้อสังเกต : จุดอ่อนด้านการ ตรวจค้น / ให้ผู้ต้องขังถือกุญแจ/ เจ้าหน้าที่ไม่พกตะบอง ช่วงเวลาก่อเหตุ : เช้าหลังเปิดขงั จ านวนผู้ก่อเหตุ : 3 คน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ รูปแบบการก่อเหตุ: : จับตัวประกันเพื่อ หลบหนี อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ : มีด/เหล็ก อลูมิเนียม/ระเบิดปลอม


19 เรือนจ าอ าเภอหล่มสัก 6 เมษายน 2543 สรุปเหตุการณ์ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เดินตรวจความเรียบร้อยบริเวณแดนกลาง ได้มีผู้ต้องขัง 2 คน ใช้มีดปลายแหลม และ ระเบิดมือ บังคับให้เจ้าหน้าที่ไปที่ประตู1-2 เจา้หน้าที่ฝ่ายควบคุมเห็นเหตุการณไ์ดห้มุนสญัญาณไซเรนเพ่อืแจ้ง เหตุ เมื่อถึงบริเวณประตู 3 ไม้ตะบองของเจ้าหน้าที่หล่นลงพื้น ผู้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่จึงคว้าไม้ตะบอง ตีเข้าที่ ศีรษะของผู้ก่อเหตุคนหนึ่งล้มลง เจ้าหน้าที่จึงเข้าล็อคตัวผู้ก่อเหตุไว้อีกคนได้ถือระเบิดวิ่งเข้าไปในแดน เจ้าหน้าที่ ไดย้ิงปืนขึ้นฟ้าหนึ่งนัด ผู้ช่วยเหลืออาศัยจังหวะนั้นเข้าล็อคตัวท าให้ระเบิดหล่นลงพื้นจึงพบว่าเป็นระเบิดป ลอม เหตุการณ์ภายในเรือนจ าจึงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ลักษณะการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 1คน ไม่มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ข้อสังเกต : จุดอ่อนในด้าน การตรวจค้น ช่วงเวลาก่อเหตุ :ช่วงเย็น จ านวนผู้ก่อเหตุ : 3 คน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ: มีดปลายแหลม ของ เจ้าหน้าที่ไว้หั ่นผลไม้/ระเบิดปลอมท า จากเศษไม้โรงงานฝึกวิชาชีพ รูปแบบการก่อเหตุ: : จับตัวประกันเพื่อ หลบหนี


20 เรือนจ าจังหวัดสมุทรสาคร 22 พฤศจิกายน 2543 สรุปเหตุการณ์ เวลา 10.30 น. ขณะที่ ผบ.เข้าไปในเรอืนจ าเพ่อืท าพธิเีปิดการอบรมในฝ่ายการศึกษา ผู้ต้องขังชาวพม่า 11 คน ได้ใช้อาวุธซึ่งลักลอบน าเข้ามาในเรือนจ า ได้แก่ ปืนลูกซองสั้น ปืนลูกโม่ ปืนปลอม ระเบิดปลอม จี้ตัว ผบ. เรือนจ าเป็นตัวประกัน และนายดม ชิตทองปาน ได้ต่อสู้ขัดขวาง จึงถูกยิงเสียชีวิต ผบ.ถูกแทงได้รับบาดเจ็บ จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ยึดรถกระบะของผู้ประกอบการขับเข้ามาส่งของภายในเรือนจ าขับหลบหนีไปตามถนนเพชร เกษม มุ่งหน้าไปทางจังหวัดกาญจนบุรีโดยมีผบ. และเจ้าหน้าที่เป็นตัวประกัน ต ารวจหน่วยอรินทราช ได้เข้าปิด ล้อม และยิงต่อสู้กัน ผู้ก่อเหตุเสียชีวิต 9 คน หลบหนีไปได้1 คน และถูกจับกุม 1 คน ผบ. ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตที่ รพ.ในเวลาต่อมา ลักษณะการก่อเหตุ ผู้บัญชาการเรือนจ าและเจ้าหน้าที่ เสียชีวิต 2 ราย ผู้ต้องขังเสียชีวิต 9 คน มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ข้อสังเกต : จุดอ่อนในการตรวจ ค้น ช่วงเวลาก่อเหตุ :ช่วงเช้า จ านวนผู้ก่อเหตุ : 11 คน มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ: ปื นลูกซองสั้น ปื น ลูกโม่ปื นปลอม ระเบิดปลอม(ลักลอบเข้า เรือนจ า) รูปแบบการก่อเหตุ: จับตัวประกันเพื่อ หลบหนี


21 เรือนจ าจง ั หวด ั นราธ ิ วาส 12 ธันวาคม 2544 สรุปเหตุการณ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ก าลังตรวจสอบประวัติเพื่อย้ายผู้ต้องขังโทษสูงไปควบคุมที่เรือนจ ากลางสงขลา จ านวน 28 คน ผู้ต้องขัง 7 คนไดใ้ช้เหลก็แป๊บน ้า ค้อน (แย่งมาจากกองงานฝึกวิชาชีพ) ตะบอง (แย่งมาจากเจ้าหน้าที่) ท า ร้ายเจ้าหน้าที่ 2 คนได้รับบาดเจ็บและจับเจ้าหน้าที่เป็นตัวประกัน และแย่งกุญแจจากเจ้าหน้าที่ควบคุมรถ เพื่อ พยายามจะน ารถขนเศษอาหารเป็นพาหนะในการหลบหนี เจ้าหน้าที่ 4 คน ที่อยู่ภายนอกเรือนจ าได้ปีนข้ามประตู 4 เข้าไประงับเหตุ โดยรวบรวมผู้ช่วยเหลือที่อยู่ตามกองงาน เวลาผ่านไป 20 นาทีเหตุการณ์สงบ ปรากฏว่า ผู้ต้องขังเสียชีวิต 5 คน และบาดเจ็บ 2 คน จากการชุลมุนต่อสู้ ลักษณะการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่บาดเจ็บสาหัส 2 ราย ผู้ต้องขังเสียชีวิต 5ราย บาดเจ็บ 2ราย ไม่มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ข้อสังเกต : อัตราก าลังน้อย เนื่องจาก ฝ่ ายควบคุมอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ไปซื้อ ของไปพักเวร ลาหยุด เสนองานที่ บริหาร คุมงานก่อสร้างห้องเยี่ยม ช่วงเวลาก่อเหตุ :ช่วงเช้า จ านวนผู้ก่อเหตุ : 7 คน มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ: เหล็กแป๊ บน ้า ตะบอง ของเจ้าหน้าที่ รูปแบบการก่อเหตุ: จับตัวประกันเพื่อ หลบหนี


22 เรือนจ ากลางเชียงราย 21 กรกฎาคม 2545 สรุปเหตุการณ์ เวลาประมาณ 15.30 น. ผู้ต้องขังชาวพม่า 7 คน ได้ร่วมกันวางแผนจับตัวเจ้าหน้าที่เป็นตัวประกันเพื่อ หลบหนีโดยใช้ไม้เท้าผู้พิการตีเข้าที่ศีรษะของเจ้าหน้าที่ จากนั้นผู้ต้องขังอีกสองคนได้วิ่งเข้าหา คนหนึ่งน าโซ่ที่ ตัดจากตรวนตีเข้าที่ศีรษะเจ้าหน้าที่ อีกคนหนึ่งก าลังจะน าเหล็กแหลมออกมา ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งได้ น าผู้ช่วยเหลือเข้าระงับเหตุผู้ก่อเหตุคนหนึ่งได้วิ่งหนีขึ้นไปบนอาคารโรงงาน 4 ชั้น และกระโดดลงมาเสียชีวิต ลักษณะการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 1 คน ผู้ต้องขังที่ ก่อเหตุเสียชีวิต 1 คน (ฆ่าตัวตาย) ไม่มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ข้อสังเกต : อัตราก าลังน้อย ช่วง วนัหยดุราชการติดต่อกนั/ ผู้ต้องขงั กลัวถกูตดัสินโทษสงูจึงคิดแหกหกั หลบหนี ช่วงเวลาก่อเหตุ :ช่วงบ่าย จ านวนผู้ก่อเหตุ : 7 คน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ : ช้อนที่ฝนจน แหลมคม/โซ่ที่ตัดออกมาจากตรวน/ ไม้เท้าผู้พิการ รูปแบบการก่อเหตุ: จับตัวประกันเพื่อ หลบหนี


23 เรือนจ ากลางเชียงใหม่ 26 มกราคม 2545 สรุปเหตุการณ์ ผู้ต้องขัง 5 รายได้ร่วมกันใช้เหล็กปลายแหลมเป็นอาวุธ จี้จับตัวเจ้าหน้าที่ 2 คนเป็นตัวประกันเพื่อแห กหัก หลบหนีเจ้าหน้าที่ถูกแทงที่ชายโครงขวา ผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานได้เข้าช่วยระงับเหตุ ท าให้เจ้าหน้าที่ที่ถูกแทง บาดเจ็บหลุดจากการวงล้อมของผู้ต้องขังได้ และได้กดกริ่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่คนอื่นทราบ แต่เจ้าหน้าที่อีกคน หนึ่งถูกเหล็กแหลมจี้คอตลอดเวลา เวรฯผู้ใหญ่ได้เข้ามาเจรจาต่อรองกับผู้ก่อเหตุ และวิทยุแจ้งผู้บังคับบัญชาและ สถานีต ารวจภูธรต าบลช้างเผือก ผู้ต้องขังได้ต่อรองขอกุญแจประตูตาข่ายของเรือนนอนและขอรถยนต์เพื่อ หลบหนีไม่เช่นนั้นจะโยนเจ้าหน้าที่ที่ถูกจับมัดลงจากเรือนนอน ต่อจากนั้นอีก 10 นาทีผู้ต้องขังยังไม่ได้กุญแจ จึงใช้เก้าอี้ทุบท าลายคิ้วปูนที่ล็อกกุญแจประตูผู้ต้องขังทั้ง 5 ได้น าตัวเจ้าหน้าที่ขึ้นไปบนดาดฟ้า ทางด้าน ผอ ส่วน ควบคุมและ ผอ ส่วนสวัสดิการได้ซักซ้อมแผนกับผู้ช่วยเหลือในการชิงตัวประกัน และไขประตูบันไดกลาง เมื่อสบ โอกาสที่ผู้ก่อเหตุถูกลวงให้ลงมาข้างล่าง จึงเข้าจู่โจม ปรากฏว่าสามารถช่วยเจ้าหน้าที่ออกมาได้ แต่เจ้าหน้าที่ ได้รับบาดเจ็บที่ล าคอ ศีรษะ และส่วนอื่นๆ ผู้ก่อเหตุ5 คนได้รับบาดเจ็บ และ2 ใน 5 คนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ลักษณะการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่บาดเจ็บสาหัส 2 คน ผู้ต้องขงัเสียชีวิต 2 คนบาดเจ็บ 3คน มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ข้อสังเกต : จุดอ่อนในด้าน การตรวจค้น และอัตราก าลังน้อย ช่วงเวลาก่อเหตุ :ช่วงเย็น จ านวนผู้ก่อเหตุ : 5 คน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ: เหล็กปลายแหลมยาว 1 คืบ 3 อัน มาจากตะขอแขวนเสื้อผ้าใน ห้อง/ฝักบัวปลายแหลมคม2 อัน ท ามา จากฝักบัวอาบน ้าในห้อง รูปแบบการก่อเหตุ: จับตัวประกันเพื่อ ต่อรองเอายานพาหนะและอาวุธเพื่อ หลบหนี


24 เรือนจ ากลางเขาบ ิ น 30 ธันวาคม 2555 สรุปเหตุการณ์ เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ผู้ต้องขังจ านวน 3 ราย ได้ก่อเหตุจับเจ้าหน้าที่เป็นตัวประกัน โดยใช้เหล็กแหลมและอาวุธอื่นที่ ท าขึ้น จับตัว นายสุเทพ จ้อยศรีเกตุ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ช านาญงาน ต าแหน่งผู้บังคับแดน 5 บริเวณที่ท าการแดน 5 โดย ผู้ต้องขังทั้ง3 ราย ได้บังคับพาตัวนายสุเทพฯไปยังประตูแดน 6 ซึ่งเป็นแดนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างแดนความมั่นคงสูงสุด แล้ว ใช้ท่อนเหล็กที่เตรียมมาทุบท าลายประตูจากนั้นน าตัวนายสุเทพฯ เข้าไปยังแดน 6 และพยายามใช้รถแทรกเตอร์แต่ไม่สามารถ ใช้การได้จึงน าตัว นายสุเทพฯ เข้าไปในตึก บริเวณชั้น 2 เข้าไปในห้องควบคุม แล้วปิดประตูขังตนเองไว้เจ้าหน้าที่ประจ าศูนย์ ควบคุมระบบเสริมความมั่นคง ได้รายงานเหตุการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ และขอก าลัง สนับสนุนโดยได้ระดมก าลังเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์ในแดน 6 ผู้อ านวยการส่วนควบคุมฯได้เข้าไปเจรจากับผู้ก่อเหตุผ่าน ทางกระจกประตูต่อมาเจ้าหน้าที่ต ารวจภูธรจังหวัดราชบุรีพร้อมก าลังเจ้าหน้าที่ได้คุมสถานการณ์ไว้ และเจรจาต่อรองกับผู้ก่อ เหตุจน ข.ช.สุทธิรักษ์ฯ ยอมมอบตัวส่วน น.ช.รณชัยฯ และ ข.ช.ประสิทธิ์ฯ ไม่ยินยอมและได้เจรจาขอรถยนต์เพื่อหลบหนีและ ได้ท าร้าย นายสุเทพฯ ประกอบกับเริ่มมืด ผู้บัญชาการเรือนจ า ผู้บัญชาการต ารวจภูธรภาค 7 รองผู้ว่าฯ จึงสั่งการเข้าระงับเหตุ หลังเหตุการณ์สงบ ผู้ต้องขังเสียชีวิต 2ราย เจ้าหน้าที่ เสียชีวิต 1 นาย ลักษณะการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 ราย ผู้ต้องขังเสียชีวิต 2ราย บาดเจ็บ 1ราย มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ช่วงเวลาก่อเหตุ :ช่วงบ่าย จ านวนผู้ก่อเหตุ : 3 คน มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ: เหล็กแหลม ท่อนเหล็ก รูปแบบการก่อเหตุ: จับตัวประกันเพื่อ ต่อรองเอายานพาหนะและอาวุธเพื่อ


25 เรือนจ าอ าเภอทุ่งสง 12 พฤษภาคม 2556 สรุปเหตุการณ์ เวลาประมาณ 11.30 น. ได้มีผู้ต้องขังชาย จ านวน 5 คน ประกอบด้วย น.ช.สหัส เหมือนเลื่อน น.ช.ศิริชัย เพ็ชรสีข.ช.สุรเชษฐ์สิงห์มณีข.ช.สุริยา ไกรถาวร และ ข.ช.สุริยา ชูอินทร์ได้ก่อเหตุร้ายโดยใช้อาวุธเหล็กแหลม จี้จับตัวนายสมบูรณ์ แสงสีด า เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ช านาญงาน เป็นตัวประกัน โดยน าตัวไปบริเวณก าแพง เรือนจ า แล้วจัดท าบันไดไม้เพื่อปีนก าแพงหลบหนี เจ้าหน้าที่ได้ระดมก าลังเข้าระงับเหตุและช่วยเหลือตัวประกัน จนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุร้ายไว้ได้ ซึ่งหลังจากการเข้าระงับเหตุร้ายดังกล่าว ปรากฏว่า นายสมบูรณ์ฯ ได้รับ บาดเจ็บถูกแทงด้วยเหล็กแหลมที่บริเวณล าคอ จึงน าตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลทุ่งสง และอาการปลอดภัย ส่วน น.ช.ศิริชัยฯ ถูกเจ้าหน้าที่เรือนจ าฯ ยิงได้รับบาดเจ็บขณะปีนก าแพงหลบหนี และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลทุ่งสงใน เวลาต่อมา ลักษณะการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 1 คน ผู้ต้องขงัเสียชีวิต 1คน ไม่มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ช่วงเวลาก่อเหตุ :พักกลางวัน จ านวนผู้ก่อเหตุ : 5 คน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ : เหล็กแหลม รูปแบบการก่อเหตุ: จับตัวประกัน เพื่อต่อรองเอายานพาหนะและอาวุธ เพื่อหลบหนี


26 เรือนจ าอ าเภอแม่สอด 14 พฤษภาคม 2559 สรุปเหตุการณ์ เวลาประมาณ 07.15 น. น.ช.จ่อมิ ไม่มีชื่อสกุล หรือ น.ช.สมชาย คนภูผา อายุ 31 ปี คดีความผิดต่อชีวิต พยายาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ลหุโทษ ก าหนดโทษ 10 ปี 5 เดือน 10 วัน และกักขัง 1 วัน แทนเงินค่าปรับ 750 บาท จ ามาแล้วประมาณ 9 เดือนเศษ ได้ใช้ค้อนเหล็กส าหรับตอกตะปูตีไปที่ศีรษะ นายมง คลชัย นาควรรณ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ช านาญงาน ขณะปฏิบัติหน้าที่ที่ป้อม 3 แนวก าแพงด้านทิศตะวันออก เป็นเหตุให้ นายมงคลชัยฯ สลบหมดสติทันที หลังจากนั้น น.ช.จ่อมิฯ ได้ใช้ผ้าห่มที่เตรียมมาพาดไปยังรั้วลวดหนามหีบเพลง เพื่อปีนข้ามไปก าแพงชั้นหวงห้าม และยังใช้ผ้าห่มพาดไปยังลวดหนามหีบเพลงปีนขึ้นไปบนก าแพง 2-3 ครั้ง แต่ไม่ส าเร็จ จนกระทั่งผู้ต้องขังชื่อ น.ช.คมกริช วัฒนาชาญตระกูล เหตุการณ์ จึงรายงานให้ นายสายยัน ฤกรักษณี นักทัณฑวิทยาช านาญการ และนายชาญณรงค์ มั่งบุญมี เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ช านาญงาน ทราบ และได้รีบมาระงับเหตุ รวมทั้งได้ส่งสัญญาณแจ้งไปยังศูนย์ควบคุมวิทยุรายงานเหตุการณ์ให้ผู้บัญชาการเรือนจ าฯ และขอก าลังเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุ จากนั้นรีบน า นายมงคลชัยฯ ส่งโรงพยาบาลแม่สอด และเสียชีวิต เมื่อเวลา 07.25 น. ลักษณะการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1คน ไม่มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ช่วงเวลาก่อเหตุ : เช้าหลงัเปิดขงั จ านวนผู้ก่อเหตุ : 1 คน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ : ค้อนเหล็ก รูปแบบการก่อเหตุ: ท าร้ายเจ้าหน้าที่


27 เรือนจ าจังหวัดบุรีรัมย์ 29 มีนาคม 2563 สรุปเหตุการณ์ เวลา 11.30 น. ผู้ต้องขังประมาณ 100 คน ก่อเหตุจลาจลโดยการพังห้องเยี่ยมญาติ ทุบท าลายก าแพง เรือนจ าบริเวณห้องเยี่ยมญาติเพื่อแหกหักหลบหนีเผาอาคารเรือนนอน โรงงานฝึกวิชาชีพ อาคารฝ่ายการศึกษา โรงเลี้ยง สูทกรรม และแดนผู้ต้องขังหญิง จนท าให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหายทั่วทั้งบริเวณของเรือนจ า และไม่สามารถเข้าระงับเหตุได้ทันท่วงที จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานทางทหาร ต ารวจ ฝ่ายปกครอง เข้าช่วยระงับเหตุจนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เมื่อเวลา 18.00 น. มีผู้ต้องขังหลบหนีจากเรือนจ าได้11 คน จับกุมได้ทันที10 คน โดยจับกุมได้บริเวณหน้าเรือนจ า 6 คน และจับโดยเจ้าหน้าที่ต ารวจ 4 คน และอีก 1 คน จับได้ในวันที่ 31 มีนาคม 2563 ตัวการในการแหกหักหลบหนีคือ ข.ช. ทีระชัย ชัยยะบัญชร คดียาเสพติด ศาล พิพากษาจ าคุกตลอดชีวิต หาทางแหกหักหลบหนีโดยอ้างเรื่องการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า มาเป็น ประเด็นในการปลุกระดม ลักษณะการก่อเหตุ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ-เสียชีวิต มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ช่วงเวลาก่อเหตุ : พักกลางวัน จ านวนผู้ก่อเหตุ : 100 คน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ : อุปกรณ์ในเรือนจ า รูปแบบการก่อเหตุ: สร้างสถานการณ์ ให้เกิดความว่นุวายเพื่อหลบหนี


28 การก่อจลาจลเรียกร้อง


29 เรือนจ ากลางบางขวาง 7 พฤศจิกายน 2517 สรุปเหตุการณ์ เมื่อวันที่พฤศจิกายน 2517 ผู้ต้องขังเรือนจ ากลางบางขวาง มีปฏิกิริยาไม่พอใจที่รัฐบาลมิได้ด าเนินการให้มีกร พระราชทานอภัยโทษ ผู้ต้องขังได้ท าการเขียนค าขวัญ ติดโปสเตอร์ต าหนิรัฐบาลและตัวบุคลในคณะรัฐมนตรีว่าขัดขวางมิให้มีกร พระราชทานอภัยโทษเนื่องในโอกาสที่ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นเป็นล าดับดังนี้ วันที่8 พฤศจิกาขน2517 ตอนเช้าผู้ต้องขังส่วนใหญ่ปฏิเสธไม่ยอมเข้าท างานในโรงงานที่แดนอบรมและฝึกวิชาชีพ และ ต่อมาผู้ต้องขังในแดน 2 ,3 , 4 และ 5 ต่างก็พากันหยุดงาน ยกเว้นแดน 1 และแดน 6 ขังคงท างานตามปกตินายวิจิตร ทองค า ผู้ บัญชาการเรือนจ า (ในขณะนั้น) ได้ไปประชุมชี้แจงให้ผู้ต้องขังอยู่ในความสงบและหากมีความประสงค์ที่จะให้กรมราชทัณฑ์ กระทรวงมหาดไทย และรัฐบาลด าเนินการอย่างไร ก็ขอให้ร้องเรียนอย่างเป็นทางการและอย่างสงบเพื่อทางราชการจะได้ ด าเนินการตามระเบียบต่อไป ผู้ต้องขังแดน 2, 3, 4 และ 5 รวมทั้งสิ้น 710 คน ได้เข้าชื่อกันทูลเกล้าถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ขอให้มีการพระราชทานอภัยโทษเนื่องในโอกาสที่ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ วันที่9 และ 10 พฤศจิกายน 2517 ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ ผู้ต้องขังได้รับอนุญาตให้หยุดพักไม่ต้องท างาน จึงอยู่ในแดน ตามปกติแต่ในระหว่างนั้นก็มีการขว้างจดหมายข้ามก าแพงแคนชักชวนกันก่อเหตุร้าย ก่อความวุ่นวาย และต่างกลุ่มต่างก็คิด วางแผนแหกหักเรือนจ าในลักษณะต่างๆ กัน มีการติดโปสเตอร์ประท้วงรัฐบาลและต าหนิตัวบุคคลในคณะรัฐมนตรีต่อไปอีก ผู้ บัญชาการเรือนจ าประชุมชี้แจงผู้ต้องขัง ขอให้ตั้งอยู่ในความสงบ รอฟงัผลการทูลเกล้าถวายฎีกา เย็นวันนั้นผู้ต้องขังยินยอมขึ้น เรือนขังตามปกติเรือนจ าได้รับความร่วมมือจกผู้บัญชาการต ารวจภูธร และผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีส่งก าลังต ารวจมา เตรียมพร้อมเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ตลอดเวลา วันที่ 11 พฤศจิกายน 2517 เมื่อไขผู้ต้องขังลงจากเรือนขังแล้ว ผู้ต้องขังยังคงปฎิเสธไม่ยอมท างานตามเดิม ชุมนุมกัน ภายในแดน ผู้ต้องขังบางคนที่ไม่ร่วมมือด้วยได้แจ้งข่าวให้เจ้าพนักงานเรือนจ าทราบว่า ผู้ต้องขังส่วนใหญ่จะแหกหักที่คุมขัง แน่นอนและคิดจะจับเจ้าพนักงานเรือนจ าเป็นตัวประก้น หรือใช้เป็นที่ก าบังมิให้ถูกกระสุนจากเจ้าพนักงาน ผู้ต้องขังแดน 4 แดน 5 ได้ร้องขอให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ไปชี้แจง โดยขอชุมนุมรวมกันในแดน 2 ผู้บัญชาการเรือนจ าอนุญาตให้ผู้ต้องขังรวมกันและได้ รายงานอธิบดีกรมราชทัณฑ์ทราบ อธิบดีฯได้มอบหมายนายทวีชูทรัพย์รองอธิบดี(ในขณะนั้น) ไปประชุมชี้แจงแทน และก่อนที่ รองอธิบดีจะไปถึงผู้ต้องขังแดน 5 ได้กรูกันเข้าท าลายประตูแดนวิ่งออกจากแดนไปยังทิศต่างๆ กัน บางส่วนจะมาที่ประตูใหญ่ บางส่วนจะไปทางแดนประหารชีวิตด้านหลังเพื่อจะแหกหักหลบหนีและบางส่วนตรงเข้าทุบท าลายประตูแดน 2 เพื่อให้ผู้ต้องขัง แดน 2 ออกมาสมทบแหกหักเรือนจ าเป็นการใหญ่ผู้บัญชาการเรือนจ าสั่งให้ใช้อาวุธยิงขัดขวาง ผู้ต้องขังถูกกระสุนบาดเจ็บ 5 คน ที่เหลือวิ่งกลับเข้าไปในแดน และส่วนหนึ่งทุบท าลายประตูแคน 2 ส าเร็จ หลบหนีจากแนวกระสุนเข้าไปในแดน 2ประมาณ 10 คน เมื่อรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ไปถึง ได้ใช้เครื่องขยายเสียงขนาดเล็กขึ้นไปพูดที่ละแดนแจ้งให้ผู้ต้องขังทราบว่าทางราชการก าลัง พิจารณาเรื่องการจัดให้มีกฎหมายลดโทษหรือมีการอภัยโทษ แต่การลดหย่อนผ่อนโทษทุกกรณีจะท าได้ต่อเมื่อผู้ต้องขังประพฤติ


30 ตนดีหากก่อความวุ่นวายก็ยากที่จะได้รับการพิจารณา ผู้ต้องขังพึงพอใจ ปรบมือบ้างร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีบ้างเห็นวันนั้น ผู้ต้องขังแดน 4 และแดน 6 ยอมขึ้นเรือนขังตามปกติยอมให้ปิดประตูหัวท้ายเรือนขัง เท่านั้น ส่วนผู้ต้องขังแดนอื่นขึ้นเรือนขังตามปกติวันที่12 พฤศจิกายน 2517 เหตุการณ์รุนแรงขึ้น มีการขว้างปาจดหมายนัดแนะ จากแดนต่างๆ หากันไปมามากขึ้น เจ้าพนักงานเรือนจ าจับจดหมายที่ผู้ต้องขังติดต่อข้ามแดนส่งถึงกันได้และทราบว่าผู้ต้องขังได้ นัดแนะกันที่จะแหกหักเรือนจ า โดยก่อความวุ่นวายขึ้นในเรือนจ า ก่อนมีการเผาโรงทอผ้าในแดน 1 และแดน 2 พังประตูแดนไป รวมก าลังกัน เพื่อแหกหักหลบหนีให้จงได้ วันที่13 พฤศจิกายน 2517 ผู้ต้องขังแดน 1, 2, 3, 4 และแดน 5 อยู่ในความสงบ ยินยอมให้ตรวจค้นและมอบอาวุธ มีดเหล็กแหลมที่ท าขึ้นให้แก่เจ้าพนักงานทั้งหมด ส่วนผู้ต้องขังแดน 6 ไม่ยินยอมให้เจ้า พนักงานปฏิบัติงานตามหน้าที่ในการเข้าตรวจค้นเก็บอาวุธและอุปกรณ์หลบหนีสถานการณ์กลับตึงเครียดที่แดน 6 ผู้บัญชาการ เรือนจ าสั่งให้เจ้าพนักงานตรึงก าลังเตรียมความพร้อม วันที่14 พฤศจิกายน 2517 ผู้ต้องขังแดน 6 ยินยอมส่งมอบอาวุธและ อุปกรณ์การหลบหนีได้แก่ มืด เหล็กแหลม ไม้ยาว และเชือก โดยดีเหตุการณ์จึงได้สงบลง ลักษณะการก่อเหตุ ผู้ต้องขังได้รับบาดเจ็บ 5 คน มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก การระงับเหตุ: รองอธิบดีฯ ได้ใช้เครื่องขยายเสียงขนาดเล็กขึ้นไปพูดทีละแดนในเรื่องการ พิจารณาการจดัให้มีการลดโทษหรืออภยัโทษ บางส่วนยังคงขัดขืนไม่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นจึงตรึง ก าลังเตรียมความพร้อม รูปแบบการก่อเหตุ: เขียนค าขวัญ ติดโปสเตอร์ขว้างจดหมายนัดแนะการก่อเหตุประท้วงไม่ท างาน และชุมนุมกัน คิดแหกหกัหลบหนีและจบัเจ้าหน้าที่เป็นตัวประกันทุบท าลายประตูแดน ระยะเวลา: 8 วัน ข้อเรียกร้อง:ขอให้มีการพระราชทานอภัย โทษ


31 เรือนจ ากลางคลองเปรม 10 พฤศจิกายน 2517 สรุปเหตุการณ์ เวลา 19.00 น. ช่วงเวลาใกล้เคียงกับเหตุการณ์ที่เรือนจ ากลางบางขวาง โดยหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้เก็บ ผู้ต้องขังขึ้นตึกขังเรียบร้อยแล้ว ผู้ต้องขังได้ก่อความวุ่นวายส่งเสียงเอะอะ เคาะประตูเพื่อประท้วงและเรียกร้องให้ มีการพระราชทานอภัยโทษ เจ้าหน้าที่เรือนจ าได้เข้าไปชี้แจงขอร้องให้หยุดการกระท าก็ไม่ยอมหยุด ยังคงก่อ ความวุ่นวายส่งเสียงเอะอะอธิบดีกรมราชทัณฑ์และผู้บัญชาการต ารวจนครบาลเข้าไปตรวจเหตุการณ์และสั่ง เตรียมพร้อม โดยมีก าลังสนับสนุนต ารวจนครบาลมาเสริม เพื่อช่วยควบคุมสถานการณ์ตลอดเวลา วันที่ 1 พฤศจิกายน 2517 เมื่อปล่อยผู้ต้องขังลงจากตึกขังแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ประชุมชี้แจงขอร้องให้อยู่ในความสงบ จะ ต้องการสิ่งใดให้ท ารายงานเสนอมา ครั้นเวลาประมาณ 11.00 น.ผู้ต้องขังในแดนช่างไม้ได้ก่อความวุ่นวายขว้าง ปาเจ้าหน้าที่เรือนจ าและชักชวนบังคับผู้ต้องขังแดนอื่น รวมกันประมาณ 3,800 คน ท าลายทรัพย์สินของเรือนจ า แล้วจุดไฟเผาร้านค้าเสียหายทุบท าลายประตูหนึ่งของเรือนจ าและลูกกรงเหล็ก เพื่อจะแหกหักออกไป เจ้าหน้าที่ ได้สั่งให้หยุดก็ไม่ยอมหยุด จงึไดใ้ช้อาวุธปืนป้องกันการแหกหัก มีผู้ต้องขังได้รับบาดเจ็บ 3 คน บาดเจ็บเล็กน้อย 26 คน จึงสามารถควบคุมผู้ต้องขังกลับเข้าแดนได้ เมื่อผู้ต้องขังขึ้นตึกขังเรียบร้อยแล้ว เวลาประมาณ18.00 น. ผู้ต้องขังได้ก่อความวุ่นวายส่งเสียงเอะอะขึ้น เจ้าหน้าที่เข้าไปชี้แจงขอร้องให้หยุดก็ไม่ยอมหยุด จนถึงเวลา ประมาณ 03.00 น. เศษ การส่งเสียงเอะอะจึงค่อยเบาบางลง อธิบดีกรมราชทัณฑ์เข้าตรวจและสั่งการมิให้น าผู้ต้องขังลงจากตึกขัง ให้ส่งอาหารและน ้าให้แก่ผู้ต้องขังตามปกติ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2517 เวลา 07.00- 10.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบความเสียหายภายในแดนต่างๆ ปรากฎว่าผู้ต้องขังในแดนจักสาน (แดน 3) ได้แหกหักห้องขังช ารุดรวมทั้งหมด 14ห้อง ครั้นเวลาประมาณ 11.00 น. ผู้ต้องขังในแดนจักสานขังคงตะโกนขอให้มีการพระราชทานอภัยโทษประปราย และเวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ ได้เตรียมขนย้ายผู้ต้องขังในแดนจักสานไปคุมขังไว้ที่แดน 5 จ านวนทั้งสิ้น 400 คน เหตุการณ์ต่อมาอยู่ในความ สงบ วันที่ 13 พฤศจิกาขน 2517 เหตุการณ์จึงได้สงบลง ในการป้องกันและรกัษาการณ์ผูต้อ้งขังก่อความวุ่นวายครัง้นี้ เรือนจ าได้ระดมก าลังเจ้าพนักงานที่มีอยู่ทั้งหมด รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากกองบัญชาการต ารวจนครบาลส่ง เจ้าหน้าที่ต ารวจมาร่วมจ านวน 119 นาย


32 ลักษณะการก่อเหตุ ผู้ต้องขังได้รับบาดเจ็บ 3คน บาดเจ็บ เล็กน้อย 26 คน มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ระยะเวลา: 4วัน การระงับเหตุ: เจ้าหน้าที่ชี้แจงให้อยู่ในความสงบ และให้ทา รายงานเสนอสิ่งที่ต้องการรวมทั้งใช้ อาวุธปื นป้ องกันการแหกหัก เก็บผู้ต้องขังขึ้นบนเรือนนอนไม่ให้ลงจากเรือนนอนย้ายผู้ต้องขัง แดนจักสานไปยังแดน 5 รูปแบบการก่อเหตุ: ก่อความวุ่นวายส่งเสียงเอะอะเวลากลางคืนขว้างปาสิ่งของเผาท าลาย ทรพัย์สินของเรือนจา ทุบท าลายประตูเพื่อแหกหักหลบหนี ข้อเรียกร้อง:ขอให้มีการพระราชทาน อภัยโทษ


33 เรือนจ ากลางบางขวาง 4 สิงหาคม 2528 สรุปเหตุการณ์ เวลาประมาณ 10.00 น. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดงานวันพบญาติครั้งที่ 2 ของเรือนจ าฯ ผู้ต้องขังแดน 6 จ านวนหนึ่งไดร้่วมกันปลุกปนั่ยุยงผูต้ ้องขังภายในแดนให้ก่อความไม่สงบเพ่ือเรยีกร้องให้มกีารพระราชทานอภัย โทษ ต่อมาเหตุการณ์ได้มีการลุกลามไปในทุกๆ แดนผู้ต้องขังจากแคน 6 ซึ่งมีจ านวนประมาณ 1,000 คนเศษ ได้ ปีนก าแพงภายในระหว่างแดน เข้าไปท าลายกุญแจและเปิดให้ผู้ต้องขังแดน 4 และแดน 5 ลงจากตึกนอนให้ มาร่วมประท้วงเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ นักโทษแดน 1 , 2 และแดน 3 ซึ่งได้เก็บผู้ต้องขังขึ้นตีกนอนแล้ว ได้ ท าลายกุญแจตึกนอนเพื่อลงมาอยู่ภายในแดนของตนเองนายสวัสดิ์สรรเสริญ ผู้บัญชาการเรือนจ า (ในขณะนั้น) และนายประทิน ไกรสังข์หัวหน้าฝ่ายควบคุมและรกัษาการณ์พร้อมเจ้าพนักงานเรือนจ าได้พยายามเข้าระงับเหตุ และชี้แจงให้ผู้ต้องขังอยู่ในความสงบโดยให้ตั้งตัวแทนเข้าเจรจาแต่ผู้ต้องขังไม่ยินยอมและเรียกร้องขอพบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอกสิทธิจิรโรจน์เพื่อให้มีการเสนอขอพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องขัง และไม่เอาความผิดแก่ผู้ร่วมก่อการ ต่อมาเวลาประมาณ 21.00 น.รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวีระ มุสิกพงศ์ได้เข้ามาตรวจสอบถึงการก่อความไม่สงบของผู้ต้องขังภายในเรือนจ าและได้ร่วมกันวางแผน เพ่อืป้องกันเหตุรา้ยที่อาจจะเกิดขึ้น วันที่ 5 สิงหาคม 2528 ผู้ต้องขังขออาหารและน ้าดื่ม โดยสัญญาว่าจะอยู่ในความสงบ จนกระทั่งเวลา ประมาณ 20.00 น. แกนน าคนหนึ่ง คือ น.ช.รูป หรือน้อย กิจสุวรรณ หรือพุทธวงศ์ได้พยายามปีนก าแพงหลบหนี จึงได้ถูกขิงเสียชีวิตขณะที่ก าลังปืนก าแพง ซึ่งในช่วงเวลานั้นสถานการณ์ซึ่งไม่น่าไว้วางใจ เพราะแกนน าได้ ประท้วงขู่จะเผาโรงงานฝึกวิชาชีพทุกๆ แดนหากไม่มีการประกาศการพระราชทานอภัยโทษวันที่ 6 สิงหาคม 2528 เวลาประมาณ 09.00 น. สถานการณ์เริ่มตึงเครียด แกนน าประท้วงเริ่มไม่พอใและเริ่มวางเพลิงโดข น.ช. จ ารูญ อินทนนท์แกนน าประท้วงได้จุดไฟเผาโรงงานฝึกวิชาชีพ แคน 6 จนลุกโชติช่วง เจ้าพนักงานเรือนจ าจึงเข้า ระงับเหตุตามแดน และจุดต่างๆ โดยได้มีการแบ่งก าลังไว้อย่างเรียบร้อย ท าให้เรือนจ าสามารถควบคุม สถานการณ์ได้ในเวลาประมาณ 14.00 น. แต่ผู้ต้องขังแดน 6 ส่วนหนึ่งที่เป็นแกนน าก่อความไม่สงบ ได้หนีขึ้นไป บนเพดาน ตึกนอนแดน 6 น าพาอาวุธ เช่น เหล็กแหลม และอื่นๆขึ้นไปด้วย เจ้าหนักงานเรือนจ าและ


34 เจ้าหน้าที่ต ารวจสั่งให้วางอาวุธและมอบตัวแต่ผู้ต้องขังเหล่านั้นไม่ยินยอม ประกอบกับบนเพดานไม่มีแสงสว่ าง เจ้าหน้าที่ขึ้นไประงับเหตุถูกท าร้ายเกิดการต่อสู้ผู้ต้องขังถูกยิงเสียชีวิตจ านวน 6 คน ลักษณะการก่อเหตุ การระงับเหตุ: รมต.ช่วย มหาดไทย เข้าร่วมวางแผนระงับเหตุใช้อาวุธปื นเพื่อระงับการแหกหัก หลบหนีใช้เจ้าหน้าที่ต ารวจในการเข้าจู่โจมระงับเหตุ รูปแบบการก่อเหตุ: ปลุกปั ่นยุยงให้ก่อความไม่สงบจนลุกลามไปทุกแดนปี นก าแพงระหว่างแดนไป ทา ลายกุญแจเปิดผู้ต้องขงัแดนอื่นลงจากเรือนนอนมาร่วมประท้วง ขู่และเผาท าลายโรงงานฝึ ก วิชาชีพทุกแดน ผู้ต้องขังเสียชีวิต7คน มีการขอก าลังจากหน่วยงาน ภายนอก ระยะเวลา: 3วัน ข้อเรียกร้อง:ขอให้มีการพระราชทานอภัย โทษ


35 เร ื อนจา จง ั หวด ั ส ิ งหบ ์ รี ุ 13 พฤษภาคม 2543 สรุปเหตุการณ์ เวลาประมาณ 07.00 น. ผู้ต้องขังจ านวน 1,000 คน เศษ ได้ชุมนุมก่อการประท้วงโดยไม่ยอมรับประทาน อาหารเช้า และเรียกร้องให้เรือนจ าฯ แก้ไขในเรื่องต่างๆ เหตุการณ์ได้ด าเนินไปด้วยความสงบ ผู้ต้องขังชุมนุม รวมกันโดยไม่ยอมเคลื่อนย้ายไปรับการฝึกวิชาชีพ รับการศึกษาอบรมหรือประกอบกิจกรรมตามปกติและใน ระหว่างการประท้วงไม่มีการต่อสู้หรือใช้ก าลังแต่อย่างใด เป็นเพียงการนั่งรวมกัน เพื่อยื่นข้อเรียกร้องเท่านั้น และ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีรับปากว่าจะด าเนินตามข้อเรียกร้องให้เวลาประมาณ 14.00 น. เหตุการณ์ได้ ด าเนินมาจนกระทั่งเป็นที่ตกลงกันได้ว่า จะมีการพิจารณาด าเนินการตามข้อเรียกร้องต่างๆ ยกเว้นในเรื่องของ การย้ายผู้บัญชาการเรือนจ าๆ และผู้ต้องขังทั้งหมดได้ยินยอมที่จะแยกย้ายไประกอบกิจวัตรประจ าวันตามเดิม ลักษณะการก่อเหตุ ผู้ต้องขังได้รับบาดเจ็บ 5 คน มีการขอก าลังจากหน่วยงานภายนอก ระยะเวลา: 1วัน การระงับเหตุ: รองอธิบดีฯ ได้ใช้เครื่อง ขยายเสียงขนาดเล็กขึ้นไปพูดทีละแดน ในเรื่องการพิจารณาการจดัให้มีการลด โทษหรืออภัยโทษ บางส่วนยังคงขัดขืน ไม่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นจึงตรึงก าลัง เตรียมความพร้อม รูปแบบการก่อเหตุ: ไม่ยอมรับประทาน อาหารเช้านั ่งรวมกันเพื่อประท้วง ข้อเรียกร้อง: 1. การให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ต้องขัง 2. การขายสินค้าในร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง 3. สิ่งของที่ญาติน ามาฝาก 4. พสัดุที่ญาติส่งมาฝาก 5. การเยี่ยมญาติ 6. การใช้แรงงานผู้ต้องขัง 7. ขอให้ย้ายผู้บัญชาการเรือนจ าฯ


36 ทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช 18 ธันวาคม 2543 สรุปเหตุการณ์ เวลาประมาณ 07.00 น. ผู้ต้องขังของทัณทสถานฯ โดยในระหว่างรับประทานอาหารเช้า แกนน าผู้ต้องขัง ได้โยนจานอาหารเพื่อเป็นสัญญาณเริ่มการประท้วงผู้ต้องขังทั้งหมดพร้อมใจกันไม่รับประทานอหารและขอเจรจา ยื่นข้อเรียกร้องกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชเท่านั้น และได้ด าเนินการชุมนุมประท้วงแบบสันติวิธี แต่เมื่อเหตุการณ์ด าเนินไป ได้เกิดการบานป ลาย เมื่อมีผู้ต้องขังบางกลุ่มเข้าท าลายร้านสงเคร าะห์ และน าสินค้าออกมาแบ่งกันรับประทาน บางกลุ่มเข้าไปยังโรงงานฝึกวิชาชีพและน าทินเนอร์ออกมาคม ซึ่งกลุ่ม ผู้ต้องขังที่เป็นแกนน าไม่สามารถที่จะควบคุมสถานการณ์ได้ต่อมาทัณฑสถานฯ ได้ขอก าลังสนับสนุนจากกอง ก ากับการต ารวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราช เพ่ือตรึงก าลังป้องกันการแหกหกหลบหนีเหตุการณ์ด าเนินไป จนกระทั่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์เดินทางมายังทัณฑสถานฯ เพื่อประชุมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และเจรจากับ ผู้ต้องขังเพื่อรับข้อเรียกร้อง กลุ่มผู้ประท้วงจึงยอมสลายตัว ลักษณะการก่อเหตุ ผู้ต้องขังได้รับบาดเจ็บ 5 คน มีการขอก าลังจากหน่วยงานภายนอก ระยะเวลา: 1วัน การระงับเหตุ: อธิบดีกรมราชทณัฑ์ได้ ประชุมเจ้าหน้าที่และเจรจากับผู้ต้องขัง เพื่อรับข้อเรียกร้องกลุ่มผู้ประท้วงจึง สลายตัว รูปแบบการก่อเหตุ : ยืนชุมนุมประท้วงโดย สันติบางกลุ่มเข้าท าลายร้านสงเคราะห์และ น าสิ นค้าออกมาแบ่งกันรับประทาน บาง กลุ่มเข้าไปยังโรงงานฝึ กวิชาชีพและน าทิน เนอร์ออกมาดม กลุ่มแกนน าไม่สามารถ ควบคุมสถานการณ์ได้ ข้อเรียกร้อง : 1. สวัสดิการด้านอาหารลี้ยงผู้ต้องขังไม่มีคุณภาพ 2. ราคาสิ นค้าในร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขังมี ราค า แพงกว่าท้องตลาด 3. ไม่มีโทรทัศน์ส าหรับผู้ต้องขังบนเรือนนอน 4. อุปกรณ์กีฬาไม่เพียงพอ 5. ไม่ได้รับเงินปันผลจากการท างาน 6. ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ในเรื่องการล ดวัน ต้องโทษและพักการลงโทษ 7. ไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่บางคนที่มีความเข้มง วด ต่อกฎ ระเบียบ 8. เจ้าหน้าที่พูดจาดูถูกเหยียดหยามต่อผู้ต้องขัง เป็ นเหตุให้ผู้ต้องขังเกิดความเครียด 9. ขอให้ย้ายผู้อ านวยการทัณฑสถานฯ


37 เรือนจ าอ าเภอทุ่งสง 13 พฤษภาคม 2543 สรุปเหตุการณ์ เวลาประมาณ 07.30 น. ระหว่างเวลาที่ผู้ต้องขังทั้งหมดก าลังอยู่ที่โรงเลี้ยงเพื่อตรียมตัวรับประทานอาห าร ได้มีผู้ต้องขังจ านวนหนึ่งขว้างจานข้าวเพื่อเป็นสัญญาณก่อการประท้วง โดยมีผู้ต้องขังที่เป็นแกนน า ขึ้นมาพูด เพื่อชักวนให้ผู้ต้องขังอื่นๆ ไม่ให้รับประทานอาหารและให้ผู้ต้องขังทั้งหมดรวมตัวกันประท้วง เพื่อเรียกร้องขอ ความเป็นธรรมจากความไม่ถูกต้องในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังของเรือนจ าฯ โดยต้องการยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้ว่า ราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชให้ค าเนินการแก้ไขปรับปรุง เวลาประมาณ 10.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่า ราชการจังหวัด นายอ าเภอทุ่งสง ผู้ก ากับการและรองผู้ก ากับการต ารวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทาง มาถึงเรือนจ า เพื่อเจรจากับกลุ่มผู้ต้องขังที่ก าลังชุมนุมประท้วงอยู่ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้กล่าวปราศัยจะ ยินยอมท าตามข้อเรีขกร้องต่างๆ แต่กลุ่มผู้ต้องขังไม่ยอมรับเนื่องจากไม่เชื่อว่าเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ตัวจริง จึงได้เรียกร้องขอพบกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์ต่อไป ระหว่างนั้นได้มีผู้ต้องขังบางส่วนท าลายทรัพย์สิน โดยเข้าไป ยังโรงงานฝึกวิชาชีพ น าไม้มาก่อไฟและบางส่วนน าทินเนอร์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการฝึกวิชาชีพออกมาดม และเกิด อาการมึนเมา รวมทั้งได้ชักน าให้ผู้ต้องขังแดนหญิงออกมาร่วมประท้วงด้วย เหตุการณ์ได้ด าเนินไปโดยไม่มีการ บานปลายแต่อย่างไร เวลาประมาณ 19.00 น. อธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้เดินทางถึงเรือนจ าฯ และได้ปราศัยกับกลุ่มผู้ต้องขังที่ ชุมนุมประท้วงและขอให้เจรจากันอย่างสันติวิธีโดขใช้เหตุผลในการท าการตกลง ทั้งนี้อธิบดีได้แจ้งให้ผู้ต้องขัง ทราบอีกว่า จะด าเนินการพิจารณาข้อเรียกร้องต่างๆ ตามอ านาจหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะกระท าได้ โดย ผู้ต้องขังทั้งหมดได้ยอมรับตามเงื่อนไขและยินยอมที่จะสลายการประท้วง จากนั้นได้กลับเข้าไปรับประทานอาหาร ภายหลังเหตุการณ์สงบ เจ้าหน้าที่เรือนจ าและชุดปฏิบัติการพิเศษจากเขต 8 ได้เข้าเคลียร์พื้นที่เพื่อท าการตรวจ ค้นตัวผู้ต้องขังก่อนขึ้นเรือนนอน เพื่อมิให้ชุกซ่อนอาวุธสิ่งของต้องห้ามขึ้นไปบนเรือนนอน


38 ลักษณะการก่อเหตุ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ -เสียชีวิต มีการขอก าลังจากหน่วยงานภายนอก ระยะเวลา: 1วัน การระงับเหตุ: อธิบดีกรมราชทณัฑ์ ปราศัยกับกลุ่มผู้ประท้วงและจะ ดา เนินการตามข้อเรียกร้องเท่าที่จะทา ได้ผู้ต้องขงัจึงยินยอมสลายการ ประท้วง รูปแบบการก่อเหตุ: ขว้างจานข้าวเป็น สญัญาณเริ่มการประท้วง มีแกนน าพูด ชักชวนผู้ต้องขังอื่นให้เข้าร่วมประท้วง ข้อเรียกร้อง: 1. ให้เรือนจา ดา เนินการปรบัปรงุคุณภาพของ อาหารจัดเลี้ยงผู้ต้องขัง 2. คุณภาพของยาและการรักษาพยาบาล 3. มีการรีดไถให้ญาติซื้อสินค้าจาก ร้าน สงคราะห์ฝากให้ผู้ต้องขังแต่เมื่อน าใบเสร็จไป เบิกของกลบัไม่มีสินค้าจ่ายให้ 4. ไม่เปิดราขการโทรทศัน์ให้ผู้ต้องขงัชม อีก ทั้งต้องเสียค่าดูมวย 5. การติดต่อทางจดหมายกบัญาติเป็นไปดว้ย ความล่าช้า 6. น ้าดื่ม น ้าอาบไม่เพียงพอ 7. ให้ดา เนินการตรวจสอบการทุจริตจากการ ฝึกวิชาชีพ 8. เรือนจ าไม่ด าเนินการเกี่ยวการพกัการ ลงโทษและลดวันต้องโทษจ าคุกของผู้ต้องขัง ให้เป็นไปตามกฎหมาย 9. สวสัดิการด้านการกีฬาไม่เพียงพอ 10. ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขงัได้เล่นกีพา 11. การเยี่ยมญาติ 12. ขอให้ย้ายผู้บัญชาการเรือนจ าฯ


39 เรือนจ ากลางลพบุรี 24 กันยายน 2548 สรุปเหตุการณ์ เวลาประมาณ 16.30 น. ผู้ต้องขัง 1,400 คน ได้ก่อความไม่สงบขึ้นเนื่องจากไม่พอใจที่เรือนจ าได้ทดลองลด ปริมาณการใช้น ้าลง โดยผู้บัญชาการเรือนจ า ได้เข้าชี้แจงท าความเข้าใจกับผู้ต้องขังแต่ผู้ต้องขังไม่รบัฟัง ได้โห่ร้องและก่อความไม่สงบขึ้น ทางเรือนจ าได้ประกาศให้ผู้ต้องขังที่ไม่เกี่ยวข้องขึ้นเรือนนอน ผู้ต้องขังส่วนใหญ่ ให้ความร่วมมือ ยังคงมีผู้ต้องขังซึ่งเป็นวัยรุ่นจ านวน 300- 400 คน ที่ไม่ยอมหยุด และได้เข้าไปในโรงงานฝึก วิชาชีพเพื่อน าทินเนอร์มาสูดดมท าให้เกิดอาการมึนเมา คึกคะนองและรวมตัวกันกบลายเป็นม็อบ ผู้ต้องขังอีก จ านวนหนึ่งที่ไม่เกี่ยวข้องและได้เข้ามาเป็นฝ่ายเจ้าหน้าที่รับไปเจรจากับผู้ต้องขังอื่นๆ หลังจากเหตุการณ์ยุ ติ เรือนจ าเสียหายเป็นจ านวนเงิน1,101,070.61บาท ลักษณะการก่อเหตุ มีการขอก าลังจากหน่วยงานภายนอก ผู้ต้องขังได้รับบาดเจ็บ 2คน ระยะเวลา: 1วัน การระงับเหตุ: เจรจากับผู้ต้องขัง สนธิ ก าลังร่วมกับหน่วยงานภายนอกในการ ระงับเหตุ รูปแบบการก่อเหตุ: ประท้วงส่งเสียงโห่ ร้อง ทา ลายทรพัย์สิน ข้อเรียกร้อง: 1. ปรบัปรงุน ้ากินน ้าใช้ให้เพียงพอ 2. แก้ไขข่าวว่าผู้ต้องขังไม่ได้เรียกร้องขอ เล่นการพนัน 3. ขอให้ย้ายหัวหน้ าฝ่ า ยควบคุ ม และ รักษาการณ์และผู้บัญชาการ


40 เรือนจ ากลางคลองไผ่ 10 กันยายน 2551 สรุปเหตุการณ์ เวลา 08.00 น.หลังจากเคารพธงชาติแล้วผู้ต้องขังแดน 3 ได้รวมตัวกันประมาณ 100 คน ท าการประท้วงไม่ เข้ากองงานส่งเสียงโห่ร้อง สาเหตุเนื่องจากไม่พอใจที่เรือนจ าได้ประกาศห้ามไม่ให้มีการส่งพัสดุ ไปรษณียภัณฑ์ และรับของฝากจากญาติที่ส่งมาจากทางบ้าน เจ้าหน้าที่พยายามเข้าเจรจากับผู้ต้องขังแต่ไม่ส าเร็จ เนื่องจาก ผู้ต้องขังไม่ยอมตั้งตัวแทนออกมาเจรจาและยังชักชวนผู้ต้องขังแดนอื่นๆเข้าร่วมประท้วงด้วย เวลา 11.00 น. ผู้ต้องขังแดน 3 ได้ส่งตัวแทนออกมา 2 คน เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกประกาศเรือนจ าฯ เวลา 13.00 น. ผู้บัญชาการเรือนจ า ให้ผู้ต้องขังส่งตัวแทนออกมาแดนละ 5 คน เพื่อร่วมเจรจา แต่แดน 3 ส่งตัวแทนออกมาเพียง 1 คน ผลการเจรจาปรากฏว่า ผู้ต้องขังแดน 1 และ2 ยอมตกลงจะสลายการชุมนุม เพื่อ แลกกับการยกเลิกประกาศเรือนจ าฯ เวลา 15.00 น. ผู้ต้องขังได้แยกย้ายกันไปปฏิบัติภารกิจของตน และเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ไม่สามารถน าผู้ต้องขังแดน 2 และ 3 ขึ้นเรือนนอนได้ เนื่องจากมีกลุ่มผู้ต้องขังที่ ไม่พอใจท าการปิดกั้นไม่ให้ผู้ต้องขังคนอื่นๆขึ้นเรือนนอน เวลา 18.00 น. รองผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าเจรจากับกลุ่มผู้ต้องขังที่ยังไม่ขึ้นเรือนนอน แต่ไม่ส าเร็จ เวลา 20.15 น. ผู้ต้องขังแดน 2 ใช้ก าลังท าลายรั้วบริเวณโรงงานและน าทินเนอร์ที่อยู่ภายในโรงงานมาแบ่ง กันสูดดมจนเกิดอาการมึนเมา เวลา 20.30 น. นายธนพัฒน์ จันทรปรรณิก และนายฐานิส ศรียะพันธ์รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์เข้า บัญชาการและระงับเหตุ จนกระทั่งเวลา 05.00 น. ได้สั่งการให้น าก าลังเจ้าหน้าที่จาก เรือนจ าและทัณฑสถาน ต่างๆ ชุดปฏิบัติการพิเศษ และเจ้าหน้าที่ต ารวจในพื้นที่เข้าเจรจาในเวลา 10.30 น.ของวันที่ 11 ก.ย. 52 เหตุการณ์ได้สงบเรียบร้อย เรือนจ าได้ย้ายผู้ต้องขังตามค าร้องขอ จ านวน 38 คน ไปยังเรือนจ ากลางพิษณุโลก เรือนจ ากลางคลองเปรม เรือนจ ากลางนครสวรรค์เรือนจ าจังหวัดสระบุรีและเรือนจ าจังหวัดชัยภูมิ


41 ลักษณะการก่อเหตุ มีการขอก าลังจากหน่วยงานภายนอก ระยะเวลา: 2วัน การระงับเหตุ: เจรจากับผู้ต้องขัง สนธิ ก าลังร่วมกับหน่วยงานภายนอกในการ ระงับเหตุ รูปแบบการก่อเหตุ: ประท้วงไม่เข้ากอง งานส่งเสียงโห่ร้อง เพื่อเรียกร้องให้ ยกเลิกประกาศเรือนจา ฯ ข้อเรียกร้อง:การส่งพัสดุไปรษณียภัณฑ์ และรบัของฝากจากญาติที่ส่งมาจากทาง บ้าน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ -เสียชีวิต


42 เรือนจ ากลางคลองไผ่ 13 พฤศจิกายน 2552 สรุปเหตุการณ์ เวลา 12.00 น. ผู้ต้องขังแดน 1 ได้ก่อเหตุประท้วงเจ้าหน้าที่เรือนจ าฯ บริเวณใต้ถุนเรือนนอน จากนั้นตะโกน ให้ผู้ต้องขังแดน 3 ร่วมประท้วงด้วย เวลา 12.45 น. ผู้ต้องขังแดน 3 งัดห้องเก็บพัสดุและท าลายประตูที่จะผ่านเข้าไปในห้องผู้ต้องขังซอย เวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่เข้าเก็บผู้ต้องขังขึ้นเรือนนอน แต่ผู้ต้องขังไม่ยินยอม ผบ.รจ. จึงสั่งชุดปราบจลาจล เข้าควบคุมสถานการณ์และให้ผู้ต้องขังแดน 1 ส่งตวัแทนมาเจรจาที่ฝ่ายควบคุม แต่ผู้ต้องขังไม่ยอมส่งตัวแทน ออกมาเจรจา และไม่ได้แจ้งสาเหตุที่ประท้วง ส่วนผู้ต้องขังแดน 3 ได้ส่งตัวแทนจ านวน 2 คน เข้าเจรจาต่อรอง เวลา 14.00 น. ผู้ต้องขังแดน 1 ขอเจรจากับอธิบดีกรมราชทัณฑ์เพียงคนเดียว โดยผบ.รจ. ,ทสก. อุตสาหกรรมเขาพริก ,ผบ.รจก.นครราชสีมา เข้าเจรจาแต่ไม่เป็นผล เวลา 15.22 น. นายกอบเกียรติกสิวิวัฒน์รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ฝ่ายวิชาการ เข้าเจรจากับผู้ต้องขังแดน 1 แต่ไม่เป็นผล จึงสั่งเตรียมความพร้อมสลายการประท้วง โดยรอง อรท. ประกาศให้ผู้ต้องขังที่ไม่เกี่ยวข้องขึ้น เรือนนอนภายใน 10 นาทีถ้าไม่ขึ้นจะน าก าลังเข้าสลายการประท้วง ปรากฏว่าผู้ต้องขังแดน 1 ไม่ปฏิบัติตาม แต่ผู้ต้องขังแดน 3 ยอมขึ้นเรือนนอนหลังรับประทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว เวลา 16.00 น. นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์เดินทางถึงเรือนจ าฯ ขณะที่เจ้าหน้าที่ เตรียมพร้อมเข้าสลายการประท้วง โดยมีเจ้าหน้าที่ต ารวจสถานีต ารวจภูธรสีคิ้ว เข้าร่วมปฏิบัติการด้วย ซึ่งรอง อรท. ได้เข้าเจรจาเป็นครั้งสุดท้ายประกาศให้เวลาอีก 5 นาทีให้ผู้ต้องขังแดน 1 ขึ้นเรือนนอนเมื่อครบก าหนดจะ เริ่มสลายการประท้วงทันที ปรากฏว่าผู้ต้องขังที่ยืนประท้วงอยู่วิ่งแตกกระจายขึ้นเรือนนอนพร้อมกับขว้างปา สิ่งของใส่เจ้าหน้าที่เป็นระยะ สุดท้ายเจ้าหน้าที่สามารถน าผู้ต้องขังขึ้นเรือนนอนได้ทั้งหมด เมื่อเข้าเคลียร์พื้นที่พบ เหล็กแหลมบางส่วน และมีผู้ต้องขังบาดเจ็บจากการประท้วงครั้งนี้จ านวน 1 คน เวลา 17.00 น. เหตุการณ์ยุติ


43 ลักษณะการก่อเหตุ มีการขอก าลังจากหน่วยงานภายนอก ระยะเวลา: 1วัน การระงับเหตุ: เจรจาให้ผู้ต้องขังขึ้น เรือนนอนมิเช่นนัน้จะน ากา ลงัเข้าสลาย การประท้วง รูปแบบการก่อเหตุ: ก่อเหตุประท้วง เจ้าหน้าที่เรือนจ าฯบริเวณใต้ถนุเรือน นอน จากนั้นตะโกนให้ผู้ต้องขังแดน3 ร่วมประท้วงด้วย ข้อเรียกร้อง: 1. ยกเลิกการจา กดัจา นวนการเบิกบุหรี่ซึ่งให้ จ่ายได้วันละ 5 ซองเนื่องจากบุหรี่เป็นสิ่งที่ ผู้ต้องขงัใช้ชา ระหนี้แทนเงินสด 2. ยกเลิกคา สงั่ที่มิให้ผู้ต้องขงัขึ้นไปบน โรงงานฝึกวิชาชีพเวลาพกักลางวนัเพราะ ผู้ต้องขังที่รับจ้างเย็บอวนแทนผู้ต้องขังคน อื่น ท างานไม่ทัน ท าให้ผู้ต้องขังที่จ้างเย็บ อวนเดือดร้อนเพราะไม่มียอดส่ง 3. ขอดูโทรทศัน์เกินเวลาที่กรมฯกา หนดซึ่ง กรมฯ ก าหนดไว้ 3 ทุ่ม ขอดูต่อถึง 4 ทุ่มและ ขอดูข่าวด้วย 4. ขอให้ย้ายเจ้าหน้าที่จ านวน 3คน ผู้ต้องขังได้รับบาดเจ็บ 1 คน


44 เรือนจ าจังหวัดตรัง 6 กุมภาพันธ์2555 สรุปเหตุการณ์ เวลาประมาณ 07.30 น. ขณะเจ้าหน้าที่รวมแถวผู้ต้องขังเพื่อเตรียมตัวเคารพธงชาติ ได้มีกลุ่มผู้ต้องขัง แดน 2 ประมาณ 200 คน ก่อความไม่สงบขึ้น โดยได้ทุบท าลายห้องปฏิบัติงานและห้องพักเวรยามของเจ้าหน้าที่ แล้วน าวัสดุอุปกรณ์มาเผาท าลาย ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้ประกาศให้ผู้ต้องขังหยุดการท าลายและเผาทรัพย์สิน ของทางราชการ รวมทั้งยุติการก่อความไม่สงบภายในเวลา 12.00 น. แต่กลุ่มผู้ต้องขังไม่ยอมหยุด มีผู้ต้องขัง บางส่วนท าลายประตูโรงงานฝึกวิชาชีพ และน าวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือมาเป็นอาวุธในการก่อความไม่สงบ ผู้ว่า ราชการจังหวัดจึงสั่งให้ก าลังหน่วยงานความมั่นคง จ านวน 200 นาย เข้าควบคุมพื้นที่ภายในเรือนจ า เพ่อืป้องกัน กลุ่มผู้ต้องขังที่ก่อเหตุท าการแหกหัก และขยายพื้นที่ก่อเหตุร้ายไปยังแดน 1 ต่อมากลุ่มผู้ต้องขังที่ก่อเหตุได้ข อ เจรจาและยื่นข้อเรียกร้องเป็นเอกสาร จ านวน 8 ข้อ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดตรังเป็นผู้รับเอกสารข้อเรียกร้อง แล้ว ให้ทางเรือนจ าฯ พิจารณาด าเนินการตามอ านาจหน้าที่ เวลาประมาณ 12.00 น.เศษ กลุ่มผู้ต้องขังที่ก่อเหตุ บางส่วนน าวัสดุ ไม้ออกมาเตรียมการ และน าทินเนอร์จากโรงงานฝึกวิชาชีพ มาให้ผู้ต้องขังคนอื่นๆ สูดดมจน เกิดอาการมึนเมา และโห่ร้องเสียงดังเป็นระยะๆ เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่เรือนจ า/ทัณฑสถาน เขต 9 ประมาณ 60 นาย ได้เข้าไปภายในเรือนจ าเพื่อควบคุมผู้ต้องขังขึ้นเรือนนอน ผู้ต้องขังส่วนหนึ่งได้ขึ้นเรือนนอน แต่กลุ่มผู้ต้องขังที่ก่อเหตุขึ้นไปน าผู้ต้องขังอื่นลงมาจากเรือนนอนและให้ไปรวมตัวกันที่กลางสนามเหมือนเดิม ผู้ บัญชาการเรือนจ าจังหวัดตรัง และผู้บัญชาการเรือนจ า/ผู้อ านวยการทัณฑสถาน เขต 9 น าก าลังเจ้าหน้าที่ต ารวจ ประมาณ 200 นาย เข้าไปภายในแดน 2 และสามารถน าผู้ต้องขังกลับขึ้นเรือนนอนได้โดยไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น


45 ลักษณะการก่อเหตุ มีการขอก าลังจากหน่วยงานภายนอก ระยะเวลา: 2วัน การระงับเหตุ: ผู้บัญชาการเรือนจ า จังหวัดตรัง และผู้บัญชาการเรือนจ า/ผู้ อ านวยการทัณฑสถานเขต 9 น าก าลัง เจ้าหน้าที่ต ารวจ ประมาณ200 นาย เข้า ไปภายในแดน 2 และสามารถน า ผู้ต้องขังกลับขึ้นเรือนนอนได้โดยไม่มี เหตุร้ายเกิดขึ้น รูปแบบการก่อเหตุ: ทุบท าลายห้อง ปฏิบตัิงานและห้องพกัเวรยามของ เจ้าหน้าที่แล้วน าวัสดุอุปกรณ์มาเผา ท าลาย บางส่วนน าวัสดุไม้ออกมา เตรียมการและน าทินเนอร์จากโรงงาน ฝึกวิชาชีพ มาให้ผู้ต้องขังคนอื่นๆสูดดม จนเกิดอาการมึนเมา และโห่ร้องเสียงดัง เป็นระยะๆ ข้อเรียกร้อง:ยื่นข้อเรียกร้องเป็นเอกสาร จ านวน 8 ข้อ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ -เสียชีวิต


46 เรือนจ าจังหวัดสงขลา 8 มิถุนายน 2558 สรุปเหตุการณ์ เมื่อวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2558 เวลาประมาณ 07.00 น. ผู้ต้องขังประมาณ 700 คน ได้ก่อเหตุประท้วง โดยได้โยนจานอาหาร ยึดร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง พร้อมทั้งไล่เจ้าหน้าที่ออกไปนอกเรือนจ าและยื่นข้อเรียกร้อง สืบเนื่องจากวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2558 ผู้บัญชาการเรือนจ าจังหวัดสงขลา ได้เข้าไปพูดคุยกับผู้ต้องขังถึง นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เกี่ยวกับการจัดระเบียบเรือนจ า ผู้บัญชาการเรือนจ าจังหวัดสงขลา ได้ เข้าเจรจากับตัวแทนผู้ต้องขัง สถานการณ์ได้เบาบางลง โดยผู้ต้องขังบางส่วนยอมอยู่ในความสงบ แต่คงมี บางส่วนประมาณ 50 คน ยังก่อความไม่สงบอยู่โดยได้มีการเผาที่นอน และท าลายรั้วกั้นระหว่างแดน และได้มีการ ยื่นข้อเรียกร้องเพิ่มเติมอีก 4 ข้อ ซึ่งในขณะที่เกิดเหตุประท้วงในเรือนจ า ญาติผู้ต้องขังกว่า 100 คน ที่มาเยี่ยม ผู้ต้องขังได้ทราบข่าวและกลัวว่าเจ้าหน้าที่จะใช้ความรุนแรงกับผู้ต้องขังประกอบกับเจ้าหน้าที่แจ้งว่างดการเยี่ยม ญาติและให้ญาติรอนอกเรือนจ าญาติผู้ต้องขังจึงได้รวมตัวกันประท้วงขอเข้าไปในเรือนจ า และเรียกร้องให้ เรือนจ าฯ ปรับปรุงแก้ไขปัญหาความแออัด เนื่องจากได้เคยทราบข้อมูลปญัหาดงักล่าวจากผูต้ ้องขังที่อยู่ใน เรือนจ า เรือนจ าจังหวัดสงขลา ได้ประสานขอก าลังเจ้าหน้าที่จ า ทหาร ต ารวจ อาสารักษาดินแดน รวมทั้งสิ้น 297 จากเรือนจ าข้างเคียง 36 คน เพื่อช่วยควบคุมสถานการณ์โดยแม่ทัพภาค 4 ได้เดินทางมาให้ค าปรึกษาและแก้ไข ปัญหาร่วมกับเรือนจ าฯ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผู้บริหารเหตุการณ์ ประกอบด้วย พลโททิวะพร ชะนะพะเนาว์และรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์จ านวน 2 ท่าน โดยการแก้ไขสถานการณ์ ด้านนอกเรือนจ า รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้เข้าเจรจากับญาติผู้ต้องขัง และได้น าตัวแทนญาติจ านวน 5 คน เข้า ไปดูสถานการณ์ภายในเรือนจ า จากนั้นได้เจรจากับผู้ต้องขังในเรือนจ า เพื่อให้เข้าใจถึงนโยบายการจัดระเบียบ เรือนจ า รวมทั้งให้สัญญาว่าจะปรับปรุงระบบการเยี่ยมญาติปรับปรุงล็อคเกอร์ระบบการท างานให้ดีขึ้น เหตุการณ์ประท้วงได้ยุติลงเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. โดยผู้ต้องขังได้ขึ้นเรือนนอนเป็นที่เรียบร้อย


47 ลักษณะการก่อเหตุ มีการขอก าลังจากหน่วยงานภายนอก ระยะเวลา: 1วัน การระงับเหตุ: ขอก าลังเจ้าหน้าที่จ า ทหาร ต ารวจ อาสารกัษาดินแดนรวม ทงั้สิ้น 297 จากเรือนจ าข้างเคียง36คน เพื่อช่วยควบคุมสถานการณ์โดยแม่ทัพ ภาค 4ได้เดินทางมาให้คา ปรึกษาและ แก้ไขปัญหาร่วมกับเรือนจ าฯ รวมทั้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รูปแบบการก่อเหตุ: เผาที่นอนและ ท าลายรั้วกั้นระหว่างแดน ข้อเรียกร้อง: 1. ขอพบผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้บัญชาการ เรือนจ าจังหวัดสงขลา 2. ขอใช้ถุงกระสอบเพื่อรองนั ่ง 3. ให้ย้ายผู้บัญชาการเรือนจ าจังหวัดสงขลา 4. การเยี่ยมญาติ 5. การถกูล่วงละเมิดล้วงทวารเมื่อกลบัจาก ศาล 6. เครื่องนุ่งห่ม 7. คอกหมูเนื่องจากผู้ต้องขังนับถือศาสนา อิสลาม เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ3คน ได้แก่ เจ้าหน้าที่เรือนจ า1คน อาสารักษา ดินแดน 1 คน เจ้าหน้าที่นาวิกโยธิน1 คน ผู้ต้องขังบาดเจ็บ8 คน เสียชีวิต 1 คน


48 บทสรุป


49 สรุปภาพรวมการก่อจลาจลแหกหักหลบหนี และจลาจลเรียกร้อง


Click to View FlipBook Version