The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสร้างเครื่องมือวัดผลด้านทักษะพิสัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การสร้างเครื่องมือวัดผลด้านทักษะพิสัย

การสร้างเครื่องมือวัดผลด้านทักษะพิสัย

Keywords: การสร้างเครื่องมือวัดผลด้านทักษะพิสัย

เสนอ ดร.รอง ปัญสังกา การสร้างเครื่องมือวัดผล ด้านทักษะพิสัย วิชา ED509 หลักสูตรการสอน การวัด และประเมินผลการเรียนรู้ หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา การบริหารการศึกษา วิทยาลัยสันตพล


สมาชิกในกลุ่ม นางสาวเสาวภา ปัญญาสวัสดิ์ 6620811101 นางสาวมณีรัตน์ พันล าภักดิ์ 6620811102 นายพิชัย นักผูก 6620811114 นางสาววาสนา โสดาวิชิต 6620811116 นายศุภณัฐ โตสุข 6620811132


พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 6 กล่าวถึง ความมุ่งหมายหรือเป้าหมาย ของการจัด การศึกษาไว้ว่า “การจัดการศึกษาต้องเป็นไป เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่ สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรม และ วัฒนธรรมในการด ารงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข” (ส านักงาน ปฏิรูปการศึกษา, 2545) จากความมุ่งหมายดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่า เป้าหมายของการจัดการศึกษา มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้สมบูรณ์พร้อมใน 3 ด้าน ที่มาของการศึกษาพฤติกรรมด้านทักษะพิสัย


การพัฒนาผู้เรียน 3 ด้าน ทักษะพิสัย จิตพิสัย พ ุ ทธ ิ พส ิั ย


พฤติกรรมทางด้านทักษะพิสัย (Psychomotor domain) คือ พฤติกรรมของมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับ ความสามารถในการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายในการปฏิบัติหรือ การท ากิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งเป็นการประสาน การท างานของสมองหรือสติปัญญาและ กล้ามเนื้อ


ธรรมชาติของการวัดทักษะพิสัย เป็นการวัดโดยใช้สถานการณ์เพื่อทดสอบการปฏิบัติงานของผู้เรียน ลักษณะงานที่ให้ท าแตกต่างกัน วิธีการวัดย่อมแตกต่างกัน เป็นการวัดกระบวนการในการปฏิบัติงาน (Process) และผลผลิต (Product) การบริหารการสอบ ผู้สอนต้องมีโอกาสสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน อย่าง ใกล้ชิด


Resource name 1 Resource name 2 แหล่งข้อมูล ใช้หน้านี้เพื่อแสดงรายการเอกสารที่จ าเป็น ส าหร ั บหล ั กส ู ตรซ ึ ่ งรวมถ ึ งหน ั งส ื อ ซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ Resource name 3 Resource name 4


การวัดพฤติกรรมด้านทักษะพิสัย? คือ การวัดที่ให้ผู้เรียนแสดงพฤติกรรมการปฏิบัติ ให้ดู โดยใช้ความสามารถทางสมองหรือทางกาย หรือทั้งสองอย่างก็ได้ เพื่อให้ผู้สอนได้ตัดสินระดับ ความสามารถในการปฏิบัติของผู้เรียนว่ามีความ ถูกต้องในกระบวนการปฏิบัติหรือไม่


จุดมุ่งหมายของการวัดทักษะพิสัย เพื่อตรวจสอบความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาทางทฤษฎี เพื่อตรวจสอบหรือประเมินกระบวนการปฏิบัติงาน เพื่อประเมินผลผลิตหรือผลงานที่เกิดจากกระบวนการปฏิบัติ เพื่อประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติที่ผู้เรียนแสดงออกในขณะปฏิบัติงาน


กระบวนการวัดพฤติกรรมด้านทักษะพิสัย •ก าหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ •ก าหนดงานให้ผู้เรียนปฏิบัติ •ก าหนดเงื่อนไขหรือสถานการณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน •วิเคราะห์งานเพื่อก าหนดคุณลักษณะที่ใช้ในการวัดทักษะ •ก าหนดวิธีการวัดและเครื่องมือที่ใช้ในการวัด •ก าหนดวิธีการประเมินผลและรายงานผล •สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวัด •ด าเนินการวัดผลและประเมินผล


วิธีการที่ใช้ในการวัดด้านทักษะพิสัย


การสร้างเครื่องมือวัดพฤติกรรมทักษะพิสัย


การวัดพฤติกรรมด้านทักษะพิสัย •สามารวัดได้ทั้งรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม •ลักษณะงานที่แตกต่างกันต้องใช้วิธีการวัดหรือกระบวนการที่ ต่างกัน ตัวอย่างเช่น วัดทักษะด้านดนตรี กีฬาต้องใช้วิธีการวัด ต่างกัน •สามารถแบ่งวัดเป็นกระบวนงานหรือทักษะย่อย ๆ เช่น การ รักษาทางกายภาพบ าบัด สามารถวัด ขั้นการตรวจร่างกาย การ ประมวลผล การสรุประเด็นปัญหา และการให้การรักษา เป็นต้น


การวัดพฤติกรรมด้านทักษะพิสัย (ต่อ) •ลักษณะการวัดแยกไดเปน 3 ระดับ (1) ระดับพฤติกรรม โดยการสังเกตพฤติกรรมขณะปฏิบัติ (2) ระดับผลลัพธพิจารณาจากผลจากพฤติกรรมยอยที่ปรากฏซึ่ง พิจารณาไดทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ • (3) ระดับประสิทธิผล เปนการวัดผลงานเฉพาะที่เกี่ยวของกับวัตถุ ประสงคหรือเปาหมายการวัดโดยตรง


เครื่องมือวัดและประเมินผลด้านทักษะ •เครื่องมือวัดและประเมินผลทักษะปฏิบัติ สามารถจ าแนกออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เครื่องมือประเภทที่ใช้การทดสอบ และเครื่องมือประเภทไม่ใช้การทดสอบ (กมลวรรณ ตังธนกานนท์, 2557) 1. ประเภทที่ใช้การทดสอบ - Paper & pencil test แบบสอบข้อเขียน - Oral test แบบสอบปากเปล่า 2. ประเภทที่ไม่ใช้การทดสอบ - Checklist แบบตรวจสอบรายการ - Rating scale แบบประเมินค่า - Scoring rubrlc เกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบริคส์


เครื่องมือประเภทที่ใช้การทดสอบ •1. แบบสอบข้อเขียน (Paper & pencil test) สิ่งที่ท าการวัด แบ่งได้เป็น 2 ประเภทย่อย คือ 1) แบบสอบวัดความรู้ในเนื้อหาที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหรือวัดความรู้เกี่ยวกับกฎหรือ ความรู้ทางทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ 2) แบบสอบที่ให้อธิบายกระบวนการท างานหรือกระบวนการแก้ปัญหาครูควรใช้แบบ สอบข้อเขียนในการวัดก่อนที่จะท าการทดสอบในภาคปฏิบัติ - ข้อดี คือ สามารถบริหารการสอบได้เป็นกลุ่ม ท าให้สะดวกและประหยัดเวลา นอกจากนี้ ยังมีความเป็นปรนัยค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการสอบด้วยปากเปล่า - ข้อจ ากัด คือ อาจมีปัญหาเรื่องความตรงของเครื่องมือ เนื่องจากการใช้แบบ สอบข้อเขียนกับการวัดทักษะการปฏิบัติ เพราะผู้เรียนที่มีความรู้ภาคทฤษฎีอาจไม่สามารถ ปฏิบัติงานได้จริงเสมอไปควรใช้แบบสอบเฉพาะการวัดทักษะการปฏิบัติที่มีอันตรายหรือมี ความเสี่ยงในการปฏิบัติจริงเท่านั้น


เครื่องมือประเภทที่ใช้การทดสอบ •2. แบบสอบปากเปล่า (Oral test) ควรใช้เมื่อต้องการวัดผู้เรียนเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะการวัดการมีส่วนร่วมในการ ท างานกลุ่ม หรือการตรวจสอบทักษะการปฏิบัติที่ผู้เรียนแต่ละคนปฏิบัติต่างกัน - ข้อดี คือ ครูสามารถปรับข้อค าถามได้ตามความเหมาะสม - ข้อจ ากัด คือ เนื่องจากต้องท าการวัดผู้เรียนทีละคน จึงท าให้ใช้เวลามากกว่า การใช้แบบสอบข้อเขียน และเมื่อเทียบกับแบบสอบข้อเขียน แบบสอบปากเปล่าจะ มีความเป็นปรนัย (objectivity) น้อยกว่า เพราะครูสามารถปรับเปลี่ยนข้อค าถาม ส าหรับผู้เรียนแต่ละคนได้ นอกจากนี้ ผู้เรียนที่มีล าคับการสอบท้ายๆจะมีโอกาส เตรียมตัวสอบสูงกว่าผู้เรียนในล าดับแรกๆ และอาจจะรู้แนวค าถามจากผู้สอบก่อน หน้าได้


เครื่องมือประเภทที่ไม่ใช้การทดสอบ •1. แบบตรวจสอบรายการ (Checklist) มีลักษณะเป็นรายการที่ระบุพฤติกรรมหรือลักษณะที่บ่งชี้ทักษะ ส าคัญที่ต้องการวัด เพื่อให้ผู้ประเมิน/ครูระบุว่าผู้เรียนเกิดพฤติกรรมหรือ ลักษณะนั้นๆ หรือไม่ - ข้อดี คือ สามารถสร้างได้ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน - ข้อจ ากัด คือ เหมาะกับทักษะที่ไม่มีรายละเอียดของพฤติกรรม หรือขั้นตอนมากนัก เพราะแบบตรวจสอบรายการจะไม่แสดงระดับของ คุณภาพหรือความสมบูรณ์ของพฤติกรรมของทักษะการปฏิบัตินั้น เหมาะที่จะน าไปใช้กับนักเรียนระดับประถมศึกษา


เครื่องมือประเภทที่ไม่ใช้การทดสอบ


เครื่องมือประเภทที่ไม่ใช้การทดสอบ •2. แบบประเมินค่า (Rating scale) มีลักษณะเป็นรายการที่ระบุพฤติกรรมหรือลักษณะที่บ่งชี้ทักษะส าคัญที่ ต้องการวัด - ให้ผู้ประเมินระบุระดับคุณภาพหรือความสมบูรณ์ของพฤติกรรมที่มุ่งวัด ว่าผู้เรียนมีอยู่ในระดับใด ข้อดีคือ สร้างง่ายและใช้เวลาไม่นาน ข้อจ ากัด คือ อาจท าให้เกิดปัญหาการขาคความเป็นปรนัย (objectivity) และขาคความเที่ยงระหว่างผู้ประเมินได้ (inter-rater reliability) เนื่องจากระดับคุณภาพในแต่ละระดับของแบบประเมินนั้น ไม่มี การก ากับด้วยค าบรรยายพฤติกรรมหรือลักษณะของทักษะ


เครื่องมือประเภทที่ไม่ใช้การทดสอบ •2. แบบประเมินค่า มีลักษณะเป็นรายการที่ระบุพฤติกรรมหรือลักษณะที่บ่งชี้ทักษะส าคัญที่ ต้องการวัด - ให้ผู้ประเมินระบุระดับคุณภาพหรือความสมบูรณ์ของพฤติกรรมที่มุ่งวัด ว่าผู้เรียนมีอยู่ในระดับใด ข้อดีคือ สร้างง่ายและใช้เวลาไม่นาน ข้อจ ากัด คือ อาจท าให้เกิดปัญหาการขาคความเป็นปรนัย (objectivity) และขาคความเที่ยงระหว่างผู้ประเมินได้ (inter-rater reliability) เนื่องจากระดับคุณภาพในแต่ละระดับของแบบประเมินนั้น ไม่มี การก ากับด้วยค าบรรยายพฤติกรรมหรือลักษณะของทักษะ


เครื่องมือประเภทที่ไม่ใช้การทดสอบ •3. เกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบริคส์(Scoring rubrlc) มีลักษณะเป็นระดับที่แสดงลักษณะของการปฏิบัติงานหรือระดับที่แสดงความส าเร็จ ของผลงานของทักษะการปฏิบัตินั้นๆ จะต้องมีค าอธิบายพฤติกรรมหรือลักษณะที่ สะท้อนถึงทักษะพิสัยที่ประเมินในแต่ละระดับผลการประเมินก ากับเอาไว้ (ตั้งแต่ปรับปรุง จนถึง ดีมาก) เหมาะกับการประเมินทักษะที่มีความชับซ้อนและมีรายละเอียดมาก ข้อดีคือ ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องการประเมินที่ค่อนข้างมีความเป็นอัตนัย (subjectivity) ให้มีความเป็นปรนัยได้ ซึ่งจะช่วยให้การให้คะแนนมีความเที่ยงเพิ่ม มากขึ้นช่วยให้ผู้เรียนและผู้สอนเข้าใจได้ตรงกันว่าทักษะการปฏิบัติที่มีคุณภาพ เป็นที่ ยอมรับ และได้มาตรฐานเป็นอย่างไรช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ของผู้เรียน เพราะผู้เรียนได้ ทราบขอบเขตของสิ่งที่ผู้สอนจะท าการประเมิน ทั้งการประเมินกระบวนการและ ผลงานของทักษะนั้นๆ


คุณลักษณะที่ใช้วัดพฤติกรรมการปฏิบัติงาน ตั้งใจท างาน กระตือรือร้นในการท างาน ให้ความร่วมมือในการท างานกลุ่ม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ร่วมมือแก้ปัญหาการท างานในกลุ่มฯลฯ


คุณลักษณะที่ใช้วัดพฤติกรรมการปฏิบัติงาน ตั้งใจท างาน กระตือรือร้นในการท างาน ให้ความร่วมมือในการท างานกลุ่ม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ร่วมมือแก้ปัญหาการท างานในกลุ่มฯลฯ


เกณฑ์การให้คะแนน (Rubric Scoring) เป็นแนวทางการให้คะแนนที่จะแยกแยะระดับต่างๆ ของความส าเร็จ ในการเรียน หรือการปฏิบัติของ ผู้เรียนได้อย่างชัดเจนจากดีมากไปจนถึง ต้อง ปรับปรุงแก้ไข เกณฑ์การให้คะแนนมี 2 วิธี คือ


1. เกณฑ์การให้คะแนนในภาพรวม (Holistic Scoring)


คุณลักษณะที่ใช้วัดพฤติกรรมการปฏิบัติงาน


2. เกณฑ์การให้คะแนนแบบแยกส่วน (Analytic Scoring)


2. เกณฑ์การให้คะแนนแบบแยกส่วน (Analytic Scoring)


คุณลักษณะที่ใช้วัดพฤติกรรมการปฏิบัติงาน ตั้งใจท างาน กระตือรือร้นในการท างาน ให้ความร่วมมือในการท างานกลุ่ม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ร่วมมือแก้ปัญหาการท างานในกลุ่มฯลฯ


คุณลักษณะที่ใช้วัดพฤติกรรมการปฏิบัติงาน


คุณลักษณะที่ใช้วัดพฤติกรรมการปฏิบัติงาน


คุณลักษณะที่ใช้วัดพฤติกรรมการปฏิบัติงาน


คุณลักษณะที่ใช้วัดพฤติกรรมการปฏิบัติงาน


คุณลักษณะที่ใช้วัดพฤติกรรมการปฏิบัติงาน


คุณลักษณะที่ใช้วัดพฤติกรรมการปฏิบัติงาน


การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัด ด้านทักษะพิสัย •ความตรง (validity) * ความตรงเชิงเนื้อหา * ความตรงตามสภาพ * ความตรงเชิงทฤษฎี •โดยผู้ประเมินควรระมัดระวังไม่ให้เกิดความแปรปรวนจากการวัดและประเมิน 2 ลักษณะ คือ •ความแปรปรวนจากการวัดและประเมิน สิ่งที่ไม่เป็นตัวแทนของสิ่งที่วัด ซึ่งเกิดจากการวัดและประเมินในประเด็นที่แคบเกินไป ไม่ ครอบคลุม เนื้อหาหรือองค์ประกอบของทักษะที่ต้องการประเมิน สิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่วัด ซึ่งเกิดจากการวัดและประเมินในประเด็นที่กว้างเกินไป ท าให้ วัดและประเมินเนื้อหาหรือองค์ประกอบอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับทักษะที่ต้องการประเมินมาด้วย


การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัด ด้านทักษะพิสัย •ความเที่ยง (reliability) * ความเที่ยงระหว่างผู้ประเมิน * ความเที่ยงแบบการวัดซ้ า เนื่องจากในการวัดและประเมินทักษะการปฏิบัติ ซึ่งเครื่องมือส่วนใหญ่เป็นแบบ สังเกต ที่ต้องใช้เวลาในการวัดค่อนข้างนาน จึงต้องอาศัยผู้ประเมินหลายคนมาร่วมท าการ วัดและประเมิน ดังนั้น จึงอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านความเที่ยงระหว่างผู้ประเมินได้ เพื่อแก้ปัญหา ดังกล่าว ผู้ประเมินต้องมีความเข้าใจถึงเกณฑ์การประเมินพฤติกรรมให้ตรงกัน และท า การตรวจสอบหาความสัมพันธ์ระหว่างผู้ประเมินก่อนด าเนินการวัดและประเมินผลจริง


การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัด ด้านทักษะพิสัย •ความเป็นปรนัย (objectivity) การที่ครูจะสร้างเครื่องมือวัดและประเมินทักษะการปฏิบัติให้มีความเป็นปรนัย นั้น ครูต้องสร้างรายการพฤติกรรมในการสังเกตให้มีความเด่นชัด เป็นรูปธรรม ผู้ประเมินอ่านแล้วเข้าใจได้ตรงกัน ทั้งค าสั่ง ค าชี้แจง พฤติกรรมที่สังเกต รวมถึง การให้คะแนนและการแปลผล


หลักการวัดและประเมินผลด้านทักษะพิสัย •การก าหนดพฤติกรรมที่ต้องการวัดให้ชัดเจนจะเน้นที่ กระบวนการปฏิบัติงาน หรือเน้นที่ผลงานใน สัดส่วน อย่างไร •การก าหนดประเภทเครื่องมือ กรณีที่การปฏิบัติงานนั้น เสี่ยงอันตรายอาจจะสอบข้อเขียนก่อนว่า ผู้เรียนมี ความรู้ในการปฏิบัติงานนั้น


การวัดด้านทักษะพิสัย ระดับพฤติกรรมโดยการ สังเกตพฤติกรรมขณะปฏิบัติ ระดับผลลัพธ์ พิจารณา จากผลจากพฤติกรรมย่อย ที่ปรากฏซึ่งพิจารณาได้ทั้ง เชิงปริมาณและคุณภาพ ระดับประสิทธิผล เป็นการวัดผล งานเฉพาะที่เกี่ยวของกับ วัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายการ วัดโดยตรง


การวัดด้านทักษะพิสัย


คุณลักษณะที่ใช้วัดกระบวนการ คุณภาพในขณะปฏิบัติงาน เวลา ทักษะการปรับปรุงการท างาน ความปลอดภัยในการท างาน ข้อบกพร่องจากการปฏิบัติ


คุณลักษณะที่ใช้วัดผลงาน 1 • คุณภาพของผลงาน 2 •ปริมาณงาน 3 • ทักษะการปรับปรุงผลงาน 4 •ความปลอดภัยของผลงาน 5 •ข้อบกพร่องจากการปฏิบัติ


คุณลักษณะที่ใช้วัดพฤติกรรมการปฏิบัติงาน ตั้งใจท างาน กระตือรือร้นในการท างาน ให้ความร่วมมือในการท างานกลุ่ม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ร่วมมือแก้ปัญหาการท างานในกลุ่มฯลฯ


คุณลักษณะที่ใช้วัดพฤติกรรมการปฏิบัติงาน ตั้งใจท างาน กระตือรือร้นในการท างาน ให้ความร่วมมือในการท างานกลุ่ม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ร่วมมือแก้ปัญหาการท างานในกลุ่มฯลฯ


Click to View FlipBook Version