เรื่อง การลดระยะเวลาการทำลังไม้โดยใช้โปรแกรมจำลอง กรณีศึกษาบริษัท ทรานสโป โลจิสติกส์จำกัด Reducing Woodworking Time Using Simulation Software: A Case Study of Transpo Logistics Company Limited ภัคพล วงษ์ประเสริฐ 116310509419-2 รายงานวิจัยฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คณะบริหารธุรกิจ ปีการศึกษา 2566 ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
หัวข้อวิจัย การลดระยะเวลาการทำลังไม้โดยใช้โปรแกรมจำลอง ชื่อ – นามสกุล นายภัคพล วงษ์ประเสริฐ รหัสนักศึกษา 116310509419-2 สาขาวิชา การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน อาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.พุทธิวัต สิงห์ดง ปีการศึกษา 2566 รายงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต โดยผ่านการพิจารณาจาก คณะกรรมการ การสอบวิจัย ดังรายชื่อต่อไปนี้ อาจารย์ที่ปรึกษา (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.พุทธิวัต สิงห์ดง) รายงานวิจัยนี้ได้พิจารณาเห็นชอบโดย กรรมการ (ดร.วิญญู ปรอยกระโทก) กรรมการ (ดร.กัญญ์กณิษฐ์ กมลกิตติวงศ์) ลิขสิทธิ์ของมหาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ก หัวข้อวิจัย การลดระยะเวลาการทำลังไม้โดยใช้โปรแกรมจำลอง ชื่อ – นามสกุล นายภัคพล วงษ์ประเสริฐ สาขาวิชา การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน อาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.พุทธิวัต สิงห์ดง ปีการศึกษา 2566 บทคัดย่อ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ลดระยะเวลาในกระบวนการทำลังไม้ของพนักงานให้สามารถทำงาน ได้ทันตามเวลาที่ต้องการ ลดต้นทุนการผลิตใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า เพื่อเสนอแนวทางในการลดระยะเวลาทำงาน และการลดต้นทุนของการทำลังไม้บริษัท ทรานสโปกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ พนักงานทำลังไม้จำนวน 2 คนโดยใช้วิธีการสัมภาษณ์และการเก็บข้อมูลกระบวนการทำงานมาใช้ในแบบจำลองการศึกษาได้พบว่ามีปัญหา ในระยะเวลาที่ใช้ในการทำลังไม้ซึ่งนานเกินไป การศึกษาขั้นตอนการทำลังไม้ขนาดเล็ก โดยใช้โปรแกรม Arena เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำลังไม้ นำทฤษฎีECRS มาใช้ในการวิเคราะห์และปรับปรุงขั้นตอนทำลังไม้ ผลลัพธ์ทำ ให้เวลาการทำลังไม้ลดลงจาก 127.95 นาที (แบบจำลองเดิม) เหลือ 79.24 นาที (แบบจำลองใหม่) โดยสามารถ ผลิตลังไม้ได้มากขึ้นจาก 4 ลังเป็น 6 ลังต่อวัน การเปรียบเทียบระหว่างแบบจำลองก่อนและหลังปรับปรุงแสดงให้ เห็นถึงความแตกต่างทางระยะเวลาและประสิทธิภาพในการผลิต และสามารถลดต้นทุนการทำโอทีต่อการทำลังอยู่ ที่ชั่วโมงละ 93.75 บาท และผลจากค่าอรรถประโยชน์ของทรัพยากรมีการเรียกใช้งานที่ลดลง โดยช่างไม้คนที่ 1 ถูกเรียกการใช้งานทั้ง 56 ครั้ง และมีค่าอรรถประโยชน์ที่ 86.017% ช่างไม้คนที่ 2 ถูกเรียกการใช้งานทั้ง 64 ครั้ง และมีค่าอรรถประโยชน์ที่ 96.929% และหลังจากปรับปรุงการทำงานมีการเรียกใช้งานของพนักงาน ช่างไม้คนที่ 1 ถูกเรียกการใช้งานทั้ง 48 ครั้ง และมีค่าอรรถประโยชน์ที่ 74.508% ช่างไม้คนที่ 2 ถูกเรียกการใช้งานทั้ง 54 ครั้ง และมีค่าอรรถประโยชน์ที่ 83.835% จากเดิมทำเพิ่มวันละ 4 ชั่วโมงจะทำให้เสียต้นทุนเพิ่มต่อการผลิตของบริษัท อยู่ที่วันละ 750 บาทหลังจากได้มีการปรับปรุงแล้วทำให้ทางบริษัทลดต้นทุนการผลิตลงไปได้ถึง 750 บาทต่อวัน คำสำคัญ : ลดระยะเวลา, ทฤษฎีECRS, การใช้โปรแกรมจำลอง
ข Independent Study Title Reducing Woodworking Time Using Simulation Software Name-Surname Phakkapol Wongprasert Major Subject Logistics and Supply Chain Management Independent Study Advisor Assistant Professor Puttawat Singhdang Academic Year 2023 ABSTRACT The objective of this study is to: 1.Reduce the time required for woodworking processes to enable employees to meet deadlines. 2.Decrease production costs and ensure efficient resource utilization. 3.Propose strategies for reducing both time and costs associated with woodworking processes in Transpo Company.The sample group for this research consisted of two woodworking employees. Data was collected through interviews and observations of the woodworking processes.The study identified a significant issue with the prolonged duration of woodworking processes. By employing the Arena simulation software and applying the ECRS theory for process analysis and improvement, the woodworking time was reduced from 127.95 minutes (in the original model) to 79.24 minutes (in the modified model). This resulted in an increased production capacity from 4 pallets to 6 pallets per day. A comparison between the pre-improvement and post-improvement models demonstrated a notable difference in both time and production efficiency. Furthermore, the cost of overtime for woodworking was reduced by 93.75 baht per hour. Previously, an additional 4 hours of work per day would lead to an increased production cost of 750 baht per day for the company. After the improvement, it resulted in a reduction of production costs for the company by up to 750 baht per day. Keywords: Reducing lead time, ECRS theorys, simulation software
ค กิตติกรรมประกาศ การศึกษา ค้นคว้าของวิจัย ในฉบับนี้ได้สำเร็จลุล่วงอย่างสมบูรณ์ได้ด้วยความกรุณา และความอนุเคราะห์ ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.พุทธิวัต สิงห์ดง อาจารย์ที่ปรึกษา ที่ได้กรุณาเสียสละเวลาให้ คำปรึกษา คำแนะนำ และให้ข้อเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ จนสำเร็จลุล่วงไปได้ ด้วยดี ผู้ทำการศึกษาวิจัยขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงมา ณ ที่นี้ ขอขอบพระคุณ ดร.วิญญู ปรอยกระโทก และดร. กัญญ์กณิษฐ์ กมลกิตติวงศ์กรรมการสอบ ที่ได้ให้ความกรุณา ช่วยเหลือในการแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ของงานวิจัย ที่เกิดขึ้น รวมทั้งยังเสียสละเวลาในการมาเป็นกรรมการในการสอบครั้งนี้ และขอขอบคุณบริษัททรานสโป โลจิ สติกส์ จำกัด โดยคุณธิดารัตน์จิตต์สูงเนิน ได้สนับสนุนในการศึกษาหาข้อมูลค้นคว้างานวิจัยขอขอบพระคุณ และ มอบความดีทั้งหมดนี้ให้แก่ แม่ อาจารย์ และเพื่อน ที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือและประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ ให้ สุดท้ายนี้ ผู้วิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานค้นคว้าฉบับนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจหากการค้นคว้าอิสระใน ครั้งนี้ขาดตกบกพร่อง หรือไม่สมบูรณ์ประการใด ผู้วิจัยขอกราบขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วย ภัคพล วงษ์ประเสริฐ
ง สารบัญ หัวข้อ หน้า บทที่ 1 บทนำ........................................................................................................................................................1 1.1 ที่มาและความสำคัญของปัญหา.................................................................................................................1 1.2วัตถุประสงค์ของการวิจัย...........................................................................................................................2 1.3ขอบเขตงานวิจัย........................................................................................................................................3 1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ.........................................................................................................................3 1.5 นิยามคำศัพท์.............................................................................................................................................3 บทที่ 2 ทฤษฏีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง...................................................................................................................8 2.1 ทฤษฎีการศึกษาเวลา (TIME STUDY)...........................................................................................................8 2.2 ทฤษฎีการจำลองสถานการณ์(SIMULATION) ..............................................................................................8 2.3 หลักการ ECRS..........................................................................................................................................9 2.4แนวคิดการวิเคราะห์กระบวนการผลิตโดยใช้แผนภูมิการไหล(FLOW PROCESS CHART)..............................9 2.5ข้อมูลองค์กรกรณีศึกษา (บริษัทที่ฝึกสหกิจ)............................................................................................11 2.6งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง.................................................................................................................................12 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการศึกษา..........................................................................................................................15 3.2ลักษณะข้อมูลการเลือกข้อมูลและเหตุผลในการเลือก...........................................................................17 3.2.1) ลักษณะของข้อมูล........................................................................................................................17 3.2.2) การเลือกข้อมูล............................................................................................................................17 3.2.3) เหตุผลในการเลือก.......................................................................................................................17 3.3เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา.......................................................................................................................17 3.3.1) แบบสัมภาษณ์ (Interview) .........................................................................................................17 3.3.2) ใช้การสร้างแบบจำลองสถานการณ์ด้วยโปรแกรม Arena............................................................17 3.4ขั้นตอนในการเก็บรวบรวมข้อมูล............................................................................................................18 3.4.1) ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data)...................................................................................................18 3.4.2) ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) .............................................................................................18 3.4.3) ระยะเวลาในเก็บข้อมูล.................................................................................................................18
จ สารบัญ หัวข้อ หน้า 3.5วิธีวิเคราะห์ข้อมูล...................................................................................................................................18 บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์..................................................................................................................19 4.1ศึกษากระบวนการในการทำลังไม้...........................................................................................................19 4.2วิเคราะห์รูปแบบการแจกแจงของข้อมูลนำเข้า และทดสอบความเชื่อมั่นของข้อมูล.................................22 4.3 นำเข้าข้อมูลจากการวิเคราะห์ทางสถิติใส่ลงในแบบจำลอง......................................................................26 4.3.1 แบบจำลองที่1 พนักงานทำลังไม้ทำงานกันโดยใช้วิธีปก (ดั้งเดิม) .................................................26 4.3.2 แบบจำลองที่2 พนักงานทำลังไม้โดยนำทฤษฎีECRS เข้ามาช่วย.................................................28 4.4 ปรับปรุงแก้ไขแบบจำลองและเปรียบเทียบกับแบบจำลองระบบจริงก่อนจะนำไปใช้จริง.........................29 4.5วิเคราะห์และสรุปผล..............................................................................................................................31 4.6สรุปผล...................................................................................................................................................32 บทที่5สรุป และอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ..................................................................................................33 สรุป และอภิปรายผล....................................................................................................................................33 บรรณานุกรม ......................................................................................................................................................35 ภาคผนวก………………………………………………………………………………………………………………………………………………36 ภาคผนวก ก ผลการตรวจ "Turnitin"………..…………………………………………………………………………………37 ประวัติผู้เขียน......................................................................................................................................................39
ฉ สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า ตารางที่ 1 แนวทางในการปรับปรุง.....................................................................................................................23 ตารางที่ 2 ระยะเวลาก่อนการปรับปรุง (เดิม) .....................................................................................................29 ตารางที่ 3 ระยะเวลาหลังการปรับปรุง (ECRS)...................................................................................................30 ตารางที่ 4 การเรียกใช้ทรัพยากรและ UTILIZATION (เดิม) ...............................................................................30 ตารางที่ 5 การเรียกใช้ทรัพยากรและ UTILIZATION (ECRS) .............................................................................30
ช สารบัญภาพ ภาพที่ หน้า ภาพที่ 1 กรอบแนวความคิด..................................................................................................................................2 ภาพที่ 2 งานแสดงสินค้า .......................................................................................................................................3 ภาพที่ 3 ตัวอย่างงานนิทรรศการ...........................................................................................................................4 ภาพที่ 4 ตัวอย่างงานศิลปะ...................................................................................................................................4 ภาพที่ 5 การขนส่งระบบคอนเทนเนอร์.................................................................................................................6 ภาพที่ 6 เครื่องจักร..............................................................................................................................................6 ภาพที่ 7 ลังไม้แบบโปร่ง ........................................................................................................................................7 ภาพที่ 8 ลังไม้แบบทึบโดยใช้ไม้อัด.........................................................................................................................7 ภาพที่ 9 ลังไม้แบบทึบโดยใช้ไม้จริง .......................................................................................................................7 ภาพที่ 10 ความหมายของสัญลักษณ์5 มาตรฐาน ASME.......................................................................................9 ภาพที่ 11 แผนภูมิของกระบวนการไหล..............................................................................................................11 ภาพที่ 12 Logo Transpo.................................................................................................................................12 ภาพที่ 13 กระบวนการดำเนินการวิจัย...............................................................................................................16 ภาพที่ 14 แผนภูมิการไหลก่อนปรับปรุง.............................................................................................................20 ภาพที่ 15 แผนภาพการไหลก่อนปรับปรุง...........................................................................................................22 ภาพที่ 16 แผนภูมิการไหลหลังปรับปรุง..............................................................................................................24 ภาพที่ 17 แผนภูมิการไหลหลังปรับปรุงด้วย ECRS.............................................................................................25 ภาพที่ 18 แบบจำลองก่อนปรับปรุง (ดั้งเดิม)......................................................................................................26 ภาพที่ 19 แบบจำลองหลังปรับปรุง (ECRS)........................................................................................................28
บทที่ 1 บทนำ 1.1 ที่มาและความสำคัญของปัญหา เป็นบริษัทขนส่งที่มีประสบการณ์ทำงานมามากกว่า 30 ปีโดยเริ่มจากการขนส่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับงาน โชว์เทรดแฟร์หรือจะเป็นงานสำหรับการโชว์แสดงสินค้า โดยมีสินค้าที่หลากหลายตั้งแต่ การแสดงอาหาร ของแต่ง บ้าน เครื่องจักรในการทำงาน งานมอเตอร์โชว์รถ และงงานศิลปะ เป็นงานเทรดโชว์อีกแบบหนึ่งโดยทางบริษัทได้ มองว่าหลาย ๆ บริษัทนั้นจะมีการขนส่งจำพวกสินค้าทั่ว ๆ ไปทั้งสินค้าออนไลน์ การขนส่งเอกสาร และยังเป็น สินค้าที่ไม่ได้มีขนาด น้ำหนักที่ใหญ่และหนักจนเกินไป บริษัท Transpo นั้นจะเน้นไปที่การขนส่งเครื่องจักร เครื่องมือทางการแพทย์งานศิลปะ ซึ่งการ เคลื่อนย้ายเครื่องจักรต้องมีความระมัดระวังอย่างมากเป็นพิเศษและต้องการความปลอดภัย จึงทำให้ทางบริษัท ทรานสโป ได้เห็นโอกาสของธุรกิจว่ายังไม่ค่อยมีการขนส่งสินค้าที่มีขนาดใหญ่และปริมาณที่มากและผันตัวเข้ามา เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญทางด้านการขนส่งเครื่องจักร เครื่องมือทางการแพทย์ และงานศิลปะโดยเฉพาะ หากเกิด ข้อผิดพลาดในการขนส่งทางบริษัทจะต้องทำการรับผิดชอบหรือส่งของไปให้ลูกค้าใหม่ จึงต้องมีการขนส่งที่รอบ ครอบมีความปลอดภัยสำหรับตัวสินค้ากล่องหรือลังไม้มีความแน่นหนาจะต้องไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการบรรจุ สินค้าลงลังหรือการขนส่ง โดยจะมีการขนส่งหลายรูปแบบ 1.การขนส่งทางบก 2.ทางเรือ และ 3.ทางอากาศ มีการ ขนส่งทั้งในประเทศและมีการขนส่งนอกประเทศจึงต้องพิจารณาตามลักษณะของตัวสินค้าที่ได้รับจากลูกค้า ไม่ว่า จะเป็น ขนาดสินค้า น้ำหนักของสินค้า ปริมาณของสินค้า สภาพอากาศ และระยะทางในการขนส่งอีกด้วย ซึ่งในขั้นตอนการบรรจุสินค้าใส่ลังไม้ ใส่กล่อง ในขั้นตอนนี้มีความสำคัญเป็นอันดับแรกเพื่อป้องกันตัว สินค้าให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับเครื่องจักร จำเป็นที่จะต้องมีความแข็งแรงในการทำลังไม้ให้มีความ เหมาะสม มั่นคงกับสินค้าที่ได้รับมอบหมาย ต้องมั่นใจกับลังไม้ด้วยว่าจะมีความแข็งแรงทนทานต่อการบรรจุสินค้า ที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก ซึ่งทางบริษัทจะมีการทำลังไม้หลากหลายขนาดแต่ในการวิจัยนี้ทางผู้วิจัยได้นำลัง ไม้ที่มีขนาดเล็กเป็นขนาดที่ต้องทำบ่อย ๆ คือลังขนาดเล็กที่มีขนาด กว้างไม่เกิน 1.2 เมตร ยาวไม่เกิน 1 เมตร และ สูงไม่เกิน 2.5 เมตร ซึ่งในการทำลังนั้นจะใช้เวลาที่ค่อนข้างนานเนื่องด้วยต้องการลังไม้ที่มีความแข็ง โดยลังเล็กจะ ใช้เวลาทำลังละ 1-2 ชั่วโมงกระบวนการในการทำลังไม้มีดังนี้
2 การทำลังไม้จะมีช่างไม้อยู่ 2 คนในการทำลังไม้เพื่อส่งต่อไปให้กับฝ่ายบรรจุสินค้าลง ปัญหาที่เกิดนั้นทำให้ ในบางครั้งทำลังไม้ส่งงานให้กับลูกค้าได้ล่าช้ากว่ากำหนดจึงเป็นปัญหาในกรณีที่มีออร์เดอร์เร่งด่วนทางบริษัทจะมี การทำงานเพิ่มมากขึ้นโดยการทำโอทีเพิ่ม หากผลิตไม่ทันลูกค้าอาจจะต้องมีการเลื่อนระยะเวลาการขนส่งไปวันอื่น ทำให้ทางลูกค้ามีปัญหากับทางปลายทางหรือสูญเสียเงินจำนวนนึง และต้องทำให้พนักงานชั่งไม้ทำโอทีเพิ่มสำหรับ การทำงานซึ่งจะใช้เวลาในการทำโอทีเพิ่มไปถึง 3-4 ชม. จะทำให้ทางบริษัทต้องเสียต้นทุนทางการผลิตของ พนักงานเพิ่มไปถึง 750 บาทต่อวันซึ่งเป็นค่าทำโอทีของพนักงานทั้ง 2 คน 1.1.1) ปัญหาที่พบ 1.มีระยะเวลาในการทำลังไม้สำหรับเครื่องจักรที่มากเกินไป 2.ทำลังไม้ไม่ทันตามความต้องการของลูกค้าต้องการ 3.ต้นทุนการผลิตของพนักงาน 1.1.2) กรอบแนวความคิด ภาพที่ 1 กรอบแนวความคิด (นางสาวกฤติยาภรณ์ คุณสุข,2561) 1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1.2.1) เพื่อลดระยะเวลาในกระบวนการทำลังไม้ของพนักงานช่างไม้ทันตามเวลาที่ต้องการ 1.2.2) ลดต้นทุนการผลิตสำหรับการทำโอที 1.2.3) เพื่อเสนอแนวทางในการลดต้นทุนของการทำลังไม้บริษัท ทรานสโป โลจิสติกส์ จำกัด
3 1.3 ขอบเขตงานวิจัย 1.3.1) ศึกษาจากกระบวนการทำงานของพนักงานฝ่ายทำลังไม้ในบริษัท ทรานสโป โลจิสติกส์ จำกัด 1.3.2) ช่วงฝึกงาน 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม – 27 ตุลาคม ปี 2566 1.3.3) ทำการศึกษาและเก็บข้อมูลจากบริษัท Transpo Logistics 1.3.4) รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง - กระบวนการทำลังไม้สำหรับการบรรจุเครื่องจักร - จำนวนพนักงานในการทำงาน - ระยะเวลาในการทำงานที่เกิดขึ้นจากการทำลังไม้ 1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.4.1) ทางบริษัทสามารถนำใช้ประโยชน์จากผลที่ได้ของงานวิจัย เพื่อสามารถลดเวลาในการทำลังไม้ 1.4.2) ช่วยลดต้นทุนการผลิตทางทรัพยากรของทางบริษัทได้ 1.5 นิยามคำศัพท์ 1.5.1) Trade Show หมายถึง เป็นงานจัดแสดงสินค้า ที่องค์กรต้องการเข้าร่วมเป็นอย่างมากเนื่องจาก สามารถเสนอสินค้าให้กับลูกค้าได้เห็นถึงประสิทธิภาพ และยังทำให้องค์กรกับลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กันกับลูกค้า ใหม่ ๆ และยังได้รู้จักกับผู้ประกอบการเจ้าอื่น โดยงานจัดแสดงสินค้ามีการจัดการแสดงที่ค่อนข้างบ่อย โดยทั่วไป งานจัดแสดงสินค้าจะมีกลุ่มลูกค้าที่ต้องการดูสินค้าโดยเฉพาะกลุ่มอยู่แล้ว ภาพที่ 2 งานแสดงสินค้า (buildernews,2017)
4 1.5.2) นิทรรศการ (Exhibition) หมายถึง เป็นงานนิทรรษการที่ใช้สื่อสาร ได้ทั้งด้าน วิทยาศาสตร์ ทาง การแพทย์ ทางการศึกษา ทางธุรกิจ และอื่น ๆ มากมายนอกจากนี้ยังเป็นการแสดงถึงทัศนะของผู้จัดงาน ว่าเป็น การกระตุ้นให้ผู้คนมีแรงจูงใจในการใช้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ จะเป็นวิธีที่ผู้เข้าถึงได้ง่าย ภาพที่ 3 ตัวอย่างงานนิทรรศการ (soymilk,2017) 1.5.3) งานศิลปะ(Art Work) หมายถึง การสื่อสารออกมาเป็นสิ่งมองเห็นได้ โดยเป็นการสื่อสารออกมา ทางความรู้สึกของผู้ทำผลงานหรือศิลปินออกมากับผู้รับชมงานศิลปะ ซึ่งจะแสดงถึงทัศนะคติกับงานศิลปะนั้น ๆ ว่าศิลปินต้องการที่จะสื่องานศิลปะนั้นออกมาในทิศทางไหนและผู้รับชมจะสามารถตีความได้รูปแบบตามความคิด ของตนเอง งานศิลปะจะเป็น งานที่ถูกสร้างขึ้นโดยความตั้งใจและมีความสร้างสรรค์ ไม่ได้เกิดขึ้นเอง ภาพที่ 4 ตัวอย่างงานศิลปะ (ศิลปกรรมช้างเผือก,2018) 1.5.4) การขนส่ง (Transportation) หมายถึง การขนส่งผู้คน สิ่งของ สินค้า แม้แต่การบริการ จากที่หนึ่ง ไปยังอีกที่หนึ่งตามความต้องการในปัจจุบันนี้มีการขนส่งที่สามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภท • การขนส่งทางบก Land Transportation จำแนกได้2 รูปแบบ 1.การขนส่งทางรถบรรทุก (Truck Transportation) หรือ ปัจจุบันนี้รถบรรทุก นั้นมีความเป็นที่นิยมอย่าง มาก ในปัจจุบัน ซึ่งการขนส่งทางรถบรรทุกเหมาะสำหรับสินค้าที่มีขนาดตั้งแต่ขนาดกลางไปจนสินค้าที่มีขนาดใหญ่ จะได้ทั้งความรวดเร็ว และความสะดวก ตามที่ลูกค้าต้องการ และยังมีการขนส่งทางรถยนต์เป็นอีกรูปแบบ ที่เป็น
5 การขนส่งที่เหมาะกับสินค้าที่น้ำหนักเบาขนาดเล็กไปจนสินค้าขนาดกลาง เหมาะกับการขนส่งที่มีระยะทางที่สั้น เท่านั้น 2. การขนส่งทางรถไฟ (Railroads) เป็นขนส่งที่นิยมมากในสมัยก่อนเหมาะสำหรับในการขนส่งที่มีสินค้าที่ ระดับจำนวนปริมาณมากและสินค้าเทกองที่มีน้ำหนักเยอะ โดยจะเป็นการขนส่งระทางที่ไกล มีค่าบริการขนส่งที่ไม่ แพงมากนัก และยังสามารถขนส่งสินค้าได้ครั้งละมาก ๆ • การขนส่งทางน้ำ (Water Transportation) การขนส่งโดยใช้เส้นทางลำเลียงเรือบรรทุกสินค้าผ่าน ทางแม่น้ำ, ทางทะเล, และแม่น้ำลำคลองโดย ส่วนมากแล้ว จะใช้สำหรับการขนส่งสินค้าไประหว่างประเทศ ซึ่งจะเหมาะสำหรับสินค้าที่มีขนาดใหญ่ ขนส่งสินค้า ที่มีจำนวนปริมาณมากและมีน้ำหนักที่เยอะเป็นสินค้าที่ยากต่อการเสียหายและเน่าเสีย • การขนส่งทางอากาศ (Air Transportation) การขนส่งทางอากาศเป็นรูปแบบที่เหมาะกับการขนส่งที่ต้องการความรวดเร็ว ไปยังระหว่างประเทศหนึ่ง ไปอีกประเทศหนึ่ง หรือการขนส่งที่หากมีความต้องการความรวดเร็วสูง ของที่เสียหายได้ง่าย อาหารที่หมดอายุเร็ว จะได้ทั้งสะดวกและปลอดภัย • การขนส่งทางท่อ (Pipeline Transportation) การขนส่งสินค้าประเภท ของเหลวและก๊าซผ่านทางท่อ ที่มีการติดตั้งไว้เอาไว้เช่น ก๊าซธรรมชาติ น้ำประปาสำหรับครัวเรือนหรืออุตสาหกรรม น้ำมัน •การขนส่งระบบคอนเทนเนอร์ (Container System) การขนส่งนี้จะบรรจุสินค้าลงใส่ลงในตู้คอนเทนเนอร์แล้วจึงทำการขนส่งโดย รถบรรทุก, รถไฟ และ เครื่องบิน ไปยังที่หมายจุดปลายทาง โดยไม่มีการนำสินค้าออกมาจากตู้เลย ในระหว่างทางการขนส่งสินค้าในเที่ยว นั้น ๆ จึงจะช่วยให้สามารถป้องกันสินค้าชำรุดและป้องความเสียหายได้เป็นอย่างดี
6 ภาพที่ 5 การขนส่งระบบคอนเทนเนอร์(SNP NEWS,2018) 1.5.5) เครื่องจักร (Machine) เป็นเครื่องจักรกลการทำงาน เครื่องกล หรือจะเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ หลากหลายเป็นส่วนประกอบหรือเป็นชิ้นส่วนของเครื่องจักรอื่น ๆ เป็นอุปกรณ์ที่มีไฟฟ้า ความร้อน และเคมีและ ได้มีการพัฒนาเครื่องจักรให้สามารถช่วยลดแรงการทำงานและทำให้งานที่ทำนั้นออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ ภาพที่ 6 เครื่องจักร (micapthailand,2022) 1.5.6) ลังไม้คือ ลังไม้มีความสำคัญในการปกป้องตัวสินค้าโดยทำมาจากไม้ ลังไม้ชนิดพิเศษจะถูก ออกแบบสำหรับสินค้าบางชนิดจำเพาะเจาะจงสำหรับสินค้านั้น ๆ และอาจนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง โดยปกติ แล้วลังไม้จะมีรูปทรงที่เป็นทรงสี่เหลี่ยมที่เหมือนกัน และมีลักษณะของการใช้งานจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ลังไม้ สำหรับสินค้าแต่ละชนิดจะมีการออกแบบตามสินค้าที่ต้องการเป็นการปกป้องตัวสินค้า ลังไม้สามารถแยกออกมา ได้เป็น 3 รูปแบบ ดังนี้
7 1. ลังไม้แบบโปร่ง ภาพที่ 7 ลังไม้แบบโปร่ง (thaiwattanapackingservice,2020) 2. ลังไม้แบบทึบโดยใช้ไม้อัด ภาพที่ 8ลังไม้แบบทึบโดยใช้ไม้อัด(thaiwattanapackingservice,2020) 3. ลังไม้แบบทึบโดยใช้ไม้จริง ภาพที่ 9 ลังไม้แบบทึบโดยใช้ไม้จริง (thaiwattanapackingservice,2020)
บทที่ 2 ทฤษฏีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง แนวคิดและทฤษฎีที่นำมาที่เลือกใช้ในงานวิจัยเป็นแนวคิดการปรับปรุงกระบวนการในการลดระยะเวลา การทำงานและลดต้นทุนทางบริษัทสำหรับงานเครื่องจักรโดยใช้การจำลองสถานการณ์ ประกอบด้วยหัวข้อ ดังต่อไปนี้ 2.1 ทฤษฎีการศึกษาเวลา (Time Study) 2.2 ทฤษฎีการจำลองสถานการณ์(Simulation) 2.3 หลักการ ECRS 2.4 แนวคิดการวิเคราะห์กระบวนการผลิตโดยใช้แผนภูมิการไหล (Process Flow Chart) 2.5 ข้อมูลองค์กรกรณีศึกษา (บริษัทที่ฝึกสหกิจ) 2.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 ทฤษฎีการศึกษาเวลา (Time Study) เป็นการศึกษาเวลา ที่เกี่ยวกับการวัดระยะเวลาสำหรับการทำงาน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มานั้นจะมีหน่วยเป็น ชั่วโมง เป็นนาที หรือวินาที ตามที่พนักงานสามารถทำงานนั้น ๆ ได้ตามกระบวนการทำงานให้เวลาที่ได้นี้คือ เวลา มาตรฐาน มีการพิจารณา ตามดังนี้ การประมาณจำนวนรอบระยะเวลาในการจับเวลา หาปัญหาที่ก่อให้เกิดความ ล่าช้าในการทำงาน สำหรับการใช้เวลาเพื่อหาเวลามาตรฐานของการทำงาน โดยการจับเวลาจากกระบวนการ ทำงานจริงจากภาคสนาม (Teetut Tresirichod,2014) 2.2 ทฤษฎีการจำลองสถานการณ์ (Simulation) การจำลองสถานการณ์ (Simulation) เป็นการใช้วิธีการต่าง ๆ ในการจำลองสถานการณ์จากระบบการ ทำงานจริง ในระบบการทำงานต่าง ๆ โดยนำข้อมูลนำเข้ามาไว้บนคอมพิวเตอร์และใช้โปรแกรมหรือ ซอฟแวร์ทาง คอมพิวเตอร์ (Software) เข้ามาช่วยในด้านการทำงาน เพื่อให้เกิดความสะดวกต่อการศึกษาระบบการไหลของ กิจกรรมรูปแบบการทำงานต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายโดยมีการเก็บรวบรวมข้อมูล ไว้สำหรับการวิเคราะห์หารูปแบบ การทำงานที่มีความถูกต้องได้จากการใช้โปรแกรมหรือ ซอฟแวร์เข้ามาช่วย เพื่อแก้ไขปัญหารูปแบบการทำงานและ ยังสามารถนำมาปรับปรุงการทำงานในที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วยโดยการวิเคราะห์สภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของระบบ
9 และช่วยให้ลดความเสี่ยงในการเกิดข้อผิดพลาดในการทำงานและยังช่วยทำให้ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายได้อีก ด้วย (เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ,2566) 2.3 หลักการ ECRS ECRS คือ ทฤษฎีที่จะช่วยลดต้นทุนที่ไม่มีความจำเป็นในการทำงานที่หลาย ๆ องค์กรมักจะมองข้ามไป เพราะทุกธุรกิจมักจะมีต้นทุนสำหรับการดำเนินงาน ตัวอักษรย่อทั้ง 4 ตัวที่มาจากคำว่า ECRS Eliminate (การกำจัด) กระบวนการนี้จะเป็นการกำจัดขั้นตอนที่ไม่มีความจำเป็นออกลและไม่มีมูลค่าทาง เวลาในการทำงาน Combine (การรวมกัน) เป็นการนำขั้นตอนการทำงานที่มีความคล้ายคลึงกันมาทำงานร่วมกันเพื่อลด ระยะเวลาในการทำซ้ำ Rearrange (การจัดใหม่) เป็นการจัดขั้นตอนในการทำงานใหม่โดยเรียงลำดับตามความสำคัญในแต่ละ กระบวนการนั้น ๆ ทำให้ง่ายขึ้นแระยังช่วยทั้งการประหยัดระยะเวลาในการทำงานและทรัพยากรอื่น ๆ Simplify (การทำให้ง่ายขึ้น) เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับขั้นตอนการทำงานที่มีความซ้ำซ้อนมากจนเกินไปหรือ มีกระบวนการที่ซับซ้อนทำได้ยากทำให้องค์กรสูญเสียทรัพยากรที่มากเกินความจำเป็น (HREX.asia,2022) 2.4 แนวคิดการวิเคราะห์กระบวนการผลิตโดยใช้แผนภูมิการไหล (Flow Process Chart) ได้นำมาใช้กับพนักงาน ระบบการทำงานที่เกิดขึ้นในแผนภูมิการไหล ที่จะมีทรัพยากรเคลื่อนที่ไปยัง กิจกรรมในแผนภูมิการไหลในกิจกรรมต่าง ๆ โดยจะมีสัญลักษณ์ที่ใช้แสดง 5 ตัว ที่ถูกกำหนดโดย ASME ดังภาพ ที่ 15 ภาพที่ 10 ความหมายของสัญลักษณ์5 มาตรฐาน ASME (เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ,2566)
10 • แนวทางสำหรับการวิเคราะห์แผนภูมิในกระบวนการไหลของกระบวนการ 1.กำหนดวัตถุประสงค์สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลให้มีความชัดเจน 2.มุ่งไปที่กระบวนการทำงานที่ต้องการศึกษาพร้อมทั้งระบุรายละเอียดของกระบวนการนั้น ๆ 3.กำหนดว่าเป็นการวิเคราะห์การไหลของการทำงานหรือกระบวนการทำงานใด 4.เริ่มวิเคราะห์จากกระบวนการแรกของการทำงาน บันทึกงานตามที่เกิดขึ้นจริงของกระบวนการอย่าง ละเอียดในทุกขั้นตอน ในกระบวนที่มีการทำงาน พร้อมกับมีคำอธิบายบรรยายสั้น ๆ ถึงลักษณะของการ ทำงานที่เกิดขึ้นว่า มีลักษณะเป็นยังไง 5.เก็บข้อมูลรายละเอียดที่ต้องการที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน 6.โยงเส้นเชื่อมโยงตั้งแต่จุดเริ่มต้นกระบวนการไปจนจุดสิ้นสุดกระบวนการตัวสัญลักษณ์ของกระบวนการ บนลงกระบวนการล่าง 7.สรุปขั้นตอนในการปฏิบัติงานของแตะและกระบวนการใส่ลงในตารางที่มีการสรุปผล • ประโยชน์ที่ได้จากการใช้งานของแผนภูมิกระบวนการไหลเข้ามาใช้ 1. เป็นแผนภูมิที่ได้มีการทำงานจากการจำแนกของกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นออกเป็น 5 ประเภท โดยจะ เริ่มจาก กิจกรรม ที่มีมูลค่าเพิ่มของการปฏิบัติงานไปจนถึงกิจกรรมที่ไม่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มเลย 2. แยกแยะระหว่างกิจกรรมของพนักงานและกิจกรรมที่ทำบนผลิตภัณฑ์ ทำให้ผู้ต้องการศึกษาสามารถ มองเห็นภาพรวมได้จะช่วยให้เห็นจุดเน้นสำหรับการวิเคราะห์อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น 3. ใช้ควบคู่ไปกับแผนภาพการไหล จะช่วยชี้ให้ถึงเห็นกระบวนการที่รอคอยและระยะทางการเคลื่อนที ของกระบวนการ 4. สามารถที่จะใช้แผนภูมิการทำงานเดียวกันเพื่อช่วยในการเปรียบเทียบการแสดงผลการทำงานก่อนการ ปรับปรุงและแผนการทำงานหลังจากการปรับปรุง (เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ,2566)
11 ภาพที่ 11 แผนภูมิของกระบวนการไหล (เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ,2566) 2.5 ข้อมูลองค์กรกรณีศึกษา (บริษัทที่ฝึกสหกิจ) บริษัท Transpo Logistics เป็นบริษัทที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 โดยบริษัทได้พยายามที่จะนำเสนอ แนวทางการทำงานให้ทันต่อยุคสมัยและมีการปรับปรุงการทำงานตามโลก โดยมีความโดดเด่นในด้าน ความตั้งใจ ของคุณภาพการทำงาน มีเป้าหมายที่เหนือความคาดหวัง ซึ่งทางบริษัทมีการให้บริการที่หลากหลายครบวงจร สำหรับลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในส่วนทางด้านการขนส่ง ทางบริษัทมีบริการรับเป็นตัวแทนในการ ขนส่ง โดยจะมีการส่งแบบเต็มตู้ และการขนส่งแบบไม่เต็มตู้ และการขนส่งแบบถึงที่ มีบริการสำหรับการลากตู้ การขนส่งด่วนทั้งในรูปแบบทางอากาศและทางบก และยังเป็นตัวแทนในการขนส่งระดับนานาชาติ ในส่วนของโลจิสติกส์ ทางบริษัทมีบริการที่เป็นระบบและจะปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการของลูกค้า ทั้งยังมีระบบโกดังในการแบ่งพื้นที่ในการจัดเก็บการบริหารคลังสินค้าที่ทันสมัย และมีการจัดเก็บสินค้าที่มีประเภท เดี่ยว แผนงานในการสนับสนุนการทำงานโรงงาน แผนการสนับสนุนการบริการหลังการขายและยังปฏิบัติตาม ข้อกำหนดกับด้านการค้า การเดินพิธีการศุลกากร โดยทางบริษัทมีพนังงานเฉพาะสำหรับงานจัดแสดงโชว์สินค้า
12 การทำงานด้านศิลปะ และยังมีขั้นตอนในการขนย้ายสินค้าที่มีมูลค่าที่สูงด้วยระดับการรักษาที่มีความปลอดภัย อย่างเป็นขั้นเป็นตอน (transpologistics,มปป.) ที่ตั้งบริษัท : Transpo Logistics ที่อยู่ : 20/22-23 หมู่ที่ 3 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง, จังหวัดปทุมธานี รหัสไปรษณีย์ 12120 ภาพที่ 12 LOGO Transpo (transpologistics,มปป.) 2.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง อภัสรา เจริญพานิชย์ และวิชญุตร์ งามสะอาด (2563) ได้ศึกษาบริษัทผลิตท่อไอเสีย ของรถจักรยานยนต์ โดยจัดทำเวลามาตรฐาน และจัดสมดุลกระบวนการสายการผลิตและใช้โปรแกรม Arena ในการจำลองสถานการณ์ โดยมีปัญหาคือการไม่มีเวลามาตรฐานทำ ให้ไม่สามารถผลิตสินค้าตามที่ต้องการได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า ในขั้นตอนนี้การวิจัยได้ทำการวิเคราะห์หาเวลาทำ งานและคำนวณ Takt Time โดยเวลาในการทำงานเกินกว่า เวลาใน Takt Time ( 411 วินาทีต่อชิ้น) เมื่อนำหลักการ ECRS มาปรับปรุงกระบวนการจากการวิเคราะห์ปัญหา จากแผนภูมิกิจกรรมพหุคูณ สามารถลดเวลาการทำงานน้อยกว่า Takt Time ได้ระยะเวลาที่ 407 วินาทีต่อชิ้น เมื่อ นำผลที่ได้มาประมวลผลผ่านโปรแกรม Arena ผลสรุปว่าสามารถผลิตได้ 72 ชิ้นต่อวัน เพียงพอสำหรับความ ต้องการของลูกค้า ณัชพิชชา สุริ และ จิรวัฒน์ ดำริห์อนันต์ (2562) การใช้โปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ ที่ใช้สำหรับการจำลอง ในกระบวนการต่าง ๆ ที่มีความซับซ่อน เช่น กระกวนการผลิตทางอุตสาหกรรมและ กระบวนการก่อสร้าง สำหรับ กรณีกระบวนการผลิตอุตสาหกรรม โปรแกรมที่ให้ผลการจำลองสถานการณ์อย่างแม่นยำและถือเป็นโปรแกรมที่ เป็นที่ยอมรับคือ โปรแกรมอารีน่า แต่สำหรับกรณีการจำลองการก่อสร้าง โปรแกรมอารีน่ายังไม่สามารถนำไป ประยุกต์ใช้ได้อย่างชัดเจน ในขณะที่โปรแกรมคอสมอสซิมมิวเลเตอร์มีงานวิจัยจำนวนหลายชิ้นที่สามารถจำลอง ระบบการทำงานของกระบวนการก่อสร้างได้ หากแต่ยังไม่มีงานวิจัยชิ้นไหนที่สามารถเปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ได้จาก โปรแกรมคอสมอสซิมมิวเลเตอร์ได้เทียบเท่าอย่างโปรแกรมอารีน่า ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างยาวนาน บทความนี้ จะแสดงการประยุกต์ใช้ อารีน่าในการจำลองกระบวนการก่อสร้างจริง จำนวน 2 กระบวนการ จากนั้นจะทำการ เปรียบเทียบผลลัพธ์ จากการจำลองสถานการณ์ดังกล่าวกับผลลัพธ์ที่ได้จากการจำลองกระบวนการเดียวกันกับคอ
13 สมอส ซึ่งผลจากการศึกษาได้พบว่าการสร้างแบบการจำลองสถานการณ์ด้วยโปรแกรมทั้งสองนั้น ผลลัพธ์ที่ได้จะมี ความคล้ายกัน ชี้ให้เห็นว่าโปรแกรมอารีน่าสามารถนำมาใช้ในการจำลองของกระบวนการก่อสร้างต่าง ๆ ได้และยัง แสดงให้เห็นอีกว่าผลลัพธ์จากข้อมูลที่ได้จากคอสมอสนั้นถูกต้อง และเมื่อนำไปเทียบกับผลลัพธ์ข้อมูลที่ได้จาก โปรแกรมอารีน่า นอกจากนั่นงานวิจัยนี้ได้เปรียบเทียบวิธีการสร้างแบบจำลองโดยการใช้โปแกรมทั้งสอง เพื่อแสดง ให้ทราบถึง ความเหมาะสมและข้อแตกต่างของแต่ละโปรแกรม สำหรับกรณีที่ใช้ในการจำลองกระบวนการก่อสร้าง อีกด้วย กฤติยาภรณ์ คุณสุข (2561) งานวิจัยจะใช้โปรแกรม ARENA นำเข้ามาช่วยในระบบการจำลองการทำงาน ของสถานการณ์ซึ่งได้ทำการวิจัยว่ามีการศึกษาถึงแนวทางในการพัฒนาระบบการทำงานและการให้บริการงาน ตรวจลงตรา ณ ที่แห่งหนึ่งโดยใช้การจำลองสถานการณ์ จำนวน 2 จุดในการให้บริการ จะมีจุดที่ 1 และจุดที่ 2 ประกอบไปด้วยจำนวนทรัพยากร จำนวน 4 ชุด และ 2 ชุดตามลำดับโดยได้ทำการสร้างแบบจำลองด้วยโปรแกรม ARENA และนำผลที่ได้จากการจำลองเข้ามาเปรียบเทียบกันระหว่างแบบการจำลองเดิมและแบบการจำลองใหม่ ผลที่ได้จะเห็นได้ว่า ในจุดบริการที่ 1 จะใช้ระยะเวลาในการรอคอยเฉลี่ยอยู่ที่ 11นาที, 5.3 นาที, 1.1 นาที, และ 4.9 นาที่ และในจุดบริการที่ 2 จะใช้ระยะเวลาในการรอคอยเฉลี่ยอยู่ที่ 8.1 นาที, 8.1 นาที, 2.2 นาทีและ 4.9 นา ที่ ดังนั้นรูปแบบที่ 3 ของในจุดบริการที่ 1 และจุดบริการที่ 2 จะใช้ระยะเวลาในการรอคอยที่มีค่าเฉลี่ยได้น้อยที่สุด นายอติกานต์ ม่วงเงิน (2562) การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะศึกษาการประยุกต์ใช้เทคนิคแบบลีน (ECRS+IT) เพื่อให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการในการทำงานของระบบตู้รับคืนหนังสืออัตโนมัติ ณ สถานที่กรณีศึกษา กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยนี้ ใช้ข้อมูลจาก ตู้รับคืนหนังสืออัตโนมัติโดยใช้ข้อมูลทั้งหมด 30 ตั่ว อย่าง จะใช้การเก็บข้อมูลแบบ Book Return Check Sheet สำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูล เชิงปริมาณนั้นจะใช้ สถิติเชิงพรรณนา แล้วทำการวิเคราะห์กับกระบวนการก่อนปรับปรับและหลังมีการปรับปรุง ผลวิจัยที่ได้พบว่า การนำ ECRS แบบลีนเข้ามาใช้ สามารถช่วยลดขั้นตอนในการทำงานลงไปได้คิดเป็นร้อยละ 58.82 ลดรอบระยะเวลาการทำงานที่ได้คิดเป็นร้อยละ 88.63 ลดรอบในการรอคอยการทำงานคิดเป็นร้อยละ 89.50 เพิ่มระยะเวลาในขั้นตอนที่มีมูลค่า (VA Time) คิดเป็นร้อยละ 96.10 และลดระยะเวลาที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่า (Non-Va Time) คิดเป็นร้อยละ 100.00 ผลที่ได้คือสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากขึ้น และยัง ตรวจสอบข้อมูลที่รวดเร็ว นายสรณ์ศิริเรืองโลก (2560) ในงานวิจัยนี้จะเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ศึกษา เกี่ยวกับการจัดสมดุลของแต่ละสถานีการทำงานและการลดของเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต ของบริษัท กรณีศึกษา โดยการศึกษาจะเริ่มหาระยะเวลามาตรฐานในการทำงานของแต่ละสถานีที่เกิดขึ้น แล้วจึงทำการ วิเคราะห์ระบบของการทำงานโดยนำแผนภูมิมาใช้ จากผลที่ได้กระบวนการทำงานก่อนการปรับปรุงจะเห็นได้ว่าไม่ มีความสมดุลในสายการผลิตทำให้ไม่มีประสิทธิภาพในการทำงานหลังจากทราบผล ได้ใช้หลักการ ECRS เข้สมา
14 วิเคราะห์แล้วจึงทำการจัดสมดุลสายการผลิตกระบวนการผลิตใหม่ ผลที่ได้หลังจากมีการปรับปรุงกระบวนการ พบว่า จำนวนพนักงานที่ใช้จากเดิม 13 คนจะเหลืออยู่ที่ 12 คนและยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการทำงาน จากเดิมที่ร้อยละ 64.14 เป็นร้อยละ 87.80 เป้าหมายของบริษัทที่ตั้งไว้สำหรับมูลค่าที่จะเกิดกับของเสียจะตั้งไว้ที่ ไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน และได้ทำการวิเคราะห์ด้วยแผนภูมิก้างปลา ต่อด้วยการปรับปรุงเพื่อลดของเสียใน สายการผลิต ผลสรุปที่ได้ สามารถช่วยลดมูลค่าของเสียจากเดิมมีมูลค่าของเสีย 1,387 บาทต่อเดือน ทำให้เหลือ 487 บาทต่อเดือนได้ผลลัพธ์ตามต้องการ สมสกุล ทองทบ (2564) งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงสายการผลิตในส่วนการประกอบชุดทดสอบ ทางการแพทย์ โดยใช้เทคนิคอีซีอาร์เอส (ECRS) ปรับสมดุลการผลิต (Line Balance) ในการเพิ่มประสิทธิภาพการ ทำงานของสายการผลิต และแสดงผลด้วยการจำลองสถานการณ์ทางระบบด้วยคอมพิวเตอร์ สำหรับการผลิต เฉพาะชุดการทดสอบทางการแพทย์ในกระบวนการปรับปรุงสายการผลิตนี้กระบวนการประกอบชุดทดสอบทาง การแพทย์ในการบรรจุซอง ณ บริษัทกรณีศึกษา มีผลการวิจัยสรุปได้ว่า จากการจำลองในการทำงานนี้ไม่สามารถ ทำได้ด้วยกรณีที่มีกระบวนการผลิตที่ยังไม่มีความแน่นอน และปัจจัยจากพนักงานในสายการผลิตที่ยังไม่มีความ ชำนาญ ในการผลิตหลังจากมีการปรังปรุงทำให้มีปริมาณการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 11,757 ชิ้น ทำให้มีความแตกต่างจาก แบบจำลองสถานการณ์เดิมที่คำนวณได้12,404 ชิ้น ทำให้ปฏิเสธสมมติฐานที่ระดับนัยสำคัญ α = 0.05 และ หลังจากปรับปรุงด้วย ECRS และ Line Balance ก็ยังไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ที่มีความ ต้องการ สามล้านชึ้นต่อการผลิตภายในหนึ่งเดือน เนื่องด้วยพื้นที่สำหรับการผลิตที่ต้องมีการควบคุมระดับความชื้น ให้น้อยกว่า 25%RH มีขนาดพื้นที่อยู่ที่ 45 ตารางเมตร หลังจากมีการปรับปรุงจริงด้วยการทำงานรวมกัน, การจัด ใหม่ ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิผลในการทำงาน จากเดิม 68 ชิ้น/ชั่วโมง /คน เป็น 140 ชิ้น/ชั่วโมง/คน (เพิ่มขึ้น มาก 106%) ส่วนการคำนวณโดยการชำโปรแกรมจำลองสถารการณ์มีค่าอรรถประโยชน์ของทรัพยากร เพิ่มขึ้น เฉลี่ยแล้ว 11.25% จากเดิม 59.70% เพิ่มมาเป็น 70.95% และประสิทธิภาพ เพิ่มขึ้น 26.57% จากเดิม 41.82% เพิ่มมาเป็น 68.39%
บทที่ 3 วิธีการดำเนินการศึกษา การวิจัยนี้มุ่งหมายเพื่อลดระยะเวลาของกระบวนการทำลังไม้ ณ บริษัททรานสโป โลจิสติกส์ จำกัด เป็น การศึกษาเพื่อลดระยะเวลากระบวนการทำงานในการทำลังไม้ของงานเครื่องจักรสำหรับการขนส่ง เป็นการวิจัย รูปแบบเชิงปริมาณ ในการศึกษานี้ใช้ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) ผู้วิจัยได้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดระยะเวลาของ กระบวนการทำลังไม้และลดต้นตุนการทำงาน โดยการเก็บข้อมูลจากพนักงาน สัมภาษณ์ และการสังเกตการณ์ และข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) ใช้ข้อมูลจากสถิติเวลาในการทำงานของพนักงาน งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และ บทความต่าง ๆ บนเว็บไซต์ ซึ่งผู้ศึกษาได้มีวิธีการดำเนินการศึกษาวิจัยในขั้นตอนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 3.1 วิธีการดำเนินงานวิจัย 3.2 ลักษณะข้อมูล การเลือกข้อมูล และเหตุผลในการเลือก 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 3.4 ขั้นตอนในการเก็บรวบรวมข้อมูล 3.5 วิธีวิเคราะห์ข้อมูล
16 3.1 วิธีการดำเนินงานวิจัย วิธีการศึกษาและวางแผนในการดำเนินงานวิจัยซึ่งเป็นขั้นตอนการดำเนินงานวิจัย มีกระบวนการดังนี้ ตาม ภาพที่ 17 ภาพที่ 13 กระบวนการดำเนินการวิจัย 3.1.1) ศึกษากระบวนการในการทำลังไม้ นำทฤษฎี Process Flow Chart มาใช้การบันทึกศึกษากระบวนการในการทำลังไม้ เริ่มตั้งแต่กระบวนการ ทำลังไม้ขึ้นมานั้นจะมีขั้นตอน ในการดำเนินงานใดบ้าง เพื่อแสดงภาพรวมการทำงานให้ผู้วิจัยสามารถมองเห็น กระบวนการทำลังทุกขั้นตอนไม้ได้อย่างชัดเจน 3.1.2) วิเคราะห์รูปแบบการแจกแจงของข้อมูลนำเข้า วิเคราะห์ข้อมูลนำเข้า(Input Analyzer) วิเคราะห์กระบวนการทำงานมาคำนวณซึ่งจะใช้Cycle Time และ Takt time มาช่วยในการคำนวณระยะเวลาในการทำงานต่อชิ้นและ หลังจากนั้นใช้ทฤษฎีECRS มาใช้ในการ
17 วิเคราะห์ว่าควรลดขั้นตอนใด ขั้นตอนไหนที่สามารถที่จะทำงานร่วมกันได้ และขั้นตอนไหนที่สามารถทำให้การ ทำงานง่ายขึ้นได้ 3.1.3) นำข้อมูลจากการวิเคราะห์ทางสถิติใส่ลงในแบบจำลอง นำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ และการปรับปรุงด้วย ECRS ลงในแบบจำลองที่สร้างด้วย โปรแกรม Arena Simulation ซึ่งจะมีส่วนประกอบของโมดูล 3.1.4) ปรับปรุงแก้ไขแบบจำลองและเปรียบเทียบกับแบบจำลองระบบจริงก่อนจะนำไปใช้จริง เปรียบเทียบข้อมูลหลังจากสร้างแบบจำลองเดิมและแบบจำลองที่ปรับปรุงด้วย ECRS แล้วนำข้อมูลมา เปรียบเทียบความแตกต่างของข้อมูลว่ามีกระบวนการไหนที่ควรปรับปรุงหรือควรแก้ไขหาจุดที่ดีที่สุดเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพการทำงานโดยดูข้อมูลจาก Time, VATime, TranTime, TotalTime, การเรียกใช้ทรัพยากร และ Utilization 3.1.5) วิเคราะห์และสรุปผล วิเคราะห์ข้อมูลจากแบบจำลองสถานการณ์ การทำลังไม้ และกระบวนการพร้อมสรุปผลการวิเคราห์ข้อมูล ของการจำลองที่ได้จากโปรแกรม Arena จะวิเคราะห์และสรุปผล 3.2 ลักษณะข้อมูล การเลือกข้อมูล และเหตุผลในการเลือก 3.2.1) ลักษณะของข้อมูล เป็นการวิจัยข้อมูลเชิงปริมาณ มีพนักงานทำลังไม้ทั้งหมด 2 คน พนักงานทำลัง เฉลี่ยต่อลังละ 4 คน ใช้ระยะเวลาในการทำลังเฉลี่ยอยู่ที่ลังละ 1-2 ชั่วโมง 3.2.2) การเลือกข้อมูล เป็น Purposive Selection เป็นการเลือกตัวอย่างทีเจาะจงโดยการระบุบุคคล เป้าหมายที่ต้องการจะศึกษาในงานวิจัยไว้อยางชัดเจน คือพนักงานทำลังไม้ของบริษัท จำนวน 2 คน 3.2.3) เหตุผลในการเลือก เป็นปัญหาสำคัญในการทำลังไม้ ให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า ผู้วิจัยมองว่า เป็นสิ่งที่ควรแก้ไข 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 3.3.1) แบบสัมภาษณ์ (Interview) ผู้ศึกษาทำการสัมภาษณ์พนักงานชั่งไม้ 3.3.2) ใช้การสร้างแบบจำลองสถานการณ์ด้วยโปรแกรมการจำลอง Arena มาเป็นเครื่องมือสำหรับการ สร้างแบบจำลอง และทดสอบกับตัวแบบจำลองในงานวิจัยนี้ และพัฒนาระบบ จากการสร้างแบบจำลองเพื่อช่วย
18 ในการพิจารณาถึงความแตกต่างในการทำงานว่าจะจัดการทรัพยากรให้เหมาะสมกับงานกระบวนการ ได้ยังไง เพื่อให้สามารถลดระยะเวลา และยังไม่ส่งผลเสียต่อการทำงานของพนักงานช่างไม้อีกด้วย 3.4 ขั้นตอนในการเก็บรวบรวมข้อมูล 3.4.1) ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) โดยการเก็บข้อมูลจากพนักงาน สัมภาษณ์ และการสังเกตการณ์จากภาคสนาม ซึ่งผู้วิจัยต้องการรวบรวม ข้อมูลต่าง ๆ มาวิเคราะห์เพื่อนำมาใช้ประมวลผลทางสถิติ 3.4.2) ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) เป็นข้อมูลที่ผู้วิจัยศึกษาค้นคว้าข้อมูล แนวคิด และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยจากข้อมูลทางสถิติเวลาใน การทำงานของพนักงาน งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และบทความต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องบนเว็บไซต์ 3.4.3) ระยะเวลาในเก็บข้อมูล ผู้วิจัยทำการเก็บข้อมูล โดยเริ่มตั้งแต่ 3 กรกฎาคม – 27 ตุลาคม ปี 2566 3.5 วิธีวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ได้ใช้โปรแกรม Arena มาช่วยในการสร้างแบบจำลอง และช่วยในกระบวนการตัดสินใจของ การทำลังไม้ในแบบจำลองปัจจุบันก่อนการปรับปรุง โดยจะใช้ค่าเวลาที่ได้มาจากการจับเวลา กับการทำงานจริง และแบบจำลองการทำลังไม้ที่มีการปรับปรุงกระบวนการทำงานแล้วตามหลักการของ ECRS ว่ามีกระบวนการไหน ที่สามารถลดขั้นตอนไหน ขั้นตอนใดสามารถทำงานร่วมกันได้ และขั้นตอนไหนสามารถทำให้การทำงานง่ายขึ้นได้ หลังจากได้แบบจำลองหลังการปรับปรุงแล้วนำแบบจำลองทั้งสองแบบจำลองมาเปรียบเทียบกันและสรุปผลค่าที่ได้
บทที่ 4 ผลการวิจัยและการวิเคราะห์ เนื้อหาในบทนี้จะแสดงถึงผลการดำเนินการวิจัย การวิเคราะห์ ของผลการศึกษากระบวนการทำลังไม้ การ ใช้ทฤษฎีการจำลองสถานการณ์ การวิเคราะห์ข้อมูล และการเปรียบเทียบจากแบบจำลองสถานการณ์ เข้ามาช่วย โดยมีขั้นตอนในการดำเนินการวิจัย ดังนี้ 4.1 ศึกษากระบวนการทำลังไม้ 4.2 วิเคราะห์รูปแบบการแจกแจงของข้อมูลนำเข้า และทดสอบความเชื่อมั่นของข้อมูล 4.3 นำข้อมูลจากการวิเคราะห์ทางสถิติใส่ลงในแบบจำลอง 4.4 ปรับปรุงแก้ไขแบบจำลองและเปรียบเทียบกับแบบจำลองระบบจริงก่อนจะนำไปใช้จริง 4.5 วิเคราะห์และสรุปผล 4.6 สรุปผล 4.1 ศึกษากระบวนการในการทำลังไม้ จากการศึกษาของกระบวนการทำลังไม้ ตั้งแต่รับงานไปจนถึงเก็บลังไม้เพื่อรอแพ็คเครื่องจักร ผู้วิจัยได้นำ แผนภูมิการไหลของกระบวนการทำลังไม้(Flow Process Chart) เข้ามาช่วยในการศึกษาวิธีการทำงานของแต่ละ ขั้นตอนเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น จากการสอบถามชั่งไม้คือปัญหาที่พบคือระยะเวลาในการทำลังไม้ที่มี เวลานาน ขั้นตอนที่ทำให้ทำงานได้ยาก และบางขั้นตอนยังมีการทำงานที่ซ้ำซ้อน ขนาดลังไม้ที่ทางบริษัทได้ทำบ่อย ๆ ลังไม้ขนาดเล็ก ที่มีขนาด กว้าง 1 เมตร ยาว 1.2 เมตร โดยวันนึงจะสามารถทำได้เต็มที่ 4-5 ลังต่อหนึ่งวัน ซึ่ง ต้องการผลิตลังไม้อย่างน้อย 6 ลังต่อวัน
20 แสดงขั้นตอนในกระบวนการทำลังไม้ก่อนการปรับปรุง ภาพที่ 14 แผนภูมิการไหลก่อนปรับปรุง ลังไม้ขนาดเล็ก มีขั้นตอนในการทำต่อลังที่ 11 กิจกรรม กิจกรรมที่1 :รอรับใบสั่งงานจาก PM โดย PM จะมอบลักษณะของลังไม้ที่ต้องการขนาดมาในใบสั่งงาน จะรอรับงาน โดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 2 นาที กิจกรรมที่2 :เบิกไม้จากโกดังมาที่แผนกทำลังไม้ มีการเคลื่อนย้ายไม้จากพื้นที่เก็บไม้ ระยะทางทั้งสิ้น 3 เมตร โดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 5 นาที กิจกรรมที่3 :ตัดไม้ตามขนาดที่กำหนด มีกิจกรรมในขั้นตอนนี้ทั้งหมด 3 กิจกรรม มีการปฏิบัติงาน 3 ครั้ง 3.1 ตัดไม้เต๋า 6 ท่อน ขนาด กว้าง 7 x ยาว 10 x สูง 9 ซม. ใช้ระยะเวลา 15 นาที
21 3.2 ตัดไม้คาน 1 ท่อน ขนาดกว้าง 1 เมตร x กว้าง 7 ซม. X หนา 5 ซม. ใชระยะเวลา 5 นาที 3.3 ตัดไม้อัดพื้น 1 แผ่น ขนาด กว้าง 1 เมตร x ยาว 1.2 เมตร x หนา 2 ซม. ใช้ระยะเวลา 5 นาทีโดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 25 นาที กิจกรรมที่4 :ประกอบพื้นพาเลท มีกิจกรรมในขั้นนี้ทั้งหมด 4 กิจกรรม มีการปฏิบัติงาน 4 ครั้ง 4.1 นำแผ่นพื้นที่เป็นไม้อัดยิงไม้กระดูกเข้าด้วยกัน ใช้ระยะเวลา 10 4.2 นาทีนำไม้เต๋ามายิงประกอบกับแผ่นพื้นโดยใช้ตะปูลม ใช้ระยะเวลา 8 นาที 4.3 นำไม้คานมายึดเป็นฐานตรงกลางของพาเลทเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ใช้ระยะเวลา 7 นาที 4.4 ยิงไม้คาดรัดเต๋าที่เป็นฐานเพิ่มความแข็งแรง ใช้ระยะเวลา 5 นาทโดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 30 นาที กิจกรรมที่ 5 :Hot Stamp ติดกับพาเลทว่าไม้ผ่านกระบวนการอบยากันมอดขั้นตอนซึ่งต้องใช้เวลารอที่ Stamp มีความร้อนถึงจะสามารถ Stamp ได้ มีการปฏิบัติงาน โดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 6 นาที กิจกรรมที่ 6 :ตัดไม้ตามขนาดของพาเลท มีกิจกรรมในขั้นตอนนี้ทั้งหมด 3 กิจกรรม มีการปฏิบัติงาน 3 ครั้ง 6.1 ตัดฝาหน้าหลังด้านกว้าง 2 แผ่น ขนาด กว้าง 1 เมตร x สูง 2 เมตร x หนา 2 ซม. ใช้ ระยะเวลา 5 นาที 6.2 ตัดฝาด้านข้างด้านยาว 2 แผ่น ขนาด กว้าง 1.2 เมตร x สูง 2 เมตร x หนา 2 ซม. ใช้ ระยะเวลา 6 นาที 6.3 ตัดฝาบน 1 แผ่น กว้าง 1 เมตร x ยาว 1.2 เมตร x หนา 2 ซม. ใช้ระยะเวลา 3 นาที โดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 14 นาที กิจกรรมที่7 :ประกอบขึ้นลังไม้ มีกิจกรรมในขั้นตอนนี้ทั้งหมด 2 กิจกรรม มีการปฏิบัติงาน 2 ครั้ง 7.1 ยึดฝาข้างกับฝาหน้าหลังและฝาบนกับติดกับพาเลท ใช้ระยะเวลา 10 นาที 7.2 เอาไม้กระดูกยึดให้แข็งแรง ใช้ระยะเวลา 10 นาทีโดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 20 นาที
22 กิจกรรมที่ 8 : Hot Stamp ติดตัวลังไม้ว่าไม้ผ่านกระบวนการอบยากันมอด ขั้นตอนซึ่งต้องใช้เวลารอที่ Stamp มีความร้อนถึงจะสามารถ Stamp ได้ มีการปฏิบัติงาน โดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 6 นาที กิจกรรมที่ 9 :ตรวจสอบความแข็งแรง เป็นการตรวจสอบความแข็งแรงของตัวลังไม้ว่ามีจุดไหนมี ข้อผิดพลาด โดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 9 นาที กิจกรรมที่ 10 :นำตัวลังส่งไปเก็บไว้ในโกดัง เคลื่อนย้ายโดยนำรถ Forklift มาขนย้ายไปยังที่รอแพ็คสินค้า โดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 5 นาที กิจกรรมที่11 :จัดเก็บรอแพ็คสินค้า โดยใช้ระยะเวลาในการจัดเก็บ โดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 2 นาที ภาพที่ 15 แผนภาพการไหลก่อนปรับปรุง เป็นภาพการไหลของการทำงานก่อนการปรับปรุงซึ่งจะมีกิจกรรมทั้งหมด 11 กิจกรรมใหญ่และมีกิจกรรม อยู่ทั้งหมด 12 กิจกรรม 4.2 วิเคราะห์รูปแบบการแจกแจงของข้อมูลนำเข้า และทดสอบความเชื่อมั่นของข้อมูล ก่อนที่จะสร้างแบบจำลองของระบบจำลองจะใช้Input Analyzer ของโปรแกรม Arena ในการวิเคราะห์ ข้อมูลของการทำลังไม้ว่ามีการแจกแจงความน่าจะเป็นของข้อมูลโดยใช้ข้อมูลนำเข้าจำนวน 50 ชุด
23 คำนวณหา Cycle Time และ Takt Time โดยใช้ระยะเวลาจาก Flow Process Chart ในหนึ่งวัน สามารถทำลังไม้ได้เต็มที่ 4-5 ลัง ในบางครั้งลูกค้าต้องการลังไม้6 ลัง และยังใช้ระยะเวลาที่ 124 นาที ต่อ 1 ลังซึ่ง ไม่เพียงพอต่อความต้องการ Cycle Time ก่อนปรับปรุงมีค่าเท่ากับ 120 นาที/ลัง = 480 นาที 4 ลัง = 120 นาที่/ลัง Ta k t T i m e ล ู ก ค ้ า ต ้ อ ง ก า ร ล ั ง ไ ม้ 6 ล ั ง ม ี ร ะ ย ะ เว ล า ใ น ก า ร ท ำ ง า น 480 น า ที = 480 นาที 6 ลัง = 80 นาที่/ลัง ค่าที่ได้ออกมาหมายความว่าต้องลดระยะเวลาในการทำลังไม้เหลือ 80 นาที/ลังเพื่อให้สามารถรองรับ ความต้องการของลูกค้าได้ทัน ผลจากการวิเคราะห์โดยใช้ECRS ตารางที่ 1 แนวทางในการปรับปรุง หลักการที่ใช้ในการปรับปรุง กระบวนการทำลังไม้ ขั้นตอนการทำงาน การเปลี่ยนแปลง การกำจัด (E:Eliminate) - - การรวมกัน (C:Combine) ขั้นตอนที่ 5,8 รวมกระบวนการ stamp ในขั้นตอน เดียว การจัดใหม่ (R:Rearrange) ขั้นตอนที่ 3,6 ย้ายขั้นตอนในการตัดไม้ออกแล้วทำ ล่วงหน้า การทำให้ง่าย (S:Simplify) ขั้นตอนที่ 4 เปลี่ยนไม้รองใต้พาเลทเป็นไม้เต๋าแทน ขั้นตอนที่ 3 กับขั้นตอนที่ 6 การตัดไม้จะย้ายออกไปเป็นการทำนอกรอบล่วงหน้าไว้เพราะเนื่องจากขนาด ลังไม้ของบริษัทนี้จะมีขนาดที่เท่ากันเลยสามารถตัดไม้ไว้รอได้ ขั้นตอนที่ 4 จะนำขั้นตอนที่ใช้ไม้คานมายึดเป็นฐานตรงกลางของพาเลท และใช้ไม้เต๋าเข้ามาแทนและเพิ่ม ความหนาของไม้อัดพื้นให้มีความหนาเป็น 3 ซม. จาก 2 ซม.จะช่วยลดระยะเวลาในการประกอบจะทำให้ง่ายต่อ การทำงานมากขึ้น
24 ขั้นตอนที่ 5 นำไปทำร่วมกันกับขั้นตอนที่ 8 ขั้นตอนนี้จะต้องรอให้เหล็กในการใช้Hot Stamp มีความ ร้อนเพื่อที่จะได้Stamp ลงไปได้จึงรวมเป็นในขั้นตอนเดียวกัน ขั้นตอนที่ตัดออกหลังวิเคราะห์ด้วย ECRS ภาพที่ 16 แผนภูมิการไหลหลังปรับปรุง จากแผนภูมิการไหลนี้ได้ใช้กระบวนการ ECRS เข้ามา การรวมกัน (C:Combine) ขั้นตอนที่ 5,8 รวมกระบวนการ stamp ในขั้นตอนเดียว การจัดใหม่ (R:Rearrange)ขั้นตอนที่ 3,6 ย้ายขั้นตอนในการตัดไม้ออกแล้วทำล่วงหน้า การทำให้ง่าย (S:Simplify)ขั้นตอนที่ 4 เปลี่ยนไม้รองใต้พาเลทเป็นไม้เต๋าแทน
25 Flow Process Chart หลังตัดขั้นตอนออก ภาพที่ 17 แผนภูมิการไหลหลังปรับปรุงด้วย ECRS แผนภูมินี้จะเป็นแผนภูมิหลังการปรับปรุงด้วย ECRS ซึ่งจะเป็นการนำกระบวนการในการทำ ลังไม้ออกให้เหลือขั้นตอนที่จำเป็นเท่านั้น
26 4.3 นำเข้าข้อมูลจากการวิเคราะห์ทางสถิติใส่ลงในแบบจำลอง 4.3.1 แบบจำลองที่ 1 พนักงานทำลังไม้ทำงานกันโดยใช้วิธีปก (ดั้งเดิม) ภาพที่ 18 แบบจำลองก่อนปรับปรุง (ดั้งเดิม) จากแบบจำลองนี้ใช้ จะมีModule ดังนี้ 1. Create Module: Wait for Receive a work order from the PM ที่เป็นรอรับคำสั่งงานจาก PM 2. Process Module: Receive a work order from the PM จะใช้เป็นตัวรับงานจาก PM 3. Rount Module: Withdraw wood from the warehouse เป็นโมดูลที่ใช้สำหรับการเบิกไม้ไปยัง พื้นที่การทำลังไม้ 4. Station Module: Go to the wood processing department เป็นสถาณีพื้นที่ปลายทางของการ ทำลังไม้ 5. Process Module: Cut 6 logs into dice ใช้สำหรับการตัดไม้เต๋า 6 ท่อน 6. Process Module: Cut one beam of wood ตัดไม้คาน 1 ท่อน 7. Process Module: Cut one piece of wood for flooring ตัดไม้อัดพื้น 1 แผ่น 8. Process Module: Assemble the tongue and groove flooring boards together นำแผ่น พื้นที่เป็นไม้อัดยิงไม้กระดูกเข้าด้วยกัน 9. Process Module: Use a crossbeam to secure the center of the pallet for added strength นำไม้เต๋ามายิงประกอบกับแผ่นพื้นโดยใช้ตะปูลม
27 10. Process Module: Place a crossbeam in the center of the pallet to increase its strength นำไม้คานมายึดเป็นฐานตรงกลางของพาเลทเพื่อเพิ่มความแข็งแรง 11. Process Module: Shoot nails to secure the dice as a base for added strength ยิงไม้คาด รัดเต๋าที่เป็นฐานเพิ่มความแข็งแรง 12. Process Module: Hot Stamp ติดกับพาเลทว่าไม้ผ่านกระบวนการอบยากันมอด 13. Assign Module: Aleady Stamp ใช้เป็นตัวแสดงว่าผ่านการแสตมป์เรียบร้อยแล้ว 14. Process Module: Cut two wide panels for the front and back covers ตัดฝาหน้าหลังด้าน กว้าง 2 แผ่น 15. Process Module: Cut two long side panels ตัดฝาด้านข้างด้านยาว 2 แผ่น 16. Process Module: Cut one top panel ตัดฝาบน 1 แผ่น 17. Process Module: Attach the side panel to the front and back covers and then secure the top panel to the pallet ยึดฝาข้างกับฝาหน้าหลังและฝาบนกับติดกับพาเลท 18. Process Module: Secure the wooden dowel to make it strong เอาไม้กระดูกยึดให้แข็งแรง 19. Process Module: Hot Stamp 2 ติดตัวลังไม้ว่าไม้ผ่านกระบวนการอบยากันมอด 20. Assign Module: Aleady Stamp 2 ใช้เป็นตัวแสดงว่าผ่านการแสตมป์เรียบร้อยแล้ว 21. Process Module: Inspect ตรวจสอบความแข็งแรง 22. Rount Module: Take the crate and store it in the warehouse เป็นมูลโมดูลที่ใช้สำหรับการ ส่งลังไม้ไปยังพื้นที่เก็บลังไม้ นำตัวลังส่งไปเก็บไว้ในโกดัง 23. Station Module: Wood storage สถานีเก็บไม้ 24. Process Module: Organize and store the products awaiting packaging จัดเก็บรอแพ็ค สินค้า
28 4.3.2 แบบจำลองที่ 2 พนักงานทำลังไม้โดยนำทฤษฎีECRS เข้ามาช่วย ภาพที่ 19 แบบจำลองหลังปรับปรุง (ECRS) จากแบบจำลองนี้ใช้ จะมีModule ดังนี้ 1. Create Module: Wait for Receive a work order from the PM ที่เป็นรอรับคำสั่งงานจาก PM 2. Process Module: Receive a work order from the PM จะใช้เป็นตัวรับงานจาก PM 3. Rount Module: Withdraw wood from the warehouse เป็นโมดูลที่ใช้สำหรับการเบิกไม้ไปยัง พื้นที่การทำลังไม้ 4. Station Module: Go to the wood processing department เป็นสถาณีพื้นที่ปลายทางของการ ทำลังไม้ 5. Process Module: Assemble the tongue and groove flooring boards together นำแผ่นพื้นที่ เป็นไม้อัดยิงไม้กระดูกเข้าด้วยกัน 6. Process Module: Use a crossbeam to secure the center of the pallet for added strength นำไม้เต๋ามายิงประกอบกับแผ่นพื้นโดยใช้ตะปูลม 7. Process Module: Shoot nails to secure the dice as a base for added strength ยิงไม้คาด รัดเต๋าที่เป็นฐานเพิ่มความแข็งแรง
29 8. Process Module: Attach the side panel to the front and back covers and then secure the top panel to the pallet ยึดฝาข้างกับฝาหน้าหลังและฝาบนกับติดกับพาเลท 9. Process Module: Secure the wooden dowel to make it strong เอาไม้กระดูกยึดให้แข็งแรง 10. Process Module: Hot Stamp 2 ติดตัวลังไม้ว่าไม้ผ่านกระบวนการอบยากันมอด 11. Assign Module: Aleady Stamp 2 ใช้เป็นตัวแสดงว่าผ่านการแสตมป์เรียบร้อยแล้ว 12. Process Module: Inspect ตรวจสอบความแข็งแรง 13. Rount Module: Take the crate and store it in the warehouse เป็นมูลโมดูลที่ใช้สำหรับการ ส่งลังไม้ไปยังพื้นที่เก็บลังไม้ นำตัวลังส่งไปเก็บไว้ในโกดัง 14. Station Module: Wood storage สถานีเก็บไม้ 15. Process Module: Organize and store the products awaiting packaging จัดเก็บรอแพ็ค สินค้า 4.4 ปรับปรุงแก้ไขแบบจำลองและเปรียบเทียบกับแบบจำลองระบบจริงก่อนจะนำไปใช้จริง ตารางที่ 2 ระยะเวลาก่อนการปรับปรุง (เดิม) Time Average Minimum Maximum VATime 118.22 115.25 120.18 TranTime 9.73 9.19 10.04 TotalTime 127.95 124.44 130.22 ผลลัพธ์ของระยะเวลา VATime มีระยะเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 118.22 นาที มีระยะเวลาที่น้อยที่สุด 115.25 นาที และมีระยะเวลาการ ทำงานที่มากสุด 120.18 นาที TranTime มีระยะเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 9.73 นาที มีระยะเวลาที่น้อยที่สุด 9.19 นาที และมีระยะเวลาการ ทำงานที่มากสุด 10.04 นาที TotalTime มีระยะเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 127.95 นาที มีระยะเวลาที่น้อยที่สุด 124.44 นาที และมีระยะเวลา การทำงานที่มากสุด 130.22 นาที
30 ตารางที่ 3 ระยะเวลาหลังการปรับปรุง (ECRS) Time Average Minimum Maximum VATime 69.19 64.53 75.88 TranTime 10.05 9.6 10.44 TotalTime 79.24 74.82 85.49 ผลลัพธ์ของระยะเวลา VATime มีระยะเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 69.19 นาที มีระยะเวลาที่น้อยที่สุด 64.53 นาที และมีระยะเวลาการ ทำงานที่มากสุด 75.88 นาที TranTime มีระยะเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 10.05 นาที มีระยะเวลาที่น้อยที่สุด 9.6 นาที และมีระยะเวลาการ ทำงานที่มากสุด 10.44 นาที TotalTime มีระยะเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 79.24 นาที มีระยะเวลาที่น้อยที่สุด 74.82 นาที และมีระยะเวลาการ ทำงานที่มากสุด 85.49 นาที ตารางที่ 4 การเรียกใช้ทรัพยากรและ Utilization (เดิม) ช่างไม้ Number Seized Utilization Carpenter #1 56 86.017 Carpenter #2 64 96.929 ผลลัพธ์ของการเรียกถูกเรียกใช้ของพนักงาน Carpenter #1 ช่างไม้คนที่ 1 ถูกเรียกการใช้งานทั้ง 56 ครั้ง และมีค่าอรรถประโยชน์ที่ 86.017% Carpenter #2 ช่างไม้คนที่ 2 ถูกเรียกการใช้งานทั้ง 64 ครั้ง และมีค่าอรรถประโยชน์ที่ 96.929% ตารางที่ 5 การเรียกใช้ทรัพยากรและ Utilization (ECRS) ช่างไม้ Number Seized Utilization Carpenter #1 48 74.508 Carpenter #2 54 83.835 ผลลัพธ์ของการเรียกถูกเรียกใช้ของพนักงาน Carpenter #1 ช่างไม้คนที่ 1 ถูกเรียกการใช้งานทั้ง 48 ครั้ง และมีค่าอรรถประโยชน์ที่ 74.508%
31 Carpenter #2 ช่างไม้คนที่ 2 ถูกเรียกการใช้งานทั้ง 54 ครั้ง และมีค่าอรรถประโยชน์ที่ 83.835% 4.5 วิเคราะห์และสรุปผล จากการวิเคราะห์ และพิจารณาเปรียบเทียบระหว่างแบบจำลองก่อนปรับปรุงและหลังปรับปรุง แสดงให้ เห็นว่าการลดขั้นตอนการทำงานด้วย ECRSดังนี้ (C:Combine) ขั้นตอนที่ 5,8 รวมกระบวนการ stamp ในขั้นตอนเดียว (R:Rearrange) ขั้นตอนที่ 3,6 ย้ายขั้นตอนในการตัดไม้ออกแล้วทำล่วงหน้า (S:Simplify) ขั้นตอนที่ 4 เปลี่ยนไม้รองใต้พาเลททำให้ง่ายในขั้นตอนประกอบ สามารถช่วยลดระยะเวลาในการทำงานได้มากขึ้นและยังสามารถทำงานได้ตามความต้องการของลูกค้าและ หลังจากปรับปรุงค่า Cycle Time กับ Takt Time สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ = 480 นาที 6 ลัง = 80 นาที่/ลัง = 480 นาที 6 ลัง = 80 นาที่/ลัง ระยะเวลาในการทำงานลดลงเปรียบเทียบได้จากตารางที่ 3 และ 4 ระยะเวลาการทำงานของแบบจำลอง แรก(เดิม)จะมีระยะเวลาการทำงานเฉลี่ยอยู่ที่ 127.95 นาทีต่อการทำลังไม้1 ลัง ระยะเวลาการทำงานของ แบบจำลองที่สอง (ECRS) จะมีระยะเวลาการทำงานเฉลี่ยอยู่ที่ 79.24 นาที จะลดระยะเวลาในการทำงานไปได้ 48.71 นาทีต่อการทำ 1 ลัง และการเรียกใช้ทรัพยากรการทำงานลดลงเนื่องจากการตัดขั้นตอนการทำงานหรือให้ ทำงานร่วมกันทำให้ทางบริษัทสามารถลดต้นทุนทางทรัพยากรได้ เพราะช่างไม้ไม่ต้องอยู่ทำโอทีเพิ่มสามารถทำ เสร็จได้ภายใน 8 ชม.หรือ 480 นาทีและส่งของได้ทัน และจากการลดระยะเวลาในการทำงานลงไปได้สามารถการ ทำโอทีของพนักงานลงไปได้ถึง 4 ชั่วโมงต่อวัน โดยมีค่าโอทีอยู่ที่ชั่วโมงละ 93.75 บาท และถ้าหากพนักงานทำโอที ในวันที่ต้องทำลังไม้ 6 ลังทางบริษัทจะต้องเสียต้นทุนการผลิตของพนักงานเพิ่มจากการทำโอที 4 ชั่วโมงสำหรับ พนักงานช่างไม้2 คนจะเสียค่าโอทีเพิ่มต่อคนละ 375 บาท และคิดรวมกัน 2 คนจะรวมกันได้วันละ 750 บาท หลังจากปรับปรุงแล้วทำให้บริษัทไม่เสียต้นทุนการผลิตสำหรับค่าโอทีเพิ่ม
32 4.6 สรุปผล ในการศึกษานี้พบว่าการนำ ECRS เข้ามาช่วยในการปรับปรุงกระบวนการทำงานสามารถช่วยลดขั้นตอนที่ ไม่มีความจำเป็นขจัดขั้นตอนออกไปได้ผลที่ได้จากการทำแบบจำลองคือ สามารถลดระยะเวลาการทำงานลงได้ ลด ต้นทุนการผลิตของบริษัทลงได้ โดยผลลัพธ์ที่ได้จากแบบจำลอง ระยะเวลาในการทำงานลดลงเปรียบเทียบได้จาก ตารางที่ 3 และ 4 ระยะเวลาการทำงานของแบบจำลองแรก(เดิม)จะมีระยะเวลาการทำงานเฉลี่ยอยู่ที่ 127.95 นาทีต่อการทำลังไม้ 1 ลัง ระยะเวลาการทำงานของแบบจำลองที่สอง (ECRS) จะมีระยะเวลาการทำงานเฉลี่ยอยู่ที่ 79.24 จะลดระยะเวลาในการทำงานไปได้ 48.71 นาทีต่อการทำ 1 ลัง ในส่วนของต้นทุนที่บริษัทสามารถลดลงไป ได้ โดยมีค่าโอทีอยู่ที่ชั่วโมงละ 93.75 บาท และถ้าหากพนักงานทำโอทีในวันที่ต้องทำลังไม้ 6 ลังทางบริษัทจะต้อง เสียต้นทุนการผลิตของพนักงานเพิ่มจากการทำโอที 4 ชั่วโมงสำหรับพนักงานช่างไม้ 2 คนจะเสียค่าโอทีเพิ่มต่อคน ละ 375 บาท และคิดรวมกัน 2 คนจะรวมกันได้วันละ 750 บาท หลังจากได้มีการปรับปรุงแล้วทำให้ทางบริษัทลด ต้นทุนการผลิตลงไปได้ถึง 750 บาทต่อวัน
บทที่5 สรุป และอภิปรายผล และข้อเสนอแนะ สรุป และอภิปรายผล การศึกษา และการวิจัยในการสร้างแบบจำลองสำหรับการทำลังไม้จากการสัมภาษณ์ช่างไม้ได้รู้ถึงปัญหา ว่ามีระยะเวลาในการทำลังไม้ที่นานจนเกินไป โดยศึกษาการทำลังไม้ขนาดเล็กที่มีการทำลังไม้ขนาดนี้มากที่สุด โดย ใช้โปรแกรม Arena มีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างแบบจำลองการทำลังไม้เนื่องจากขั้นตอนในการทำลังไม้ในปัจจุบันยัง ไม่สามารถทำทัน ได้ตามความต้องการที่ลูกค้าต้องการ จึงได้นำทฤษฎีECRS เข้ามาช่วยในการปรับปรุง กระบวนการทำงานลังไม้ให้ลดระยะเวลาการทำงานเพื่อให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า โดยการนำผลจากการ เปรียบเทียบระหว่างแบบจำลองก่อนปรับปรุงและหลังปรับปรุงมาเปรียบเทียบกัน แบบจำลองทั้ง 2 ประกอบไปด้วย แบบจำลองที่หนึ่ง จะมีขั้นตอนในการทำงานที่ที่มีความซ้ำซ้อน หรือ เป็นขั้นตอนที่ทำให้ล่าช้าในกระบวนการประกอบฐานพาเลทมีระยะเวลาในการทำงานต่อลังทั้งหมด 127.95 นาที ระยะเวลานี้จะสามารถทำลังไม้ได้วันละ 4 ลัง (แบบจำลองเดิม) และแบบจำลองที่สอง จะเป็นการนำทฤษฎีECRS เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ว่ามีขั้นตอนไหนที่สามารถลดได้จึงได้แนวทางในการปรับปรุงดังนี้ (C:Combine) ขั้นตอนที่ 5,8 รวมกระบวนการ stamp ในขั้นตอนเดียว (R:Rearrange) ขั้นตอนที่ 3,6 ย้ายขั้นตอนในการตัดไม้ ออกแล้วทำล่วงหน้า (S:Simplify) ขั้นตอนที่ 4 เปลี่ยนไม้รองใต้พาเลททำให้ง่ายในขั้นตอนประกอบ มีระยะเวลาใน การทำงานต่อลังทั้งหมด 79.24นาที ระยะเวลานี้จึงสามารถผลิตลังไม้ได้วันละ 6 ลังต่อวัน (แบบจำลองใหม่) เมื่อ เทรียบกับทั้งสองแบบจำลองจะมีความแตกต่างทางระยะเวลาในการทำงานไปได้ 48.71 นาทีต่อการทำ 1 ลัง และ การเรียกใช้ทรัพยากรการทำงานลดลงเนื่องจากการตัดขั้นตอนการทำงานหรือให้ทำงานร่วมกันทำให้ทางบริษัท สามารถลดต้นทุนทางทรัพยากรได้ด้วยสามารถทำเสร็จได้ภายใน 8 ชม.หรือ 480 นาทีและส่งของได้ทัน โดยมีค่า โอทีอยู่ที่ชั่วโมงละ 93.75 บาท และผลจากค่าอรรถประโยชน์ของทรัพยากรมีการเรียกใช้งานที่ลดลง โดยช่างไม้คน ที่ 1 ถูกเรียกการใช้งานทั้ง 56 ครั้ง และมีค่าอรรถประโยชน์ที่ 86.017% ช่างไม้คนที่ 2 ถูกเรียกการใช้งานทั้ง 64 ครั้ง และมีค่าอรรถประโยชน์ที่ 96.929% และหลังจากปรับปรุงการทำงานมีการเรียกใช้งานของพนักงาน ช่างไม้ คนที่ 1 ถูกเรียกการใช้งานทั้ง 48 ครั้ง และมีค่าอรรถประโยชน์ที่ 74.508% ช่างไม้คนที่ 2 ถูกเรียกการใช้งานทั้ง 54 ครั้ง และมีค่าอรรถประโยชน์ที่ 83.835% ถ้าหากพนักงานทำโอทีในวันที่ต้องทำลังไม้ 6 ลังทางบริษัทจะต้อง เสียต้นทุนการผลิตของพนักงานเพิ่มจากการทำโอที 4 ชั่วโมงสำหรับพนักงานช่างไม้ 2 คนจะเสียค่าโอทีเพิ่มต่อคน ละ 375 บาท และคิดรวมกัน 2 คนจะรวมกันได้วันละ 750 บาท หลังจากได้มีการปรับปรุงแล้วทำให้ทางบริษัทลด
34 ต้นทุนการผลิตลงไปได้ถึง 750 บาทต่อวัน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ คุณสมสกุล ทองทับ(2017) ในการลด ระยะเวลาผลิตชุดทดสอบทางการแพทย์ด้วยโปรแกรม ARENA โดยผลที่ได้สามารถเพิ่มการผลิตต่อวันจากเดิมอยู่ที่ 68 ชิ้นต่อชั่วโมงสำหรับ 1 คนเป็น 140 ชิ้นต่อชั่วโมงสำหรับ 1 คน โดยการผลิตได้เพิ่มจากเดิมถึง 106% ในส่วน ของค่าอรรถประโยชน์ของทรัพยากร เพิ่มขึ้นเฉลี่ยแล้ว 11.25% จากเดิม 59.70% เพิ่มมาเป็น 70.95% และ ประสิทธิภาพ เพิ่มขึ้น 26.57% จากเดิม 41.82% เพิ่มมาเป็น 68.39% ผลที่ได้นั้นสรุปได้ว่าสามารถลดระยะเวลา การผลิตและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ข้อเสนอแนะ 1.สามารถนำเครื่องมือและเทคนิคในการขจัดความสูญเปล่า ของ ECRS มาช่วยลดระยะเวลาการทำงาน ลงได้และช่วยลดต้นทุนการผลิตของบริษัท 2.ข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลไม่สามารถทราบถึงข้อมูลสินค้าของลูกค้าได้ 3.ไม่สามารถเก็บข้อมูลจากกระบวนการทำลังไม้ชนิดอื่นที่ทำนอกบริษัทได้ 3.ควรมีพนักงานในการช่วยสำหรับการทำลังไม้เพิ่มหรือดึงคนจากแผนกบรรจุสินค้าเข้ามาช่วยในการ ทำงาน 4.เนื่องจากกระบวนการทำงานจริงไม่สามารถไปปรับเปลี่ยนการทำงานได้จึงต้องนำโปรแกรม Arena เข้า มาช่วยในการวิเคราะห์ประกอบการตัดสินใจ
35 บรรณานุกรม ณัชพิชชา สุริ และ จิรวัฒน์ ดำริห์อนันต์. (2019). การเปรียบเทียบการจำลองกระบวนการก่อสร้างด้วยโปรแกร อารีน่าและโปรแกรมคอสมอส. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. นางสาวกฤติยาภรณ์ คุณสุข. (2561). แนวทางการพัฒนาระบบการให้บริการงานตรวจลงตราแห่งหนึ่งโดยใช้การ จำลองสถานการณ์. วิชาวิศวกรรมอุตสาหการและการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร. นายสรณ์ศิริ เรืองโลก. (2560). การปรับปรุงประสิทธิภาพของสายการผลิตสมอลล์เอิร์ทลีคเบรกเกอร. ภาควิชา วิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. สมสกุล ทองทบ ผศ.ดร.ศุภรัชชัยวรรัตน. (2017). การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตชุดทดสอบทางการแพทย์ ด้วยโปรแกรม Arena. สาขาการจัดการทางวิศวกรรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. อติกานต์ ม่วงเงิน. (2562). การประยุกต์ใช้เทคนิคแบบลีน (ECRS+IT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ. สำนักบรรณสารการพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. อภัสรา เจริญพานิชย์ และวิชญุตร์ งามสะอาด. (2563). ศึกษาบริษัทผลิตท่อไอเสีย รถจักรยานยนต์ โดยจัดทำเวลา มาตรฐาน และจัดสมดุลสายการผลิตและใช้โปรแกรม Arena. สาขาการจัดการทางวิศวกรรม มหาวิทยาลัยธุรกิจ บัณฑิตย์.
36 ภาคผนวก
37 ภาคผนวก ก ผลการตรวจ “Turnitin”
38
39 ประวัติผู้เขียน ชื่อ-สกุล นายภัคพล วงษ์ประเสริฐ วัน เดือน ปีเกิด 13 มีนาคม 2545 ที่อยู่ 30/239 หมู่บ้านพฤกษา 11 ต.คลองสาม อ.คลอง หลวง จังหวัดปทุมธานี12120 การศึกษา ปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศและ โลจิสติกส์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ประสบการณ์การทำงาน ฝึกงานแผนกนำเข้า ส่งออก บริษัททรานสโป โลจิสติกส์ จำกัด ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม – 27 ตุลาคม ปี 2566 เบอร์โทรศัพท์ 085-038-9872 อีเมล์ [email protected]