รายงานประมาณการ เศรษฐกิจ กิ จัง จั หวัด วั ตราด ไตรมาส 3/2566 จัดทำ โดย : สำ นักงานคลังจังหวัดตราด กลุ่มงานนโยบายและ เศรษฐกิจจังหวัด E-mail : t r [email protected]. th โทร : 0 3951 2429
ฉบับที่ 3/2566 วันที่ 30 กันยายน 2566 รายงานประมาณการเศรษฐกิจจังหวัดตราดปี 2566 และแนวโน้มปี 2567 “คาดว่าในปี 2566 เศรษฐกิจจังหวัดจะขยายตัวร้อยละ 3.4 และมีแนวโน้มจะขยายตัวร้อยละ 5.8 ในปี 2567 จากทั้งด้านอุปทานและด้านอุปสงค์” 1. เศรษฐกิจจังหวัดตราดในปี 2566 1.1 ด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ภาวะเศรษฐกิจจังหวัดตราดในปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.4 (โดยมีช่วงคาดการณ์ ที่ร้อยละ 2.9 – 3.9 ปรับลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2565 ที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัว ร้อยละ 9.0) เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยการขยายตัวมาจาก ด้านอุปทาน คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.7 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 3.2 – 4.2) เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลมาจากภาคบริการ ที่คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 11.5 ตามการเพิ่มขึ้นของยอดขาย กิจการขายส่งขายปลีก จ านวนนักท่องเที่ยว และจ านวนผู้โดยสารผ่านสนามบินตราด จากแรงหนุนด้านการท่องเที่ยว ของจังหวัดฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง มีจ านวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดตราดใกล้เคียงกับ ช่วงก่อนการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยนักท่องเที่ยวคนไทยเพิ่มขึ้นจากอานิสงส์ของ โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 และการประกาศวันหยุดเพิ่มเติม ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นจาก อานิสงส์ของค่าเงินบาทอ่อนตัวต่อเนื่อง ประกอบกับเกาะหมากได้รับรางวัล People Choice Award ล าดับที่ 2 ท าให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมกีฬาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด ท าให้มีจ านวนนักท่องเที่ยว จ านวนผู้โดยสารผ่านสนามบิน และยอดขายส่ง ขายปลีกเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคเกษตรกรรม ที่คาดว่าจะหดตัวร้อยละ -3.8 ตามการลดลงของปริมาณผลผลิต กุ้งขาว ยางพารา เงาะ สับปะรดตราดสีทอง และสับปะรดโรงงาน เนื่องจากเกษตรกรประสบปัญหาราคากุ้งขาว ตกต่ าจึงลดการปล่อยลูกกุ้งลงบ่อ ส่วนยางพารา เงาะ สับปะรดตราดสีทอง และสับปะรดโรงงาน ลดลง จากเกษตรกรปรับเปลี่ยนชนิดพืชที่ปลูกตามความต้องการของตลาดเพื่อให้ได้ราคาขายที่สูงขึ้น โดยส่วนใหญ่ มีการเปลี่ยนมาปลูกทุเรียน ขณะที่ปริมาณผลผลิตทุเรียนและสัตว์น้ าขึ้นท่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกษตรกร ปรับเปลี่ยนพื้นที่มาเพาะปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และราคาสัตว์น้ าขึ้นท่าปรับสูงขึ้น ประกอบกับ การตรึงราคาน้ ามันดีเซล จูงใจให้ชาวประมงออกเรือท าการประมงเพิ่มขึ้น และภาคอุตสาหกรรม ที่คาดว่าจะหดตัว ร้อยละ -5.4 ตามจ านวนโรงงานอุตสาหกรรม จ านวนทุนจดทะเบียนภาคอุตสาหกรรม และปริมาณการใช้ไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากผลผลิตภาคเกษตรที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตลดลงส่งผลให้ โรงงานบางแห่งหยุดการผลิต ย้ายไปประกอบกิจการที่อื่น และปิดตัวลง ประกอบกับอุตสาหกรรม การผลิตอื่น ๆ ได้แก่ ตักและขุดดินในที่ดินกรรมสิทธิ์แจ้งเลิกประกอบกิจการโรงงานหลังกิจการด าเนินการ เสร็จสิ้น ส่งผลให้จ านวนโรงงานลดลง ด้านอุปสงค์ คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.0 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 1.5 – 2.5 ปรับลดลง จากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวร้อยละ 6.2) เมื่อเทียบกับปีก่อน ตามการบริโภคภาคเอกชน ที่คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 6.7 สะท้อนจากยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและ ภาษีสรรพาสามิตที่จัดเก็บจากการผลิตสุราเพิ่มขึ้น เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น ท าให้เกิดการเดินทางระหว่างจังหวัด ส่งผลให้ธุรกิจภาคบริการขยายตัวได้ดีโดยเฉพาะกิจการโรงแรม ที่พัก รายงานประมาณการเศรษฐกิจจังหวัดตราด ส านักงานคลังจังหวัดตราด ศาลากลางจังหวัด ถ.ราษฎร์นิยม อ.เมือง จ.ตราด 23000 โทรศัพท์ 0-3951-2429 โทรสาร 0-3951-1007 http://www.cgd.go.th/trt
2 และกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ท าให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นหนุนให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและ เงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะบนหมู่เกาะส าคัญของจังหวัดตราดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ในช่วงวันหยุดยาว ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น ตามความต้องการใช้รถ เพิ่มขึ้น และด้านการใช้จ่ายภาครัฐ คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 34.1 จากการได้รับจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น กว่าปีก่อน ประกอบกับการเตรียมการล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ จากการใช้มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่าย งบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนให้หน่วยเบิกจ่ายสามารถด าเนินการเบิกจ่ายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ผลักเม็ดเงินจ านวนมากจากระบบงบประมาณรายจ่ายประจ าปีงบประมาณ 2566 ลงสู่ระบบเศรษฐกิจขณะที่การลงทุน ภาคเอกชน ที่คาดว่าจะหดตัวร้อยละ -0.5 จากปริมาณการจ าหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์และปริมาณสินเชื่อ เพื่อการลงทุนลดลง เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นถือเป็นต้นทุนทางการเงิน ประกอบกับเศรษฐกิจของประเทศยังคงชะลอตัว ท าให้ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นในการลงทุนลดลง และด้านการค้าผ่านชายแดน ที่คาดว่าจะหดตัวร้อยละ -5.5 เนื่องจากเศรษฐกิจกัมพูชามีแนวโน้มชะลอตัวตามเศรษฐกิจโลก จากแรงกดดันด้านราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ภายในประเทศและก าลังซื้อภาคครัวเรือนของประเทศกัมพูชา ประกอบกับความไม่แน่นอน ทางการเมืองภายในประเทศกัมพูชา ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกสินค้าชายแดนของจังหวัดตราดหดตัวโดยเฉพาะ ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มนมและครีม ข้าว ปลาแช่แข็ง และผ้าทัก 1.2 ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ เสถียรภาพเศรษฐกิจภายในจังหวัดในปี 2566 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ร้อยละ 1.5 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 1.0 – 2.0) เมื่อเทียบกับปีก่อน จากราคาผัก ผลไม้ และไข่ไก่ปรับสูงขึ้น ตามปริมาณผลผลิตออกสู่ท้องตลาดลดลงจากสภาพอากาศแปรปรวน ประกอบกับราคาน้ ามันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส าหรับด้านการจ้างงานคาดว่าจะมีผู้มีงานท าจ านวน 173,617 คน หรือขยายตัวร้อยละ 2.8 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 2.4 – 3.2) เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการขยายตัวของภาคบริการเป็นส าคัญ 2. แนวโน้มเศรษฐกิจจังหวัดตราดในปี 2567 2.1 ด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ภาวะเศรษฐกิจจังหวัดตราดในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 5.8 (โดยมีช่วงคาดการณ์ ที่ร้อยละ 5.3 – 6.3) เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยการขยายตัวมาจาก ด้านอุปทาน คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 4.8 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 4.3 – 5.3) เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลมาจากภาคบริการที่คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 8.8 สะท้อนจากยอดขายกิจการ ขายส่งขายปลีก จ านวนนักท่องเที่ยว และจ านวนผู้โดยสารผ่านสนามบินที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัย สนับสนุนจากภาคท่องเที่ยวส่งสัญญาณขยายตัวดีขึ้นต่อเนื่อง การเพิ่มขึ้นของร้านสะดวกซื้อเปิดใหม่ การขยายตัวของกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว และการเพิ่มจ านวนเที่ยวบินในช่วงปลายปี 2567 ประกอบกับการกระตุ้นเศรษฐกิจจากมาตรการของรัฐ และกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาล ท่องเที่ยวของจังหวัดส่งผลให้จ านวนนักท่องเที่ยวมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น และภาคเกษตรกรรม ที่คาดว่าจะ ขยายตัวร้อยละ 2.6 ตามการเพิ่มขึ้นของปริมาณผลผลิตทุเรียน สับปะรดตราดสีทอง และสัตว์น้ าขึ้นท่า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาทุเรียนที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง จูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่เพาะปลูก และบ ารุงรักษา ต้นทุเรียนเป็นอย่างดีประกอบกับพื้นที่ให้ผลของทุเรียนในปี 2567 เพิ่มขึ้น ท าให้คาดว่าผลผลิตทุเรียน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน ราคาสับปะรดตราดสีทองที่สูงขึ้นในปี 2565-2566 จูงใจให้เกษตรกรที่มีพื้นที่ว่าง และเกษตรกรที่โค่นยางพาราปล่อยพื้นที่ให้ผู้ปลูกสับปะรดเช่าพื้นที่มากขึ้น ประกอบกับสับปะรดตราดสีทอง เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการบริโภคผลสด ตามการขยายตัวของการท่องเที่ยว จึงคาดว่าผลผลิต สับปะรดตราดสีทองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน และในปี 2566 สถานการณ์การท าประมงของจังหวัด มีแนวโน้มดีขึ้น ชาวประมงออกเรือท าการประมงกันอย่างต่อเนื่อง จากแรงจูงใจด้านราคาที่ปรับสูงขึ้น ประกอบ กับปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์น้ าที่ขยายตัว สะท้อนถึงความต้องการใช้สัตว์น้ าเป็นวัตถุดิบในการผลิตเพิ่มขึ้น
3 จึงคาดว่าในปี 2567 ราคาสัตว์น้ าขึ้นท่ายังคงมีแนวโน้มที่ดี และราคาน้ ามันดีเซลมีแนวโน้มตึงตัวต่อเนื่อง ในปี 2567 ท าให้คาดว่าชาวประมงจะออกเรือจับสัตว์น้ าเพิ่มขึ้นและมีปริมาณผลผลิตสัตว์น้ าขึ้นท่าเพิ่มขึ้นกว่า ปีก่อน ขณะที่ปริมาณผลผลิตกุ้งขาว ยางพารา เงาะ และสับปะรดโรงงาน มีแนวโน้มลดลง ขณะที่ภาคอุตสาหกรรม ที่คาดว่าจะหดตัวร้อยละ -5.0 ตามจ านวนโรงงานอุตสาหกรรม จ านวนทุนจดทะเบียนภาคอุตสาหกรรม และ ปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากการจัดท างบประมาณรายจ่ายประจ าปี งบประมาณ พ.ศ. 2567 ล่าช้าออกไป ส่งผลให้การลงทุนโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ชะลอออกไป กระทบต่ออุตสาหกรรมบดย่อยหินที่เป็นวัสดุในการก่อสร้าง อีกทั้งการลดพื้นที่เพาะปลูกยางพาราอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณไม้ยางพารามีปริมาณลดลง กระทบต่ออุตสาหกรรมไม้และก็ผลิตภัณฑ์จากไม้ยางพารา มีวัตถุดิบในการผลิตลดลง ด้านอุปสงค์คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.5 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 2.0 – 3.0) เมื่อเทียบกับปีก่อน ตามการบริโภคภาคเอกชน ที่คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 5.0 โดยได้รับแรงสนับสนุน จากภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้เพิ่มขึ้น จ านวนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ จ านวนรถจักรยานยนต์ จดทะเบียนใหม่ และภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บจากการผลิตสุราที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้ม ขยายตัวดีขึ้นต่อเนื่อง และจ านวนนักท่องเที่ยวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจประเภทกิจการโรงแรมและ รีสอร์ท และกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัว ประกอบกับรายได้เกษตรกรมีแนวโน้ม ขยายตัวจากปริมาณพื้นที่ให้ผลของทุเรียนเพิ่มขึ้น ท าให้ประชาชนมีรายได้และก าลังซื้อเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน หนุนให้มีการบริโภคเพิ่มขึ้น การลงทุนภาคเอกชน ที่คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 1.5 จากการขยายตัวของปริมาณ สินเชื่อเพื่อการลงทุน ตามแนวโน้มการขยายตัวต่อเนื่องของการท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น ต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และพื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างเพิ่มขึ้น จากการขยายตัวของกลุ่มธุรกิจ ที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ด้านการใช้จ่ายภาครัฐ คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.4 เนื่องจากการเบิกจ่ายงบประจ า ซึ่งเป็นงบประมาณส่วนใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเป็นส าคัญ และด้านการค้าผ่านชายแดน ที่คาดว่าจะ ขยายตัวร้อยละ 2.2 จากมูลค่าการน าเข้าและส่งออกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมีสัญญาณบวกจากในปี 2566 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัว และมีอัตราเงินเฟ้อต่ าที่สุดในอาเซียน ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายการกระตุ้น เศรษฐกิจการค้าชายแดน ท าให้มูลค่าการค้าชายแดนมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นกว่าปีก่อน 2.2 ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ เสถียรภาพเศรษฐกิจภายในจังหวัดในปี 2567 คาดว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 1.7 (โดยมีช่วง คาดการณ์ที่ร้อยละ 1.2 -2.2) เมื่อเทียบกับปีก่อน ปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ ส าหรับ ด้านการจ้างงานคาดว่าจะมีผู้มีงานท าจ านวน 181,915คน หรือขยายตัวร้อยละ 4.8 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 4.4–5.2) เมื่อเทียบกับปีก่อน
4 ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจในปี 2566 และปี 2567 ของจังหวัดตราดที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง 1. การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สายพันธุ์ใหม่ที่กลับมาระบาดอีกครั้ง ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัด 2. สถานการณ์เอลนีโญ ท าให้ปริมาณน้ าฝนลดลงกว่าปี 2565 ส่งผลให้เกิดปัญหาภัยแล้งและ สภาพอากาศแปรปรวน กระทบต่อการขยายตัวของผลผลิตในภาคเกษตรกรรมของจังหวัด และอาจกระทบต่อ รายได้ของเกษตรกร การบริโภคภาคเอกชน และการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัด 3. ความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ตามราคาพลังงานและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับสูงขึ้น ท าให้ต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีการปรับเพิ่มราคาสินค้าและบริการ ซึ่งท าให้ก าลังซื้อ ของผู้บริโภคลดลงและประชาชนระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น 4. สงครามยูเครน ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในด้านต้นทุนการผลิตพลังงานและปุ๋ยเคมี ท าให้ราคาพลังงานและราคาปุ๋ยเคมีในประเทศไทยปรับสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังต้นทุนการผลิต ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ 5. การขึ้นอัตราดอกเบี้ย เป็นการเพิ่มต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการที่กู้ยืมเงินลงทุน จากธนาคารพาณิชย์ทั้งรายเก่าและรายใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวและการขยายตัวของธุรกิจท าได้ลดลง 6. ความเสี่ยงจากการขาดแคลนแรงงานในภาคประมง จากสถานการณ์การขาดแคลนแรงงาน ในภาคประมง เนื่องจากกระทรวงแรงงานมีนโยบายไม่เปิดให้มีการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวอีก ส่งผลให้ แรงงานต่างชาติเดินทางกลับประเทศและไม่เดินทางกลับมาท างานในประเทศไทยอีก ส่งผลให้เรือประมง พาณิชย์ที่มีใบอนุญาตถูกกฎหมายบางส่วนไม่สามารถออกท าการประมงได้ ท าให้ปริมาณผลผลิตสัตว์น้ าลดลง และราคาอาหารทะเลปรับตัวสูงขึ้น 6. หนี้สินภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงจะเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของความต้องการซื้อ ภายในประเทศ รวมทั้งความสามารถในการช าระหนี้ ประกอบกับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs เนื่องจากธนาคารพาณิชย์มีความกังวลต่อความสามารถในการช าระหนี้ของลูกค้า ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจในปี 2566 และปี 2567 ของจังหวัดตราดที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง 1. โครงการ/มาตรการภาครัฐในการสนับสนุนการฟื้นตัวทางด้านเศรษฐกิจ การลดภาระ ภาคประชาชนและผู้ประกอบการในการช่วยเหลือผ่านโครงการ/มาตรการต่าง ๆ อาทิ โครงการเพิ่มก าลังซื้อ ให้แก่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยเหลือค่าไฟฟ้าและค่าน้ าปะปา และมาตรการ ยกเว้นค่าธรรมเนียมการอนุญาตขายสุรา ยาสูบ และไพ่ ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสมิต พ.ศ.2560 เป็นต้น 2. การเตรียมการล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงปลายปีงบประมาณ ประกอบกับการเร่งรัดการเบิกจ่าย งบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐต่อเนื่อง ส่งผลให้หน่วยเบิกจ่ายสามารถด าเนินการเบิกจ่ายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ผลักเม็ดเงินจ านวนมากจากระบบงบประมาณรายจ่ายประจ าปีงบประมาณ 2566 ลงสู่ระบบเศรษฐกิจ 3. หลายประเทศได้ผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าออกพรมแดน ประกอบกับประเทศไทยผ่อนคลาย มาตรการในการเดินทางเข้าประเทศ ท าให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น 4. การเปิดประเทศของจีน และผ่อนคลายนโยบายโควิดเป็นศูนย์ ท าให้ความต้องการของ ผู้บริโภคจีนฟื้นตัว และข้อจ ากัดในการส่งออกไปยังประเทศจีนลดลง ส่งผลบวกต่อทั้งภาคการส่งออกและ การท่องเที่ยวฟื้นตัว 5. การเพิ่มเที่ยวบินกรุงเทพฯ – ตราด ท าให้มีจ านวนนักท่องเที่ยวจากยุโรป โดยเฉพาะ ประเทศรัสเซียและเยอรมัน เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในหมู่เกาะจังหวัดตราดเพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อน 6. การรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรด้วยการรักษาคุณภาพสินค้าเกษตร เพื่อรักษาระดับ รายได้ของเกษตรกรให้เพียงพออย่างต่อเนื่อง ช่วยให้การบริโภคภายในจังหวัดเติบโตได้ดี 7. มาตรการยกเว้นการตรวจลงตราเข้าประเทศ หรือวีซ่าฟรี แก่นักท่องเที่ยวจีน และคาซัคสถาน
5 ตารางสรุปสมมติฐานและผลการประมาณการเศรษฐกิจจังหวัดตราดปี 2567 (ณ เดือนกันยายน 2566) 2565 2566 E 2567 F เฉลี่ย เฉลี่ย ช่วง สมมติฐานหลัก สมมติฐานภายนอก 1) ปริมาณผลผลิตยางพารา (ร้อยละต่อปี) 6.7 -10.3 -5.0 -5.5 – -4.5 2) ปริมาณผลผลิตสับปะรดโรงงาน (ร้อยละต่อปี) -25.4 -16.0 -4.2 -4.7 - -3.7 3) ปริมาณผลผลิตสับปะรดตราดสีทอง (ร้อยละต่อปี) -15.8 -4.7 3.5 3.0 – 4.0 4) ปริมาณผลผลิตทุเรียน (ร้อยละต่อปี) 51.9 3.7 10.3 9.8 - 10.8 5) ปริมาณผลผลิตเงาะ (ร้อยละต่อปี) 19.4 -25.3 -5.6 -6.1 - -5.1 6) ปริมาณผลผลิตสัตว์น้ าขึ้นท่า (ร้อยละต่อปี) 6.7 12.9 1.2 0.7 – 1.7 7) ปริมาณผลผลิตกุ้งขาว (ร้อยละต่อปี) 6.1 -5.6 -18.1 -18.6 - -17.6 8) ราคายางพารา (บาท/ตัน) 43,059 40,992 39,147.2 38,942 – 39,352 9) ราคาสับปะรดโรงงาน (บาท/ตัน) 6,433 6,897 7,779.3 7,745 – 7,814 10) ราคาสับปะรดตราดสีทอง (บาท/ตัน) 9,822 13,623 13,663.5 13,595 – 13,732 11) ราคาทุเรียน (บาท/ตัน) 115,000 131,997 132,921.0 132,261 – 133,581 12) ราคาเงาะ (บาท/ตัน) 26,000 27,482 27,619.4 27,482 – 27,757 13) ราคาปลาขึ้นท่า (บาท/ตัน) 26,316 29,548 29,902.7 29,755 – 30,050 14) ราคากุ้งขาว (บาท/ตัน) 160,656 150,053 140,749.6 139,999 – 141,500 15) ปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม (ร้อยละต่อปี) -1.0 -1.2 -3.5 -4.0 – 3.0 16) จ านวนทุนจดทะเบียนภาคอุตสาหกรรม (ร้อยละต่อปี) 9.0 -3.0 -2.1 -2.6 - -1.6 17) จ านวนโรงงานอุตสาหกรรม (โรง) 257.0 232.8 221.7 221 - 223 18) จ านวนนักท่องเที่ยว (คน) 1,321,067 1,499,411 1,836,778.5 1,829,281 – 1,844,276 19) ยอดขายกิจการขายส่งขายปลีก (ร้อยละต่อปี) 17.2 3.2 5.3 4.8 – 5.8 20) จ านวนผู้โดยสารผ่านสนามบินตราด (คน) 41,543 64,309 69,646.2 69,325 – 69,968 21) จ านวนนักเรียน/นักศึกษา (คน) 42,388 41,540 40,667.9 40,460 – 40,876 22) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้ (ร้อยละต่อปี) 14.9 6.3 5.3 4.8 – 5.8 23) จ านวนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ (คัน/ปี) 744 786 811 807 - 815 24) จ านวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ (คัน/ปี) 5,692 6,859 7,092.1 7,058 – 7,126 25) ภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บจากการผลิตสุรา(ร้อยละ/ปี) -0.7 5.6 5.5 5.0 – 6.0 26) พื้นที่ขออนุญาตก่อสร้าง (ตารางเมตร) 180,698 185,215 187,993.7 187,068 – 188,920 27) จ านวนรถยนต์เพื่อการพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ (คัน/ปี) 732.0 711 695.1 692 - 699 28) ปริมาณสินเชื่อเพื่อการลงทุน (ร้อยละต่อปี) 3.8 -1.2 2.0 1.5 – 2.5 สมมติฐานด้านนโยบาย 29) รายจ่ายประจ ารัฐบาลกลาง (ล้านบาท) 980 2,032 4,192.6 4,182 – 4,203 30) รายจ่ายลงทุนรัฐบาลกลาง (ล้านบาท) 1,407 4,111 12,285.6 12,246 – 12,325 31) มูลค่าการค้าชายแดนโดยเฉลี่ย (ล้านบาท) 16,904 15,970 16,315.9 16,236 – 16,396 E = Estimate : การประมาณการ F = Forecast : การพยากรณ์ ที่มา : ส านักงานคลังจังหวัดตราด
6 ตารางสรุปสมมติฐานและผลการประมาณการเศรษฐกิจจังหวัดตราดปี 2567 (ณ เดือนกันยายน 2566) 2565 2566 E 2567 F เฉลี่ย เฉลี่ย ช่วง ผลการประมาณการ 1) อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (ร้อยละต่อปี) 24.7 3.4 5.8 5.3 - 6.3 2) อัตราการขยายตัวของภาคเกษตรกรรม (ร้อยละต่อปี) 27.2 -3.8 2.6 2.1 - 3.1 3) อัตราการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม (ร้อยละต่อปี) -3.6 -5.4 -5.0 -5.5 - -4.0 4) อัตราการขยายตัวของภาคบริการ (ร้อยละต่อปี) 37.9 11.5 8.8 8.3 - 9.3 5) อัตราการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชน (ร้อยละต่อปี) 15.1 6.7 5.0 4.5 - 5.5 6) อัตราการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน (ร้อยละต่อปี) 1.9 -0.5 1.5 1.0 - 2.0 7) อัตราการขยายตัวของการใช้จ่ายภาครัฐ (ร้อยละต่อปี) -12.3 34.1 2.4 1.9 - 2.9 8) อัตราการขยายตัวของมูลค่าการค้าชายแดน (ร้อยละต่อปี) 6.7 -5.5 2.2 1.7 - 2.7 9) อัตราการขยายตัวของรายได้เกษตรกร (ร้อยละต่อปี) 33.4 3.8 1.8 0.8 - 2.8 10) อัตราเงินเฟ้อ (ร้อยละต่อปี) 4.4 1.5 1.7 1.2 - 2.2 11) จ านวนผู้มีงานท า (คน) เปลี่ยนแปลง (คน) 168,868 173,617 181,915 181,195 - 182,663 12) เปลี่ยนแปลง (คน) -3,463 4,748 8,298 7,578 - 9,046 E = Estimate : การประมาณการ F = Forecast : การพยากรณ์ ที่มา : ส านักงานคลังจังหวัดตราด
7 สมมุติฐานหลักในการประมาณการเศรษฐกิจจังหวัดตราด 1. ด้านอุปทาน ในปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.7 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 3.2 – 4.2 ปรับลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวร้อยละ 9.6) เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลมาจากภาคบริการขยายตัวร้อยละ 11.5 เป็นส าคัญ ขณะที่ภาคเกษตรกรรมและ ภาคอุตสาหกรรมหดตัวร้อยละ -3.8 และ -5.4 โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.1 ยอดขายกิจการขายส่งขายปลีก ในปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.2 (โดยมีช่วง คาดการณ์ที่ร้อยละ 2.7 – 3.7 ปรับลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ว่าจะ ขยายตัวร้อยละ 8.2) เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนจากยอดจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของกิจการการขายสินค้า อุปโภคบริโภคปลีก-ส่ง เพิ่มขึ้น จากแรงหนุนด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง การก่อสร้าง ปรับปรุงอาคารที่พักและอาคารส านักงานต่าง ๆ ของรัฐ และการจับจ่ายในช่วงหาเสียงและเตรียมการ จัดการเลือกตั้งดันให้ยอดขายกิจการขายส่งขายปลีกเพิ่มขึ้น ส าหรับแนวโน้มในปี2567คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 5.3(โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 4.8–5.8) เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้มีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของร้านสะดวกซื้อเปิดใหม่ การขยายตัวของ กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น กิจการโรงแรมและที่พักแรม การขนส่ง การจ าหน่ายยานยนต์และ รถจักรยานยนต์ กิจกรรมกีฬาทางน้ า และการขายสินค้าอุปโภคบริโภคปลีก-ส่งขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.2 จ านวนนักท่องเที่ยว ในปี2566 คาดว่าจะมีจ านวน 1,499,411 คน (โดยมีช่วงคาดการณ์ ที่จ านวน 1,492,806 – 1,506,016 คน ปรับลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ ว่าจะมีจ านวน 2,000,095คน) เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการท่องเที่ยวกลับเข้าสู่ภาวะปกติมีจ านวนนักท่องเที่ยว เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดตราดใกล้เคียงก่อนโควิด โดยนักท่องเที่ยวคนไทยเพิ่มขึ้นจากอานิสงส์ของ โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 และการประกาศวันหยุดกรณีพิเศษในเดือนกรกฎาคมท าให้มีช่วงวันหยุดยาว เพิ่มขึ้น ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นจากอานิสงส์ของค่าเงินบาทที่อ่อนตัวต่อเนื่อง และเกาะหมาก จังหวัดตราด ยังได้รับรางวัล People Choice Award ล าดับที่ 2 “2023 GREEN DESTINATIONS STORY AWARDS” ในด้านการจัดการและการฟื้นฟู(Governance, Reset and Recovery) ท าให้ได้รับความนิยม จากการเดินทางมาท่องเที่ยวของชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะชาวยุโรปที่ต้องการสัมผัสกับประสบการณ์การ ท่องเที่ยวแบบโลว์คาร์บอน และให้ความส าคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อักทั้งยังมีการจัดกิจกรรมกีฬาเพื่อ กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด เช่น เดิน-วิ่ง สานสัมพันธ์ ไทย-กัมพูชา และ Sexy Run Koh Mak 2023 เป็นต้น 2.7 0.6 -4.9 17.2 8.2 3.2 5.3 -20 -15 -10 -5 0 5 10 15 20 2562 2563 2564 2565E 2566F ณ มิ.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 66 2567F ณ ก.ย. 67 %yoy ปี ยอดขายกิจการขายส่งขายปลีก
8 ส าหรับแนวโน้มในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 22.5 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 22.0 – 23.0) เมื่อเทียบกับปีก่อน มีสัญญาณบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนตัว แนวโน้มการเพิ่มจ านวนเที่ยวบิน ในช่วงปลายปี 2567 และมาตรการฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีน ช่วยหนุนให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทาง มาท่องเที่ยวจังหวัดตราดเพิ่มขึ้น ส่วนนักท่องเที่ยวคนไทยมีสัญญาณบวกจากเศรษฐกิจของประเทศขยายตัว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาล และกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของจังหวัด ส่งผลให้นักท่องเที่ยวคนไทยเดินทางมาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นในช่วงวันหยุด 1.3 จ านวนผู้โดยสารผ่านสนามบิน ในปี2566 คาดว่าจะมีจ านวน 64,309 คน (โดยมีช่วง คาดการณ์ที่จ านวน 64,101 – 64,516 คน ปรับเพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ว่าจะมีจ านวน 60,320 คน) เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการเพิ่มเที่ยวบินเป็น 2 เที่ยวบินต่อวัน ตั้งแต่ เดือนตุลาคม 2565 การอ่อนตัวของค่าเงินบาท การได้รับรางวัล People Choice Award ล าดับที่ 2 “2023 GREEN DESTINATIONS STORY AWARDS” ในด้านการจัดการและการฟื้นฟู(Governance, Reset and Recovery) ของเกาะหมาก จังหวัดตราด ท าให้หมู่เกาะจังหวัดตราดได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวยุโรป ประกอบกับการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ของจังหวัดตราดท าให้มีผู้โดยสารผ่านสนามบินเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน ส าหรับแนวโน้มในปี 2567คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 8.3(โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 7.8–8.8) เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการท่องเที่ยวขยายตัวดีขึ้นต่อเนื่อง การอ่อนตัวของค่าเงินบาท และผู้ให้บริการสายการบินบางกอกแอร์เวย์มีแผนเพิ่มจ านวนเที่ยวบินในช่วงปลายปี 2567 จึงคาดว่าผู้โดยสารผ่าน สนามบินจังหวัดตราดจะมีจ านวนเพิ่มขึ้นจากปี 2566 2,206,818 1,090,254 704,634 1,321,067 2,000,095 1,499,411 1,836,779 0 1,000,000 2,000,000 3,000,000 4,000,000 5,000,000 2562 2563 2564E 2565E 2566F ณ มิ.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 66 2567F ณ ก.ย. 67 คน ปี จ านวนนักท่องเที่ยว 101,138 36,255 9,921 41,543 60,320 64,309 69,646 0 100,000 200,000 300,000 400,000 500,000 2562 2563 2564E 2565E 2566F ณ มิ.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 66 2567F ณ ก.ย. 67 คน ปี จ านวนผู้โดยสารผ่านสนามบิน
9 1.4 ปริมาณทุเรียน ในปี2566 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.7 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 3.2 – 4.2 เท่ากับที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.7) เมื่อเทียบ กับปีก่อน เนื่องจากต้นทุเรียนอยู่ในช่วงอายุให้ผลผลิตได้เพิ่มขึ้น จากต้นทุเรียนใหม่เริ่มให้ผลผลิตได้ปีแรก และ ปีนี้ทุเรียนออกดอกดีมาก อีกทั้งปีนี้ราคาทุเรียนปรับสูงขึ้นจูงใจให้เกษตรกรเพิ่มการดูแลรักษาต้นทุเรียน ให้มีความสมบูรณ์เพื่อให้ออกผลได้เพิ่มขึ้น ส าหรับแนวโน้มในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 10.3 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 9.8 – 10.8) เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาทุเรียนที่ปรับขึ้นในปี 2566 จูงใจให้เกษตรกร ขยายพื้นที่เพาะปลูก และบ ารุงรักษาต้นทุเรียนเป็นอย่างดี ประกอบกับพื้นที่ให้ผลของทุเรียนในปี 2567 เพิ่มขึ้น ท าให้คาดว่าผลผลิตทุเรียนจะเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน 1.5 ปริมาณสัตว์น้ าขึ้นท่า ในปี2566 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 12.9 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ ร้อยละ12.4–13.4 ปรับเพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวร้อยละ 5.3) เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากราคาสัตว์น้ าขึ้นท่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้ราคาลงมาระยะหนึ่งแล้ว ประกอบกับการตรึงราคาน้ ามันดีเซลท าให้ชาวประมงออกเรือท าการประมงเพิ่มมากขึ้น ส าหรับแนวโน้มในปี 2567คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 1.2(โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 0.7–1.7) เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากในปี 2566 สถานการณ์การท าประมงของจังหวัดมีแนวโน้มดีขึ้น จากการที่ชาวประมงออกเรือท าการประมงกันอย่างต่อเนื่อง และปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์น้ าที่ขยายตัว สะท้อนถึงความต้องการใช้สัตว์น้ าเป็นวัตถุดิบในการผลิต จึงคาดว่าในปี 2567 ราคาสัตว์น้ าขึ้นท่ายังคงมีแนวโน้มที่ดี และการตรึงราคาน้ ามันดีเซลต่อเนื่อง หนุนให้ชาวประมงออกเรือจับสัตว์น้ าเพิ่มขึ้น 21.7 14.6 4.6 51.9 3.7 3.7 10.3 -100 -80 -60 -40 -20 0 20 40 60 80 100 2562 2563 2564E 2565E 2566F ณ มิ.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 66 2567F ณ ก.ย. 67 %yoy ปี ปริมาณผลผลิต : ทุเรียน -2.5 -12.6 -12.3 6.7 5.3 12.9 1.2 -100 -80 -60 -40 -20 0 20 40 60 80 100 2562 2563 2564E 2565E 2566F ณ มิ.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 66 2567F ณ ก.ย. 67 %yoy ปี ปริมาณผลผลิต : สัตว์น้ าขึ้นท่า
10 1.6 จ านวนโรงงาน ในปี2566 คาดว่าจะมีจ านวน 233 โรงงาน (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่จ านวน 232 – 234 โรงงาน ปรับลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ว่าจะมีจ านวน 247 โรงงาน) เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากผลผลิตภาคเกษตรที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตลดลงส่งผลให้โรงงาน บางแห่งหยุดการผลิต ย้ายไปประกอบกิจการที่อื่น และปิดตัวลง ประกอบกับอุตสาหกรรมการผลิตอื่น ๆ ได้แก่ ตักและขุดดินในที่ดินกรรมสิทธิ์แจ้งเลิกประกอบกิจการโรงงานหลังกิจการด าเนินการเสร็จสิ้น ส่งผลให้จ านวน โรงงานลดลง ส าหรับแนวโน้มในปี 2567คาดว่าจะหดตัวร้อยละ -4.8(โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ -5.3–-4.3) เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการจัดท างบประมาณรายจ่ายประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ต้องล่าช้าออกไป ส่งผลให้การลงทุนโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ชะลอออกไป กระทบต่ออุตสาหกรรมบดย่อยหิน ที่เป็นวัสดุในการก่อสร้าง อีกทั้งการลดพื้นที่เพาะปลูกยางพาราอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ปริมาณไม้ยางพารา มีปริมาณลดลงกระทบต่ออุตสาหกรรมไม้และก็ผลิตภัณฑ์จากไม้ยางพารามีไม้ยางพาราส าหรับการผลิตลดลง 2. ด้านอุปสงค์ในปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.4 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 1.9 – 2.9 ปรับลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวร้อยละ 6.2) เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลมาจากการบริโภคภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ ขยายตัวร้อยละ 6.7 และ 34.1 ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนและการค้าผ่านชายแดน หดตัวร้อยละ -0.5 และ -5.5 โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้ 2.1 ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้ในปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 6.3 (โดยช่วงคาดการณ์ ที่ร้อยละ 5.8 – 6.8 ปรับลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัว ร้อยละ 15.0) เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจ ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะกิจการโรงแรม ที่พัก และกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น การขนส่ง การจ าหน่ายยานยนต์และรถจักรยานยนต์ การขายสินค้าอุปโภคบริโภคปลีก-ส่ง กิจกรรมกีฬาทางน้ า เช่น การด าน้ า การพายเรือ การล่องเรือ เป็นต้น ประกอบกับมีการก่อสร้างปรับปรุงอาคารที่พักและอาคาร ส านักงานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดขายวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น เว้นแต่ในช่วงเดือนกันยายนที่จัดเก็บภาษีได้ลดลง เนื่องจากมีฝนตกชุกติดต่อกันหลายวัน ท าให้จ านวนนักท่องเที่ยวลดลง ส าหรับแนวโน้มในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 5.3 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 4.8 – 5.8) เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื ่องจากธุรกิจประเภทกิจการโรงแรมและรีสอร์ท และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง กับการท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวตามการเพิ ่มขึ้นของจ านวนนักท ่องเที่ยว ประกอบกับรายได้เกษตรกร ที ่คาดว ่าจะขยายตัวดีขึ้นจากปริมาณผลผลิตทุเรียนที ่มีแนวโน้มเพิ ่มขึ้นในปี 2567 ดันให้ยอดจ าหน่าย ยานยนต์ขยายตัว 480 248 252 257 247 233 222 0 200 400 600 800 1,000 2562 2563 2564E 2565E 2566F ณ มิ.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 66 2567F ณ ก.ย. 67 โรง ปี จ านวนโรงงาน
11 2.2 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ ในปี2566 คาดว่าจะมีจ านวน 786 คัน (โดยช่วง คาดการณ์ที่จ านวน 782 – 789 คัน ปรับลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ว่า จะมีจ านวน 821 คัน) เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการผลิตยานยนต์สามารถกลับมาด าเนินการได้ปกติมากขึ้น หลังหมดปัญหาชิพขาดแคลน ส่งผลให้สามารถผลิตได้ตามค าสั่งซื้อที่ยังค้างอยู่ ประกอบกับความต้องการใช้รถ เพิ่มขึ้นจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับสู่ภาวะปกติและเกษตรกรในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากราคาผลไม้ ปรับสูงขึ้นกว่าปีก่อน ส าหรับแนวโน้มในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.2 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 2.7 – 3.7) เมื่อเทียบกับปีก่อน ขยายตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้เกษตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากผลผลิตทุเรียนจะออกสู่ท้องตลาดเพิ่มขึ้นกว่าปี 2566 และภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ท าให้ประชาชจะมีรายได้และก าลังซื้อเพิ่มขึ้น 2.3 รถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ในปี2566 คาดว่าจะมีจ านวน 6,859 คัน (โดยช่วง คาดการณ์ที่จ านวน 6,830 – 6,887 คัน ปรับลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ ว่าจะมีจ านวน 6,888 คัน) ขยายตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากมีปริมาณการผลิตและจ าหน่ายเพิ่มขึ้น ตามความต้องการของผู้ใช้รถ ประกอบกับเกษตรกรในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากราคาผลไม้ปรับสูงขึ้นกว่าปีก่อน ส าหรับแนวโน้มในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.4 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 2.9 – 3.9) เมื่อเทียบกับปีก่อน ขยายตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้เกษตรมีแนวโน้ม เพิ่มขึ้น และภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อธุรกิจให้เช่ารถมอเตอร์ไซค์เพื่อ การท่องเที่ยว 8.0 -15.5 -0.2 14.9 15.0 6.3 5.3 -100 -80 -60 -40 -20 0 20 40 60 80 100 2562 2563 2564E 2565E 2566F ณ มิ.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 66 2567F ณ ก.ย. 67 %yoy ปี ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้ 873 609 673 744 821 786 811 0 1,000 2,000 3,000 4,000 5,000 2562 2563 2564E 2565E 2566F ณ มิ.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 67 2566F ณ ก.ย. 68 ปี คัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่
12 2.4 การใช้จ่ายภาครัฐ ในปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 34.1 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ ร้อยละ 33.6 – 34.6 ปรับเพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัว ร้อยละ 32.6) เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากจังหวัดตราดได้รับจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นกว่าปี 2565 ประกอบกับการเตรียมการล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ จากการใช้มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ และการใช้จ่ายภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราการเบิกจ่ายภาครัฐ 2566 ขยายตัวเพิ่มขึ้น ส าหรับแนวโน้มในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.2 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 2.7 – 3.7) เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการจัดท างบประมาณรายจ่ายประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ล่าช้า คาดว่าจะส่งผลกระทบให้การเบิกจ่ายงบลงทุนในปีงบประมาณ 2567 หดตัว ขณะที่การเบิกจ่ายงบประจ ายังคง ทรงตัวจากปีก่อน 4,045 3,357 4,093 5,692 6,889 6,859 7,092 0 10,000 20,000 30,000 40,000 50,000 2562 2563 2564E 2565E 2566F ณ มิ.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 67 คัน ปี รถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ 1.1 8.0 7.4 -5.7 12.6 -2.2 -1.0 -100 -80 -60 -40 -20 0 20 40 60 80 100 2562 2563 2564E 2565E 2566F ณ มิ.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 66 2567F ณ ก.ย. 67 %yoy ปี รายจ่ายประจ าจากงบประมาณ
13 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ก าหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมไว้ที่ร้อยละ 93.0 ของวงเงินงบประมาณในภาพรวม เป้าหมายการเบิกจ่ายงบประจ าไว้ที่ร้อยละ 98.0 ของวงเงิน งบประมาณงบประจ า และเป้าหมายการเบิกจ่ายงบลงทุนไว้ที่ร้อยละ 75.0 ของวงเงินงบประมาณงบลงทุน และเป้าหมายการเบิกจ่ายรายไตรมาสประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ดังนี้ เป้าหมายการเบิกจ่าย ภาพรวม (ร้อยละ) งบลงทุน (ร้อยละ) ไตรมาส 1 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 30.0 13.0 ไตรมาส 2 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 51.0 29.0 ไตรมาส 3 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 72.0 46.0 ไตรมาส 4 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 93.0 75.0 ส าหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2566รายจ่ายรัฐบาล คาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมได้ ทั้งสิ้น 2,265ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.0เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน คิดเป็นอัตราการเบิกจ่ายที่ร้อยละ 92.6 ของวงเงินงบประมาณภาพรวม ซึ่งคาดว่าจะต่ ากว่าเป้าหมายการเบิกจ่ายที่ก าหนดไว้ที่ร้อยละ 93.0 ของวงเงิน งบประมาณในภาพรวม โดยรายจ่ายลงทุนคาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายได้ 1,309 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 55.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน คิดเป็นอัตราการเบิกจ่ายที่ร้อยละ 89.0ของวงเงินงบประมาณงบลงทุน ซึ่งคาดว่าจะ สูงกว่าเป้าหมายการเบิกจ่ายที่ก าหนดไว้ที่ร้อยละ 75.0 ของวงเงินงบประมาณงบลงทุน เนื่องจากได้รับจัดสรรงบลงทุน เพิ่มขึ้น หน่วยเบิกจ่ายมีการเตรียมการเบิกจ่ายตั้งแต่ต้นปีงบประมาณก่อนหน้า ประกอบกับการเร่งรัดการด าเนินงาน ให้เป็นไปตามสัญญาและเป้าหมายที่คณะรัฐมนตรีก าหนด จึงท าให้การเบิกจ่ายงบลงทุนสูงกว่าเป้าหมาย ส าหรับ รายจ่ายประจ าคาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายได้ 956ล้านบาท ลดลงร้อยละ -5.9เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน คิดเป็น อัตราการเบิกจ่ายที่ร้อยละ 98.0ของวงเงินงบประมาณงบประจ า ซึ่งคาดว่าจะได้ตามเป้าหมายการเบิกจ่ายที่ก าหนดไว้ ที่ร้อยละ 98.0 ของวงเงินงบประมาณงบประจ า เนื่องจากส่วนราชการได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจ า ต่ ากว่าปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 49.2 5.1 -14.9 -15.4 43.0 53.1 4.6 -100 -80 -60 -40 -20 0 20 40 60 80 100 2562 2563 2564E 2565E 2566F ณ มิ.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 66 2567F ณ ก.ย. 67 %yoy ปี รายจ่ายลงทุนจากงบประมาณ
14 ตารางผลการเบิกจ่ายงบประมาณประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 งปม. ผลการเบิกจ่าย ร้อยละ ผลการคาดการณ์ คาดการณ์ เป้าหมาย สูงกว่า/ต่ ากว่า จัดสรร สะสมตั้งแต่ต้นปีงปม. เบิกจ่าย เบิกจ่ายปีงปม. ร้อยละ เบิกจ่าย เป้าหมาย จนถึง ธ.ค. 65 2565 การเบิกจ่าย 1. งบประมาณประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 รายจ่ายประจ า 975 954 97.9 956 98.0 98.0 เท่ากับ รายจ่ายลงทุน 1,471 1,299 88.3 1,309 89.0 75.0 สูงกว่า รายจ่ายภาพรวม 2,446 2,254 92.1 2,265 92.6 93.0 ต่ ากวา ปี 2565 308 300 97.3 308 100.0 308 ก่อนปี 2565 - - - - - - รวมงบเหลื่อมปี 308 300 97.3 308 100.0 308 กราฟแสดงผลการเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เทียบกับเป้าหมายการเบิกจ่าย สะสมตั้งแต่ต้นปีงบประมาณจนถึงเดือนกันยายน 2566 กราฟแสดงผลการเบิกจ่ายงบประมาณงบลงทุนประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เทียบกับเป้าหมายการเบิกจ่าย สะสมตั้งแต่ต้นปีงบประมาณจนถึงเดือนกันยายน 2566 52.0 75.0 93.0 32.9 39.5 51.7 62.3 71.1 77.5 82.4 86.1 92.1 0 20 40 60 80 100 ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. %yoy ปี เป้าหมายภาพรวม ผลการเบิกจ่าย ที่มา : รายงาน MIS จากระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) 11111 ที่มา : รายงาน MIS จากระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) 39.0 57.0 75.0 20.4 25.6 41.9 55.1 66.3 75.7 81.2 83.9 88.3 0 20 40 60 80 100 ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. %yoy ปี เป้าหมายงบลงทุน ผลการเบิกจ่าย
15 2.5 มูลค่าการค้าชายแดน ในปี 2566 คาดว่าจะหดตัวร้อยละ -5.5 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ ร้อยละ -6.0 – -5.0 ปรับลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ว่าจะหดตัว ร้อยละ -2.3) เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากเศรษฐกิจกัมพูชามีแนวโน้มชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจโลกจากแรงกดดัน ด้านราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ภายในประเทศและก าลังซื้อภาคครัวเรือน ของประเทศ กัมพูชา ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศกัมพูชา ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกสินค้า ชายแดนของจังหวัดตราดหดตัว โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มนมและครีม ข้าว ปลาแช่แข็ง และ ผ้าทัก ส าหรับแนวโน้มในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 1.3 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 0.8 – 1.8) เมื่อเทียบกับปีก่อน จากมูลค่าการน าเข้าที่เพิ่มขึ้นเป็นส าคัญ โดยมีสัญญาณบวกจากในปี 2566 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัว มีอัตราเงินเฟ้อต่ าที่สุดในอาเซียน ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายการกระตุ้น เศรษฐกิจการค้าชายแดน หนุนให้มูลค่าการค้าชายแดนมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นกว่าปีก่อน 3. ด้านรายได้เกษตรกร ในปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.8 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ ร้อยละ2.7– 4.8 ปรับลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวร้อยละ8.9) เมื่อเทียบกับปีก่อน จากราคาสินค้าเกษตรขยายตัวร้อยละ 7.9 จากการปรับขึ้นของราคาทุเรียน เงาะ สับปะรดโรงงาน สับปะรดตราดสีทอง และสัตว์น้ าขึ้นท่า ขณะที่ปริมาณผลผลิตภาคเกษตรกรรมหดตัวร้อยละ -3.4จากปริมาณผลผลิต ยางพารา สับปะรดโรงงาน สับปะรดตราดสีทอง เงาะ และกุ้งขาวมีปริมาณผลผลิตลดลง 3.1 ราคาทุเรียนโดยเฉลี่ย ในปี 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ 131,997 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 131,422 – 132,572 บาท/ตัน เท่ากับที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 131,997 บาท/ตัน) เนื่องจากปริมาณผลผลิตทุเรียนไม่เพียงพอต่อความต้องการของ ตลาด เนื่องจากตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออกไปยังประเทศจีนมีความต้องการทุเรียนเพิ่มขึ้น ท าให้ ราคาโดยเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส าหรับแนวโน้มในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 0.7 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 0.2–1.2) เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากผลผลิตทุเรียนของประเทศไทยส่วนใหญ่ส่งออกไปยังประเทศจีน และยังไม่มี ตลาดใหม่เพิ่มเติมเพื่อรองรับผลผลิตทุเรียนที่จะออกปริมาณเพิ่มขึ้นในปี 2567 อีกทั้งประเทศจีนมีทางเลือก ในการบริโภคเพิ่มขึ้นจากผลผลิตทุเรียนของประเทศเพื่อนบ้านที่เริ่มผลผลิตแล้ว ท าให้ราคาทุเรียนในปี 2567 มีแนวโน้มทรงตัวจากปีก่อน -4.3 -12.5 0.9 6.7 -2.3 -5.5 1.3 -50 -40 -30 -20 -10 0 10 20 30 40 50 2562 2563 2564E 2565E 2566F ณ มิ.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 66 2567F ณ ก.ย. 67 %yoy ปี มูลค่าการค้าชายแดนโดยเฉลี่ย
16 3.2 ราคาเงาะโดยเฉลี่ย ในปี 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ 27,482 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 27,352 – 27,612 บาท/ตัน ปรับลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 27,999 บาท/ตัน) เนื่องจากปริมาณผลผลิตเงาะลดลง ขณะที่ความต้องการของตลาด ในการบริโภคผลสดและการแปรรูป ทั้งจากตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ส าหรับแนวโน้มในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 0.5 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 0.0 -1.0) เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องมาจากผู้ส่งออกได้กระตุ้นการบริโภคเงาะในตลาดต่างประเทศ โดยใช้ประโยชน์ทาง โภชนาการเป็นจุดขาย ท าให้มีความต้องการเงาะของตลาดต่างประเทศ 3.3 ราคาสับปะรดโรงงานโดยเฉลี่ย ในปี 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ 6,897 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจาก ปีก่อน (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 6,864 – 6,929 บาท/ตัน ปรับลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 7,200 บาท/ตัน) เนื่องจากปริมาณผลผลิตสับปะรดโรงงานลดลง ขณะที่ความต้องการ ของโรงงานแปรรูปสับปะรดคงที่ ท าให้โรงานมีการปรับราคารับซื้อเพื่อให้ได้วัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิต ราคา สับปะรดตราดสีทองจึงปรับสูงขึ้น ส าหรับแนวโน้มในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 12.8 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 12.3 – 13.3) เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากประชาชนกลับมาด าเนินชีวิตตามปกติ เศรษฐกิจของประเทศมี แนวโน้มขยายตัว ท าให้ความต้องการของตลาดสับปะรดแปรรูปมีเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณผลผลิตสับปะรดโรงงาน มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจากการปรับเปลี่ยนชนิดพืชที่ปลูกของเกษตรกร ส่งผลให้อาจขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตใน ปี 2567 ท าให้ราคาขยับสูงขึ้น 95,000 96,350 110,000 115,000 131,997 131,997 132,921 0 100,000 200,000 300,000 400,000 500,000 2562 2563 2564E 2565E 2566F ณ มิ.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 66 2567F ณ ก.ย. 67 บาท/ตัน ปี ราคาเฉลี่ยทุเรียน 27,000 17,140 23,000 26,000 27,999 27,482 27,619 0 20,000 40,000 60,000 80,000 100,000 2562 2563 2564E 2565E 2566F ณ มิ.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 66 2567F ณ ก.ย. 67 บาท/ตัน ปี ราคาเฉลี่ยเงาะ
17 3.4 ราคาสับปะรดตราดสีทองโดยเฉลี่ย ในปี 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ 13,623 บาท/ตัน เพิ่มขึ้น จากปีก่อน (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 13,574 – 13,672 บาท/ตัน ปรับลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือน มิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 14,000 บาท/ตัน) เนื่องจากปริมาณผลผลิตสับปะรดตราดสีทองลดลง ขณะที่ความต้องการของตลาดบริโภคสับปะรดผลสดเพิ่มขึ้น ท าให้ราคาสับปะรดตราดสีทองปรับสูงขึ้น ส าหรับแนวโน้มในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 0.3 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ -0.2 –0.8) เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องมาจากปี 2566 ราคามีการปรับสูงขึ้นมาก จากฐานที่สูงส่งผลให้ราคาในปี 2567 ไม่แตกต่างจากปีก่อนมากนัก 3.5 ราคาสัตว์น้ าขึ้นท่าโดยเฉลี่ย ในปี 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ 29,548 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจาก ปีก่อน (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 29,417 – 29,680 บาท/ตัน ปรับลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 26,632 บาท/ตัน) จากอุปสงค์ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปเริ่มฟื้นตัว ประกอบกับราคา ที่ต่ าในช่วงปีก่อนหน้าที่มีการปรับลดลงมาระยะหนึ่งแล้ว ท าให้ราคาสัตว์น้ าขึ้นท่าขยับขึ้น ส าหรับแนวโน้มในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 1.2 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 0.7 – 1.7) เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากในปี 2566 เศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัว และส่งผลลบต่อการส่งออก ปลาทะเล ท าให้คาดว่าในปี 2567 ราคาสัตว์น้ าขึ้นท่าอาจไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับราคา ที่พ่อค้าคนกลางเป็นคนก าหนด 6,223 9,791 6,199 6,433 6,800 7,200 6,897 7,779 0 10,000 20,000 30,000 40,000 50,000 2562 2563 2564E 2565E 2566F ณ มี.ค. 66 2566F ณ มิ.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 66 2567F ณ ก.ย. 66 บาท/ตัน ปี ราคาเฉลี่ยสับปะรดโรงงาน 9,885 10,917 8,417 9,822 14,000 13,623 13,664 0 10,000 20,000 30,000 40,000 50,000 2562 2563 2564E 2565E 2566F ณ มิ.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 66 2567F ณ ก.ย. 67 บาท/ตัน ปี ราคาเฉลี่ยสับปะรดตราดสีทอง
18 4. ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ ในปี 2566 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ร้อยละ 1.5 (โดยมีช่วง คาดการณ์ที่ร้อยละ 1.0 – 2.0 ปรับลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2565 ที่คาดการณ์ว่าจะ ขยายตัวร้อยละ 1.7) เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากราคาน้ ามันเบนซินปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และราคาสินค้า อุปโภคบริโภคชะลอตัวลงจากมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ ามันเชื้อเพลิงด้วยการตรึงราคาน้ ามันดีเซล และการปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลง ส าหรับแนวโน้มในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 1.7 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 1.2 – 2.2) ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และคาดว่าจะได้รับแรง หนุนจากนโยบายของรัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ท าให้อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มขยายตัวตามการขยายตัวของ เศรษฐกิจประเทศ ด้านการจ้างงาน ในปี 2566คาดว่าจะมีผู้มีงานท าจ านวน 173,617 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ2.4–3.2 ปรับลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมิถุนายน 2566 ที่คาดการณ์ว่าจะ ขยายตัวร้อยละ 7.4) เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ปรับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้เกิด การจ้างงานเพิ่มขึ้นโดยเฉาะในภาคบริการที่ขยายตัวตามการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวจังหวัด ขณะที่ภาคอุตสาหกรรม มีการเลิกกิจการท าให้การจ้างงานลดลงส่งผลให้การจ้างงานในภาพรวมขยายตัวจ ากัด ส าหรับแนวโน้มในปี 2567คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 4.8(โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 4.4–5.2) เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายใหม่ๆ ในการมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม เสริมขีดความสามารถ ให้กับประชาชน สร้างโอกาสลดความเหลื่อมล้ า และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน จึงคาดว่าจะท าให้จ านวน ผู้ว่างงานลดลงจากปีก่อน และผู้มีงานท าเพิ่มมากขึ้น 23,156 23,116 28,378 26,316 26,632 29,548 29,903 0 20,000 40,000 60,000 80,000 100,000 2562 2563 2564E 2565E 2566F ณ มิ.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 66 2567F ณ ก.ย. 67 บาท/ตัน ปี ราคาเฉลี่ยปลาขึ้นท่า 0.4 -0.9 2.3 4.4 1.7 1.5 1.7 -10 -8 -6 -4 -2 0 2 4 6 8 10 2562 2563 2564E 2565E 2566F ณ มิ.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 66 2567F ณ ก.ย. 67 %yoy ปี อัตราเงินเฟ้อ : Inflation
19 ตารางสรุปภาพรวมเศรษฐกิจและแนวโน้มของจังหวัดตราด unit 2565 E 2566 E 2567 F consensus min consensus max Economic Growth Gpp Current prices million Baht 58,965 59,849 45,920 46,360 46,809 % yoy 33.9 1.5 4.3 5.3 6.3 Population Person 277,932 280,767 277,932 277,932 277,932 % yoy 1.0 1.0 1.0 1.0 1.0 GPP per capita Baht/Person/Year 212,158 213,162 165,220 166,804 168,418 % yoy 32.6 0.5 3.2 4.2 5.2 Gpp constant prices (CVM) million Bath 31,165 32,221 26,300 26,425 26,555 % yoy 24.7 3.4 5.3 5.8 6.3 API (Agriculture) % yoy 27.2 -3.8 2.1 2.6 3.1 IPP (Industry) % yoy -3.6 -5.4 -5.5 -5.0 -4.0 SI (Service) % yoy 37.9 11.5 8.3 8.8 9.3 CP (Private Consumption) % yoy 15.1 6.7 4.5 5.0 5.5 Ip (Private Investment) % yoy 1.9 -0.5 1.0 1.5 2.0 GI (Government Expenditure) % yoy -12.3 34.1 1.9 2.4 2.9 Border Trade (XM) % yoy 6.7 -5.5 1.7 2.2 2.7 Farm income % yoy 33.4 3.8 0.8 1.8 2.8 Economic Stabilities Inflation rate % yoy 4.4 1.5 1.2 1.7 2.2 GPP Deflator % yoy 9.2 -1.9 -1.0 -0.5 0.0 Employment (NSO) person 168,868 173,617 181,195 181,915 182,663 จ านวนแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไป %yoy -2.0 2.8 4.4 4.8 5.2 172,328 172,178 172,331 168,868 181,439 173,617 181,915 0 100,000 200,000 300,000 400,000 500,000 2562 2563 2564E 2565E 2566F ณ มิ.ย. 66 2566F ณ ก.ย. 66 2567F ณ ก.ย. 67 คน ปี การจ้างงาน : employment ที่มา : ส านักงานคลังจังหวัดตราด
20 นิยามตัวแปรและการค านวณในแบบจ าลองเศรษฐกิจจังหวัด GPP constant price (CVM) หมายถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดแบบปริมาณลูกโซ่ GPP current prices หมายถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ณ ราคาปีปัจจุบัน GPPS หมายถึงดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ณ ราคาปีฐาน ด้านอุปทาน GPPD หมายถึงดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ณ ราคาปีฐาน ด้านอุปสงค์ API (Q) หมายถึงดัชนีผลผลิตภาคเกษตรกรรมจังหวัด API (P) หมายถึงดัชนีราคาผลผลิตภาคเกษตรกรรมจังหวัด IPI หมายถึงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจังหวัด SI หมายถึงดัชนีผลผลิตภาคบริการจังหวัด Cp Index หมายถึงดัชนีการบริโภคภาคเอกชนจังหวัด Ip Index หมายถึงดัชนีการลงทุนภาคเอกชนจังหวัด G Index หมายถึงดัชนีการใช้จ่ายภาคจังหวัด Xm Index หมายถึงดัชนีมูลค่าการค้าชายแดนโดยเฉลี่ยจังหวัด GPP Deflator หมายถึงระดับราคาเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด CPI หมายถึงดัชนีราคาผู้บริโภคจังหวัด PPI หมายถึงดัชนีราคาผู้ผลิตระดับประเทศ Inflation rate หมายถึงอัตราเงินเฟ้อจังหวัด Farm Income Index หมายถึงดัชนีรายได้เกษตรกรจังหวัด Population หมายถึงจ านวนประชากรของจังหวัด Employment หมายถึงจ านวนผู้มีงานท าของจังหวัด %yoy หมายถึงอัตราการเปลี่ยนแปลงเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน Base year หมายถึงปีฐาน (2560 = 100) Min หมายถึงสถานการณ์ที่คาดว่าเลวร้ายที่สุด Consensus หมายถึงสถานการณ์ที่คาดว่าจะเป็นได้มากที่สุด Max หมายถึงสถานการณ์ที่คาดว่าดีที่สุด การค านวณดัชนี ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจด้านอุปทาน (Supply Side หรือ Production Side : GPPS) ประกอบด้วย 3 ดัชนีได้แก่ (1) ดัชนีผลผลิตภาคเกษตรกรรมจังหวัด โดยให้น้ าหนัก 0.442 (2) ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจังหวัด โดยให้น้ าหนัก 0.099 (3) ดัชนีผลผลิตภาคบริการจังหวัด โดยให้น้ าหนัก 0.459 การก าหนดน้ าหนักของแต่ละองค์ประกอบของดัชนี โดยหาสัดส่วนจากมูลค่าเพิ่ม ราคาปีปัจจุบันของเครื่องชี้เศรษฐกิจภาคเกษตรกรรม (สาขาเกษตรกรรม + สาขาประมง) เครื่องชี้ เศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม (สาขาเหมืองแร่สาขาอุตสาหกรรมและสาขาไฟฟ้า) และเครื่องชี้เศรษฐกิจ ภาคบริการ (11 สาขาตั้งแต่สาขาก่อสร้างถึงสาขาลูกจ้างในครัวเรือน) จากข้อมูล GPP ของ สศช.เทียบกับ GPP รวม ราคาปีปัจจุบันของ สศช.
21 ดัชนีผลผลิตภาคเกษตรกรรมจังหวัด (Agriculture Production Index : API (Q)) จัดท าขึ้นเพื่อใช้ติดตามภาวะการผลิตภาคเกษตรกรรมของจังหวัด เป็นรายเดือน ซึ่งจะ ล่าช้าประมาณ 1 เดือนครึ่ง (45 วัน) การค านวณ API (Q) ได้ก าหนดปีฐาน 2560 โดยค านวณจากเครื่องชี้ผลผลิตภาคเกษตรกรรม ของจังหวัดรายเดือนประกอบด้วยองค์ประกอบทั้งสิ้น 7 ตัว คือ (1) ปริมาณผลผลิตยางพารา โดยให้น้ าหนัก 0.173 (2) ปริมาณผลผลิตสับปะรดโรงงาน โดยให้น้ าหนัก 0.008 (3) ปริมาณผลผลิตสับปะรดตราดสีทอง โดยให้น้ าหนัก 0.038 (4) ปริมาณผลผลิตทุเรียน โดยให้น้ าหนัก 0.336 (5) ปริมาณผลผลิตเงาะ โดยให้น้ าหนัก 0.158 (6) ปริมาณผลผลิตสัตว์น้ าขึ้นท่า โดยให้น้ าหนัก 0.092 (7) ปริมาณผลผลิตกุ้งขาว โดยให้น้ าหนัก 0.195 การก าหนดน้ าหนักขององค์ประกอบในการจัดท า API (Q) ให้น้ าหนักของเครื่องชี้จาก สัดส่วนมูลค่าเพิ่มของเครื่องชี้ ณ ราคาปีปัจจุบัน กับ GPP แบบ Bottom up ณ ราคาปีปัจจุบันภาคเกษตรกรรม (สาขาเกษตรกรรม และสาขาประมง) โดยมีข้อมูล API (Q) อนุกรมเวลาย้อนหลังไปตั้งแต่ปีพ.ศ. 2560 เป็นต้นมา ดัชนีราคาผลผลิตภาคเกษตรกรรมจังหวัด (Agriculture Price Index : API (P)) จัดท าขึ้นเพื่อใช้ติดตามภาวะราคาผลผลิตภาคเกษตรกรรมของจังหวัด เป็นรายเดือน ซึ่งจะล่าช้าประมาณ 1 เดือนครึ่ง (45 วัน) การค านวณ API (P) ได้ก าหนดปีฐาน 2560 โดยค านวณจากเครื่องชี้ราคาผลผลิตภาค เกษตรกรรมของจังหวัดรายเดือน ประกอบด้วยองค์ประกอบทั้งสิ้น 7 ตัว คือ (1) ราคายางพารา โดยให้น้ าหนัก 0.173 (2) ราคาสับปะรดโรงงาน โดยให้น้ าหนัก 0.008 (3) ราคาสับปะรดตราดสีทอง โดยให้น้ าหนัก 0.038 (4) ราคาทุเรียน โดยให้น้ าหนัก 0.336 (5) ราคาเงาะ โดยให้น้ าหนัก 0.158 (6) ราคาปลาขึ้นท่า โดยให้น้ าหนัก 0.092 (7) ราคากุ้งขาว โดยให้น้ าหนัก 0.195 การก าหนดน้ าหนักขององค์ประกอบในการจัดท า API (P) ให้น้ าหนักของเครื่องชี้จากสัดส่วน มูลค่าเพิ่มของเครื่องชี้ ณ ราคาปีปัจจุบัน กับ GPP แบบ Bottom up ณ ราคาปีปัจจุบันภาคเกษตรกรรม (สาขาเกษตรกรรม และสาขาประมง) โดยมีข้อมูล API (P) อนุกรมเวลาย้อนหลังไปตั้งแต่ปีพ.ศ. 2560 เป็นต้นมา ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจังหวัด (Industrial Production Index : IPI) จัดท าขึ้นเพื่อใช้ติดตามภาวะการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจังหวัด เป็นรายเดือน ซึ่งจะ ล่าช้าประมาณ 1 เดือนครึ่ง (45 วัน) การค านวณ IPI ได้ก าหนดปีฐาน 2560 โดยค านวณจากเครื่องชี้ผลผลิตอุตสาหกรรมของ จังหวัดรายเดือน ประกอบด้วยองค์ประกอบทั้งสิ้น 3 ตัว คือ (1) ปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม โดยให้น้ าหนัก 0.615 (2) จ านวนทุนจดทะเบียนภาคอุตสาหกรรม โดยให้น้ าหนัก -0.213 (3) จ านวนโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัด โดยให้น้ าหนัก 0.597
22 การก าหนดน้ าหนักขององค์ประกอบในการจัดท า IPI ให้น้ าหนักของเครื่องชี้จาก การหาความสัมพันธ์ Correlation ระหว่างเครื่องชี้เศรษฐกิจผลผลิตอุตสาหกรรมรายปีกับ GPP (สศช.) ณ ราคาคงที่ภาคอุตสาหกรรม (สาขาเหมืองแร่ สาขาอุตสาหกรรม และสาขาไฟฟ้า) โดยมีข้อมูล IPI อนุกรมเวลาย้อนหลังไปตั้งแต่ปีพ.ศ. 2560 เป็นต้นมา ดัชนีผลผลิตภาคบริการจังหวัด (Service Index : SI) จัดท าขึ้นเพื่อใช้ติดตามภาวะการผลิตภาคบริการของจังหวัด เป็นรายเดือน ซึ่งจะล่าช้า ประมาณ 1 เดือนครึ่ง (45 วัน) การค านวณ SI ได้ก าหนดปีฐาน 2560 โดยค านวณจากเครื่องชี้ผลผลิตภาคบริการของ จังหวัดรายเดือน ประกอบด้วยองค์ประกอบทั้งสิ้น 4 ตัว คือ (1) จ านวนนักท่องเที่ยว โดยให้น้ าหนัก 0.262 (2) ยอดขายกิจการขายส่งขายปลีก โดยให้น้ าหนัก 0.404 (3) จ านวนผู้โดยสารผ่านสนามบิน โดยให้น้ าหนัก 0.246 (4) จ านวนนักเรียน/นักศึกษา โดยให้น้ าหนัก 0.089 การก าหนดน้ าหนักขององค์ประกอบในการจัดท า IPI ให้น้ าหนักของเครื่องชี้โดย เครื่องชี้ภาคบริการด้านโรงแรมจากสัดส่วนของ GPP สาขาโรงแรม ณ ราคาปีปัจจุบัน (สศช.) เทียบ GPP รวมภาคบริการ ณ ราคาปีปัจจุบัน (สศช.) และน้ าหนักของเครื่องชี้ภาคบริการด้านการค้าปลีกค้าส่ง จากสัดส่วนของ GPP สาขาค้าปลีกค้าส่ง ณ ราคาปีปัจจุบัน (สศช.) เทียบ GPP รวมภาคบริการ ณ ราคา ปีปัจจุบัน (สศช.) โดยมีข้อมูล SI อนุกรมเวลาย้อนหลังไปตั้งแต่ปีพ.ศ. 2560 เป็นต้นมา ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจด้านอุปสงค์ (Demand Side : GPPD) ประกอบด้วย 4 ดัชนีได้แก่ (1) ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนจังหวัด โดยให้น้ าหนัก 0.304 (2) ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนจังหวัด โดยให้น้ าหนัก 0.334 (3) ดัชนีการใช้จ่ายภาครัฐจังหวัด โดยให้น้ าหนัก 0.054 (4) ดัชนีมูลค่าการค้าชายแดนโดยเฉลี่ยจังหวัด โดยให้น้ าหนัก 0.309 การก าหนดน้ าหนักของแต่ละองค์ประกอบของดัชนี โดยหาค่าเฉลี่ยในแต่ละดัชนีเทียบ กับ GPP constant price โดยเฉลี่ยเพื่อหาสัดส่วนและค านวณหาน้ าหนักจากสัดส่วนของแต่ละดัชนีเทียบ กับผลรวมสัดส่วนดัชนีรวมทั้งหมด ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนจังหวัด (Private Consumption Index : Cp Index) จัดท าขึ้นเพื่อใช้ติดตามภาวะการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคภาคเอกชนของจังหวัดเป็นราย เดือน ซึ่งจะล่าช้าประมาณ 1 เดือนครึ่ง (45 วัน) การค านวณ Cp Index ได้ก าหนดปีฐาน 2560 โดยค านวณจากเครื่องชี้การใช้จ่ายเพื่อ การบริโภคภาคเอกชนของจังหวัด เป็นรายเดือน ประกอบด้วยองค์ประกอบทั้งสิ้น 4 ตัว คือ (1) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้ โดยให้น้ าหนัก 0.848 (2) ปริมาณรถยนต์จดทะเบียนใหม่ โดยให้น้ าหนัก 0.117 (3) ปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ โดยให้น้ าหนัก 0.033 (4) ภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บจากการผลิตสุรา โดยให้น้ าหนัก 0.002 การก าหนดน้ าหนักขององค์ประกอบในการจัดท า Cp Index ให้น้ าหนักของเครื่องชี้ จากการหาค่าเฉลี่ยของเครื่องชี้ในการจัดท า Cp Index และแปลงเป็นมูลค่าหน่วยเดียวกัน (บาท) แล้วหา น้ าหนักจากสัดส่วนมูลค่าเครื่องชี้ฯ เทียบกับมูลค่ารวมของเครื่องชี้ทั้งหมด โดยมีข้อมูล Cp Index อนุกรมเวลาย้อนหลังไปตั้งแต่ปีพ.ศ. 2560 เป็นต้นมา
23 ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนจังหวัด (Private Investment Index : Ip Index) จัดท าขึ้นเพื่อใช้ติดตามภาวการณ์ใช้จ่ายเพื่อการลงทุนภาคเอกชนของจังหวัดเป็น รายเดือน ซึ่งจะล่าช้าประมาณ 1 เดือนครึ่ง (45 วัน) การค านวณ Ip Index ได้ก าหนดปีฐาน 2560 โดยค านวณจากเครื่องชี้การใช้จ่ายเพื่อ การลงทุนภาคเอกชนของจังหวัด เป็นรายเดือน ประกอบด้วยองค์ประกอบทั้งสิ้น 3 ตัว คือ (1) พื้นที่ขออนุญาตก่อสร้าง โดยให้น้ าหนัก 0.244 (2) ปริมาณการจ าหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ โดยให้น้ าหนัก 0.088 (3) ปริมาณสินเชื่อเพื่อการลงทุน โดยให้น้ าหนัก 0.668 การก าหนดน้ าหนักขององค์ประกอบในการจัดท า Ip Index ให้น้ าหนักของเครื่องชี้จาก การหาค่าเฉลี่ยของเครื่องชี้ในการจัดท า Ip Index และแปลงเป็นมูลค่าหน่วยเดียวกัน (บาท) แล้วหา น้ าหนักจากสัดส่วนมูลค่าเครื่องชี้ฯ เทียบกับมูลค่ารวมของเครื่องชี้ทั้งหมด โดยมีข้อมูล Ip Index อนุกรมเวลาย้อนหลังไปตั้งแต่ปีพ.ศ. 2560 เป็นต้น ดัชนีการใช้จ่ายภาคจังหวัด (Government Expenditure Index : G Index) จัดท าขึ้นเพื่อใช้ติดตามภาวะการใช้จ่ายภาครัฐของจังหวัด เป็นรายเดือน ซึ่งจะล่าช้า ประมาณ 1 เดือนครึ่ง (45 วัน) การค านวณ G Index ได้ก าหนดปีฐาน 2560 โดยค านวณจากเครื่องชี้การใช้จ่ายภาครัฐ ของจังหวัด เป็นรายเดือน ประกอบด้วยองค์ประกอบทั้งสิ้น 2 ตัว คือ (1) รายจ่ายประจ าจากงบประมาณ โดยให้น้ าหนัก 0.374 (2) รายจ่ายลงทุนจากงบประมาณ โดยให้น้ าหนัก 0.626 การก าหนดน้ าหนักขององค์ประกอบในการจัดท า G Index ให้น้ าหนักของเครื่องชี้จาก การหาค่าเฉลี่ยของเครื่องชี้ในการจัดท า G Index และแปลงเป็นมูลค่าหน่วยเดียวกัน (บาท) แล้วหาน้ าหนัก จากสัดส่วนมูลค่าเครื่องชี้ฯ เทียบกับมูลค่ารวมของเครื่องชี้ทั้งหมด โดยมีข้อมูล G Index อนุกรมเวลาย้อนหลังไปตั้งแต่ปีพ.ศ. 2560 เป็นต้น ดัชนีมูลค่าการค้าชายแดนโดยเฉลี่ยของจังหวัด (Export Import Index : Xm Index) จัดท าขึ้นเพื่อใช้ติดตามภาวะการค้าชายแดนของจังหวัด เป็นรายเดือน ซึ่งจะล่าช้า ประมาณ 1 เดือนครึ่ง (45 วัน) การค านวณ Xm Index ได้ก าหนดปีฐาน 2560 โดยค านวณจากเครื่องชี้การค้าชายแดน ของจังหวัด เป็นรายเดือน ประกอบด้วยองค์ประกอบทั้งสิ้น 2 ตัว คือ (1) มูลค่าการน าเข้าสินค้า ผ่านด่านศุลกากร โดยให้น้ าหนัก 0.500 (2) มูลค่าการส่งออกสินค้า ผ่านด่านศุลกากร โดยให้น้ าหนัก 0.500 การก าหนดน้ าหนักขององค์ประกอบในการจัดท า Xm Index ให้น้ าหนักของเครื่องชี้ จากการหามูลค่าการค้าชายแดนโดยเฉลี่ย (มูลค่าการน าเข้า + มูลค่าการส่งออกหารด้วยสอง) แล้วหา น้ าหนัก เนื่องจากมีเครื่องชี้เดียว จึงมีน้ าหนักเท่ากับ 1 โดยมีข้อมูล Xm Index อนุกรมเวลาย้อนหลังไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นต้น ดัชนีชี้วัดด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ GPP Deflator : ระดับราคา ค านวณโดยใช้ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภคจังหวัดตราด (CPI) การเปลี่ยนแปลงของจ านวนผู้มีงานท า ค านวณจาก GPP constant price X (0.815)อัตราการพึ่งพาแรงงาน
24 อัตราการพึ่งพาแรงงาน ค านวณจากการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย (Simple Linear Regression Analysis) โดยมีรูปแบบความสัมพันธ์คือ ln(Emp) = +(ln(GPP)) โดยที่ Emp = จ านวนผู้มีงานท าจ าแนกตามอุตสาหกรรมและเพศของจังหวัด (ข้อมูล Website ส านักงานสถิติแห่งชาติซึ่งใช้ปีพ.ศ. 2560 – 2564) GPP = ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ณ ราคาคงที่ข้อมูลจากสศช. ซึ่งใช้ปี พ.ศ. 2560 –2564 นิยามตัวแปรและการค านวณในแบบจ าลองเศรษฐกิจจังหวัด GPP constant price (CVM) หมายถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดแบบปริมาณลูกโซ่ หน่วยงานผู้สนับสนุนข้อมูลในการประมาณการเศรษฐกิจประกอบด้วย ส่วนราชการภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนในจังหวัด ส านักงานคลังจังหวัดตราดจึงขอขอบคุณหน่วยงานดังกล่าวข้างต้นในการสนับสนุนข้อมูล