การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม
หนำ้ 1
คำชี้แจง
แบบฝึกทักษะเล่มนี้เป็นส่วนหน่ึงของกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
ที่ช่วยในกำรพฒั นำกำรเรียนรูโ้ ดยใชแ้ บบฝึกทักษะเร่ือง กำรถำ่ ยทอดลักษณะทำพนั ธุกรรม
สำหรับนักเรียนท่ีมีควำมบกพร่องทำงกำรได้ยิน ชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี 4 ตำมหลักสูตร
แกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำนพุทธศักรำช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
โดยนักเรียนสำมำรถศึกษำคำศัพท์ภำษำมือเก่ียวกับเรื่อง กำรถ่ำยทอดลักษณะทำง
พนั ธุกรรม ซงึ่ นักเรียนควรอ่ำนคำแนะนำและปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตำมข้ันตอน นักเรียนจะได้รับ
ควำมร้อู ยำ่ งครบถว้ น โดยปฏบิ ตั ิตำมข้นั ตอนดงั ตอ่ ไปน้ี
1. ศึกษำจุดประสงค์กำรเรียนรู้ เพ่ือให้รู้ว่ำเม่ือเรียนจบชุดกิจกรรมน้ีแล้วนักเรียน
สำมำรถเรียนรูอ้ ะไรได้บำ้ ง
2. ทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นวัดควำมรพู้ ืน้ ฐำนเกยี่ วกบั เรือ่ งที่จะศึกษำมำกน้อยเพยี งใด
3. ศึกษำข้อมูลควำมรู้และทำกิจกรรมตำมที่กำหนดไว้เพ่ือเป็นกำรทบทวนควำมรู้
ควำมเข้ำใจในเนอื้ หำใหม้ ำกยิง่ ขึ้น ใช้เวลำ 2 สปั ดำห์
4. ทำแบบทดสอบหลงั เรียน เพอื่ วดั ควำมรคู้ วำมเข้ำใจอีกครั้งแล้วตรวจคำตอบ
เพอ่ื เปรียบเทยี บควำมกำ้ วหน้ำทำงกำรเรยี น
5. นักเรียนแต่ละคนต้องมีควำมซอื่ สตั ย์ไมล่ อกงำนของเพือ่ น
หน้ำ 2
สำระกำรเรยี นรู้
เข้ำใจกระบวนกำรและควำมสำคัญของกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม
สำรพนั ธุกรรม กำรเปลย่ี นแปลงทำงพันธุกรมที่มีผลต่อส่ิงมีชีวิต ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพและ
วิวฒั นำกำรของสงิ่ มีชวี ติ รวมทง้ั นำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์
อธบิ ำยหลักกำรถ่ำยทอดลกั ษณะที่ถกู ควบคุมดว้ ยยีนท่ีอยู่บนโครโมโซมเพศ
และมลั ตเิ ปิลแอลลลี
ลักษณะบำงลักษณะมีโอกำสพบในเพศชำยและเพศหญิงไม่เท่ำกัน เช่น ตำบอดสี
และฮีโมฟีเลีย ซึ่งควบคุมโดยยีนบนโครโมโซมเพศ บำงลักษณะมีกำรควบคุมโดยยีนแบบมัลติเปิล
แอลลลี เช่น หมู่เลือดระบบ ABO ซ่ึงกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมดังกล่ำวจัดเป็นส่วนขยำย
ของพันธศุ ำสตรเ์ มนเดล
1. นกั เรยี นสำมำรถบอกช่ือภำษำมือลกั ษณะของฟโี นไทป์ และจีโนไทป์ ไดอ้ ยำ่ งถกู ต้อง
2. นักเรยี นสำมำรถเขียนแผนผังกระบวนกำรถำ่ ยทอดลกั ษณะทำงพนั ธุกรรมได้อยำ่ งถูกตอ้ ง
2 สปั ดำห์
หน้ำ 3
1. ขอ้ ใดคอื ลักษณะที่สำมำรถถำ่ ยทอดทำงพันธุกรรมได้
ก. ควำมอ้วน ข. สผี ม
ค. สำยตำยำว ง. สำยตำสนั้
2. ข้อใดคือลกั ษณะเดน่ ในกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม
ก. ตำสฟี ำ้ ข. ไมม่ ลี ักย้มิ
ค. ผมสดี ำ ง. ไมม่ ตี ิ่งหู
3. ขอ้ ใดคือลกั ษณะด้อยในกำรถ่ำยทอดลกั ษณะทำงพนั ธุกรรม
ก. ตำสดี ำ ข. มลี กั ยม้ิ
ค. ห่อลิ้นได้ ง. ผมสบี อรน์
4. ลกั ษณะจีโนไทป์พันธ์แุ ท้เด่นเป็นแบบใด ข. Bb
ก. BB ง. ถกู ท้งั ก และ ข
ค. bb
5. ลกั ษณะจโี นไทป์พันธแ์ุ ทด้ ้อยเปน็ แบบใด ข. Bb
ก. BB ง. ถกู ทงั้ ก และ ข
ค. bb
6. ลกั ษณะจีโนไทป์พันธผ์ุ สมเปน็ แบบใด ข. Bb
ก. BB ง. ถูกท้งั ก และ ข
ค. bb
หนำ้ 4
7. คนทม่ี ีลักยม้ิ ควรมีจีโนไทปแ์ บบใด ข. Aa
ก. AA ง. ถูกทงั้ ก และ ข
ค. aa
8. ต้นถั่วลนั เตำท่มี ดี อกสขี ำว ควรมจี โี นไทปแ์ บบใด
ก. aa ข. Aa
ค. AA ง. ถกู ทง้ั ก และ ข
9. พ่อพันธ์แุ ละแมพ่ ันธุท์ ี่มจี ีโนไทปแ์ บบใดจงึ จะไดล้ กู ทม่ี จี โี นไทป์ Aa ท้งั หมด
ก. AA x Aa ข. AA x aa
ค. AA x AA ง. Aa x Aa
10. พ่อพันธแ์ุ ละแมพ่ ันธ์ทุ ่ีมจี ีโนไทปแ์ บบใดจงึ จะไดล้ กู ทีม่ ีจีโนไทป์ BB ท้งั หมด
ก. BB x BB ข. BB x Bb
ค. Bb x Bb ง. Bb x bb
11. ถ่ัวลนั เตำมฝี กั สเี หลอื ง แสดงวำ่ มลี ักษณะจโี นไทปแ์ บบใด
ก. AA ข. Aa
ค. aa ง. aA
12. นำตน้ ถัว่ ลันเตำที่มีดอกสมี ่วงผสมกบั ตน้ ทมี่ ีดอกสขี ำว ลกู รนุ่ F1 จะมลี ักษณะ
จีโนไทปอ์ ยำ่ งใด
ก. RR ข. rR
ค. rr ง. Rr
13. จำกขอ้ 12 ลกู รุน่ F1 จะมีลกั ษณะฟีโนไทป์แบบใด
ก. ดอกสมี ่วง ข. ดอกสีขำว
ค. ดอกสีชมพู ง. ดอกสเี หลอื ง
หนำ้ 5
14. ผ้หู ญิงทีเ่ ปน็ พำหะโรคตำบอดสจี ะมลี กั ษณะจโี นไทป์อย่ำงไร
ก. XCXC ข. XcY
ค. XCXc ง. XCY
15. ผ้ชู ำยท่ีเปน็ โรคตำบอดสีจะมีลกั ษณะจโี นไทป์อยำ่ งไร
ก. XCXC ข. XcY
ค. XCXc ง. XCY
16. ลักษณะจีโนไทปแ์ บบใดทีเ่ ปน็ ลกั ษณะของโรคตำบอดสี
ก. XCXC ข. XcY
ค. XCXc ง. XCY
17. ผชู้ ำยที่เป็นโรคฮีโมฟีเลียจะมีลกั ษณะจีโนไทปอ์ ย่ำงไร
ก. XHXH ข. XHY
ค. XHXh ง. XhY
18. ข้อใดคือจโี นไทป์ของคนทีม่ ีหมู่เลือด O ข. IBIB
ก. IAIA ง. IiIi
ค. IAIi
ข. IBIB
19. ขอ้ ใดคือจโี นไทปข์ องคนที่มีหม่เู ลอื ด AB ง. IiIi
ก. IAIA
ค. IAIB
20. ถำ้ ผชู้ ำยทมี่ ีหมู่เลือด IAi แตง่ งำนกบั ผหู้ ญงิ ท่ีมหี ม่เู ลือด ii ลกู จะมีโอกำสเปน็
หม่เู ลือดแบบใด
ก. IAi , ii ข. IAIA , ii
ค. ii ง. ไมม่ ขี อ้ ใดถกู ต้อง
คะแนนเต็ม 20 คะแนน
คณุ ทำได้................................คะแนน
หนำ้ 6
กำรถำ่ ยทอดลกั ษณะทำงพนั ธกุ รรม
ลักษณะทำงพันธุกรรม
กรรมพันธ์ุหรือพันธุกรรม (heredity) เป็นกำรถ่ำยทอดลักษณะต่ำงๆ
จำกพ่อแม่ไปยังลูกหลำนหรือรุ่นต่อๆ ไปทำงกำรสบื พันธ์ุ โดยลกั ษณะต่ำงๆ ที่ถ่ำยทอดได้นี้
เรียกว่ำ ลกั ษณะทำงพนั ธกุ รรม (genetic character) และเรียกกำรศึกษำกำรถ่ำยทอด
ลักษณะทำงพันธุกรรมของส่ิงมีชีวิตว่ำ พันธุศำสตร์ (genetics) โดยตัวอย่ำงลักษณะ
ทำงพันธุกรรมบำงอยำ่ งทแี่ ตกตำ่ งกนั เช่น ผมตรง ผมหยกิ ตำสองชน้ั ตำชนั้ เดยี ว เปน็ ตน้
ตวั อยำ่ งลักษณะทำงพนั ธกุ รรมบำงอยำ่ งท่แี ตกต่ำงกนั ของมนุษย์
หนำ้ 7
ลกั ษณะทถี่ ำ่ ยทอดทำงพนั ธกุ รรม
คำชี้แจง : จำกคำทกี่ ำหนดให้ ให้นกั เรยี นเลือกคำทีเ่ ปน็ ลักษณะที่ถ่ำยทอดทำงพันธุกรรมได้
เขียนลงในวงกลมให้ถูกตอ้ ง
สีตา สผี ม สายตาสน้ั
ลกั ยม้ิ รอยสกั
สีผิว ลกั ษณะเส้นผม
ฟนั เหยนิ ต่งิ หู ความอว้ น ไฝ
รอยแผลเปน็ ปานดา
ชนั้ ตา
หนำ้ 8
พ้ืนฐำนของพนั ธุศำสตร์
ยนี (gene) คือ หนว่ ยทำงพันธุกรรมที่ควบคมุ ลกั ษณะตำ่ งๆ ซ่งึ สำมำรถถำ่ ยทอดจำก
รุ่นหน่ึงไปอีกรุ่นได้ เรยี กว่ำ ลกั ษณะทำงพนั ธกุ รรม
อลั ลลี (allele) คือหนว่ ยของยนี ในสิ่งมชี ีวติ diploid อลั ลลี จะอยู่เป็นคๆู่ บนตำแหนง่
ของยนี หรือ โลคสั (locus) ท่ีตรงกันของ homologous chromosome
จโี นไทป์ (genotype) คอื ลักษณะของอัลลีลในยนี แบ่งเปน็
Homozygous dominance หรอื พนั ธ์ุแท้เด่น เชน่ AA , BB
Homozygous recessive หรือ พันธแุ์ ทด้ ้อย เชน่ aa , bb
Heterozygous พนั ธ์ทุ ำงหรือลกู ผสม เช่น Aa , Bb
ฟโี นไทป์ (Phenotype) คอื ลกั ษณะของยนี ท่แี สดงออกมำ เช่น
จโี นไทป์ AA , Aa , BB , Bb จะแสดงลักษณะ ฟีโนไทป์เด่น
จโี นไทป์ aa , bb จะแสดงลักษณะ ฟีโนไทป์ด้อย
หนำ้ 9
ลักษณะทถี่ ำ่ ยทอดทำงพนั ธกุ รรม
คำชี้แจง : จำกภำพ ใหน้ ักเรยี นเขยี นลักษณะฟีโนไทป์และลักษณะจีโนไทปใ์ ห้ถูกต้อง
ภำพ ฟโี นไทป์ จโี นไทป์
ลักษณะเดน่ ลักษณะด้อย พันธแ์ุ ท้ พนั ธ์ทุ ำง
หนำ้ 10
โครโมโซม ยนี และสำรพนั ธกุ รรม
เกรกอร์ โยฮันน์ เมนเดล (Gregor Johann Mendel) ได้ศึกษำและพบว่ำ
ถั่วลันเตำที่เกิดจำกกำรผสมพันธุ์กันในแต่ละครั้งจะมีลักษณะบำงอย่ำงปรำกฏอยู่ เสมอ
ในรุ่นตอ่ ๆ ไป ซงึ่ เปน็ กฎเกณฑก์ ำรถ่ำยทอดลกั ษณะทำงพันธุกรรม เรียกว่ำ กฎของเมนเดล
ซ่ึงเป็นกฎท่ีสำคัญอย่ำงย่ิงทำงพันธุศำสตร์ ต่อมำได้มีผลงำนของนักวิทยำศำสตร์คนอ่ืนๆ
ประกอบกับมใี ชเ้ ทคนคิ ตำ่ งๆ ทำให้พบวำ่ ภำยในเซลล์ของสิง่ มชี วี ติ มีโครโมโซมเป็นโครงสร้ำง
ถ่ำยทอดลกั ษณะทำงพนั ธุกรรม
หนำ้ 11
ดเี อน็ เอกบั ลกั ษณะทำงพนั ธกุ รรม
จีโนไทป์และฟีโนไทปข์ องตน้ ถั่วรนุ่ ตำ่ งๆ ที่ไดจ้ ำกกำรทดลองของเมนเดล
หนำ้ 12
กำรถำ่ ยทอดลกั ษณะทำงพนั ธกุ รรม
คำชแ้ี จง : จำกภำพ ให้นกั เรียนเขยี นแผนผังกระบวนกำรถ่ำยทอด
ลักษณะทำงพนั ธกุ รรมให้ถกู ตอ้ ง
พอ่ แม่
ผลสเี หลือง ผลสีเขียว
x Bb
Bb
เซลล์สืบพันธุ์
ลกู รุน่ ที่ 1
ลักษณะของลูกทปี่ รำกฏให้เหน็ ภำยนอก (ฟีโนไทป)์ คอื
...........................................................................................................................
ลกั ษณะของยนี ที่อยู่ภำยใน (จโี นไทป์) คือ
...........................................................................................................................
หนำ้ 13
กำรถำ่ ยทอดลกั ษณะทำงพนั ธกุ รรม
พอ่ แม่
Aa aa
เซลลส์ ืบพันธุ์
ลกู รุ่นท่ี 1
ลกั ษณะของลูกท่ปี รำกฏใหเ้ ห็นภำยนอก (ฟีโนไทป)์ คือ
...........................................................................................................................
ลกั ษณะของยนี ทอ่ี ยู่ภำยใน (จโี นไทป์) คือ
...........................................................................................................................
หนำ้ 14
กำรถำ่ ยทอดลกั ษณะทำงพนั ธกุ รรม
พ่อ แม่
ดอกสีม่วง ดอกสีขำว
เซลล์สืบพันธ์ุ
ลกู รนุ่ ที่ 1 x Rr………………..
ลกู รนุ่ ที่ 2
ลกั ษณะของลูกทป่ี รำกฏใหเ้ หน็ ภำยนอก (ฟีโนไทป)์ ของลูกรนุ่ ท่ี 2 คอื
...........................................................................................................................
ลกั ษณะของยนี ท่ีอยู่ภำยใน (จีโนไทป์) ของลูกร่นุ ที่ 2 คือ
...........................................................................................................................
หนำ้ 15
กำรถำ่ ยทอดลกั ษณะทำงพนั ธกุ รรม
พอ่ แม่
Aa Aa
เซลล์สืบพนั ธ์ุ
ลกู ร่นุ ท่ี 1 x aa………………..
ลกู รุ่นที่ 2
ลกั ษณะของลูกทีป่ รำกฏใหเ้ หน็ ภำยนอก (ฟโี นไทป)์ ของลกู รนุ่ ท่ี 2 คอื
...........................................................................................................................
ลักษณะของยนี ที่อยู่ภำยใน (จโี นไทป์) ของลูกร่นุ ที่ 2 คือ
...........................................................................................................................
หนำ้ 16
กำรถำ่ ยทอดลกั ษณะทำงพนั ธกุ รรมในมนษุ ย์
กำรมีแผนภำพแสดงลำดับเครือญำติที่เรียกว่ำ พงศำวลี (dendrogram;
family tree; genealogical tree) จะชว่ ยใหท้ รำบถึงลักษณะทผ่ี ิดปกติหรือโรคที่ถ่ำยทอด
ทำงพนั ธกุ รรมของคนในครอบครัวได้ โดยสัญลักษณ์ตำ่ งๆ ท่ใี ชใ้ นกำรเขียนพงศำวลมี ดี งั น้ี
กำรถ่ำยทอดลกั ษณะทำงพนั ธกุ รรมแบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท คอื
กำรถ่ำยทอดลกั ษณะทำงพันธกุ รรมทำงออโตโซม กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพนั ธุกรรม
(โครโมโซมท่ไี ม่ใช่โครโมโซมเพศ) ทำงโครโมโซมเพศ
หนำ้ 17
กำรถำ่ ยทอดลกั ษณะทำงพนั ธกุ รรมทำงออโตโซม
(โครโมโซมทไ่ี มใ่ ชโ่ ครโมโซมเพศ)
กำรถ่ำยทอดควำมผิดปกตขิ องแอลลีลเดน่
โรคพันธุกรรมหลำยโรคจะเกิดจำกกำรถ่ำยทอดควำมผิดปกติของแอลลีล
ที่ควบคุมลักษณะเด่น เช่น ลักษณะนิ้วเกิน ตัวอย่ำงกำรถ่ำยทอดลักษณะนิ้วเกินของ
ครอบครัวหนง่ึ นำมำเขียนเปน็ พงศำวลีไดด้ ังน้ี
พงศำวลีกำรถ่ำยทอดพันธกุ รรมลกั ษณะน้วิ เกิน
จำกพงศำวลีจะเห็นไดว้ ำ่ กำรถำ่ ยทอดลกั ษณะนวิ้ เกิน
ของครอบครวั นีเ้ กดิ ขึ้นใน 2 ชั่วร่นุ คือรุน่ ลูก F1 และรุ่นหลำน
F2 โดยรุ่นลูกมีลูกชำยและลูกสำวน้ิวเกินอย่ำงละ 1 คน และ
ในรุ่นหลำนมีหลำนชำยและหลำนสำวนิ้วเกินอย่ำงละ 1 คน
เช่นกัน ด้วยเหตุท่ีรุ่นพ่อแม่มีแอลลีลที่แสดงลักษณะนิ้วเกิน
และรุ่นลูกรุ่นหลำนได้รับกำรถ่ำยทอดลักษณะดังกล่ำวนี้มำ
ทุกรุ่น แสดงว่ำลักษณะน้วิ เกนิ เปน็ ลักษณะเด่น
ลักษณะนิว้ เกิน
กำรถ่ำยทอดควำมผดิ ปกติของแอลลีลดอ้ ย
อำกำรของโรคหรือลักษณะผิดปกติจำกแอลลีลท่ีควบคุมลักษณะด้อยจะไม่
แสดงในผู้ที่เปน็ เฮเทอโรไซกสั เนอื่ งจำกถูกแอลลีลปกติท่ีควบคุมลักษณะเด่นข่มเอำไว้ แต่จะ
เป็นพำหะ (carrier) สืบทอด เช่น โรคทำลัสซีเมีย (โรคโลหิตจำงชนิดหน่ึง) ผิวเผือก และ
เซลล์เมด็ เลือดแดงเป็นรูปเคียว
หนำ้ 18
กำรถำ่ ยทอดลกั ษณะทำงพนั ธกุ รรมทำง
โครโมโซมเพศ
บนโครโมโซม X มที ้งั ยีนท่คี วบคุมลักษณะของเพศ และยีนท่ีควบคุมลักษณะ
อื่นๆ เช่น ยีนท่ีควบคุมลักษณะตำบอดสี ยีนท่ีควบคุมกำรสร้ำงของล่ิมเลือด (ยีนที่ควบคุม
กำรแข็งตัวของเลือด) และยีนที่ควบคุมกำรเจริญเติบโตของกล้ำมเนื้อ ซ่ึงถูกเรียกว่ำ ยีนที่
เกี่ยวกับเพศ (sex-linked gene) หรือยีนที่เกี่ยวเน่ืองกับโครโมโซม X (X-linked gene)
ยีนท่ีมีอยู่เฉพำะบนโครโมโซม X ในเพศชำยจะไม่มีคู่ และถ้ำยีนนี้เป็นแอลลีลท่ีควบคุม
ลักษณะด้อย ก็จะแสดงลักษณะด้อยนั้นออกมำได้เต็มที่ ซึ่งต่ำงจำกเพศหญิง โอกำสที่จะ
แสดงลักษณะด้อยออกมำได้ต่อเม่ือเป็นแอลลีลท่ีควบคุมลักษณะด้อยท้ังคู่ แต่ถ้ำเป็น
เฮเทอโรไซกัสเพสหญงิ จะไมแ่ สดงลกั ษณะดอ้ ยออกมำ
เพศชำย เพศหญิง
หนำ้ 19
โรคตำบอดสี
ตำบอดสี (color blindness) กำรเห็นสีตำมปกติเป็นลักษณะเด่น (C)
ส่วนกำรบอดสีเป็นลักษณะด้อย (c) โดยยีนที่ควบคุมกำรมองเห็นสีน้ีมีอยู่เฉพำะบน
โครโมโซม X ถ้ำโครโมโซม X ท้ังคู่ของแม่มีแอลลีลท่ีควบคุมลักษณะเด่นและลักษณะด้อย
อยู่ด้วยกัน คือ XCXc ส่วนโครโมโซม X ของพ่อมียีนท่ีควบคุมลักษณะเด่น คือ XCY ลูกท่ี
เกิดมำเปน็ ชำยเทำ่ นน้ั ท่จี ะมโี อกำสตำบอดสี สว่ นลูกสำวไมม่ ีโอกำสเลย ดังแผนภำพตอ่ ไปนี้
กำรถำ่ ยทอดลกั ษณะตำบอดสี
จะเห็นได้ว่ำ ถ้ำแม่เป็นพำหะ แต่งงำนกับพ่อที่มีกำรมองเห็นสีปกติคือมี
แอลลีลเด่น ลูกชำยที่เกิดมำจะมีโอกำสตำบอดสีเท่ำกับ 1 ใน 2 ส่วนลูกสำวตำปกติทุกคน
แต่จะเป็นพำหะเท่ำกับ 1 ใน 2 เท่ำกัน แต่ถ้ำพ่อตำบอดสีแต่งงำนกับแม่ตำปกติที่ไม่มียีน
ด้อยแฝงอยลู่ กู ชำยท่ีเกิดมำจะไม่มีโอกำสเป็นโรคเลย แต่ลกู สำวทกุ คนจะเปน็ พำหะทกุ คน
หนำ้ 20
กำรถำ่ ยทอดลกั ษณะทำงพนั ธกุ รรม
ของโรคตำบอดสี
ผชู้ ำย XCY ปกติ
XcY ตำบอดสี
XCXC ปกติ
ผู้หญิง XCXc ปกติ (พำหะ)
XcXc ตำบอดสี
ตวั อยำ่ ง ชำยตำบอดสีแตง่ งำนกบั ผหู้ ญิงเป็นพำหะ จะไดล้ ูกเป็นอย่ำงไร
ชำยตำบอดสี หญิงพำหะ
XcY x XCXc
ลกู รุ่น F1 XCXc XcXc XCY XcY
หญิงตำปกติ หญิงตำบอดสี ชำยตำปกติ ชำยตำบอดสี
(พำหะ)
หนำ้ 21
กำรถำ่ ยทอดลกั ษณะทำงพนั ธกุ รรม
ของโรคตำบอดสี
คำถำม ชำยตำปกติแตง่ งำนกับผ้หู ญงิ เป็นพำหะ จะได้ลูกเปน็ อยำ่ งไร
คำถำม ชำยตำปกติแต่งงำนกบั ผหู้ ญิงตำบอดสี จะไดล้ กู เป็นอย่ำงไร
หน้ำ 22
โรคเลอื ดไหลไมห่ ยดุ (ฮโี มฟเี ลยี )
ฮโี มฟีเลยี เป็นโรคทำงพนั ธุกรรมที่เกิดจำกควำมผิดปกติเกย่ี วกบั กำรแข็งตัว
ของเลือด เป็นโรคทพ่ี บไมบ่ ่อยโดยมำกพบในเพศชำย
โรคฮโี มฟเี ลียมักพบในเพศชำยเน่ืองมำจำกยีนทก่ี ำหนดอำกำรของโรคฮีโมฟีเลีย
อยบู่ นโครโมโซม X สว่ นผู้หญิงทม่ี ยี ีนดงั กล่ำวจะเรยี กวำ่ เป็นพำหะ (carrier) ซึ่งจะถ่ำยทอดยีน
นีไ้ ปยังลกู หลำน
โรคเลอื ดออกไหลไม่หยุด เป็นเพรำะควำมผิดปกติทำงพันธุกรรมท่ีทำให้เลือด
ไม่สำมำรถแข็งตัวได้ อำกำรท่ีสังเกตได้ เช่น เลือดออกมำกผิดปกติ กำเดำไหลบ่อย ข้อบวม
เกดิ แผลฟกช้ำขึ้นเอง โดยโรคน้ีจะทำใหร้ ่ำงกำยขำดสำรทีท่ ำให้เลอื ดแข็งตวั โรคนส้ี ำมำรถรักษำ
โดยกำรใชส้ ำรชว่ ยให้เลือด แข็งตัวทดแทน
หนำ้ 23
กำรถำ่ ยทอดลกั ษณะทำงพนั ธกุ รรม
ของโรคเลือดไหลไมห่ ยดุ (ฮโี มฟเี ลยี )
ผู้ชำย XHY ปกติ
XhY เป็นโรคฮโี มฟีเลยี
XHXH ปกติ
ผ้หู ญิง XHXh ปกติ (พำหะ)
XhXh เปน็ โรคฮโี มฟีเลีย
ตัวอย่ำง ชำยเปน็ โรคฮ๊โมฟีเลยี แต่งงำนกบั ผู้หญงิ เป็นพำหะ จะได้ลกู เปน็
อย่ำงไร หญงิ พำหะ
ชำยเป็นโรคฮีโมฟีเลยี
XhY x XHXh
ลูกรนุ่ F1 XHXh XhXh XHY XhY
หญิงปกติ หญิงเป็นโรค ชำยปกติ ชำยเปน็ โรค
(พำหะ)
หนำ้ 24
กำรถำ่ ยทอดลกั ษณะทำงพนั ธกุ รรม
ของโรคเลอื ดไหลไมห่ ยดุ (ฮโี มฟเี ลยี )
คำถำม ชำยปกตแิ ต่งงำนกับผหู้ ญงิ เปน็ พำหะ จะได้ลกู เป็นอย่ำงไร
คำถำม ชำยตำปกติแตง่ งำนกับผหู้ ญิงเป็นโรคฮโี มฟีเลีย จะได้ลูกเป็น
อยำ่ งไร
หนำ้ 25
หมู่เลือด
กำรถำ่ ยทอดลักษณะหม่เู ลอื ดระบบ ABO ถกู ควบคมุ ด้วยยีนซง่ึ มอี ัลลีลเกยี่ วข้อง
3 อลั ลลี คือ IA , IB, i พบวำ่ อลั ลีล IA และอลั ลีล IB ตำ่ งก็แสดงลักษณะเด่นเทำ่ ๆ กัน
(อลั ลลี IA และอลั ลลี IB ตำ่ งกเ็ ป็น Co – dominant allele ส่วนอัลลลี i เปน็
recessive allele)
IAIA และ IAi แสดง หมเู่ ลอื ด A
IBIB และ IBi แสดง หมเู่ ลอื ด B
IAIB แสดง หมู่เลอื ด AB
ii แสดง หมู่เลอื ด O
นอกจำกนี้สงิ่ แวดลอ้ มยงั มีอทิ ธพิ ลต่อฟีโนไทป์ คือ
1. ส่ิงแวดล้อมภำยใน หมำยถึง สิ่งแวดล้อมที่อยู่ภำยในของสิ่งมีชีวิตน้ันๆ เป็น
สง่ิ แวดลอ้ มท่ีควบคุมได้ยำก เช่น ระดับฮอร์โมน เพศ อำยุ กำรเต้นของหัวใจ ควำมดัน
เลอื ด และกำรไหลเวียนของเลือด
2. ส่งิ แวดลอ้ มภำยนอก หมำยถึง ส่งิ ทอ่ี ยูภ่ ำยนอกร่ำงกำยของสิ่งมีชีวิต แต่มอี ิทธพิ ลต่อ
กำรแสดงออกของลักษณะต่ำงๆ เช่น แสง เสียง อุณหภูมิ อำหำร ยำ สำรเคมี และ
กำรออกกำลังกำย
หนำ้ 26
หมู่เลือด
หนำ้ 27
จงเขยี นลกั ษณะจโี นไทปข์ องหมเู่ ลอื ดตอ่ ไปนี้
หมูเ่ ลือด ลกั ษณะจโี นไทป์
A
B
AB
O
จงหำลกั ษณะกำรถำ่ ยทอดทำงพันธกุ รรมทก่ี ำหนดใหต้ อ่ ไปนใ้ี หถ้ กู ตอ้ ง
1. IAIB x IAIA
เซลลส์ บื พนั ธ์ุ ..................................................................................
จโี นไทป์ ..................................................................................
ลกู จะมีหมูเ่ ลอื ด .............................................................................
2. IAi x IBi
เซลลส์ ืบพนั ธุ์ ................................................................................
จีโนไทป์ ..................................................................................
ลกู จะมหี มู่เลือด .............................................................................
3. IAIB x IAIB
เซลล์สืบพันธุ์ ................................................................................
จีโนไทป์ ..................................................................................
ลูกจะมีหมู่เลอื ด .............................................................................
หน้ำ 28
1. ข้อใดคือลักษณะที่สำมำรถถ่ำยทอดทำงพันธกุ รรมได้
ก. ควำมอ้วน ข. สผี ม
ค. สำยตำยำว ง. สำยตำสน้ั
2. ขอ้ ใดคอื ลกั ษณะดอ้ ยในกำรถำ่ ยทอดลักษณะทำงพนั ธกุ รรม
ก. ตำสดี ำ ข. มลี กั ย้มิ
ค. หอ่ ลิ้นได้ ง. ผมสบี อรน์
3. ข้อใดคือลักษณะเด่นในกำรถำ่ ยทอดลกั ษณะทำงพนั ธุกรรม
ก. ตำสฟี ้ำ ข. ไมม่ ีลกั ย้ิม
ค. ผมสดี ำ ง. ไม่มีติ่งหู
4. ลักษณะจีโนไทป์พนั ธุแ์ ทด้ ้อยเป็นแบบใด ข. Bb
ก. BB ง. ถกู ท้งั ก และ ข
ค. bb
5. ลักษณะจโี นไทป์พนั ธุแ์ ท้เด่นเป็นแบบใด ข. Bb
ก. BB ง. ถูกทง้ั ก และ ข
ค. bb
6. ลกั ษณะจโี นไทป์พันธุ์ผสมเป็นแบบใด ข. Bb
ก. BB ง. ถูกทงั้ ก และ ข
ค. bb
หนำ้ 29
7. คนทม่ี ลี กั ยม้ิ ควรมีจีโนไทป์แบบใด ข. Aa
ก. AA ง. ถกู ทง้ั ก และ ข
ค. aa
8. ตน้ ถั่วลันเตำท่ีมดี อกสีขำว ควรมจี โี นไทป์แบบใด
ก. aa ข. Aa
ค. AA ง. ถกู ทั้ง ก และ ข
9. พอ่ พันธแ์ุ ละแม่พันธท์ุ ี่มจี โี นไทป์แบบใดจึงจะได้ลูกทีม่ จี โี นไทป์ BB ทง้ั หมด
ก. BB x BB ข. BB x Bb
ค. Bb x Bb ง. Bb x bb
10. พ่อพันธแ์ุ ละแมพ่ ันธ์ุทมี่ ีจโี นไทปแ์ บบใดจงึ จะไดล้ กู ท่มี ีจีโนไทป์ Aa ทัง้ หมด
ก. AA x Aa ข. AA x aa
ค. AA x AA ง. Aa x Aa
11. นำต้นถ่ัวลนั เตำที่มีดอกสีม่วงผสมกบั ต้นท่ีมีดอกสขี ำว ลกู รนุ่ F1 จะมลี กั ษณะ
จโี นไทปอ์ ย่ำงใด
ก. RR ข. rR
ค. rr ง. Rr
12. จำกขอ้ 11 ลกู รุน่ F1 จะมีลักษณะฟีโนไทป์แบบใด
ก. ดอกสมี ว่ ง ข. ดอกสีขำว
ค. ดอกสชี มพู ง. ดอกสเี หลอื ง
13. ถวั่ ลนั เตำมฝี ักสีเหลอื ง แสดงว่ำมีลักษณะจีโนไทปแ์ บบใด
ก. AA ข. Aa
ค. aa ง. aA
หนำ้ 30
14. ผ้ชู ำยทเ่ี ป็นโรคตำบอดสจี ะมีลักษณะจโี นไทปอ์ ย่ำงไร
ก. XCXC ข. XcY
ค. XCXc ง. XCY
15. ผู้หญงิ ท่ีเป็นพำหะโรคตำบอดสีจะมลี กั ษณะจโี นไทปอ์ ยำ่ งไร
ก. XCXC ข. XcY
ค. XCXc ง. XCY
16. ลักษณะจโี นไทป์แบบใดท่ีเปน็ ลกั ษณะของโรคตำบอดสี
ก. XCXC ข. XcY
ค. XCXc ง. XCY
17. ผ้ชู ำยทเี่ ป็นโรคฮีโมฟีเลยี จะมีลักษณะจโี นไทป์อยำ่ งไร
ก. XHXH ข. XHY
ค. XHXh ง. XhY
18. ขอ้ ใดคอื จโี นไทปข์ องคนทม่ี หี มเู่ ลอื ด AB ข. IBIB
ก. IAIA ง. IiIi
ค. IAIB
19. ข้อใดคอื จโี นไทป์ของคนท่ีมหี มูเ่ ลอื ด O ข. IBIB
ก. IAIA ง. IiIi
ค. IAIi
20. ถ้ำผูช้ ำยที่มหี มเู่ ลอื ด IAi แตง่ งำนกับผ้หู ญิงที่มหี มเู่ ลือด ii ลูกจะมีโอกำสเปน็
หมูเ่ ลอื ดแบบใด
ก. IAi , ii ข. IAIA , ii
ค. ii ง. ไมม่ ขี ้อใดถกู ต้อง
คะแนนเต็ม 20 คะแนน
คุณทำได้................................คะแนน
หนำ้ 31
1. ข 11. ค
2. ค 12. ง
3. ง 13. ก
4. ก 14. ค
5. ค 15. ข
6. ข 16. ข
7. ง 17. ง
8. ก 18. ง
9. ข 19. ค
10. ก 20. ก
1. ข 11. ง
2. ง 12. ก
3. ค 13. ค
4. ค 14. ข
5. ก 15. ค
6. ข 16. ข
7. ง 17. ง
8. ก 18. ค
9. ก 19. ง
10. ข 20. ก
หนำ้ 32
https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/31740-044317
https://sites.google.com/site/sirintra2553/kar-thaythxd-laksna-thang-phanthu
https://my.dek-d.com/migga_sr/writer/viewlongc.php?id=1217464&chapter=6
https://sites.google.com/site/biologyofgenetic/1-neuxha/1-1-kar-thaythxd-laksna-thang-
phanthukrrm
http://www.curadio.chula.ac.th/Images/Class-Onair/sc/2009/sc-2010-01-22.pdf
https://www.baxter.co.th/th/patients_and_caregivers/hemophilia_knowledge/index.html
การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม