The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การวางใจก่อนตาย เป็นการถอดเทปการสนทนาธรรมเพื่อบอกเล่าประสบการณ์การปฏิบัติธรรมในระหว่างการรักษาโรคมะเร็งของคุณหมอจุ๋งจิ๋ง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Luangta Narongsak, 2022-01-11 08:35:58

การวางใจก่อนตาย

การวางใจก่อนตาย เป็นการถอดเทปการสนทนาธรรมเพื่อบอกเล่าประสบการณ์การปฏิบัติธรรมในระหว่างการรักษาโรคมะเร็งของคุณหมอจุ๋งจิ๋ง

การวางใจก่อนตาย

ทาํ ไมเราต้องเรียนรู้เร7ืองความตาย?
ความตายเป็นธรรมชาติหน2งึ ทม2ี นั อย่กู บั เราตงั < แตว่ นิ าทีแรกที2เรา

เกดิ ไม่วา่ จะเกดิ ในสภาพอย่างไรกต็ าม ขอแคม่ ีการเกดิ ขนึ < มา ท้ายที2สดุ
ทกุ ส2ิงมนั จะดบั ไป เหมอื นเทยี นที2ถกู จดุ ขนึ < มาแล้ว ไฟเปลวเทียนจะ
ละลายแท่งเทยี น ถงึ แม้เราจะไมร่ ู้สกึ ถงึ มนั เราจะใช้ชีวิตในเร2ืองอน2ื ๆ
ไปเรื2อย ๆ แตท่ กุ ๆ วนั ทผ2ี า่ นไป แท่งเทยี นมนั ถกู ละลายไปทกุ วนั จนใน
ท2ีสดุ มนั ก็มวี นั ใดวนั นงึ ทีแ2 ทง่ เทียนมนั กล็ ะลายจนหมดและเปลวเทียนก็
ดบั ลง ความตายจึงเป็นธรรมชาตนิ งึ ของชวี ติ ซง2ึ ทกุ สงิ2 ท2ีมนั เป็น
ธรรมชาติ เราสามารถพดู ถงึ มนั ได้ เพื2อทีจ2 ะศกึ ษาวา่ สิง2 เหลา่ นนั< แท้จริง
แล้วมนั เป็นอย่างไร อะไรกนั แนท่ ี2เกดิ อะไรกนั แน่ท2ีตาย แล้วชว่ งท2ธี าตุ
ขนั ธ์ตายจะเป็นอยา่ งไร

1

ปฏกิ ิริยาของใจ ต่อ “ความตาย”

และอีกประเด็นหนงึ2 ทงั< ๆ ที2ความตายมนั อย่ตู ิดตวั เรา แตผ่ ้คู น
โดยส่วนใหญ่มกั จะไมร่ ู้ตวั วา่ ความตายและความไม่เทย2ี ง มนั มโี อกาส
มาถงึ ได้ตลอดเวลา ดงั นนั < ทนั ทีที2เขาเริ2มรู้ตวั วา่ ความตายใกล้มาถงึ ใจ
เค้าก็จะเร2ิมแสดงปฏกิ ริ ิยาของความทกุ ข์ ท2แี สดงถึงการ “รับไม่ได้” ซงึ2
ศาสตร์การดแู ลประคบั ประคอง ก็จะกล่าวถงึ ปฏกิ ริ ิยาทางใจ 5 ระยะ
ของ Elisabeth Kubler-Ross ว่าช่วงแรกที2ได้รับขา่ วร้ายใจจะมภี าวะ
shock คือ ไม่อยากเชื2อวา่ สงิ2 เหลา่ นจี < ะเป็นจริง หมอตรวจผิดหรือเปล่า
สกั พกั เขาจะเร2ิมโกรธ(anger) เร2ิมมีอารมณ์ อาจจะโกรธ
บคุ คลภายนอก หรือโกรธเข้ามาภายใน คือ โทษตวั เอง ว่าดแู ลตนเอง
ไม่ดจี นเป็นสาเหตใุ ห้ตนเจบ็ ป่วย หรือเป็นภาวะตอ่ รอง (bargaining)
คือ เริ2มจะยอมรับแล้ว วา่ มนั กค็ งตายแตข่ อลองการรักษาอนั นี <อนั นนั<
อีกหน่อยได้ไหม เผ2อื มนั จะดี แต่พอมนั ดนิ < จนถงึ ท2สี ดุ มนั ก็ค้นพบวา่ มนั
ไม่มที างไป คอื ไม่มที างรอดจากความตายแล้วจริง ๆ เขาจะเริ2มมภี าวะ
ซมึ เศร้า(depress) จนในทสี2 ดุ กเ็ ข้าส่รู ะยะทยี2 อมรับความจริงท2ีเกดิ ขึน<
(accept) ซงึ2 ในคนทวั2 ไประดบั ของการยอมรับมนั ไม่เทา่ กนั บางคน
ยอมรับจากความคดิ บางคนยงั อย่ใู นชว่ งของการพจิ ารณา ซง2ึ ถ้ายงั
ไมไ่ ด้ลงแกใ่ จจริง ๆ มนั กอ็ าจจะย้อนกลบั ไปมีปฏกิ ริ ิยาทางใจ กลบั ไป
กลบั มาได้

2

เม7ือตระหนักว่าความตายใกล้มาถึง เกดิ อะไรขึนG ภายใต้ปฏกิ ริ ิยา
ทางใจเหล่านันG ?

แท้จริงแล้วปฏกิ ิริยาทางใจเหลา่ นนั< เป็นเพียงยอดของภเู ขา
นาํ < แข็ง เบือ< งใต้ภเู ขานาํ < แข็งนนั< มนั มสี าเหตมุ ากมายที2ผลกั ดนั ให้
เกดิ ปฏิกริ ิยาเหลา่ นนั < เชน่

- ใจทเ2ี ริ2มหวนั2 ไหว ต่อสิง2 ท2ไี มเ่ คยรู้มาก่อน ไม่รู้ว่าชว่ งเวลานนั < จะ
ทรมานไหม ร่างกายและจติ ใจจะเป็นอย่างไร การเผชญิ กบั สิง2 ที2
ไมร่ ู้ มนั กจ็ ะเป็นความทกุ ข์

- ความกลวั ซงึ2 แตล่ ะคนจะมีในแตล่ ะเรื2องทีไ2 ม่เหมือนกนั เช่น บาง
คนกลวั ทรมาน บางคนกลวั ต้องตายอยา่ งโดดเดี2ยว อย่างถ้าเป็น
โควดิ อยู่ ICU ญาตเิ ข้าไม่ได้ ก็อาจจะโดดเด2ียวในนนั< หรือบางคน
อาจจะกลวั ชีวติ หลงั ความตาย ซงึ2 ไม่รู้ว่าเราจะต้องไปรับโทษบาป
เวรภยั อย่างไร

- ความไม่อยาก...พลดั พรากจากสงิ2 ทร2ี ัก คนท2รี ัก
- ความอยาก...ในเง2อื นไขท2เี ป็นไปไมไ่ ด้ เชน่ สภาพคนไข้ระยะท้าย

มนั ต้องออ่ นแรง ทําอะไรไมไ่ ด้อย่างเก่า แตถ่ ้าเขาอยากให้กลบั ไป
ทํากจิ กรรมได้อยา่ งเดิม ให้ทาํ ได้เท่าเกา่ ใจมนั ก็ต้องทกุ ข์ทนั ที
- ความห่วงกงั วล ทงั< หว่ งภายนอก เช่น ห่วงครอบครัววา่ เขาจะอยู่
อย่างไร ถ้าเราไม่อยแู่ ล้ว ห่วงสมบตั พิ สั ถาน เป็นต้น หรือเขาจะ
เข้ามาหว่ งภายในร่างกายตนเอง วา่ มนั จะเป็นอยา่ งไร หมอจะ
ช่วยเราได้ไหม รวมถงึ หว่ งจิตใจ ว่าในช่วงเวลานนั< มนั จะมีนมิ ิตใด
ปรากฏ แล้วเราจะดํารงสติได้ไหม หรือจะเคลิม< ไมม่ ีสตจิ นไป
อบาย

3

- บางคนทอี2 ย่ทู ่ามกลางการรักษาท2รี ุกรานอยกู่ ่อน เขาจะรู้สกึ
ทรมานกบั เคร2ืองพนั ธนาการเหล่านนั < ท2ีอย่กู เ็ หมือนตายทงั< เป็น

บรรดาความทกุ ข์ทงั< หลายเหล่านี <มนั ไม่สามารถทีจ2 ะทาํ ให้ใจสงบลงได้
ในชว่ งเวลาทม2ี ีชีวิต เพราะในทกุ ปัจจบุ นั ขณะก็มแี ตค่ วามกงั วลในเรื2อง
เหล่านนั <

แล้วความสงบท7ีแท้จริงในช่วงเวลาตาย เกดิ ขนึG ได้อย่างไร?

ความสงบทแ2ี ท้จริง เกดิ จากการยอมรับด้วยใจตอ่ ความตายและ
ความไม่แน่นอนของทกุ สง2ิ ซงึ2 กระบวนการของการยอมรับด้วยใจ มนั
ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ และต้องกล้าเผชญิ หน้ากบั ความจริงที2เกดิ ขนึ <
อยา่ งตรงไปตรงมา ไม่หลอกตวั เอง เพราะถ้าเราหลอกตวั เอง ใจมนั จะ
หนีสงิ2 เหลา่ นเี <รื2อยไป

แตก่ ารเผชญิ หน้ากบั ความจริงอยา่ งตรงไปตรงมา ทาํ ให้จิตเขาจะ
คอ่ ย ๆ เรียนรู้ในสงั ขารร่างกายนี <วา่ ท้ายทีส2 ดุ ก็ต้องเสอ2ื มสลายไปตาม
ธรรมชาติ เพราะสงั ขารร่างกายเป็นหนง2ึ เดยี วกบั ธรรมชาติ ดงั นนั< มนั
ต้องอยภู่ ายใต้กฎอนิจจงั ทกุ ขงั อนตั ตา คอื มนั ไมเ่ ทย2ี ง มีการ
เปลีย2 นแปลงอยเู่ สมอ มีความทกุ ข์บีบคนั< รวมถงึ สิง2 เหลา่ นี <ไม่ใช่ตวั ตน
ไม่ใชต่ วั เราของเรา ไมส่ ามารถบงั คบั สงิ2 เหลา่ นนั< ได้จริง ๆ

จิตทีเ2 ผชิญความจริง จะมีการพจิ ารณาแงม่ มุ ต่าง ๆ เหลา่ นอี < ยา่ ง
ซาํ < ไปซาํ < มา จนมนั แจ้งชดั วา่ ทกุ สิ2งยอ่ มเป็นเช่นนนั< เอง มนั หนีไมพ่ ้น
และไม่ได้เป็นไปตามความอยากของเรา เม2ือถึงจดุ นี <ใจจะสนิ < ปฏิกริ ิยา
ทเ2ี ป็นความหวนั2 ไหวทางใจ และอยไู่ ด้ทา่ มกลางสิง2 ท2กี ระทบตามปกติ

4

ภายนอก ถงึ แม้จะกระทบมาเป็นเวทนาทม2ี คี วามทกุ ข์ หรือเป็นสิ2งทเ2ี รา
ไมพ่ งึ ปรารถนากต็ าม แต่มนั กจ็ ะอย่กู บั สง2ิ นนั< ได้ และการอยกู่ บั สิ2งนนั< ได้
ตงั < แตต่ อนที2มชี ีวิต เราก็ไม่ต้องกงั วลว่าตอนตายมนั จะเป็นอยา่ งไร
กล่าวคอื ถ้า “สกั แต่ว่ารู้” ทกุ ส2งิ ท2ปี รากฏได้โดยไม่ทกุ ข์ สดุ ท้ายตอน
ตาย มนั ก็จะสกั แตว่ า่ รู้ได้เช่นกนั แล้วทกุ สิ2งทีม2 าปรากฏ สดุ ท้ายมนั ก็
ดบั สนิทลงไปเอง โดยไม่ต้องมีคนที2เป็นตวั ตนออกไปรับส2งิ ทีเ2 ป็นความ
ทกุ ข์เหลา่ นนั <

ส2งิ ทีเ2 กดิ ขนึ < คือ ตลอดช่วงเวลาทเ2ี ขามีชีวติ เขาจะมีชวี ิตด้วยความ
สงบเยน็ เพราะใจมนั ยอมรับทกุ สงิ2 ไม่ได้อยากได้ ไม่ได้อยากมี ไมไ่ ด้
อยากเป็นในส2ิงใดทขี2 ดั กบั ความเป็นจริงในปัจจบุ นั คือ ถ้าเขาใช้ชวี ิตอยู่
อย่างสงบ สดุ ท้ายเขากต็ ายคาความสงบเชน่ กนั หรือ Peaceful mind
นาํ ไปสู่ Peaceful Death นน2ั เอง

การเรียนรู้เร7ืองความตาย

การจะเข้าใจความตายอยา่ งแจม่ ชดั ถงึ ใจต้องผ่านการเรียนรู้ทงั<
ภาคทฤษฎีจนถึงการนาํ ไปปฏบิ ตั ิ คือ พิจารณาในสงั ขารร่างกายของ
ตน จนเข้าใจความจริง และเกิดผลคือ เกิดการปล่อยวางมากขึน< เป็น
ลําดบั

5

ภาคทฤษฎี ทตี2 ้องศกึ ษาเรียนรู้ ได้แก่
- สรีรวทิ ยาทางการแพทย์ - ต้องเจอกบั การเปลย2ี นแปลงอะไรบ้าง?
- ปรากฏการณ์ทางจิต - ในช่วงเวลาจติ สดุ ท้ายจะมีการ

เปลย2ี นแปลงทางจิตเป็นอยา่ งไร? นิมติ ใดบ้างทม2ี าปรากฏในชว่ งเวลา
นนั < ?

- แนวทางการปฏบิ ตั ิจากพอ่ แม่ครูอาจารย์ ที2เคยให้ไว้ (อยา่ งไรก็
ตาม ถงึ จะบอกวา่ เป็นแนวทางปฏบิ ตั ิ แตต่ ราบใดท2ยี งั เป็นของคนอื2นอยู่
ไม่ใช่การปฏบิ ตั ิจริงในชีวติ จริงของเรามนั กย็ งั ถอื เป็นภาคทฤษฎเี ทา่ นนั < )

ภาคปฏบิ ตั ิ จะเกดิ ขึน< ได้ก็ตอ่ เมอื2 เราปฏบิ ตั จิ ริง ๆ คอื เราศกึ ษาความ
จริงทเ2ี กดิ ขนึ < ในร่างกาย จิตใจของเรา โดย

- มคี วามความตงั < ใจจริง ไมป่ ระมาทในความตาย ไมค่ ดิ ว่าเราจะ
อยไู่ ด้อกี ยาวนานโดยไมต่ าย

- มเี ครื2องมอื ที2ใช้ในการเหน็ ความจริง เพราะการจะเกิดปัญญา
อย่างแจม่ แจ้งนนั< ไมอ่ าจเป็นไปได้เลยถ้าในชวี ติ ประจาํ วนั มแี ตค่ วาม
ฟงุ้ ซ่าน คือ ขาดสติ ไม่รู้สกึ ตวั และขาดสมาธิท2จี ะเป็นกาํ ลงั ให้เกิด
ปัญญารู้เหน็ ตามความเป็นจริง

- กลั ยาณมติ ร รวมถงึ พ่อแมค่ รูอาจารย์ท2ีท่านรู้จริง เหน็ จริง ชแี < นะ
ได้ตรงตามสภาวธรรมภายในจิตในช่วงเวลานนั< เพราะหลายครัง< ท2มี ี
สภาวธรรมบางอยา่ งเกดิ ขนึ < ตวั ผ้ปู ฏิบตั ิเองอาจจะไม่รู้ว่า เห็นจริง หรือ
เหน็ ปลอม มีกเิ ลสและอวิชชาปรุงแต่งขนึ < มาหลอก หรืออาจจะมีการ
ปฏิบตั ิไปโดยมีกเิ ลสท2ีเป็นความต้องการหรือตวั ตนแอบแฝงอยู่ เป็นต้น
ซงึ2 กลั ยาณมิตรหรือครูอาจารย์ทีม2 ีประสบการณ์จะสามารถชีไ< ด้ในสิง2 ที2
ติดค้าง หรือตดิ ขดั อยภู่ ายในใจทท2ี าํ ให้มนั ไมส่ ามารถปล่อยวางตาม

6

ความเป็นจริงได้ของแตล่ ะคนคอื อะไร การมีกลั ยาณมติ รหรือพอ่ แมค่ รู
อาจารย์ จึงช่วยให้เราไมห่ ลงทางในระหวา่ งทางปฏิบตั ิ
ผลท7ีเกิด หลงั จากได้มกี ารพากเพยี รปฏบิ ตั ิจริง ก็จะมีผลที2เกดิ เป็น
ความปล่อยวางทมี2 ากขนึ < เป็นลําดบั

ทฤษฎีทางการแพทย์ เก7ียวกับกระบวนการการเสยี ชีวติ (Dying
Process)
เป็นการเปลยี2 นแปลงของธาตขุ นั ธ์ทม2ี นั จะเสอื2 มถอยลงตามลาํ ดบั โดย
แตล่ ะคนระยะเวลาของการเสอื2 มจะไมเ่ ทา่ กนั สําหรับบางคน
กระบวนการเหล่านมี < นั เกดิ ขึน< เป็นหลกั ชว2ั โมง หลกั วนั หรือบางคน
อาจจะเป็นหลกั สปั ดาห์เลยก็ได้ โดยแตล่ ะระยะจะมีการเปลยี2 นแปลง
ดงั นี <
ระยะแรก

• จากเดมิ ท2แี ข็งแรง จะเร2ิมนอนตดิ เตียงมากขึน< สนใจทาํ กิจกรรม
ลดลง ทานอาหาร นํา< หรือยาลดลง กลนื ยาไมไ่ ด้

• ง่วง หรือสบั สนมากขนึ <

7

ระยะกลาง
• สตคิ วามรู้ตวั เริ2มลดลง
• ไม่สามารถกลืน หรือ ขบั สงิ2 คดั หลงั2 ในปากหรือทางเดนิ หายใจได้
ทาํ ให้เกิดเสยี งผดิ ปกติ ทเ2ี รียกวา่ “death rattle” ซง2ึ ถ้าเร2ิมมี
อาการนี <อาจจะบอกได้ว่าระยะเวลาจะไมน่ านแล้ว

ระยะสดุ ท้าย
• หมดสติ ไมร่ ู้สกึ ตวั
• อาการแสดงวา่ การไหลเวยี นโลหติ ล้มเหลว เช่น เขยี ว มอื เท้าเยน็
เฉียบจากสว่ นปลายเข้าหาสว่ นกลางลาํ ตวั ตวั ลาย ชพี จรเต้นเร็ว
ความดนั โลหติ ตก ปัสสาวะน้อยลง
• ลกั ษณะการหายใจผิดปกติ เช่น หายใจแรง เฮอื ก เหมอื นปลา
พะงาบนํา< หรือหยดุ หายใจเป็นชว่ ง ๆ
• ปัสสาวะอจุ จาระราด ควบคมุ การขบั ถา่ ยไมไ่ ด้
• ภาวะเมตาบอลกิ ทผ2ี ิดปกติ และการลดลงของระบบไหลเวียน
เลือด อาจทําให้เกิด ภาวะวนุ่ วายสบั สนช่วงท้าย (terminal
delirium) เช่น เหน็ คนท2ีตายไปแล้ว เหน็ เจ้ากรรมนายเวร เป็นต้น

เมือ2 ใดที2เกดิ dying process อยา่ งชดั เจนแล้ว โดยเฉพาะถ้าผ้ปู ่วยไมร่ ู้
สติ และเร2ิมมีเสมหะ ร่วมกบั การหายใจผดิ ปกติ เราจะบอกได้วา่ ผ้ปู ่วย
เข้าสกู่ ารเสยี ชีวติ ซงึ2 เป็นกระบวนการทไ2ี มย่ ้อนกลบั คนื เมือ2 ใดทเี2 กดิ ขนึ <
แล้ว ร่างกายจะดาํ เนนิ ไปสกู่ ารแตกดบั อยา่ งแน่นอน

8

เส้นทางสู่การเสยี ชีวติ
อยา่ งไรก็ตาม อาการดงั กล่าวเหลา่ นนั < บางรายอาจจะมีปรากฏ

แค่บางอาการเทา่ นนั < ทําให้ยากจะทาํ นายวา่ ทางของใครจะเป็น
เส้นทางแบบสงบ คือ หลบั มากขึน< คอ่ ยๆซมึ ลง และสดุ ท้ายคือ หมดสติ
ไม่รู้สกึ ตวั และคอ่ ย ๆ จากไปเงียบ ๆ หรือ เป็นเส้นทางทย2ี าก คือ มี
กระสบั กระสา่ ย สบั สน เหน็ ภาพหลอน มีการเคลอ2ื นไหวผดิ ปกติ หรือ
บางคนอาจจะมีภาวะชกั เลยด้วยซาํ < กอ่ นทจ2ี ะมาลง pathway เดยี วกนั
คอื หมดสติ โคม่า และเสียชวี ิตในทส2ี ดุ

Ferris et al., 2003

จากประสบการณ์ของผ้เู ขียน สงั เกตวา่ สว่ นใหญค่ นที2อาการเป็นแบบ
เส้นทางทีย2 าก สว่ นใหญ่พนื < อารมณ์มีผล คอื ช่วงเวลาท2เี ขามชี วี ติ เขา
ยึดมนั2 ถอื มนั2 มาก อยากได้อะไรก็จะเอาให้ได้ มีอารมณ์โกรธ หงดุ หงดิ

9

เศร้าหมอง อยากได้ อยากมี อยากเป็นเยอะ ๆ สว่ นใหญช่ ว่ งนมี < กั จะไม่
สงบ และมกั จะต้องใช้ยาจดั การอาการมากกว่ากล่มุ ที2สงบ ซงึ2 ใน
มมุ มองของผ้เู ขียน ช่วงเวลาสดุ ท้าย มนั เป็นเหมือนศนู ย์รวมของกรรมที2
ทํามาทงั< ชวี ติ คอื เมอ2ื ถงึ เวลาท2ีธาตขุ นั ธ์ออ่ นแรง ตวั จิตสงั ขารจะปรากฏ
ขนึ < อย่างเดน่ ชดั ทกุ ส2ิงทกุ อยา่ งไม่สามารถควบคมุ ได้ และภาพของ
ทกุ สิ2งท2ีเราเคยทํามาในอดีตจะมาปรากฏไลเ่ ป็นภาพหนงั เป็นฉาก ๆ
ขึน< มาให้เราดเู ลย ซง2ึ ถ้าเราอินไปกบั ตรงนนั < หรือไม่ได้มสี ตมิ ากพอที2จะ
ดรู ู้เห็นจิตตามความเป็นจริง มนั เสี2ยงมากท2ีจะอินเข้าไปในนนั< และ
สดุ ท้ายคือ ดบั จิตในสภาวะของความหลง คือ หลงในนิมิต และตาย
ในนิมิตทส2ี ว่ นมากจะเป็นอกศุ ลของตวั เอง เลยอาจมีผลเป็นการแสดง
อาการออกมาเป็นแบบเส้นทางทย2ี าก

สดุ ท้ายทกุ คนจะจบในแบบเดียวกนั คอื มสี ญั ญาณท7ีบ่งถึงการ
เสยี ชีวิต ได้แก่

- ตาเหม่อลอย ไมร่ ู้สกึ ตวั
- การหายใจผดิ ไปจากเดมิ จนค่อย ๆ ช้าและหยดุ ไป ไมก่ ลบั มา

หายใจอีกเลย
- ผิวหนงั เยน็ ซีด เป็นจํา<

10

- ไม่รับประทาน ไมด่ มื2 นํา<
- ไมม่ ีปัสสาวะอจุ จาระ

สดุ ท้าย คอื ไม่มีสญั ญาณชีพ ได้แก่ ไม่หายใจ หัวใจหยดุ เต้น สมอง
หยดุ ทาํ งานโดยสมบูรณ์
แพทย์ก็จะวินจิ ฉยั วา่ ผ้ปู ่วย “เสยี ชวี ติ ”

วางใจต่อความตาย... วางอะไรบ้าง?

• ปล่อยวางต่อส7งิ ภายนอก (ครอบครัว, หน้าท7ีการงาน,
สมบตั พิ สั ถาน)
ถ้ารู้สกึ ว่ายงั ทาํ ไม่ได้ ก็ต้องพิจารณาตามความเป็นจริงวา่ สิง2 ตา่ งๆ
เหล่านนั < ใชส่ ง2ิ ที2ยดึ มนั2 ถอื มนั2 ได้จริง ๆ หรือเปล่า เชน่ ในความเป็น
จริง ไม่มีใครหรอกทเ2ี กิดมาเพ2ือทจี2 ะอยู่กบั ใครไปตลอดกาล
ตา่ งคนต่างมีทางเดินชวี ติ เป็นของตวั เองทงั< นนั< หรือเรื2องสมบตั ิ
พสั ถานก็เหมอื นกนั ในชว่ งสดุ ท้ายแม้วา่ ใครจะเอากาํ ปั2นเงนิ
กาํ ป2ันทองมาเทรวมตรงหน้า แตส่ ดุ ท้ายมอื ท2กี าํ ทรัพย์สมบตั ิ
เหล่านนั < มนั ก็ต้องปล่อย ต้องแบ และตกลงส่พู ืน< ดนิ คือ ในความ
เป็นจริงมนั เป็นแบบนี <ถ้ามองเหน็ ได้ตามความเป็นจริง ใจกจ็ ะ
สงบมากขนึ < ไปเอง

• ส7ิงท7ีตดิ ค้าง ยังทาํ ไม่เรียบร้อย
เป็นสงิ2 ทเ2ี ป็นปลโิ พธ เป็นกงั วลอยู่ ซงึ2 ถ้าหากเราสามารถทําอะไรท2ี
ติดค้างได้ เรากไ็ ปทาํ ให้เสร็จ จะได้หมดเร2ืองค้างคาใจ แตถ่ ้าสง2ิ

11

นนั < มนั เป็นสิ2งที2เป็นไปไม่ได้จริง ๆ เช่น คณุ ป่วยเป็นมะเร็งระยะ
ท้าย มีเวลาในหลกั เดือน แตส่ 2ิงทตี2 ิดค้างคือ ลกู คณุ จะรับปริญญา
ในอีก 2 ปี ถ้าเป็นแบบนกี < ต็ ้องมาพิจารณาตามความเป็นจริง ว่า
สงิ2 ที2เราต้องการมนั เป็นความปรารถนาที2ขดั กบั ความจริง ถ้า
อยากได้ มนั กท็ กุ ข์เสียเปลา่ ๆ เพราะมนั ไม่อาจเป็นจริงอย่แู ล้ว
ดงั นนั < ธรุ ะใดท2ีทาํ ได้ กไ็ ปทําให้เสร็จ แต่ธรุ ะใดที2ทําไม่ได้ กป็ ล่อย
วางไป

• ปล่อยวางร่างกาย โดยการพจิ ารณาร่างกายตามความเป็นจริง
รวมทงั< ปล่อยวางการรักษา คือ ถ้าเรามคี วามกงั วล วา่ ถงึ เวลา
นนั < เราจะมอี าการอยา่ งไร จะดแู ลทไ2ี หน จะมหี มอมาช่วยดแู ลหรือ
เปลา่ ถ้าเป็นความกงั วลเหล่านี <เราควรพดู คยุ กบั หมอท2รี ักษา
และทาํ การวางแผนการรักษาลว่ งหน้าให้เรียบร้อยวา่ ถงึ เวลานนั <
จะดแู ลกนั อย่างไร เป็นต้น

แตอ่ ย่างไรกต็ ามก็ต้องวางใจทจี2 ะปลอ่ ยวางเหมอื นกนั คอื ถึงเรา
จะวางแผนไว้อยา่ งดี แต่จะรักษาได้ตามแผนนนั < หรือไม่ เป็นตาม
เหตปุ ัจจยั เช่น คนที2มีกรรม เมอ2ื ถึงเวลาอาจจะมเี หตกุ ารณ์มา
พลกิ ผนั ไมใ่ ห้เป็นไปตามแผนก็ได้ ดงั นนั< กต็ ้องเผือ2 ใจกบั ความไม่
แนน่ อนส่วนนดี < ้วย

• ปล่อยวางเวทนา คือ ความรู้สกึ เจ็บปวด หนาว ร้อน ซง2ึ หลาย ๆ
คนกงั วลตรงนีม< าก เพราะแรงภายในทจ2ี ะเกดิ ขึน< เพือ2 ฉีกธาตขุ นั ธ์
ให้เส2ือมสลายและแตกดบั มนั มกั จะเจ็บปวดและบบี คนั< เต็มไป

12

ด้วยความทกุ ข์ของสงั ขารนแี < น่นอน ดงั นนั < มนั อาจจะต้องฝึก
เผชิญกบั ส2ิงเหลา่ นตี < ามความเป็นจริงด้วยเช่นกนั

เพราะถงึ แม้วา่ หมอจะสามารถให้ยาบรรเทาปวดได้ แตใ่ นชีวติ
จริงมนั ไมแ่ น่นอน คณุ จะรู้ได้อย่างไร ว่าถงึ เวลานนั < คณุ จะอยใู่ น
โรงพยาบาล หรืออยใู่ นที2 ๆ มหี มอไปให้ยาได้ ยกตวั อย่างเชน่ คณุ
วางแผนว่าจะเสียชีวติ อยา่ งสวยงามในโรงพยาบาล แต่ชีวติ จริง
คณุ อาจเสียชวี ติ จากรถชน ซงึ2 มเี วลาแคไ่ มก่ น2ี าที ในการปล่อยวาง
สิง2 ทว2ี ่าไป รวมถงึ ความปวดด้วย เพราะไม่มหี มอที2สามารถไปให้
ยาทส2ี ถานทท2ี ีค2 ณุ ประสบอบุ ตั เิ หตไุ ด้ทนั ในช่วงเวลานนั< แน่ ๆ
ดงั นนั < เป็นสง2ิ ทีท2 กุ คนจะต้องฝึกปล่อยวางความปวด ก่อนเจอ
เหตกุ ารณ์จริง

• ปล่อยวางจติ สงั ขาร ความคดิ ปรุงแต่ง และธรรมารมณ์ ซึ2ง
เป็นสว่ นของนามธรรมทลี2 ะเอียด เป็นความคิดปรุงแตง่
วพิ ากษ์วิจารณ์ในสง2ิ ตา่ ง ๆ ท2เี กิดขึน< ในปัจจบุ นั ขณะท2มี ีสิ2งตก
กระทบ ซงึ2 เป็นธรรมดาของสภาวะจติ ทเี2 กดิ ขึน< แตส่ ง2ิ สําคญั คอื
มนั จะต้องรู้และปลอ่ ยวางให้สิ2งเหล่านนั < เกดิ ขนึ < และดบั ไปตาม
ความเป็นจริง โดยไมม่ ีคนไปรองรับ ยึดถอื เป็นจริงเป็นจงั กบั สิ2ง
เหลา่ นจี < ริง ๆ เพราะสดุ ท้ายถ้าเราเป็นจริงเป็นจงั มนั มีรสชาติ แต่
เมือ2 มีรส มนั ก็จะไปเป็นภพชาตติ อนตาย เช่นกนั

แตถ่ ้าในทกุ ขณะทส2ี 2งิ เหล่านเี <กดิ ขึน< มนั ไม่มีใครไปยึดถอื ว่าเป็น
ตวั เราของเรา สดุ ท้ายส2งิ เหลา่ นมี < นั กจ็ ะกลบั คนื สสู่ ภาพเดิมท2มี นั
เป็น คอื สงิ2 เหล่านที < กุ อยา่ ง รวมถึงตวั เรา มนั เป็นส่วนหนง2ึ ของ

13

ธรรมะ มนั ก็ต้องเป็นไปตามกฎแหง่ ธรรม คอื อนิจจงั ทกุ ขงั
อนตั ตา มคี วามไมเ่ ทย2ี ง มคี วามเสอ2ื มสลายเป็นธรรมดา เมื2อเหน็
ความจริงเช่นนนั < ใจจะยอมรับว่าทกุ ส2งิ มนั เป็นแบบท2ีมนั เป็น คอื
เป็นตามธรรม และเป็นตามกรรม คือ เห็นตามความเป็นจริงวา่ สง2ิ
ทจี2 ะมากาํ หนดให้ทกุ อยา่ งดาํ เนนิ ไป มนั เกิดขึน< เพราะกรรม คอื
กรรมในอดตี สง่ ผลมาถึงปัจจบุ นั มาทําให้เราเป็นคนอปุ นสิ ยั เช่นนี <
ต้องเผชญิ กบั สถานการณ์เหลา่ นี <และกรรมในปัจจบุ นั คอื สง2ิ ท2ีเรา
คิด พดู กระทํา จะสง่ ผลถึงอนาคต รวมถึงมาปรากฏเป็นนมิ ิตช่วง
จิตสดุ ท้ายด้วย

เมื2อใดกต็ ามท2ใี จเหน็ ได้ว่า ทกุ ส2ิงทกุ อยา่ งเป็นอย่างท2ีมนั เป็น คือ
เป็นตามเหตปุ ัจจยั ของมนั จริง ๆ สดุ ท้ายมนั ก็ไม่มีคนทจ2ี ะไปทกุ ข์
กบั สง2ิ ต่าง ๆ เหลา่ นนั < ใจมนั ก็อยแู่ บบปกตธิ รรมดา อะไรมา
กระทบกร็ ู้ไปตามปกตธิ รรมชาตขิ องขนั ธ์ท2ียงั มอี ยู่ แต่วา่ มนั ไม่
รสชาติทีจ2 ะไปเอา ไปได้ ไปมี หรือไปเป็นอะไร เม2ือมนั ไม่มีรส
ในช่วงจิตสดุ ท้ายมนั ก็ไมม่ ตี ้องไปเกดิ เป็นภพชาติ และเม2ือไมม่ ี
ใครไปยดึ สง2ิ ตา่ ง ๆ ที2ปรากฏมาในขณะจิตสดุ ท้าย ไมว่ ่าจะเป็น
ความคิดปรุงแตง่ หรือนมิ ิตใดกต็ าม มนั เกดิ ขนึ < มาเองและมนั กด็ บั
ไปเอง เกดิ มาแล้วก็ดบั ไป เกดิ มาแล้วกด็ บั ไป การเกดิ แตล่ ะครัง<
มนั ก็เบาลงเรื2อย ๆ สงั ขารก็เหมอื นเกิดห่างออกไปเร2ือย ๆ จนใน
ที2สดุ มนั ก็มีครัง< ใดครัง< หนึง2 ท2ีสงั ขารดบั ลงแล้วไม่เกดิ ขึน< มาอีกเลย
เป็นการดบั สนทิ โดยไม่มสี ว่ นเหลือ

14

ประสบการณ์ตรงผ่านการเจบ็ ป่ วย

การเจ็บป่วยในครัง< นี <นบั วา่ เป็นเหตกุ ารณ์ทไี2 มม่ ใี ครคาดฝันวา่ จะ
เกิดขนึ < ในชวี ิตของคนท2ีเป็นหมอ อายยุ งั น้อย แค่ 37 ปี แต่ต้องเจบ็ ป่วย
ด้วยโรคมะเร็งระยะท้าย แต่ก็นบั เป็นชว่ งเวลาสาํ คญั ทท2ี าํ ให้ได้ศกึ ษา
ความทกุ ข์ จนมดี วงตาทีเ2 หน็ ตามความเป็นจริงของธรรมะ และสามารถ
เผชิญความตายได้ในทสี2 ดุ จงึ คิดวา่ เป็นประสบการณ์ท2มี ีประโยชน์ที2จะ
บอกเลา่ แกผ่ ้อู 2นื

ตวั หมอเองปฏบิ ตั ธิ รรมมาเป็นลกู ศษิ ยห์ ลวงตาณรงคศ์ กั ดิ…
ขณี าลโยมาประมาณ 10 ปี เหน็ จะได้ ตงั< แตช่ ว่ งทีท2 า่ นไมไ่ ด้บวช จนแม้
ท่านบวชแล้วเราก็ยงั มเี หตใุ ห้ได้มาปฏบิ ตั ธิ รรมกบั ทา่ น มีทา่ นเป็นพ่อ
แมค่ รูอาจารย์ และมโี อกาสศกึ ษาธรรมะจนคดิ วา่ เข้าใจชดั เจน เป็น
staff ท2ชี ่วยสอน และทําสื2อธรรมด้วย

จนเมอื2 สจั ธรรมของความไมเ่ ทย2ี งมาถงึ ช่วงต้นเดอื น ส.ค. 64
หมอคลําได้ก้อนในท้อง และมอี าการปวดท้องมาก ซง2ึ จริง ๆ ก่อนหน้านี <
เรามปี วดประจาํ เดือนเป็น ๆ หาย ๆ อยเู่ ป็นปีแล้ว แตต่ รวจคดิ ว่าเป็น
ช็อกโกแลตซสี ต์ โรคเดิมทีเ2 คยผ่าตดั ไปตงั< แตห่ ลายปีก่อน ซงึ2 หมอบอก
ว่าผ่าตดั ไม่ได้ เลยได้กนิ ฮอร์โมนอยสู่ องปี อาการปวดก็คมุ ได้อยู่ จนเพิ2ง
มามชี ว่ งนแี < หละทม2ี นั ปวดมากกว่าเดิมมาก และมีก้อนในท้อง บวกกบั มี
เลือดออกทางช่องคลอดด้วย ซง2ึ คิดว่าน่าจะผิดปกตแิ นน่ อน ตอนทไ2ี ป
ตรวจอาจารย์อลุ ตร้าซาวด์ลกั ษณะกย็ งั เหมอื นช๊อกโกแลตซสี ตอ์ ยู่ แต่
โชคดสี ง่ ค่า CA-125 ไปด้วย พบวา่ คา่ มะเร็งสงู มาก คนอนื2 ทเ2ี ป็นมะเร็ง
รังไข่ ปกตอิ ย่ทู ีห2 ลกั ร้อย แตข่ องหมอปาเข้าไป 1,400 พอไปตรวจ

15

เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปรากฏวา่ มนั กระจายไปหมดแล้ว ทงั< ตอ่ ม
นาํ < เหลอื งในช่องท้อง ตบั เข้าหลอดเลอื ด และในปอดอีก 24 จดุ ไมม่ ี
ใครคาดคิดจริง ๆ วา่ มะเร็งจะกระจายไปมากขนาดนี <พ่อแม่ร้องไห้ทกุ
วนั วา่ ทาํ ไมเรื2องเชน่ นีต< ้องมาเกิดกบั หมอด้วย

อนาคตของชีวิตแทบจะจบลงใน 1 อาทติ ย์ ทว2ี ินิจฉยั โรค จากการ
ทีเ2 ป็นอาจารย์หมอในโรงเรียนแพทย์ ชีวติ กําลงั ขาขึน< ปีหน้ากเ็ พ2งิ จะขอ
ทนุ ไปเรียนเมืองนอก ตอนนที < กุ อย่างต้องหยดุ สนิท เพราะต้องผ่าตดั
ด่วน รักษาด่วนทนั ที และรักษายาวอีกเป็นปี ๆ ถามว่าตอนนนั< ทกุ ข์ไหม
กท็ กุ ข์อยู่ เพราะอยใู่ นช่วงท2ียงั ไม่ได้ตงั< หลกั ทีจ2 ะปลอ่ ยวางอะไรเลย แต่
หมอรู้ตวั ด้วยความเป็นหมอทดี2 แู ลคนไข้ระยะท้ายมานาน เรารู้วา่
สดุ ท้ายเราไม่รอดแน่ แค่วา่ จะซือ< เวลาได้นานแค่ไหน เราไมก่ งั วลเลย
เร2ืองการรักษาเพราะทกุ คนเค้าพยายามให้การรักษาท2ดี ีทสี2 ดุ premium
ทสี2 ดุ แล้ว แต่เราสนแคเ่ ร2ืองเดียว คือ เรายงั มเี วลาแค่ไหน เลยไปกดหา
ข้อมลู พบว่าค่าเฉลยี2 อายหุ ลงั จากนขี < องคนไข้มะเร็งชนดิ นี <ระยะนี <คอื
40 เดอื น คนทบ2ี ้านรู้เขารับไม่ได้เลย แตห่ มอกลบั โลง่ อก อยา่ งน้อยก็ยงั
มีเวลาทเ2ี พยี งพอสาํ หรับจดั การทกุ สิง2 ทกุ อยา่ ง และ 40 เดอื น หมอ
มนั2 ใจวา่ มากพอทจี2 ะนิพพาน คอื ตอนท2ีรู้ว่าร่างกายจะไมร่ อด มี
ความหวงั และศรัทธาเดยี วเท่านนั< คอื ใจต้องรอดพ้นจากความทกุ ข์ให้
ได้ ไมเ่ อาอยา่ งอน2ื อกี แล้ว

แตเ่ ส้นทางภายในใจมนั กไ็ ม่ง่าย เพราะเพ2งิ รับขา่ วร้าย ต่อให้
กําลงั ใจดแี ค่ไหน มนั กม็ คี วามปรุงแตง่ วนุ่ วาย ห่วงนนั2 หว่ งนเี2 ป็นช่วง ๆ
แต่กพ็ ยายามอดทนตอ่ ทกุ สง2ิ เพราะมีอาจารย์ภายในที2เป็นเสียงมา
บอกว่า ถ้าหมออยากจะพ้นทกุ ข์ผ่านตรงนีไ< ป หมอต้องทาํ อยา่ งไรก็ได้

16

ไมใ่ ห้จมลงไปกบั ความคิดและอารมณ์โดยเดด็ ขาด ตอนนนั< ยงั ไม่ได้เหน็
ความจริงอะไรมากนกั เลยได้แต่ทําสมถะ คอื อยกู่ บั คําบริกรรม “พทุ โธ
ธมั โม สงั โฆ นพิ พานนะปัจจะโยโหต”ุ สลบั กบั ทําพลงั ลมปราณวนั ละ
2-3 ครัง< สว่ นหกู เ็ สยี บหฟู ังธรรมหลวงตา ตลอดเวลาไม่ให้มนั ไปคดิ ตาม
ความฟงุ้ ซ่านเลย สิง2 ทเ2ี กิดขนึ < คือ มนั สงบได้อยู่ คนภายนอกเค้าเหน็ วา่
หมอเข้มแข็งมาก แต่มนั สงบได้แต่เพียงผิวหน้านํา< แตภ่ ายใต้นนั < ยงั
หวน2ั ไหว ด้วยความรู้สกึ กลวั พอ่ แมเ่ สียใจ กบั จะตายอยแู่ ล้วยงั ไมไ่ ด้
บวชเลย แตถ่ ้าบวชก็จะไม่มสี ทิ ธิการรักษาจะทําอย่างไรดี มนั คิดไม่ตก

จนถึงตอนรับเคโมเขม็ 1 ต้องเผชญิ เวทนาท2ีหนกั หนาสาหสั มาก
เพราะมะเร็งที2ลามทงั< ตวั โดนยาบอมบ์พร้อม ๆ กนั ซ2งึ คนอ2ืนเค้าได้ยา
แค่ 2 แต่ของหมอได้ยาถงึ 3 ตวั เป็นยาแรง เพราะโรคกระจายเยอะ ผล
คอื เวทนาทงั< แสบร้อนทวั2 ร่างกาย ปวดแสบตรงหน้าอกลนิ < ปี2เหมอื นมี
แรงฉีกอกออกไปทะลหุ ลงั สลบั กบั อาการปวดชาเหมือนนาํ < แข็งกดั
หมอรู้สกึ เหมอื นแช่นํา< ร้อนสลบั กบั แช่นาํ < แขง็ ซงึ2 ตอนนนั< ก็ยงั มีตวั ตนอยู่
ไปจบั พลงั งานทเี2 กิดขึน< เลยเป็นหนกั มาก พอเวทนาหนกั จนร่างกายทน
ไมไ่ หว ก็เคลมิ < หลบั เหมอื นสลบไป เรารู้สกึ เหมือนตายเป็นครัง< แรกเลย
ด้วยซํา< มนั หลบั จนดบั ไปเลยด้วยความทนพษิ ไม่ไหว แตส่ กั พกั ก็ตื2น
ขึน< มาเหมือนคนโดนเอานาํ < สาด ฟืน< กลบั มารับความเจ็บปวดใหม่อกี
วนไปอยอู่ ยา่ งนีส< ามวนั ความเจบ็ ปวดถึงค่อย ๆ คลายตวั ลง ตอนนนั<
เรียกวา่ ทําพลงั ลมปราณยงั ไมไ่ หวเพราะกลนั < หายใจไมไ่ ด้ ได้แตท่ อ่ ง
บริกรรมพึมพาํ ๆ และเอาธรรมะหลวงตามาเสียบหู แล้วเอาขวด
นํา< มนตห์ ลวงตามากอดไว้เลย เพราะเราไมม่ ีที2พงึ2 ใดอีกแล้ว

17

พอเร2ิมรู้ซงึ < ถึงวา่ มีตวั ตนไปจบั ยึดมนั เป็นยงั ไง มนั จะทรมานยงั ไง
เราเริ2มตงั< ใจพจิ ารณามากขนึ < ซง2ึ ตอนนัน< หลกั ๆ คือ พิจารณาความตาย
และความไม่เทีย2 งเป็นอสภุ ะของสงั ขาร ซงึ2 เห็นชดั มากตอนท2เี ราผมร่วง
มนั ร่วงตดิ ตามมือออกมาเวลาสระผม หวผี ม มนั ร่วงเหมือนมดแทะ น่า
เกลียดมากเหมอื นคนป่วยหนกั ขนคิว< ขนตาร่วงหมด ผิวหนงั ก็
เปลี2ยนเป็นดาํ ลาย ๆ เหมอื นต๊กุ แก เรียกวา่ สลดปลงสงั เวช เพราะหมด
สิน< ความงามจริง ๆ ซง2ึ ช่วงนเี <ราส่งการบ้านหลวงตาทกุ วนั บางวนั สอง
สามรอบ เพราะหลวงตาบอกวา่ เป็นโอกาสทองให้เร่งพจิ ารณาเข้า อย่า
ไปมวั ติดนสิ ยั เดมิ ที2จะไปช่วยคนโน้นคนนีอ< ยู่ เพราะเวลาเราจะไม่มแี ล้ว
เราก็พยายามพิจารณาเตม็ ที2 ทกุ อยา่ งดดู มี าก คอื ความทกุ ข์ภายใน
จิตใจเริ2มลดลง เริ2มรับได้กบั สิ2งต่าง ๆ ทีม2 นั เป็น แถมร่างกายยงั แขง็ แรง
ขึน< เซลลม์ ะเร็งก็ดตู อบสนองดี และนน2ั ทําให้เราประมาท เร2ิมมีกเิ ลส
ขนึ < มาตามร่างกายทแี2 ขง็ แรงเลยทเี ดียว กจ็ ะโดนดุ และหลวงตาก็จะสง่
ธรรมะมาเตอื นสติบ่อย ๆ

18

จนเดือน พ.ย. เราเผชิญกบั ความตายเป็นครัง< ที2สอง คอื เราติดเชือ<
รุนแรงมาก มไี ข้สงู 40 ในหวั เหมอื นมนั เพ้อ ปรุงแตง่ ภาพหลอนเตม็ ไป
หมด ตอนนนั < เราผ่านการฝึกมาพอสมควรแตก่ ต็ งั< สติได้บ้างไมไ่ ด้บ้าง รู้
เลยว่ายงั ไมพ่ ร้อมทจ2ี ะตายตอนนี <แตอ่ งคห์ ลวงตารู้ทกุ อยา่ ง ทา่ น
เมตตาสง่ ธรรมะมากระแทกใจเราไม่หยดุ จนในทีส2 ดุ มนั เริ2มสงบรวมลง
และเร2ิมยอมรับได้ ไม่กลวั ตาย ถ้าเข้าผา่ ตดั เพอื2 เอาอปุ กรณ์ให้เคโมใน
ตวั ที2ติดเชอื < ออก แล้วจะเกดิ อะไรขึน< จนไมไ่ ด้กลบั ออกมาอีก เรายงั จาํ
เช้าวนั นนั < ได้ดี เป็นวนั แรกทต2ี นื2 ขนึ < มาเหน็ ววิ พระอาทติ ย์ขึน< ที2ห้องพกั
และเห็นไลน์ให้กําลงั ใจจากญาตธิ รรมมากมาย

เราโดนเขน็ เข้าห้องผา่ ตดั ครัง< นีไ< ม่มกี ารดมยาสลบ ผา่ ฉีดยาชา
อย่างเดียว คือเรารับรู้ทกุ ขนั < ตอนในห้องนนั< มนั แปลกทเ2ี รารู้สกึ วา่ ความ
ตายอยกู่ บั เราตลอดเวลา ตอนที2เข็นผ่านประตเู ข้าไป เราอ่านป้ายชอ2ื
ห้องผ่าตดั ด้านบน แล้วเป็นครัง< แรกทเ2ี รารู้สกึ เหมอื นกบั จะไมไ่ ด้กลบั
ออกมาอกี จริง ๆ แล้วพยาบาลก็จบั เราไปจดั ท่า ตรึงมือตรึงเท้า แล้วเอา
ผ้าเขยี วหนาๆมาปู ตรงบริเวณท2ตี ้องผา่ คอื หน้าอกขวา ดงั นนั< ผ้าจะปทู บั
เลยมาถงึ คลมุ หน้าเราด้วย ตอนนนั< เราอึดอดั มาก ข้างในมนั ดนิ < รน

19

เหมือนกบั หายใจไม่ออก และจะตายแล้ว แตด่ ้วยความทข2ี ยบั ไม่ได้ มนั
เลยอดทนอยเู่ ฉย ๆ จนในทส2ี ดุ ตวั ในทม2ี นั ดนิ < ๆ อยนู่ นั< มนั กด็ บั ไป พอตวั
นนั < ดบั มนั เหมอื นกบั บรรยากาศมนั เงียบมาก ไม่มีเสยี งใดเลย แตเ่ รา
เหมอื นมตี าใน มองทะลผุ ้าไปเห็น field ผา่ ตดั ชดั เจน เราได้กลน2ิ เนอื < เยื2อ
ของเราไหม้เพราะโดนจีไ< ฟฟา้ มนั ก็สลดเพราะรู้สกึ วา่ เนือ< เรามนั
เหมอื นกบั เนือ< ศพท2โี ดนเผาด้วยไฟ มนั กม็ กี ล2นิ ไหม้เชน่ นีเ<หมือนกนั อกี
สกั พกั หมอเค้าก็ฉีดยาชา แล้วเร2ิมกรีด เร2ิมแหวกผวิ หนงั เนือ< แดง หลอด
เลอื ด เห็นกระดกู ขาว ๆ และเร2ิมเลาะอปุ กรณ์ให้เคโม และดงึ ๆ ทงึ < ๆ
ออกมา พอเราเหน็ สง2ิ เหล่านนั < ทงั< หมด เราปลงสงั เวชจริง ๆ มนั เหมือน
เป็นภาพทชี2 ดั มาก ๆ ชดั มากกวา่ นมิ ติ ทเ2ี ราเคยตงั < ไม่รู้กี2เท่า มนั ทําให้เรา
รู้สกึ ว่า เออหนอ ร่างกายเราทแ2ี ท้มนั กเ็ ท่านีเ<อง มนั ก็มเี ลอื ดเนอื < มี
กระดกู อย่เู ท่านี <สดุ ท้ายพอมนั เสีย คนเค้าก็เอามาซอ่ ม ไมต่ ่างอะไรกบั
ห่นุ ยนตต์ วั หน2ึง ที2เราเข้าใจมาตลอดว่ามนั เป็นของของเรา แตแ่ ท้ท2จี ริง
เรากลบั โดนจบั มดั มองดคู นผ่ามนั เงยี บ ๆ โดยไม่มสี ิทธิต่อต้านใดเลย
ด้วยซาํ < มนั ช่างนา่ สงั เวชจริง ๆ แล้วหลงั จากนนั< มนั ก็ปลงปลอ่ ยวาง
วาบ ๆ ไปเลย แล้วหลงั จากทกุ อยา่ งเสร็จสิน< ออกจากห้องผา่ ตดั มา เรา
กไ็ ม่ได้กลบั มาเป็นคนเดมิ อกี เลย เหมอื นกิเลสทางร่างกายมนั หายเรียบ
ไปเลย ใครจะมาทาํ อะไรจะมาเจาะเลอื ดกเ2ี ขม็ ๆ มนั ก็ไมท่ กุ ข์ไมก่ งั วล
แล้ว

หลงั จากเหตกุ ารณ์วนั นนั < เหมอื นเราไม่ได้ใสใ่ จร่างกายเลย แต่มนั
กลบั มาเห็นกลไกของจิตแทน และเห็นการเกิดดบั ของจิต รวมถึงผ้รู ู้ใน
แตล่ ะปัจจบุ นั ขณะ ความเข้าใจธรรมถึงใจมนั เยอะขึน< เรื2อย ๆ สรรพสิ2ง
มนั มหี ยดุ เงยี บมาก ๆ เป็นบางช่วง ธรรมชดั เจนมาก สง่ การบ้าน
หลวงตาทกุ วนั และทําหนงั สือธรรมะด้วย มชี ว่ งท2จี ะไปลาออกเพราะไม่

20

อยากอย่โู ลกแล้ว แตพ่ ่อแม่และทที2 ํางานเขาไม่ยอมให้ออก กไ็ ด้แต่
ปฏิบตั ติ ่อไป จนมาพบกบั ความตายในครัง< ที2 3

ครัง< นเี <รามอี าหารเป็นพษิ ทงั< อาเจยี นและท้องเสยี หลายครัง< ปวด
ท้องกระสบั กระสา่ ย และมปี รากฏการณ์หนงึ2 ทีเ2 กิดขนึ < คอื จิตมนั เหมอื น
ไมส่ ามารถควบคมุ ได้ อยู่ ๆ มนั ก็คิดอะไรก็ไม่รู้มว2ั ไปหมด แต่ส่วนใหญ่
เป็นเรื2องธรรมะ แล้วตอนเรานงั2 ห้องนาํ < มนั มภี าพความทรงจําในอดตี
ผดุ ขึน< มาเป็นฉาก ๆ ต้องแตส่ บิ ปีก่อนที2เราเร2ิมปฏบิ ตั ธิ รรมท2ีไหน กบั ใคร
บ้าง มนั ขึน< มาหมดเลย และเราเหมือนได้แตโ่ ดนบงั คบั ให้ดหู นงั ชวี ิตของ
ตนเอง อยอู่ ยา่ งนนั < แตต่ อนนนั< เรายงั มีสตอิ ยู่ เราถามตวั เองวา่ นเ2ี ราจะ
ตายแล้วเหรอ ทาํ ไมมกี รรมนิมติ มาปรากฏเช่นนี < แต่แค่อาหารเป็นพิษ
จะตายได้อย่างไร มนั ดไู ม่ใช่เหตุ แตส่ กั พกั มนั ก็เริ2มสงบและคิดได้วา่
คนไหลตายไม่มเี หตกุ เ็ ยอะแยะ ครัง< นกี < ค็ งจะเป็นครัง< สดุ ท้ายทเ2ี ราจะ
หลบั ไปและไม่ตื2นขึน< มา แม่บอกให้ไปโรงพยาบาลแตเ่ ราไม่ได้ไป เพราะ
เราอยากหลบั มากกวา่ และเราไม่ได้บอกแมว่ า่ ครัง< นเี <ราจะไม่ตนื2 อกี
เพราะเรารู้สกึ ว่า “ชา่ งเถอะ สดุ ท้ายก็ต้องตายทกุ คน” มนั เหมือนกบั ใจ
มนั ยอมรับทกุ สง2ิ ท2เี กดิ ด้วยความสงบ แล้วเรากไ็ ปนอนพกั

ทนั ทีทีเ2 ราหลบั ตาลง มนั เหมอื นเราเข้าไปอยใู่ นอวกาศท2ีไหนสกั
แห่ง ทเี2 ต็มไปด้วยสายรุ้งและแสงสตี ่าง ๆเหมอื นสายฟ้าฟาด แล้วเรา
พบหลวงตาในนนั < เรางง ๆ ไมร่ ู้วา่ ที2นท2ี ไี2 หน เลยเดินไปถามหลวงตาวา่
ที2นี2 ท2ีไหน และองค์ทา่ นเมตตาให้คาํ สอนสดุ ท้ายแก่เราวา่ “สกั แตว่ ่ารู้”
หลงั จากนนั< ภาพกต็ ดั กลบั มาเป็นรู้สกึ ตวั เรานอนอยู่ และมีความคดิ
ปรุงแต่งขนึ < มาในขณะปัจจบุ นั มีขึน< มาแล้วกห็ ายไป มีขึน< มาแล้วก็
หายไป แล้วเหมอื นกบั ความคดิ ที2ขึน< มามนั จะเบาลงเร2ือย ๆ จน

21

ท้ายทีส2 ดุ มนั ก็ดบั สนทิ ลงไปเลย ความรู้สกึ ตวั มนั กด็ บั ไป และอีกสกั พกั
เรารู้สกึ ตวั ขนึ < มา ได้ตืน2 ขนึ < มาอย่ใู นร่างเดมิ อยู่

22


Click to View FlipBook Version